บทเรยี นสำเร็จรปู เลม่ ที่ 3 โอวำท 3
ก
คำนำ
บทเรียนสำเร็จรูปเล่มน้ี เป็นส่วนหน่ึงของเนื้อหำ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1
ศำสนำกับกำรดำรงชีวิต ซึ่งมีทั้งหมด 4 เล่ม กำรศึกษำบทเรียนสำเร็จรูปนี้ให้
นักเรียนศึกษำหำควำมรู้ด้วยตนเอง โดยให้นักเรียนศึกษำทีละกรอบ จำกกรอบ
แรกไปถึงกรอบสุดท้ำยของแต่ละเล่ม นักเรียนไม่ต้องกังวลว่ำ จะตอบผิดหรือไม่
ถูกต้อง เพรำะถ้ำตอบผิดนักเรียนสำมำรถแกไ้ ขได้ทันทีจำกคำเฉลย หำกนักเรียน
ปฏบิ ตั ิตำมคำแนะนำจะเปน็ กำรสรำ้ งเสริมระเบียบวนิ ัยในตนเองไดอ้ ยำ่ งดี
ผู้ศึกษำพัฒนำบทเรียนสำเร็จรูปเล่มนี้ หวังเป็นอย่ำงย่ิงว่ำ จะเกิด
ประโยชน์อย่ำงสูงสุดท่ีจะทำให้ผู้ที่ศึกษำบรรลุจุดมุ่งหมำยในเน้ือหำสำระ
เรื่อง หลักธรรมน่ำรู้ และเป็นผู้ที่มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของหลักสูตร
สำมำรถนำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้
……………………………………….
บทเรียนสำเรจ็ รูป เลม่ ท่ี 3 โอวำท 3 ข
สำรบัญ หนำ้
ก
คำนำ ข
สำรบัญ 1
คำชแี้ จง 2
คำแนะนำสำหรบั ครผู สู้ อน 3
คำแนะนำสำหรับนักเรยี น 4
สำระสำคญั 4
จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้ 5
แบบทดสอบก่อนเรยี น 9
บทเรียนสำเรจ็ รปู เร่ือง โอวำท 3 16
สรุปบทเรียน 17
ใบกจิ กรรม 18
แบบทดสอบหลงั เรยี น 21
เฉลยแบบทดสอบก่อน – หลงั เรียน 22
บรรณำนกุ รม
บทเรียนสำเรจ็ รูป เลม่ ท่ี 3 โอวำท 3
1
คำช้ีแจง
1. บทเรียนสำเร็จรูป เรอ่ื ง หลักธรรมน่ำรู้ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ สังคม
ศึกษำศำสนำและวฒั นธรรม ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ 6 จดั ทำข้ึนมที ั้งหมด 4 เลม่
ดังนี้
เล่มที่ 1 เรอ่ื ง พระรัตนตรยั
เล่มที่ 2 เรอ่ื ง ไตรสกิ ขำ
เล่มท่ี 3 เรอื่ ง โอวำท 3
เล่มที่ 4 เรอื่ ง อริยสัจ 4
2. บทเรยี นสำเร็จรูป เรอ่ื ง หลกั ธรรมนำ่ รู้ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ สังคม
ศึกษำศำสนำและวฒั นธรรม ช้ันประถมศกึ ษำปที ี่ 6 เล่มน้ี คอื เล่มที่ 3
เร่ือง โอวำท 3 ประกอบดว้ ย แบบทดสอบกอ่ นเรียน จำนวน 10 ข้อ กรอบ
จำนวน 8 กรอบ สรปุ บทเรียน และแบบทดสอบหลงั เรียน
3. กำรใช้บทเรียนสำเรจ็ รปู เรื่อง หลักธรรมน่ำรู้ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้
สงั คมศกึ ษำศำสนำและวฒั นธรรม ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ่ี 6 ชุดน้ี คณุ ครตู ้องใช้
เทคนคิ วธิ กี ำรสอนตำมคู่มอื กำรใช้บทเรยี นสำเร็จรูป เรอ่ื ง หลักธรรมนำ่ รู้
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ สงั คมศึกษำศำสนำและวฒั นธรรม ช้ันประถมศึกษำปที ่ี 6
จึงจะทำใหน้ กั เรยี นมผี ลสมั ฤทธทิ์ ำงกำรเรียนสูงขึน้
4. กำรใช้บทเรยี นสำเรจ็ รปู เรอ่ื ง หลกั ธรรมนำ่ รู้ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้
สังคมศึกษำศำสนำและวัฒนธรรม ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี 6 นกั เรยี นควรศึกษำและ
ฝกึ ตั้งแต่ เลม่ ที่ 1 – เลม่ ท่ี 4 เพ่ือจะไดท้ รำบถงึ หลกั ธรรมตำ่ ง ๆ ในทำง
พระพทุ ธศำสนำ
5. นกั เรียนต้องศึกษำจำกกรอบท่ี 1 เป็นต้นไปจนถงึ กรอบสดุ ทำ้ ยของแต่
ละเล่ม และตอบคำถำมตำมท่กี ำหนดให้
บทเรยี นสำเรจ็ รปู เล่มที่ 3 โอวำท 3 2
คำแนะนำสำหรับครผู สู้ อน
1. ครชู ้แี จงวธิ กี ำรศกึ ษำบทเรียนสำเรจ็ รปู
เรอ่ื ง หลักธรรมน่ำรู้ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ สงั คม
ศกึ ษำศำสนำและวฒั นธรรม ช้นั ประถมศึกษำปที ี่ 6
ให้นักเรียนเข้ำใจและพร้อมทจ่ี ะศกึ ษำ
2. ครูแจกบทเรียนสำเร็จรปู ให้นักเรียนทุกคน
อ่ำนวิธกี ำรใชบ้ ทเรยี นจนเขำ้ ใจดีแล้ว จึงให้นกั เรียน
เร่ิมต้นศึกษำบทเรียนได้
3. หลังจำกศกึ ษำบทเรยี นจบแตล่ ะเลม่ ให้
นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น
บทเรยี นสำเร็จรปู เลม่ ท่ี 3 โอวำท 3 3
คำแนะนำสำหรับนกั เรียน
1. เป็นบทเรยี นสำเร็จรูปสำหรับใหน้ ักเรียนศึกษำด้วยตนเอง
2. บทเรยี นน้เี สนอเนอื้ หำเป็นส่วนย่อยๆ บรรจใุ นกรอบต่อเนอื่ งกันไป
3. ก่อนศกึ ษำเนอ้ื หำในบทเรยี น ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
4. ให้นกั เรยี นอ่ำนและตอบคำถำมทลี ะกรอบ อยำ่ ขำ้ มกรอบ
5. เมอ่ื ทำบทเรยี นเสร็จแตล่ ะกรอบ ให้ตรวจคำตอบในกรอบถัดไป
6. ถ้ำนักเรยี นตอบคำถำมถกู แสดงว่ำเขำ้ ใจดีแลว้ ให้อำ่ นกรอบตอ่ ไปได้
แตถ่ ้ำตอบผดิ ให้นักเรียนยอ้ นกลบั ไปอำ่ นกรอบเดมิ เพือ่ ทำควำมเข้ำใจ
แล้วตอบคำถำมอีกครัง้ จนตอบถูก แลว้ จงึ อ่ำนกรอบต่อไป
7. นักเรียนตอ้ งมคี วำมซอ่ื สตั ย์ต่อตนเอง อยำ่ เปดิ ดคู ำตอบกอ่ นตอบ
คำถำมเปน็ อันขำด เพรำะจะทำให้นักเรียนไมเ่ ขำ้ ใจบทเรยี นอยำ่ งแทจ้ รงิ
8. เมอ่ื อำ่ นบทเรยี นสำเร็จรูปจบแล้ว ให้นักเรยี นทำแบบทดสอบหลัง
เรยี น
9. นักเรยี นสำมำรถตรวจแบบทดสอบหลังเรยี นไดจ้ ำกเฉลย
แบบทดสอบหลังเรยี น
10. ให้นกั เรยี นตัง้ ใจศึกษำบทเรียน ไม่ตอ้ งรีบรอ้ นหรือกังวลวำ่ ชำ้ หรอื
เร็วกวำ่ คนอืน่
บทเรียนสำเรจ็ รูป เลม่ ที่ 3 โอวำท 3
4
มำตรฐำนและตัวชี้วัด
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ส .1.1 รูแ้ ละเขำ้ ใจประวัติ ควำมสำคัญ ศำสดำ หลักธรรม
ของพระพุทธศำสนำหรือศำสนำท่ีตนเองนบั ถอื และศำสนำอื่น มศี รัทธำทถ่ี ูกต้อง ยึด
มั่น และปฏบิ ัตติ ำมหลกั ธรรมเพื่ออยู่ร่วมกันอย่ำงสันติสุข
ตัวชี้วัดส 1.1 ป. 6/6 เห็นคณุ คำ่ และสวดมนต์ แผเ่ มตตำ และบริหำรจติ เจริญปญั ญำ
มีสตทิ เ่ี ป็นพนื้ ฐำนของสมำธิในพระพทุ ธศำสนำ หรอื กำรพฒั นำจิตตำมแนวทำงของ
ศำสนำที่ตนนับถือตำมทีก่ ำหนด
สำระสำคัญ
โอวำท 3 เป็นหลกั คำสอนที่เปน็ หวั ใจสำคัญของศำสนำพุทธ ประกอบด้วย กำรทำควำม
ดี ไม่ทำควำมชั่ว และทำจิตใจใหบ้ ริสุทธ์ิ
จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้
1. อธิบำยควำมหมำยของเบญจศลี อบำยมุขและกุศลมลู ได้
2. ปฏบิ ตั ิตนตำมหลักธรรมเพ่ือแก้ปญั หำตำ่ ง ๆ ได้
3. เห็นคุณคำ่ และช่ืนชมกำรปฏบิ ัตติ นเปน็ คนดขี องตนเองและผู้อืน่ ได้
บทเรยี นสำเรจ็ รูป เลม่ ท่ี 3 โอวำท 3
5
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
คำชี้แจง : ให้นกั เรียนทำเครอื่ งหมำย บนตวั อกั ษร ก ข ค หรอื ง ทถี่ กู ต้องทส่ี ดุ เพียง
ขอ้ เดียวลงในกระดำษคำตอบ
1. ผ้ทู ่มี เี มตตำตอ่ ผอู้ นื่ แสดงว่ำมคี วำมประพฤติชอบทำงใด
ก. ทำงใจ
ข. ทำงกำย
ค. ทำงวำจำ
ง. ทำงสติปัญญ
2. ผู้ทเี่ สพของมนึ เมำ จัดเป็นผตู้ ้งั ตนอยู่ในควำมประมำท เพรำะเหตุใด
ก. ของมนึ เมำทำให้ขำดสติ
ข. ของมนึ เมำทำให้เสียทรพั ย์
ค. ของมนึ เมำทำให้เสยี เพ่ือน
ง. ของมึนเมำทำให้บั่นทอนกำลัง
3. เม่อื มปี ญั หำแลว้ พิจำรณำถงึ สำเหตุและแกไ้ ข เป็นกำรปฏิบัติตำมขอ้ ใด
ก. ศีล
ข. สมำธิ
ค. ปัญญำ
ง. เมตตำ
บทเรียนสำเรจ็ รปู เล่มท่ี 3 โอวำท 3 6
4. เหตุใดเรำจึงควรเคำรพพ่อแม่
ก. ท่ำนอำยมุ ำก
ข. ท่ำนมีควำมรู้
ค. ท่ำนมเี งิน
ง. ท่ำนมีพระคุณ
5. ขอ้ ควำมใดไม่เกี่ยวกบั กฎแห่งกรรม
ก. กรรมใดใครกอ่ กรรมนนั้ ตำมสนอง
ข. หว่ำนพชื เชน่ ไร ยอ่ มไดผ้ ลเช่นนั้น
ค. กงเกวียนกำเกวียน
ง. กอ่ กรรมทำเข็ญ
6. ข้อใดไม่สำมำรถชว่ ยให้ทุกคนอยรู่ ว่ มกันอย่ำงสมำนฉันทไ์ ด้
ก. กำรเสยี สละ
ข. กำรทำควำมดี
ค. กำรไม่ทำควำมชว่ั
ง. กำรนึกถงึ แตต่ วั เอง
7. กำรอยู่รว่ มกนั อย่ำงสมำนฉนั ท์จำเปน็ ตอ้ งอำศัยส่งิ ใด
ก. โรงเรยี น
ข. หลักธรรม
ค. เงนิ ทอง
ง. ครอบครัว
บทเรียนสำเรจ็ รูป เลม่ ที่ 3 โอวำท 3
7
8. หลกั ธรรมใด เปน็ หลกั ธรรมเบอื้ งต้นทชี่ ่วยใหท้ กุ คนอยรู่ ว่ มกนั อย่ำง
สมำนฉันท์
ก. เบญจศลี
ข. อรยิ สัจ 4
ค. ศรทั ธำ 4
ง. อบำยมขุ 6
9. เมื่อคนในสังคมอยู่ร่วมกนั อย่ำงสมำนฉนั ท์ส่งผลต่อประเทศอยำ่ งไรมำก
ท่สี ดุ
ก. พฒั นำอย่ำงเป็นระบบ
ข. เกิดควำมสงบเรียบร้อย
ค. เศรษฐกจิ เจรญิ อย่ำงรวดเร็ว
ง. ประชำชนในประเทศร่ำรวย
10. ถำ้ เพ่ือนของนกั เรียนพูดไม่ดีด้วยนกั เรียนจะทำอยำ่ งไร เพอื่ ใหอ้ ยรู่ ่วมกนั
อยำ่ งสมำนฉนั ท์
ก. ให้อภัย
ข. อยู่เฉยๆ
ค. พดู ส่ังสอน
ง. บอกคุณครู
บทเรยี นสำเร็จรปู เล่มที่ 3 โอวำท 3
8
สำหรับวันน้ีเรำจะมำเรียน ในเร่ือง วันนคี้ รูไดน้ ำพระบรมรำโชวำท
หลกั ธรรมทำงพระพทุ ธศำสนำ นน่ั กค็ อื พระบำทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหำภมู ิ
พลอดลุ เดช มำอ่ำนใหน้ กั เรียนฟงั
หลักโอวำท 3
ถำ้ พรอ้ มแลว้ ไปเรยี นกนั ไดเ้ ลย
บทเรียนสำเรจ็ รปู เลม่ ที่ 3 โอวำท 3
กรอบที่ 1 9
หลกั ธรรมที่เรำจะเรียนในวนั นี้ คือ หลักธรรม
โอวำท 3 ตำมหัวขอ้ ดังน้ี
1. เบญจศีล
2. เบญจธรรม
3. อกุศลมูล 3
โอวำท 3 หรอื หลกั ธรรมเรื่องโอวำท -ปำฏโิ มกข์ เป็นหลกั ธรรมท่ีพระพุทธเจำ้ ตรัสครงั้ แรกแก่
พระสงฆ์ 1,250 รูป ในวนั มำฆบชู ำ มี 3 ประกำร
1. กำรไมท่ ำควำมช่ัว หมำยถึงกำรละเว้นกำรทำสง่ิ ที่ไม่ดที ำงกำย ทำงวำจำ และทำงใจ
ซึ่งหลักธรรมท่สี นับสนุนกำรไมท่ ำควำมช่ัว ได้แก่ เบญจศลี คอื ข้อละเว้น 5 ประกำร ดังนี้
1) ไม่ฆ่ำสตั ว์ เบยี ดเบียน หรือรังแกสัตว์
2) ไม่ลักขโมยหรือหยิบฉวยส่ิงทีเ่ จ้ำของไมไ่ ดใ้ ห้มำเปน็ ของตน
3) ไมป่ ระพฤติผดิ ในกำมหรอื ละเมดิ สิทธขิ องผู้อน่ื
4) ไมพ่ ูดเทจ็ หรอื โกหก
5) ไมด่ ื่มสรุ ำและของมึนเมำ รวมทง้ั ส่ิงเสพตดิ ชนดิ ต่ำงๆ
คำถาำมกรอบที่ 1 กำรบรจิ ำคเงินอยู่ในโอวำทข้อใด
บทเรียนสำเรจ็ รปู เลม่ ท่ี 3 โอวำท 3 กรอบท่ี 2 10
เฉลยกรอบที่ 1 กำรทำควำมดี
เบญจศลี เปน็ เครอ่ื งรักษำเจตนำทจ่ี ะควบคมุ กำย และ
วำจำให้เปน็ ปกติ คอื ไม่ทำบำป โดยกำรละเว้น 5
ประกำร คือ
1. ปำณำตบิ ำต คือ ละเวน้ จำกกำรฆ่ำสัตว์ และกำร
เบียดเบยี นสัตว์
2. อทินนำทำน คือ ละเวน้ จำกกำรลกั ขโมย ปลน้ จี้ ฉกชงิ วง่ิ รำว เปน็ ตน้
คำถาำมกรอบท่ี 2 ส้มโอมคี วำมเมตตำกรณุ ำ ชว่ ยเหลอื คนอยู่ในโอวำทขอ้ ใด
บทเรยี นสำเรจ็ รปู เลม่ ที่ 3 โอวำท 3 กรอบที่ 3 11
เฉลยกรอบท่ี 2 กำรทำควำมดี
3. กำเมสมุ ิจฉำจำร คอื ละเว้นจำกกำรประพฤตผิ ดิ ล่วงละเมดิ ลูกเมียผู้อ่นื
4. มสุ ำวำท คอื ละเวน้ จำกกำรพดู ปด พดู คำหยำบ พดู เพ้อเจ้อ พดู สอ่ เสยี ด
คำถาำมกรอบท่ี 3 สมชำยรักเดียวใจเดียวและใหเ้ กยี รตสิ มหญงิ หญิงอยู่เสมอ อยู่
ในเบญจศีลขอ้ ใด
บทเรียนสำเรจ็ รูป เลม่ ท่ี 3 โอวำท 3 กรอบที่ 4 12
เฉลยกรอบที่ 3 ตอบศีลข้อ 3
5. สรุ ำเมระยะ คอื ละเวน้ จำกกำรเสพสรุ ำ เพรำะเป็นสำเหตุให้ทำผดิ ศีลข้อ
นักเรยี นทอ่ งจำศลี 5 กนั ได้หรือเปลำ่ คะ
มีใครเคยผดิ ศีลขอ้ ใดบ้ำง
หัวข้อตอ่ ไปทีเ่ รียนจะเรียนกนั ต่อ คอื เบญจธรรม
นักเรยี นทรำบไหมคะวำ่ เบญจธรรม มอี ะไรบ้ำง
คำถาำมกรอบท่ี 4 แมค่ ้ำใชว้ ตั ถดุ บิ ทดี่ ีในกำรปรุงอำหำรใหล้ กู ค้ำ โดยตั้งรำคำที่
เหมำะสมกับคณุ ภำพของวตั ถดุ ิบ อยู่ในหลกั ธรรมขอ้ ใด
บทเรยี นสำเร็จรูป เล่มท่ี 3 โอวำท 3 กรอบท่ี 5 13
เฉลยกรอบท่ี 4 ประกอบอำชีพที่สจุ รติ ไมผ่ ดิ กฎหมำย
เบญจธรรม เป็นหลกั ธรรมท่ีควรปฏิบตั ิ มี 5 ประกำร ไดแ้ ก่
1. เมตตำกรุณำ คอื บุคคลใดท่ีมเี มตตำย่อมไมฆ่ ่ำ หรือเบียดเบียนสัตว์ ด้วยร้ดู วี ่ำทกุ ชวี ิต
ย่อมมี ควำมรกั ตวั กลัวตำยเช่นเดยี วกบั เรำ ทำใหไ้ ม่ผดิ ศีลในขอ้ ท่ี 1
2. สัมมำอำชพี คอื ประกอบอำชีพท่สี ุจรติ มีรำยได้ รู้จกั ใช้จำ่ ย และท่สี ำคญั ร้จู ักคำวำ่ พอดี
และมีหริ ิโอตตัปปะ คอื ควำมละอำย และเกรงกลัวต่อผลของบำป จึงทำใหไ้ มผ่ ดิ ศลี ขอ้ ที่ 2
คำถาำมกรอบที่ 5 ส้มจด๊ี ชอบใหอ้ ำหำรสตั วอ์ ยู่เสมอ อยู่ในเบญจธรรมข้อใด
บทเรยี นสำเร็จรปู เล่มที่ 3 โอวำท 3 กรอบท่ี 6 14
เฉลยกรอบท่ี 5 มคี วำมเมตตำกรณุ ช่วยเหลอื คนและสตั ว์
3. ควำมสำรวมอินทรยี ์ คือ ระมดั ระวงั ตำ หู จมกู ลน้ิ กำย และใจ ทำให้ ควำมใครใ่ นกำม
คณุ คือ กำรตดิ ในรูป รส กลนิ่ เสียง สมั ผสั ลดน้อยลง เมื่อควำมสำรวมเกิดข้ึน จึงทำใหไ้ ม่
ผิดศีลขอ้ ท่ี 3
4. ควำมซ่อื สัตย์ คือ กำรพูดควำมจริง เป็นส่ิงท่ที ำให้ไมเ่ กดิ กำรมสุ ำวำท ทำให้ไมผ่ ิดศีลขอ้ ที่ 4
5. สติ คือ กำรรูส้ ึกตวั ซึง่ เปน็ หัวหนำ้ ฝำ่ ยกุศล ทำใหช้ ีวติ ไมป่ ระมำท เพรำะรู้วำ่ อะไรดี อะไร
ชว่ั ทำใหไ้ มเ่ กลอื กกลั้วกับสงิ่ ท่จี ะทำใหช้ วี ติ ตกตำ่ เช่น สุรำเม่อื คนดม่ื กนิ กท็ ำให้มนึ เมำและ
ขำดสติ กำรมสี ติจงึ ทำให้ไม่ผดิ ศีลข้อที่ 5
คำถาำมกรอบท่ี 6 ส้มหวำนคำดเขม็ ขัดนิรภยั ทุกครั้งเมื่อขับรถยนต์ อยใู่ นเบญจ
ธรรมขอ้ ใด
บทเรียนสำเรจ็ รปู เล่มท่ี 3 โอวำท 3 กรอบท่ี 7 15
เฉลยกรอบท่ี 6 สติสัมปชัญญะ ไมป่ ระมำท
อกศุ ลมูล
อกุศลมลู 3 (อกุศล=ควำมไมฉ่ ลำด, มลู =รำกเหง้ำ)แปลตำมตวั อกั ษรว่ำ รำกเหง้ำ
ของควำมไม่ฉลำด หมำยถึง รำงเหง้ำหรอื ต้นตอของควำมชวั่ ทัง้
ปวง เม่อื กำเรบิ จะแสดงออกมำเป็นทุจริตทำงกำย วำจำ ใจ รวมเปน็ เหตใุ ห้เกดิ กิเลส มี 3
ประกำร คอื
1. โลภะ ควำมอยำกได้ โลภะ คอื ควำมอยำกไดข้ องคนอนื่ มำเปน็ ของตน อยำกให้
ตนมเี หมือนคนอนื่ หรอื มมี ำกกว่ำผอู้ ่นื ควำมอยำกมีหลำยรูปแบบซึง่ จะก่อให้เกิดรำกเหงำ้
ของควำมช่ัวทั้งปวง เช่น อิจฉำ ควำมอยำก ปำปิจฉำ ควำมอยำกอย่ำงช่ัวช้ำลำมก มหิจฉำ
ควำมอยำกรนุ แรง อภิชฌำวิสมโลภะควำมอยำกไดถ้ ึงขัน้ เพ่งเลง็ ควำมอยำกจะเกดิ มำกข้ึน
ซ่งึ จะก่อให้เกดิ ควำมช่ัวในตัวเอง วิธีแก้ไขควำมอยำกคอื กำรใชส้ ติ ระลกึ รู้ในตน
คำถาำมกรอบที่ 7 โลภะ หมำยถึง
บทเรียนสำเร็จรปู เล่มท่ี 3 โอวำท 3 กรอบที่ 8 16
เฉลยกรอบที่ 7 โลภะ คือ ควำมอยำกไดข้ องคนอ่นื มำเปน็
ของตน
2. โทสะ ควำมคิดประทุษรำ้ ย โทสะ คอื ควำมคดิ ประทุษร้ำย ไดแ้ ก่ กำรอยำกฆ่ำ
กำรอยำกทำลำยผูอ้ น่ื ๆ ควำมคดิ ประทษุ ร้ำยเปน็ รำกเหง้ำให้เกิด กิเลสได้หลำยอยำ่ ง เชน่ ปฏิฆะ
ควำมหงดุ หงดิ โกธะ ควำมโกรธ อุปนำหะ ควำมผูกโกรธ พยำบำท ควำมคดิ ปองรำ้ ย ถ้ำปลอ่ ยใหม้ ี
โทสะมำก ผนู้ ั้นจะเปน็ คนชัว่ คนพำล และเปน็ ภยั ตอ่ สังคม วิธีแกไ้ ขโทสะ คอื กำรใชส้ ติระงบั ตน และ
ฝกึ ตนใหเ้ ป็นผู้มีอโทสะ
3. โมหะ ควำมหลงไม่รูจ้ ริง โมหะ คือ ควำมหลงไม่รู้จริง ได้แก่ ควำมไมร่ ู้ไม่เข้ำใจ ควำมมัว
เมำ ควำมประมำท เป็นรำกเหว้ำให้เกิดกเิ ลสได้ต่ำงๆมำกมำย เชน่ มักขะ ลบหล่คู ณุ ท่ำน ปลำสะ ตี
เสมอ มำนะ ถอื ตวั มทะ มัวเมำ ปมำทะ เลนิ เล่อ โมหะทำให้ขำดสติ ไมร่ ู้ผดิ ชอบร้ำยแรงกว่ำโลภะ
และโทสะ รวมท้งั สง่ เสรมิ ให้โลภะและโทสะมีกำลังมำกข้ึนย่งิ ด้วย วิธีทจ่ี ะทำให้โมหะลดลงน้นั จะตอ้ ง
ปฏิบัติตนเปน็ ผู้ท่ีมี อโมหะ ควำมไมห่ ลงงมงำย
คำถาำมกรอบที่ 8 ควำมไม่รไู้ มเ่ ข้ำใจ ควำมมวั เมำ ควำมประมำท เปน็ รำก
เหว้ำให้เกดิ กิเลส หมำยถึง
บทเรยี นสำเร็จรปู เลม่ ที่ 3 โอวำท 3 กรอบท่ี 9 17
เฉลยกรอบท่ี 8 โมหะ
บทเรียนสำเรจ็ รปู เลม่ ท่ี 3 โอวำท 3
18
ใบกิจกรรม
คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนตอบคำถำมตำมทศั นคตขิ องตนเอง พอสงั เขป (10 คะแนน)
1. ศลี 5 และธรรม 5 มีประโยชนตอตนเอง ครอบครัว และสังคมอยำงไร
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
2. ฟงไมไดศัพทจบั มำกระเดียด หมำยควำมวำอยำงไร มวี ิธกี ำรแกไขไดอยำงไร
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
3. อธบิ ำยวิธกี ำรฝกสมำธิตำมที่นกั เรยี นเคยศกึ ษำมำพอเขำใจ
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
.................................................................................................................................
บทเรยี นสำเรจ็ รูป เล่มที่ 3 โอวำท 3
19
แบบทดสอบหลงั เรยี น
คำชี้แจง : ให้นกั เรยี นทำเครื่องหมำย บนตวั อกั ษร ก ข ค หรอื ง ทถี่ ูกต้องท่ีสุดเพยี ง
ขอ้ เดียวลงในกระดำษคำตอบ
1. ผู้ทีม่ เี มตตำต่อผู้อื่น แสดงวำ่ มีควำมประพฤติชอบทำงใด
ก. ทำงใจ
ข. ทำงกำย
ค. ทำงวำจำ
ง. ทำงสตปิ ญั ญ
2. ผทู้ ่เี สพของมนึ เมำ จัดเป็นผ้ตู ั้งตนอย่ใู นควำมประมำท เพรำะเหตุใด
ก. ของมึนเมำทำให้ขำดสติ
ข. ของมนึ เมำทำให้เสยี ทรพั ย์
ค. ของมนึ เมำทำให้เสียเพื่อน
ง. ของมึนเมำทำใหบ้ ัน่ ทอนกำลัง
3. เมือ่ มปี ัญหำแล้วพิจำรณำถึงสำเหตุและแก้ไข เป็นกำรปฏบิ ตั ิตำมขอ้ ใด
ก. ศีล
ข. สมำธิ
ค. ปญั ญำ
ง. เมตตำ
บทเรยี นสำเรจ็ รูป เลม่ ท่ี 3 โอวำท 3 20
4. เหตุใดเรำจงึ ควรเคำรพพอ่ แม่
ข. ทำ่ นอำยุมำก
ข. ท่ำนมีควำมรู้
ค. ท่ำนมเี งนิ
ง. ท่ำนมีพระคุณ
5. ขอ้ ควำมใดไมเ่ กีย่ วกบั กฎแหง่ กรรม
ก. กรรมใดใครกอ่ กรรมนน้ั ตำมสนอง
ข. หว่ำนพชื เช่นไร ยอ่ มไดผ้ ลเช่นนั้น
ค. กงเกวียนกำเกวียน
ง. ก่อกรรมทำเข็ญ
6. ข้อใดไมส่ ำมำรถช่วยให้ทกุ คนอยู่รว่ มกันอย่ำงสมำนฉันทไ์ ด้
ก. กำรเสียสละ
ข. กำรทำควำมดี
ค. กำรไม่ทำควำมชั่ว
ง. กำรนกึ ถึงแตต่ วั เอง
7. กำรอยู่ร่วมกนั อย่ำงสมำนฉนั ท์จำเปน็ ต้องอำศัยส่ิงใด
ก. โรงเรียน
ข. หลกั ธรรม
ค. เงนิ ทอง
ง. ครอบครวั
บทเรยี นสำเรจ็ รูป เลม่ ที่ 3 โอวำท 3
21
8. หลกั ธรรมใด เปน็ หลกั ธรรมเบ้ืองตน้ ทช่ี ่วยให้ทุกคนอยรู่ ว่ มกันอยำ่ ง
สมำนฉนั ท์
ก. เบญจศลี
ข. อริยสัจ 4
ค. ศรัทธำ 4
ง. อบำยมุข 6
9. เมื่อคนในสงั คมอยู่ร่วมกนั อย่ำงสมำนฉันท์ส่งผลต่อประเทศอย่ำงไรมำกทีส่ ดุ
ก. พัฒนำอย่ำงเป็นระบบ
ข. เกิดควำมสงบเรยี บรอ้ ย
ค. เศรษฐกจิ เจรญิ อยำ่ งรวดเรว็
ง. ประชำชนในประเทศร่ำรวย
10. ถำ้ เพ่ือนของนักเรียนพูดไมด่ ดี ว้ ยนักเรยี นจะทำอยำ่ งไร เพ่ือใหอ้ ยู่รว่ มกนั
อย่ำงสมำนฉนั ท์
ก. ใหอ้ ภยั
ข. อยเู่ ฉยๆ
ค. พดู ส่งั สอน
ง. บอกคุณครู
บทเรยี นสำเร็จรปู เล่มท่ี 3 โอวำท 3
22
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรยี น
ก่อนเรียน หลังเรียน
ขอ้ เฉลย ขอ้ เฉลย
1ข 1ข
2ก 2ก
3ค 3ค
4ข 4ข
5ง 5ง
6ก 6ก
7ก 7ก
8ข 8ข
9ก 9ก
10 ข 10 ข
บทเรยี นสำเรจ็ รปู เล่มที่ 3 โอวำท 3
23
บรรณำนุกรม
กระทรวงศึกษำธิกำร.(2553). หลกั สตู รแกนกลำงกำรศึกษำขน้ั พ้ืนฐำนพทุ ธศักรำช
2551.พิมพ์ครงั้ ท่ี 3. กรุงเทพฯ.โรงพิมพ์ชมุ นมุ สหกรณก์ ำรเกษตรแหง่ ประเทศ
ไทย.จำกดั .
______. (2553). แนวปฏิบตั ิกำรวดั และประเมินผลกำรเรียนรู้ตำมหลกั สูตรแกนกลำง
กำรศกึ ษำขน้ั พ้ืนฐำน พทุ ธศกั รำช 2551. พมิ พ์ครง้ั ที่ 2 กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์
ชมุ นมุ สหกรณ์กำรเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั .
_______. (2553). แนวทำงกำรจัดกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน.ตำมหลักสตู รแกนกลำง
กำรศึกษำข้นั พื้นฐำนพุทธศกั รำช 2551. พิมพค์ รัง้ ท่ี 2 กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์
ชมุ นุมสหกรณ์กำรเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกัด.
_______. (2551). ค่มู ือกำรจดั กำรเรียนรู้กลุ่มสำระกำรเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษำ ศำสนำและ
วัฒนธรรม.กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พค์ รุ ุสภำลำดพร้ำว.
_______. (2553). กำรศึกษำหำเกณฑ์ปกตขิ องระดับพฒั นำกำรทำงจรยิ ธรรมและ
จรยิ ธรรมไทย.กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ครุ ุสภำลำดพรำ้ ว.
_______. (2551). กรอบควำมคดิ เพื่อสง่ เสริมและพฒั นำคณุ ธรรมจริยธรรมทีเ่ น้นควำม
มรี ะเบยี บวินยั และควำมเปน็ ประชำธิปไตย. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ครุ สุ ภำ
ลำดพร้ำว.
ทิศนำ แขมมณ.ี (2549). กำรพฒั นำคุณธรรมจรยิ ธรรมและคำ่ นยิ ม : จำกทฤษฎีสู่
กำรปฏบิ ตั .ิ กรงุ เทพฯ : เสริมสิน พรีเพรส ซสิ เท็ม.
พรสวรรค์ พงษ์ด.ี (2551). แนวทำงกำรจัดกำรเรยี นรเู้ พื่อส่งเสริมคุณธรรม จรยิ ธรรม
และค่ำนยิ มทีพ่ งึ ประสงค์ ของผบู้ ริหำร ครู และผ้ปู กครองนกั เรยี น ในโรงเรยี น
สังกดั สำนกั งำนเขตพ้ืนท่ีกำรศกึ ษำนครสวรรค์ เขต 3. วทิ ยำนิพนธ์ครศุ ำสตรม
หำบณั ฑิตมหำวทิ ยำลยั รำชภฎั เทพสตรี.