The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 25259, 2022-12-28 10:57:51

goose

goose

ห่าน

(goose)

Economic animals

นางสาว วิชญาพร ไชยศรี ม.6/6 เลขที่ 17

ห่าน (Goose)

ห่านจัดเป็นนกขนาดใหญ่ที่อยู่ในวงศ์ตระกูล เดียวกับเป็ด
หงส์และนกเป็ดน้ำชนิดต่างๆห่านมีลักษณะทั่วไปคล้ายกับหงส์
แต่หงส์มีขนาดใหญ่กว่าและมีจุดเด่นคือในตัวผู้เมื่อถึงวัยโต
เต็มที่แล้วจะมีปุ่มเนื้อแข็งหรือโหนกบริเวณก่อนถึงจะงอยปาก
ตอนบนเด่นเห็นได้ชัดเจน

สายพันธ์ุของห่าน

Chinese goose Embden goose Toulouse goose Pilgrim goose

African goose Canadian goose Eqyptian goose

ห่าน ในปัจจุบันมีทั้งหมด 7 สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงกันมาก คือ
ห่านพันธุ์จีน (สีเทาลายและสีขาว) (Chinese goose)
ห่านพันธุ์เอ็มเด็น (Embden goose)
ห่านพันธุ์ตูลูส (Toulouse goose)
ห่านพันธุ์ฟิลกริม (Pilgrim goose)
ห่านพันธุ์แอฟริกัน (หัวสิงโต) (African goose)
ห่านพันธุ์แคนาดา (ห่านป่า) (Canadian goose)
ห่านพันธุ์อียิปต์เชียน (Eqyptian goose)

Chinese goose

มีลักษณะคล้ายพันธุ์ African เมื่อโตเต็มที่ ตัวผู้หนัก
ประมาณ 5.5 กิโลกรัม ตัวเมียประมาณ 4.5 กิโลกรัม มี 2
ชนิด คือ ห่านจีนขาว มีลักษณะขนสีขาวทั้งตัว แข้ง ปาก
และโหนกมีสีส้ม ดังภาพด้านล่างสุด และห่านจีนสีเทาปน
น้ำตาล มีลักษณะขนสีเทาปนน้ำตาลบริเวณปีก สันคอด้าน
บน และด้านหน้าท้อง ส่วนก้นมีสีขาว ปาก และโหนกหัวมี
สีดำ คอยานเล็กน้อยสำหรับตัวผู้ ไม่มากเหมือนพันธุ์
African เป็นห่านที่พบ และเลี้ยงมากที่สุดในไทย

Embden goose

มีลักษณะปาก และแข้งมีสีส้ม ปลายปากมีสีขาวแกม
ชมพู ขาสั้น ไม่มีโหนกหัว ขนตามลำตัวมีสีขาวหรือสีขาว
ปนเทา ขนบริเวณคอจับกันเป็นก้อนทำให้มีลักษณะเป็น
แผงเกล็ด เมื่อโตเต็มที่ ตัวผู้หนักประมาณ 10 กิโลกรัม ตัว
เมียประมาณ 7 กิโลกรัม

Toulouse goose

มีลักษณะปากสีส้ม แข้งสีแดงส้ม ขอบตาสีส้ม ขาสั้น
ลำตัวอ้วนใหญ่ ขนมีลักษณะพองตัว หนังคอยาน เมื่อโต
เต็มที่ ตัวผู้หนักประมาณ 12 กิโลกรัม ตัวเมียประมาณ 10
กิโลกรัม

Pilgrim goose

หัวมีสีเทาหรือสีขาว ปาก และแข้งมีสีส้ม แข้งมีลักษณะสั้น
ปลายปากมีสีชมพูแกมขาว ขนลำตัวมีสีขาวหรือสีเทา ไม่มี
โหนกหัว หนังใต้คอไม่หย่อนยาน

African goose

มีลักษณะคล้ายพันธุ์จีนสีเทาน้ำตาล แต่มีปมที่ฐานปาก
เหนือตานูนเด่น หนังใต้คอหย่อนยานมากกว่าพันธุ์จีน
ปาก และโหนกมีสีดำ แข้งสีส้มแก่ ขนมีสีขาวหรือสีเทา
น้ำตาล ขนเรียบไม่พองตัว เมื่อโตเต็มที่ ทั้งตัวผู้ และตัว
เมียมีขนาดเท่ากัน

Canadian goose

มีลักษณะลำตัวสูงยาว ขายาว ปาก คอ และแข้งมีสีดำ
ส่วนใบหน้า และหัวมีสีดำ และมีแถบขาวถัดออกมาบริเวณ
แก้มถึงคอ ขนมีสีเทาแกมขาว ไม่มีโหนกหัว ใต้คอไม่
หย่อนยาน

Egyptian goose

หัวมีสีเทา ปาก และแข้งมีสีม่วงแดง ปลายปากมีสีดำ
ขนขอบตามีสีน้ำตาลแดง มีขนสีสีสันสวยงามแกมกันหลาย
สี เช่น สีเทา สีขาว สีส้ม สีดำ และสีน้ำตาล เมื่อโตเต็มที่
ตัวผู้หนักประมาณ 4.5 กิโลกรัม ตัวเมียประมาณ 3.5
กิโลกรัม

การเลี้ยงห่าน

ห่านเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายไม่ค่อยเป็นโรค ทนต่อสภาพแห้งแล้งและไม่
ต้องการการดูแลเป็นพิเศษแต่อย่างใด จึงเหมาะอย่างยิ่งกับสภาพโดยทั่วไป
ของประชาชนในต่างจังหวัดที่จะนำมาเลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหารประเภท
โปรตีน อีกทั้งการเลี้ยงดูก็ไม่มีอะไรที่ยุ่งยากหรือซับซ้อน และที่สำคัญก็คือ
ใช้เงินลงทุนต่ำมาก วิธีการเลี้ยงอาจจะใช้เลี้ยงแบบขังเล้า หรือปล่อยเลี้ยง
ตามใต้ถุนบ้านหรือท้องนา ปล่อยให้เล็มหญ้าหรือวัชพืชอื่น ๆ และมีอาหาร
ข้นซึ่งประกอบด้วยรำ ปลายข้าว ข้าวเปลือก เสริมให้กินบ้างเท่านั้นก็เป็น
เพียงพอแล้ว

การเลี้ยงห่านเพื่อการค้าที่เลี้ยงตั้งแต่ 5-10 ตัว ขึ้นไป จนถึงมากกว่า
100 ตัว มักนิยมเลี้ยงด้วยการปล่อยในคอกหรือเลี้ยงปล่อยตามทุ่ง โดยมีสระ
น้ำหรืออ่างน้ำเพื่อให้ห่านเล่นน้ำ และผสมพันธุ์ เนื่องด้วยพฤติกรรมการ
ผสมพันธุ์ของห่านมักใช้แหล่งน้ำเป็นสถานที่ผสมพันธุ์

การผสมพันธุ์ และวางไข่

1. อายุผสมพันธุ์
ห่านสามารถเข้าสู่วัยผสมพันธุ์ได้ เมื่ออายุ 5-6 เดือน แต่การเลี้ยง

เกษตรมักคัดเลือดพ่อแม่พันธุ์ เมื่ออายุตั้งแต่ 8 เดือน ขึ้นไป โดยแม่ห่าน
ที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปี ขึ้น จะเลิกใช้ผสมพันธุ์

2. อัตราส่วนตัวผู้ต่อตัวเมีย
อัตราตัวผู้ 1 ตัว ต่อตัวเมีย 3-5 ตัว

3. อัตราการวางไข่และขนาดไข่
ห่านสามารถวางไข่ได้ตลอดทั้งปีเหมือนเป็ด แต่จะหยุดการวางไข่ใน

ระยะเปลี่ยนถ่ายขน ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ปริมาณไข่ที่วางแต่
ครั้งประมาณ 8-15 ฟอง ระยะ 1 ปี จะวางไข่ประมาณ 3-5 รอบ ซึ่งในระยะ
5 ปี แม่ห่าน 1 ตัว จะวางไข่ได้ประมาณ 150-300 ฟอง หรือเฉลี่ยปีละ
ประมาณ 45 ฟอง สำหรับไข่ห่านจะมีขนาดประมาณ 140-160 กรัม

ระยะเวลา

1. ระยะหยุดการวางไข่
ระยะหยุดวางไข่จะอยู่ในช่วงปลายเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ที่เป็นระยะ

หยุดวางไข่ ซึ่งระยะนี้อาจไม่จำเป็นต้องให้อาหารข้นก็ได้ เพียงให้อาหาร
หยาบพวกหญ้า และพืชผักต่างๆเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ห่านอ้วนเกินไป
ก่อนถึงระยะวางไข่
2. ระยะวางไข่

ระยะวางไข่ เป็นระยะที่ห่านต้องการสารอาหารมากขึ้นสำหรับการสร้างไข่
จำเป็นต้องให้อาหารข้นเสริมเป็นหลักนอกเหนือจากอาหารหยาบที่เป็น
หญ้า และพืชผัก

อาหาร

อาหารข้นสูตร 1
– รำข้าวหรือข้าวโพดป่น 3 ส่วน
– ถั่วเขียวหรือถั่วเหลืองป่น 1 ส่วน
– ปลาป่นหรือกากถั่ว 7 ส่วน

อาหารข้นสูตร 1
– รำข้าวหรือข้าวโพดป่น 3 ส่วน
– ปลาป่นหรือกากถั่ว 5 ส่วน
– รำหยาบ 7 ส่วน

สำหรับการเลี้ยงโดยไม่มีแปลงหญ้าหรือการเลี้ยงในคอก การให้อาหารข้น
มักให้ร่วมกับอาหารหยาบที่หามาให้ ด้วยการสับหญ้าหรือผักต่างๆเป็นชิ้นๆ
คลุกผสมกับอาหารข้น ด้วยการผสมน้ำเล็กน้อยพอให้อาหารจับตัวเป็นก้อน

ส่วนการเลี้ยงเพื่อความสวยงาม มักเลี้ยงเพียง 2-4 ตัว ที่เป็นพ่อแม่พันธุ์
เท่านั้น โดยการปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติในพื้นที่รอบบ้านหรือตามทุ่งนา ซึ่ง
ผู้เลี้ยงอาจให้อาหารที่สามารถหาได้ง่าย เช่น หญ้าหรือผักชนิดต่างๆ ร่วมกับ
การให้ห่านหากินเองตามธรรมชาติ

การกกไข่ของห่าน

1. อายุผสมพันธุ์
ห่านสามารถเข้าสู่วัยผสมพันธุ์ได้ เมื่ออายุ 5-6 เดือน แต่การเลี้ยง

เกษตรมักคัดเลือดพ่อแม่พันธุ์ เมื่ออายุตั้งแต่ 8 เดือน ขึ้นไป โดยแม่ห่าน
ที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปี ขึ้น จะเลิกใช้ผสมพันธุ์

2. อัตราส่วนตัวผู้ต่อตัวเมีย
อัตราตัวผู้ 1 ตัว ต่อตัวเมีย 3-5 ตัว

3. อัตราการวางไข่และขนาดไข่
ห่านสามารถวางไข่ได้ตลอดทั้งปีเหมือนเป็ด แต่จะหยุดการวางไข่ใน

ระยะเปลี่ยนถ่ายขน ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ปริมาณไข่ที่วางแต่
ครั้งประมาณ 8-15 ฟอง ระยะ 1 ปี จะวางไข่ประมาณ 3-5 รอบ ซึ่งในระยะ
5 ปี แม่ห่าน 1 ตัว จะวางไข่ได้ประมาณ 150-300 ฟอง หรือเฉลี่ยปีละ
ประมาณ 45 ฟอง สำหรับไข่ห่านจะมีขนาดประมาณ 140-160 กรัม

การเก็บไข่ห่าน

การเก็บไข่ห่านเพื่อนำมาฝักในโรงฟัก ควรเก็บหลังการวางไข่ตั้งแต่ 2
ชั่วโมง แต่ไม่ควรมากกว่า 10 ชั่วโมง เข้าเก็บไข่ประมาณวันละ 2-3 ครั้ง

การฟักในตู้ฟัก

– อุณหภูมิที่ใช้ในการฟักที่ 101-102 องศาฟาเรนไฮด์ สำหรับเครื่องฟักที่
ไม่มีพัดลมกวนอากาศ

– อุณหภูมิที่ใช้ในการฟักที่ 97-98 องศาฟาเรนไฮด์ สำหรับเครื่องฟักที่มี
พัดลมกวนอากาศ

– การกลับไข่ที่ 180 องศา และการนำไข่จุ่มน้ำอุ่น รวมถึงการพ่นน้ำให้แก่
ไข่จะช่วยให้อัตราการฟักเพิ่มขึ้น

การฟักแบบวิธีชาวบ้าน/หลุมจีน

เป็นวิธีการฟักไข่ห่านแบบดั้งเดิมที่คิดค้นโดยชาวจีนมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ด้วยการขุดหลุมลึกประมาณ 80 เซนติเมตร กว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร ก้น
หลุมรองพื้นด้วยแกลบ หนาประมาณ 20 เซนติเมตร ด้านข้างกั้นด้วยไม้หรือ
ลัง ถัดมา ห่างประมาณ 15 เซนติเมตร กั้นด้วยไม้หรือลังอีกชั้น โดยช่องว่าง
ของชั้นไม้ให้ใส่แกลบ และอัดให้แน่นพอประมาณเพื่อเป็นฉนวนกันความ
ร้อน แต่ละหลุมใส่ไข่ประมาณ 300-400 ฟอง ด้วยการห่อไข่ใส่ในถุงผ้า ถุง
ละ 30-40 ฟอง จำนวน 10 ถุง ด้านบนหลุมปิดด้วยฝาไม้ให้มิดชิด ระยะเวลา
ในการฟักประมาณ 10-20 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพการเก็บความร้อนของหลุม
โดยให้นำไข่ออกมากลับด้าน วันละ 2-3 ครั้ง

พื้นที่ในการขุดหลุมจำเป็นต้องเป็นพื้นที่แห้ง ดินไม่ชื้นแฉะ และมีหลังคา
กันฝน รวมถึงไข่ที่ใช้ในการฟักต้องเป็นไข่ที่มีอายุไล่เลี่ยกัน

ประโยชน์ของการเลี้ยงห่าน

1. เลี้ยงง่ายเจริญเติบโตเร็วเมื่อลูกห่านอายุได้ 10 วันขึ้นไปเปอร์เซ็นต์
การเลี้ยงรอดประมาณ 80% ใช้เวลาเลี้ยงส่งตลาดสั้นอายุประมาณ 15 สัปดาห์
ที่ใช้บริโภคได้

2. การลงทุนเนื่องจากห่านสามารถใช้ประโยชน์จากอาหารคุณภาพต่ำเช่น
พืชอาหารสัตว์ตระกูลหญ้าและตระกูลถั่วรวมทั้งวัชพืชต่างๆได้ดี

3. เลี้ยงได้ในทุกท้องที่ไม่ว่าจะเป็นที่ดอนที่ลุ่มแม้แต่ในบริเวณบ้านก็ใช้
เลี้ยงห่านได้ขอ แต่ให้มีที่กันแดดกันฝนก็เพียงพอแล้ว

4. ช่วยทำให้พื้นที่สะอาดท่านสามารถกินหญ้าหรือวัชพืชต่าง ๆ ได้เป็น
อย่างดีจึงช่วยทำให้บริเวณที่เลี้ยงสะอาด

5. มูลค่านใช้เป็นปุ๋ยสำหรับใส่ต้นไม้และพืชผักได้ 6. ช่วยเฝ้าบ้านและ
ป้องกันสัตว์ร้ายในบริเวณบ้านเช่นแมงป่องตะขาบและเป็นต้น

การคัดเลือกห่านสำหรับผสมพันธุ์

1. การเจริญเติบโต ลักษณะที่สำคัญอย่างอื่นประกอบ
2. นํ้าหนักตัว
3. เนื้อหน้าอกเต็ม 1. การเลี้ยงรอดดี
4. กระดูกลึก 2. การให้ไข่
3. การผสมติด
4. การฟักออกเป็นตัว
5. สี

การดูเพศห่านในลูกห่าน

1. ปลิ้นกันดู ซึ่งเหมือนกับวิธีดูเพศลูกเป็ดวิธีนี้สามารถดูเพศลูกห่านได้
เมื่ออายุ 1-2 วันโดยใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายกดเหนือทวารด้านบนแล้วใช้นิ้วหัว
แม่มือขวากดปลิ้นทวารถ้าเป็นลูกห่านตัวผู้จะเห็นเป็นเดือยเล็ก ๆ คล้ายเข็ม
หมุดโผล่ออกมาส่วนตัวเมียเมื่อปลิ้นกันดูไม่มีเดือยเล็ก ๆ โผล่ออกมา

2. ดูปีก เมื่อลูกห่านอายุประมาณ 3-4 วันจะสังเกตได้โดยดูปมที่ข้อศอก
ด้านในปีกถ้าเป็นลูกห่านตัวผู้ปมจะใหญ่มีสีดำลักษณะยาวรีไม่มีขนปกคลุม
มีขนาดเท่าปลายดินสอมองเห็นได้ชัดเจน แต่ถ้าเป็นลูกห่านตัวเมียจะไม่มี
ปมดังกล่าวหรือถ้ามีขนาดจะเล็กมากและมีขนปกคลุมจนมองไม่เห็น

3.ดูสีขน วิธีนี้ใช้ดูได้ในห่านพันธุ์พิลกริมและพันธุ์เอมเดนเท่านั้นคือลูก
ห่านพันธุ์พิลกริมตัวผู้จะมีสีครามอ่อน ๆ เกือบขาว แต่ลูกห่านตัวเมียจะมีสี
เทาส่วนลูกห่านพันธุ์เอมเดนตัวผู้จะมีสีขาวมากปนกับสีเทาอ่อนเพียงเล็ก
น้อยส่วนตัวเมียจะมีสีเทามากในสีขาวเพียงเล็กน้อย

การดูเพศห่านในลูกห่าน

1.วิธีดูอวัยวะเพศ โดยจับห่านวางบนโต๊ะหรือวางบนโคนขาของผู้จับให้
หางท่านออกไปจากตัวผู้จับห่านแล้วใช้นิ้วชี้ซึ่งทาวาสลินสอดเข้าไปในรูท
วารลึกประมาณครึ่งนิ้ววนรอบ ๆ ทวารหลาย ๆ ครั้งหลังจากนั้นค่อยๆกดด้าน
ล่างหรือด้านข้างของทวารหากเป็นตัวผู้อวัยวะเพศซึ่งมีลักษณะคล้ายเกลียว
เปิดจุกก๊อกจะโผล่ออกมาให้เห็น

2. วิธีฟังเสียง ในห่านที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้วท่านตัวผู้จะมีเสียงแหลม
ส่วนตัวเมียจะมีเสียงแหบ

3.วิธีดูลักษณะรูปร่าง ในท่านอายุเท่ากันห่านตัวผู้จะสังเกตได้จากลักษณะ
รูปร่างซึ่งมีลำตัวยาวกว่าคอยาวกว่าและหนากว่าอีกทั้งขนาดตัวใหญ่กว่า

อุปกรณ์ในการเลี้ยงห่าน

1. อุปกรณ์ให้น้ำ ควรใช้แบบเดียวกันกับที่เลี้ยงไก่แต่สามารถใช้งานกับ
ลูกห่านขนาดเล็กเท่านั้น เพราะห่านที่โตเต็มที่มักจะกินน้ำเยอะจึงอาจ
ทำให้เศษอาหารตกหล่นลงไปได้ ในห่านที่โตขึ้นมาหน่อยแนะนำให้ใช้
รางน้ำที่ทำมาจากท่อพีวีซีมาผ่าครึ่งแล้วนำมาวางเรียงกันเป็นแนวยาวตาม
โรงเรือน

2. อุปกรณ์ให้อาหาร รางวางอาหารจะเหมาะกับลูกห่านขนาดเล็ก โดยจะมี
ตะแกรงกั้นไม่ให้ลูกห่านแย่งอาหารกันกิน จำนวนรางอาหารควรเพียงพอ
กับจำนวนห่าน เมื่อห่านโตมากขึ้นให้ใช้ถังอาหารแบบแขวนกึ่งอัตโนมัติ
หรืออาจจะใช้อ่างดินเผาหรืออ่างปูนก็ได้

3. อุปกรณ์กกไข่ห่าน ใช้เป็นแบบกกแก๊สซึ่งจะใช้แก๊สหุงต้มเป็นเชื้อ
เพลิง ข้อดีอยู่ตรงที่ให้ความร้อนได้ดี แต่อาจต้องระมัดระวังเรื่องของอากาศ
ที่ถ่ายเทไม่สะดวกจะทำให้ห่านขาดอากาศได้ การกกไข่ห่านสามารถทำได้
อีกวิธีคือ กกฝาชี ซึ่งจะใช้หลอดไฟ 60-100 วัตต์จำนวน 5 หลอดเป็นแหล่ง
ความร้อน เหมาะกับการกกห่านจำนวนไม่มากนัก อีกทั้งยังสามารถประดิษฐ์
ขึ้นมาใช้เองได้อีกด้วย นอกจากอุปกรณ์กกเหล่านี้ ยังอาจต้องใช้แผงกั้นกก
เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกห่านกระจายตัวออกจากพื้นที่ และยังต้องการม่านบังลม
ให้ลูกห่านด้วย

2. อุปกรณ์ในการวางไข่ ในช่วงการวางไข่ของแม่ห่าน โดยทำได้ 2 แบบ
คือ รังไข่แบบไข่รวม ซึ่งแม่ห่านจะผลัดกันเข้ามาวางไข่ในรังเดียวกัน
รังไข่ประเภทนี้จะต้องปูรองรังด้วยฟาง ส่วนนังไข่อีกแบบหนึ่ง คือ รังไข่
แบบเป็นช่องเดี่ยว โดยเป็นรังที่รองรับแม่ห่านมาออกไข่ได้ประมาณ 5-6
ตัว

หลักพิจารณาการ

การเลี้ยงห่านเป็นการค้า เราทำเพื่อขายได้ใน 2 รูปแบบ คือขาย
เพื่อนำไปปรุงอาหารขายหรือเพื่อนำไปเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม
พาไปเดินเล่น จูงเล่น เอาไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ

ในไทยเราเลือกเลี้ยงห่านพันธุ์จีน เพราะมีการเลี้ยงกันแพร่
หลาย หาพ่อแม่พันธุ์ง่าย โดยมีสีขนที่เป็นสีขาว และสีขนสีเทากากี
ใช้เวลาเลี้ยงเพียง 2-3 เดือนก็สามารถได้น้ำหนักพร้อมขาย ห่าน
พันธุ์จีนจะให้ไข่ได้ปริมาณเยอะกว่าพันธุ์อื่น โดยเฉลี่ยจะออกไข่
ประมาณปีละ 50 ฟองต่อตัว และไข่มีขนาดใหญ่ โดยมีน้ำหนัก
ประมาณ 150 กรัม

การเลี้ยงเพื่อขายเป็นห่านเนื้อ ส่วนการที่จะเริ่มเลี้ยงต้องดูความ
ต้องการของตลาด อาทิเช่น ความต้องการของตลาดสำหรับห่านเนื้อ
มีความต้องการมากในเทศกาลตรุษจีน ดังนันผู้เลี้ยงจะต้องเลี้ยงล่วง
หน้าก่อนเทศกาลตรุษจีน ประมาณ 3-4 เดือนเป็นต้น แต่โดย
ทั่วไปแล้วการเลี้ยงห่านก็มีการเลี้ยงกันตลอดทั้งปี

การเลี้ยงห่านเพื่ออาชีพต้องคำนึงถึงความสมดุลย์
ของปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ๓ ประการ

๑.คำนึงถึงพันธุ์และการผสมพันธุ์ควรเลือกพันธุ์ที่ให้ผลผลิต
สูงเพื่อผลกำไรจะสูงตามมาด้วย

๒.คำนึงถึงอาหารและการให้อาหารได้สมบูรณ์โตเร็วขายได้
ราคาดีโดยเลือกอาหารที่ให้โปรตีนสูง

๓.คำนึงถึงการจัดการเลี้ยงดูโรคและตลาดคือการเลี้ยงดูที่ถูกวิธี
การปราศจากโรคและความต้องการของตลาดสูงผู้เลี้ยงถ้าคำนึง
ถึงหลัก ๓ ประการนี้จะประสบผลสำเร็จในอาชีพเลี้ยงห่าน
อย่างแน่นอนการเลี้ยงห่านเพื่ออาชีพในประเทศไทยยังไม่
เป็นที่นิยมกว้างขวางมากพอการตลาดจึงเข้ามามีความจําเป็นที่
ต้องคำนึงให้มากกว่าปกติมิฉะนั้นแล้วการเลี้ยงห่านเพื่ออาชีพ
จะไม่ประสบผลสำเร็จ

การพัฒนาต่อยอด

การเลี้ยงห่านเป็นการค้า เราไม่จำเป็นต้องเริ่มจากใหญ่โต อาจ
จะเริ่มจากการซื้อพ่อแม่พันธุ์มา 1 ชุด คือ ตัวผู้ 1 ตัวเมีย 4 ตัว ยังไม่
ต้องลงทุนเรื่องโรงเรือนใดๆ

หากพิจารณาความต้องการห่านในประเทศจีนก็จะพบว่า ปัจจุบัน
ประเทศจีนได้ผลิตห่านส่งออกสู่ท้องตลาดเพื่อตอบสนองความ
ต้องการของคนในประเทศเป็นหลักจึงไม่มีแรงกดดันในการนำเข้า
ห่าน แต่สำหรับการส่งออกไปยังต่างประเทศนั้นยังไม่มีการแข่งขัน
ของประเทศอื่น ๆ ดังนั้นทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
กระทรวงพาณิชย์จึงมีความเห็นว่า ปัจจุบันจริงอยู่ที่จีนเป็นผู้ผลิตห่าน
รายใหญ่ของโลกแต่ยังขาดการแปรรูปสินค้าห่านที่เป็นผลิตภัณฑ์
ใหม่ให้เป็นที่น่าสนใจของตลาดและยังขาดการประชาสัมพันธ์
คุณค่าทางโภชนาการของห่านให้ผู้บริโภคในต่างประเทศได้รู้จัก ผู้
ประกอบการไทยอาจจะศึกษาและออกแบบอาหารสำเร็จรูปต่าง ๆ ที่
ทำด้วยห่านของจีน เพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้ และทางก
รมปศุสัตว์เองก็มองว่าเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการไทยจะนำเข้าห่าน
ของจีนมาเลี้ยง เพราะด้วยสภาพพื้นที่ของไทยเหมาะสม วิธีเลี้ยงห่าน
ก็ไม่ได้ยุ่งยาก ใช้ต้นทุนต่ำ ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายที่
ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรชาวไทยด้วย


Click to View FlipBook Version