BIOMES ประเภทของ ปราชญากรณ์ เจะรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์
ผู้จัดทำ หวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ อ่าน นักเรียน นักศึกษา ที่กำ ลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่หาก มีข้อเเนะนำ หรือผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำ ขอน้อม รับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย คำ นำ ก หนังสือ E-book เล่มนี้จัดทำ ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่ง ของวิชาภูมิศาสตร์กายภาพเพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ ในเรื่องประเภทของไบโอมและได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อ เป็นประโยชน์กับการเรียน จัดทำ โดย นายปราชญากรณ์ เจะรัมย์ สาขาสังคมศึกษา
สารบัญ ไบโอมบนบกไบโอมในน้ำป่าดิบชื้นป่าผลัดใบในเขตอบอุ่นป่าสนทุ่งหญ้าเขตอบอุ่นทุ่งหญ้าสะวันนาทะเลทรายทุนดราไบโอมแหล่งน้ำ จืดไบโอมแหล่งน้ำ เค็มคำ นำสารบัญ ข ไบโอม กข123579111315181921
ชีวนิเวศ (biomes) หมายถึง ระบบนิเวศย่อยๆ หลายระบบที่มีองค์ ประกอบของปัจจัยทางกายภาพ (อุณหภูมิ, ปริมาณน้ำ ฝน, ความชื้น) และปัจจัยทางชีวภาพ(พืชและสัตว์)ที่คล้ายคลึงกัน โดยจะกระจายอยู่ใน ภูมิศาสตร์ต่างๆ ซึ่งสามารถจำ แนกไบโอมออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. ไบโอมบนบก ( Terrestrial biomes 2. ไบโอมในน้ำ ( Aquatic biomes) ไบโอม (biomes) 1
ใช้เกณฑ์ปริมาณน้ำ ฝนและอุณหภูมิเป็นตัวกำ หนด สามารถจำ แนกออกเป็น 7ไบโอม ดังนี้ ไบโอมบนบก ( Terrestrial biomes) 2
ป่ป่ (Trop ป่ า ป่ า ical ดิ r ดิ ain f ดิ บดิ บ orest) ชื้ชื้ ชื้ นชื้ น 3
มีอากาศร้อนและชื้น อุณหภูมิเฉลี่ย 27 องศาเซลเซียส มีฝนตกชุก ตลอดปีเกือบตลอดปี และมีความชุ่มชื้นในดินค่อนข้างสูงสม่ำ เสมอ ตลอดทั้งปี มีปริมาณน้ำ ฝนมากที่สุดเฉลี่ย 200-400เซนติเมตรต่อปี ในป่าชนิดนี้พบพืชและสัตว์หลากหลายพันสปีชีส์ จัดเป็น“ป่าที่มี ความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด” พืชที่พบ : ไม้พุ่ม พืชล้มลุก ระกำ หวาย ไผ่ เฟิร์น กล้วยไม้ สัตว์ที่พบ : สมเสร็จ แรด กระจงควาย เก้ง ช้างป่า วัวแดง บริเวณที่พบในไทย : อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี, ป่า ฮาลา-บาลา จังหวัดนราธิวาส พบได้ในบริเวณใกล้เขตเนนตรของโลกในทปอเมกากลาง ทวีปอเมริกาเอเชียตอนใและบเวณบางวนของหเกาะแปก 4
ป่ป่ ป่ า ป่ าผลัลั ลั ดลั ดใบ ในเขตอบอุ่อุ่อุ่นอุ่ (Temperate deciduous forest) 5
พืชที่พบ : ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ล้มลุก เมเปิล โอ๊ก ยูคาลิปตัส เชลท์นัท สัตว์ที่พบ : กวางเอลก์ สุนัขจิ้งจอก ตัวตุ่น บริเวณที่พบในไทย : อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัด พิษณุโลก ต้นไม้จะทิ้งใบหรือผลัดใบก่อนฤดูหนาว และจะเริ่มผลิใบอีกครั้ง เมื่อฤดูหนาวผ่านพ้นไปแล้ว พบกระจายทั่วไปในละติจูดกลาง ซึ่งมีปริมาณความชื้นเพียงพอที่ ต้นไม้ใหญ่จะเจริญเติบโตได้ดี ทั้งในเขตอบอุ่น และเขตร้อนของโลก เช่น ในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป ประเทศจีน และในประเทศไทย โดยมีปริมาณน้ำ ฝนเฉลี่ย 100 เซนติเมตรต่อปี และมีอากาศค่อน ข้างเย็น 6
ป่าประเภทไม่ผลัดใบ เป็นป่าเขตหนาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก และ“จัดเป็นสังคมสิ่งมีชีวิตบนบกที่มีขนาดกว้างใหญ่กว่าไบโอมอื่นๆ” พบในเขตละติจูดตั้งแต่ 45 – 67 องศาเหนือ ทางตอนใต้ของ ประเทศแคนาดา ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปเอเชียและ ยุโรป (Coniferous forest) ป่าสน 7
เป็นป่าประเภทเขียวชอุ่มตลอดปี มีฤดูหนาวยาวนาน มีอากาศเย็น และแห้ง ดินมีความเป็นกรดสูงไม่ค่อยมีความอุดมสมบูรณ์ ปริมาณน้ำ ฝนเฉลี่ย 25-75 เซนติเมตรต่อปี ส่วนใหญ่จะตกในฤดู ร้อน พืชที่พบ : เป็นไม้เนื้ออ่อน จำ พวกไพน์ (pine) เฟอ (fir) สพรูซ (spruce) เฮมลอค (hemlock) สัตว์ที่พบ : นกฮูกเทาใหญ่ กวางเอลก์ หมีสีน้ำ ตาล ฮันนี่แบดเจอร์ บี เวอร์ บริเวณที่พบในไทย : ป่าสนวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่, อุทยานแห่ง ชาติภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ 8
(Temperate grassland) ทุ่ทุ่ทุ่งทุ่ หญ้ญ้ ญ้ า ญ้ าเขตอบอุ่อุ่อุ่นอุ่ 9
มีไม้พุ่มที่มีหนาม มีไม้ต้นทนแล้ง และทนไฟป่า เหมาะสำ หรับการทำ กสิกรและปศุสัตว์ เพราะดินมีความอุดม สมบูรณ์สูงมีหญ้าหลายชนิดขึ้นอยู่ ส่วนใหญ่พบมีการทำ เกษตรกรรม ควบคู่ในพื้นที่นี่ด้วย พืชที่พบ : เบาบับ (baobab) กระถิน (acacia) สัตว์ที่พบ : ช้าง ม้าลาย สิงโตในแอฟริกา หมีโคลา จิงโจ้ และนกอีมูใน ออสเตรเลีย พบในทวีปอเมริกาเหนือ เรียกว่า แพรรี่ ( prairie ) ในเขตยูเรเชีย เรียก สเต็ปป์ (steppe) และในทวีปอเมริกาใต้เรียก แพมพา (pampa) มีปริมาณน้ำ ฝนเฉลี่ย 25 – 50 เซนติเมตรต่อปี มักมีฝนตกในช่วงฤดู ร้อน และแห้งแล้งในฤดูหนาว 10
(Savanna) ทุ่ทุ่ทุ่งทุ่ หญ้ญ้ ญ้ า ญ้ าสะวัวั วั นวั นนา 11
มีลักษณะเป็นป่าไม้จนถึงทุ่งหญ้าที่มีต้นไม้กระจายอยู่ห่างๆ กัน ทั้งนี้เนื่องจากความชื้นในฤดูแล้งไม่เพียงพอสำ หรับการปกคลุมของ ต้นไม้ให้เต็มพื้นที่ “ทุ่งสะวันนาในทวีปแอฟริกาเป็นพื้นที่ที่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาด ใหญ่หลากหลายสายพันธุ์มากที่สุดในโลก” พืชที่พบ : ต้นอาเคเชีย (Acacia) ต้นเบาบับ (Baobab)และหญ้า สัตว์ที่พบ : ละมั่ง ควายป่า นกกระจอกเทศ ช้าง แรด ยีราฟ สิงโต เสือดาว ไฮยีน่า บริเวณที่พบในไทย : อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัด พิษณุโลก,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จังหวัดตาก ดินในพื้นที่สะวันนามีลักษณะแห้ง แข็ง และมีฝุ่นมาก เนื่องจากฝน อาจไม่ตกเลยเป็นเวลาหลายเดือน มีอากาศร้อน ในฤดูร้อนมักเกิดไฟป่า ปริมาณน้ำ ฝนเฉลี่ย 30 – 50 เซนติเมตรต่อปี พบได้ในทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกาใต้ ทวีปออสเตรเลีย และพบ บ้างทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย 12
(Desert) ทะเลทราย 13
พบได้ทั่วไปในโลก ในพื้นที่ที่มีปริมาณฝนตกเฉลี่ยน้อยกว่า 25 เซนติเมตรต่อปี “จัดเป็นไบโอมที่มีปริมาณน้ำ ฝนน้อยที่สุด”และ บางช่วงอาจไม่มีฝนตกยาวนานถึง 8-10 ปี บางแห่งอาจมีอุณหภูมิเหนือผิวดินสูงถึง 60 องศาเซลเซียสตลอด วัน เช่น ทะเลทรายซาฮาราในอัฟริกา ทะเลทรายโซโนรันในเม็กซิโก และบางแห่งมีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น เช่น ทะเลทรายโกบีใน มองโกเลียอาจมีอุณหภูมิต่ำ กว่าจุดเยือกแข็งยาวนานในฤดูหนาว พืชมีการป้องกันการสูญเสียน้ำ โดยใบลดรูปเป็นหนาม ลำ ต้นอวบ เก็บสะสมน้ำ ดี สัตว์ส่วนใหญ่หากินกลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนในตอน กลางวัน พืชที่พบ : กระบองเพชร อินทผาลัม สัตว์ที่พบ : งู กิ้งก่า สปริงบ็อก อูฐ หมาจิ้งจอกทะเลทราย กิ้งก่า หนาม 14
(Tundra) ทุทุทุ น ทุ นดรา 15
ชั้นของดินชั้นบนลงไปจะจับตัวเป็นน้ำ แข็งอย่างถาวร จึงทำ ให้ในฤดู ร้อนน้ำ แข็งที่ละลายบริเวณผิวหน้าดินไม่สามารถซึมผ่านลงไปในชั้น น้ำ แข็งได้จึงท่วมขังอยู่บนผิวดิน ทำ ให้ปลูกพืชได้ในระยะสั้น ๆ ในช่วงฤดูหนาวสัตว์จะจำ ศีล หรือหลบอยู่ใต้หิมะและใต้ก้อนน้ำ แข็ง ส่วนพืชจะหยุดชะงักการเจริญเติบโต ชุมชนแบบทุนดราเป็นชุมชนแบบง่ายๆ ไม่ยั่งยืนและไม่สมดุล จึง ทำ ให้“พบพืชและสัตว์อาศัยอยู่น้อยกว่าไบโอมอื่นๆ” พืชที่พบ : มอส กก หญ้าเซดจ์(Sedge) และไม้พุ่มเตี้ย เช่น วิลโลแคระ สัตว์ที่พบ : กวางคาริบู กวางเรนเดียร์ กระต่ายป่าขั้วโลก หนูเลมมิง สุนัขป่าขั้วโลก นกทามิแกน นกเค้าแมวหิมะ มีฤดูหนาวค่อนข้างยาวนานฤดูร้อนช่วงสั้นๆ ประมาณ 2-3 เดือน มีหิมะปกคลุมเกือบตลอดปี อุณหภูมิในฤดูร้อนเฉลี่ยต่ำ กว่า 10 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูหนาวมีอากาศหนาวจัด อุณหภูมิต่ำ กว่าจุดเยือกแข็งยาวนานกว่า 6 เดือน ฝนตกน้อยมาก ปริมาณ หยาดน้ำ ฟ้าประมาณ 500 มิลลิเมตร ส่วนใหญ่ตกในรูปของหิมะ มีอาณาเขตตั้งแต่ละติจูดที่ 60 เหนือขึ้นไปจนถึงขั้วโลก พบทาง ตอนเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ และยูเรเซีย เช่น พื้นที่ของรัฐอะลา สก้า และไซบีเรีย 16
17
ใบโอมในน้ำ ( Aquatic biomes) สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท 18
ไบโอมแหล่ล่ ล่ ง ล่ งน้ำน้ำน้ำน้ำจืจื จื ดจื ด (Freshwater biomes) 19
เป็นแหล่งน้ำ ที่มีเกลือน้อยกว่าร้อยละ 0.1 หรือน้อยกว่า 1 ppt โดยทั่วไปประกอบด้วยแหล่งน้ำ นิ่งซึ่งได้แก่ ทะเลสาบ สระ หนอง หรือบึง กับแหล่งน้ำ ไหล ได้แก่ ธารน้ำ ไหลและแม่น้ำ เป็นต้น ช่วงรอยต่อของแหล่งดและเมมาบรรจบน เยก ว่า น้ำ กร่อย ซึ่งมักจะพบตามปากแไบโอมแหล่งน้ำ จืดจะแตกต่างจากน้ำ เค็มตรงที่ไม่มีน้ำ ขึ้นน้ำ ลง เป็นปัจจัยกายภาพสำ คัญ” มีความสำ คัญมากเนื่องจากเราต้องใช้น้ำ ในการอุปโภค-บริโภค พืชที่พบ : จอก สาหร่าย แหน สัตว์ที่พบ : หอย ปลาต่างๆ กุ้ง 20
ไบโอมแหล่ล่ ล่ ง ล่ งน้ำน้ำน้ำน้ำเค็ค็ ค็มค็ (Marine) 21
เป็นแหล่งน้ำ ที่มีเกลือเฉลี่ยร้อยละ 3.5 หรือ 35 ppt โดยทั่วไปประกอบด้วยทะเลและมหาสมุทร ซึ่งพบในปริมาณมาก ถึงร้อยละ 71 ของพื้นที่ผิวโลกและมีความลึกมาก โดยมีความลึก เฉลี่ย 3750 เมตร พืชที่พบ : ไม้โกงกาง แสม ลำ พู สัตว์ที่พบ : แมลงสาบทะเล หอยนางรม ลิ่มทะเล หอยหมวกเจ๊ก เม่นทะเล ปูลม บริเวณที่พบในไทย : หมู่เกาะพีพีและหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ , อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง 22
บรรณานุกรม WordPress.com. (2561). ไบโอมของสิ่งมีชีวิต. สืบค้นเมื่อ 31 มกราคม 2567 จาก https://lookpearssite.wordpress.com/2018/05/20/%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B9%82%E 0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0% B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8 %B4%E0%B8%95/
เรียบเรียงโดย นายปราชญากรณ์ เจะรัมย์ รหัส 66121100111 สาขาสังคมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ [email protected] Thanks