The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประเพณีพื้นบ้าน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by patchayaphonjun, 2021-07-08 02:15:26

ประเพณีพื้นบ้าน

ประเพณีพื้นบ้าน

Keywords: ประเพณีพื้นบ้าน

การศกึ ษาประเพณพี ้นื บ้านอาเภอนางรอง
โดยวธิ สี มั ภาษณใ์ นปราชญ์ชมุ ชน ของนกั เรียนช้ัน

มัธยมศกึ ษาปีที3่ /4
โรงเรียนนางรอง ปีการศึกษา2564

ด.ญ.ปรชั ญาพร แผว้ พลสง เลขท1่ี 3
ด.ญ.สธุ าสินี ศรีเนาวร์ ัตน์ เลขท1ี่ 4
ด.ญ.สุพิชญา ชิน้ ทอง เลขท1่ี 5
ด.ญ.อรฤดี เรียบเรยี ง เลขท1ี่ 6
ด.ญ.อลิสา แบร์ยวาลล์ เลขท1่ี 7

รายงานนเ้ี ป็นส่วนหนง่ึ ของการศึกษาวิชาภาษาไทยพ้นื ฐาน
รหัสวชิ า ท23101

ภาคเรียนท1่ี ปกี ารศึกษา 2564
โรงเรียนนางรอง อาเภอนางรอง จังหวัดบรุ รี ัมย์



คานา

รายงานเร่ือง ‘ประเพณพี น้ื บา้ นนางรอง‘’’ ฉบบั นี้ เปน็ สว่ นหนึ่งของวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท23101
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 มจี ดุ ประสงค์เพือ่ ศกึ ษาความรู้เกยี่ วกับการศกึ ษาประเพณีพ้นื บ้านนางรอง ซึ่งรายงานนมี้ ี
เนื้อหาเกย่ี วกับความเปน็ มาของประเพณี

การศึกษาค้นควา้ เร่ือง ‘‘ประเพณีพื้นบา้ นนางรอง’’ เลม่ นีไ้ ด้วางแผนดําเนนิ งานการศกึ ษาคน้ คว้าเป็น
ระยะเวลา 2 อาทิตย์ ศึกษาจากผรู้ ู้ผ้ชู ํานาญและเว็บไซต์ต่างๆ

การจัดทํารายงานฉบบั นสี้ าํ เร็จตามวตั ถไุ ปได้ดว้ ยดี ขอขอบพระคณุ คุณครูดวงพร พนั ธ์พิทกั ษ์ ที่ทา่ น
ไดใ้ หค้ าํ แนะนาํ การเขยี นรายงานจนทาํ ใหร้ ายงานฉบับน้สี มบรู ณ์ไดด้ ้านแผนปฏิบัติ ศึกษา การเรียบเรียงเน้ือหา
การเขียนบรรณานกุ รมไดส้ าํ เรจ็ ลุลว่ งไปดว้ ยดี ขอขอบพระคณุ ผู้ใหค้ วามรู้ทใ่ี หโ้ อกาสได้ศึกษาคน้ ควา้ หวังวา่
เนื้อหาในรายงานฉบับน้ที ่ีได้เรยี บเรยี งมาเป็นประโยชน์ตอ่ ผู้สนใจเป็นอย่างดี หากมีสง่ิ ใดในรายงานฉบับนี้
จะต้องปรบั ปรงุ ขอนอ้ มรบั ในขอ้ ชแี้ นะและนาํ ไปแก้ไขหรือพัฒนาให้ถูกต้องสมบูรณ์ต่อไป

คณะจดั ทํา
15 มถิ ุนายน 2564



กิตติประกาศ

โครงงานนีส้ าํ เร็จได้ด้วยความกรุณาชว่ ยเหลือแนะนําให้คําปรึกษา ตรวจสอบแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ด้วย
ความเอาใจใส่อยา่ งดยี ่งิ จากคุณครูดวงพร พันธ์พทิ ักษ์ ครูผสู้ อนรายวชิ าภาษาไทย ผู้เขียนขอกราบพระคุณ
อย่างสูง

ขอขอบใจเพ่ือนๆ ทไี่ ด้ชว่ ยเหลอื สมัครสมานสามัคคีช่วยกนั ทาํ งานจนสําเร็จเสรจ็ ลุล่วงไปได้ด้วยดนี อกจากนย้ี งั
มผี ูใ้ ห้ความรว่ มมืออีกหลายท่านซึง่ ผเู้ ขยี นไม่สามารถกล่าวนาํ ทน่ี ไี้ ดห้ มดจึงขอขอบพระคุณทุกทา่ นเหล่านัน้ ไว้
ณ โอกาสนด้ี ว้ ย

ท้ายสดุ นี้ผจู้ ัดทําหวงั เปน็ อย่างยิ่งวา่ โครงงานนี้จะเปน็ ประโยชนต์ ่อการศึกษาการของผทู้ ี่สนใจตอ่ ไป

คณะจดั ทํา
17 มิถุนายน 2564

สารบญั ค

เรอ่ื ง หนา้
คานา ก
กติ ติประกาศ ข
สารบัญ ค
ความหมายความสาคญั และการอนรุ ักษ์ของประเพณไี ทย 1
ประเพณีพ้นื บ้านนางรอง 4
ไหวศ้ าลเจ้าพ่อหลักเมืองนางรอง 4
ประเพณบี ายศรีสขู่ วัญขาว 5
ก่อเจดยี ท์ ราย 11
ตักบาตรเทโว 12
เวียนเทียน 14
บรรณานุกรม 17
ภาคผนวก 18

1เ11

ความหมายและความสาคัญของประเพณีพื้นบ้าน

พจนานกุ รมภาษาไทยฉบับบัณฑติ ยสถาน ได้กําหนดความหมายของคําว่า ประเพณีไทย ไว้ ว่า ขนบธรรมเนียม
แบบแผน ซ่ึงสามารถแยกคําต่างๆ ออกได้เป็น ขนบ มีความหมายว่า ระเบียบแบบอย่าง ธรรมเนียมมี
ความหมายวา่ ท่ีนิยมใชก้ นั มา และเม่อื นํามารวมกนั แลว้ ก็มีความหมายวา่ ความประพฤติท่คี นส่วนใหญ่ยดึ ถือ
เป็นแบบแผน และไดท้ ําการปฏบิ ตั สิ บื ตอ่ กนั มา จนเปน็ ตน้ แบบทจี่ ะให้คนรุน่ ตอ่ ๆไปไดป้ ระพฤตปิ ฏบิ ัตติ ามกัน
ต่อไป

เราอาจสรปุ ใหเ้ ข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า ประเพณีไทย หมาย ถึง กิจกรรมทีม่ ีการปฏบิ ัติสบื เนือ่ งกนั มาจนกลายเปน็
เอกลกั ษณ์ เปน็ กฎระเบียบในการประพฤตปิ ฏิบตั ติ น และมีความสาํ คญั ต่อสังคมจนส่งอทิ ธพิ ลต่อสังคมในด้าน
ต่างๆเชน่ การแต่งกาย ภาษา วฒั นธรรม ศาสนา ศลิ ปกรรม กฎหมาย คุณธรรม ความเชือ่ ฯลฯ

ประเพณขี องไทยนัน้ ให้ความสําคัญในการปฏบิ ัติตนในชวี ติ ประจาํ วนั เชน่ มารยาทในห้องรับประทานอาหาร
การใหค้ วามสาํ คญั กับผู้อาวุโส ผนู้ ้อยตอ้ งรจู้ ักสัมมาคารวะให้ความเคารพผใู้ หญ่ ประเพณีจงึ เรียกไดว้ ่าเปน็ วิถี
แหง่ การดาํ เนนิ ชีวติ ของสังคม ท่ีรับเอาอิทธพิ ลมาจากส่ิงแวดลอ้ มภายนอกทเี่ ข้าสสู่ งั คม รับเอาแบบปฏิบัติท่ี
หลากหลายเข้ามาผสมผสานในการดาํ เนนิ ชวี ิตโดยเฉพาะศาสนา ซ่งึ มอี ิทธพิ ลตอ่ ประเพณีไทยมากทสี่ ุด วัดวา
อารามตา่ งๆ ในประเทศไทยสะท้อนให้เหน็ ถึงอิทธิพลของพุทธศาสนาทม่ี ตี ่อสงั คมไทยและชใี้ ห้ เห็นว่าชาวไทย
ใหค้ วามสําคญั ในการบํารุงพทุ ธศาสนาดว้ ยการสรา้ งศลิ ปกรรมทงี่ ดงาม เพ่ือใช้ในพิธกี รรมทางศาสนาตัง้ แต่
โบราณกาล อยา่ งไรกด็ ีอิทธิพลจากศาสนาอน่ื เช่น ศาสนาพราหมณ์ และ การอพยพของชาวต่างชาตเิ ช่น คน
จีนกม็ ีอิทธพิ ลของประเพณไี ทย

ประเพณไี ทยนนั้ สามารถแบง่ ออกเปน็ สามสว่ นใหญ่คือ ภาษา, ศิลปะ และประเพณี

ภาษาไทย เป็น ภาษาประจําชาติของคนไทย ตวั อักษรของภาษาไทยถูกสรา้ งขนึ้ ในสมัยพ่อขนุ รามคําแหงใน
พ.ศ.1826 ตวั อักษรของภาษาไทยไดร้ ับอทิ ธิพลมาจากภาษาบาลี และสันสกฤต อีกท้ังยังไดร้ ับไดร้ ับอิทธพลมา
จากภาษาต่างๆ ทว่ั โลกเช่น บาลี, ขอม, มาเล, ภาษาองั กฤษ, ภาษาจนี ทาํ ให้ภาษาไทยมกี ารเปล่ียนแปลงทลี ะ
เลก็ ทีละน้อยจนถงึ ปัจจุบัน

ศิลปะไทย น้นั ได้รับอิทธพิ ลอย่างสงู จากพระราชาและชาววังครั้งแต่โบราณ และส่วนมากจะมคี วามเกยี่ วข้อง
กบั ศาสนา เช่น ศิลปะการสร้างภาพวาดฝาหนงั ท่ีบอกเลา่ เรือ่ งราวตา่ งๆ และพิธีกรรมทางศาสนา การสรา่ ง
ส่ิงกอ่ สร้างในทางพระพทุ ธศาสนาเช่น เจดีย์, วดั , หรอื สถปู ซ่งึ เป็นจุดศนู ยก์ ลางในการทํากจิ กรรมต่างๆ ของ
ชุมชน เชน่ การจัดงานประจําปี นอกจากน้ีแล้ววดั ยงั เป็นสถานทเ่ี รียนหนังสือกับเยาวชนและประกอบพธิ กี รรม
ทาง ศาสนา ส่วนสถปู และเจดยี ์ ถูกสร้างขนึ้ ขึ้นเพื่อบรรจุอัฐขิ องพระพทุ ธรูป หากบรรจุพระบรมสารีริกธาต
ของ พระพทุ ธเจ้าหรอื ของพระมหากษัตริย์น้นั กจ็ ะเรยี กว่าธาตุเจดยี ์ และยงั เป็นคตใิ ห้รําลึกถงึ ความเชื่อใน

22

ศาสนาพทุ ธทว่ี ่าสังขารของคนนั้นไมเ่ ทย่ี งแท้ เม่ือมีการเกดิ ก็ย่อมตอ้ งมวี นั แตกดบั ได้เปน็ ไปตามปัจจยั ของโลก
คนไทยมปี ระเพณสี รา้ งเจดยี ์เอาไวใ้ นวัดมาต้ังแต่สมยั โบราณเพื่อเตือนใจคนใน สังคมไมใ่ หท้ าํ ความช่ัว และ
หมนั่ สรา้ งความดเี พ่อื เป็นประโยชน์ตอ่ ตนเองและสงั คมในภพนี้และภพหน้า

ประเพณไี ทย แสดง ให้เหน็ ถึงการดํารงชวี ติ ที่สอดประสานกับฤดูกาลและธรรมชาติอยา่ งชาญฉลาดของชาว
บ้านในแต่ละทอ้ งถน่ิ ท่วั แผน่ ดนิ ไทย และความผูกพันกับความเชื่อและ พุทธศาสนาเชน่

ภาคเหนือ ประเพณบี วชลกู แก้วของคนไตหรือชาวไทยใหญ่ทจี่ ังหวัดแม่ฮ่องสอน

ภาคอีสาน ประเพณบี ุญบ้งั ไฟของชาวจังหวดั ยโสธร

ภาคกลาง ประเพณีทําขวัญข้าวจงั หวดั พระนครศรีอยุธยา

ภาคใต้ ประเพณแี หผ่ ้าขึ้นธาตุของชาวจงั หวัดนครศรีธรรมราช เปน็ ต้น

วฒั นธรรมประเพณีไทยของชาตลิ ว้ นเปน็ สว่ นหนง่ึ ของอารยธรรมของไทย เป็นสิง่ ที่แสดงถึงแนวความคิด ความ
เชือ่ และสะท้อนใหเ้ ห็นถึงวถิ ีการดําเนนิ ชวี ิตความเป็นมาในอดีต ซ่ึงมีความสําคัญพอสรปุ เป็นสังเกตได้
ดังตอ่ ไปนี้

1.พระ พุทธศาสนา และพราหมณร์ วมทัง้ พิธีกรรมต่างๆ ที่ปฏิบัตสิ บื ทอดกันมานนั้ มีอทิ ธพิ ลต่อขนบธรรมเนียม
ประเพณไี ทย ในดา้ นความเชื่อในเรือ่ งของความเปน็ สริ ิมงคลแกช่ ีวิต

2.เป็น เคร่ืองเตอื นจิตใจ ใหร้ ู้จกั เป็นผมู้ ีความเสยี สละ และความรักความสามัคคี ซง่ึ จะเหน็ ไดจ้ ากงานบญุ ต่างๆ
ทต่ี ้องใช้การรว่ มมือ รว่ มแรงร่วมใจกันจงึ จะประสบผลสาํ เรจ็ เชน่ พิธีขนทรายเขา้ วัด การกอ่ พระเจดยี ์ทราย
เปน็ ตน้

3.มารยาทไทย เป็นขนบธรรมเนยี มประเพณีไทยอันเป็นเอกลกั ษท์ ส่ี ําคัญอยา่ งหน่ึง ซ่ึงแสดงถงึ ความอ่อนน้อม
ถอ่ มตน และการมีสัมมาคารวะ

4.ขนบธรรมเนยี มประเพณีไทยทาํ หน้าทีเ่ ปน็ เครือ่ งกําหนดควบคมุ พฤติกรรมให้คนไทยอยใู่ นกรอบทดี่ ีงาม

5.ขนบ ธรรมเนียมประเพณี สามารถบ่งบอกถงึ ความเป็นมาของชาติ ถึงแมป้ ระเพณจี ะแตกต่างกนั ในแต่ละ
ทอ้ งถ่นิ แต่กแ็ สดงถึงความเป็นอันหนงึ่ อันเดียว เปน็ ชนชาตเิ ดียวกัน

3

การอนรุ ักษ์วัฒนธรรมไทยและประเพณีไทย  

การอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมไทยให้ดาํ รงอย่สู ืบไปจําเปน็ ตอ้ งอาศัยความรว่ มมอื จากคนไทยทกุ คน ซงึ่ มหี ลายวธิ ีการ
ด้วยกัน ดงั น้ี

 การรวบรวมขอ้ มลู วัฒนธรรมต่างๆ ทงั้ จากคนในทอ้ งถน่ิ และเอกสารทีไ่ ด้มีการบึนทึกไว้ เพือ่ นาํ มา
ศึกษา วิจัยให้เข้าใจถงึ แก่นแท้ เอกลักษณ์ และคุณประโยชน์ของวฒั นธรรมน้นั ๆ ซง่ึ จะช่วยให้คนรนุ่
ใหม่เกดิ การยอมรับ และนําไปปรบั ใช้กับชวี ิตยุคปจั จุบันได้

 ส่งเสรมิ ใหเ้ ห็นคุณค่าของประเพณไี ทย โดย เฉพาะประเพณใี นท้องถิน่ ให้คนในท้องถนิ่ ตระหนักถึง
เอกลกั ษท์ างวัฒธรรม ซึง่ จะทําให้เกดิ ความมั่นใจและสามารถปรบั ตัวเข้ากบั ความเปล่ียนแปลงจากวฒั
ธรรมอนื่ ๆทีเ่ ข้ามาได้

 การรณรงค์เพ่ิอปลกู ฝงั จิตสานกึ ความรับผิดชอบในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมให้กบั คนไทยทุกคน
เพอ่ื ใหต้ ระหนักถึงความสําคัญ ของวฒั นธรรมวา่ เป็นเรื่องทีท่ ุกคนต้องรบั ผิดชอบรว่ มกัน รวมทงั้
ภาคเอกชนต้องร่วมกันในการส่งเสรมิ สนบั สนนุ ประสานงานการบรกิ ารความรู้ วชิ าการ และทุน
ทรัพยส์ ําหรับจดั กจิ กรรมทางวฒั นธรรมให้กับชมุ ชน

 สง่ เสรมิ ให้ใชศ้ ลิ ปะวฒั นธรรมเปน็ ซ่ือกลาง ในการสรา้ งความสัมพันธร์ ะหวา่ งกนั ทงั้ วัฒนธรรม
ภายในประเทศ ระหวา่ งท้องถ่ินตา่ งๆและระหว่างประเทศ

 ปลกู ฝังทศั นคตวิ า่ ทกุ คนมีหน้าทีเ่ สริมสรา้ ง ฟื้นฟู และการดแู ลรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
และทางวฒั นธรรมทเ่ี ป็นสมบัติของชาติ ให้ทุกคนเกดิ ความเข้าใจวา่ สิ่งเหลา่ น้ีมผี ลโดยตรงของความ
เป็นอยขู่ องทุกคน

 สร้างศนู ยก์ ลางในเผยแพร่ประชา สมั พนั ธ์ผลงานทางด้านวฒั นธรรม ด้วยระบบเครื่อขา่ ยสารสนเทศ
เช่นเวบไซต์ เพ่อื ใหป้ ระชาชนเข้าถึงได้งา่ ย สะดวกรวดเรว็ และสามารถปรับเปลี่ยนใหเ้ หมาะสมกบั
การดาํ เนนิ ชวี ติ ไดง้ า่ ย อยา่ งไรก็ดสี ่อื มวลชนควรมบี ทบาทในการสง่ เสริม และสนับสนนุ งานดา้ น
วฒั นธรรมมากยงิ่ ขึ้นดว้ ย

4

ประเพณีพื้นบ้านนางรอง

ไหว้ศาลเจ้าพอ่ นางรอง

เจา้ พอ่ หลกั เมืองนางรองเป็นสิ่งศกั ดสิ์ ิทธ์คิ ูบ่ ้านค่เู มือง เป็นทสี่ กั การะและเปน็ ท่ีพง่ึ ทางใจของชาวนางรองมา
เปน็ เวลาชา้ นาน ชาวเมอื งนางรองจะให้ความเคารพนบั ถือเจ้าพ่อหลกั เมืองเปน็ อย่างมาก ประชาชนส่วนใหญ่
จะมากราบไหว้สักการะขอพร หรือบนบานศาลกลา่ วต่อเจ้าพอ่ หลักเมอื งนางรอง ขอให้ทํามาคา้ ขายดี และอยู่
เย็นเปน็ สุขซึ่งจะไดร้ บั ความสมหวังกนั ทุคน

เจ้าพ่อหลักเมืองนางรองเปน็ เสมือนเจา้ ที่คอยดูแลปกปักรักษา และคุ้มครองชาวเมืองนางรองให้ปลอดภัยจาก
ภยั อันตรายท้ังหลายทัง้ ปวง ศาลเจา้ พ่อหลกั เมืองจึงเปน็ ทเ่ี คารพบูชา และเป็นท่ียดึ เหนย่ี วจติ ใจของคนทวั่ ไป
ดังน้ันทกุ ๆปีในช่วงกอ่ นตรุษสงกรานต์ ชาวนางรองจะร่วมมือร่วมใจกนั จดั งานเลยี้ งใหญ่ และเขา้ ทรงเจ้าพ่อ
หลกั เมอื งนางรอง จนถือเปน็ ประเพณปี ฏิบตั ิเทา่ ทกุ วันน้นี อกจากนย้ี ังท่ปี ระเพณีที่ถอื ปฏิบตั ิขนึ้ อีกหลายอยา่ ง
เชน่ การเซ่นไหวเ้ จ้าพ่อหลกั เมืองในช่วงสารทจนี ตรษุ จนี รวมถงึ การจดั ให้มีการแสดงงิ้วถวายเจ้าพ่อในช่วง
เดอื น 12ของทกุ ๆปี ครัง้ ละประมาณ 3-5 วนั โดยจะเชิญองค์เจา้ พ่อหลักเมอื งไปประทบั ณ ศาลชัว่ คราวสนาม
หนา้ ท่ีว่าการอําเภอนางรองการแสดงงิว้ ถวายเจ้าพ่อหลกั เมืองนางรอง เร่ิมมีข้นึ ครง้ั แรกประมาณปี 2500 โดย
มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือเป็นการฉลองเจา้ พอ่ หลกั เมือง เพ่ือกระตุ้นใหเ้ กิดการจบั จ่ายใชส้ อยซงึ่ การค้าขายในช่วงน้จี ะ
คลอ่ งตวั มาก และเพ่ือหารายไดเ้ ป็นกองทุนเจา้ พอ่ หลกั เมือง โดยนําไปใช้จา่ ยให้เกดิ ประโยชน์ เช่น ชว่ ยเหลือ
ผปู้ ระสบภัย ชว่ ยเหลือสาธารณกุศล เป็นทนุ การศึกษา และช่วยเหลืองานต่างๆ

5

ประเพณีบายศรสี ่ขู วญั ขา้ ว

การส่ขู วญั ข้าวเปน็ การบูชาแม่โพสพผู้บันดาลใหข้ ้าวกลา้ แก่คนทั้งหลาย การทําขวญั ขา้ วเร่ิมกนั วา่ จะให้ผลติ ผล
ดี กินไม่เปลืองม่ังมลู พนู สุข อีกอย่างหนึ่งการทําขวัญขา้ วเป็นการแสดงกตัญญูกตเวทีของประชาชนทมี่ ีต่อเทพ
ยาดาฟา้ ดิน การทาํ ขวัญขา้ วหรือประเพณีฮอ้ งขวญั ขา้ วจงึ เป็นสิง่ ที่ควรศกึ ษาต่อไป
การทาํ ขวญั ขา้ วและการเลี้ยงผโี ตผ้ นี า

การทําขวัญข้าว ทาํ กนั หลายแบบแลว้ แตก่ ารได้รบั การถา่ ยทอดทางประเพณีการสู่ขวญั ขา้ วหรือการ
ทําบญุ ขา้ วมวี ธิ กี ารดังน้ี
อุปกรณ์
- เสอื่
- หมอน
- ขา้ วสุก
- ไกต่ ้ม
- ขนม กล้วย ผลไม้
- หมาก
- เมยี่ ง
- บุหร่ี
- นา้ํ ดมื่
- แว่น (กระจก)
- หวี
- แปง้ ของหอม

6

- นา้ํ มันทาผม
โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์ เพือ่ สู่ขวัญพระแม่โกสก หรือ โพสพ เล้ียงผีโตผ้ นี าและส่ขู วญั ขา้ วของชาวบา้ นบางแห่งทาํ
แบบง่ายๆ ดังนี้

1. การบูชา แมโ่ กสก หรือ โพสพ
- เหล้า 1 ไห
- ไขต่ ม้ 1 คู่
- กล้วย 1 ลกู
- ขนมหรือขา้ วตม้
- ดอกไม้ ธปู เทียน

การทํากระทงใหญป่ ระมาณ 1 คบื ใสว่ ตั ถุเหล่าน้แี ลง้ นาํ ไปวางไวท้ ี่ค้างสังเวยแมโ่ พสพจุดใดจุด
หน่งึ ในนาของตน

2. การบูชา แม่ธรณี ผีโต้ง ผนี า
-เหลา้
-ไก่ต้ม
- ข้าวสุก
- ข้าวต้ม
- ขนม
- ผลไม้

นาํ ไปสังเวยบรเิ วณทช่ี าวนาตงั้ ไวส้ ําหรบั ผโี ต้งผนี า บชู าแมธ่ รณี

7

คาสังเวยแม่โพสพและสู่ขวัญข้าวมดี ังนี้

ศรีสวัสดี สทิ ธโิ ยค อมริสโชคจอมไชยา

ในวันน้กี ็เปน็ วนั ดี สรีมหาลาภ

เปน็ วันปราบแพ้ ชนะขา้ เศิกศตั รู

เป็นวนั ไชยชูโชคฟ้า เป็นวันกลา้ และยอดพยาวนั

ในวันนี้กเ็ ป็นวัน ดตี ถิ ใี สงามบ่เศรา้

นักขตั ฤกษ์เข้าบัวระมวล ในวนั นี้ก็เปน็ วันดี

ก็ควรขา้ เรียกร้อง เอาขวญั ข้าววา่ มามา

สามสิบสองขวญั แหง่ นางหนมุ่ เหนา้ แมโ่ กสก ฯลฯ

มที ังข้าวตม้ ลกู กลม มที ้งั ข้าวหนมลกู หนอ้ ย

มที ังกัทลกี ลว้ ยอ้อย และไกต่ ้มคงู่ ามดี

มีทังเหล้ากาสเี ด็ดเมามิ่งเทศ เคร่อื งวิเศษสมดี

ใสงามสะหรี่บ่ช้า อนั ผ้แู ตง่ ไว้ถา้

นางหนอ่ หลาแมโ่ คสก ข้าจงึ่ จกั ยกว่าบญุ ข้าวนน้ี าใหญ่

มคี ุณแทใ้ ช่บด่ ี ในทวารวดลี มุ่ ฟ้า

ไผบ่ว่าเหมือนขา้ น้สี ักคน ขา้ นแ้ี ก่วนคบคําขวัญข้าว

หอ้ื มาท่นุ เท้าม่ังมลู มี ข้านแ้ี กว่ นคบคําขวัญข้าว

ห้ือมาอย่เู ล่าพนั ปี ขา้ นีแ้ ก่วนคบคําขวัญข้าว

หม่นื ปขี า้ บ่หือ้ นางไปทางใด ร้อยปีบอ่ หื้อนางไปทางอื่น

นางหน่มุ เหน้าหนไี ปอยู่ห้องสวรรค์ชนั้ ฟา้ มาเทอะนางเหยขวญั ข้าวเปน็ เจ้า

ก็หื้อนางเสดจ็ อวา่ ยหน้าลงมา แดเ่ ทอะ

8

ยมั พทุ ธเสฏโฐ ปริวัณณยี่ สจุ ๋ิง
สมาธมาคจั เฉยฺย ธัญญะ ธญั ญา อคั คสาหีติ
วตั ตัพโพ โมนามา ธัญญะวตั ติ สวาหุม

เคร่ืองบน (เคร่ืองบวงสรวง) แบบเต็มรปู
๑. พาน
๒. เสื่อ
๓. ซิน่ ไหมหรือผ้าไหม
๔. ซอ้ ง
๕. กระจก
๖. หวี
๗. เกยี้ วแขนหรอื กําไล
๘. ปน่ิ เกลา้
๙. ลานหู
๑๐.แหวน
๑๑. มา้ ว ปลอกแขน
๑๒. สรอ้ ย สายคอ
๑๓. สงั วาล
๑๔. บายศรนี มแมว
๑๕. ปลาขาวปิง้
๑๖. เทียน
๑๗. ไก่ตม้
๑๘. เหลา้

9

เครื่องบูชาครอู าจารยท์ ่ีทาพิธี
- เทยี น
- พล
- หมาก
- เทยี นเลม่ บาท
- เบี้ย
- สุราข้าว
- เงนิ
วธิ กี ารสู่ข้าวขวญั

การสูข่ วญั ขา้ วหรอื บูชาแม่โพสพนั้นเป็นการขอบคุณแมโ่ พสพท่ไี ด้ชว่ ยเหลือในการผลิตเมลด็ ข้าวตลอด
ถึงการดูแลรกั ษาใหข้ ้าวกล้างอกงามอกรวงให้ผลเป็นท่นี า่ พอใจชาวนาจึงทาํ การสักการบูชา แต่เรยี กอยา่ ง
ชาวบ้านวา่ สูข่ วัญขา้ วหรือ ฮ้องขวญั แมโ่ พสพ การทําแบบนเ้ี ป็นความเช่ือซ่ึงสืบต่อกนั มาว่าแมโ่ พสพเป็นธิดา
ผ้รู กั ษาธัญชาติ คือ ข้าวกลา้ นางเป็นเพื่อนแก่มนุษย์ทง้ั หลายให้ความสวสั ดีแกผ่ ู้คนมาชา้ นาน ด้วยเหตนุ ้ี
ชาวบา้ นชาวเมอื งท้งั หลาย มีความซาบซง้ึ ในตัวแม่โพสพจงึ ทําการสขู่ วญั ใหน้ างมคี วามสขุ และเบิกบานใจ
เครื่องพิธี
๑. เครอ่ื งแตง่ ตัวของหญงิ มีผ้าซิน่ เสื้อ เขม็ ขัด กระจก หวี แป้ง กระแจะจนั ทน์ ถือวา่ แม่โพสพเป็นเทพธดิ า
สาวจะต้องมเี ครอื่ งประดับเหลา่ นจี้ งึ ทาํ เปน็ เคร่ืองสกั การะแกน่ าง
๒.ขนั ดอกไม้คือ พานใส่ดอกไมธ้ ูปเทยี น
๓.ข้าวสกุ ซ่งึ นงึ่ หรอื หุงจากข้าวใหม่ในวันนัน้
๔. ไก่ต้ม ๑ คู่ พร้อมเคร่ืองใน
๕. เหล้า ๑ ไห
๖.พานใสค่ ัมภรี ์บางทเ่ี รยี กว่าปั๊บสาอัญเชิญแมโ่ พสพ
๗. หมอน ผา้ หม่ และทน่ี อน

10

พิธที า

ฟเู สื่อในบรเิ วณตาราง คือ ลานนวดข้าวแล้วนาํ ของท่ีตรยี มไว้วางบนสือ่ จนเป็นทเี่ รยี บร้อย ปอู่ าจารย์จะให้
เจา้ ของนาชายหญิง จดุ รูปเทียนชาแม่โพสพแลว้ ปูอาจารย์กล่าวคําบวงสรวงสังเวยจนจบใช้เวลาประมาณครง่ึ
ชว่ั โมง แลว้ รอยปู่ ระมาณ ๑๕ นาทีจิค่อยลาเร่ืองสังเวยและเก็บไปแบง่ บรโิ ภคเพื่อสวสั ดมิ งคลต่อไป

การนําขา้ วมาใสย่ ุง้ ซึง่ ทางภาคเหนอื เรียกว่าหลองข้าว นน้ั วธิ ที ําดังน้ี

๑. ทําห้งิ บชู าไวบ้ นยงุ้ ขา้ วตรงมุมใดมุมหน่ึงดา้ นหนา้ ของยุ้งขา้ ว

๒. เตรยี มดอกไม้ธปู เทยี นใส่พาน เพอ่ื จะอัญเชญิ แม่โพสพมาเผา้ หลองขา้ ว

๓. เอาดอกไม้ใส่แจกันเพอื่ สักการะประจําบนยุ้งขา้ ว

๔. นํากระทงหรือควักใส่ข้าวสุก ขนม ผลไม้ เพอ่ื จะไดอ้ ัญเชิญแม่โพสพมารับเครื่องสังเวย

๕. เตรียมนา้ํ ต้น(คนโทหรอื น้ําบรสิ ุทธ์ิต้ังไวใ้ หแ้ มโ่ พสพ

วิธบี ูชา

พ่อบ้านหรือปอาจารยก์ ลา่ วคําโวหารอญั เชิญแมโ่ พสพมาอยู่ ณ หลองข้าวหรอื ในยุง้ ข้าว ด้วยคําว่าขา้ แตแ่ ม่
เทพธดิ าโพสพ ผ้ใู หบ้ งั เกิดอาหารขา้ วเปลอื ก บดั น้ีข้าทัง้ หลายขา้ อญั เชิญเจ้าเข้ามาอย่ยู ังหอปราสาทหลงซ้ําและ
มารบั เอาเครือ่ งสังเวยชาแล้วขอมาพทิ ักษร์ ักษาขา้ วของให้มง่ั มูลหนุ่ ให้ชว่ ยได้ลดจากเยีย ให้อยดู่ ี กินหวาน สุข
บานหวานชนื่ ตลอดปแี ต่เทอะ เมื่อกล่าวคําสงั เวยเชญิ แล้วก็ใหผ้ ูห้ ญิงเป็นผ้นู ําขา้ วเปลอื กใส่เป้ียดหรือตวงนําเข้า
ไว้ในยุ้งหรอื เยยี ๒ - ๓ หาบพอเปน็ พิธี

ในขณะท่ีหญิงนําข้าวขน้ึ ไวน้ ั้นใหผ้ ู้ชายลงจากหลองทงั้ หมด ช่ือกันวา่ แมโ่ พสพเปน็ สาวหากถกู ต้อง

กับชายจะเกิดความโกรธข้นึ และจะไมเ่ ป็นมงคลดังคํากลา่ วสงั เวยว่า

แมโ่ พสพ นมเตม็ อกตงั้ เต้า เชญิ แม่เจา้

มาชม เสวยรมย์เรงิ ร่นื ช่นื เชยขา้ วน้ําอาหาร

แลว้ มาอภบิ าลของข้า ห้ืออยเู่ ทย่ี งเท้าที่มา ฯลฯ

จะเห็นได้ว่าประเพณีเก่ียวเนอ่ื งในงานเกษตรมีพธิ กี รรมและเคร่ืองสกั การะหลายขน้ั ตอน ความหมาย
ของพธิ ีจะให้ความสําคัญต่อพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะข้าวเป็นสําคญั จงึ มีความตอ้ งการใหส้ ง่ิ สักสิทธ์
ทงั้ หลายชว่ ยบันดาลให้ฝนตกตามฤดูกาล เพ่ืออาํ นวยพชื ผลเจริญงอกงามดารเซ่นไหวบ้ วงสรวงด้วย เคร่ือง
สักการะจึงเกิดข้ึนตามศรทั ธา และความปรารถนาดงั กล่าว แมส้ งั คมจะเปล่ียนแปลงไป แตศ่ รทั ธา และความ
เช่ือ ยงั คงปรากฏสืบทอดมาจนทกุ วันน้ี

11

ประเพณกี ่อเจดยี ท์ ราย

ประเพณกี ่อเจดีย์ทราย เปน็ ประเพณีท่ีสาํ คัญประเพณหี นึ่งท่ีจดั ข้ึนในชว่ งเทศกาลสงกรานต์ของชาวไทย ซึ่ง
เกีย่ วขอ้ งกับพระพุทธศาสนาโดยตรง โดยคนไทยผูกโยงกับคติความเชื่อเร่ืองเวรกรรมในพระพุทธศาสนา มีการ
ก่อเจดีย์ทรายถวายวัดเพื่อนําเศษดินทรายทต่ี ดิ เท้าออกจากวดั ไปมาคนื วดั ในรปู ของเจดีย์ทรายและเพือ่ ถวาย
เป็นพทุ ธบชู าใหเ้ ป็นกุศลอานิสงส์ และยังเป็นกุศลโลบายของคนไทยในอดตี ใหม้ ีการรวมตัวของคนในชมุ ชน
เพ่ือรว่ มกนั จัดประเพณรี ืน่ เริงเปน็ การสรรคส์ รา้ งความสามัคคีของคนในชุมชนด้วย ประเพณีก่อเจดีย์ทราย
เนอ่ื งในวันสงกรานต์ ของบา้ นมาบอาํ มฤต ตําบลดอนยาง ซึ่งสํานักงานเทศบาลตาํ บลมาบอํามฤตรว่ มกับวดั
มาบอํามฤตสนบั สนุนงบประมาณในการจดั กจิ กรรมประกวดกอ่ เจดีย์ทรายขน้ึ ทุกปี เพ่ือสบื สานวัฒนธรรม
ประเพณอี ันดีงามของไทย สร้างความรัก ความสามัคคขี องคนในครอบครัว ชมุ ชน และในสมัยก่อนเม่ือเราเข้า
วัด เดินเขา้ ออกจากวดั อาจมีเมด็ ทรายทีต่ ิดไปกบั รองเท้า การก่อเจดียท์ รายส่วนหนงึ่ เพื่อใหเ้ ราได้ทาํ บญุ ดว้ ย
การขนทรายเขา้ วัด เพ่ือประโยชน์เกื้อกูลต่อพระพุทธศาสนา แล้วยงั เพม่ิ ความรัก ความอบอนุ่ ในครอบครวั ที่ได้
ร่วมใจกนั ประกอบกจิ อนั เปน็ กศุ ล จึงจดั ใหม้ ีการประกวดเจดยี ท์ รายกนั ทุกปี

12

ประเพณตี ักบาตรเทโว

ประวัติการตักบาตรเทโว

การตักบาตรเทโวเป็นประเพณที สี่ ืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ตกั บาตรเทโว หรือเรียกว่า การตกั บาตรเทโว
โรหณะ คาํ วา่ "เทโว” ยอ่ มาจาก "เทโวโรหณะ” แปลวา่ การเสด็จจากเทวโลก

การตกั บาตรเทโวจึงเป็นการระลกึ ถงึ วนั ที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากการโปรดพระพทุ ธมารดาในเทวโลก ตาม
ตาํ นานกล่าววา่ เม่อื พระพทุ ธองค์ได้ตรัสรพู้ ระอนุตตรสมั มาสมั โพธญิ าณแล้ว ทรงเทศนาโปรดประชาชนใน
แคว้นต่าง ๆ ของอินเดียตอนเหนือ ต้ังแตเ่ มืองราชคฤห์ เมืองพาราณสี เมืองสาวัตถี ตลอดถงึ เมืองกบลิ พัสดุ์ ซ่งึ
เป็นปิตุภูมขิ องพระองค์ ทรงเทศนาโปรดพระประยูรญาตทิ ้ังหลายถว้ นหน้า แลว้ ทรงปรารถนาจะสนองพระคุณ
มารดา ท่หี ลงั ประสูติพระองค์ได้ 7 วนั ก็สิ้นพระชนม์ และได้ไปเกิดเปน็ นางสวรรค์อยู่ในสวรรคช์ ั้นดสุ ิต ฉะนนั้
ในพรรษาท่ี 7 หลงั จากตรสั รู้ พระพุทธองคจ์ ึงเสดจ็ ข้นึ ไปจําพรรษาบนสวรรค์ช้ันดาวดงึ ส์ เทศนาพระอภธิ รรม
ปฎิ กโปรดพระพุทธมารดา เป็นวันที่พระพทุ ธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ ชนั้ ดาวดงึ ส์ในเวลาเชา้ วนั แรม 1 คํา่ เดือน
11 หลงั จากที่พระองค์ทรงจาํ พรรษาทนี่ ้ันเป็นเวลา 3 เดือนมาประทบั ที่เมืองสังกัสสะใกล้เมืองพาราณสี
ชาวบา้ นทราบขา่ วก็พากนั ไปทําบุญตักบาตรพระพุทธองค์ท่ีนนั้ และเปน็ การรับเสดจ็ พระพุทธองค์ด้วย กล่าว
กันวา่ ในวนั นไี้ ด้เกิดเหตอุ ัศจรรย์ คือ เทวดา มนษุ ย์ และสัตว์นรก ตา่ งมองเห็นซงึ่ กันและกนั จึงเรียกวันนี้อีก
ชอื่ หน่ึงว่า "วนั พระเจา้ เปดิ โลก” คอื เปิดใหเ้ หน็ กนั ท้ัง 3 โลกน้ันเอง

13

ความสาคัญของวันตักบาตรเทโว

ประเพณีการตักบาตรเทโวนเ้ี ป็นประเพณที ่สี ืบทอดมาอย่างยาวนาน เนอ่ื งมาจากการเลื่อมใสศรัทธา ใน
พระพทุ ธศาสนา เม่ือมเี หตกุ ารณอ์ ะไรปรากฏในตาํ นาน ก็จะปรารภเหตนุ ้ันๆ เพ่ือบําเพ็ญบุญกุศลเช่นการถวาย
ทาน รักษาศลี เป็นต้น ตักบาตรเทโวจึงเปน็ การทําบญุ อย่าง มโหฬารของพุทธศาสนิกชน นบั แต่นน้ั มา

วธิ ตี ง้ั บาตรเทโว

1. จดั เตรียมขบวนรถทรงหรือคานหามพระพทุ ธรปู เพ่ือชกั หรอื หามนาํ หน้าพระสงฆใ์ นการรับบาตร หรือจะให้
อุบาสกอุบาสกิ าเป็นผเู้ ชิญพระพุทธรูปกไ็ ด้(พระพุทธรูปทจี่ ะเชิญนิยมพระพทุ ธรูปปางอมุ้ บาตร ถ้าไม่มอี าจใช้
ปางอ่ืน ๆ แตใ่ ห้เป็นพระพุทธรูปยืน)

2.เตรยี มอาหารในตอนเช้า อาหารทีเ่ ตรยี มเพ่ือตักบาตรเป็นพเิ ศษในวันน้ี คอื ข้าวตม้ มัด และขา้ วต้มลูกโยน วัด
บางวดั อาจจะจาํ ลองสถานการณ์วนั ท่ี พระพุทธเจา้ เสดจ็ ลงจากเทวโลกช้ันดาวดึงส์ (ประชาชนจะนง่ั หรอื ยนื
สองฝง่ั ทางลงจากอุโบสถ หรือศาลา ให้พระสงฆ์เดินเข้าแถวเรยี งลาํ ดบั รับบาตรตรงกลาง โดยมีมคั นายก เดนิ
อัญเชิญพระพุทธรปู นาํ หนา้ แถวพระสงฆ์)

3. หลกั จากตกั บาตรแล้ว มีการอาราธนาศีล สมาทานศีล และรกั ษาศลี

4. ฟังธรรมและทําสมาธติ ามโอกาส เพื่อทําใหจ้ ติ ใจบริสุทธ์ิผอ่ งใส

5. แผ่เมตตา และกรวดน้ําอุทิศส่วนกศุ ลให้กบั ญาติ ผู้ล่วงลบั และสรรพสัตว์

ขนั้ ตอนการปฎบิ ตั ิ

วดั ไดป้ ระกาศให้พุทธศาสนิกชน นําวตั ถุดิบท่มี ี มาบรจิ าค โดยทางวัดไดจ้ ัดทําบญั ชีรับบรจิ าค โดยอุบาสก
อุบาสกิ า ไดล้ งมาวัดและเตรยี มอุปกรณ์ วตั ถดุ บิ ต่างๆเชน่ ขูดมะพรา้ ว ปอกเปลือกผลไม้ นํามาบด นํามาตํา
ละลายนาํ้ กะทกิ รองเอาแตน่ ้ํา ในหมบู่ า้ นที่มีคนบริจาคมากจะไดน้ าํ้ แป้งกะทิมาก จนเวลาประมาณ บ่าย 2 - 3
โมง กน็ าํ หญิงพรหมจารยี ์ ทีค่ ัดเลือกมาจากเด็กหญงิ ท่ี ยังไมเ่ ป็น ประจําเดือนมาจํานวน 4 คน เพ่ือนํามาบวช (
นยั ว่า เป็นตวั แทนของนาง สชุ าดา ผู้นําขา้ วมธุปายาส มาถวายพระพุทธเจา้ ) มาบวชชพี ราหมณ์ นุ่งขาว หม่
ขาว โดยพระภิกษุสงฆ์ เป็นผู้บวชให้ เมอ่ื บวชเสรจ็ กแ็ ห่ ขบวน อนั ประกอบไปดว้ ย ขบวนหญิงพรหมจารีย์ 4
คน ถอื ไม้พายกวนข้าวทพิ ย์ และฟนื ก่อไฟ คนละ 1 ดนุ้ ขบวนผหู้ ญิงหาบหาม น้าํ ปรุงข้าวทพิ ย์ 4 ถงั ขบวน
กลองยาวแห่ รอบโบสถ์ 3 รอบ ในขณะที่แห่วนรอบโบสถ์ พระภิกษุสงฆ์กจ็ ะสวดมนต์คาถา ล่ันฆ้องลนั่ กลอง
ครบ 3 รอบ หญิงพรหมจรรย์ กจ็ ะไปท่เี ตาไฟ อุบาสกิ า จะนาํ นํ้าเคร่อื งทิพย์ มาเทลงกะทะ บนเตาไฟ แล้วเตมิ
ฟนื ท่ีนางเตรยี มมา นางทง้ั 4 คน จะเป็นผ้เู รม่ิ ตน้ กวน เปน็ พธิ ี หลงั จากนัน้ ก็ให้กล่มุ แมบ่ ้านและเยาวชนกวน
ต่อ ไป แล้วนํานางมาลาสกิ ขาบท ซึง่ ชาวบา้ นจะตดิ เตาไฟ 2 - 4 เตา เพ่อื ทจ่ี ะได้กวนชว่ ยกนั จะใชเ้ วลากวน
ประมาณ 30 -40 นาที นํา้ เครือ่ งทิพย์จะจับตวั กนั เปน็ ว้นุ เนื้อเดียวกนั โดยไม่ติดกะทะ กถ็ อื ว่าสุกได้ท่ี นาํ มาเท
ใส่ถาดแบนแล้วโรยหน้าด้วย ถวั่ งา นําไว้ถวายพระในวันตักบาตรเทโวโรหนะ

14

เวยี นเทียน

พีธกี ารเวยี นเทียน ( The candlelight procession. ) พธิ ีการเวยี นรอบปชู นยี วัตถุ หรือปชู นยี สถาน
การเวียนเทยี นเปน็ ส่งิ ทชี่ าวพุทธปฏบิ ัตมิ าตงั้ แตส่ มัยพุทธกาล เพอ่ื เปน็ การแสดงความเคารพ ไทยได้รบั คตินม้ี า
จากอนิ เดยี พร้อมกับพระพทุ ธศาสนา โดยปรากฏหลักฐานการแสดงความเคารพโดยการเวียนเทียนใน
พระไตรปิฎก ซงึ่ ใช้คาํ ว่าเวียนประทกั ษิณาวัตร คือเวียนขวา 3 รอบหรือ เดนิ ตามเข็มนาฬิกา รอบบุคคล
สงิ่ ของ หรือสถานท่เี คารพบชู าเพอ่ื แสดงความเคารพตอ่ บุคคล ส่งิ ของ หรอื สถานทน่ี ั้น ๆ อย่างสูงสุด โดยพระ
รตั นตรยั ไดแ้ ก่ พระพทุ ธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เพ่ือเปน็ เครื่องหมายถึงการแสดงออกซงึ่ การเคารพบชู า
ตอ่ สง่ิ นัน้ ๆ อยา่ งสงู สุด เช่น เมอ่ื ครง้ั พระสารีบตุ รทา่ นไปทูลลาพระพุทธเจ้า เพ่ือจะกลบั ไปนิพพานที่แควน้ มคธ
พระสารีบุตรท่านก็ได้กระทําประทกั ษิณ 3 รอบต่อพระพุทธเจ้า อกี ท้งั ในสมยั ทวารวดกี ็พบหลักฐานเกย่ี วกับ
การเวยี นเทยี นโดยปรากฏข้อความในพงศาวดารว่า มีการกระทาํ พธิ เี วียนเทียนในวันสําคัญทางศาสนาสืบมา
จนถงึ ปจั จุบัน

ไทยไดร้ บั คตนิ ิยมน้ีมาและปรับประยุกต์ใหเ้ ข้ากบั พ้ืนฐานทางวัฒนธรรมของไทยโดยนาํ มาใชเ้ ป็นการแสดง
ความบูชาตอ่ พระรตั นตรยั มาต้งั แต่โบราณ มีหลักฐานปรากฏเปน็ "ฐานประทกั ษณิ " สําหรับการกระทําพิธีเวียน
เทยี น ในโบราณสถานทางศาสนา มาตั้งแตส่ มยั ทวารวดี รวมท้งั ปรากฏขอ้ ความในพงศาวดารว่ามกี ารกระทาํ
พิธเี วียนเทียนในวันสําคัญทางศาสนาสืบมาจนถึงปัจจบุ นั

15

การเวยี นเทียนเป็นส่ิงทช่ี าวพุทธปฏิบตั มิ าตัง้ แต่สมัยพุทธกาล “เวียนเทยี น” คือ การเดนิ เวยี นขวา หรอื เดนิ
ตามเขม็ นาฬิกา รอบบุคคล สงิ่ ของ หรือสถานทเี่ คารพบูชาเพอื่ แสดงความเคารพต่อบุคคล ส่งิ ของ หรือ
สถานทนี่ ั้น ๆ อย่างสงู สดุ โดยพระรัตนตรัย ได้แก่ พระพทุ ธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เปน็ สง่ิ ท่ีชาวพทุ ธ
เคารพบูชาสูงสดุ น่นั เอง

ปกตแิ ล้วเราสามารถเวียนเทียนเวลาไหนก็ไดท้ ี่สะดวก ไมจ่ ําเป็นตอ้ งเวยี นเทียนตอนเย็นเสมอไป แตโ่ ดย
สว่ นมากนยิ มเวียนเทยี นตอนกลางคนื เนื่องจากอากาศไม่ร้อนมากนกั สว่ นวนั สาํ คญั ทางพระพทุ ธศาสนาท่ีวัด
ต่าง ๆ นยิ มจัดกิจกรรมเวยี นเทียน ไดแ้ ก่ วันวิสาขบชู า วันมาฆบูชา วนั อาสาฬหบูชา และวนั อัฏฐมีบูชา ส่วน
ใครที่อยากเวียนเทยี นในวันอ่ืน ๆ เพือ่ แสดงความเคารพต่อพระรัตนตรยั กส็ ามารถทาํ ได้เช่นกนั  สรปุ แล้วการ
เวยี นเทยี นก็เป็นวธิ กี ารแสดงความเคารพวิธีหน่ึงเช่นเดยี วกบั การกราบไหว้ แตก่ ารเวยี นเทยี นเปน็ การแสดง
ความเคารพสงู สดุ นั่นเอง

สาํ หรับวันสาํ คัญท่พี ระพุทธศาสนกิ ชนสามารถรว่ มพธี ีเวยี นเทยี นได้ มีเพยี ง 4 วนั ใน 1 ปเี ท่านน้ั นนั่ คือ

วันวสิ าขบูชา, ชาวันมาฆบูชา, วันอาสาฬหบชู า และวนั อฏั ฐมบี ชู า ( วันเขา้ พรรษาและวนั ออกพรรษาไมม่ ี
พธิ กี รรมเวียนเทียน )

วนั เวลาท่ีเหมาะแก่การไปเวียนเทยี น

ตามแตท่ ่ตี ัวเราเองสะดวก โดยส่วนใหญ่นิยมไปเวียนเทยี นช่วงบา่ ยแกๆ่ ไปจนถงึ ช่วงค่าํ ประมาณ 16.00 -
20.00 น.

แต่ปัจจบุ ันนว้ี ดั หลายแห่งก็มีการขยบั เวลาการเวยี นเทียนเพอื่ อํานวยความสะดวกให้แก่พทุ ธศาสนกิ ชนใน
ชมุ ชนเมืองมากขนึ้ บางวัดเปิดใหเ้ ข้ามาเวียนเทยี นได้ตั้งแต่ชว่ งเช้า 06.00 น. ก็มี ซง่ึ ผลดที ่ีจะไดร้ บั จากการ
เวยี นเทียนตามความเชื่อของชาวพทุ ธเถรวาท ได้แก่

- ชว่ ยใหช้ วี ิตสกุ สว่าง: ไฟถือเป็นส่อื กลางในการแสดงความศรัทธาตอ่ ศาสนา เปรยี บไฟกับความสุกสวา่ งของ
ชวี ิต เปน็ ความเชอื่ ทตี่ กทอดมาแต่โบราณตัง้ แต่อินเดยี ถึงเอเชยี ตะวันออก ท่ใี ช้ในพธิ ีเผาเทียนเล่นไฟ การปล่อย
โคมลอย พธิ ีกรรมทางศาสนา ใชเ้ ผาศพ รวมถงึ ใช้ในการจุดธูปเทยี นสาํ หรับการเวียนเทียนดว้ ย

- เตือนสตชิ าวพุทธ: การเวยี นเทียนนอกจากเพ่ือแสดงความเคารพบชู าต่อปูชนยี บคุ คลหรือปูชนยี สถานที่
สําคัญทางพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นเหมอื นกศุ โลบายเตอื นสติใหต้ ระหนักถึง "วัฏสงสาร" หรือการเวยี นว่ายตาย
เกดิ อยา่ งไม่มีที่สน้ิ สุดเพ่ือให้ใช้ชวี ติ ไม่ประมาท

- ไดอ้ านิสงสแ์ รง: การเวยี นเทียนจะชว่ ยสง่ อานสิ งสผ์ ลบญุ ให้แก่ผู้ทีป่ ฏบิ ตั ิ ในทางตรงคือผ้ปู ฏิบัติจะมกี ายที่
สาํ รวมขึน้ มีจิตใจที่สะอาด สงบ สรา้ งสมาธิระหวา่ งทเี่ ดนิ เวียนเทียน และในทางอ้อม(ตามความเชือ่ )คือ จะทาํ
ใหผ้ ปู้ ฏิบตั ไิ ด้บญุ หนกั หลุดพ้นจากภูมเิ ปรต เดรจั ฉาน อีกทั้งบันดาลให้จติ พน้ อบายภมู ิได้

16

วธิ เี วยี นเทยี นทถี่ ูกต้อง
1. ชําระร่างกายและจติ ใจ
ก่อนท่ีจะไปเวียนเทียนใน ควรอาบนํ้าชาํ ระรา่ งกายให้สะอาด ทําจติ ใจเบกิ บาน แต่งกายให้สุภาพ เรียบร้อย
เหมาะสมกับสถานที่ งดใสก่ างเกงขาสนั้ กระโปรงสั้น เสื้อสายเด่ียว ควรสวมเสื้อผา้ ทมี่ ิดชิด กางเกงหรือ
กระโปรงยาวเลยเข่า
2. เตรยี ม 3 สิง่ สําคัญที่ต้องมี
สง่ิ ของสําคัญดงั กล่าวก็คือ "ของบูชา" ท่ีเราจะนาํ ไปสกั การะพระพุทธเจา้ ตามความเชอ่ื ของชาวพุทธ น่ันก็คือ 
ดอกไม้ 1 คู่ เชน่ ดอกบวั ดอกดาวเรือง ดอกกล้วยไม้ หรอื จะใชพ้ วงมาลัยดอกไมส้ าํ หรบั ถวายพระกไ็ ด้
นอกจากน้กี ็ต้องมธี ูป 3 ดอก และเทยี น 1 เล่ม 
3.ไหว้พระประธานก่อน
เมอ่ื ไปถงึ วดั ให้เข้าไปสักการะพระพุทธรูปที่เปน็ พระประธานหลกั ดา้ นในโบสถก์ ่อน แล้วคอ่ ยออกมาตัง้ แถว
เตรียมตวั เวียนเทียน หวั แถวจะมีพระภกิ ษเุ ดินนํา ต่อด้วยสามเณร ท้ายสุดเป็นอบุ าสก อุบาสิกา ชายหญิง
ท่ัวไป
4.เวียนประทกั ษิณาวตั ร
จากนน้ั จดุ ธปู เทยี น นาํ มาถือไว้ในมอื พร้อมดอกไม้ พนมมือข้ึน แล้วเดนิ วนรอบโบสถไ์ ปทางด้านขวามือพร้อม
สวดมนต์
5.บทสวดมนต์
รอบท่ี 1 ใหร้ ะลกึ ถงึ พระพุทธคุณ โดยสวดบทอิตปิ โิ ส "อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ..." รอบท่ี 2 
ใหร้ ะลึกถึงพระธรรมคุณ สวดบทสวากขาโต "สวากขาโต ภะคะวาตา ธัมโม..." รอบท่ี 3 ให้ระลึกถงึ พระสังฆค
คุณ โดยสวดบทสปุ ะฏปิ นั โน "สปุ ะฏปิ ันโน ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ..."

6.ระวงั อนั ตรายจากธูปเทยี น
ขณะเดนิ เวียนเทียนต้องสาํ รวมกาย วาจา ใจ และควรรกั ษาระยะการเดนิ ทางใหห้ า่ งจากคนขา้ งหน้าพอสมควร
เพอ่ื ไมใ่ หธ้ ูปเทียนโดนผู้อน่ื อาจทําให้บาดเจบ็ ได้
7.วางดอกไมธ้ ูปเทียน
หลงั จากเวยี นเทียนจนครบ 3 รอบ ใหน้ ําดอกไมธ้ ปู เทยี นไปปักบูชาตามจุดทเี่ ตรยี มไว้ 

17

บรรณานกุ รม

ไหว้เจา้ พอ่ นางรอง

https://sites.google.com/site/xn72ca3br5cc1ec3bg8a6n6b/hna-7-thes-ka-lba-
cang?tmpl=%2Fsystem%2Fapp%2Ftemplates%2Fprint%2F&showPrintDialog=1&fbclid=IwAR2B9lhsqA
kOIl2GeAc2N3cZvj0uzOJLjmI7qxqvY8A-YAMXlBXVRJ4RUIM

สขู่ วัญขา้ ว

https://sites.google.com/site/2845goodrices/phithikrrm-thi-keiywkhxng/phithi-su-khway-
khaw?fbclid=IwAR0jfPzSWjJMurNcsZN_BYIy9S_LSeoo-42a7PZpwpgBNxOBOym9c0gIUow

ก่อเจดยี ์ทราย

https://www.mculture.go.th/chumphon/ewt_news.php?nid=1246&filename=index&fbclid=IwAR1s
WS0kauq2SMvDOz-pk3OpEYUaqaoACm-pTe1CIDbGY4t0ovMSgABsHgU

ตักบาตรเทโว

https://sites.google.com/site/kanokpornsupakitkanjana/takbatr-the-

wo?fbclid=IwAR0dwHoBU0fWR3wTt3tT5-gyc5y5NhZuFeuzv4dZtTiC3wuBtM3UAa6Gjyc

เวยี นเทียน

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/924277?fbclid=IwAR2L1ES9-
OFLian4SgMJqNI0jXya4vL0xGPzyjV3WQlCZPswEPcNcC-hwMM

18

ภาคผนวก

ภาพการทาํ งานและหาข้อมลู เกีย่ วกับประเพณีพื้นบา้ น






Click to View FlipBook Version