The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by juan_jihun, 2022-01-19 05:00:50

วิจัยในชั้นเรียน

วิจัยในชั้นเรียน

กำรจดั กำรเรยี นรูอ้ อนไลนใ์ นสถำนกำรณโ์ รคตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนำ 2019
เพ่ือเสรมิ สรำ้ งแรงจงู ใจในรำยวชิ ำฟิสิกส์ 5 เรอื่ ง แมเ่ หล็กไฟฟ้ ำ

โดยใชแ้ อปพลิเคชนั google meet ควบคกู่ บั แอปพลเิ คชนั Class Dojo
ของนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 6 โรงเรยี นสุไหงโก-ลก จงั หวดั นรำธวิ ำส

นายอบิ บอื ราเฮง อเู ซง็
ครู คศ.1

กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

โรงเรียนสุไหงโก-ลก
สำนกั งำนเขตพ้ืนทกี่ ำรศกึ ษำมธั ยมศกึ ษำนรำธิวำส
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขนั้ พ้ืนฐำน กระทรวงศึกษำธิกำร



ชอื่ เรอ่ื ง การจดั การเรยี นรู้ออนไลน์ในสถานการณโ์ รคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
ผู้วจิ ัย เพอ่ื เสรมิ สร้างแรงจูงใจในรายวชิ าฟิสิกส์ เรือ่ งแมเ่ หล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลเิ คชนั
google meet ควบคู่กบั แอปพลิเคชัน Class Dojo ของนกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 6
โรงเรยี นสุไหงโก-ลก จงั หวัดนราธวิ าส
นายอบิ บือราเฮง อูเซ็ง

สงั กัด โรงเรยี นสไุ หงโก-ลก

บทคัดยอ่

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจทางการเรียนในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่อง
แม่เหล็กไฟฟ้า 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายของผู้เรียนหลังใช้การจัดการ
เรียนรู้ในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน คลาสโดโจ (Application Class Dojo)
3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้
แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชัน Class Dojo ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่ม
ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6/3 จำนวน 36 คน โรงเรียนสุไหงโก-ลก จังหวัด
นราธิวาส ปีการศึกษา 2564 ซึ่งกำหนดกลุ่มตัวอย่างจากการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ใน
การศึกษาวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเค
ชัน google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชัน Class Dojo จำนวน 10 ข้อ 2) แบบบันทึกพฤติกรรมการส่งงาน
ของนักเรียน และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรสั
โคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet
ควบคู่กับแอปพลิเคชัน Class Dojo จำนวน 10 ข้อ แผนการจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า
จำนวน 5 แผน การจัดการเรียนรู้เพือ่ เสริมสร้างแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ โดยใช้แอปพลิเคชนั google meet
ควบคู่กับแอปพลิเคชัน Class Dojo เป็นการจัดกิจกรรมที่เน้นให้นักเรียนเกิดแรงจูงใจในการทำกิจกรรมการ
เรียนรู้ กระตุ้นให้นักเรยี นเกิดความสนใจ มคี วามสนกุ สนาน มีความสุขกับการเรียน และได้ลงมือปฏิบัติภารกิจ
ค้นคว้าความรู้ตา่ งๆ ด้วยตนเอง ไดร้ ว่ มอภิปรายกบั ครู และนกั เรียนอ่นื ๆ ในช้ันเรยี น โดยใชก้ ระบวนการเรยี นรู้
ทั้งหมด 5 ขั้นตอน ประกอบดว้ ย 1) ขั้นกระตุน้ ความสนใจ 2) ขัน้ นำเข้าสบู้ ทเรียน 3) ขัน้ ปฏบิ ตั ภิ ารกิจ 4) ขั้น
เชือ่ มโยงความรู้ และ 5) ขนั้ สรปุ

ผลการศกึ ษาพบว่า นกั เรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6/3 โรงเรยี นสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส มีแรงจูงใจ

ของผู้เรียนต่อการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาฟิสิกส์ โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชัน

Class Dojo โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด( x > 4.50) โดยประเด็นเรื่องคะแนนระหว่างเรียนมีค่าเฉลีย่

สูงสุด นักเรียนที่ส่งงานอย่างน้อย 4 ครั้ง จำนวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 87.18 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด

และความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาฟิสิกส์ โดยใช้แอปพลิเคชัน คลาสโดโจ

(Application Class Dojo) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก(3.51 < x < 4.51) โดยประเด็นเรื่องนักเรียนมี
ความกระตือรอื รน้ ตอ่ งานทไี่ ด้รบั มอบหมายม่ีคา่ เฉลยี่ สูงสดุ

2ข

กติ ตกิ รรมประกาศ
งานศึกษาค้นคว้าฉบับนี้ ผู้ศึกษาค้นคว้าได้รับความอนุเคราะห์อย่างยิ่งจาก คณะผู้เชี่ยวชาญที่ได้ให้
คำแนะนำและติตามการศึกษาค้นคว้าอย่างใกล้ชิดเสอมานับตั้งแต่เริ่มต้น จนสำเร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ ผู้ศึกษา
ค้นคว้ารสู้ ึกซาบซึง้ ในความกรุณาจากทา่ นเปน็ อยา่ งยิ่ง ขอขอบพระคณุ อย่างสงู ไว้ ณ ทีน่ ้ี
ขอขอบคุณ เพื่อนครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนสุไหงโก -ลก ที่ให้
คำปรึกษาในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า การ
จัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจใน
รายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชัน Class Dojo
ตลอดจนเพ่ือนครูโรงเรียนสไุ หงโก-ลกทกุ ท่านท่ใี ห้กำลงั ใจเสมอมา
ขอขอบคุณผู้อำนวยการโรงเรียนสุไหงโก-ลกและคณะครโู รงเรียนสุไหงโก-ลก ท่ใี หข้ วญั และกำลังใจใน
การศึกมาคน้ั คว้าและพฒั นาผลงานมาโดยตลอด
ขอขอบใจนักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6/3 โรงเรยี นสุไหงโก-ลก ปีการศกึ ษา 2564 ซึ่งเปน็ กลุ่มตวั อย่าง
ทใ่ี หค้ วามรว่ มมือเป็นอย่างดยี ิ่ง
ขอขอบคุณครอบครวั อูเซ็ง ที่เป็นกำลังใจในการทำงานเสมอมา
คุณค่าและประไยชน์ใด ๆ จากรายงานฉบับนี้ ผู้ศึกษาค้นคว้าขอมอบแค่ผู้มีพระคุณ บิดา มารดา ครู
อาจารย์ทกุ ทา่ นทไ่ี ด้อบรมส่ังสอน ชีเ้ นะแนวทางการศึกษาแกผ่ ู้สกึ ษาคน้ ควา้ มาโดยตลอด

อบิ บอื ราเฮง อูเซ็ง

สารบัญ 3ค

บทคดั ย่อ หนา้
กติ ตกิ รรมประกาศ ก
สารบญั ข
สารบัญตาราง ค
บทท่ี ง

1. บทนำ 1
2. เอกสารและงานวิจยั ที่เก่ยี วข้อง 6
3. วิธีการดำเนนิ การศกึ ษาวิจัย 15
4. ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู 20
5. สรปุ อภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะ 26
บรรณานุกรม 28
ภาคผนวก 29

ง4

สารบญั ตาราง

หน้า

ตารางที่ 1 สรปุ ผลการวเิ คราะหค์ ุณภาพเครื่องมือ 18

ตารางที่ 2 แสดงค่าเฉล่ียและสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐานของแรงจูงใจของผู้เรยี นตอ่ การจดั การเรยี นรู้ 20
ออนไลน์ในสถานการณโ์ รคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)เพื่อเสรมิ สรา้ งแรงจูงใจในรายวชิ า
ฟิสิกส์ เรื่องแม่เหลก็ ไฟฟ้า โดยใช้แอปพลเิ คชัน google meet ควบค่กู บั แอปพลิเคชนั Class Dojo

ตารางท่ี 3 แสดงพฤติกรรมความรบั ผดิ ชอบของนักเรยี นต่องานที่ไดร้ ับมอบหมาย 21

ตารางท่ี 4 แสดงความถ่ีและร้อยละของนักเรยี นท่สี ง่ งานและไมส่ ่งงานตามท่ไี ดร้ บั มอบหมาย 22

ตารางท่ี 5 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐานความพงึ พอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการจดั การเรียนรู้ 23
ออนไลนใ์ นสถานการณโ์ รคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในรายวิชา
ฟิสิกส์ เรอ่ื งแม่เหลก็ ไฟฟา้ โดยใชแ้ อปพลเิ คชนั google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชัน Class Dojo

1

บทท่ี 1

บทนำ

1.1 ความเปน็ มาและความสำคัญของปัญหา

วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เนื่องจากวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับ
ชีวิตของคนทุกคน ทั้งในการดำรงชีวิตประจำวันและในงานอาชีพต่าง ๆ เครื่องมือเครื่องใช้ ตลอดจนผลผลิต
ต่าง ๆ ที่ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตและในการทำงานล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์ผสมผสานกบั
ความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อื่น ๆ ความรู้วิทยาศาสตร์ช่วยให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมาก ในทาง
กลบั กนั เทคโนโลยี กม็ ีส่วนสำคญั มากที่จะให้มกี ารศกึ ษาคน้ คว้าความรู้ ทางวทิ ยาศาสตรเ์ พมิ่ ข้ึนอย่างไม่หยุดย้ัง
วิทยาศาสตร์ทำให้คนได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ คิดวิจารณ์ มี
ทักษะที่สำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอยา่ งเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้
ข้อมูลหลากหลายและประจกั ษ์พยานที่ตรวจสอบได้ วิทยาศาสตร์เป็นวัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ ซึ่งเป็นสังคม
แห่งความรู้ (Knowledge based society) ทุกคนจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้รู้วิทยาศาสตร์ (Scientific
literacy for all) เพ่อื ใหม้ คี วามรู้ความเข้าใจ โลกธรรมชาติและเทคโนโลยีท่ีมนุษย์สร้างข้ึน และนำความรู้ไปใช้
ในการพัฒนาคุณภาพชีวติ ทีด่ ี และยงั ช่วยใหค้ นมีความรคู้ วามเข้าใจที่ถูกต้องเก่ียวกับการใชป้ ระโยชน์ การดูแล
ตลอดจนการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ธรรมชาติอย่างสมดุล และยั่งยืน ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ความรู้
วิทยาศาสตร์ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกิจ สามารถแข่งขันกับนานาประเทศและดำเนินชีวติ
อยรู่ ่วมกันในสังคมโลกได้อย่างมีความสขุ (กระทรวงศึกษาธกิ าร, 2551 : 92)

สภาพสังคมไทยในปัจจุบันอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสาร และเทคโนโลยี ตลอดจนการรับอิทธิพลวัฒนธรรม
จากตะวันตก ซึ่งมีแนวโน้มที่จะได้รับมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบดังกล่าวก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงใน
สังคมทงั้ ทางตรงและทางอ้อม ดว้ ยเหตนุ ้สี ังคมจึงมีความจำเป็นอย่างยงิ่ ทีจ่ ะต้องมีการพฒั นาคนในประเทศให้มี
คณุ ภาพและมศี ักยภาพท่ีเหมาะสมกับการเปลย่ี นแปลง ปัจจยั สำคญั ประการหนึ่งท่ีจะพัฒนาคนให้มีคุณภาพได้
คือ การศึกษา การพัฒนาการศึกษาในฐานะที่เป็นเครื่องมือสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการ
พัฒนาประเทศ แตร่ ะบบการเรยี นรู้ในโรงเรียนทเ่ี ปน็ อยู่ทุกวนั น้ี หลายๆ แห่งเปน็ ระบบทเ่ี นน้ ถา่ ยทอดผ่านตำรา
โดยมี ครูยืนสอนอยู่หน้ากระดาน และมีนักเรียนเป็นภาชนะหรือสิ่งรองรับที่ผู้สอนถ่ายเทมาให้ ถือเป็นมุมมอง
ใหญ่ที่ครอบงำระบบการศึกษา ครูต้องมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางที่เน้นผู้เรียน
เปน็ ศนู ยก์ ลาง เพอ่ื พัฒนาผู้เรียนให้สามารถคิดวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ความรไู้ ดม้ ีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะการ
แสวงหาความรูด้ ว้ ยตนเอง และพฒั นาตนเองอย่างต่อเน่ือง

กระบวนการเรียนการสอนที่ครูจัดให้ก็นับว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถ

2

เรียนรู้ และเข้าใจในสิ่งที่ผู้เรียนต้องการนั้นนับว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน ดังนั้น
เพือ่ ใหเ้ กิดประโยชน์โดยตรงต่อการส่งเสรมิ ให้ผู้สอนไดเ้ ห็นแนวทางในการสอนให้มปี ระสทิ ธิภาพดียิง่ ข้นึ ความรู้
เรื่องเทคนิคการสอนแนวใหม่ จึงมีความจำเป็นที่ผู้สอนควรจะศึกษาเพ่ือจะเป็น “ผู้สอนในยุคโลกาภิวัตน์
Teachers in the Age of Globalization” เป็นยุคที่โลกไร้พรมแดน เป็นยุคของข้อมูลข่าวสารที่มนุษย์
สามารถติดต่อถึงกันได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ครูจำเป็นจะต้องศึกษาหาความรู้จากแหล่งอื่น ๆ เพิ่มเติมอยู่
เสมอ การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนแบบใฝ่รู้ เปน็ ระบบการจดั การเรยี นการสอนทีเ่ ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มี
ส่วนร่วมโดยตรงในกิจกรรมการ เพื่อให้มีความรอบรู้ในสถานการณ์ต่าง ๆที่มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตใน
สังคมปัจจุบันและเป็นการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ ทำให้สามารถปรับตัวอยู่กับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
(จรี นันท์ วงศก์ อ้ ม, 2552 : 32)

การเรียนวชิ าฟิสิกส์ของนักเรียนโรงเรียนสุไหงโก-ลก พบว่าประสบปัญหาผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของ
นักเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ค่อยดี เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่ขาดแรงจูงใจในการเรียนและการทำกิจกรรม จึง
จำเป็นต้องมีการพัฒนาการจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความใส่ใจในการเรียนรู้ และ
จากสภาพดังกล่าวจำเป็นต้องพัฒนาคุณภาพของนักเรียนโดยการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติด
เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับ
แอปพลิเคชัน Class Dojo มาช่วยในการจัดการในชั้นเรยี น ซึ่งแอปพลิเคชัน google meet เป็นแอปพลิเคชนั
ที่สามารถพูดคุยโต้ตอบและแชร์หน้าจอเพื่อนำเสนอข้อมูลได้ ส่วนแอปพลิเคชัน Class Dojo เป็นนวัตกรรม
ใหม่ที่นำมาใช้จัดการเรียนการสอน เป็นเครื่องมือในการจัดการชั้นเรียน ที่ช่วยให้ครูผู้สอนควบคุมพฤติกรรม
ของนักเรียนในชั้นเรียนได้อย่างรวดเร็ว และส่งเสริมให้นกั เรียนมีส่วนร่วมในชั้นเรยี น มีความกระตือรือร้นและ
จดจ่อกับกิจกรรมการเรียนรู้ และส่งเสริมกระบวนการคิดอย่างระบบ ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้นักเรียนมี
ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนและสามารถนำไปปรบั ใช้ในชีวิตประจำวันได้จรงิ

1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษาวิจัย

1.2.1 เพือ่ เสริมสร้างแรงจูงใจทางการเรียนในรายวชิ าฟสิ กิ ส์ เรอ่ื งแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
1.2.2 เพอ่ื ศึกษาพฤติกรรมความรบั ผดิ ชอบต่องานที่ไดร้ บั มอบหมายของผ้เู รียนหลังใช้การจัดการ
เรียนร้อู อนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพ่ือเสรมิ สร้างแรงจงู ใจในรายวชิ า
ฟสิ ิกส์ เร่อื งแมเ่ หล็กไฟฟ้า โดยใชแ้ อปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอปพลเิ คชัน Class Dojo
1.2.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ออนไลนใ์ นสถานการณ์โรคติดเช้อื
ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) เพ่ือเสรมิ สรา้ งแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟา้ โดยใช้แอปพลิเค
ชนั google meet ควบคู่กับแอปพลเิ คชัน Class Dojo

3

1.3 สมมติฐานการศกึ ษาวจิ ัย

1.3.1 การจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อ
เสริมสร้างแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอป
พลิเคชัน Class Dojo สามารถสร้างแรงจูงใจทางการเรียน และปรับพฤติกรรมความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับ
มอบหมายของนักเรยี นในรายวชิ าฟสิ ิกสไ์ ด้

1.3.2 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google
meet ควบค่กู ับแอปพลเิ คชัน Class Dojo อยู่ในระดบั ดี
1.4 ขอบเขตของการศึกษาวิจัย

การจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้าง
แรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชัน
Class Dojo ของนกั เรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 โรงเรียนสุไหงโก-ลก จงั หวัดนราธวิ าส ผ้ศู กึ ษาค้นคว้าได้กำหนด
ขอบเขตของการศกึ ษาไว้ดงั นี้

1.4.1 ขอบเขตด้านเน้ือหา
เนอื้ หาในการศึกษาค้นคว้าคร้ังนี้ ใช้เนื้อหาตามหลักสูตรการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ฉบับ
ปรับปรุง พุทธศักราช 2560 ในสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง
แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า โดยใชร้ ปู แบบการจัดการเรียนรเู้ พื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ จำนวน 5 เรื่อง ดังนี้

1) แมเ่ หลก็ และสนามไฟฟา้
2) กระแสไฟฟา้ ทำใหเ้ กดิ สนามแม่เหลก็
3) แรงกระทำตอ่ ลวดตัวนำและขดลวดท่ีมีกระแสไฟฟ้าผ่านและอย่ใู นสนามแมเ่ หลก็
4) แรงระหว่างลวดตัวนำ 2 เส้น ทขี่ นานกันและมกี ระแสไฟฟ้าผ่าน และ
5) กระแสไฟฟา้ เหนยี่ วนำและแรงเคลือ่ นไฟฟ้าเหนยี่ วนำ
1.4.2 ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง

ประชากรท่ีใช้ในการวจิ ยั ครง้ั นี้เป็นนักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรยี นสุไหงโก-ลก จงั หวัดนราธิวาส
ปกี ารศึกษา 2564 จานวน 205 คน

กล่มุ ตัวอยา่ งทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั ครง้ั นี้เปน็ นกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6/3 จำนวน 36 คน โรงเรียนสไุ หง
โก-ลก จงั หวัดนราธวิ าส ปกี ารศกึ ษา 2564 ซ่งึ กำหนดกล่มุ ตัวอยา่ งจากการเลือกกลุ่มตัวอยา่ งแบบเจาะจง

4

1.4.3 ระยะเวลาการศึกษาวจิ ยั
การจัดการเรียนรู้ออนไลนใ์ นสถานการณ์โรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) เพ่ือเสริมสร้าง
แรงจูงใจในรายวชิ าฟสิ ิกส์ เร่ืองแมเ่ หล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลเิ คชนั google meet ควบคกู่ ับแอปพลิเคชนั
Class Dojo ของนกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 จำนวน 5 เรือ่ ง ในภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โดยใชเ้ วลา
สอนปกติ สัปดาหล์ ะ 4 ชั่วโมง รวม 20 ช่ัวโมง

1.4.4 ตัวแปรท่ีศกึ ษา
ตัวแปรตน้ คือ การจัดการเรียนรู้ในรายวชิ าฟสิ กิ ส์ เร่อื งแม่เหลก็ ไฟฟา้ โดยใช้แอปพลิเคชัน google
meet ควบค่กู ับแอปพลิเคชนั Class Dojo
ตวั แปรตาม คือ แรงจูงใจในการเรยี น พฤตกิ รรมความรับผิดชอบต่องานท่ีได้รบั มอบหมายของนักเรียน
และความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาฟิสิกส์ โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet
ควบคู่กบั แอปพลิเคชนั Class Dojo

1.5 นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ

1.5.1 การจัดการเรียนร้เู พื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ หมายถงึ สงิ่ กระตุ้น หรอื ส่งิ เร้าทที่ ำให้คนมีพลังในการ
ใช้ความรู้ ความสามารถที่มีอยู่และแสวงหาความรู้ใหม่ในการทำงานด้วยความเต็มใจ และมีความสุขกับการ
ทำงานเพื่อจะบรรลเุ ปา้ หมายหรอื วตั ถุประสงค์

1.5.2 แอปพลิเคชัน google meet หมายถึง แอปพลิเคชันสำหรับการประชุมทางวิดีโอที่ใช้ง่ายไม่มี
สะดดุ จาก Google ชว่ ยเชื่อมตอ่ การทำงานร่วมกนั และพฒั นาความสัมพันธ์กับทีมไดจ้ ากทุกทบ่ี นโลก

1.5.3 แอปพลิเคชัน Class Dojo หมายถึง เป็นรูปแบบหนึ่งของนวัตกรรมที่นำมาใช้จัดการเรียนการ
สอน เป็นเครื่องมือในการจัดการชั้นเรียน ที่ช่วยให้ครูผู้สอนควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนในชั้นเรียนได้อย่าง
รวดเร็ว และส่งเสรมิ ให้นักเรยี นมีแรงจูงใจในการเรยี น มีส่วนรว่ มในช้นั เรยี น มคี วามกระตือรือร้นและจดจ่อกับ
กจิ กรรมการเรยี นรู้ และสง่ เสรมิ กระบวนการคิดอย่างระบบ ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งที่ชว่ ยให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี นและสามารถนำไปปรบั ใช้ในชวี ิตประจำวันได้จริง

1.5.4 ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในรายวชิ าฟิสิกส์ โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่
กับแอปพลิเคชัน Class Dojo หมายถึง ความคิดเห็น ความรู้สึกของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ในรายวิชา
ฟิสิกส์ โดยใช้แอปพลิเคชัน คลาสโดโจ ที่เป็นวิธีการปรับพฤติกรรมความรับผดิ ชอบของนักเรียนวธิ ีหนึ่ง ซึ่งวัด
จากแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาฟิสกิ ส์ โดยใช้แอปพลิเคชัน คลาสโดโจ จำนวน
10 ข้อ

5

1.6 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.6.1 การจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อ

เสริมสร้างแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอป
พลิเคชัน Class Dojo ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีประสิทธิภาพ สร้างความสนใจให้ผู้เรียนเกิดความ
สนุกไม่เบื่อหน่ายในบทเรียน สามารถเรียนได้ตามศักยภาพของตนเอง ทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของ
หลกั สูตรการศึกยาขนั้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศักราช 2560

1.6.2 ผู้เรียนได้เรียนรู้วิชาฟิสิกส์ โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชัน Class
Dojoอย่างมคี วามสขุ

1.6.3 เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณโ์ รคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-
19) เพ่อื เสรมิ สรา้ งแรงจงู ใจในรายวชิ าฟิสิกส์ เรื่องแมเ่ หล็กไฟฟ้า โดยใชแ้ อปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับ
แอปพลเิ คชนั Class Dojo เน้อื หาอืน่ และกล่มุ สาระการเรยี นริอืน่ ๆ ตอ่ ไป

1.6.4 เป็นแนวทางให้ครูปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสภาพความเปน็
จริงของผู้เรียน

6

บทท่ี 2

เอกสารและงานวจิ ัยที่เกี่ยวข้อง

การจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้าง
แรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชัน
Class Dojo ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ผู้ศึกษาค้นคว้าได้ศึกษา
หนงั สอื เอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ กี่ยวขอ้ ง โดยจะนำเสนอเน้อื หาตามลำดับหวั ขอ้ ดังต่อไปน้ี

- แนวคดิ เกย่ี วกับวทิ ยาศาสตร์
- หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
- แนวคิดและทฤษฎที ่เี กี่ยวกบั แรงจงู ใจ
- การบริหารจัดการห้องเรยี นผ่านแอปพลเิ คชัน คลาสโดโจ
- การเข้าใชง้ าน แอปพลิเคชนั คลาสโดโจ ในช้ันเรยี น
- งานวิจยั ทีเ่ กี่ยวข้อง

2.1 แนวคิดเก่ียวกับวทิ ยาศาสตร์

กระทรวงศึกษาธิการ (2551 : 92) ได้กล่าววิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและ
อนาคต เนื่องจากวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนทุกคน ทั้งในการดำรงชีวิตประจำวันและในงานอาชีพ
ตา่ งๆ เครือ่ งมือเคร่ืองใช้ ตลอดจนผลผลิตตา่ งๆ ทใี่ ชเ้ พ่ืออำนวยความสะดวกในชีวิตและในการทำงานล้วนเป็น
ผลของความรู้วิทยาศาสตร์ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อื่นๆ ความรู้วิทยาศาสตร์ช่วยให้เกิด
การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมาก ในทางกลับกันเทคโนโลยี ก็มีส่วนสำคัญมากที่จะให้มีการศึกษาค้นคว้าความรู้
ทางวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง วิทยาศาสตร์ทำให้คนได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิด
สร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ คิดวิจารณ์ มีทักษะที่สำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหา
อย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ วิทยาศาสตร์เป็น
วัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ ซึ่งเป็นสังคมแห่งความรู้ (Knowledge based society) ทุกคนจำเป็นต้องได้รับ
การพัฒนาให้รู้วิทยาศาสตร์ (Scientific literacy for all) เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ โลกธรรมชาติและ
เทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้น และนำความรู้ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี และยังช่วยให้คนมีความรู้ความ
เข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ การดูแลตลอดจนการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ธรรมชาติอย่าง
สมดุล และยั่งยืน ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ความรู้วิทยาศาสตร์ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกิจ
สามารถแข่งขนั กับนานาประเทศและดำเนินชีวิตอยรู่ ว่ มกันในสงั คมโลกได้อยา่ งมีความสุข

เพชรี ชัยมูล (2552 : 18) ได้กล่าวแนวทางการส่งเสริมผลการเรียนรู้กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์แก่
นักเรียน สามารถทำได้หลากหลายวิธี อาทิเช่น วิธีสอนแบบสืบสวนสอบสวน วิธีสอนแบบหน่วย วิธีสอนแบบ
อุปนัย วิธีสอนแบบนิรนัย วิธีสอนแบบวิทยาศาสตร์ วิธีสอนแบบปฏบิ ัติการหรือการทดลอง วิธีสอนแบบศึกษา

7

ดว้ ยตนเอง วธิ สี อนแบบแก้ปญั หา วิธสี อนแบบโครงการ วิธสี อนแบบดัลตัน วธิ สี อนแบบวินเนทก้า วิธีสอนแบบ
อริยสัจ วิธีการสอนแบบทดลอง วิธีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคญั นั้น อาจกล่าวไดว้ ่า มาจาก
รากฐานแนวความคิดของหลักการ “การเรียนรู้ โดย การกระทำ” หรือ Learning by doing ของนักปรัชญา
และนักการศึกษาชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับกันแพร่หลายทั่วโลก คือ จอห์น ดิวอี้ (John
Dewey. 1859-1952, อ้างถึงใน Clark, Ann-Marie. 2001) ซึ่งก็ได้มีการเรียนการสอนในสถาบันการผลิตครู
ของไทยเรามานานแล้ว โดยอาจมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่หลักการโดยสรุปก็คือ การจัดให้ผู้เรียนได้มี
บทบาทสำคัญในกระบวนการเรยี นรู้ด้วยตนเองให้มากท่ีสุดเท่าท่จี ะเป็นไปได้ สำหรบั การสอนวิชาวิทยาศาสตร์
นั้น จะมวี ธิ กี ารสอน (หรืออาจเรยี กวา่ วธิ กี ารเรยี นรู้กไ็ ด้ ท้งั นีข้ น้ึ อยู่กับวา่ จะพจิ ารณาจากบทบาทของตัวผู้สอน
หรอื ตวั ผูเ้ รียน) ท่ีสอดคลอ้ งกับหลักการขา้ งต้นอยูห่ ลายวิธี ที่อาจเรยี กชอ่ื และมีรายละเอียดทแ่ี ตกต่างกันไปบ้าง
ตัวอยา่ งเช่น การสอนแบบการทดลอง การสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ การสอนแบบสืบสวนสอบสวน การสอน
แบบโครงงานวทิ ยาศาสตร์ เปน็ ตน้

วิธีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในครั้งนี้ ได้ยึดหลักการที่กำหนดไว้ในหลักสูตร
การศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เป็นกระบวนการไปสู่การ
สร้างองค์ความรไู้ ด้ดว้ ยตนเอง

2.2 หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

กระทรวงศึกษาธิการ (2551 : 75-76) ได้กล่าวหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตรม์ บี ทบาทสำคญั ย่งิ ในสงั คมโลกปจั จบุ ันและอนาคต เพราะ
วิทยาศาสตร์เกีย่ วขอ้ งกบั ทุกคนในชีวิตประจำวันและการงานอาชีพตา่ งๆ ตลอดจนเทคโนโลยีเครือ่ งมอื เครื่องใช้
และผลผลิตต่างๆ ที่มนุษย์ได้นำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตและการทำงานเหล่านี้ล้วนเป็นผลของ
ความรู้วิทยาศาสตร์ผสมผสานกับความคดิ สรา้ งสรรค์และศาสตร์อ่ืนๆ วทิ ยาศาสตร์ชว่ ยให้มนุษยไ์ ดพ้ ฒั นาวิธีคิด
ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแกปัญหาอย่างเป็น
ระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลาย และมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ วิทยาศาสตร์เป็น
วัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ ซึ่งเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้(knowledge-based Society) ดังนั้นทุกคนจึง
จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้รู้วิทยาศาสตร์เพื่อที่จะมี ความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย์
สร้างสรรคข์ น้ึ สามารถนำความรูไ้ ปใชอ้ ยา่ งมีเหตุผล สรา้ งสรรคแ์ ละมีคุณธรรม

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มุ่งหวังใหผ้ ู้เรยี นได้เรียนรู้วิทยาศาสตรท์ ีเ่ น้นการเชื่อมโยงความรูก้ บั
กระบวนการมีทักษะสำคัญในการคน้ คว้าและสร้างองค์ความรูโ้ ดยใช้กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้และ

8

การแก้ปัญหาที่หลากหลายให้ผู้เรียนมีส่วนรว่ มในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน มีการทำกิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบตั ิ
จริงอย่างหลากหลายเหมาะสมกบั ระดับช้ัน

2.3 แนวคิดและทฤษฎีท่เี กี่ยวกับแรงจูงใจ

2.3.1 ความหมายแรงจงู ใจ
แรงจงู ใจ คอื พลงั ผลกั ดันให้คนมีพฤตกิ รรมและยังกำหนดทศิ ทางและเป้าหมายของพฤตกิ รรมน้ันด้วย
คนที่มีแรงจูงใจสูงจะใช้ความพยายามในการกระทำไปสู่เป้าหมายโดยไม่ลดละ แต่คนไม่มีแรงจูงใจจะไม่แสดง
พฤตกิ รรม หรือไมก่ ็ลม้ เลกิ การกระทำก่อนบรรลเุ ป้าหมาย มีผใู้ ห้ความหมายของแรงจูงใจไวห้ ลากหลาย ดงั น้ี
ชาญศิลป วาสบุญมา (2546 : 26) กล่าว่า แรงจูงใจในการทำงาน หมายถึง พลังทั้งหมดจากภายใน
และภายนอกซึ่งช่วยกระตุ้นพฤติกรรมให้บุคคลทำในสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จตามเป้าหมาย ด้วยความเต็มใจ และ
เป็นตามกระบวนการจงู ใจของแตล่ ะบคุ คล

สร้อยตระกูล อรรถมานะ (2550 : 84) กล่าวว่าจุดเน้นหรือหลักสำคัญของเรื่องการจูงใจนั้น อยู่ท่ี
ความสามารถในการตอบสนองความต้องการหรือทำให้เกิดความพึงพอใจอันเนื่องมาจากความสามารถในการ
ตอบสนองความต้องการดังกล่าว สิ่งใดก็ตามที่สามารถทำให้เกิดความพึงพอใจขึ้นมาได้อาจถือว่าเป็นสิ่งล่อใจ
และสิ่งจูงใจ ซึ่งจะกลายเป็น เป้าหมาย ที่บุคคลแสวงหาในองค์การสิ่งจูงใจหรือเป้าหมายนี้อาจเป็นสิ่งจูงใจ
หรอื เป้าหมายทางบวก เช่น การยกย่องชมเชย การยอมรบั การเลื่อนขนั้ เลือ่ นตำแหน่ง การเพ่มิ เงินเดอื น หรือ
อาจเป็นสิ่งจูงใจหรือเป้าหมายทางนิเสธหรือทางลบ เช่น การดุว่ากล่าวตักเตือนสำหรับการทางานที่ไม่ดีหรือ
การลงโทษอน่ื ๆ เปน็ ตน้

สุชาดา สุขบำรุงศิลป์ (2553 : 17) กล่าววา่ แรงจงู ใจ คอื สิ่งทอ่ี ยูภ่ ายในตัวบุคคลเป็นแรงขับ เป็นพลัง
ของแต่ละคน ที่ทำให้กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งจนสำเร็จ โดยมีกระบวนการเกิดจากการที่มนุษย์ทุกคนมีความ
คาดหวังความต้องการ (Needs) และเป้าหมายในชีวิตทำให้เกิดแรงขับ (Drive) เพื่อนำไปสู้เป้าหมาย (Goals)
เพราะฉะนั้นแรงจูงใจ จึงมิอิทธิพลในการกระตุ้นให้บุคคล แสดงพฤติกรรมออกมาทิศทางใดทิศทางหนึ่งและ
รักษาพฤติกรรมนั้นไว้ เพ่อื ใหต้ นเองนนั้ ได้สิ่งทีค่ าดหวัง หรอื ต้องการ

จะเห็นได้ว่าแรงจูงใจ คือ สิ่งกระตุ้น หรือสิ่งเร้าที่ทำให้คนมีพลงั ในการใช้ความรู้ ความสามารถที่มีอยู่
และแสวงหาความรู้ใหม่ในการทำงานด้วยความเต็มใจ และมคี วามสขุ กับการทำงานเพื่อจะบรรลุเป้าหมายหรือ
วัตถปุ ระสงคข์ ององคก์ าร

9

2.3.2 กระบวนการจูงใจ
มนุษยท์ งั้ หลายลว้ นมีความต้องการและเม่ือความต้องการน้นั ยงั ไมไ่ ด้รบั การตอบสนอง แลจ้ ะเกิดความ
ตรึงเครียด ซึ่งความตรึงเครียดนี้จะไปกระตุ้นแรงขบเพื่อหาวธิ ีการหรือหาพฤติกรรม ที่จะนาไปสู่เป้าหมายหรอื
ทำใหต้ นเองได้ในส่ิงทต่ี อ้ งการ ซงึ่ หากไดค้ วามต้องการ Satisfied Need แล้วความตรงึ เครียดกจ็ ะลดลง

ภาพท่ี 1 กระบวนการจูงใจ

กระบวนการจงู ใจมีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ
1) ความต้องการ (Needs) คือ ภาวการณ์ขาดบางสิ่งบางอย่างของอินทรีย์ อาจจะเป็นการขาด

ทางด้านร่างกายหรือการขาดทางด้านจิตใจก็ได้
2) แรงขับ (Drive) เมื่อมนุษย์มีความขาดบางสิ่งบางอย่างตามข้อ 1 ที่กล่าวมาแล้วก็จะเกิดภาวะตึง

เครียดขึ้นภายในร่างกาย ภาวะตึงเครียดน้ีจะกลายเป็นแรงขับหรือตวั กำหนดทิศทาง (Action Oriented) เพื่อ
ไปสู่เปา้ หมายอันจะเป็นการลดภาวะความตงึ เครียดนั้น

3) สิ่งล่อใจ (Incentive) หรือ เป้าหมาย (Goal) จะเป็นตัวกระตุ้นหรือเป็นตัวล่อให้มนุษย์แสดง
พฤตกิ รรมตามที่คาดหวังหรือที่ต้องการ ซึง่ อาจจะมีได้หลายระดับตั้งแตส่ ่ิงล่อใจในเร่ืองพ้นื ฐานคือ ปัจจัย 4 ไป
จนถึงความต้องการทางใจในดา้ นตา่ งๆ

3.3.3 ประเภทของการจงู ใจ
นักจิตวิทยาไดแ้ บ่งการจูงใจออกเป็น 2 ประเภท คือ
1) การจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation) หมายถึง สภาวะของบุคคลที่มีความต้องการในการทำ
การเรียนรู้ หรือแสวงหาบางอย่างด้วยตนเอง โดยมิต้องให้มีบุคคลอื่นมาเกี่ยวข้อง เช่น นักเรียนสนใจเลา่ เรยี น

10

ด้วยความรู้สึกใฝ่ดีในตัวของเขาเอง ไม่ใช่เพราะถูกบิดามารดาบังคับ หรือเพราะมีสิ่งล่อใจใด ๆ การจูงใจ
ประเภทนีไ้ ดแ้ ก่

2) การจูงใจภายนอก (Extrinsic Motivation) หมายถึง สภาวะของบุคคล ที่ไดร้ ับแรงกระตุน้ มาจาก
ภายนอกใหม้ องเหน็ จดุ หมายปลายทาง และนำไปสกู่ ารเปล่ยี นแปลงหรือการแสดงพฤติกรรมของบุคคล
แรงจงู ใจเหล่าน้ีได้แก่

2.4 การบริหารจดั การห้องเรียนผา่ นแอปพลเิ คชนั คลาสโดโจ

แอปพลิเคชัน คลาสโดโจ เป็นแอปพลิเคชันทีใ่ ช้ในการบริหารจัดการห้องเรียนทีม่ ีประสิทธภิ าพวิธีการ
จดั การเรียนการสอนที่เน้นผูเ้ รียนเปน็ ศูนย์กลาง ทม่ี ีการผสมผสานวิธกี ารสอนและวธิ ีการประเมินท่ีหลากหลาย
ได้เป็นอยา่ งดี รวมถึงสามารถเพ่มิ ผู้มสี ว่ นรว่ มได้มากมาย และยังสามารถใชบ้ นอปุ กรณ์ต่างๆ ได้ทุกชนิด
ผใู้ ช้งานโปรแกรมจะมีอยู่ดว้ ยกนั 3 ประเภท คือ

1) ผ้สู อน ซ่งึ จะมผี สู้ อนหลักและเพ่ิมผสู้ อนร่วมได้
2) นกั เรยี น นกั ศึกษา จะต้องเข้ามาทำกิจกรรมการเรยี นรู้ และสามารถรบั รู้ผลการประเมินทกุ ส่วนได้
3) ผูป้ กครอง เน่อื งจากแอปพลิเคชันน้ีเปน็ การใช้งานได้ตง้ั แต่ระดับประถมเป็นต้นไป ดังนั้นผู้ปกครอง
จะสามารถเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการรบั รู้ การประเมนิ และความก้าวหนา้ ของนกั เรียนในปกครองของตนเองได้
จะเห็นได้ว่า การใช้งานที่หลากหลายจึงไม่เป็นการแปลกเลยที่แอปพลเิ คชันนี้จะได้รับความนิยมอยา่ ง
รวดเรว็ และมีการใชง้ านท่ีหลากหลายกิจกรรมต่างๆ
แอปพลิเคชัน คลาสโดโจ เป็นระบบสนับสนุนการเรียนการสอน และเป็นเครื่องมือในการจัดการช้ัน
เรียนที่ช่วยให้ครูผู้สอนควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนในชั้นเรียนได้อย่างรวดเร็ว และง่ายดายในรูปแบบ
เรียลไทม์ ส่งเสรมิ ใหน้ ักเรียนมสี ว่ นร่วมในชนั้ เรียน จดจ่ออยกู่ บั กิจกรรมการเรยี นรู้ และยังได้กลา่ วถึงระบบการ
จัดการของ แอปพลเิ คชนั คลาสโดโจ ที่สำคัญ 4 ดา้ นดงั นี้
1) ระบบการสร้างตัวละครของนักเรียน โดยนักเรียนจะมีตัวละครประจำของตนเองในชั้นเรียน
นักเรียนสามารถเลอื กและปรับเปล่ียนตวั ละครด้วยตนเองได้
2) ระบบการเสรมิ แรง ครูผู้สอนสามารถให้รางวัลเพ่มิ สำหรับนักเรียนท่ีมีพฤติกรรมในชนั้ เรยี นที่ดี และ
สามารถลดคะแนนใหน้ ักเรยี นสามารถลดคะแนนนักเรียนในกรณที ีน่ ักเรียนมีพฤติกรรมไม่พึงประสงคไ์ ด้ทันที
3) ระบบรายงานพฤติกรรมของนักเรยี น ครูผู้สอนสามารถแจ้งพฤติกรรมของนกั เรียนให้แก่ผูป้ กครอง
และผบู้ รหิ ารโรงเรียนทราบได้

11

4) นอกจากนแ้ี ล้ว ยังมีระบบการวิเคราะห์คะแนนเบือ้ งต้นซึง่ จะประเมนิ ทักษะในดา้ นต่างๆออกมาเป็น
กราฟโดนัท เพื่อให้คะแนนเพื่อให้เห็นคะแนนในร่างต่างๆทั้งบวกและลบได้ในทันที อีกทั้งยังสามารถนำข้อมูล
ออกมาอยใู่ นรูปแบบของ Excel ได้อกี ด้วย
2.5 การเข้าใช้งาน แอปพลิเคชัน คลาสโดโจ ในชนั้ เรยี น

การเขา้ ใชง้ านแอปพลิเคชนั คลาสโดโจ ทำไดห้ ลายวธิ ี
1) แอปพลเิ คชนั คลาสโดโจ สามารถใชไ้ ด้ทั้ง Android, IOS และจะเข้าจากเวบ็ ไซต์

www.classdojo.com

ทมี่ า https://www.slideshare.net/SuraponBoonlue/classdojo-78704411
2) สมคั รเขา้ ใช้ โดยลงทะเบียนสมัครเปน็ สมาชิกกอ่ น และเลอื กสถานะวา่ จะเขา้ สู่ระบบในฐานะใดหรือ
หากมีรหัสผ่านหรือโคด้ จากผูส้ อนจะสามารถเข้าส่รู ะบบไดเ้ ลย

ท่มี า https://www.slideshare.net/SuraponBoonlue/classdojo-78704411
2) เรม่ิ ลงชอ่ื เขา้ ใชโ้ รงเรียน หรอื สถาบันการศึกษา ซงึ่ ระบบจะใหใ้ สช่ อ่ื โรงเรียนหรอื สถาบนั การศึกษา

ที่เราสงั กดั ลองคน้ หา หากไมพ่ บให้สรา้ งข้ึนใหม่ โดยการกรอกข้อมูลเบื้องต้น ของโรงเรียน สถาน
ทต่ี ง้ั และระดับการจัดการศกึ ษาของโรงเรยี นทเี่ ราต้งั ขนึ้ ใหม่

12

ทม่ี า https://www.slideshare.net/SuraponBoonlue/classdojo-78704411
4) เริ่มตั้งค่าห้องเรียน (Class) เลือกรูปภาพห้องเรียนตามที่ต้องการ ซึ่งการใช้งานนี้สามารถจะตั้งค่า
ห้องเรียนให้เหมาะสมได้ ห้องเรียนที่ใช้งานอยู่จะแสดง หากห้องที่ไม่ได้จัดการเรียนการสอนแล้วสามารถที่จะ
เกบ็ ไว้ (Archived) และสามารถนำกลับมาใช้ได้ (Restore) ซง่ึ สะดวกต่อการใช้งานมาก

ท่ีมา https://www.slideshare.net/SuraponBoonlue/classdojo-78704411
5) ตั้งค่าผู้เรียน (Student) ในขั้นนี้จะเป็นการเพิ่มรายชื่อผู้เรียนเข้าสู่รายวิชา ซึ่งสามารถทำได้ 2
ลกั ษณะคอื สร้างรายช่ือผเู้ รยี นทลี ะคนหรือจะใช้การนำเข้าจากไฟล์ Word หรอื Excel ก็ได้ ซ่ึงควรจะมชี ื่อสกุล
และรหัสผู้เรียนด้วย โปรแกรม คลาสโดโจ นี้ยังมีปัญหากับการใช้ภาษาไทยในการสรุปผลคะแนนรวมออกมา
เป็น Excel อาจจะมปี ัญหาในการอ่านภาษาไทยไม่ได้ จงึ ควรใชช้ อ่ื ผู้เรียนและข้อมลู อ่ืนๆ เปน็ ภาษาอังกฤษ

ที่มา https://www.slideshare.net/SuraponBoonlue/classdojo-78704411

13

6. ต้งั ค่าทกั ษะ (Skill) ท่เี ราจะเก็บข้อมูล ในข้นั นี้จะเป็นหัวใจสำคญั ของการบริหารจัดการชัน้ เรียน ซ่ึง
สามารถทจี่ ะจัดเพมิ่ คา่ หรอื ลดคา่ คะแนนในสว่ นทักษะตา่ งๆที่สร้างข้นึ หรือลดคุณลักษณะดังกลา่ วได้ รวมถึงจะ
สามารถประเมนิ เป็นรายบุคคลหรือจะประเมินเปน็ กลุ่มก็ได้ ง่ายต่อการจดั การเรียนการสอนทหี่ ลากหลาย และ
ยังสามารถเพิ่มหรือลดการประเมินในระหว่างการเรียนการสอนได้ดว้ ย ซง่ึ เป็นข้อดีของระบบ ส่วนคะแนนที่ตั้ง
ไวน้ ี้จะสงู ขนึ้ หรือตำ่ ลง เปน็ ผลมาจากจำนวนคร้ังในการกดกับคะแนนทไี่ ด้

ที่มา https://www.slideshare.net/SuraponBoonlue/classdojo-78704411
7. ต้ังค่าทกั ษะ Parent ในข้ันน้จี ะเป็นข้นั ของการตดิ ต่อกบั ผ้ปู กครองในการแสดงข้อมลู คะแนนผลการ
ประเมิน ความก้าวหน้าของงาน ซึ่งจะเป็นการประเมินที่ปกครองได้มีโอกาสในการเข้ามารับรู้ไปพร้อมกับ
ผู้เรียนด้วย ซึ่งเป็นการประเมินที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ผู้ปกครองจะสามารถเข้าสู่ระบบได้จากกระบวนการท่ี
หลากหลาย เช่น ผเู้ รียนใส่อเี มล์ผู้ปกครอง เชิญเข้ามาในระบบจากรหัสผ่าน หรอื การใชค้ ิวอารโ์ ค้ด

ทมี่ า https://www.slideshare.net/SuraponBoonlue/classdojo-78704411

14

2.6 งานวจิ ัยทเ่ี ก่ียวข้อง

สทุ ธกิ ร กรงทอง(2559) ได้จัดทำวิจัยการจัดการเรียนรู้เพ่ือเสริมสร้างแรงจงู ใจใฝส่ ัมฤทธ์ิทางการเรียน
ของนักเรยี น โดยใช้รูปแบบห้องเรียนกลบั ด้านรว่ มกบั เทคนิคเกมิฟเิ คชันสำหรับนักเรยี นพิเศษวิทยาศาสตร์ ชั้น
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 พบว่า แผนการจดั การเรียนรู้โดยใช้รูปแบบห้องเรยี นกลับด้านร่วมกับเทคนิคเกมิฟิเคชัน วิชา
คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี 2 นักเรียนเกิดแรงจูงใจในการทำกิจกรรมการเรียนรู้ กระตุ้นให้นักเรียนเกิดความ
สนใจในการเรียน ส่งผลใหน้ ักเรยี นท่ีไดร้ บั การจัดกจิ กรรมการเรยี นรมู้ รี ะดับแรงจูงใจใฝส่ มั ฤทธิ์ทางการเรียนอยู่
ในระดับดีมาก และมากที่สุด อีกทั้งนักเรียนท่ีได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบห้องเรียนกลับด้านร่วมกับ
เทคนิคเกมิฟเิ คชนั มีความพึงพอใจตอ่ การจดั กจิ กรรมการเรียนร้มู ากที่สดุ

15

บทที่ 3

วิธีการดำเนนิ การศกึ ษาวจิ ัย

การจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้าง
แรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชัน
Class Dojo ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ผู้ศึกษาค้นคว้าได้
ดำเนนิ การดงั น้ี

- การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
- เครอ่ื งมือทใี่ ชใ้ นการรวบรวมข้อมลู
- การวิเคราะหข์ อ้ มลู และสถติ ทิ ใี่ ชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มูล

3.1 การเกบ็ รวบรวมข้อมลู

ในการวจิ ยั ครง้ั น้ี ผวู้ ิจัยไดด้ ำเนินการเก็บรวบรวมข้อมลู วิจัย ดงั น้ี
3.1.1 ผู้วิจัยได้สัมภาษณ์การจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอนรายวิชาฟิสิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาตอน
ปลาย ในรายวิชาฟิสิกส์พื้นฐาน และฟิสิกส์เพิ่มเติม เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอน
จากนัน้ ได้ศึกษาค้นควา้ แนวทางพัฒนาการจัดการสอนของครูผสู้ อน และนำมาพัฒนาเป็นหัวขอ้ วิจัย
3.1.2 ผู้วิจัยได้ประสานงานผ่านฝ่ายวิชาการโรงเรียน และหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีโรงเรียนสุไหงโก-ลก จงั หวัดนราธิวาส เพ่ือใช้นักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6/3 ปีการศึกษา 2564
จานวน 36 คน เป็นกลุ่มตวั อยา่ งในการวิจัยคร้งั นี้ โดย
3.1.3 คณะผวู้ จิ ัยได้จัดเตรียมเคร่ืองมอื ที่ใชใ้ นการวจิ ยั
3.1.4 ชี้แจงให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมายเข้าใจถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการจัดการเรียนรู้
ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์
เรอื่ งแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ โดยใชแ้ อปพลเิ คชนั google meet ควบคกู่ บั แอปพลเิ คชนั Class Dojo
3.1.5 ดำเนนิ การทดลอง ดังนี้
การจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้าง
แรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชัน
Class Dojo เป็นการจดั กจิ กรรมท่ีเน้นให้นักเรียนเกิดแรงจงู ใจในการทำกจิ กรรมการเรยี นรู้ กระตุ้นให้นักเรียน
เกิดความสนใจ มคี วามสนกุ สนาน มคี วามสขุ กับการเรียน และไดล้ งมอื ปฏบิ ัตภิ ารกิจ คน้ ควา้ ความรู้ต่างๆ ด้วย
ตนเอง ได้ร่วมอภปิ รายกบั ครู และนกั เรยี นอืน่ ๆ ในชนั้ เรียน โดยใชก้ ระบวนการเรียนรูท้ งั้ หมด 5 ขนั้ ตอน
ขน้ั ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ
ในขั้นนี้ครูทำหน้าท่ีส่งลิ้งค์เข้าเรียนผ่าน google meet ให้กับนักเรียนในแต่ละคาบ หลังจากนั้นทำ
หน้าท่ีกระตุ้นความสนใจ โดยการตั้งประเด็นคำถาม เรื่องที่น่าสนใจ อาจมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ใน

16

ช่วงเวลานั้น หรือเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับความรู้เดิมที่เพิ่งเรียนรู้มาแล้ว โดยการตอบคำถามแต่ละครั้งของ
นักเรียน ครูต้องแสดงคะแนนของนักเรียน โดยใช้แอปพลิเคชัน คลาสโดโจ(Application Class Dojo) เพื่อ
ดึงดูดความสนใจในการทำคะแนนของนักเรียน จากนั้นอธิบายการให้คะแนนพฤติกรรมทางบวกในชั้นเรียน
เช่น การเข้าเรียน การตอบคำถาม การแข่งขันทำโจทย์ปัญหา การทำงานเป็นทีม เป็นต้น และอธิบายการให้
คะแนนพฤติกรรมทางลบในชั้นเรียน เช่น การเข้าเรียนสายเกิน 15 นาที การรบกวนผู้อื่นขณะเรียน เป็นต้น
เพ่ือกระตุ้นความสนใจและควบคุมพฤตกิ รรมในชัน้ เรียน

ขน้ั ท่ี 2 นำเข้าสู้บทเรียน
ครูทบทวนเนื้อหาเดิม จากนั้นใช้คำถามเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการคิดวิเคราะห์ การคิดมีเหตุผล
หลังจากนักเรียนตอบคำถามจากครู จะมีการสุ่มนักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยกับคำตอบเพื่อน
หรือไม่อย่างไร (คำถามที่ครูถามนักเรียนและการแสดงความคิดเห็นของนักเรียนจะมีคะแนนเสมอผ่าน
Application Class Dojo ในการให้คะแนน) ซึ่งนักเรียนจะมีความกระตือรือร้นที่จะแสดงความคิดเห็นของ
ตนเอง และร่วมกันอภปิ รายอยา่ งหลากหลายตามความคดิ เหน็ ของแต่ละคนอย่างมหี ลกั การ
ขัน้ ท่ี 3 ปฏิบัติภารกิจ
ในขั้นตอนนี้ครูจะให้นักเรียนปฏิบัติภารกิจที่ครูได้จัดเตรียมไว้ โดยรูปแบบของภารกิจที่จะปฏิบัตินั้น
เป็นการทำงานเดี่ยวที่เชื่อมโยงกบั เนื้อหาความรู้ในแตล่ ะคาบเรยี น ซง่ึ นักเรยี นจะต้องวางแผน การคิดวิเคราะห์
ศึกษาค้นคว้าความรู้ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายโดยระหว่างการทำภารกิจครูจะค่อยสังเกตพฤติกรรมที่
นักเรียนแสดงออกมาถึงการมีแรงจูงใจ และให้คะแนนพฤติกรรมที่เกิดขึ้นผ่านแอปพลิเคชัน Class Dojo ซ่ึง
นักเรียนสามารถดูคะแนนพฤติกรรมของตนเองได้ผ่านแอปพลิเคชัน Class Dojo จากนั้นครูจัดกิจกรรมการ
แข่งขันการแก้โจทย์ปัญหาเป็นทีม โดยแต่ละทีมจะมีนักเรียนหลากหลาย คือ จะมีนักเรียนที่มีทั้งผลสมั ฤทธิ์สูง
ปานกลาง ต่ำ และเพศคละกัน สมาชิกจะอยู่ในทีมอย่างถาวร แต่ละทีมจะได้รับการทำโจทย์ปัญหาเหมือนกัน
คะแนนที่ได้ดูจากผลงานการแก้โจทย์ปัญหาของนักเรียนแต่ละทีม และคะแนนนี้จะแยกเปน็ คะแนนสมาชิกแต่
ละคนดว้ ย
ขน้ั ท่ี 4 เชอื่ มโยงความรู้
ในขั้นนี้ครูจะเชื่อมโยงความรู้ของเนื้อหาบทเรียนเข้ากับภารกิจที่นักเรียนได้ปฏิบัติ โดยครูใช้ประเด็น
คำถามหรือคำถามชวนคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างภารกิจ และเนื้อหาวิชาเพ่ือตรวจสอบความเข้าใจของ
นกั เรียน และเปน็ การเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนได้แสดงความคดิ เหน็ และอภปิ รายรว่ มกนั
ขนั้ ท่ี 5 สรปุ
ครสู รุปคะแนนพฤติกรรมของนักเรียน และคะแนนการแข่งขนั ทำโจทยป์ ัญหาเปน็ ทมี ผ่านแอปพลิเคชัน
Class Dojo เพอื่ เปน็ การยกย่องนักเรียนท่ีให้ความรว่ มมือในการทำกิจกรรมในชั้นเรยี น เพือ่ เป็นการกระตุ้นให้
นกั เรียนเกดิ แรงจูงใจในการทำกจิ กรรมในชน้ั เรียนมากยงิ่ ขึ้นในครัง้ ตอ่ ไป
ผู้วจิ ัยไดด้ ำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลจานวน 20 คาบเรยี น หลัง
การทดลอง ซ่ึงมขี น้ั ตอนดงั นี้

17

1) ผู้วิจัยให้นักเรียนทำแบบสอบถามแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ โดยใช้แอปพลิเคชัน คลาสโดโจ Class
Dojo

2) ผู้วิจัยตรวจให้คะแนนพฤติกรรมการส่งงานของนักเรียนและตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของ
ขอ้ มลู

3) ผู้วิจัยให้นกั เรียนทำแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติด
เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอป
พลเิ คชัน google meet ควบคกู่ บั แอปพลเิ คชัน Class Dojo

4) นักเรียนนำคะแนนที่ได้สะสมไว้แอปพลิเคชัน Class Dojo มาแลกของรางวัลกับทางผู้วิจัย ตาม
เกณฑ์ท่ไี ด้กำหนดไว้

3.2 เครื่องมอื ท่ใี ช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล

3.2.1 เคร่ืองมอื ทีใ่ ช้ในการดำเนินการวจิ ัย คอื แอปพลิเคชนั Class Dojo โดยการสะสมคะแนนในแอป
พลเิ คชัน ซึ่งประกอบดว้ ยคะแนนแรงจงู ใจทางบวกไดแ้ ก่ คะแนนตอบถาม คะแนนอภปิ ราย คะแนนแสดงวธิ ีทำ
หน้าชั้นเรียน คะแนนส่งงาน คะแนนเข้าเรียนและคะแนนพฤติกรรมที่ดี ส่วนคะแนนแรงจูงใจทางลบทางลบ
ไดแ้ ก่ เข้าเรยี นสายเกนิ 5 นาที ไม่เข้าชัน้ เรยี น รบกวนเพือ่ นร่วมห้อง และส่งเสยี งดังในระหว่างเรยี น

3.2.2 เครอ่ื งมือท่ีใช้วดั ตวั แปรตาม คือ
1) แบบสอบถามการจัดการเรียนรอู้ อนไลนใ์ นสถานการณ์โรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019

(COVID-19) เพื่อเสริมสรา้ งแรงจูงใจในรายวิชาฟิสกิ ส์ เรอ่ื งแม่เหลก็ ไฟฟ้า โดยใชแ้ อปพลิเคชนั google meet
ควบคู่กบั แอปพลเิ คชนั Class Dojo จำนวน 10 ขอ้

2) แบบบนั ทึกพฤติกรรมการส่งงานของนกั เรยี น
3) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจดั การเรยี นร้อู อนไลนใ์ นสถานการณโ์ รคติดเชอื้ ไวรัสโค
โรนา 2019 (COVID-19) เพอ่ื เสริมสรา้ งแรงจูงใจในรายวิชาฟสิ ิกส์ เรอ่ื งแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใชแ้ อป
พลเิ คชนั google meet ควบคกู่ ับแอปพลเิ คชัน Class Dojo จำนวน 10 ข้อ

18

ตารางท่ี 1 สรุปผลการวิเคราะห์คณุ ภาพเคร่ืองมือ

เครือ่ งมอื คุณภาพเครือ่ งมือ คณุ ภาพเครื่องมอื
(ก่อนนำไปใช้) (หลังนำไปใช)้
แอปพลิเคชัน google meet และแอป ครใู นโรงเรยี นสุไหงโก-ลก จำนวน 3 คน ตรวจสอบ
พลเิ คชัน Class Dojo ความเหมาะสมของแอปพลิเคชัน google meet และ ค่าความเชื่อมั่นโดย
แอปพลิเคชนั Class Dojo วิธขี องครอนบาค
แอลฟา(0.8914)
แบบสอบถามการจดั การเรยี นรูอ้ อนไลนใ์ น ครูในโรงเรยี นสุไหงโก-ลก จำนวน 3 คน ตรวจสอบ
สถานการณโ์ รคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 ความเทีย่ งเชงิ เนื้อหาโดยการพิจารณาความเหมาะสม ค่าความเชอ่ื มนั่ โดย
วิธขี องครอนบาค
(COVID-19) เพื่อเสรมิ สรา้ งแรงจงู ใจใน ของขอ้ คามกับวัตถปุ ระสงค์ แอลฟา(0.8914)

รายวชิ าฟสิ ิกส์ เรือ่ งแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้

แอปพลิเคชนั google meet ควบค่กู ับแอป

พลิเคชนั Class Dojo

แบบบันทึกพฤติกรรมการส่งงานของ ครใู นโรงเรยี นสไุ หงโก-ลก จำนวน 3 คน ตรวจสอบ

นักเรียน รูปแบบและความเหมาะสมของแบบบนั ทึกพฤติกรรม

การส่งงานของนักเรียน

แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการ ครใู นโรงเรยี นสุไหงโก-ลก จำนวน 3 คน ตรวจสอบ
เรียนรู้ออนไลนใ์ นสถานการณ์โรคติดเช้ือ ความเทย่ี งเชิงเนื้อหาโดยการพิจารณาความเหมาะสม
ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) เพ่ือ ของข้อคามกับ
เสรมิ สรา้ งแรงจงู ใจในรายวชิ าฟสิ กิ ส์ เรอ่ื ง
แม่เหล็กไฟฟา้ โดยใชแ้ อปพลิเคชัน google
meet ควบคูก่ ับแอปพลิเคชัน Class Dojo

3.3 การวิเคราะหข์ ้อมลู และสถติ ทิ ่ีใชใ้ นการวเิ คราะหข์ ้อมลู

ในการวจิ ัยครัง้ น้ี ผวู้ ิจยั ได้ใช้สถติ ิในการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ดงั นี้
3.3.1 หาค่าเฉลย่ี ของคะแนน ( X ) โดยใช้สูตร (ลว้ น สายยศ และอังคณา สายยศ, 2543 : 306)

X =X
N

เมือ่ X แทน คา่ เฉลยี่ ของคะแนน

 X แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด

N แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอยา่ ง

19

3.3.2 สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน ( SD ) โดยใช้สตู ร (ล้วน สายยศ และองั คณา สายยศ, 2543 : 306)

SD = (X − X )2
N
เมื่อ SD แทน สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน

(X − X )2 แทน ผลรวมของคะแนนลบดว้ ยคะแนนเฉล่ีย

N แทน จำนวนนกั เรยี นในกลุ่มตวั อย่าง

20

บทท่ี 4
ผลการวิเคราะห์ข้อมลู
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู เพ่ือตอบวตั ถปุ ระสงคก์ ารวิจัย
ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google
meet ควบค่กู บั แอปพลเิ คชนั Class Dojo
ในการวิเคราะห์ข้อมูลตอนที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่อง
แม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชัน Class Dojo ของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ผู้วิจัยได้วิเคราะห์คะแนนค่าเฉลีย่ และส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐานของแรงจูงใจของผู้เรียนต่อการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาฟิสิกส์ โดยใช้แอปพลิเคชัน คลาสโดโจ
(Application Class Dojo) ซง่ึ มีผลการวเิ คราะหด์ งั ตอ่ ไปน้ี

ตารางท่ี 2 แสดงค่าเฉล่ยี และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแรงจงู ใจในรายวิชาฟสิ กิ ส์ เร่อื ง
แมเ่ หล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชนั Class Dojo

แรงจงู ใจ ระดบั ของแรงจงู ใจ แปลผล
X SD มากทส่ี ดุ
1. กระตือรือร้นเมื่อถึงเวลาเรียนวิชาฟสิ กิ ส์ 4.56 0.64 มากทีส่ ุด
2. สนใจและตัง้ ใจทำงานที่ครูมอบหมาย 4.59 0.64 มากที่สุด
3. คะแนนระหว่างเรยี น 4.67 0.62 มากทส่ี ดุ
4. รางวัล 4.64 0.71 มากทส่ี ดุ
5. ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนตลอดเวลา 4.51 0.64
6. ทบทวนเน้ือหาก่อนเรยี นสม่ำเสมอ 4.49 0.68 มาก
7. รสู้ ึกว่าตนเองมีความสำคญั 4.38 0.63 มาก
8. มคี วามสขุ ในการเรียนวิชาฟสิ ิกส์ 4.08 0.84 มาก
9. มีความม่ันใจในตนเอง 4.38 0.78 มาก
10. แอปพลิเคชนั Class Dojo ดงึ ดูดความสนใจ 4.59 0.72 มากทสี่ ุด
4.49 0.49 มาก
สรุปแรงจูงใจรวม

จากตารางที่ 2 พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/3 โรงเรียนสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส มี
แรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชัน
Class Dojo โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด(x̄ > 4.50)โดยประเด็นเรื่องคะแนนระหว่างเรียนมี่ค่าเฉลี่ย

21

สูงสุด รองลงมาได้แก่ประเด็นเรื่องรางวัล สนใจและตั้งใจทำงานที่ครูมอบหมายและกระตือรือร้นเมื่อถึงเวลา
เรยี นวชิ าฟสิ กิ ส์ตามลำดับ

ตอนที่ 2 ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู พฤติกรรมความรับผดิ ชอบต่องานที่ได้รบั มอบหมายของผ้เู รียนหลังใช้
การจัดการเรียนรูอ้ อนไลน์ในสถานการณโ์ รคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสรมิ สรา้ งแรงจูงใจใน
รายวชิ าฟสิ ิกส์ เร่ืองแมเ่ หล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชนั google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชนั Class Dojo

ตารางที่ 3 แสดงพฤติกรรมความรับผดิ ชอบของนักเรยี นตอ่ งานท่ีได้รับมอบหมาย

นักเรียนคน ครัง้ ที่ 1 คะแนนพฤติกรรมความรับผิดชอบ ครัง้ ที่ 5 รวม
ที่ 1 ครง้ั ท่ี 2 ครัง้ ที่ 3 ครงั้ ที่ 4 1
1 1 4
1 1 110 1 4
2 1 110 1 4
3 1 110 1 4
4 1 110 1 4
5 1 110 1 4
6 1 110 1 5
7 1 111 1 5
8 1 111 1 5
9 0 111 0 5
10 0 111 0 0
11 1 000 1 0
12 1 000 1 5
13 1 111 1 5
14 1 111 1 5
15 1 111 1 5
16 1 111 1 5
17 1 111 1 5
18 1 111 1 5
19 1 111 1 5
20 1 111 0 5
21 1 111 1 3
21 101 5
22 111

22

นักเรียนคน คร้ังท่ี 1 คะแนนพฤตกิ รรมความรับผิดชอบ คร้งั ที่ 5 รวม
ท่ี 1 ครง้ั ที่ 2 คร้งั ท่ี 3 ครั้งที่ 4 1
23 0 1 5
24 1 111 1 3
25 1 011 1 5
26 1 111 1 4
30 1 011 1 5
31 1 111 1 5
32 1 111 1 5
33 1 111 0 5
34 1 111 1 4
35 0 111 0 5
36 111 0
000

ตารางท่ี 4 แสดงความถี่และรอ้ ยละของนักเรยี นทส่ี ่งงานและไมส่ ่งงานตามทีไ่ ด้รบั มอบหมาย

ความถ่ี (f) คิดเปน็ รอ้ ยละ
(ของนักเรียนทั้งหมด)

นกั เรียนท่สี ่งงานอยา่ งน้อย 4 คร้ัง 31 87.18

นกั เรยี นทส่ี ง่ งานตำ่ กว่า 4 คร้ัง 5 12.82

จากตารางที่ 4 พบวา่ มีนกั เรียนทีส่ ง่ งานอยา่ งนอ้ ย 4 คร้งั จำนวน 31 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 87.18 ของ
จำนวนนักเรียนทงั้ หมด และมีนกั เรียนทส่ี ง่ งานตำ่ กว่า 4 ครั้ง จำนวน 5 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 12.82 ของจำนวน
นักเรียนทัง้ หมด

ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ใน
สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่อง
แม่เหลก็ ไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กบั แอปพลิเคชัน Class Dojo

23

ตารางท่ี 5 แสดงค่าเฉล่ียและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีตอ่ การจัดการ
เรยี นรูอ้ อนไลน์ในสถานการณ์โรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสรมิ สร้างแรงจงู ใจในรายวิชา
ฟสิ กิ ส์ เร่อื งแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ โดยใชแ้ อปพลิเคชนั google meet ควบคู่กับแอปพลเิ คชัน Class Dojo

จากตารางที่ 5 พบวา่ นักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 6/3 โรงเรยี นสุไหงโก-ลก จงั หวัดนราธวิ าส ความพึง

ประเด็นประเมิน ระดับความพึงพอใจ

X SD แปลผล

1. ครอู ธิบายการจดั การเรียนรอู้ อนไลน์ใน

สถานการณโ์ รคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019

(COVID-19) เพ่ือเสรมิ สรา้ งแรงจงู ใจใน 4.17 0.45 มาก

รายวิชาฟสิ ิกส์ โดยใชแ้ อปพลิเคชนั google

meet ควบคูก่ ับแอปพลิเคชัน Class Dojo

2. วธิ กี ารโน้มน้าวของครู 4.19 0.52 มาก

3. รปู แบบของการสะสมคะแนนในแอป 4.08 0.60 มาก
พลเิ คชัน คลาสโดโจ

4. ระยะเวลาในการสะสมคะแนนในแอป 4.22 0.54 มาก
พลเิ คชนั คลาสโดโจ

5. การสะสมคะแนนในแอปพลเิ คชัน Class 4.56 0.50 มากที่สุด
Dojo ความเหมาะสมกับวัย

6. ความน่าสนใจของรางวัล 4.58 0.50 มากที่สดุ

7. ความเหมาะสมของรางวัลทไี่ ดร้ ับ 4.44 0.61 มาก

8. จำนวนของรางวลั ทไ่ี ดร้ บั 4.31 0.58 มาก

9. นกั เรยี นมีความรับผิดชอบตอ่ งานที่ได้รบั 4.50 0.56 มาก
มอบหมาย

10. นักเรียนมีความกระตือรือรน้ ต่องานท่ี 4.69 0.52 มากทส่ี ุด
ได้รบั มอบหมาย

สรปุ ความพึงพอใจรวม 4.38 0.30 มาก

พอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

เพอ่ื เสรมิ สร้างแรงจงู ใจในรายวิชาฟสิ กิ ส์ เรอ่ื งแม่เหล็กไฟฟา้ โดยใช้แอปพลเิ คชนั google meet ควบค่กู ับแอป

พลิเคชัน Class Dojo โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก(3.51 < x̄ < 4.51) โดยประเด็นเรื่องนักเรียนมีความ

กระตือรอื ร้นตอ่ งานทีไ่ ด้รับมอบหมายม่ีค่าเฉลยี่ สงู สุด รองลงมาไดแ้ ก่ประเด็นเร่อื งนกั เรยี นมีความรับผิดชอบต่อ

24

งานที่ได้รับมอบหมาย ความน่าสนใจของรางวัลและการสะสมคะแนนในแอปพลิเคชัน Class Dojo ความ
เหมาะสมกับวัยตามลำดับ
\

25

บทท่ี 5
สรปุ อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ

5.1 ผลการวจิ ัย
ผลการวิจัยสรปุ ไดด้ งั นี้
1) นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 6/3 โรงเรียนสุไหงโก-ลก จงั หวัดนราธิวาส มีแรงจงู ใจในรายวิชาฟิสิกส์

เรอ่ื งแม่เหล็กไฟฟา้ โดยใชแ้ อปพลิเคชัน google meet ควบค่กู บั แอปพลิเคชัน Class Dojo โดยภาพรวมอยใู่ น
ระดับมากที่สดุ ( x > 4.50) ซึ่งประเด็นเร่ืองคะแนนระหว่างเรยี นมีค่าเฉลี่ยสูงสดุ รองลงมาได้แก่ประเด็นเร่อื ง
รางวัล สนใจและตง้ั ใจทำงานท่คี รมู อบหมายและกระตือรอื รน้ เม่ือถงึ เวลาเรยี นวิชาฟสิ กิ สต์ ามลำดับ

2) นักเรียนที่ส่งงานอย่างน้อย 4 ครั้ง จำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 87.18 ของจำนวนนักเรียน
ท้ังหมด และมีนักเรียนทสี่ ่งงานตำ่ กวา่ 4 คร้ัง จำนวน 5 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 12.82 ของจำนวนนกั เรยี นท้งั หมด

3) นกั เรียนชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6/3 โรงเรยี นสไุ หงโก-ลก จงั หวดั นราธิวาส ความพึงพอใจของนักเรียนท่ี
มีต่อการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้าง
แรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชัน
Class Dojo โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก(3.51 < x < 4.51) ซึ่งประเด็นเรื่องนักเรียนมีความกระตือรือร้น
ต่องานที่ได้รับมอบหมายมีค่ ่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาได้แก่ประเด็นเรื่องนักเรียนมีความรบั ผิดชอบต่องานทีไ่ ด้รับ
มอบหมาย ความน่าสนใจของรางวัลและการสะสมคะแนนในแอปพลิเคชัน Class Dojo ความเหมาะสมกับวยั
ตามลำดบั

5.2 การอภปิ รายผล
การจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้าง

แรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอปพลิเคชัน
Class Dojo ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ผลการวิจัยสรุปได้ว่า
นักเรียนกลุ่มตัวอย่างมีแรงจูงใจในการเรียนวิชาฟิสิกส์ และมีพฤติกรรมความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับ
มอบหมายของผู้เรียนหลังใช้การจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-
19) เพอื่ เสรมิ สรา้ งแรงจงู ใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรอ่ื งแม่เหลก็ ไฟฟ้า โดยใช้แอปพลเิ คชนั google meet ควบคู่กับ
แอปพลิเคชัน Class Dojo เป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ซึ่งสังเกตได้จากการทำกิจกรรมในชั้นเรียนมีความ
กระตือรือร้นเมื่อถึงเวลาเรียน และมีความตั้งใจในการทำกิจกรรมที่ครูได้มอบหมาย นอกจากนั้นการใช้แอป
พลิเคชัน คลาสโดโจ ในชั้นเรียน ยังสามารถช่วยครูผู้สอนควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนในชั้นเรียนได้อย่าง

26

รวดเร็ว ทำให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ มีจิตสาธารณะ มีคุณธรรมและจริยธรรมในระหว่างการ
จัดการเรยี นการสอนอีกดว้ ย

โดยผลการวิจยั น้ีไดส้ อดคล้องกบั สุทธิกร กรงทอง(2559) ได้จดั ทำวิจัยการจัดการเรยี นร้เู พื่อเสริมสร้าง
แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยใช้รูปแบบห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคเกมิฟิเคชัน
สำหรบั นักเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 พบวา่ แผนการจัดการเรยี นรู้โดยใช้รูปแบบห้องเรียน
กลับด้านรว่ มกับเทคนิคเกมิฟิเคชัน วิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี 2 นักเรียนเกิดแรงจูงใจในการทำกิจกรรม
การเรียนรู้ กระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจในการเรียน ส่งผลให้นักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มี
ระดับแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับดีมาก และมากที่สุด อีกทั้งนักเรียนที่ได้รับการจดั การเรยี นรู้
โดยใช้รูปแบบห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคเกมิฟิเคชัน มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มาก
ท่ีสุด

จากการวิจัยในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเคชัน google
meet ควบคู่กับแอปพลิเคชัน Class Dojo มีผลต่อแรงจูงใจในการเรียนวิชาฟิสิกส์และมีพฤติกรรมความ
รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายของผู้เรียน ทั้งนี้ปัจจัยที่มีผลต่อแรงจูงใจในการเรียนวิชาฟิสิกส์และมี
พฤติกรรมความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายของผู้เรียนนั้น อาจเกิดจากเทคนิคการจัดการเรียนรู้ของ
ครูผู้สอน ที่ทำให้นักเรียนเข้าใจในเนื้อหา และสนุกกับกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ร่วมกับการใช้แอปพลิเคชัน
คลาสโดโจ

5.3 ข้อเสนอแนะ
1) ความรวดเรว็ ในการเข้าใช้แอปพลิเคชัน google meet และแอปพลิเคชัน Class Dojo ขน้ึ อย่กู ับ

ความเร็วของอนิ เทอรเ์ น็ตเปน็ สำคญั ดังน้นั หากต้องการความรวดเรว็ ในการใช้งาน ควรใช้อินเทอรเ์ น็ตท่ี
ความเรว็ ข้ันตำ่ ของระบบ 3G ข้ึนไป

2) ควรศึกษาเกีย่ วกับการนำแอปพลเิ คชัน Class Dojo ใชร้ ่วมกบั วิธสี อนต่าง ๆ เชน่ การเรียนแบบ
ร่วมมอื การเรียนแบบสืบเสาะ เป็นต้น

5.4 การนำผลการวจิ ยั ไปใช้
ในการวิจัยครั้งนี้ในการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-

19) เพื่อเสรมิ สรา้ งแรงจงู ใจในรายวิชาฟสิ กิ ส์ เรอื่ งแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลเิ คชัน google meet ควบคู่กับ
แอปพลเิ คชนั Class Dojo สามารถเสริมสรา้ งแรงจูงใจในการเรยี นวิชาฟสิ ิกส์ และมีพฤติกรรมความรับผิดชอบ
ต่องานที่ได้รับมอบหมายของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างได้ แต่ควรศึกษาพฤติกรรมและความชอบของนักเรียน

27

เพิ่มเติม เพื่อเป็นแนวทางในการหาวิธีการสร้างแรงจูงใจและวิธีการปรับพฤติกรรมความรับผิดชอบต่องานท่ี
ไดร้ ับมอบหมายของนกั เรยี นได้ดมี ากขึ้น

28

บรรณานกุ รม

กรมวชิ าการ. (2545). คมู่ ือการจัดการเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์
องคก์ ารรบั ส่งสินค้าและพสั ดุภัณฑ์.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสตู รการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์. กรงุ เทพฯ: กระทรวง.
ชาญเดช วรี กลุ . (2552). ความสัมพันธร์ ะหว่างแรงจูงใจในการปฏิบตั ิงานกับขวัญในการ ปฏิบัติงานของ
บคุ ลากรสังกดั สำนักงานการตรวจเงนิ แผน่ ดินภูมิภาคที่ 5 (จังหวดั อบุ ลราชธาน)ี . (วทิ ยานิพนธ์
บริหารธุรกจิ มหาบัณฑติ ). อบุ ลราชธานี : มหาวิทยาลยั ราชภัฎอุบลราชธานี.
ชาญศิลป์ วาสบญุ มา. (2546). แรงจงู ใจและความต้องการความสมหวงั ในชีวิตของการเป็น คณะกรรมการ
สถานศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน. ปริญญานพิ นธ์การศกึ ษามหาบัณฑิต สาขาการบรหิ ารการศึกษา) มหาวิทยา
ลกั ศิลปากร.
เพชรี ชยั มลู . (2552). ปจั จยั ทม่ี ีอทิ ธพิ ลต่อผลการเรยี นรู้กลุม่ สาระวทิ ยาศาสตรข์ องนักเรยี นช้นั ประถม
ศกึ ษาปที ี่ 6 ในโรงเรียนสงั กัดสานกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาเลย เขต 1 : การวิเคราะห์พหุระดับ โดยใช้
โมเดลระดบั ลดหลัน่ เชงิ เสน้ . (วทิ ยานพิ นธค์ รุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาวจิ ัยและ

ประเมินผลการศึกษา). เลย : มหาวทิ ยาลัยราชภัฎเลย.
ไพศาล เครือแสง. (2557). เทคนคิ การสอนเชงิ รกุ เรียนรปู้ ระสบการณจ์ าก Shelton College
International ประเทศสิงคโปร์. สบื ค้นวันท่ี 12 สิงหาคม 2561. จาก
http://www.kmutt.ac.th/jif/public_html.
วิจารณ์ พานิช. (2556). การสร้างการเรยี นรู้สศู่ ตวรรษท่ี 21. กรงุ เทพฯ : มลู นิธสิ ยามกัมมาจล.
สร้อยตระกูล อรรถมานะ. (2550). พฤติกรรมองค์การ ทฤษฎีและการประยุกต์. (พิมพ์ครั้งที่ 4).
กรุงเทพฯ :

โรงพมิ พ์มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร.์
สุชาดา สุขบำรุงศิลป์. (2553). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนวิศวกรรมแหลมฉบัง
จงั หวัด

ชลบรุ .ี (นพิ นธ์การศึกษามหาบณั ฑติ สาขาการบริหารการศกึ ษา). มหาวทิ ยาลัยบรู พา.
สุทธิกร กรงทอง. (2559). การจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ
นักเรยี น

โดยใช้รูปแบบห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคเกมิฟิเคชันสำหรับนักเรียนพิเศษ
วทิ ยาศาสตร์ ชัน้
มธั ยมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธป์ ริญญามหาบัณฑติ . มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลัยราชภัฎ
มหาสารคาม

29

ภาคผนวก

30

แสดงค่าเฉลีย่ และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานแรงจงู ใจในรายวชิ าฟสิ ิกส์ เรอ่ื งแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลิเค
ชัน google meet ควบคกู่ บั แอปพลเิ คชัน Class Dojo

แรงจงู ใจ ระดบั ของแรงจงู ใจ แปลผล
มากทสี่ ดุ
1. กระตือรือรน้ เม่ือถึงเวลาเรยี นวิชาฟสิ กิ ส์ X SD มากทสี่ ุด
2. สนใจและต้งั ใจทำงานท่ีครูมอบหมาย 4.56 0.64 มากทีส่ ุด
3. คะแนนระหวา่ งเรียน 4.59 0.64 มากทส่ี ุด
4. รางวลั 4.67 0.62 มากทส่ี ุด
5. ตระหนกั ถึงความสำคญั ของการเรยี นตลอดเวลา 4.64 0.71
6. ทบทวนเน้อื หาก่อนเรยี นสมำ่ เสมอ 4.51 0.64 มาก
7. รสู้ ึกว่าตนเองมคี วามสำคญั 4.49 0.68 มาก
8. มีความสุขในการเรียนวิชาฟิสิกส์ 4.38 0.63 มาก
9. มคี วามมั่นใจในตนเอง 4.08 0.84 มาก
10. แอปพลเิ คชัน คลาสโดโจดึงดดู ความสนใจ 4.38 0.78 มากที่สดุ
4.59 0.72 มาก
สรปุ แรงจงู ใจรวม 4.49 0.49

้ขอ ี่ท 1 31
้ขอ ี่ท 2
้ขอ ี่ท 3ข้อมูลแรงจูงใจของนักเรียนที่มตี ่อการจัดการเรียนรูอ้ อนไลนใ์ นสถานการณโ์ รคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019
้ขอ ่ีท 4
้ขอ ่ีท 5(COVID-19) เพ่ือเสรมิ สรา้ งแรงจงู ใจในรายวชิ าฟิสกิ ส์ เร่ืองแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใชแ้ อปพลิเคชัน google
้ขอ ่ีท 6
้ขอ ี่ท 7meet ควบคู่กับแอปพลเิ คชัน Class Dojo
้ขอ ี่ท 8
้ขอ ี่ท 9ลำดับ
้ขอ ี่ท 10คนท่ี 1 5 5 5 5 4 4 5 5 4 5
คนที่ 2 5 4 5 5 5 5 4 5 5 5
คนที่ 3 5 4 5 5 5 5 5 4 5 4
คนที่ 4 5 5 5 5 4 4 4 4 5 5

คนที่ 5 5 5 5 5 5 4 5 4 5 5 การ

คนที่ 6 5 4 5 5 4 5 5 4 4 5
คนที่ 7 5 5 5 5 5 5 5 4 5 5
คนที่ 8 4 5 5 4 4 4 5 4 4 4
คนที่ 9 5 4 4 4 5 5 5 3 3 5
คนที่ 10 4 5 4 5 4 4 4 3 5 5
คนท่ี 11 3 3 3 4 3 4 3 3 3 3
คนที่ 12 3 3 3 3 3 3 3 3 3 2
คนที่ 13 5 5 5 4 5 5 4 4 5 5
คนที่ 14 4 5 5 5 4 4 4 5 5 4
คนที่ 15 5 5 4 5 4 5 4 4 4 4
คนท่ี 16 5 5 5 5 4 4 4 5 5 5
คนท่ี 17 4 4 4 5 4 4 4 4 5 5
คนท่ี 18 5 5 4 4 5 5 5 4 4 5
คนที่ 19 5 5 5 5 4 5 4 3 5 5
คนที่ 20 5 5 5 5 5 5 5 4 5 5
คนท่ี 21 4 5 5 5 5 5 4 4 4 4
คนที่ 22 4 5 5 5 5 5 4 5 5 4
คนท่ี 23 5 4 5 5 4 4 4 4 4 5
คนท่ี 24 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5
คนที่ 25 5 5 5 5 5 5 5 1 4 5
คนท่ี 26 4 5 5 5 5 5 4 5 5 5
คนท่ี 27 5 4 5 4 4 4 4 4 4 5
คนที่ 28 5 5 5 5 5 5 5 5 4 5
คนที่ 29 5 5 5 5 5 4 5 4 5 5
คนที่ 30 5 5 5 4 5 5 5 5 5 5
คนที่ 31 4 4 5 5 5 5 5 5 4 4
คนท่ี 32 5 5 5 5 4 4 4 4 5 5
คนท่ี 33 5 5 5 5 5 4 4 5 5 5
คนที่ 34 4 4 5 5 5 5 5 5 5 5
คนที่ 35 4 5 5 5 5 5 4 4 4 4
คนที่ 36 3 3 3 2 3 2 3 3 3 3

วิเคราะห์ขอ้ มลู รายขอ้ แรงจูงใจในรายวชิ าฟสิ ิกส์ เรอื่ งแม่เหล็กไฟฟา้ โดยใช้แอปพลิเคชัน google meet

ควบคู่กับแอปพลเิ คชัน Class Dojo

32

ผลการวเิ คราะห์ ้ขอที่ 1
้ขอท่ี 2
้ขอ ี่ท 3
้ขอ ่ีท 4
้ขอ ่ีท 5
้ขอที่ 6
้ขอท่ี 7
้ขอที่ 8
้ขอ ีท่ 9
้ขอท่ี 10

จำนวนคน 36 36 36 36 36 36 36 36 36 36
คะแนนรวม 178 179 182 181 176 175 171 159 171 179
คะแนนต่ำสดุ 333232312 2
คะแนนสูงสุด 555555555 5
คา่ เฉลี่ย 4.56 4.59 4.67 4.64 4.51 4.49 4.38 4.08 4.38 4.59
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.64 0.64 0.62 0.71 0.64 0.68 0.63 0.84 0.78 0.72
C.V.(%) 14.03 13.89 13.31 15.23 14.26 15.23 14.44 20.59 17.83 15.58
มาก มาก มาก มาก มาก มาก มาก มาก มาก มาก
แปลผล ทส่ี ุด ที่สุด ที่สดุ ท่สี ุด ทส่ี ุด ท่สี ุด

33

การวิเคราะหข์ ้อมูลรายคนของแรงจูงใจในรายวิชาฟิสกิ ส์ เร่ืองแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้แอปพลเิ คชนั

google meet ควบคกู่ ับแอปพลิเคชัน Class Dojo

กล่มุ ตวั อย่าง จำนวนข้อทต่ี อบ คะแนนรวม (Sum.) ผลการวเิ คราะห์
คนที่ คา่ เฉลี่ย ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.) สัมประสทิ ธก์ิ ารกระจาย (%) (C.V.)

1 10 47 4.70 0.48 10.28
2 10 48 4.80 0.42 8.78
3 10 47 4.70 0.48 10.28
4 10 46 4.60 0.52 11.23
5 10 48 4.80 0.42 8.78
6 10 46 4.60 0.52 11.23
7 10 49 4.90 0.32 6.45
8 10 43 4.30 0.48 11.23
9 10 43 4.30 0.82 19.15
10 10 43 4.30 0.67 15.70
11 10 32 3.20 0.42 13.18
12 10 29 2.90 0.32 10.90
13 10 47 4.70 0.48 10.28
14 10 45 4.50 0.53 11.71
15 10 44 4.40 0.52 11.74
16 10 47 4.70 0.48 10.28
17 10 43 4.30 0.48 11.23
18 10 46 4.60 0.52 11.23
19 10 46 4.60 0.70 15.20
20 10 49 4.90 0.32 6.45
21 10 45 4.50 0.53 11.71
22 10 47 4.70 0.48 10.28
23 10 44 4.40 0.52 11.74
24 10 50 5.00 0.00 0.00
25 10 45 4.50 1.27 28.21
26 10 48 4.80 0.42 8.78
27 10 43 4.30 0.48 11.23
28 10 49 4.90 0.32 6.45
29 10 48 4.80 0.42 8.78
30 10 49 4.90 0.32 6.45
31 10 46 4.60 0.52 11.23
32 10 46 4.60 0.52 11.23
33 10 48 4.80 0.42 8.78
34 10 48 4.80 0.42 8.78
35 10 45 4.50 0.53 11.71
36 10 28 2.80 0.42 15.06

34

สรุปการวิเคราะห์ข้อมลู แรงจงู ใจในรายวชิ าฟสิ กิ ส์ เรอื่ งแม่เหลก็ ไฟฟ้า โดยใชแ้ อปพลิเคชนั google
meet ควบคูก่ บั แอปพลิเคชัน Class Dojo

ผลการวิเคราะห์ ภาพรวม
คะแนนรวม 1751
คา่ เฉลย่ี 4.49
0.49
สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน 10.99
C.V.(%) มาก
แปลผล

35

แสดงค่าเฉลีย่ และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐานความพึงพอใจของนกั เรยี นที่มตี ่อการจดั การเรียนรู้ออนไลนใ์ น

สถานการณโ์ รคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพอื่ เสรมิ สร้างแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรื่อง

แม่เหลก็ ไฟฟา้ โดยใชแ้ อปพลเิ คชนั google meet

ประเด็นประเมนิ ระดบั ความพงึ พอใจ

1. ครอู ธิบายวิธีการจัดการเรียนร้เู พือ่ X SD แปลผล
เสรมิ สร้างแรงจงู ใจในรายวชิ าฟิสิกส์ โดยใช้
แอปพลิเคชัน google meet 4.17 0.45 มาก
ควบคูก่ บั แอปพลิเคชัน Class Dojo
2. วธิ ีการโน้มน้าวของครู 4.19 0.52 มาก
3. รปู แบบของการสะสมคะแนนในแอป 4.08 0.60 มาก
พลิเคชนั คลาสโดโจ
4. ระยะเวลาในการสะสมคะแนนในแอป 4.22 0.54 มาก
พลิเคชนั คลาสโดโจ
5. การสะสมคะแนนในแอปพลิเคชัน คลาส 4.56 0.50 มากทส่ี ดุ
โดโจความเหมาะสมกบั วัย 4.58 0.50 มากท่ีสดุ
6. ความน่าสนใจของรางวัล 4.44 0.61 มาก
7. ความเหมาะสมของรางวลั ทไ่ี ดร้ บั 4.31 0.58 มาก
8. จำนวนของรางวัลทไ่ี ด้รบั 4.50 0.56 มาก
9. นักเรยี นมคี วามรบั ผิดชอบตอ่ งานที่ได้รับ
มอบหมาย 4.69 0.52 มากทส่ี ดุ
10. นกั เรยี นมคี วามกระตือรือร้นตอ่ งานท่ี
ไดร้ ับมอบหมาย

สรุปความพงึ พอใจรวม 4.38 0.30 มาก

ควบคูก่ ับแอปพลเิ คชนั Class Dojo

36

ข้อมูลความพึงพอใจของนกั เรยี นทม่ี ตี ่อการจดั การเรยี นรู้ออนไลน์ในสถานการณโ์ รคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา
2019 (COVID-19) เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เรอ่ื งแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใชแ้ อปพลเิ คชนั

google meet ควบคูก่ ับแอปพลเิ คชัน Class Dojo

ลำดบั
ข้อที่ 1
ข้อที่ 2
ข้อท่ี 3
ข้อท่ี 4
ข้อที่ 5
ข้อท่ี 6
ข้อที่ 7
ข้อที่ 8
ข้อที่ 9
ข้อที่ 10

คนที่ 1 4444445544
คนที่ 2 4444554555
คนที่ 3 4444555454
คนท่ี 4 5445444455
คนที่ 5 4444545455
คนท่ี 6 5444455445
คนที่ 7 5445455555
คนที่ 8 4455445444
คนท่ี 9 4444544545
คนที่ 10 4444444455
คนที่ 11 3343333334
คนที่ 12 3432233333
คนท่ี 13 4444444455
คนที่ 14 4445455444
คนที่ 15 4444454444
คนที่ 16 4444454545
คนท่ี 17 4445444455
คนท่ี 18 4534555445
คนท่ี 19 4554454455
คนที่ 20 5444555455
คนที่ 21 4333543333
คนท่ี 22 4555554554
คนที่ 23 3343443345
คนที่ 24 5555555555
คนท่ี 25 5555555445
คนท่ี 26 4444554555
คนท่ี 27 4444444445
คนที่ 28 4555555445
คนท่ี 29 4554545455
คนที่ 30 4444555555
คนที่ 31 4444555544
คนท่ี 32 4444444455
คนท่ี 33 5544544555
คนที่ 34 4444555555
คนท่ี 35 4444554444
คนท่ี 36 4332223333

37

การวเิ คราะหข์ ้อมลู รายข้อความพึงพอใจของนกั เรียนทม่ี ีต่อการจดั การเรยี นรอู้ อนไลน์ในสถานการณโ์ รค
ติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเสรมิ สร้างแรงจูงใจในรายวชิ าฟสิ ิกส์ เร่ืองแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ โดย

ใช้แอปพลเิ คชัน google meet
ควบคกู่ บั แอปพลเิ คชนั Class Dojo

ผลการวเิ คราะห์ ข้อ ่ีท 1
้ขอที่ 2
ข้อ ่ีท 3
ข้อ ่ีท 4
้ขอ ่ีท 5
้ขอที่ 6
ข้อที่ 7
้ขอที่ 8
้ขอที่ 9
้ขอ ี่ท 10

จำนวนคน 36 36 36 36 36 36 36 36 36 36

คะแนนรวม 150 151 147 152 164 165 160 155 162 169

คะแนนต่ำสดุ 3 3 23443333

คะแนนสูงสุด 5 5 55555555

คา่ เฉลีย่ 4.17 4.19 4.08 4.22 4.56 4.58 4.44 4.31 4.50 4.69

สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน 0.45 0.52 0.60 0.54 0.50 0.50 0.61 0.58 0.56 0.52

C.V.(%) 10.73 12.51 14.78 12.80 11.06 10.91 13.65 13.39 12.46 11.18

แปลผล มาก มาก มาก มาก มาก มาก มาก มาก มาก มาก

ทสี่ ุด ท่สี ุด ท่สี ุด

38

การวเิ คราะหข์ อ้ มูลรายคนความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอ่ การจัดการเรียนรอู้ อนไลน์ในสถานการณโ์ รค

ติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) เพ่ือเสริมสร้างแรงจงู ใจในรายวชิ าฟิสิกส์ เรื่องแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ โดย

ใชแ้ อปพลิเคชัน google meet ควบคู่กับแอปพลเิ คชัน Class Dojo

กลมุ่ ตัวอยา่ ง จำนวนข้อที่ตอบ คะแนนรวม(Sum.) คา่ เฉลีย่ ผลการวิเคราะห์ สมั ประสิทธก์ิ ารกระจาย (%)(C.V.)
คนที่ 10 42 4.20 สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน(S.D.) 10.04
10 45 4.50 11.71
1 10 44 4.40 0.42 11.74
2 10 44 4.40 0.53 11.74
3 10 44 4.40 0.52 11.74
4 10 44 4.40 0.52 11.74
5 10 47 4.70 0.52 10.28
6 10 43 4.30 0.52 11.23
7 10 43 4.30 0.48 11.23
8 10 42 4.20 0.48 10.04
9 10 32 3.20 0.48 11.43
10 10 29 2.90 0.42 11.71
11 10 42 4.20 0.49 10.04
12 10 43 4.30 0.53 11.23
13 10 41 4.10 0.42 7.71
14 10 43 4.30 0.48 11.23
15 10 43 4.30 0.32 11.23
16 10 44 4.40 0.48 15.89
17 10 45 4.50 0.48 11.71
18 10 46 4.60 0.70 11.23
19 10 34 3.40 0.53 20.56
20 10 47 4.70 0.52 10.28
21 10 36 3.60 0.70 19.42
22 10 50 5.00 0.48 0.00
23 10 48 4.80 0.70 8.78
24 10 45 4.50 0.00 11.71
25 10 41 4.10 0.42 7.71
26 10 47 4.70 0.53 10.28
27 10 46 4.60 0.32 11.23
28 10 46 4.60 0.48 11.23
29 10 44 4.40 0.52 11.74
30 10 42 4.20 0.52 10.04
31 10 46 4.60 0.52 11.23
32 10 46 4.60 0.42 11.23
33 10 42 4.20 0.52 10.04
34 0.52
35 0.42

36 10 28 2.80 0.57 39

11.56

สรุปการวิเคราะหข์ ้อมลู ความพงึ พอใจของนกั เรียนที่มีต่อการจดั การเรยี นรูอ้ อนไลน์ในสถานการณโ์ รคติด
เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพือ่ เสริมสร้างแรงจูงใจในรายวชิ าฟิสิกส์ เร่อื งแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า โดยใช้

แอปพลเิ คชนั google meet ควบคูก่ บั แอปพลิเคชัน Class Dojo

ผลการวเิ คราะห์ ภาพรวม
คะแนนรวม 1575
ค่าเฉลยี่ 4.38
0.30
สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน 6.92
C.V.(%) มาก
แปลผล

40

เกณฑ์การใชแ้ ปลผลแรงจูงใจและความพึงพอใจของนกั เรยี นทมี่ ตี ่อการจดั การเรยี นร้อู อนไลนใ์ น
สถานการณโ์ รคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพ่ือเสริมสร้างแรงจูงใจในรายวิชาฟิสิกส์ เร่อื ง

แม่เหล็กไฟฟ้า โดยใชแ้ อปพลเิ คชัน google meet
ควบคกู่ บั แอปพลิเคชัน Class Dojo

ระดับ ช่วงคะแนน
ความคดิ เหน็ ต่ำสดุ สงู สุด
4.51 5.00
มากที่สดุ 3.51 4.50
มาก 2.51 3.50
1.51 2.50
ปานกลาง 1.00 1.50
น้อย

น้อยท่ีสุด


Click to View FlipBook Version