ก
เร่อื ง การพัฒนาแอปพลเิ คชนั เพ่ือแสดงขอมูลพนื้ ฐานของพรรณไม
ภายในมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิ ศนู ยห ันตรา
Development of an application to display basic information of plant
species within Rajamangala University of Technology Suvarnabhumi
นางสาวชนาธนิ าถ ตรีมณี
นางสาวชตุ ินนั ท เจริญจติ จนิ ดา
ปรญิ ญานพิ นธน เ้ี ปน สว นหนึง่ ของการศกึ ษาตามหลกั สตู รปรญิ ญาวทิ ยาศาสตรบัณฑติ
สาขาวชิ าวทิ ยาการคอมพิวเตอร คณะวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภูมิ
ปการศกึ ษา 2564
ก
ค
บทคดั ยอ
จากปญหาการศึกษาหาขอมูลเกี่ยวกับพรรณไมที่คอนขางยากลําบากเนื่องจากพรรณไมมี
หลากหลายสายพันธุที่คลาย ๆ กันมากมาย คณะผจู ัดทําไดจัดทําพัฒนาแอปพลิเคชันเพ่ือแสดงขอมูล
พ้ืนฐานของพรรณไม ภายในสวนธรรมรวมใจระลึกโปรดเกลาฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
สุวรรณภมู ิ ศนู ยหันตราโดยมวี ตั ถปุ ระสงคด งั น้ี 1. เพื่อพฒั นาแอปพลเิ คชนั เพือ่ แสดงขอมลู พนื้ ฐานของ
พรรณไมที่นาสนใจ 2. เพ่ือศึกษาขอมูลพ้ืนฐานของพรรณไมท่ีนาสนใจ 3. เพ่ืออํานวยความสะดวก
ใหก ับผูคนทต่ี องการศึกษาขอมลู พ้นื ฐานของพรรณไมทนี่ า สนใจ
การพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อแสดงขอมูลพื้นฐานของพรรณไมพัฒนาข้ึนโดยใช โปรแกรม IDLE
(Python 3.8) ดวยภาษา Python โดยใชวิธีการหาลักษณะเดน Local Binary Patterns (LBP) เพ่ือ
หาลกั ษณะเดน ของแตละพรรณไม และเรียนรูจ าํ ลักษณะเดนของพรรณไมนัน้ ๆ ซงึ่ แอปพลิเคชันที่ได
นัน้ สามารถนําเขา รูปภาพของพรรณไมจากผูใชเขามาประมวลผลและนําไปใชวิเคราะหเพ่ือหาผลลัพธ
มาแสดงใหผใู ชไ ดต ามวัตถปุ ระสงค
ABSTRACT
From the problem of finding information about plants that is quite difficult
because there are many species of plants that are similar to each other, the organizers
have developed an application to show the basic information of plant species. Inside
the Dharma Garden Rajamangala University of Technology Suvarnabhumi, Huntra
campus, has the following objectives: 1. To develop an application to show the basic
information of interesting plants 2. To study the basic information of interesting plants
3. To facilitate people who want to study Fundamentals of interesting plants
Application development to display basic information of plant species was
developed using IDLE program (Python 3.8) with Python language by using Local Binary
Patterns (LBP) feature to find distinctive features of each plant, and learn to remember
the distinctive characteristics of that plant. The results show that, application can
import images of plants from users to process and use them for analysis to find results
to show users for their intended purpose.
ค
ง
กิตติกรรมประกาศ
ปริญญานิพนธฉบับน้ีสําเร็จลงไดดวยดี คณะผูจัดทําขอกราบขอบพระคุณบุคคลและกลุมบุคคล
ตาง ๆ ทใ่ี หก ารสนับสนนุ และความชวยเหลืออยางดี
ขอกราบขอบพระคุณ อาจารยประดิษฐ สงคแสงยศ และอาจารยดารานัย รบเมือง อาจารยท่ี
ปรึกษา ที่ไดใหขอแนะนํา ขอคิดเห็นตาง ๆ ในการทําปริญญานิพนธฉบับน้ีมาโดยตลอด รวมถึงได
เสนอแนะและตรวจสอบแกไข ขอบกพรองตง้ั แตต นจนปรญิ ญานิพนธฉบบั นี้สําเรจ็ เรยี บรอย
และขอกราบขอบพระคณุ ผูใหความชวยเหลือและใหค วามรวมมือในดานตาง ๆ อีกหลายทาน ซ่ึง
ไมส ามารถกลาวนามไดท ั้งหมดไว ณ โอกาสน้ี
คณะผจู ดั ทาํ
ง
จ
สารบญั หนา
ค
เรือ่ ง ง
บทคัดยอ จ
กิตตกิ รรมประกาศ ช
สารบัญ ซ
สารบญั รูปภาพ 1
สารบัญตาราง 2
2
บทที่ 1 บทนํา 2
1.1 ความเปน มาและความสาํ คัญของปญหา 4
1.2 วัตถุประสงค 5
1.3 ขอบเขตของโครงงาน 5
1.4 ระเบยี บวิธีการดาํ เนนิ งาน 6
1.5 นยิ ามคาํ ศพั ทเฉพาะ 6
1.6 ประโยชนทีไ่ ดรบั 6
บทท่ี 2 ทฤษฎแี ละงานวจิ ยั ทีเ่ กย่ี วขอ ง 7
2.1 ทฤษฎีทเี่ กย่ี วของ 9
9
2.1.1 โปรแกรม IDLE (python) 10
2.1.2 ภาษา Python 11
2.1.3 Library 14
2.1.4 การหาลกั ษณะเดน Local Binary Patterns (LBP) 16
2.1.5 แผนภาพ Sequence Diagram 19
2.1.6 แผนภาพ Activity Diagram 20
2.1.7 พรรณไม 21
2.1.8 การตรวจจับใบหนา ของมนุษยและการจดจาํ
2.1.9 การประมวลผลภาพ (Image Processing)
2.1.10 ขั้นตอนการประมวลผลภาพดจิ ทิ ลั
2.1.11 การแยกลกั ษณะเฉพาะของภาพ (Image Feature Extraction)
จ
ฉ
สารบญั (ตอ ) หนา
21
เรอื่ ง 22
2.1.12 ฮิตโตแกรม (Histogram) 22
2.1.13 ปญญาประดษิ ฐ (Artificial Intelligence : AI) 23
2.1.14 การเรียนรูของเครอื่ ง (Machine Learning) 24
2.1.15 Adobe Photoshop 28
28
2.2 งานวจิ ยั ทเี่ กีย่ วของ 28
บทที่ 3 ระเบียบวิธกี ารดาํ เนินงาน 28
30
3.1 กาํ หนดปญหาและศกึ ษาระบบงานเดิม 33
3.2 การรวบรวมขอมูล 33
3.3 การวเิ คราะหระบบ 33
3.4 การออกแบบระบบ 34
3.5 การพฒั นาระบบและจัดทําเอกสาร 34
3.6 การทดสอบระบบ 36
3.7 การบาํ รงุ รักษาระบบ 38
บทท่ี 4 ผลการดําเนินงาน 40
4.1 การพัฒนาระบบ 40
4.2 การทดสอบระบบ 41
4.3 การประเมินประสิทธิภาพการทาํ งาน 41
บทที่ 5 สรปุ ผล 42
5.1 สรปุ ผลและอภิปรายผล 44
5.2 ปญ หาและอุปสรรค 48
5.3 ขอ เสนอแนะ 51
บรรณานกุ รม 53
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก คมู อื การใชงาน
ภาคผนวก ข แบบประเมนิ ประสทิ ธิภาพ สาํ หรบั ผใู ชง าน
ภาคผนวก ค รายชอ่ื ผปู ระเมนิ ประสิทธภิ าพการทาํ งาน สําหรับผใู ชงาน
ประวัตผิ จู ดั ทาํ
ฉ
สารบญั รปู ภาพ ช
ภาพท่ี หนา
2-1 โปรแกรม IDLE (python) 7
2-2 ภาษา Python 8
2-3 แผนภาพ Sequence Diagram 10
2-4 แผนภาพ Sequence Diagram 11
2-5 แผนภาพ Activity Diagram แบบท่ัวไป 12
2-6 แผนภาพ Activity Diagram แบบมที างเลือกใหตดั สนิ ใจ 12
2-7 แผนภาพ Activity Diagram แบบมีการทํางานพรอมๆกันหลายงาน 13
2-8 แผนภาพ Activity Diagram แบบการสง สญั ญาณ 13
2-9 ตวั อยา งไมดอกลม ลุก กระดมุ ทอง 14
2-10 ตัวอยางไมด อกทเี่ ปนพุม ดอกคริสตม าส 15
2-11 ตัวอยา งไมดอกทเ่ี ปน ไมเถา หรอื ไมเลอื้ ย ผกั บงุ ฝรง่ั 15
2-12 ตวั อยางไมด อกทีเ่ ปนไมตนหรือไมใ หญยนื ตนราชพฤกษ 16
2-13 การตรวจจบั ใบหนา ของมนุษยและการจดจํา 19
2-14 ระบบดแู ลการจราจรบนทอ งถนน 19
2-15 ภาพขน้ั ตอนการประมวลผลภาพดิจทิ ลั 20
2-16 ภาพฮติ โตแกรมแสดงการแจกแจงความถ่ี 22
2-17 Adobe Photoshop 24
3-1 แผนภาพ Activity Diagram การทํางานของแอปพลิเคชัน 30
3-2 หนา ตา งหนาหลัก 31
3-3 ขอ มลู พรรณไม 32
4-1 หนา จอหลัก 34
4-2 การนาํ เขารูปภาพ 35
4-3 การแสดงผลลพั ธ 35
ช
ซ
สารบญั ตาราง
ตารางท่ี หนา
1-1 ตารางการดาํ เนนิ งาน 4
3-1 ขอมลู พรรณไม 29
4-1 การทดสอบการทาํ งานทวั่ ไปของแอปพลิเคชันเพ่ือแสดงขอมูลพ้ืนฐานของพรรณไม 36
4-2 การทดสอบประสทิ ธิภาพการประมวลผล โดยใชภาพใบของพรรณไม 36
4-3 การทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผล โดยใชภาพดอกของพรรณไม 37
4-4 เกณฑก ารประเมนิ ผลการใชงานโดยเฉลย่ี 38
4-5 ผลการวิเคราะหการประเมินประสิทธิภาพการใชง าน 38
4-6 ผลการวิเคราะหการประเมนิ ประสิทธิภาพการประมวลผล 39
ซ
1
บทท่ี 1
บทนํา
1.1 ความเปนมาและความสาํ คญั ของปญ หา
ตนไมหลากหลายสายพันธุ ทุกปจะมีการปรับปรุงรายการพรรณของตนไมบนโลก จะทําใหรูวามี
พรรณไมใ หมๆอะไรบา ง และท่ีกาํ ลงั จะสูญพันธุม กี ่ีชนดิ ซงึ่ องคการสวนพฤกษศาสตรและอนรุ ักษพ ันธุ
พืชนานาชาติเผยวา ในแตละปจะมีพันธุตนไมเกิดใหมประมาณ 2,000 ชนิด ลาสุดไดรวบรวมรายชื่อ
ตนไมจากขอมูลของเครือขายขององคกรสมาชิก 500 แหง พบวาขณะน้ีมีตนไมในโลกท้ังสิ้น 60,065
ชนิด จึงไมสามารถรูจักสายพันธุตนไมไดทั้งหมด ซึ่งสะทอนใหเห็นวา คนที่สนใจที่จะศึกษาเร่ือง
เกี่ยวกับพันธุตนไม ไมสมารถท่ีจะศึกษาพรรณไมไดหมด หากไมรูจักชื่อพรรณไมนั้น เพราะการท่ีจะ
ศึกษาหาขอมูลเก่ียวกับพรรณไมน้ัน ๆ เพียงระบุลักษณะของใบ ดอกหรือลําตน คงไมสามารถหา
พรรณไมนนั้ ไดถ ูกตอง เพราะพรรณตน ไมมีหลากหลายสายพนั ธุที่คลาย ๆ กันมากมาย
จากท่ีไดกลาวมาขางตน ทําใหเห็นถึงปญหาในการที่จะศึกษาพรรณไมน้ันมีมากมาย เพราะ
สามารถพิมพคนหาลักษณะของใบ ดอกหรือลําตน ใน Google ได แตขอมูลทไ่ี ดมา บางทีก็ไมตรงกับ
สายพรรณที่หา หรือบางทีก็ไมถูกเลย บางทีก็จะแสดงสายพรรณอื่นที่มีลักษณะน้ันท่ีคลาย ๆ กัน
มากมายขึ้นมาแทน ทําใหมีความจําเปนท่ีจะพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อแสดงขอมูลพ้ืนฐานของพรรณไม
เพอ่ื อาํ นวยความสะดวกใหก ับผทู ี่ตองการศึกษาพรรณไมตา ง ๆ โดยสะดวกและรวดเรว็ กวา การพิมหา
ขอมูลใน Google ซึ่งอาจจะไดขอมูลที่ผิดพลาด แอปพลิเคชันเพื่อแสดงขอมูลพ้ืนฐานของพรรณไม
สามารถนําเขารูปภาพ ลักษณะใบ ดอก ได เพื่อบอกขอมูลตาง ๆ ที่เกี่ยวกับพรรณไมท่ีตองการจะ
ศึกษาได
คณะผูจัดทําไดจัดทําพัฒนาแอปพลิเคชันเพ่ือแสดงขอมูลพื้นฐานของพรรณไม ภายในสวนธรรม
รวมใจระลึกโปรดเกลาฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนยหันตรา เพ่ือนําไปใช
แกปญหาในเรื่องของการศึกษาพรรณไมตาง ๆ ที่มีหลากหลายพรรณ สังเกตุเม่ือเขามาภายในสวน
ธรรมรวมใจระลึกโปรดเกลาฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนยหันตรา ไมวาจะเปน
ทางดานหนาสวนหรือเขาไปในสวนตลอดท้ังทางที่เขามาก็จะพบพรรณไมชนิดตาง ๆ ทั้งพรรณไมท่ีมี
ใบ และ มีดอก และยงั เปน สถานท่ีท่ีใหความรมเย็นแกเหลานักศึกษาจึงจดั ทําพัฒนาแอปพลิเคชันเพ่ือ
แสดงขอ มลู พ้ืนฐานของพรรณไม เพอ่ื รวบรวมขอ มูลพรรณไม เพอื่ แกป ญหาในการคน หาพรรณไม
1
2
ใหไดสะดวกรวดเร็วขึ้น และยังทําใหมีประสิทธิภาพมากขึ้นลดความผิดพลาดในการคนหาขอมูล
เพอ่ื ใหต รงตามวตั ถปุ ระสงคในการพัฒนาแอปพลิเคชนั
1.2 วัตถปุ ระสงค
1.2.1 เพ่ือพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อแสดงขอมูลพ้ืนฐานของพรรณไมท่ีนาสนใจ ภายในสวนธรรม
รวมใจระลกึ โปรดเกลาฯ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลสวุ รรณภูมิ ศูนยห ันตรา
1.2.2 เพ่ือศึกษาขอมูลพื้นฐานของพรรณไมที่นาสนใจ ภายในสวนธรรมรวมใจระลึกโปรดเกลาฯ
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภูมิ ศนู ยหนั ตรา
1.2.3 เพอื่ อํานวยความสะดวกใหก บั ผูคนทตี่ องการศกึ ษาขอ มูลพนื้ ฐานของพรรณไมท่ีนา สนใจ
1.3 ขอบเขตของโครงการ
การสรางแอปพลิเคชันเพ่ือแสดงขอมูลพ้ืนฐานของพรรณไม ไดจัดทําขึ้นเพ่ือใหตรงตามความ
ตองการของผูใชที่ตองการศึกษาพรรณไมตาง ๆ ภายในสวนธรรมรวมใจระลึกโปรดเกลาฯ
มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสวุ รรณภูมิ ศนู ยหนั ตรา โดยแบง ออกเปน 3 สว นได ดงั น้ี
1.3.1 การทาํ งานของแอปพลิเคชัน
1.3.1.1 สามารถจัดเก็บฐานขอมลู ของพรรณไมไ ด
1.3.1.2 สามารถนําเขารูปภาพ ใบ หรือ ดอกของพรรณไมได จะแสดงขอมูลพรรณไมท่ี
คลา ยคลงึ ขน้ึ มา 1 ตน
1.3.2 ดา นผูใช
1.3.2.1 สามารถนาํ เขารูปภาพ ใบ หรอื ดอกของพรรณไมทสี่ นใจเพ่ือศกึ ษาขอ มูลได
1.3.2.2 สามารถคนควา ศึกษาขอมลู เก่ยี วกบั พรรณไมท ่นี ําเขา รูปได
1.3.3 ดานซอฟตแ วร
1.3.3.1 โปรแกรม IDLE (Python3.8) ใชในการพฒั นาแอปพลเิ คชัน
1.4 ระเบยี บวธิ ีการดาํ เนนิ งาน
1.4.1 ขน้ั ตอนการดาํ เนนิ งาน
กระบวนการน้ีอธบิ ายถงึ วิธีดําเนินงานซง่ึ ใชห ลักการ SDLC ในการพฒั นาระบบโดย
ขน้ั ตอนการทํางานจะประกอบไปดว ย 7 ขน้ั ตอน คอื
1.4.1.1 ศึกษาและทาํ ความเขาใจเกี่ยวกบั ระบบเดิม คณะผจู ัดทําไดศกึ ษาระบบทมี่ ีอยูเดิม
คือ การพัฒนาเว็บไซตและการประยุกตใชคิวอารโคดเพื่อการศึกษาขอมูลพรรณไม ซึ่งปญหาที่พบวา
ระบบเดิม ถาจะทําการเพ่ิมขอมูล ก็จะตองทํา QR code ใหมและนําไปแปะ ปญหาอีกอยางท่ีอาจจะ
พบได คือ ปจจยั ส่ิงแวดลอมที่อาจสง ผลตอแผน QR code เพือ่ นําไปประยุกตใ ชพัฒนาแอปพลเิ คชัน
3
1.4.1.2 รวบรวมขอมูลเกี่ยวกับแอปพลิเคชันเพ่ือแสดงขอมูลพ้ืนฐานของพรรณไม คณะ
ผูจัดทําไดรวบรวมขอมูล และแอปพลิเคชันอื่น ๆ เกี่ยวของกับการพัฒนาแอปพลิเคชัน รวมถึงศึกษา
ขอมูลจากงานวจิ ัยเกย่ี วกับการพัฒนาแอปพลิเคชนั
1.4.1.3 วิเคราะหระบบ จากการศึกษาขอมูลเก่ียวกับการพัฒนาแอปพลิเคชันและการ
ประยุกตใชคิวอารโคดเพ่ือการศึกษาขอมูลพรรณไม คณะผูจัดทําไดทําการวิเคราะหความสามารถใน
การทาํ งานของระบบ
1.4.1.4 ออกแบบระบบ คณะผูจัดทําไดใชเ คร่ืองมือตาง ๆ ในการชวยออกแบบแอปพลิเค
ชนั เพอื่ แสดงขอมูลพืน้ ฐานของพรรณไม
1.4.1.5 พัฒนาระบบและจัดทําเอกสาร คณะผูจัดทําพัฒนาแอปพลิเคชันโดยใช
โปรแกรม IDLE (Python 3.8) ในการพัฒนาแอปพลิเคชนั และจัดทําเอกสารท่ีเกี่ยวขอ งกบั แอปพลเิ ค
ชนั
1.4.1.6 การติดต้ังระบบ ทดสอบการใชงานในดานตาง ๆ โดยนําเขารูปกลุมตัวอยาง
พรรณไมใ บและดอก จํานวนชนิดละ 10 ภาพ
1.4.1.7 การบํารุงรักษาระบบ มีการตรวจสอบหาขอผิดพลาดของแอปพลิเคชันและ
ปรับปรุงขอมูลพ้ืนฐานของพรรณไมใหถูกตองอยูเสมอ เพ่ือใหระบบสามารถทํางานไดอยางมี
ประสิทธภิ าพ
4
1.4.2 ตารางการดาํ เนินงาน
ตารางที่ 1-1 แสดงขนั้ ตอนการดําเนินงาน ตง้ั แตเ ดือนธนั วาคม 2563 – เดอื นตุลาคม 2564
ขั้นตอนการ ภาคเรียนท่ี ภาคเรยี นท่ี ภาคเรยี นท่ี
ดาํ เนนิ งาน 2/2563 3/2564 1/2564
ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย.
1.ศึกษาและทาํ
ความเขา ใจ
เก่ียวกบั ระบบเดมิ
2.รวบรวมขอมูล
แบบทดสอบ
เ กี่ ย ว กั บ แ อ ป
พ ลิ เ ค ชั น เ พื่ อ
แ ส ด ง ข อ มู ล
พื้นฐานของพรรณ
ไม
3. วิเคราะหระบบ
4. ออกแบบ
ระบบ
5. พัฒนาระบบ
และจัดทาํ เอกสาร
6. การติดตั้ง
ระบบ ทดสอบ
ระบบ
7. การบํารงุ รกั ษา
ระบบ
5
1.5 นิยามคําศพั ทเ ฉพาะ
พรรณไม
พรรณไม คือ กลุมของพชื ท่ีมีพันธุกรรมและลักษณะทางพฤกษศาสตรเหมือนหรือคลายคลึงกัน มี
คณุ สมบัตเิ ฉพาะตัวท่ีสมํ่าเสมอ คงตัวและแตกตางจากกลุมอื่นในพืชชนิดเดยี วกันและใหรวมถึงตนพืช
ที่จะขยายพันธุใ หไ ดก ลมุ ของพชื ทีม่ คี ณุ สมบัติดังกลาวขางตน
การนําเขารปู ภาพ
การนําเขารปู ภาพ คอื การเลอื กรปู ภาพเขามาประมวลผลเพอื่ แสดงขอมลู พื้นฐานของพรรณไม
1.6 ประโยชนที่คาดวา จะไดร ับ
1.6.1 ไดพัฒนาแอปพลิเคชันเพ่ือแสดงขอมูลพ้ืนฐานของพรรณไมท่ีนาสนใจ ภายในสวนธรรม
รวมใจระลกึ โปรดเกลา ฯ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนยหนั ตรา
1.6.2 ไดศึกษาขอมูลพื้นฐานของพรรณไมที่นาสนใจ ภายในสวนธรรมรวมใจระลึกโปรดเกลาฯ
มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภูมิ ศนู ยหนั ตรา
1.6.3 ไดอ ํานวยความสะดวกใหกับผคู นทต่ี องการศึกษาขอมูลพ้ืนฐานของพรรณไมท นี่ าสนใจ
6
บทที่ 2
ทฤษฎที ่เี กย่ี วขอ ง
จากการวิเคราะหและทําการศึกษาถึงความตองการพ้ืนฐานของระบบการที่ผูพัฒนาจะสามารถ
พัฒนาระบบที่ตอบสนองถึงความตองการของผูใชโดยครอบคลุมนั้นจําเปนอยางยิ่งที่จะตองมีความรู
เกี่ยวกับทฤษฎี งานวิจัยที่เกี่ยวของและโปรแกรมตาง ๆ ที่สามารถนํามาเปนเครื่องมือในการพัฒนา
แอปพลิเคชัน ซึ่งถือเปนส่ิงท่ีสําคัญในการนําแอปพลิเคชันไปใชอยางมีประสิทธิภาพและเปนแนวทาง
ในการพฒั นาตอไป
2.1 ทฤษฎที เี่ กี่ยวขอ ง
รายละเอียดที่จําเปนตอการพัฒนาแอปพลิเคชันเพ่ือแสดงขอมูลพื้นฐานของพรรณไม ภายใน
สวนธรรมรวมใจระลึกโปรดเกลาฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนยหันตรา
ประกอบดว ยรายละเอียดดังตอไปน้ี
2.1.1 โปรแกรม IDLE (python)
IDLE นั้นเปน Integrated development environment สําหรับภาษา Python ท่ีมากับ
Software package ของภาษาที่เราไดติดตั้งไปกอนหนา IDLE นั้นเปนทั้ง Text editor และ
Debugger ในเวลาเดียวกัน ซึ่งอํานวยความสะดวกในการเขียนโปรแกรมในภาษา Python เปนอยาง
มาก นําไปใชไ ดในหลายๆ งาน
รานเครื่องมือ, ระบบทํางานออฟฟศ ในทุกอาชีพมีงานบางงานท่ีมีรวมกัน ที่มีขั้นตอนงายๆ แต
ตอ งทาํ บอยๆ ซํ้าๆ ทาํ ใหเมือ่ มองภาพรวมแลว งานเหลาน้ีกนิ เวลาการทํางานไมใชน อยเลยไมวาจะเปน
การดึงขอมูล การทํารายงานจากขอมูล Excel, การนําขอมูลไปสรางเอกสารใน Words, การกรอก
ขอมูลลงบนเว็ปไซต, การอัพโหลด ดาวนโหลดเอกสาร, การยายไฟล หรือแมแตงานใหมๆ อยางการ
เก็บขอมูลบนหนา เวป็ เพ่อื นําขอ มลู มาวเิ คราะห
ใชในการคํานวณหนึ่งในเครื่องมือท่ีมีใหหยิบใชไดทันที คือ เครื่องมือท่ีใชในการคํานวณตางๆ
โดยเฉพาะในเชิงสถิติ และการแสดงผลการคํานวณเปนกราฟความนิยมและเครื่องมือที่มีหลากหลาย
ทําใหการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยที่เก่ียวของกับการคํานวณมกี ารบรรจุ Python เขาเปนสวนหนึ่ง
ของการเรียน และรวมไปถึงการใชในการวิจัยตางๆ ไมวาจะเปนในสาขาวิศวกรรม, เศรษฐศาสตร,
การเงิน และดานวิทยาศาสตรทําให Python ยิ่งเขาถึงคนท่ัวไปยิ่งขึ้น และกําลังกลายเปนทักษะที่
หลายคนมีติดตัวในลักษณะเดียวกันกับทักษะในการใชงานโปรแกรมเอกสารอยาง Words, Excel
และอนื่ ๆ
7
ใชเก่ียวกับ ขอมูล, Data, AI หน่ึงในสิ่งที่ทําให Python ถูกถึงมากที่สุดนั่นคอื การประยุกตใชเพ่ือ
ทํางานเกี่ยวกับขอมูลตั้งแตการเก็บขอมูล จัดการขอมูล และนาํ ไปใชใ นศาสตรข อง Data Science, AI
ขอมูลทําใหเราสามารถวัดผล และชวยพัฒนาประสิทธิภาพในสิ่งท่ีเราตองการทําไดอยางหลากหลาย
ไมวาจะเปนการเก็บขอมลู การซ้ือของลูกคา เพื่อปรบั สินคาใหต อบโจทยลกู คายิง่ ขน้ึ , การเกบ็ ขอมลู การ
ใชงานเว็ปไซตเ พื่อออกแบบหนา เว็ปใหด ึงดูดการใชงานมากย่งิ ขึ้น
ใชสรางเว็ปไซต การสรางเว็ปไซตประกอบดวยหลายสวนตั้งแต หนาเว็ป ระบบจัดการขอมูล จน
ไปถึงการคํานวนตางๆ ซ่ึง Python เองมีเคร่ืองมือหลายตัวท่ีนํามาใชงานประกอบขึ้นเปนเว็ปไซตที่
สมบูรณไดไมวาจะเปนเว็ปไซตชื่อดังอยาง Facebook, Google, Netflix, Instagram ก็มีการใชงาน
Python เปน สว นหนงึ่ ของการสรา งเวป็ ไซตของพวกเขา
ทํา IoT เปนอีกหน่ึงสาขาที่นาสนใจวาดวยเรื่องการทํางานรวมกันของส่ิงของตางๆ รอบตัวที่มี
พนื้ ฐานจากการเช่ือมตอกันของอุปกรณแ ตละชิ้น พรอมการประมวลผลตคี วามขอมูลตางๆ ในปจจุบัน
การเรียนรูเกี่ยวกับ IoT ทําไดงายย่ิงขึ้นเน่ืองในอุปกรณอยางเชน Raspberry Pi ท่ีเปนหนวย
ประมวลผลทสี่ ามารถเช่อื มตอเซนเซอร เขียนโปรแกรมส่งั งานดว ย Python ไดดวย
ภาพที่ 2-1 โปรแกรม IDLE (python)
(ทีม่ า https://th.wikipedia.org)
2.1.2 ภาษา Python
ภาษา Python ถูกคิดคนขึ้นโดย Guido van Rossum โปรแกรมเมอรชาวดัตชผูมองวาภาษา
โปรแกรมอ่ืนๆ ที่ตัวเองใชงานอยูในสถาบันวิจัยมีความยากและซับซอนมากเกินไป จึงทําการประดิษฐ
ภาษาของตัวเอง ทีม่ ีความเขาใจงาย และทาํ งานไมยุงยากขึ้นมา
Python เขาถึงงายขนาดไหน? ตัวภาษา Python จะมีความใกลเคียงกับภาษาอังกฤษมากกวา
ภาษาโปรแกรมม่ิงอ่ืนๆ ลดการเรียกใชขอมูลและการใชตัวแปรท่ียุงยากลง ทําใหลดบรรทัดในการ
เขียนไดมาก บางโปรแกรมที่ถูกเขียนดวยภาษา JAVA หรือ C++ นับสิบบรรทัด อาจเขียนไดดวย
8
Python เพียง 5 บรรทัดเทานั้น นอกจากความเขาถึงงาย Python ยังมี Library หรือ ตัวชวยในการ
ใชงานที่หลากหลาย รองรับตงั้ แตสมการคณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร จนถงึ การจัดการขอ มูลทีเดยี ว
ปจ จุบัน Python เปน Open Source หรือ ภาษาที่นํามาใชไดฟรีโดยไมจาํ เปนตองเสียคาใชจาย
ทําใหม นี ักพัฒนาจํานวนมากท้ังจากบรษิ ัทเลก็ ๆ ไปจนถึงบรษิ ทั ใหญอยาง Google ใหความสนใจ และ
สงผลใหต ัวของ Python ไดร บั การปรบั ปรงุ อยเู รือ่ ย ๆ
จดุ เดนของภาษา Python เมือ่ เทียบกบั ภาษาอ่นื
1.Python เปนภาษาที่มีความยืดหยุนสูงมาก การเขียน Python มีอักขระสามารถใชแทนกันได
เชน “” และ ‘’ ทาํ ใหงา ยตอ การเขียน และมีฟงกช ันในการใชง านมากมาย เขา ใจงายกวา ภาษาอืน่ ๆ
2.ภาษานี้เปน Open source ใชงานไดฟรี การเขียน Python ไมจําเปนตองเสียเงิน เพราะเปน
Opensource คนทต่ี องการใชง านสามารถเร่ิมตน จาก python.org ไดเ ลย
3.งายตอการเรียนรู สามารถตอยอดไดจริง ดังท่ีบอกวาภาษา Python มีความใกลเคียงกับ
ภาษาองั กฤษมากกวาภาษาโปรแกรมมิ่งอื่นๆ ทําใหงายตอการเรียนรู เหมาะสาํ หรับทั้งผูเรียนใหมและ
คนทตี่ องการตอ ยอดจากภาษาอื่นๆ
4.มี Tools และ Library Support มาก เน่ืองจากเปนภาษาที่ใชงานฟรี ทําใหมีคนนํา Python
ไปตอยอดใชงานในรูปแบบตางๆ และแชรการใชงานขอมูลของตัวเอง เพื่อซัพพอรตภาษาน้ีมากเปน
พิเศษ
5.มีการใชงานท่ีหลากหลาย เมื่อมี Tools และ Library Support มาก ทําใหในปจจุบันการ
ประยุกตใชงาน Python จึงมีความหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแตการสรางเว็บไปจนถึงการทํา AI เลย
ทเี ดียว
ภาพที่ 2-2 ภาษา Python
(ทมี่ า https://th.wikipedia.org )
9
2.1.3 Library
คือ สวนท่ีรวบรวมกระบวนการ (process) และฟงกชันยอย (subroutine) ตาง ๆ การรวม
Function มาอํานวยความสะดวกตางๆ เชน เรามีฟงกชันท่ีเขียนเองเอาไวอํานวยความสะดวก ถาเรา
จะตองมาน่ังเขียนใหมทุกคร้ัง ก็จะมีผลเสียหลายๆอยาง ก็เลยมีการแยกพวกฟงกชันเหลานี้ออกมา
เปนไฟล ถาจะใชก ส็ ามารถ include เขา ไปเรยี กใชไ ดง ายๆ
2.1.4 การหาลกั ษณะเดน Local Binary Patterns (LBP)
คือเปนเทคนิคสําหรับแยกแยะรูปแบบลักษณะพิเศษในรูปภาพ LBP ใชสําหรับตรวจจับเน้ือผิว
texture ดังน้นั ถา อยากจะตรวจจับวา เปนขนปุย ๆ หรือวาลายไม หรือวา วัตถุขนาดเล็ก ๆ การเขา รหสั
คุณสมบัติทางเรขาคณิตของภาพโดยการตรวจจับขอบมุมพ้ืนทท่ี ่ียกขึ้นหรือแบนและเสนแข็ง ทาํ ใหเ รา
สามารถสรา งการแสดงเวกเตอรค ณุ ลกั ษณะของรูปภาพหรือกลมุ ของรูปภาพ
เวกเตอรค ุณลักษณะ LBP ในรปู แบบทีง่ า ยทสี่ ดุ ถูกสรางขึ้นในลักษณะตอไปน้ี
• แบงหนา ตา งท่ีตรวจสอบออกเปน เซลลตางๆ (เชน 16x16 พกิ เซลสาํ หรบั แตล ะเซลล)
• สําหรับแตละพิกเซลในเซลล ใหเปรียบเทียบพิกเซลกับเพื่อนบานทั้ง 8 แหง (บนซายบน
กลางซาย ลางซาย ขวาบน ฯลฯ) ติดตามพิกเซลตามวงกลม เชน ตามเข็มนาฬิกาหรือทวน
เข็มนาฬิกา
• โดยท่ีคาของพิกเซลตรงกลางมากกวาคาของเพ่ือนบาน ใหเขียน "0" มิฉะนั้น ใหเขียน "1" ซ่ึง
จะทําใหเ ลขฐานสอง 8 หลกั (ซึ่งมกั จะแปลงเปนทศนิยมเพื่อความสะดวก)
• คํานวณฮิสโตแกรมเหนือเซลลของความถ่ีของ "ตัวเลข" แตละรายการท่ีเกิดข้ึน (กลาวคือ แต
ละชุดคาผสมกันซึ่งพิกเซลมีขนาดเล็กกวาและมากกวาจุดศูนยกลาง) histogram นี้สามารถ
มองเห็นเปน 256 มติ เิ วกเตอรค ณุ ลักษณะ
• เลือกทาํ ใหฮ ิสโตแกรมเปน ปกติ
• เชื่อมฮิสโตแกรม (ทําใหเปนมาตรฐาน) ของทุกเซลล ซึ่งจะใหเวกเตอรคุณลักษณะสําหรับทั้ง
หนา ตาง
เวกเตอรคุณลักษณะในขณะนี้สามารถดําเนินการไดโดยใชเคร่ืองสนับสนุนเวกเตอร , เคร่ือง
เรียนรูมากหรืออ่ืน ๆการเรียนรูเคร่ืองอัลกอริทึมกับภาพประเภท ตัวแยกประเภทดังกลาวสามารถใช
สําหรับการจดจาํ ใบหนา หรือการวิเคราะหพ ื้นผวิ
10
2.1.5 แผนภาพ Sequence Diagram
Sequence Diagram เปน หนง่ึ ในแผนผังการทาํ งานแบบ Unified Modeling Language (UML)
ใชส ําหรบั การสรางแบบจําลองเชิงวัตถุ
โดยขอแตกตางจากแผนผังรูปแบบ UML อื่น คือเปนแผนผังการทํางานท่ีแสดงลําดับการ
ปฏิสัมพันธ (Sequence of interactions)ระหวางวัตถุท่ีแสดงภายในระบบตางๆ อาทิเชน การสง
ขอความ (messaging) ที่มีการรับสงขอมูลระหวางผูใช
ภาพท่ี 2-3 แผนภาพ Sequence Diagram
(ท่มี า https://www.glurgeek.com)
Sequence Diagram เปนแผนผงั การทํางานทป่ี ระกอบไปดวยคลาส (Class) หรือวตั ถุ (Object)
เสน ประทีใ่ ชเพือ่ แสดงลําดบั เวลา และเสน ท่ีใชเพื่อแสดงกิจกรรมท่ีเกิดข้นึ จากคลาสหรอื วัตถใุ นแผนผัง
การทํางานภายใน Sequence Diagram จะใชส่ีเหล่ียมแทนเสมือนคลาสและวัตถุโดยภายในจะมีชื่อ
ของคลาสหรอื วตั ถปุ ระกอบอยใู นรูปแบบ {Object}: Class
เปน แผนภาพทแี่ สดงใหเ หน็ ถึงการปฏิสัมพันธร ะหวาง Object ณ เวลาตางๆ
ประกอบดว ย
• Class/Object
• เสน เพ่อื ใชแสดงลาํ ดับเวลา
• เสนเพอื่ แสดงกิจกรรมท่เี กิดขน้ึ จาก Object/Class
• ใชส ี่เหล่ยี มแทน Class/Object ภายในกรอบสเี่ หลยี่ มมชี ่อื ของ
• Object/Class ประกอบอยูในรูปแบบ {Object}:Class
• กิจกรรมทีเ่ กดิ ขน้ึ แทนดวยลกู ศรแนวนอนจาก Class/Object หนงึ่ ไปยังอีก
Class/Object ตัวตอไป ระบุช่ือกิจกรรมในรูปแบบ {[Conditional]} Operation
11
Sequence Diagram มอี งคป ระกอบพืน้ ฐานดังตอ ไปนี้
ภาพท่ี 2-4 แผนภาพ Sequence Diagram
(ท่มี า https://www.glurgeek.com)
2.1.6 แผนภาพ Activity Diagram
Activity Diagram หรือแผนภาพกิจกรรม ใชอธิบายกิจกรรมท่ีเกิดข้ึนในลักษณะกระแสการ
ไหลของการทํางาน (Workflow) จะมีลักษณะเดียวกับ Flowchart โดยข้ันตอนในการทํางานแตละ
ข้ันจะเรยี กวา Activity
การใชงาน Activity Diagram
– อธบิ าย กระแสการไหลของการทาํ งาน (Workflow)
– แสดงข้นั ตอนการทํางานของระบบ
Activity เปนการทาํ งานตา งๆ ไดแ ก
– การคาํ นวณผลลัพธบางอยาง
– การเปล่ียนแปลงสถานะ (State) ของระบบ
– การสง คากลบั คนื
– การสงสัญญาณ
– การเรยี กใช Operation (Method) อื่นๆ เพอ่ื ทํางาน
12
– การสรา ง หรอื ทาํ ลายวตั ถุ
ลักษณะของ Activity Diagram
– Activity Diagram จะตองมจี ดุ เร่ิมตนกบั จุดส้นิ สุด และในระหวางจดุ เรม่ิ ตน กับจดุ สิ้นสุดจะ
มขี ้นั ตอนหรือ Activity ตา งๆ ของระบบ
รปู แบบการใช Activity Diagram
1. แบบท่ัวไป
ภาพท่ี 2-5 แผนภาพ Activity Diagram แบบท่วั ไป
(ที่มา ttps://www.glurgeek.com)
2. แบบมีทางเลอื กใหต ดั สนิ ใจ
การกาํ หนดทางเลอื กใหแก Activity Diagram ทาํ ได 2 วิธี
– ลากลูกศรของแตละทางเลอื กไปยัง Activity ผลลพั ธของทางเลือกโดยตรง
-ลากลกู ศรของแตละทางเลือกผานรูปส่ีเหลย่ี มขนมเปยกปนู กอ น
ภาพที่ 2-6 แผนภาพ Activity Diagram แบบมีทางเลอื กใหต ัดสนิ ใจ
(ที่มา ttps://www.glurgeek.com)
13
3. แบบมกี ารทาํ งานพรอมๆกนั หลายงาน
ใหใ ชเ สน ตรงแนวนอนเสนหนาทีเ่ รียกวา Swim Lanes มาเปนสัญลกั ษณท ี่ใชจดั กลมุ งาน
ท่มี กี ารทาํ งานพรอ มๆกันหรอื การทํากจิ กรรมในลกั ษณะคขู นาน
ภาพที่ 2-7 แผนภาพ Activity Diagram แบบมีการทํางานพรอ มๆกนั หลายงาน
(ที่มา ttps://www.glurgeek.com)
4. แบบการสงสญั ญาณ
ในกระบวนการทํางาน อาจเปน ไปไดว าจะมกี ารสงสัญญาณบางอยางในระหวางการ
ทาํ งาน เมือ่ เกิดการสง – รบั สัญญาณ เราเรียกวาเกิด Activity ไดเชนกัน
ภาพท่ี 2-8 แผนภาพ Activity Diagram แบบการสงสญั ญาณ
(ทมี่ า ttps://www.glurgeek.com)
14
2.1.7 พรรณไม
จาํ แนกตามลักษณะของพรรณไม แบง ออกเปน ไมดอกทเี่ ปนไมลมลกุ ไมด อกท่ีเปนไมพ ุม ไมดอก
ทีเ่ ปนไมเถาหรอื ไมเลือ้ ย ไมด อกท่ีเปนไมต นหรือไมใ หญยืนตน
1) ไมด อกทเ่ี ปน ไมล ม ลุก (Flowering herb) หมายถงึ ไมด อกประเภททีม่ วี งจรชีวติ ส้ัน สว นใหญ
เม่ือเกิดมาแลวจะเจริญเติบโตใหดอกจนครบวงจรชีวิต แลวตายภายในฤดูเดียวหรือปเดียว จัดเปนไม
ดอกฤดูเดียว เปนไมดอกที่นิยมนํามาปลูกเปนไมประดับมากท่ีสุด เพราะปลูกและตกแตงไดงาย มีการ
เจริญเติบโตเร็ว นอกจากไมดอกลมลุกท่ีมีอายุปเดียวแลว มีไมดอกลมลุกบางชนิดที่มีอายุมากกวา ๑
ป ซงึ่ จดั เปน ไมด อกลมลุกสองฤดู หรอื ไมด อกลมลุกหลายฤดู
ไมดอกลมลุกท่ีเปนไมดอกฤดูเดียวจะมีอายุสั้นมาก นับจากวันที่เร่ิมเพาะเมล็ด จนถึงออกดอกใช
เวลาเพียง ๖๐ – ๑๒๐ วัน ท้ังนี้ขึ้นอยูกับชนิดของไมดอก จากน้ันจะออกดอกสวยงามอยูเพียงช่ัว
ระยะเวลาหนงึ่ คือประมาณ ๓๐ – ๖๐ วัน แลวก็เรมิ่ เห่ียวรวงโรยไป โดยมเี มล็ดเกิดขึ้นภายในดอกซึ่ง
เม่อื เมลด็ แกจ ดั ก็สามารถนาํ ไปปลกู ใหเปนไมด อกรนุ ใหมไ ด
ภาพท่ี 2-9 ตวั อยา งไมด อกลมลุก กระดุมทอง
(ท่ีมา https://sites.google.com/site/phanmaidok/kar-canaek-tam-laksna-khxng-phrrn-mi
)
2) ไมดอกท่ีเปนไมพุม (Flowering shrub) หมายถึง ไมดอกที่มีเนื้อไมแข็ง ลําตนตั้งตรงเปน
อสิ ระไดโดยไมต อ งอาศัยตน ไมหรือวสั ดุอ่ืนยดึ เหนย่ี วพาดพิง มอี ายุอยไู ดน านหลายป มคี วามสูงไมมาก
นัก และมีการแตกกิ่งกานไมสูงจากพื้นดิน เชน เข็ม พุดลําโพง คริสตมาส ชบา ชวนชม ดอนญา
พยบั หมอก ราชาวดี และยี่เขง
การแบงประเภทไมพุม ไมพุมตามหนังสือคูมือการจําแนกชนิดพรรณไมแบบลักษณะเดนเฉพาะ
ของสํานักงานหอพรรณไม สํานักวิจัยการอนุรักษปาไมและพันธุพ ืช กรมอุทยานแหงชาติ สัตวปา และ
พันธุพ ชื ไมพ มุ หมายถงึ พชื ท่ีมีเนอ้ื ไม ลําตนมีขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง ลําตน หลกั สั้นและมีการแตก
กงิ่ ใกลร ะดับผิวดนิ ทาํ ใหมีลกั ษณะเปน กอหรอื เปนพุมประเภทของของไมพ มุ มดี งั น้ี
1.ไมพุมเต้ีย จะมีความสูงจากพื้นดินเฉล่ียไมเกิน 90 ซม. ใชประโยชนในการปลูกบังแนวใน
ลักษณะรัว้ หรือปลกู ระนาบ 2 ขา งทางเพือ่ นาํ สายตา
15
2.ไมพุมกลาง จะมีความสูงจากพื้นดินเฉลี่ยไมเกิน 180 ซม. จะนิยมใชเปนฉากหลังในการจัด
สวนขนาดเลก็ นิยมปลกู เปนเขต เปนฉากหลงั ปลกู ริมกําแพง
3.ไมพุมสูง จะมีความสูงจากพน้ื ดนิ เฉล่ียไมเกิน 240 ซม. โดยจะปลูกเปนไมพ ุมไวตัดแตงหรือทํา
แนวรั้วขนาดสงู หรอื ปลกู เพ่อื เปน ขอบเขตพื้นท่ี ใชบังสายตาได
ภาพท่ี 2-10 ตวั อยา งไมด อกที่เปน พุม ดอกครสิ ตมาส
(ท่ีมา https://www.fsthailand.com)
3) ไมด อกที่เปน ไมเ ถา หรือไมเ ลอ้ื ย (Flowering climber) หมายถึง ไมดอกที่ไมสามารถทรงตวั
อยูไดดวยตนเอง จําเปนตองอาศัยยึดเหนี่ยวพาดพิงตนไมหรือวัสดุอ่ืนในการทรงตัว หากไมมีส่ิงใดให
พาดพงิ ก็จะเล้อื ยไปตามพนื้ ดิน เชน เล็บมือนาง กระเทยี มเถา ชาํ มะนาด อัญชัน กมุ ารกิ า ถา มอี ายุอยู
ไดหลายป เราเรียกไมดอกดังกลาวน้ีวา ไมเถายืนตน แตถาเปนไมเถาท่ีมีอายุส้ัน มีลักษณะลมลุก เชน
รกฟา ผักบุงฝรั่ง เรยี กวา ไมเ ถาลม ลุก
ภาพท่ี 2-11 ตัวอยา งไมดอกทีเ่ ปน ไมเ ถา หรือไมเล้ือย ผกั บุง ฝรงั่
(ทมี่ า https://www.bloggang.com)
4) ไมดอกท่เี ปน ไมต น หรอื ไมใ หญย ืนตน (Flowering tree) หมายถงึ ไมด อกที่มเี นือ้ ไมแ ข็ง
ขนาดเสนผาศนู ยกลางของลาํ ตน ใหญกวา ไมพุมและมคี วามสูงเกนิ ๖ เมตร สามารถทรงตวั อยไู ดดว ย
16
ตนเอง มีอายอุ ยไู ดน านป เชน เสลา ตะแบก อินทนลิ นนทรี พกิ ลุ ทองกวาว จามจรุ ี ประดู ประดูแ ดง
ราชพฤกษ ชัยพฤกษ กลั ปพฤกษ โสก ปบ และหางนกยูงฝรงั่
ภาพท่ี 2-12 ตวั อยางไมด อกท่เี ปนไมตนหรือไมใ หญย นื ตน ราชพฤกษ
(ที่มา https://sites.google.com/site/tnmimngkhl285/rasch-phvks )
2.1.8 การตรวจจบั ใบหนาของมนุษยและการจดจํา
การตรวจจับใบหนาและการจดจําใบหนาเปนคําสองคําซึ่งโดยทั่วไปจะใชแทนกันได ใน
สถานการณจริง การตรวจจับใบหนาเปนกระบวนการในการคนหาใบหนาจากภาพ และการจดจํา
ใบหนาเปน กระบวนการระบุใบหนา ทต่ี รวจพบ
การตรวจจับและจดจําใบหนาเปนหน่ึงในงานวิจยั ที่ใหญท่ีสดุ ในการมองเห็นดว ยคอมพิวเตอร มัน
มีความโดดเดนมากขึ้นเร่ือย ๆ ดวยแอพพลิเคชั่นในโลกแหงความเปนจริงมากมาย เชน การปลดล็อค
โทรศัพทมือถือ เทคนิคการจดจําใบหนาท่ีใชโมเดลการเรียนรูของเครื่องมีแนวโนมที่จะโจมตีการ
ประมวลผลภาพ อยางไรก็ตาม เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพควรจะสามารถตานทานการโจมตีดังกลาว
ได มโี มเดลการจดจาํ ใบหนา ทย่ี อดเยีย่ มพรอมความแมนยาํ สูงในงานจดจาํ ใบหนา
การตรวจจบั ใบหนาถือไดวาเปนการตรวจจับวัตถชุ นิดหน่ึงในการประมวลผลภาพ เปน สว นสาํ คัญ
ของการดําเนินการจดจําใบหนา วิธีการตรวจจับใบหนาน้ันซับซอนเน่ืองจากความแตกตางของภาพ
ใบหนามนุษย เชน ทาทาง การแสดงออก การมีแวนบนใบหนา ความแปรปรวนของแสง ฯลฯ เครื่อง
ตรวจจับใบหนาแบบเรียลไทมของ Viola-Jones ทําใหเกิดการปฏิวัติในดานการวิจัยน้ีดวยผลลัพธท่ีมี
ความแมน ยําสงู
17
วธิ กี ารตรวจจบั ใบหนาแบบตา งๆ
วิธีการตรวจจับใบหนาสามารถแบงออกไดเปน 2 ประเภทใหญๆ ตามคุณสมบัติและตามรูปภาพ
MH Yang et.al ระบกุ ารจาํ แนกประเภทโดยละเอียดในบทความวจิ ัยของเขา เชน :
1. ฐานความรู
2. องิ ตามคุณลักษณะ
3. การจับคูเ ทมเพลตตาม
4. ลกั ษณะตาม
การตรวจจับใบหนาตามความรู การตรวจจับใบหนาประเภทนี้ทํางานกับความรูของมนุษย
เกี่ยวกับใบหนามนุษย เชน ใบหนา ของมนุษยจะมีจมกู ปาก ตา เปน ตน และมกี ารสันนิษฐานตําแหนง
และระยะหางระหวางสว นตา งๆ เหลาน้ี มันทํางานบนชุดของกฎเชน นี้ สว นใหญ การตรวจจบั ประเภท
นีใ้ ชส าํ หรบั การแปลใบหนาเทานน้ั
การตรวจจับใบหนาตามคุณสมบัติ อัลกอริธึมประเภทน้ีทํางานเพ่ือคนหาลักษณะโครงสรางของ
ใบหนาโดยไมคํานึงถึงทาทาง ทิศทางของมุมมอง และรูปแบบแสง วิธีนี้ชวยในการระบุพ้ืนที่ใบหนา
และสวนทไ่ี มใ ชใ บหนาจากภาพ สงิ่ เหลา นไ้ี ดร ับการออกแบบมาสําหรบั การแปลใบหนา ดว ย
การตรวจจับใบหนาท่ีตรงกับเทมเพลต ในวิธีนี้ เราใชรูปแบบมาตรฐานของใบหนา (เทมเพลต) ท่ี
จดั เก็บไวเ พ่ืออธิบายใบหนาโดยรวมหรือลักษณะใบหนา เทานั้น ความสมั พันธระหวางเทมเพลตเหลาน้ี
กับภาพที่ปอนเปนตัวกําหนดการตรวจจับใบหนา ดวยความชวยเหลือของแมแบบที่เปลี่ยนรูปได
วิธีการน้ีสามารถบรรลุความแมนยําสูงในการตรวจจับ วิธีนี้สามารถใชสําหรับการโลคัลไลซเซชันและ
การตรวจจบั
การตรวจจับใบหนาตามลักษณะท่ีปรากฏ เปนวิธีการทางสถิติและการเรียนรูของเคร่ืองสําหรับ
การตรวจจับใบหนา ใชชุดภาพใบหนาในการฝกนางแบบ นางแบบเรียนรูจากชุดรูปภาพเหลาน้ี
เกี่ยวกับลักษณะที่เกี่ยวของของใบหนา จากนั้นโมเดลท่ีเรียนรูเหลาน้ีจะถูกใชเพื่อวัตถุประสงคในการ
ตรวจจบั โมเดลตามลกั ษณะทีป่ รากฏ ไดแ ก วธิ ี eigenface, PCA, Fisher's Discriminant, SVM เปน
ตน โครงขายประสาทเทียมไดรับการพิสูจนแลววามีความแมนยําสูงในการตรวจจับใบหนา การจดจํา
ใบหนา และการตรวจจับอารมณ วธิ กี ารตามลักษณะทป่ี รากฏดกี วา วิธกี ารตรวจจับแบบอนื่ ๆ
กลไกการตรวจจับใบหนา มันทํางานอยางไร โมเดลการตรวจจับใบหนาตางๆ ทํางานแตกตางกัน
โมเดลการวิเคราะหใบหนาของฟเจอรพยายามคนหาฟเจอรและจับคูกับความรูในมือ Active Shape
Model เปนแบบจําลองทางสถิติตามคุณลักษณะท่ีถูกจํากัดโดยการกระจายจุด ใบหนาของมนุษย
แสดงดวยชุดของจุด แตละจุดในท่ีน้ีจะกําหนดรูปรางของลักษณะใบหนาอยางใดอยางหน่ึง เชน ตา
จมูก ริมฝปาก เปนตน ข้ันตอนการฝกของ ASM จะสรางแบบจําลองใบหนาทางสถิติจากภาพชุดการ
ฝกที่มีจุดสังเกตดวยตนเอง โมเดลการวิเคราะหระดับตํ่าจะจัดการกับการแบงสวนคุณลักษณะของ
ภาพโดยใชคุณสมบัตขิ องพิกเซล เชน การตรวจจับขอบ การวิเคราะหระดับสเี ทา การวิเคราะหสี ฯลฯ
คุณลักษณะท่ีสรา งจากการวเิ คราะหระดับต่ําจะมคี วามคลมุ เครือและการตรวจจับจะดําเนินการโดยใช
18
การจํากัดเกณฑ แบบจําลองการวิเคราะหคุณลักษณะมีจุดมุงหมายเพ่ือคนหาคุณลักษณะเชิง
โครงสรางแมในขณะทท่ี ําทา สภาพแสงแตกตางกนั ไป โดยทาํ งานบนพืน้ ฐานของความรูเกี่ยวกับใบหนา
และสัดสว นของระยะหา งและมมุ ท่ที ําใหเปนมาตรฐานซ่งึ มาจากสวนตา งๆ ของใบหนา ใชนโยบายการ
คนหาคณุ ลกั ษณะตามลาํ ดบั โมเดลนี้คนหาคุณสมบัติท่ีโดดเดน กวาเชนดวงตาคูแรก จากนั้นคุณสมบัติ
ที่เดนชัดนอยกวาจะถูกตั้งสมมติฐานตามรูปทรงเรขาคณิตของใบหนา Haar Classifier และ Local
Binary Pattern classifier เปนตัวแยกประเภทที่ไดรับการฝกอบรมลวงหนายอดนิยมสองตัวใน
OpenCV สําหรับการตรวจจับใบหนา ตัวแยกประเภท Haar ใชแนวคิดของ 'ภาพรวม' และใช
อัลกอริธึมการเรียนรูของเคร่ือง 'AdaBoost' เพ่ือตรวจจับใบหนาจากภาพ Local Binary Pattern
แบงรูปภาพออกเปนชุดของเซลล สําหรบั พิกเซลในแตละเซลล รหัส LBP จะถูกสรางขึ้นโดยการจํากัด
ขอบเขตและการปดบัง โดยใชวิธีฮิสโตแกรมเพ่ือตรวจจับบริเวณใบหนาโดยทํางานบนพื้นฐานของ
ความรูเกี่ยวกับใบหนาและสัดสว นของระยะหางและมุมที่ทําใหเ ปนมาตรฐานซึง่ มาจากสวนตางๆ ของ
ใบหนา ใชนโยบายการคน หาคณุ ลักษณะตามลําดับ โมเดลนค้ี น หาคุณสมบตั ทิ โี่ ดดเดนกวาเชน ดวงตาคู
แรก จากน้ันคุณสมบัติที่เดนชัดนอยกวาจะถูกต้ังสมมติฐานตามรูปทรงเรขาคณิตของใบหนา Haar
Classifier และ Local Binary Pattern classifier เปนตัวแยกประเภทที่ไดรับการฝกอบรมลวงหนา
ยอดนิยมสองตัวใน OpenCV สําหรับการตรวจจับใบหนา ตัวแยกประเภท Haar ใชแนวคิดของ
'ภาพรวม' และใชอัลกอริธึมการเรียนรูของเคร่ือง 'AdaBoost' เพ่ือตรวจจับใบหนาจากภาพ Local
Binary Pattern แบง รปู ภาพออกเปนชุดของเซลล สําหรบั พิกเซลในแตละเซลล รหัส LBP จะถูกสราง
ข้นึ โดยการจํากัดขอบเขตและการปดบงั โดยใชวิธีฮิสโตแกรมเพอื่ ตรวจจับบริเวณใบหนาโดยทาํ งานบน
พ้ืนฐานของความรูเก่ียวกับใบหนาและสัดสวนของระยะหางและมุมท่ีทําใหเปนมาตรฐานซึ่งมาจาก
สวนตางๆ ของใบหนา ใชนโยบายการคนหาคุณลักษณะตามลําดับ โมเดลน้ีคนหาคุณสมบัติที่โดดเดน
กวาเชนดวงตาคูแรก จากนั้นคุณสมบัติที่เดนชัดนอยกวาจะถูกตั้งสมมติฐานตามรูปทรงเรขาคณิตของ
ใบหนา Haar Classifier และ Local Binary Pattern classifier เปนตัวแยกประเภทท่ีไดรับการ
ฝกอบรมลวงหนายอดนิยมสองตัวใน OpenCV สําหรับการตรวจจับใบหนา ตัวแยกประเภท Haar ใช
แนวคิดของ 'ภาพรวม' และใชอัลกอริธึมการเรียนรูของเคร่ือง 'AdaBoost' เพ่ือตรวจจับใบหนาจาก
ภาพ Local Binary Pattern แบงรูปภาพออกเปนชุดของเซลล สําหรับพิกเซลในแตละเซลล รหัส
LBP จะถูกสรางข้ึนโดยการจํากัดขอบเขตและการปดบัง โดยใชวิธีฮิสโตแกรมเพื่อตรวจจับบริเวณ
ใบหนา
19
ภาพท่ี 2-13 การตรวจจบั ใบหนา ของมนษุ ยแ ละการจดจํา
(ท่มี า https://ichi.pro/th)
2.1.9 การประมวลผลภาพ (Image Processing)
กระบวนการจัดการและวิเคราะหรปู ภาพใหเ ปนขอ มลู ในแบบดิจทิ ลั โดยใชคอมพวิ เตอรก าร
เพ่อื ใหไดขอมูลท่เี ราตอ งการทัง้ ในเชงิ คุณภาพและปริมาณ (ขนาด รูปรา ง)
ระบบดูแลการจราจรบนทองถนน
โดยการนบั จํานวนรถบนทอ งถนนในภาพถา ยดว ยกลองวงจรปดในแตล ะชว งเวลา
ภาพที่ 2-14 ระบบดูแลการจราจรบนทอ งถนน
(ทีม่ า https://medium.com/tni-university/image-processing-981c65c26289)
20
2.1.10 ข้ันตอนการประมวลผลภาพดจิ ทิ ลั
ภาพท่ี 2-15 ภาพขน้ั ตอนการประมวลผลภาพดิจิทัล
(ท่ีมา http://digitaltoimageprocessing.blogspot.com/2010/04/basic-of-digital-
image-processing.html)
2.1.10.1 การไดมาของภาพ (Image Acquisition) เปน การนาํ เขา ขอ มูลภาพโดยอาศยั
การรบั รูสัญญาณภาพและสามารถแปลงใหอ ยูในแบบภาพดิจิทัลดวยการรบั รู
2.1.10.2 การประมวลผลภาพเบือ้ งตน (Image Processing) ขัน้ ตอนการประมวลผลภาพ
เบื้องตน เปนการเตรียมภาพใหม ีความเหมาะสมสําหรับการประมวลผลขนั้ ถดั ไป ไดแก การตดั แยก
ภาพวตั ถอุ อกจากพืน้ หลัง ตวั อยา งของการประมวลผลภาพเบ้ืองตน เชน การจํากดั สัญญาณรบกวน
การปรับความสวาง
2.1.10.3 การตัดแยกภาพวัตถุออกจากพืน้ หลงั (Image segmentation) สําหรบั การตดั
แยกภาพออกเปน สว น ๆ เพอื่ ใหไ ดข อมลู ทตี่ อ งการออกจากพืน้ หลงั ในข้นั ตอนนจ้ี ะไดผลลัพธที่ทาํ การ
วิเคราะห
2.1.10.4 การแสดงตัวแทนและอธิบายขอ มลู ภาพ (Representation and Description)
สําหรบั ภาพการแสดงภาพหลงั การแบงแยกขอมลู ภาพแลว เพอื่ ใหเหน็ ลกั ษณะเดน และอธิบาย
ขอ มลู ภาพของบรเิ วณตาง ๆ ของภาพนําเขา
2.1.10.5 การสกัดลกั ษณะเดน ขัน้ ตอนการสกัดลักษณะเดน จะทาํ การคํานวณลกั ษณะเดน
ของภาพทไ่ี ดม าจากข้นั ตอนการตดั แยกภาพวัตถุออกจากพ้ืนหลงั
2.1.10.6 การจาํ แนกประเภท ข้นั ตอนการจาํ แนกประเภทเปน ขั้นตอนจากการจําแนกจาก
ลักษณะเดนท่ไี ด จากข้นั ตอนที่แลว
21
2.1.10.7 การรูแ ละแปลความหมาย (Recognition and Interpretation) เปน ขั้นตอน
สดุ ทา ยของการประมวลผลภาพดจิ ิทลั หลังจากขน้ั ตอนการแสดงตัวแทนและอธิบายขอ มูลคือ การรูจาํ
ภาพ (Image Recognition) เพือ่ การใหคําตอบแบบภาพทน่ี ําเขามีความคลายคลึงกบั รูปแบบของแต
ละภาพอา งองิ ใดมากทีส่ ดุ และแปลความหมายนาํ ไปสูก ารกาํ หนดความหมายของชดุ ขอมูลรจู ําวัตถุ
2.1.11 การแยกลกั ษณะเฉพาะของภาพ (Image Feature Extraction)
การแยกลักษณะเฉพาะของภาพเปนการแยกหรือสกัดเอาขอมูลที่สําคัญของภาพออกมา ซ่ึง
ลักษณะเฉพาะของภาพเปนคุณสมบัติที่สามารถหาไดโดยใช ข้ันตอนวิธี การประมวลผลภาพ(Image
Processing) โดยท่ลี กั ษณะเฉพาะพน้ื ฐานของภาพประกอบดว ย 3 สวนคอื สี รปู รา งและพนื้ ผวิ
2.1.11.1 ส(ี Color) เปนลักษณะเฉพาะของภาพที่มีบทบาทสําคญั ในระบบคน คืนภาพเชน
ฮิตโตแกรมสี ซึ่งเปนลักษณะเฉพาะของสีที่ถูกนํามาใชบอย ๆ เนื่องจากสีเปนสิ่งที่สามารถมองเห็นได
งายและเปนสิ่งแรกท่ีสามารถสังเกตเห็นไดจากการมองภาพนอกจากน้ีสียังสามารถใช ในการแยกแยะ
กลุมของภาพออกตามเนื้อหาไดเปนอยางดีเชนสี ฟาของนํ้าทะเลสี แดงของดอก ไมสีเขียวของตนไม
เปน ตน
2.1.11.2 รูปราง (Shape) เปนลักษณะเฉพาะของภาพที่ใชอธิบายถึงรูปรางและลักษณะ
รวมถึงขนาดของวัตถุภายในภาพซ่งึ ทาํ ใหสามารถแยกวตั ถอุ อกจากพื้นหลงั หรือแยกแยะระหวางวัตถุท่ี
มรี ปู รางแตกตางกันออกจากกันได
2.1.11.3 พื้นผิว (Texture) เปนลักษณะเฉพาะที่ใชอธิบายความหยาบความละเอียดหรือ
ความซับซอนของวัตถุภายในภาพซึ่งแตละภาพอาจจะประกอบดวยวัตถุที่มีลักษณะพ้ืนผิวที่แตกตาง
กันออกไปการวิเคราะหพ้ืนผิวจะชวยใหสามารถแยกแยะความแตกตางของวัตถุไดดีขึ้นคืนภาพที่ใช
พ้ืนผิวเปนลักษณะเฉพาะของภาพสวนใหญจะถูกนําไปใชในการคนหาภาพจากกลุมภาพพื้นผิวเชนชุด
ภาพพนื้ ผวิ ของหินชดุ ภาพพนื้ ผวิ ของใบไม เปนตน
2.1.12 ฮิตโตแกรม (Histogram)
เปนกราฟท่ีแสดงจํานวน pixels ในแตละความสวางตางๆหรือขอมูลคาสี R,G,B ของรูปภาพ
digital ในภาพ gray scale ในแกนนอนจะแสดงความสวางดังกลาว ซึ่งมีความสวางตั้งแต 0-255
(แบงเปน 256 ระดับความแตกตางสี) โดยทางดานซายของกราฟจะมีคาความสวางนอย ภาพจะมีสี
เขมเขาใกลสีดํา สวนทางดานขวามือจะมีความสวางสูง ภาพจะสวางเขาใกลสีขาว สวนบริเวณตรง
กลางกราฟแสดงสวนน้ําหนักสีกลาง สวนในแนวแกนตัง้ จะแสดงจํานวน pixels ในแตละความสวา งซึ่ง
ในแกนตั้งนี้ ไมม ีขอบเขตจํากดั ถา หากภาพมีความมืดมาก กราฟจะไปกองรวมกันทางดา นซายมดื โดย
ทไ่ี มม ขี อบเขตจาํ กัด
22
ภาพที่ 2-16 ภาพฮิตโตแกรมแสดงการแจกแจงความถ่ี
(ที่มา https://digital-photography-school.com/how-to-read-and-use-histograms/)
จากภาพ 2-16 จะแสดงใหเห็นถึงคุณสมบัติของฮิตโตแกรม ซ่ึงหากการกระจายสวนใหญอยู
ทางดานซายของกราฟ แสดงวาภาพน้ันมีความสวางของภาพนอย ในทางกลับกัน หากการกระจาย
สวนใหญอยูทางดานขวาของกราฟ แสดงวาภาพนั้นมีความสวางของภาพมากหากการกระจายของ
กราฟเปนกลุมแคบ ๆ แสดงวาภาพน้ันเปนภาพคาความตางสีต่ํา (Low Contrast)และหากการ
กระจายของกราฟมีการกระจายอยางสมํ่าเสมอท่ัวท้ังกราฟ แสดงวาภาพน้ันเปนภาพคาความตางสีสูง
(High Contrast)
2.1.13 ปญ ญาประดิษฐ (Artificial Intelligence : AI)
ปญ ญาประดษิ ฐเปนการศึกษา วจิ ัยและพฒั นาคอมพิวเตอรใหมีความสามารถอนั ชาญฉลาด เชน
การสรา งหุน ยนต การสรางระบบประสาทรับรูเลียนแบบมนษุ ย การสรา งระบบการมองเหน็ ภาพการ
ประมวลภาษาธรรมชาตขิ องมนษุ ย
2.1.14 การเรยี นรูข องเคร่อื ง (Machine Learning)
การเรียนรูของเคร่ือง (Machine Learning) เปนศาสตรยอยแขนงหนึ่งของ ปญญาประดิษฐ
(Artificial Intelligence: AI) โดยสวนโปรแกรมการคํานวณประมวลผล การต้ังเง่ือนไขการตัดสินใจ
ตาง ๆ ตนแบบ (Model) จะถูกสรางข้ึนโดยคอมพิวเตอรซ่ึงผูพัฒนาจะทําการนําชุดขอมูล (Dataset)
ทั้งสวนของ ขอมูล (Data) และ เอาตพุต(Output) เขาไปใหคอมพิวเตอรเรียนรู เพื่อสรางตนแบบ ซ่ึง
เปนเหมือนกับสมองของโปรแกรมและไดเอาตพุต (Output) ออกมาตัวอยางเชน ระบบตรวจจับ
แยกแยะใบหนา คนในภาพหรือวีดิโอ วาเปนใคร (Face Recognition) ผูพัฒนาจะตองทําการใสขอมูล
ใบหนาคน (Data) และชื่อ (Output) ของคน ๆ นั้นเพื่อทําการสอน (Train) ใหเคร่ืองคอมพิวเตอร
เรียนรูหรือรูจักใบหนากอนวาใบหนาแบบน้ีมีช่ือวาอะไร เคร่ืองก็จะทําการเรียนรูและสรางสวนท่ี
เปรียบเปนสมองของโปรแกรมขึ้นมาเรียกวาตนแบบ (Model) ในข้ันตอนของการใชงานเม่ือระบบ
ไดร ับอินพุตจากกลอ งระบบจะสามารถแยกแยะวา ในภาพเปนใครโดยเครื่องคอมพิวเตอรจ ะรูจ กั เฉพาะ
ใบหนาคนที่มีในขอมูลท่ีในการสอนใหกับคอมพิวเตอรเทานั้น ซ่ึงการท่ีใหระบบทํางานเพื่อบอกวาคือ
23
ใครจะเรียกวาการทํานาย พยากรณ หรือการคาดการณ โดยศัพททางเทคนิคจะใชคําวา Predict
(ทาํ นาย)
2.1.14.1 ประเภทของ Machine Learning การเรยี นรูข องคอมพวิ เตอรจะแบงออกเปน
3 ประเภท ประกอบดวย
(1) การเรียนรแู บบมีการสอน (Supervised Learning) เปนการเรียนรูแบบตอ งมีการสอน
(Train) คือการใหคอมพิวเตอรเรียนรูจากขอมูลท่ีเขาไปสอน โดยขอมูลที่ใชนําเขาไปสอนเรียกวา
Training data หรือ Training set ตัวอยาง การสอนใหเด็กดูรูปของแมวหลาย ๆ รูปแลวทําการสอน
วาคือแมวเมื่อเด็กไดทําการเรียนรูไปแลวเมื่อไปเจอแมวหรือสัตวอ่ืน ๆ ถึงแมไมตรงกับรูปท่ีใชในการ
สอนก็จะสามารถแยกแยะไดวาตัวไหนคือแมว และตัวไหนที่ไมใชแมวซึ่งการเรียนรูแบบมีการสอน
แบง ยอยออกเปน 2 กลมุ คือ
(1.1) การจาํ แนกแยกแยะ (Classification) เปนการจําแนก คัดแยกแยกแยะ เชน
การแยกแยะวาเปน แมว หรอื สนุ ขั ระบบคดั แยกกจ็ ะแยกแยะไดเ พยี งแคเ ปนแมวหรือไมเ ปน แมว เปน
สนุ ขั หรอื ไมเ ปน สนุ ัข
(1.2) คํานวณทายคา เปน ตัวเลข (Regression) ตวั อยางเชน การทาํ นายปริมาณ
กระแสไฟฟาในอนาคต การทาํ นายการข้นึ ลงราคาหนุ
2.1.15 Adobe Photoshop
Photoshop เปนโปรแกรมในตระกูล Adobe ท่ีใชสําหรับตกแตงภาพถายและภาพกราฟฟก ได
อยางมีประสิทธ์ิภาพ ไมวาจะเปนงานดานสิ่งพิมพ นิตยสาร และงานดานมัลติมีเดีย อีกท้ังยังสามารถ
retouching ตกแตงภาพและสรางภาพ ซึ่งกําลังเปนที่นิยมสูงมากในขณะนี้ เราสามารถนําโปรแกรม
Photoshop ในการแตงภาพ การใส Effect ตาง ๆใหกับภาพและตัวหนังสือ การทําภาพขาวดําและ
การทําภาพถายเปนภาพเขียน การนําภาพตางๆ มารวมกัน การRetouch ตกแตงภาพ เปนตน
นอกจากนี้แลว โปรแกรมPhotoshop ยังเปนโปรแกรมสรางและแกไขรูปภาพอยางมืออาชีพ
โดยเฉพาะนักออกแบบในทกุ วงการยอ มรูจักโปรแกรมตวั น้ีดี โปรแกรม Photoshop เปนโปรแกรมที่มี
เครื่องมอื มากมายเพื่อสนับสนนุ การสรางงานประเภทสง่ิ พิมพ งานวิดที ัศน งานนําเสนอ งานมัลติมีเดีย
ตลอดจนงานออกแบบและพัฒนาเว็บไซต ในชุดโปรแกรม Adobe Photoshopจะประกอบดวย
โปรแกรมสองตัวไดแก Photoshop และ ImageReady การท่ีจะใชงานโปรแกรม Photoshopคุณ
ตองมีเครื่องท่ีมีความสามารถสูงพอควร มีความเร็วในการประมวลผล และมีหนวยความจําที่เพียงพอ
ไมเชน นน้ั การสรา งงานของคุณคงไมส นุกแน
ลกั ษณะงานทเ่ี หมาะสมกับโปรแกรม Photoshop
งานท่ีเหมาะสมกบั การใชงานโปรแกรม Photoshop CS6 มีหลากหลายมา แลวแตค วามตอ งการ
ของผูอ อกแบบเชน งานรีทัชภาพ งานอารท เวิรค งานโปสเตอร โปรชวั ร แบนเนอร เปน ตน
24
ภาพที่ 2-17 Adobe Photoshop
(ท่มี า https://www.techxcite.com/mobile/topic.html?id=35623)
2.2 งานวิจยั ท่เี ก่ยี วขอ ง
กิติพงษ จันทรถาวร และ ชุติญาภัค วาฤทธ์ิ (2555) ไดศึกษาการประยุกตใชเทคโนโลยีรหัสคิว
อารเพื่อจัดทําทะเบียนพรรณไมส วนพฤกษศาสตรโ รงเรียน การวิจยั คร้ังนี้มวี ตั ถุประสงคเพอ่ื 1) พฒั นา
ระบบการประยุกตใชเทคโนโลยีรหัสคิวอารเพื่อจัดทําทะเบียนพรรณไมสวนพฤกษศาสตรโรงเรียน 2)
ประเมินประสิทธิภาพการใชงานระบบการประยุกตใชเทคโนโลยีรหัสคิวอารในการจัดทําขอมูล
ทะเบียนพรรณไมสวนพฤกษศาสตรโรงเรียน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของผูใชตอการใชงานระบบ
การประยุกตใชเทคโนโลยีรหัสคิวอารในการจัดทําขอมูลทะเบียนพรรณไมสวนพฤกษศาสตรโรงเรียน
กลุมเปาหมายในการวิจัยคร้ังน้ีประกอบดวย กลุมท่ี 1 เปนผูเชี่ยวชาญดานการพัฒนาระบบ จาํ นวน 5
คน ประเมินประสิทธิภาพของระบบ กลุมท่ี 2 เปนกลุมนักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต
สาขาวิชาคอมพิวเตอรธุรกิจจํานวน 15 คน และกลุมที่ 3 เปนบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยวงษชวลิต
กุล จํานวน 15 คน รวมท้ังส้ิน 35 คนการพัฒนาระบบครั้งน้ีคณะผูวิจัยไดใชวงจรการพัฒนาระบบ
SDLC เปนมาตรฐานในการพัฒนาระบบคิวอารโดยเครื่องมือที่ใชในการวิจัย ประกอบดวย 1) ระบบ
รหัสคิวอารเพื่อจัดทําทะเบียนพรรณไมสวนพฤกษศาสตรโรงเรียน2) แบบประเมินประสิทธิภาพของ
ระบบ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของกลุมผูใชงานระบบ สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ไดแก
รอยละ คา เฉลย่ี และสวนเบย่ี งเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบวา 1) ผลการพฒั นาระบบการประยุกตใชเทคโนโลยีรหัสคิวอารเพื่อจดั ทําทะเบยี น
พรรณไมสวนพฤษศาสตรโรงเรียน แบงการทํางานออกเปน 2 สวน ไดแก สวนของโมบายแอปพลิเค
ชันสําหรับรหัสคิวอารและสวนเว็บแอปพลิเคชันสําหรับจัดการขอมูลทะเบียนพรรณไมสวนพฤษ
ศาสตรโรงเรียน 2) ผลการทดสอบประสิทธิภาพของระบบโดยผูเช่ียวชาญดานการพัฒนาระบบ
จํานวน 5 ทา น อยใู นระดับมาก ( = 4.31,S.D.= 0.56) และ 3) ผลการศกึ ษาความพงึ พอใจของผูใชที่
มีตอ ระบบ พบวา กลุมเปาหมายมคี วามพงึ พอใจ โดยรวมอยูในระดบั มาก ( = 3.75, S.D. = 0.92)
25
อาจารยดร.พอล เจ โกรดิ (Dr. Paul J. Grote) (2563) ไดศึกษาความหลากหลายของพรรณพืช
โครงสรางปาและปริมาณคารบอนเหนือ พื้นดิน ในพื้นที่ปกปกพันธุกรรมพืช อพ.สธ. เขื่อนนาพุง จ.
สกลนครและ ในพื้นท่ีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา ผลการสํารวจความหลากหลาย
ของพรรณพืชในพื้นท่ีปกปกพันธุกรรมพืช อพ.สธ. เข่ือนนาพุง จ. สกลนคร การไฟฟาฝายผลิตแหง
ประเทศไทย จาํ นวน 4 ครัง้ ในชวงเดอื นตุลาคม 2554 – สิงหาคม 2555 สามารถจาํ แนกได 270 ชนิด
ใน 212 สกุล และ 83 วงศ วงศท่ีมีจํานวนชนิดมากท่ีสุดคือ FABACEAE (45 ชนิด) ZINGIBERACEAE
(19 ชนิด) RUBIACEAE (13 ชนดิ ) และ MALVACEAE (s.l.) (12 ชนิด) บางชนิดเปน พชื ที่ใชเปนอาหาร
ได และบางชนิดสามารถใชเปนสมุนไพร พบพืชวงศขิงท้ังหมด 9 สกุล 19 ชนิด โดยพืชวงศขิงท่ีพบ
มากสุดในบริเวณเสนทางเดินท่ี 3 ถึง 13 ชนิด สวนเฟรนและไลโคไฟทพบทั้งหมด 12 วงศ 17 สกุล
25ชนิด และพบเฟรนมากท่ีสุดในบริเวณ Spillway ถึง 12 ชนิด สวนผลการสํารวจความหลากหลาย
ของพรรณพืชในพ้ืนที่อนุรักษมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา จํานวน 6 พื้นท่ี พบ
พรรณพืชไมนอยกวา 150 ชนิด 54 วงศจากการศึกษาองคประกอบและโครงสรางปาในพื้นที่ปกปกษ
พันธุกรรมพืช อพ.สธ. เขื่อนนํ้าพุง จังหวัดสกลนคร จํานวน 11 แปลง พบวาปาเบญจพรรณมีความ
หลากหลายของชนิดตนไมมากกวาในปาเต็งรัง โดยปาเบญจพรรณพบพรรณไม 57 ชนิด สามารถหา
ช่ือวิทยาศาสตรได 46 ชนิด ใน 43 สกุล และ 27 วงศ ชนิดพรรณไมใน วงศ ANACARDIACEAE,
BURSERACEAE, EUPHORBIACEAE, LEGUMINOSAE (FABACEAE) - CAESALPINIOIDEAE,
RUBIACEAE และ TILIACEAE พบมากทส่ี ดุ ในขณะท่ีปา เต็งรงั พบพรรณไม 25 ชนิด สามารถทราบชื่อ
วิทยาศาสตรได 24 ชนิด 22 สกุล และ 18 วงศ ชนิดพรรณไมที่พบมากท่ีสุดอยูในวงศ
ANACARDIACEAE และ DIPTEROCARPACEAE พรรณไมมีความหนาแนนและความเดนมากในปา
เบญจพรรณไดแก ตะแบก และมะกอกเกลื้อน สวนพรรณไมปาเต็งรังที่มีความหนาแนน และความเดน
มาก ไดแก พลวง มะกอกเกล้ือน และ แดง นอกจากนั้นปาเบญจพรรณยังมีปริมาณคารบอนสะสมใน
พืชทง้ั บนดนิ และใตด นิ มากกวาในปา เต็งรงั โดยมคี า 157.8 และ 112.9 ตนั ตามลําดบั ทาํ ใหพ ้ืนที่ศึกษา
แหง นีม้ ีการสะสมคารบ อนในปาไมรวมทัง้ สนิ้ 50,886ตนั
เอกรัตน สุขสุคนธ ศุภกิตติ โสภาสพ และ จักรี ศรีนนทฉัตร (2564) ไดทําการพัฒนาเทคนิค
คน หาพน้ื ท่ีใบหนา และวัตถุบรเิ วณดวงตาโดยใชห ลักการประมวลผลภาพ การคนหาพ้นื ท่ีใบหนา โดยใช
เทคนิคการ ประมวลผลภาพเปนขั้นตอนสําคัญในการออกแบบระบบ การจดจําใบหนา แตการ
ตรวจจับใบหนายังเกิดโจทย สําหรับงานวิจัย เนื่องจากรูปรางและลักษณะของใบหนา แตละคนนั้น
แตกตางกัน รวมถึงมีสิ่งแปลกปลอมบน ใบหนา ดังนั้นงานวิจัยน้ีนําเสนอการพัฒนาเทคนิคการ คนหา
พ้ืนท่ีใบหนาและวัตถุบริเวณดวงตา โดยใชโมเดลสี YCbCr รวมกับ HSV ในการทดลองนําภาพ 200
ภาพ แบงเปน 1) ภาพทีพ่ ื้นหลังไมม ีลวดลาย 100 ภาพ และ 2) ภาพท่ีพ้นื หลังมลี วดลาย 100 ภาพ ใช
เทคนิคโมเดลสี YCbCr ภาพทั้งหมด เพื่อจําแนกสีผิวออกจากพื้นหลัง ซ่ึง วิธี YCbCr และ HSV คา
ขอมูลของสี Cb, Cr จะมีความ คลายคลึงกับจุดภาพของสีผิวทุกเชื้อชาติจากน้ันเทคนิค โซเบลถูก
นํามาใชในการคนหาใบหนา ขั้นตอมาจะใช เทคนิคการแบงแยกภาพ เพ่ือคนหาพื้นที่บริเวณดวงตา
26
แลวทําการคนหาสิ่งบดบังบริเวณดวงตา จากการทดลอง พบวา ภาพพ้ืนหลังท่ีไมมีลวดลายคนหา
ตําแหนงของ ใบหนาได 97% และคนหาวัตถุบริเวณดวงตาได 92%ใบหนาแตละคนน้ันแตกตางกัน
การแสดงอารมณออกมา ทางใบหนา เช้ือชาติ สีผิว รวมทั้งมีสิ่งแปลกปลอมบริเวณ ใบหนา อาทิการ
สวมใสแวนตา ผาปดปาก ผาโพกศีรษะ ทําใหเกิดปญหาในการคนหาใบหนาได สําหรับการคนหา ส่ิง
แปลกปลอมบนใบหนา น้ันมหี ลายวธิ ี จากงานวิจยั ท่ไี ด ศกึ ษามกี ารนาํ เสนอวธิ กี ารคน หาสงิ่ แปลกปลอม
บริเวณ ใบหนา เชน ในงานวิจัยที่ (1) เก่ียวของกับการคนหา แวนตาดวยวิธีการจําแนกขอมูลแบบ
Boosting ในโมเดล โดยใชการเรียนรูหลาย ๆ โมเดลจําแนกประเภทในการ ตัดสินใจ แลวจะใชการ
ถวงน้ําหนักเขามาใหแตละโมเดล จําแนกประเภท เพื่อกําหนดกลุมใหกับขอมูลใหม ใน งานวิจัยท่ี (2)
เกี่ยวของกับการคนหาแวนตาดวยเทคนิค การแบงภาพออกเปนตาราง LBP เม่ือไดคาฮิตโตแกรมใน
แตละตารางข้ึนมาแลว ใชเทคนิคสรางระนาบท่ีเหมาะสม ที่สุดกับขอมูล (SVM) ในการจําแนก
เวกเตอร เพื่อหา ตําแหนงของแวนตา ในงานวิจัยท่ี (3) เก่ียวของกับการ เปรียบลักษณะของภาพกับ
ภาพตนฉบับ โดยใชหลักการ ประมวลผลภาพเทมเพลตแมชชิ่ง ในงานวิจัยท่ี (4-5) เกี่ยวของกับการ
คนหาส่ิงแปลกปลอมบริเวณใบหนา โดย ใชเทคนิคการแบงสี RGB และ HSV ตามดวยการแบงคาสี
ใน YCbCr เพื่อจําแนกสีผิวออกจากพ้ืนหลัง จากน้ันหาขอบ ของสีผิวจากภาพแลวหาตําแหนงของ
ใบหนา และใช หลักการทางคณิตศาสตรเขามากําหนดรูปทรงลักษณะของ ใบหนาหาบริเวณดวงตา
เพือ่ ใชหาขอบของแวนตา เปนตน สําหรับงานวจิ ัยน้ไี ดน ําเสนอวธิ ีการคน หาพ้ืนท่ี ใบหนาดวยวิธีการใช
โมเดลสีแบบ YCbCr รวมกับโมเดลสี แบบ HSV เพ่ือจําแนกสีผิวออกจากภาพพ้ืนหลัง เพราะ จาก
การศึกษาพบวา โมเดลสีแบบ YCbCr คาขอมูลสี Cb และ Cr จะมีความคลายคลึงกับจุดภาพของสีผิว
ซึ่งคา ขอมูลสี Cb และ Cr แสดงใหเห็นการกระจายคาขอมูลสี ผิว ที่มีการครอบคลุมถึงสีผิวทุกเชื้อ
ชาติไดอยางชัดเจน และโมเดลสีแบบ HSV สามารถบงบอกคาความบริสุทธิ์ และความสวางของสีได
อยางละเอียด เม่ือโมเดลสีแบบ YCbCr ทํางานรวมกับโมเดลสีแบบ HSV จะทําใหมี ประสิทธิภาพ
มากกวาการใชเทคนิคเดิม
สุวัฒน บรรลือ และ ขนิษฐา อินทะแสง (2563) ประสิทธิภาพระบบตรวจสอบการเขาชั้นเรียน
ดว ยภาพใบหนา โดยใชเทคนิคแอลบพี ี การวจิ ยั คร้งั นี้ มวี ัตถุประสงค 1) เพ่ือออกแบบและพฒั นาระบบ
ตรวจสอบการเขาช้ันเรียนดวยภาพใบหนา 2) เพื่อศึกษา ประสิทธิภาพระบบตรวจสอบการเขาชั้น
เรียนดวยภาพใบหนา และ 3) เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของผูใชระบบตรวจสอบ การเขาช้ันเรียนดวย
ภาพใบหนา ตัวอยางท่ีใชในการวิจัย คือ นักศึกษาท่ีลงทะเบียนเรียนรายวิชา คอมพิวเตอรและการ
รูเทาทัน ในยุคดิจิทัล ในภาคเรียนที่ 2/2561 จํานวน 98 คน เครื่องมือที่ใชในการวิจัย คือ ระบบ
ตรวจสอบการเขาชั้นเรียนดวยภาพใบหนา และแบบประเมินความพึงพอใจของผูใชระบบตรวจสอบ
การเขาชั้นเรียนดวยภาพใบหนา สถิติการวิเคราะหขอมูลใชการหาคาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
และไคลสแคว ผลการวจิ ยั พบวา 1) โปรแกรมเวบ็ แอปพลเิ คชันพฒั นาดวย PHP และ OpenCV ระบบ
ฐานขอมูลใช MySQL โปรแกรม ประกอบดวย 2 โปรแกรมยอย คือ โปรแกรมสรางฐานขอมูลภาพ
ใบหนาของนักศึกษาและโปรแกรมตรวจสอบการเขาช้ันเรียน ดวยภาพใบหนา 2) ประสิทธิภาพการ
27
ตรวจสอบการเขาชั้นเรียนดวยภาพใบหนาท่ีเหมาะสม คือ 0.30 ซึ่งมีคาประสิทธิภาพดีท่ีสุด คือ 0.00
3) ความพึงพอใจของผูใชระบบตรวจสอบการเขาชั้นเรียนดวยภาพใบหนา มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.06
(ระดับมาก) สว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.16
28
บทท่ี 3
การดาํ เนนิ งาน
การพฒั นาแอปพลิเคชันเพ่อื แสดงขอมลู พนื้ ฐานของพรรณไมในขน้ั ตอนการวเิ คราะหแ ละ
ออกแบบ ระบบทางคณะผูจัดทาํ ไดแบง วิธีการดาํ เนนิ งานออกเปน 7 ขัน้ ตอนดว ยกนั คือ
3.1 ศึกษาและทําความเขา ใจเกย่ี วกบั ระบบเดิม
3.2 รวบรวมขอ มูล
3.3 วเิ คราะหระบบ
3.4 ออกแบบระบบ
3.5 พฒั นาระบบและจดั ทาํ เอกสาร
3.6 การติดตั้งระบบ
3.7 การบาํ รุงรักษาระบบ
3.1 ศึกษาและทาํ ความเขาใจเกยี่ วกับระบบเดมิ
คณะผูจัดทําไดศึกษาระบบท่ีมีอยูเดิมคือ การพัฒนาเว็บไซตและการประยุกตใชคิวอารโคดเพื่อ
การศึกษาขอมูลพรรณไม ซึ่งปญหาที่พบวาระบบเดิม ถาจะทําการเพิ่มขอมูล ก็จะตองทํา QR code
ใหมแ ละนาํ ไปแปะ ปญหาอีกอยางท่อี าจจะพบได คอื ปจ จยั ส่ิงแวดลอมท่อี าจสง ผลตอแผน QR code
เพอ่ื นําไปประยกุ ตใ ชพัฒนาแอปพลเิ คชนั
3.2 รวบรวมขอ มลู
รวบรวมขอมูลเก่ียวกับแอปพลิเคชันเพื่อแสดงขอมูลพื้นฐานของพรรณไม คณะผูจัดทําได
รวบรวมขอมูล และแอปพลิเคชันอ่ืน ๆ เก่ียวของกับการพัฒนาแอปพลิเคชัน รวมถึงศึกษาขอมูลจาก
งานวิจัยเก่ียวกับการพัฒนาแอปพลิเคชัน ซึ่งทําใหเราลดเวลาการทํางานลงไดอยางมากเมื่อเทียบกับ
การเขียน โปรแกรมโดยภาษาซีหรอื ภาษาฟอรแทรน
3.3 วิเคราะหร ะบบ
จากการศึกษาขอมูลเก่ยี วกับการพฒั นาแอปพลิเคชันและระบบงานเดมิ แลวไดน าํ ขอ มลู มาทําการ
วเิ คราะห เพื่อเปนแนวทางในการออกแบบระบบและพัฒนาระบบงานใหมข้ึนในระบบการดําเนินงาน
ของแอปพลิเคชันเพ่ือแสดงขอมูลพ้ืนฐานของพรรณไม คณะผูจัดทําไดทําการวิเคราะหความสามารถ
ในการทาํ งานของระบบ
29
3.4 ออกแบบระบบ
จากการศึกษาและวิเคราะหระบบการทํางาน คณะผูจ ัดทําไดใชเ คร่อื งมือตางๆในการชว ย
ออกแบบแอปพิเคชันเพอ่ื แสดงขอมลู พืน้ ฐานของพรรณไม
การออกแบบระบบใหมมรี ายละเอียดในสวนตาง ๆ ดังน้ี
3.4.1 การออกแบบฐานขอมลู (Database Design)
3.4.2 แผนภาพกิจกรรม (Activity Diagram)
3.4.3 การออกแบบหนาจอ (Screen Design)
3.4.1 การออกแบบฐานขอ มลู (Database Design)
ฐานขอ มลู ประกอบดวยแฟมขอมูลตา ง ๆ ซึง่ แตละแฟมจะมีความเก่ียวของกันในรูปแบบของการ
กาํ หนดความสัมพันธ แตละแฟมขอมูลนน้ั จะไมมีขอมูลที่ซ้ําซอน ทําใหป ระหยัดเนอ้ื ที่ การจดั เกบ็ และ
ในการปรับปรงุ ขอ มลู ก็สามารถปรับเปลย่ี นขอ มลู ในแฟมขอ มูลตา ง ๆ ทเี่ ก่ียวขอ งได
1. พจนานุกรมขอ มูล (Data Dictionary)
แผนภาพกระแสขอมูลใชบ รรยายภาพรวมของระบบ โดยแสดงความสัมพันธร ะหวางโปรเซสและ
ขอมูล แตไ มไดแ สดงถึงรายละเอียดของขอมูลวามีอะไรบาง พจนานุกรมขอมลู จะแสดงถงึ รายละเอยี ด
ตาง ๆ ของขอมูลที่ใชงานในระบบ ซึ่งประกอบดวย Relation, Aliasesname, Data Description,
Attribute, Primary Key , Foreign Key รวมทัง้ โครงสรา งตา งๆ
ตารางท่ี 3-1 ขอ มูลพรรณไม
Attribute Description Type Key Type Reference
Plants_ID รหสั พรรณไม char(12) Pk
Pictures of plants ภาพพรรณไม Attachment
Native name ชื่อพ้นื เมอื ง Varchar (50)
Scientific name ช่ือวทิ ยาศาสตร Varchar (50)
Family name ช่ือวงศ Varchar (50)
Common name ช่ือสามญั Varchar (50)
ประโยชน Varchar (300)
Benefit
30
3.4.2 แผนภาพกิจกรรม (Activity Diagram)
การออกแบบหลักการทํางานของระบบในการเขาใชงานแอปพลิเคชันเพ่ือแสดงขอมูลพ้ืนฐาน
ของพรรณไม ภายในสวนธรรมรวมใจระลึกโปรดเกลาฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
ศูนยหนั ตรา ตองเขยี นโครงรางขัน้ ตอนการทาํ งานโดยการเขยี นแผนภาพ Activity Diagram ดังน้ี
3.4.2.1 การทาํ งานของแอปพลิเคชัน
ภาพที่ 3-1 แผนภาพ Activity Diagram การทาํ งานของแอปพลิเคชัน
3.4.3 การออกแบบหนา จอ (Screen Design)
การออกแบบหนาจอเปนเร่ืองสําคัญ เพราะวาเปนสว นทผ่ี ูใชเหน็ ไดงายท่ีสุด และเปนส่ิงที่ติดตอ
ระหวา งผูใชกบั ระบบทั้งหมด และผใู ชจ ะใชส ่ิงท่ีเห็นเปนตัวชวยตดั สิน วา ระบบดีหรือไม การออกแบบ
หนาจอจะชวยใหระบบมีความสมบูรณมากย่ิงขึ้น และชวยใหระบบมี ความสะดวกมากขึ้น เพราะแต
ละระบบจะมีโปรแกรมอยูมากมาย การออกแบบหนา จอเปนการแบงสว นตาง ๆ อยา งมรี ะบบ
31
ตัวอยางหนา จอแอปพลเิ คชนั เพอ่ื แสดงขอ มลู พรรณไม ดังน้ี
1
ภาพที่ 3-2 หนาตางหนาหลัก
จากภาพท่ี 3-2 หนา ตา งหนาหลัก มรี ายละเอยี ดดังน้ี
- หมายเลข 1 คอื ปมุ ใหนาํ รูปภาพเขา
32
1
2 4
6
3
5
7
ภาพที่ 3-3 ขอ มลู พรรณไม
จากภาพที่ 3-3 ขอมลู พรรณไม มีรายละเอยี ดดังนี้
- หมายเลข 1 คอื รปู ภาพพรรณไม
- หมายเลข 2 คอื รหสั พรรณไม
- หมายเลข 3 คือ ชอื่ พน้ื เมืองของพรรณไม
- หมายเลข 4 คอื ชอ่ื วิทยาศาสตรของพรรณไม
- หมายเลข 5 คอื ชอื่ วงศข องพรรณไม
- หมายเลข 6 คือ ชอื่ สามัญของพรรณไม
- หมายเลข 7 คอื ประโยชนของพรรณไม
33
3.5 พฒั นาระบบและจัดทําเอกสาร
การพัฒนาแอปพลิเคชันเพ่ือแสดงขอมูลพ้ืนฐานของพรรณไม คณะผูจัดทําพัฒนาแอปพลิเคชัน
โดยใช IDLE (Python) ในการพัฒนาแอปพลเิ คชนั และจดั ทําเอกสารท่ีเกีย่ วขอ งกบั แอปพลเิ คชนั
3.6 การตดิ ต้ังระบบ
ทดสอบการใชงานในดานตาง ๆ โดยนําเขารูปกลุมตัวอยางพรรณไมใบและดอก จํานวนชนิดละ
10 ภาพ
3.7 การบาํ รุงรักษาระบบ
มีการตรวจสอบหาขอผิดพลาดของแอปพลิเคชันและปรับปรุงขอมูลพื้นฐานของพรรณไมให
ถกู ตอ งอยูเสมอ เพ่ือใหร ะบบสามารถทาํ งานไดอยางมปี ระสิทธิภาพ
บทท่ี 4
ผลการดําเนนิ งาน
การพัฒนาแอปพลเิ คชนั เพอ่ื แสดงขอ มูลพน้ื ฐานของพรรณไม โดยวิธกี ารหาลักษณะเดน Local
Binary Patterns (LBP) เพื่อหาลกั ษณะเดนของแตล ะพรรณไม และเรยี นรูจ ําลกั ษณะเดนของพรรณ
ไมน น้ั ๆ ทางคณะผูจัดทําไดแบงผลการดําเนินงานโดยมีรายละเอียด ดังนี้
4.1 การพฒั นาระบบ
ผลการพฒั นาการพฒั นาแอปพลิเคชนั เพื่อแสดงขอ มูลพน้ื ฐานของพรรณไม คณะผจู ัดทาํ ใช
โปรแกรม โดยมรี ายละเอยี ดดังนี้
4.1.1 หนาจอหลกั จะเปนหนา จอแรกเม่ือเปด ระบบ โดยจะมปี ุมนําเขารูปภาพและแสดงผลลพั ธ
ดงั ภาพที่ 4-1
ภาพท่ี 4-1 หนาจอหลัก
35
4.1.2 การนาํ เขารปู ภาพ เมอื่ คลกิ ปมุ นําเขารูปภาพจะขน้ึ หนาตา งใหเลือกภาพพรรณไมท ตี่ อ งการ
ประมวลผล ดงั ภาพท่ี 4-2
ภาพที่ 4-2 การนําเขา รปู ภาพ
4.1.3 การแสดงผลลัพธ หลงั นาํ เขารูปภาพเรียบรอ ย เมื่อคลิกปุมแสดงผลลัพธร ะบบจะแสดงผลลัพธ
ดงั ภาพที่ 4-3
ภาพท่ี 4-3 การแสดงผลลพั ธ
36
4.2 การทดสอบระบบ
ในการทดสอบการทํางาน ไดทดสอบการทํางานแตละขั้นตอนของ แอปพลิเคชันเพื่อแสดงขอมูล
พ้ืนฐานของพรรณไมเพ่ือปองกันขอผิดพลาดท่ีอาจจะเกิดข้ึนของระบบ ซ่ึงแบงการทดสอบตามกรอบการ
ทาํ งานของแอปพลเิ คชนั ในแตสวน ดงั นี้
4.2.1 ผลการทดสอบการทาํ งานทัว่ ไป
เปนผลจากการทดสอบการทาํ งานท่วั ไปของแอปพลิเคชนั เพอื่ แสดงขอมลู พ้นื ฐานของพรรณไม เพอ่ื
จําลองสถานการณการผดิ พลาดทอ่ี าจเกดิ ข้ึน มีผลดงั ตารางที่ 4-1
ตารางที่ 4-1 การทดสอบการทํางานทั่วไป
ลาํ ดับท่ี รายการทดสอบ ผา น ไมผาน
1 การนาํ รูปภาพเขาเพอ่ื ใชงานแอปพลิเคชัน
2 การประมวลผลขอมลู
3 การแสดงผลลพั ธ หนา GUI
4 การตอบสนองการทํางานของปุม
4.2.2 ผลการทดสอบประสทิ ธิภาพการประมวลผล
จากการศึกษาและพัฒนาแอปพลิเคชันแอปพลิเคชันเพื่อแสดงขอมูลพื้นฐานของพรรณไม เพ่ือ
ทดสอบประสิทธิภาพในการประมวลผลผูพัฒนาไดทดสอบโดยใชภาพใบของพรรณไมชนิดละ 10 ภาพ
สวนพรรณไมท ี่มดี อกทดสอบโดยใชภาพดอกของพรรณไม 10 ภาพ โดยมขี อกําหนดในการเลือกภาพ คือ
1) รูปภาพตองเห็นสวนดานหนาของใบหรือดอกทุกสวน 2) รูปภาพตองคมชัด 3) รูปภาพตองปรับขนาด
และตัดขอบเปนส่ีเหล่ียมจัตุรัส โดยไดผลการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลแบงออกเปน 2 ตาราง
คอื การทดสอบประสทิ ธภิ าพการประมวลผล โดยใชภ าพใบของพรรณไม ดงั ตารางที่ 4-2 และการทดสอบ
ประสิทธิภาพการประมวลผล โดยใชภาพดอกของพรรณไม ดังตารางที่ 4-3
ตารางที่ 4-2 การทดสอบประสทิ ธภิ าพการประมวลผล โดยใชภาพใบของพรรณไม
ช่ือพรรณไม ทดสอบโดยใชภ าพใบของพรรณไม ความนา เชือ่ ถือ
ตน ใบทอง ผลลพั ธถกู ตอ ง ผลลัพธผ ิดพลาด 60%
ตนแดงชาลี 64 60%
ตนโปย เซียน 70%
ตนโกสน 64 70%
73
73
37
ตน ทองอไุ ร 8 2 80%
ตน เขม็ เหลือง 7 3 70%
ตนพดุ ศุภโชค 7 3 70%
ตนเฟอ งฟา 4
6 60%
คาเฉลี่ยรวม 67.50%
จากตางรางท่ี 4-2 ผลการทดสอบประสทิ ธภิ าพการประมวลผล โดยใชภ าพใบของพรรณไมม ีคา เฉลย่ี
ความนาเช่ือถือในการประมวลผลเทา กับรอ ยละ 67.50
ตารางท่ี 4-3 การทดสอบประสทิ ธภิ าพการประมวลผล โดยใชภาพดอกของพรรณไม
ทดสอบโดยใชภ าพดอกของพรรณไม
ช่ือพรรณไม ผลลัพธถกู ตอง ผลลพั ธผ ิดพลาด ความนา เชอ่ื ถือ
ตนโปย เซียน 8 2 80%
ตน ทองอุไร 7 3 70%
ตนเข็มเหลือง 6 4 60%
ตนพุดศภุ โชค 6 4 60%
ตน เฟอ งฟา 7 3 70%
คาเฉลีย่ รวม 68%
จากตางรางท่ี 4-3 ผลการทดสอบประสทิ ธิภาพการประมวลผล โดยใชภาพดอกของพรรณไมม ี
คาเฉลีย่ ความนาเชือ่ ถอื ในการประมวลผลเทา กบั รอ ยละ 68
38
4.3 การประเมนิ ประสิทธิภาพการทาํ งาน
การประเมินประสิทธิภาพการทํางานของแอปพลิเคชันเพื่อแสดงขอมูลพ้ืนฐานของพรรณไม โดย
กําหนดเกณฑการประเมินประสิทธิภาพ ความพึงพอใจตามเกณฑและผลการประเมินจากชวงของระดับ
คะแนนดังตารางท่ี 4-4 เกณฑการประเมนิ ผลการใชงานโดยเฉล่ีย
ตารางท่ี 4-4 เกณฑก ารประเมินผลการใชงานโดยเฉล่ยี
ระดบั คะแนน ความหมาย
คะแนนเฉลี่ย 1.00-1.49 ระดับประสทิ ธิภาพของระบบนอ ยมาก
คะแนนเฉลี่ย 1.50-2.49 ระดับประสิทธภิ าพของระบบนอย
คะแนนเฉล่ยี 2.50-3.49 ระดบั ประสทิ ธภิ าพของระบบปานกลาง
คะแนนเฉล่ีย 3.50-4.49 ระดับประสิทธภิ าพของระบบดี
คะแนนเฉล่ยี 4.50-5.00 ระดบั ประสทิ ธภิ าพของระบบดีมาก
ซึง่ การประเมินประสิทธภิ าพเปน การสอบถามขอมลู ความคดิ เหน็ ของผทู ดลองใชง านท่ี
พัฒนาขึน้ ดงั นี้
4.3.1*ผลการประเมินประสิทธภิ าพการใชง าน
การประเมินประสิทธิภาพการใชงาน เปนการประเมินประสิทธิภาพการทํางาน โดยมีการประเมิน
ประสทิ ธภิ าพดังตารางท่ี 4-5 ผลการวิเคราะหการประเมนิ ประสิทธภิ าพการใชงาน
ตารางท่ี 4-5 ผลการวเิ คราะหการประเมินประสิทธภิ าพการใชงาน
รายการประเมนิ ประสิทธภิ าพ
1.*ความเหมาะสมในการใชร ปู แบบตัวอักษร � SD. การแปรความ
2. ความเหมาะสมในการใชขนาดตวั อกั ษร 4.14 0.64 ดี
3. ความเหมาะสมในการใชส ตี ัวอักษร 3.86 0.83 ดี
4.*ความเหมาะสมในการวางสวนประกอบตาง ๆ 4.43 0.73 ดี
5. ความงายตอการใชงาน 4.14 0.83 ดี
รวม 4.57 0.49 ดมี าก
4.23 0.71 ดี
จากตางรางที่ 4-5 ผลการวิเคราะหการประเมินประสิทธิภาพดานการใชงาน เกณฑการแปล
ความหมายขอมูลและพิจารณาจากคาเฉล่ีย แบงแยกตามการประเมินไดดังน้ี คะแนนอยูในระดับดีมาก
39
ไดแก ความงายตอการใชงาน(คาเฉล่ียเทากับ 4.57 คาเบย่ี งเบนมาตรฐานเทากับ 0.49) และคาคะเนนอยู
ในระดับดี ไดแก ความเหมาะสมในการใชรูปแบบตัวอักษร(คาเฉล่ียเทากับ 4.14 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน
เทากับ 0.64) ความเหมาะสมในการใชขนาดตัวอักษร(คาเฉลี่ยเทากับ 3.86 คาเบ่ียงเบนมาตรฐานเทากับ
0.83) ความเหมาะสมในการใชสีตัวอักษร(คาเฉลยี่ เทากับ 4.43 คาเบย่ี งเบนมาตรฐานเทากบั 0.73) ความ
เหมาะสมในการวางสวนประกอบตาง ๆ (คาเฉลี่ยเทากับ 4.14 คาเบ่ียงเบนมาตรฐานเทากบั 0.83) ดังนั้น
จึงสรุปการประเมนิ ประสิทธิภาพดานการใชงานโดยรวม อยูในระดับดี (คาเฉลี่ยเทากับ 4.23 คาเบ่ียงเบน
มาตรฐานเทา กับ 0.71)
4.3.2*ผลการประเมินประสิทธิภาพการประมวลผล
การประเมินประสิทธิภาพการใชงานระบบ เปนการประเมินประสิทธิภาพการทํางาน โดยมีการ
ประเมินประสทิ ธิภาพดังตารางท่ี 4-6 ผลการวเิ คราะหก ารประเมนิ ประสทิ ธภิ าพการใชง านระบบ
ตารางที่ 4-6 ผลการวเิ คราะหก ารประเมนิ ประสิทธภิ าพการประมวลผล
รายการประเมนิ ประสทิ ธภิ าพ
1. ความเหมาะสมของขอมูลในการแสดงผลลัพธ � SD. การแปรความ
2. ความเร็วในการประมวลผลลพั ธ 4.14 0.64 ดี
3. ความถูกตองของผลลัพธ 4.29 0.70 ดี
4. การใชงานโดยรวม 4.14 0.64 ดี
รวม 4.29 0.70 ดี
4.21 0.67 ดี
จากตางรางที่ 4-6 ผลการวิเคราะหการประเมินประสิทธิภาพดานการประมวลผล เกณฑการแปล
ความหมายขอมูลและพิจารณาจากคาเฉลี่ย แบงแยกตามการประเมินไดดังน้ี คะแนนอยูในระดับดี ไดแก
ความเหมาะสมของขอมูลในการแสดงผลลัพธ(คาเฉลี่ยเทากับ 4.14 คาเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 0.64)
ความเร็วในการประมวลผลลัพธ(คาเฉล่ียเทากับ 4.29 คาเบ่ียงเบนมาตรฐานเทากับ 0.70) ความถูกตอง
ของผลลัพธ(คาเฉลี่ยเทากับ 4.14 คาเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 0.64) การใชงานโดยรวม(คาเฉล่ียเทากับ
4.29 คาเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 0.70) ดังน้ันจึงสรุปการประเมินประสิทธิภาพดานการประมวลผล
โดยรวม อยูในระดบั ดี (คา เฉล่ยี เทา กบั 4.21 คา เบ่ยี งเบนมาตรฐานเทากบั 0.67)
36
บทที่ 5
สรปุ ผล
ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อแสดงขอมูลพื้นฐานของพรรณไม ภายในสวนธรรมรวมใจระลึกโปรด
เกลาฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนยหันตรา มีจุดประสงคเพื่อศึกษาการพัฒนาแอป
พลิเคชันเพ่ือแสดงขอมูลพื้นฐานของพรรณไม และเพ่ืออํานวยความสะดวกใหกับผูคนท่ีตองการศึกษา
ขอ มลู พน้ื ฐานของพรรณไมทน่ี าสนใจ ผพู ฒั นาไดส รปุ ผลการดาํ เนนิ งาน และขอ เสนอแนะ ดงั น้ี
5.1 สรปุ ผลและอภิปรายผล
5.1.1 การพฒั นาแอปพลิเคชันเพื่อแสดงขอมลู พืน้ ฐานของพรรณไม
การพัฒนาแอปพลิเคชันเพ่ือแสดงขอมูลพื้นฐานของพรรณไมพัฒนาขึ้นโดยใช โปรแกรม IDLE
(Python 3.8) ดวยภาษา Python โดยใชวิธีการหาลักษณะเดน Local Binary Patterns (LBP) เพ่ือหา
ลักษณะเดนของแตละพรรณไม และเรียนรูจําลักษณะเดนของพรรณไมนั้น ๆ ซึ่งแอปพลิเคชันท่ีไดนั้น
สามารถนําเขารูปภาพของพรรณไมจากผูใชเขามาประมวลผลและนําไปใชวิเคราะหเพ่ือหาผลลัพธมา
แสดงใหผูใชไดตามวัตถุประสงค ในสวนของหนาการแสดงผลลัพธ GUI การตอบสนองของปุม สามารถ
ตอบสนองตอ การใชงานไดเ ปน อยางดีตามวัตถุประสงคทต่ี งั้ ไว
5.1.2 การประเมินประสทิ ธิภาพ
เพ่ือหาประสิทธิภาพการทํางานของการพัฒนาแอปพลิเคชันเพ่ือแสดงขอมูลพื้นฐานของพรรณไม
ภายในสวนธรรมรวมใจระลึกโปรดเกลาฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนยหันตรา ซ่ึง
แบง ผลการประเมนิ ออกเปน 2 ดา นดงั นี้
ผลการวิเคราะหประสิทธิภาพดานการใชงานโดยรวม คาเฉลี่ยเทากับ 4.23 คาเบ่ียงเบนมาตรฐาน
เทากบั 0.71 อยูใ นเกณฑ ระดับดี
ผลการวิเคราะหประสิทธิภาพดานการประมวลผลโดยรวม มีคาเฉลี่ยอยูที่ 4.21 คาเบ่ียงเบน
มาตรฐานเทากับ 0.67 อยูในเกณฑ ระดบั ดี
41
5.2 ปญหาและอปุ สรรค
5.2.1 โปรแกรมท่ีใชในการเขียนคําส่ังแอปพลิเคชันเพื่อแสดงขอมูลพื้นฐานของพรรณไมคอนขาง
ซับซอ น และ มตี ัวอยางคาํ สง่ั คอนขา งนอย
5.2.2 หากตองการใหแอปพลิเคชันแสดงขอมูลพ้ืนฐานของพรรณไมมีความถูกตอง แมนยํา
จําเปน ตองเก็บรวบรวมขอมลู ภาพพรรณไมเ ปนจํานวนมาก
5.2.3 ถาหากนํารูปภาพพรรณไมท่ีไมไดผานข้ันตอนการเตรียมภาพ จะทําใหผลลัพธมีเปอรเซ็นต
ความนาเชื่อถือนอย หรืออาจจะไมพบขอมลู
5.2.4 รูปทรงใบของพรรณไมค อ นขางมคี วามคลา ยคลึงกัน จึงเกิดปญ หาในการเกบ็ ขอ มูลพรรณไม
5.2.5 เน่ืองจากสถานการณโควิด-19 จึงทําใหไมสามารถเขาไปเก็บขอมูลพรรณไมภายใน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู ิได
5.3 ขอเสนอแนะ
5.3.1 ภาพพรรณไมในฐานขอมูลท่ีจะนํามาใชวิเคราะหควรมีจํานวนท่ีมากเพียงพอ เพ่ือเพ่ิมความ
แมนยาํ ใหม ากข้ึน
5.3.2 ควรเพมิ่ ประเภทของพรรณไมใหห ลากหลายมากย่ิงข้นึ
5.3.3 ควรมกี ารตัดขอบภาพกอ นประมวลผล
5.3.4 ควรมีการศึกษาเทคนิคที่ใชในการประมวลผลมากกวา 1 เทคนิคเพื่อนํามาเปรียบเทียบ
ประสิทธิภาพในการประมวลผลพรรณไม หรือศึกษาขอมูลเก่ียวกับเทคนิคที่มีประสิทธิภาพในการ
ประมวลผลมากยิ่งขึน้
42
บรรณานกุ รม
กติ พิ งษ จันทรถาวร และ ชตุ ญิ าภคั วาฤทธิ.์ (2555). การประยกุ ตใชเ ทคโนโลยรี หสั ควิ อารเพอ่ื
จดั ทาํ ทะเบียนพรรณไมส วนพฤกษศาสตรโ รงเรียน. สืบคน 24 กุมภาพันธ 2564.
จาก ThaiJOhttps://ph02.tci-thaijo.org
ดร.พอล เจ โกรดิ (Dr. Paul J. Grote). (2563). ความหลากหลายของพรรณพชื
โครงสรา งปา และปริมาณคารบอนเหนอื พน้ื ดนิ ในพืน้ ทป่ี กปก พันธกุ รรมพืช อพ.สธ. เข่อื นนา พุง จ.
สกลนครและ ในพน้ื ทมี่ หาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีสุรนาร.ี สบื คน 24 กมุ ภาพันธ 2564.
จาก http://sutir.sut.ac.th:8080/sutir/handle/123456789/5249
เอกรตั น สขุ สคุ นธ ศภุ กติ ติ โสภาสพ และ จักรี ศรีนนทฉ ตั ร. (2564). การพัฒนาเทคนิคคนหา
พนื้ ทใี่ บหนา และวัตถุบรเิ วณดวงตาโดยใชหลักการประมวลผลภาพ. สบื คน 25 กมุ ภาพันธ 2564.
จาก https://ph01.tci-thaijo.org
สวุ ฒั น บรรลือ และ ขนิษฐา อินทะแสง. (2563). ประสทิ ธภิ าพระบบตรวจสอบการเขา ชนั้
เรียนดว ยภาพใบหนา โดยใชเ ทคนิคแอลบพี ี. สบื คน 25 กมุ ภาพนั ธ 2564. จาก
ThaiJOhttps://so03.tci-thaijo.org
Library(ไลบาร)่ี . สบื คน 5 กุมภาพันธ 2564 จาก
https://www.mindphp.com/forums/viewtopic.php?f=29&t=42917
การแยกลกั ษณะพเิ ศษ LBP. สืบคน 5 กมุ ภาพนั ธ 2564. จาก https://en-m-wikipedia-
org.translate.goog/wiki/Local_binary_patterns?_x_tr_sl=en&_x_tr_tl=th&_x_tr_hl=th&_x_tr
_pto=nui,sc
การแยกลักษณะเฉพาะของภาพ (Image Feature Extraction). สบื คน 5 กมุ ภาพันธ
2564. จาก
http://eresearch.siam.edu/wpcontent/uploads/2013/12/09_%E0%B8%9A%E0%B8%97%E
0%B8%97_2.pdf
โปรแกรม IDLE (Python). สบื คน 10 มกราคม 2564. จาก
https://datarevol.com/coding/python-ide/
ภาษา Python. สบื คน 12 มกราคม 2564. จาก https://blog.pttexpresso.com/what-is-
python/