The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ T.S.C model

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phatcharaporn Khunphet, 2022-09-02 12:09:25

นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ T.S.C model

นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ T.S.C model

คำนำ

เนื่องด้วยสภาพปัญหาการเรียนรู้ได้อย่างไม่เต็มศักยภาพของผู้เรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (Covid-19) ทางโรงเรียนบ้านบึงพิชัย(ทับทองอุทิศจิตโต) จึงได้คิดค้น
รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เป็นแนวทางในการจัดการศึกษา ซึง่เป็นการเรียนรู้ท่ีมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีบทบาท
ในการเข้ามาร่วมใช้ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์ เน้นให้ผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยการลงมือทำ และเรียนรู้
จากประสบการณ์จริง เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่คงทนและถาวร ซึ่งจะส่งผล
ให้การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านบึงพิชัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพ
ผู้เรียนได้อย่างสูงที่สุดในทุกทุกกลุ่มสาระและทุกกิจกรรมการเรียนรู้ อีกทั้งโรงเรียนบ้านบึงพิชัยยังมุ่งเน้นให้
ครผู ู้สอนพัฒนารปู แบบการเรยี นการสอนดังกล่าว ใหเ้ หมาะสมกับบรบิ ทแตล่ ะกลุ่มสาระ จงึ เกดิ เป็นนวัตกรรม
การจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบ T.S.C model ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเรียนการสอนที่คิดค้นขึ้นมา
ภายใต้หลักสูตรสถานศึกษา ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
Active learning ผสมผสานกับการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน PROJECT Based learning ซึ่งการจัด
การเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบ T.S.C model สามารถตอบสนองความสนใจและความต้องการของผู้เรียน
ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี

หวังเป็นอย่างย่งิ ว่ารายงานพัฒนานวตั กรรมฉบับนจี้ ะสามารถพฒั นาผ้เู รยี นได้ต่อไปในอนาคต

นางสาวพัชรพร ขุนเพชร
ตำแหน่ง ครูผ้ชู ว่ ย

สารบัญ

หนา้
ความเปน็ มาและความสำคัญของนวัตกรรม……………………………………………………………………………....... 1
วตั ถุประสงค์…………………………………………………………………………..……………………………………………… 3
กลมุ่ เปา้ หมาย………………………………………………………………………………………………………………………… 3
ขั้นตอน/กระบวนการพฒั นานวัตกรรม………………………………………………………………………………………. 4
ผลทเี่ กดิ จากการใชน้ วัตกรรม…………………………………………………………………………………………………… 6
ข้อเสนอแนะในการประยุกตใ์ ช้และพัฒนาต่อยอด……………………………………………………………………… 9
การเผยแพรผ่ ลงาน………………………………………………………………………………………………………….……… 10
บรรณานกุ รม………………………………………………………………………………………………………………………………. 11
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก ภาพกิจกรรม…………………………………………………………………………..…………………………… 12
ภาคผนวก ข ประวตั ิผสู้ ง่ นวัตกรรม…………………………………………………………..………………………………… 18

1

นวตั กรรมการจัดการเรยี นรู้ด้วยร้แู บบ T.S.C Model “เรียนรู้ได้...ตอ่ ยอดเปน็ ”

1. ความเป็นมาและความสำคญั ของนวตั กรรม

โรงเรียนบ้านบึงพิชัย(ทับทองอุทิศจิตโต) ใช้หลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นกรอบและทิศทางในการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ Active Learning
มุง่ เนน้ การพัฒนานักเรียนให้มีคณุ ภาพด้านความรู้และทักษะแห่งอนาคตใหมใ่ นศตวรรษที่ 21 ซง่ึ เป็นทักษะที่
จำเป็นต่อการดำรงชีวติ ของประชาชนไทยในฐานะการเปน็ พลเมอื งของโลก โรงเรียนบ้านบึงพิชัยจงึ มีแนวคดิ
ในพัฒนานวัตกรรมเพื่อกำหนดกรอบทิศทางในการจัดการเรียนรู้ที่ชื่อว่า L2D Model เพื่อส่งเสริมความ
เป็นนวัตกรและผลงานสร้างสรรค์ โดยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(Project-based Learning:
PjBL) เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านความรู้ และ
ทกั ษะผา่ นกระบวนการศกึ ษาค้นคว้าและการใชค้ วามรู้ในชวี ิตจรงิ ขบั เคลื่อนผา่ นกจิ กรรมและการแก้ปัญหาที่
ท้าทายร่วมกัน โดยมีผลงานที่แสดงถึงศักยภาพและความสำเร็จของผู้เรียน (แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบ
โครงงานเป็นฐาน Project-based Learning: PjBL, 2559 : 5) อีกทั้งกิจกรรมการเรียนรู้ยังสอดคล้องกับ
ศักยภาพของนักเรียนในระดบั ประถมศึกษา เปน็ การจัดการเรียนรทู้ ่ีส่งเสริมให้นักเรียนใช้ความคิดสร้างสรรค์
พัฒนาตนเอง ทำให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง โดยผู้เรียนสามารถเลือกการสร้างกระบวนการ
เรยี นรู้ไดด้ ว้ ยตนเองจากแหลง่ ความรูท้ ี่หลากหลาย

ตามท่ีนวัตกรรม L2D Model ท่ีคิดค้นขึ้นมาอย่างเป็นระบบ ได้กำหนดความหมายไว้ว่า L :
Learning หมายถึง การเรียนรู้ที่โรงเรียนทำการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดการเรยี นรู้อย่างสูงสุด ท้ัง
การเรียนรู้ในช้ันเรียน ตามกลุ่มสาระ ตามรายวิชาตา่ ง ๆ ตลอดจนการจัดการเรียนรู้นอกห้องเรียน เช่น การ
ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรยี นหรอื ชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนได้เกดิ การเรียนรูท้ ีไ่ ม่สิ้นสดุ D : Doing หมายถึง การ
กระทำหรอื การลงมือปฏิบัติ โดยเน้นให้ผู้เรียนไดล้ งมอื ปฏิบัติในการทดลองทำสงิ่ ต่าง ๆ ตลอดจนแก้ไขปัญหา
ด้วยตนเอง โดยอาศัยประสบการณ์จากในชั้นเรียนหรือประสบการณ์ในชีวิตจรงิ ซ่ึงสอดคล้องกับการจัดการ
เรียนรู้แบบ active learning (การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ) และ PROJECT Based learning (การ
จัดการเรยี นรโู้ ดยใช้โครงงานเป็นฐาน) D : DEVELOPMENT หมายถึง การพฒั นาในสิ่งที่ผู้เรียนได้ ทดลองลง
มือทำ หรือได้ทดลองแก้ไขปัญหานั้น ๆ ให้กลายเป็นผลงานที่เป็นประโยชน์ ตลอดจนต่อยอดพัฒนาให้
กลายเปน็ นวัตกรรมท่ีประโยชน์ตอ่ โรงเรยี นและชุมชนต่อไปไดใ้ นอนาคต ซง่ึ L2D Model ได้กำหนดกรอบใน
การจัดการเรียนรู้ไว้อย่างชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และนำไปปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้กับทุกกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ ปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้กับทุกระดับชั้น อีกทั้งยังสามารถนำมาปรับใช้ในการจัดการ
เรียนรู้ได้กับชั่วโมงกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เช่น กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมชุมนุม และกิจกรรมอื่น ๆ อีก
มากมาย

การจัดการเรียนรู้ในรายวิชาชุมนุมตามแนวทางการกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นตามนโยบายของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้ให้ความหมายของกิจกรรมชุมนุม หมายถึง การ
รวมกลุ่มของผู้เรียนที่มีความสนใจ ความถนัดในเรื่องเดียวกัน และร่วมปฏิบัติกิจกรรมให้บรรลุวัตถุประสงค์
เพ่อื พัฒนาความรทู้ กั ษะประสบการณ์ของตนเองให้เตม็ ศักยภาพตลอดจนปลูกฝงั จติ สำนึกในการทำประโยชน์
ต่อตนเองและสังคม (แนวทางการกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามนโยบายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551, 2553 : 51) สถานศึกษาต้องจัดให้มีชั่วโมงกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้กับผู้เรียนใน
ทุกระดับช้ัน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนตามความสามารถ ความถนัด และ ความสนใจ ได้อย่างเต็ม
ศักยภาพ ซึ่งจะสามารถพัฒนาผู้เรียนได้ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา มุ่งเน้นให้มีความสุข

2

และเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ซึ่งโรงเรียนบ้านบึงพิชัยไดก้ ำหนดให้มีจัดกิจกรรมชุมนุมไว้ในรปู แบบระยะ
1 ปีการศึกษา โดยได้แบ่งกิจกรรมชุมนุมตามความสนใจของผู้เรียนไว้หลากหลาย ได้แก่ ชุมนุมกีฬา ชุมนุม
ทำอาหาร ชุมนุมศิลปะ ชุมนุมประดิษฐ์ และชุมนุมดนตรี-นาฏศิลป์ ซึ่งกำหนดไว้ให้มีการจัดการเรียนรู้ 1
ช่วั โมงตอ่ สัปดาห์ ตามโครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศกึ ษา

จากการจัดการเรียนรู้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในชั่วโมงเรียนชุมนุมดนตรี-นาฏศิลป์ ของโรงเรียนบ้าน
บึงพิชัย ในปีการศึกษา 2565 พบว่า ไม่สามารถพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างเต็มศักยภาพ
เน่อื งจากผู้เรียนนั้นขาดทกั ษะทางนาฏศิลป์ เป็นเพราะผู้สอนใช้วิธีการจดั การเรยี นรูใ้ นรปู แบบเก่าท่ีเน้นผู้สอน
เป็นศูนย์กลาง เนื่องจากวิชาดนตรีและนาฏศิลป์เป็นวิชาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการปฏิบัติและเป็น
ทักษะที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นตั้งแต่สมัยโบราณ จึงใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นครูผู้สอนเป็นสำคัญ
โดยใช้วิธีการบรรยาย การสาธิตแล้วให้ผู้เรียนปฏิบัติตาม ซึ่งเป็นการเรียนแบบดั้งเดิมที่เน้นให้ผู้เรียนจดจำ
เรียนรู้จากตำรา ส่วนผู้เรียนมีหน้าท่ีรับความรู้จากผู้สอนแต่เพียงอย่างเดียว จึงส่งผลให้ผู้เรียนขาดแรงจูงใจ
ขาดการมีส่วนร่วม ขาดความกระตือรือร้น ไม่เกิดการใช้ความคิดสร้างสรรค์ และขาดทักษะผู้เรียนในยุค
ศตวรรษท่ี 21 เป็นเหตใุ ห้ผูเ้ รียนเกิดความเบ่อื หนา่ ย และมีเจตคติทีไ่ ม่ดตี อ่ รายวิชาชมุ นุมดนตรี-นาฏศลิ ป์

จากสาเหตุดังกล่าวผู้คิดค้นจึงมีแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมชื่อว่า “T.S.C model” เป็นรูปแบบ
การจัดการเรียนรู้ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อเป็นกรอบกำหนดทิศทางในการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาชุมนุมดนตรี -
นาฏศิลป์ ภายใต้หลักสตู รสถานศกึ ษา โดยได้กำหนดความหมาย T.S.C model ดงั นี้

T : Teacher หมายถึง ครูที่ต้องมีบทบาทหน้าที่ในการกระตุ้นผู้เรียนให้เกิดแรงจูงใจในการเรียน
โดยมีขั้นตอนต่าง ๆ ที่สำคัญ คือ ครูต้องสำรวจความสนใจของผู้เรียน สำรวจแนวโน้มเนื้อหาที่ผู้เรียนสนใจ
เพื่อกำหนดเนื้อหาและรูปแบบในการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ต้องมีความ
เหมาะสมกับวัย และตรงตามมาตรฐานตัวชี้วัด ตลอดจนครูสามารถสร้างสถานการณ์จริงหรือเหตุการณ์ต่าง
ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสงสัย เกิดความสนใจ แล้วนำมากำหนดเป็นเนื้อหาในการจัดการ
เรยี นรู้ในการเรียน

S : Student หมายถงึ ผู้เรียน มีบทบาทเป็นผู้ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรู้ หรือคำตอบ ตลอดจนข้ันตอน
และวิธีการต่าง ๆ มาลงมือปฏิบัติหรือทดลอง โดยครูคอยให้คำแนะนำ ซึ่งในขั้นตอนนี้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
Active learning ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น สนใจในการเรียนรู้ตามความต้องการของตนเอง
อีกทั้งยังสอดแทรกกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน Project based learning เข้ามา
ผสมผสานในการจัดการเรียนรู้ของนวัตกรรมในขั้นน้ี เพื่อให้การจัดเรียนรู้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่
ชัดเจน เป็นรูปธรรม และผู้เรียนได้ฝึกทักษะการคิดที่เป็นระบบขั้นตอน ซึ่งสามารถนำผลที่ได้มาประเมินตัว
ผู้เรยี นหลังจากทไี่ ด้จดั การเรียนรู้

C : Continuance หมายถึง ความต่อเนื่องในการนำผลงาน ชิ้นงาน หรือความรู้ ตลอดจนทักษะที่
เกิดกับตัวผู้เรียนที่ได้จากการจัดการเรียนรู้ มาฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอจนเกิดความชำนาญ และ
กลายเป็นความรู้ท่ีตดิ ตวั และคงทน เพราะการเรยี นดนตรนี าฏศิลป์เป็นวชิ าทม่ี งุ่ เน้นให้ผูเ้ รยี นเกิดทักษะในการ
ปฏิบัติ จากนั้นจึงนำชิ้นงานหรือความรู้นั้นไปพัฒนาต่อโดยให้ผู้เรียนได้มีส่วนในการคิดสรา้ งสรรค์แนวทางท่ี
ผู้เรียนต้องการจะพัฒนาทักษะความรู้นั้น โดยมีครูผู้สอนคอยให้คำแนะนำและให้ความช่วยเหลื อ หรืออาจ
ร่วมทำกจิ กรรมในข้นั ตอนการพฒั นาไปพร้อมกับผู้เรียน เพ่ือใหท้ ักษะความรู้ท่ไี ด้เกดิ ประโยชนต์ ่อผูเ้ รียนอย่าง
สงู สดุ จากน้ันนำไปเผยแพรต่ อ่ ผู้เรยี นคนอ่นื ๆ ในระดบั โรงเรยี น หรือระดับชุมชนจนเปน็ ท่ีประจกั ษ์ ตลอดจน

3

ทำการเผยแพร่บนช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ผู้เรียนได้ใช้ทักษะที่หลากหลาย
และเท่าทนั ยคุ สมยั

ภาพที่ 1 นวัตกรรมการจัดการเรยี นรู้ T.S.C model “เรยี นรไู้ ด.้ ..ต่อยอดเป็น”

2. วตั ถุประสงค์
1. เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นด้านทักษะกระบวนการคิดอย่างมีระบบเป็นขั้นตอน

มากกว่าการปฏิบตั ิตามผ้สู อนเพียงอย่างเดียว
2. เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาชุมนุมดนตรี-นาฏศิลป์ ของโรงเรียน

บา้ นบงึ พิชยั ที่เหมาะตอ่ ผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี 21
3. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำทักษะความรู้หรือผลที่ได้จากการเรียนไปพัฒนาหรือเผยแพร่ และ

ประยุกตใ์ ช้ในการปฏิบัติในชวี ติ จรงิ ใหเ้ กดิ ประโยชน์อยา่ งสงู ท่ีสุด

3. กลุม่ เปา้ หมาย
เชิงปรมิ าณ
นักเรียนในกิจกรรมพัฒนาพัฒนาผู้เรียน รายวิชาชุมนุมดนตรี-นาฏศิลป์ ประจำปีการศึกษา 2565

โรงเรียนบ้านบึงพิชัย(ทับทองอุทิศจิตโต) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลาเขตที่ 2 อำเภอหาดใหญ่
จงั หวัดสงขลา จำนวน 24 คน

เชิงคณุ ภาพ
ด้านสถานศกึ ษา สามารถนำผลงานที่ได้ออกเผยแพร่ต่อสังคมและสาธารณะชน จนเปน็ ท่ียอมรับจาก
ชุมชนและสังคม ด้านผู้สอน มีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่สามารถนำมาใช้พัฒนาผู้เรียนได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ด้านผู้เรียน ผู้เรียนสามารถนำทักษะความรู้หรือผลที่ได้มาพัฒนาต่อยอดให้เกิดความต่อเนื่อง

4

อย่างสม่ำเสมอ มีความกล้าแสดงออก มีสุนทรียภาพ มีทักษะของผู้เรียนในยุคศตวรรษที่ 21 และเห็นคุณค่า
ในศิลปวฒั นธรรมไทย รว่ มกนั อนุรักษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมให้คงอย่สู บื ไป

4. ขัน้ ตอน/กระบวนการพฒั นานวตั กรรม

จากสภาพปัญหาและสาเหตุตลอดจนแนวคิดและประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ ผู้พัฒนา
นวัตกรรมได้กำหนดแนวทางในการออกแบบนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ที่เรียกว่า T.S.C Model การ
จัดการเรียนรู้ด้วยแนวคิด “เรียนรู้ได้...ต่อยอดเป็น” และนำวงจรคุณภาพ PDCA ของเดมมิ่งมาใช้ โดยมี
ข้นั ตอนในการออกแบบนวตั กรรมตามแผนผัง ดงั น้ี

ขั้นตอนที่ 1 (Plan) การวางแผน สำรวจสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในการจัดการเรียนรู้รายวิชาชุมนุม
ดนตรีนาฏศิลป์ พบว่าผู้เรียนขาดแรงจูงใจในการเรียน ขาดความกระตือรือร้น จึงได้นำนวัตกรรมสถานศึกษา
L2D model มาเป็นกรอบในการจัดการเรียนรู้ เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในชั้นเรียน จึงเกิดเป็น
นวัตกรรมการเรียนรู้แบบ T.S.C model ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นสำคัญ และ
สอดแทรกการเรยี นรูแ้ บบโครงงานเปน็ ฐาน

ขั้นตอนที่ 2 (Do) ดำเนินการทดลองใช้นวัตกรรม การทดลองใช้นวัตกรรม T.S.C model โดย
กลุ่มเป้าหมายนักเรียนชุมนุมดนตรีนาฏศิลป์ โรงเรียนบ้านบึงพิชัย ปีการศึกษา 256 5 จำนวน 24 คน
ดำเนนิ การ ดังน้ี

1. (T) ในขั้นแรกครูสร้างสถานการณ์ในการกระตุ้นผู้เรียน ด้วยการแต่งกายด้วยการนุ่งโจงกระเบน
เพ่อื ทำการเรียนการสอนในชั่วโมงเรยี นตามเนื้อหาการเรียนปกติ

2. (S) ต่อมาระหว่างเรียนผู้เรียนเกิดความสงสัยและซักถามถึงการแต่งกายของผู้สอนอยู่ตลอดด้วย
ประเดน็ คำถามเรอื่ งวธิ ีการนุ่งผ้าโจงกระเบน

3. (S) ผ้สู อนจึงใหผ้ เู้ รยี นกลับไปศึกษาศกึ ษาค้นคว้าหาความรเู้ กี่ยวกับความหมาย ประวตั คิ วามเปน็ มา
และวิธีการของการนุ่งโจงกระเบน ทั้งที่เป็นการนุ่งด้วยผ้าสีแดงหรือผ้าลักษณะต่าง ๆ จากแหล่งการเรียนรู้
ตามทต่ี นเองสามารถจะศึกษาได้

4. (S) ต่อมาได้ให้ผู้เรียนได้ทดลองนุ่งโจงกระเบนด้วยผ้าที่เตรียมไว้ตามที่ได้ไปศึกษามา โดยครูจะยัง
ไม่ไดใ้ หค้ ำแนะนำใด ๆ

แล้วจึงร่วมกันแสดงความคิดเห็นกันอภิปรายผลจากการที่ผูเ้ รียนได้ทดลองนุ่งโจงกระเบน ในประเด็น
ของผลงานการทดลองนุ่งโจงกระเบนเป็นอย่างไร ผู้เรียนรู้สึกอย่างไร ควรปรับปรุงตรงส่วนไหน ศึกษาวิธีการ
ตา่ ง ๆ มาจากแหล่งการเรยี นรู้ใด

5. (S) จากนั้นให้ผู้เรียนจับคู่แล้วทดลองนุ่งโจงกระเบนอีกครั้ง โดยครั้งนี้ผู้สอนทำหน้าที่คอยให้
คำแนะนำขั้นตอนของวธิ กี ารนุ่งผ้าโจงกระเบนที่ถกู ต้อง และมีลำดบั ขน้ั ตอน รวมถงึ เทคนคิ รายละเอียดเล็ก ๆ
น้อย ๆ ทเ่ี ม่ือนำไปปรับใชแ้ ล้วจะทำใหก้ ารนงุ่ โจงกระเบนออกมาสวยงาม

6. (S) จากน้นั รว่ มกันอภิปรายผลอกี ครั้ง และเปรียบเทยี บผลที่ได้ระหวา่ งทผ่ี ู้เรยี นได้ทดลองปฏิบัติเอง
กบั ที่มผี ้สู อนคอยให้คำแนะนำ ตลอดจนความร้สู กึ ของผเู้ รยี น

5

7. (C) หลังจากนั้นผู้เรียนได้นำความรู้เรื่องการนุ่งโจงกระเบนที่ได้มาเผยแพร่ต่อในรูปแบบของการ
จัดทำคลิปวีดิโอเกี่ยวกับ ขั้นตอนการนุ่งโจงกระเบนด้วยผ้าแดงตามรูปแบบนาฏศิลป์ไทย โดยมีครูผู้สอนคอย
ให้ความช่วยเหลือในเรื่องเทคนิคการตัดต่อวีดิโอ จากนั้นจึงนำเผยแพร่ลงในสื่อออนไลน์ช่องทางต่าง ๆ และ
รว่ มแสดงในงานกจิ กรรมของโรงเรียนในโอกาสตา่ ง ๆ

ขั้นตอนที่ 3 (Check) ตรวจสอบผลการนวัตกรรมไปใช้ในสภาพจริง จากการที่ได้ทดลองนำ
นวัตกรรม T.S.C model ไปใช้ในการจัดการเรียนการรู้ พบว่า ผู้เรียนเกิดพัฒนาการทักษะทางการคิดในการ
แก้ไขปัญหา มกี ารคดิ อย่างเปน็ ระบบขั้นตอน มีความกระตือรือรน้ และใหค้ วามสนใจในการเรียนเพิ่มขึ้นอย่าง
เห็นไดช้ ัด ซึ่งสามารถประเมนิ ผลไดด้ ว้ ยการสงั เกต อีกท้งั ผ้บู ริหารและคณะครทู ่านอนื่ ในโรงเรียนได้เห็นผลงาน
เปน็ ทปี่ ระจกั ษ์ และไดก้ ลา่ วแนะนำชืน่ ชมผเู้ รียน เพอื่ เสรมิ แรงให้ผู้เรยี นมีความพยายามทีจ่ ะพัฒนาตนเองให้ดี
ที่สดุ

ขั้นตอนที่ 4 (Act) ปรับปรุง แก้ไข และพัฒนา การจัดการเรียนรู้ด้วย T.S.C model เป็นการ
ม่งุ เนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคัญ ผู้เรียนไดท้ ดลองลงมือปฏิบัตดิ ว้ ยตนเอง สง่ ผลให้ใชร้ ะยะเวลาท่นี าน จึงปรับปรุงให้มี
ระยะเวลาท่เี หมาะสม โดยการให้ทดลองทำเปน็ กล่มุ

ขน้ั ตอนในการดำเนินการพัฒนานวตั กรรมรปู แบบการจดั การเรียนรแู้ บบ T.S.C model สามารถสรุป
ได้ ดังแผนภมู ติ ่อไปนี้

ภาพท่ี 2 กระบวนการออกแบบนวตั กรรม T.S.C model
5. ผลทเี่ กดิ จากการใชน้ วัตกรรม

ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน จากการใช้นวตั กรรมการจัดการเรียนรู้แบบ T.S.C model พบว่า ผู้เรียนเกิด
ความกระตือรือร้นและตื่นตัวในการเรียน ผู้เรียนมีทักษะกระบวนการคิดอย่างมีระบบเป็นขั้นตอนจากการ
เรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ผู้เรียนสามารถนำเนื้อหาที่เรียนไป
ประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติจริงและพัฒนาตนเองสู่การเป็นนวัตกร ผู้เรียนสามารถนำทักษะความรู้หรือผลท่ี

6

ได้มาพัฒนาต่อยอดให้เกิดความต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ มีความกล้าแสดงออก มีสุนทรียภาพ มีทักษะของ
ผูเ้ รยี นในยุคศตวรรษที่ 21 และเห็นคุณค่าในศิลปวฒั นธรรมไทย รว่ มกนั อนุรักษ์ศลิ ปวัฒนธรรมใหค้ งอยูส่ บื ไป

ภาพที่ 3 ผู้เรียนสามารถร่วมกันน่งุ โจงกระเบนได้
ผลที่เกิดขึ้นกับผู้สอน จากการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ T.S.C model พบว่า ผู้สอนได้
พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้มีความหลากหลาย และให้ผู้เรียนได้เข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็น
นวตั กรรมการจดั การเรียนรู้ทสี่ ามารถนำมาใชพ้ ัฒนาผเู้ รียนได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ชว่ ยกระตนุ้ การเรียนรู้ของ
ผู้เรียน สร้างเจนตคติที่ดีของผู้เรียนต่อครูผู้สอนและรายวิชาดนตรีนาฏศิลป์ อีกทั้งผู้สอนยังสามารถจัดการ
เรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนภายใต้บริบทของโรงเรียน หลักสูตรสถานศึกษา และความ
แตกต่างระหว่างบุคคล อีกทั้งยังทำให้ครูผู้สอนได้ทำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้สอนท่านอื่นในสถานศึกษา
เพอื่ ทีร่ ว่ มกนั พัฒนาผู้เรียนในสถานศึกษาไปพร้อมกัน

7

ภาพท่ี 4 ผสู้ อนแต่งกายดว้ ยการน่งุ โจงกระเบนเพื่อกระตุ้นความสนใจของผเู้ รยี น
ผลที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษา จากการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ T.S.C model พบว่า
สถานศึกษาได้ร่วมกันสนับสนุนให้ผู้เรียนได้มีโอกาสนำทักษะความรู้ที่เกิดจากการเรียนรู้มาประยุกต์ใช้ใน
กิจกรรมภายในสถานศึกษา สถานศึกษามีผลงานที่ประจักษ์ สามารถเผยแพร่ผลงานทั้งภายในและภายนอก
สถานศึกษา ซึ่งการเผยแพร่ภายในสถานศึกษาเป็นการเผยแพร่ให้ผู้เรียนในระดับชั้นต่าง ๆ หรือผู้เรียนใน
รายวิชาชุมนมุ อื่น ๆ ได้ ในส่วนของการเผยแพร่ภายนอกสถานศึกษาสามารถเผยแพร่ได้หลากหลายชอ่ งทาง
ทั้งช่องทางออนไลน์ต่างๆ เผยแพร่สู่สังคมและสาธารณะชน จนส่งผลให้สถานศึกษาเป็นที่ยอมรับจาก
ผู้ปกครอง สร้างชื่อเสียงให้กับสถานศึกษา และเป็นกำลังใจให้คณะครูและผู้บริหารได้พัฒนาระบบการ
บรหิ ารงานในโรงเรยี นให้มีประสทิ ธภิ าพยิง่ ดีข้ึนไป

8

ภาพที่ 5 ผเู้ รียนร่วมแสดงในกิจกรรมงานวนั ภาษไทยแห่งชาติ แตง่ กายดว้ ยการนุง่ โจงกระเบน
ภาพที่ 6 ภาพจากสื่อท่ีได้เผยแพรบ่ น Youtube

9

ภาพที่ 7 ภาพจากสื่อที่ไดเ้ ผยแพรบ่ น Tiktok
6. ข้อเสนอแนะในการประยกุ ต์ใช้และพฒั นาตอ่ ยอด

จากการที่ผู้สอนได้จัดการเรียนรู้ในรายวิชาชุมนุมดนตรีนาฏศิลป์ด้วย T.S.C model เป็นการปรับ
รูปแบบการเรียนการสอนนาฏศิลป์ไทยแบบด้ังเดิม ให้กลายเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมมากขนึ้
โดยผสมผสานการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน ซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จึงเล็งเห็น
ประเด็นในการพัฒนาตอ่ ยอดนวัตกรรมการศึกษา ดงั น้ี

1. ครูผู้สอนรายวิชาชุมนุมดนตรีนาฏศิลป์ควรมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาในรายวิชาที่จัดการ
เรียนการสอน เพื่อวางแผนการเชื่อมโยงไปสู่การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างละเอียด ทั้งนี้จะได้เป็น
แนวทางให้กับผเู้ รยี น ในการนำไปใช้ในการเรียนรู้ต่อในระดับชั้นปกี ารศกึ ษาที่สูงขึ้นไปอีกด้วย

2. ผสู้ อนควรทำการสำรวจข้อมูลและประสานงานกบั แหล่งภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ ต่าง ๆ ท่มี ีส่วนเกี่ยวข้อง
ในเร่ืองของศลิ ปะวัฒนธรรมทอ้ งถิ่น เพือ่ จัดกจิ กรรมใหน้ ักเรียนได้ไปศึกษาเรียนรู้นอกสถานศกึ ษา ซงึ่ เป็นการ
ส่งเสริมและกระตุ้นใหผ้ ู้เรยี นเกดิ ทกั ษะทางการคดิ และไดเ้ รยี นรจู้ ากประสบการณ์จริง

3. นำนวัตกรรมรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ T.S.C model ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระ
ศิลปะตลอดจนกลมุ่ สาระอ่นื ๆ ท่ีสามารถดำเนินการได้ มิใชแ่ คใ่ นรายวิชาชุมนุมเพียงอยา่ งเดียว

10

4. ควรมีการบูรณาการการเรียนรู้กับกลุ่มสาระต่าง ๆ โดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ T.S.C
model ซง่ึ อาศัยความร่วมมือของผสู้ อนในแต่ละกลุ่มสาระ ในระดับช้นั เดยี วกัน เพ่ือดำเนินการวางแผนการ
จดั การเรียนรู้ หรือกิจกรรมตา่ ง ๆ ท่สี ามารถจัดการเรียนรู้ร่วมกันได้ ตลอดจนจัดการประเมินผลการเรียนรู้ที่
เหมาะสมรว่ มกัน

7. การเผยแพร่ผลงาน
จากความสำเร็จในการใช้นวัตกรรมรูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ T.S.C model ในการ

จดั การเรียนรู้รายวชิ าชมุ นมุ ดนตรนี าฏศลิ ป์ ให้กบั นักเรียนชุมนมุ ดนตรีนาฏศิลป์ โรงเรยี นบา้ นบึงพชิ ัย จำนวน
24 คน ทำให้ทางโรงเรียนได้มกี ารขยายผลและเผยแพร่ผลการศึกษา เพ่ือประโยชน์ในการพัฒนาการจัดการ
เรยี นรทู้ ี่ประสบความสำเรจ็ ให้กว้างขึ้นในรปู แบบต่าง ๆ ดังน้ี

1. นำเสนอวิธีการจัดการเรยี นการรู้ และผลการดำเนินงานให้กับครูในกลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ื่น ๆ ใน
โรงเรียนบา้ นบงึ พิชัย ไดน้ ำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการจดั การเรยี นรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละกลุ่ม
สาระ

2. เปิดแค่รูปแบบการจัดการเรียนรู้ดว้ ยรปู แบบ T.S.C model โมเดลผา่ นเวบ็ ไซต์ออนไลน์เพ่ือความ
สะดวกในการเขา้ ถงึ ข้อมูลของผู้สอน

11

บรรณานกุ รม

หน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. 2559. แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบ
โครงงานเป็นฐาน Project-based Learning: PjBL. พิมพ์ครั้งที่ 2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด สินทวีกิจ พริ้นต้ิง
(สำนักงานใหญ่)

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. 2553. แนวทางการกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนตามนโยบายของหลักสตู รแกนกลางการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. พิมพค์ ร้งั ท่ี 2. โรงพิมพ์ชมุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกัด

12

ภาคผนวก
ภาคผนวก ก

- ภาพกจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ด้วยรูปแบบ T.S.C Model

13

ภาพกิจกรรมการจดั การเรียนรชู้ ุมนมุ ดนตรีนาฏศิลป์

ภาพกิจกรรมการแสดงในกจิ กรรมวนั ภาษาไทยแหง่ ชาติ

14

15

ควิ อารโ์ คด้ เพ่ือสแกนเขา้ ชมสอื่ การนุ่งโจงกระเบนบน Youtube

16

ควิ อารโ์ คด้ เพ่ือสแกนเขา้ ชมส่ือการนงุ่ โจงกระเบนบน Tiktok

17

ภาพผลงานการนงุ่ โจงกระเบน

18

ภาคผนวก ข

- ประวตั ิผู้ส่งนวตั กรรม

19

ประวตั ิผู้ส่งนวตั กรรม

ชอื่ นางสาวพชั รพร ขุนเพชร
วนั เดือน ปีเกิด 16 พฤศจกิ ายน 2540
สถานทอี่ ยู่ปัจจบุ นั 103/2 หมู่ 3 ถนนโกวทิ ธรรมสาร ตำบลกำแพงเพชร อำเภอรตั ภมู ิ
จงั หวัดสงขลา 90180
ประวตั กิ ารศึกษา สำเรจ็ การศึกษาจากสถาบนั บัณฑติ พฒั นศลิ ป์ คณะศลิ ปศึกษา
สาขานาฎศลิ ปไ์ ทยศกึ ษา
สถานท่ีทำงาน โรงเรยี นบ้านบึงพชิ ยั (ทับทองอุทศิ จิตโต)
ตำแหน่ง ครผู ู้ช่วย
เบอร์โทรศัพท์ 093-6012077
อเี มล [email protected]

20


Click to View FlipBook Version