หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๒) กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
โครงสรา้ งหลกั สตู ร
รายวิชาฟสิ กิ ส์ (ฉบับปรบั ปรุง63)
๒๐
หลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๒) กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
บันทกึ ข้อความ
สว่ นราชการ โรงเรียนประสาธนร์ าษฎรบ์ า้ รงุ ตา้ บลคลองเส อา้ เภอถ้าพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช 80260
ที่ พิเศษ / 2562 วนั ท่ี 8 พฤศจกิ ายน 2562
เร่อื ง รายงานผลการจัดทาโครงสรา้ งรายวิชา ภาคเรยี นที่ 2/2562
เรยี น ผ้อู านวยการโรงเรียนประสาธนร์ าษฎร์บารงุ
ตามทข่ี า้ พเจ้า นางสุนรี ัตน์ ชูช่วย ต้าแหน่งครู อันดับ คศ. 3 ปฏิบตั ิหน้าท่คี รูผู้สอนในรายวชิ าฟิสิกส์
เพิ่มเติมไดด้ ้าเนนิ การจดั ทา้ โครงสร้างรายวิชา ภาคเรยี นที่ 2/2562 จ้านวน 4 รายวชิ า ได้แก่ วชิ าฟิสิกส์
เพิม่ เติม 1 ว30201 , วชิ าฟสิ ิกส์ 3 ว30203 , วิชาฟสิ กิ ส์ 5 ว30205 , วชิ าโครงงานวิทยาศาสตร์ ว30285 น้ัน
บดั น้ขี า้ พเจา้ ไดด้ า้ เนนิ การจดั ทา้ โครงสร้างรายวิชาดังกล่าวเสรจ็ สิ้นเรยี บรอ้ ยแลว้ ซ่งึ รายละเอยี ดได้
แนบไวใ้ นเอกสารฉบบั น้ีด้วยแล้ว
จงึ เรียนมาเพื่อทราบ
ลงช่ือ ครูประจ้าวชิ า
( นางสนุ รี ัตน์ ชูชว่ ย )
๒๑
หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๒) กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
คาอธบิ ายรายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน
ว ๓๐๑๐๒ รายวชิ าวิทยาศาสตร์กายภาพ ๒ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๔
๓ ช่วั โมง/สัปดาห์
ภาคเรียนท่ี ๑ ๖๐ ช่วั โมง/ภาค จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต
ศกึ ษาหลักการเก่ียวกับข้อมูลความเร็วกับเวลาของการเคลื่อนที่ของวัตถุเพ่ืออธิบายความเร่งของวัตถุ
การหาแรงลัพธ์ท่ีเกิดจากแรงหลายแรงท่ีอยู่ในระนาบเดียวกันท่ีกระทาต่อวัตถุโดยการเขียนแผนภาพการรวม
แบบเวกเตอร์ ความสัมพันธ์ระหว่างความเร่งของวัตถุกับแรงลัพธ์ที่กระทาต่อวัตถุและมวลของวัตถุ แรงกิริยา
และแรงปฏิกิริยา ระหว่างวัตถุคู่หน่ึงๆ ผลของความเร่งท่ีมีต่อการเคลื่อนท่ีแบบต่างๆของวัตถุ ได้แก่ การ
เคลื่อนท่แี นวตรงการเคลื่อนทแี่ บบโปรเจคไทลก์ ารเคล่ือนท่ีแบบวงกลมและการเคล่อื นท่ีแบบส่ัน แรงโน้มถ่วงท่ี
เก่ียวกับการเคล่ือนที่ของวัตถุต่างๆ รอบโลก การเกิดสนามแม่เหล็กเนื่องจากกระแสไฟฟ้า แรงแม่เหล็กที่
กระทาต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าที่เคล่อื นท่ีในสนามแมเ่ หล็กและ แรงแม่เหล็กท่ีกระทาต่อลวดตัวนาที่มีกระเเส
ไฟฟ้าผ่านในสนามแม่เหล็ก รวมท้ังอธิบายหลักการทางานของมอเตอร์ การเกิด EMS รวมทั้งยกตัวอย่างการ
นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ แรงเข้มและแรงอ่อน พลังงานนิวเคลียร์ฟิชชันและฟิวชันและความสัมพันธ์ระหว่าง
มวลกับพลังงานท่ีปลดปล่อยออกมาจากฟิชชันและฟิวชัน การเปล่ียนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า
รวมทั้งสืบค้นและอภิปรายเก่ียวกับเทคโนโลยีท่ีนามาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงาน
โดยเน้นด้านประสิทธิภาพและความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่าย การสะท้อนการหักเหการเลี้ยวเบนและการรวมคล่ืน
ความถ่ีธรรมชาติการส่ันพ้องและผลท่ีเกิดข้ึนจากการส่ันพ้อง การสะท้อน การหักเห การเล้ียวเบน และการ
รวมคลนื่ ของคลืน่ เสยี ง ความสัมพันธ์ระหวา่ งความเขม้ เสียงกบั ระดับเสยี งและผลรวมของความถี่กับระดับเสียง
ท่ีมีต่อการได้ยินเสียง การเกิดเสียงสะท้อนกลับ บีต ดอปเพลอร์และการส่ันพ้องของเสียง การนาความรู้
เกี่ยวกับเสียงไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน การมองเห็นสีของวัตถุและความผิดปกติในการมองเห็นสี การ
ทางานของแผ่นกรองแสงสี การผสมแสง การผสมสารสีและ การนาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจา คลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้าส่วนประกอบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและหลักการทางานของอุปกรณ์บางชนิดที่อาศัยคล่ืน
แม่เหล็กไฟฟ้า การสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการส่งผ่านสารสนเทศและเปรียบเทียบการส่ือสาร
ด้วยสญั ญาณอนาลอ็ กกบั สัญญาณดิจิตอลและเชอ่ื มโยงบูรณาการปรัญชาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสืบคน้ ข้อมูล การสงั เกต วิเคราะห์
เปรียบเทยี บ อธิบาย อภปิ ราย และสรปุ
เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ มีทกั ษะปฏิบตั ิการทางวิทยาศาสตร์
รวมท้งั ทักษะการเรียนร้ใู นศตวรรษที่ ๒๑ ในดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ดา้ นการคดิ และการแกป้ ญั หา
ดา้ นการสอ่ื สาร สามารถสื่อสารสิ่งทเี่ รยี นรู้และนาความรู้ไปใช้ในชวี ิตของตนเอง มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม
คุณธรรม และคา่ นยิ มท่เี หมาะสม
๒๒
หลกั สตู รสถานศึกษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๒) กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ตัวชีว้ ดั สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ ว2.2 5/1-10, ว2.3 5/1-12
๑. วเิ คราะห์และแปลความหมายข้อมลู ความเร็วกับเวลาของการเคล่ือนทีข่ องวัตถเุ พ่ืออธิบายความเร่งของวัตถุ
๒. สงั เกตและอธบิ ายการหาแรงลัพธท์ ีเ่ กิดจากแรงหลายแรงทอี่ ยู่ในระนาบเดยี วกันทีก่ ระทาตอ่ วัตถโุ ดยการ
เขียนแผนภาพการรวมแบบเวกเตอร์
๓. สังเกตวิเคราะหแ์ ละอธบิ ายความสัมพันธร์ ะหวา่ งความเรง่ ของวตั ถุกับแรงลัพธท์ ีก่ ระทาต่อวัตถุและมวลของ
วัตถุ
๔ สงั เกตและอธิบายแรงกิริยาและแรงปฏกิ ริ ยิ า ระหวา่ งวตั ถุคู่หนึ่งๆ
๕. สังเกตและอธบิ ายผลของความเร่งทม่ี ตี ่อการเคลื่อนที่แบบตา่ งๆของวตั ถุไดแ้ กก่ ารเคลื่อนทแี่ นวตรงการ
เคลือ่ นทแ่ี บบโปรเจคไทลก์ ารเคลอื่ นทีแ่ บบวงกลมและการเคลื่อนที่แบบสนั่
๖. สบื ค้นขอ้ มลู และอธบิ ายแรงโน้มถ่วงท่เี กย่ี วกับการเคลอื่ นท่ขี องวตั ถตุ ่างๆ รอบโลก
๗. สงั เกตและอธบิ ายการเกดิ สนามแมเ่ หลก็ เนื่องจากกระแสไฟฟ้า
๘. สังเกตและอธบิ ายแรงแรงแม่เหล็กที่กระทาต่ออนุภาคที่มปี ระจไุ ฟฟา้ ท่ีเคล่อื นที่ในสนามแมเ่ หล็กและ แรง
แมเ่ หล็กที่กระทาตอ่ ลวดตัวนาท่มี ีกระเเสไฟฟ้าผ่านในสนามแมเ่ หลก็ รวมทั้งอธบิ ายหลกั การทางานของมอเตอร์
๙. สงั เกตและอธบิ ายการเกดิ EMS รวมทง้ั ยกตวั อยา่ งการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
๑๐. สบื คน้ ขอ้ มูลและอธิบายแรงเข้มและแรงอ่อน
๑๑. สืบค้นข้อมลู และอธบิ ายพลังงานนิวเคลียรฟ์ ชิ ชันและฟิวชนั และความสัมพันธ์ระหว่างมวลกับพลงั งานท่ี
ปลดปล่อยออกมาจากฟิชชนั และฟวิ ชนั
๑๒. สบื ค้นขอ้ มลู และอธิบายการเปลีย่ นพลงั งานทดแทนเป็นพลงั งานไฟฟา้ รวมทั้งสืบค้นและอภิปรายเกยี่ วกับ
เทคโนโลยที ่นี ามาแก้ปญั หาหรือตอบสนองความตอ้ งการทางด้านพลงั งานโดยเนน้ ด้านประสิทธิภาพและความ
ค้มุ คา่ ด้านคา่ ใชจ้ ่าย
๑๓. สังเกตและอธบิ ายการสะท้อนการหักเหการเลี้ยวเบนและการรวมคลืน่
๑๔. สังเกตและอธบิ ายความถธ่ี รรมชาตกิ ารสั่นพ้องและผลที่เกดิ ขึน้ จากการสนั่ พ้อง
๑๕. สงั เกตและอธิบายการสะท้อนการหักเหการเลย้ี วเบนและ สังเกตและอธิบายการสะท้อนการหกั เหการ
เลีย้ วเบนและการรวมคลน่ื ของคลื่นเสียง
๑๖. สบื ค้นขอ้ มูลและอธบิ ายความสมั พันธ์ระหวา่ งความเข้มเสียงกับระดบั เสยี งและผลรวมของความถี่กบั
ระดบั เสยี งที่มีตอ่ การได้ยนิ เสยี ง
๑๗. สงั เกตและอธิบายการเกิดเสยี งสะท้อนกลับ บีต ดอปเพลอรแ์ ละการส่นั พ้องของเสยี ง
๑๘. สบื คน้ ขอ้ มลู และยกตวั อยา่ งการนาความรู้เก่ยี วกับเสียงไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวนั
๑๙. สงั เกตและอธบิ ายการมองเห็นสขี องวตั ถแุ ละความผดิ ปกตใิ นการมองเหน็ สี
๒๐. สังเกตและอธิบายการทางานของแผ่นกรองแสงสี การผสมแสง การผสมสารสีและ การนาไปใชป้ ระโยชน์
ในชวี ิตประจา
๒๓
หลักสตู รสถานศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๒) กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
๒๑. สืบคน้ ขอ้ มลู และอธิบายคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้าส่วนประกอบคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้าและหลักการทางานของ
อุปกรณ์บางชนิดที่อาศยั คลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้า
๒๒. สบื คน้ ขอ้ มูลและอธิบายการสอ่ื สารโดยอาศยั คล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าในการส่งผา่ นสารสนเทศและเปรยี บเทยี บ
การสอื่ สารด้วยสัญญาณอนาลอ็ กกบั สัญญาณดิจิตอล
รวมตัวชี้วดั ๒๒ ตวั ชี้วัด
๒๔
หลกั สตู รสถานศึกษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๒) กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
โครงสร้างผลการเรยี นรูร้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี ่ี ๔ ภาคเรียนที่ ๑
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ โรงเรยี นประสาธนร์ าษฎร์บารงุ
๒๕
หลกั สตู รสถานศึกษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๒) กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์
หนว่ ย ช่ือ ผลการเรยี นรู้ รวม ปลาย
การ หน่วย เวลา คะ หน่วย กลาง ภาค
เรียนรู้ (ชั่วโมง) แนน หน่วย ภาค -
-
ยอ่ ย
-
1 วเิ คราะห์และแปลความหมายขอ้ มลู ความเรว็ กับเวลา 1-2 3 2 1 -
ของการเคลื่อนทขี่ องวัตถเุ พ่ืออธบิ ายความเรง่ ของวัตถุ
-
2 สังเกตและอธิบายการหาแรงลพั ธท์ ่ีเกดิ จากแรงหลาย
แรงทอี่ ยู่ในระนาบเดยี วกนั ท่ีกระทาต่อวตั ถโุ ดยการ 3-4 3 2 1 -
-
เขียนแผนภาพการรวมแบบเวกเตอร์
-
3 การ สังเกตวเิ คราะห์และอธิบายความสมั พันธร์ ะหวา่ ง 5-6 4 3 1
เคลือ่ นท่ี ความเรง่ ของวัตถุกับแรงลัพธ์ท่ีกระทาต่อวตั ถุและมวล -
-
และแรง ของวัตถุ 2
4 สงั เกตและอธิบายแรงกิริยาและแรงปฏิกริ ยิ า ระหว่าง 7-8 3 2 1
วตั ถุค่หู นงึ่ ๆ
สังเกตและอธิบายผลของความเรง่ ทีม่ ตี ่อการเคลอื่ นที่
5 แบบต่างๆของวัตถไุ ด้แก่ การเคลือ่ นท่ีแนวตรง การ 9-12 4 3 1
เคลอ่ื นท่แี บบโปรเจคไทลก์ ารเคลอ่ื นทีแ่ บบวงกลมและ
การเคล่อื นทแี่ บบสน่ั
6 สบื คน้ ข้อมูลและอธบิ ายแรงโน้มถว่ งท่ีเกีย่ วกับการ 13-14 3 2 1
เคลื่อนที่ของวตั ถตุ ่างๆ รอบโลก
7 สังเกตและอธิบายการเกิดสนามแม่เหลก็ เนื่องจาก 15-16 3 2 1
กระแสไฟฟ้า
สังเกตและอธบิ ายแรงแรงแม่เหล็กท่กี ระทาต่ออนภุ าค
8 ที่มีประจุไฟฟา้ ทีเ่ คลอื่ นท่ีในสนามแมเ่ หลก็ และ แรง
แมเ่ หลก็ ที่กระทาต่อลวดตัวนาทีม่ กี ระเเสไฟฟ้าผ่านใน 17-20 4 3 1
แรงใน สนามแมเ่ หลก็ รวมท้ังอธิบายหลกั การทางานของ
ธรรมชาติ มอเตอร์
9 สังเกตและอธบิ ายการเกิด EMS รวมทั้งยกตัวอย่าง 21 3 2 1
การนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
10 สืบค้นขอ้ มลู และอธิบายแรงเขม้ และแรงอ่อน 21 3 2 1
สบื ค้นข้อมูลและอธิบายพลังงานนิวเคลยี รฟ์ ชิ ชนั
11 และฟิวชนั และความสัมพนั ธ์ระหว่างมวลกบั พลังงานที่ 22-23 4 2
-
ปลดปล่อยออกมาจากฟชิ ชันและฟวิ ชนั
๒๖
หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๒) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
หนว่ ย ชื่อ ผลการเรยี นรู้ เวลา คะ รวม กลาง ปลาย
การ หน่วย (ช่ัวโมง) แน หน่วย ภาค ภาค
เรียนรู้ น หนว่ ย
ย่อย 2
เทคโนโล สืบค้นขอ้ มูลและอธิบายการเปล่ียนพลังงานทดแทนเป็น 3
ยีดา้ น 3
12 พลงั งาน พลงั งานไฟฟา้ รวมทง้ั สืบค้นและอภปิ รายเกย่ี วกบั 24-26 4 2 -
เทคโนโลยีท่ีนามาแก้ปญั หาหรอื ตอบสนองความตอ้ งการ
ทางด้านพลังงานโดยเน้นด้านประสิทธิภาพและความ
คุ้มคา่ ด้านค่าใชจ้ า่ ย
13 สงั เกตและอธบิ ายการสะท้อนการหกั เหการเลย้ี วเบน 27-28 5 2 -
ปรากฏ และการรวมคลน่ื
14 การณ์ สังเกตและอธิบายความถ่ธี รรมชาติการส่ันพ้องและผลท่ี 29-30 5 2 -
คล่ืน เกิดขน้ึ จากการส่นั พ้อง
15 สงั เกตและอธิบายการสะท้อนการหกั เหการเล้ยี วเบน 31-36 6 3 - 3
และ สงั เกตและอธิบายการสะท้อนการหักเหการ
- 2
เลีย้ วเบนและการรวมคล่นื ของคลน่ื เสยี ง - 2
- 2
16 เสยี ง สบื ค้นขอ้ มลู และอธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหว่างความเข้ม 37-38 4 2 - 2
เสียงกบั ระดับเสยี งและผลรวมของความถ่ีกบั ระดับเสียง - 2
ทม่ี ีตอ่ การได้ยนิ เสยี ง
- 3
17 สังเกตและอธบิ ายการเกดิ เสียงสะท้อนกลับ บีต 39-42 5 3
- 3
ดอปเพลอร์และการสั่นพ้องของเสียง 10 30
18 สืบค้นขอ้ มูลและยกตวั อยา่ งการนาความรเู้ กยี่ วกบั เสยี ง 43-44 4 2
ไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวัน
19 สังเกตและอธบิ ายการมองเห็นสีของวตั ถุและความ 45-46 4 2
ผิดปกตใิ นการมองเห็นสี
20 แสงสี สงั เกตและอธบิ ายการทางานของแผ่นกรองแสงสี การ 47-50 4 2
ผสมแสง การผสมสารสีและ การนาไปใชป้ ระโยชนใ์ น
ชีวติ ประจา
21 สืบคน้ ขอ้ มูลและอธิบายคลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ 51-54 11 8
22 55-60 11 8
คลน่ื ส่วนประกอบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและหลักการทางาน
แม่เหล็ก ของอปุ กรณบ์ างชนดิ ท่ีอาศัยคลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
ไฟฟา้
สืบคน้ ข้อมูลและอธิบายการส่ือสารโดยอาศยั คล่นื
แมเ่ หล็กไฟฟ้าในการส่งผา่ นสารสนเทศและเปรยี บเทยี บ
การสื่อสารดว้ ยสญั ญาณอนาลอ็ กกับสญั ญาณดิจติ อล
รวม 60 10 60
๒๗
หลกั สตู รสถานศึกษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๒) กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
คาอธิบายรายวิชาวิทยาศาสตร์เพิม่ เติม
ว ๓๐๒๐๑ รายวิชาฟสิ ิกส์เพ่มิ เติม ๑ ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๔
๔ ชั่วโมง/สัปดาห์ ภาคเรียนท่ี ๒ ๘๐ ชั่วโมง/ภาค จานวน ๒.๐ หน่วยกติ
ศึกษาหลกั การของกลศาสตร์ในเร่ืองวิชาฟสกิ ส ปรมิ าณกายภาพและหนวย การวัด ความคลาดเคล่ือน
ในการวัดและการทดลองในวชิ าฟสกิ ส การบอกตาแหนงของวตั ถุ ความสมั พันธ์ระหวางปรมิ าณตางๆ ทีเ่ กยี่ ว
ของกบั การเคล่อื นท่แี นวตรงดวยความเรงคงตัว แรงและผลของแรงท่ีมีตอสภาพการเคล่ือนท่ีของวัตถุ กฎการ
เคล่ือนท่ีของนิวตัน กฎแรงดึงดูดระหวางมวล และแรงเสียดทาน การเคล่ือนที่แบบโพรเจกไทลการเคล่ือนที่
แบบวงกลมและการเคลื่อนท่ีแบบฮารมอนิกอยางงาย สมดุลกลและเง่ือนไขท่ีทาให้วัตถุหรือระบบอยู่ในสมดุล
กล ศูนย์กลางมวลของวตั ถุและผลของศูนย์ถ่วงท่ีมีต่อเสถียรภาพของวัตถุ งาน พลังงาน ความสัมพันธ์ระหว่าง
งานและพลังงานจลน์ ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักย์โน้มถ่วง และความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของ
แรงท่ีใช้ดึงสปริงกับระยะที่สปริงยืดออก แรงอนุรักษ์ กฎการอนุรักษ์พลังงาน กาลัง เคร่ืองกลอย่างง่าย
ประสทิ ธภิ าพและการได้เปรยี บเชิงกลของเคร่ืองกลอย่างง่ายบางชนิด โมเมนตัม การชนกันของวัตถุในหน่ึงมิติ
การดล แรงดล และ กฎการอนุรักษ์โมเมนตัม การเคล่ือนท่ีแบบโพรเจกไทล์ และการเคลื่อนท่ีแบบวงกลมใน
ระนาบระดับ และเชอ่ื มโยงบรู ณาการปรัญชาเศรษฐกิจพอเพยี ง
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมลู การสงั เกต วเิ คราะห์
เปรยี บเทยี บ อธบิ าย อภิปราย และสรปุ
เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ มีทกั ษะปฏบิ ัติการทางวทิ ยาศาสตร์
รวมท้งั ทกั ษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ดา้ นการคิดและการแกป้ ญั หา
ด้านการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิง่ ทีเ่ รียนรูแ้ ละนาความรู้ไปใชใ้ นชวี ติ ของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คณุ ธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
๒๘
หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๒) กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ผลการเรยี นรู้
๑. สืบค้น และอธิบายการค้นหาความรู้ทางฟิสิกส์ ประวัตคิ วามเป็นมา รวมทั้งพัฒนาการของหลักการและ
แนวคดิ ทางฟสิ กิ สท์ ี่มผี ลตอ่ การแสวงหาความรูใ้ หม่และการพัฒนาเทคโนโลยี
๒. วัด และรายงานผลการวดั ปรมิ าณทางฟสิ ิกส์ได้ถูกต้องเหมาะสม โดยนาความคลาดเคล่อื นในการวัดมา
พจิ ารณาในการนาเสนอผล รวมทัง้ แสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ วิเคราะห์และแปลความหมายจาก
กราฟเสน้ ตรง
๓. ทดลอง และอธิบายความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตาแหน่ง การกระจัด ความเรว็ และความเร่งของการเคลื่อนท่ีของ
วตั ถใุ นแนวตรงทม่ี ีความเร่งคงตวั จากกราฟและสมการ รวมท้ังทดลองหาค่าความเรง่ โน้มถ่วงของโลก และ
คานวณปริมาณตา่ ง ๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง
๔. อธบิ ายแรง รวมท้ัง ทดลองและอธบิ ายการหาแรงลัพธข์ องแรงสองแรงทท่ี ามุมตอ่ กัน
๕. เขยี นแผนภาพวตั ถุอสิ ระ ทดลองและอธิบายกฎการเคลื่อนทีข่ องนิวตันและการใช้กฎการเคล่ือนทขี่ อง
นวิ ตันกับสภาพการเคล่ือนท่ีของวัตถุ รวมทั้ง คานวณปริมาณตา่ ง ๆ ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
๖. อธบิ ายกฎความโนม้ ถว่ งสากลและผลของสนามโน้มถว่ งทีท่ าให้วตั ถุมนี า้ หนัก รวมทัง้ คานวณปริมาณ
ตา่ ง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง
๗. วเิ คราะห์ อธิบาย และคานวณแรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผสั ของวัตถุคูห่ น่ึง ๆ ในกรณที ่ีวัตถุหยุดนงิ่ และ
วัตถเุ คลอื่ นท่ี รวมท้ังทดลองหาสัมประสิทธ์ิความเสยี ดทานระหว่างผวิ สัมผัสของวตั ถุคู่หนึ่ง ๆ และนาความรู้
เร่ืองแรงเสยี ดทานไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
๘. อธิบายสมดุลกลของวัตถุ โมเมนตแ์ ละผลรวมของโมเมนตท์ ่มี ตี ่อการหมุน แรงคู่ควบและผลของแรงค่คู วบท่ี
มตี อ่ สมดุลของวตั ถุ เขียนแผนภาพวตั ถอุ สิ ระเม่ือวตั ถอุ ยู่ในสมดลุ กล และคานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ที่เกีย่ วข้อง
รวมทงั้ ทดลองและอธิบายสมดุลของแรงสามแรง
๙. สงั เกตและอธบิ ายสภาพการเคลอื่ นที่ของวัตถุ เม่ือแรงท่ีกระทาตอ่ วตั ถผุ ่านศูนยก์ ลางมวลของวัตถุ และผล
ของศนู ย์ถว่ งที่มีตอ่ เสถยี รภาพของวตั ถุ
๑๐. วเิ คราะห์ และคานวณงานของแรงคงตวั จากสมการและพ้นื ที่ใต้กราฟความสัมพนั ธ์ระหวา่ งแรงกับ
ตาแหนง่ รวมทงั้ อธิบายและคานวณกาลังเฉลี่ย
๑๑. อธิบายและคานวณพลงั งานจลน์ พลังงานศักย์ พลงั งานกล ทดลองหาความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งงานกบั
พลงั งานจลน์ ความสัมพนั ธ์ระหว่างงานกบั พลงั งานศักย์โน้มถ่วง ความสมั พนั ธร์ ะหว่างขนาดของแรงทีใ่ ช้ดึง
สปรงิ กับระยะที่สปรงิ ยืดออกและความสมั พันธร์ ะหว่างงานกบั พลงั งานศกั ยย์ ืดหยุน่ รวมท้งั อธิบาย
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งงานของแรงลัพธ์และพลงั งานจลน์ และคานวณงานทีเ่ กิดขน้ึ จากแรงลพั ธ์
๑๒. อธิบายกฎการอนรุ ักษพ์ ลงั งานกล รวมทงั้ วิเคราะห์ และคานวณปริมาณต่าง ๆ ทเี่ ก่ียวข้องกับการเคล่ือนที่
ของวัตถุในสถานการณต์ า่ ง ๆ โดยใช้กฎการอนรุ ักษ์พลงั งานกล
๑๓. อธิบายการทางาน ประสิทธภิ าพและการได้เปรียบเชงิ กลของเครอ่ื งกลอยา่ งงา่ ยบางชนดิ โดยใชค้ วามรู้
เรอื่ งงานและสมดุลกล รวมท้ังคานวณประสิทธภิ าพและการไดเ้ ปรยี บเชิงกล
๒๙
หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ ๒๕๖๒) กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
๑๔. อธบิ าย และคานวณโมเมนตัมของวตั ถุ และการดลจากสมการและพ้นื ที่ใต้กราฟความสัมพันธร์ ะหว่างแรง
ลัพธก์ ับเวลา รวมทัง้ อธิบายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งแรงดลกับโมเมนตัม
๑๕. ทดลอง อธิบายและคานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกยี่ วกับการชนของวัตถุในหนึ่งมิติทั้งแบบยืดหยนุ่ ไมย่ ืดหยนุ่
และการดดี ตวั แยกจากกันในหนงึ่ มิติซ่ึงเปน็ ไปตามกฎการอนรุ กั ษ์โมเมนตัม
๑๖. อธบิ าย วเิ คราะห์ และคานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทีเ่ กี่ยวข้องกับการเคล่ือนทแี่ บบโพรเจกไทล์ และทดลองการ
เคล่ือนที่แบบโพรเจกไทล์
๑๗.ทดลอง และอธบิ ายความสมั พันธร์ ะหว่างแรงสู่ศูนยก์ ลาง รัศมขี องการเคลอ่ื นที่ อัตราเร็วเชิงเสน้ อตั ราเรว็
เชิงมุม และมวลของวัตถุในการเคลอื่ นท่ีแบบวงกลมในระนาบระดบั รวมท้งั คานวณปริมาณต่าง ๆ ที่เก่ยี วข้อง
และประยุกตใ์ ช้ความรู้การเคลอ่ื นท่ีแบบวงกลมในการอธิบายการโคจรของดาวเทยี ม
รวมผลการเรียนรู้ ๑๗ ผลการเรียนรู้
๓๐
หลกั สตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๒) กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
โครงสรา้ งผลการเรียนรู้รายวิชาวทิ ยาศาสตร์เพิ่มเตมิ
ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี ่ี ๔ ภาคเรยี นท่ี ๒
กลุม่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ โรงเรียนประสาธนร์ าษฎร์บารุง
๓๑
หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๒) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
หน่วย ผลการเรียนรู้ เวลา คะแนน รวม กลาง ปลาย
การ ช่อื (ชวั่ โมง) หนว่ ย ภาค ภาค
เรยี นรู้ หน่วย ย่อย
ที่
สบื ค้น และอธบิ ายการคน้ หาความรทู้ าง
ฟสิ กิ ส์ ประวตั คิ วามเปน็ มา รวมทั้ง
1 บทนา พัฒนาการของหลักการและแนวคิดทาง ๑-๘ ๕ ๓ ๒ -
ฟิสิกส์ที่มีผลต่อการแสวงหาความร้ใู หม่
และการพฒั นาเทคโนโลยี
วดั และรายงานผลการวดั ปริมาณทาง
ฟิสกิ สไ์ ด้ถูกต้องเหมาะสม โดยนาความ
2 บทนา คลาดเคล่ือนในการวัดมาพจิ ารณาในการ ๙-๑๒ ๔ ๒๒ -
นาเสนอผล รวมท้ังแสดงผลการทดลองใน
รปู ของกราฟ วเิ คราะหแ์ ละแปล
ความหมายจากกราฟเส้นตรง
ทดลอง และอธบิ ายความสมั พันธร์ ะหวา่ ง
ตาแหน่ง การกระจดั ความเรว็ และ
3 การ ความเร่งของการเคล่ือนที่ของวตั ถใุ นแนว ๑๓-๑๖ ๔ ๒๒ -
เคล่ือนท่ี ตรงที่มีความเรง่ คงตัวจากกราฟและ
สมการ รวมท้ังทดลองหาคา่ ความเร่งโน้ม
ถว่ งของโลก และคานวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ี
เกย่ี วข้อง
4 แรง อธิบายแรง รวมท้ัง ทดลองและอธิบายการ ๑๗-๒๖ ๔ ๒๒ -
หาแรงลพั ธข์ องแรงสองแรงที่ทามุมต่อกัน
เขียนแผนภาพวัตถุอสิ ระ ทดลองและ
๕ อธิบายกฎการเคล่อื นที่ของนิวตันและการ ๒๗-๓๐ ๓ ๒ ๑ -
ใช้กฎการเคล่ือนทขี่ อง
๖ นวิ ตนั กับสภาพการเคล่อื นท่ีของวตั ถุ ๓๑-๓๔ ๓ ๒ ๑ -
รวมท้งั คานวณปริมาณต่าง ๆ ทเี่ กี่ยวข้อง
กฎ วเิ คราะห์ อธิบาย และคานวณแรงเสียด
นวิ ตัน ทานระหว่างผิวสัมผัสของวตั ถุคูห่ น่งึ ๆ ใน
๗ กรณที ่ีวตั ถหุ ยุดนิ่งและวตั ถุเคลื่อนท่ี ๓๕-๓๘ ๘ ๕ - ๓
รวมทง้ั ทดลองหาสัมประสิทธิ์ความเสยี ด
ทานระหวา่ งผวิ สัมผัสของวัตถุคู่หนึ่ง ๆ
และนาความรู้เรื่องแรงเสียดทานไปใช้ใน
ชีวิตประจาวัน
๓๒
หลกั สตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๒) กล่มุ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์
หนว่ ย ผลการเรยี นรู้ เวลา คะแนน รวม กลาง ปลาย
การ ชอ่ื (ชวั่ โมง) หน่วย ภาค ภาค
เรียนรู้ หนว่ ย ยอ่ ย
ท่ี
อธบิ ายสมดุลกลของวตั ถุ โมเมนตแ์ ละ
ผลรวมของโมเมนต์ที่มตี ่อการหมุน แรงคู่
ควบและผลของแรงคู่ควบที่มีต่อสมดลุ ของ
๘ วัตถุ เขยี นแผนภาพวตั ถุอิสระเมื่อวัตถุอยู่ ๓๙-๔๒ ๕ ๓ - ๒
ในสมดุลกล และคานวณปริมาณตา่ ง ๆ ที่
เกยี่ วข้อง รวมทง้ั ทดลองและอธบิ ายสมดุล
ของแรงสามแรง
สงั เกตและอธบิ ายสภาพการเคลอื่ นที่ของ
๙ วัตถุ เมือ่ แรงทก่ี ระทาต่อวตั ถุผา่ น ๔๓-๔๖ ๑๐ ๕ - ๕
ศูนยก์ ลางมวลของวัตถุ และผลของศูนย์
ถว่ งท่ีมีต่อเสถียรภาพของวัตถุ
วิเคราะห์ และคานวณงานของแรงคงตวั
๑๐ จากสมการและพืน้ ที่ใต้กราฟความสัมพันธ์ ๔๗-๕๒ ๑๐ ๕ - ๕
ระหวา่ งแรงกบั ตาแหน่ง รวมทั้งอธบิ าย
สมดลุ และคานวณกาลงั เฉล่ีย
กล อธบิ ายและคานวณพลงั งานจลน์ พลงั งาน
ศกั ย์ พลังงานกล ทดลองหาความสมั พันธ์
ระหว่างงานกับพลงั งานจลน์ ความสัมพนั ธ์
ระหวา่ งงานกบั พลงั งานศักย์โนม้ ถว่ ง
๑๑ ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของแรงทีใ่ ช้ดึง ๕๓-๕๔ ๔ ๒ - ๒
สปรงิ กับระยะทสี่ ปรงิ ยืดออกและ
ความสมั พนั ธ์ระหว่างงานกบั พลงั งานศักย์
ยดื หยนุ่ รวมท้ังอธิบายความสัมพนั ธ์
ระหวา่ งงานของแรงลัพธ์และพลังงานจลน์
และคานวณงานท่เี กดิ ข้ึนจากแรงลพั ธ์
อธิบายกฎการอนรุ กั ษ์พลังงานกล รวมท้งั
วเิ คราะห์ และคานวณปริมาณต่าง ๆ ที่
๑๒ เกย่ี วข้องกบั การเคลือ่ นท่ขี องวตั ถุใน ๕๕-๕๘ ๖ ๓ - ๓
สถานการณต์ ่าง ๆ โดยใชก้ ฎการอนรุ ักษ์
พลังงานกล
๓๓
หลกั สตู รสถานศึกษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๒) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
หน่วย ผลการเรียนรู้ เวลา คะแนน รวม กลาง ปลาย
การ ชื่อ (ชั่วโมง) หน่วย ภาค ภาค
เรียนรู้ หนว่ ย ย่อย
ท่ี
อธบิ ายการทางาน ประสิทธภิ าพและการ
๑๓ สมดลุ ได้เปรียบเชงิ กลของเคร่ืองกลอยา่ งง่ายบาง ๕๙-๖๔ ๘ ๕ - ๓
กล ชนดิ โดยใชค้ วามรู้เร่ืองงานและสมดลุ กล
รวมทั้งคานวณประสทิ ธภิ าพและการ
ไดเ้ ปรยี บเชิงกล
อธบิ าย และคานวณโมเมนตมั ของวตั ถุ
และการดลจากสมการและพื้นทใี่ ตก้ ราฟ
๑๔ ความสมั พนั ธ์ระหว่างแรงลัพธ์กับเวลา ๖๕-๖๘ ๕ ๓ - ๒
รวมทง้ั อธิบายความสัมพันธร์ ะหว่างแรงดล
โม กบั โมเมนตัม
เมนตมั ทดลอง อธิบายและคานวณปรมิ าณต่าง ๆ
ที่เกี่ยวกบั การชนของวตั ถใุ นหน่งึ มติ ิทงั้
๑๕ แบบยดื หยนุ่ ไมย่ ืดหยนุ่ และการดีดตวั ๖๙-๗๒ ๗ ๕ - ๒
แยกจากกนั ในหนง่ึ มิตซิ ่งึ เป็นไปตามกฎการ
อนุรกั ษโ์ มเมนตมั
อธิบาย วเิ คราะหแ์ ละคานวณปริมาณตา่ ง
๑๖ โพรเจก ๆ ทีเ่ ก่ยี วข้องกบั การเคล่ือนที่แบบโพรเจก ๗๓-๗๖ ๕ ๔ - ๑
ไทล์ ไทล์ และทดลองการเคลื่อนท่ีแบบโพรเจก
ไทล์
ทดลอง และอธิบายความสมั พันธ์ระหวา่ ง
แรงสศู่ นู ย์กลาง รศั มีของการเคลื่อนท่ี
อัตราเร็วเชิงเสน้ อัตราเรว็ เชงิ มมุ และมวล
๑๗ แบบ ของวัตถุในการเคลือ่ นท่ีแบบวงกลมใน ๗๗-๘๐ ๙ ๗ - ๒
วงกลม ระนาบระดับ รวมทั้งคานวณปริมาณตา่ ง ๆ
ที่เก่ยี วข้อง และประยกุ ต์ใชค้ วามรูก้ าร
เคลอื่ นท่แี บบวงกลมในการอธิบายการ
โคจรของดาวเทยี ม
รวม 80 100 60 10 30
๓๔
หลกั สตู รสถานศึกษา พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๒) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
คาอธิบายรายวิชาวทิ ยาศาสตร์เพม่ิ เตมิ
ว ๓๐๒๐๒ รายวิชาฟิสิกสเ์ พิ่มเติม ๒ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๕
๘๐ ชัว่ โมง/ภาค จานวน ๒.๐ หน่วยกติ
๔ ช่ัวโมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นท่ี ๑
ศึกษาหลักการเก่ียวกบั การเคล่อื นท่ีแบบฮาร์มอนกิ อย่างง่ายและของวัตถตุ ิดปลายสปรงิ และลูกตมุ้
อย่างงา่ ย ความถ่ีธรรมชาติของวตั ถุและการเกิดการสั่นพอ้ ง ปรากฏการณ์คล่ืน ชนิดของคลืน่ สว่ นประกอบ
ของคลื่น การแผ่ของหนา้ คล่นื ด้วยหลักการของฮอยเกนส์ และการรวมกันของคล่นื ตามหลกั การซ้อนทับ พร้อม
ทัง้ คานวณอตั ราเร็วความถแี่ ละความยาวคลนื่ การสะท้อนการหักเหการแทรกสอด และการเลี้ยวเบนของคลื่น
ผิวน้า การเกดิ เสียง การเคลอื่ นทขี่ องเสียง ความสมั พันธ์ระหวา่ งคล่นื การกระจดั ของอนภุ าคกับความดัน
ความสมั พันธ์ระหวา่ งอตั ราเร็วของเสยี งในอากาศท่ีขน้ึ กับอุณหภมู ิในหน่วยองศาเซลเซยี ส สมบตั ขิ องคลน่ื เสียง
ได้แก่ การสะทอ้ น การหกั เห การแทรกสอด การเลยี้ วเบน ความเขม้ เสียงระดับเสยี ง องคป์ ระกอบของการได้
ยนิ คุณภาพเสยี งและมลพิษทางเสียงต่างๆ การสน่ั พ้องของอากาศในท่อปลายเปิดหนึง่ ด้าน รวมท้งั สงั เกตและ
อธิบายการเกดิ บตี ส์ คล่ืนน่ิง ปรากฏการณด์ อปเพลอร์ คล่นื กระแทกของเสยี ง ความรเู้ รื่องเสียงไปใช้ใน
ชีวิตประจาวนั การแทรกสอดของแสงผ่านสลติ คู่ เกรตติง การเลยี้ วเบนและการแทรกสอดของแสงผ่าน สลติ
เดย่ี ว การสะท้อนของแสงที่ผิววตั ถุตามกฎการสะทอ้ น เขยี นรงั สขี องแสงและคานวณตาแหนง่ และขนาดภาพ
ของวัตถุ เมื่อแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม รวมทั้งอธบิ ายการนาความร้เู รือ่ งการ
สะท้อนของแสงจากกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลมไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั ความสัมพันธ์
ระหวา่ งดรรชนหี ักเห มุมตกกระทบและมุมหกั เห รวมท้งั อธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหว่างความลกึ จรงิ และความ
ลึกปรากฏ มมุ วกิ ฤตและการสะทอ้ นกลับหมดของแสง เขียนรงั สีของแสงเพ่ือแสดงภาพทเ่ี กดิ จากเลนส์บางหา
ตาแหนง่ ขนาดชนดิ ของภาพ และความสัมพนั ธ์ระหวา่ งระยะวัตถุระยะภาพ และความยาวโฟกสั ทเี่ กยี่ วข้อง
และอธบิ ายการนาความรเู้ รื่องการหักเหของแสงผ่านเลนส์บางไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจาวัน ปรากฏการณ์
ธรรมชาตทิ ่ีเกี่ยวกบั แสง เชน่ รุง้ การทรงกลด มริ าจ และการเหน็ ทอ้ งฟ้าเป็นสตี า่ งๆ ในช่วงเวลาตา่ งกนั
การมองเห็นแสงสี สีของวตั ถุ การผสมสารสีและการผสมแสงสี รวมท้งั อธบิ ายสาเหตขุ องการบอดสีและ
เชอื่ มโยงบูรณาการปรญั ชาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสืบคน้ ข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรยี บเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรปุ
เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ มีทกั ษะปฏิบตั ิการทางวทิ ยาศาสตร์
รวมท้ังทักษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ ในดา้ นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ดา้ นการคดิ และการแกป้ ัญหา
ดา้ นการสอ่ื สาร สามารถสื่อสารสง่ิ ที่เรียนรู้และนาความรูไ้ ปใช้ในชวี ติ ของตนเอง มจี ติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม
คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม
๓๕
หลักสตู รสถานศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๒) กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
ผลการเรยี นรู้
๑. ทดลอง และอธิบายการเคล่อื นท่ีแบบฮารม์ อนกิ อย่างง่ายและของวตั ถุตดิ ปลายสปรงิ และลกู ตมุ้ อยา่ งง่าย
รวมท้ังคานวณปรมิ าณตา่ งๆ ทีเ่ กยี่ วข้อง
๒. อธบิ ายความถ่ีธรรมชาตขิ องวตั ถแุ ละการเกดิ การสัน่ พ้อง
๓. อธิบายปรากฏการณ์คลน่ื ชนิดของคลน่ื ส่วนประกอบของคล่ืน การแผ่ของหน้าคลื่นด้วยหลักการของ
ฮอยเกนส์ และการรวมกนั ของคลืน่ ตามหลักการซ้อนทบั พร้อมทงั้ คานวณอตั ราเรว็ ความถแี่ ละความยาวคลืน่
๔. สังเกต และอธบิ ายการสะท้อนการหกั เหการแทรกสอด และการเลี้ยวเบนของคลน่ื ผวิ น้า รวมทั้งคานวณ
ปริมาณต่างๆ ท่ีเกยี่ วข้อง
๕. อธบิ ายการเกดิ เสียง การเคล่อื นท่ีของเสียง ความสมั พันธ์ระหว่างคลื่น การกระจัดของอนภุ าคกับความดัน
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอตั ราเร็วของเสยี งในอากาศท่ีขึ้นกบั อุณหภมู ใิ นหนว่ ยองศาเซลเซียส สมบตั ิของคลน่ื เสยี ง
ไดแ้ ก่ การสะท้อน การหักเห การแทรกสอด การเล้ียวเบนรวมทั้งคานวณปริมาณตา่ งๆ ที่เก่ียวข้อง
๖. อธบิ ายความเขม้ เสยี งระดับเสียง องค์ประกอบของการได้ยนิ คุณภาพเสยี งและมลพิษทางเสยี งตา่ งๆ
รวมทงั้ คานวณปรมิ าณต่างๆ ท่เี กย่ี วข้อง
๗. ทดลอง และอธิบายการเกิดการสัน่ พ้องของอากาศในท่อปลายเปิดหนงึ่ ดา้ น รวมท้ังสังเกตและอธิบายการ
เกดิ บตี ส์ คล่ืนนิง่ ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ คลน่ื กระแทกของเสียง คานวณปริมาณต่างๆ ที่เกย่ี วข้องและนา
ความรู้เรือ่ งเสียงไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน
๘. ทดลอง และอธบิ ายการแทรกสอดของแสงผา่ นสลติ คู่ เกรตต้งิ การเลี้ยวเบนและการแทรกสอดของแสงผา่ น
สลติ เดย่ี ว รวมท้งั คานวณปริมาณต่างๆ ท่ีเก่ียวข้อง
๙. ทดลองและอธิบายการสะทอ้ นของแสงที่ผวิ วตั ถตุ ามกฎการสะท้อน เขยี นรงั สีของแสงและคานวณตาแหน่ง
และขนาดภาพของวตั ถุ เมื่อแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม รวมทั้งอธบิ ายการนาความรู้
เร่อื งการสะท้อนของแสงจากกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลมไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวัน
๑๐. ทดลองและอธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งดรรชนีหกั เห มุมตกกระทบและมุมหักเห รวมทง้ั อธบิ าย
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งความลึกจริงและความลกึ ปรากฏ มุมวิกฤตและการสะทอ้ นกลบั หมดของแสง และ
คานวณปรมิ าณต่างๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
๑๑. ทดลอง และเขียนรงั สีของแสงเพ่ือแสดงภาพท่ีเกิดจากเลนสบ์ างหาตาแหนง่ ขนาดชนดิ ของภาพ และ
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งระยะวัตถรุ ะยะภาพ และความยาวโฟกสั รวมทั้งคานวณปริมาณต่างๆ ทเ่ี ก่ยี วข้องและ
อธิบายการนาความรู้เรอ่ื งการหักเหของแสงผ่านเลนสบ์ างไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวัน
๑๒. อธิบายปรากฏการณธ์ รรมชาติที่เก่ียวกับแสง เชน่ ร้งุ การทรงกลด มริ าจ และการเหน็ ท้องฟ้าเปน็ สีตา่ งๆ
ในชว่ งเวลาต่างกัน
๑๓. สงั เกต และอธิบายการมองเห็นแสงสี สขี องวัตถุ การผสมสารสแี ละการผสมแสงสี รวมทง้ั อธิบายสาเหตุ
ของการบอดสี
รวมผลการเรยี นรู้ ๑๓ ตัวชว้ี ัด
๓๖
หลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๒) กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์
โครงสรา้ งผลการเรียนรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์เพ่ิมเตมิ
ชั้นมธั ยมศึกษาป่ที ี่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ โรงเรยี นประสาธนร์ าษฎร์บารงุ
๓๗
หลกั สตู รสถานศึกษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๒) กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์
หน่วย ผลการเรยี นรู้ เวลา คะแนน รวม กลาง ปลาย
การ ช่อื (ชัว่ โมง) หน่วย ภาค ภาค
เรยี นรู้ หน่วย ย่อย
ท่ี
การ ทดลอง และอธบิ ายการเคลอ่ื นทีแ่ บบฮาร์
เคลอ่ื นที่ มอนิกอย่างง่ายและของวตั ถตุ ิดปลายสปริง
1 แบบ 1-4 5 41 -
2 ฮารม์ อ และลกู ตุ้มอย่างง่ายรวมทั้งคานวณปรมิ าณ 5-6 5 41 -
ตา่ งๆ ทเี่ กยี่ วข้อง 41 -
นิก 42 -
อยา่ ง อธิบายความถธ่ี รรมชาติของวัตถุและ
62 -
งา่ ย การเกิดการส่นั พ้อง
41 -
อธิบายปรากฏการณค์ ลนื่ ชนดิ ของคล่นื
3 ส่วนประกอบของคล่ืน การแผ่ของหน้าคลื่น 7-12 5
ดว้ ยหลกั การของฮอยเกนส์ และการรวมกนั
ของคลืน่ ตามหลักการซ้อนทับ พรอ้ มทง้ั
คล่นื คานวณอัตราเรว็ ความถี่และความยาวคลื่น
สังเกต และอธบิ ายการสะท้อนการหักเห
4 การแทรกสอด และการเลยี้ วเบนของคล่ืน 13-18 6
ผิวนา้ รวมทั้งคานวณปริมาณตา่ งๆ ท่ี
เก่ียวข้อง
อธิบายการเกดิ เสียง การเคลือ่ นท่ีของเสยี ง
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งคล่ืน การกระจัดของ
อนภุ าคกบั ความดันความสัมพันธร์ ะหว่าง
5 อตั ราเร็วของเสียงในอากาศท่ีข้ึนกับ 19-26 8
อณุ หภมู ิในหน่วยองศาเซลเซียสสมบัติของ
เสยี ง คล่นื เสียงได้แก่ การสะท้อน การหักเห การ
แทรกสอด การเลย้ี วเบนรวมท้งั คานวณ
ปรมิ าณตา่ งๆ ท่ีเกย่ี วข้อง
อธิบายความเข้มเสียงระดบั เสียง
6 องคป์ ระกอบของการไดย้ ิน คุณภาพเสียง 27-32 5
และมลพิษทางเสยี งตา่ งๆ รวมท้ังคานวณ
ปริมาณต่างๆ ที่เกย่ี วข้อง
๓๘
หลักสตู รสถานศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๒) กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
รว
หน่วย ผลการเรียนรู้ เวลา คะแ ม กล ปล
การ ชื่อ (ช่วั โ นน หน่ าง าย
เรียนรู้ หน่วย มง) วย ภา ภา
ท่ี ย่อ ค ค
ย
ทดลอง และอธิบายการเกดิ การสั่นพ้องของอากาศในท่อ
7 ปลายเปิดหนึง่ ดา้ น รวมทง้ั สังเกตและอธบิ ายการเกดิ บีตส์ คลื่น 33- 8 6 2 -
เสยี ง นง่ิ ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ คลน่ื กระแทกของเสยี ง คานวณ 40
ปรมิ าณตา่ งๆ ที่เกี่ยวข้องและนาความรูเ้ รอื่ งเสียงไปใชใ้ น
ชีวติ ประจาวัน
8 ทดลอง และอธิบายการแทรกสอดของแสงผา่ นสลิตคู่ เกรตต้งิ 41- 7 4 - 3
การเล้ียวเบนและการแทรกสอดของแสงผ่านสลิตเดี่ยว รวมท้งั 44
คานวณปริมาณตา่ งๆ ทเี่ กยี่ วข้อง
ทดลองและอธบิ ายการสะท้อนของแสงทผี่ วิ วตั ถุตามกฎการ
สะท้อน เขียนรงั สขี องแสงและคานวณตาแหนง่ และขนาดภาพ 45-
แสง ของวตั ถุ เมื่อแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรง 52
9 เชิง กลม รวมทงั้ อธิบายการนาความรู้เร่ืองการสะท้อนของแสงจาก 13 6 - 7
คลื่น กระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลมไปใช้ประโยชนใ์ น
ชวี ติ ประจาวัน
ทดลองและอธิบายความสมั พันธ์ระหวา่ งดรรชนีหกั เห มมุ ตก 53-
58
10 กระทบและมุมหกั เห รวมท้งั อธิบายความสัมพนั ธร์ ะหว่างความ 9 4 - 5
ลึกจรงิ และความลกึ ปรากฏ มุมวกิ ฤตและการสะท้อนกลบั หมด
ของแสง และคานวณปริมาณตา่ งๆ ท่เี กย่ี วข้อง
๓๙
หลกั สตู รสถานศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๒) กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
หน่ว รวม
หนว่ ย
ยการ ชื่อหนว่ ย ผลการเรยี นรู้ เวลา คะ ย่อย กลาง ปลาย
เรยี น (ชวั่ โมง) แนน ภาค ภาค
ร้ทู ี่
ทดลอง และเขยี นรังสขี องแสงเพอ่ื แสดงภาพท่ี
เกดิ จากเลนสบ์ างหาตาแหน่งขนาดชนิดของภาพ
11 และความสัมพันธ์ระหวา่ งระยะวตั ถรุ ะยะภาพ 59-68 13 6 - 7
และความยาวโฟกัสรวมท้ังคานวณปรมิ าณตา่ งๆ
ท่ีเก่ียวข้องและอธบิ ายการนาความร้เู รอ่ื งการหกั
เหของแสงผ่านเลนสบ์ างไปใช้ประโยชน์ใน
แสงเชงิ รงั สี ชีวติ ประจาวัน
12 อธบิ ายปรากฏการณ์ธรรมชาติทเี่ กย่ี วกับแสง เช่น 69-76 9 4 - 5
ร้งุ การทรงกลด มริ าจ และการเห็นทอ้ งฟา้ เปน็ สี
ตา่ งๆ ในชว่ งเวลาต่างกนั
13 สงั เกต และอธบิ ายการมองเห็นแสงสี สีของวัตถุ 77-80 7 4 - 3
การผสมสารสีและการผสมแสงสี รวมทง้ั อธบิ าย
สาเหตุของการบอดสี
รวม 80 100 60 10 30
๔๐
หลกั สตู รสถานศึกษา พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๒) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
คาอธบิ ายรายวิชาวทิ ยาศาสตร์เพมิ่ เติม
ว ๓๐๒๐๓ รายวิชาฟิสิกสเ์ พม่ิ เตมิ ๓ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๕
๔ ช่ัวโมง/สัปดาห์ ภาคเรียนท่ี ๒ ๘๐ ชวั่ โมง/ภาค ๒.๐ หน่วยกติ
ศึกษาหลักการเก่ียวกบั การทาวัตถุที่เปน็ กลางทางไฟฟา้ ให้มีประจุไฟฟ้าโดยการขดั สีกันและ
การเหน่ียวนาไฟฟ้าสถิตแรงไฟฟ้าตามกฎของคูลอมบ์ สนามไฟฟ้าและแรงไฟฟ้าที่กระทากับอนุภาคท่ีมีประจุ
ไฟฟ้าทอี่ ยู่ในสนามไฟฟ้ารวมทั้งหาสนามไฟฟ้าลัพธ์เน่ืองจากระบบจุดประจุโดยรวมกันแบบเวกเตอร์ พลังงาน
ศกั ยไ์ ฟฟ้า ศกั ยไ์ ฟฟา้ และความตา่ งศกั ย์ระหว่างสองตาแหน่งใดๆ สว่ นประกอบของตัวเก็บประจุ ความสัมพันธ์
ระหว่างประจไุ ฟฟ้า ความตา่ งศักย์และความจุของตัวเกบ็ ประจุ และอธิบายพลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ และ
ความจุสมมูล นาความรู้เร่ืองไฟฟา้ สถิตไปอธิบายหลักการทางานของเคร่ืองใช้ไฟฟ้าบางชนิดและปรากฏการณ์
ในชีวิตประจาวัน การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนอิสระ และกระแสไฟฟ้าในตัวนา ความสัมพันธ์ระหว่าง
กระแสไฟฟ้าในลวดตัวนากับความเร็วลอยเลื่อนของอิเล็กตรอนอิสระ ความหนาแน่นของอิเล็กตรอนในลวด
ตัวนาและพ้ืนที่หน้าตัดของลวดตัวนา กฎของโอห์ม ความสัมพันธ์ระหว่างความต้านทานกับความยาว
พนื้ ที่หนา้ ตดั และสภาพต้านทานของตวั นาโลหะท่อี ุณหภูมิคงตวั ความต้านทานสมมูลเมื่อนาตัวต้านทานมาต่อ
แบบอนุกรมและแบบขนาน EMS ของแหล่งกาเนิดไฟฟ้ากระแสตรงคานวณพลังงานไฟฟ้าและกาลังไฟฟ้า
คานวณ อีเอ็มเอฟสมมลู จากการตอ่ แบตเตอร่ีแบบอนกุ รมและแบบขนาน และตัวต้านทาน การเปล่ียนพลังงาน
ทดแทนเปน็ พลังงานไฟฟ้า รวมท้งั สบื ค้นและอภปิ รายเกี่ยวกบั เทคโนโลยีท่ีนามาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความ
ต้องการทางด้านพลังงานไฟฟ้าโดยเน้นด้านประสิทธิภาพและความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่าย และเชื่อมโยงบูรณา
การปรญั ชาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสืบคน้ ข้อมูล การสังเกต วเิ คราะห์
เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรปุ
เพือ่ ใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ มที ักษะปฏบิ ัติการทางวิทยาศาสตร์
รวมท้งั ทักษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ ด้านการคดิ และการแก้ปัญหา
ด้านการสอ่ื สาร สามารถส่อื สารส่งิ ที่เรียนรู้และนาความรไู้ ปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม
คุณธรรม และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม
๔๑
หลกั สตู รสถานศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๒) กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์
ผลการเรียนรู้
๑. ทดลอง และอธบิ ายการทาวัตถุทเ่ี ป็นกลางทางไฟฟา้ ให้มีประจไุ ฟฟา้ โดยการขัดสีกนั และการเหน่ยี วนาไฟฟา้
สถิต
๒. อธิบายและคานวณแรงไฟฟา้ ตามกฎของคลู อมบ์
๓. อธบิ ายและคานวณสนามไฟฟ้าและแรงไฟฟา้ ที่กระทากับอนุภาคท่ีมีประจุไฟฟ้าท่ีอยใู่ นสนามไฟฟ้ารวมทั้ง
หาสนามไฟฟ้าลัพธเ์ นอ่ื งจากระบบจุดประจุโดยรวมกนั แบบเวกเตอร์
๔. อธิบายและคานวณพลงั งานศักย์ไฟฟา้ ศักย์ไฟฟ้าและความต่างศกั ย์ระหว่างสองตาแหน่งใดๆ
๕. อธิบายส่วนประกอบของตัวเก็บประจุ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประจุไฟฟ้า ความตา่ งศักย์และความจุของตวั
เกบ็ ประจุ และอธิบายพลงั งานสะสมในตัวเกบ็ ประจุ และความจุสมมูล รวมทั้งคานวณปรมิ าณตา่ งๆ ท่ี
เกย่ี วขอ้ ง
๖. นาความรู้เรือ่ งไฟฟ้าสถติ ไปอธิบายหลักการทางานของเครอื่ งใช้ไฟฟ้าบางชนดิ และปรากฏการณใ์ น
ชวี ติ ประจาวนั
๗. อธิบายการเคลอื่ นที่ของอเิ ล็กตรอนอิสระ และกระแสไฟฟ้าในตัวนา ความสัมพันธร์ ะหวา่ งกระแสไฟฟา้ ใน
ลวดตัวนากบั ความเร็วลอยเล่ือนของอเิ ล็กตรอนอิสระ ความหนาแน่นของอเิ ลก็ ตรอนในลวดตัวนาและ
พ้นื ที่หนา้ ตดั ของลวดตัวนา และคานวนปริมาณตา่ งๆ ที่เก่ียวข้อง
๘. ทดลอง และอธิบายกฎของโอห์ม อธิบายความสมั พนั ธ์ระหวา่ งความตา้ นทานกับความยาวพ้นื ท่หี น้าตดั
และสภาพตา้ นทานของตัวนาโลหะท่ีอณุ หภูมิคงตวั และคานวณปรมิ าณต่างๆ ที่เกีย่ วข้องรวมทงั้ อธบิ ายและ
คานวณความตา้ นทานสมมูลเมอ่ื นาตัวตา้ นทานมาต่อแบบอนุกรมและแบบขนาน
๙. ทดลองอธบิ ายและคานวณ EMS ของแหล่งกาเนิดไฟฟ้ากระแสตรงรวมท้งั อธิบายและคานวณพลังงาน
ไฟฟา้ และกาลังไฟฟ้า
๑๐. ทดลอง และคานวณ อีเอ็มเอฟสมมลู จากการต่อแบตเตอรแ่ี บบอนุกรมและแบบขนาน รวมทง้ั คานวณ
ปริมาณต่างๆ ท่เี ก่ยี วข้องในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงซงึ่ ประกอบด้วยแบตเตอรแี่ ละตวั ต้านทาน
๑๑. อธบิ ายการเปลยี่ นพลังงานทดแทนเปน็ พลังงานไฟฟา้ รวมท้ังสบื คน้ และอภปิ รายเกี่ยวกบั เทคโนโลยีท่ี
นามาแก้ปัญหาหรอื ตอบสนองความตอ้ งการทางด้านพลังงานไฟฟา้ โดยเนน้ ดา้ นประสทิ ธิภาพและความคุ้มค่า
ด้านค่าใช้จ่าย
รวมผลการเรยี นรู้ ๑๑ ผลการเรยี นรู้
๔๒
หลกั สตู รสถานศึกษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๒) กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
โครงสร้างผลการเรียนรู้รายวิชาวทิ ยาศาสตร์เพ่ิมเติม
ชน้ั มัธยมศึกษาป่ีท่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒
กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ โรงเรยี นประสาธน์ราษฎรบ์ ารงุ
๔๓
หลักสตู รสถานศึกษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๒) กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
หนว่ ย ผลการเรียนรู้ เวลา คะแนน รวม กลาง ปลาย
การ ชอ่ื (ชวั่ โมง) หน่วย ภาค ภาค
เรียนรู้ หน่วย ย่อย
ที่
ทดลอง และอธบิ ายการทาวัตถทุ ่ีเป็นกลาง
1 ทางไฟฟ้าใหม้ ีประจไุ ฟฟ้าโดยการขัดสกี นั ๑-๖ ๗ ๕ ๒ -
และการเหนย่ี วนาไฟฟา้ สถิต
2 อธิบายและคานวณแรงไฟฟา้ ตามกฎของ ๗-๑๒ ๗ ๕๒ -
คลู อมบ์
อธบิ ายและคานวณสนามไฟฟ้าและแรง
ไฟฟ้าที่กระทากับอนภุ าคที่มีประจไุ ฟฟา้ ที่
3 อยู่ในสนามไฟฟ้ารวมทั้งหาสนามไฟฟา้ ลัพธ์ ๑๓-๒๐ ๗ ๕ ๒ -
เนือ่ งจากระบบจดุ ประจุโดยรวมกันแบบ
เวกเตอร์
ไฟฟ้า อธบิ ายและคานวณพลังงานศักย์ไฟฟ้า
4 สถติ ศกั ยไ์ ฟฟา้ และความต่างศักยร์ ะหวา่ งสอง ๒๑-๒๖ ๖ ๕ ๑ -
ตาแหนง่ ใดๆ
อธบิ ายสว่ นประกอบของตัวเก็บประจุ
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งประจุไฟฟา้ ความต่าง
5 ศักยแ์ ละความจขุ องตัวเกบ็ ประจุ และ ๒๗-๓๒ ๖ ๔๒ -
อธบิ ายพลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ และ
ความจุสมมลู รวมทัง้ คานวณปรมิ าณต่างๆ
ท่เี ก่ยี วข้อง
นาความรู้เรอื่ งไฟฟา้ สถิตไปอธิบายหลักการ
๖ ทางานของเครื่องใชไ้ ฟฟา้ บางชนดิ และ ๓๓-๓๘ ๔ ๓ ๑ -
ปรากฏการณใ์ นชวี ติ ประจาวนั
อธบิ ายการเคล่ือนที่ของอิเล็กตรอนอสิ ระ
และกระแสไฟฟ้าในตวั นา ความสมั พันธ์
๗ ไฟฟา้ ระหว่างกระแสไฟฟา้ ในลวดตวั นากบั ๓๙-๔๘ ๑๐ ๕ - ๕
กระแส ความเรว็ ลอยเลอื่ นของอิเล็กตรอนอิสระ
ความหนาแนน่ ของอเิ ล็กตรอนในลวดตวั นา
และพน้ื ท่ีหน้าตัดของลวดตัวนา และคานวน
ปริมาณต่างๆ ท่ีเกยี่ วข้อง
๔๔
หลักสตู รสถานศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ ๒๕๖๒) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
หนว่ ย ผลการเรยี นรู้ เวลา คะแนน รวม กลาง ปลาย
การ ช่อื (ชั่วโมง) หน่วย ภาค ภาค
เรยี นรู้ หน่วย ยอ่ ย
ท่ี
ทดลอง และอธบิ ายกฎของโอหม์ อธบิ าย
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างความตา้ นทานกบั
ความยาวพื้นทห่ี น้าตดั และสภาพตา้ นทาน
๘ ของตัวนาโลหะที่อุณหภมู ิคงตัว และ ๔๙-๕๘ ๑๒ ๗ - ๕
คานวณปริมาณต่างๆ ท่เี กีย่ วขอ้ งรวมท้ัง
อธิบายและคานวณความต้านทานสมมลู
เม่ือนาตวั ต้านทานมาต่อแบบอนุกรมและ
ไฟฟา้ แบบขนาน
กระแส
ทดลองอธิบายและคานวณ EMS ของ
๙ แหล่งกาเนิดไฟฟา้ กระแสตรงรวมทงั้ ๕๙-๖๖ ๑๐ ๕ - ๕
อธบิ ายและคานวณพลังงานไฟฟา้ และ
กาลังไฟฟา้
ทดลอง และคานวณ อเี อ็มเอฟสมมูลจาก
การตอ่ แบตเตอร่แี บบอนุกรมและแบบ
๑๐ ขนาน รวมทัง้ คานวณปริมาณตา่ งๆ ท่ี ๖๗-๗๔ ๑๐ ๕ - ๕
เก่ียวขอ้ งในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงซึ่ง
ประกอบดว้ ยแบตเตอร่ีและตัวต้านทาน
อธิบายการเปลีย่ นพลังงานทดแทนเป็น
พลังงานไฟฟ้า รวมท้งั สืบค้นและอภปิ ราย
๑๑ พลงั งาน เกี่ยวกับเทคโนโลยที ่นี ามาแก้ปัญหาหรอื ๗๕-๘๐ ๑๐ ๕ - ๕
ทดแทน ตอบสนองความต้องการทางด้านพลงั งาน
ไฟฟา้ โดยเน้นด้านประสทิ ธิภาพและ
ความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่าย
รวม 80 100 60 10 30
๔๕
หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๒) กล่มุ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์
คาอธิบายรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์เพมิ่ เตมิ
ว ๓๐๒๐๔ รายวิชาฟสิ ิกสเ์ พ่มิ เติม ๔ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๖
๘๐ ชว่ั โมง/ภาค ๒.๐ หน่วยกติ
๔ ชั่วโมง/สปั ดาห์ ภาคเรยี นท่ี ๑
ศึกษาหลักการเก่ียวกับเส้นสนามแม่เหล็กอธิบาย และคานวณฟลักซ์แม่เหล็กในบริเวณที่กาหนด
รวมท้ังสังเกตและอธบิ ายสนามแม่เหลก็ ที่เกิดจากกระแสไฟฟา้ ในลวดตวั นาเสน้ ตรงและโซลินอยด์ แรงแม่เหล็ก
ท่ีกระทาต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ในสนามแม่เหล็กแรงแม่เหล็กที่กระทาต่อเส้นลวดที่มีกระแสไฟฟ้า
ผ่าน และวางในสนามแม่เหล็กรัศมีความโค้งของการเคลื่อนท่ีเมื่อประจุเคล่ือนท่ีตั้งฉากกับสนามแม่เหล็ก
รวมทั้งอธิบายแรงระหว่างเส้นลวดตัวนาคู่ขนานที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน หลักการทางานของกัลวานอมิเตอร์และ
มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง การเกิดอีเอ็มเอฟเหนี่ยวนา กฎการเหนี่ยวนาของฟาราเดย์ และคานวณปริมาณ
ต่างๆ ท่ีเก่ียวข้อง รวมท้ังนาความรู้เรื่องอีเอ็มเอฟเหนี่ยวนาไปอธิบายการทางานของเครื่องใช้ไฟฟ้า คานวณ
ความต่างศกั ย์ rms และกระแสไฟฟ้า rms หลกั การทางานและประโยชน์ของเครือ่ งกาเนดิ ไฟฟ้ากระแสสลับ ๓
เฟสและการแปลงอีเอ็มเอฟของหม้อแปลงแปลง การเกิด และลักษณะเฉพาะของคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า แสงไม่
โพลาไรซ์ แสงโพลาไรซ์เชิงเส้นและแผ่นโพลารอยด์ รวมทั้งอธิบายการนาคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงความถี่
ต่างๆ ไปประยุกต์ใช้และหลกั การทางานของอุปกรณ์ทเี่ ก่ียวข้อง การสือ่ สารโดยอาศยั คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการ
ส่งผ่านสารสนเทศ และเปรียบเทียบการสื่อสารด้วยสัญญาณอนาล็อกกับสัญญาณดิจิตอลและเช่ือมโยงบูรณา
การปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียง
โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสบื คน้ ข้อมลู การสังเกต วิเคราะห์
เปรยี บเทยี บ อธบิ าย อภิปราย และสรุป
เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ มีทกั ษะปฏบิ ัติการทางวิทยาศาสตร์
รวมทัง้ ทักษะการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี ๒๑ ในด้านการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา
ด้านการสอ่ื สาร สามารถส่อื สารส่ิงท่เี รียนรู้และนาความรู้ไปใชใ้ นชวี ติ ของตนเอง มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คุณธรรม และค่านยิ มทเี่ หมาะสม
๔๖
หลักสตู รสถานศกึ ษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๒) กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
ผลการเรียนรู้
๑. สงั เกต และอธบิ ายเสน้ สนามแมเ่ หล็กอธิบาย และคานวณฟลักซ์แมเ่ หล็กในบริเวณท่ีกาหนด รวมทั้งสงั เกต
และอธิบายสนามแม่เหลก็ ท่เี กิดจากกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนาเสน้ ตรงและโซลินอยด์
๒. อธิบาย และคานวณแรงแม่เหล็กท่ีกระทาต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเคล่อื นทใี่ นสนามแม่เหล็กแรงแม่เหลก็ ที่
กระทาต่อเสน้ ลวดที่มีกระแสไฟฟา้ ผ่าน และวางในสนามแม่เหลก็ รัศมคี วามโค้งของการเคลือ่ นทเี่ มื่อประจุ
เคลื่อนท่ตี ้ังฉากกับสนามแม่เหลก็ รวมทงั้ อธบิ ายแรงระหวา่ งเสน้ ลวดตัวนาค่ขู นานท่มี ีกระแสไฟฟ้าผ่าน
๓. อธิบายหลกั การทางานของกัลวานอมิเตอร์และมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงรวมท้งั คานวณปรมิ าณต่างๆที่
เกี่ยวขอ้ ง
๔. สังเกต และ อธิบายการเกิดอีเอ็มเอฟเหน่ยี วนา กฎการเหนย่ี วนาของฟาราเดย์ และคานวณปริมาณ ตา่ งๆ
ท่ีเก่ียวข้อง รวมทั้งนาความรู้เรื่องอีเอม็ เอฟเหน่ียวนาไปอธิบายการทางานของเคร่ืองใช้ไฟฟา้
๕. อธบิ ายและคานวณความต่างศกั ย์ rms และกระแสไฟฟ้า rms
๖. อธบิ ายหลักการทางานและประโยชน์ของเคร่ืองกาเนดิ ไฟฟา้ กระแสสลับ ๓ เฟสและการแปลงอีเอม็ เอฟของ
หมอ้ แปลงและคานวณปริมาณตา่ งๆทเี่ ก่ียวข้อง
๗. อธิบายการเกิด และลักษณะเฉพาะของคลน่ื แม่เหล็กไฟฟา้ แสงไมโ่ พลาไรซ์ แสงโพลาไรซ์เชิงเสน้ และแผน่
โพลารอยด์ รวมทั้งอธิบายการนาคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ ในช่วงความถต่ี ่างๆ ไปประยกุ ต์ใชแ้ ละหลกั การทางานของ
อุปกรณ์ทเ่ี ก่ยี วข้อง
๘. สบื ค้น และอธิบายการส่อื สารโดยอาศัยคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟา้ ในการสง่ ผ่านสารสนเทศ และเปรยี บเทยี บการ
สื่อสารด้วยสัญญาณอนาลอ็ กกับสญั ญาณดจิ ิตอล
รวมผลการเรยี นรู้ ๘ ตัวช้ีวดั
๔๗
หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๒) กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
โครงสรา้ งผลการเรียนรู้รายวิชาวทิ ยาศาสตร์เพิ่มเตมิ
ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี ่ี ๖ ภาคเรยี นท่ี ๑
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ โรงเรียนประสาธนร์ าษฎร์บารุง
๔๘
หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ ๒๕๖๒) กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์
หนว่ ย ผลการเรยี นรู้ เวลา คะแนน รวม กลาง ปลาย
การ ชือ่ (ชวั่ โมง) หนว่ ย ภาค ภาค
เรียนรู้ หนว่ ย ย่อย
ที่
สงั เกต และอธบิ ายเส้นสนามแมเ่ หลก็
1 อธิบาย และคานวณฟลกั ซแ์ ม่เหล็กใน
บรเิ วณท่กี าหนด รวมทัง้ สงั เกตและอธิบาย ๑-๑๒ ๑๓ ๘ ๕ -
สนามแมเ่ หล็กท่ีเกิดจากกระแสไฟฟ้าใน
ลวดตัวนาเส้นตรงและโซลนิ อยด์
อธบิ าย และคานวณแรงแมเ่ หล็กท่ีกระทา
ต่ออนุภาคทมี่ ีประจไุ ฟฟา้ เคล่ือนทใี่ น
แมเ่ หล็ก สนามแมเ่ หล็กแรงแมเ่ หลก็ ที่กระทาต่อเส้น
ลวดท่มี ีกระแสไฟฟา้ ผ่าน และวางใน
2 สนามแม่เหล็กรัศมีความโค้งของการ ๑๓-๒๗ ๑๐ ๗ ๓ -
เคล่ือนทีเ่ มือ่ ประจุเคล่ือนที่ตง้ั ฉากกบั
สนามแมเ่ หล็กรวมทั้งอธบิ ายแรงระหวา่ ง
เสน้ ลวดตวั นาคขู่ นานทมี่ ีกระแสไฟฟ้าผา่ น
3 อธิบายหลักการทางานของกลั วานอมิเตอร์ ๖๒ -
และมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรงรวมทัง้ ๒๘-๓๕ ๘
คานวณปรมิ าณต่างๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
สังเกต และ อธบิ ายการเกิดอเี อ็มเอฟ
4 เหนีย่ วนา กฎการเหนี่ยวนาของฟาราเดย์
และคานวณปริมาณต่างๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง ๓๖-๔๕ ๑๑ ๕ - ๖
รวมท้ังนาความรเู้ รื่องอีเอ็มเอฟเหนี่ยวนา
ไฟฟา้ ไปอธิบายการทางานของเคร่ืองใช้ไฟฟ้า
5 กระแส อธิบายและคานวณความต่างศักย์ rms
และกระแสไฟฟ้า rms ๔๖-๕๓ ๙ ๔ - ๕
อธบิ ายหลกั การทางานและประโยชน์ของ
๖ เครอ่ื งกาเนดิ ไฟฟ้ากระแสสลับ ๓ เฟสและ ๕๔-๖๑ ๑๒ ๗ - ๕
การแปลงอีเอ็มเอฟของหม้อแปลงและ
คานวณปรมิ าณต่างๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ ง
๔๙
หลักสตู รสถานศึกษา พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๒) กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
หนว่ ย
การ ชอ่ื หน่วย ผลการเรยี นรู้ เวลา คะ รวม กลาง ปลาย
เรยี นรู้ (ช่ัวโมง) แนน หนว่ ภาค ภาค
ยย่อย
ที่
อธบิ ายการเกิด และลักษณะเฉพาะของคลน่ื
แม่เหล็กไฟฟ้า แสงไมโ่ พลาไรซ์ แสง
๗ โพลาไรซ์เชิงเสน้ และแผ่นโพลารอยด์ ๖๒-๖๙ ๑๙ ๑๓ - ๖
คล่ืน รวมทง้ั อธิบายการนาคลื่นแม่เหล็กไฟฟา้
แม่เหล็ก ในชว่ งความถ่ีต่างๆ ไปประยุกตใ์ ชแ้ ละ
ไฟฟา้ หลกั การทางานของอุปกรณ์ที่เกยี่ วขอ้ ง
สืบคน้ และอธิบายการสือ่ สารโดยอาศยั คลืน่
๘ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าในการสง่ ผา่ นสารสนเทศ และ ๗๐-๘๐ ๑๘ ๑๐ - ๘
เปรยี บเทียบการสื่อสารดว้ ยสญั ญาณ
อนาลอ็ กกับสญั ญาณดิจิตอล
รวม ๘๐ ๑๐๐ ๖๐ ๑๐ ๓๐
๕๐
หลกั สตู รสถานศึกษา พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๒) กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
คาอธบิ ายรายวิชาวทิ ยาศาสตร์เพิ่มเตมิ
ว ๓๐๒๐๕ รายวิชาฟสิ กิ สเ์ พ่ิมเติม ๕ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๖
๔ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ ภาคเรียนท่ี ๒ ๘๐ ชัว่ โมง/ภาค จานวน ๒.๐ หนว่ ยกติ
ศึกษาหลักการเก่ียวกับความร้อนท่ีทาให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิความร้อนท่ีทาให้สสารเปล่ียนสถานะ
ความรอ้ นท่ีเกิดจากการถ่ายโอนตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน สภาพยืดหยุ่น ลักษณะการยืด การหดของวัสดุที่
เป็นแทง่ เมือ่ ถกู กระทาด้วยแรงคา่ ต่างๆ รวมท้ังความเค้นตามยาว ความเครียดตามยาว มอดุลัสของยังและนา
ความรู้เร่ืองสภาพยืดหยุ่นไปใช้ในชีวิตประจาวัน ความดันเกจ ความดันสัมบูรณ์ และความดันบรรยากาศ
รวมทั้งอธิบายหลักการทางานของแมนอมิเตอร์ บารอมิเตอร์ เครื่องอัดไฮดรอลิก ขนาดแรงพยุงจากของไหล
ขณะ ความตงึ ผวิ ของของเหลว รวมท้งั สังเกต อธบิ ายแรงหนืดของของเหลว สมบตั ิของของไหลอุดมคติ สมการ
ความต่อเน่ือง สมการแบร์นูลลี และนาความรู้เกี่ยวกับสมการความต่อเนื่อง สมการแบร์นูลลี ไปอธิบาย
หลักการทางานของอุปกรณ์ต่างๆ กฎของแก๊สอุดมคติ แบบจาลองของแก๊สอุดมคติ ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส
อัตราเร็วของแก๊ส อัตราเร็วอาร์เอ็มเอสของโมเลกุลของแก๊ส งานท่ีทาโดยแก๊สในภาชนะปิดโดยความดันคงตัว
อธิบายความสมั พันธ์ระหว่างความร้อนพลังงานภายในระบบ และงาน นาความรู้เรื่องพลังงานภายในระบบไป
อธบิ ายหลกั การทางานของเคร่อื งใชใ้ นชีวิตประจาวัน สมมติฐานของพลังค์ทฤษฎี อะตอมของโบร์ การเกิดเส้น
สเปกตรัมของอะตอมไฮโดรเจน ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริกและคานวณพลังงานโฟตอนพลังงานจลน์ของโฟ
โต้อิเลก็ ตรอนและฟงั กช์ นั งานของโลหะ ทวิภาคของคล่นื และอนุภาค รวมท้ังอธิบายและคานวณความยาวคล่ืน
ของเดอบรอยล์ กัมมันตภาพรังสี และความแตกต่างของ รังสีแอลฟา บีตา และ แกมมา กัมมันตภาพของ
นิวเคลียสกัมมันตรังสี จานวนนิวเคลียสกัมมันตภาพรังสีที่เหลือจากการสลายและคล่ืนชีวิต แรงนิวเคลียร์
เสถียรภาพของนิวเคลียส และพลังงานยึดเหน่ียว ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชันและฟิวชัน ประโยชน์ของพลังงาน
นิวเคลียร์และรังสีรวมทั้งอันตรายและการป้องกันรังสีในด้านต่างๆ การค้นคว้าวิจัยด้านฟิสิกส์อนุภาค
แบบจาลองมาตรฐาน และการใช้ประโยชน์จากการค้นคว้าวิจัยด้านฟิสิกส์อนุภาคในด้านต่างๆและเช่ือมโยง
บูรณาการปรญั ชาเศรษฐกิจพอเพยี ง
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์
เปรยี บเทียบ อธบิ าย อภปิ ราย และสรุป
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
รวมทั้งทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา
ด้านการสื่อสาร สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คุณธรรม และคา่ นิยมท่เี หมาะสม
๕๑
หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๒) กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
ผลการเรยี นรู้
๑. อธิบาย และคานวณความรอ้ นท่ที าใหส้ สารเปล่ียนอณุ หภูมิความรอ้ นท่ีทาใหส้ สารเปลี่ยนสถานะ และ
ความรอ้ นทเี่ กิดจากการถ่ายโอนตามกฎการอนรุ ักษ์พลงั งาน
๒. อธิบายสภาพยืดหย่นุ และลักษณะการยืด และการหดของวสั ดุทเ่ี ปน็ แท่ง เมื่อถกู กระทาด้วยแรงคา่ ต่างๆ
รวมทัง้ ทดลอง อธิบาย และคานวณความเค้นตามยาว ความเครียดตามยาว และมอดุลสั ของยงั และนาความรู้
เรือ่ งสภาพยืดหยุน่ ไปใช้ในชวี ิตประจาวนั
๓. อธิบาย และคานวณความดันเกจ ความดันสัมบูรณ์ และความดันบรรยากาศ รวมท้ังอธบิ ายหลกั การทางาน
ของแมนอมเิ ตอร์ บารอมิเตอร์ และเครือ่ งอัดไฮดรอลกิ
๔. ทดลองอธิบายและคานวณ ทดลองอธิบายและคานวณขนาดแรงพยงุ จากของไหลขณะ ทดลองอธิบายและ
คานวณขนาดแรงพยุงจากของไหล
๕. ทดลองอธิบาย และคานวณความตึงผิวของของเหลว รวมท้งั สังเกต และอธบิ ายแรงหนดื ของของเหลว
๖. อธบิ ายสมบตั ิของของไหลอดุ มคติ สมการความต่อเนื่อง และสมการแบรน์ ลู ลี รวมท้งั คานวณปรมิ าณตา่ งๆ
ท่เี กี่ยวข้อง และนาความร้เู กยี่ วกบั สมการความต่อเน่ือง และสมการแบรน์ ูลลี ไปอธิบายหลักการทางานของ
อปุ กรณ์ต่างๆ
๗. อธบิ ายกฎของแกส๊ อุดมคติ และคานวณปริมาณต่างๆ ทเี่ กย่ี วข้อง
๘. อธบิ ายแบบจาลองของแก๊สอุดมคติ ทฤษฎีจลนข์ องแก๊ส และอัตราเรว็ ของแกส๊ และอัตราเรว็ อาร์เอ็มเอส
ของโมเลกลุ ของแก๊ส รวมท้งั คานวณปริมาณตา่ งๆ ที่เกี่ยวข้อง
๙. อธบิ าย และคานวณงานที่ทาโดยแกส๊ ในภาชนะปิดโดยความดันคงตัว และอธิบายความสมั พนั ธร์ ะหว่าง
ความรอ้ นพลงั งานภายในระบบ และงาน รวมทง้ั คานวณปริมาณตา่ งๆ ที่เกยี่ วข้องและนาความรเู้ ร่ืองพลงั งาน
ภายในระบบไปอธิบายหลักการทางานของเครื่องใชใ้ นชวี ิตประจาวนั
๑๐. อธบิ ายสมมตฐิ านของพลังคท์ ฤษฎี อะตอมของโบร์ และการเกิดเส้นสเปกตรัมของอะตอมไฮโดรเจน
รวมทงั้ คานวณปริมาณต่างๆ ทเี่ กย่ี วข้อง
๑๑. อธบิ ายปรากฏการณโ์ ฟโตอเิ ลก็ ทริกและคานวณพลังงานโฟตอนพลังงานจลน์ของโฟโต้อิเลก็ ตรอนและ
ฟงั ก์ชันงานของโลหะ
๑๒. อธิบายทวภิ าคของคลนื่ และอนภุ าค รวมท้ังอธิบายและคานวณความยาวคลืน่ ของเดอบรอยล์
๑๓. อธิบายกมั มนั ตภาพรงั สี และความแตกตา่ งของ รังสแี อลฟา บตี า และ แกมมา
๑๔. อธบิ าย และคานวณกัมมันตภาพของนิวเคลยี สกัมมันตรงั สี รวมทง้ั ทดลองอธิบาย และคานวณจานวน
นวิ เคลียสกมั มนั ตภาพรังสที ่เี หลือจากการสลายและคลน่ื ชีวิต
๑๕. อธิบายแรงนิวเคลยี รเ์ สถียรภาพของนิวเคลียส และพลังงานยดึ เหน่ียว รวมทั้งคานวณปรมิ าณต่างๆ ท่ี
เกย่ี วข้อง
๑๖. อธบิ ายปฏกิ ิรยิ านวิ เคลยี ร์ฟิชชันและฟิวชนั รวมทัง้ คานวณพลงั งานนวิ เคลียร์
๑๗. อธิบายประโยชน์ของพลังงานนิวเคลยี รแ์ ละรงั สีรวมทั้งอนั ตรายและการป้องกนั รังสีในด้านต่างๆ
๑๘. อธิบาย การค้นคว้าวิจัยด้านฟสิ ิกส์อนุภาคแบบจาลองมาตรฐาน และการใช้ประโยชนจ์ ากการค้นคว้าวิจยั
ดา้ นฟสิ ิกส์อนภุ าคในด้านต่างๆ
รวมผลการเรียนรู้ ๑๘ ผลการเรยี นรู้
๕๒
หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๒) กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์
โครงสรา้ งผลการเรียนรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์เพ่ิมเติม
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี ่ี ๖ ภาคเรยี นท่ี ๒
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ โรงเรียนประสาธนร์ าษฎร์บารงุ
๕๓
หลักสตู รสถานศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๒) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
หน่วย ผลการเรยี นรู้ เวลา คะ รวม กลาง ปลาย
การ ชอ่ื (ชว่ั โมง) แนน หนว่ ย ภาค ภาค
เรียน หน่วย ยอ่ ย
รทู้ ่ี
อธบิ าย และคานวณความร้อนทท่ี าใหส้ สาร
1 ความ เปลี่ยนอุณหภูมิความร้อนท่ีทาใหส้ สาร 1-4 ๙ ๔ ๕-
รอ้ น เปล่ียนสถานะ และความรอ้ นทเ่ี กดิ จากการ
ถ่ายโอนตามกฎการอนุรกั ษ์พลงั งาน
อธบิ ายสภาพยืดหยุ่น และลักษณะการยืด
และการหดของวสั ดทุ ่ีเป็นแท่ง เม่ือถูก
2 สภาพ กระทาดว้ ยแรงค่าต่างๆ รวมท้งั ทดลอง 5-6 ๗ 4 ๓-
ยืดหยุ่น อธบิ าย และคานวณความเคน้ ตามยาว
ความเครียดตามยาว และมอดุลสั ของยังและ
นาความรเู้ รื่องสภาพยืดหย่นุ ไปใช้ใน
ชวี ิตประจาวนั
อธบิ าย และคานวณความดันเกจ ความดนั
3 ความ สมั บรู ณ์ และความดันบรรยากาศ รวมทง้ั 7-12 ๖ 4 ๒-
ดนั อธบิ ายหลักการทางานของแมนอมิเตอร์
บารอมเิ ตอร์ และเครอ่ื งอดั ไฮดรอลกิ
ทดลองอธิบายและคานวณ ทดลองอธบิ าย
4 ของไหล และคานวณขนาดแรงพยุงจากของไหลขณะ 13-1๖ ๕ ๓ -๒
ทดลองอธบิ ายและคานวณขนาดแรงพยุง
จากของไหล
5 ความ ทดลองอธิบาย และคานวณความตึงผวิ ของ ๑๗-๑๘ ๔ ๒ -๒
ตึงผิว ของเหลว รวมทงั้ สงั เกต และอธบิ ายแรง
หนดื ของของเหลว
อธบิ ายสมบตั ขิ องของไหลอดุ มคติ สมการ
ความตอ่ เน่ือง และสมการแบรน์ ูลลี รวมท้งั
๖ ของไหล คานวณปริมาณต่างๆ ท่เี กีย่ วข้อง และนา ๑๙-๒๔ ๕ ๓ -๒
ความร้เู กยี่ วกับสมการความต่อเนอื่ ง และ
สมการแบร์นูลลี ไปอธบิ ายหลกั การทางาน
ของอุปกรณต์ ่างๆ
๕๔
หลักสตู รสถานศึกษา พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๒) กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
หน่วย ผลการเรียนรู้ เวลา คะ รวม กลาง ปลาย
การ ช่ือ (ชัว่ โมง) แนน หนว่ ย ภาค ภาค
เรียน หน่วย ย่อย
รู้ที่
๗ อธิบายกฎของแก๊สอุดมคติ และคานวณ ๒๕-๒๖ ๔ ๒ - ๒
ปรมิ าณตา่ งๆ ท่เี กี่ยวข้อง
แก๊ส อธิบายแบบจาลองของแก๊สอุดมคติ ทฤษฎี
อุดมคติ จลนข์ องแก๊ส และอตั ราเรว็ ของแก๊ส และ
๘ อัตราเร็วอารเ์ อ็มเอสของโมเลกุลของแก๊ส ๒๗-๓๐ ๕ ๓ - ๒
รวมทัง้ คานวณปรมิ าณต่างๆ ทีเ่ กย่ี วข้อง
อธบิ าย และคานวณงานท่ีทาโดยแก๊สใน
ภาชนะปิดโดยความดนั คงตัว และอธิบาย
๙ ความ ความสัมพันธ์ระหว่างความร้อนพลงั งาน ๓๑-๓๖ ๗ ๕ - ๒
รอ้ น ภายในระบบ และงาน รวมท้งั คานวณ
ปรมิ าณตา่ งๆ ทีเ่ กย่ี วข้องและนาความรูเ้ ร่อื ง
พลงั งานภายในระบบไปอธิบายหลักการ
ทางานของเคร่ืองใชใ้ นชีวติ ประจาวัน
อธบิ ายสมมติฐานของพลงั ค์ทฤษฎี อะตอม
๑๐ สเปก ของโบร์ และการเกิดเส้นสเปกตรัมของ ๓๗-๔๐ ๕ ๓ - ๒
ตรมั อะตอมไฮโดรเจน รวมท้ังคานวณปริมาณ
ตา่ งๆ ทเี่ กย่ี วข้อง
อธบิ ายปรากฏการณ์โฟโตอเิ ล็กทรกิ และ
๑๑ คานวณพลงั งานโฟตอนพลงั งานจลนข์ องโฟ ๔๑-๔๔ ๔ ๒ - ๒
โฟโตอิ โตอ้ ิเลก็ ตรอนและฟังก์ชนั งานของโลหะ
เล็กทรกิ อธิบายทวิภาคของคล่นื และอนุภาค รวมทัง้
๑๒ อธบิ ายและคานวณความยาวคลื่นของ ๔๕-๔๘ ๔ ๒ - ๒
เดอบรอยล์
๑๓ อธิบายกมั มนั ตภาพรังสี และความแตกต่าง ๔๙-๕๔ ๕ ๓ - ๒
ของ รงั สแี อลฟา บีตา และ แกมมา
กัมมนั ต อธิบาย และคานวณกมั มันตภาพของ
ภาพ นวิ เคลยี สกมั มนั ตรังสี รวมทัง้ ทดลองอธิบาย
๑๔ รงั สี และคานวณจานวนนวิ เคลียส ๕๕-๖๐ ๕ ๓ - ๒
กัมมนั ตภาพรังสีทีเ่ หลือจากการสลายและ
คลน่ื ชีวิต
๕๕
หลักสตู รสถานศึกษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๒) กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
หนว่ ย รวม
หน่วย
การ ช่ือหนว่ ย ผลการเรียนรู้ เวลา คะแนน ยอ่ ย กลาง ปลาย
เรยี นรู้ (ช่วั โมง) ภาค ภาค
ที่
๑๕ แรง อธบิ ายแรงนวิ เคลียร์เสถียรภาพของ ๖๑-๖๖ ๔ ๒ - ๒
นวิ เคลยี ร์ นิวเคลียส และพลังงานยึดเหน่ยี ว รวมทง้ั
คานวณปริมาณต่างๆ ทเี่ ก่ียวขอ้ ง
๑๖ อธิบายปฏกิ ริ ยิ านวิ เคลยี ร์ฟชิ ชันและ ๖๗-๗๒ ๘ ๕ - ๓
ฟิวชันรวมทง้ั คานวณพลังงานนิวเคลียร์
อธบิ ายประโยชน์ของพลงั งานนวิ เคลียร์
๑๗ ปฏิกิริยา และรังสีรวมท้งั อันตรายและการป้องกัน ๗๓-๗๖ ๗ ๕ - ๒
นิวเคลียร์ รงั สใี นด้านตา่ งๆ
อธบิ าย การคน้ ควา้ วจิ ยั ด้านฟิสิกสอ์ นุภาค
๑๘ แบบจาลองมาตรฐาน และการใช้ ๗๗-๘๐ ๘ ๕ - ๓
ประโยชน์จากการค้นคว้าวิจยั ดา้ นฟสิ กิ ส์
อนุภาคในด้านต่างๆ
รวม ๘๐ ๑๐๐ ๖๐ ๑๐ ๓๐
๕๖
หลักสตู รสถานศกึ ษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๒) กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
๕๗