กาพย์เห่ชม เครื่องคาวหวาน
ความสำ คัญ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
เดิมกาพย์เห่หรือบทเห่ มักเป็นบทที่ใช้ในการเห่เรือ จะเป็นบทเห่ชมเรือ ชมธรรมชาติ ชมนาง ใช้ประกอบในพระราชพิธี ที่พระมหากษัต ษั ริย์เ ย์สด็จทางชลมารค กาพย์เห่เรือ
กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน การชมเครื่องคาว การชมผลไม้ การชมเครื่องหวาน ประกอบด้วย กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานต่างไปจากกาพย์เห่เรือ เพราะเป็นการพรรณนาเกี่ยวกับอาหาร กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานต่างไปจากกาพย์เห่เรือ เพราะเป็นการพรรณนาเกี่ยวกับอาหาร กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานต่างไปจากกาพย์เห่เรือ เพราะเป็นการพรรณนาเกี่ยวกับอาหาร
ความเป็นมา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 พระราชนิพนธ์ ใช้เป็นบทเห่เรือ เสด็จประพาสส่วนพระองค์ ชมฝีพระหัตถ์ในการประกอบพระกระยาหาร ของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี (เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด)
แต่งเป็นกาพย์เห่ เกริ่นด้วยโคลงสี่สุภาพ ๑ บท เป็นบทนำ ก่อนจะตามด้วยกาพย์ยานี ๑๑ ไม่จำ กัดจำ นวนบท มีเนื้อหาสอดคล้องกันกับโคลงบทนำ รูปแบบการประพันธ์
( )่ ้( )่่่ ้่ ้่่ ้
กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน มีเนื้อความบรรยาย และพรรณนาถึงอาหารคาวหวาน และผลไม้ต่าง ๆ
เครื่องคาว บทเห่ชมเครื่องคาว มี 15 อย่าง ได้แก่ 1. แกงมัสมั่น 2. ยำ ใหญ่ 3. ตับเหล็กลวก 4. หมูแนม 5. ก้อยกุ้ง 6. แกงเทโพ 7. น้ำ ยาแกงขม 8. ข้าวหุง 9. แกงคั่วส้มหมูป่า 10. พล่าเนื้อ 11. ล่าเตียง 12. หรุ่ม 13. รังนกนึ่ง 14. ไตปลา 15. แสร้งว่า และปิดท้ายด้วย ผักโฉมและผักหวาน
เครื่องหวาน บทเห่ชมเครื่องหวาน มี 16 อย่าง ได้แก่ 1. ข้าวเหนียวสังขยา 2. ซ่าหริ่ม 3. ลำ เจียก 4. มัศกอด 5. ลุดตี่แผ่นกลม 6. ขนมจีบ 7. ขนมเทียน 8. ทองหยิบ 9. ขนมผิง 10. ขนมเรไร 11. ทองหยอด 12. ทองม้วน 13. จ่ามงกุฎ 14. บัวลอย 15. ช่อม่วง 16. ฝอยทอง ผลไม้ ผลไม้ มี 14 อย่าง ได้แก่ 1. ลูกชิด 2. ลูกตาล 3. ผลจาก 4. มะปราง 5. มะม่วง 6. ลิ้นจี่ 7. ลูกพลับ 8. น้อยหน่า 9. ผลเกด 10. ทับทิม 11. ทุเรียน 12. ลางสาด 13. เงาะ 14. สละ
บทประพันธ์
แกงไก่มัสมั่นเนื้อ นพคุณ พี่เอย หอมยี่หร่ารสฉุน เฉียบร้อน ชายใดบริโภคภุญช์ พิศวาส หวังนา แรงอยากยอหัตถ์ข้อน อกให้หวนแสวง แกงไก่มัสมั่นเนื้อ นพคุณ พี่เอย หอมยี่หร่ารสฉุน เฉียบร้อน ชายใดบริโภคภุญช์ พิศวาส หวังนา แรงอยากยอหัตถ์ข้อน อกให้หวนแสวง กวีกล่าวถึงแกงมัสมั่นที่มีกลิ่นหอม ของยี่หร่าเมื่อชายใดได้ลิ้มรสแล้ว ก็จะอยากลิ้มรสอยู่เสมอ
มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา กวีกล่าวถึงแกงมัสมั่นที่มีกลิ่นหอม ของยี่หร่าเมื่อชายใดได้ลิ้มรสแล้ว ก็จะอยากลิ้มรสอยู่เสมอ
ยำ ใหญ่ใส่สารพัด วางจานจัดหลายเหลือตรา รสดีด้วยน้ำ ปลา ญี่ปุ่นล้ำ ย้ำ ยวนใจ ยำ ใหญ่ใส่สารพัด วางจานจัดหลายเหลือตรา รสดีด้วยน้ำ ปลา ญี่ปุ่นล้ำ ย้ำ ยวนใจ กวีกล่าวถึงยำ ใหญ่ ที่มีเครื่องต่าง ๆ อย่างครบครัน จัดจานวางอย่างสวยงาม สุดจะพรรณนา ยิ่งปรุงรสด้วยน้ำ ปลาญี่ปุ่น ก็ยิ่งทำ ให้น่าลิ้มลองเป็นที่สุด
ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม เจือน้ำ ส้มโรยพริกไทย โอชาจะหาไหน ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม เจือน้ำ ส้มโรยพริกไทย โอชาจะหาไหน ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง กวีกล่าวถึงอาหารที่นางอันเป็นที่รักปรุงให้ คือ ตับเหล็กลวก ที่ไม่มีผีมือของนางใด เทียบเทียมได้
หมูแนมแหลมเลิศรส พร้อมพริกสดใบทองหลาง พิศห่อเห็นรางชาง ห่างห่อหวนป่วนใจโหย หมูแนมแหลมเลิศรส พร้อมพริกสดใบทองหลาง พิศห่อเห็นรางชาง ห่างห่อหวนป่วนใจโหย กวีกล่าวถึงหมูแนมที่มีรสชาติอร่อย รับประทานพร้อมกับพริกสดและ ใบทองหลางที่น้องห่อมาอย่างประณีต
ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย รสทิพย์หยิบมาโปรย ฤๅจะเปรียบเทียบทันขวัญ ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย รสทิพย์หยิบมาโปรย ฤๅจะเปรียบเทียบทันขวัญ กวีกล่าวถึงก้อยกุ้ง เมื่อสัมผัสถึงลิ้น ก็เหมือนได้ลิ้มรสอาหาร ที่อร่อยกว่า อาหารทิพย์
เทโพพื้นเนื้อท้อง เป็นมันย่องล่องลอยมัน น่าซดรสครามครัน ของสวรรค์เสวยรมย์ เทโพพื้นเนื้อท้อง เป็นมันย่องล่องลอยมัน น่าซดรสครามครัน ของสวรรค์เสวยรมย์ กาพย์บทนี้กวีกล่าวถึงแกงปลาเทโพ ที่มีเนื้อหน้าท้องเป็นมันย่อง เมื่อได้ซดน้ำ แกงก็เหมือนกับ ได้ลิ้มรสอาหารสวรรค์
ความรักยักเปลี่ยนท่า ทำ น้ำ ยาอย่างแกงขม กลอ่อมกล่อมเกลี้ยงกลม ชมไม่วายคล้ายคล้ายเห็น ความรักยักเปลี่ยนท่า ทำ น้ำ ยาอย่างแกงขม กลอ่อมกล่อมเกลี้ยงกลม ชมไม่วายคล้ายคล้ายเห็น ด้วยความรักของน้องที่มีต่อพี่ น้องจึงเปลี่ยน มาทำ น้ำ ยา (ขนมจีน) แบบแกงขม รสชาติ กลมกล่อมคล้ายแกงอ่อมมะระ ทำ ให้พี่ ต้องชมฝีมือของน้องไม่ขาดปาก และเหมือน จะเห็นหน้าน้องตลอดเวลา
ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ รสพิเศษใส่ลูกเอ็น ใครหุงปรุงไม่เป็น เช่นเชิงมิตรประดิษฐ์ทำ ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ รสพิเศษใส่ลูกเอ็น ใครหุงปรุงไม่เป็น เช่นเชิงมิตรประดิษฐ์ทำ ข้าวหุงเครื่องเทศนี้มีรสชาติพิเศษยิ่งขึ้น เมื่อใส่ลูกกระวานลงไป ใครหุงข้าวนี้ ก็ไม่อร่อยเท่าข้าวที่น้องตั้งใจหุง
เหลือรู้หมูป่าต้ม แกงคั่วส้มใส่ระกำ รอยแจ้งแห่งความขำ ช้ำ ทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอม เหลือรู้หมูป่าต้ม แกงคั่วส้มใส่ระกำ รอยแจ้งแห่งความขำ ช้ำ ทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอม น้องมีความรู้เกี่ยวกับการทำ อาหารมาก ดูจากการนำ เอาหมูป่ามาต้มทำ แกงคั่วส้ม ใส่ระกำ ทำ ให้เห็นความลับระหว่างพี่ กับน้องซึ่งมีแต่ความเจ็บช้ำ ระกำ ใจ
ช้าช้าพล่าเนื้อสด ฟุ้งปรากฏรสหื่นหอม คิดความยามถนอม สนิทเนื้อเจือเสาวคนธ์ ช้าช้าพล่าเนื้อสด ฟุ้งปรากฏรสหื่นหอม คิดความยามถนอม สนิทเนื้อเจือเสาวคนธ์ พล่าเนื้อสดส่งกลิ่นหอมฟุ้งมากจนเร้า อารมณ์ของพี่ ทำ ให้คิดถึงครั้งเมื่อเรา เคยทะนุถนอมมอบความรักใคร่ให้แก่กัน ได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกัน จนได้กลิ่นกาย หอม ๆ ของน้อง
ล่าเตียงคิดเตียงน้อง นอนเตียงทองทำ เมืองบน ลดหลั่นชั้นชอบกล ยลอยากนิทรคิดแนบนอน เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน เจ็บไกลในอาวรณ์ ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง ล่าเตียงคิดเตียงน้อง นอนเตียงทองทำ เมืองบน ลดหลั่นชั้นชอบกล ยลอยากนิทรคิดแนบนอน เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน เจ็บไกลในอาวรณ์ ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง เห็นล่าเตียงแล้วพี่ก็คิดถึงเตียงนอนของน้อง ซึ่งเป็นเตียงทอง อันมีลวดลายเป็นชั้น ๆ สวยงามเหมือนเตียงสวรรค์ เห็นแล้วก็ อยากนอนกับน้อง พอเห็นหรุ่ม ความเศร้าโศกก็เข้ามารุมเร้าร้อนระอุ อยู่ในอกอันความเจ็บปวดด้วยใจคิดถึงน้องนี้ ทำ ให้พี่ร้อนรุ่มหัวใจ
รังนกนึ่งน่าซด โอชารสกว่าทั้งปวง นกพรากจากรังรวง เหมือนเรียมร้างห่างห้องหวน รังนกนึ่งน่าซด โอชารสกว่าทั้งปวง นกพรากจากรังรวง เหมือนเรียมร้างห่างห้องหวน รังนกนึ่งน่ารับประทาน รสชาติก็อร่อย กว่าอาหารอื่น ๆ การที่นกต้องพรากจากรัง ก็เปรียบเหมือยกับตัวพี่ ที่ต้องพลัดพราก จากน้องไป
ไตปลาเสแสร้งว่า ดุจวาจากระบิดกระบวน ใบโศกบอกโศกครวญ ให้พี่เศร้าเจ้าดวงใจ ไตปลาเสแสร้งว่า ดุจวาจากระบิดกระบวน ใบโศกบอกโศกครวญ ให้พี่เศร้าเจ้าดวงใจ อาหารที่ดูเหมือนจะเป็นไตปลา แต่ความเป็น จริงคือ “แสร้งว่า” ที่ทำ เลียนแบบไตปลา ทำ ให้พี่หวนคิดถึงคำ พูดที่มีชั้นเชิงของน้อง พอเห็นใบโศกก็ทำ ให้พี่รู้ว่าน้องกำ ลังโศกเศร้า คร่ำ ครวญถึงพี่ ทำ ให้พี่เฝ้าคอยน้องอยู่ตลอดเวลา
ผักโฉมชื่อเพราะพร้อง เป็นโฉมน้องฤๅโฉมไหน ผักหวานซ่านทรวงใน ใคร่ครวญรักผักหวานนาง ผักโฉมชื่อเพราะพร้อง เป็นโฉมน้องฤๅโฉมไหน ผักหวานซ่านทรวงใน ใคร่ครวญรักผักหวานนาง ผักสองชนิด คือ ผักโฉมและผักหวาน เปรียบเทียบว่า ผักโฉมนี้ คือ โฉมของน้องหรือโฉมของนางใด ส่วนผักหวานนั้น เมื่อกวีได้แลเห็นก็ทำ ให้ความรักอันหวานซึ้งแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ
คุณค่าด้านเนื้อหา
ให้ความรู้วัฒนธรรมด้านอาหารของไทยในอดีต สะท้อนสภาพบ้านเมืองในอดีต สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อน พิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการปรุงอาหาร สะท้อนวัฒนธรรมด้านอาหารการกิน ที่นิยมรับประทานในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น สะท้อนให้เห็นว่ากวีใช้อาหารเป็นเครื่องหมายแทนความผูกพันของคนในครอบครัว การติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติ เช่น ชาวจีน ชาวอินเดีย หรือชาวเปอร์เซียทำ ให้ มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้านอาหารการกิน ในเรื่องได้มีการกล่าวถึงอาหารคาวหวานที่ไทย ได้รับอิทธิพล และได้รับกรรมวิธีการทำ มาจากชาวต่างชาติ
นางสาวณัชชา ปิ่นเกตุ นักศึกษาชั้นปีที่ ปี ที่ ๓ สาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รหัสนักศึกษา ๖๔๐๒๑๐๐๖๗ ภาพ : นางสาวณัชชา ปิ่น ปิ่ เกตุ (หญิง ญิ/ฟูจั ฟู จั ง) เนื้อหา : หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทยพื้น พื้ ฐาน ชั้นมัธ มั ยมศึกษาปีที่ ปี ที่ ๑ ผู้จัดทำ