คูม่ ือแนวปฏิบตั ิ
ในการควบคมุ และป้องกนั การแพรก่ ระจาย
เชอ้ื ดอื้ ยาหลายขนาน
หอผู้ป่วยออร์โธปดิ กิ สช์ าย 1
โรงพยาบาลมหาราชนครเชยี งใหม่
จดั ท�ำ โดย นักศึกษาหลักสตู รพยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต ช้นั ปที ี่ 1 รนุ่ ท่ี 29
สาขาวชิ าการพยาบาลผูป้ ว่ ยโรคติดเชือ้ และการควบคมุ การติดเชื้อ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่
บทนำ� บทน�ำ : หน้าที่ 1
ปัจั จุบุ ันั การติดิ เชื้�อดื้�อยาต้า้ นจุลุ ชีพี เป็น็ ปัญั หาการติดิ เชื้�อที่�เกิดิ ขึ้�นในโรงพยาบาล
ต่า่ ง ๆ ทั่�วโลก ปัญั หาการติิดเชื้�อดื้�อยานี้้�ส่่งผลกระทบต่่อระบบสุุขภาพมากขึ้�นทั่�วโลก มีี
ผู้�เสียี ชีวี ิติ จากการติิดเชื้�อที่�ดื้�อยาประมาณ 7 แสน ถึึงหลายล้า้ นคนต่่อปีี และคาดการณ์์ว่า่
มีีแนวโน้้มจะสููงมากขึ้�นเป็น็ 10 ล้า้ นคน ในปีี ค.ศ. 2050 (WHO, 2018) ในประเทศไทย
มีผี ู้้�ป่่วยติดิ เชื้�อแบคทีีเรีียดื้�อยาประมาณปีีละ 88,000 ราย เสีียชีีวิิตจากการติดิ เชื้�อดื้�อยา
ประมาณปีีละ 38,000 ราย (NARS, 2018) มูลู ค่่ายาต้า้ นจุลุ ชีีพที่�ใช้ใ้ นการรักั ษา
การติิดเชื้�อดื้�อยาอย่่างน้อ้ ย 6,000 ล้้านบาท ส่ง่ ผลให้้เกิดิ ความสูญู เสีียทางเศรษฐกิจิ
ตามมา (วิิษณุุ ธรรมลิขิ ิติ กุุล, 2558)
จากการทบทวนอุบุ ัตั ิกิ ารณ์ก์ ารติดิ เชื้�อดื้�อยาในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียี งใหม่่
ในปีี พ.ศ. 2562–2563 พบว่า่ มีอี ุบุ ัตั ิกิ ารณ์์การติิดเชื้�อดื้�อยา จำ�ำ นวน 487 และ 374
รายต่อ่ ปีีตามลำ�ำ ดัับและอุบุ ัตั ิิการณ์ใ์ นส่่วนงานการพยาบาลออร์์โธปิดิ ิิกส์์พบอุุบัตั ิกิ ารณ์์
การติิดเชื้�อดื้�อยาในปีี 2562 จำ�ำ นวน 6 รายและปีี 2563 จำ�ำ นวน 8 ราย ซึ่�่งพบเชื้�อที่�เป็น็
สาเหตุหุ ลักั ของการติิดเชื้�อดื้�อยา3อันั ดัับแรกคือื CRE,VREและPDR-ABตามลำ�ำ ดัับซึ่ง่�
เชื้�อดื้�อยาเหล่่านี้้�สามารถแพร่่กระจายเชื้�อไปยังั ผู้้�ป่่วยรายอื่�น เจ้า้ หน้า้ ที่่� บุุคลากร และ
ผู้�ที่�อยู่�บริิเวณใกล้เ้ คียี งได้้นอกจากนี้้�ด้้วยสภาพแวดล้อ้ มในหอผู้้�ป่่วยที่่�มีลี ัักษณะคัับแคบ
และมีพีื้�นที่่�จำำ�กััดไม่่มีหี ้อ้ งแยกโรค ทำำ�ให้้การแยกผู้้�ป่ว่ ยติดิ เชื้�อดื้�อยามีคี วามยากลำ�ำ บาก
อีีกทั้ �งเจ้้าหน้้าที่่�ยัังขาดความรู้ �และขาดความตระหนัักถึึงการป้้องกัันการแพร่่กระจาย
เชื้�อดื้�อยาในหอผู้้�ป่ว่ ย รวมทั้�งญาติผิ ู้้�ป่ว่ ยยังั ขาดความรู้�ความเข้้าใจที่่�ถููกต้้องเกี่�ยวกัับ
การป้้องกัันการแพร่่กระจายเชื้�อดื้�อยา จึงึ ทำำ�ให้้มีกี ารเข้้าหาผู้้�ป่่วยติดิ เชื้�อดื้�อยาโดย
ไม่่มีกี ารสวมอุุปกรณ์์ป้้องกัันร่า่ งกาย ซึ่ง�่ อาจส่ง่ ผลให้้มีผี ู้้�ป่่วยติิดเชื้�อดื้�อยาเพิ่�มมากขึ้�น
จากเหตุุผลดัังกล่่าวทางคณะผู้้�จััดทำ�ำ โครงการได้้ตระหนัักถึึงความสำำ�คััญ
ในการป้อ้ งกันั การแพร่ก่ ระจายเชื้�อดื้�อยา จึงึ ได้จ้ ัดั ทำ�ำ คู่่�มือื แนวปฏิบิ ัตั ิใิ นการควบคุมุ และ
ป้อ้ งกันั การแพร่ก่ ระจายเชื้�อดื้�อยาหลายขนานสำ�ำ หรับั พยาบาลวิชิ าชีพี ผู้้�ช่วยพยาบาล
และพนักั งานช่ว่ ยการพยาบาล หอผู้้�ป่่วยออร์์โธปิดิ ิิกส์์ชาย 1 โรงพยาบาลมหาราชนคร
เชียี งใหม่่ ในการส่ง่ เสริิมให้ค้ วามรู้�การป้้องกันั การแพร่่กระจายเชื้�อดื้�อยา โดยจััดทำำ�
แนวทางปฏิบิ ััติิให้ส้ ามารถเข้า้ ถึงึ ได้้ง่่าย สะดวก เหมาะสม เพื่�อให้บ้ ุุคลากรที่�ปฏิบิ ัตั ิิ
งานในหอผู้้�ป่่วยสามารถปฏิิบััติิได้้อย่่างถููกต้้องและสามารถช่่วยในการป้้องกัันการแพร่่
กระจายเชื้ �อดื้ �อยาในหอผู้้�ป่่วยได้้
คณะผู้�้จััดทำ�ำ
หน้าท่ี 2 : สารบญั
สารบญั
หน้า
บทน�ำ 1
สารบัญ 2
นยิ ามศพั ท ์ 3
เชอื้ ดื้อยาต้านจลุ ชพี ทพ่ี บบอ่ ยในโรงพยาบาล 9
หมวดที่ 1 การทำ�ความสะอาดมอื (Hand Hygiene) 14
หมวดที่ 2 การสวมและถอดอุปกรณป์ อ้ งกันร่างกายสว่ นบคุ คล 15
หมวดท่ี 3 การแยกผู้ปว่ ยและอปุ กรณเ์ คร่อื งใชข้ องผู้ปว่ ย 17
หมวดท่ี 4 การจดั การส่ิงแวดลอ้ ม 22
หมวดท่ี 5 การสื่อสาร 25
ภาคผนวก 27
เอกสารอ้างอิง 32
คณะผู้จดั ทำ� 33
นิยามศัพท์ : หน้าท่ี 3
นิยามศัพท์
การส่งเสริมการปฏบิ ัตใิ นการปอ้ งกันการแพรก่ ระจายเช้อื ดื้อยา
หมายถึง วิธีการที่ใช้ในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ
สร้างความตระหนัก และเตือนให้บุคลากรพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล
และพนกั งานชว่ ยการพยาบาลมกี ารปฏบิ ตั ใิ นการปอ้ งกนั การแพรก่ ระจาย
เชือ้ ด้อื ยาในหอผูป้ ว่ ยไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
การปฏบิ ัติการป้องกันการติดเช้อื ดือ้ ยา
หมายถึง การดำ�เนินการของบคุ ลากรพยาบาล ผ้ชู ว่ ยพยาบาล
และพนกั งานชว่ ยการพยาบาลในการปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กดิ การแพรก่ ระจาย
เช้อื ดื้อยาและปอ้ งกันไมใ่ ห้ผูป้ ว่ ยไดร้ บั เช้อื ดอ้ื ยาจากการปฏิบตั ิงานของ
บุคลากร โดยใช้แนวปฏิบัติในการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจาย
เช้ือด้อื ยาในโรงพยาบาล ประกอบด้วยกจิ กรรม 5 กจิ กรรม ดังน้ี
1. การทำ�ความสะอาดมือ
2. การสวมและถอดอปุ กรณ์ปอ้ งกนั ร่างกายส่วนบุคคล
3. การแยกผ้ปู ว่ ยและอุปกรณ์เครือ่ งใช้ของผู้ปว่ ย
4. การจดั การสง่ิ แวดลอ้ ม
5. การสื่อสาร
บุคลากร
หมายถึง ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วย ประกอบด้วย
พยาบาลวิชาชีพ ผู้ช่วยพยาบาลและพนักงานช่วยการพยาบาล
ในหอผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ชาย 1 โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
หน้าท่ี 4 : นยิ ามศัพท์
นิยามศัพท์
เช้อื ดือ้ ยา
หมายถึง การที่เชื้อจุลชีพมีความทนทานต่อฤทธิ์ของยาต้าน
จุลชีพท่ีเคยใช้ทำ�ลายเช้อื ชนิดนัน้ ได้ผล
เชอื้ ด้อื ยาหลายขนาน (multidrug-resistant : MDR)
หมายถงึ เชอ้ื จลุ ชพี โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ เชอ้ื แบคทเี รยี ทผ่ี ลตรวจ
ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร พบวา่ ดอ้ื ตอ่ ยาปฏชิ วี นะตง้ั แตส่ ามกลมุ่ ขน้ึ ไป โดยเชอ้ื
จะต้องดื้อต่อยาทุกชนิดที่ทำ�การทดสอบในกลุ่มนั้น เช่น เชื้อแบคทีเรีย
แกรมลบที่ดื้อยาหลายกลุ่ม เชื้อที่ผลิตเอนไซม์ extended beta-
lactamase (ESBL) นอกจากนี้แม้ว่าเชื้อบางชนิดจะระบุว่าดื้อต่อยา
เพยี งชนดิ เดยี ว เชน่ Methicillin-resistant Staphylococcus aureus
(MRSA), Vancomycin resistant enterococci (VRE) แต่เชื้อเหลา่ นี้
มักดื้อยาท่ีมใี ชใ้ นปัจจบุ ันดว้ ย
การแยกผู้ป่วย (Isolation precautions)
หมายถึง การปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค
จากผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ หรือผู้ที่เป็นพาหะไปสู่ผู้ป่วยอื่น ญาติผู้ป่วย
รวมถึงบุคลากรสุขภาพโดยการแยกห้อง หรือจำ�กัดบริเวณผู้ป่วย
หรือจัดการให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคหรือมีเชื้อชนิดเดียวกันอยู่ในห้อง
เดียวกัน ประกอบด้วย การป้องกันแบบมาตรฐาน (Standard
precautions) และ การป้องกันตามวิธีการที่แพร่กระจายเชื้อ
(Transmission-based precautions)
นิยามศพั ท์ : หนา้ ท่ี 5
นยิ ามศัพท์
การป้้องกันั มาตรฐาน (Standard precautions)
หมายถึง การปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยทุกรายท่ีเข้ารักษาใน
โรงพยาบาลไมว่ า่ ผปู้ ว่ ยจะมอี าการตดิ เชอื้ หรอื ไม่ หรอื ไดร้ บั การวนิ จิ ฉยั วา่
ป่่วยเป็็นโรคใด โดยมุ่�งเน้้นการป้้องกัันการแพร่่กระจายเชื้�อจากเลืือด
สารน้ำำ�� สารคััดหลั่�งของร่่างกาย (blood body fluid) เยื่�อบุุเมืือก
(mucous membrane) ผิิวหนัังที่่�มีีรอยฉีีกขาด (non intact skin)
ประกอบด้ว้ ย
การทำ�ความสะอาดมืออยา่ งถกู ตอ้ ง
การสวมอปุ กรณป์ ้องกันร่างกายอย่างเหมาะสม
การปอ้ งกันอุบัติเหตจุ ากของแหลมคมและฟุ้งกระจาย
การจัดการสง่ิ แวดล้อมให้ปลอดภยั
การจดั สถานท่ีส�ำ หรับผปู้ ว่ ย
การจัดการผา้ เป้ือนและขยะติดเชอื้
การเคลือ่ นย้ายผ้ปู ่วยทมี่ ีการตดิ เชื้อ
หนา้ ท่ี 6 : นยิ ามศัพท์
นิยามศพั ท์
การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคที่ติดต่อได้โดยการสัมผัส
(Contact precautions)
หมายถึง มาตรการเสริมสำ�หรับผู้ป่วยที่สงสัยหรือทราบว่า
มีการติดเชื้อที่สามารถแพร่กระจายได้โดยการสัมผัสทางตรง (direct
contact) เช่น การสัมผัสผิวหนังที่มีบาดแผล หรือการติดต่อโดย
การสัมผัสทางอ้อม (Indirect contact) เช่น การสัมผัสเครื่องมือ
ที่ปนเปื้อน ตลอดจนผู้ป่วยที่มีเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต่าง ๆ เช่น
MRSA, VRE เป็นต้น ประกอบด้วย
ปฏบิ ตั ติ ามหลกั Standard precautions
การแยกผปู้ ว่ ยเฉพาะราย และจดั หอ้ งแยก
แขวนปา้ ย Contact precautions หรอื สญั ลกั ษณไ์ วท้ ห่ี นา้ หอ้ งแยก
สวมถงุ มอื และถอดถงุ มอื ทนั ทหี ลงั ใหก้ ารรกั ษาพยาบาล
สวมเสอ้ื คลมุ หรอื ผา้ กนั เปอ้ื นพลาสตกิ ขณะใหก้ ารพยาบาล
อปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื – เครอ่ื งใช้ ใหแ้ ยกใชก้ บั ผปู้ ว่ ยเฉพาะราย
ไมเ่ คลอ่ื นยา้ ยผปู้ ว่ ยออกจากหอ้ งโดยไมจ่ �ำ เปน็
แนะน�ำ การปฏบิ ตั ติ ัวแกญ่ าตใิ นการเข้าเยีย่ ม
นยิ ามศพั ท์ : หน้าท่ี 7
นิยามศพั ท์
อปุ กรณป์ อ้ งกนั รา่ งกายส่วนบคุ คล
(personal protective equipment : PPE)
หมายถึง เครื่องแต่งกายพิเศษและวัสดุอุปกรณ์ที่บุคลากรทีม
สขุ ภาพสวมใสป่ กคลมุ อวยั วะสว่ นใดสว่ นหนง่ึ ของรา่ งกายขณะปฏบิ ตั งิ าน
เพื่อป้องกันตนเอง ผู้ป่วย หรือบุคคลอื่นจากการติดเชื้อหรือการแพร่
กระจายเชอ้ื จากการท�ำ กจิ กรรม การดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ย ซง่ึ อปุ กรณป์ อ้ งกนั
ร่างกายส่วนบุคคลที่ใช้ทางการแพทย์ ประกอบด้วย
แวน่(gปo(eอ้gyงgeกleนั w)ตaาre) (heaหdมcวoกver)
(mask) หนา้ ก((ffาaaกcceป้อsงhกieนั lใd)บ)หนา้
เสื้�อคลุุมแขนยาวชนิดิ กัันน้ำ��ำ
หรืือผ้า้ กันั เปื้�อนพลาสติิก
หนา้ ท่ี 8 : นยิ ามศัพท์
นยิ ามศพั ท์
น้ำำ��ยาทำำ�ลายเชื้�อระดัับต่ำำ�� (low level disinfectant)
หมายถึึง น้ำ�ำ�ยาที่่�ใช้้สำำ�หรัับการทำำ�ลายเชื้�อระดัับต่ำ�ำ� ที่�สามารถ
ทำำ�ลายเชื้�อแบคทีีเรีีย เชื้�อไวรััสและเชื้�อราบางชนิิด แต่่ไม่่สามารถทำำ�
ลายสปอร์์ของแบคทีีเรีียได้้ วิิธีีนี้�เหมาะกัับอุุปกรณ์์ประเภท
Non-critical items ได้้แก่่ น้ำำ��ยากลุ่�ม Benzalkonium chloride
คืือ 0.5% sodium hypochlorite หรืือ virkon
เชือ้ ดอ้ื ยาต้านจลุ ชพี ทพ่ี บบ่อยในโรงพยาบาล : หน้าท่ี 9
เชอ้ื ดอื้ ยาต้านจุลชพี
ทพ่ี บบ่อยในโรงพยาบาล
เชอื้ จลุ ชพี 5 ชนดิ ทพี่ บบอ่ ยในโรงพยาบาล และมกั ดือ้ ยาตา้ น
จุลชพี หลายขนาน ได้แก่
Escherichia coli Klebsiella pneumoniae
Acinetobacter baumannii Pseudomonas aeruginosa
Methicillin-resistant
staphylococcus aureus (MRSA)
หน้าท่ี 10 : เช้อื ดอื้ ยาต้านจลุ ชพี ทีพ่ บบ่อยในโรงพยาบาล
เช้อื ดอ้ื ยาต้านจลุ ชพี
ทพี่ บบอ่ ยในโรงพยาบาล
เช้ือด้อื ยาท่ีเปน็ ปัญหาของประเทศไทยซึ่งควรได้รับการควบคุม
เป็นกรณีพิเศษ ไดแ้ ก่
Vancomycin resistant enterococci
(VRE) เชน่ เชอื้ Enterococcus faecium
ท่ดี ื้อตอ่ ยา Vancomycin
Carbapenem-resistant
enterobacteriaceae (CRE) เช่น
Escherichia coli , Klebsiella pneu-
moniae ที่ด้ือตอ่ ยา Meropenam ,
imipenem
Acinetobacter baumannii
ทีด่ อื้ ตอ่ ยา Colistin
Pseudomonas aeruginosa
ที่ดอ้ื ต่อยา Colistin
Stenotrophomonas maltophilia
ทด่ี ื้อตอ่ ยา co-trimoxazole และ
Levofloxacin
หมวดที่ 1 การท�ำ ความสะอาดมอื : หน้าท่ี 11
1หมวดท่ี
การท�ำ ความสะอาดมือ
(Hand Hygiene)
หนา้ ที่ 12 : หมวดท่ี 1 การทำ�ความสะอาดมือ
การทำ�ความสะอาดมือ
1.1. ขั้�นตอนการทำำ�ความสะอาดมืือ ถอดเครื่�องประดัับและตััดเล็็บให้้สั้�น
ล้า้ งมือื ด้้วยน้ำำ��ยาทำ�ำ ความสะอาด ได้แ้ ก่่ น้ำำ��และสบู่� หรืือ Alcohol-based
product หรือื น้ำ��ำ และสบู่�ผสมน้ำ��ำ ยาทำ�ำ ลายเชื้�อครบ 7 ขั้�นตอน ประกอบด้ว้ ย
ใช้้เวลาทุุกขั้�นตอนรวมกัันอย่่างน้้อย 30 วิินาทีี เช็็ดมืือด้้วยกระดาษ
เช็็ดมืือ/ผ้้าสะอาดจากปลายมืือลงมาถึึงข้้อมืือด้้วยผ้้าหรืือกระดาษ ใช้้ผ้้าที่่�
เช็็ดมืือแล้้วปิิดก๊๊อกน้ำ�ำ�
หมวดท่ี 1 การท�ำ ความสะอาดมอื : หน้าที่ 13
1.2. การทำำ�ความสะอาดมืือ 5 moment ได้้แก่่
ก่อนสัมผสั ผ้ปู ่วย กอ่ นทปำ�รกาิจศกจรารกมเชสือ้ะอาด/
bหodลงัyสfมั luผiสัdเลจอื าดกรสา่ างรกคาดั ยหขลอง่ั งผแปู้ละ่วย
หลงั รสอัมบผตัสัวสผ่ิงแูป้ ว่วดยล้อม หลงั สัมผสั ผปู้ ่วย
1.3. หากมืือปนเปื้�อนสารคััดหลั่�งของผู้้�ป่่วยที่�ปรากฏชััดเจนให้้ทำำ�ความสะอาด
มืือด้้วยน้ำ�ำ�และสบู่�ผสมน้ำำ��ยาทำำ�ลายเชื้�อ หากไม่่ปนเปื้�อนสารคััดหลั่�งที่�ปรากฏ
ชััดเจนให้้ทำำ�ความสะอาดด้้วยสบู่�หรืือ Alcohol-based product ได้้
หนา้ ท่ี 14 : หมวดท่ี 2 การสวมและถอดอุปกรณป์ อ้ งกนั รา่ งกายสว่ นบุคคล
2หมวดท่ี
การสวมและถอดอปุ กรณป์ ้องกนั
รา่ งกายสว่ นบุคคล
หมวดท่ี 2 การสวมและถอดอปุ กรณ์ปอ้ งกนั รา่ งกายสว่ นบคุ คล : หน้าท่ี 15
การสวมและถอด
อุปกรณสป์ว่ น้อบงกคุ ันครลา่ งกาย
. สวมอปุ กรณ์ป้องกนั ร่างกาย
เมื่อตอ้ งสัมผัสผู้ปว่ ย หรือส่งิ แวดลอ้ มรอบตัว
.ผปู้ ว่ ย
ลา้ งมือด้วย
น้ำำ�� และสบู่� หรือื Alcohol-based product หรืือ
น้ำำ�� และสบู่�ผสมน้ำ��ำ ยาทำ�ำ ลายเชื้�อ ก่อ่ นสวมอุปุ กรณ์์
ป้อ้ งกันั ร่า่ งกาย
. ไม่่ใช้้ถุงุ มืือคู่�เดิมิ
ในการดูแู ลผู้้�ป่ว่ ยมากกว่า่ 1 ราย ไม่ล่ ้า้ งถุงุ มือื เพื่�อใช้ซ้ ้ำ��ำ
เปลี่�ยนถุงุ มือื คู่�ใหม่เ่ มื่�อต้อ้ งสัมั ผัสั ส่ว่ นของร่า่ งกายที่�สะอาด
หลังั จากสัมั ผัสั บริเิ วณที่่�มีกี ารปนเปื้�อน และล้า้ งมือื หลังั
ถอดถุุงมืือทุุกครั้�ง
.
ไม่ค่ วรนำำ�เสื้�อคลุมุ แขนยาวชนิิดกัันน้ำำ��
หรืือ Chlorinated Polyethylene gown
(CPE gown) กลัับมา ใช้ซ้ ้ำำ��แม้้ว่่าจะให้้การดููแล
ผู้้�ป่่วยรายเดิมิ
หน้าที่ 16 : หมวดท่ี 2 การสวมและถอดอุปกรณป์ อ้ งกันรา่ งกายส่วนบุคคล
การสวมและถอด
อุปกรณสป์ว่ น้อบงกคุ ันครลา่ งกาย
. เมื่�อถอดอุุปกรณ์ป์ ้อ้ งกันั ร่า่ งกายออก
ระมัดั ระวัังไม่่ให้้เกิดิ การแปดเปื้�อนเสื้�อผ้้าหรืือผิวิ หนััง
แล้้วทำำ�ความสะอาดมือื ด้้วยน้ำำ�� และสบู่�ผสมน้ำ�ำ� ยาทำ�ำ ลายเชื้�อก่อ่ นออกจาก
บริิเวณที่�ให้้การดููแลผู้้�ป่ว่ ย
. ทิ้�งอุุปกรณ์์ป้้องกันั ร่่างกายแบบใช้้ครั้�งเดีียว
ทิ้�งในถัังขยะติิดเชื้�อดื้�อยาที่่�จััดแยกไว้้ สำำ�หรัับอุุปกรณ์์ป้อ้ งกันั
ที่�สามารถนำำ�กลับั มาใช้้ซ้ำ��ำ ได้้ ควรใส่่ในภาชนะที่่�มิิดชิดิ เพื่�อนำ�ำ ไป
ทำ�ำ ความสะอาดและทำ�ำ ลายเชื้�ออย่่างเหมาะสม
. ไม่ใ่ ช้อ้ ุุปกรณ์ป์ ้อ้ งกัันร่า่ งกายซ้ำำ��
กับั ผู้้�ป่ว่ ยรายเดิิมและไม่ใ่ ช้ใ้ นการดููแลผู้้�ป่ว่ ยรายอื่�น
. เสควรม่อื แงวปน่ อ้ ปงกอ้ นังกใบนั หตาน้า(g(ofagcglee)shหieรือld)
หรอื ใชอ้ ปุ กรณร์ ว่ มกนั หลายชนดิ ตามความจ�ำ เปน็ หากคาดวา่ มกี าร
กระเด็นของเลือด สารคดั หล่งั หรือสิง่ ขบั ถา่ ยจากผ้ปู ่วยเขา้ ตา
จมกู หรอื ปาก
หมวดที่ 2 การสวมและถอดอปุ กรณป์ ้องกันรา่ งกายสว่ นบคุ คล : หน้าท่ี 17
3หมวดที่
การแยกผูป้ ่วยและอปุ กรณ์เคร่ือง
ใช้ของผู้ป่วย
หน้าท่ี 18 : หมวดที่ 3 การแยกผูป้ ว่ ยและอปุ กรณ์เคร่อื งใชข้ องผู้ปว่ ย
การแยกผูป้ ว่ ย
เฉพาะราย
. ห้อ้ งแยก
หากสามารถทำำ�ได้้ จัดั ให้้ผู้้�ป่่วยที่่�ติดิ เชื้�อดื้�อยาหรือื
มีเี ชื้�อดื้�อยาก่่อนิคิ มอยู่�ตามร่า่ งกายที่�อาจแพร่่เชื้�อสู่�
ผู้�อื่�นได้อ้ ยู่�ในห้อ้ งแยก
. ห้องเดยี วกนั
หากห้องแยกมไี ม่พอ ควรจัดให้ผู้ป่วยโรคเดยี วกนั
หรอื มีการตดิ เชอ้ื ชนดิ เดยี วกันอย่ใู นหอ้ งเดยี วกัน
^ i` le l i
. ผูป้ ว่ ยทม่ี ีโอกาสติดเช้ือสูง
หากจำ�เป็นต้องจัดให้ผู้ป่วยอยู่ห้องเดียวกับผู้ป่วยรายอื่นซึ่งไม่ได้
มีการตดิ เชอ้ื ไม่ควรจดั ให้ผ้ปู ว่ ยอยใู่ นห้องเดียวกบั ผปู้ ่วยท่มี โี อกาสตดิ
เช้ือสงู เชน่ ผ้ปู ่วยที่มภี มู คิ ้มุ กันบกพรอ่ ง ผู้ปว่ ยที่มแี ผลเปิดหรือผูป้ ว่ ย
ท่ีต้องอย่โู รงพยาบาลนาน จัดให้เตยี งผปู้ ว่ ยอยู่ห่างกนั มากกว่า 3 ฟุต
และปิดม่านระหว่างเตียงเพือ่ ลดโอกาสสัมผสั ทางตรง
หมวดที่ 3 การแยกผูป้ ว่ ยและอปุ กรณเ์ ครือ่ งใชข้ องผู้ปว่ ย : หน้าท่ี 19
การแยกอุปกรณ์เครื่องใช้
ผปู้ ่วยเฉพาะราย
. แอลกอฮอล์
^ `i lel i จัดให้มแี อลกอฮอลท์ ำ�ความสะอาดมือทปี่ ลายเตียง
ผปู้ ว่ ยทกุ ราย และในบรเิ วณทใ่ี หก้ ารดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ย
. อุปกรณ์ทางการแพทย์
ควรแยกของผปู้ ว่ ยแตล่ ะราย ไมใ่ ชร้ ว่ มกบั ผปู้ ว่ ยรายอน่ื
เชน่ ปรอทวัดไข้ หม้อ้ นอน
เครือ่ งวัดความดนั กระโถน
หูฟังแพทย์ ผ้้าเช็ด็ ตััว
ขวดรองรบั ปัสสาวะ อุุปกรณ์อ์ าบน้ำ�ำ�
.
หลังั การใช้อ้ ุปุ กรณ์์กับั ผู้้�ป่ว่ ย
ท�ำความสะอาดโดย
ปรอทวัดั ไข้้เช็็ดด้้วย 70% แอลกอฮอล์์
หููฟังั แพทย์เ์ ช็ด็ ด้ว้ ย 70% แอลกอฮอล์์
เครื่�องวัดั ความดันั เช็ด็ ด้ว้ ย 70% แอลกอฮอล์์ หรืือ
กระดาษชุุบน้ำำ��ยาสำ�ำ เร็จ็ รูปู
สำ�ำ หรับั ปลอกรัดั แขน ทำ�ำ ความสะอาดและทำ�ำ ลาย
เชื้�ออย่า่ งเหมาะสม ภายหลังั ผู้้�ป่วยออกจากโรงพยาบาล
หนา้ ท่ี 20 : หมวดที่ 3 การแยกผู้ป่วยและอปุ กรณเ์ คร่อื งใชข้ องผปู้ ว่ ย
การแยกอุปกรณ์เครื่องใช้
ผูป้ ว่ ยเฉพาะราย
. อุปกรณท์ ต่ี อ้ งใช้กับผ้ปู ่วย
ใหใ้ ชแ้ บบ ทส่ี ามารถใชแ้ ลว้ ทง้ิ ได้ (disposable) และ
ก�ำ หนดเปน็ ขยะตดิ เชอ้ื โดยทง้ิ ในถงุ แดงเพอ่ื การเผา
ท�ำ ลาย
. อุปุ กรณ์์ใช้ซ้ ้ำำ�� (Reuse)
ให้แยกท�ำความสะอาด และท�ำลายเชื้อด้วยนำ้� ยาท่ี
เหมาะสม น้�ำยาท่ีใช้ได้คอื
0.5% โซเดียี มไฮโปคลอไรด์์
Virkon โดยผสมตามขอ้ แนะน�ำข้างซอง
แผน่ ท�ำความสะอาดส�ำเรจ็ รปู ทชี่ บุ นำ�้ ยา Low level
กลมุ่ Benzalkonium
. เส้ือผ้า
ทีใ่ ช้กบั ผ้ปู ว่ ยแลว้ ให้แยกลงถงั ผ้าเปอ้ื น บรรจใุ นถงุ
พลาสติกใส และระบุเสื้อผ้าผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยา
ส่งซักท่หี นว่ ยบรกิ ารผ้า
หมวดท่ี 3 การแยกผู้ป่วยและอปุ กรณเ์ ครอ่ื งใชข้ องผปู้ ว่ ย : หนา้ ท่ี 21
การแยกอุปกรณ์เครื่องใช้
ผปู้ ว่ ยเฉพาะราย
. 0 ขวดน้ำำ��ดื่่�มและถาดอาหาร
จััดแยก ให้้พิจิ ารณาใช้้แบบใช้แ้ ล้ว้ ทิ้�งได้้
. การท้ิงขยะ
RE-CYC ขยะในหอ้ งผปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยาเปน็ ขยะตดิ เชอ้ื ไมม่ ถี งั
ขยะทว่ั ไป และถงั ขยะ recycle
AR NI . ทำ�ำ เครื่�องหมายผู้้�ป่วยติดิ เชื้�อดื้�อยา
ลงบนใบสั่�งยา หรืือเวชระเบีียนของผู้้�ป่่วย ระบุุว่่า
Anretism(iAsiMtcarRnocbeial ไม่ค่ วรนำ�ำ เวชระเบียี นวางบนเตียี งผู้้�ป่วย และเช็ด็ ทำ�ำ ความ
สะอาดเวชระเบีียนด้้วยน้ำำ��ยาทำำ�ลายเชื้ �ออย่่างน้้อย
วันั ละ 1 ครั้�ง หรือื ทุุกครั้�งที่่�มีีการปนเปื้�อน
หน้าท่ี 22 : หมวดท่ี 2 การสวมและถอดอปุ กรณป์ ้องกันรา่ งกายสว่ นบคุ คล
4หมวดที่
การจัดการส่งิ แวดลอ้ ม
หมวดท่ี 4 การจดั การสงิ่ แวดล้อม : หน้าที่ 23
การจดั การส่ิงแวดล้อม
. การท�ำ ความสะอาดและท�ำ ลายเชอ้ื
บริเวณพื้นผวิ และอปุ กรณท์ ม่ี กี ารปนเปอ้ื นเชอ้ื
รวมทง้ั พน้ื ผวิ ทใ่ี กลเ้ คียงผู้ป่วย เชน่ เตยี ง โตะ๊ ข้าง
เตียง ราวกน้ั เตียง และบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อยกว่า
บริเวณอื่นอย่างน้อยวันละ 1 ครง้ั
. การเช็ด็ ทำ�ำ ความสะอาด
เริ่�มเช็ด็ บริเิ วณที่�ปนเปื้�อนน้อ้ ยไปยังั บริเิ วณที่�ปนเปื้�อนมาก ได้แ้ ก่่ ตู้้�ข้าง
เตีียง เครื่�องช่่วยหายใจ เครื่�องดููดเสมหะระบบท่่อ โต๊๊ะคร่่อม
เตีียง ราวกั้�นเตีียง และเตียี ง ตามลำ�ำ ดัับ
. พื้�นผิวิ สิ่�งแวดล้้อมทั่�วไป
ที่่�ไม่่ใช่บ่ ริิเวณที่�ให้้การดููแลผู้้�ป่ว่ ย เช่่น
พื้�น ผนังั ม่า่ นบังั ตา และหน้า้ ต่า่ ง ทำ�ำ ความสะอาด
ด้้วยน้ำ��ำ และสารขััดล้้างตามปกติิ ในกรณีที ี่่�มีสีิ่�ง
เปรอะเปื้ �อนให้้ทำำ�ความสะอาดทัันทีี
. พื้�นผิวิ สิ่�งแวดล้้อมบริเิ วณ
ให้้การดูแู ลผู้้�ป่ว่ ยติดิ เชื้�อดื้�อยา
บริเิ วณที่่�มีเี ลืือดหรือื สารคััดหลั่�งเปรอะเปื้�อน
ให้ใ้ ช้ก้ ระดาษเช็ด็ ออกก่อ่ น หลังั จากนั้�นทำ�ำ ความสะอาด
ด้ว้ ยน้ำ�ำ� และสารขััดล้้าง และควรเช็ด็ ตามด้้วยน้ำ��ำ ยา
ทำำ�ลายเชื้�อระดับั ต่ำำ��
หนา้ ที่ 24 : หมวดท่ี 4 การจัดการส่งิ แวดล้อม
การจัดการส่งิ แวดลอ้ ม
. การสวมอปุ กรณป์ อ้ งกนั
สวมอุปกรณ์ป้องกันอย่างเหมาะสมเมื่อทำ�
ความสะอาดสิ่งแวดล้อม สวมถุงมือยางอย่างหนา
ผ้าปิดปากและจมูก และผ้ากันเปื้อนพลาสติก
. การใชถ้ ุงมอื
แยกถุงมือที่ใช้ในการทำ�ความสะอาดและทำ�ลายเชื้อ
สิ่งแวดล้อมของผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยา เปลี่ยนถุงมือใหม่
ทุกรายหากไม่สามารถทำ�ได้ ควรทำ�ความสะอาด
บริเวณผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยา
เปน็ ลำ�ดบั สุดทา้ ย
. หลังั การทำ�ำ ความสะอาด
หรือื จัดั การสิ่�งแวดล้อ้ ม ถอดอุปุ กรณ์ป์ ้อ้ งกันั
ร่า่ งกายออก ระมัดั ระวังั ไม่ใ่ ห้เ้ กิดิ การแปดเปื้�อนเสื้�อผ้า้
หรืือผิิวหนััง แล้้วทำำ�ความสะอาดมืือด้้วยน้ำ�ำ�และ
ส บู่ � ผ ส ม น้ำ�ำ � ย าทำำ � ล า ย เชื้ � อ ก่ ่ อ น อ อ ก จ า ก บ ริิ เว ณ ที่ �
ให้้การดููแลผู้้�ป่่วย ทิ้�งอุุปกรณ์์ป้้องกัันร่่างกายแบบใช้้
ครั้ �งเดีียวในถัังขยะมููลฝอยติิดเชื้ �อดื้ �อยาที่่�จััดแยกไว้้
หมวดท่ี 2 การสวมและถอดอปุ กรณ์ป้องกันรา่ งกายส่วนบคุ คล : หนา้ ท่ี 25
5หมวดที่
การสอื่ สาร
หนา้ ท่ี 26 : หมวดที่ 5 การสื่อสาร
การสือ่ สาร
กรณรี ับ-ส่งตอ่ ผปู้ ว่ ยตดิ เชอื้ ด้ือยา
. ท�ำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์
ผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยา เช่น ใบส่ังยา หรือ
เวชระเบียนของผู้ป่วย เพ่ือส่ือสารในหน่วยงาน
และระหว่างหน่วยงาน
. กรณีมี ีกี ารเคลื่�อนย้า้ ยผู้้�ป่ว่ ย
กรณีีมีีการเคลื่�อนย้้ายผู้้�ป่่วย ให้้ประสานงานและแจ้้งบุุคลากร
ที่่�ต้้องส่่งต่่อผู้้�ป่่วย รวมถึึงแจ้้งพนัักงานเปลรัับส่่งผู้้�ป่่วย และจัดั เตรียี ม
อุุปกรณ์์ป้้องกััน (CPE gown หรืือกาวน์์กัันน้ำ�ำ�/พลาสติิก ถุุงมืือ หรืือ
หน้้ากากเมื่ �อมีีข้้อบ่่งชี้ �)
. กรณเี คลอ่ื นยา้ ยผปู้ ว่ ยโดยใชล้ ฟิ ต์
ประสานงานและแจง้ พนกั งานควบคมุ ลฟิ ตใ์ หม้ ารบั เฉพาะผปู้ ว่ ย
รายนี้ งดรับบุคคลอ่ืน และจัดเตรียมอุปกรณ์ CPE gown หรือกาวน์
น�้ำ/พลาสติก ถุงมือ และผ้าเช็ดท�ำความสะอาดลิฟต์ (ใช้ครั้งเดียว)
นำ้� ยาท�ำลายเชอ้ื 2 ชดุ พรอ้ มถงุ พลาสตกิ
เพอ่ื ใสอ่ ุปกรณ์ท่ีใช้แล้ว
หมวดที่ 2 การสวมและถอดอปุ กรณ์ป้องกันร่างกายสว่ นบคุ คล : หนา้ ท่ี 27
ภาคผนวก
หนา้ ท่ี 28 : ภาคผนวก
ภาคผนวก : หนา้ ท่ี 29
หนา้ ท่ี 30 : ภาคผนวก
ภาคผนวก : หน้าท่ี 31
QR code
ไฟลเ์ อกสาร และ Clip VDO
scan เพอ่ื download scan เพ่ือ download
คู่มอื แนวปฏบิ ตั ฯิ (pdf) poster ความรู้
scan เพ่อื download scan เพ่ือ download
คมู่ อื แนวปฏบิ ตั ฯิ (eBook) Clip VDO
หน้าท่ี 32 : เอกสารอ้างองิ
เอกสารอา้ งองิ
1. คณะกรรมการปอ้ งกันและควบคมุ โรคตดิ เชือ้ ในโรงพยาบาลโรงพยาบาล
มหาราชนครเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. (2559). แนวทาง
ปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาที่จำ�เป็นต้องควบคุม
กรณีพิเศษ. โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่.
2. สถาบันบำ�ราศนราดูร กรมควบคุมโรค. (2560). คู่มือปฏิบัติการป้องกัน
และควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล (พิมพ์ครั้งที่ 2).
กรุงเทพฯ: สำ�นักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์.
3. อะเคื้อ อุณหเลขกะ. (2561). แนวทางป้องกันการป้องกันการแพร่
กระจายเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาล (พิมพ์ครั้งที่ 4).
เชียงใหม่: โรงพิมพ์มิ่งเมือง
4. Center for Disease Control and Prevention. (2017). Manage
ment of multidrug-resistance organisms in healthcare
setting 2006. Retrieved April 1, 2021. from
https://www.cdc.gov/infectioncontrol/pdf/guidelines/mdro-guidelines.pdf
คณะผจู้ ัดทำ� : หนา้ ท่ี 33
คณะผ้จู ัดท�ำ
ล�ำ ดบั ชอ่ื - นามสกุล ตำ�แหนง่
1. รศ.ดร.วนั ชัย เลศิ วฒั นวิลาศ อาจารย์ทป่ี รกึ ษาโครงการ
2. นางสาวพรรณงาม พมิ พช์ ู ที่ปรึกษาโครงการ
3. นางสาวเจษฎาพร พึ่งทอง ทปี่ รกึ ษาโครงการ
4. นางสุวรรณา เจะและ นักศกึ ษา
5. นางสาวกมลพัชร ์ วรปาณ ิ นกั ศกึ ษา
6. นางสาวเบญจพร ค�ำ อุตนะ นกั ศึกษา
7. นางสาวพรชนก วิวัฒโนดม นักศกึ ษา
ส�ำ หรับ หอผ้ปู ่วยออร์โธปิดิกสช์ าย 1
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่