หนงัสืออเิลก็ทรอนกิส(E-Book)
เร่ือง...
จดัทำโดย...นายพรีวิชญรอดสุขเจรญิม.6/3เลขท่ี7
ก
บทคัดยอ
ชื่อโครงงาน:สื่อการเรียนเร่อืง“อปุกรณคอมพิวเตอร”
โดยใชE-book
ผูพฒันา:นายพีรวชิญรอดสขุเจริญ
อาจารยที่ปรึกษา:คณุครูดารารัตนมะอิ
หนงัสอืเลก็ทรอนกิสหรอืE-bookนม้ีีจดุประสงคจดัทำขนึ้เพอ่ืศกึษาคนควาขอมูลเกี่ยวกับ
ประวตัิความเปนมาของคอมพวิเตอรและอุปกรณคอมพิวเตอรโดยนำเสนอในรูปแบบของ
หนงัสอือิเลก็ทรอนกิสหรอืE-bookเพื่องายตอการคนควาศกึษาขอมูล
โดยภายในตวัE-bookเลมนี้จะประกอบไปดวยขอมูลของประวัตคิวามเปนมาตง้ัแตอดีตจนถงึปจจุบนั
ของคอมพวิเตอรอปุกรณคอมพิวเตอรท่ีมหีลากหลายประเภทและการใชที่แตกตางกัน
โดยผจูัดทำไดทำquizข้ึนมาเพอ่ืทดสอบความรูท้งักอนและหลงัเรยีน
เพอ่ืใหผเูขาชมไดบรรลผุลตามทผ่ีูจัดทำตองการคอืการใหผูเขาชมศกึษาและคนควาเก่ียวกบั
ประวตัิและอปุกรณืคอมพวิเตอรภายในE-bookเลมใหไดมากทีส่ดุ
ข
กิตตกิรรมประกาศ
รายงานการศกึษาการเขยีนความเรียงข้ันสงูนีส้ำเรจ็ลลุวงไดดวยความ
กรุณาชวยเหลือแนะนำใหคำปรึกษา
ตรวจสอบแกไขขอบกพรองตางๆดวยความเอาใจใสอยางดียงิ่จาก
คุณครูดารารัตนมะอิครผูสูอนรายวชิาการงานอาชพีและเทคโนโลยี
ง33102ผเูขียนกราบขอบพระคณุเปนอยางสูง
ขอขอบคุณนายนางสาวติรีรอดสขุเจรญิ
และญาติพ่ีนองทกุคนท่ีชวยเหลอืสนับสนุนท้งัดานกำลังใจและ
กำลังทรพัยดวยดีตลอดมา
นอกจากนี้ยงัมผีูท่ใีหความรวมมือชวยเหลอือกีหลายทาน
ซ่ึงผูเขยีนไมสามารถกลาวนามในทน่ีไ้ีดหมด
จึงขอขอบคณุทกุทานเหลานน้ัไวณโอกาสนด้ีวย
คณุคาท้งัหลายทไ่ีดรับจากรายงานการศึกษาความเรยีงขั้นสงูฉบับนี้
ผเูขยีนขอมอบเปนกตัญกูตเวทีแดบิดามารดาและบรูพาจารยทเ่ีคยอ
บรมสงสอนรวมทัง้ผมูีพระคุณทุกทาน
พรีวชิญรอดสขุเจริญ
คำนำ
หนงัสอือิเล็กทรอนิกสเลมน้จีัดทำข้นึเพื่อ
เปนสวนหน่ึงของวชิา
การงานอาชพีและเทคโนโลยชี้นัมธัยมศึกษาปที่6
เพือ่ใหไดศึกษาหาความรูในเรือ่ง
“อุปกรณคอมพิวเตอร”และไดศกึษาอยางเขาใจ
เพอื่เปนประโยชนกบัการเรียนผจูัดทำหวงัวา
หนังสืออเิล็กทรอนิกสเลมนจ้ีะเปนประโยชน
กบัผอูานหรอืนักเรียนนกัศกึษา
ท่กีำลังหาขอมลูเรอื่งนอี้ยหูากมขีอแนะนำ
หรือขอผิดพลาดประการใด
ผจูัดทำขอนอมรบัไวและขออภัยมาณท่ีนดี้วย
นายพีรวิชญรอดสุขเจรญิ
วันที่20กมุภาพนัธพ.ศ.2562
สารบัญ ก
ข
บทคัดยอ 1
กติตกิรรมประกาศ
7
ประวัติความเปนมา 17
19
-ยุคท่ี1ยุคหลอดสูญญากาศ 21
-ยคุที่2ยคุทรานซิสเตอร
-ยคุที่3ยุควงจรรวม
-ยคุที่4วีแอลเอสไอ
-ยคุท่ี5ยุคเครือขาย
อปุกรณคอมพวิเตอร
แบบฝกหัดหลังเรยีน
เฉลยแบบฝกหัดหลังเรยีน
บรรณานุกรม
1
ประวตัคิวามเปนมา
ยุคท่ี1(พ.ศ.2489-2501)"ยุคหลอดสญุญากาศ"
เปนการประดิษฐเครื่องคอมพวิเตอรทมี่ิใชเครื่องคำนวณ
โดยเมาชลีและเอ็กเคอรต(MauchlyandEckert)
ไดนำแนวความคดินน้ัมาประดษิฐเปนเคร่อืงคอมพวิเตอรที่มปีระสทิธิ
ภาพมากเครื่องหนึ่งเรยีกวาENIAC(ElectronicNumericialInte-
gratorandCalculator)
ซึ่งตอมาไดทำการปรับปรุงการทำงานของเคร่ืองคอมพิวเตอรใหมปีระ
สิทธิภาพดีย่งิขึ้น และไดประดษิฐเคร่ืองUNIVAC(UniversalAu-
tomaticComputer)
ข้นึเพื่อใชในการสำรวจสำมะโนประชากรประจำป
จงึนบัไดวาUNIVACเปนเครอื่งคอมพิวเตอรเครื่องแรกของโลกท่ี
ถกูใชงานในเชงิธรุกจิ
ซ่งึนับเปนการเรม่ิของเครื่องคอมพิวเตอรในยคุแรกอยางแทจรงิ
เครือ่งคอมพวิเตอรในยคุนใ้ีชหลอดสญุญากาศในการควบคุมการทำงา
นของเครือ่งซงึ่ทำงานไดอยางรวดเร็ว
แตมีขนาดใหญมากและราคาแพง
ยคุแรกของคอมพวิเตอรสนิ้สุดเม่ือมีผูประดิษฐทรานซิสเตอรมาใชแทน
หลอดสญูญากาศ
ลักษณะเฉพาะของเครือ่งคอมพวิเตอรยุคท่ี1 2
ใชอปุกรณหลอดสุญญากาศ(VacuumTube)เปนสวนประกอบหลกั
ทำใหตวัเคร่ืองมีขนาดใหญใชพลังงานไฟฟามากและเกิดความรอนสูง
ทำงานดวยภาษาเคร่อืง(MachineLanguage)เทาน้นั
เรมิ่มกีารพฒันาภาษาสญัลักษณ(Assembly/SymbolicLanguage)ขึ้นใชงาน
1
ประวตัคิวามเปนมา
ยคุที่2(พ.ศ.2502-2506)"ยคุทรานซสิเตอร"
มีการนำทรานซสิเตอร
มาใชในเครื่องคอมพิวเตอรจงึทำใหเครือ่งมขีนาดเล็กลง
และสามารถเพมิ่ประสิทธิภาพในการทำงานใหมคีวามรวดเรว็และแมน
ยำมากยง่ิขน้ึนอกจากนี้
ในยุคนีย้งัไดมกีารคิดภาษาเพื่อใชกับเคร่อืงคอมพวิเตอรเชน
ภาษาฟอรแทน(FORTRAN)
จงึทำใหงายตอการเขยีนโปรแกรมสำหรบัใชกับเครอ่ืง
ลกัษณะเฉพาะของเครือ่งคอมพวิเตอรยคุที่2
ใชอปุกรณทรานซิสเตอร(Transistor)
ซึ่งสรางจากสารกง่ึตวันำ(Semi-Conductor)เปนอุปกรณหลัก
แทนหลอดสญุญากาศเนื่องจากทรานซิสเตอรเพยีงตวัเดยีว
มีประสิทธภิาพในการทำงานเทียบเทาหลอดสญุญากาศไดนบัรอยหลอ
ดทำใหเคร่อืงคอมพิวเตอรในยุคน้ีมขีนาดเล็กใชพลงังานไฟฟานอย
ความรอนตำ่ทำงานเร็วและไดรับความนาเช่ือถอืมากยง่ิข้นึ
เกบ็ขอมูลไดโดยใชสวนความจำวงแหวนแมเหล็ก(Magnetic
Core)
มคีวามเรว็ในการประมวลผลในหนงึ่คำสั่ง
ประมาณหนงึ่ในพันของวินาที(Millisecond:mS)
ยคุท่ี3(พ.ศ.2507-2512)"ยคุวงจรรวม" 2
คอมพิวเตอรในยุคน้ีเร่มิตนภายหลงัจากการใชทรานซิสเตอรไดเพียง
5ปเนื่องจากไดมีการประดิษฐคิดคนเก่ยีวกบัวงจรรวม(Integrat-
ed-Circuit)หรือเรยีกกนัยอๆวา"ไอซ"ี(IC)
ซ่งึไอซนีที้ำใหสวนประกอบและวงจรตางๆ
สามารถวางลงไดบนแผนชิป(chip)เลก็ๆเพยีงแผนเดียว
จงึมีการนำเอาแผนชิปมาใชแทนทรานซสิเตอรทำใหประหยดัเนือ้ท่ีได
มาก
นอกจากนย้ีงัเร่มิมีการใชงานระบบจัดการฐานขอมลู(Data
BaseManagementSystems:DBMS)
และมกีารพัฒนาเครือ่งคอมพวิเตอรใหสามารถทำงานรวมกนัไดหลาย
ๆงานในเวลาเดยีวกนั
และมีระบบที่ผูใชสามารถโตตอบกับเคร่อืงไดหลายๆคนพรอมๆกนั
(TimeSharing)
(AssemblyLanguage)
เรมิ่พฒันาภาษาระดับสงู(HighLevelLanguage)ขึน้ใชงานในยคุนี้
ลักษณะเฉพาะของเครอื่งคอมพิวเตอรยุคที่3
ใชอุปกรณวงจรรวม(IntegratedCircuit:IC)หรือไอซี
และวงจรรวมสเกลขนาดใหญ(LargeScaleIntegration:LSI)เปนอุปกรณหลัก
ทำงานไดดวยภาษาระดบัสูงท่ัวไป
5
ประวตัคิวามเปนมา
ยุคที่4(พ.ศ.2513-2532)"ยคุวีแอลเอสไอ"
เปนยุคท่ีนำสารกง่ึตัวนำมาสรางเปนวงจรรวมความจสุูงมาก
(VeryLargeScaleIntegrated:VLSI)
ซึง่สามารถยอสวนไอซีธรรมดาหลายๆวงจรเขามาในวงจรเดยีวกนั
และมีการประดิษฐไมโครโพรเซสเซอร(Microprocessor)ข้นึ
ทำใหเครอื่งมีขนาดเลก็ราคาถกูลง
และมคีวามสามารถในการทำงานสูงและรวดเร็วมาก
จึงทำใหมีคอมพวิเตอรสวนบุคคล(PersonalComputer)
ถือกำเนดิขึน้มาในยคุน้ี
ลกัษณะเฉพาะของเครอื่งคอมพิวเตอรยคุท่ี4
ใชอปุกรณวงจรรวมสเกลขนาดใหญ(LargeScaleIntegration:LSI)และ
วงจรรวมสเกลขนาดใหญมาก(VeryLargeScaleIntegration:VLSI)
เปนอุปกรณหลกั
มคีวามเรว็ในการประมวลผลแตละคำสัง่ประมาณหนึ่งในพันลานวนิาที(Nanosec-
ond:nS)และพฒันาตอมาจนมคีวามเร็วในการประมวลผลแตละคำสัง่
ประมาณหน่ึงในลานลานของวินาที(Picosecond:pS)
6
ยุคที่5(พ.ศ.2533-ปจจบุนั)"ยุคเครอืขาย"
ในยคุนไี้ดมุงเนนการพัฒนาความสามารถในการทำงานของระบบคอมพวิเตอร
และความสะดวกสบายในการใชงานเคร่ืองคอมพวิเตอรอยางชดัเจนมกีารพัฒนาสรา
งเครือ่งคอมพิวเตอรแบบพกพาขนาดเล็ก(PortableComputer)ข้นึใชงานในยคุนี้
โครงการพัฒนาอปุกรณVLSIใหใชงานงายและมีความสามารถสูงขึน้
รวมทั้งโครงการวิจยัและพฒันาเกย่ีวกับปญญาประดษิฐ(ArtificialIntelligence:
AI)เปนหัวใจของการพัฒนาระบบคอมพิวเตอรในยคุน้ี
โดยหวงัใหระบบคอมพวิเตอรมีความรูสามารถวเิคราะหปญหาดวยเหตผุล
องคประกอบของระบบปญญาประดษิฐประกอบดวย4หวัขอไดแก
1.ระบบหนุยนตหรือแขนกล(RoboticsorRobotarmystem)
หนุจำลองรางกายมนษุยท่คีวบคุมการทำงานดวยเครอ่ืงคอมพิวเตอร
มีจุดประสงคเพ่อืใหทำงานแทนมนษุยในงานท่ตีองการความเร็วหรอืเสย่ีงอันตราย
เชนแขนกลในโรงงานอุตสาหกรรมหรือหนุยนตกูระเบดิเปนตน
2.ระบบประมวลภาษาพูด(NaturalLanguageProcessingSystem)
การพัฒนาใหระบบคอมพิวเตอรสามารถสังเคราะหเสยีงท่มีีอยใูนธรรมชาติ(Syn-
thesize)เพอื่สือ่ความหมายกบัมนุษยเชนเคร่อืงคิดเลขพูดได(TalkingCalcula-
tor)หรือนาิกาปลุกพดูได(TalkingClock)เปนตน
3.การรูจำเสียงพดู(SpeechRecognitionSystem)
การพฒันาใหระบบคอมพวิเตอรเขาใจภาษามนุษย
และสามารถจดจำคำพูดของมนษุยไดอยางตอเน่อืง
กลาวคือเปนการพฒันาใหเครือ่งคอมพวิเตอรทำงานไดดวยภาษาพูดเชน
งานระบบรกัษาความปลอดภยังานพิมพเอกสารสำหรบัผพูิการเปนตน
4.ระบบผการพฒันาใหระบบคอมพิวเตอรมคีวามรู
รูจกัใชเหตุผลในการวิเคราะหปญหาโดยใชความรทูมี่ี
7
อุปกรณคอมพวิเตอร
1.จอภาพ(Monitor)
เปนอปุกรณแสดงผลทีม่คีวามสำคัญมากท่ีสดุเพราะจะตดิตอโดยตรงกบัผูใช
ชนิดของจอภาพทใ่ีชในเครอ่ืงพีซีโดยทั่วไปจะแบงไดเปน2ชนิด
-จอซีอารที(CRT:CathodeRayTube)
โดยมากจะพบในคอมพวิเตอรตั้งโตะซ่งึลักษณะจอภาพชนิดนจ้ีะคลายโทรทศัน
ซ่งึจะใชหลอดสญุญากาศการทำงานของจอประเภทนี้จะทำงานโดยอาศยัหลอดภาพ
ที่สรางภาพโดยการยงิลำแสงอิเลก็ตรอนไปยงัที่ผวิหนาจอ
ทมี่ีสารพวกสารประกอบของฟอสฟอรสัฉาบอยูทผี่ิว
ซึ่งจะเกิดภาพขึ้นมาเมือ่สารเหลานีเ้กิดการเรอืงแสงขน้ึมาเมอื่มีอิเลก็ตรอนมากระทบ
ซงึ่ในสวยของจอแบบShadowMaskนนั้จะมีการนำโลหะท่ีมีรเูล็กๆ
มาใชในการกำหนดใหแสงอเิลก็ตรอนนั้นยิงมาไดถูกตองและแมนยำ
ซ่งึระยะหางระหวางรูนเ้ีราเรียกกันวาDotPitch
ซ่ึงในรูนีจ้ะมีสารประกอบของฟอสฟอรสัวางเรียงกนัอยูเปน3จุด3มมุ
โดยแตละจุดจะเปนสขีองแมสนี้ันก็คอืสแีดงสีเขียวและสนีำ้เงิน
ซ่งึแตละจดุนีเ้ราเรียกวาTriadในสวนของจอแบบTrinitron
น้ันจะมีการทำงานทเี่หมือนกนัแตตางกนัที่ไมไดใชโลหะเปนรูแตจะใช
โลหะทเ่ีปนเสนเลก็ๆขงึพาดไปตามแนวตงั้
เพ่อืทีจ่ะใหอเิลก็ตรอนนั้นตกกระทบกบัผวิจอทีม่ีสารประกอบของฟอสฟอรสัไดมาก
สำหรบัจอTrinitron
ในปจจบุนัน่ไีดมีการพัฒนาใหมคีวามแบนราบมากขน้ึซึง่จอแบบนจี้ะเรียกกันวาFD
Trinitron(FlatDisplayTrinitron)
ซง่ึมีมากมายในปจจุบนัและจะเขามาแทนทีจ่ะแบบเดมิๆ
อีกทงั้ราคายงัถกูลงเปนอยางมากดวย
8
-จอแอลซีดี(LCD:LiquidCrystalDisplay)
ซง่ึมีลักษณะแบนราบจะมีขนาดเลก็และบางเมือ่เปรียบเทียบกับจอภาพแบบซแีอลท
การทำงานนั้นจะไมเหมือนกับจอแบบCRTแมสกันิดเดยีว
ซ่งึการแสดงภาพนนั้จะซบัซอนกวามาก
การทำงานนัน้อาศัยหลักของการใชความรอนทไ่ีดจากขดลวดมาทำการเปล่ียนและ
บังคับใหผลกึเหลวแสดงสีตางๆ
ออกมาตามท่ีตองการซ่ึงการแสดงสีน้นัจะเปนไปตามที่กำหนดไวตามมาตรฐานของแตละ
บรษิทัจงึทำใหจอแบบLCDมขีนาดทบ่ีางกวาจอCRTอยูมากอีกทั้งยังกินไฟนอยกวา
จึงทำใหผูผลิตนำไปใชงานกับเครอื่งคอมพิวเตอรแบบเคล่อืนทโี่นตบุคและเดสโนต
ซึ่งทำใหเครื่องมีขนาดที่บางและเลก็สามารถพกพาไปไดสะดวก
ในสวนของการใชงานกับเครือ่งเดสกท็อปท่วัไปกม็ซีง่ึจอแบบLCD
น้ีจะมรีาคาทแ่ีพงกวาจอทั่วไปอยปูระมาณ2เทาของราคาในปจจุบนั
จอCRT
จอLCD
9
อุปกรณคอมพิวเตอร
2.เคส(Case)
เคสคือโครงหรอืกลองสำหรบัประกอบอปุกรณตางๆ
ของคอมพิวเตอรไวภายในการเรยีกชอื่และขนาด
ของเคสจะแตกตางกนัออกไปซึ่งในปจจบุนัมหีลายแบบท่นียิมกัน
แลวแตผูซ้ือจะเลือกซอ้ืตามความเหมาะสมของงานและสถานท่ีนน้ั
3.พาวเวอรซพัพลาย(PowerSupply)
เปนอปุกรณทท่ีำหนาที่ในการจายกระแสไฟฟาใหกับชิ้นสวนอุปกรณ
คอมพิวเตอรซึง่ถาคอมพิวเตอรมีอุปกรณตอพวงเยอะๆเชน
ฮารดดสิกซดีรีอมไดรฟ
ดวีีดีไดรฟก็ควรเลอืกพาวเวอรซัพพลายทม่ีีจำนวนวตัตสงู
เพือ่ใหสามารถจายกระแสไฟไดเพียงพอ
4.คยีบอรด(Keyboard)
เปนอปุกรณในการรับขอมลูท่ีสำคัญท่สีดุมีลกัษณะคลายแปนพิมพ
ของเคร่อืงพิมพดีดมีจำนวนแปน84-105แปน
ข้ึนอยกูับแปนท่ีเปนกลุมตัวเลข(Numerickeypad)กลมุฟงกชัน
(Functionkeys)กลมุแปนพเิศษ(Special-purposekeys)
กลมุแปนตวัอกัษร(Typewriterkeys)
10
5.เมาส(Mouse)
อุปกรณรับขอมูลทน่ียิมรองจากคยีบอรด
เมาสจะชวยในการบงชตี้ำแหนงวาขณะนี้กำลงัอยูณ
จดุใดบนจอภาพเรยีกวา"ตัวชตี้ำแหนง(Pointer)"
ซง่ึอาศัยการเล่ือนเมาสแทนการกดปุมบงัคบัทิศทางบนคียบอรด
6.เมนบอรด(Mainboard)
แผนวงจรไฟฟาแผนใหญท่ีรวมเอาชิ้นสวนอิเล็กทรอนกิสทีส่ำคญัๆมา
ไวดวยกันซ่งึเปนสวนทีค่วบคุมการทำงานของอุปกรณตางๆ
ภายในพีชีทง้ัหมดมลีักษณะเปนแผน
รูปรางสเ่ีหล่ยีมแผนท่ีใหญทีส่ดุในพชีีท่ีจะรวบรวมเอาชปิและไอชี
(IC=IntegratedCircuit)รวมทงั้การดตอพวงอืน่ๆ
เอาไวดวยกันบนบอรดเพียงอันเดียวเคร่ืองพชีทีุกเครื่องไมสามารถทำ
งานไดถาขาดเมนบอรด
11
อุปกรณคอมพิวเตอร
7.ซพียีู(CPU)
ซีพียูหรือหนวยประมวลผลกลางเรยีกอีกชอ่ืหนง่ึวาโปรเซสเซอร(Processor)หรือชิป
(chip)นับเปนอุปกรณท่มีคีวามสำคญัมากทส่ีุดของฮารดแวร
เพราะมีหนาทใี่นการประมวลผลจากขอมูลที่ผูใชปอน
เขามาทางอปุกรณนำเขาขอมลูตามชุดคำสั่งหรอืโปรแกรมท่ผีใูชตองการใชงาน
หนวยประมวลผลกลางประกอบดวยสวนสำคญั2สวนคอื
1)หนวยคำนวณและตรรกะ(Arithmetic&LogicalUnit:ALU)
หนวยคำนวณตรรกะทำหนาทีเ่หมอืนกับเคร่อืงคำนวณอยใูนเคร่ืองคอมพวิเตอร
โดยทำงานเก่ียวกับการคำนวณทางคณติศาสตรเชนบวกลบคูณหาร
อีกท้ังยังมีความสามารถอกีอยางหนงึ่ทเ่ีคร่อืงคำนวณธรรมดาไมมีคือ
ความสามารถในเชงิตรรกะศาสตรหมายถึง
ความสามารถในการเปรียบเทียบตามเงือ่นไขและกฎเกณฑทางคณิตศาสตร
เพ่อืใหไดคำตอบออกมาวาเง่ือนไขนน้ัเปนจริงหรือเท็จได
2)หนวยควบคุม(ControlUnit)หนวยควบคมุ
ทำหนาท่คีวบคมุลำดบัขั้นตอนการประมวลผล
รวมไปถึงการประสานงานกับอปุกรณนำเขาขอมลูอุปกรณแสดงผล
และหนวยความจำสำรองดวยซีพยีทูม่ีจีำหนายในทองตลาดไดแกPentiumIII,Pen-
tium4,PentiumM(Centrino),Celeron,Dulon,Athlon
12
8.การดแสดงผล(DisplayCard)
การดแสดงผลใชสำหรับเก็บขอมลูทไ่ีดรับมาจากซีพยีู
โดยท่กีารดบางรนุสามารถประมวลผลไดในตัวการด
ซง่ึจะชวยแบงเบาภาระการประมวลผลใหซีพียู
จงึทำใหการทำงานของคอมพิวเตอรน้นัเร็วขนึ้ดวย
ซ่งึตวัการดแสดงผลนัน้จะมหีนวยความจำในตัวของมันเอง
ถาตัวการดมีหนวยความจำมากก็จะรับขอมลูจากซีพียไูดมากขนึ้
ซง่ึจะชวยใหการแสดงผลบนจอภาพมคีวามเรว็สงูขึ้นดวย
หลักการทำงานพ้นืฐานของการดแสดงผลจะเร่ิมตนขน้ึ
เมอื่โปรแกรมตางๆสงขอมลูมาประมวลผลที่ซพีียเูมื่อซพีียูประมวลผล
เสรจ็แลวกจ็ะสงขอมลูทีจ่ะนำมาแสดงผลบนจอภาพมาทก่ีารดแสดงผล
จากนน้ัการดแสดงผลก็จะสงขอมูลน้ีมาทีจ่อภาพตามขอมูลทไ่ีดรบัมา
การดแสดงผลรนุใหมๆที่ออกมาสวนใหญกจ็ะมวีงจร
ในการเรงความเร็วการแสดงผลภาพสามมิติ
และมีหนวยความจำมาใหมากพอสมควร
13
อุปกรณคอมพวิเตอร
9.แรม(RAM)
RAMยอมาจากคำวาRandom-AccessMemoryเปนหนวยความจำหลักแตไมถาวร
ซ่ึงจะตองมไีฟมาหลอเลย้ีงอปุกรณตลอดในการทำงานโดยถาเกดิไฟฟากระพรบิหรือดับ
ขอมูลทีถู่กบันทกึไวในหนวยความจำจะหายไปทนัที โดยหลกัการทำงานคราวๆ
ของแรมนน้ัเริม่ตนที่รบัขอมลูจากผใูชผานอปุกรณInputจากน้นัก็จะสงขอมลูไปยัง
CPUในการประมวลผลเมอื่CPUประมวลผลเสร็จแลว
แรมจะรับขอมลูท่ีไดรับการประมวลผลแลวออกไปยงัอุปกรณOutputตอไป
โดยหนวยความจำแรมทใี่ชในปจจบุนัมหีลายชนิดเชนSDRAM,DDR-RAM,RDRAM
SD-RAM
RD-RAM
DDR-RAM
14
10.ฮารดดิสก(Harddisk)
เปนอุปกรณที่ใชในการเกบ็ขอมูลหรือโปรแกรมตางๆของคอมพวิเตอร
โดยฮารดดิสคจะมีลกัษณะเปนรปูสเ่ีหล่ียมท่มีีเปลือกนอกเปนโลหะแขง็
และมแีผงวงจรสำหรับการควบคมุการทำงานประกบอยทูดี่านลาง
พรอมกบัชองเสียบสายสญัญาณและสายไฟเลี้ยง
สวนประกอบภายในจะถกูปดผนึกไวอยางมิดชดิโดย
ฮารดดสิคสวนใหญจะประกอบดวยแผนจานแมเหลก็(platters)
สองแผนหรือมากกวามาจดัเรยีงอยบูนแกนเดียวกันเรียกSpindle
ทำใหแผนแมเหลก็หมุนไปพรอมๆกนัจากการขบัเคลอ่ืนของมอเตอร
แตละหนาของแผนจานจะมีหวัอานเขียนประจำเฉพาะ
โดยหัวอานเขียนทกุหัวจะเชอ่ืมติดกนัคลายหวี
สามารถเคลอื่นเขาออกระหวางแทรก็ตางๆอยางรวดเรว็
ซ่งึอินเตอรเฟสของฮารดดสิกท่ีใชในปจจบุนัมอียู3ชนดิดวยกัน
-IDE(IntegratedDriveElectronics)
-SCSI(SmallComputerSystemInterface)
-SerialATA(AdvancedTechnologyAttachment)
IDE SCSI
SERIALATA
15
อปุกรณคอมพิวเตอร
11.CD-ROM/CD-RW/DVD/DVD-RW
การทำงานของCD-ROM
ภายในซีดรีอมจะแบงเปนแทรก็และเซก็เตอรเหมือนกบัแผนดิสก
แตเซ็กเตอรในซดีีรอมจะมีขนาดเทากนัทุกเซก็เตอร
ทำใหสามารถเก็บขอมลูไดมากขึ้น
เม่ือไดรฟซีดีรอมเริ่มทำงานมอเตอรจะเริม่หมุนดวยความเร็วหลายคา
ทั้งนเี้พอ่ืใหอัตราเรว็ในการอานขอมูลจากซดีรีอมคงทีส่มำ่เสมอทุกเซ็กเตอร
ไมวาจะเปนเซ็กเตอรท่ีอยรูอบนอกกรอืวงในก็ตาม
จากน้ันแสงเลเซอรจะฉายลงซดีีรอม
โดยลำแสงจะถกูโฟกสัดวยเลนสท่เีคลอ่ืนตำแหนงได
โดยการทำงานของขดลวด
ลำแสงเลเซอรจะทะลผุานไปท่ีซีดีรอมแลวถกูสะทอนกลบั
ท่ผีวิหนาของซีดีรอมจะเปนหลมุเปนบอสวนทเ่ีปนหลมุลงไปเรยีก"แลนด"
CD-ROM
16
12.ฟลอ็ปปดสิก(FloppyDisk)
เปนอปุกรณทก่ีำเนิดมากอนยุคของพีซเีสยีอกีโดยเร่ิมจากทมี่ีขนาด8น้ิว
กลายมาเปน5.25น้วิจนมาถงึปจจุบันซ่งึอยทู่ี3.5นวิ้
ในสวนของความจุเรม่ิตนตง้ัแตไมก่ีรอยกิโลไบตมาเปน1.44เมกะไบตและ
2.88เมกะไบตตามลำดับ
ในปจจบุันการใชงานฟลอ็ปปดสิกนัน้นอยลงไปมากเพราะ
เนอื่งจากจุขอมลูไดนอยซงึ่ไมเพยีงพอกบัความตองการ
แตฟลอ็ปปดิสกกย็ังคงเปนมาตรฐานหนง่ึทีเ่ครื่องคอมพวิเตอรทุกเคร่ืองตองมี
การพัฒนาฟล็อปปดิสกก็ไมไดหยดุยง้ัไปเสียทีเดียว
ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยใีหมทใ่ีชระบบOptical
ทำใหสามารถขยายความจไุปไดถึง120เมกะไบตตอแผน
FloppyDisk
17
แบบฝกหดัหลังเรยีน
1.ขอใดเปนอปุกรณนำเขา(input)
1.จอภาพ
2.คยีบอรด
3.ตวัเครอื่ง
4.เครอื่งพิมพ
2.สง่ิใดมีหนาท่ใีนการปอนขอมูลเขาเครอื่งคอมพิวเตอร
1.จอภาพ
2.แปนพิมพ
3.ซีพียู
4.ฮารดดสิก
3.จอภาพของคอมพวิเตอรมีหนาที่อยางไร
1.บันทกึผลขอมูล
2.ประมวลผลขอมลู
3.แสดงผลขอมูล
4.กระจายผลขอมลู
4.ปุมเปด-ปดจะอยูในอปุกรณใดของคอมพวิเตอร
1.ซพียีู
2.เมาส
3.แปนพมิพ
4.เครือ่งพมิพ
5.อปุกรณใดใชช้ตีำแหนงบนจอภาพ 18
1.แปนพิมพ
2.เมาส
3.จอภาพ
4.เคร่อืงพมิพ
6.อปุกรณคอมพิวเตอรในขอใดทำหนาท่ีคลายสมองคน
1.เมาส
2.ซีพยีู
3.แปนพมิพ
4.จอภาพ
7.ขอใดไมใชสวนประกอบของฮารดแวร
1.ซพียีู
2.โปรแกรม
3.เมาส
4.จอภาพ
8.ฮารดดิสกเกยี่วของกบัการทำงานของคอมพวิเตอรในข้ันตอนใด
1.เก็บขอมลู
2.แสดงผลขอมูล
3.ประมวลผลขอมูล
4.รับขอมลู
9.ระบบคอมพวิเตอรฮารดแวรม่สีวนประกอบกห่ีนวย
1.2หนวย
2.3หนวย
3.4หนวย
4.5หนวย
19
เฉลยแบบฝกหดัหลงัเรยีน
1.ขอใดเปนอุปกรณนำเขา(input)
1.จอภาพ
2.คยีบอรด
3.ตัวเครอื่ง
4.เครอ่ืงพิมพ
2.สง่ิใดมหีนาทใ่ีนการปอนขอมูลเขาเคร่ืองคอมพิวเตอร
1.จอภาพ
2.แปนพิมพ
3.ซพียีู
4.ฮารดดิสก
3.จอภาพของคอมพิวเตอรมหีนาที่อยางไร
1.บนัทึกผลขอมูล
2.ประมวลผลขอมูล
3.แสดงผลขอมูล
4.กระจายผลขอมูล
4.ปมุเปด-ปดจะอยูในอปุกรณใดของคอมพิวเตอร
1.ซีพยีู
2.เมาส
3.แปนพมิพ
4.เครอ่ืงพิมพ
5.อปุกรณใดใชช้ตีำแหนงบนจอภาพ 20
1.แปนพิมพ
2.เมาส
3.จอภาพ
4.เคร่อืงพมิพ
6.อปุกรณคอมพิวเตอรในขอใดทำหนาท่ีคลายสมองคน
1.เมาส
2.ซีพยีู
3.แปนพมิพ
4.จอภาพ
7.ขอใดไมใชสวนประกอบของฮารดแวร
1.ซพียีู
2.โปรแกรม
3.เมาส
4.จอภาพ
8.ฮารดดิสกเกยี่วของกบัการทำงานของคอมพวิเตอรในข้ันตอนใด
1.เก็บขอมลู
2.แสดงผลขอมูล
3.ประมวลผลขอมูล
4.รับขอมลู
9.ระบบคอมพวิเตอรฮารดแวรม่สีวนประกอบกห่ีนวย
1.2หนวย
2.3หนวย
3.4หนวย
4.5หนวย
21
แหลงอางองิ
http://computer.kapook.com/equpi-
ment.php(อุปกรณคอม)
https://sites.google.com/site/smilevari-
ety244/khwam-ru-beux-
ng-tn-keiyw-kab-khxmphiwtexr-laea-thekhn
oloyi-sarsnthes/khwam-hmay-khxng-khxmp
hiwtexr/prawati-khwam-pen-ma-khxng-khx
mphiwtexr(ประวตัิคอมพวิเตอร)
จบการนำเสนอ