ต้นกมุ่ บก
ชอ่ื สมุนไพร กุ่มบก
ช่ืออ่นื ๆ ผกั กา่ ม (อสี าน) กมุ่ ผกั กมุ่
ชือ่ วิทยาศาสตร์ Crateva adansonii DC.
ชื่อพอ้ ง Crateva guineensis Schumach. & Thonn., Crateva laeta
ชื่อวงศ์ Capparaceae
ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์
แหลง่ เรียนรู้วถิ ชี มุ ชนบา้ นแหว้
วดั โนนสงู ตาบลบา้ นโนน อาเภอซาสงู จังหวดั ขอนแก่น
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑติ วทิ ยาลยั สงฆ์ขอนแก่น
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย วทิ ยาเขตขอนแก่น
ต้นกมุ่ บก
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไมย้ ืนตน้ ผลดั ใบ สูงไดถ้ งึ 20 เมตร แตกกิ่งก้านโปร่ง กิ่งก้านมักคดงอ เปลือกสนี ้าตาลอ่อน
ค่อนขา้ งเรยี บหรือมีรอยแตกตามขวาง ใบ เปน็ ใบประกอบแบบนิ้วมือ มีใบย่อย 3 ใบ ออก
เรียงสลบั ใบรูปไข่ กวา้ ง 2-6 เซนติเมตร ยาว 2-10 เซนตเิ มตร ปลายใบแหลมมีติ่งสั้น โคน
ใบสอบ ขอบใบเรยี บ ใบย่อยทอี่ ยดู่ า้ นข้างโคนใบจะเบี้ยว เนื้อใบหนานุ่ม ผิวใบมัน แผ่นใบ
เรียบทั้งสองด้าน ก้านใบร่วมยาว 7-9 เซนติเมตร เส้นแขนงใบ 4-5 คู่ ดอก ออกเป็นช่อ
กระจุก ตามซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกสีขาวเมื่อแรกบาน แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสี
ชมพู กลีบดอกมี 4 กลบี รูปรี ปลายมน โคนสอบเรยี ว เห็นเส้นบนกลีบชัดเจนคล้ายเส้นใบ
โคนกลีบเป็นเส้นคล้ายก้าน กลีบเลี้ยงรูปรี กลีบเลี้ยงพอแห้งเปลี่ยนเป็นสีส้ม เกสรตัวผู้มี
จานวนมาก ก้านเป็นเสน้ สีม่วง เกสรเพศเมียค่อนข้างยาว 1 อัน มีรังไข่เหนือวงกลีบ กลีบ
เล้ยี งมี 4 กลบี ขนาดเลก็ ผลสด รปู ทรงกลม ขนาด 2-3.5 เซนติเมตร ผิวมีจุดสีน้าตาลอม
แดง เปลือกแขง็ ผลออ่ นมีสเี ขยี ว พอสกุ มสี นี ้าตาลแดง เมล็ดรูปเกือกม้าหรือรูปไต กว้าง 2
มิลลิเมตร ยาว 6 มิลลิเมตร มีหลายเมล็ด ผิวเรียบ พบตามป่าผสมผลัดใบ ป่าเต็งรัง ไร่นา
ป่าเบญจพรรณ เขาหินปูนและป่าไผ่ พบตั้งแต่ระดับน้าทะเลถึง 350 เมตร ออกดอกราว
เดอื นกุมภาพนั ธถ์ งึ มนี าคม ตดิ ผลราวเดอื นกันยายนถงึ ธันวาคม
แหล่งเรยี นรวู้ ถิ ีชมุ ชนบ้านแหว้
วัดโนนสูง ตาบลบ้านโนน อาเภอซาสูง จงั หวัดขอนแก่น
หลกั สูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์ขอนแก่น
มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแกน่
ต้นกมุ่ บก
ลกั ษณะของกมุ่ บก
ต้นกุ่ม หรือ ต้นกุ่มบก กุ่มบกมีถิ่นกาเนิดในประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ และตามเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มี
ความสูงประมาณ 6-10 เมตร ลาต้นมีสีเทาหรือสีน้าตาลอมเทา เปลือกต้นหนาค่อนข้าง
เรียบ มีเนื้อไม้หนาขาวปนเปลือง เนื้อละเอียด มักขึ้นตามที่ดอนและในป่าผลัดใบ
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง และการปักชา สาหรับในประเทศไทยสามารถ
พบตน้ กมุ่ ได้มากทางภาคใต้และภาคกลาง เชน่ จงั หวดั กระบี่ ชุมพร พังงา และระนอง
แหลง่ เรยี นรูว้ ถิ ีชุมชนบ้านแหว้
วัดโนนสูง ตาบลบ้านโนน อาเภอซาสงู จงั หวัดขอนแก่น
หลกั สตู รรัฐประศาสนศาสตรบณั ฑิต วทิ ยาลยั สงฆข์ อนแก่น
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตขอนแกน่
ต้นกมุ่ บก
ใบก่มุ บก มใี บเป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ มีใบยอ่ ยอยู่ 3 ใบ ก้านใบประกอบมีความ
ยาวประมาณ 7-9 เซนติเมตร ส่วนใบย่อยมีลักษณะเป็นรูปไข่หรือรูปรี มีความกว้าง
ประมาณ 4-6 เซนติเมตรและยาวประมาณ 7.5-11 เซนติเมตร ปลายเรยี วแหลมหรือแหลม
ส่วนโคนใบแหลมหรือสอบแคบ ขอบใบเรียบ ใบย่อยที่อยู่ด้านข้างโคนใบเบี้ยว แผ่นใบ
ค่อนข้างหนา มีเส้นแขนงของใบข้างละ 4-5 เส้น ที่ก้านใบย่อยมีความยาวประมาณ 4-5
มลิ ลเิ มตร
แหล่งเรียนรู้วถิ ีชมุ ชนบ้านแห้ว
วดั โนนสูง ตาบลบ้านโนน อาเภอซาสงู จงั หวดั ขอนแกน่
หลกั สูตรรัฐประศาสนศาสตรบณั ฑติ วิทยาลัยสงฆ์ขอนแก่น
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตขอนแกน่
ต้นกมุ่ บก
ดอกกุ่มบก ช่อดอกเป็นแบบช่อกระจะ ออกบริเวณตามง่ามใบใกล้กับปลายยอด
ก้านดอกมีความยาวประมาณ 3-7 เซนติเมตร มีกลีบเลี้ยงรูปรี มีความกว้างประมาณ 2-3
มิลลเิ มตรและยาวประมาณ 4-5 มิลลิเมตร เมื่อแห้งมักเป็นสีส้ม กลีบดอกมีสีขาวอมเขียว
แลว้ จะค่อย ๆ เปลีย่ นเป็นสีเหลืองหรือสีชมพูอ่อน กลีบดอกเป็นรูปรี กว้างประมาณ 0.8-
1.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 1.2-1.8 เซนติเมตร ที่โคนกลีบดอกเป็นเส้นคล้ายก้าน
ยาวประมาณ 3-7 มิลลเิ มตร มีเกสรตวั ผสู้ มี ่วงอยู่ประมาณ 15-22 อัน ส่วนก้านชูอับเรณูมี
ความยาวประมาณ 4 เซนตเิ มตร และก้านชเู กสรตัวเมียมีความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร
ส่วนรังไข่มีลักษณะค่อนข้างกลมหรือรี มี 1 ช่อง ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ และจะออกดอก
ในช่วงเดือนกมุ ภาพนั ธถ์ งึ เดือนกรกฎาคม
แหล่งเรยี นร้วู ิถีชมุ ชนบ้านแห้ว
วัดโนนสงู ตาบลบา้ นโนน อาเภอซาสงู จังหวดั ขอนแกน่
หลักสูตรรฐั ประศาสนศาสตรบณั ฑติ วทิ ยาลัยสงฆข์ อนแกน่
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย วิทยาเขตขอนแกน่
ต้นก่มุ บก
ผลกุ่มบก ผลมีลักษณะกลมหรือเป็นรูปไข่ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
ประมาณ 2-3.5 เซนติเมตร เปลือกมีจุดแต้มสีน้าตาลอมแดง ผิวนอกแข็งและสาก
เม่อื ผลแกเ่ ปลอื กจะเรียบและมีสีน้าตาล (ผลจะแก่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือน
สิงหาคม) ส่วนก้านผลกว้างประมาณ 2-4 มิลลิเมตรและยาวประมาณ 5-13
เซนติเมตร ด้านในผลมเี มลด็ จานวนมาก
แหลง่ เรยี นรวู้ ถิ ีชุมชนบา้ นแหว้
วดั โนนสูง ตาบลบา้ นโนน อาเภอซาสงู จังหวัดขอนแก่น
หลักสตู รรัฐประศาสนศาสตรบณั ฑิต วทิ ยาลยั สงฆข์ อนแกน่
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย วทิ ยาเขตขอนแก่น
ตน้ กุ่มบก
สมนุ ไพรก่มุ บก โดยทั่วไปแล้วคนไทยสมัยก่อนมักปลูกต้นกุ่มไว้เป็นอาหาร
และเป็นยาสมุนไพรรักษาโรค โดยส่วนที่นามาใช้เป็นยาสมุนไพรได้แก่ ผล, ใบ,
ดอก, เปลือกต้น, กระพ,้ี แก่น, ราก และเปลอื กราก นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าต้น
กุ่มจดั เปน็ ไมม้ งคลชนิดหน่งึ เพราะมคี วามเชื่อว่าการปลูกต้นกุ่มเป็นไม้ประจาบ้าน
จะช่วยทาใหค้ รอบครัวมีฐานะมั่นคง เปน็ กลุ่มเปน็ ก้อน เหมือนชือ่ ของต้นก่มุ โดยจะ
นยิ มปลูกไว้ทางทศิ ตะวนั ตกของบา้ น
สรรพคณุ ของกุ่มบก
1.รากนามาแชน่ ้า ใช้ทาเปน็ ยาชว่ ยบารงุ ธาตใุ นร่างกาย (ราก)
2.รากกมุ่ บกชว่ ยแกม้ านกษัยอันเกิดแตก่ องลม (ราก)
3.เปลอื กต้นมีรสร้อน ช่วยคมุ ธาตุในร่างกาย (เปลอื กตน้ )
4.ช่วยบารงุ ธาตไุ ฟในรา่ งกาย (เปลือกตน้ )
5.เปลือกต้นใชเ้ ปน็ ยาระงับประสาทและยาบารงุ (เปลอื กต้น)
6.ใบต้มน้าด่ืม ช่วยบารงุ หวั ใจ (ใบ, เปลือกต้น)
7.ช่วยบารงุ เลือดในร่างกาย (แก่น)
8.ดอกและยอดอ่อนนามาดอง ใช้รับประทานเป็นผักจิ้มน้าพริก ช่วยทาให้
เจริญ
9.อาหาร (ดอก, ใบ, เปลือกต้น)
10.ช่วยแกไ้ ข้ตวั รอ้ น (ใบ, ดอก, เปลือกตน้ )
แหล่งเรยี นร้วู ิถชี ุมชนบ้านแห้ว
วัดโนนสงู ตาบลบา้ นโนน อาเภอซาสูง จงั หวดั ขอนแก่น
หลักสตู รรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยสงฆข์ อนแกน่
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตขอนแก่น
ตน้ กมุ่ บก
11.ใบกุม่ บกใช้แช่หรอื ดองกบั น้ากินชว่ ยแก้ลม (ใบ)
12.กระพี้ชว่ ยทาใหข้ แ้ี ห้งออกมา (กระพี้)
13.ชว่ ยแก้อาการคลืน่ ไสอ้ าเจียน (เปลอื กตน้ )
14.ช่วยแก้อาการสะอกึ (เปลือกตน้ )
15.ดอกช่วยแก้อาการเจ็บคอ (ดอก)
16.ช่วยขบั ลมในลาไส้ (ใบ,เปลอื กตน้ )
17.ผลกุม่ ใช้เปน็ ยาแกอ้ าการทอ้ งผูกได้ (ผล)**
18.กระตนุ้ ลาไส้ใหช้ ว่ ยในการย่อยอาหาร (เปลอื กต้น)
19.ใชเ้ ปน็ ยาระบาย (เปลือกต้น)**
20.เปลือกกุ่มบกช่วยแก้อาการปวดท้อง อาการปวดมวนท้อง แก้ลงท้อง (เปลือก
ต้น)
21.ช่วยขับพยาธิ ฆ่าแมพ่ ยาธิ เชน่ พวกตะมอย (ใบ)
22.แกน่ ชว่ ยรักษาโรคริดสีดวงทวาร (แกน่ )
23.ชว่ ยในการขับปัสสาวะ รกั ษาโรคนวิ่ (เปลอื กต้น)**
24.ชว่ ยแก้โรคนว่ิ ขับน่วิ (เปลอื กต้น, แก่น)
25.ช่วยขับน้าดี (เปลอื กตน้ )
26.ช่วยขบั น้าเหลือง (เปลือกต้น)**
28.แกน่ ชว่ ยแกร้ ิดสดี วงทวารผอมเหลอื ง (แกน่ )
แหล่งเรยี นรูว้ ถิ ชี ุมชนบา้ นแหว้
วัดโนนสูง ตาบลบ้านโนน อาเภอซาสูง จงั หวัดขอนแก่น
หลกั สูตรรัฐประศาสนศาสตรบณั ฑิต วทิ ยาลยั สงฆข์ อนแกน่
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตขอนแกน่
ตน้ กุ่มบก
28.แก่นชว่ ยแก้รดิ สีดวงทวารผอมเหลือง (แก่น)
29.ชว่ ยแก้อาการบวม (เปลอื กตน้ )
30.เปลือกใช้เปน็ ยาทาภายนอก ช่วยแกโ้ รคผวิ หนงั (เปลือกต้น, ใบ)
31.ใบนามาตาใชท้ าแกก้ ลากเกล้อื น (ใบ)
32.รากนามาใชข้ ับหนองได้ (ราก)
33.ใบและเปลือกรากสามารถนามาใช้ทาถูนวดเพื่อให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นมาก
ๆ ได้ (ใบ, เปลอื กราก)
34.เปลือกตน้ นามาใชใ้ นขณะทถ่ี กู งกู ดั สามารถช่วยลดพิษของงไู ด้ (เปลอื กตน้ )**
35.ใช้นาไปลนไฟให้ร้อน เอามาใช้ปิดหู จะช่วยบรรเทาอาการปวด อาการปวด
ศีรษะ และโรคบดิ ได้ (ใบ)**
ประโยชน์ของก่มุ บก
ต้นกุ่มเป็นไม้เนื้ออ่อนโตเร็ว มีทรงพุ่มสวยงาม ใบและดอกมีความงดงาม
พอท่ีจะใช้ปลูกเปน็ ประดับได้
ในตาราการปลูกต้นไม้ของชาวไทยถือว่าต้นกุ่มเป็นไม้มงคล สามารถปลูก
เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับผู้อยู่อาศัยในบ้านเรือนได้ โดยจะนิยมปลูกไว้ทางทิศ
ตะวันออกเฉยี งใตข้ องตัวบา้ น
แหลง่ เรียนรวู้ ถิ ีชมุ ชนบ้านแห้ว
วดั โนนสงู ตาบลบ้านโนน อาเภอซาสงู จังหวัดขอนแก่น
หลกั สูตรรฐั ประศาสนศาสตรบณั ฑติ วิทยาลยั สงฆ์ขอนแกน่
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตขอนแก่น
ตน้ กุม่ บก
ทีม่ าของขอ้ มูล :
เว็บไซต์สานักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมา จาก
พระราชดาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, เว็บไซต์
ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน,
บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่, นิตยสารหมอชาวบ้าน
เล่มที่ 187 (เดชา ศิริภัทร), เว็บไซต์กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี,
เวบ็ ไซตเ์ ขอ่ื นภมู พิ ล การไฟฟา้ ฝา่ ยผลิตแหง่ ประเทศไทย
ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Hai Le, mingiweng,
dinesh_valke), เวบ็ ไซต์ bloggang.com (by รณั ณา)
เรยี บเรียงขอ้ มลู โดยเวบ็ ไซตเ์ มดไทย (Medthai)
แหลง่ เรียนรูว้ ถิ ชี ุมชนบา้ นแห้ว
วัดโนนสูง ตาบลบา้ นโนน อาเภอซาสูง จงั หวัดขอนแกน่
หลกั สูตรรฐั ประศาสนศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์ขอนแกน่
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตขอนแกน่