1
ก
คำนำ
รายงานเล่มน้ีจดั ทาข้ึนเพอ่ื เป็นส่วนของวิชาคอมพวิ เตอร์ช้นั ม.3เพ่ือให้ศกึ ษาหา
ความรู้ในเรื่องจงั หวดั ทสี่ นใจและไดศ้ ึกษาอยา่ งเขา้ ใจเพอื่ เป็นประโยชนก์ บั นกั เรียน
ผจู้ ดั ทาหวงั ว่ารายงานเล่มน้ีจะเป็นประโยชนก์ บั ผูอ้ ่นื หรือนกั เรียนที่กาลงั หาขอ้ มลู
เร่ืองน้ีอยหู่ ากมีขอ้ ผดิ พลาดประการใดผุจ้ ดั ทาขอนอ้ มรบั ไวแ้ ละขออภยั มา ณ ท่นี ้ีดว้ ย
ผจู้ ดั ทา
ด.ญ. พชั รำวรรณ ศำลโพธ์คิ ำ
ด.ญ. สุพติ รา บญุ ย่ิง
สำรบัญ ข
คานา หนา้
สารบญั
เชียงใหม่ ก
ข
ประวตั ิศาสตร์
ภมู ิศาสตร์ 1
การเมืองการปกครอง 2
วฒั นธรรม 3
สถานท่ีทอ่ งเที่ยว 5 แห่ง 4
5
1
จงั หวดั เชียงใหม่
ประวัติศำสตร์
เมืองเชียงใหม่ มีชื่อท่ีปรากฏในต านานว่า "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" เป็ นราชธานีของ
อาณาจกั รลา้ นนาไทยมาต้งั แต่พญามงั รายไดท้ รงสร้างข้นึ เมอื่ พ.ศ.1839 และ เมืองเชียงใหมไ่ ดม้ ีววิ ฒั นาการ
สืบเนื่องกันมาในประวตั ิศาสตร์ตลอดมา เชียงใหม่มีฐานะเป็ น นครหลวงอิสระ ปกครองโดยกษตั ริย์
ราชวงศ์มงั ราย ประมาณ 261 ปี (ระหว่าง พ.ศ.1839 - 2100) ในปี พ.ศ. 2101 เชียงใหม่ไดเ้ สียเอกราชให้แก่
กษตั ริยพ์ ม่าช่ือบุเรงนอง และไดต้ กอยู่ ภายใตก้ ารปกครองของพม่านานร่วมสองร้อยปี จนถึงสมยั สมเด็จ
พระเจา้ ตากสินมหาราช และ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ไดท้ รงช่วยเหลอื ลา้ นนาไทย
ภายใตก้ ารนาของ พระยากาวิละและพระยาจ่าบ้านในการท าสงครามขบั ไล่พม่าออกไปจากเชียงใหม่และ
เมือง เชียงแสนไดส้ าเร็จ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สถาปนาพระยากาวิละเป็น เจา้
เมืองเชียงใหม่ ในฐานะเมืองประเทศราชของไทย และมเี ช้ือสายของพระยากาวลิ ะ ซ่ึงเรียกวา่ ตระกูลเจา้ เจ็ด
ตน ปกครองเมืองเชียงใหม่ เมอื งล าพูนและเมืองล าปางสืบต่อมาจนกระทงั่ ใน รชั สมยั ของพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว ไดโ้ ปรดให้ปฏิรูปการปกครอง หวั เมือง ประเทศราช ไดย้ กเลกิ การมีเมอื งประเทศ
ราชในภาคเหนือ จดั ต้ังการปกครองแบบมณฑล เทศาภิบาล เรียกว่า มณฑลพายพั และเม่ือปี พ.ศ.2476
พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจ้าอยู่หัว ไดป้ รับปรุงการปกครองเป็ นแบบจังหวดั เชียงใหม่จึงมีฐานะเป็น
จงั หวดั จนถึงปัจจุบนั ท้งั น้ี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีคร้ังท่ี 18/2554 เมื่อวนั องั คารท่ี 3 พฤษภาคม 2554
คณะรัฐมนตรี ไดม้ ีมติให้ความเห็นชอบให้จังหวดั เชียงใหม่เป็น “นครที่เป็นที่สุดแห่งความสง่างาม ทาง
วฒั นธรรม” (Chiang Mai : The Most Splendid City of Culture) และในปี พ.ศ.2559 จะถอื เป็นปี ครบรอบการ
สถาปนาเมอื งเชียงใหมอ่ ายคุ รบ 720 ปี
2
ภูมิศำสตร์ จงั หวดั เชียงใหม่
ทตี่ ้งั
จงั หวดั เชียงใหม่ (ตวั อาเภอเมอื ง) ต้งั อยู่ ณ ละตจิ ดู 18 องศาเหนือ ลองตจิ ดู 98 องศาตะวนั ออก สูง
จากระดบั น้าทะเลประมาณ 310 เมตร ส่วนกวา้ งจากทิศตะวนั ตกจรดทิศตะวนั ออกประมาณ 138 กิโลเมตร
ส่วนยาวจากทิศเหนือจรดทศิ ใตป้ ระมาณ 428 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพมหานคร 696 กิโลเมตร
อำณำเขตตดิ ต่อ
• ทิศเหนือ โดยมีดอยผีปันน้าของดอยคา ดอยปกกลา้ ดอยหลกั แตง่ ดอยถ้าป่ อง ดอยถว้ ย ดอย
ผาวอก และดอยอา่ งขางอนั เป็นส่วนหน่ึงของทิวเขาแดนลาว เป็นเส้นก้นั อาณาเขต
• ทิศใต้ ติดตอ่ กบั อาเภอสามเงา อาเภอแม่ระมาด และอาเภอท่าสองยาง (จงั หวดั ตาก) มรี ่องน้า
แม่ตนื่ และดอยผปี ันน้า ดอยเร่ียม ดอยหลวงเป็นเสน้ ก้นั อาณาเขต
• ทิศตะวันออก ติดต่อกบั อาเภอแม่ฟ้าหลวง อาเภอเมืองเชียงราย อาเภอแม่สรวย อาเภอเวียง
ป่ าเป้า (จังหวัดเชียงราย) อาเภอเมืองปาน อาเภอเมืองลาปาง (จังหวัดลาปาง) อาเภอ
บ้านธิ อาเภอเมืองลาพูน อาเภอป่ าซาง อาเภอเวียงหนองล่อง อาเภอบ้านโฮง และอาเภอ
ล้ี (จงั หวดั ลาพูน) ส่วนท่ีติดจงั หวดั เชียงรายและลาปางมีร่องน้าลึกของน้าแม่กก สันปันน้า
ดอยซาง ดอยหลมุ ขา้ ว ดอยแมว่ วั นอ้ ย ดอยวงั ผา และดอยแมโ่ ตเป็นเส้นก้นั อาณาเขต ส่วนท่ี
ตดิ จงั หวดั ลาพนู มดี อยขุนหว้ ยหละ ดอยชา้ งสูง และร่องน้าแม่ปิ งเป็นเส้นก้นั อาณาเขต
• ทิศตะวันตก ติดต่อกับอาเภอปาย อาเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อาเภอขุนยวม อาเภอแม่ลา
น้อย อาเภอแม่สะเรียง และอาเภอสบเมย (จงั หวดั แม่ฮ่องสอน) มีดอยผีปันน้า ดอยก่ิวแดง
ดอยแปรเมือง ดอยแม่ยะ ดอยองั เกตุ ดอยแม่สุรินทร์ ดอยขุนยวม ดอยหลวง และร่องแมร่ ิด
แม่ออย และดอยผีปันน้าดอยขุนแมต่ นื่ เป็นเส้นก้นั อาณาเขต
กำรเมืองกำรปกครอง จังหวัดเชียงใหม่
จงั หวดั เชียงใหม่มีชายแดนติดต่อกบั 5 อาเภอ ไดแ้ ก่ อาเภอแมอ่ าย อาเภอฝาง อาเภอเชียงดาว อาเภอ
เวยี งแหง อาเภอไชยปราการ รวมระยะทางท้งั สิ้น 227 กิโลเมตร แต่พ้ืนทีเ่ ขตแดนส่วนใหญ่เป็นป่ าเขา จึงไม่
สามารถปักหลกั เขตแดนไดช้ ดั เจน และเกิดปัญหาเสน้ เขตแดนระหวา่ งประเทศ
ภูมภิ าค จานวน 34 หน่วยงาน 3) หน่วยงานบริหารราชการส่วนทอ้ งถ่ินจานวน 211 แห่ง
ประกอบดว้ ย องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั จานวน 1 แห่ง เทศบาลนคร จานวน 1 แห่ง เทศบาล
เมือง จานวน 4 แห่ง เทศบาลตาบล จานวน 100 แห่ง องคก์ ารบริหารส่วนตาบล จานวน 105 แห่ง
3
วฒั นธรรม จงั หวัดเชียงใหม่
เมืองเชียงใหม่ มปี ระวตั ิศาสตร์ทย่ี าวนาน คนเชียงใหมไ่ ดส้ งั่ สมวฒั นธรรมประเพณีสืบทอดมาจากบรรพ
บรุ ุษอยา่ งต่อเน่ือง โดยส่วนใหญม่ ีความผกู พนั กบั พุทธศาสนาและความเชื่อด้งั เดิม ประเพณีที่สาคญั ไดแ้ ก่
ปี ใหม่เมือง (สงกรำนต์) จดั ข้ึนระหว่างวนั ที่ 13-15 เมษายนของทกุ ปี เป็นประเพณีท่ีสาคญั และ
ย่งิ ใหญ่ของชาวเชียงใหม่ แบ่งเป็นวนั ที่ 13 เป็นวนั สงั ขารลอ่ ง มีขบวนแห่พระพทุ ธสิหิงค์ และพธิ ีสรงน้า
พระ วนั ท่ี 14 เป็นวนั เน่า ชาวบา้ นจะเตยี มขา้ วของไปวดั และรดน้าดาหวั ผใู้ หญว่ นั ตอ่ ไป และวนั ท่ี 15
เมษายน ประเพณีรดน้าดาหัวผใู้ หญ่ และมกี ารเล่นสาดน้าตลอดช่วงเทศกาล
4
ประเพณีเข้ำอินทขลิ จดั ข้นึ ในช่วงเดือนพฤษภาคมถงึ มถิ นุ ายน ทวี่ ดั เจดียห์ ลวง เป็นการบชู า
เสาหลกั เมืองโดยการนาดอกไมธ้ ูปเทยี นมาใส่ขนั ดอก
มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ จดั ข้ึนในอาทิตยแ์ รกของเดือนกุมภาพนั ธ์ของทุกปี บริเวณ
สวนสาธารณะบวกหาด มขี บวนรถบุปผาชาติ และนางงามบุปผาชาติ
5
สถำนที่ท่องเที่ยวใน จงั หวัดเชียงใหม่
ดอยม่อนแจ่ม
ม่อนแจ่ม ดอยท่สี ามารถข้ึนไปสัมผสั ลมหนาว ชมววิ ธรรมชาติภเู ขาสีเขียว พร้อมเก็บภาพกบั
ดอกไมน้ านาชนิด ชมไร่สตอเบอร์ร่ี เลือกซ้ือผลติ ภณั ฑช์ าวดอย เส้ือผา้ พ้นื เมอื ง พืชผกั ผลไมเ้ มืองหนาวม่อน
แจม่ สามารถเทีย่ วไดต้ ลอดท้งั ปี ถา้ อยากเห็นทะเลหมอกสวยแบบฟูแน่น แนะนามาเท่ยี วหนา้ ฝนซ่ึงฤดูน้ียงั มี
ดอกไมใ้ ห้ชมบา้ ง แต่ถา้ อยากชมดอกไมเ้ มอื งหนาวแบบสวยงามหนาแน่นตอ้ งมาฤดูหนาว ม่อนแจม่ มีทพ่ี กั ที่
ใหบ้ ริการมากมาย ท้งั แบบบา้ น กระโจมเตน้ ท์ เพื่อจะไดส้ ัมผสั กบั อากาศเยน็ สบาย ชมววิ วภูเขาบนมอ่ นแจ่ม
ไดแ้ บบเต็มที่
6
แม่กำปอง
แม่กำปอง ต้งั อยใู่ นกิ่งอาเภอแมอ่ อน เป็นหมูบ่ า้ นเล็กๆ ที่ซ่อนตวั อยทู่ ่ามกลางป่ าเขาเขยี วขจี มลี าธาร
ใสเยน็ ไหลพาดผา่ น ความสุขของการมาทอ่ งเท่ียวหม่บู า้ นแม่กาปอง คอื การไดม้ าสมั ผสั อากาศบริสุทธ์ิ
ความเป็นธรรมชาติของป่ าไม้ ลาธารและวิถชี ีวติ ความเป็นอยขู่ องชาวบา้ นท่ียงั คงอยรู่ ่วมกบั ธรรมชาตไิ ด้
อยา่ งลงตวั ดว้ ยความบริสุทธ์ิของธรรมชาติ และต้งั อยไู่ มไ่ กลจากตวั เมอื งเชียงใหม่ ถนนหนทาง
สะดวกสบาย ทาให้บา้ นแมก่ าปอง คือ สถานทท่ี อ่ งเท่ียวฮอตฮิต ที่หลายคนมกั จะปักหมุดอยากมาเทีย่ วใหไ้ ด้
สักคร้ ัง
7
ป่ ำสนวดั จันทร์
ป่ ำสนวดั จันทร์ องค์กำรอุตสำหกรรมป่ ำไม้ (อปป) ต้งั อยใู่ นอาเภอกลั ยาณิวฒั นา จงั หวดั ชียง
ใหม่ ในช่วงฤดหู นาวดินแดนกลางหุบเขาแห่งน้ี ถูกปกคลมุ ดว้ ยม่านหมอกและสายลมอนั หนาวเยน็ ใครท่ี
ไดม้ าเยอื นตา่ งหลงเสน่หใ์ นความงามของสายหมอกลอยพริ้วปกคลมุ ทิวสนและอา่ งเก็บน้า รวมท้งั สีสนั ของ
ใบเมเปิ้ ลที่พร้อมใจกนั ผลดั เปลีย่ นสีในช่วงฤดหู นาว ในช่วงเดือนมกราคม – กมุ ภาพนั ธ์ บวกกบั ธรรมชาติ
อนั งดงามและบา้ นพกั อนั สะดวกสบาย ทาให้ทน่ี ี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตท่เี หมาะสาหรับเดินทาง
มาเท่ียวพกั ผ่อนแบบเงียบสงบ นอกจากฤดหู นาวแลว้ หากมาเที่ยวในฤดฝู นจะไดพ้ บ กบั อกี หน่ึงบรรยากาศ
ที่เขียวขจีและสดช่ืนในแบบฉบบั ของการทอ่ งเทย่ี วช่วงกรีนซีซนั่ ซ่ึงสวยงามไม่แพก้ นั
8
ขนุ วำง
ขุนวำง จดุ ชมดอกนางพญาเสือโคร่งทสี่ วยงามและข้นึ ช่ือของเชียงใหม่ ในช่วงกลางเดือนมกราคมจะเร่ิม
พากนั ออกดอกสีชมพู บานสะพรั่งท้งั ภายในศูนยว์ จิ ยั และตลอดริมทางถนนจนกลายเป็นภาพอโุ มงคพ์ ญา
เสือโคร่งทง่ี ดงาม เพลดิ เพลินกบั การท่องเทยี่ วเชิงเกษตรชมความสวยงามแห่ง แปลงผกั ดอกไมเ้ มืองหนาว
ทต่ี ้งั อยดู่ า้ นหนา้ ทางเขา้ ชมอุโมงคน์ างพญาเสือโคร่ง
9
บ้ำนแม่กลำงหลวง
บ้ำนแม่กลำงหลวง ต้งั อยใู่ น อาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ ท่ามหุบเขานาข้นั บนั ไดซ่ึงเป็นท่อี ยอู่ าศยั
ของชาวไทยภูเขาชนเผ่าปกาเกอะญอ ซ่ึงยงั คงมีวถิ ชี ีวติ ท่ีเรียบง่าย ไฮไลน์ของการมาเท่ียวแม่กลางหลวง คอื
การไดช้ มนาขา้ วข้นั บนั ไดที่ปลูกลดหลนั่ ไปตามไหล่เขา มีสายหมอกลอยคลอเคลยี ในยามเชา้ อากาศทีแ่ ม่
กลางหลวงเยน็ สบายน่าไปนอนเลน่ ยงั ท่พี กั ริมนาขา้ ว สูดอากาศบริสุทธ์ิ จิบกาแฟควั่ ชมวิถีชีวิตชาวบา้ น
10