บันทึกข้อความ
สว่ นราชการ โรงเรียนศรีบุญเรอื งวทิ ยาคาร สพป.สกลนคร เขต 1
ที่ ศธ.04142.164/ วนั ที่ 26 กนั ยายน พ.ศ. 2562
เรอื่ ง รายงานผลการประชุมเชิงปฏิบตั ิการพัฒนาเว็บไซตป์ ระชาสมั พนั ธ์โรงเรยี นในการปอ้ งกันและตอ่ ต้านการทจุ รติ
เรยี น ผู้อานวยการโรงเรยี นศรบี ุญเรอื งวิทยาคาร
ตามหนังสือราชการ สพป.สกลนคร เขต 1 ท่ี ศธ04142/3501 ลงวันท่ี 13 เดือนกันยายน พ.ศ. 2562
แจ้งการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์โรงเรียนในการป้องกันและต่อต้านการทุจริต ซ่ึงท่าน
ผู้อานวยการโรงเรียนศรีบุญเรืองวิทยาคาร ได้เกษียณหนังสือราชการดังกล่าวให้ ข้าพเจ้า นายกฤษฎา คามา
ตาแหน่ง ครผู ู้ช่วย ไปประชมุ ระหวา่ งวันที่ 24 - 25 เดอื นกันยายน พ.ศ.2562 ณ หอ้ งประชมุ สตั ตบงกช อาคาร
11 มหาวิทยาลยั ราชภัฏสกลนคร รวม 2 วนั
บัดนี้ การปฏิบัติหน้าท่ีราชการท่ีได้รับมอบหมายได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าขอรายงานผลการไป
ประชุม ดงั ต่อไปนี
เป้าประสงค์ของการอบรม
1. นักเรียนระดับมธั ยมศกึ ษาทกุ คนมีพฒั นาการเหมาะสมตามช่วงวยั อยา่ งมคี ุณภาพ และทักษะการเรยี นรู้ใน
ศตวรรษท่ี 21
2. นักเรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาทกุ คนไดร้ บั โอกาสในการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน อย่างท่วั ถึงมคี ุณภาพ และเสมอภาค
3. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีสมรรถนะตรงตามสายงาน และมีวฒั นธรรมการทางาน ท่มี ุง่ เน้นผลสมั ฤทธ์ิ
4. สถานศึกษาในสังกัดมีประสทิ ธิภาพ และเปน็ กลไกขบั เคลอื่ นการศึกษาระดับมธั ยมศกึ ษา ตามหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง สคู่ ณุ ภาพระดบั มาตรฐานสากล
5. สานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 เน้นการทางานแบบบรู ณาการ มีเครือขา่ ยการ
บรหิ ารจดั การ บรหิ ารแบบมีส่วนรว่ มจากทุกภาคสว่ นในการจดั การศึกษา กระจายอานาจ และความรับผดิ ชอบสู่
สถานศกึ ษา
6. สานกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 และสถานศึกษาในสังกดั พัฒนาส่อื เทคโนโลยี และ
ระบบข้อมลู สารสนเทศเพ่ือการบรหิ ารจัดการศกึ ษา อย่างมีประสิทธิภาพ
7. สานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 และสถานศึกษาในสังกัด มีงานวจิ ยั ท่ีสามารถนาผล
ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการจดั การศึกษา
ประเด็นยุทธศาสตร์
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 “สรา้ งสังคมทีไ่ ม่ทนต่อการทุจริต”
เปน็ ยทุ ธศาสตร์ทม่ี งุ่ เน้นใหค้ วามสาคญั ในกระบวนการการปรับสภาพสงั คมให้เกิดภาวะที่ “ไม่ทนตอ่ การ
ทุจริต” โดยเร่ิมตง้ั แต่กระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมในทุกระดับชว่ งวยั ตง้ั แต่ปฐมวยั เพอ่ื สรา้ งวฒั นธรรม
ตอ่ ต้านการทจุ รติ และปลูกฝงั ความพอเพยี ง มีวนิ ยั ซอ่ื สัตย์ สุจริต เป็นการดาเนนิ การผา่ นสถาบนั หรือกลุ่มตัวแทน
ท่ที าหนา้ ทใี่ นการกลอ่ มเกลาทางสังคมให้มีความเปน็ พลเมืองท่ีดี ท่ีมจี ติ สาธารณะ จิตอาสา และความเสยี สละ เพ่ือ
ส่วนรวม และเสริมสร้างใหท้ กุ ภาคส่วนมีพฤติกรรมที่ไมย่ อมรับและต่อต้านการทจุ รติ ในทุกรูปแบบ
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 2 “ยกระดับเจตจานงทางการเมอื งในการตอ่ ตา้ นการทจุ ริต”
จากสถานการณค์ วามขดั แยง้ ในสงั คมไทยในห้วงระยะกวา่ ทศวรรษทผ่ี า่ นมา จะเหน็ ไดว้ ่าประชาชนทุก
กลมุ่ ทกุ ฝ่ายต่างมีขอ้ เรยี กรอ้ งทส่ี อดคล้องรว่ มกนั ประการหนึง่ คอื การต่อตา้ นการทุจริตของรฐั บาลและเจา้ หนา้ ทร่ี ัฐ
การแสดงออกซึง่ เจตจานงทางการเมืองของประชาชนทุกกล่มุ ทุกฝา่ ยที่ไมย่ อมรับและไม่อดทนต่อการทุจริต
ประพฤติ มชิ อบไม่วา่ จะเปน็ รัฐบาลใดกต็ าม ย่อมสะทอ้ นให้เหน็ ถึงเจตจานงทางการเมอื งอันแน่วแน่ของประชาชน
ไทยทุกกลุ่มทุกฝา่ ยท่ีตอ้ งการให้การบรหิ ารราชการแผ่นดนิ ของรฐั บาลและการปฏิบตั ิงานของเจ้าหนา้ ท่ีรัฐเป็นไป
ดว้ ยความโปร่งใสปราศจากการทุจรติ ประพฤติมชิ อบ ดงั น้ัน เพื่อเป็นการสนองตอบต่อเจตจานงทางการเมืองใน
การต่อต้านการทจุ รติ อันแน่วแน่ของประชาชน จึงได้กาหนดให้มียทุ ธศาสตร์การนาเจตจานงทางการเมืองในการ
ตอ่ ตา้ นการทจุ ริตไปสู่ การปฏิบัติอย่างเป็นรปู ธรรมและสอดคล้องเปน็ หนง่ึ เดียวกนั โดยเป็นยทุ ธศาสตร์ทมี่ งุ่ เนน้ ให้
ประชาชนและรัฐบาล มีการนาเจตจานงทางการเมืองในเร่ืองการต่อต้านการทจุ ริตไปสู่การปฏบิ ตั อิ ย่างเปน็
รปู ธรรมและสอดคล้อง เป็นหนง่ึ เดียวกนั
ยุทธศาสตรท์ ี่ 3 “สกดั กั้นการทจุ รติ เชิงนโยบาย”
การทจุ ริตเชงิ นโยบาย (Policy Corruption) เป็นปัญหาท่ีพบมากขึน้ ในปจั จุบัน กอ่ ให้เกิดผลเสยี ต่อการ
พฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศอย่างมหาศาล ซึ่งจากผลการวจิ ัยที่ผ่านมาพบวา่ การทจุ ริตเชิงนโยบายมกั
เกิดจากการใช้ช่องวา่ งทางกฎหมายเข้าแสวงหาประโยชน์สว่ นตน โดยพบตง้ั แต่ขั้นตอนการกาหนดนโยบายของ
พรรคการเมอื ง การใช้อานาจอยา่ งไม่โปรง่ ใส ยทุ ธศาสตร์ชาติวา่ ดว้ ยการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจรติ ระยะที่
3 จึงได้กาหนดให้มียทุ ธศาสตร์ “สกดั กัน้ การทจุ ริตเชิงนโยบาย” ซง่ึ เปน็ ยทุ ธศาสตร์ทีม่ งุ่ ป้องกันการทจุ ริตตลอด
กระบวนการนโยบาย ผา่ นการกาหนดมาตรการกลไก เสรมิ สรา้ งธรรมาภิบาลตง้ั แตเ่ ริ่มขั้นกอ่ ตัวนโยบาย (Policy
Formation) ขนั้ การกาหนดนโยบาย (Policy Formulation) ขนั้ ตดั สินใจนโยบาย (Policy Decision) ขนั้ การนา
นโยบายไปปฏบิ ตั ิ (Policy Implementation) ข้ันการประเมินนโยบาย (Policy Evaluation) และขน้ั ป้อนข้อมูล
กลับ (Policy Feedback)
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4 “พฒั นาระบบป้องกันการทุจริตเชงิ รกุ ”
ยุทธศาสตรน์ ีม้ ุ่งเนน้ การพฒั นากลไกและกระบวนงานดา้ นการปอ้ งกนั การทจุ รติ ของประเทศไทยให้มี
ความเขม้ แข็งและมปี ระสทิ ธิภาพมากย่ิงขน้ึ เพือ่ ลดโอกาสการทุจรติ หรือทาให้การทุจริตเกดิ ยากขน้ึ หรอื ไม่เกดิ ขึ้น
โดยอาศัยท้ังการกาหนดกลไกดา้ นกฎหมาย กลไกทางการบรหิ าร และกลไกอน่ื ๆ ตลอดจนเสริมสรา้ งการ
ปฏิบตั งิ าน ของหน่วยงานท้ังภาครฐั และเอกชนให้มีธรรมาภิบาลมากยงิ่ ขึน้
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 5 “ปฏริ ูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจรติ ”
ยทุ ธศาสตรก์ ารปฏริ ูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทจุ รติ เป็นยุทธศาสตร์ท่ีม่งุ เนน้ การ
ปรับปรงุ และพัฒนากลไกและกระบวนการต่าง ๆ ของการปราบปรามการทุจริตทัง้ ระบบใหส้ ามารถดาเนนิ การได้
อย่างรวดเรว็ ซ่งึ ในการปฏิรูปกลไกและกระบวนการปราบปรามการทุจริตดังกลา่ ว จะมุ่งเนน้ การเพ่ิมประสิทธิภาพ
ในการตราเปน็ กฎหมาย (Legislation) การบังคับใชก้ ฎหมาย (Enforcement) การตัดสินคดแี ละลงโทษผกู้ ระทา
ผดิ (Judiciary) การบรู ณาการร่วมกนั ของหน่วยงานตา่ ง ๆ ในกระบวนการปราบปรามการทุจริต และจะมกี ารใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารท่ที ันสมยั ในการพัฒนากลไกการดาเนนิ งานให้มีประสทิ ธิภาพมากยงิ่ ข้นึ ซึง่
ยุทธศาสตรน์ ้ีจะทาให้การปราบปรามการทจุ รติ เปน็ ไปอย่างรวดเรว็ และมีประสิทธภิ าพมากยง่ิ ขนึ้ คดีการทจุ ริตจะ
ถกู ดาเนนิ การอย่างรวดเร็ว และผกู้ ระทาการทจุ ริตจะไดร้ ับการลงโทษสาธารณชนและสงั คมเกิดความตระหนกั
และเกรงกลัวท่จี ะกระทาการทจุ รติ อนั จะสง่ ผลให้คดีการทุจริตมอี ัตราลดลงได้ในท่สี ดุ
ยุทธศาสตร์ท่ี 6 “ยกระดับคะแนนดชั นีการรบั ร้กู ารทจุ ริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของ
ประเทศไทย”
เปน็ การกาหนดยุทธศาสตรท์ ี่มุง่ เนน้ การยกระดบั มาตรฐานด้านความโปรง่ ใสและการจดั การการยกระดับ
ค่าดัชนกี ารรับรู้การทจุ ริตของประเทศไทย โดยการศึกษาวเิ คราะห์ประเด็นการประเมินและวิธกี ารสารวจตาม แต่
ละแหลง่ ข้อมลู และเร่งรัด กากบั ติดตามใหห้ นว่ ยงานทเ่ี ก่ียวข้องปฏบิ ตั หิ รอื ปรับปรุงการทางาน รวมไปถงึ การ
บูรณาการการทางานร่วมกันระหวา่ งภาครัฐ หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมภาคเอกชน และตา่ งประเทศโดยมี
กลยุทธ์การดาเนินงาน
จงึ เรียนมาเพ่ือทราบและพิจารณาดาเนินการตอ่ ไป
ลงชือ่ ……………………........………...………. ผู้รายงาน
(นายกฤษฎา คามา)
ตาแหนง่ ครผู ู้ชว่ ย
วันท่ี 26 เดอื น กันยายน พ.ศ.2562
ความเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรยี น
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
ลงชือ่ ………………...........................…………………….
( นายธนวุ ัฒน์ สุภาอว้ น )
ผูอ้ านวยการโรงเรยี นศรีบุญเรอื งวทิ ยาคาร
วนั ท.่ี .............เดอื น...................... พ.ศ. ...............
1. คาสง่ั
การเขา้ รบั การอบรมการประชมุ เชิงปฏิบัตกิ าร
พฒั นาเว็บไซต์ประชาสมั พนั ธ์โรงเรยี นในการป้องกนั และตอ่ ตา้ นการทจุ รติ
1. คาสง่ั
การเขา้ รบั การอบรมการประชมุ เชิงปฏิบัตกิ าร
พฒั นาเว็บไซต์ประชาสมั พนั ธ์โรงเรยี นในการป้องกนั และตอ่ ตา้ นการทจุ รติ
2. รูปภาพ
การเข้ารบั การอบรมการประชมุ เชิงปฏิบัติการ
พฒั นาเว็บไซต์ประชาสมั พนั ธ์โรงเรยี นในการปอ้ งกันและตอ่ ตา้ นการทจุ รติ
2. รูปภาพ
การเข้ารบั การอบรมการประชมุ เชิงปฏิบัติการ
พฒั นาเว็บไซต์ประชาสมั พนั ธ์โรงเรยี นในการปอ้ งกันและตอ่ ตา้ นการทจุ รติ