March 2023 SERVICE PROFILE LABOUR ROOM Chareonkrung Pracharak Hospital
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 1 | 41 1. บริบท (Context) ก. หน้าที่ : ให้บริการการคลอดทั้งในรายที่คลอดปกติ ทำหัตถการช่วยคลอด และผ่าตัดคลอด ส่งเสริม สัมพันธภาพระหว่างมารดาทารกและสายใยรักแห่งครอบครัว ดำเนินงานโครงการโรงเรียนพ่อแม่ เพื่อเตรียม ความพร้อมของมารดาและญาติก่อนมาคลอด เป้าหมาย :ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ผู้คลอดและญาติพึงพอใจ ข. ขอบเขตการให้บริการ(Scope of Service): ให้บริการการคลอด 24 ชั่วโมง ให้กับผู้คลอด ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 24 สัปดาห์ขึ้นไปทั้งภาวะปกติและภาวะผิดปกติในเวลาราชการ รับผู้คลอดจาก หน่วยฝากครรภ์และหน่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน นอกเวลาราชการรับผู้คลอดจากหน่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังรับย้ายจากหอผู้ป่วยสูตินรีเวชกรรม และหอผู้ป่วยพิเศษ 20 รับส่งต่อผู้คลอดจาก โรงพยาบาลในสังกัดของกรุงเทพมหานคร โดยเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายรับส่งต่อจากโรงพยาบาลหลวงพ่อ ทวศีกัดิ์และรบัสง่ต่อจากโรงพยาบาลลาดกระบังในวันคู่ ผู้คลอดที่มาคลอดมีทั้งฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล เจริญกรุงประชารักษ์ คลินิก ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลรัฐและเอกชนอื่น ๆ รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ ทไ่ีมฝ่ากครรภ์โดยเป็นคนไทยและชาวตา่งชาตทิุกสทิธกิ์ารรกัษา ใหบ้รกิารตงั้แต่ระยะรอคลอด ระยะ คลอดและดูแลมารดา 2 ชั่วโมงแรกหลังคลอด ให้การพยาบาลทารกแรกเกิดทั้งในรายที่ปกติและในภาวะ วิกฤติฉุกเฉิน ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในช่วงเวลา ½ - 1 ชั่วโมงหลังคลอด ทั้งคลอดทางช่องคลอด และผ่าตัดคลอด รับปรึกษาผู้คลอดที่มาจากหน่วยฝากครรภ์ อุบัติเหตุฉุกเฉินที่มีอาการเจ็บครรภ์เตือน ลูกดิ้นน้อย มีภาวะเลือดออกผิดปกติหรือมีอาการที่สงสัยว่าจะคลอดตั้งแต่อายุครรภ์ 24 สัปดาห์ขึ้นไป เป็นแหล่งฝึกงานของแพทย์ประจ าบ้าน (residence training) นักศึกษาแพทย์ปี 4-6 จาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นักศึกษาพยาบาลจากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มหาวิทยาลัยมหิดล และ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ค. ผู้รับผลงานและความต้องการที่ส าคัญ (Customer Requirements) : ผู้รับบริการ ผู้คลอดระยะต่างๆ ความต้องการที่สำคัญ หญิงตั้งครรภ์ที่รับการปรึกษา หญิงตั้งครรภ์และญาติ - การได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดของปากมดลูก กำหนด คลอด และการรักษา - อาการสำคัญที่ต้องมารพ. - การดูแลตนเองและทารกในครรภ์ - การนับลูกดิ้น ระยะรับใหม่และรอคลอด ผู้คลอด - การได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าของการคลอด และ แผนการรักษา - ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางเลือกการรักษา - การดูแลเอาใจใส่จากแพทย์และพยาบาล - ความปลอดภัยของผู้รับบริการและทารกในครรภ์
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 2 | 41 ผู้คลอดระยะต่างๆ ความต้องการที่สำคัญ ญาติ - การได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าของการคลอด และ แผนการรักษา - การเข้าเยี่ยมในห้องคลอด - ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางเลือกการรักษา - ความสะดวกในการติดต่อเรื่องการตรวจสอบสิทธิ์ ระยะคลอด - การบรรเทาความเจ็บปวดในรูปแบบต่างๆ - การอยู่เป็นเพื่อนให้กำลังใจ ระยะหลังคลอด - คำแนะนำในเรื่องการดูแลแผลฝีเย็บ - การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ - การดูแลเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังคลอด ผรู้บับริการภายใน ผู้รับผลงาน ความต้องการที่สำคัญ สูติแพทย์ - การรายงานข้อมูลผู้ป่วยที่ถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจนและทันการณ์ กุมารแพทย์ - การเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ช่วยฟื้นคืนชีพ - ทักษะของพยาบาลในการช่วยฟื้นคืนชีพทารก หอผู้ป่วยต่างๆ - การส่งต่อข้อมูลที่สำคัญอย่างถูกต้องและครบถ้วนเพื่อการดูแล ต่อเนื่อง - การประสานงานและสื่อสารที่ดี ห้องผ่าตัด - การเตรียมความพร้อมผู้คลอดก่อนผ่าตัดได้ถูกต้องครบถ้วน - การส่งผู้คลอดเข้าห้องผ่าตัดได้ถูกต้อง ทันเวลา ชันสูตรและธนาคารเลือด - เก็บspecimen ส่งอย่างถูกต้องและเพียงพอ หน่วยจ่ายกลาง - การส่งอุปกรณ์นึ่งถูกต้อง ครบถ้วน ไม่สูญหาย - แลกและส่งของตรงตามเวลาที่กำหนด ศูนย์เครื่องมือแพทย์ - แจ้งอาการที่ผิดปกติของเครื่องมือ/อุปกรณ์อย่างชัดเจน - มีการส่งเครื่องมือ/อุปกรณ์ที่หน่วยงานยืมคืนตามกำหนดเวลา - มีการบำรุงรักษาและตรวจสอบเครื่องมือตามระยะเวลาที่กำหนด ศูนย์ประกันสุขภาพ - มีการแจ้งให้ศูนย์ประกันสุขภาพทราบเมื่อผู้คลอดมารักษาในรพ. - มีการประสานงานเมื่อผู้คลอดมีปัญหาด้านสิทธิ์การรักษาหรือ ต้องการส่งต่อรพ.อื่นๆ แพทย์ประจำบ้าน นักศึกษาแพทย์ และนักศึกษาพยาบาลสถาบันต่าง - ฝึกประสบการณ์ในการดูแลผู้คลอดในระยะต่างๆของการคลอด - ฝึกทำคลอดในรายคลอดปกติ ช่วยคลอดหัตถการต่างๆ - ฝึกประสบการณ์ในการดูแลทารกแรกเกิด
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 3 | 41 ง. ประเด็นคุณภาพ/ความท้าทาย ที่ส าคัญ: ผู้คลอดที่มาคลอดได้รับการประเมิน การดูแลและการพยาบาลตามระยะของการคลอดอย่างรวดเร็ว เหมาะสมตามมาตรฐานวิชาชีพ ผู้คลอดและญาติมีส่วนร่วมในการตัดสินใจวางแผนการคลอดร่วมกับทีมสุขภาพ ประเด็นคุณภาพ/ความท้าทาย ที่สำคัญ เป้าหมาย/วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัดและผลลัพธ์ แนวทางการป้องกัน 1. ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจาก การตกเลือดหลังคลอด ผู้คลอดไม่เกิด ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง จากการตกเลือดหลัง คลอด - อัตราการตกเลือด หลังคลอดน้อยกว่า 4% - ภาวะช็อกจากตก เลือดหลังคลอด=0 1. พัฒนาความรู้ของ บุคลากร โดยการส่ง อบรม เรื่อง การดูแล มารดาที่มี ภาวะแทรกซ้อน 2. พัฒนาแบบประเมิน ความเสี่ยงต่อการตก เลือดหลังคลอด 3. ร่วมกับสหสาขา วิชาชีพเพื่อหาแนวทาง ในการเฝ้าระวังและดูแล ผู้คลอดที่มีภาวะตก เลือดหลังคลอด 4. ร่วมทีมสูติแพทย์ ฝึกซ้อมสถานการณ์ ฉุกเฉิน 2. การเกิดภาวะ birth asphyxia ในทารกครบ กำหนด ทารกแรกเกิดครบกำหนด ไม่เกิดภาวะ birth asphyxia - บุคลากรผ่านการ ซ้อมการช่วยฟื้นคืน ชีพทารกแรกเกิด 100% - อัตราการเกิด ภาวะ birth asphyxia น้อยกว่า 3% - จำนวนครั้งของ ความไม่พร้อมใช้ของ อุปกรณ์ช่วยฟื้นคืน ชีพทารก= 0 1. ฝึกอบรมการแปลผล EFM 2. ฝึกซ้อมการช่วยฟื้น คืนชีพทารกแรกเกิด 3. ฝึกซ้อมสถานการณ์ จำลองการคลอดติดไหล่ 4. ปฏิบัติตามแนว ทางการตามกุมาร แพทย์และจอง NICU 5. ทบทวนเมื่อเกิด อุบัติการณ์ระดับ E ขึ้น ไป 3. Infected perineal wound ไม่มีการติดเชื้อแผลฝีเย็บ หลังคลอด - อัตราการเกิด infected perineal wound น้อยกว่า 0.2% 1. ฝึกทักษะในการทำ คลอดและเย็บซ่อมแซม แผลฝีเย็บแก่บุคลากร ใหม่ 2. ร่วมกับสูติแพทย์
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 4 | 41 ประเด็นคุณภาพ/ความท้าทาย ที่สำคัญ เป้าหมาย/วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัดและผลลัพธ์ แนวทางการป้องกัน - ผู้คลอดที่มีแผลฝี เย็บหลังคลอดทำ แบบทดสอบถูกต้อง ไม่น้อยกว่า 80% และพยาบาลหลังคลอด ในการจัดทำแนว ทางการดูแลมารดา หลังคลอดที่มีแผลฝีเย็บ 3. จัดทำสื่อการสอนใน การให้ความรู้ผู้คลอด เรื่องการดูแลแผลฝีเย็บ หลังคลอดผ่านวิดิทัศน์ 4. Eclampsia ในกลุ่ม PIH ไม่มีภาวะชักในกลุ่มPIH - ภาวะชักจากความ ดันโลหิตสูงหลัง admit>6 ชม.=0 1. มีระบบ fast track ในผู้คลอดกลุ่ม PIH 2. มีแนวทางปฏิบัติ เรื่อง การดูแลผู้คลอด ความดันโลหิตสูง 3. ฝึกซ้อมสถานการณ์ ฉุกเฉินในผู้คลอดที่มี ภาวะชักจากความดัน โลหิตสูง 5. การระบุตัวผู้ป่วยผิดพลาด - ไม่มีการระบุตัวผู้ คลอดและทารก แรกเกิด ผิดพลาด จำนวนครั้งของการ ระบุตัวผู้คลอด ผิดพลาด=0 จำนวนครั้งของการ ระบุตัวทารกแรกเกิด ผิดพลาด=0 - มีแนวทางในการ ระบุตัวผู้คลอดและ ทารกแรกเกิด - มีการทำกิจกรรม ทบทวนเมื่อเกิด อุบัติการณ์ จ. ความเสี่ยงที่ส าคัญ (Risk profile) ความเสี่ยงที่ส าคัญ วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัดและ ผลลัพธ์/เทียบเคียง แนวทางการป้องกัน ความเสี่ยงทางคลินิก ทั ่วไป/บริการ - ความคลาดเคลื่อน ในการบริหารยา - เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการ ดูแลผู้คลอด - อุบัติการณ์ ความคลาดเคลื่อน ระดับ A-B <8% - อุบัติการณ์ ความคลาดเคลื่อน ระดับ C-D <5% 1. ปฏิบัติตามคู่มือและแนวทางดังนี้ - คู่มือการจัดการความคลาดเคลื่อน ทางยาของผู้ป่วยใน (SDI-RMC010rev.00) - คู่มือแนวทางการพิจารณาการสั่งใช้ ยาที่ผู้ป่วยที่ประวัติแพ้ยาในกลุ่มเดียวกัน และแนวทางการพิจารณาตรวจยีนแพ้ยา
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 5 | 41 ความเสี่ยงที่ส าคัญ วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัดและ ผลลัพธ์/เทียบเคียง แนวทางการป้องกัน - อุบัติการณ์ ความคลาดเคลื่อน ระดับ E-F <0.5% - อุบัติการณ์ ความคลาดเคลื่อน ระดับ H-I =0 (SDI-PHA-062 rev.00) - คู่มือปฏิบัติงานเกี่ยวกับยาที่มีความ เสี่ยงสูง (High alert drug) (SDI-PHA050 rev.02) - คู่มือการบริหารยาสำหรับพยาบาล (SDI-NUR-037 rev.00) 2. ทำกิจกรรมทบทวนเมื่อเกิด อุบัติการณ์ 3. จัดทำนวัตกรรม - นาฬิกาเตือนฉีดยา - ตารางปรับเวลาบริหารยาฉีด 4. ใช้การ independent double check ทุกขั้นตอนในการบริหารยา HAD 5. ทบทวนการส่งต่อเวรให้ครบถ้วนและ เพิ่มการส่งต่อในรายที่มียาที่แตกต่างจาก เดิม 6. กรณีที่มีข้อสงสัยเรื่องการใช้ยาต่าง ๆ ให้สอบถามจากแพทย์ผู้รักษาหรือเภสัช กร - การระบุตัวผู้ป่วย ผิดพลาด - เพิ่มประสิทธิภาพ ในการดูแลผู้คลอด และทารกไม่ให้เกิด ความผิดพลาดใน การระบุตัว - จำนวนครั้งของการ ระบุตัวผู้คลอดและ ทารกผิดพลาด=0 - มีแนวทางในการระบุตัวผู้คลอดและ ทารกแรกเกิด - มีการทำกิจกรรมทบทวนเมื่อเกิด อุบัติการณ์ - การวินิจฉัยท่าทารกใน ครรภ์ผิดพลาด - เพิ่มประสิทธิภาพ ในการดูแลผู้คลอด ด้านการประเมินท่า ทารกในครรภ์ - จำนวนครั้งของการ วินิจฉัยท่าทารกใน ครรภ์ผิดพลาด=0 - OJT พยาบาลวิชาชีพใหม่ - ฝึกทักษะการประเมินท่าทารกใน ครรภ์จากการตรวจภายในแก่พยาบาล ห้องคลอดทุกราย - กรณีไม่แน่ใจส่วนนำให้รายงานสูติ แพทย์มาประเมินซ้ำ
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 6 | 41 ความเสี่ยงที่ส าคัญ วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัดและ ผลลัพธ์/เทียบเคียง แนวทางการป้องกัน ความเสี่ยงทางคลินิก เฉพาะโรค - ภาวะshock จากการ ตกเลือดหลังคลอด - เพิ่มประสิทธิภาพ ในการดูแลผู้คลอดที่ มีภาวะตกเลือดหลัง คลอด - จำนวนมารดาที่มี ภาวะช็อกจากการตก เลือดหลังคลอด =0 1. ปฏิบัติตามแนวทาง ดังนี้ - CNPG เรื่อง การดูแลมารดาเพื่อ ป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอด - แบบประเมินความเสี่ยงต่อการตก เลือดหลังคลอด - Patient safety checklist - Postpartum hemorrhage for vaginal delivery 2. ทำกิจกรรมทบทวนเมื่อเกิด อุบัติการณ์ 3. ฝึกซ้อมสถานการณ์ฉุกเฉินร่วมกับสูติ แพทย์ - Birth asphyxia - เพิ่มประสิทธิภาพ ในการดูแลทารกแรก เกิด - อัตราการเกิดภาวะ birth asphyxia <3% 1. พัฒนาความรู้บุคลากร โดยการส่ง อบรม การแปลผล EFM และการฟื้นคืน ชีพทารกแรกเกิด 2. ร่วมกับทีมสูติแพทย์เพื่อจัดทำแนว ทางการดูแลผู้คลอดที่มีผล EFM ผิดปกติ 3. ร่วมกับทีมกุมารแพทย์กำหนดแนว ทางการรายงานกุมารแพทย์และจอง NICU 4. ร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพฝึกซ้อม การฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิด 5. จัดทำ baby safety car - ภาวะชักในกลุ่มความ ดันโลหิตสูง - เพิ่มประสิทธิภาพ ผู้คลอดที่มีภาวะ ความดันโลหิตสูง ขณะตั้งครรภ์ - จำนวนผู้คลอดที่มี ภาวะชักจากความดัน โลหิตสูงหลัง admit>6 ชม.=0 1. ปฏิบัติตามคู่มือ ดังนี้ - CPG - แนวทางการดูแลผู้คลอดที่มีภาวะ ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ - คู่มือการวางแผนจำหน่ายหญิง ตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขณะ ตั้งครรภ์ (SDI-NUR-038 rev.00) - คู่มือปฏิบัติงานเกี่ยวกับยาที่มีความ เสี่ยงสูง (High alert drug) (SDI-PHA050 rev.02)
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 7 | 41 ความเสี่ยงที่ส าคัญ วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัดและ ผลลัพธ์/เทียบเคียง แนวทางการป้องกัน 2. จัดระบบ fast track ร่วมกับห้องฝาก ครรภ์และห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน 3. จัดทำสติ๊กเกอร์ warning sign ติด หน้าสมุดฝากครรภ์ในหญิงตั้งครรภ์ที่มี ความดันโลหิตสูง ฉ. สถิติการให้บริการปริมาณงาน 4 ปี ย้อนหลัง และทรัพยากร -ปริมาณงาน ปริมาณงาน ปริมาณงาน ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ผู้คลอดทั้งหมด 3,284 3,033 2,408 คลอดปกติ 2,061 1,909 1,447 ผ่าตัดคลอด 1,186 1,083 928 ใช้เครื่องดูดสุญญากาศ 30 34 23 คลอดท่าก้น 4 5 6 คลอด VBAC 3 2 4 คลอดก่อนกำหนด 351 288 218 ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ 73 109 69 ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ 410 413 321 ภาวะตกเลือดหลังคลอด 127 113 86 ภาวะขาดออกซิเจนในนาทีที่ 1 (term) 53 55 61 ภาวะบาดเจ็บจากการคลอด 16 27 28 กลุ่มโรคหลัก/ที่พบบ่อย 5 อันดับแรก/หัตถการที่สำคัญ ปริมาณงาน ปริมาณงาน ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 -อัตราการตกเลือดหลังคลอด 6.09 5.16 4.50 -อัตราการเกิดภาวะshock ในกลุ่มPPH 7 2 3 - อัตราการเกิดภาวะbirth asphyxia 1.80 2.01 2.78 - จำนวนทารกที่มีbirth injury 3 5 2
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 8 | 41 ช. ศกัยภาพและข้อจา กดัในด้านผปู้ ฏิบตัิงาน ทรัพยากร ศักยภาพ ข้อจำกัด บุคลากร อัตรากำลัง 1.สูติแพทย์ประจำ 1 คน หมุนเวียนอาทิตย์ละ 1 ครั้ง 2.แพทย์ประจำบ้าน 1 คน หมุนเวียนเดือนละ 1 ครั้ง 3.พยาบาลวิชาชีพจำนวน 19 คน ใช้ระบบ พยาบาลเจ้าของไข้ 3.1 พยาบาลระดับมหาบัณฑิตจำนวน 2 คน 3.2 พยาบาลเฉพาะทางด้านผดุงครรภ์ จำนวน 2 คน 3.3 พยาบาลประสบการณ์ - Novice = เริ่มปฏิบัติงานในหน่วยงาน < 2 ปี 4 ราย - Advanced beginner = มีประสบการณ์การ ปฏิบัติงาน >2-5 ปี4 ราย - Competent = มีประสบการณ์การ ปฏิบัติงาน > 5-8 ปี1 ราย - Proficient = มีประสบการณ์การปฏิบัติงาน > 8-10 ปี2 ราย - Expert = มีประสบการณ์การปฏิบัติงาน มากกว่า 10 ปี9 ราย 4.เจ้าพนักงานธุรการ จำนวน 1 คน 5.พนักงานทั่วไป จำนวน 8 คน - ผู้คลอดที่มาคลอดมีโรคแทรก ซ้อนทางอายุรกรรมที่ซับซ้อน มากขึ้น ทางหน่วยงานจึง วางแผนพัฒนาสมรรถนะ พยาบาลห้องคลอดโดยการส่ง อบรมหน่วยงานภายนอกเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้ คลอด - ยังไม่การคิด productivity ที่ เหมาะสมกับบริบทของ หน่วยงาน จึงวางแผนทำ โครงการวิจัยการคิดอัตรากำลัง ของห้องคลอดเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการบริหาร อัตรากำลัง - มีการโอนย้ายของพยาบาล วิชาชีพจำนวน 5 รายในปี 2565 ซ. เครื่องมือ/อุปกรณ์ทางการแพทย์: ทรัพยากร ศักยภาพ ข้อจำกัด เครื่องมือ เมื่อได้รับเครื่องมือใหม่ทางห้องคลอดได้เชิญ เจ้าหน้าที่ของบริษัทมาให้คำแนะนำวิธีใช้ที่ถูกต้อง และมีคู่มือในการใช้งานแนบมาด้วย ในห้องคลอดมี เครื่องมือที่ประจำในหน่วยงาน กรณีที่เครื่องมือไม่ พอใช้สามารถยืมเครื่องมือจากศูนย์เครื่องมือได้ ตลอด 24 ชั่วโมง เครื่องมือที่สำคัญของห้อง คลอดประกอบด้วย 1. Electronic Fetal Monitor มีจำนวน ทั้งหมด 14 เครื่องซึ่งประจำในแต่ละเตียง และมี ชุดควบคุมศูนย์กลางเพื่อการติดตามจำนวน 2 เครื่อง ทำให้สามารถติดตามสภาวะทารกในครรภ์ เครื่องมือบางอย่าง ทาง หน่วยงานไม่มีหรือนาน ๆ ใช้ จึง ต้องยืมจากศูนย์เครื่องมือ เช่น infusion pump, EKG recorder
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 9 | 41 ทรัพยากร ศักยภาพ ข้อจำกัด ได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา 2. เครื่องอัลตร้าซาวน์ 1 เครื่อง 3. เครื่องให้ความอบอุ่นและช่วยชีวิตเด็กแรก เกิด จำนวน 5 เครื่อง อยู่ในห้องคลอด 3 เครื่อง และอยู่ในห้องผ่าตัด 2 เครื่อง 4. เครื่องให้ความอบอุ่นทารกแรกเกิด จำนวน 5 เครื่อง 5. เครื่องช่วยหายใจทารกแรกเกิด (neopuff) จำนวน 3 เครื่อง 6. เครื่องวัดความเข้มข้นออกซิเจนในเลือด สำหรับทารกแรกเกิดจำนวน 2 เครื่อง สถานที่ - มีห้องแยกสำหรับผู้คลอดเป็นสัดส่วน และมีห้อง สำหรับผู้คลอดที่มีการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ - เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ใหม่ จึง ต้องมีการสอนสาธิตการใช้เพื่อให้ สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย - ในช่วงสถานการณ์การ ระบาดของโควิด-19 ที่มีจำนวนผู้ ติดเชื้อจำนวนมาก ห้องแยก สำหรับดูแลผู้คลอดมีปริมาณไม่ เพียงพอ จึงต้องมีการบริหาร จัดการเตียงโดยใช้ระบบนัดคลอด โดย google calendar ฌ. ประเดน ็ การสร้างเสริมสขุภาพ : แบ่งออกเป็นด้านผู้ป่วยและด้านบุคลากร ดังนี้ ด้านผู้ป่วย - จัดให้มีการอบรม โรงเรียนพ่อแม่ของห้องคลอด โดยสอนเรื่องการออกกำลังกาย การหายใจ เพื่อเตรียมตัวคลอด - ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยให้ผู้คลอดที่อยู่ในระยะ latent phase ได้ดูวิดีโอเรื่องการ ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และให้มารดาได้โอบกอดและกระตุ้นทารกดูดนมทันทีหลังคลอดภายใน ½ -1 ชม. - สอนและแนะนำการดูแลแผลฝีเย็บหลังคลอดในมารดาที่คลอดทางช่องคลอด ด้านบุคลากร - บุคลากรในหน่วยงานทุกคนได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี ปีละ 1 ครั้ง - บุคลากรได้รับการฉีดวัคซีนที่จำเป็น เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันโควิด-19 - ส่งเสริมให้บุคลากรออกกำลังกาย เช่น ตีแบดมินตัน เป็นต้น
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 10 | 41 2. กระบวนการหลักส าคัญ (Key Process) กระบวนการสำคัญ (key process) สิ่งที่คาดหวัง (process requirement) ความเสี่ยง สำคัญ/การ ป้องกันความ เสี่ยง (key risk) ตัวชี้วัดที่สำคัญ (performance indicator) ผลลัพธ์ตัวชี้วัด การเข้าถึงบริการ - ผู้คลอดที่มีภาวะ ความดันโลหิตสูง - ผู้คลอดที่มีภาวะ เร่งด่วน - ได้รับการเคลื่อนย้าย อย่างรวดเร็ว เหมาะสม - ตำแหน่งเตียง เหมาะสม - มีอุปกรณ์พร้อมใช้งาน - ได้รับการประเมิน อาการ สัญญาณชีพและ รายงานแพทย์ทันทีเมื่อ มาถึง - มีการให้ข้อมูล เกี่ยวกับสภาวะของผู้ คลอดและแผนการ รักษาที่เหมาะสม - การประเมิน และการวินิจฉัย ล่าช้า - การชักในผู้ คลอดที่มีภาวะความ ดันโลหิตสูงหลัง admit > 6 ชม. - จำนวนผู้คลอด ที่คลอดก่อนถึงห้อง คลอด ปี 2563=0 ปี 2564=0 ปี 2565=0 ปี 2563=0 ปี 2564=0 ปี 2565=0 การดูแลต่อเนื่อง - มีการดูแลผู้คลอด อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ฝาก ครรภ์จนถึงหลังคลอด - การส่งเวรต่อ ข้อมูลที่สำคัญ เชื่อมโยงตั้งแต่ ห้องฝากครรภ์ ห้องคลอด หอ ผู้ป่วยเด็กและ หลังคลอด - อัตราการตกเลือด หลังคลอด<4% - อัตราการเกิด birth asphyxia <3% ปี 2563=6.09% ปี 2564=5.16% ปี 2565=4.50% ปี 2563=1.08% ปี 2564=2.01% ปี 2565=2.78% การประเมินผู้ป่วย - ผู้คลอดทุกรายได้รับ การประเมินความเสี่ยง ตั้งแต่แรกรับ - มีการประเมินซ้ำตาม ระยะเวลาที่เหมาะสม - ประเมินผู้ คลอดที่มีความ เสี่ยง ตั้งแต่ก่อน คลอด โดยดูจาก ประวัติการ ตั้งครรภ์และการ คลอด และจาก การตรวจ ร่างกาย - การ ตอบสนองต่อ ความผิดปกติ - อัตราการตกเลือด หลังคลอด<4% - อัตราการเกิด birth asphyxia <3% ปี 2563=6.09% ปี 2564=5.16% ปี 2565=4.50% ปี 2563=1.08% ปี 2564=2.01% ปี 2565=2.78%
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 11 | 41 กระบวนการสำคัญ (key process) สิ่งที่คาดหวัง (process requirement) ความเสี่ยง สำคัญ/การ ป้องกันความ เสี่ยง (key risk) ตัวชี้วัดที่สำคัญ (performance indicator) ผลลัพธ์ตัวชี้วัด การให้การรักษา ผู้ป่วยวิกฤต (มุ่งเน้นการให้การ ดูแลรักษากลุ่มนี้ที่ ต้องการ ความ รวดเร็ว ปลอดภัย และการบริหาร จัดการความเสี่ยง ทางคลินิก) - ผู้คลอดและทารก สามารถคลอดได้อย่าง ปลอดภัย - ผู้คลอดและ ทารกมีความ เสี่ยงจากการ คลอด แนวทาง - แบบประเมิน ความเสี่ยงต่อ การตกเลือดหลัง คลอดและแนว ปฏิบัติ - ฝึกซ้อมการ ปฏิบัติเมื่อเกิด เหตุฉุกเฉิน - นำ MEWS มา ปรับใช้ - ทบทวนและ ปรับเปลี่ยน กระบวนการทำ คลอด - อัตราการเกิด ภาวะshock ใน กลุ่มPPH =0% - อัตราการเกิด birth injury <2.9% ปี 2563=7 ราย ปี 2564=2 ราย ปี 2565=3 ราย ปี 2563=2 ราย ปี 2564=5 ราย ปี 2565=2 ราย การดูแลรักษา ผู้ป่วยทั่วไป (elective case) เป็นกระบวนการที่ ครอบคลุมการดูแล รักษาโดยสหสาขา วิชาชีพรวมทั้ง ความเสี่ยงทาง คลินิก - ผู้คลอดที่วางแผน ผ่าตัดคลอดได้รับการ ปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ -การทำ care mapในผู้คลอด ที่วางแผนคลอด โดยการผ่าตัด คลอด - อัตราการทำ care mapในผู้คลอดที่ วางแผนผ่าตัด> 80% ปี 2563=100% ปี 2564=100% ปี 2565=100% การเตรียมผู้ป่วย ก่อนผ่าตัด (ถ้ามี) โดยมุ่งเน้นความ พร้อมการให้ข้อมูล การประเมิน - ผู้คลอดที่ได้รับการ ผ่าตัดคลอดได้รับความรู้ ก่อนผ่าตัด -ผู้คลอดผ่าตัด คลอดได้รับการ สอนแนะนำก่อน ผ่าตัด - อัตราผู้คลอดที่ ผ่าตัดคลอดได้รับ การสอนแนะนำ ก่อนผ่าตัด>80% ปี 2563=100% ปี 2564=100% ปี 2565=100%
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 12 | 41 กระบวนการสำคัญ (key process) สิ่งที่คาดหวัง (process requirement) ความเสี่ยง สำคัญ/การ ป้องกันความ เสี่ยง (key risk) ตัวชี้วัดที่สำคัญ (performance indicator) ผลลัพธ์ตัวชี้วัด การวางแผน จำหน่ายและการ ดูแลต่อเนื่อง -ผู้คลอดได้รับการส่งต่อ การดูแลต่อเนื่อง การส่งเวรต่อใน ประเด็นความ เสี่ยงสำคัญให้ พยาบาลหลัง คลอดและเด็ก แรกเกิด - อัตราการส่งเวร ต่อ ให้พยาบาลหลัง คลอดและเด็กแรก เกิด 100% ปี 2563=100% ปี 2564=100% ปี 2565=100% 8. กระบวนการ คู่ขนาน(ที่ไม่ใช่ หน้าที่หลักของเช่น - การดูแลรักษา เครื่องมือ - การส่งตรวจ lab - การพัฒนา ศักยภาพ - การ ประสานงานกับ หน่วยงานต่าง ๆ (Key Internal Coordination Requirements) : เช่น - กรณีฉุกเฉินจะมี การประสานงาน ภายในจาก หน่วยงานใด อย่างไร - เรื่องที่เร่งด่วน / วิกฤต เครื่องมือที่สำคัญของ หน่วยงาน เช่น central monitor ได้รับการ บำรุงรักษาและสอบ เทียบตามระยะเวลา -กรณีผ่าตัดคลอดฉุกเฉิน (perimortem c/s) ได้รับการประสานงาน จากหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องทันท่วงทีอ สามารถวัดอัตรา การเต้นของ หัวใจทารกใน ครรภ์และการ หดรัดตัวของ มดลูกได้อย่าง แม่นยำ ความไม่พร้อม ของเครื่องมือ และอุปกรณ์ใน การช่วยฟื้นคืน ชีพ - ได้รับการ calibrate ปีละ 1 ครั้งและ maintenance ปีละ 3 ครั้ง จำนวนครั้งของ ความไม่พร้อมใช้ ของเครื่องมือและ อุปกรณ์ช่วยฟื้นคืน ชีพ ปี 2563=100% ปี 2564=100% ปี 2565=100% ปี 2563=0 ปี 2564=0 ปี 2565=1
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 13 | 41 3.กิจกรรมทบทวนคณุภาพ (สรปุประเดน ็ สา คญัว่า ทา อะไร ทา อย่างไรและผลเป็ นอย่างไร พร้อม ทงั้มีแนวทางการป้องกนัการเกิดซา ้) กิจกรรมทบทวน/เรื่องที่ทบทวน การออกแบบหรือปรับปรุง 1. การทบทวนขณะดูแลผู้ป่วย เรื่องที่ทบทวน ; การประเมินและป้องกันภาวะ Maternal injury 1. ปฏิบัติตามแนวทาง CNPG เรื่อง การพยาบาล เพื่อป้องกัน maternal injury ของห้องคลอด 2. นำ application estimate feral weight เพื่อ ประเมินน้ำหนักทารกในครรภ์ 3. ฝึกซ้อมสถานการณ์การคลอดยากร่วมกับสูติ แพทย์ 2. การทบทวนข้อร้องเรียนของผู้คลอด/ผู้รับบริการ เรื่องที่ทบทวน : ข้อร้องเรียนพฤติกรรมบริการ 1. ให้บริการทางการพยาบาลตามมาตรฐานวิชาชีพ และปฏิบัติต่อผู้รับบริการอย่างเท่าเทียมกัน 2. หลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งระหว่างผู้ปฏิบัติงาน และผู้รับบริการ 3. การทบทวนการส่งต่อผู้คลอด เรื่องที่ทบทวน : ความผิดพลาดในการส่งต่อ ข้อมูล 1. ใช้ SBAR ในการส่งต่อ 2. บันทึกข้อมูลที่สำคัญลงในประวัติใบบันทึกข้อมูล ทางสูติกรรมและเน้นข้อความด้วยปากกาไฮไลท์ 4. การทบทวนโดยผู้ชำนาญกว่า เรื่องที่ทบทวน : การตกเลือดหลังคลอด 1. ปฏิบัติตามแนวทางแบบประเมินความเสี่ยงต่อ การตกเลือดหลังคลอด 2. พัฒนาแนวทาง patient safety checklist postpartum hemorrhage for vaginal delivery 5. การค้นหาและป้องกันความเสี่ยง เรื่องที่ทบทวน : การป้องกันการคลอดติดไหล่ 1. พัฒนา application ใช้ในการคาดคะเนน้ำหนัก ทารกในครรภ์ 2. ปฏิบัติตามแนวทาง CNPG การคลอดติดไหล่ 3. ซ้อมสถานการณ์ฉุกเฉิน กรณีคลอดติดไหล่ 6. การทบทวนการติดเชื้อในโรงพยาบาล เรื่องที่ทบทวน : การติดเชื้อแผลฝีเย็บ 1. ปฏิบัติตามแนวทาง CNPG เรื่อง การป้องกันการ ติดเชื้อแผลฝีเย็บหลังคลอด 2. มีการจัดทำวิดิโอ การดูแลแผลฝีเย็บและการ ดูแลตนเองหลังคลอดแก่ผู้คลอด 3. ส่งต่อข้อมูลแผลฝีเย็บกับพยาบาลหลังคลอดเพื่อ การดูแลอย่างต่อเนื่อง 7. การทบทวนการใช้ยา เรื่องที่ทบทวน : ความคลาดเคลื่อนทางยา 1. ปฏิบัติตามแนวทาง การให้ยา 2. ทบทวนเมื่อเกิดอุบัติการณ์ระดับ E ขึ้นไป 3. จัดทำนวัตกรรม นาฬิกาเตือนให้ยา 8. การทบทวนการดูแลผู้ป่วยจากเหตุการณ์สำคัญ เรื่องที่ทบทวน : perimortem c/s 1. พัฒนาแนวทางการประสานงานระหว่าง หน่วยงานและทีมสหสาขา 2. เพิ่มพูนทักษะและสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพ ในการเฝ้าระวังภาวะวิกฤตและการช่วยฟื้นคืนชีพ มารดา
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 14 | 41 กิจกรรมทบทวน/เรื่องที่ทบทวน การออกแบบหรือปรับปรุง 3. ออกแบบพื้นที่ในการเตรียมมารดากรณีผ่าตัด คลอดฉุกเฉินที่ ER 9. การทบทวนเวชระเบียน/บันทึก เรื่องที่ทบทวน ความสมบูรณ์ของเวชระเบียน การพัฒนาคุณภาพการเขียนบันทึกทางการพยาบาล 10.การใช้ความรู้ทางวิชาการ เรื่องที่ทบทวน : การพัฒนา competency ของ พยาบาลวิชาชีพ 1. พัฒนาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพจบใหม่ โดยใช้ ระบบพยาบาลพี่เลี้ยงและการสอนเป็น classroom 2. พัฒนาสมรรถนะด้านทักษะการใช้โปรแกรม คอมพิวเตอร์ผ่าน E-learning 11.การทบทวนการใช้ทรัพยากร เรื่องที่ทบทวน : การบริหารเวชภัณฑ์ทาง การแพทย์ 1. จัดทำแผนการเบิกเวชภัณฑ์ในหน่วยงานเพื่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้งาน 2. ตรวจสอบความพร้อมใช้ทุกเวร 12.การติดตามเครื่องชี้วัดที่สำคัญ เรื่องที่ทบทวน : birth asphyxia 1. Continuous fetal monitor ตามข้อบ่งชี้ของ PCT 2. พัฒนาสมรรถนะด้านการแปลผล EFM 3. อบรมการช่วยฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิดแก่ พยาบาลวิชาชีพและจัดให้มีการฝึกซ้อมปีละ 1 ครั้ง 4. ตวัชี้วดัผลการดา เนินงาน (Performance Indicator) Common clinical risk ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน เป้าหมาย ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 -ความคลาดเคลื่อนทางยา (ระดับ E ขึ้นไป) <5:1,000 0 0 2 -ความคลาดเคลื่อนในการให้เลือด 0 ครั้ง 0 0 0 -อุบัติเหตุในการปฏิบัติงาน 0 ครั้ง 5 7 3 -อัตราความสมบูรณ์เวชระเบียน (External) >70% 95.7 98.75 - อัตราความพึงพอใจของผู้รับบริการ >85% 96.37 96.30 99.39 -จำนวนใบข้อร้องเรียนด้านพฤติกรรมบริการ 0 ครั้ง 0 0 0 Specific clinical risk ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน เป้าหมาย ปริมาณงาน ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 -อัตราการตกเลือดหลังคลอด <4% 6.09 5.16 4.50 -อัตราการเกิดภาวะshock ในกลุ่มPPH 0 7 2 3 - อัตราการเกิดภาวะbirth asphyxia <3% 1.80 2.01 2.78 - จำนวนทารกที่มีbirth injury 0 3 5 2 ภาวะตกเลือดหลังคลอด
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 15 | 41 ความหมาย ภาวะตกเลือดหลังคลอด (Postpartum hemorrhage:PPH) หมายถึง การเสียเลือดตั้งแต่ 500 มิลลิลิตร ภายหลังการคลอดทางช่องคลอด และหากมีการเสียเลือดมากกว่า 1,000 มิลลิลิตร เรียกว่า ภาวะตก เลือดหลังคลอด รุนแรง บทนำ อุบัติการณ์ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ พบว่า ปี 2562-2565 มีอัตราการตกเลือดหลังคลอด ร้อย ละ 4.77, 6.09,5.16,4.50 ตามลำดับ และเป้าหมายที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์กำหนดไว้ คือ น้อยกว่า ร้อยละ 4 ซึ่งในจำนวนนี้มีอัตราการเกิดภาวะช็อกจากการตกเลือดหลังคลอดคิดเป็นจำนวน 0,7,2,3 ราย ตามลำดับและเป้าหมายที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์กำหนดไว้ คือ 0 ราย อัตราการตกเลือดหลังคลอด ปี 2562-2565 จำนวนการตกเลือดหลังคลอด(ราย) 4.77 6.09 5.16 5.77 0 1 2 3 4 5 6 7 2562 256 256 2565 92 127 113 86 0 7 2 3 0 20 40 60 80 100 120 140 2562 256 256 2565 PPH PPH with shock
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 16 | 41 การดูแลมารดาเพื่อป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอดสิ่งสำคัญ คือ การค้นหา เฝ้าระวัง และป้องกันปัจจัย เสี่ยงต่อการเกิดภาวะตกเลือดหลังคลอด โดยการประเมินความเสี่ยงของภาวะตกเลือดหลังคลอดตั้งแต่แรกรับไว้ ในห้องคลอด และการดูแลเพื่อลดการเสียเลือดในระยะคลอด เป็นการป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอดที่ดีที่สุด ภาวะตกเลือดหลังคลอดเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติศาสตร์ที่สำคัญ เป็นช่วงวิกฤตของผู้คลอด ซึ่งการแก้ไขภาวะตก เลือดหลังคลอดเปรียบเสมือนการช่วยฟื้นคืนชีพ หากไม่มีประสิทธิภาพผู้คลอดอาจเสียชีวิตได้ ดังนั้นความพร้อม และประสิทธิภาพของการดูแล เมื่อเกิดภาวะตกเลือดหลังคลอด จึงเป็นสมรรถนะสำคัญของทีมในห้องคลอด สาเหตุของการตกเลือด และแนวทางการประเมินการตกเลือดหลังคลอดโดยใช้หลัก 4T เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงของ การเกิดภาวะตกเลือดหลังคลอด สาเหตุ ปัญหาหลัก ปัจจัยเสี่ยงหรืออาการแสดง Tone: มดลูกหดรัดตัวไม่ดี (Uterine atony) 1. มดลูกขยายมากเกินไป - น้ำคร่ำมาก,ครรภ์แฝด,ทารกตัวโต 2. การติดเชื้อในโพรงมดลูก - ถุงน้ำคร่ำแตกนาน,มีไข้ 3. กายวิภาค - เนื้องอกมดลูก,รกเกาะต่ำ,มดลูกผิดปกติแต่กำเนิด 4. การทำงานของมดลูกผิดปกติ - คลอดเร็ว,คลอดช้า,กระเพาะปัสสาวะเต็ม 5. มดลูกขยายตัว - ได้ยา เช่น terbutaline, Nifedipine, MgSO4, ยาดมสลบ 6. มดลูกปลิ้น ทำคลอดรกด้วยการดึงสายสะดืออย่างรุนแรง, รกเกาะที่ยอดมดลูก Tissue: เศษรกค้าง 1.รกค้าง (retained placenta) Succenturiate placenta 2. รกเกาะแน่น (placenta accrete) - เคยผ่าตัดที่ตัวมดลูกมาก่อน - เคยขูดมดลูก - รกคลอดช้า Trauma: ช่องคลอดฉีกขาด - ปากมดลูก,ช่องคลอดหรือฝีเย็บ ฉีกขาด - คลอดเร็ว - ทำสูติศาสตร์หัตถการ - แผลผ่าท้องทำคลอดฉีกขาด - ทารกผิดปกติ - ส่วนนำลงไปลึก - มดลูก - เคยผ่าตัดที่ตัวมดลูกมาก่อน
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 17 | 41 สาเหตุ ปัญหาหลัก ปัจจัยเสี่ยงหรืออาการแสดง Thrombin: เลือดไม่แข็งตัว มีโรคเลือดอยู่เดิม - Hemophilia - Idiopathic thrombocytopenia purpura - Von Willebrand’s disease โรคที่เกิดขณะตั้งครรภ์ - Gestational thrombocytopenia - Preeclampsia with thrombocytopenia, HELLP ประวัติครอบครัวมีจุดเลือดออก,จ้ำเลือด จุดเลือดออก จ้ำเลือด ความดันโลหิตสูง ภาวะ Disseminated intravascular coagulation (DIC) - Severe infection - ทารกตายในครรภ์ - Placenta abruption - Amniotic fluid embolism - ไข้,เม็ดเลือดขาวสูง - ทารกเสียชีวิต - เลือดออกทางช่องคลอด - หมดสติอย่างรวดเร็ว Therapeutic anticoagulant ประวัติโรคลิ่มเลือดอุดตันและการใช้ยา อุบัติการณ์ปี 2562-256 อุบัติการณ์ ปี 2565 75.58 19.76 9.3 0 Tone Trauma Tissue Thrombin
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 18 | 41 วิเคราะห์สาเหตุของการเกิดปัญหา 1. การประเมินความเสี่ยงไม่เป็นแนวทางเดียวกัน 2. ขาดการประเมินซ้ำเมื่อผู้คลอดเข้าสู่ระยะคลอด 3. การคาดคะเนปริมาณเลือดไม่แม่นยำ 4. การเฝ้าระวังในระยะหลังคลอด 5. ทักษะของบุคลากร แนวทางการพัฒนา 1. การดูแลรักษาภาวะตกเลือดหลังคลอด โดยใช้กระบวน TIME 1.1. การดูแลรักษาด้วยทีมที่มีประสิทธิภาพ (Team) สมาชิกในทีมต้องมีสมรรถนะ ทั้งทางด้าน Non-technical skills และทักษะการสื่อสารในทีมที่ดี 1.2. การเตรียมช่วยชีวิตขั้นต้น (Initial resuscitation and investigation) ซึ่งจำเป็นต้อง ปฏิบัติอย่างรวดเร็ว ได้แก่ การนวดมดลูก ให้ออกซิเจนชนิด mask with bag 10 L/min ให้สารน้ำด้วย crystalloid เช่น 0.9% NSS อย่างรวดเร็วด้วยเข็มขนาดใหญ่ อย่างน้อย 2 เส้น และแนะนำให้เจาะ เลือดเพื่อจองเลือดและส่งตรวจ PPH blood test แนะนำให้ใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อประเมินพลัง ไหลเวียนเลือด 1.3. การให้ยาเพื่อรักษาภาวะตกเลือดหลังคลอดเฉียบพลัน (Medication treatment) ยาที่มีใช้ ในปัจจุบัน ได้แก่ Oxytocin, Methylergonovine, Tranexamic acid, Misoprostol, Sulprostone(Nalador) 1.4. การหยุดเลือด (End of bleeding) หากการใช้ยาเพื่อกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกไม่ ได้ผล จำเป็นต้องหยุดเลือดด้วยกระบวนการผ่าตัด ได้แก่ การใช้บอลลูน การผ่าตัดด้วยวิธี B-lynch การ ผ่าตัดผูกหลอดเลือดของมดลูก และการตัดมดลูก 2. มีการจัดฝึกซ้อมสถานการณ์ฉุกเฉินในห้องคลอดร่วมกับสูติแพทย์ ทุก 6 เดือน 3. มีการทำ RCA เมื่อเกิดอุบัติการณ์ตกเลือดรุนแรงและนำผลการทำ RCA มาเป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อ ป้องกันการเกิดซ้ำ และมีการติดตามผล หลังทำ RCA อย่างต่อเนื่อง 4. กระตุ้นเตือนบุคลากรในหน่วยงาน ให้ปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด 5. จัดทำรถ Safety PPH เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยชีวิตเบื้องต้น การเฝ้าระวังภาวะ Birth asphyxia ห้องคลอดโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ หลักการและเหตุผล ภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดเป็นปัญหาสำคัญสำหรับประเทศไทยและก่อให้เกิดอัตราการตาย และความพิการสูง จากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยปี 2563-2565 อัตราการเกิดภาวะขาด อากาศในทารกแรกเกิดร้อยละ 1.56, 1.65 และ1.67 ตามลำดับ จะเห็นว่าอัตราการเกิดภาวะขาดออกซิเจนใน ทารกแรกเกิดมีแนวโน้มสูงขึ้น ในปี 2563-2565 โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์มีอัตราการเกิดภาวะขาด ออกซิเจนในทารกแรกเกิดในครรภ์ครบกำหนด ร้อยละ 1.8 ,2.01 และ2.78 ตามลำดับ โดยเป้าหมายของ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ กำหนดอัตราการขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดครรภ์ครบกำหนดไม่เกินร้อย ละ 3
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 19 | 41 ในส่วนงานของห้องคลอดโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ การดูแลทารกในระยะรอคลอด และระยะ คลอด เพื่อป้องกันทารกเกิดภาวะขาดออกซิเจนแรกเกิด คือ การประเมิน เฝ้าระวัง และป้องกัน ภาวะแทรกซ้อน ที่จะเกิดจากภาวะขาดออกซิเจน โดยสาเหตุนั้นเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ปัจจัยเกี่ยวกับการคลอด ได้แก่ ท่า ผิดปกติของทารกในครรภ์ ครรภ์แฝด ความผิดปกติของสายสะดือ ศีรษะทารกไม่ได้สัดส่วนกับช่องเชิงกราน ระยะที่ 2 ของการคลอดยาวนาน การช่วยคลอดด้วยสูติศาสตร์หัตถการต่างๆ การคลอดติดไหล่ ภาวะเสียงหัวใจ ทารกผิดปกติขณะรอคลอด เป็นต้น ปัจจัยทางด้านมารดา ได้แก่ โรคทางอายุรศาสตร์ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไทรอยด์ ภาวะ ครรภ์เป็นพิษ ครรภ์แฝดน้ำ ภาวะน้ำคร่ำน้อย เป็นต้น ปัจจัยด้านทารก ได้แก่ ครรภ์ก่อนกำหนด ครรภ์เกินกำหนด ทารกน้ำหนักมาก ทารกเติบโตช้าในครรภ์ การ สำลักน้ำคร่ำมีขี้เขาปน เป็นต้น การประเมินความเสี่ยงตั้งแต่มาฝากครรภ์ การประเมินสุขภาพ ของทารกในครรภ์ และการเฝ้าระวังขณะรอ คลอด จึงเป็นการป้องกันภาวะขาดออกซิเจนที่มีประสิทธิภาพที่สุด ภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดถือเป็น ภาวะฉุกเฉินที่สำคัญ เป็นช่วงวิกฤติของทารก ดังนั้น ความพร้อมของทีม อุปกรณ์การช่วยฟื้นคืนชีพ และ ประสิทธิภาพในการดูแลระยะคลอด โดยเฉพาะการแปลผลEFM และการช่วยฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิด จึงเป็น สมรรถนะสำคัญของบุคคลากรของห้องคลอด วัตถุประสงค์ 1.เพื่อให้การดูแลทารกในระยะรอคลอด และระยะคลอดมีคุณภาพ ทารกไม่เกิดภาวะขาดออกซิเจน 2.เพื่อลดอัตราการเกิดภาวะ Birth asphyxia น้อยกว่า 3% ในทารกครรภ์ครบกำหนด 3.เพื่อลดอัตราการเกิดภาวะNeonatal death ขอบเขต ทารกแรกเกิดมีชีพทุกรายตั้งแต่อายุครรภ์ 24 สัปดาห์ขึ้นไปทั้งคลอดทางช่องคลอดและการผ่าตัดคลอด ทางหน้าท้อง นิยามศัพท์ Birth asphyxia คือ ภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดที่มีคะแนน APGAR score นาทีที่ 5 น้อยกว่า 7 คะแนน อัตราการเกิด Birth Asphyxia ปี 2563-2565
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 20 | 41 0.7 0.75 0.98 0 0.5 1 1.5 ปี2563 ปี256 ปี2565 จากกราฟปี 2563- 2565 อัตราการเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดที่ Apgar score นาทีที่5 < 7 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.7, 0.75 และ0.98 ตามลำดับ อัตราการเกิด Birth Asphyxia ปี 2563-2565 จากกราฟปี 2563- 2565 อัตราการเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดครรภ์ครบกำหนด คิดเป็น ร้อยละ 0.31, 0.32 และ0.38 ตามลำดับ และอัตราการเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดครรภ์ก่อน กำหนด คิดเป็นร้อยละ 3.86, 0.4.9 และ6.76 ตามลำดับ การวิเคราะห์สาเหตุ จากการทบทวน RCA ในปี 2563- 2565 พบว่ามีทารกแรกเกิด Neonatal dead ในทารกครบกำหนด เกิดจากหลายปัจจัยที่ทำให้เกิด Neonatal dead ได้แก่ มารดามีภาวะน้ำคร่ำน้อย ทารกมีภาวะขี้เทาปนใน น้ำคร่ำ EFM มีอัตราการเต้นของทารกผิดปกติ และมีระยะที่ 2 ของการคลอดยาวนาน
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 21 | 41 แนวทางการพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะbirth asphyxia 1.กรณีผู้คลอดที่อายุครรภ์มากกว่า 37 สัปดาห์ และมีภาวะน้ำคร่ำน้อยกว่า 5 cm. พิจารณาให้นอน โรงพยาบาลในวันที่ตรวจพบทุกราย ส่วนผู้คลอดที่อายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์ ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ แพทย์ในการพิจารณาวางแผนการรักษา 2. เมื่อ EFM continues monitor พบ Variable deceleration หรือ Late deceleration ร่วมกับ minimal variability ให้ตระหนักถึงภาวะน้ำคร่ำน้อย รายงานสูติแพทย์เพื่อทำการตรวจอัลตร้าซาวด์ ประเมิน น้ำคร่ำทุกราย พร้อมพิมพ์ภาพและบันทึกลงเวชระเบียน 3.ในผู้คลอด set C/S due to Non reassuring FHR และ fetal distress ให้โทรรายงานกุมารแพทย์ และจองเตียง NICU ทุกราย โดยให้สูติแพทย์หรือแพทย์ประจำบ้านเขียนรายละเอียดการรายงานกุมารแพทย์ และการจองเตียง NICU ลงในใบคำสั่งการรักษาเพื่อเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง การจองเตียง NICU ให้ถามชื่อ ผู้รับจองทุกครั้ง 4.การหาแนวทางร่วมปฏิบัติกับสูติแพทย์ในการตรวจอัลตร้าซาวด์ในทุกไตรมาสของการตั้งครรภ์ เพื่อ ประเมินปริมาณน้ำคร่ำ, การเจริญเติบโตของทารก การคะเนน้ำหนักทารก ความผิดปกติของทารกในครรภ์ หรือการทำคลื่นเสียงดอพเลอร์ของทารกในครรภ์ (Fetal Doppler) เพื่อประเมินความเสี่ยงของทารกในครรภ์ได้ อย่างรวดเร็ว 5.การประเมินรูปแบบการหายใจทารกแรกเกิดถ้าผิดปกติมาก, ทารกตัวเขียว O2 sat Room air ทารก น้อยกว่า 90% แม้ว่าให้ O2 หรือสงสัย ไม่แน่ใจ โดยพิจารณารูปแบบการหายใจของทารกเป็นหลัก ให้รายงาน กุมารแพทย์มาประเมินทารกก่อนแยกส่ง 6.หากมีทารกต้องแยกส่งหลายคน ให้พิจารณาส่งทารกที่เร่งด่วนก่อน โดยไม่ต้องรอใบบันทึกคลอดได้ 7.การส่งเวรแบบ SBAR ผลดำเนินการ
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 22 | 41 จากกราฟปี 2566 ไตรมาสที่ 1 อัตราการเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดที่ Apgar score นาทีที่ 5 < 7 คะแนน ร้อยละ 1.34, 0.52 และ2.38 ตามลำดับ จากกราฟปี 2566 ไตรมาสที่ 1 อัตราการเกิดภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดในทารกครรภ์ครบ กำหนดคิดเป็น ร้อยละ 0, 0 และ0.68 ตามลำดับ และในทารกครรภ์ก่อนกำหนดคิดเป็นร้อยละ 9.68, 4.35 และ 14.29 ตามลำดับ แนวทางการพัฒนา 1. การอบรมการประเมินทารกแรกเกิด การประเมินรูปแบบการหายใจทารกแรกเกิด 2. การฝึกซ้อมการฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิดร่วมกับกุมารแพทย์ มีการฝึกซ้อม NCPR ทุกปีเพื่อทบทวนและ รับทราบการรักษาแบบใหม่ 3.พัฒนาการส่งเวรกับ NICU โดยใช้ SBAR และแนวทางการตามกุมารแพทย์ 4. มีการทำ RCA ร่วมกับกลุ่มงานกุมารเวชกรรมในทารกที่เสียชีวิตหรือมี adverse event ระดับ G H I เนื่องจาก severe birth asphyxia ทุกราย Medication error สรุปความคลาดเคลื่อนทางยา ห้องคลอด ปีงบ 2565 จ านวน 18 ครั้ง ดังนี้ 1. เกิดจากกระบวนการคลาดเคลื่อนของเภสัชสั่งจ่ายยา (Dispensing) 1 ครั้ง 2. เกิดจากกระบวนการคลาดเคลื่อนการคัดลอกของพยาบาล (Transcribing) 1 ครั้ง 3. เกิดจากกระบวนการคลาดเคลื่อนการบริหารยาก่อนถึงผู้ป่วย (Pre-admin) 2 ครั้ง 4. เกิดจากกระบวนการคลาดเคลื่อนการบริหารยาถึงผู้ป่วยแล้ว (Admin) 14 ครั้ง แผนภมูิแสดงการเปรียบเทียบแต่ละไตรมาสประจา ปีงบ 2565
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 23 | 41 - อัตราความคลาดเคลื่อนทางยาปีงบ 2565 จ านวน 18 ครั้ง - ไตรมาสที่ 1 จ านวนผู้คลอด 670 ราย พบ Med error 3 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 0.44 - ไตรมาสที่ 2 จ านวนผู้คลอด 520 ราย พบ Med error 5 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 0.96 - ไตรมาสที่ 3 จ านวนผู้คลอด 511 ราย พบ Med error 6 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 1.17 - ไตรมาสที่ 4 จ านวนผู้คลอด 632 ราย พบ Med error 4 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 0.63 การวิเคราะหข์ ้อมลูตามแผนภมูิแสดงการเปรียบเทียบแต่ละไตรมาสประจา ปีงบ 2565 จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า อัตราความคลาดเคลื่อนทางยาไตรมาสที่ 1-4 ระดับ A-B มีระดับ ความคลาดเคลื่อนทางยาคิดเป็นร้อยละ 0.14, 0.19, 0.39 และ 0.15 ตามล าดับ ซึ่งไตรมาสที่ 1-3 พบ เพิ่มขึ้นเนื่องจากการตรวจจับความคลาดเคลื่อนทางยาได้มากขึ้น และไตรมาสที่ 4 พบน้อยลงเกิดจากมี การปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันความคลาดเคลื่อนทางยาอย่างเคร่งครัดจึงท าให้การตรวจจับความ คลาดเคลื่อนทางยาพบน้อยลง ระดับ C-D มีระดับความคลาดเคลื่อนทางยาคิดเป็นร้อยละ 0.29, 0.76, 0.58 และ 0.31 ตามล าดับ ไตรมาส 1-2 พบความคลาดเคลื่อนทางยาระดับ C สาเหตุเกิดจากลืมตั้งเวลาเตือนจึงท าให้เกิดการยาผิด เวลา ภายหลังได้รับการด าเนินการแก้ไขไตรมาสที่ 3-4 ไม่พบการให้ยาผิดเวลา และความคลาดเคลื่อน ทางยา ระดับ D ไตรมาสที่ 1-4 สาเหตุเกิดจากพยาบาลไม่ได้ดู position ขณะให้ IV, ผู้คลอดปรับ IV เอง, การลืม Round IV ตามข้อตกลง จึงท าให้ IV หมดเร็ว ภายหลังได้รับการแก้ไขโดยการใช้ Infusion pump ทุกรายในการให้สารน ้าแต่ยังเกิด IV หมดเร็วในรายที่ไม่ได้ใช้เครื่อง Infusion pump เนื่องจากบกพร่องใน การดู position ก่อนปรับ IV ระดับ E-F ไตรมาสที่ 3 พบความคลาดเคลื่อนทางยาระดับ E สาเหตุเกิดจากผู้คลอดผ่าตัดคลอด ฉุกเฉินต้องได้รับยา Cefazolin ก่อนผ่าตัดคลอดตามแผนการรักษา ผู้คลอดปฏิเสธการแพ้ยาทุกชนิด และ ก่อนการให้ยาได้ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ภายหลังได้รับยาผู้คลอดเกิด Anaphylaxis เป็นการ เกิด Adverse Drug Event เกิดขึ้นระหว่างการรักษาที่ป้องกันได้ยาก ไตรมาสที่ 4 พบความคลาดเคลื่อน ทางยาระดับ E ขึ้น สาเหตุเกิดจากพยาบาลดูประวัติไม่ละเอียดรอบคอบและซักประวัติผู้คลอดปฏิเสธการ แพ้ยาทุกชนิด ด้วยสถานการณ์ที่เร่งด่วนในการดูแลผู้คลอดฉุกเฉิน และเร่งรีบในการให้ได้รับยา MgSo4 ให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันการชัก ก่อนให้ยาซักประวัติการแพ้ยาอีกครั้งผู้คลอดยังยืนยันปฏิเสธการแพ้ยาทุก ชนิดจึงได้รับยาตามแผนการรักษา ภายหลังได้รับยาพยาบาลตรวจพบหน้าสมุด ANC มีประวัติการแพ้ยา MgSo4 และยังไม่ได้ส่งไปปรึกษาเภสัชเรื่องการแพ้ยา จึงท าให้เกิด Adverse Drug Event เกิดขึ้นอีกครั้ง แนวทางการพัฒนา 1. เน้นย ้าการทวน order ซ ้าก่อนการให้ยา 2. ใช้เครื่อง Infusion pump ในการควบคุมสารน ้าทุกรายที่ให้สารน ้า 3. เพิ่มแนวทางปฏิบัติในการ Round IV เร็วขึ้นภายหลังการให้ IV จาก 30 เป็น 15 นาที ใน รายที่ไม่ได้ใช้เครื่อง Infusion pump 4. การ round ผู้คลอดช่วงเปลี่ยนเวรทุกเวรให้เน้นย ้าการตั้งนาฬิกาเตือนและติดป้ายนาฬิกา เตือนการให้ยาทุกราย
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 24 | 41 5. การเกิด Med error ระดับ E ได้รับการแก้ไขปัจจุบันทันด่วน ท า RCA ภายใน 3 วัน 5. การบรรลเุป้าหมายและการพฒันาต่อเนื่อง 5.1 ผลงานเด่นและความภมูิใจของหน่วยงาน (มีเรื่องอะไรที่ทา ได้ดีเช่น นวัตกรรม,CQI, วิจยั, R2R) รู้ไซส์ รู้ขนาด ไม่พลาดดูแลหนูApplication estimate fetal weight 1. ชื่อเรื่อง รู้ไซส์ รู้ขนาด ไม่พลาดดูแลหนู 2. รายละเอียดของกลุ่ม ห้องคลอด 3. รายละเอียดหน่วยงาน มีพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติงานในห้องคลอดทั้งหมด 19 คน ให้บริการการคลอด 24 ชั่วโมง ให้กับผู้ คลอดที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 24 สัปดาห์ขึ้นไปทั้งภาวะปกติและภาวะผิดปกติ ในเวลาราชการ รับผู้คลอดจาก หน่วยฝากครรภ์และหน่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน นอกเวลาราชการรับผู้คลอดจากหน่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน ผู้คลอดที่มา คลอดมีทั้งฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ คลินิก ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลรัฐและ เอกชนอื่น ๆ รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ฝากครรภ์ โดยเป็นคนไทยและชาวต่างชาติทุกสิทธิ์การรักษา ให้บริการ ตั้งแต่ระยะรอคลอด ระยะคลอดและดูแลมารดา 2 ชั่วโมงแรกหลังคลอด ให้การพยาบาลทารกแรกเกิดทั้งใน รายที่ปกติและในภาวะวิกฤติฉุกเฉิน ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในช่วงเวลา ½ - 1 ชั่วโมงหลังคลอด ทั้ง คลอดทางช่องคลอดและผ่าตัดคลอด สถิติการคลอดปี2562=3,076 ราย ปี 2563= 3,275 ราย ปี 2564= 3,051 ราย 4. มูลเหตุจูงใจ การคลอดเป็นเหตุการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามพัฒนาการของชีวิตที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบแผนการดำเนินชีวิต ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะวิกฤติต่อ ผู้คลอดและ ครอบครัวได้ นอกจากนี้ความเจ็บปวดที่เกิดจากการคลลอด เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่สุขสบาย ความทุกข์ ทรมานเป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจากการรอคลอดเป็นเวลานานและอาจเกิดการคลอดยากที่มีสาเหตุมาจาก ความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้ การคลอดยากที่เกิดจากขนาดของทารกตัวโตนั้นมีผลต่อทั้งทางด้านผู้คลอดและทารก ผลต่อผู้คลอด คือ ความเจ็บปวดที่เกิดจากการรอคลอดเป็นเวลานาน และผลต่อจิตใจทำให้เกิดประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อการคลอด อาจทำให้ไม่ต้องการตั้งครรภ์อีก หรืออาจนำไปสู่ปัญหาด้านจิตใจในระยะหลังคลอดได้ ส่วนผลต่อด้านทารก การ รอคลอดเวลานานอาจเกิดภาวะคับขันต่อทารกในครรภ์ ทารกขาดออกซิเจน และหากทารกมีน้ำหนักมากกว่า 4,000 กรัม ทำให้มีปัญหาการคลอดไหล่ยาก ทารกอาจได้รับอันตรายจากการช่วยคลอด เช่น เกิดอัมพาตของ แขน (Brachial plexus palsy or Erb’s paralysis) จากการดึงหรือกดศีรษะไปทางด้านหลังมาก ๆ อาจเกิด กระดูกไหปลาร้าหัก อาจทำให้ทารกเสียชีวิตได้ถ้าช่วยเหลือไม่ทัน สำหรับผู้คลอดอาจเกิดการชอกช้ำและฉีกขาด ของช่องทางคลอด ดังนั้นหากสามารถประเมินได้จากการคาดคะเนน้ำหนักทารกได้ตั้งแต่แรกรับ ก็จะช่วยในการ พิจารณาแนวทางการรักษาได้ทันที ว่าในผู้คลอดรายใดจะสามารถคลอดทางช่องคลอด หรือต้องทำการผ่าตัด คลอดทางหน้าท้องช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อทั้งผู้คลอดและทารกได้
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 25 | 41 การคาดคะเนน้ำหนักทารกในครรภ์เมื่อแรกรับไว้ในห้องคลอดมีความจำเป็นและสำคัญ ในปัจจุบันเครื่องมือ ทางการแพทย์มีความทันสมัยมากขึ้น ดังนั้นการคาดคะเนน้ำหนักทารกโดยการตรวจอัลตราซาวน์ ช่วยให้ สามารถคาดคะเนได้แม่นยำมากขึ้นแต่อย่างไรก็ตามการทำอัลตราซาวน์ ยังไม่ใช่บทบาทอิสระที่พยาบาลสามารถ ทำได้และในกรณีโรงพยาบาลขนาดเล็กก็มีข้อจำกัดเรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์ การคาดคะเนน้ำหนักทารกใน ครรภ์ในระยะแรกรับไว้ในห้องคลอดโดยวิธีที่ง่ายทำได้โดยพยาบาลวิชาชีพ ถือเป็นบทบาทอิสระ และไม่ จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์และความชำนาญเฉพาะทางมากเกินไป จะช่วยในการตัดสินใจเลือกวิธีการคลอด การ คาดคะเนน้ำหนักทางคลินิกโดยใช้วิธีการตรวจทางคลินิก คือ การคลำทางหน้าท้อง (Leopold’s maneuver) และการใช้สายเทปวัดและคำนวณด้วยสูตรของจอห์นสัน(Johnson) ซึ่งในบทบาทพยาบาลผดุงครรภ์ที่สามารถ ปฏิบัติได้ง่าย สะดวก และประหยัด คือ การใช้การประเมินจากการตรวจทางคลินิก Leopold’s maneuver และการใช้สายเทปวัดและคำนวณด้วยสูตรของจอห์นสัน (Johnson) จากการศึกษาการคาดคะเนน้ำหนักทารก โดยการใช้สายเทปวัดระดับยอดมดลูกเปรียบเทียบกับการวัดเส้นรอบวงท้องพบว่า การวัดระดับยอดมดลูก คาดคะเนได้ดีในกรณีที่ทารกน้ำหนักน้อยกว่า 3,000 กรัม ผู้คลอดที่มีค่า BMI อยู่ในช่วง 19.8-26 สามารถ คาดคะเนน้ำหนักทารกโดยใช้สูตรจอห์นสันได้แม่นยำ ผิดพลาดไม่เกิน 310 กรัม จากน้ำหนักทารกจริง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาการคาดคะเนน้ำหนักทารกที่มีน้ำหนักมากกว่า 4,000 กรัมสูตรจอห์นสันใช้ได้ดี ดังนั้น การใช้สายเทปวัดและคำนวณด้วยสูตรของจอห์นสันจึงมีความเหมาะสมกับบทบาทของพยาบาล การคำนวณน้ำหนักทารกในครรภ์ โดยใช้สูตรของจอห์นสัน (Johnson’s formula) ดังนี้ น้ำหนักทารกในครรภ์ (กรัม) = [ความสูงของยอดมดลูก (เซนติเมตร)-n] x 155 โดย n=11 เมื่อส่วนนำของทารกอยู่ต่ำกว่า ischial spine n=12 เมื่อส่วนนำของทารกอยู่สูงกว่า ischial spine 5. สำรวจสภาพปัจจุบัน การคาดคะเนน้ำหนักทารกในครรภ์ปัจจุบันใช้สายเทปวัดระดับความสูงยอดมดลุกและคำนวณด้วยสูตรของ จอห์นสัน ต้องวัดความสูงยอดมดลูก ซึ่งจะต้องดูว่าส่วนนำอยู่สูงหรือต่ำกว่า ischial spine ก่อน และนำมา คำนวณด้วยสูตรของจอห์นสัน จึงจะได้น้ำหนักของทารกในครรภ์ 6. วิเคราะห์สาเหตุ ผู้ป่วย เครื่องมือ กระบวนการทำงาน บุคลากร ขาดทักษะในการประเมิน มีภาระงานมาก มาก คำนวณผิดพลาด BMI เกินมาตรฐาน น้ำคร่ำมีปริมาณมาก ท่าทารกในครรภ์ผิดปกติ ขาดเครื่องมือในการคำนวณ ไม่มีแนวทางการ ประเมินที่ชัดเจน การคำนวณมี หลายขั้นตอน ยุ่งยาก การคาดคะเน น้ำหนักทารกในครรภ์ คลาดเคลื่อน
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 26 | 41 7. วิธีการแก้ไข พัฒนา application เพื่อในการคำนวณน้ำหนักทารกในครรภ์ โดยใช้สูตรของจอห์นสัน (Johnson’s formula) 7.1 รวบรวมข้อมูลและเนื้อหาทางวิชาการที่เกี่ยวข้องและคัดเลือกวิธีการคาดประมาณน้ำหนักทารกใน ครรภ์ที่เหมาะสม โดยกำหนดให้ใช้สูตรของจอห์นสัน (Johnson’s formula) 7.2 ศึกษาวิธีการสร้าง Application โดยศึกษาจาก Youtube 7.3 ดำเนินการสร้าง Application คำนวณน้ำหนักทารกในครรภ์ โดยอ้างอิงจากสูตรของจอห์นสัน (Johnson’s formula) 7.4 นำมาทดลองใช้และปรับปรุง 7.5 เก็บรวบรวมข้อมูลและสรุปผล Application estimate fetal weight 8. ผลที่ได้รับ จากการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 408 ราย เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการ คาดคะเนน้ำหนักทารกในครรภ์ด้วยการวัดระดับยอดมดลูกด้วยสายเทปในระยะคลอดกับน้ำหนักของทารกแรก เกิดจริงพบว่าแตกต่างกัน 318.0+294.8 กรัม ความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพระดับมากขึ้นไปร้อยละ 88.9 9. การกำหนดมาตรฐาน 9.1 ความคลาดเคลื่อนระหว่างการคาดคะเนน้ำหนักทารกในครรภ์กับน้ำหนักทารกแรกเกิดจริงแตกต่าง กันไม่เกินร้อยละ 10 ของน้ำหนักทารกแรกเกิดจริง 9.2 พยาบาลวิชาชีพผู้ใช้งานมีความพึงพอใจระดับมากขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 80 10. กิจกรรมเรื่องต่อไป 10.1 นำไปเผยแพร่ใน Play storeและ App store เพื่อให้ทุกคนสามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ 10.2 ฝึกทักษะการวัดของพยาบาลห้องคลอด นักศึกษาพยาบาลที่มาฝึกงานให้มีความแม่นยำมากขึ้น เพื่อสามารถตัดสินใจในการให้การดูแลผู้คลอดและทารกในครรภ์ได้อย่างเหมาะสม
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 27 | 41 การจัดระบบบริการการคลอดในสถานการณ์โควิด-19 ชื่อผลงาน : คิว คิว คลอด สรุปผลงานโดยย่อ การลงตารางนัดผู้คลอดนอนโรงพยาบาลโดยผ่านการใช้ Application “Google calendar” ที่สามารถใช้ได้ทุก platform ทั้งระบบ IOS และ Android ซึ่งไม่มีค่าบริการ Application สามารถเพิ่มข้อมูล และรายละเอียดของผู้คลอดได้ ดังนี้ ชื่อ-สกุล, HN, และประวัติโดยย่อ บุคคลากรทางการแพทย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถเปิดใช้งานพร้อมกันได้ไม่จำกัดจำนวนเครื่อง ใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา ห้องคลอดสามารถ วางแผนการ จัดหาเตียงได้เพียงพอต่อการให้บริการ ลดปัญหาเตียงคลอดไม่เพียงพอ ลดความแออัด และ ลดความไม่พึง พอใจต่อการให้บริการ ปัญหาหรือสาเหตุโดยย่อ แนวทางการปฏิบัติของโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ในช่วงการระบาดของโรค COVID-19 เกี่ยวกับ ผู้คลอดทุกรายที่ต้องนอนโรงพยาบาล คือ ผู้คลอดต้องได้รับการส่งตรวจ swab covid-19 for RT-PCR ซึ่ง การ swab COVID -19 ต้องใช้เวลาในการรอผลทางห้องปฏิบัติการเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ซึ่ง ในแต่ละวันมีการนัดหมายผู้คลอดเพื่อมา Induction หรือ cesarean section ในวันเดียวกันเป็นจำนวนมาก โดยไม่ได้มีการลงข้อมูลการนัดหมาย ทำให้ห้องคลอดเกิดปัญหาเตียงคลอดไม่เพียงพอ ต่อผู้รับบริการ ผู้ คลอดเกิดความไม่พึงพอใจในการรอรับบริการที่ใช้ระยะเวลานาน ห้องคลอดจึงได้มีแนวทางการพัฒนาในการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยการทำตาราง นัด หมายผู้คลอดผ่าน Application “Google calendar” แบบ Online ซึ่งบุคลากรทางแพทย์ที่เกี่ยวข้องสามารถ เปิดใช้งานผ่าน platform ต่าง ๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน เป้าหมาย 1. เพื่อลดปัญหาเตียงคลอดไม่เพียงพอ 2. เพื่อลดปัญหาความไม่พึงพอใจของผู้รับบริการ 3. เพื่อวางแผนการให้บริการในการนัดหมายผู้คลอดได้อย่างสะดวก กิจกรรมการพัฒนา ผู้คลอดที่มาฝากครรภ์ตามนัดแพทย์ที่ทำการตรวจรักษาพิจารณาให้นอนโรงพยาบาลเพื่อ Induction หรือ cesarean section มีแนวทางในการปฏิบัติ ดังนี้ 1. ห้องฝากครรภ์ ส่งผู้คลอดมาที่ห้องคลอดเพื่อให้แพทย์เวรห้องคลอด พิจารณานัดหมายวัน Admit ซึ่ง แพทย์จะสามารถดูตารางนัดหมายผ่าน Application “Google calendar” 2. หลังจากได้วันนัดหมายการคลอด พยาบาลจะเป็นผู้ลงบันทึ กข้อมูลใน Application “Google calendar” โดยมีข้อมูลที่ต้องบันทึก ดังนี้ 2.1 ชื่อ-สกุลผู้คลอด 2.2 Hospital number (HN) 2.3 ประวัติโดยย่อของการนัดหมายคลอด เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ 2.4 วันที่นัดผู้คลอด swab COVID-19 และติดตามผลตรวจก่อนผู้คลอดมา Admit โดย การใช้ code สี ในการระบุ แยกประเภทผลตรวจ ดังนี้ - Code สีฟ้า : รอผล swab COVID-19 - Code สีเขียว : ผล swab COVID -19 แปลผล Undetectable - Code สีเหลือง : ผู้คลอด Post COVID-19 ≤90 วัน (ไม่ต้องswab ใหม่)
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 28 | 41 - Code สีแดง þ: ผล swab COVID -19 แปลผล Detectable หมายเหตุ: ภายหลัง swab covid for RT-PCR แปลผลเป็น Undetectable ต้องทำหัตถการ ภายใน 72 ชั่วโมง หากต้องทำหัตถการภายหลัง 72 ชั่วโมง ต้อง swab covid ใหม่อีกครั้ง 3. พยาบาลห้องคลอดออกใบนัดหมายวัน swab covid และวันนัดคลอดตามที่แพทย์เวรห้องคลอด พิจารณา ติดไว้ที่หน้าสมุดฝากครรภ์ โดยแยกเป็นการนัด Induction และ cesarean section 4. ติดตามผล swab COVID-19 ทางห้องปฏิบัติการของผู้คลอดที่นัด Admit ของวันถัดไป โดยพยาบาลห้องคลอดที่ปฏิบัติงานเวรบ่าย/ดึก ตรวจเช็คผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และใส่ code สีผลตรวจ ลงใน Application “Google calendar” ตามแนวทางปฏิบัติข้างต้น 4.1 ผล COVID-19 แปลผลเป็น Undetectable ผู้คลอดมา Admit ตามนัดหมายเดิม พยาบาล ไม่โทรแจ้งผลการตรวจในรายที่ผลปกติ 4.2 ผล COVID-19 แปลผลเป็น Detectable พยาบาลโทรแจ้งผลตรวจให้ผู้คลอดรับทราบและให้ ผู้คลอดกักตัวอยู่บ้านเพื่อรอทางโรงพยาบาลจัดหาเตียงให้พร้อม เมื่อจัดหาเตียง ให้พร้อมแล้วโรงพยาบาลจัดหา รถไปรับผู้คลอดมา Admit เพื่อคลอด และแนะนำให้ญาติหรือผู้ที่ใกล้ชิดมาตรวจ COVID -19 ทุกราย 5. ผู้คลอดที่นัด Admit มีผลตรวจ COVID-19 แปลผลเป็น Undetectable สามารถนอนเตียง รอ คลอดที่ไม่ใช่ห้องแยกได้ ส่วนผู้คลอดที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดมาฉุกเฉินต้อง Admit เพื่อคลอดจัดให้ผู้คลอดนอน ห้องแยกที่เป็น Negative pressure ในการรอผลตรวจ COVID-19 ผลลัพธ์ 1. จำนวนเตียงคลอดเพียงพอต่อผู้คลอดที่ Admit และสามารถวางแผนบริหารจัดการเตียงเพื่อรองรับผู้ คลอดที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดฉุกเฉินได้อย่างเพียงพอ 2. ผู้คลอดเกิดความพึงพอใจในการรับบริการร้อยละ 100 3. แพทย์และพยาบาลสามารถดูตารางนัดหมายได้ทุกที่ทุกเวลา ง่ายและสะดวกในการใช้งาน แผนพัฒนาต่อเนื่อง - นำ Application ไปพัฒนาในการวางแผนกำหนดกิจกรรมภายในหน่วยงาน บทเรียนที่ได้รับ - มีประสบการณ์ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการปฏิบัติงาน การติดต่อกับทีมงาน - นส.เกศรินทร์ บุญศิริ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ - นส.วัลลภา ภู่ศิริวัฒน์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โทรศัพท์ 02-2897050-51 E-mail : [email protected]
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 29 | 41 การป้องกันการตกเลือดหลังคลอด ๑. ชื่อผลงาน ถุงตวงเตือนตกเลือด ๒. สรุปผลงานโดยย่อ ถุงตวงเตือนตกเลือด เป็นถุงพลาสติกใสที่มีเส้นขีดบอกปริมาณเลือด 300 มิลลิลิตรและ 500 มิลลิลิตร นำไปฆ่าเชื้อโดยผ่านกรรมวิธีการอบแก๊ส ทำให้ปราศจากเชื้อก่อนนำมาใช้รองตวงเลือดในระยะที่ 3 ของการ คลอด เพื่อให้สามารถประเมินการเสียเลือดได้ก่อนเกิดการตกเลือด (early detection) เป็นการป้องกันการตก เลือดหลังคลอด ๓. ปัญหาหรือสาเหตุโดยย่อ ภาวะตกเลือดหลังคลอดเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติศาสตร์ที่มีความสำคัญเพราะเป็นสาเหตุหลักของการ เสียชีวิตของมารดาลำดับต้นๆ ในหลายประเทศทั่วโลก การประเมินการเสียเลือดอย่างรวดเร็วก่อนเกิดการตก เลือดช่วยให้สามารถดูแลรักษามารดาได้ทันท่วงที ซึ่งปัจจุบันในหลายโรงพยาบาลได้มีการนำถุงตวงเลือดมาใช้ เป็นเครื่องมือประเมินการเสียเลือดหลังคลอดของมารดา ถุงตวงเลือดราคามากกว่า 40 บาท ดังนั้นห้องคลอด จึงได้คิดค้นนวัตกรรมทำถุงรองเลือดใช้เองเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่าย โดยนำถุงพลาสติกใสมาทำให้ปราศจากเชื้อมี ต้นทุนการผลิดเองประมาณใบละ 30 บาท ถุงตวงเลือดที่ผลิตเองสามารถนำไปรองเลือดหลังคลอด พบว่า สามารถนำมาใช้ตวงเลือดได้ทำให้ทราบปริมาณเลือดที่ออกแท้จริง แต่พบว่าถุงตวงเลือดช่วยให้ทราบปริมาณ เลือดที่ออกเท่านั้น ไม่สามารถลดอัตราการตกเลือดหลังคลอดลงได้ โดยพบว่าสถิติการตกเลือดหลังคลอด ปี พ.ศ. 2561, 2562, 2563 มีแนวโน้มเพิ่มขี้น เป็นร้อยละ 4.68, 4.57, 5.78 ตามลำดับ มารดามีภาวะช็อก ทั้งหมด 7 ราย และตัดมดลูกทั้งหมด 7 ราย การตกเลือดหลังคลอดส่วนใหญ่เป็นการเสียเลือดในระยะที่ 3 ของ การคลอด ซึ่งจะมีเลือดออกทั้งจากแผลและจากมดลูก ซึ่งจะทราบว่ามารดาตกเลือดเมื่อนำถุงตวงเลือดมาชั่ง น้ำหนักแล้ว ซึ่งการให้ยาหรือการรักษาอื่น ๆ อาจจะช้าไปทำให้ผู้คลอดสูญเสียเลือดปริมาณมากและเกิด ภาวะแทรกซ้อนตามมา ดังนั้น ผู้จัดทำจึงพัฒนานวัตกรรม “ถุงตวงเตือนตกเลือด” เพื่อให้สามารถประเมินการ เสียเลือดได้ก่อน (early detection) โดยจะประเมินการเสียเลือดที่ 300 มิลลิลิตร ก่อนซึ่งเป็นการเตือนก่อน เกิดการตกเลือด เพื่อให้สามารถให้การรักษาผู้คลอดได้ก่อนเกิดการตกเลือด และช่วยป้องกันการเกิดภาวะช็อค เนื่องจากผู้คลอดเสียเลือดปริมาณมาก ๔. เป้าหมาย อัตราการตกเลือดหลังคลอดลดลงเหลือน้อยกว่าร้อยละ 4 และภาวะช็อคจากการตกเลือดหลังคลอด เท่ากับ 0 ๕. กระบวนการพัฒนา 5.1 จัดทำ “ถุงตวงเตือนตกเลือด” ดังนี้ 1. ถุงพลาสติกใสขนาด 18x24 นิ้ว 3. ไม้บรรทัด 2. กรรไกร 4. ปากกาเคมีสีแดงและสีน้ำเงิน
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 30 | 41 วิธีการประดิษฐ์ 1. นำถุงพลาสติกใสสี่เหลี่ยมขนาด 18x24 นิ้ว มาตวงน้ำปริมาณ 300 และ 500 มิลลิลิตร แล้ว นำมาขีดเส้นบอกปริมาณที่บริเวณมุมของถุง โดยปริมาณ 300 มิลลิลิตร ใช้ปากกาสีน้ำเงิน และปริมาณ 500 มิลลิลิตร ใช้ปากกาสีแดง ดังรูป 2. ตัดถุงพลาสติกใสตามความยาวด้านข้าง 1 ด้าน สำหรับสอดรองเลือด 3. พับถุงบรรจุซอง นำถุงไปทำให้ปราศจากเชื้อโดยการอบแก๊สเอซิลีนออกไซด์ 5.2 นำเสนอผลงานและอธิบายการใช้อุปกรณ์ ถุงตวงเตือนตกเลือดแก่ผู้ร่วมงานและผู้ทำคลอด 5.3 นำ “ถุงตวงเตือนตกเลือด” ไปใช้ โดยภายหลังคลอดทารกและตัดสายสะดือเรียบร้อยแล้ว ให้ สอดถุงตวงเตือนตกเลือดรองใต้ก้นผู้คลอด ให้ด้านกว้างของปากถุงที่ตัดไว้อยู่ด้านในติดกับผู้คลอด และ ด้านที่ขีดเส้นบอกปริมาณไว้ด้านนอกเพื่อสามารถมองเห็นและประเมินเลือดที่ออกได้ 5.4 รวบรวมข้อมูลและประเมินผลการใช้“ถุงตวงเตือนตกเลือด” ๖. ผลลัพธ์ที่ได้ หลังจากนำ “ถุงตวงเตือนตกเลือด” ไปใช้ ประเมินผลหลังใช้ตั้งแต่เดือน ตุลาคม ถึง เดือนมกราคม พบว่า อัตราการตกเลือดหลังคลอดในมารดาที่คลอดปกติทางช่องคลอดเท่ากับร้อยละ 8.53 5.17 2.92 และ 2.65 ตามลำดับ มารดามีภาวะช็อกจากการตกเลือดหลังคลอดเท่ากับ 0 ราย และมารดาที่ได้รับการตัดมดลูกมี 1 ราย ซึ่งเป็นมารดาที่มีภาวะ severe preeclampsia ๗. แผนพัฒนาต่อเนื่อง นำถุงตวงเตือนตกเลือดมาทำการศึกษาวิจัย เพื่อศึกษาประสิทธิผลของถุงตวงเตือนตกเลือดและ ประสิทธิภาพในด้านความรวดเร็วสามารถอ่านและแปลผลได้ทันที รวมทั้งความพึงพอใจของผู้ใช้ เพื่อให้ถุงตวง เตือนตกเลือดได้มาตรฐานในการนำมาใช้งานต่อไป สีน้ำเงิน (300) สีแดง (500)
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 31 | 41 5.2 สรุปกิจกรรมพัฒนาคุณภาพที่ได้ทำไปแล้ว การปรับเปลี่ยนและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น 6. แผนการพัฒนาต่อเนื่อง (โครงการที่วางแผนไว้ว่าจะทำ) ชื่อโครงการ วัตถุประสงค์ โครงการ ระยะเวลา ดำเนินการ ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ การพัฒนา ทักษะการวัด ประเมินขนาด น้ำหนักทารกใน ครรภ์ เพื่อให้พยาบาล วิชาชีพสามารถ คาดคะเน น้ำหนักทารกใน ครรภ์ได้อย่าง แม่นยำ 6 เดือน ความคลาด เคลื่อนของ น้ำหนักทารกใน ครรภ์กับน้ำหนัก จริงไม่เกิน 300 กรัม คลาดเคลื่อนไม่ เกิน 300 กรัม > 80% หัวหน้าห้อง คลอด
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 32 | 41 7. ภารกิจของหน่วยงาน ตามวิสัยทัศน์ กิจกรรม ตัวชี้วัดระดับหน่วยงาน เป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ 2565 2566 ตค. พย. ธค. มค. กพ. มีค. เมย. พค. มิย. กค. สค. กย. 1.เป็นโรงพยาบาลและสถาบันทางการแพทย์ที่ได้ มาตรฐานระดับสากล 1.1 จัดอัตรากำลังให้เหมาะสมในการดูแลผู้ คลอด 1.2 ประเมินสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพใน ห้องคลอด 1.3 สนับสนุนให้บุคลากรศึกษา อบรมเฉพาะ ทางเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มศักยภาพ - อัตราส่วนพยาบาล:สตรีตั้งครรภ์ที่ มีความเสี่ยงสูง 3:1 - พยาบาลวิชาชีพในห้องคลอดผ่าน เกณฑ์ประเมินสมรรถนะ - จำนวนบุคลากรที่ศึกษาในระดับ ปริญญาโทหรือเฉพาะทาง > 70% > 1 คน/ปี หัวหน้า ห้องคลอด 1.4 อุปกรณ์เครื่องมือมีเพียงพอพร้อมใช้งาน - เครื่องมือที่ใช้ในหน่วยงานได้รับ การบำรุงรักษาตามระยะเวลาที่ กำหนด 100% สุนิศา 1.พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรได้รับการพัฒนาตนเองตามแผน หรือเป้าหมายอย่างชัดเจนและเสมอภาค 1. การประเมินสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพใน ห้องคลอด 2. จัดทำแผนพัฒนารายบุคคล 3. ติดตามประเมินผล - พยาบาลวิชาชีพในห้องคลอดผ่าน เกณฑ์ประเมินสมรรถนะ - พยาบาลวิชาชีพมีIDP - พยาบาลวิชาชีพสามารถปฏิบัติได้ ตามIDP > 70% 100% >80% หัวหน้า ห้องคลอด
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 33 | 41 กิจกรรม ตัวชี้วัดระดับหน่วยงาน เป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ 2565 2566 ตค. พย. ธค. มค. กพ. มีค. เมย. พค. มิย. กค. สค. กย. 4.ส่งเสริมให้บุคลากรเข้าอบรมการทำงานวิจัย และจริยธรรมในการทำงานวิจัย ผลงานวิจัย/นวัตกรรม/R2R > 1 เรื่องต่อ ปี หัวหน้า ห้องคลอด เพื่อให้บุคลากรได้รับการฝึกอบรมที่จำเป็นให้ ปฏิบัติงานได้ตามหรือเกินความคาดหวัง 1. จัดให้มีระบบพี่เลี้ยงในการทำงานสำหรับ บุคลากรที่เข้ามาปฏิบัติงานใหม่ - บุคลากรใหม่ได้รับการแนะนำ ให้ความรู้ที่เหมาะสมผ่านเกณฑ์ การประเมิน 100% หัวหน้า ห้องคลอด 2. จัดให้มีการฝึกซ้อมสถานการณ์ฉุกเฉินในห้อง คลอดร่วมกับทีมสูติแพทย์เรื่อง ภาวะตกเลือด หลังคลอด การคลอดติดไหล่ ภาวะชักจากความ ดันโลหิตสูง - พยาบาลวิชาชีพในห้องคลอด ผ่านการฝึกซ้อม 100% หัวหน้า ห้องคลอด 3. จัดให้บุคลากรเข้าอบรมการช่วยฟื้นคืนชีพ ผู้ใหญ่และทารกแรกเกิด - พยาบาลวิชาชีพในห้องคลอด ผ่านการฝึกซ้อม 100 % หัวหน้า ห้องคลอด 2.พัฒนาระบบบริการสุขภาพให้เข้าถึงง่าย ครอบคลุม ไร้รอยต่อ 3.1 จัดให้มีการconference เกี่ยวกับการ พยาบาลผู้คลอด โรคและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ - จำนวนเรื่องที่ conference 1 เรื่องต่อ สัปดาห์ นุชนาถ 3.2 ประชุมประจำเดือน เพื่อปรึกษาหารือ ทบทวนและปรับปรุงการทำงานของพยาบาล - ร้อยละการทำ RCA ใน อุบัติการณ์ระดับ F ขึ้นไปและ ระดับ E ที่ป้องกันได้ 100% โสมภิดา สุนิศา
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 34 | 41 กิจกรรม ตัวชี้วัดระดับหน่วยงาน เป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ 2565 2566 ตค. พย. ธค. มค. กพ. มีค. เมย. พค. มิย. กค. สค. กย. 2.3 เข้าร่วมในการประชุม PCT สูติกรรมและ กุมารเวชกรรม - หัวหน้า ห้องคลอด 3.4 สนับสนุนให้บุคลากรในหน่วยงานทำ LEANและสร้างนวตกรรมต่างๆ 3.5 ส่งนวตกรรมและ LEAN เข้าร่วมประกวด ในงานมหกรรมคุณภาพในระดับโรงพยาบาล และสำนักการแพทย์ - จำนวน LEAN/นวตกรรม >1 เรื่อง หัวหน้า ห้องคลอด 4.ตระหนักในคุณธรรมและจริยธรรมวิชาขีพ - จัดหาช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับญาติ เพิ่มเติม - จัดทำมาตรฐานในการรับโทรศัพท์และการให้ ข้อมูล - ติดตามประเมินผลทุก 3 เดือน - อัตราความพึงพอใจของ ผู้รับบริการ - จำนวนใบข้อร้องเรียนด้าน พฤติกรรมบริการ >80% 0 ราย หัวหน้า ห้องคลอด 5.เป็นองค์กรแห่งความสุข 5.1 เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่บุคลากร - จัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันให้เพียงพอต่อ การใช้งาน - จัดสิ่งแวดล้อมให้สะดวกและปลอดภัยใน การให้ปฏิบัติงาน - ให้บุคลากรได้รับการตรวจสุขภาพ ประจำปี - จำนวนบุคลากรที่ได้รับบาดเจ็บ จากการทำงาน - จำนวนบุคลากรที่เจ็บป่วยจาก การปฏิบัติงาน 0 ราย 0 ราย หัวหน้า ห้องคลอด
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 35 | 41 กิจกรรม ตัวชี้วัดระดับหน่วยงาน เป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ 2565 2566 ตค. พย. ธค. มค. กพ. มีค. เมย. พค. มิย. กค. สค. กย. 5.2 เพื่อให้บุคลากรมีขวัญและกำลังใจ - จัดสถานที่ทำงานให้ถูกสุขลักษณะเอื้อต่อ การปฏิบัติงานด้วยกิจกรรม 5 ส -จัดให้มีกิจกรรมท่องเที่ยวเพื่อเสริมสร้าง ความสามัคคีในหน่วยงาน -จัดให้มีงานเลี้ยงสังสรรค์ตามเทศกาล เช่น ปีใหม่ เลี้ยงรับ-ส่งบุคลากร - การทำ 5 ส - จำนวนการจัดกิจกรรม ท่องเที่ยว จำนวนการลาออก/โอนย้ายของ บุคลากรในหน่วยงาน 3 เดือน/ครั้ง >1 ครั้ง/ปี <1 คน/ปี เกศรินทร์ หัวหน้าห้อง คลอด หัวหน้าห้อง คลอด
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 36 | 41 ภารกิจของหน่วยงาน ตามเขม ็ ม่งุ (จุดเน้น) ในการพัฒนา: เขม ็ ม่งุ : ปี 2565 -2568 Engagement for 3P Safety (ผปู้่วย บคุลากร สงัคมปลอดภยัจากเหตกุารณ์ไม่พึงประสงคท์ ี่ป้องกนัได้) กิจกรรม เป้าหมาย กิจกรรมสำคัญ สิ่งที่ปฏิบัติ ผลลัพธ์ Patient safety S:safe surgery :SSI 1. จำนวนผู้คลอดที่ได้รับยา antibiotic ก่อนเข้ารับการ ผ่าตัดคลอด 100% 2. อัตราการติดเชื้อแผลผ่าตัด <2% 1.มีการให้ antibiotic prophylaxis แก่ ผู้คลอด ก่อนการผ่าตัดคลอด 30 นาที 2. จัดทำแนวทางปฏิบัติการ ดูแลแผลฝีเย็บติดเชื้อ จำนวนผู้คลอดที่ได้รับยา antibiotic ก่อนเข้ารับการผ่าตัดคลอด ปี 2563-2565 = 100 % อัตราการติดเชื้อแผลผ่าตัด ปี 2563 = 0.43 % ปี 2564 = 0.46 % ปี 2565 = 0.71 % I: Infection prevention and control 1. อัตราการติดเชื้อแผลฝีเย็บ <0.2% 1.จัดทำแนวทางปฏิบัติ ใน การดูและผู้คลอด เพื่อป้องกัน การติดเชื้อแผลฝีเย็บ 2. จัดทำสื่อการสอนในการให้ ความรู้ผู้คลอด เรื่องการดูแล แผลฝีเย็บหลังคลอด ผ่านวีดี ทัศน์ 3. ฝึกทักษะในการทำคลอด และเย็บซ่อมแซมแผลฝีเย็บ แก่บุคลากรใหม่ 4. ในรายที่มีความเสี่ยง แนว ทางการให้ยา antibiotic และ ส่งต่อการดูแลผู้คลอดหลัง คลอด แก่พยาบาลหลังคลอด ปี 2563 = 0.43 % ปี 2564 = 0.46 % ปี 2565 = 0.69 % M: medication& blood safety 1. จำนวนผู้คลอดแพ้ยาซ้ำ = 0 ราย 2. จำนวนผู้คลอดให้เลือดผิด คน ผิดหมู่ ผิดชนิด = 0 ราย 1. ปฏิบัติตามคู่มือ และแนว ทางปฏิบัติเพื่อป้องกันความ คลาดเคลื่อนทางยา 2. มีแนวทางปฏิบัติการให้ยา HAD 3.ทำกิจกรรมทบทวน เมื่อ เกิดอุบัติการณ์ จำนวนผู้คลอดแพ้ยาซ้ำ ปี 2563 = 0 ราย ปี 2564 = 0 ราย ปี 2565 = 1 ราย
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 37 | 41 กิจกรรม เป้าหมาย กิจกรรมสำคัญ สิ่งที่ปฏิบัติ ผลลัพธ์ M: medication& blood safety 4. จัดทำนวัตกรรมต่างๆ เช่น นาฬิกาเตือนฉีดยา 5. ใช้การ independent double check ทุกขั้นตอน ในการบริหาร ยา HAD 6. มีการรายงานคณะกรรมการ ป้องกันการแพ้ยาในระบบ com puter กรณีผู้ป่วยสงสัยแพ้ยา 7. ปฏิบัติตามคู่มือ การใช้บริการ ทางธนาคารเลือด <SDI-BLD - 001 rev.07> 8. ใช้การ independent double check ทุกขั้นตอนในการให้เลือด และมีการติดตาม เฝ้าระวังภาวะ แทรกซ้อนหลังผู้คลอดได้รับเลือด จำนวนผู้คลอดให้เลือด ผิดคน ผิดหมู่ ผิดชนิด ปี 2563 – 2565 = 0 ราย P: patient care process P1 patient identification P3 Reduction of diagnosis errors ( wrong diagnosis ) 1. จำนวนครั้งของการชี้ บ่ง ผู้คลอดและทารก ผิดพลาด = 0 ราย 2. จำนวนครั้งของการ ลงข้อมูลผิดพลาด = 0 ราย 1. จำนวนครั้งของการ วินิจฉัยท่าทารกในครรภ์ ผิดพลาด = 0 ราย 1. จัดทำแนวทางการลงบันทึก ข้อมูลและการชี้บ่งผู้คลอดและ ทารกแรกเกิด 2. OJT บุคลากรในห้องคลอดทุก ราย 3. มีการจัดกิจกรรมทบทวนกรณี เกิดอุบัติการณ์ 1. จัดทำแนวทางในการประเมินท่า ทารกในครรภ์ 2. จัดให้มีการทบทวนวิธีการ ประเมินท่าทารกในครรภ์ แก่ พยาบาลห้องคลอดทุกราย 3. เชิญสูติแพทย์มาสอนและฝึก ปฏิบัติการตรวจ U/S เพื่อดูส่วนนำ ของทารกให้แก่พยาบาลทุกคน จำนวนครั้งของการชี้บ่ง ผู้คลอดและทารกผิด พลาด ปี 2563 = 4 ราย ปี 2564 = 5 ราย ปี 2565 = 4 ราย จำนวนครั้งของการลง ข้อมูลผิดพลาด ปี 2563 = 5 ราย ปี 2564 = 2 ราย ปี 2565 = 3 ราย จำนวนครั้งของการ วินิจฉัยท่าทารกในครรภ์ ผิดพลาด ปี 2563 = 4 ราย ปี 2564 = 3 ราย ปี 2565 = 4 ราย
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 38 | 41 กิจกรรม เป้าหมาย กิจกรรมสำคัญ สิ่งที่ปฏิบัติ ผลลัพธ์ P3 Reduction of diagnosis errors ( wrong diagnosis ) 4. ฝึกทักษะการประเมินท่าทารก ในครรภ์แก่พยาบาลจบใหม่ P4 Preventing common complication P4.2 Preventing patient falls 1. อุบัติการณ์การเกิด การพลัดตกหกล้มในผู้ คลอด = 0 ราย 1. ประเมินผู้คลอดทุกราย โดยใช้ แบบประเมินการพลัดตกหกล้ม Morse fall scale 2. มีแนวทางการปฏิบัติ เพื่อป้อง กันการพลัดตกหกล้ม 3. กรณี ผู้คลอดหลังคลอดมีความ เสี่ยงปานกลาง ถึงความเสี่ยงสูงให้ transfer ผู้คลอดโดยรถนอน และ ส่งต่อข้อมูลความเสี่ยง แก่พยาบาล หลังคลอด 4. จัดกิจกรรมทบทวนเมื่อเกิด อุบัติการณ์ ปี 2563 = 0 ราย ปี 2564 = 0 ราย ปี 2565 = 1 ราย L:Line, Tubing & catheter L2 Right and Accurate laboratory Result 1. จำนวนครั้งของการ ส่ง Lab ผิดพลาด = 0 ราย 1. ระบุสิ่งส่งตรวจ โดยปฏิบัติตาม แนวทาง patient identification 2. มีการ double check สิ่งส่ง ตรวจ, การติดสติ๊กเกอร์สิ่งส่งตรวจ และใบส่งตรวจ ทุกครั้งก่อนส่ง 3. จัดทำกิจกรรมทบทวน เมื่อเกิด อุบัติการณ์พร้อมทั้งพัฒนาแนวทาง ปฏิบัติ ปี 2563 = 1 ราย ปี 2564 = 2 ราย ปี 2565 = 4 ราย E: Emergency response E3 maternal and neonatal morbidity 1. อัตราการตกเลือด หลังคลอด <4% 2. การเกิดภาวะ shock ในกลุ่ม PPH= 0 ราย 1. จัดทำแนวทางการดูแลผู้คลอดที่ มี ภาวะเสี่ยงต่อการตกเลือดหลัง คลอดร่วมกับสูติแพทย์ 2. มีการนำ AMTSL มาใช้ (active management of the third stage of labour ) 3.จัดทำแบบประเมินความเสี่ยง ของผู้คลอด ตั้งแต่แรกรับ 4. ใช้ถุงตวงเลือดในผู้คลอดทุกราย อัตราการตกเลือดหลัง คลอด ปี 2563 = 6.09% ปี 2564 = 5.16% ปี 2565 = 4.50%
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 39 | 41 กิจกรรม เป้าหมาย กิจกรรมสำคัญ สิ่งที่ปฏิบัติ ผลลัพธ์ E: Emergency response E3 maternal and neonatal morbidity 5. ปรับแนวทางให้ยากระตุ้นการหด รัดตัวของมดลูกหลังคลอด การเกิดภาวะ shock ในกลุ่ม PPH ปี 2563 = 7 ราย ปี 2564 = 2 ราย ปี 2565 = 3 ราย E: Emergency response E3 maternal and neonatal morbidity 1. อัตราการเกิด birth asphyxia ในทารกครรภ์ ครบกำหนด <3% 2. การเกิดภาวะ Intrapartum death = 0 ราย 1. จัดทำแนวทางการประเมิน ผู้คลอด และสภาวะของทารกในครรภ์ 2. จัดให้มีการฝึกอบรม Neonatal resuscitate ร่วมกับกุมารแพทย์ ปีละ 1 ครั้ง 3. มีการฝึกอบรม การใช้central monitor และการแปลผล EFM โดย ผู้เชี่ยวชาญ 4. จัดให้มีพยาบาลอาวุโส ประสบการณ์ทำงานในห้องคลอด มากกว่า 5 ปี เป็นที่ปรึกษา 5. จัดทำแนวทางการตามกุมารแพทย์ 6. มีการจัดทำรถ baby safety car เพื่อใช้ในการ Resuscitate พร้อมทั้งมี การตรวจสอบอุปกรณ์ให้พร้อมใช้ทุก เวรดึก อัตราการเกิด birth asphyxia ในทารกครรภ์ครบ กำหนด ปี 2563 = 1.80% ปี 2564 = 2.01% ปี 2565 = 2.78% การเกิดภาวะIntrapartum death ปี 2563 = 0 ราย ปี 2564 = 0 ราย ปี 2565 = 0 ราย E 3.2 safe labour 1. อัตราการเกิด birth injury = 0 ราย - Fracture clavicle - Erb’s paralysis 1.ร่วมกับแพทย์ จัดทำแนวทางปฏิบัติ เมื่อการคลอดติดไหล่ ร่วม กับวางแผน หาวิธีการประเมินน้ำหนักทารกใน ครรภ์ ให้มีประ สิทธิภาพ 2. จัดทำแนวทางการประเมินน้ำหนัก ทารกในครรภ์ และการใช้ partograph ในการเฝ้าคลอด 3. ใช้สายวัดหน้าท้องในการประเมิน ขนาดของทารกในครรภ์ โดยใช้ application estimate fetal weight 4. ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำคลอด ไหล่ โดยใช้หมอนสอดใต้ก้นเมื่อศีรษะ ทารกคลอด 5. มีการซ้อมสถานการณ์ ฉุกเฉินกรณี คลอดติดไหล่ร่วมกับสูติแพทย์ อัตราการเกิด Fracture clavicle ปี 2563 = 2 ราย ปี 2564 = 3 ราย ปี 2565 = 2 ราย อัตราการเกิด Erb’s paralysis ปี 2563 = 1 ราย ปี 2564 = 2 ราย ปี 2565 = 2 ราย
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 40 | 41 กิจกรรม เป้าหมาย กิจกรรมสำคัญ สิ่งที่ปฏิบัติ ผลลัพธ์ E: Emergency response E 3.2 safe labour 1. จำนวนผู้คลอดที่เกิด ภาวะชัก จากความดัน โลหิตสูงหลัง admit> 6 ชั่วโมง = 0 ราย 1. มีระบบ Fast track ในผู้คลอดกลุ่ม PIH 2. มีการใช้ Early warning sign ใน การประเมินผู้คลอด 3. จัดทำแนวทางปฏิบัติเรื่องการดูแล ผู้คลอด ความดันโลหิตสูง 4. ฝึกซ้อมสถานการณ์ฉุกเฉิน ใน ผู้คลอดที่มีภาวะชัก จากความ ดันโลหิตสูง อัตราความพึงพอใจของผู้รับ บริการ ปี 2563 = 96.37% ปี 2564 = 96.30% ปี 2565 = 99.39% จำนวนใบข้อร้องเรียน ด้าน พฤติกรรมบริการ ปี 2563 - 2565 = 0 ราย Personnel Safety goals 1 จำนวนบุคลากรไม่เกิด อุบัติเหตุ จากการปฏิบัติ งาน = 0 ราย 2. จำนวนบุคลากรติด เชื้อ covid – 19 จา การปฏิบัติงาน = 0 ราย 1.จัดทำแนวทางการป้องกันบุคลากร ติดเชื้อ ภายในหน่วยงาน 2. ฝึกปฏิบัติการใส่และถอดชุด PPE , PAPR 3. ฉีดวัคซีนป้องกันโรค covid-19 ตามกำหนด อย่างน้อย 4 เข็ม ปี 2563 = 5 ราย / 0 ราย ปี 2564 = 7 ราย / 2 ราย ปี 2565 = 3 ราย / 2 ราย People & Pubic Safety goals 1. อัตราความพึงพอใจ ของผู้รับบริการ > 80% 2. จำนวนใบข้อร้อง เรียน ด้านพฤติกรรม บริการ = 0 ราย 1. จัดหาช่องทางในการติดต่อสื่อสาร กับญาติเพิ่มเติม 2. จัดทำ QR code เพื่อให้ผู้คลอด และญาติ สามารถสอบถามอาการ ผิดปกติ หรือข้อมูลการคลอด ได้ สะดวก และรวดเร็ว มากขึ้น 3. มีการประเมินความพึงพอใจต่อการ บริการ ในห้องคลอด ปี 2563 = 96.37% ปี 2564 = 96.30% ปี 2565 = 99.39% ปี 2563 - 2565 = 0 ราย 9. ภารกิจของหน่วยงาน ตามค่านิยม ค่านิยม ตัวชี้วัดความสำเร็จ เป้าหมาย/ ผลลัพธ์ ผู้รับผิดชอบ ผลลัพธ์ตัวชี้วัด ปี 63-65 63 64 65 1.H: Health Focus มุ่งเน้นสุขภาพ 1. ความพึงพอใจของผู้รับ บริการ 2. จำนวนผู้คลอดที่เกิด ภาวะ shock จากการตก เลือดหลังคลอด > 85% 0 ราย หัวหน้าห้องคลอด 96.37% 7 96.30% 2 99.39% 3
Service Profile – หน่วยงาน ห้องคลอด ก ลุ่ ม ง า น พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ R e a c c r e d i t a t i o n ค รั้ ง ที่ 5 N . 41 | 41 ค่านิยม ตัวชี้วัดความสำเร็จ เป้าหมาย/ ผลลัพธ์ ผู้รับผิดชอบ ผลลัพธ์ตัวชี้วัด ปี 63-65 63 64 65 1.H: Health Focus มุ่งเน้นสุขภาพ 3. อัตราการเกิดภาวะ Birth asphyxia ในทารกครรภ์ครบ กำหนด 4. จำนวนผู้คลอดที่เกิดภาวะชัก จากความดันโลหิตสูง หลัง Admit > 6 ชั่วโมง 5. อัตราการติดเชื้อแผลฝีเย็บ 6. อัตราการได้รับ Breast feed < 3% 0 ราย < 0.2% > 80% หัวหน้าห้อง คลอด 1.80% 0 0.43% 52.55% 2.01% 0 0.46% 49.9% 2.78% 0 0.69% 41.88% 2. E:education and ethics ความรู้คู่คุณธรรม 1. พยาบาลจบใหม่ ผ่านเกณฑ์ การประเมิน 2. จำนวนเรื่องที่ conference 3. จำนวนพยาบาลจบหลักสูตร เฉพาะทาง 100% 1 ครั้ง/ สัปดาห์ อย่างน้อย ปีละ 1 คน หัวหน้าห้อง คลอด 100% 21 1 100% 53 0 100% 43 1 3. A:agility คล่องตัวว่องไว ทัน การณ์ 1. จำนวนคลอด ก่อนถึงหลัง คลอด 2. จำนวนบุคลากรติดเชื้อ Covid-19 จากการปฏิบัติงาน 0 ราย 0 ราย หัวหน้าห้อง คลอด 0 2 2 4. L:Lean and Learn ลดขั้นตอน พัฒนา ไม่หยุดยั้ง 1. จำนวนครั้งของการทำ นวัตกรรม/ Lean อย่างน้อย 2 เรื่อง/ปี หัวหน้าห้อง คลอด 1 1 5 5. T:Team and talk risk ทีมแห่งความปลอดภัย 1 อัตราการทำ RCA ใน อุบัติการณ์ ระดับ E ขึ้นไปที่ ป้องกันได้ 2. อัตราการรายงานอุบัติการณ์ ในระบบ HRMS 100% 100% หัวหน้าห้อง คลอด 100% 100% 100% 100% 100% 100% 6. H:Hero and harmony ผสานพลัง สร้างความ แกร่ง 1. อัตราบุคลากรได้รับการ อบรม สถานการณ์ฉุกเฉิน 2. จำนวนครั้ง การจัดกิจกรรม ภายในหน่วยงาน 100% 1 ครั้ง/ปี หัวหน้าห้อง คลอด 100% 1 100% 2 100% 1