The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bungon1981, 2022-12-16 23:32:19

test1

ilovepdf_merged

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 146

สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวชิ า ค 15101

ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 8 ปริมาตรและความจขุ องทรงส่ีเหลี่ยมมมุ ฉาก

เรื่อง รูปเรขาคณิตสองมิติ และรูปเรขาคณติ สามมติ ิ เวลา 1 ช่วั โมง

วันที่............. เดือน........................................ พ.ศ. ................... ครผู ้สู อน...........................................................

1. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพ้ืนฐานเกีย่ วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทตี่ อ้ งการวัด และนำไปใช้

2. ตัวชว้ี ัดชน้ั ปี

แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปญหาเก่ยี วกบั ปริมาตรของทรงสีเ่ หล่ียมมมุ ฉากและความจุของถาชนะทรง
สี่เหลยี่ มมมุ ฉาก (ค 2.1 ป.5/3)

3. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. บอกลกั ษณะและสว่ นต่าง ๆ ของปรซิ มึ (K)

2. มีความสามารถในการสอื่ สาร สอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ (P)

3. มคี วามสามารถในการให้เหตุผล (P)

4. มคี วามมุมานะในการทำความเข้าใจปญั หาและแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ (A)

5. มีความมงุ่ มน่ั ในการทำงาน (A)

4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น

1. มคี วามสามารถในการสอ่ื สาร

2. มคี วามสามารถในการแก้ปญั หา

3. มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์

5. สาระสำคัญ


1. ปรซิ มึ เป็นรูปเรขาคณิตสามมิติ ทรงตนั มีหน้าตัดหรอื ฐาน 2 หนา้ อยู่บนระนาบทีข่ นานกัน และหน้า
ตดั หรอื ฐานเป็นรูปหลายเหลี่ยม ท่ีเทา่ กนั ทุกประการ หน้าขา้ งเปน็ รูปสเ่ี หลยี่ มดา้ นขนาน

2. ชนดิ ของปริซมึ จำแนกตามรูปหลายเหลย่ี มท่ีเปน็ หน้าตดั หรอื ฐาน
3. ปริซมึ สีเ่ หล่ยี ม ทม่ี ีหนา้ ทกุ หน้าเปน็ รูปสเ่ี หล่ยี มมมุ ฉาก เรียกวา่ ทรงสี่เหล่ียมมุมฉาก
4. ปรซิ ึมสี่เหลยี่ มหรอื ทรงสเี่ หลี่ยมมุมฉาก ท่มี ีหน้าทุกหนา้ เป็นรปู สเี่ หลีย่ มจัตรุ สั เรยี กว่า ลกู บาศก์
6. สาระการเรียนรู้
ปรซิ มึ

7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ครนู ำภาพของรปู เรขาคณิตสองมติ ิและรูปเรขาคณิตสามมติ ิ ให้นกั เรยี นพิจารณาและรว่ มกนั แสดง

ความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั ความแตกต่างระหวา่ งรูปเรขาคณิตสองมิตกิ บั รปู เรขาคณิตสามมิติ
2. ครูแนะนำวา่ ความสูงของรูปเรขาคณติ สามมิติ ในบางกรณอี าจเรียกว่า ความลกึ หรอื ความหนา เชน่

กระจกหนา 5 มลิ ลิเมตร บ่อนำ้ บาดาลลึก 12 เมตร
3. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันทำกิจกรรมหน้า 136 โดยครูสุ่มตัวแทนนักเรยี นตอบคำถามในแต่ละข้อ พรอ้ ม

ทงั้ บอกเหตผุ ลประกอบ
4. ครูใชแ้ บบจำลองของรปู เรขาคณิตสามมิติประกอบการ อธบิ าย และควรเปิดโอกาสให้นกั เรยี นไดส้ มั ผัส

กับแบบจำลอง เหลา่ นน้ั
5. ครแู นะนำรปู เรขาคณิตสามมิติทเ่ี ปน็ ทรงตนั พร้อม ยกตวั อยา่ งส่ิงท่ีอยรู่ อบตัวท่ีมีลกั ษณะเป็นทรงตนั

เชน่ ยางลบ ลกู เหลก็ ชอล์ค จากน้นั ครคู วรใชค้ ำถามเพอ่ื ใหน้ กั เรียนบอก ลักษณะสำคญั ของรปู เรขาคณิตสาม
มิตแิ ต่ละชนิด

6. ครูให้นักเรียนสำรวจส่งิ ของในห้องเรียนว่ามีส่ิงใดบา้ งท่ีเป็นเรขาคณติ สามมิติ พร้อมทัง้ ให้นักเรยี น
ออกมานำเสนอสิ่งทีต่ นเองสำรวจได้ พร้อมทง้ั บอกเหตผุ ลประกอบ

7. ครูใหท้ ำาแบบฝกึ หัด 8.2 เปน็ รายบุคคล

8. สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนคณิตศาสตร์ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 เลม่ 2


2. แบบฝึกหัด เกณฑ์
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
3. แบบจำลองรปู เรขาคณิตสามมิติชนดิ ตา่ ง ๆ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
4. หลอดดูด

5. ลวดกำามะหยี่
6. กระดาษจุดไอโซเมตรกิ

7. กระดาษจุด
9. การวดั และประเมนิ ผล

9.1 การวัดผล

วธิ ีการ เครือ่ งมือ
ตรวจแบบทดสอบเรอื่ ง แบบฝึกหดั แบบทดสอบเรอื่ ง แบบฝกึ หัด
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน

รายบุคคล

9.2 การประเมนิ ผล

ประเด็นการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
4 32 1
(ดีมาก) (ต้องปรับปรงุ )
(ด)ี (กำลงั พัฒนา)
ทำแบบฝกึ หดั ได้
1. เกณฑ์การ ทำแบบฝกึ หัดได้ ทำแบบฝึกหัดได้ ทำแบบฝกึ หัดได้ อยา่ งถูกต้องตำ่ กวา่
รอ้ ยละ 60
ประเมนิ การทำ อย่างถกู ต้องร้อยละ อยา่ งถกู ตอ้ งรอ้ ยละ อยา่ งถูกตอ้ งร้อยละ
ใชร้ ปู ภาษา และ
แบบฝึกหัด 90 ขน้ึ ไป 80 - 89 60 - 79 สัญลักษณ์ทาง
คณิตศาสตร์ในการ
2. เกณฑก์ าร ใช้รูป ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ ใชร้ ูป ภาษา และ ส่อื สาร
สอ่ื ความหมาย
ประเมินความ สัญลกั ษณ์ทาง สัญลกั ษณท์ าง สัญลักษณท์ าง สรุปผล และ
นำเสนอไมไ่ ด้
สามารถในการ คณิตศาสตรใ์ นการ คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ

สอ่ื สาร สื่อ ส่ือสาร ส่ือสาร สอ่ื สาร

ความหมายทาง สอ่ื ความหมาย ส่ือความหมาย สอ่ื ความหมาย

คณติ ศาสตร์ สรุปผล และ สรปุ ผล และ สรุปผล และ

นำเสนอไดอ้ ย่าง นำเสนอได้ถูกตอ้ ง นำเสนอได้ถูกต้อง

ถกู ตอ้ ง ชดั เจน แต่ขาดรายละเอียดท่ี บางสว่ น

สมบูรณ์


ประเด็นการ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมิน
4 32 1
3. เกณฑ์การ (ดีมาก) (ต้องปรบั ปรงุ )
ประเมินความ รับฟงั และใหเ้ หตผุ ล (ด)ี (กำลงั พฒั นา) รับฟังและใหเ้ หตผุ ล
สามารถในการ สนับสนนุ หรือโต้แย้ง สนบั สนุน หรือ
ใหเ้ หตุผล เพื่อนำไปสู่ การสรุป รับฟงั และให้เหตผุ ล รบั ฟงั และให้เหตผุ ล โตแ้ ย้งไมไ่ ด้
โดยมีขอ้ เทจ็ จรงิ ทาง
4. เกณฑก์ าร คณติ ศาสตร์รองรบั สนบั สนุน หรือ สนบั สนุน หรือ มีความมุ่งม่ันในการ
ประเมนิ ความ ไดอ้ ย่างสมบรู ณ์ ทำงานแตไ่ มม่ ีความ
มุง่ มั่นในการ โตแ้ ย้ง เพือ่ นำไปสู่ โต้แยง้ แตไ่ ม่นำไปสู่ รอบคอบ สง่ ผลให้
ทำงาน มีความมุ่งมนั่ ในการ งานไมป่ ระสบ
ทำงานอย่าง การสรปุ โดยมี การสรุปทม่ี ี ผลสำเร็จอยา่ งที่ควร
รอบคอบ จนงาน
ประสบผลสำเรจ็ ขอ้ เท็จจริงทาง ข้อเท็จจรงิ ทาง
เรยี บร้อย ครบถว้ น
สมบรู ณ์ คณติ ศาสตรร์ องรับ คณติ ศาสตรร์ องรบั

ได้บางส่วน

มคี วามมุง่ มั่นในการ มีความมงุ่ มน่ั ในการ

ทำงานอยา่ ง ทำงานอย่าง

รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน

ประสบผลสำเรจ็ ประสบผลสำเรจ็

เรยี บร้อยสว่ นใหญ่ เรียบรอ้ ยส่วนน้อย

10. บันทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
10.1 สรปุ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
1. นกั เรยี นจำนวน..................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรยี นร้.ู .....................คน คิดเป็นร้อยละ..................
ไมผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ .................คน คดิ เป็นร้อยละ..................
นกั เรียนนไี่ ม่ผา่ น มีดังนี้
1............................................................ 2............................................................
3............................................................ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................

แนวทางแก้ไขนักเรียนทีไ่ ม่ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
2. นักเรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K)
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
3. นกั เรยี นเกดิ ทกั ษะทางคณิตศาสตร์ (P)


.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
4. นกั เรยี นมีคุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ (A)
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
10.2 ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
10.3 ข้อเสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงช่ือ...........................................................
(..........................................................)

ตำแหน่ง..............................................

11. ความคิดเหน็ ของหวั หนา้ สถานศกึ ษา/ ผทู้ ี่ไดร้ ับมอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................

2. ความเหมาะสมของเน้อื หา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................

3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้


ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของส่ือ

ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ ....................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ...........................................................
(..........................................................)

ตำแหนง่ ..............................................


Click to View FlipBook Version