The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผน การเขียนโปรแกรมวนซ้ำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ploytc13995, 2022-03-10 04:31:28

แผน การเขียนโปรแกรมวนซ้ำ

แผน การเขียนโปรแกรมวนซ้ำ





สารบัญ
หน้า

สารบัญ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ก
การวิเคราะหห์ ลกั สูตร………………………………………………………………………………………………………………… 1
คาอธิบายรายวิชา………………………………………………………………………………………………………………………. 2
โครงสรา้ งหนว่ ยการเรียนรู้………………………………………………………………………………………………………….. 6
แผนการจัดการเรยี นรู้………………………………………………………………………………………………………………… 7

การวิเคราะ

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทย
รายวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคาน

สาระที่ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ช้ีวัด สาระก

4 ว 4.2 เข้าใจและใช้ ว. 4.2 ป.2/2 เขยี น - ตวั อย่างโปรแกรม

แนวคดิ เชิงคานวณในการ โปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดย โปรแกรมส่ังให้ตัวล

แกป้ ญั หาท่ีพบในชวี ติ จริง ใช้ซอฟต์แวรห์ รือสื่อและ ตอ้ งการ และตรวจ

อย่างเป็นขน้ั ตอน ตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด ของ ปรับ แกไ้ ขใหไ้ ด้ผล

และเปน็ ระบบ ใช้ โปรแกรม - การตรวจหาขอ้ ผ

เทคโนโลยีสารสนเทศ ตรวจสอบคาสงั่ ทแี่

และการส่ือสารในการ หากผลลัพธ์ไมเ่ ป็น

เรยี นรู้ การทางาน และ ตรวจสอบการทาง

การแกป้ ัญหาได้อย่าง - ซอฟตแ์ วรห์ รือสื่อ

มีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน โปรแกรม เชน่ ใชบ้

และมจี รยิ ธรรม เขียนโปรแกรม, Co

1

ะห์หลกั สูตร

ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
นวณ) ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2

การเรยี นรู้ กระบวนการจดั การ การวดั และประเมินผล

ม เชน่ เขยี น แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es 1. ด้านพทุ ธิพสิ ยั
(Cognitive Domain)
ละคร ทางานตามท่ี (5Es Instructional Model) 2. ด้านทักษะพิสยั
(Psychomotor Domain)
จสอบขอ้ ผดิ พลาด 3. ดา้ นจติ พิสยั
(Affective Domain)
ลลัพธต์ ามท่ีกาหนด

ผิดพลาด ทาได้โดย

แจ้งข้อผิดพลาด หรือ

นไปตามทตี่ ้องการให้

งานทีละคาสั่ง

อท่ีใชใ้ นการเขยี น

บัตรคาสงั่ แสดงการ

ode.Org

2

คาอธบิ ายราชวิชา

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2 เวลา 20 ชัว่ โมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาการแสดงลาดับข้ันตอนการทางานหรือแก้ปัญหาอย่างง่าย โดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ
ตลอดจนการเขียนโปรแกรมสร้างลาดับของคอมพิวเตอร์ทางาน และตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ศึกษาการ
ใช้งานซอฟต์แวร์เบ้ืองต้น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสร้าง และจัดการกับข้อมูลอย่างเป็นระบบ รวมถึงการ
ใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย

โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Base Learning) เพ่ือเน้นให้ผู้เรียนเกิดการ
เรยี นรจู้ ากการฝกึ แก้ปญั หาต่าง ๆ ผา่ นกระบวนการคดิ การปฏิบตั ิอย่างมีระบบ และสร้างองค์ความรู้ใหม่จากการใช้
ปญั หาทเี่ กิดขึน้ จริงในชีวิตประจาวันได้

เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะการคิดเชิงคานวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ มที กั ษะการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ รกั ษาข้อมลู ส่วนตวั และการสื่อสารเบ้ืองต้นในการแก้ปัญหาที่พบใน
ชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนนาความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิด
ประโยชน์ต่อสังคม และการดารงชีวิตจนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการ
แก้ปัญหา การจัดการทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธ รรม
จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยอี ย่างสร้างสรรค์

ตวั ช้วี ัด
ว. 4.2 ป.2/1 แสดงลาดับขนั้ ตอนตอนการทางาน หรือการแกป้ ญั หาอยา่ งง่าย โดยใช้ภาพ สญั ลกั ษณ์หรือ

ขอ้ ความ
ว. 4.2 ป.2/2 เขยี นโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวรห์ รอื สอ่ื และตรวจหาข้อผดิ พลาด ของโปรแกรม
ว. 4.2 ป.2/3 ใชเ้ ทคโนโลยีในการสรา้ ง จัดหมวดหมู่ ค้นหาจดั เกบ็ เรยี กใชข้ ้อมูล ตามวัตถปุ ระสงค์
ว. 4.2 ป.2/4 ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างปลอดภยั ปฏบิ ตั ติ าม ข้อตกลงในการใช้คอมพวิ เตอร์ร่วมกัน

ดแู ลรกั ษาอุปกรณ์ เบื้องตน้ ใชง้ านอย่าง เหมาะสม
รวมท้งั 4 ตัวชี้วดั

3

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) โครงสรา้ งรายวิชา
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลา 20 ช่วั โมง

หน่วย ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด เวลาเรียน คะแนน
ที่ การเรยี นรู้ (ชัว่ โมง) 20
และตวั ชี้วัด

1. การแก้ปัญหาอยา่ ง ว 4.2 ป.2/1 การแก้ปัญหาเป็นส่ิงที่เกิดขึ้นใน 4

เป็นข้นั ตอน ชีวิตประจาวัน เช่น การแก้ปัญหาการ

เดินทางไปโรงเรียน การทาการบ้าน

การเล่นเกม ดังน้ัน จึงต้องเรียนรู้

ขั้นตอนการแก้ปัญหาเพื่อให้สามารถ

แก้ปัญหาท่ีเกิดข้ึนได้อย่างถูกต้องและ

รวดเร็ว ขั้นตอนของการแก้ปัญหามี 4

ขั้นตอน ดังน้ี พิจารณาและทาความ

เข้าใจปัญหา คือ การทาความเข้าใจ

ปัญหา โดยวิเคราะห์ปัญหานั้น วาง

แผนการแก้ปัญหา คือ การกาหนดและ

จัดลาดับขั้นตอนของสิ่งที่ต้องกระทา

เพื่อแก้ปัญหาจากข้อมูลที่ได้รับ ลงมือ

แก้ปัญหา คอื การกระทาตามขั้นตอนท่ี

ได้วางแผนเพื่อให้ประสบความสาเร็จ

ต า ม เ ป้ า ห ม า ย ที่ ก า ห น ด ไ ว้ แ ล ะ

ตรวจสอบผลการแก้ปัญหา คือ การ

ตรวจสอบผลลัพธ์ทไี่ ดด้ าเนินการว่าตรง

ตามแนวทางท่ีจะแก้ไขหรือไม่ โดย

ผลลัพธ์ท่ีเกิดข้ึนอาจจะไม่เป็นไปตาม

แนวทางการแก้ปัญหาท่ีวางไว้ ซึ่ง

อาจจะต้องปรบั ปรงุ แก้ไขอีกคร้ัง

4

หนว่ ย ช่ือหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด เวลาเรยี น คะแนน
ท่ี การเรียนรู้ (ช่วั โมง) 20
และตัวชี้วดั

2 การตรวจหา ว 4.2 ป.2/2 การเขียนโปรแกรม คือ การเขียน 3
ข้อผิดพลาดของ ชุดคาสั่งให้คอมพิวเตอร์ทางานตาม

โปรแกรม เงื่อนไขที่กาหนดการเขียนโปรแกรม

แบบวนซ้า เป็นการเขียนโปรแกรม

ทางานซ้ากนั หลายรอบ

การตรวจสอบข้อผิดพลาดจากการ

เ ขี ย น โ ป ร แ ก ร ม เ ป็ น ข้ั น ต อ น ห น่ึ ง ที่

สาคัญในการเขียนโปรแกรม ซึ่งจะต้อง

ตรวจสอบว่าได้ ผลลัพธ์ตรงตามที่

ต้องการหรือไม่ โดยข้อผิดพลาดที่

เกิดข้ึนมี 2 ลักษณะ คือข้อผิดพลาดที่

เกิดจากการเขียนคาสั่งผิด แล ะ

ข้อผิดพลาดที่เกิดจากการเขียนคาส่ัง

ผิดรูปแบบ แบ่งเป็นการตรวจสอบ

คาสั่งข้ันตอนการทางานของโปรแกรม

การตรวจสอบคาส่ังผิดรูปแบบทีละ

คาส่งั

3 การจดั การไฟล์อย่าง ว 4.2 ป.2/3 การใช้งานซอฟต์แวร์เบ้ืองต้น ซ่ึง 7 20
มีระบบ ซอฟต์แวร์เป็นชุดคาส่ังหรือโปรแกรมที่
ใช้ สั่ งงานให้ คอมพิ วเตอร์ ท างาน
ซอฟต์แวร์จึงหมายถึงลาดับข้ันตอนการ
ท างานที่ เขี ยนข้ึ นด้ ว ยค าส่ั งขอ ง
คอมพิวเตอร์ คาส่ังเหล่านี้เรียงกันเป็น
โปรแกรมคอมพิวเตอร์
การนาเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรม
ต่าง ๆ เช่น โปรแกรมกราฟิก ซึ่งเป็น
โปรแกรมท่ีใช้ในการวาดภาพ หรือ
ออกแบบกราฟิกบนเคร่ืองคอมพิวเตอร์
ซ่ึงได้แก่ โปรแกรมเพนต์ การสร้างและ
การจัดเก็บไฟล์ด้วยโปรแกรมกราฟิก
การเรียกใช้โปรแกรมกราฟิก การแก้ไข
ตกแต่ งเอกสารด้ วยโ ปรแกรมกราฟิ ก
ก า ร น า เ ส น อ ข้ อ มู ล ด้ ว ย โ ป ร แ ก ร ม
นาเสนอ

5

ลาดับ ช่ือหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด เวลาเรยี น คะแนน
ที่ เรยี นรู้ (ชวั่ โมง)

และตัวช้ีวัด

การจัดการไฟลเ์ ป็นการจัดระเบียบ

ไฟล์งานบนเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ ตั้ง

แต่การสร้าง คัดลอก ย้าย ลบ

เปล่ยี นชื่อ และจัดหมวดหมู่ เพ่ือให้

สะดวกรวดเรว็ ในการใช้งาน

4 การใช้เทคโนโลยี ว 4.2 ป.2/4 ในสภาพสังคมที่เทคโนโลยีเข้า 4 20
สารสนเทศอย่าง มามีบทบาทมาก การรู้จักข้อมูล
ปลอดภัย ส่วนตัวของตนเอง และการขอ 18 80
ความช่วยเหลือเมื่อพบปัญหาจาก 1 80
การเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว เป็นวิธี 1 10
ห น่ึ ง ที่ จ ะ ช่ ว ย ท า ใ ห้ ส า ม า ร ถ ใ ช้ 20 10
เ ท ค โ น โ ล ยี ส า ร ส น เ ท ศ ไ ด้ อ ย่ า ง 100
ปลอดภัย นอกจากนี้การเรียนรู้ข้อ
ปฏิบัติ การดูแลรักษาอุปกรณ์
เทคโนโลยี และการใช้งานอุปกรณ์
เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมจะช่วย
ยื ด อ า ยุ ก า ร ใ ช้ ง า น ข อ ง อุ ป ก ร ณ์
เทคโนโลยีให้ใช้งานได้นานมากขึ้น
ตลอดจนสามารถใช้งานได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ

รวม
คะแนนระหวา่ งเรียน

คะแนนสอบกลางปี

คะแนนสอบปลายปี

รวมท้ังปี

6

โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่อื ง การตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม
ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 จานวน 3 ชว่ั โมง

ลาดบั ชอ่ื แผนการจัดการเรียนรู้ มาตรฐาน/ เวลา นา้ หนัก
ที่ ตวั ชีว้ ัด (ชั่วโมง) คะแนน
ว 4.2 ป.2/2
1 การเขยี นโปรแกรมแบบวนซา้ ว 4.2 ป.2/2 1 5
ว 4.2 ป.2/2 1 5
2 การตรวจสอบข้อผิดพลาดจากการเขียนโปรแกรม 1 10
3 20
3 การหารูปแบบของปัญหาอย่างงา่ ย

รวม

7

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 การตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม จานวน 3 ชว่ั โมง

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรอื่ ง การเขียนโปรแกรมแบบวนซา้ เวลาเรยี น 1 ชัว่ โมง

รายวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) กลมุ่ สาระการเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2

ผสู้ อน นางสาวธดิ ารัตน์ จันทร์ปาน ภาคเรียนท่ี 1/2564

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ ตัวชวี้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้ ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็น

ขน้ั ตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่าง
มีประสทิ ธิภาพ รู้เท่าทัน และมจี ริยธรรม

ตวั ช้วี ดั ว 4.2 ป. 2/2 เขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์หรอื สื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดของ
โปรแกรม

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การเขียนโปรแกรม หมายถึง การเขียนชุดคาส่ังให้คอมพิวเตอร์ทางานตามเงื่อนไขที่กาหนด โดยเริ่ม

กระบวนการตั้งแต่การออกแบบโปรแกรม การเขียนชุดคาสั่งเพ่ือให้โปรแกรมทางานตามที่ออกแบบไว้ จนกระทั่ง
ตรวจสอบผลลัพธ์การทางานท่ีได้ และทาการแก้ไขข้อผิดพลาดท่ีพบ ส่วนการเขียนโปรแกรม แบบวนซ้า จะช่วยให้
การเขียนโปรแกรมง่ายและสะดวกขน้ึ โดยไมต่ อ้ งเขยี นโปรแกรมซ้ากันหลาย ๆ ครงั้

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธบิ ายขน้ั ตอนในการเขยี นโปรแกรมและการเขยี นโปรแกรมแบบวนซ้าได้ (K)
2. เขยี นโปรแกรมแบบวนซา้ ไดถ้ ูกต้อง (P)
3. มคี วามกระตือรือรน้ ในการปฏิบัตกิ ิจกรรมการเรยี นรู้ (A)

4. สาระการเรียนรู้

- ตวั อยา่ งโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมส่ังให้ตวั ละคร ทางานตามท่ีต้องการและตรวจสอบข้อผดิ พลาด

ปรบั แก้ไขใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ์ตามท่ีกาหนด

- ซอฟตแ์ วร์หรือส่ือที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น ใช้บัตรคาสั่งแสดงการเขียนโปรแกรม, Code.org

5. สมรรถนะสาคญั
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
ทกั ษะการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
ทกั ษะการคิดเชิงคานวณ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ทักษะการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
ทักษะการทางานรว่ มกัน

8

6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี ินัย รบั ผดิ ชอบ
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทางาน

7. กจิ กรรมการเรียนรู้/กระบวนการเรียนรู้ โดยวิธีการสอนโดยเน้นรูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es

(5Es Instructional Model)

ขั้นนา

ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement)

7.1 ครถู ามนักเรยี นวา่ “นกั เรียนรู้หรอื ไมว่ ่าการเขยี นโปรแกรมแบบวนซา้ มีลกั ษณะเป็นอยา่ งไร”

และ “นักเรียนคิดวา่ การเขยี นโปรแกรมแบบวนซา้ มีข้อดีอย่างไร”
7.2 จากนนั้ ครอู ธิบายเก่ยี วกับการเขียนโปรแกรมเพื่อเช่อื มโยงเขา้ สบู่ ทเรยี น “การเขียนโปรแกรม

คอื การเขยี นชุดคาสัง่ ข้ึนเพ่ือใหค้ อมพิวเตอร์ทางานตามเง่อื นไขที่ผเู้ ขียนโปรแกรมเปน็ คนกาหนดโดยมแี นวคดิ 3
ขั้นตอน คือ การออกแบบ การเขียนชุดคาสงั่ และการตรวจสอบผลลพั ธ์”

ขน้ั ทส่ี อน
ขั้นที่ 2 สารวจคน้ หา (Exploration)

7.3 ครูถามคาถามเพื่อกระตุ้นความคิดของนักเรียนว่า“นักเรียนคิดว่าน้าผ้ึงเกิดขึ้นได้อย่างไรใคร
เปน็ ผผู้ ลิตขึ้นมา และมีกระบวนการผลติ น้าผ้ึงอย่างไร”

7.4 ครถู ามคาถามกบั นกั เรียนว่า“นกั เรียนคิดวา่ กระบวนการผลติ นา้ ผึ้งมีการทางานซ้า ๆ กัน
หรือไม่ อย่างไรบ้างทต่ี ้องทางานซ้า ๆ”

7.5 นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน หรือตามความเหมาะสม เพ่ือสังเกตและศึกษาสัญลักษณ์
ของชุดคาสั่งจากส่ือ PowerPoint เร่ือง การเขียนโปรแกรมแบบวนซ้า หรือศึกษาเกี่ยวกับความหมายของชุดคาสั่ง
จากใบความรู้ เร่ือง การหาเสน้ ทาง

ขน้ั ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explanation)
7.6 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาการเขียนคาส่ังให้ผึ้งเดินไปเก็บน้าหวานโดยใช้โปรแกรม

Code.org จากสือ่ PowerPoint เรอ่ื ง การเขียนโปรแกรมแบบวนซา้ และศกึ ษาวิธกี ารเขียนโปรแกรมแบบวนซ้า
7.7 ครูส่มุ นกั เรียน 2-3 กลมุ่ ออกมาอภิปรายหนา้ ชัน้ เรยี นเกี่ยวกบั การเขียนโปรแกรมแบบวนซา้
7.8 ครูอธิบายเกร็ดน่ารู้เพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจมากย่ิงข้ึน “การเขียนโปรแกรมแบบวนซ้า

จะชว่ ยใหก้ ารเขียนโปรแกรมง่ายขึ้นและมีความสะดวกมากยง่ิ ขึ้น โดยไม่ตอ้ งเขียนโปรแกรมซ้ากันหลาย ๆ รอบ ช่วย
ลดความซา้ ซ้อนในการทางาน”

9

ข้นั ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaboration)
7.9 ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มลงมือทาใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง การหาเส้นทาง เพื่อขยายความเข้าใจโดย

ให้นักเรียนเขียนโปรแกรมคาสั่งจากสถานการณท์ ่กี าหนดให้
7.10 จากน้นั ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอการเขยี นโปรแกรมคาสัง่ หนา้ ช้ันเรยี น
7.11 ครมู อบหมายใหน้ ักเรียนร่วมกันจัดหอ้ งใหมใ่ ห้มพี ้นื ที่ว่างโดยนาฟิวเจอร์บอร์ด (ส่ือช่องตาราง

การหาเส้นทาง) มาวางเรียงเป็นตารางขนาด 4x4 (จานวน16ชอ่ ง)
7.12 ครูสุ่มนักเรียนออกมาทากิจกรรม 3 คน โดยให้ผู้เล่นคนแรกแสดงเป็นผึ้ง ผู้เล่นคนท่ีสอง

แสดงเป็นดอกไม้ และผู้เล่นคนที่สามแสดงเป็นรวงผึ้ง โดยมีกติกาในการทากิจกรรมดังน้ีให้ผู้เล่นทั้ง 3 คน ยืนตาม
ตาแหน่งที่ปรากฏอยู่ในใบงานและให้ผู้เล่นคนท่ีสองถือบัตรภาพหยดน้าหวาน จานวน 3 หยด ให้ผู้เล่นคนที่แสดง
เป็นผงึ้ แสดงวธิ กี ารเดนิ ทางไปเก็บน้าหวานจากดอกไมม้ าผลิตที่รวงผึ้ง

7.13 ครคู ดั เลือกผลงานการเขยี นโปรแกรมคาส่งั ท่สี มบูรณ์ทส่ี ุดมาตรวจสอบคาสง่ั โดยให้ผู้เลน่
แสดงข้นั ตอนการเดนิ ตามคาส่ังในใบกิจกรรม และคอยเสนอแนะให้กับนักเรยี นตามความเหมาะสม

ขั้นสรุป

ขัน้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
7.14 ครูตรวจสอบและสรุปขั้นตอนการเขยี นโปรแกรมคาส่ังท่ีถกู ต้องให้นักเรียนดู

7.15 นักเรียนและครรู ่วมกนั สรุปเกย่ี วกับการเขียนโปรแกรมแบบวนซา้ ว่า“การเขยี นโปรแกรม
แบบวนซ้าจะช่วยใหก้ ารเขยี นโปรแกรมคาสัง่ สะดวกและงา่ ยขึ้น โดยไมต่ ้องเขยี นโปรแกรมคาสั่งซ้ากนั หลาย ๆ คร้ัง
ช่วยให้ประหยดั ระยะเวลาในการเขยี นโปรแกรม”

8. การวดั และประเมินผล

รายการประเมนิ วิธีการวดั เครือ่ งมือ เกณฑ์
แบบประเมินใบกจิ กรรม
อธบิ ายข้ันตอนในการเขยี น ใบกิจกรรมที่ 1 ที่ 1 เรื่อง การหา นกั เรียนมากกว่าร้อยละ
เส้นทาง 70 ผา่ นการประเมนิ
โปรแกรมและการเขยี น เร่ือง การหาเสน้ ทาง แบบประเมินใบกิจกรรม ระดับ ดี ขึ้นไป
ที่ 1 เรอ่ื ง การหา
โปรแกรมแบบวนซ้าได้ (K) เส้นทาง นกั เรียนมากกว่าร้อยละ
แบบประเมนิ การสังเกต 70 ผา่ นการประเมนิ
เขยี นโปรแกรมแบบวนซา้ ได้ ใบกจิ กรรมท่ี 1 ระดบั ดี ขน้ึ ไป
พฤติกรรม ระดับคุณภาพ ดี ขึน้ ไป
ถกู ต้อง (P) เรื่อง การหาเส้นทาง ผา่ นเกณฑ์

มคี วามกระตือรอื ร้นในการ สงั เกตพฤตกิ รรมของ
ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรยี นรู้ นักเรยี น
(A)

10

9. สื่อ/อุปกรณ์การเรียนรู้
9.1 ใบกจิ กรรมท่ี 1 เรื่อง การหาเสน้ ทาง
9.2 PowerPoint เรื่อง การเขียนโปรแกรมแบบวนซา้
9.3 บัตรภาพน้าหวาน
9.4 สื่อช่องตารางการหาเสน้ ทาง

10. ความเห็นและข้อเสนอแนะของผู้นเิ ทศ/ผูไ้ ด้รบั มอบหมาย/ผ้บู ริหารสถานศึกษา
........................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .......................................................ผนู้ ิเทศ
(.....................................................)
วนั ท่ี............../............../..............

11

บันทกึ ผลการจดั การเรยี นรู้

ผลการจัดการเรยี นรู้
 สอนไดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้
 สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนือ่ งจาก.…………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ผลท่เี กิดกับผู้เรยี น

พุทธพิสยั (K) ผลการประเมิน ผา่ น คดิ เป็นรอ้ ยละ…………………………..ไมผ่ า่ น คิดเปน็ ร้อยละ…………………
ทกั ษะพสิ ยั (P) ผลการประเมิน ผ่าน คิดเป็นร้อยละ…………………………..ไมผ่ ่าน คิดเป็นร้อยละ…………………
จิตพสิ ัย (A) ผลการประเมนิ ผ่าน คดิ เป็นรอ้ ยละ…………………………..ไมผ่ ่าน คิดเป็นร้อยละ…………………
ปัญหา/อปุ สรรคทพ่ี บและขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ปญั หา
 เวลาท่กี าหนดกับกจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้………………………………………………………………………………….

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข………………………………………………………………………………………………………..
 สาเหตุทีน่ ักเรียนไม่ผา่ นการประเมิน…………………………………………………………………………………………….

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข………………………………………………………………………………………………………..
 การดาเนนิ การจัดการเรยี นรู้………………………………………………………………………………………………………

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข………………………………………………………………………………………………………..
 อ่นื ๆ……………………………………………………………………………………………………………………………………….

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข………………………………………………………………………………………………………..
 ไม่พบปญั หา/อปุ สรรค

ลงชอ่ื .......................................................ครผู ูส้ อน
(นางสาวธดิ ารตั น์ จนั ทร์ปาน)
วนั ท.ี่ ............./............../..............

12

แบบประเมนิ ใบกิจกรรมท่ี 1 เรื่อง การหาเส้นทาง

คาชีแ้ จง : ให้ครูกรอกคะแนนในแต่ละประเดน็ การประเมิน ใหส้ อดคลอ้ งกับเกณฑ์การใหค้ ะแนน

ประเด็นการประเมิน

เลขท่ี ชื่อ-สกลุ การเ ีขยนโปรแกรม (4) รวม ผลการ
การเ ีขยนโปรแกรมแบบ (16) ประเมิน

วนซ้า (4)
ความสมบูรณ์ของผลงาน(4)

ส่งงานตรงเวลา (4)

ลงชอ่ื .......................................................ครผู ูส้ อน
(นางสาวธิดารัตน์ จันทรป์ าน)

วนั ท่ี............../............../..............

13

เกณฑ์การให้คะแนนใบกจิ กรรมท่ี 1 เร่ือง การหาเส้นทาง

ประเด็น เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

การประเมิน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1)

1.การเขยี น สามารถเขยี น สามารถเขียน สามารถเขยี น ไม่สามารถเขยี น

โปรแกรม โปรแกรมได้อยา่ ง โปรแกรมได้อย่าง โปรแกรมได้ โปรแกรมได้

ถูกต้อง ถกู วธิ ี ถูกต้อง ถูกวิธดี ี คอ่ นข้างดี

ดมี าก

2. การเขียน เลอื กใชว้ ธิ ีการเขยี น เลอื กใช้วิธีการเขียน เลอื กใช้วธิ กี ารเขยี น ไม่สามารถเขียน

โปรแกรมแบบวน โปรแกรมแบบวนซา้ โปรแกรมแบบวนซ้า โปรแกรมแบบวนซ้า โปรแกรมแบบวนซา้

ซา้ ได้อยา่ งชัดเจนดีมาก ไดอ้ ย่างชัดเจนดี ได้ค่อนข้างดี ได้

3. ความสมบรู ณ์ ผลงานมีความ ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วาม ผลงานมีความ

ของผลงาน ครบถว้ น สมบูรณด์ ี ครบถ้วน สมบรู ณ์ ครบถว้ น สมบูรณด์ ี ครบถ้วน สมบรู ณ์

มาก คอ่ นข้างดี เป็นบางสว่ น น้อย

4. สง่ งานตรงเวลา สง่ ภาระงานภายใน ส่งภาระงานช้ากวา่ ส่งภาระงานช้ากว่า สง่ ภาระงานช้ากว่า

เวลาทีก่ าหนด กาหนด 1 วนั กาหนด 2 วัน กาหนดเกิน 3 วัน

ขึ้นไป

เกณฑ์การประเมนิ จากคะแนนรวม

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

13-16 ดมี าก

9-12 ดี

5-8 พอใช้

0-4 ปรบั ปรุง

14

แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรม

คาชแ้ี จง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกับระดับคะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
32
1 การมีความกระตือรือร้นในการทากจิ กรรม 
2 การแสดงความคดิ เห็น  
3 การทางานตามหนา้ ที่ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย 
4 การตรงต่อเวลา  
5 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ ื่น 






รวม

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงช่ือ.......................................................ครูผสู้ อน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ (นางสาวธิดารัตน์ จนั ทร์ปาน)
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั วันที.่ ............./............../..............

ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

14–15 ดมี าก

11–13 ดี

8–10 พอใช้

ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง

15

ใบความรู้
เรอ่ื ง การหาเส้นทาง

คาชี้แจง : ให้นักเรยี นศกึ ษาความหมายของชดุ คาสงั่ ตอ่ ไปนี้ ความหมาย
ชดุ คาสัง่

สญั ลักษณ์

เดนิ ขึ้นขา้ งบน

เดนิ ลงข้างล่าง

เดินไปทางขวา

เก็บ เดนิ ไปทางซา้ ย
น้าหวาน เก็บน้าหวาน
ผลิตน้าผงึ้
ผลติ น้าผ้ึง

16

ชุดคาสั่ง

สญั ลกั ษณ์ ความหมาย

การทาซ้า

2 การทาซา้ 2 คร้ัง
3 การทาซา้ 3 คร้งั
4 การทาซา้ 4 ครัง้

? การทาซ้า … คร้ัง

17

ใบกจิ กรรมท่ี 1
เรอื่ ง การหาเส้นทาง

คาช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนเขียนโปรแกรมคาสั่งโดยนาผ้ึงเดนิ ทางไปเกบ็ น้าหวานจากเกสรดอกไม้และผลิตนา้ ผงึ้
ท่ีรวงผ้ึงไดส้ าเรจ็ ตามเสน้ ทางทก่ี าหนด

สถานการณ์

3

3

โปรแกรมคาส่ัง

123 45

ช่ือ................................................................................................ช้นั ..........................เลขท่ี...................

18

เฉลยใบกิจกรรมท่ี 1
เร่อื ง การหาเสน้ ทาง

คาชี้แจง : ให้นกั เรียนเขยี นโปรแกรมคาสัง่ โดยนาผึ้งเดนิ ทางไปเก็บนา้ หวานจากเกสรดอกไมแ้ ละผลิตน้าผึ้ง
ท่รี วงผ้ึงไดส้ าเรจ็ ตามเส้นทางที่กาหนด

สถานการณ์

3

3

โปรแกรมคาสั่ง

21 32 3 4 35

เกบ็ ผลิต
นา้ หวาน นา้ ผ้งึ

ช่ือ............................................................................................ชนั้ ..........................เลขท่ี...................

19

PowerPoint เรอ่ื ง การเขยี นโปรแกรมแบบวนซา้

12

34

56

20
78
9 10
11 12

21

บตั รภาพนา้ หวาน



22

สือ่ ช่องตารางการหาเสน้ ทาง
อุปกรณ์

1. บอร์ดช่องสเ่ี หลี่ยมสาหรบั นามาต่อเป็นตาราง

วธิ ใี ช้

1. นักเรยี นแบ่งกลมุ่ 3-4 คนตามความเหมาะสม นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ลงมอื ทาใบกิจกรรมทค่ี รมู อบหมายให้
โดยใหน้ กั เรียนเขียนโปรแกรมคาส่งั จากสถานการณ์ที่กาหนดให้

2. ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนร่วมกันจัดหอ้ งใหมใ่ ห้มพี ืน้ ทวี่ ่างโดยนาฟิวเจอร์บอร์ด (สอื่ ชอ่ งตารางการหา
เสน้ ทาง) มาวางเรยี งเปน็ ตารางขนาด 4x4 (จานวน16ช่อง)

3. ครูสุ่มนักเรียนออกมาทากิจกรรม 3 โดยให้ผู้เล่นคนแรกแสดงเปน็ ผึง้ ผ้เู ล่นคนทสี่ องแสดงเปน็ ดอกไม้
และผู้เลน่ คนท่สี ามแสดงเป็นรวงผ้งึ โดยมีกตกิ าในการทากิจกรรมดังน้ใี หผ้ ูเ้ ลน่ ทัง้ 3 คน ยืนตามตาแหน่งทป่ี รากฏอยู่
ในใบงานและให้ผู้เล่นคนทีส่ องถือบตั รภาพหยดนา้ หวาน จานวน 3 หยด ให้ผ้เู ล่นคนท่ีเป็นผึง้ แสดงวธิ ีการเดนิ ทางไป
เก็บนา้ หวานจากดอกไม้มาผลติ ที่รวงผ้งึ

4. ครคู ัดเลอื กผลงานการเขยี นโปรแกรมคาสงั่ ท่สี มบูรณ์ท่สี ุดมาตรวจสอบคาส่งั โดยใหผ้ ูเ้ ลน่ แสดงขนั้ ตอน
การเดนิ ตามคาสัง่ ในใบกิจกรรม


Click to View FlipBook Version