The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โครงสร้างใหม่พจนี - Copy

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pojpoj.2536, 2021-07-18 03:07:59

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โครงสร้างใหม่พจนี - Copy

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โครงสร้างใหม่พจนี - Copy

ตวั ช้วี ดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง

สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพือ่ นำไปใชต้ ัดสินใจ แกป้ ัญหาในการดำเนิน
ชีวติ และมนี ิสัยรกั การอ่าน

ช้นั ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.๓ ๑. อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองได้ถูกต้องและ ⬤ การอ่านออกเสยี ง ประกอบดว้ ย

เหมาะสมกับเรือ่ งท่ีอ่าน - บทร้อยแกว้ ทเี่ ป็นบทความทัว่ ไปและ

บทความปกิณกะ

- บทรอ้ ยกรอง เชน่ กลอนบทละคร

กลอนเสภา กาพย์ยานี ๑๑ กาพยฉ์ บัง

๑๖ และโคลงส่สี ภุ าพ

๒. ระบุความแตกต่างของคำที่มคี วามหมายโดยตรงและ ⬤ การอ่านจบั ใจความจากสื่อตา่ งๆ
ความหมายโดยนยั เช่น
๓. ระบใุ จความสำคัญและรายละเอยี ดของขอ้ มูลทีส่ นบั สนุนจาก - วรรณคดีในบทเรยี น
เรื่องที่อ่าน - ข่าวและเหตุการณส์ ำคัญ
๔. อ่านเร่ืองตา่ ง ๆ แล้วเขยี นกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก - บทความ
ย่อความและรายงาน - บนั เทิงคดี
๕. วิเคราะห์ วจิ ารณ์ และประเมนิ เรื่องท่ีอ่านโดยใช้กลวธิ ีการ - สารคดี
เปรยี บเทียบเพ่ือให้ผู้อา่ นเข้าใจได้ดขี ้ึน - สารคดีเชงิ ประวตั ิ

- ตำนาน

- งานเขียนเชิงสรา้ งสรรค์

- เรอ่ื งราวจากบทเรียนในกลุ่มสาระการ

เรียนรภู้ าษาไทย และกลุ่มสาระการ

เรียนรู้อน่ื

๖. ประเมนิ ความถูกต้องของข้อมูลท่ีใชส้ นับสนนุ ในเรอื่ งที่อา่ น

๗. วิจารณค์ วามสมเหตุสมผล การลำดับความ และความเปน็ ไป

ไดข้ องเร่ือง

๘. วเิ คราะห์เพ่ือแสดงความคิดเหน็ โต้แย้งเกี่ยวกบั เร่ืองที่อ่าน

๙. ตีความและประเมินคณุ ค่าและแนวคดิ ท่ีไดจ้ ากงานเขียนอย่าง ⬤ การอ่านตามความสนใจ เช่น

หลากหลายเพ่ือนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวติ - หนังสืออา่ นนอกเวลา

ม.๔-ม.๖ ๑๐. มมี ารยาทในการอ่าน - หนงั สอื อา่ นตามความสนใจและตามวยั
ของนักเรยี น
๑. อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองได้อยา่ งถูกต้อง - หนังสอื อ่านท่ีครแู ละนักเรยี นร่วมกนั
ไพเราะ และเหมาะสมกบั เร่ืองท่อี า่ น กำหนด

⬤ มารยาทในการอา่ น

⬤ การอา่ นออกเสียง ประกอบด้วย
- บทร้อยแกว้ ประเภทต่าง ๆ เช่น
บทความ นวนิยาย และความเรยี ง
- บทร้อยกรอง เช่น โคลง ฉันท์ กาพย์
กลอน ร่าย และลลิ ติ

๒. ตีความ แปลความ และขยายความเร่อื งท่อี ่าน ⬤ การอ่านจบั ใจความจากสื่อต่างๆ
๓. วเิ คราะหแ์ ละวิจารณเ์ รือ่ งทอ่ี ่านในทุกๆ ด้านอยา่ งมเี หตุผล เชน่
๔. คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเร่ืองที่อา่ น และประเมนิ ค่าเพ่อื นำ - ข่าวสารจากสื่อส่งิ พิมพ์ ส่อื
ความรู้ ความคดิ ไปใช้ตดั สนิ ใจแก้ปัญหาในการดำเนนิ ชวี ติ อิเลก็ ทรอนิกส์และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ
๕. วิเคราะห์ วจิ ารณ์ แสดงความคดิ เหน็ โต้แยง้ กบั เรือ่ งที่อ่าน ในชุมชน
และเสนอความคิดใหม่อย่างมีเหตุผล - บทความ
๖. ตอบคำถามจากการอา่ นประเภทตา่ ง ๆ ภายในเวลาท่ี - นทิ าน
กำหนด - เรอ่ื งสนั้
๗. อา่ นเรอื่ งต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิดผงั ความคิด บันทกึ - นวนยิ าย
ยอ่ ความ และรายงาน - วรรณกรรมพ้ืนบ้าน
๘. สังเคราะหค์ วามรู้จากการอ่านสอ่ื สิง่ พมิ พ์ สอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส์ - วรรณคดใี นบทเรยี น
และแหล่งเรียนรู้ตา่ ง ๆ มาพัฒนาตน พัฒนาการเรียน และ - บทโฆษณา
พัฒนาความรทู้ างอาชีพ - สารคดี
- บนั เทิงคดี
- ปาฐกถา
- พระบรมราโชวาท
- เทศนา
- คำบรรยาย
- คำสอน

๙. มีมารยาทในการอ่าน - บทร้อยกรองร่วมสมยั
- บทเพลง
- บทอาเศียรวาท
- คำขวญั

⬤ มารยาทในการอ่าน

สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นส่อื สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรือ่ งราวในรปู แบบ
ตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อย่างมีประสิทธภิ าพ

ชน้ั ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ม.๓ ๑. คัดลายมอื ตัวบรรจงคร่งึ บรรทัด ⬤ การคดั ลายมือตวั บรรจงครึง่ บรรทดั

ตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย

๒. เขียนขอ้ ความโดยใช้ถ้อยคำได้ถูกต้องตามระดับ ⬤ การเขียนข้อความตามสถานการณ์และ
ภาษา โอกาสตา่ ง ๆ เชน่

- คำอวยพรในโอกาสต่าง ๆ

- คำขวัญ

- คำคม

- โฆษณา

- คติพจน์

- สนุ ทรพจน์

๓. เขียนชวี ประวัตหิ รืออตั ชีวประวตั โิ ดยเลา่ ⬤ การเขียนอัตชีวประวตั ิหรือชวี ประวัติ
เหตุการณ์ ข้อคิดเห็น และทัศนคตใิ นเร่อื งต่าง ๆ

๔. เขยี นยอ่ ความ ⬤ การเขียนยอ่ ความจากสื่อตา่ งๆ เชน่

นิทาน ประวัติ ตำนาน สารคดที าง

วิชาการ พระราชดำรสั พระบรมราโชวาท

จดหมายราชการ

๕. เขียนจดหมายกิจธรุ ะ ⬤ การเขียนจดหมายกิจธุระ

- จดหมายเชิญวทิ ยากร

- จดหมายขอความอนุเคราะห์

- จดหมายแสดงความขอบคุณ

๖. เขียนอธิบาย ชีแ้ จง แสดงความคิดเหน็ และโต้แย้ง ⬤ การเขียนอธิบาย ชี้แจง แสดงความ

อยา่ งมีเหตผุ ล คิดเห็น และโต้แย้งในเร่ืองต่างๆ

๗. เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความ ⬤ การเขียนวเิ คราะห์ วิจารณ์ และแสดง
คดิ เหน็ หรือโตแ้ ย้งในเร่ืองต่าง ๆ ความรู้ ความคดิ เหน็ หรือโตแ้ ย้งจากสอ่ื
ตา่ งๆ เชน่
๘. กรอกแบบสมัครงานพร้อมเขียนบรรยายเก่ียวกับ - บทโฆษณา
ความรแู้ ละทักษะของตนเองทีเ่ หมาะสมกบั งาน - บทความทางวชิ าการ
๙. เขยี นรายงานการศึกษาคน้ ควา้ และโครงงาน
⬤ การกรอกแบบสมัครงาน
๑๐. มมี ารยาทในการเขยี น
ม.๔-ม.๖ ๑. เขียนสอ่ื สารในรูปแบบตา่ งๆ ได้ ตรงตาม ⬤ การเขยี นรายงาน ได้แก่
- การเขยี นรายงานจากการศึกษาคน้ คว้า
วัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรยี งถกู ต้อง มีขอ้ มลู - การเขยี นรายงานโครงงาน
และสาระสำคัญชัดเจน
⬤ มารยาทในการเขียน
๒. เขียนเรยี งความ
๓. เขยี นยอ่ ความจากส่ือท่ีมีรูปแบบ และเนื้อหา ⬤ การเขยี นสอื่ สารในรปู แบบต่างๆ เชน่
หลากหลาย - อธิบาย
- บรรยาย
๔. ผลติ งานเขียนของตนเองในรูปแบบต่าง ๆ - พรรณนา
- แสดงทรรศนะ
- โตแ้ ย้ง
- โน้มน้าว
- เชญิ ชวน
- ประกาศ
- จดหมายกจิ ธรุ ะ
- โครงการและรายงานการดำเนินโครงการ
- รายงานการประชมุ
- การกรอกแบบรายการต่างๆ

⬤ การเขียนเรยี งความ

⬤ การเขียนยอ่ ความจากสื่อต่าง ๆ เชน่
- กวีนิพนธ์ และวรรณคดี
- เรือ่ งสนั้ สารคดี นวนิยาย บทความทาง
วิชาการ และวรรณกรรมพืน้ บ้าน

⬤ การเขยี นในรปู แบบต่างๆ เช่น
- สารคดี
- บนั เทงิ คดี

๕. ประเมินงานเขยี นของผู้อืน่ แล้วนำมาพฒั นางาน ⬤ การประเมนิ คุณค่างานเขียนในดา้ น
เขยี นของตนเอง ต่างๆ เชน่
- แนวคิดของผูเ้ ขียน
๖. เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า เรือ่ งท่ีสนใจตาม - การใชถ้ อ้ ยคำ
หลกั การเขียนเชงิ วชิ าการและใช้ข้อมลู สารสนเทศ - การเรียบเรยี ง
อา้ งอิงอย่างถูกต้อง - สำนวนโวหาร
๗. บนั ทึกการศึกษาค้นคว้าเพื่อนำไปพัฒนาตนเอง - กลวธิ ีในการเขียน
อยา่ งสม่ำเสมอ ⬤ การเขยี นรายงานเชิงวชิ าการ
๘. มีมารยาทในการเขยี น ⬤ การเขยี นอ้างองิ ขอ้ มลู สารสนเทศ

⬤ การเขียนบันทึกความรูจ้ ากแหล่งเรยี นรู้
ทหี่ ลากหลาย
⬤ มารยาทในการเขยี น

สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดูอย่างมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ และความร้สู กึ ใน
โอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์

ชนั้ ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.๓ ๑. แสดงความคดิ เหน็ และประเมนิ เร่ืองจากการฟังและการดู ⬤ การพูดแสดงความคดิ เหน็ และ

๒. วิเคราะหแ์ ละวิจารณเ์ รอื่ งที่ฟงั และดเู พอื่ นำขอ้ คิดมา ประเมนิ เร่ืองจากการฟงั และการดู

ประยกุ ต์ใชใ้ นการดำเนนิ ชวี ิต ⬤ การพูดวิเคราะห์วิจารณ์จากเรื่องที่

ฟังและดู

๓. พูดรายงานเรือ่ งหรือประเด็นท่ศี ึกษาค้นควา้ จากการฟัง ⬤ การพดู รายงานการศึกษาค้นควา้
การดู และการสนทนา เกยี่ วกบั ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่น

๔. พดู ในโอกาสต่าง ๆ ไดต้ รงตามวตั ถปุ ระสงค์ ⬤ การพูดในโอกาสต่างๆ เช่น

- การพูดโต้วาที

- การอภปิ ราย

- การพดู ยอวาที

๕. พดู โน้มนา้ วโดยนำเสนอหลักฐานตามลำดับเน้ือหาอยา่ งมี ⬤ การพดู โนม้ นา้ ว
เหตผุ ลและน่าเช่ือถือ

๖. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ⬤ มารยาทในการฟัง การดู และการพดู

ม.๔-ม.๖ ๑. สรุปแนวคิด และแสดงความคิดเห็นจากเรอื่ งทีฟ่ ังและดู ⬤ การพดู สรปุ แนวคิด และการแสดง
ความคดิ เหน็ จากเรื่องทฟ่ี ังและดู
๒. วิเคราะห์ แนวคิด การใชภ้ าษา และความน่าเชอื่ ถอื จาก
เรือ่ งที่ฟงั และดอู ย่างมเี หตุผล ⬤ การวเิ คราะหแ์ นวคิด การใชภ้ าษา
๓. ประเมนิ เรอ่ื งที่ฟังและดู แลว้ กำหนดแนวทางนำไป และความนา่ เชื่อถือจากเร่ืองท่ฟี ังและดู
ประยกุ ต์ใชใ้ นการดำเนินชีวิต
๔. มีวิจารณญาณในการเลือกเร่ืองท่ีฟงั และดู ⬤ การเลอื กเร่ืองที่ฟังและดูอย่างมี
วิจารณญาณ

⬤ การประเมินเรื่องที่ฟังและดูเพ่ือ
กำหนดแนวทางนำไปประยุกตใ์ ช้

๕. พดู ในโอกาสตา่ ง ๆ พดู แสดงทรรศนะ โตแ้ ย้ง โนม้ นา้ วใจ ⬤ การพูดในโอกาสตา่ ง ๆ เช่น
และเสนอแนวคดิ ใหม่ดว้ ยภาษาถูกต้องเหมาะสม - การพูดต่อที่ประชมุ ชน
- การพดู อภิปราย
๖. มีมารยาทในการฟงั การดู และการพูด - การพูดแสดงทรรศนะ
- การพูดโนม้ นา้ วใจ

⬤ มารยาทในการฟงั การดู และการพูด

สาระท่ี ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ

ช้นั ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ม.๓ ๑. จำแนกและใช้คำภาษาต่างประเทศทีใ่ ช้ในภาษาไทย ⬤ คำทีม่ าจากภาษาต่างประเทศ
๒. วิเคราะห์โครงสร้างประโยคซับซอ้ น ⬤ ประโยคซับซ้อน
ม.๔-ม.๖ ๓. วิเคราะหร์ ะดบั ภาษา ⬤ ระดบั ภาษา
๔. ใชค้ ำทบั ศัพท์และศพั ทบ์ ัญญตั ิ ⬤ คำทับศัพท์
⬤ คำศัพท์บัญญตั ิ
๕. อธบิ ายความหมายคำศพั ท์ทางวชิ าการและวชิ าชีพ ⬤ คำศัพท์ทางวิชาการและวิชาชพี
๖. แต่งบทร้อยกรอง ⬤ โคลงส่สี ุภาพ
๑. อธิบายธรรมชาติของภาษา พลงั ของภาษา และลักษณะ ⬤ ธรรมชาตขิ องภาษา
ของภาษา ⬤ พลังของภาษา
⬤ ลักษณะของภาษา

๒. ใช้คำและกลุม่ คำสร้างประโยคตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ - เสยี งในภาษา
- สว่ นประกอบของภาษา
๓. ใชภ้ าษาเหมาะสมแกโ่ อกาส กาลเทศะ และบุคคล รวมทั้ง - องคป์ ระกอบของพยางค์และคำ
คำราชาศพั ท์อย่างเหมาะสม
๔. แตง่ บทรอ้ ยกรอง ⬤ การใช้คำและกลุ่มคำสร้าง
๕. วิเคราะหอ์ ิทธิพลของภาษาตา่ งประเทศและภาษาถ่ิน ประโยค
๖. อธิบายและวเิ คราะหห์ ลักการสรา้ งคำในภาษาไทย - คำและสำนวน
๗. วเิ คราะหแ์ ละประเมินการใชภ้ าษาจากสือ่ สิ่งพิมพแ์ ละสื่อ - การรอ้ ยเรยี งประโยค
อเิ ล็กทรอนิกส์ - การเพ่มิ คำ
- การใช้คำ
- การเขยี นสะกดคำ

⬤ ระดับของภาษา

⬤ คำราชาศพั ท์

⬤ กาพย์ โคลง ร่าย และฉนั ท์

⬤ อทิ ธิพลของภาษาตา่ งประเทศ
และภาษาถ่นิ

⬤ หลักการสรา้ งคำในภาษาไทย

⬤ การประเมนิ การใชภ้ าษาจากส่อื
ส่งิ พมิ พ์และ ส่ืออิเล็กทรอนิกส์

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณคา่ และ
นำมาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ

ชัน้ ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ม.๓ ๑. สรปุ เนอ้ื หาวรรณคดี วรรณกรรมและวรรณกรรมทอ้ งถ่ินใน ⬤ วรรณคดี วรรณกรรม และ

ระดบั ที่ยากยิง่ ข้นึ วรรณกรรมท้องถิ่นเกย่ี วกบั

- ศาสนา

- ประเพณี

- พิธกี รรม

- สุภาษติ คำสอน

- เหตกุ ารณ์ในประวัติศาสตร์

- บันเทงิ คดี

๒. วเิ คราะห์วถิ ไี ทยและคณุ ค่าจากวรรณคดีและวรรณกรรมที่ ⬤ การวิเคราะหว์ ิถีไทย และคณุ ค่าจาก

อา่ น วรรณคดแี ละวรรณกรรม
๓. สรปุ ความรูแ้ ละข้อคดิ จากการอ่าน เพ่อื นำไปประยกุ ต์ใชใ้ น

ชวี ิตจรงิ

๔. ทอ่ งจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่กำหนด และบท ⬤ บทอาขยานและบทร้อยกรองทีม่ ี

รอ้ ยกรองทมี่ ีคณุ ค่าตามความสนใจและนำไปใช้อา้ งอิง คุณค่า

- บทอาขยานตามท่ีกำหนด

- บทร้อยกรองตามความสนใจ

ม.๔-ม.๖ ๑. วเิ คราะห์และวจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลักการ ⬤ หลกั การวเิ คราะห์และวจิ ารณ์

วิจารณเ์ บื้องต้น วรรณคดีและวรรณกรรมเบื้องตน้

- จุดม่งุ หมายการแต่งวรรณคดแี ละ

วรรณกรรม

- การพจิ ารณารปู แบบของวรรณคดแี ละ

วรรณกรรม

- การพจิ ารณาเน้ือหาและกลวธิ ีใน

วรรณคดีและวรรณกรรม

- การวิเคราะหแ์ ละการวจิ ารณ์วรรณคดี

และวรรณกรรม

๒. วเิ คราะห์ลกั ษณะเดน่ ของวรรณคดีเชอื่ มโยงกับการเรียนรู้ ⬤ การวเิ คราะหล์ ักษณะเดน่ ของ

ทางประวตั ิศาสตร์และวิถีชีวิตของสงั คมในอดีต วรรณคดแี ละวรรณกรรมเกีย่ วกับ

เหตุการณป์ ระวตั ิศาสตร์และวิถชี วี ติ ของ

สังคมในอดตี

๓. วิเคราะหแ์ ละประเมนิ คุณคา่ ดา้ นวรรณศลิ ปข์ องวรรณคดี ⬤ การวเิ คราะห์และประเมินคณุ คา่
และวรรณกรรมในฐานะที่เปน็ มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ วรรณคดีและวรรณกรรม

- ดา้ นวรรณศลิ ป์

- ด้านสังคมและวัฒนธรรม

๔. สงั เคราะห์ข้อคดิ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพื่อนำไป ⬤ การสังเคราะหว์ รรณคดีและ
ประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง วรรณกรรม

๕. รวบรวมวรรณกรรมพน้ื บา้ นและอธิบายภูมิปญั ญาทางภาษา ⬤ วรรณกรรมพ้ืนบา้ นท่ีแสดงถงึ

- ภาษากบั วัฒนธรรม

- ภาษาถิ่น

๖. ทอ่ งจำและบอกคณุ คา่ บทอาขยานตามที่กำหนดและบท ⬤ บทอาขยานและบทร้อยกรองทม่ี ี
ร้อยกรองที่มีคณุ คา่ ตามความสนใจและนำไปใช้อ้างอิง คณุ คา่
- บทอาขยานตามท่ีกำหนด
- บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

โครงสร้างรายวิชาพ้นื ฐาน ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย

รหัสวิชา ช่ือวิชา จำนวน เวลาเรยี น ภาคเรยี นท่/ี
หน่วยกติ ชวั่ โมง/สัปดาห์ (ระดับช้นั )

ท 31101 ภาษาไทย 1 1.0 2 1/(ม.4)

ท 31102 ภาษาไทย 2 1.0 2 2/(ม.4)

ท 32101 ภาษาไทย 3 1.0 2 1/(ม.5)

ท 32102 ภาษาไทย 4 1.0 2 2/(ม.5)

ท 33101 ภาษาไทย 5 1.0 2 1/(ม.6)

ท 33102 ภาษาไทย 6 1.0 2 2/(ม.6)

รวมท้ังสิน้ 6.0 12 6/(3)

โครงสร้างรายวชิ าเพิม่ เติม ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

รหสั วิชา รายวชิ า/กิจกรรม จำนวน เวลาเรียน ภาคเรยี นที่/
หน่วยกติ ชั่วโมง/สัปดาห์ (ระดบั ชนั้ )
ท 30201 1/(ม.4)
ท 30202 การแต่งคำประพนั ธ์ 1.0 2 2/(ม.4)
ท 30203 1/(ม.5)
ท 30204 การเขียน 1.0 2 2/(ม.5)
ท 30205 1/(ม.6)
ท 30206 หลักภาษา 1.0 2 2/(ม.6)
ท 30207 1/(ม.4)
การพดู ต่อหน้าประชมุ ชน 1.0 2

ภาษาไทยเพื่อการพัฒนาตนเอง 1.0 2

ภาษาไทยในบทเพลง 1.0 2

ภาษาไทยเพ่อื กจิ กรรมการแสดง 1.0 2

รวมทั้งสิน้ ๗.0 1๔ 6/(3)

รายวชิ า ภาษาไทย 5 คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต
รหสั วิชา ท 23101
ภาคเรยี นท่ี 1
เวลาเรียน 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้องและเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน ระบุความแตกต่าง
ของคำที่มีความหมายโดยตรงและโดยนัย อ่านจับใจความสำคัญในบทเรียน ข่าว บทความ บันเทิงคดี สารคดี
แลว้ เขียนกรอบแนวคิด ผังความคิดบนั ทึก ย่อความ พร้อมท้งั วเิ คราะห์ วิจารณ์และประเมนิ เร่อื งที่อา่ น

คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย เขียนคำอวยพร คำขวัญ คำคมได้
ถูกต้องตามระดับภาษา เขียนอัตชีวประวัติหรือชีวประวัติ เขียนย่อความจากจากสื่อต่างๆอย่างมีเหตุผลและมี
มารยาทในการเขียน พูดแสดงความคิดเห็น ประเมินเรื่อง วิเคราะห์ วิจารณ์จากเรื่องที่ฟังและดู พูดรายงาน
เรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
จำแนกและใช้คำภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย วิเคราะห์ระดับภาษา วิเคราะห์โครงสร้างประโยคซับซ้อน
สรุปเนื้อหาเกี่ยวกับวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่น วิเคราะห์วิถีไทยและคุณค่าจากวรรณคดีและ
วรรณกรรม ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจและนำไปใช้อ้างอิงได้
เพ่ือให้มองเหน็ คุณคา่ ในการนำความรจู้ ากการอา่ น การเขยี น การฟงั การดู การพดู หลักการใช้ภาษา วรรณคดี
และวรรณกรรม ไปใช้ในการตัดสนิ ใจแกป้ ัญหาและการดำเนนิ ชีวติ ทถ่ี ูกต้อง

รหสั ตัวช้ีวดั
ท 1.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5
ท 2.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/10
ท 3.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/6
ท 4.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
ท 5.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/4

รวม 20 ตัวชี้วดั

รหัสวิชา ท 23101 โครงสรา้ งรายวชิ า ภาษาไทยพ้นื ฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3
เวลา 3 ชวั่ โมง/สัปดาห์ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ภาคเรียนที่ 1
จำนวน 1.5 หน่วยกิต คะแนน 100 คะแนน
เวลา นำ้ หนกั คะแนน
หนว่ ยการ ชือ่ หน่วยการเรยี นรูแ้ ละสาระการ มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้วี ัด (ชัว่ โมง) (100)

เรยี นรทู้ ่ี เรียนรู้ 10 10

1. การอา่ น ท 1.1 12 10

-ร้อยแก้ว ม. 3/1 ม. 3/2 ม.3/3 ม.3/4 11 8

-ร้อยกรอง 13 12

-อ่านจบั ใจความสำคญั 12 10

-อ่านวเิ คราะห์ วจิ ารณ์

2. การเขียน ท 2.1

-การคดั ลายมือ ม. 3/1 ม. 3/2 ม.3/3 ม.3/4

-การเขียนข้อความ ม. 3/5

-การเขียนประวตั ิ

-การเขยี นยอ่ ความ

-การเขยี นจดหมาย

3. การฟัง การดแู ละการพดู ท 3.1 ม. 3/1 ม. 3/2 ม.3/3

-ฟัง เร่ืองทีก่ ำหนดให้

-ดู วเิ คราะห์ วิจารณเ์ รือ่ งท่ี

กำหนดให้

-พูดแสดงความคิดเหน็

-พดู วิเคราะหว์ จิ ารณ์

-พูดรายงาน

4. หลกั ภาษา ท 4.1 ม. 3/1 ม. 3/2 ม.3/3

-คำภาษาต่างประเทศ

-โครงสรา้ งประโยคซบั ซ้อน

-ระดับภาษา

5. วรรณคด/ี วรรณกรรม ท 5.1 ม. 3/1 ม. 3/2

-วรรณคดแี ล วรรณกรรม ท้องถนิ่

เกี่ยวกบั

-ศาสนา ประเพณี

-พิธีกรรม

-สภุ าษติ คำสอน 1 20
-เหตุการณ์ใน ประวตั ิศาสตร์ 1 30
วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีและ 60 100
วรรณกรรม

สอบกลางภาค
สอบปลายภาค
รวมท้ังส้นิ ตลอดภาคเรียน

รายวชิ า ภาษาไทย 6 คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
รหสั วชิ า ท 23102
ภาคเรยี นที่ 2
เวลาเรียน 3 ชวั่ โมง/สัปดาห์

ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้องและเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน ประเมินความ
ถูกต้องวิเคราะห์ เพื่อแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง วิจารณ์อย่างสมเหตุสมผลและความเป็นไปได้จากเรื่องที่อ่าน มี
มารยาทในการอา่ น

เขียนจดหมายกิจธุระ เขียนอธิบาย ชี้แจง แสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ วิจารณ์และโต้แย้งอย่างมีเหตุผล
กรอกแบบสมัครงานพร้อมบรรยายเกี่ยวกับความรู้และทักษะของตนเอง เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและ
โครงงาน พูดแสดงความคิดเห็น ประเมนิ เรือ่ ง วิเคราะห์ วจิ ารณ์จากเรือ่ งที่ฟังและดู พดู ในโอกาสตา่ งๆ ได้ตรง
ตามวัตถุประสงค์ พูดโน้มน้าวโดยนำเสนอหลักฐานตามลำดับเน้ือหาอยา่ งมเี หตุผลและน่าเชื่อถือและมีมารยาทใน
การฟัง การดู และการพูด ใช้คำทับศัพท์และ ศัพท์บัญญัติ อธิบายความหมายคำศัพท์ทางวิชาการและ
วิชาชีพ แต่งบทร้อยกรอง สรุปเนื้อหาเกี่ยวกับวรรณคดีและวรรณกรรมท้องถิ่นในระดับท่ียากขึ้น สรุปความรู้และ
ข้อคิดจากการอา่ น ท่องจำบทอาขยานตามท่ีกำหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามความสนใจและนำไปใช้อ้างอิง
ได้ เพื่อให้มองเห็นคุณค่าในการนำความรู้จากการอ่าน การเขียน การฟัง การดู การพูด หลักการใช้ภาษา
วรรณคดีและวรรณกรรม ไปใชใ้ นการตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาและการดำเนนิ ชีวติ ท่ีถูกต้อง

รหัสตัวชี้วดั
ท 1.1 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9 ม.1/10
ท 2.1 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9
ท 3.1 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6
ท 4.1 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6
ท 5.1 ม.1/1 ม.1/3 ม.1/4

รวม 19 ตัวชี้วัด

รหสั วชิ า ท23102 โครงสรา้ งรายวชิ า ภาษาไทยพื้นฐาน ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3
เวลา 3 ชวั่ โมง/สัปดาห์ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ภาคเรียนท่ี 2
จำนวน 1.5 หน่วยกติ คะแนน 100 คะแนน

หน่วยการ ช่ือหน่วยการเรียนรแู้ ละสาระการ มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด เวลา นำ้ หนกั คะแนน
(ช่วั โมง) (100)
เรยี นรูท้ ี่ เรยี นรู้

1. การอา่ น ท 1.1 ม. 3/5 ม. 3/6 ม.3/7, ม. 10 10
12 10
-อา่ นวิเคราะห์ วจิ ารณ์ 3/8 ม.3/9, ม.3/10
11 8
-อา่ นตคี วามมายาทในการอ่าน
13 12
2. การเขียน ท 2.1 ม. 3/5 ม. 3/6 ม.3/7 12 10
1 20
-กาเขียนจดหมาย ม.3/8 ม. 3/9, ม.3/10 1 30
60 100
-การเขียนอธบิ าย

-การเขียนวิเคราะหว์ ิจารณ์

-การเขยี นกรอกแบบสมคั รงาน

-การเขยี นรายงานการศึกษา

คน้ ควา้ และโครงงานมมี ารยาทใน

การเขียน

3. การฟัง การดูและการพดู ท 3.1 ม. 3/4 ม. 3/5 ม.3/6

-การพูดในโอกาสต่าง ๆ

-การพดู โนม้ น้าวใจ

-มมี ารยาทในการฟัง การดแู ละ

การพูด

4. หลกั ภาษา ท 4.1 ม. 3/4 ม. 3/5 ม.3/6

-คำทบั ศัพท์และศัพทบ์ ัญญัติ

-แต่งบทร้อยกรอง

5. วรรณคดี/วรรณกรรม ท 5.1 ม. 3/3 ม. 3/4

-สรปุ ความรู้ ขอ้ คิดจากวรรณคดี

และวรรณกรรม

-ท่องจำบทอาขยาน

สอบกลางภาค

สอบปลายภาค

รวมท้ังส้นิ ตลอดภาคเรยี น

คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย

รายวิชา ภาษาไทย 1 รหัสวชิ า ท 31101

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1

จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลาเรยี น 2 ชวั่ โมง/สัปดาห์

ศึกษาทักษะการฟัง การดู และการอ่านออกเสียงร้อยแก้วประเภทบทความ นวนิยาย ความเรียง

การอ่านออกเสียงร้อยกรองประเภทโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน อย่างมีวิจารณญาณ เพื่อตีความ แปลความ

ขยายความ และตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน ที่ฟัง ที่ดูได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถวิเคราะห์ วิจารณ์

ประเมินค่า เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจและแก้ปัญหาในเรื่องการเขียนรายงานเชิงวิชาการ เขียนโครงงาน

โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศอ้างอิงได้อย่างถูกต้อง เขียนกรอบแนวคิด เขียนสื่อสารในรูปแบบจดหมายกิจธุระ การ

กรอกแบบรายงานต่าง ๆ เขียนเรียงความและผลงานของตนในรูปแบบนิทาน พูดสรุปแนวคิดและพูดแสดงความ

คดิ เห็นอย่างมวี ิจารณญาณจากการฟงั การดู การอ่าน อธบิ ายธรรมชาติ ของภาษา พลังของภาษาและลักษณะ

ของภาษา ฝึกแต่งคำประพันธ์ประเภทโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ศึกษาวรรณคดีและวรรณกรรม สังเคราะห์

ข้อคิด ท่องจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่กำหนดและตามความสนใจจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือ

นำไปใช้ประยุกต์ในชีวิตจริง มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การพูด และมีนิสัยรักการอ่าน รักการ

เขียน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ

กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเรียนภาษา กระบวนการเรียนความรู้และความ

เขา้ ใจ กระบวนการไตรสิกขา เพ่อื ใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ มคี วามสามารถ ในการสอื่ สาร ในการคดิ ในการ

แก้ปัญญา ในการใช้ทักษะชวี ิต และในการใช้เทคโนโลยี เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย

มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมทีเ่ หมาะสม

รหสั ตัวช้ีวดั

• ท 1.1
ม 4–6/1 ม 4–6/2 ม 4–6/6 ม 4–6/7 ม 4–6/9

• ท 2.1 ม.4- 6/8
ม 4- 6/1 ม. 4- 6/2 ม. 4- 6/ 4 ม. 4- 6/6

• ท 3.1

ม 4- 6/1 ม 4- 6/4 ม 4- 6/6

• ท 4.1
ม 4 – 6/1 ม 4- 6/4

• ท 5.1

ม 4 – 6/1 ม 4 – 6/4 ม 4 – 6/6

รวมท้ังหมด 18 ตวั ชวี้ ัด

รหัสวชิ า ท 31101 โครงสรา้ งรายวชิ า ภาษาไทยพ้ืนฐาน ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๔
เวลา ๒ ชวั่ โมง/สัปดาห์ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑
จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต คะแนน 100 คะแนน

ลำดับ ชอ่ื หน่วยการ ตวั ชว้ี ดั หรอื สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ท่ี เรียน ผลการเรียนรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน
1. คำนมสั การคณุ าคณุ ท 1.1 ม.4-6/1,6 การอา่ นออกเสยี งบทร้อย
ท 2.1 ม.4-6/1 กรอง 10 5
2. นทิ านเวตาล ท 5.1 ม.4-6/1-6 การเขยี นอธิบาย 5
วรรณคดีและวรรณกรรม 10
ท 3.1 ม.4-6/4,6 หลกั การฟังและการดสู ่อื 10
ท.4.1 ม.4-6/1 ธรรมชาตแิ ละพลังของ 10
ท 5.1 ม.4-6/1-6 ภาษา 5
วรรณคดแี ละวรรณกรรม 10 20
สอบกลางภาค
40 5
3. นริ าศนรนิ ทร์คำโคลง ท 1.1 ม.4-6/2-3,6-8 การอ่านแปลความ 10

ท 2.1 ม.4-6/1 ตีความ และขยายความ 5
5
ท 4.1 ม.4-6/4 การกรอกแบบรายการ 30
100
ท 5.1 ม.4-6/1-6 การแต่งคำประพนั ธ์โคลง

วรรณคดแี ละวรรณกรรม

4. มหาเวสสันดรชาดก ท 3.1 ม.4-6/1,3-4,6 การสรุปความจากการฟัง

ท.4.1 ม.4-6/1-2 ลกั ษณะของภาษาไทย

ท 5.1 ม.4-6/1-6 วรรณคดแี ละวรรณกรรม

สอบปลายภาค

รวม

คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

รายวชิ า ภาษาไทย 2 รหัสวชิ า ท 31102

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 2

จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลาเรยี น 2 ชวั่ โมง/สัปดาห์

ศึกษาทักษะการฟัง การดู และการอ่านออกเสียงร้อยแก้วประเภทบทความ นวนิยาย ความเรียง

การอ่านออกเสียงร้อยกรองประเภทโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน อย่างมีวิจารณญาณ เพื่อตีความ แปลความ

ขยายความ และตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน ที่ฟัง ที่ดูได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถวิเคราะห์ วิจารณ์

ประเมินค่า เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจและแก้ปัญหาในเรื่องการเขียนรายงานเชิงวิชาการ โดยใช้ข้อมูล

สารสนเทศอา้ งองิ ไดอ้ ย่างถูกต้อง เขียนย่อความจากสอื่ ที่มีรูปแบบและเน้ือหาหลากหลาย พูดสรปุ แนวคดิ และพูด
แสดงความคิดเห็นอย่างมีวิจารณญาณจากการฟัง การดู การอ่าน วิเคราะห์อิทธิพลของภาษาต่างประเทศและ

ภาษาถิ่น อธิบายและวิเคราะห์หลักการสร้างคำในภาษา ศึกษาวิเคราะห์วัฒนธรรมกลุม่ อาเซียนจาก วรรณคดี

และวรรณกรรม สังเคราะห์ข้อคิด ท่องจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่กำหนดและตามความสนใจจาก

วรรณคดแี ละวรรณกรรมเพื่อนำไปใช้ประยุกต์ในชีวิตจริง มมี ารยาทในการอา่ น การเขียน การฟัง การพูด และ

มีนิสัยรักการอา่ น รักการเขียนโดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการ

คิด กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเรยี นภาษา กระบวนการ

เรียนความรู้และความเข้าใจ กระบวนการไตรสิกขา เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการ

ส่ือสาร ในการคิด ในการแก้ปัญญา ในการใชท้ กั ษะชีวิต และในการใช้เทคโนโลยี เปน็ ผใู้ ฝเ่ รยี นรู้ ม่งุ ม่ันในการ

ทำงาน รักความเป็นไทย มีคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม

รหสั ตวั ชี้วดั

• ท 1.1

ม 4 – 6/1 ม 4 – 6/2 ม 4 – 6/6 ม 4 – 6/8 ม 4 – 6/9

• ท 2.1

ม 4 – 6/3 ม 4 – 6/6 ม 4 – 6/8

• ท 3.1

ม 4 – 6/1 ม 4 – 6/4 ม 4 – 6/6

• ท 4.1

ม 4 – 6/4 ม 4 – 6/5 ม 4 – 6/6

• ท 5.1

ม 4 – 6/1 ม 4 – 6/4 ม 4 – 6/5 ม 4 – 6/6

รวมท้ังหมด 18 ตวั ช้ีวัด

รหสั วิชา ท 31102 โครงสรา้ งรายวิชา ภาษาไทยพนื้ ฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔
เวลา ๒ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ภาคเรียนท่ี 2
จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต คะแนน 100 คะแนน
รหสั มาตรฐานตวั ช้ีวัด/
หน่วย ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนกั
ที่ ผลการเรยี นรู้ สาระสำคัญ (ช่วั โมง) คะแนน

1. ธรรมชาตแิ ละลักษณะ ท1.1 ม4/2 ท4.1 ม ธรรมชาตแิ ละลกั ษณะ

ของภาษา (หนว่ ยบรู ณา 4/1 4/2 4/5 4/6 ของภาษา การเลอื กใช้คำ 4 10
6 10
การเศรษฐกิจพอเพยี ง) กลุ่มคำ ตรงตาม 8
10
วัตถปุ ระสงค์ หลกั การ 8
10
สรา้ งคำในภาษไทย 10

2. การใช้ภาษาในการ ท1.1 ม4/1 4/2 อา่ นออกเสียงร้อยแก้ว

สือ่ สาร ท2.1 ม4/1 4/7 ท ร้อยกรอง แปลความ

3.1 ม4/2 4/3 4/5 ตีความ ขยายความเรอ่ื งที่

4/6 ท4.1 ม4/2 อ่าน เขยี นส่ือสารหลาย

4/3 4/5 4/6 4/7 รปู แบบ บันทึกการศึกษา

คน้ ควา้ แสดงความคดิ เห็น

จากเรื่องทีฟ่ งั และดู

3. การฟงั การดแู ละการ ท3.1 ม4/1 4/2

พดู 4/3 4/4 4/5 4/6 วิเคราะหแ์ นวคดิ การใช้

ภาษาจากเรอ่ื งที่ฟังและดู

คัดเลือกเรื่องที่ฟงั และดูได้

เหมาะสมเกิดประโยชน์

พูดในโอกาสตา่ งๆ มี

มารยาทในการฟัง ดแู ละ

พดู

สรปุ ทบทวนภาพรวม / สอบกลางภาค

4. การรบั สารส่งสารดว้ ย ท1.1 ม4/1 4/2 4/3 อา่ นออกเสียงร้อยแกว้

การอา่ น 4/4 4/5 4/6 ร้อยกรอง จบั ใจความ

4/7 4/8 4/9 สำคญั วเิ คราะหว์ ิจารณ์

เรอ่ื งท่ีอา่ นไดอ้ ยา่ งมี

เหตผุ ล สงั เคราะหค์ วามรู้

จากการอา่ นจากสื่อแหล่ง

เรียนรตู้ า่ งๆมาพฒั นา

ตนเอง มมี ารยาทในการ

อา่ น

5. การส่งสารด้วยการเขยี น ท1.1 ม4/5 4/7 วเิ คราะหว์ จิ ารณเ์ รอื่ งท่ี 10 10
4
4/8 ท2.1 ม4/1 4/2 อ่านอย่างมีเหตุผล จบั 10

4/3 4/4 4/5 4/6 ประเด็นและสรุปเร่ืองที่ 20
10
4/7 อ่าน เขยี นสือ่ สารใน 100

รปู แบบตา่ งๆ เขยี น

เรียงความ ย่อความ

รายงานการศึกษาคน้ ควา้

แตง่ บทร้อยกรอง มี

มารยาทในการเขียน

6. ภมู ิปัญญาทางภาษา ท1.1 ม4/3 4/4 4/8 วิเคราะหว์ จิ ารณ์วรรณคดี

ท5.1 ม4/1 4/2 วรรณกรรมด้านวรรณศิลป์

4/3 4/5 4/5 และในฐานะทีเ่ ปน็ มรดก

ของชาติ นำข้อคิดทมี่ ี

คุณค่ามาประยุกต์ใชใ้ น

ชีวติ ประจำวัน ลักษณะ

วรรณกรรมพืน้ บา้ น ภมู ิ

ปญั ญาทางภาษา ทอ่ งจำ

บทอาขยานทก่ี ำหนดและ

ทส่ี นใจ

สรปุ ทบทวนภาพรวม/

สอบปลายภาค

คะแนนการศกึ ษาค้นควา้

รวม

คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

รายวิชา ภาษาไทย 3 รหสั วิชา ท 32101

ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1

จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

ฝึกการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว บทร้อยกรองประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะโคลง ร่าย ได้อย่างถูกต้อง

ไพเราะและเหมาะสมกับเรื่องทอ่ี ่าน วเิ คราะห์วจิ ารณเ์ รื่องท่ีอา่ นในทกุ ๆ ด้านอยา่ งมเี หตผุ ล อา่ นบทความ เรอ่ื ง

สั้น วรรณคดี วรรณกรรม บทรอ้ ยกรองร่วมสมัย ฯลฯ แลว้ เขียนกรอบแนวคิด ผงั ความคดิ บนั ทกึ ย่อความ

และรายงานจากเรื่องที่อ่าน ฝึกการเขียนสื่อสารรูปแบบต่าง ๆ เช่น ประกาศ จดหมายกิจธุระ โครงการและ

รายงานการดำเนินโครงการฯ เขียนย่อความจากสื่อที่มีรูปแบบและเนื้อหาหลากหลาย เขียนรายงานการศึกษา
ค้นคว้าเรื่องที่สนใจตามหลักการเขียนเชิงวิชาการและใช้ข้อมูลสารสนเทศอ้างอิงอย่างถูกต้อง ประเมินเรื่องที่ฟัง

และดู แล้วกำหนดแนวทางนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต มีวิจารณญาณในการเลือกเรื่องที่ฟังและดู พูด

แสดงทรรศนะและเสนอแนวคิดใหม่ดว้ ยภาษาถูกต้องเหมาะสม ศึกษาการใช้คำและกลุ่มคำสรา้ งประโยคตรงตาม

วัตถุประสงค์ แต่งบทรอ้ ยกรอง โคลง ร่าย ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ท้องถิ่น วิเคราะห์และประเมินการใช้ภาษาจาก

สือ่ สง่ิ พิมพแ์ ละสอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส์ วิเคราะห์ลักษณะเดน่ ของวรรณคดเี ชอื่ มโยงกบั การเรยี นรู้ทางประวตั ิศาสตร์และ

วิถีชีวิตของสังคมในอดตี วิเคราะห์และประเมินคณุ ค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะที่เป็น

มรดกทางวฒั นธรรมของชาติ สังเคราะห์ข้อคดิ จากวรรณคดี วรรณกรรมเพ่ือนำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตจริง ท่องจำ

และบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่กำหนด และบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจและนำไปอ้างอิงได้โดยใช้

กระบวนการเรียนรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการ

เรียนรู้ด้วยตนเอง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเรียนภาษา กระบวนการเรียนความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้เกิด

ความรู้ ความเข้าใจ มีมารยาทในการอา่ น การเขียน การฟัง การดู การพูด มีความสามารถในการส่ือสาร ใน

การคิด ในการใช้ทักษะชีวิต ในการใช้เทคโนโลยี เป็นผู้ใฝ่เรียนใฝ่รู้ มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มี

คุณธรรม จรยิ ธรรมและคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม

รหสั ตวั ชี้วดั

• ท1.1

ม.4-6/1 ม.4-6/5 ม.4-6/7 ม.4-6/9

• ท2.1

ม.4-6/1 ม.4-6/7 ม.4-6/8

• ท3.1

ม.4-6/2 ม.4-6/5 ม.4-6/6

• ท4.1

ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/1

• ท5.1 ม.4-6/6
ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5

รวมทัง้ หมด 17 ตวั ช้ีวัด

รหัสวชิ า ท 32101 โครงสร้างรายวิชา ภาษาไทยพ้นื ฐาน ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๕
เวลา ๒ ชว่ั โมง/สัปดาห์ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑
จำนวน 1.0 หน่วยกิต คะแนน 100 คะแนน

หนว่ ย ชอ่ื หน่วยการเรียนรแู้ ละสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ดั เวลา น้ำหนัก
การเรยี นรทู้ ี่ (ชั่วโมง) คะแนน
100
1 ลกั ษณะของภาษา ท 4.1 3
10

ม.4-6/1 ม.4-6/6

2 ประโยค ท 4.1 35

ม.4-6/2

3 การเขียนเรียงความ ท 2.1 35

ม.4-6/2

4 การแตง่ คำประพนั ธป์ ระเภทร่ายและฉันท์ ท 4.1 35

ม.4-6/4

5 ลิลิตตะเลงพ่าย ท 5.1 11 5

ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3

ม.4-6/4 ม.4-6/6

6 คัมภรี ฉ์ ันทศาสตร์แพทย์ศาสตรส์ งเคราะห์ ท 5.1 8 10

ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3

ม.4-6/4 ม.4-6/6

7 การอ่านออกเสียง ท 1.1 3 10

ม.4-6/1 35

8 การอ่านเพ่ือวิเคราะห์วจิ ารณ์ ท 1.1 35

ม.4-6/2 ม.4-6/3 20
20
9 การอ่านอยา่ งมวี ิจารณญาณ ท 1.1 40 100

ม.4-6/3 ม.4-6/4

สอบกลางภาค

สอบปลายภาค

รวม

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย

รายวิชา ภาษาไทย 4 รหัสวชิ า ท 32102

ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2

จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลาเรียน 2 ชวั่ โมง/สัปดาห์

ฝึกการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว บทร้อยกรองประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะฉันท์ได้อย่างถูกต้อง ไพเราะ

และเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน ตอบคำถามจากการอ่านงานเขียนประเภทต่าง ๆ วิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความ

คิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเร่ืองที่อ่านและเสนอความคิดใหม่อย่างมีเหตุผล สังเคราะห์ความรู้จากการอ่านสื่อสิ่งพิมพ์

สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาตน พัฒนาการเรียน และพัฒนาความรู้ทางอาชีพ ฝึกการ

เขียนสื่อสารรูปแบบต่าง ๆ เช่น การกรอกแบบรายงานต่าง ๆ รายงานการประชุมฯ ผลิตงานเขียนของตนเองใน
รูปแบบต่าง ๆ เช่นสารคดี บันเทิงคดีที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับท้องถิ่นสมุทรปราการ ประเมินงานเขียนของผู้อื่นแล้ว

นำมาพัฒนางานเขียนของตนเอง พูดโน้มน้าวใจและเสนอแนวคิดใหม่ด้วยภาษาถูกต้องเหมาะสมแก่โอกาส

กาลเทศะ และบุคคล รวมทงั้ คำราชาศพั ท์อย่างเหมาะสม แต่งบทรอ้ ยกรองประเภทฉันท์ วเิ คราะห์และประเมิน

การใช้ภาษาจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ วิเคราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดีเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทาง

ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของสังคมในอดีต วิเคราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและ

วรรณกรรมเพอ่ื นำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ ท่องจำและบอกคุณคา่ บทอาขยานตามท่กี ำหนด และบทร้อยกรองที่มี

คุณค่าตามความสนใจ และนำไปใช้อ้างอิงได้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้

กระบวนการคดิ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเรียนภาษา

กระบวนการเรียนความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง

การดู การพดู มีความสามารถในการส่ือสาร ในการคดิ ในการใช้ทกั ษะชีวิต ในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นผู้ใฝ่เรียน

ใฝร่ ู้ มุง่ มน่ั ในการทำงาน รกั ความเป็นไทย มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสม

รหัสตวั ช้ีวดั

• ท1.1 ม. 4-6/9
ม. 4-6/1 ม. 4-6/3 ม. 4-6/8

• ท2.1
ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/8

• ท3.1 ม. 4-6//5 ม. 4-6/6
ม. 4-6/4

• ท4.1
ม. 4-6/2 ม. 4-6/7

• ท5.1

ม. 4-6/1 ม. 4-6/4 ม. 4-6/6

รวมทั้งหมด 15 ตวั ชว้ี ัด

รหสั วิชา ท 3210๒ โครงสร้างรายวิชา ภาษาไทยพน้ื ฐาน ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๕
เวลา ๒ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ภาคเรียนที่ 2
จำนวน 1.0 หน่วยกติ คะแนน 100 คะแนน

หนว่ ย ชอื่ หน่วยการเรียนรู้และ สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วัด เวลา น้ำหนกั
การเรยี นรู้ที่ ท 1.1 , ม.5/1 (ชัว่ โมง) คะแนน
(100)
1 การอ่านออกเสยี งร้อยแกว้ และรอ้ ยกรอง 2
2 การอา่ นอยา่ งมีวจิ ารณญาณ 3

ท 1.1 , ม.5/2 23

3 การเขียนสอ่ื สารในรูปแบบต่างๆ ท 2.1 , ม.5/1 23

4 การเขยี นเรียงความเกี่ยวกับโลกสาธารณะ ท 2.1 , ม.5/2 23

5 การเขียนย่อความ ท 2.1 , ม.5/3 23

6 การเขียนสารคดี ท 2.1 , ม.5/4 23

7 การเขียนบันทึกความรู้ ท 2.1 , ม.5/7 23

8 มีมารยาทในการเขยี น ท 2.1 , ม.5/8 13

9 การพูดสรปุ แนวคิดและแสดงความคดิ เหน็ จาก ท 3.1 , 5/1 43
เรือ่ งท่ีฟงั และดู 23
23
10 การวิเคราะห์แนวคดิ ใชภ้ าษาและความน่าเช่ือถือ ท 3.1, ม.5/2
จากเร่ืองที่ฟงั และดู

11 การเลือกเรือ่ งทฟี งั และดูอย่างมวี ิจารณญาณ ท 3.1, ม.5/3

12 การประเมินเรือ่ งที่ฟังและดูและมมี ารยาทในการ ท 3.1 , ม.5/4 , ม.5/6 23
ฟงั และดู 23

13 ธรรมชาตพิ ลังของภาษาและลกั ษณะของภาษา ท 4.1 , ม.5/1

หนว่ ยการ ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้และ สาระ มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชว้ี ดั เวลา นำ้ หนัก

เรยี นรู้ที่ การเรยี นรู้ (ช่วั โมง) คะแนน

(100)

14 การใชค้ ำและกล่มุ คำสร้างประโยค ท 4.1, ม.5/2 43

15 การวเิ คราะห์และวิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรม ท 4.1, ม.5/4 26

เบ้ืองต้น 26

16 การวเิ คราะห์และประเมินคุณค่าวรรณคดีและ ท 5.1, ม.5/2 43
13
วรรณกรรม
20
17 วรรณกรรมพื้นบา้ น ท 5.1, ม.5/5 20
40 100
18 บทอาขยานและบทร้อยกรองทม่ี คี ุณคา่ ท 5.1, ม.5/5

สอบกลางภาค

สอบปลายภาค

รวมทง้ั สิน้ ตลอดภาคเรยี น

คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย

รายวชิ า ภาษาไทย 5 รหสั วชิ า ท 33101

ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1

จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลาเรียน 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

ฝกึ การอ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองประเภทต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง ไพเราะ และเหมาะสม

กับเร่ืองทอี่ ่าน ตคี วาม แปลความ ขยายความ เรื่องทีอ่ ่าน อ่านเร่ืองจากบทความ เรอ่ื งสนั้ นวนิยาย วรรณกรรม

พ้ืนบ้าน วรรณคดใี นบทเรียน สารคดี บันเทงิ คดี ปาฐกถา เทศนา คำบรรยาย บทร้อยกรองร่วมสมยั บทเพลง

บทอาเศียรวาท คำขวัญ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงานจากเรื่องที่อ่าน

ตลอดจนสังเคราะห์ความรู้จากการอ่านสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาตน

พัฒนาการเรียน และพัฒนาความรู้ทางอาชีพ ฝึกการเขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งเขียนอธิบาย บรรยาย

พรรณนา ได้ตรง ตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียงถูกต้อง มีข้อมูลและสาระชัดเจน ผลิตงานเขียนของ

ตนเองในรูปแบบของสารคดีท้องถิ่น และประเมินคุณค่างานเขียนของผู้อื่น ในด้านแนวคิดของผู้เขียน การใช้

ถ้อยคำ การเรียบเรยี ง สำนวนโวหาร กลวิธีในการเขียน แล้วนำมาพัฒนางานเขียนของตนเอง ประเมินเรือ่ งท่ี

ฟังและดู แล้วกำหนดแนวทางนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ศึกษาการใช้ภาษาให้เหมาะสมแก่โอกาส

กาลเทศะ และบคุ คล รวมท้งั คำราชาศพั ทอ์ ยา่ งเหมาะสม แตง่ บทรอ้ ยกรองประเภทกาพย์ โคลง และฉันท์ ท่ี

มีเนื้อหาเกี่ยวกับท้องถิ่นสมุทรปราการ วิเคราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรม

ในฐานะท่เี ป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ สงั เคราะหข์ อ้ คิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือนำไปประยุกต์ใช้ใน

ชีวิตจริง ตลอดจนท่องจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ

และนำไปใช้อ้างอิง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด

กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเรียนภาษา กระบวนการ

เรียนความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้มีความสามารถในการสื่อสาร ในการคิด ในการใช้ทักษะชีวิต ในการใช้

เทคโนโลยี เปน็ ผใู้ ฝร่ ้ใู ฝ่เรียน ม่งุ มน่ั ในการทำงาน และรกั ความเป็นไทย

รหัสตวั ช้ีวดั

• ท 1.1

ม.4 – 6 / 1 ม.4 – 6 / 2 ม.4 – 6 / 7 ม.4 – 6 / 8 ม.4 – 6 / 9

• ท 2.1

ม.4 – 6 / 1 ม.4 – 6 / 4 ม.4 – 6 / 5 ม.4 – 6 / 8

• ท 3.1

• ม.4 – 6 / 3 ม.4 – 6 /6

• ท 4.1

• ม.4 – 6 / 3 ม.4 – 6 / 4

• ท 5.1 ม.4 – 6 / 6
ม.4 – 6 / 3 ม.4 – 6 /4

รวมทง้ั หมด 16 ตวั ชว้ี ัด

รหสั วิชา ท 33101 โครงสร้างรายวิชา ภาษาไทยพืน้ ฐาน ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๖
เวลา ๒ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ภาคเรยี นที่ ๑
จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต คะแนน 100 คะแนน

ลำดบั ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก
ท่ี เรียนรู้/ตวั ชวี้ ดั
(ชว่ั โมง) คะแนน

(100)

1 การอ่านออกเสยี ง ท 1.1 (ม6/1) -การอ่านออกเสยี งรอ้ ยแกว้ 6 10
(ม6/9)
-การอา่ นออกเสียงรอ้ ยกรอง

- มารยาทในการอา่ น

2 การเขียนสอ่ื สาร ท 2.1(ม6/1) - การเขยี นสอ่ื สารในรูปแบบ 8 10

อธิบาย บรรยาย พรรณนา แสดงทรรศนะ

โต้แย้ง โนม้ น้าว เชิญชวน โครงการ

3 ฟังและดูอยา่ งมี ท 3.1(ม6/1) -การพูดสรุปแนวคดิ และแสดงความคิดเหน็ จาก 5 10
วิจารณญาณ (ม6/3)
(ม6/4) เรอื่ งท่ีฟังและดู

-การประเมนิ เร่ืองทีฟ่ งั และดู

-การเลือกเร่ืองท่ีฟังและดูอย่างมวี จิ ารณญาณ

4 ธรรมชาตขิ องภาษา ท 4.1(ม6/1) - ธรรมชาติของภาษา 7 10
(ม6/3)
- พลงั ของภาษา

-ระดบั ภาษา

- ราชาศัพท์

5 บทร้อยกรอง ท 4.1(ม6/4) - แต่งบทรอ้ ยกรอง ประเภท กาพย์ โคลง ร่าย 4 10
(ม6/6)
และฉันท์

- ทอ่ งจำบทอาขยานและบทร้อยกรองท่มี ีคุณค่า

6 วรรณคดีและ ท 5.1(ม6/1) - วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรม 10 10
วรรณกรรม (ม6/2) ตามหลักการวิจารณ์เบื้องตน้
- ลักษณะเดน่ ของวรรณคดีและวรรณกรรมใน
บทเรยี น

สอบกลางภาค 20
สอบปลายภาค 20
40 100
รวมทั้งสิน้

คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย

รายวิชา ภาษาไทย 6 รหสั วิชา ท 33102

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรียนท่ี 2

จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลาเรียน 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห์

ฝึกการคาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ

วรรณคดีในบทเรียน บทร้อยกรองร่วมสมัย อาเศียรวาท เทศนา และประเมินค่า เพื่อนำความรู้ความคิด ไป

ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต วิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็น โต้แย้งกับเรื่องที่อ่าน และเสนอ

ความคิดใหมอ่ ย่างมีเหตผุ ล ฝึกการเขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งเขียนแสดงทรรศนะ เขียนโต้แยง้ เขียนโนม้

น้าว เขียนเชิญชวน ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียงถูกต้อง มีข้อมูลท้องถิ่นและสาระสำคัญ
ชดั เจน ผลิตงานเขียนของตนเองในรูปแบบตา่ ง ๆ เช่น บันเทิงคดี มวี ิจารณญาณในการเลอื กเรื่องทฟี่ ังและดู ฝกึ

พูดในโอกาสต่าง ๆ พูดแสดงทรรศนะ พูดโต้แย้ง พูดโน้มน้าวใจ และเสนอแนวคิดใหม่ด้วยภาษาถูกต้อง

เหมาะสม ฝึกแต่งบทร้อยกรอง วิเคราะห์และประเมินการใช้ภาษาจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์

วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์เบื้องต้น วิเคราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดี

เชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของสังคมในอดีต สังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีและ

วรรณกรรมเพอื่ นำไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จริง ตลอดจนรวบรวมวรรณกรรมพื้นบ้านและอธบิ ายภมู ิปัญญาทางภาษา

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ

กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเรียนภาษา กระบวนการเรียนความรู้ความ

เข้าใจ เพื่อให้มีความสามารถในการสื่อสาร ในการคิด ในการใช้ทักษะชีวิต ในการใช้เทคโนโลยี มีมารยาทใน

การอา่ น การเขียน การฟัง การดู และการพดู เป็นผใู้ ฝร่ ใู้ ฝเ่ รียน มุ่งมน่ั ในการทำงาน และรักความเปน็ ไทย

รหสั ตัวชว้ี ดั

• ท 1.1
ม.4 – 6 / 1 ม.4 – 6 / 4 ม.4 – 6 / 5 ม 4 – 6 /8

• ท 2.1

• ม.4 – 6 / 1 ม.4 – 6 / 4 ม 4-6/8

• ท 3.1

ม.4 – 6 / 4 ม.4 – 6 / 5 ม.4 – 6 /6

• ท 4.1
ม.4 – 6 / 4 ม.4 – 6 /7

• ท 5.1 ม.4 – 6 / 4 ม.4 – 6 / 5
ม.4 – 6 /1 ม 4–6/2
รวมทั้งหมด 16 ตวั ช้ีวัด

รหัสวชิ า ท 3310๒ โครงสรา้ งรายวชิ า ภาษาไทยพื้นฐาน ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๖
เวลา ๒ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๒
จำนวน 1.0 หน่วยกิต คะแนน 100 คะแนน

ลำดับท่ี ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
เรียนรู้ เรยี นรู้/ตัวชี้วดั
(ชว่ั โมง) คะแนน

(100)

1 การอ่านอย่างมี ท 1.1(ม6/2) - การอ่านตคี วาม แปลความและขยายความ 8 10

วจิ ารณญาณ (ม6/2) - การวเิ คราะห์วิจารณ์ แสดงความคดิ เหน็

(ม6/3) เรือ่ งที่อา่ น

(ม6/4) - การคาดคะเนเหตุการณ์ ประเมนิ ค่า เรือ่ งท่ี

(ม6/5) อ่าน เชน่ วรรณคดีในบทเรยี น ข่าว

(ม6/6) บทความ นิทาน

(ม6/7) - ตอบคำถามจากการอ่านงานเขยี น

(ม6/8) - เขียนกรอบแนวคิด

ผงั ความคดิ ย่อความ

- สังเคราะหค์ วามรู้จากการอ่าน

2 การเขียนในรูปแบบ ท 2.1(ม6/2) - เรียงความ ยอ่ ความ 6 10
ตา่ งๆ (ม6/3)
(ม6/4) - รายงาน บันทกึ
(ม6/5)
(ม6/6) - ผลติ งานเขยี นของตนเอง
(ม6/7)
(ม6/8) - ประเมินคุณค่างานเขียน

3 การพดู ในโอกาส ท 3.1(ม6/5) -มารยาทการเขียน
ตา่ งๆ (ม6/6)
- การพดู แสดงทรรศนะ 6 10
- การพูดโน้มน้าวใจ
- มารยาทการฟัง ดู และพูด

ลำดบั ท่ี ช่ือหน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก
เรยี นรู้ เรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั
(ชั่วโมง) คะแนน

(100)

4 การสรา้ งคำ ท 4.1(ม6/5) - หลักการสร้างคำ 6 10
(ม6/6)
(ม6/7) - อิทธิพลของภาษาถ่นิ

- การใชภ้ าษาจากส่อื สิง่ พิมพ์และส่อื

อิเลก็ ทรอนิกส์

5 คุณคา่ วรรณคดแี ละ ท 5.1(ม6/3) - การวเิ คราะห์และประเมินคุณค่า 10 10

วรรณกรรม (ม6/4) วรรณคดแี ละวรรณกรรม

ท 4.1(ม6/4) - การสังเคราะหว์ รรณคดแี ละวรรณกรรม

- ท่องจำบทอาขยานและบทร้อยกรองที่มี

คุณคา่

6 วรรณกรรมพนื้ บ้าน ท 5.1(ม6/5) -รวบรวมวรรณกรรมพน้ื บา้ นทแี่ สดงถงึ 4 10
(ม6/6)
ภาษากบั วัฒนธรรมและภาษาถ่นิ

สอบกลางภาค 20
สอบปลายภาค 20
40 100
รวมทั้งสิ้น

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย

รายวชิ า การพดู อยา่ งมืออาชีพ รหสั วิชา ท 23201
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1
จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลาเรียน 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

ฝึกทักษะ หลักการ วิธีการพูด ในรูปแบบของการสนทนา การสัมภาษณ์ การอภิปรายในกลุ่มและในท่ี
ประชุม การพูดในโอกาสต่าง ๆ การอ่านบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองในที่ประชุม เพื่อพัฒนาสมรรถภาพในการ
พูดของตนเองให้ถูกต้องตามหลักการและวิธีการ เพื่อให้เกิด ความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะและสามารถพัฒนา
สมรรถภาพในการพูดของตนให้ถกู ตอ้ งตามหลักการและวิธกี ารพดู สามารถนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้

ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรียนสามารถพูดในโอกาสต่างๆ ได้อย่างสรา้ งสรรค์
2. นักเรยี นมีมารยาทในการพูด
3. นักเรยี นมีความกลา้ แสดงออก และสามารถนำความรู้ไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวนั ได้

รวมท้ังหมด 3 ผลการเรียนรู้

โครงสร้างรายวิชา กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทยรายวชิ าเพ่ิมเตมิ

รายวิชา การพดู อยา่ งมืออาชีพ รหัสวิชา ท 23201

ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1

จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

หน่วย หนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
ที่ คะแนน
1. ความรูเ้ บ้ืองต้น 1. บอกความหมาย (ช่ัวโมง)
เกยี่ วกับการพูด ความสาคัญและ 7
องค์ประกอบของการพูด การพูด คือ ติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกัน 5
ได้ 7
2. วเิ คราะหป์ ัจจยั ทช่ี ่วย ของมนุษย์ เพื่อ ถ่ายทอดความรู้สึก
ให้ 7
การพูดสัมฤทธผ์ิ ลได้ ความต้องการของกันและกันด้วยการใช้

คาพูด น้าเสียง กิริยาท่าทางและสีหน้า

ของผู้พูด ผู้พูดต้องรู้จักวิเคราะห์ปัจจัย

ต่าง ๆ ที่ทาให้ผู้ฟังเกิดความศรัทธา

เลื่อมใสจนทาให้ผู้ฟังเกิดความเห็น

คล้อยตามในคาพูดและพร้อม ที่จะ

ปฏิบัติตามในสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์

ต่อตนเองและต่อสงั คม

2. ประเภทของการ 3. จำแนกประเภทของ การพูดแบ่งออกได้หลายประเภท เช่น 5
พูด การ
พูดได้ แบ่งตามวัตถุประสงค์ ได้แก่ การพูด

เพือ่ ใหค้ วามรู้ การพูดเพื่อชักจูงและการ

พูดเพื่อความเพลิดเพลินแบ่งตาม

ลักษณะของการพูดหรือวิธีการพูด

ได้แก่ การพูดแบบไม่เตรียมตัว การพูด

แบบอ่าน การพูดแบบท่องจาและการ

พูดแบบมีบันทึก ดังนั้นผู้เรียนจึงจาเป็น

ต้องศึกษาการพูดแต่ละประเภทให้

เข้าใจอย่างถ่องแท้เพื่อให้การสื่อสาร

สัมฤทธ์ิผล

3. วเิ คราะห์ผฟู้ ัง 4. วเิ คราะห์ผูฟ้ งั และ การพดู จะได้ผลดหี รือไม่เพียงไรนั้น มไิ ด้ 5
และสถานการณ์ สถานการณ์การพูดได้
การพดู อยกู่ ับ ผู้พูดฝา่ ยเดยี ว เพราะถึงแมผ้ ู้พดู

จะมคี วามรู้ความสามารถดเี ด่นเพียงใดก็

ตาม หากมิรจู้ ักผู้ฟังของตน ว่าชอบ

อยา่ งไร สนใจอะไร หรือไมร่ ู้เกยี่ วกบั

สถานการณ์ในการพดู ครงั้ น้ัน ผพู้ ูดกจ็ ะ

ไมป่ ระสบผลสำเร็จ ฉะน้ันผพู้ ูดทด่ี จี งึ

ควรร้จู กั วเิ คราะห์ผู้ฟัง และสถานการณ์

การพดู เพ่ือใหก้ ารพูดสัมฤทธ์ิผล

4. การเตรียมตัว 5. เตรยี มตัวในการพูดได้ การเตรียมตัวในการพูดถือเป็นสิ่งท่ี 5 7
ในการพูด 5 7
จนประสบความสำเรจ็ สำคญั ท่ีสดุ ทจ่ี ะทาให้การพูดสัมฤทธ์ิผล 5 7
5. การสัมภาษณ์
และใช้ถ้อยคา สานวน ผู้พูดที่ดีต้องรู้จักตั้งวัตถุประสงค์ รู้จัก
6. การอภิปราย
ในการพูดได้ถกู ต้อง เลือกเรื่องที่จะพูด สามารถรวบรวม

เนื้อหา วางโครงเรื่องการพูด แล้วนามา

ขยายความ โดยใช้ถ้อยคา สานวน

ภาษาท่ีสละสลวยได้

6. พูดตามรปู แบบการพูด การสัมภาษณ์ คือ การที่บุคคลสองฝ่าย

ประเภทต่าง ๆ ได้ อันประกอบด้วย ผู้สัมภาษณ์และผู้ให้

7. บ อ ก ห ล ั ก เ ก ณ ฑ์ ส ั ม ภ า ษ ณ ์ ม า ส น ท น า ก ั น โ ด ย มี

รปู แบบ จุดประสงค์ที่แน่นอน ในการที่จะได้

ของการสัมภาษณ์ และ ความรู้ ความคิดเห็นของอีกฝ่ายไป

ตง้ั ประเด็นคาถามเพอ่ื เผยแพร่หรอื อ้างอิงในทางวชิ าการ

การสมั ภาษณ์ได้

8. อธบิ ายความหมายและ การอภิปราย คือ บุคคลกลุ่มหนึ่งมา

ความมงุ่ หมายของการ พูดจาร่วมกัน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด

อภิปรายได้ ทัศนคติ หรือเพื่อพิจารณาในปัญหาใด

9. จำแนกประเภทของ ปัญหาหนึ่งแล้วหาข้อยุติหรือหาข้อสรุป

การ ของปัญหานั้น การอภิปราย มี 2

อภิปรายได้ ประเภท คือ การอภิปรายในกลุ่มและ

10. บอกคณุ สมบัติและ การอภิปรายในที่ประชุมผู้ร่วมอภิปราย

หนา้ ทข่ี องผ้อู ภิปรายได้ สามารถเสนอข้อเท็จจริงข้อเสนอแนะ

11. พูดอภปิ รายได้ และแสวงหาข้อแก้ไขที่ดีที่สุดในรูปของ

การมีความเห็นสอดคล้อง หรือโต้แย้ง

กัน แล้วหาข้อยุติของปัญหาหรือเรื่อง

ดังกล่าว หรือให้ข้อคิดดังกล่าวแก่ผู้ฟัง

เพ่ือให้เขา้ ใจในปัญหาและเสนอแนวทาง

ในการแกป้ ญั หาตอ่ ไป

7. การพูดในโอกาส 12. อธิบายหลกั การพดู บคุ คลทุกคนมโี อกาสที่จะตอ้ งพดู เพ่ือ 5 9
5
ต่าง ๆ ใน มารยาทอันดงี ามในโอกาสต่าง ๆ ทาง 9

โอกาสตา่ ง ๆ ได้ สงั คม เช่น กลา่ วแสดงความยินดี 20
20
13. พูดในโอกาสต่าง ๆ การกลา่ วต้อนรบั 100

ได้ การกลา่ วขอบคุณ

การกล่าวอวยพร

การกล่าวไว้อาลัย

การกล่าวอาลา ดังนน้ั การรูจ้ ักพูดให้ถูก

กาลเทศะจึงเป็นส่งิ ที่ควรจะศึกษาไว้

อยา่ งยิง่

8. การทำหน้าท่ีพิธกี ร 14. ทาหน้าทพ่ี ธิ ีกรได้ พิธีกร คือ ผู้ดาเนินการในพิธีต่าง ๆ ทา

15. มีมารยาทในการพดู หน้าที่ กากับให้กิจกรรม หรือ พิธีการ

ต่าง ๆ ดาเนินการไปให้แล้วเสร็จ

เรียบร้อยตามวัตถุประสงค์และกาหนด

การทว่ี างไว้

สอบกลางภาค

สอบปลายภาค

รวม

รายวชิ า ภาษาเพือ่ กิจธุระ คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
รหัสวชิ า ท 23202
ภาคเรียนที่ 2
เวลาเรียน 2 ชวั่ โมง/สัปดาห์

ศึกษาลักษณะและประเภทของการสื่อสารเพื่อกิจธุระ แบบฟอร์มในชีวิตประจำวัน ฝึกอ่านจับใจความ
สำคัญ วิเคราะห์ข่าวสารประเภทต่างๆ เขียนข้อความสั้นๆ อธิบายเกี่ยวกับเอกสารสิทธิและสัญญาสำคัญๆ
สามารถถ่ายทอดความรู้ ความคิดเพื่อเผยแพร่ เขียนแนะนำสถานที่สำคัญต่างๆ เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ
เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยในการติดต่อกิจธุระในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม สามารถพัฒนาสมรรถนะในการ
สอ่ื สาร ในการคิดวเิ คราะห์ คดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ พจิ ารณาเลือกใช้เทคโนโลยีมาเสริมความสามารถ การใช้ทักษะ
ชีวิตในการพินิจการตัดสินใจแก้ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ โดยเน้นให้ผู้เรียนสามารถอยู่ร่วมกับผูอ้ ื่นในสังคมได้อย่างมี
ความสุข

ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถอา่ นจับใจความสำคญั และวิเคราะหเ์ น้ือหา การใช้ภาษาในข่าวสารประเภทตา่ งๆ ได้
2. นกั เรยี นสามารถเขียนจดหมายกจิ ธุระได้
3. นักเรยี นสามารถกรอกแบบฟอร์มในชีวิตประจำวันได้
4. นักเรียนอธิบาย แนะนำการกรอกเอกสารสทิ ธิ ตลอดจนสญั ญาสำคญั ตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจำวันได้

รวมท้ังหมด 4 ผลการเรียนรู้

โครงสร้างรายวชิ า กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทยรายวชิ าเพ่ิมเตมิ

รายวชิ า ภาษาเพอื่ กิจธุระ รหัสวิชา ท 23202

ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2

จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง/สัปดาห์

หนว่ ย หน่วยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ที่ (ชัว่ โมง) คะแนน
1. ความหมาย มคี วามรู้ความเข้าใจ การตระหนักถึงความสำคัญของการใช้
ภาษาไทยเพ่อื กจิ ความหมายและ ภาษาไทยเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งใน 5 7
ธรุ ะ ความสำคัญของการใช้ ชีวิตประจำวันหากใช้ภาษาตามความ
ภาษาเพ่ือกิจธุระ เคยชินอาจทำให้การสื่อสารล้มเหลว 5 7
2. การเขยี นข้อความ และส่งผลต่อกิจธุระที่ทำนั้นไม่บรรลุ
เพ่อื เผยแพร่ มีความรู้ความเขา้ ใจหลัก วัตถปุ ระสงค์ 5 7
ท่ัวไปในการเขียนข้อความ การเขียนข้อความเพื่อเผยแพร่ผู้เขียน
3. การอ่านและ เพือ่ เผยแพรเ่ พือ่ นำไปใช้ จะต้องเข้าใจหลักในการเขียนและ 5 7
ตคี วาม ในการเขียนประกาศ ปฏิบัติให้ถูกต้องเพื่อให้ผู้อ่านเกิดความ
คำแนะนำและคำชกั ชวน เข้าใจและปฏบิ ตั ิตามให้ถูกต้องติดธุระท่ี
4. ความรู้เรอ่ื ง กระทำในครัง้ นน้ั จงึ จะบรรลุ
เอกสารสิทธิต่าง ๆ มคี วามสามารถในการอา่ น วัตถุประสงค์ที่ตง้ั ไว้
และตคี วามประกาศ การอ่านเอกสารของทางราชการหรือ
เอกสารแนะนำและ หนว่ ยงานต่างๆนับว่ามคี วามสำคัญและ
เอกสารชักชวน มีประโยชนส์ ำหรับผูอ้ ่านผูอ้ ่านจะต้อง
พิจารณาไตรต่ รองให้รอบคอบกอ่ น
มคี วามร้คู วามเข้าใจใน ตัดสินใจวา่ จะปฏบิ ัตติ ามหรือไม่เพ่ือให้
เอกสารสิทธทิ ีด่ นิ ต่าง ๆ ได้รับประโยชนจ์ ากการอ่านเอกสาร
ตา่ งๆเหล่านัน้
เอกสารสิทธิเป็นเอกสารที่เป็นหลักฐาน
สำคญั ของการกอ่ ให้เกิดสิทธิ
เปลี่ยนแปลงสิทธิหรือระงับสิทธิในสิ่งท่ี
บุคคลทั่วไปควรรู้และทำความเข้าใจ
เนื่องจากเป็นเอกสารสิทธิหรือบุคคล
ตอ้ งเกยี่ วข้อง

5. สญั ญาประเภทต่าง มีความรคู้ วามเข้าใจใน ในชีวิตประจำวนั เรามักเกีย่ วขอ้ งกับการ 5 7
5
ๆ สญั ญาและมี ทำสัญญาประเภทต่างๆการมีความรู้ 5 7
5
ความสามารถในการ ความเข้าใจในการเขียนสัญญาจะเป็น 9

เขยี นสัญญาประเภทต่าง ประโยชน์ในการทำกิจธุระเกี่ยวกับ 9

ๆ สัญญานัน้ ๆเพ่ือปอ้ งกันการถูกเอารัดเอา 20
20
เปรียบจากผู้สัญญาและใช้ในการ 100

ฟอ้ งรอ้ งเม่อื เกดิ การละเมดิ สิทธิ

6. การติดต่อกับสว่ น มคี วามรูค้ วามเข้าใจใน บุคคลโดยทั่วไปย่อมมีกิจธุระในการ

ราชการ การตดิ ต่อราชการและมี ติดต่อกับส่วนราชการหน่วยงานหรือ

ความสามารถในการเขียน องค์กรต่างๆดังนั้นผู้ที่มีกิจธุระที่จะต้อง

ขอ้ ความเอกสารราชการ กระทำจะต้องมีความรู้ความเข้าใจใน

ประเภทตา่ ง ๆ ระเบยี บปฏิบัตแิ ละปฏบิ ัติตามให้ถูกต้อง

ตดิ ธุระท่กี ระทำนนั้ จึงจะบรรลุ

วัตถปุ ระสงค์

7. จดหมายราชการ มคี วามรูค้ วามเข้าใจใน จดหมายราชการเป็นหนังสอื ท่อี อกจาก

การเขยี นจดหมายราชการ สว่ นราชการหนึ่งถอื อกี สว่ นราชการหน่งึ

ในการตดิ ต่อกับส่วน หรือจากบคุ คลถึงสว่ นราชการในสอ่ื ชนดิ

ราชการต่างๆ นมี้ รี ปู แบบทีเ่ ฉพาะแตกต่างจาก

จดหมายท่ัวไปดังนั้นก่อนการเขยี น

ผเู้ ขยี นจะต้องศึกษาวธิ กี ารเขียนให้

เข้าใจ เสยี ก่อน

8. มารยาทในการ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจและ การสนทนาเป็นสิ่งที่เราจะต้องกระทำ

สนทนา เห็นความสำคญั ของการ อยู่เป็นชีวิตประจำวันการใช้ถ้อยคำท่ี

ใช้ภาษาไทยให้ถกู ต้องตาม ถูกต้องเหมาะสมกับบุคคลจะเป็นส่วน

แบบแผนในสังคม หนึ่งที่ช่วยให้การสนทนาในครั้งน้ัน

เป็นไปด้วยความราบรื่นและยังเป็น

มารยาทที่ดใี นการสนทนาอกี ดว้ ย

สอบกลางภาค

สอบปลายภาค

รวม

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

รายวชิ า การแต่งคำประพนั ธ์ รหสั วิชา ท 30201

ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1

จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลาเรียน 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห์

ศึกษาลักษณะบังคับของคำประพันธ์ร้อยกรองชนิดต่าง ๆ ฝึกแต่งคำประพันธ์ร้อยกรองประเภทกาพย์

กลอน ร่าย โคลง ฉันท์ ในลักษณะเขียนเชิงสร้างสรรค์ด้วยถ้อยคำไพเราะ เนื้อหาสาระและความคิด

สร้างสรรค์ พร้อมทั้งอธิบายลักษณะคำประพนั ธ์ประเภทลิลิต กาพย์ห่อโคลง กาพย์เห่เรอื และเพลงพื้นเมืองภาค

กลาง โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการพัฒนา

ลักษณะนสิ ัย สบื คน้ ข้อมลู การสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หม่นำเสนอ เพอ่ื ใหม้ คี วามรูค้ วามเข้าใจ สามารถสื่อสารสงิ่ ทีเ่ รียนรู้

มีวินัยใฝ่รู้ มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย เห็นคุณค่าของงานประพันธ์ประเภทร้อยกรอง อันจะนำไปสู่การ

อนรุ กั ษภ์ ูมิปญั ญาไทยและพฒั นาการแตง่ คำประพันธ์

ผลการเรียนรู้

1. อธบิ ายความรทู้ ว่ั ไปเกยี่ วกับการแต่งคำประพันธ์

2. รู้และเข้าใจหลักการแตง่ กลอน และแต่งกลอนประเภทตา่ งๆได้ถูกต้องตามฉนั ทลักษณ์

3. รแู้ ละเข้าใจหลกั การแตง่ กาพยแ์ ละแต่งกาพยป์ ระเภทต่างๆได้ถกู ต้องตามฉนั ทลักษณ์

4. รู้และเขา้ ใจหลกั การแต่งโคลงและการแต่งโคลงประเภทต่างๆได้ถูกตอ้ งตามฉนั ทลักษณ์

5. รแู้ ละเขา้ ใจหลักการแตง่ ร่าย และแตง่ รา่ ยไดถ้ กู ตอ้ งตามฉันทลกั ษณ์

6. ร้แู ละเขา้ ใจ หลักการแต่งฉนั ทแ์ ละแต่งอนิ ทรวเิ ชียรฉันทไ์ ดถ้ ูกต้องตามฉันทลักษณ์

7. อธบิ ายลักษณะคำประพนั ธป์ ระเภทลิลติ กาพยห์ ่อโคลง กาพยเ์ ห่เรือและเพลงพน้ื เมืองภาค

กลาง

รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู้

โครงสรา้ งรายวชิ า กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยรายวชิ าเพม่ิ เตมิ

รายวชิ า การแตง่ คำประพนั ธ์ รหสั วชิ า ท 30201

ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 1

จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลาเรยี น 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห์

ลำดบั ที่ ช่อื หน่วยการเรียนรู้ ผลการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั
( ชั่วโมง ) คะแนน
1 การแต่งคำประพันธป์ ระเภทร่าย 1,6
2 การแต่งคำประพันธ์ประเภทกาพย์ 2,6 8 10
12 10
สรุปทบทวนภาพรวม / สอบกลางภาค 3,6 20
3 การแต่งคำประพันธป์ ระเภทกลอน 4,6 8 10
4 การแต่งคำประพนั ธป์ ระเภทโคลง 5,6 4 10
5 การแตง่ คำประพนั ธป์ ระเภทฉันท์ 8 10
30
สรุปทบทวนภาพรวม / สอบปลายภาค 40 100
รวม

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

รายวิชา ภาษาไทยเพ่ือกิจกรรมการแสดง รหสั วิชา ท 3020๗

ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1

จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลาเรียน 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห์

ศึกษาการใช้ภาษาไทย การเลา่ นทิ าน การเล่าเร่ืองขบขนั การเล่าเรอ่ื งตืน่ เตน้ ฝกึ การพดู บรรยายหรอื

แนะนำการแสดง การทำหน้าที่พิธีกรหรือโฆษก การละเล่นพื้นบ้านของท้องถิ่นและการแสดงละครโดยใช้

กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ คิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์

กระบวนการพัฒนานิสัย กระบวนการเรียนภาษา กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา การแสดง

บทบาทสมมุติ การสร้างองค์ความรู้ใหม่ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจการใชภ้ าษาไทยในกิจกรรมการแสดง และ

เป็นเคร่ืองมอื สรา้ งความบันเทิง มคี วามมุ่งมนั่ ในการทำงาน มวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรูแ้ ละนำความรูไ้ ปใชใ้ นชีวิตประจำวนั

ผลการเรยี นรู้

1. มีความรูค้ วามเขา้ ใจเรื่องความสำคัญของการใช้ภาษาไทยเพื่อกิจกรรมการแสดง

2. มคี วามร้คู วามเขา้ ใจเรื่องปจั จยั สำคัญท่ใี ช้ในกจิ กรรมการแสดง

3. แตง่ เร่ืองเลา่ ประเภทต่าง ๆ ได้

4. เขยี นบทละครและแสดงละครได้

5. เขยี นบทพิธีกรหรือโฆษกได้

6. เขยี นบทเพ่ือการแสดงได้

7. เขียนบทบาทสมมุตแิ ละแสดงบทบาทสมมุติได้

8. เลา่ เรื่องประเภทตา่ ง ๆ ได้

9. พูดบรรยายและแนะนำการแสดงได้

10. พูดแบบพธิ กี รหรอื โฆษกได้

11. แสดงการละเล่นพ้ืนบา้ น เชน่ กลอนสดและสกั วาได้

รวมทั้งหมด 11 ผลการเรยี นรู้

โครงสรา้ งรายวชิ า กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทยรายวชิ าเพมิ่ เตมิ

รายวิชา ภาษาไทยเพ่ือกจิ กรรมการแสดง รหัสวิชา ท 3020๗

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1

จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

หน่วยที่ ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ จำนวนคาบ นาํ้ หนกั
ตวั ชี้วดั 10 คะแนน
-การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว
1. การพัฒนาทักษะการ -มาตรฐาน ท 1.1 และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง 10 15
อา่ น ตวั ชีว้ ัด ขอ้ ที่ 1 - จบั ใจความสาคัญสรุปความ
-มาตรฐาน ท 1.1 และอธบิ ายรายละเอียดจาก 10 15
ตัวชี้วัด ขอ้ ท่ี 2 เรือ่ งท่ีอา่ น
-มาตรฐาน ท 1.1 -การอา่ นจบั ใจความโดยใชผ้ ัง 15
ตัวชีว้ ดั ขอ้ ท่ี 3 ความคดิ เพอ่ื แสดงความเขา้ ใจ
ในบทเรียนตา่ งๆ
2. การวเิ คราะห์ -มาตรฐาน ท 1.1 - อภิปรายแสดงความคิดเหน็
และข้อโตแ้ ยง้ เกย่ี วกับเรอื่ งที่
ขอ้ เท็จจรงิ ข้อคดิ เห็น ตวั ชี้วัด ขอ้ ที่ 4 อ่าน
- วิเคราะห์และจาแนก
และการโน้มนา้ วใจ -มาตรฐาน ท 1.1 ข้อเท็จจริง ข้อมูล สนับสนุน
และข้อคดิ เห็นจากบทความที่
ตัวช้ีวัด ข้อที่ 5 อา่ น
- ระบขุ ้อสงั เกตการชวนเชอ่ื
-มาตรฐาน ท 1.1 หรือการโนม้ น้าวความ
สมเหตุสมผลของงานเขียน
ตัวช้วี ัด ข้อท่ี 6 -พูดสรุปใจความจากเรอื่ งที่ฟัง
และดู
3. การพฒั นาทกั ษะการ -มาตรฐาน ท 3.1 - วิเคราะห์ขอ้ เทจ็ จริง
ฟัง การดู และการ ตัวช้ีวัด ข้อท่ี 1 ข้อคิดเหน็ และความน่าเช่ือถือ
พูด -มาตรฐาน ท 3.1 ของข่าวสารจากสอ่ื ต่างๆ
ตัวชี้วดั ขอ้ ที่ 2 - วเิ คราะห์และวจิ ารณ์ เรื่องท่ี
-มาตรฐาน ท 3.1 ฟังและดอู ย่างมีเหตุผล
ตวั ชี้วดั ข้อที่ 3

4. การพูดในโอกาส -มาตรฐาน ท 3.1 - พูดในโอกาสตา่ ง ๆ ได้ตรง 10 15
ตา่ งๆ
ตัวชว้ี ดั ขอ้ ที่ 4 ตามวัตถุประสงค์ 20
20
-มาตรฐาน ท 3.1 - การพดู รายงานการศึกษา 100

ตวั ช้วี ัด ข้อที่ 5 คน้ คว้าจากแหล่งเรียนรตู้ ่าง ๆ

-มาตรฐาน ท 3.1 - มารยาทในการฟงั การดู และ

ตัวชว้ี ดั ข้อท่ี 6 การพดู

สอบกลางภาค

สอบปลาคภาค

รวม

คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

รายวชิ า การเขยี น รหัสวชิ า ท 30202

ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 2

จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลาเรียน 2 ชวั่ โมง/สัปดาห์

ศึกษาการเขียนตัวอักษรรัตนโกสินทร ตัวเลขไทย ฝกเขียนคําที่มักสะกดผิด ภาษาสํานวนโวหาร เขียน

นยิ ายประกอบสํานวนโวหาร เขียนบรรยายภาพโดยใชพรรณนาโวหาร และฝกการเขียนบันทึกโดยใชกระบวนการ

สรางความตระหนัก กระบวนการเรียนรูความเขาใจ กระบวนการเรียนภาษา และกระบวนการปฏิบัติ เพื่อใหผู

เรียนมีความสามารถในการคิด การแกปญหา และการสื่อสาร ใฝรูใฝเรียน สามารถใชภาษาไทยเพื่อการส่ือสาร

ปฏิบัติหนาที่ของตนเองไดอยางดีและทํางานรวมกับผูอื่นไดอยางเปนกัลยาณมิตร ตระหนักในคุณคาของ

ศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย การวัดและการประเมินผลตามสภาพจริง โดยการสังเกตพฤติกรรม การให

ความรวมมือการมีสวนรวมในกจิ กรรมการเรยี นการสอน การทําแบบฝกหัดและแบบทดสอบ

ผลการเรยี นรู

1 . เพอ่ื ใหสามารถวางทานัง่ การจับดนิ สอ และวธิ เี ขยี นใหถกู ตองตามลักษณะการเขยี น

2. เพือ่ ใหสามารถเขียนตวั อักษรไทยไดอยางประณตี สะอาด เปนระเบยี บ ชัดเจนทาํ ใหผูอาน

เขาใจงาย

3. เพื่อใหสามารถเขียนหนังสือไทยถูกตองตามหลกั เกณฑ ตวั อักษรไทย วรรคตอนและตัวสะกด

4. เพอ่ื ใหสามารถเขยี นตวั อักษรแบบรตั นโกสนิ ทร แบบอาลกั ษณ และตวั เลขไทยไดอยางถกู ตอง

5. เพอ่ื ใหสามารถรูปญหาและขอบกพรองเกีย่ วกบั การคัดลายมอื การคัดลอกขอความ

6. เพื่อใหสามารถมีความรูเร่ืองการสะกดคาํ

7. เพอ่ื ใหสามาถใชคําพองไดอยางถูกตอง

8. เพื่อใหนกั เรยี นสามาถเลือกใชโวหารการเขียนไดอยางเหมาะสม

9. เพอ่ื ใหสามารถมีความรูเร่ืองการใชภาษาและเขยี นสือ่ สารไดอยางเหมาะสม

10. เพอ่ื ใหสามารถทราบวธิ กี ารเขียนบรรยายภาพดวยรอยแกวและรอยกรอง

11. เพอ่ื ใหสามารถทราบวธิ ีการเขยี นบันทกึ ประจําวัน และเขยี นบนั ทึกประจาํ วันได

12. เพ่ือใหสามารถเขยี นบนั ทึกชวยจําไดถูกตอง

รวมท้ังหมด ๑๒ ผลการเรียนรู้

โครงสรา้ งรายวิชา กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทยรายวิชาเพ่ิมเตมิ

รายวชิ า การเขียน รหสั วิชา ท 30202

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรียนที่ 2

จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลาเรียน 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

หน่วยที่ หนว่ ยการเรียนรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
(ชว่ั โมง) คะแนน
1. การเขยี นใน รูแ้ ละเข้าใจเกีย่ วกับการ การเขยี นในชีวิต
4 15
ชีวติ ประจำวัน เขยี นในชวี ติ ประจำวนั ประจำวันเปน็ แนวทาง
12 15
ใหร้ จู้ กั การเลอื กใช้ภาษา
16 15
ที่เหมาะสมตามโอกาส

และผรู้ ับสารเพือ่ ฝึกฝน

การเขียนรูปแบบต่างๆ

จนเกิดความชำนาญและ

นำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั

รวมทัง้ เป็นประโยชนต์ ่อ

การเรียนและการ

ประกอบอาชีพในอนาคต

2. การเขยี นเพอื่ กจิ เฉพาะ 1. เขยี นประกาศใน 1. การเขยี นประกาศ

รูปแบบตา่ ง ๆ 2. การเขยี นจดหมาย

2. เขยี นจดหมายสว่ นตัว เพ่ือกจิ เฉพาะ

กิจธุระติดต่อกบั หนว่ ยงาน 3. การเขียนโฆษณา

เอกชนและราชการ 4. การเขียนอวยพร

3. เขียนโฆษณาเพื่อ

เผยแพร่ บนสื่อประเภท

ต่างๆ

4. เขียนอวยพรในโอกาส

ตา่ งๆโดยใชถ้ อ้ ยคำสำนวน

โวหารทีไ่ พเราะเหมาะสม

3. การเขยี นเพื่อ 1. เลอื กใชร้ ปู แบบการ 1. การเขียนบันทกึ

การศึกษา เขียนไดเ้ หมาะสมกับ ความรู้

กิจกรรมการเรยี นการสอน 2. การเขียนรายงาน

2. อธบิ ายหลกั การเขยี น 3. การเขียนโครงการ

เพ่อื การศึกษา

4. เสนอผลการเขียน

รายงาน โครงการ โดย

บันทกึ ความรู้ได้อยา่ ง

เหมาะสม

4. การเขยี นเพ่อื ผา่ นส่ือ 1. เข้าใจความหมายและ 1. ความหมายและ 8 15

อิเลก็ ทรอนิกส์ บทบาทของส่ือ บทบาทของส่ือ 20
20
อเิ ล็กทรอนิกส์ อิเล็กทรอนิกส์ 100

2. ใชภ้ าษาเพอ่ ื การ 2. รูปแบบการส่ือสาร

ส่ือสาร แสดงความคิดเห็น บนสื่ออเิ ลก็ ทรอนิกส์

บนสอื่ อิเล็กทรอนิกส์ได้ 3. การใช้ภาษาเพอื่ การ

ถูกต้องและเหมาะสมใน สื่อสารบนสอื่

ชีวติ ประจำวนั อิเลก็ ทรอนกิ ส์

สอบกลางภาค

สอบปลายภาค

รวม

คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย

รายวิชา หลักภาษา รหสั วชิ า ท 30203

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1

จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลาเรยี น 2 ชวั่ โมง/สัปดาห์

ศึกษาหลักภาษาไทยเกี่ยวกับลักษณะทั่วไปของภาษาไทย ระบบเสียงและอักษรไทย การเขียนคำใน

ภาษาไทย การยืมคำภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย การสร้างคำในภาษาไทย รวมทั้ง การคิดวิเคราะห์ชนิด

และหนา้ ที่ของคำในภาษาไทย กลุ่มคำและประโยค เพอื่ ใหม้ คี วามร้คู วามเขา้ ใจหลักภาษาไทย สามารถนำความรู้

ไปใช้วิเคราะห์การใช้ภาษาไทยและใช้ได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะด้านการคิด การสื่อสาร การพูด

และใชเ้ ทคโนโลยีแก้ปัญหาตา่ ง ๆ นำมาใชก้ บั ทักษะชีวติ

ผลการเรียนรู้

1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจธรรมชาติของภาษาไทย

2. นกั เรยี นสามารถบอกวธิ ีสร้างคำในภาษาตา่ งประเทศทน่ี ำมาใชใ้ นภาษาไทย

3. นักเรียนเขา้ ใจลกั ษณะ และหน้าทีข่ องกล่มุ คำ

4. นักเรียนสามารถนำความรูค้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกับหลักภาษาไทยไปพฒั นาตนเองได้

รวมทั้งหมด 4 ผลการเรยี นรู้

โครงสร้างรายวชิ า กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทยรายวชิ าเพิ่มเตมิ

รายวชิ า หลกั ภาษา รหสั วชิ า ท 30203

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 1

จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

หนว่ ย ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
ท่ี (ชว่ั โมง) คะแนน
1 ลกั ษณะของภาษา เรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ัด
5 18
2. ระดบั ของภาษา ท 4/1 อธบิ ายองค์ประกอบของภาษา
6 18
คำที่มาจาก คำ กลุม่ คำทใ่ี ช้ในภาษา
3 ภาษาตา่ งประเทศ 5 17
4 คำ กลุม่ คำ ประโยค ท 4/2 จำแนกระดับภาษาและนำไปใช้
68
5 หลกั ภาษาไทย ไดถ้ ูกตอ้ ง
5 11
6 ใชห้ ลักภาษาในชวี ิต ท 4/3 วเิ คราะหค์ ำทมี่ าจากภาษาตา่ งประเทศ
ประจำวัน 6 14
และนำไปใช้ไดเ้ หมาะสม
7 ใช้หลักภาษาเพ่ือ
สรา้ งสรรค์ผลงาน ท 4/4 ใช้คำ กลุ่มคำ มาสรา้ งประโยคได้และ

จำแนกชนิดของประโยคได้

ท 4/5 ใชห้ ลักภาษาเพ่ือพฒั นาการพูด ฟัง อ่าน

และเขยี น

ท 4/6 ใช้หลักภาษาได้ถูกต้องตามกาลเทศะ

ท 4/7 ใชห้ ลักภาษาในงานเขียนสร้างสรรค์ 7 14
รวม มีมารยาทในการเขียน 40 100

คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย

รายวิชา การพูดต่อหนา้ ประชุมชน รหสั วชิ า ท 30204

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2

จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง/สัปดาห์

ศึกษาความหมายและความสำคัญของการพูด มารยาทในการพูด คุณสมบัติที่ดีของผู้พูด หลักการพูด

การเตรียมการพูด การปฏิบัติตนขณะพูด การพูดบรรยายหรือพรรณนา การพูด โน้มน้าวชักจูงใจ การ

สัมภาษณ์ และการทำหน้าที่เป็นพิธีกรหรือโฆษก เพื่อให้มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีความสามารถในการวิเคราะห์

ข้อมูล แสดงความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์และ มีมารยาทในการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร มีความกล้า

แสดงออกในทางท่ีถกู ต้อง และสามารถทำงานร่วมกบั ผู้อนื่ ได้

ผลการเรยี นรู้

1. นักเรยี นสามารถพดู บรรยายและพูดพรรณนาใหผ้ ้อู นื่ เข้าใจ

2. นกั เรยี นสามารถพูดสมั ภาษณ์ไดอ้ ย่างถกู ต้อง

3. นักเรยี นสามารถนำความรคู้ วามเข้าใจเก่ยี วกับการพดู ไปพัฒนาตนเองได้

รวมทง้ั หมด 3 ผลการเรยี นรู้


Click to View FlipBook Version