เร่ือง สถาปตยกรรม กรกี -โรมนั
เสนอ
คณุ ครูเทิดพงษ ตอดอก
จัดทําโดย
1) นายจกั รภัทร สมบัตเิ จรญิ เมอื ง ม.6/5 เลขท่ี 7
2) นางสาวปาริชาต ละมนเทยี ร ม.6/5 เลขที่ 33
3) นางสาวศตพร มงั่ สมบตั ิ ม.6/5 เลขที่ 34
4) นางสาวอารยี า จงพานิชขจร ม.6/5 เลขท่ี 35
รายงานเลม นเ้ี ปน สว นหนงึ่ ของรายวิชาประวัตศิ าสตร (ส33101)
ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564
โรงเรยี นสวนกุหลาบวิทยาลยั นนทบรุ ี
อําเภอปากเกรด็ จงั หวัดนนทบรุ ี
เรอ่ื ง สถาปต ยกรรม กรีก-โรมนั
เสนอ
คุณครูเทิดพงษ ตอดอก
จัดทาํ โดย
1) นายจกั รภทั ร สมบตั ิเจรญิ เมอื ง ม.6/5 เลขที่ 7
2) นางสาวปารชิ าต ละมนเทียร ม.6/5 เลขที่ 33
3) นางสาวศตพร มงั่ สมบัติ ม.6/5 เลขที่ 34
4) นางสาวอารยี า จงพานิชขจร ม.6/5 เลขที่ 35
รายงานเลมนี้เปน สวนหนง่ึ ของรายวิชาประวัติศาสตร (ส33101)
ภาคเรยี นที่ 1 ปการศึกษา 2564
โรงเรยี นสวนกหุ ลาบวทิ ยาลยั นนทบรุ ี
อาํ เภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบรุ ี
ก
คํานํา
รายงานเลม นจ้ี ัดทาํ ข้ึนเพ่อื เปนสว นหน่งึ ของวชิ า ส33101 เพื่อใหไ ดวิชาความรูในเรอ่ื งสถาปตยกรรม
ของอารยธรรมกรีกและโรมันและไดศกึ ษาอยางเขาใจเพอ่ื ใหไ ดประโยชนในดา นการศึกษาคณะผูจดั ทาํ ตอง
ขอขอบพระคุณ คุณครเู ทดิ พงษ ตอ ดอก ผูใหค วามรแู ละแนวทางการศึกษาอยางดี มาโดยตลอด และ ผูจ ัดทําหวัง
วา รายงานเลมนี้ จะเปนประโยชนกับผูศ กึ ษา ทก่ี าํ ลงั ศกึ ษาหาขอ มลู เรอ่ื งน้ีอยหู ากมีขอ แนะนาํ หรือขอ ผดิ พลาด
ประการใด ผูจัดทาํ ขอนอมรบั ไวแ ละขออภยั มา ณ ท่ีน้ีดวย
ผูจัดทํา
13 กรกฎาคม 2564
สารบัญ ข
เรือ่ ง หนา
คํานํา ก
สารบญั ข
สารบัญรปู ภาพ ค
จุดประสงคเเละท่มี าของการสรา งสถาปตยกรรม 1
ลกั ษณะของสถาปตยกรรมของกรกี 2
ลักษณะของสถาปตยกรรมของโรมนั 4
ความเหมอื นเเละแตกตา งของสถาปตยกรรมกรีก-โรมนั 5
ตวั อยางสถานที่ 6
บรรณานุกรม 12
สารบัญรูปภาพ ค
เรอ่ื ง หนา
ภาพที่ 1 ลกั ษณะหัวเสา 3
ภาพท่ี 2 ลกั ษณะของอารกโคง 4
ภาพที่ 3 โคลอสเซยี ม 6
ภาพท่ี 4 น้าํ พุเทรว่ี 7
ภาพที่ 5 รูปปน หนานา้ํ พุเทรวี 7
ภาพที่ 6 มหาวหิ ารแพนธีออน 8
ภาพที่ 7 ชอ งแสงโอคูลสุ 9
ภาพที่ 8 มหาวิหารเซนตโซเฟย 9
ภาพที่ 9 ภายในมหาวหิ ารเซนตโซเฟย 10
ภาพท่ี 10 โรงอาบน้ําสาธารณะท่ี คาราคัลลา 10
ภาพท่ี 11 หอเอนปซ า 1 11
ภาพที่ 12 หอเอนปซ า 2 12
1
จดุ ประสงคแ ละท่ีมาของการสรา งสถาปต ยกรรมของกรีกและโรมัน
ศิลปะกรกี -โรมนั มปี ระวัติศาสตรย าวนานกวา 3000 ปกอนครสิ ตศักราช เปนผลงานโดงดังท่วั โลก ถกู กลาว
ขานวา เปนผลงานสถาปต ยกรรมทีย่ ิง่ ใหญอ ลังการ สถาปตยกรรมโรมนั โดยสวนใหญแลวมนั จะมอี ทิ ธพิ ลทางดาน
ศิลปะมาจากกรีก โดยสาเหตุทก่ี รีกนนั้ ไดมอี ิทธพิ ลตอ โรมันก็คือจดุ เดน เรื่องของความประณีต และงดงาม
ชาวกรีก เช่ือวา เทพเจาของพวกเขามธี รรมชาติทเ่ี หมือนมนุษยธ รรมดาท่ัวไป เพียงแตว า เทพเจา เหลาน้ันจะพเิ ศษ
กวา ทางดา นความเฉลยี วฉลาดและความแขง็ แกรง ประเด็นทส่ี อง ชาวกรีกเชอื่ วาวดั โบสถของพวกเขาคอื ท่อี ยู
อาศัยของเทพเจาที่พวกเขาศรทั ธา ดงั น้ันสถานท่ีเหลา นี้จึงตอ งมีความสวยงามกวาบานเรือนท่วั ไป ประเดน็ ตอมา
ชาวกรกี ไมไดร วมตัวกนั เพ่ือสรรเสริญพระเจา ในวดั หรอื โบสถข องพวกเขา เหมอื นอยางคริสตศาสนนกิ ชนประเดน็
สุดทา ย การบูชายญั และการบวงสรวง ถอื เปน คาํ ส่ังของเทพเจา ดงั นน้ั ทกุ วดั หรือโบสถจะมแี ทน บชู าอยูบริเวณชาน
วัดเพอื่ จดั พธิ ีกรรม
โรมนั เนนประโยชนทางดานการปฏบิ ตั ิ (Pracmatic) และหลักความจริงมากกวาอุดมคติดังเชนกรกี ดังนั้น
สถาปตยกรรมสว นใหญจ ึงเปน อาคาร สิ่งกอ สรา ง ถนน สาธารณะมากกวาวิหารเทพเจา
สถาปตยกรรมของโรมนั จึงนยิ มสราง
1.วิหารและสุสาน
2.สถานท่อี าบน้ําสาธารณะ
3.โรงมหรสพและสนามกฬี า
4.โฟรมุ และบาซลิ ิกา
5.อาคารทพ่ี ักอาศัย
6.สะพานและทอ สงนาํ้
2
ลกั ษณะสถาปตยกรรมกรกี
การสรา งสถาปตยกรรมของชาวกรีกเปนลกั ษณะเรียบงายแบบเรขาคณิต การกอ สรางบานเปนแบบทรงกลม
รูปทรงไข สเี่ หล่ียม หลงั คาหนา จ่วั มกี ารใชร ะบบโครงสรางแบบเสาและ คานเชนเดยี วกับอียปิ ตม ีแผนผังเปนรูป
สีเ่ หล่ียมผืนผาจากฐานอาคารซง่ึ ยก เปน ชน้ั ๆกจ็ ะเปนฝาผนงั โดยปราศจากหนาตางซง่ึ จะกน้ั เปน หอ งตางๆ 1-3
หอง ใชวสั ดุจากโคลนไมใชป ูนในการกอ สราง สวนการสรา งวัดจะสรางดว ยหินออ น เปด โลง กวา ง ภายในเปนเพยี ง
หองเดียวแตใชห ลายเสากนั้ หอ ง เพราะเชอ่ื วาทนี่ ีเ่ ปน ทอ่ี ยูอาศยั ของเทพเจาตองสรา งใหย ่งิ ใหญแ ละงามกวา
บา นเรอื น เชน วหิ ารพารเธนอน วหิ ารอารท ิมิส
สถาปตยกรรม สมยั คลาสสิกจะเปนแบบนครรฐั ไมมีกษตั รยิ เปนประมุข เนน การสรา งวหิ ารสาํ หรับเทพเจา
เทพเจา ของกรกี กับธรรมชาตมิ ีความสมั พนั ธก นั อยา งใกลช ิด เช่ือวา พลังลกึ ลับท่มี ีอยูตามธรรมชาติสามารถใหค ุณ
และโทษได วหิ ารท่กี รกี สรางไวบ ูชาเทพเจาตาง ๆ นิยมสรางบนดินหรือภูเขาเลก็ ๆ เรียกวา อะครอไพลสิ ซง่ึ
วหิ ารท่ีสาํ คัญคือ วหิ ารพาเธนอน ทอี่ ะครอไพลิสในนครเอเธนส สรางดว ยหินออ น หลงั คาหนา จวั่ มีเสาหนิ เรียงราย
โครงสรา งไดสดั สวนและสมดุลกนั และไมป ระดับตกแตงมากเกนิ ไป แบบกอ สรางของสถาปตยกรรมกรีกแตกตาง
กันไปตามลักษณะหัวเสา
ลักษณะหวั เสา 3 แบบ
แบบดอรกิ ( Doric ) เปนแบบดัง้ เดิม ตวั เสาสวนลางใหญและเรียวขน้ึ เลก็ นอ ย ตามลําเสาแกะเปน
ทางยาว ขา งบน มีหนิ ปด วางทบั อยู สถาปตยกรรมแบบดอริกเนนความงามทเ่ี รยี บ แตใหความรสู กึ มั่งคง
แขง็ แรง วิหารพารเ ธนอนเปนสถาปต ยกรรมแบบดอรกิ
แบบไอออนกิ ( Ionic ) เสามีลักษณะเรียวกวาแบบดอริก แผน หินบนหวั เสาเปลี่ยนจากแบบเรียบมาเปน
มวนยอ ยออกมาสองขา ง มีลกั ษณะงามแชม ชอ ยมากขึ้น
แบบโครินเธยี น ( Corinthian ) ดัดแปลงจากไอออนกิ ลักษณะเสาเรียวกวา แบบไดโอนกิ หวั เสาตกแตง
เปน รปู ใบไม มคี วามหรูหรามากกวาประตมิ ากรรมของกรีกโบราณ
1.นิยมใชหินออนในการสลักเสลารปู รา งและเสอ้ื ผาใหเหมือนจรงิ
2.นิยมสลกั รปู ท้ังท่เี ก่ยี วกับศาสนาและชีวติ ประจําวันของคนโดยท่ัวไป
3
3.นยิ มแสดงสรีระของมนุษยต ามธรรมชาตติ ลอดจนการเคลื่อนไหวของกลามเนอ้ื เชน รูปสลกั นักขวางจักร
ภาพที่ 1 ลกั ษณะหัวเสา
(ท่ีมา : https://images.app.goo.gl/1ezkGdAiwd6rqWtt5 )
4
ลักษณะสถาปตยกรรมโรมนั
สถาปตยกรรมโรมนั มชี อื่ เสียงมาก โรมันเปน ชาติแรกท่คี ิดคนสรา งคอนกรีตได สามารถใชคอนกรตี หลอขน้ึ
เปน โครงสรางรปู โดมชวยทําใหก ารกอ สรา งอาคารมขี นาดใหญขึน้ สถาปต ยกรรมของโรมนั ทีม่ ีชื่อเสียงไดแ ก วิหาร
แพนเธออน (Pantheon) โคลอสเซยี ม (Colosseum) เปนสนามกฬี ารูปกลมรขี นาดใหญมหมึ าสามารถจุคนดไู ดถงึ
50,000 คน นอกจากงานสถาปต ยกรรมดังกลาวแลว ชาวโรมนั ยงั สรา งสะพานโคงขามแมน้ําและสงน้าํ ขา มหบุ เขา
ตา ง ๆ เปน จํานวนมาก ส่งิ กอ สรางที่มชี ื่อเสยี งและเปน ทร่ี ูจ ักกันท่ัวโลก คือ ประตูชัย (Arch of Triumph) สรางขน้ึ
เพอื่ สรรเสรญิ และฉลองชยั ของทหารโรมนั โดยสรางเปนประตโู คงขนาดใหญส ําหรับใหท หารเดินทัพผานเมื่อออก
สงครามหรอื ภายหลังไดร บั ชยั ชนะ ประดบั ดว ยภาพประตมิ ากรรมนนู สูงอยา งสงา งาม
สถาปต ยกรรมโรมัน สว นมากเปนรูปทรงพน้ื ฐาน วสั ดุทใ่ี ชส รา งอาคารไดแ ก ไม อฐิ ดินเผา หิน ปนู และ
คอนกรีต มีการนําสถาปตยกรรมทส่ี าํ คัญของกรกี ทง้ั 3 แบบ มาเปลย่ี นแปลงและปรับปรุงใหวจิ ติ รบรรจงขึ้น ชาว
โรมันเพม่ิ การตกแตง ลงไป เสาของโรมันจะเปน เสาหนิ ทอ นเดียวตลอดรูปแบบ สถาปตยกรรมทส่ี าํ คัญอกี อยางหนง่ึ
ของโรมนั คอื สะพานสง นา้ํ ซงึ่ ใชเ ปน ทางสงนาํ้ จากภเู ขามาสเู มอื งตาง ๆ ของชาวโรมนั เปนสงิ่ กอ สรา งทแ่ี สดงถึง
ความกา วหนาทางวศิ วกรรมของโรมนั โดยองคประกอบหลกั ของสถาปต ยกรรมโรมันกค็ ือ อารก โคง
อารกโคง
มีความเชอื่ วา อารก โคงรา นมีสว นชว ยทีจ่ ะทําใหโรมันในอดตี มีความรงุ เรือง และไดผลลพั ธมาจากอารก โคง
น่นั แหละที่ทาํ ใหเ กิดความรงุ เรอื งในสมัยกอน โดยการจะใชแ ทง หนิ ขนาดใหญนาํ มาวางกันจนเปนโคงเหมอื นเกือก
มา และจะมีแกนตรงกลางทาํ หนาทย่ี ึดใหสว นอน่ื นนั้ มันอยดู วยกนั ก็จะชวยใหสง่ิ ก็สรา งมคี วามเเขง็ เเรง
ภาพท่ี 2 ลกั ษณะของอารกโคง
(ทม่ี า : https://images.app.goo.gl/2LyezKgrmGh8GpGk9 )
5
ความเหมือนเเละแตกตา งของสถาปต ยกรรมกรีก-โรมัน
ความแตกตางของสถาปตยกรรมทั้งสอง
ศลิ ปะของกรกี -โรมนั แมจ ะคลา ยคลึงกัน แตมคี วามแตกตา งกนั และเกิดในคนละยคุ สมยั ดว ย โดยวิธีการแบงแยก
สถาปตยกรรมของทัง้ สองอารยธรรมนัน้ กค็ อื
ชวี ติ ของชาวกรกี มีความสัมพันธก บั ส่ิงศักด์ิสทิ ธ์ิท่ีมองไมเ ห็น พวกเขาบชู าองคเทพเจา เปน ส่งิ ยดึ เหนีย่ วจติ ใจ ผสม
กบั ส่ิงท่ีเปนธรรมชาติท่มี องเห็นได การพ่ึงศาสนาจึงชว ยจรรโลงจติ ใจเพราะชวี ิตสมัยน้ันมีแตก ารทําสงคราม การทํา
ศลิ ปะของชาวกรีกจึงสัมพนั ธก ับอารยะธรรมกับวถิ ีชวี ติ จุดเดนของศิลปะกรกี จะสือ่ ใหเห็นถงึ การบูชาเทพเจา
ความรูสึกนกึ คดิ ของบุคคล สรีระธรรมชาติของเทพเจา สัตวและมนษุ ย
ชาวโรมนั ปน ประตมิ ากรรมแบบนูนเกี่ยวกับประวตั ศิ าสตรเหตกุ ารณท ่เี กดิ ข้ึนอยางชัดเจน หรือเพื่อใชอ าํ นวยความ
สะดวก ใชประโยชนด า นตา งๆ สนองความตอ งการของประชาชน โดยมีการทาํ โครงสรางแบบวงโคง ทรงโคง ทรง
กลมลอย ภายในอาคารบรรจงแบบวจิ ิตรศิลปม ากกวา ชาวกรีก ตกแตงดวยคําจารกึ รปู นูน
กรีกเนน ปรัชญาพทุ ธิปญญาเปนเปา หมายสงู สุด ตา งจากโรมันทกี่ ลา ววาความสุขสูงสดุ คอื การมีหลักปรชั ญาแบบมี
ประโยชนน ิยมและสุขนิยมดาํ รงชวี ิต กลาวคอื กรีกใหความสัมพนั ธก ับเทพเจาสง่ิ ศักด์ิ แตโ รมนั ใหก ับความสาํ คญั กับ
ความเปน จริง
ความเหมอื นของสถาปตยกรรมท้ังสอง
เน่อื งจากกรกี เปนชาตแิ หงตน แบบศิลปะใหกบั โรมันสถาปตยกรรมของโรมันโดยสวนใหญจงึ มีอทิ ธพิ ล
ทางดานศิลปะมาจากกรีก โดยสาเหตุท่ีกรีกน้ันไดม ีอิทธพิ ลตอ โรมันกค็ อื จดุ เดน เร่อื งของความประณีต และงดงาม
6
ตัวอยา งสถานที่
โคลอสเซยี ม
ภาพที่ 3
(ทีม่ า : https://www.ultrahdwallpaper.in/wallpaper/world/colosseum-4k-wallpapers/kOK )
เปน สนามกฬี ากลางแจงขนาดใหญต ั้งอยใู จกลางกรงุ โรม เรม่ิ สรางขน้ึ ในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียนแหง
อาณาจกั รโรมนั และสรา งเสร็จในสมยั ของจักรพรรดติ ติ ัส (Titus) ในศริตสศตวรรษที่ 1 อฒั จันทรเปน รูปวงกลมกอ
ดวยอฐิ และหินทรายวดั โดยรอบไดป ระมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผูช มไดป ระมาณ50,000 คน มกี าร
ออกแบบอยา งชาญฉลาดโดยสรา งใหสนามกีฬามีลกั ษณะเปนรปู วงรี เพอื่ ใหผ ูชมรูสึกเขาใกลน ักกีฬา และมกี าร
ออกแบบทางระบายนํ้าเพอ่ื ไมใหน้ําทวมขงั ในสนามขณะเกดิ ฝนตก ถือเปนตนแบบของสนามกีฬาตา งๆในปจ จุบัน
7
น้ําพเุ ทรว่ี
ภาพท่ี 4 นา้ํ พุเทรวี่
(ท่ีมา : https://wallpapercave.com/trevi-fountain-wallpapers )
เปนนา้ํ พแุ บบบาโรกท่ีใหญที่สุดในกรุงโรม โดยมีขนาดความสงู ถงึ 85 ฟุต และความกวา งถึง 65 ฟตุ
ใครมาเมอื งนกี้ ็ตอ งไปโยนเหรยี ญทีน่ ํา้ พแุ หง นี้ เพ่ือใหไดกลับมาอีกคร้ัง นํา้ พุแหงนน้ี ้นั สวยงามดว ยรปู ปน ท่ีมีความ
หลากหลายรูปแบบ และเปยมไปดว ยความหมาย ไมว าจะเปนรูปปน เทพเนปจูน (เทพเจาแหงน้าํ ของชาวโรมนั
โบราณ) ข่ีมาตดิ ปก ท่ีบรเิ วณสวนกลางของนํ้าพุ
ภาพท่ี 5 รูปปน หนานาํ้ พุเทรวี่
(ที่มา : https://wallpapercave.com/trevi-fountain-wallpapers )
8
ท่ีแสดงถงึ ความอดุ มสมบรู ณที่ขนาบขางดว ย ไททันเทพคร่งึ คนครง่ึ ปลา ที่ทงั้ 2 นั้นไดค วบมา ท่มี ลี กั ษณะแตกตาง
กัน โดยตัวนงึ นน้ั ดูเชือ่ ง แตอีกตวั กลบั ดูพยศอนั เปรยี บเสมอื นทอ งทะเลทไี่ มมีความแนน อน สามารถสงบราบเรียบ
สวยงามและเปลี่ยนเปน ทะเลทบ่ี าคล่ังนากลวั ไดเพียงเสยี้ วนาทีนนั่ เอง
มหาวหิ ารแพนธอี อน
ภาพท่ี 6 มหาวิหารแพนธีออน
(ท่ีมา : https://wallpaperaccess.com/pantheon-rome )
สิง่ กอ สรางอยา งเดยี วที่หลงเหลอื อยูโ ดยสภาพที่สมบรู ณท ่ีสดุ จากอาณาจกั รโรมัน
มหาวิหารแพนธีออนสรา งโดย Marcus Agrippa เม่ือ 27 ปก อ นคริสตกาล ทมี่ ีอายกุ วา 2,000 ป แสดงให
เห็นถึงอัจฉริยะแหง การสรา งสรรคข องสถาปนกิ สมัยโบราณกับเอกลักษณไมเ หมือนใคร คอื เปนวิหารทรงกระบอก
กวาง 142 ฟุต และสูง 142 ฟุตเทา กัน ไมมีเสาค้ํากลางคอยรบั นาํ้ หนกั ทั้งทีม่ ีขนาดใหญโ ตทางเขา ดานหนาทําเปน
มุข ทม่ี หี ลังคาสามเหลยี่ มหนา จ่ัว และมเี สาต้งั เรยี งกันอยูเหมือนวหิ ารกรกี และมีหลงั เปน คาโดมโคงมนมชี อง
วงกลมขนาดใหญต รงกลางใหแสงผา นเขามา เรยี กชองนี้วา “โอคูลสุ ” (Oculus) โอคูลุส แปลวา ตา ซง่ึ หมายถึง
สญั ลักษณข องตาจากสวรรค
9
ภาพที่ 7 ชอ งแสงโอคลู สุ
(ที่มา : https://wallpaperaccess.com/pantheon-rome )
ชองแสงขนาดใหญท ี่มีเสน ผา ศนู ยกลาง 30 ฟตุ นี้ มคี วามเชอื่ กันวาเปนทางเชื่อมระหวา งมนุษยก บั พระเจา
แตเ มอื่ เร็วๆน้นี ักประวัตศิ าสตรเ สนอคาํ อธิบายทีน่ าสนใจเกย่ี วกบั รรู ับแสงนว้ี า มันถกู สรา งข้นึ เพอื่ ใชเ ปนนาฬกิ าแดด
และชว ยสองแสงสวา งใหก ษตั รยิ ในอดีต ในขณะที่เสดจ็ มาประกอบพิธสี ําคัญๆ ภายในวิหาร โดยรา งของกษตั รยิ จ ะ
ถกู อาบดวยลาํ แสงของดวงอาทติ ยท ี่สาดสองลงมาผานชอ งแสงน้ี
มหาวหิ ารเซนตโซเฟย
ภาพที่ 8 มหาวหิ ารเซนตโ ซเฟย
(ที่มา : https://sites.google.com/site/emmamdy2540/bosth-hlang-thi-sxng/wihar-sent-sofeiy )
10
วิหารเซนต โซเฟย แหงน้ี เปนงานสถาปต ยกรรมแบบ ไบแซนไทน คอื มลี กั ษณะผสมผสานระหวางศลิ ปวฒั นธรรม
กรีก และโรมนั กบั ศิลปวฒั นธรรมเปอรเ ซีย จดุ เดนคือ มยี อดโดมใหญอ ยูกลางวิหาร ภายในวิหารใชกระจกสีประดบั
เหนอื ประตหู นาตา งอยา งงดงาม มพี นื้ ทป่ี ระมาณ 700 ตารางเมตร
ภาพท่ี 9 ภายในมหาวิหารเซนตโซเฟย
(ท่ีมา : https://travel.mthai.com/world-travel/65594.html)
ภายในมีเสาค้ําสลกั และประดับประดาอยา งงดงามถึง 108 ตน ไดชอื่ วาเปนสงิ่ มหศั จรรยของโลก ที่ยงั คงความ
งดงามมาจนทุกวันนี้
โรงอาบนา้ํ สาธารณะท่ี คาราคัลลา
ภาพท่ี 10 โรงอาบนํ้าสาธารณะที่ คาราคลั ลา
(ทีม่ า : https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Baths_of_Caracalla,_facing_Caldarium.jpg )
11
สรา งข้ึนในศตวรรษที่ 3 มีขนาดกวาง 230 เมตร ยาว 115 เมตร จคุ นไดถึง 1600 คน เปนส่งิ กอสรา งทีม่ ีความ
นาสนใจเกี่ยวกับงานทางดา นสถาปตยกรรมเปนอยางมาก เน่ืองจากมีระบบนํ้าประปาที่มปี ระสิทธภิ าพ รวมทัง้
ระบบระบายความรอน และระบบระบายน้ําทม่ี คี ุณภาพ มีเตาอบไมที่ทําหนา ท่ีใหความรอนกับพื้น และผนังของ
หองน้าํ ปพู ้ืนดว ยหินออน และตกแตงดว ยผลงานทางศลิ ปะอนั ทรงคณุ คา จัดไดว าเปน หองอาบน้ําทหี่ รหู ราท่สี ุดท่ี
ถูกสรา งขนึ้ ในสมยั โรมนั โบราณเลยทีเดียว หลังจากที่ถกู ใชงานมายาวนานกวาสามรอยป หอ งอาบนา้ํ แหงน้ีไดถ ูกปด
ลงเนอื่ งจากความจําเปนเมอ่ื Aqueducts ทีใ่ หนาํ้ เขาเมืองถกู ทาํ ลายโดยปา เถอื่ น ประตมิ ากรรมและวสั ดทุ มี่ ีคุณคา
ถกู ปลน แถมในป 847 ยังมีเหตกุ ารณแ ผนดนิ ไหวเกิดขึ้น ทําใหบางสว นของอาคารถูกทําลายลงไป แตถ ึงจะผาน
เหตกุ ารณเลวรายมากมาย Baths of Caracalla ในปจ จบุ ันก็ยังหลงเหลือโครงสรา งทีย่ ง่ิ ใหญ และบางสว นของผนัง
อนั นาประทับใจทช่ี วยใหคณุ ยังคงสามารถจนิ ตนาการถงึ ความงดงามหรูหราในอดตี ของสถานทแี่ หง น้ไี ดอ ยู
หอเอนเมืองปซ า
ภาพท่ี 11 หอเอนปซา
(ทม่ี า : https://wallpapercave.com/pisa-wallpapers )
เปน หอระฆังสูงใหญข องศาสนาครสิ ตนกิ ายโรมันคาทอลิก ต้ังอยูท ี่จัตุรัส Piazza del Duomo
เมอื งปซา เปนหอระฆงั ท่สี รางดว ยหินออนสีขาว ซึ่งมเี อกลกั ษณโ ดดเดนท่ีความเอนเอยี งของหอระฆงั ซงึ่ ยอดของ
หอระฆงั น้นั หา งจากแนวตั้งฉากของพนื้ ไปประมาณ 3.9 เมตร
12
ภาพที่ 12 หอเอนปซ า
(ทม่ี า : https://wallpapercave.com/pisa-wallpapers )
ไดสรา งแลวเสรจ็ ในป ค.ศ. 1372 รวมระยะเวลาทัง้ หมดทใี่ ชในการกอ สรา งทั้งสิน้ 177 ป โดยสรา ง
เปนหอระฆงั ของศาสนาครสิ ตน กิ ายโรมนั คาทอลกิ รูปทรงกระบอกมีทงั้ หมด 8 ชนั้ สูง 55.58 เมตร
มบี ันไดประมาณ 293 ข้นั โครงสรางโดยรวมทําจากหินออ นสีขาวสวยงาม มคี วามโดดเดนดวยความเอยี งจาก
พืน้ ประมาณ 3.97 องศา แมจะสรา งแลว เสรจ็ แลว Leaning Tower of Pisa กย็ ังเอนลงมาเรอ่ื ยๆ อยา งตอ
เน่อื ง โดยในป ค.ศ. 1934 นั้น เบนิโต มสุ โสลนิ ี ไดเ ทคอนกรีตลงไปท่ฐี านเนื่องดวยพยายามจะใหหอระฆงั กลับ
มาต้ังฉากเหมือนเดมิ แตน ่นั กลับยงิ่ ทาํ ใหห อระฆงั ย่งิ เอยี งมากขึ้นไปกวา เดมิ
13
บรรณานกุ รม
Nigel Hawkes BA. 2539. รรู อบตอบได (หนา 350,351,365). แปลโดย ปราณี ธระชานันท.
กรงุ เทพมหานคร: รดี เดอรส ไดเจสท.
Jeong Yeon. 2557. มองโลกผา นประวตั ิศาสตร (หนา 40,41,44,68). แปลโดย
สารณิ ี ละอองศรี.กรุงเทพมหานคร: ที.เอส.บี. โปรดกั ส.
Duncan Brewer. 2540. โลกพศิ ดาร แดนพศิ วง (หนา103 ). แปลโดย สดับพิณ รัตนเรอื ง.
กรงุ เทพมหานคร: รีดเดอรส ไดเจสท
สถาปตยกรรมโรมัน-มีความสาํ คญั กบั ประวัตศิ าสตร. (ม.ป.ป.). เขาถึงไดจ าก
:https://bit.ly/3wx4npK (วันทสี่ บื คนขอมลู : 5 กรกฏาคม 2564) .
อัศจรรยแ หง “อารกโคง (Arch)” องคป ระกอบของสถาปตยโ รมนั . (ม.ป.ป.). เขา ถึงไดจาก :
https://www.iurban.in.th/design/roman_arch/ (วันที่สบื คนขอ มูล : 5
กรกฏาคม 2564) .
สขุ สันต จาํ ปา. (2556). การศกึ ษาประวัตศิ าสตรโรมนั ผา นการบอกเลาจากศลิ ป. เขาถึงไดจาก
: https://bit.ly/3hIDxW6 (วันท่ีสืบคนขอมูล : 5 กรกฏาคม 2564) .
ศลิ ปะโรมัน Ancient Rome. (2557). เขา ถึงไดจ าก : https://htrrome.wordpress.com/5-2/
(วนั ท่ีสบื คน ขอมูล : 5 กรกฏาคม 2564) .
วรี พงษ ทองคํา. (ม.ป.ป.). สถาปตยกรรมโรมนั . เขา ถงึ ไดจ าก : https://sites.google.com/site
(วันที่ สืบคนขอมูล : 5 กรกฏาคม 2564) .
14
ศิลปะกรีก โรมนั ตา งกนั อยางไร. (ม.ป.ป.). เขาถงึ ไดจ าก : https://bit.ly/36nj6ss (วนั ทส่ี ืบคน ขอ มลู :
5 กรกฏาคม 2564) .
HISTORIES OF ARCHITECTURE เร่อื งราวประวัติศาสตรส ถาปตยกรรม. (2559). เขาถงึ ไดจาก
: https://storiesofarchitectureblog.wordpress.com(วนั ท่ีสบื คน ขอ มูล :
5 กรกฏาคม 2564) .
โรงเรยี นสตรีสริ เิ กศ. (2555). Western Art and culture ศลิ ปวฒั นธรรมตะวนั ตก. เขาถึงไดจาก
: https://bit.ly/3yCxrgG (วันท่ีสบื คนขอมูล : 5 กรกฏาคม 2564) .
The history is fun ความตา งของ ศิลปะยุคกรกี โรมัน. (2563). เขาถึงไดจ าก
: https://thehistoryfun.com/roma/ (วนั ทสี่ ืบคนขอ มลู : 5 กรกฏาคม 2564) .
ความแตกตางระหวา งสถาปตยกรรมกรกี และโรมนั . (ม.ป.ป.). เขาถงึ ไดจาก :
https://th.strephonsays.com/greek-and-vs-roman-architecture-14915
(วันท่ีสืบคน ขอ มูล : 5 กรกฏาคม 2564) .
Supawadee Thongsuk. (2556). CATEGORY OF GREEK: ศลิ ปกรรมของกรีก ART OF GREEK.
เขาถงึ ไดจาก : https://bit.ly/3AGQOao วันทส่ี ืบคน ขอ มูล : 5 กรกฏาคม 2564) .
Model. (2554). เสาโรมนั หัวเสาโรมัน แบบเสาโรมนั . เขา ถึงไดจาก:
http://doricorder.blogspot.com/2011/10/ (วันท่สี บื คนขอมูล: 5 กรกฏาคม 2564)
อ.วนิดา นนั ทกจิ . (2554). สถาปต ยกรรมกรกี -โรมนั . เขาถึงไดจาก:
http://www.thaigoodview.com/node/19628 (วนั ทีส่ บื คนขอ มูล :
5 กรกฏาคม 2564) .