The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่อง สถาปัตยกรรม กรีก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ttong.1947, 2023-01-12 08:07:00

เรื่อง สถาปัตยกรรม กรีก

เรื่อง สถาปัตยกรรม กรีก

เร่ือง สถาปตยกรรม กรกี -โรมนั

เสนอ
คณุ ครูเทิดพงษ ตอดอก

จัดทําโดย
1) นายจกั รภัทร สมบัตเิ จรญิ เมอื ง ม.6/5 เลขท่ี 7
2) นางสาวปาริชาต ละมนเทยี ร ม.6/5 เลขที่ 33

3) นางสาวศตพร มงั่ สมบตั ิ ม.6/5 เลขที่ 34
4) นางสาวอารยี า จงพานิชขจร ม.6/5 เลขท่ี 35

รายงานเลม นเ้ี ปน สว นหนงึ่ ของรายวิชาประวัตศิ าสตร (ส33101)
ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564

โรงเรยี นสวนกุหลาบวิทยาลยั นนทบรุ ี
อําเภอปากเกรด็ จงั หวัดนนทบรุ ี


เรอ่ื ง สถาปต ยกรรม กรีก-โรมนั

เสนอ
คุณครูเทิดพงษ ตอดอก

จัดทาํ โดย
1) นายจกั รภทั ร สมบตั ิเจรญิ เมอื ง ม.6/5 เลขที่ 7
2) นางสาวปารชิ าต ละมนเทียร ม.6/5 เลขที่ 33

3) นางสาวศตพร มงั่ สมบัติ ม.6/5 เลขที่ 34
4) นางสาวอารยี า จงพานิชขจร ม.6/5 เลขที่ 35

รายงานเลมนี้เปน สวนหนง่ึ ของรายวิชาประวัติศาสตร (ส33101)
ภาคเรยี นที่ 1 ปการศึกษา 2564

โรงเรยี นสวนกหุ ลาบวทิ ยาลยั นนทบรุ ี
อาํ เภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบรุ ี




คํานํา

รายงานเลม นจ้ี ัดทาํ ข้ึนเพ่อื เปนสว นหน่งึ ของวชิ า ส33101 เพื่อใหไ ดวิชาความรูในเรอ่ื งสถาปตยกรรม
ของอารยธรรมกรีกและโรมันและไดศกึ ษาอยางเขาใจเพอ่ื ใหไ ดประโยชนในดา นการศึกษาคณะผูจดั ทาํ ตอง
ขอขอบพระคุณ คุณครเู ทดิ พงษ ตอ ดอก ผูใหค วามรแู ละแนวทางการศึกษาอยางดี มาโดยตลอด และ ผูจ ัดทําหวัง
วา รายงานเลมนี้ จะเปนประโยชนกับผูศ กึ ษา ทก่ี าํ ลงั ศกึ ษาหาขอ มลู เรอ่ื งน้ีอยหู ากมีขอ แนะนาํ หรือขอ ผดิ พลาด
ประการใด ผูจัดทาํ ขอนอมรบั ไวแ ละขออภยั มา ณ ท่ีน้ีดวย

ผูจัดทํา
13 กรกฎาคม 2564


สารบัญ ข

เรือ่ ง หนา
คํานํา ก
สารบญั ข
สารบัญรปู ภาพ ค
จุดประสงคเเละท่มี าของการสรา งสถาปตยกรรม 1
ลกั ษณะของสถาปตยกรรมของกรกี 2
ลักษณะของสถาปตยกรรมของโรมนั 4
ความเหมอื นเเละแตกตา งของสถาปตยกรรมกรีก-โรมนั 5
ตวั อยางสถานที่ 6
บรรณานุกรม 12


สารบัญรูปภาพ ค

เรอ่ื ง หนา
ภาพที่ 1 ลกั ษณะหัวเสา 3
ภาพท่ี 2 ลกั ษณะของอารกโคง 4
ภาพที่ 3 โคลอสเซยี ม 6
ภาพท่ี 4 น้าํ พุเทรว่ี 7
ภาพที่ 5 รูปปน หนานา้ํ พุเทรวี 7
ภาพที่ 6 มหาวหิ ารแพนธีออน 8
ภาพที่ 7 ชอ งแสงโอคูลสุ 9
ภาพที่ 8 มหาวิหารเซนตโซเฟย 9
ภาพที่ 9 ภายในมหาวหิ ารเซนตโซเฟย 10
ภาพท่ี 10 โรงอาบน้ําสาธารณะท่ี คาราคัลลา 10
ภาพท่ี 11 หอเอนปซ า 1 11
ภาพที่ 12 หอเอนปซ า 2 12


1

จดุ ประสงคแ ละท่ีมาของการสรา งสถาปต ยกรรมของกรีกและโรมัน

ศิลปะกรกี -โรมนั มปี ระวัติศาสตรย าวนานกวา 3000 ปกอนครสิ ตศักราช เปนผลงานโดงดังท่วั โลก ถกู กลาว
ขานวา เปนผลงานสถาปต ยกรรมทีย่ ิง่ ใหญอ ลังการ สถาปตยกรรมโรมนั โดยสวนใหญแลวมนั จะมอี ทิ ธพิ ลทางดาน
ศิลปะมาจากกรีก โดยสาเหตุทก่ี รีกนนั้ ไดมอี ิทธพิ ลตอ โรมันก็คือจดุ เดน เรื่องของความประณีต และงดงาม

ชาวกรีก เช่ือวา เทพเจาของพวกเขามธี รรมชาติทเ่ี หมือนมนุษยธ รรมดาท่ัวไป เพียงแตว า เทพเจา เหลาน้ันจะพเิ ศษ
กวา ทางดา นความเฉลยี วฉลาดและความแขง็ แกรง ประเด็นทส่ี อง ชาวกรีกเชอื่ วาวดั โบสถของพวกเขาคอื ท่อี ยู
อาศัยของเทพเจาที่พวกเขาศรทั ธา ดงั น้ันสถานท่ีเหลา นี้จึงตอ งมีความสวยงามกวาบานเรือนท่วั ไป ประเดน็ ตอมา
ชาวกรกี ไมไดร วมตัวกนั เพ่ือสรรเสริญพระเจา ในวดั หรอื โบสถข องพวกเขา เหมอื นอยางคริสตศาสนนกิ ชนประเดน็
สุดทา ย การบูชายญั และการบวงสรวง ถอื เปน คาํ ส่ังของเทพเจา ดงั นน้ั ทกุ วดั หรือโบสถจะมแี ทน บชู าอยูบริเวณชาน
วัดเพอื่ จดั พธิ ีกรรม

โรมนั เนนประโยชนทางดานการปฏบิ ตั ิ (Pracmatic) และหลักความจริงมากกวาอุดมคติดังเชนกรกี ดังนั้น
สถาปตยกรรมสว นใหญจ ึงเปน อาคาร สิ่งกอ สรา ง ถนน สาธารณะมากกวาวิหารเทพเจา

สถาปตยกรรมของโรมนั จึงนยิ มสราง

1.วิหารและสุสาน

2.สถานท่อี าบน้ําสาธารณะ

3.โรงมหรสพและสนามกฬี า

4.โฟรมุ และบาซลิ ิกา

5.อาคารทพ่ี ักอาศัย

6.สะพานและทอ สงนาํ้


2

ลกั ษณะสถาปตยกรรมกรกี

การสรา งสถาปตยกรรมของชาวกรีกเปนลกั ษณะเรียบงายแบบเรขาคณิต การกอ สรางบานเปนแบบทรงกลม
รูปทรงไข สเี่ หล่ียม หลงั คาหนา จ่วั มกี ารใชร ะบบโครงสรางแบบเสาและ คานเชนเดยี วกับอียปิ ตม ีแผนผังเปนรูป
สีเ่ หล่ียมผืนผาจากฐานอาคารซง่ึ ยก เปน ชน้ั ๆกจ็ ะเปนฝาผนงั โดยปราศจากหนาตางซง่ึ จะกน้ั เปน หอ งตางๆ 1-3
หอง ใชวสั ดุจากโคลนไมใชป ูนในการกอ สราง สวนการสรา งวัดจะสรางดว ยหินออ น เปด โลง กวา ง ภายในเปนเพยี ง
หองเดียวแตใชห ลายเสากนั้ หอ ง เพราะเชอ่ื วาทนี่ ีเ่ ปน ทอ่ี ยูอาศยั ของเทพเจาตองสรา งใหย ่งิ ใหญแ ละงามกวา
บา นเรอื น เชน วหิ ารพารเธนอน วหิ ารอารท ิมิส

สถาปตยกรรม สมยั คลาสสิกจะเปนแบบนครรฐั ไมมีกษตั รยิ เปนประมุข เนน การสรา งวหิ ารสาํ หรับเทพเจา

เทพเจา ของกรกี กับธรรมชาตมิ ีความสมั พนั ธก นั อยา งใกลช ิด เช่ือวา พลังลกึ ลับท่มี ีอยูตามธรรมชาติสามารถใหค ุณ
และโทษได วหิ ารท่กี รกี สรางไวบ ูชาเทพเจาตาง ๆ นิยมสรางบนดินหรือภูเขาเลก็ ๆ เรียกวา อะครอไพลสิ ซง่ึ
วหิ ารท่ีสาํ คัญคือ วหิ ารพาเธนอน ทอี่ ะครอไพลิสในนครเอเธนส สรางดว ยหินออ น หลงั คาหนา จวั่ มีเสาหนิ เรียงราย
โครงสรา งไดสดั สวนและสมดุลกนั และไมป ระดับตกแตงมากเกนิ ไป แบบกอ สรางของสถาปตยกรรมกรีกแตกตาง
กันไปตามลักษณะหัวเสา

ลักษณะหวั เสา 3 แบบ

แบบดอรกิ ( Doric ) เปนแบบดัง้ เดิม ตวั เสาสวนลางใหญและเรียวขน้ึ เลก็ นอ ย ตามลําเสาแกะเปน

ทางยาว ขา งบน มีหนิ ปด วางทบั อยู สถาปตยกรรมแบบดอริกเนนความงามทเ่ี รยี บ แตใหความรสู กึ มั่งคง

แขง็ แรง วิหารพารเ ธนอนเปนสถาปต ยกรรมแบบดอรกิ

แบบไอออนกิ ( Ionic ) เสามีลักษณะเรียวกวาแบบดอริก แผน หินบนหวั เสาเปลี่ยนจากแบบเรียบมาเปน
มวนยอ ยออกมาสองขา ง มีลกั ษณะงามแชม ชอ ยมากขึ้น

แบบโครินเธยี น ( Corinthian ) ดัดแปลงจากไอออนกิ ลักษณะเสาเรียวกวา แบบไดโอนกิ หวั เสาตกแตง
เปน รปู ใบไม มคี วามหรูหรามากกวาประตมิ ากรรมของกรีกโบราณ
1.นิยมใชหินออนในการสลักเสลารปู รา งและเสอ้ื ผาใหเหมือนจรงิ

2.นิยมสลกั รปู ท้ังท่เี ก่ยี วกับศาสนาและชีวติ ประจําวันของคนโดยท่ัวไป


3

3.นยิ มแสดงสรีระของมนุษยต ามธรรมชาตติ ลอดจนการเคลื่อนไหวของกลามเนอ้ื เชน รูปสลกั นักขวางจักร

ภาพที่ 1 ลกั ษณะหัวเสา
(ท่ีมา : https://images.app.goo.gl/1ezkGdAiwd6rqWtt5 )


4

ลักษณะสถาปตยกรรมโรมนั

สถาปตยกรรมโรมนั มชี อื่ เสียงมาก โรมันเปน ชาติแรกท่คี ิดคนสรา งคอนกรีตได สามารถใชคอนกรตี หลอขน้ึ
เปน โครงสรางรปู โดมชวยทําใหก ารกอ สรา งอาคารมขี นาดใหญขึน้ สถาปต ยกรรมของโรมนั ทีม่ ีชื่อเสียงไดแ ก วิหาร
แพนเธออน (Pantheon) โคลอสเซยี ม (Colosseum) เปนสนามกฬี ารูปกลมรขี นาดใหญมหมึ าสามารถจุคนดไู ดถงึ
50,000 คน นอกจากงานสถาปต ยกรรมดังกลาวแลว ชาวโรมนั ยงั สรา งสะพานโคงขามแมน้ําและสงน้าํ ขา มหบุ เขา
ตา ง ๆ เปน จํานวนมาก ส่งิ กอ สรางที่มชี ื่อเสยี งและเปน ทร่ี ูจ ักกันท่ัวโลก คือ ประตูชัย (Arch of Triumph) สรางขน้ึ
เพอื่ สรรเสรญิ และฉลองชยั ของทหารโรมนั โดยสรางเปนประตโู คงขนาดใหญส ําหรับใหท หารเดินทัพผานเมื่อออก
สงครามหรอื ภายหลังไดร บั ชยั ชนะ ประดบั ดว ยภาพประตมิ ากรรมนนู สูงอยา งสงา งาม

สถาปต ยกรรมโรมัน สว นมากเปนรูปทรงพน้ื ฐาน วสั ดุทใ่ี ชส รา งอาคารไดแ ก ไม อฐิ ดินเผา หิน ปนู และ
คอนกรีต มีการนําสถาปตยกรรมทส่ี าํ คัญของกรกี ทง้ั 3 แบบ มาเปลย่ี นแปลงและปรับปรุงใหวจิ ติ รบรรจงขึ้น ชาว
โรมันเพม่ิ การตกแตง ลงไป เสาของโรมันจะเปน เสาหนิ ทอ นเดียวตลอดรูปแบบ สถาปตยกรรมทส่ี าํ คัญอกี อยางหนง่ึ
ของโรมนั คอื สะพานสง นา้ํ ซงึ่ ใชเ ปน ทางสงนาํ้ จากภเู ขามาสเู มอื งตาง ๆ ของชาวโรมนั เปนสงิ่ กอ สรา งทแ่ี สดงถึง
ความกา วหนาทางวศิ วกรรมของโรมนั โดยองคประกอบหลกั ของสถาปต ยกรรมโรมันกค็ ือ อารก โคง
อารกโคง

มีความเชอื่ วา อารก โคงรา นมีสว นชว ยทีจ่ ะทําใหโรมันในอดตี มีความรงุ เรือง และไดผลลพั ธมาจากอารก โคง
น่นั แหละที่ทาํ ใหเ กิดความรงุ เรอื งในสมัยกอน โดยการจะใชแ ทง หนิ ขนาดใหญนาํ มาวางกันจนเปนโคงเหมอื นเกือก
มา และจะมีแกนตรงกลางทาํ หนาทย่ี ึดใหสว นอน่ื นนั้ มันอยดู วยกนั ก็จะชวยใหสง่ิ ก็สรา งมคี วามเเขง็ เเรง

ภาพท่ี 2 ลกั ษณะของอารกโคง
(ทม่ี า : https://images.app.goo.gl/2LyezKgrmGh8GpGk9 )


5

ความเหมือนเเละแตกตา งของสถาปต ยกรรมกรีก-โรมัน

ความแตกตางของสถาปตยกรรมทั้งสอง

ศลิ ปะของกรกี -โรมนั แมจ ะคลา ยคลึงกัน แตมคี วามแตกตา งกนั และเกิดในคนละยคุ สมยั ดว ย โดยวิธีการแบงแยก
สถาปตยกรรมของทัง้ สองอารยธรรมนัน้ กค็ อื

ชวี ติ ของชาวกรกี มีความสัมพันธก บั ส่ิงศักด์ิสทิ ธ์ิท่ีมองไมเ ห็น พวกเขาบชู าองคเทพเจา เปน ส่งิ ยดึ เหนีย่ วจติ ใจ ผสม
กบั ส่ิงท่ีเปนธรรมชาติท่มี องเห็นได การพ่ึงศาสนาจึงชว ยจรรโลงจติ ใจเพราะชวี ิตสมัยน้ันมีแตก ารทําสงคราม การทํา
ศลิ ปะของชาวกรีกจึงสัมพนั ธก ับอารยะธรรมกับวถิ ีชวี ติ จุดเดนของศิลปะกรกี จะสือ่ ใหเห็นถงึ การบูชาเทพเจา
ความรูสึกนกึ คดิ ของบุคคล สรีระธรรมชาติของเทพเจา สัตวและมนษุ ย

ชาวโรมนั ปน ประตมิ ากรรมแบบนูนเกี่ยวกับประวตั ศิ าสตรเหตกุ ารณท ่เี กดิ ข้ึนอยางชัดเจน หรือเพื่อใชอ าํ นวยความ
สะดวก ใชประโยชนด า นตา งๆ สนองความตอ งการของประชาชน โดยมีการทาํ โครงสรางแบบวงโคง ทรงโคง ทรง
กลมลอย ภายในอาคารบรรจงแบบวจิ ิตรศิลปม ากกวา ชาวกรีก ตกแตงดวยคําจารกึ รปู นูน

กรีกเนน ปรัชญาพทุ ธิปญญาเปนเปา หมายสงู สุด ตา งจากโรมันทกี่ ลา ววาความสุขสูงสดุ คอื การมีหลักปรชั ญาแบบมี
ประโยชนน ิยมและสุขนิยมดาํ รงชวี ิต กลาวคอื กรีกใหความสัมพนั ธก ับเทพเจาสง่ิ ศักด์ิ แตโ รมนั ใหก ับความสาํ คญั กับ
ความเปน จริง

ความเหมอื นของสถาปตยกรรมท้ังสอง

เน่อื งจากกรกี เปนชาตแิ หงตน แบบศิลปะใหกบั โรมันสถาปตยกรรมของโรมันโดยสวนใหญจงึ มีอทิ ธพิ ล
ทางดานศิลปะมาจากกรีก โดยสาเหตุท่ีกรีกน้ันไดม ีอิทธพิ ลตอ โรมันกค็ อื จดุ เดน เร่อื งของความประณีต และงดงาม


6

ตัวอยา งสถานที่

โคลอสเซยี ม

ภาพที่ 3
(ทีม่ า : https://www.ultrahdwallpaper.in/wallpaper/world/colosseum-4k-wallpapers/kOK )

เปน สนามกฬี ากลางแจงขนาดใหญต ั้งอยใู จกลางกรงุ โรม เรม่ิ สรางขน้ึ ในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียนแหง
อาณาจกั รโรมนั และสรา งเสร็จในสมยั ของจักรพรรดติ ติ ัส (Titus) ในศริตสศตวรรษที่ 1 อฒั จันทรเปน รูปวงกลมกอ
ดวยอฐิ และหินทรายวดั โดยรอบไดป ระมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผูช มไดป ระมาณ50,000 คน มกี าร
ออกแบบอยา งชาญฉลาดโดยสรา งใหสนามกีฬามีลกั ษณะเปนรปู วงรี เพอื่ ใหผ ูชมรูสึกเขาใกลน ักกีฬา และมกี าร
ออกแบบทางระบายนํ้าเพอ่ื ไมใหน้ําทวมขงั ในสนามขณะเกดิ ฝนตก ถือเปนตนแบบของสนามกีฬาตา งๆในปจ จุบัน


7

น้ําพเุ ทรว่ี

ภาพท่ี 4 นา้ํ พุเทรวี่
(ท่ีมา : https://wallpapercave.com/trevi-fountain-wallpapers )

เปนนา้ํ พแุ บบบาโรกท่ีใหญที่สุดในกรุงโรม โดยมีขนาดความสงู ถงึ 85 ฟุต และความกวา งถึง 65 ฟตุ
ใครมาเมอื งนกี้ ็ตอ งไปโยนเหรยี ญทีน่ ํา้ พแุ หง นี้ เพ่ือใหไดกลับมาอีกคร้ัง นํา้ พุแหงนน้ี ้นั สวยงามดว ยรปู ปน ท่ีมีความ
หลากหลายรูปแบบ และเปยมไปดว ยความหมาย ไมว าจะเปนรูปปน เทพเนปจูน (เทพเจาแหงน้าํ ของชาวโรมนั
โบราณ) ข่ีมาตดิ ปก ท่ีบรเิ วณสวนกลางของนํ้าพุ

ภาพท่ี 5 รูปปน หนานาํ้ พุเทรวี่
(ที่มา : https://wallpapercave.com/trevi-fountain-wallpapers )


8

ท่ีแสดงถงึ ความอดุ มสมบรู ณที่ขนาบขางดว ย ไททันเทพคร่งึ คนครง่ึ ปลา ที่ทงั้ 2 นั้นไดค วบมา ท่มี ลี กั ษณะแตกตาง
กัน โดยตัวนงึ นน้ั ดูเชือ่ ง แตอีกตวั กลบั ดูพยศอนั เปรยี บเสมอื นทอ งทะเลทไี่ มมีความแนน อน สามารถสงบราบเรียบ
สวยงามและเปลี่ยนเปน ทะเลทบ่ี าคล่ังนากลวั ไดเพียงเสยี้ วนาทีนนั่ เอง

มหาวหิ ารแพนธอี อน

ภาพท่ี 6 มหาวิหารแพนธีออน
(ท่ีมา : https://wallpaperaccess.com/pantheon-rome )

สิง่ กอ สรางอยา งเดยี วที่หลงเหลอื อยูโ ดยสภาพที่สมบรู ณท ่ีสดุ จากอาณาจกั รโรมัน
มหาวิหารแพนธีออนสรา งโดย Marcus Agrippa เม่ือ 27 ปก อ นคริสตกาล ทมี่ ีอายกุ วา 2,000 ป แสดงให
เห็นถึงอัจฉริยะแหง การสรา งสรรคข องสถาปนกิ สมัยโบราณกับเอกลักษณไมเ หมือนใคร คอื เปนวิหารทรงกระบอก
กวาง 142 ฟุต และสูง 142 ฟุตเทา กัน ไมมีเสาค้ํากลางคอยรบั นาํ้ หนกั ทั้งทีม่ ีขนาดใหญโ ตทางเขา ดานหนาทําเปน
มุข ทม่ี หี ลังคาสามเหลยี่ มหนา จ่ัว และมเี สาต้งั เรยี งกันอยูเหมือนวหิ ารกรกี และมีหลงั เปน คาโดมโคงมนมชี อง
วงกลมขนาดใหญต รงกลางใหแสงผา นเขามา เรยี กชองนี้วา “โอคูลสุ ” (Oculus) โอคูลุส แปลวา ตา ซง่ึ หมายถึง
สญั ลักษณข องตาจากสวรรค


9

ภาพที่ 7 ชอ งแสงโอคลู สุ
(ที่มา : https://wallpaperaccess.com/pantheon-rome )
ชองแสงขนาดใหญท ี่มีเสน ผา ศนู ยกลาง 30 ฟตุ นี้ มคี วามเชอื่ กันวาเปนทางเชื่อมระหวา งมนุษยก บั พระเจา
แตเ มอื่ เร็วๆน้นี ักประวัตศิ าสตรเ สนอคาํ อธิบายทีน่ าสนใจเกย่ี วกบั รรู ับแสงนว้ี า มันถกู สรา งข้นึ เพอื่ ใชเ ปนนาฬกิ าแดด
และชว ยสองแสงสวา งใหก ษตั รยิ ในอดีต ในขณะที่เสดจ็ มาประกอบพิธสี ําคัญๆ ภายในวิหาร โดยรา งของกษตั รยิ จ ะ
ถกู อาบดวยลาํ แสงของดวงอาทติ ยท ี่สาดสองลงมาผานชอ งแสงน้ี

มหาวหิ ารเซนตโซเฟย

ภาพที่ 8 มหาวหิ ารเซนตโ ซเฟย
(ที่มา : https://sites.google.com/site/emmamdy2540/bosth-hlang-thi-sxng/wihar-sent-sofeiy )


10
วิหารเซนต โซเฟย แหงน้ี เปนงานสถาปต ยกรรมแบบ ไบแซนไทน คอื มลี กั ษณะผสมผสานระหวางศลิ ปวฒั นธรรม
กรีก และโรมนั กบั ศิลปวฒั นธรรมเปอรเ ซีย จดุ เดนคือ มยี อดโดมใหญอ ยูกลางวิหาร ภายในวิหารใชกระจกสีประดบั
เหนอื ประตหู นาตา งอยา งงดงาม มพี นื้ ทป่ี ระมาณ 700 ตารางเมตร

ภาพท่ี 9 ภายในมหาวิหารเซนตโซเฟย
(ท่ีมา : https://travel.mthai.com/world-travel/65594.html)
ภายในมีเสาค้ําสลกั และประดับประดาอยา งงดงามถึง 108 ตน ไดชอื่ วาเปนสงิ่ มหศั จรรยของโลก ที่ยงั คงความ
งดงามมาจนทุกวันนี้

โรงอาบนา้ํ สาธารณะท่ี คาราคัลลา

ภาพท่ี 10 โรงอาบนํ้าสาธารณะที่ คาราคลั ลา
(ทีม่ า : https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Baths_of_Caracalla,_facing_Caldarium.jpg )


11

สรา งข้ึนในศตวรรษที่ 3 มีขนาดกวาง 230 เมตร ยาว 115 เมตร จคุ นไดถึง 1600 คน เปนส่งิ กอสรา งทีม่ ีความ
นาสนใจเกี่ยวกับงานทางดา นสถาปตยกรรมเปนอยางมาก เน่ืองจากมีระบบนํ้าประปาที่มปี ระสิทธภิ าพ รวมทัง้
ระบบระบายความรอน และระบบระบายน้ําทม่ี คี ุณภาพ มีเตาอบไมที่ทําหนา ท่ีใหความรอนกับพื้น และผนังของ
หองน้าํ ปพู ้ืนดว ยหินออน และตกแตงดว ยผลงานทางศลิ ปะอนั ทรงคณุ คา จัดไดว าเปน หองอาบน้ําทหี่ รหู ราท่สี ุดท่ี
ถูกสรา งขนึ้ ในสมยั โรมนั โบราณเลยทีเดียว หลังจากที่ถกู ใชงานมายาวนานกวาสามรอยป หอ งอาบนา้ํ แหงน้ีไดถ ูกปด
ลงเนอื่ งจากความจําเปนเมอ่ื Aqueducts ทีใ่ หนาํ้ เขาเมืองถกู ทาํ ลายโดยปา เถอื่ น ประตมิ ากรรมและวสั ดทุ มี่ ีคุณคา
ถกู ปลน แถมในป 847 ยังมีเหตกุ ารณแ ผนดนิ ไหวเกิดขึ้น ทําใหบางสว นของอาคารถูกทําลายลงไป แตถ ึงจะผาน
เหตกุ ารณเลวรายมากมาย Baths of Caracalla ในปจ จบุ ันก็ยังหลงเหลือโครงสรา งทีย่ ง่ิ ใหญ และบางสว นของผนัง
อนั นาประทับใจทช่ี วยใหคณุ ยังคงสามารถจนิ ตนาการถงึ ความงดงามหรูหราในอดตี ของสถานทแี่ หง น้ไี ดอ ยู

หอเอนเมืองปซ า

ภาพท่ี 11 หอเอนปซา
(ทม่ี า : https://wallpapercave.com/pisa-wallpapers )
เปน หอระฆังสูงใหญข องศาสนาครสิ ตนกิ ายโรมันคาทอลิก ต้ังอยูท ี่จัตุรัส Piazza del Duomo
เมอื งปซา เปนหอระฆงั ท่สี รางดว ยหินออนสีขาว ซึ่งมเี อกลกั ษณโ ดดเดนท่ีความเอนเอยี งของหอระฆงั ซงึ่ ยอดของ
หอระฆงั น้นั หา งจากแนวตั้งฉากของพนื้ ไปประมาณ 3.9 เมตร


12

ภาพที่ 12 หอเอนปซ า
(ทม่ี า : https://wallpapercave.com/pisa-wallpapers )
ไดสรา งแลวเสรจ็ ในป ค.ศ. 1372 รวมระยะเวลาทัง้ หมดทใี่ ชในการกอ สรา งทั้งสิน้ 177 ป โดยสรา ง
เปนหอระฆงั ของศาสนาครสิ ตน กิ ายโรมนั คาทอลกิ รูปทรงกระบอกมีทงั้ หมด 8 ชนั้ สูง 55.58 เมตร
มบี ันไดประมาณ 293 ข้นั โครงสรางโดยรวมทําจากหินออ นสีขาวสวยงาม มคี วามโดดเดนดวยความเอยี งจาก
พืน้ ประมาณ 3.97 องศา แมจะสรา งแลว เสรจ็ แลว Leaning Tower of Pisa กย็ ังเอนลงมาเรอ่ื ยๆ อยา งตอ
เน่อื ง โดยในป ค.ศ. 1934 นั้น เบนิโต มสุ โสลนิ ี ไดเ ทคอนกรีตลงไปท่ฐี านเนื่องดวยพยายามจะใหหอระฆงั กลับ
มาต้ังฉากเหมือนเดมิ แตน ่นั กลับยงิ่ ทาํ ใหห อระฆงั ย่งิ เอยี งมากขึ้นไปกวา เดมิ


13

บรรณานกุ รม

Nigel Hawkes BA. 2539. รรู อบตอบได (หนา 350,351,365). แปลโดย ปราณี ธระชานันท.
กรงุ เทพมหานคร: รดี เดอรส ไดเจสท.

Jeong Yeon. 2557. มองโลกผา นประวตั ิศาสตร (หนา 40,41,44,68). แปลโดย
สารณิ ี ละอองศรี.กรุงเทพมหานคร: ที.เอส.บี. โปรดกั ส.

Duncan Brewer. 2540. โลกพศิ ดาร แดนพศิ วง (หนา103 ). แปลโดย สดับพิณ รัตนเรอื ง.
กรงุ เทพมหานคร: รีดเดอรส ไดเจสท

สถาปตยกรรมโรมัน-มีความสาํ คญั กบั ประวัตศิ าสตร. (ม.ป.ป.). เขาถึงไดจ าก
:https://bit.ly/3wx4npK (วันทสี่ บื คนขอมลู : 5 กรกฏาคม 2564) .

อัศจรรยแ หง “อารกโคง (Arch)” องคป ระกอบของสถาปตยโ รมนั . (ม.ป.ป.). เขา ถึงไดจาก :
https://www.iurban.in.th/design/roman_arch/ (วันที่สบื คนขอ มูล : 5
กรกฏาคม 2564) .

สขุ สันต จาํ ปา. (2556). การศกึ ษาประวัตศิ าสตรโรมนั ผา นการบอกเลาจากศลิ ป. เขาถึงไดจาก
: https://bit.ly/3hIDxW6 (วันท่ีสืบคนขอมูล : 5 กรกฏาคม 2564) .

ศลิ ปะโรมัน Ancient Rome. (2557). เขา ถึงไดจ าก : https://htrrome.wordpress.com/5-2/
(วนั ท่ีสบื คน ขอมูล : 5 กรกฏาคม 2564) .

วรี พงษ ทองคํา. (ม.ป.ป.). สถาปตยกรรมโรมนั . เขา ถงึ ไดจ าก : https://sites.google.com/site
(วันที่ สืบคนขอมูล : 5 กรกฏาคม 2564) .


14

ศิลปะกรีก โรมนั ตา งกนั อยางไร. (ม.ป.ป.). เขาถงึ ไดจ าก : https://bit.ly/36nj6ss (วนั ทส่ี ืบคน ขอ มลู :
5 กรกฏาคม 2564) .

HISTORIES OF ARCHITECTURE เร่อื งราวประวัติศาสตรส ถาปตยกรรม. (2559). เขาถงึ ไดจาก
: https://storiesofarchitectureblog.wordpress.com(วนั ท่ีสบื คน ขอ มูล :
5 กรกฏาคม 2564) .

โรงเรยี นสตรีสริ เิ กศ. (2555). Western Art and culture ศลิ ปวฒั นธรรมตะวนั ตก. เขาถึงไดจาก
: https://bit.ly/3yCxrgG (วันท่ีสบื คนขอมูล : 5 กรกฏาคม 2564) .

The history is fun ความตา งของ ศิลปะยุคกรกี โรมัน. (2563). เขาถึงไดจ าก
: https://thehistoryfun.com/roma/ (วนั ทสี่ ืบคนขอ มลู : 5 กรกฏาคม 2564) .

ความแตกตางระหวา งสถาปตยกรรมกรกี และโรมนั . (ม.ป.ป.). เขาถงึ ไดจาก :
https://th.strephonsays.com/greek-and-vs-roman-architecture-14915
(วันท่ีสืบคน ขอ มูล : 5 กรกฏาคม 2564) .

Supawadee Thongsuk. (2556). CATEGORY OF GREEK: ศลิ ปกรรมของกรีก ART OF GREEK.
เขาถงึ ไดจาก : https://bit.ly/3AGQOao วันทส่ี ืบคน ขอ มูล : 5 กรกฏาคม 2564) .

Model. (2554). เสาโรมนั หัวเสาโรมัน แบบเสาโรมนั . เขา ถึงไดจาก:
http://doricorder.blogspot.com/2011/10/ (วันท่สี บื คนขอมูล: 5 กรกฏาคม 2564)

อ.วนิดา นนั ทกจิ . (2554). สถาปต ยกรรมกรกี -โรมนั . เขาถึงไดจาก:
http://www.thaigoodview.com/node/19628 (วนั ทีส่ บื คนขอ มูล :
5 กรกฏาคม 2564) .


Click to View FlipBook Version