The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปการเสวนา h-index

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Forestry Research Center, 2021-12-14 02:31:21

สรุปการเสวนา h-index

สรุปการเสวนา h-index

สรุปผลการเสวนา Forest Talk R Series Ep. 1 “ติดปีกเสน้ ทางนกั วชิ าการพชิ ติ h-index

วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ จัดการเสวนาออนไลน์ Forest Talk R
Series Ep. 1 เร่อื ง “ตดิ ปกี เส้นทางนักวชิ าการพชิ ิต h-index” โดยได้รบั เกยี รตจิ าก รศ.ดร. ธงไธย วฑิ รู ย์ ภาควิชา
วิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นวิทยากร และ ผศ.ดร. พรเทพ เหมือนพงษ์
ภาควิชาวนวัฒนวิทยา คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ มีผู้เข้าร่วมในระบบ
ออนไลน์ Cisco Webex จำนวน 40 คน และรับชมผา่ น Facebook live จำนวน 215 views โดยสรปุ สาระสำคญั
ในการเสวนาได้ดังน้ี

ความสำคญั ของ h-index

h-index เปน็ ตัวเลขที่แสดงจำนวนผลงานวิจัยท่ีมจี ำนวนครั้งของการได้รับการอ้างองิ เท่ากับหรือมากกว่า
จำนวนผลงานวจิ ัยนั้นๆ โดยมีความเกี่ยวข้องกับความก้าวหน้าของอาจารยแ์ ละนักวิจัยในการนำมาใช้ประกอบใน
การเล่ือนตำแหนง่ ทางวิชาการ โดยใช้ h-index ทอี่ ้างอิงจากฐานขอ้ มลู Scopus

การเพม่ิ คา่ h-index

การเพิ่มค่า h-index จำนวนการอ้างอ้างซึ่งสามารถทำได้โดยตรงเพิ่มจากผลงานที่ตีพิมพ์แล้ว เทคนิค
สำคัญ ได้แก่ การรบั เป็น reviewer ประเมินบทความหากพบว่ามีความเช่ือมโยงกบั งานวจิ ัยท่ตี นเองทำอยู่สามารถ
แนะนำบทความของตนเองให้กับผู้แตง่ เพอื่ นำไปศึกษาซ่ึงอาจทำให้มีการอ้างอิงเกดิ ขน้ึ หรือหากต้องการเพิม่ ค่า H-
index กรณเี รง่ ด่วนอาจทำไดโ้ ดยการส่งอีเมลพร้อมบทความทตี่ ้องการให้นักวจิ ัยอืน่ อ้างอิง โดยอาศัยข้อมูลนักวิจัย
ท่เี คยอา้ งองิ ผลงานของตนเองจากฐานข้อมูล Scopus

การเพิ่ม h-index จากผลงานที่กำลังทำขึ้นใหม่ซึ่งคาดหวังเกิดการอ้างอิงสูง โดยการเลือกทำงานวิจัยใน
กลุ่มหัวข้อวิจัยที่อยู่ใน Global Trend โดยสามารถดูหัวข้อที่อยู่ใน Global Trend ได้จากฐานข้อมูล SciVal
(https://www.elsevier.com/solutions/scival/features/scival-trends-module) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลท่ีมีการ
รวบรวมบทความเป็นจำนวนมาก มีการจัดลำดับความสำคัญใน Global Trend โดยใช้ดัชนีชี้วัดเพื่อวิเคราะห์
ทศิ ทางหรือแนวโน้มทค่ี นใหค้ วามสนใจ ไดแ้ ก่ Citation Count, Scopus View Count และ Average CiteScore
ซึ่งหัวขอ้ ทไี่ ด้รับความสนใจเปน็ อยา่ งมากในปัจจุบันเปน็ หัวขอ้ ทเี่ กี่ยวข้องกบั สถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโควดิ

การเลือกทำงานวิจัยท่ีอยู่ใน Global Trend

1) มีลักษณะสร้างความชัดเจนว่าความใหม่ของงานคืออะไร หรืองานวิจัยที่ทำไปเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป
อย่างไรเพือ่ นำไปสกู่ ารใชป้ ระโยชน์

2) มกี ารสรา้ งวิธกี ารใหม่ข้นึ มาเพือ่ นำไปใช้ (New methodology)

3) สร้างองคค์ วามรใู้ หมท่ ด่ี กี ว่าเดมิ ทำให้เข้าใจงานด้านน้นั ๆ ดกี ว่าเดมิ

สำหรับงานวิจัยที่จะได้รับการอ้างอิงน้อยคือ งานวิจัยที่ตัดมาเพียงบางส่วนหรือทำเป็นงานย่อย ๆ ทำให้
เกิดความสนใจน้อยลง หรือการทำงานเฉพาะด้านท่ีมีขนาดเล็กมากๆ อาจเปน็ งานที่มีคุณค่าแต่ไม่ได้รับความสนใจ
ทำให้การอ้างองิ หรอื คา่ h-index นอ้ ย

การทำงานวิจัยในหัวข้อวิจัย “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development Goals)
17 ด้าน ซึ่งผทู้ ีท่ ำงานวิจัยเกี่ยวกับหวั ข้อตา่ ง ๆ เหลา่ น้ี มีโอกาสที่จะได้รับการอ้างอิงที่สูงข้ึนเร่ือย ๆ เนื่องจากเป็น
เปา้ หมายระยะยาว และผู้คนใหค้ วามสนใจหวั ขอ้ ความย่ังยนื หรือ Sustainability มากข้นึ

การใชฐ้ านขอ้ มูล Scopus ในการดแู นวโน้มการเติบโตงานวิจัยในแตล่ ะหัวข้อ ทำไดโ้ ดยการนำ Keyword
ของงานวิจัยที่สนใจไปค้นหาในฐานข้อมูล Scopus หากหัวข้องานวิจัยมีแนวโน้มไม่เติบโตเนื่องจากไม่ได้อยู่ใน
Global Trend นักวิจัยอาจรักษาความรู้ด้านนั้น ๆ ไว้ เนื่องจากเป็นสาขาที่เชี่ยวชาญ หากต้องการเพิ่มค่า
Citation และ h-index อาจต้องเพม่ิ การทำงานวจิ ยั ดา้ นอนื่ ๆ ทอ่ี ยใู่ น Global Trend

ทำอย่างไรให้งานวจิ ัยได้รับการอา้ งอิง

1. การตีพมิ พ์งานวิจยั เมื่อนกั วจิ ัยท่านอื่นค้นหางานวจิ ัยและพบว่างานวิจยั มีความน่าสนใจกจ็ ะนำไปสู่การ
อ้างอิง หากไม่มีการตีพิมพ์จะไม่ได้รับการอ้างอิง ค่า h-index จะจำกัดอยู่ที่จำนวนบทความที่มี การเลือก
ฐานขอ้ มูลเพอ่ื ตพี มิ พก์ ม็ คี วามสำคญั โดยท่วั ไปในปัจจบุ นั จะมอี ยู่ 3 ฐานขอ้ มูล คอื

• google scholar เป็นฐานข้อมูลที่ทำขึ้นโดยการรวบรวมบทความไว้หลากหลายมากรวมไปถึง
รายงานการประชุมทางวชิ าการ (proceedings) วทิ ยานิพนธ์ (thesis) ดว้ ย จงึ ทำให้มีการอ้างอิง
มากกว่าฐานขอ้ มูลอน่ื และมีค่า h-index สงู กวา่

• ฐานข้อมูล Scopus เป็นฐานข้อมูลที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด ทั้งการขอตำแหน่งทางวิชาการ
การดู quartile ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ Scimago Journal Rank (SJR)และการจัดลำดับโลกของ
มหาวทิ ยาลัย

• ฐานข้อมูล Web of Science เป็นฐานข้อมูลที่นักวิจัยรุ่นเก่าให้ความสำคัญมาก มีมาก่อน
Scopus มกี ารนบั การอา้ งอิงชา้ กวา่ ทุกฐานข้อมลู

การเลอื กวารสารเพ่ือตีพิมพ์หากดูจากฐานข้อมูล SJR ซ่งึ จะมกี ารจัดกลุ่มวารสารตามสาขา หรอื subject
area แต่ละดา้ น ประมาณ 21 สาขา ทำให้สามารถเพม่ิ ผลงานด้านทีต่ ้องการได้ เช่น หากตอ้ งการเพ่ิมผลงานสาขา
เกษตรและป่าไม้ (agricultural & forestry) ควรเลือกวารสารที่ถูกจัดอยู่ในสาขาเป้าหมายที่ต้องการ เพราะ
เวลาคดิ คะแนนจะคดิ เฉพาะสาขาที่นำมาคำนวณ โดยท่วั ไปเม่อื ทำการตพี ิมพ์นักวจิ ัยต้องการตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่

ใน Q1 หรือ Q2 ขึ้นไป เพราะมีโอกาสที่คนสว่ นใหญ่จะอ่าน นอกจากนี้การตีพิมพ์ในวารสารท่ีอยู่ใน Q1 หรือ Q2
สามารถนำไปขอรับรางวัล ขอรับการสนับสนุนเงินตีพิมพ์จากสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ (สวพ.มก.) หรือเพ่ือขอตำแหนง่ ทางวชิ าการ

2. การเลือกคำทีจ่ ะปรากฏในชือ่ เร่ือง keyword และ abstract ให้มคี วามน่าสนใจ เนอ่ื งจากในการค้นหา
งานวิจัยของนักวิจัยจะค้นหาโดยใช้ keyword ที่สนใจ โดยควรเลือกจากกว้างไปหาแคบ โดยกว้างๆ ให้เลือกคำ
สำคัญเกีย่ วกับ Global Trend แลว้ ระบุ keyword ให้แคบลงเพ่อื เฉพาะเจาะจงไปยงั บทความนน้ั ๆ

3. การอ้างองิ งานวิจัยของตนเองสามารถทำได้หากมีความเชื่อมโยงของงานวิจัยท่ีทำก่อนหน้ากับงานวิจัย
ที่กำลังทำอยู่ โดยสามารถอ้างอิงได้ทั้งในส่วนของ Introduction, Methodology หรือ Result and discussion
แตค่ วรมกี ารอา้ งอิงอย่างเหมาะสมประมาณ 1-3 เรอ่ื ง

4. การทำงานรว่ มกบั นักวจิ ัยท่านอื่น โดยอาศยั ความร่วมมือทั้งจากนักวจิ ัยภายในหนว่ ยงานและภายนอก
หน่วยงาน ซึง่ จะทำให้โอกาสท่ีจะไดร้ ับการอา้ งอิงเพิ่มขนึ้ เมอ่ื มกี ารตพี มิ พบ์ ทความท่ีเกิดจากความรว่ มมือต่างๆ ซึ่ง
ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้สนับสนุนการทำงานวิจัยร่วมกับต่างประเทศ นอกจากนี้การนำเสนอผลงานวิจัยในการ
ประชมุ วิชาการระดบั นานาชาติ เพือ่ สรา้ ง connection จะทำใหเ้ กิดการแลกเปล่ยี นและความร่วมมือต่างๆ ได้

5. การใช้ social media เพื่อแชร์ข้อมูลซึ่งเป็นอีกช่องทางทำให้มีนักวิจัยค้นพบงานวิจัยของเรา ถึงจะมี
ปรมิ าณน้อยแตก่ ็อาจจะเกิดการอา้ งองิ ได้

6. ค่า impact factor สูง ๆ ไม่ได้การนั ตีวา่ จะได้รับการอ้างองิ สูง

7. การตีพมิ พ์ในวารสาร open access ปัจจุบนั สวพ.มก. ใหก้ ารสนบั สนุนคา่ Page charge หากนักวิจัย
สนใจสามารถสมคั รเพ่ือรับการสนับสนนุ ได้ตง้ั แต่บดั นีจ้ นถึง 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

สรุป

• h-index เป็นดชั นีช้ีวัดหนง่ึ ของนักวิจยั ในแงข่ อง productivity หรือจำนวนการตีพมิ พผ์ ลงานวิจัย
และ impact หรือจำนวนการอา้ งองิ ผลงานวจิ ัย โดยฐานข้อมูล Scopus เป็นฐานข้อมูลท่ีได้รับการ
ยอมรับมากที่สดุ

• การเพิ่ม h-index ทำไดโ้ ดยการเพ่ิม citation ซง่ึ มเี ทคนคิ ทำไดท้ ้ังงานวิจัยทีต่ ีพิมพแ์ ล้วและงานวจิ ัยที่
กำลงั ทำเพ่ือให้เกดิ จำนวนการอ้างอิงจำนวนมาก

• งานวิจยั ที่ตพี มิ พแ์ ลว้ สามารถทำไดโ้ ดยทำหน้าท่ีเป็น reviewer ในวารสารตา่ ง ๆ และการส่งอีเมล
เชิญใหน้ กั วจิ ัยที่เคยอา้ งองิ งานวิจยั ทผ่ี ่านมา

• งานวจิ ัยทก่ี ำลงั ทำข้ึนใหม่ ควรเนน้ ท่กี ารทำงานวิจัยทีอ่ ยู่ใน Global trend ทำงานวิจัยรว่ มกับนกั วิจัย
ตา่ งประเทศ และการตีพมิ พ์ในวารสาร open access


Click to View FlipBook Version