The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มที่ 4 แผนการจัดการป่าชุมชนอย่างมีส่วนร่วม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Forestry Research Center, 2021-11-11 22:44:45

เล่มที่ 4 แผนการจัดการป่าชุมชนอย่างมีส่วนร่วม

เล่มที่ 4 แผนการจัดการป่าชุมชนอย่างมีส่วนร่วม

แผนการจดั การปา่ ชุมชน
อยา่ งมสี ว่ นรว่ ม

แผนการจัดการ

ป่าชุมชน

อยา่ งมสี ว่ นรว่ ม

สารบัญ

บทที่ 1 บทนำ� 3
1.1 ความส�ำคัญ 4
1.2 วัตถุประสงค์ 4
1.3 พืน้ ท่ีและขอบเขตการด�ำเนินงาน 4
1.4 วธิ ีการ ข้นั ตอนและแผนการด�ำเนินงาน 5
6
บทท่ี 2 ทบทวนเอกสารและงานวิจยั 7
2.1 แนวคดิ เกย่ี วกับการจดั การปา่ ชมุ ชน 8
2.2 แนวคิดในการใชป้ ระโยชนพ์ ื้นที่พรุอยา่ งยัง่ ยนื 8
2.3 แนวคดิ ในการมีสว่ นร่วมของประชาชนในการจัดการพื้นท่ปี า่ พรุ 9
2.4 สรปุ สาระสำ� คัญ พระราชบัญญตั ปิ า่ ชุมชน พ.ศ. 2562 13
2.5 ขอ้ มลู และเอกสารเพื่อขอจดั ต้งั ป่าชุมชน 15
16
บทที่ 3 แผนการจัดการปา่ ชุมชนอย่างมีส่วนรว่ ม 16
3.1 กระบวนการพฒั นา แผนการจัดการปา่ ชุมชนอยา่ งมสี ว่ นร่วม 16
3.1.1 การสร้างความเขา้ ใจระบบนเิ วศและคณุ ค่าความสำ� คัญของปา่ พรุควนเคร็ง 16
3.1.2 การศึกษาศกั ยภาพปา่ ชมุ ชน 3 พ้นื ท่ี 17
3.1.3 การสรา้ งความเข้าใจและยกร่าง แผนการจัดการปา่ ชุมชน 17
3.1.4 การประชมุ พฒั นา แผนการจดั การปา่ ชุมชน 17
3.1.5 เวทีประชามติ แผนการจัดการป่าชุมชน 18
3.1.6 การนำ� เสนอ แผนการจัดการปา่ ชุมชน 3 พืน้ ที่ ตอ่ หน่วยงานและองคก์ รทเี่ กยี่ วขอ้ ง 19
3.1.7 การศกึ ษาดูงานและแลกเปล่ียนกบั เครือขา่ ยปา่ ชุมชน 19
3.1.8 การน�ำเสนอ แผนการจัดการป่าชุมชน 3 พ้นื ที่ เพ่อื การยอมรบั จากองคก์ รท้องถน่ิ 21
3.2 รปู แบบ แผนการจดั การป่าชุมชนอย่างมีสว่ นรว่ ม 3 พื้นท่ี 25
27
บทที่ 4 ผลส�ำเร็จและขอ้ เสนอแนะ 28
เอกสารอ้างองิ 42
ภาคผนวก ก (แผนการจัดการป่าชุมชน 3 พื้นที)่ 55

• แผนจดั การปา่ ชมุ ชนบา้ นควนเงิน หมทู่ ่ี 2 ตำ� บลบา้ นตลู อำ� เภอชะอวด จงั หวัดนครศรีธรรมราช
• แผนจัดการปา่ ชุมชนสวนสมเด็จเจา้ ฟ้าจฬุ าภรณ์ ต�ำบลชะอวด อำ� เภอชะอวด จังหวดั นครศรีธรรมราช
• แผนจดั การพน้ื ทอี่ นรุ กั ษโ์ ดยชมุ ชนมสี ว่ นรว่ ม บา้ นไสขนนุ ตำ� บลเครง็ อำ� เภอชะอวด จงั หวดั นครศรธี รรมราช

บทที่ 1
บทนำ�

|3

1.1 ความส�ำคญั

ปา่ ไม้ ตามพระราชบญั ญตั ปิ า่ ไม้ พ.ศ. 2484 หมายถงึ ทด่ี นิ ทไ่ี มม่ บี คุ คลใดบคุ คลหนง่ึ ไดม้ าซงึ่ กรรมสทิ ธค์ิ รอบครองตามกฎหมายทดี่ นิ โดยทว่ั ไป
หมายถงึ บรเิ วณทม่ี คี วามอดุ มสมบรู ณ์ ปกคลมุ ดว้ ยสงั คมพชื ชนดิ ตา่ ง ๆ อยา่ งหนาแนน่ มคี วามตอ่ เนอื่ งและขนาดพน้ื ทก่ี วา้ งใหญพ่ อทจี่ ะมี
อทิ ธพิ ลตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มในบรเิ วณนนั้ เชน่ ความเปลยี่ นแปลงของลมฟา้ อากาศ ความอดุ มสมบรู ณข์ องดนิ และนำ�้ มสี ตั วป์ า่ และสงิ่ มชี วี ติ อนื่
ซึ่งมีความสัมพันธ์ซ่ึงกันและกัน
การจดั การปา่ ไมใ้ นอดีต มีไวเ้ พื่อประโยชนใ์ นการทำ� ไม้ซงุ ออกจากปา่ เพอื่ การค้า โดยมกี ารแบง่ การจัดการเป็นกลุม่ ย่อย ๆ ตามขอบเขต
การปกครองของเจา้ ผคู้ รองแควน้ ในสมยั นนั้ ตอ่ มาเมอ่ื มพี ระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหจ้ ดั ตง้ั กรมปา่ ไมข้ น้ึ ในปี พ.ศ. 2439 นโยบายการจดั การ
ป่าไม้ในประเทศไทยจึงเริ่มด�ำเนินการโดยหน่วยงานจากส่วนกลางต้ังแต่นั้นเป็นต้นมา และท�ำให้เกิดการท�ำลายทรัพยากรป่าไม้อย่าง
กวา้ งขวางจนตอ้ งยกเลกิ สัมปทานทำ� ไม้ทัว่ ประเทศ ในปี พ.ศ. 2532 และเนน้ การดำ� เนนิ นโยบายเพือ่ อนรุ กั ษแ์ ละฟ้นื ฟูทรพั ยากรปา่ ไม้
อยา่ งไรก็ดี การดำ� เนินการจากภาครฐั เพยี งอย่างเดยี วอาจยังไมเ่ พยี งพอ ภาคประชาสงั คมโดยชมุ ชนต่าง ๆ ซ่ึงได้รบั ผลกระทบจากการ
เปลี่ยนแปลงของฐานทรพั ยากรในพืน้ ที่ จงึ มกี ารรวมกลมุ่ กันอนุรักษท์ รัพยากรในทอ้ งถิ่นโดยใช้ภูมปิ ัญญาของชุมชนภายใตก้ ารสนับสนุน
จากกรมป่าไม้ในรูปแบบ “ป่าชุมชน” ซึ่งเป็นพ้ืนท่ีที่ชุมชนดูแลรักษาและใช้ประโยชน์ตามวิถีชีวิต ภายใต้กฏกติกาอันดีงามของชุมชน
ในท้องถ่นิ นนั้ ๆ รปู แบบการด�ำเนินการปา่ ชุมชนแต่ละแหง่ จะแตกตา่ งกนั เน่ืองจากได้รบั การพัฒนาให้ยืดหยุน่ สอดคลอ้ งกับวัฒนธรรม
ประเพณี และความเชอ่ื ตามลกั ษณะภมู นิ ิเวศของชมุ ชนในทอ้ งถิ่นนั้น ๆ
การดำ� เนนิ การปา่ ชมุ ชนในพนื้ ทดี่ ำ� เนนิ การโครงการเสรมิ ศกั ยภาพการจดั การระบบนเิ วศปา่ พรเุ พอ่ื เพมิ่ ความสามารถในการกกั เกบ็ คารบ์ อน
และอนรุ กั ษค์ วามหลากหลายทางชวี ภาพอยา่ งยง่ั ยนื เกดิ จากชมุ ชนทไี่ ดร้ บั ผลกระทบจากความเสอ่ื มโทรมลงของทรพั ยากรปา่ ไมใ้ นพน้ื ที่
จงึ เหน็ ความสำ� คญั และมคี วามพยายามทจี่ ะจดั รปู แบบเพอื่ อนรุ กั ษแ์ ละฟน้ื ฟปู า่ พรใุ หม้ คี วามสมบรู ณเ์ พอื่ ใหเ้ กดิ ผลประโยชนต์ อ่ ชมุ ชนอยา่ ง
แท้จริง โดยมีหนว่ ยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามาสง่ เสริมในการให้ความรู้ การวางแผนการจัดการ และการจัดตงั้ กลไกการจดั การปา่
โดยชุมชนมสี ่วนร่วม เพื่อใหเ้ กิดการอนรุ ักษอ์ ย่างยงั่ ยนื ตอ่ ไป

1.2 วตั ถุประสงค์

1. เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ถงึ คณุ คา่ ความสำ� คญั ของปา่ ชมุ ชน
2. เพอ่ื สร้างกระบวนการจัดท�ำแผนการจัดการป่าชุมชนอยา่ งมสี ว่ นรว่ มจากทุกภาคสว่ น
3. เพอ่ื จดั ท�ำแผนการจัดการป่าชมุ ชน จ�ำนวน 3 แห่ง คอื ป่าชุมชนบ้านควนเงิน ตำ� บลบา้ นตูล ปา่ ชมุ ชนพรสุ วนสมเด็จเจ้าฟา้

จฬุ าภรณ์ ต�ำบลชะอวด และป่าชมุ ชนบา้ นไสขนุน ตำ� บลเครง็

1.3 พืน้ ทีแ่ ละขอบเขตการดำ� เนนิ งาน

แผนการจดั การป่าชมุ ชนอยา่ งมสี ่วนร่วม จัดท�ำ 3 พนื้ ท่ี คือ
1. ป่าพรุบ้านไสขนุน หมูท่ ี่ 11 ตำ� บลเครง็ อำ� เภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช
2. ปา่ พรบุ า้ นควนเงิน หมู่ที่ 2 ต�ำบลบ้านตลู อำ� เภอชะอวด จังหวดั นครศรธี รรมราช
3. ป่าพรุสวนสมเดจ็ เจา้ ฟ้าจฬุ าภรณ์ ตำ� บลชะอวด อำ� เภอชะอวด จังหวดั นครศรธี รรมราช

4|

1.4 วิธีการ ขัน้ ตอนและแผนการดำ� เนนิ งาน

1. จัดเวทสี ร้างความเข้าใจระบบนิเวศน์และคณุ คา่ ความสำ� คญั ของพน้ื ทปี่ ่าพรคุ วนเครง็
2. ศกึ ษาศกั ยภาพป่าชมุ ชน 3 พนื้ ที่
3. จดั เวทีสร้างความเขา้ ใจและยกรา่ ง แผนการจดั การป่าชุมชนแต่ละพ้นื ที่
4. จัดประชมุ พฒั นา แผนการจดั การปา่ ชมุ ชน 3 พนื้ ท่ี
5. จัดเวทีประชามติ แผนการจัดการปา่ ชุมชน ในพืน้ ที่ชมุ ชน 3 พ้ืนท่ี
6. เวทนี ำ� เสนอ แผนการจดั การปา่ ชมุ ชน 3 พนื้ ท่ี ตอ่ หนว่ ยงานและองคก์ รทม่ี สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี ในพนื้ ทภี่ มู ทิ ศั นค์ วนเครง็ เพอื่ รบั ฟงั

ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะ
7. ศกึ ษาดูงานและแลกเปล่ียนกับเครอื ขา่ ยป่าชุมชน
8. จดั ท�ำแผนการจดั การปา่ ชมุ ชน 3 พ้นื ท่ี ฉบบั สมบรู ณ์

|5

บทที่ 2
ทบทวนเอกสารและงานวจิ ยั

6|

2.1 แนวคดิ เกย่ี วกบั การจดั การปา่ ชมุ ชน

ปา่ ชมุ ชน หมายถงึ พน้ื ทท่ี ไี่ ดร้ บั การจดั การโดยกระบวนการมสี ว่ นรว่ มจากประชาชนและองคก์ รชมุ ชนทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม ตามความเชอ่ื
และวัฒนธรรมท้องถ่ิน เพ่ือประโยชน์ท่ีสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนอย่างยั่งยืน ป่าชุมชนจึงมีหลายรูปแบบข้ึนอยู่กับลักษณะ
ภมู ินเิ วศและวัฒนธรรมประเพณขี องชมุ ชนในทอ้ งถิน่ แบง่ ได้ 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

1. ป่าชุมชนแบบด้ังเดิม เป็นพ้ืนที่ธรรมชาติที่ชุมชนได้รักษาไว้ เช่น ป่าธรรมชาติในวัด ป่าหัวไร่ปลายนา ป่าช้าในภาคเหนือ
ป่าดอนปู่ตาในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื

2. ปา่ ชมุ ชนแบบพฒั นา เกดิ จากการสง่ เสรมิ ใหช้ าวบา้ นปลกู ฟน้ื ฟปู า่ ในพนื้ ทสี่ ว่ นกลางหรอื ทสี่ าธารณประโยชนใ์ นหมบู่ า้ นเพอื่ เปน็
แหล่งทรัพยากรของชุมชน อาจมีรูปแบบแตกต่างกัน เช่น ป่าปลูกรอบอ่างเก็บน�้ำ ป่าปลูกสองข้างทางหรือตามแนวถนน
ปา่ ปลกู เป็นแปลงหรอื เปน็ หย่อมในโรงเรยี นหรือวดั (ส�ำราญ, 2553)

การจดั การป่าชุมชน เป็นการจัดการปา่ ไม้ที่รวบรวมเอาหลกั วชิ าการสาขาต่าง ๆ มาใช้ดำ� เนินการ เพือ่ ผลในดา้ นการปอ้ งกนั การอนรุ กั ษ์
และการพฒั นา โดยนำ� เอาความตอ้ งการพึ่งพิงปา่ ของชุมชนมาเป็นวตั ถปุ ระสงคใ์ นการจัดการ และใหช้ มุ ชนทีไ่ ด้รบั ประโยชนจ์ ากปา่ เป็น
ผกู้ ำ� หนดแผนการด�ำเนนิ งานให้เปน็ ไปตามวตั ถุประสงค์ทว่ี างไว้ เพ่อื ผลประโยชน์อยา่ งยั่งยนื ภายใตแ้ นวคดิ 4 ประการ คอื

1. แนวความคดิ ทางดา้ นนเิ วศวทิ ยา ทยี่ อมรบั วา่ มนษุ ยเ์ ปน็ สว่ นหนงึ่ ทเ่ี ชอ่ื มโยงและสรา้ งเกดิ เปน็ ระบบนเิ วศขน้ึ การจดั การทม่ี งุ่ หวงั
ให้เกดิ สมดุลของระบบนเิ วศ จึงมุ่งถึงการทจี่ ะให้มนษุ ย์สามารถอาศยั และพ่งึ พิงกบั ระบบนเิ วศโดยไม่มกี ารทำ� ลาย

2. แนวคดิ ของการพัฒนาชนบท ซ่งึ มองเห็นว่ากิจกรรมทางดา้ นป่าไม้เป็นกิจกรรมท่มี ผี ลตอ่ การพฒั นาชุมชนในชนบทให้สามารถ
อย่ไู ด้ เนือ่ งจากป่าไม้เป็นแหลง่ ทรัพยากรธรรมชาตทิ ี่ชุมชนได้พงึ่ พิงในลกั ษณะตา่ ง ๆ จึงควรท่ีจะถูกน�ำมาใชร้ ว่ มกับกิจกรรม
อนื่ ๆ เพือ่ ให้ชุมชนชนบทอยูร่ อดและพฒั นาตนเองได้

3. แนวคิดของการกระจายอ�ำนาจ การกระจายอ�ำนาจเพ่ือให้เกิดการร่วมมือในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ที่มีอยู่อย่างจ�ำกัด
โดยประชาชน ใหส้ ามารถอ�ำนวยผลประโยชนต์ ่อชุมชนทอี่ ยูใ่ กล้พนื้ ที่ป่าไม้ได้อย่างยั่งยนื

4. แนวความคดิ ดา้ นการใชป้ ระโยชน์ ทรัพยากรป่าไมเ้ ป็นทรพั ยากรที่ทดแทนได้ สามารถท่จี ะไดร้ บั การจดั การให้มผี ลประโยชน์
ตอ่ เนอ่ื งสม่ำ� เสมอได้ (แนวคดิ ปา่ ชุมชน, ม.ป.ป.)

จากแนวคิดดงั กล่าว รปู แบบการจดั การป่าชมุ ชนท่ีดจี ึงมีองค์ประกอบทส่ี ำ� คัญ ดังนี้

1. การใช้ประโยชน์ของพ้ืนที่ป่า ประโยชน์ท่ีต้องการจากป่าจะเป็นสิ่งก�ำหนดวัตถุประสงค์ในการรักษาป่าเหล่านั้นซ่ึงแปรผันไป
ตามสภาพสังคมในแต่ละภูมิภาค ป่าชมุ ชนจึงเป็นป่าไวเ้ พอ่ื การใช้สอยร่วมกันหรือเปน็ สมบัติส่วนรวมของชุมชน

2. องค์กรประชาชน เพื่อด�ำเนินการจัดการป่าให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ก�ำหนดไว้ จะต้องมีองค์กรภาคประชาชนท่ีเข้มแข็ง
ทด่ี แู ลพน้ื ท่ีดงั กลา่ วให้เกิดประโยชนต์ ่อทกุ คนในชุมชน มกั จะเป็นองคก์ รประชาชนทีม่ ีอยูเ่ ดิม หรือเป็นคณะกรรมการหมู่บ้าน
ทไี่ ดจ้ ัดตั้งขน้ึ มาใหม่

3. การมรี ะเบยี บกฎเกณฑ์ เพอื่ ควบคมุ กนั เองระหวา่ งประชาชนในหมบู่ า้ น การจดั การปา่ ชมุ ชนจะมรี ะเบยี บหรอื กฎเกณฑท์ ว่ี างไว้
เปน็ ทยี่ อมรบั ของทกุ คนในหมบู่ า้ น เมอ่ื มกี ารละเมดิ จะมกี ารปรบั หรอื การลงโทษตามกตกิ าทไ่ี ดต้ กลงกนั ไว้ ซงึ่ ระเบยี บดงั กลา่ ว
ตอ้ งไมข่ ัดกับกฎหมาย

4. แผนการจัดการ การจัดการป่าชุมชน มุ่งเน้นการอนุรักษ์และการเสริมสร้างสภาพป่าหรือฟื้นฟูสภาพป่าให้ดีข้ึน เพื่อให้ได้
ประโยชน์สูงสุดและย่ังยืน จึงจ�ำเป็นต้องมีแผนการจัดการที่ชัดเจน ประกอบด้วยข้อมูลพ้ืนฐานของทรัพยากรในพ้ืนท่ีและ
กิจกรรมที่สามารถท�ำได้จริง รวมถึงการตดิ ตามและประเมนิ ผลการดำ� เนนิ งานในระเวลาทีเ่ หมาะสม

|7

5. การสนบั สนนุ จากองคก์ รภายนอก การจดั การปา่ ชมุ ชนขององคก์ รประชาชนในชมุ ชน ควรมกี ารสนบั สนนุ จากองคก์ รภายนอก
เช่น การสนบั สนุนทางวิชาการ เพอื่ ใหช้ ุมชนบรหิ ารจดั การป่าไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง ไดร้ ับการยอมรบั จากหน่วยงานทีเ่ ก่ียวข้อง และ
สามารถจัดการการใช้ประโยชน์ได้อย่างยง่ั ยนื

2.2 แนวคิดในการใช้ประโยชน์พน้ื ที่พรุอย่างยงั่ ยนื

เป็นแนวความคิดท่ีเน้นไปท่ีการพัฒนาโดยการน�ำทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนมาใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด คือ การใช้ประโยชน์ท่ี
ท�ำใหป้ ่าพรุยังสามารถรกั ษาศักยภาพในการให้ผลผลติ และประโยชน์อย่างต่อเน่ืองตามความจำ� เปน็ และความตอ้ งการของคนรุน่ หลังได้
ในการประชมุ สหประชาชาติวา่ ดว้ ยส่ิงแวดลอ้ มและการพัฒนา (UNCED) ทกี่ รุงรโิ อ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ในเดอื นมิถนุ ายน พ.ศ.
2535 ที่ประชุมได้มีการกล่าวถึงแนวทางการด�ำเนินงานที่จะท�ำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจและส่ิงแวดล้อม
โดยแนะนำ� แนวทางสำ� หรบั การกำ� หนดนโยบายของภาครฐั และเอกชน เพอื่ ทจี่ ะลดรปู แบบของการบรโิ ภคทฟี่ มุ่ เฟอื ยและไรป้ ระสทิ ธภิ าพ
ในพน้ื ทบ่ี างสว่ นของโลก ในขณะทย่ี งั มกี ารสนบั สนนุ การพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื เพม่ิ ขนึ้ ในสว่ นอนื่ ๆ ของโลก รวมทง้ั การพฒั นาเทคโนโลยแี ละ
เทคนิคต่าง ๆ ท่ีจะตอบสนองความต้องการของมนุษย์ในขณะเดียวกันกับท่ีมีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างระมัดระวัง เพ่ือท่ีจะ
รกั ษาศกั ยภาพของทรพั ยากรใหค้ งอยตู่ อ่ ไปในอนาคต (การพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื ) ซงึ่ สามารถนำ� มาใชเ้ ปน็ แนวทางในการคมุ้ ครองและอนรุ กั ษ์
พน้ื ท่ปี า่ พรไุ ด้ ดงั นี้

1. การใชป้ ระโยชนโ์ ดยไมท่ ำ� ลายฐานทรพั ยากรทางธรรมชาติ เปน็ การกำ� หนดตน้ ทนุ ทห่ี า้ มการใชป้ ระโยชน์ การจำ� กดั จำ� นวนหรอื
วิธกี ารใช้ประโยชน์ ไมใ่ ห้เกิดการทำ� ลายระบบนิเวศ รวมท้ังมีการบำ� รงุ รักษาฐานทรพั ยากรด้วย

2. การใช้ประโยชนอ์ ยา่ งคุ้มค่า โดยมุ่งถึงความตอ้ งการพ้นื ฐานในสังคมกอ่ น เชน่ เมอ่ื ก�ำหนดพน้ื ทีอ่ นุรกั ษ์แล้ว พ้นื ที่ท่เี หลอื ก็ควร
ทจี่ ะกำ� หนดการใชป้ ระโยชนท์ ด่ี นิ ใหเ้ หมาะสม ในกรณขี องพน้ื ทปี่ า่ พรุ พนื้ ทใ่ี ดทมี่ คี วามเปราะบางทางระบบนเิ วศกค็ วรกำ� หนด
ให้เป็นพื้นทีอ่ นรุ ักษ์ เพือ่ ป้องกันการบกุ รุกทำ� ลาย พ้นื ท่ีทเี่ ส่ือมโทรมไม่วา่ จากสาเหตุใด ๆ ควรท่จี ะไดร้ ับการฟ้ืนฟู และพืน้ ที่ใด
ไม่เหมาะสมต่อการฟื้นฟหู รอื อนรุ กั ษ์ไว้ กค็ วรเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่ขดั ตอ่ กฎหมาย

3. การจ�ำกัดการผลิตหรือการบริโภค ภายใต้ข้อจ�ำกัดท่ีจะต้องรักษาต้นทุนธรรมชาติและต้องสนองความต้องการพ้ืนฐานก่อน
การผลิตและการใช้ประโยชน์ในหลายกรณีจึงต้องถูกจ�ำกัดปริมาณ แต่การที่รัฐจะก�ำหนดปริมาณการผลิตและการบริโภคดู
จะเปน็ สิ่งทข่ี ัดแยง้ กบั บริบทของแนวทางการพฒั นาทางเศรษฐกจิ ในปัจจบุ ัน จึงจำ� เป็นตอ้ งมกี ารศกึ ษาเพม่ิ เตมิ และหารือเรือ่ ง
ดงั กลา่ ว เพื่อมใิ หม้ ผี ลกระทบตอ่ ชุมชน

4. การกระจายโอกาสในสงั คม เมอ่ื ทรพั ยากรธรรมชาตมิ จี ำ� กดั หากกระจายโอกาสในการเขา้ ถงึ ทรพั ยากรธรรมชาตโิ ดยไมเ่ ปน็ ธรรม
ความขัดแย้งด้านผลประโยชนย์ ่อมเกิดขึน้ มาตรการอนรุ ักษท์ ่มี ียอ่ มไม่ได้ผล ในกรณีของพืน้ ท่ปี า่ พรุ หากรัฐมีการจดั สรรพืน้ ท่ี
ป่าพรุท่ีเสื่อมโทรมก็ควรเป็นการจัดสรรให้ประชาชนได้ท�ำประโยชน์โดยเสมอภาค ซึ่งเป็นหลักการท่ีส�ำคัญประการหน่ึงของ
แนวทางการพฒั นาท่ีย่ังยนื

2.3 แนวคิดในการมีสว่ นรว่ มของประชาชนในการจัดการพื้นทีป่ ่าพรุ

การมสี ว่ นรว่ มของประชาชนในการอนรุ กั ษแ์ ละคมุ้ ครองพน้ื ทป่ี า่ พรเุ ปน็ สว่ นหนงึ่ ของบทบาทภาคประชาชนในกระบวนการของการพฒั นา
กล่าวคือ เป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการตัดสินใจเพ่ือก�ำหนดเป้าหมาย และจัดการเพ่ือให้บรรลุเป้าหมายน้ัน และ
เป็นการปฏิบัติตามแผนการหรือโครงการต่าง ๆ ด้วยความสมัครใจ สรุปคือการให้สิทธิแก่ประชาชนท่ีจะมีโอกาสได้เข้าร่วมในกิจกรรม
หรอื โครงการทร่ี ฐั หรอื เอกชนเปน็ เจา้ ของโครงการหรอื เปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการโดยความยนิ ยอมของพวกเขาเหลา่ นนั้ และโดยมกี ฎหมาย
ใหก้ ารรบั รองสทิ ธิ

8|

แนวทางในการมีส่วนรว่ มของประชาชนในการจดั การพน้ื ท่พี รุมี 6 ระดับ ซ่ึงสามารถน�ำมาปรับใช้ได้ ดังนี้
ระดับท่ี 1 รว่ มรบั รู้ คือ การทรี่ ฐั เปดิ โอกาสใหป้ ระชาชนได้รบั รูห้ รอื ให้สทิ ธิแก่ประชาชนในการเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ข่าวสารในกรณีทีห่ นว่ ยงาน
ภาครัฐมีโครงการท่ีจะด�ำเนินกจิ การหรอื กจิ กรรมใด ๆ ท่มี ผี ลกระทบตอ่ การด�ำรงอยหู่ รือกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในพ้ืนที่นน้ั
การเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ขา่ วสารและขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการทม่ี อบใหแ้ กป่ ระชาชนนนั้ นบั วา่ เปน็ จดุ เรมิ่ ตน้ ของการใหป้ ระชาชนไดม้ โี อกาสเขา้
มสี ว่ นรว่ ม เนอ่ื งจากขอ้ มลู ขา่ วสารจะบอกถงึ โครงการหรอื กจิ กรรมทก่ี ำ� ลงั จะเกดิ ขน้ึ ความจำ� เปน็ และความสำ� คญั ทจี่ ะตอ้ งมโี ครงการหรอื
กจิ กรรมน้ัน รวมถึงการด�ำเนินการและมาตรการตา่ ง ๆ ที่จะนำ� มาใชเ้ พอื่ ปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหาหรอื ผลกระทบที่จะเกดิ ขึ้นจากโครงการ
หรือกจิ กรรมน้ัน ๆ
ระดบั ท่ี 2 รว่ มคดิ รว่ มแสดงความคดิ เหน็ คอื เมอ่ื ประชาชนไดร้ ว่ มรบั รขู้ อ้ มลู ขา่ วสารแลว้ รว่ มคน้ หาสาเหตขุ องปญั หา ความจำ� เปน็ และ
ความตอ้ งการทตี่ อ้ งมโี ครงการหรอื กจิ กรรมนนั้ ๆ พรอ้ มรว่ มแสดงความคดิ เหน็ เพอื่ ใหห้ นว่ ยงานสามารถนำ� ไปใชป้ ระกอบการพจิ ารณาตอ่ ไป
ระดับที่ 3 ร่วมพิจารณา รว่ มตดั สนิ ใจ คือ การรว่ มพจิ ารณาและแสดงความเหน็ โดยเฉพาะประชาชนทีอ่ าศยั อยใู่ นพื้นท่ีทตี่ งั้ โครงการ
ควรท่จี ะมสี ว่ นรว่ มในการพิจารณาว่าจะยนิ ยอมใหด้ ำ� เนนิ โครงการได้หรือไม่ เนอ่ื งจากเปน็ ผรู้ ับผลกระทบโดยตรง
ระดับที่ 4 ร่วมด�ำเนนิ การ คอื มีส่วนร่วมในการลงทนุ มสี ว่ นร่วมในการคัดเลอื กผปู้ ฏบิ ัติงาน หรอื ร่วมปฏิบตั ิงานเอง ซ่งึ ในระดับนอ้ี าจ
ไม่สามารถทจ่ี ะท�ำไดใ้ นทกุ ประเภทของโครงการ เพราะในบางกิจกรรมอาจตอ้ งใช้ผเู้ ช่ียวชาญเฉพาะดา้ นในการด�ำเนนิ งาน
ระดบั ท่ี 5 ร่วมรับผล หมายถึง การด�ำเนินการโครงการหรือกจิ กรรมทด่ี ำ� เนินไปแลว้ ในทสี่ ุดย่อมน�ำมาซ่ึงผลประโยชนแ์ ละผลกระทบทัง้
ดา้ นบวกและดา้ นลบทงั้ ตอ่ ประชาชนและตอ่ สงิ่ แวดลอ้ ม โดยทไ่ี มอ่ าจหลกี เลยี่ งได้ กเ็ ปน็ เรอื่ งทป่ี ระชาชนตอ้ งยอมรบั ตอ่ ผลทเี่ กดิ ขน้ึ มานน้ั
ระดับท่ี 6 รว่ มติดตาม รว่ มตรวจสอบ และประเมินผล หมายถงึ การร่วมตรวจสอบและตดิ ตามการดำ� เนินโครงการหรือกิจกรรมนั้น ๆ
วา่ เปน็ ไปตามวตั ถปุ ระสงคแ์ ละเปา้ หมายหรอื ไม่ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ หากเปน็ โครงการหรอื กจิ กรรมทสี่ ง่ ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม เพอื่ ปอ้ งกนั
ปญั หาทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ การมสี ว่ นรว่ มของประชาชนในระดบั นจ้ี ะเปน็ ประโยชนต์ อ่ การอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติ และระบบนเิ วศของพนื้ ทป่ี า่ พรุ
เป็นอย่างมาก เพราะทำ� ให้สามารถปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หาไดท้ นั ท่วงทกี อ่ นท่ีจะมผี ลรา้ ยเกดิ ข้ึน และเม่ือมีการด�ำเนินการโครงการหรอื
กจิ กรรมแลว้ กต็ อ้ งมกี ารประเมนิ ผลวา่ การดำ� เนนิ การนน้ั ๆ บรรลตุ ามเปา้ หมายและวตั ถปุ ระสงคม์ ากนอ้ ยเพยี งใด มกี ารนำ� มาตรการการ
ปอ้ งกนั แกไ้ ขปญั หาสง่ิ แวดลอ้ มมาใชห้ รอื ไม่ และผลของการดำ� เนนิ การเปน็ อยา่ งไร เพอื่ จะไดเ้ ปน็ แนวทางในการพจิ ารณานำ� เอามาตรการ
ทเ่ี หมาะสมมาใชไ้ ด้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
การมสี ว่ นรว่ มทง้ั 6 ระดบั นี้ หากประชาชนมโี อกาสเขา้ ไปมสี ว่ นรว่ มดว้ ยทกุ ระดบั แลว้ ยอ่ มถอื ไดว้ า่ เปน็ รปู แบบของการมสี ว่ นรว่ มทสี่ มบรู ณ์
ตามแนวคิดการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างไรก็ตาม การมีส่วนร่วมของประชาชนย่อมต้องค�ำนึงถึงประเภทโครงการ กระบวนการ
ดำ� เนนิ งาน ช่วงเวลาในการเขา้ ไปมีส่วนรว่ ม ระดับของการมสี ว่ นร่วม องค์กรหรือกลมุ่ บคุ คลหรือปจั เจกบคุ คลทม่ี ีส่วนร่วม และกฎหมาย
ท่ีรองรับเกี่ยวกบั การมีสว่ นรว่ มของประชาชนประกอบดว้ ย (จิตรประภา, 2554)

2.4 สรปุ สาระส�ำคญั พระราชบญั ญตั ปิ า่ ชมุ ชน พ.ศ. 2562

วนั ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 29 พฤษภาคม 2562
จดุ มงุ่ หมาย
บทบญั ญตั แิ หง่ พระราชบญั ญตั นิ มี้ งุ่ หมายใหบ้ คุ คลและชมุ ชนไดป้ ระโยชนจ์ าก ปา่ ชมุ ชน เกดิ เจตคตใิ นการดแู ลรกั ษาและจดั การปา่ ชมุ ชน
ร่วมกับรฐั เพื่อปอ้ งกนั การตัดไมโ้ ดยผดิ กฎหมาย และการบุกรุกทำ� ลายพนื้ ที่ปา่ เพ่อื รักษาและฟืน้ ฟูทรัพยากรธรรมชาติ ส่งิ แวดล้อม และ

|9

ความหลากหลาย ทางชวี ภาพในปา่ ใหอ้ ยใู่ นสภาพทส่ี มบรู ณแ์ ละคงอยเู่ ปน็ มรดกทางธรรมชาตขิ องประเทศและของมนษุ ยชาติ สบื ไป และ
มงุ่ หมายเพอื่ กำ� หนดสาระแหง่ สทิ ธขิ องบคุ คลและชมุ ชนในการอนรุ กั ษ์ ฟน้ื ฟู จดั การ บำ� รงุ รกั ษา ตลอดจนใชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยากรธรรมชาติ
สงิ่ แวดล้อม และความหลากหลายทางชวี ภาพ อย่างสมดุล และยง่ั ยืนตามทีร่ ฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทยบัญญตั ริ บั รอง
ค�ำส�ำคัญ
“ปา่ ชุมชน” หมายความว่า ปา่ นอกเขตป่าอนุรักษ์หรอื พน้ื ทอี่ ่ืนของรฐั นอกเขตป่าอนรุ กั ษ์ ท่ไี ดร้ ับอนมุ ตั ใิ หจ้ ดั ตัง้ เปน็ ป่าชุมชน โดยชมุ ชน
ร่วมกับรฐั ในการอนรุ ักษ์ ฟน้ื ฟู จดั การ บ�ำรุงรกั ษา ตลอดจนใช้ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม และความหลากหลายทาง
ชวี ภาพในปา่ ชุมชน อย่างสมดุลและย่ังยืนตามพระราชบญั ญตั ินี้
“ชมุ ชน” หมายความวา่ กลมุ่ ประชาชนทร่ี วมตวั กนั โดยมวี ตั ถปุ ระสงคห์ รอื ผลประโยชนร์ ว่ มกนั เพอ่ื ทำ� กจิ กรรมอนั ชอบดว้ ยกฎหมาย รวมทง้ั
ช่วยเหลือหรือสนับสนุนการด�ำเนินการใด ๆ อันเป็นประโยชน์ร่วมกันของประชาชนในชุมชนนั้น โดยมีการรวมตัวกันอย่างต่อเน่ือง
มีระบบบริหารจัดการ ในรูปของคณะบุคคลและมกี ารแสดงเจตนาแทนชุมชนได้
“เขตปา่ อนุรักษ”์ หมายความว่า เขตอทุ ยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าดว้ ยอุทยานแหง่ ชาติ เขตรกั ษาพนั ธ์ุสัตวป์ ่าและเขตห้ามลา่ สตั ว์ปา่
ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคมุ้ ครองสตั ว์ป่า หรือ เขตพ้นื ทีอ่ นื่ ใดทม่ี คี ณุ คา่ ทางธรรมชาติ หรือคณุ คา่ อนื่ อันควรแกก่ ารอนรุ กั ษ์หรือ
รักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อม ตามท่กี ำ� หนดในกฎกระทรวง
คณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน

1. ให้มคี ณะกรรมการ เรียกวา่ “คณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน” (มาตรา 9) ประกอบดว้ ยกรรมการผูท้ รงคุณวุฒิ นักวชิ าการ
ผแู้ ทนองค์กรภาคประชาสงั คม และกล่มุ ผ้แู ทนประธานเครือข่ายป่าชุมชนระดบั จังหวัด หวั หน้าส่วนราชการตา่ ง ๆ โดยมรี อง
นายกรัฐมนตรซี ึ่งนายกรัฐมนตรมี อบหมาย เปน็ ประธานกรรมการ มีวาระด�ำรงต�ำแหนง่ คราวละ 3 ปี (มาตรา 13)

2. มีหนา้ ที่ (มาตรา 16)
- เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนป่าชุมชนและเครือข่ายป่าชุมชน เพ่ือก�ำหนด
มาตรการทางการเงนิ การคลงั หรอื มาตรการอนื่ เพอ่ื สนบั สนนุ การดำ� เนนิ งานของคณะกรรมการจดั การปา่ ชมุ ชน รวมทง้ั จดั ทำ�
รายงานและผลการด�ำเนนิ งานปา่ ชมุ ชนทว่ั ประเทศตอ่ คณะรฐั มนตรี
- เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎีกา การออกกฎกระทรวง และกำ� หนดระเบยี บเพ่อื ปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ินี้
- ใหค้ วามเหน็ ตอ่ บญั ชรี ายชอื่ บคุ คลผทู้ รงคณุ วฒุ เิ พอื่ แตง่ ตง้ั เปน็ คณะกรรมการปา่ ชมุ ชนประจำ� จงั หวดั พจิ ารณาอทุ ธรณม์ ตเิ กยี่ วกบั
การขอจัดต้งั หรอื เพิกถอนป่าชุมชน และพิจารณาอุทธรณค์ ำ� ส่งั ของคณะกรรมการป่าชมุ ชนประจ�ำจงั หวดั (ตามมาตรา 74)
- ก�ำหนดระเบียบว่าดว้ ยการจดั ทำ� แผนจดั การป่าชมุ ชน (มาตรา 17)
- กำ� หนดระเบยี บวา่ ดว้ ยการปกครอง ดแู ลบำ� รงุ รกั ษาและใชป้ ระโยชนใ์ นพน้ื ทปี่ า่ ชมุ ชน โดยตอ้ งคำ� นงึ ถงึ กฎหมายวา่ ดว้ ยปา่ ไม้
และกฎหมายวา่ ด้วยปา่ สงวนแห่งชาตดิ ว้ ย (มาตรา 18)
- ปฏบิ ตั ิการอ่ืนใดตามทกี่ ำ� หนด

คณะกรรมการป่าชุมชนประจำ� จงั หวดั
1. ในจังหวดั ซ่งึ มปี ่าชมุ ชนใหม้ คี ณะกรรมการ เรียกวา่ “คณะกรรมการป่าชมุ ชนประจำ� จงั หวดั ” (มาตรา 23) โดยมผี วู้ า่ ราชการ-
จังหวดั เปน็ ประธาน
2. มีหน้าท่ี (มาตรา 26)
- พจิ ารณาเกยี่ วกบั การขอจดั ตง้ั ปา่ ชมุ ชน ขยายระยะเวลาในการพจิ ารณาคำ� ขอ การขยายเขตปา่ ชมุ ชน หรอื การเพกิ ถอนปา่ ชมุ ชน

10 |

- พจิ ารณาอนมุ ัตแิ ผนจัดการป่าชมุ ชน พิจารณาใหค้ วามเหน็ ชอบขอ้ บังคับของคณะกรรมการจัดการปา่ ชุมชน และพจิ ารณา
อนญุ าตอน่ื ๆ ตามทก่ี ฎหมายกำ� หนด
- ใหค้ �ำแนะน�ำปรกึ ษาและความชว่ ยเหลือด้านต่าง ๆ ตอ่ คณะกรรมการจดั การป่าชมุ ชน และควบคมุ ดูแลการจดั การปา่ ชุมชน
ให้เป็นไปตามระเบยี บของคณะกรรมการนโยบาย ข้อบงั คบั ของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน และแผนจดั การป่าชมุ ชน
- ตรวจสอบ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจดั การปา่ ชมุ ชนในจงั หวดั รวมทงั้ จดั ทำ� รายงานเสนอคณะกรรมการนโยบายอยา่ งนอ้ ย
ปีละหน่ึงครงั้
- แต่งต้ังและถอดถอนเจา้ หนา้ ทป่ี ่าชุมชน (มาตรา 27 และมาตรา 30)
- ปฏบิ ัตกิ ารอ่ืนใดตามที่กำ� หนด
การจดั ต้ังปา่ ชุมชน
ปา่ ชุมชนตอ้ งจัดต้งั ข้ึนเพ่ือวัตถุประสงค์ ดงั ตอ่ ไปนี้ (มาตรา 6)
1. การอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งิ แวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ
2. การฟืน้ ฟพู ้ืนท่ปี า่ ในเขตปา่ ชุมชนโดยการปลกู ป่าทดแทน
3. การเสรมิ สร้างความรว่ มมือทุกภาคสว่ นในการจดั การปา่ ชมุ ชน
4. การส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีท่ีหลากหลายของชุมชนในการอนุรักษ์ การฟื้นฟู การพัฒนา การควบคุมดูแล และการใช้
ทรัพยากรธรรมชาติในปา่ ชุมชน
5. การใช้ประโยชน์จากทรพั ยากรธรรมชาตใิ นปา่ ชมุ ชนอย่างสมดลุ และยงั่ ยืน
การจัดตัง้ ป่าชุมชนในพ้นื ทปี่ ่าหรอื พ้นื ทีอ่ ่ืนของรัฐตามพระราชบญั ญัตินี้ไมม่ ีผลเปน็ การเปลีย่ นแปลงเขตหรอื เพิกถอนพนื้ ทป่ี า่ (มาตรา 7)
ขนาดพ้ืนทีป่ า่ ชมุ ชนและสดั สว่ นการใชป้ ระโยชนภ์ ายในพ้นื ท่ี ตอ้ งค�ำนงึ ถงึ สภาพภมู ปิ ระเทศ ขนาดชุมชน และศักยภาพของชมุ ชนในการ
จัดการป่า (มาตรา 31)
บุคคลในชุมชนท้องที่อ�ำเภอเดียวกันกับพื้นที่ป่าซ่ึงอยู่นอกเขตอนุรักษ์และสามารถดูแลรักษาป่านั้นได้ มีสิทธิยื่นค�ำขอจัดต้ังป่าชุมชนได้
โดยใหบ้ คุ คลซง่ึ มีอายุตัง้ แต่ 18 ปีข้นึ ไปและมีภมู ลิ ำ� เนาอย่ใู นท้องที่นนั้ ไม่น้อยกวา่ 5 ปี จ�ำนวนตง้ั แต่ 50 คนขึ้นไป ต้ังตัวแทนเพ่ือยนื่ ค�ำขอ
จัดต้ังป่าชุมชนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือคณะกรรมการป่าชุมชนประจ�ำจังหวัด โดยค�ำขอจัดตั้งป่าชุมชนต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับ
วัตถุประสงค์ของป่าชุมชน รายชื่อและประวัติโดยสังเขปของผู้ขอจัดต้ังป่าชุมชน รายช่ือคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน ความเป็นมา
ของชุมชน สภาพพืน้ ทท่ี ่ีขอจัดตัง้ ปา่ ชมุ ชน แผนท่สี งั เขป แผนจดั การป่าชุมชน และรายการอน่ื ๆ ตามทค่ี ณะกรรมการนโยบายปา่ ชมุ ชน
กำ� หนด (มาตรา 32)
พน้ื ทท่ี จี่ ะขอจดั ตงั้ ปา่ ชมุ ชนตอ้ งอยนู่ อกเขตปา่ อนรุ กั ษ์ หากเปน็ ปา่ ชายเลนตอ้ งไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั
(มาตรา 32) ไมท่ บั ซอ้ นกบั พนื้ ทท่ี สี่ ว่ นราชการหรอื บคุ คลไดร้ บั อนญุ าตใหท้ ำ� ประโยชน์ และตอ้ งไมท่ บั ซอ้ นกบั พน้ื ทปี่ า่ ชมุ ชนอนื่ (มาตรา 35)
ส�ำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้แห่งท้องท่ีท่ีอธิบดีมอบหมาย ท�ำการตรวจสอบค�ำขอ เอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับค�ำขอให้เสร็จ
ภายใน 10 วัน หากไมค่ รบถ้วนให้แจง้ แก่ผู้ขอใหแ้ ก้ไข หากไม่แกไ้ ขหรอื แก้ไขไมเ่ สร็จภายใน 30 วัน ให้แจง้ ยกเลกิ แกผ่ ขู้ อจดั ตง้ั ปา่ ชุมชน
(มาตรา 34) เมอื่ คำ� ขอสมบรู ณแ์ ลว้ ใหท้ ำ� การตรวจสอบและรงั วดั พนื้ ทแ่ี ละจดั ทำ� แผนทแี่ สดงแนวเขตใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายใน 45 วนั พรอ้ มทงั้
ปดิ ประกาศหรือเผยแพรท่ างชอ่ งทางอนั เหมาะสมไม่นอ้ ยกว่า 30 วัน (มาตรา 35) เพอื่ ให้สว่ นราชการ หน่วยงาน หรอื บคุ คลสามารถยื่น
หนังสอื คัดคา้ นได้ภายในเวลาทีก่ �ำหนด (มาตรา 36)
สำ� นกั จดั การทรพั ยากรปา่ ไมแ้ หง่ ทอ้ งท่ี พจิ ารณาขอ้ คดั คา้ น (ถา้ ม)ี จดั ทำ� ผลการตรวจสอบคำ� ขอจดั ตง้ั ปา่ ชมุ ชน และเสนอความเหน็ เกย่ี วกบั
ความเหมาะสมในการจดั ตัง้ เสนอคณะกรรมการปา่ ชมุ ชนประจำ� จงั หวัด ภายใน 45 วันหลงั จากครบกำ� หนด (มาตรา 37)

| 11

คณะกรรมการป่าชุมชนประจ�ำจังหวัด พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หากเห็นว่าไม่ถูกต้องให้แจ้งผู้ขอจัดต้ังแก้ไขให้เสร็จภายใน
45 วนั (มาตรา 38)
คณะกรรมการปา่ ชมุ ชนประจำ� จงั หวดั มมี ตใิ หจ้ ดั ตง้ั จดั ตงั้ โดยมเี งอ่ื นไข จดั ตงั้ บางสว่ น หรอื ไมใ่ หจ้ ดั ตง้ั โดยมหี นงั สอื แจง้ แกอ่ ธบิ ดแี ละผขู้ อ
จัดต้งั ภายใน 15 วนั หลงั มมี ติ ผูข้ อจัดตง้ั หรอื ผ้ยู ืน่ คัดค้านสามารถอุทธรณ์มติดงั กล่าวได้ ภายใน 45 วนั นับแต่วันได้รับหนงั สือแจง้ มติ
เม่อื คณะกรรมการนโยบายได้รับหนงั สอื อุทธรณ์ ให้พจิ ารณาใหแ้ ล้วเสร็จภายใน 45 วนั หลังจากไดร้ ับหนงั สอื คดั ค้าน (มาตรา 39)
หากได้รบั การอนุมตั ิใหจ้ ัดตงั้ ปา่ ชุมชน ให้อธบิ ดีกรมป่าไม้ประกาศการอนุมตั ิในราชกจิ จานุเบกษา โดยให้มแี ผนทแี่ นบทา้ ย (มาตรา 40)
การจดั การและการควบคุมดแู ลป่าชมุ ชน
เม่อื ไดร้ ับการประกาศจดั ต้งั ใหผ้ ูล้ งชอ่ื ยื่นขอจดั ตั้งเปน็ สมาชิกป่าชุมชน และคณะกรรมการจดั การป่าชุมชน (มาตรา 42) โดยการจดั การ
ป่าชุมชนต้องเป็นไปตามวัตถปุ ระสงคแ์ ละแผนจดั การทไ่ี ด้รบั อนมุ ัติ (มาตรา 43) โดยแผนจดั การมอี ายุ 5 ปี และคณะกรรมการจดั การ
ปา่ ชมุ ชนตอ้ งเสนอการจดั ทำ� แผนจดั การปา่ ชมุ ชนตอ่ คณะกรรมการปา่ ชมุ ชนประจำ� จงั หวดั กอ่ นแผนจดั การปา่ ชมุ ชนเดมิ หมดอายไุ มน่ อ้ ยกวา่
6 เดือน (มาตรา 46)
คณะกรรมการป่าชุมชนอาจขอขยายเขตปา่ ชุมชนหรือขอใหเ้ พิกถอนป่าชมุ ชนทงั้ หมดหรอื บางส่วนได้ โดยแสดงเหตผุ ลและรายละเอยี ด
ท่ชี ดั แจ้ง และต้องปรับปรงุ แผนจัดการป่าชุมชนใหส้ อดคลอ้ งกบั พ้ืนที่ท่ีเปลยี่ นแปลงไป (มาตรา 48)
สมาชิกป่าชุมชนมีสิทธิใช้ประโยชน์จากผลผลิตและบริการป่าชุมชน ในกรณีการเก็บหาของป่าในป่าชุมชน และการใช้ประโยชน์จาก
ทรพั ยากรธรรมชาตอิ น่ื สว่ นการใชป้ ระโยชนจ์ ากไมใ้ หท้ ำ� ไดใ้ นบรเิ วณเพอ่ื การใชป้ ระโยชน์ โดยตอ้ งไมใ่ ชป้ ระโยชนจ์ ากไมท้ รงคณุ คา่ ทเี่ กดิ ขน้ึ
ตามธรรมชาติ และใหท้ �ำไดต้ ามความจ�ำเปน็ เพียงเฉพาะเพือ่ ใช้สอยในครวั เรือนของสมาชิกปา่ ชุมชน หรอื ใชใ้ นกิจกรรมสาธารณะภายใน
ชุมชนนน้ั โดยตอ้ งเป็นไปอยา่ งสมดลุ และยัง่ ยนื ไม่ทำ� ลายความหลากหลายทางชวี ภาพ ไม่ส่งผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดล้อม และสอดคลอ้ งกบั
แผนจดั การปา่ ชุมชน (มาตรา 50) ส่วนบุคคลทม่ี ิใชส่ มาชิกป่าชุมชนมสี ทิ ธิเขา้ ป่าชุมชนเพอื่ การศกึ ษาเรยี นร้เู กี่ยวกบั การอนุรกั ษแ์ ละฟื้นฟู
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม พักผ่อนหยอ่ นใจ และเก็บหาของป่าไดเ้ ฉพาะเท่าทกี่ �ำหนดในข้อบังคับเกยี่ วกับการจัดการป่าชุมชน
(มาตรา 53)
ผู้ใดฝ่าฝืนพระราชบัญญัติน้ี หรือระเบียบหรือข้อบังคับที่ออกตามพระราชบัญญัติน้ี และก่อให้เกิดความเสียหายแก่สัตว์ พืช
ทรัพยากรธรรมชาติ หรือส่งิ แวดลอ้ มในป่าชุมชน ใหก้ รมป่าไม้มีอ�ำนาจฟอ้ งเรยี กค่าสินไหมทดแทน (มาตรา 58)
ภายในปา่ ชุมชน ห้ามมิให้บคุ คลใดกระทำ� การ ดังต่อไปน้ี (มาตรา 63)

1. ยึดถือ ครอบครอง หรือใชเ้ ปน็ ทอี่ ยอู่ าศยั หรอื ทท่ี �ำกิน
2. กอ่ สรา้ ง แผว้ ถาง เผาปา่ ขดุ หาแร่ ลา่ สตั วป์ า่ สงวนหรอื สตั วป์ า่ คมุ้ ครอง หรอื กระทำ� การดว้ ยประการใด ๆ อนั เปน็ การเสอื่ มเสยี

แกส่ ภาพปา่ ชมุ ชน เวน้ แตเ่ ปน็ การกระทำ� ของพนกั งานเจา้ หนา้ ทเ่ี พอื่ ประโยชนใ์ นการบำ� รงุ รกั ษาและปอ้ งกนั หรอื บรรเทาความ
เสียหายแก่ปา่ ชุมชน
3. ใช้ประโยชน์จากไม้ เฉพาะเพื่อใช้สอยในครัวเรือนตามความจ�ำเป็นของสมาชิกป่าชุมชน หรือใช้ในกิจกรรมสาธารณะภายใน
ชุมชนน้นั
4. ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง เว้นแต่เป็นการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างท่ีจำ� เป็น เช่น การสร้างหอดูไฟป่า โดยสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวต้องมี
ลกั ษณะกลมกลนื กบั สภาพแวดลอ้ ม ไมเ่ ปน็ การทำ� ลายสภาพธรรมชาตเิ ดมิ และตอ้ งไดร้ บั อนญุ าตเปน็ หนงั สอื จากคณะกรรมการ
ป่าชุมชนประจำ� จงั หวัดก่อน

12 |

อธิบดีมีอำ� นาจสงั่ เพิกถอนปา่ ชมุ ชนทั้งหมดหรอื บางสว่ นได้ ในกรณดี งั ตอ่ ไปนี้ (มาตรา 78)
1. คณะกรรมการจดั การป่าชมุ ชนขอใหเ้ พกิ ถอนปา่ ชุมชน
2. คณะกรรมการจดั การป่าชมุ ชนทอดทิ้งไม่จัดการฟ้ืนฟูป่าชุมชนน้นั ต่อไป
3. คณะกรรมการจดั การปา่ ชมุ ชนไมป่ ฏบิ ตั ติ ามพระราชบญั ญตั หิ รอื ระเบยี บหรอื ขอ้ บงั คบั ทอี่ อกตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี อนั จะเปน็
เหตุใหป้ ่าชุมชนได้รบั ความเสยี หายหรอื มเี หตไุ มค่ วรไว้วางใจใหจ้ ดั การป่าชุมชนตอ่ ไป
4. เม่ือมีเหตุผลความจ�ำเปน็ ทางด้านกจิ การเพื่อความมัน่ คงของประเทศ
โดยทรัพย์สนิ สว่ นกลางที่เป็นไมห้ รอื อสงั หารมิ ทรัพยใ์ ห้ตกเปน็ ของแผ่นดนิ (มาตรา 80)

ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ อาจระวางโทษทั้งโทษทางปกครองและทางอาญา โดยระวางโทษปรับสูงสุดไม่เกินหกแสนบาท
หรือระวางโทษจำ� คกุ สงู สุดไมเ่ กินสิบปี แล้วแต่กรณี (หมวด 8 บทก�ำหนดโทษ)

2.5 ข้อมลู และเอกสารเพือ่ ขอจดั ตง้ั ป่าชมุ ชน

1. ความเปน็ มาของชุมชน
2. สภาพพืน้ ทเ่ี ปา้ หมาย
3. แผนทสี่ งั เขป
4. รายชื่อคณะกรรมการป่าชมุ ชน
5. รายชือ่ สมาชิกป่าชุมชน
6. แผนจดั การปา่ ชุมชน

1) หลกั การและเหตผุ ล
2) ความเปน็ มา ขอ้ มลู พน้ื ฐานดา้ นสงั คม เศรษฐกจิ และทรพั ยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ มของหมบู่ า้ น และปา่ ชมุ ชนเบอื้ งตน้

พรอ้ มแผนท่ี
3) แนวคดิ
4) การวเิ คราะห์หาจุดเดน่ จดุ ด้อย (SWOT Analysis)
5) การวเิ คราะหผ์ ู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Analysis) ในการขับเคล่ือนการจดั การป่าชุมชนในพื้นทปี่ ่าชุมชน
6) วิสยั ทัศน์
7) กลยทุ ธ์
8) วัตถปุ ระสงค์
9) โครงสร้างการบริหารจดั การทรพั ยากรป่าไม้ในพ้ืนท่ีป่าชมุ ชนแบบมีส่วนรว่ ม พรอ้ มรายชื่อคณะกรรมการจดั การปา่ ชุมชน

เจา้ หนา้ ทปี่ า่ ชมุ ชนผรู้ บั ผดิ ชอบ คณะกรรมการทปี่ รกึ ษา และระบบการตดิ ตามประเมนิ ผลและตวั ชวี้ ดั ของแผนการจดั การฯ
10) หนว่ ยงาน/องคก์ รหลกั
11) หน่วยงาน/องค์กรสนับสนุน
12) ผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ บั
13) การวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาและผลกระทบ (Problem Tree) ของแผนจดั การปา่ ชุมชน
14) การวเิ คราะหว์ ตั ถปุ ระสงค์ (Objective Tree) เพอื่ กำ� หนดเปา้ หมาย/เปา้ ประสงค/์ ผลลพั ธ/์ กจิ กรรมของแผนจดั การปา่ ชมุ ชน
15) การดำ� เนินการและขนั้ ตอนปฏบิ ัตงิ านตามระยะเวลา (Time line)
16) รายละเอยี ดของแผนจดั การทรัพยากรป่าไมใ้ นพน้ื ท่ีป่าชุมชน (ระยะ 5 ป)ี

| 13

01 แผนผังขน้ั ตอนการจดั ตัง้ ป่าชมุ ชน
02 บุคคลซงึ่ มอี ายุตั้งแต่ 18 ปีข้นึ ไปและมีภมู ิลำ� เนาอยใู่ นท้องทน่ี ้นั ไม่น้อยกว่า 5 ปี
03
04 จ�ำนวนต้งั แต่ 50 คนข้ึนไป ตงั้ ตัวแทนเพอื่ ยื่นคำ� ขอจดั ต้ังป่าชุมชน
จดั ท�ำขอ้ มูลและเอกสารเพ่ือขอจดั ต้งั ปา่ ชมุ ชน พรอ้ มแผนจัดการปา่ ชมุ ชน
และเอกสารอน่ื ๆ ที่เกยี่ วขอ้ ง (กระบวนการจัดทำ� แผนการจดั การป่าชมุ ชน)

ยื่นคำ� ขอจัดตงั้ ปา่ ชุมชนตอ่ ผวู้ า่ ราชการจังหวัด
หรอื คณะกรรมการป่าชมุ ชนประจ�ำจังหวดั
สำ� นกั จดั การทรัพยากรป่าไมแ้ ห่งทอ้ งท่ี ทำ� การตรวจสอบค�ำขอและหลักฐาน
ใหเ้ สร็จภายใน 10 วัน หากไม่ครบถว้ นใหแ้ จง้ แกผ่ ขู้ อ ให้แกไ้ ขใหเ้ สร็จภายใน 30 วัน

05 เม่ือคำ� ขอสมบูรณแ์ ลว้ ให้ท�ำการตรวจสอบและรงั วัดพื้นที่
และจดั ท�ำแผนทีแ่ สดงแนวเขตใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายใน 45 วัน พรอ้ มทงั้ ปดิ ประกาศ

หรือเผยแพรท่ างชอ่ งทางอนั เหมาะสมไมน่ อ้ ยกวา่ 30 วัน

06 ส�ำนกั จัดการทรพั ยากรป่าไมแ้ ห่งทอ้ งท่ี พิจารณาข้อคัดคา้ น (ถา้ มี) จัดทำ� ผลการตรวจสอบ
คำ� ขอจดั ตั้งปา่ ชมุ ชน และเสนอความเหน็ เกี่ยวกบั ความเหมาะสมในการจัดตัง้
เสนอคณะกรรมการป่าชมุ ชนประจ�ำจงั หวดั ภายใน 45 วนั หลังจากครบกำ� หนด

07 คณะกรรมการปา่ ชมุ ชนประจำ� จังหวัด พิจารณาให้แล้วเสรจ็ ภายใน 30 วนั
หากเหน็ วา่ ไมถ่ กู ตอ้ งใหแ้ จ้งผู้ขอจัดตง้ั แก้ไขใหเ้ สร็จภายใน 45 วนั

08 คณะกรรมการปา่ ชุมชนประจำ� จังหวดั มมี ตใิ หจ้ ัดต้งั จดั ตง้ั โดยมีเงอ่ื นไข จดั ต้ังบางสว่ น หรอื
ไมใ่ ห้จดั ตั้ง โดยมหี นังสอื แจ้งแก่อธิบดีและผขู้ อจดั ตง้ั ภายใน 15 วันหลังมมี ติผ้ขู อจัดตงั้ หรือ
ผูย้ น่ื คัดคา้ นสามารถอทุ ธรณม์ ตดิ ังกลา่ วได้ ภายใน 45 วนั นบั แตว่ นั ได้รบั หนังสือแจง้ มติ

09 คณะกรรมการนโยบายพิจารณาหนังสอื อุทธรณ์
ใหแ้ ลว้ เสร็จภายใน 45 วันหลังจากได้รับหนังสือ

10 หากได้รบั การอนมุ ัตใิ หจ้ ดั ต้ังป่าชุมชน ให้อธบิ ดกี รมปา่ ไมป้ ระกาศการอนุมตั ิ
ในราชกจิ จานเุ บกษาโดยใหม้ แี ผนท่แี นบท้าย

14 |

บทที่ 3
แผนการจัดการปา่ ชมุ ชน
อย่างมสี ่วนร่วม

| 15

3.1 กระบวนการพฒั นา แผนการจดั การปา่ ชมุ ชนอย่างมีสว่ นร่วม

แผนการจดั การปา่ ชมุ ชนอยา่ งมสี ว่ นรว่ ม เกดิ ขนึ้ จากกระบวนการมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชนทงั้ 3 พนื้ ท่ี โดยมกี ารดำ� เนนิ การอยา่ งเปน็ กระบวนการ
ดงั นี้
3.1.1 การสรา้ งความเข้าใจระบบนิเวศและคณุ คา่ ความสำ� คัญของปา่ พรุควนเครง็
การสรา้ งเสรมิ ความรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั ระบบนเิ วศและคณุ คา่ ความสำ� คญั ของพน้ื ทปี่ า่ พรคุ วนเครง็ โดยมกี ารจดั ประชมุ รบั ฟงั ความคดิ เหน็
ทั้งในระดับชมุ ชนและระดับภมู ทิ ัศน์ เพื่อสร้างความเข้าใจและทำ� ให้เหน็ คุณค่า ความส�ำคญั ของพ้นื ที่ภูมิทัศน์พรุควนเคร็ง ซง่ึ ขอ้ มูลและ
ความเห็นท่ีได้จากการประชุมในแต่ละคร้ังจะใช้เป็นกรอบแนวคิดในการจัดท�ำแผนการจัดการป่าชุมชนและการขยายเครือข่ายป่าชุมชน
ในระดบั ภูมิทศั น์พรุควนเคร็งตอ่ ไป
ความคดิ เห็น และขอ้ เสนอแนะ สรุปได้ดังนี้

1. ควรจดั ทำ� แนวเขตระหว่างพนื้ ทีป่ า่ อนุรักษ์และพืน้ ท่ที �ำกินให้ชัดเจน
2. ควรจดั กิจกรรมสร้างจติ สำ� นึกให้ชมุ ชนและเยาวชนเหน็ คณุ ค่าของปา่ พรอุ ย่างต่อเนอ่ื ง
3. ควรจัดท�ำหลกั สูตรทอ้ งถ่นิ เก่ยี วกับการอนรุ กั ษ์ป่าพรใุ นโรงเรยี นภมู ทิ ัศน์พรุควรเครง็
4. ส่งเสรมิ ใหช้ ุมชน ลด ละ เลิก การใชส้ ารเคมีในพื้นท่ีเกษตร เน่อื งจากนำ�้ จะไหลลงพื้นที่ปา่ พรุ จะทำ� ให้ความหลากหลายลดลง
5. จะต้องไมท่ �ำลายโครงสรา้ งของปา่ พรุ ให้เกิดการปรบั เปลย่ี นโครงสร้างจนท�ำให้ระบบปา่ พรุเสยี หาย เชน่ การขดุ ลอกต่าง ๆ
6. ควรส่งเสริมให้เกดิ การสร้างรายได้จากการท่องเทีย่ วเชงิ นเิ วศ
7. สร้างกลไกการบริหารจัดการพ้นื ท่ปี า่ พรุท่ชี ดั เจน ต้งั แต่ระดับชุมชนถงึ ระดบั ภมู ทิ ศั น์ โดยบูรณาการทกุ หนว่ ยงานทเี่ กี่ยวขอ้ ง

เพอ่ื ใหก้ ารดำ� เนนิ การเปน็ เอกภาพ
3.1.2 การศกึ ษาศกั ยภาพป่าชมุ ชน 3 พน้ื ที่
การศกึ ษาและประเมนิ ศกั ยภาพพนื้ ทนี่ ำ� รอ่ ง 3 พน้ื ท่ี คอื ปา่ ชมุ ชนบา้ นไสขนนุ ปา่ ชมุ ชนบา้ นควนเงนิ และปา่ ชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณ์
เพอื่ ศกึ ษาถงึ ขอ้ มลู พนื้ ฐานของปา่ ชมุ ชน ทรพั ยากรปา่ ไม้ ประเมนิ สภาพปา่ การใชป้ ระโยชน์ และผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี วเิ คราะหผ์ ลการจดั การ
ทผี่ า่ นมา ซงึ่ ขอ้ มลู ทไี่ ดจ้ ากการศกึ ษาและประเมนิ ศกั ยภาพปา่ ชมุ ชนในครงั้ นจ้ี ะนำ� ไปเปน็ ฐานขอ้ มลู ในการจดั ทำ� แผนการจดั การปา่ ชมุ ชน
ท้งั 3 พืน้ ท่ตี ่อไป (เอกสารประกอบ รายงานการศึกษาศกั ยภาพ ป่าชมุ ชน ปา่ ชุมชนบ้านไสขนุน ปา่ ชุมชนบ้านควนเงิน และป่าชุมชน
สวนสมเด็จเจา้ ฟา้ จฬุ าภรณ์ โดย ดร. เชดิ ศกั ดิ์ เกือรักษ์ 2562)
ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะ สรุปไดด้ ังน้ี
ข้อมลู ทไ่ี ด้จากการศกึ ษา ควรให้ไวก้ บั ชมุ ชน และองคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำบล ทั้ง 3 พ้ืนที่ดว้ ย เพ่อื ชุมชนจะไดม้ ีการตรวจสอบและประเมิน
ตนเองได้ และองค์การบรหิ ารสว่ นตำ� บลจะได้นำ� ข้อมลู ไปใช้ในการอนรุ ักษ์ ฟน้ื ฟู หรือพัฒนาพื้นท่ีตอ่ ไป
3.1.3 การสร้างความเขา้ ใจและยกรา่ ง แผนการจัดการปา่ ชมุ ชน
การประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดท�ำแผนการจัดการป่าชุมชนแบบมีส่วนร่วม และจัดท�ำ (ร่าง)
แผนการจดั การปา่ ชมุ ชน 3 พนื้ ท่ี ไดแ้ ก่ ปา่ ชมุ ชนบา้ นไสขนนุ ปา่ ชมุ ชนบา้ นควนเงนิ และปา่ ชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณ์ ผา่ นกระบวนการ
เรียนรจู้ ากการบรรยายใหค้ วามรใู้ นเนอ้ื หาท่เี กย่ี วข้อง เช่น กฎหมายปา่ ไม้ หลักการและขัน้ ตอนการจดั ทำ� แผน มกี ารฝึกปฏบิ ตั ิผ่านการ
แบง่ กลุ่มระดมความคิดเหน็ และแลกเปล่ยี น โดยใช้ (รา่ ง) พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. ... เป็นแนวทางในการยกรา่ ง เพ่อื ใหค้ ณะกรรมการและ
สมาชกิ ปา่ ชมุ ชนทั้ง 3 พนื้ ท่ี ไดเ้ ข้าใจกระบวนการและมสี ่วนรว่ มในการจัดท�ำแผนฯ

16 |

ความคดิ เห็น และข้อเสนอแนะ สรุปได้ดังนี้
แผนการจัดการป่าชุมชน ควรมอี งค์ประกอบท่สี มบูรณต์ ามกรอบของ พ.ร.บ.ป่าชมุ ชน ฉบบั ใหม่ ซึง่ ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม แผนการจัดการป่าชุมชนท่ีร่างไว้นี้ต้องมีรายละเอียดท่ีชัดเจน โครงการต่าง ๆ อ้างอิงตามความจำ� เป็น เป็นกิจกรรมท่ีไม่
ทำ� ลายทรัพยากรในพน้ื ที่ และสามารถท�ำได้จริงโดยเน้นการพง่ึ พาตนเองมากกวา่ การขอรบั การสนบั สนนุ จากหน่วยงานอ่ืน
3.1.4 การประชุมพฒั นา แผนการจัดการป่าชมุ ชน
จัดประชุมเพอ่ื พฒั นาและปรบั ปรงุ (ร่าง) แผนการจัดการป่าชุมชนทัง้ 3 พน้ื ท่ี เพ่อื ใหค้ ณะกรรมการและสมาชิกปา่ ชมุ ชน ร่วมกนั ทบทวน
พัฒนาและปรับปรุง (ร่าง) แผนการจัดการป่าชุมชนท่ีได้จัดท�ำไว้ ให้เกิดความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยร่วมกันพิจารณาเพ่ิมเติมเนื้อหาและ
รายละเอยี ดของโครงการและกจิ กรรมท่ีไดย้ กรา่ งไว้
ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ สรุปไดด้ งั น้ี
ใหม้ กี ารจดั ปรบั หมวดหมขู่ องกจิ กรรมในแผนใหเ้ หมาะสมรวมทงั้ เรอ่ื งการกำ� หนดชว่ งเวลาในการทำ� กจิ กรรมและหนว่ ยงานทค่ี าดวา่ จะสนบั สนนุ ดว้ ย
3.1.5 เวทีประชามติ แผนการจัดการป่าชุมชน
จัดเวทีให้คณะกรรมการป่าชุมชนท้ัง 3 พื้นท่ี ได้น�ำเสนอ (ร่าง) แผนการจัดการป่าชุมชน ที่ผ่านการพัฒนาและปรับปรุงจากท่ีประชุม
ใหก้ บั สมาชกิ ในชมุ ชน พรอ้ มทง้ั รบั ฟงั ขอ้ คดิ เหน็ และขอความเหน็ ชอบ (รา่ ง) แผนการจดั การปา่ ชมุ ชน เพอื่ ใชใ้ นการนำ� เสนอตอ่ หนว่ ยงาน
และองคก์ รทเ่ี ก่ียวขอ้ งทม่ี สี ว่ นไดส้ ่วนเสียในพ้นื ที่ภูมทิ ศั นค์ วนเครง็ ต่อไป
ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะ สรุปได้ดงั นี้
ใหเ้ จา้ หนา้ ทโ่ี ครงการฯ ชว่ ยประสานงานใหเ้ กดิ การประชมุ เพอ่ื นำ� เสนอแผนการจดั การปา่ ชมุ ชนทง้ั 3 พนื้ ทเี่ พอื่ รบั ขอ้ คดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะ
จากหน่วยงานในพ้ืนที่ท่มี สี ว่ นเก่ยี วข้อง ในชว่ งเวลาทีเ่ หมาะสม
3.1.6 การน�ำเสนอ แผนการจัดการปา่ ชุมชน 3 พ้นื ที่ ต่อหนว่ ยงานและองค์กรทเ่ี กี่ยวข้อง
การนำ� เสนอ (รา่ ง) แผนการจดั การปา่ ชมุ ชน 3 พนื้ ท่ี ตอ่ หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งและองคก์ รทมี่ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี ในพนื้ ทภ่ี มู ทิ ศั นค์ วนเครง็ เพอ่ื ให้
หนว่ ยงานภาครฐั องคก์ รภาคเอกชน และผมู้ สี ว่ นไดเ้ สยี ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ไดร้ บั ทราบและใหค้ วามเหน็ ตอ่ (รา่ ง) แผนการจดั การปา่ ชมุ ชน ทง้ั 3 ฉบบั
ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะจากหน่วยงานและองคก์ รที่เกยี่ วขอ้ ง สรปุ ไดด้ งั นี้

1. แผนและกิจกรรมตามแผน ควรจะมีรายละเอียดของการด�ำเนินกิจกรรมมากกว่าน้ี เน่ืองจากหน่วยงานต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง
อาจไม่ทราบข้อมูลของสภาพพ้นื ท่แี ละบริบทของชุมชนท่เี กย่ี วขอ้ ง

2. แผนกจิ กรรมอาจสอดคลอ้ งกบั ความต้องการของชุมชน แตย่ งั ไม่สมบูรณต์ าม พ.ร.บ.ปา่ ชมุ ชน พ.ศ. 2562 เพราะยงั ไมม่ กี าร
ออกอนบุ ัญญตั ติ ามกฎหมาย ดังน้นั จะบอกว่าแผนการจดั การปา่ ชมุ ชนทงั้ 3 พืน้ ทนี่ เ้ี ป็นฉบบั สมบรู ณ์ยงั ไมไ่ ด้ แต่ชมุ ชนอาจจะ
ใช้แผนนี้เป็นแนวทางและปรับปรุงแผนอีกครง้ั หากตอ้ งการข้ึนทะเบยี นเปน็ ปา่ ชมุ ชนตามกฎหมาย

3. สำ� นกั จัดการทรพั ยากรป่าไม้ที่ 12 นครศรีธรรมราช ไดแ้ จง้ ให้ท่ีประชมุ ทราบถงึ สถานภาพปา่ ชุมชนท้งั 3 พนื้ ท่ี ดงั นี้

| 17

1) ป่าชุมชนสวนสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ปัจจุบัน เป็น น.ส.ล. (หนังสือส�ำคัญที่หลวง) และยังไม่ได้ขอข้ึนทะเบียนป่าชุมชน
จึงไม่มีสถานภาพเป็นปา่ ชุมชนตามกฎหมาย

2) ป่าชุมชนบ้านควนเงิน ท่ีผ่านมาได้ข้ึนทะเบียนเป็นป่าชุมชนตามโครงการป่าชุมชนของกรมป่าไม้ แต่หมดอายุลงและ
อยรู่ ะหวา่ งยนื่ ขอตอ่ อายปุ า่ ชมุ ชน ซง่ึ ขน้ั ตอนตา่ ง ๆ ยงั ไมส่ มบรู ณจ์ งึ ไมไ่ ดร้ บั การอนมุ ตั จิ ากกรมปา่ ไม้ จงึ ไมม่ สี ถานภาพเปน็
ป่าชมุ ชนตามกฎหมาย

3) ปา่ ชมุ ชนบา้ นไสขนนุ เนื่องจากพนื้ ทดี่ ังกลา่ วได้มกี ารจัดต้ังปา่ ชุมชนในพ้นื ท่อี นุรกั ษ์ (เขตหา้ มลา่ สตั ว์ปา่ ทะเลนอ้ ย) ซึง่ ตาม
พ.ร.บ.ปา่ ชุมชน พ.ศ. 2562 นัน้ ไมส่ ามารถดำ� เนนิ การได้ แมจ้ ะยังไมส่ น้ิ อายตุ ามทะเบียนกต็ าม ดังนัน้ กรมปา่ ไม้จึงมคี �ำสง่ั
เพิกถอนปา่ ชุมชนบา้ นไสขนุน เพ่อื ส่งคนื พ้นื ทใ่ี หก้ ับกรมอุทยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพันธุ์พชื

4. ปา่ ชมุ ชนทง้ั 3 พนื้ ท่ี มสี ถานภาพทตี่ า่ งกนั ดงั นนั้ ในการจดั ทำ� แผนการจดั การปา่ ทชี่ มุ ชน ควรศกึ ษาเรอ่ื งขนั้ ตอนและกระบวนการ
ในแตล่ ะสว่ นเพม่ิ เตมิ เชน่ ปา่ ทอี่ ยใู่ นเขตหา้ มลา่ สตั วป์ า่ ทะเลนอ้ ย จะทำ� อยา่ งไรไดบ้ า้ ง และปา่ ทมี่ เี อกสาร น.ส.ล. จะทำ� อยา่ งไรไดบ้ า้ ง

5. ทปี่ ระชมุ มคี วามเหน็ วา่ การจดั การปา่ ชมุ ชนทง้ั 3 พนื้ ท่ี ชมุ ชนมเี ปา้ หมายชดั เจน แมใ้ นทางกฎหมายอาจจะยงั ไมถ่ กู ตอ้ งสมบรู ณ์
แต่สิง่ ท่ีชุมชนและหน่วยงานเห็นตรงกัน คือ เร่ืองน้ยี งั สามารถหาแนวทางในการด�ำเนนิ การให้ถกู ต้อง และหน่วยงานสามารถ
ให้การสนบั สนุนไดต้ ามกิจกรรมท่สี อดคล้องกบั ภาระกจิ ของตนได้

3.1.7 การศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนกบั เครอื ขา่ ยป่าชุมชน
การศกึ ษาดงู านและแลกเปลย่ี นกบั เครอื ข่ายป่าชุมชน 2 กิจกรรม ได้แก่

1. การแลกเปลยี่ นป่าชุมชนภาคพลเมืองระดับประเทศ เวทคี นกบั ปา่ 2020 “คน ปา่ ไม้ โลกรอ้ น” วันที่ 24 - 25 มกราคม 2563
ณ สวนครอู งนุ่ กรงุ เทพมหานครฯ เปน็ เวทเี สวนาแลกเปลย่ี นขอ้ มลู ของผเู้ ชยี่ วชาญดา้ นปา่ ไม้ ชมุ ชนทอ้ งถน่ิ ภาครฐั และตวั แทน
องคก์ รระหวา่ งประเทศ เพอ่ื นำ� เสนอความสำ� คญั ของปา่ ไม้ และบทบาทของการทำ� งานรว่ มกนั ของภาคสว่ นตา่ ง ๆ ในการผลกั ดนั
ใหเ้ กดิ ธรรมาภิบาลในการจดั การทรัพยากรป่าไมเ้ พอ่ื ลดก๊าซเรอื นกระจกและการปรับตัวต่อการเปลย่ี นแปลงสภาพภมู ิอากาศ
และทำ� ใหเ้ ปา้ หมายการพฒั นาทย่ี ่งั ยนื ของสหประชาชาติ ภายในปี 2030 นัน้ บรรลผุ ลตามทค่ี าดหวงั

2. การศกึ ษาดงู านและประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร “การจดั การทรพั ยากรและภมู ปิ ญั ญาโดยองคก์ รชมุ ชนเพอื่ การตอ่ ยอดสวู่ สิ าหกจิ และ
การเพม่ิ มลู คา่ จากฐานทรพั ยากรปา่ ไม้ : กรณศี กึ ษาพนื้ ท่ี ชมุ ชนบา้ นเขาวงั ตำ� บลหนิ ตก อำ� เภอรอ่ นพบิ ลู ย์ และชมุ ชนบา้ นแหลม
ต�ำบลท่าศาลา อ�ำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช” วันที่ 18 - 20 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมอง
ประสบการณแ์ ละบทเรยี นในการจดั การทรพั ยากรและภมู ปิ ญั ญาโดยองคก์ รชมุ ชน วเิ คราะหป์ จั จยั ความสำ� เรจ็ และยง่ั ยนื รวมถงึ
ความท้าทายในการจัดการทรพั ยากรและองค์ความรู้ของชุมชน วเิ คราะห์ปจั จยั สูค่ วามส�ำเรจ็ และยั่งยืนของการจดั การองคก์ ร
ชุมชนของสมาชิกป่าชุมชน 3 ต�ำบล ผ่านบทเรียนและประสบการณ์ท่ีแบ่งปันจากพ้ืนที่กรณีศึกษา และระดมความคิดเห็น
ในการยกระดบั ป่าชุมชนผ่านการด�ำเนนิ การรูปแบบต่าง ๆ

คณะกรรมการและตัวแทนจากป่าชุมชน 3 พ้นื ท่ี ได้แลกเปลี่ยนแนวคดิ กระบวนการในการทำ� งานกบั ชมุ ชนต้นแบบท่ไี ดร้ ับความส�ำเร็จ
ในดา้ นการจดั การปา่ ชมุ ชน ซงึ่ จะเปน็ กระบวนการเรยี นรแู้ ละการปรบั ฐานคดิ เกย่ี วกบั กระบวนการทำ� งาน ผา่ นประสบการณแ์ ละบทเรยี น
ที่เกิดขึ้นจริง และสามารถนำ� มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการปรับปรงุ แผนการจัดการปา่ ชมุ ชนให้สมบูรณย์ ง่ิ ขึน้
ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะจากการเขา้ ร่วมกิจกรรม สรุปไดด้ งั น้ี

1. ปญั หาภาวะโลกรอ้ นเป็นส่ิงส�ำคัญและไดร้ บั ความสนใจในระดบั นานาชาติ
2. ได้เรียนร้รู ปู แบบการจดั งานและกระบวนการให้ความรู้
3. การจดั งานในลกั ษณะนย้ี งั เปน็ การจดั กจิ กรรมเฉพาะกลมุ่ บคุ คลภายนอกใหค้ วามสนใจนอ้ ย ควรตอ้ งมกี ารประชาสมั พนั ธใ์ หม้ ากขน้ึ

18 |

4. สามารถนำ� ไปขยายผลให้กบั ชมุ ชน โดยเสรมิ สร้างกระบวนการเรยี นร้ใู หก้ บั เด็กและเยาวชน
5. สร้างกระบวนการทางความคิดให้ชุมชนเก่ียวกับการเพาะช�ำกล้าไม้ในชุมชน เพื่อจะได้เป็นแหล่งพันธุ์ไม้ที่จะใช้ในการฟื้นฟู

ทรพั ยากรในทอ้ งถ่ิน
6. ได้แนวคิดและแรงจูงใจ ในการจัดการป่าชุมชน โดยแกนน�ำได้น�ำปัญหาที่เกิดขึ้น โยงให้เห็นถึงปรากฏการณ์ที่ตามมา สู่การ

วเิ คราะหป์ ญั หา และแนวทางการแก้ไขร่วมกนั
7. การเปดิ ใจรบั ฟัง ทุกความคดิ เหน็ ควรถกู นำ� ไปพจิ ารณาในการประชุมของชุมชน
8. การนำ� เอาอดีตมาเปน็ บทเรยี นและเป็นแนวทางในการพฒั นาชุมชนในอนาคต
3.1.8 การน�ำเสนอ แผนการจดั การป่าชมุ ชน 3 พนื้ ที่ เพ่อื การยอมรบั จากองค์กรท้องถิ่น
รวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากเวทีน�ำเสนอ แผนการจัดการป่าชุมชน 3 พื้นท่ีมีต่อหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องและองค์กรท่ีมีส่วนได้
สว่ นเสยี ในพ้ืนทภ่ี ูมิทัศน์ควนเคร็ง บทเรียนจากการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนกับเครือข่ายป่าชุมชนระดับภาคและระดับประเทศ นำ� มา
ทบทวนและปรบั ปรุง แผนการจัดการปา่ ชมุ ชนให้สมบรู ณ์ย่งิ ข้ึน พรอ้ มนำ� ไปสู่การปฏิบตั จิ ริง และนำ� เสนอแผนการจัดการป่าชมุ ชนใหก้ ับ
องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเพ่ือบูรณาการตามแผนพัฒนาท้องถ่ินระดับต�ำบล โดยองค์การบริหารส่วนต�ำบลในพ้ืนที่มีความคิดเห็นและ
ข้อเสนอแนะตอ่ แผนการจดั การปา่ ชุมชนทจี่ ดั ท�ำข้นึ โดยสรุป ดงั นี้
องคก์ ารบริหารสว่ นตำ� บลเคร็ง : เหน็ ด้วยกบั การข้นึ ทะเบียนปา่ ชมุ ชน เพอื่ ใหช้ มุ ชนดูแลและไดใ้ ช้ประโยชนร์ ว่ มกนั เป็นการดูแลรักษา
ปา่ ชมุ ชนให้เกิดความมนั่ คงและย่ังยนื องคก์ ารบริหารสว่ นต�ำบลพร้อมที่จะเสนอเข้าในแผนพฒั นาขององค์การบรหิ ารสว่ นตำ� บล เพ่อื ต้งั
งบประมาณด�ำเนนิ การ
องค์การบริหารส่วนตำ� บลบ้านตูล : เห็นด้วยกับการข้นึ ทะเบียนปา่ ชุมชน เนอ่ื งจากเป็นการคดิ ร่วมระหวา่ งชมุ ชนกับรัฐ องค์การบรหิ าร
ส่วนตำ� บลจะเสนอบรรจุในแผนพัฒนา 5 ปี และจดั ท�ำข้อบัญญัติงบประมาณ รายจา่ ยประจ�ำปีใหส้ อดคล้องกบั แผนพฒั นาขององค์การฯ
สว่ นองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บลชะอวด ซง่ึ มปี า่ ชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณใ์ นพนื้ ทร่ี บั ผดิ ชอบนน้ั ไมไ่ ดใ้ หค้ วามเหน็ แตม่ ขี อ้ เสนอแนะ
ว่าอาจต้องชะลอการด�ำเนินการตามแผนจัดการป่าชุมชนออกไปก่อนเพื่อให้มีการด�ำเนินการท่ีถูกต้องตามระเบียบท่ีจะออกมาภายใต้
กรอบของพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562

3.2 รปู แบบ แผนการจดั การป่าชุมชนอย่างมสี ่วนรว่ ม 3 พืน้ ที่

แผนการจดั การปา่ ชุมชนอยา่ งมสี ่วนรว่ ม ภายใตโ้ ครงการเสริมศักยภาพการจดั การระบบนเิ วศปา่ พรุเพอ่ื เพมิ่ ความสามารถในการกกั เก็บ
คาร์บอนและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน เป็นการเตรียมความพร้อมส�ำหรับการจัดท�ำแผนการด�ำเนินการจัดการ
ป่าชุมชนตาม พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 โดยองค์กรชุมชนร่วมกับองค์การท้องถิ่น ก�ำหนดกรอบประเด็นและเนื้อหาในแผนจัดการ
ป่าชุมชน ดงั น้ี

1. หลักการและเหตุผล
2. ความเป็นมา
3. วิสัยทัศน์
4. วัตถปุ ระสงค์
5. การวิเคราะห์หาจุดเด่น จุดด้อย (SWOT Analysis)
6. การวเิ คราะหผ์ ู้มสี ว่ นได้ส่วนเสีย (Stakeholder Analysis)
7. โครงสร้างการบริหารจดั การ
8. ผลทีค่ าดว่าจะได้รบั
9. รายละเอียดของโครงการ  

| 19

แผนผงั แสดงกระบวนการพัฒนา แผนการจัดการปา่ ชมุ ชนอย่างมสี ่วนรว่ ม
โครงการเสริมศกั ยภาพการจดั การระบบนิเวศป่าพรเุ พอ่ื เพมิ่ ความสามารถในการกักเกบ็ คารบ์ อน

และอนรุ กั ษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอยา่ งย่งั ยนื
เวทีสรา้ งความเข้าใจระบบนเิ วศและคุณค่า

ความส�ำคัญของพ้ืนทป่ี า่ พรุควนเคร็ง

ศึกษาศกั ยภาพป่าชุมชน 3 พืน้ ที่ (ร่าง) แผนการจัดการป่าชมุ ชน 3 พน้ื ท่ี
พจิ ารณาจัดท�ำ (ร่าง) แผนการจัดการปา่ ชมุ ชน 3 พนื้ ที่

(ร่าง) แผนการจัดการปา่ ชุมชน 3 พนื้ ท่ี (ฉบบั ปรบั ปรุง)
ประชมุ พัฒนาแผนการจัดการ (รา่ ง) แผนการจดั การปา่ ชมุ ชนอยา่ งมสี ว่ นรว่ ม
ป่าชุมชน 3 พ้ืนที่
เวทปี ระชามติ (ผ่านมติเหน็ ชอบจากชมุ ชน)
แผนการจัดการป่าชุมชนในพน้ื ที่ ศกึ ษาดงู านและแลกเปลีย่ น
เวทนี ำ� เสนอแผนฯ
กบั เครือขา่ ยปา่ ชมุ ชน
ต่อหน่วยงานท่ีเก่ยี วขอ้ งและองค์กรทีม่ ี
ส่วนไดส้ ว่ นเสียในพน้ื ทีภ่ ูมิทัศน์ควนเครง็

แผนการจดั การปา่ ชมุ ชนอย่างมีส่วนรว่ ม (ฉบับสมบรู ณ์)

20 |

บทท่ี 4
ผลสำ� เรจ็ และขอ้ เสนอแนะ

| 21

การเสริมสร้างความเข้มแข็งการบริหารจัดการป่าชุมชนและสนับสนุนการจัดท�ำแผนการจัดการป่าชุมชน จ�ำนวน 3 แห่ง ที่มีศักยภาพ
ในการเปน็ ตวั แทนของพน้ื ทภ่ี มู ทิ ศั นค์ วนเครง็ เนอ่ื งจากเปน็ พน้ื ทท่ี ย่ี งั คงความอดุ มสมบรู ณอ์ ยใู่ นระดบั หนง่ึ และมกี ารบรหิ ารจดั การพนื้ ทโี่ ดย
ชมุ ชนทอ่ี าศัยอยโู่ ดยรอบมาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ได้แก่ ปา่ ชมุ ชนบ้านควนเงนิ ต�ำบลบ้านตูล ป่าชุมชนสวนสมเดจ็ เจ้าฟา้ จฬุ าภรณ์ ต�ำบลชะอวด
และปา่ ชุมชนบา้ นไสขนนุ ต�ำบลเคร็ง อ�ำเภอชะอวด จงั หวัดนครศรธี รรมราช ซ่งึ มพี ้นื ท่รี วมกันประมาณ 2,690 ไร่ โดยโครงการเสริม
ศักยภาพการจัดการระบบนิเวศป่าพรุเพื่อเพิ่มความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
มุ่งเน้นการเป็นพื้นที่น�ำร่องของการด�ำเนินกระบวนการจัดท�ำแผนการจัดการป่าชุมชนอย่างมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เป็นพ้ืนที่
ต้นแบบด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรโดยชุมชนอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และมีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ผ่านกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาและการท่องเที่ยวในรูปแบบวิสาหกิจซ่ึงคนในชุมชนทุกคนได้รับประโยชน์และมีส่วนร่วมในการดูแล
รักษาส่ิงแวดล้อมในชุมชน
แมก้ ารด�ำเนินการดงั กล่าวจะเสร็จสนิ้ ลงดว้ ยดีและแผนจดั การปา่ ชมุ ชนทงั้ 3 ฉบับ จะไดร้ บั ประชามติ พร้อมทีจ่ ะน�ำเสนอตอ่ หน่วยงานท่ี
เกี่ยวข้องตามล�ำดบั ต่อไป ซง่ึ ถอื ว่าตวั ช้วี ัดความส�ำเร็จของโครงการฯไดป้ ระสบผลส�ำเร็จลลุ ว่ งแลว้ แต่เนื่องจากมีการประกาศใชพ้ ระราช
บญั ญตั ปิ า่ ชุมชน พ.ศ. 2562 ซ่งึ มีการเปลย่ี นแปลงหลักเกณฑ์และข้อก�ำหนดในการดำ� เนินการข้ึนทะเบียนปา่ ชมุ ชน ท�ำให้จำ� เป็นต้องมี
การปรบั ปรงุ แผนการจดั การปา่ ชมุ ชนทไี่ ดจ้ ดั ทำ� ไวแ้ ลว้ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑท์ จี่ ะประกาศเปน็ อนบุ ญั ญตั หิ รอื ระเบยี บของสว่ นราชการ
ที่เกี่ยวขอ้ งอกี ครัง้ หนึ่ง ทางโครงการฯ จึงได้มขี อ้ เสนอแนะแก่ภาคสว่ นที่เกยี่ วข้อง ดงั น้ี

ขอ้ เสนอแนะ สำ� หรบั ชมุ ชน

1. ปา่ ชมุ ชนบา้ นไสขนนุ ปจั จบุ นั ไดถ้ กู เพกิ ถอนและสง่ คนื พน้ื ทแ่ี กก่ รมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื เนอ่ื งจากเปน็ พนื้ ทใ่ี น
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จึงไม่สามารถด�ำเนินการในรูปแบบป่าชุมชนได้ อย่างไรก็ดี พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครอง
สัตว์ปา่ พ.ศ. 2562 มาตรา 68 ได้เปดิ ช่องทางให้มกี ารจดั ท�ำเป็นโครงการอนุรักษโ์ ดยการมสี ่วนรว่ ม ทีม่ แี ผนงานสอดคล้องกับ
แผนแม่บทการบริหารจัดการการอนรุ กั ษส์ ตั ว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตวป์ า่ ตามมาตรา 45 (3) และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทอ่ี ธิบดี
กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื กำ� หนด รวมทง้ั ตอ้ งมกี ารดแู ลควบคมุ และปอ้ งกนั ผลกระทบจากการเปน็ ทสี่ าธารณะ
ประโยชนห์ รอื ประชาชนใชป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั ในเขตหา้ มลา่ สตั วป์ า่ จงึ ควรหารอื รว่ มกบั เขตหา้ มลา่ สตั วป์ า่ ทะเลนอ้ ยอยา่ งใกลช้ ดิ
เพือ่ ดำ� เนนิ การตามแนวทางดงั กล่าว

2. ป่าชุมชนบา้ นควนเงิน และปา่ ชมุ ชนสวนสมเด็จเจา้ ฟ้าจฬุ าภรณ์ เปน็ พืน้ ที่หนังสอื สำ� คัญที่หลวง (น.ส.ล.) การขึ้นทะเบยี นเปน็
ปา่ ชมุ ชนจะตอ้ งไดร้ บั การอนญุ าตจากหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ งและตอ้ งรอความชดั เจนจากอนบุ ญั ญตั ทิ จี่ ะออกภายหลงั แตเ่ นอ่ื งจาก
เป็นพื้นที่ท่ีมีการบริหารจัดการในรูปของป่าชุมชนและเป็นท่ีรับรู้/ยอมรับจากชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว จึงอาจ
ด�ำเนินการตามแผนงานที่จัดท�ำได้เลย โดยเฉพาะอย่างย่ิงการส�ำรวจความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพในพื้นที่และการ
จัดทำ� ข้อมูลพ้ืนฐาน เพ่ือให้มีความพรอ้ มในการขอข้นึ ทะเบยี นเป็นปา่ ชมุ ชนเมอื่ มีการออกอนบุ ญั ญตั ทิ ีเ่ ก่ยี วข้องเรียบรอ้ ยแลว้

22 |

ขอ้ เสนอแนะ สำ� หรับหน่วยงานทเี่ ก่ียวข้อง

เน่ืองจากการออกอนุบัญญัติตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ยังไม่เรียบร้อย ท�ำให้ยังมีความไม่แน่นอนของหลักเกณฑ์และ
รปู แบบการด�ำเนินการตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วขอ้ ง จงึ ควรทำ� ความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอยี ดการด�ำเนินการต่าง ๆ เพื่อเตรียมเนอ้ื หาในการเสรมิ
ความรูค้ วามเขา้ ใจแกช่ ุมชนเมอ่ื อนบุ ญั ญตั ิน้นั ๆ มีผลบังคับใช้
อนบุ ญั ญัติทม่ี ผี ลบงั คบั ใชแ้ ล้ว จำ� นวน 4 ฉบับ

- ระเบยี บกรมปา่ ไม้ ว่าดว้ ยการจดแจง้ เปน็ เครอื ขา่ ยปา่ ชุมชนระดบั จังหวัด พ.ศ. 2562 (ตามมาตรา 4) (ประกาศในราชกิจจาฯ
วันที่ 28 ม.ค. 63)

- ระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการจดแจ้งเป็นองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. 2562 (ตามมาตรา 4) (ประกาศในราชกิจจาฯ วันท่ี
28 ม.ค. 63)

- ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่ืองแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ (ตามมาตรา 4) ตามพระราชบัญญัติ
ป่าชมุ ชน พ.ศ. 2562 (ประกาศในราชกจิ จาฯ วนั ท่ี 12 ก.พ. 63)

- ร่างระเบียบคณะกรรมการสรรหา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา และการเสนอรายชื่อบุคคลเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ในคณะกรรมการนโยบายปา่ ชมุ ชน พ.ศ. 2563 (ตามมาตรา 12) (ประกาศในราชกจิ จาฯ วันท่ี 29 เม.ย. 63)

อนบุ ัญญตั ทิ ่กี �ำลงั อยรู่ ะหว่างการพจิ ารณา
- ร่างกฎกระทรวงก�ำหนดพื้นทใี่ หเ้ ปน็ เขตป่าอนุรกั ษ์ พ.ศ. … (ตามมาตรา 4)
- ร่างกฎกระทรวงกำ� หนดไมท้ รงคุณคา่ พ.ศ. .... (ตามมาตรา 4)
- รา่ งระเบยี บคณะกรรมการนโยบายปา่ ชมุ ชน วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑ์ วธิ กี ารไดม้ า และการแตง่ ตง้ั ผบู้ รหิ ารองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
และเจ้าหนา้ ท่ีของหนว่ ยงานของรัฐเป็นกรรมการในคณะกรรมการป่าชมุ ชนประจ�ำจงั หวดั พ.ศ. …. (ตามมาตรา 24)
- รา่ งระเบยี บคณะกรรมการนโยบายปา่ ชมุ ชนวา่ ดว้ ยการกำ� หนดขนาดของพนื้ ทปี่ า่ ชมุ ชนและสดั สว่ นการใชป้ ระโยชนภ์ ายในพนื้ ที่
ปา่ ชมุ ชน พ.ศ. .... (ตามมาตรา 31)
- ร่างระเบียบคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของเจ้าหน้าที่ป่าชุมชน พ.ศ. .... (ตาม
มาตรา 28)
- รา่ งระเบียบคณะกรรมการนโยบายป่าชมุ ชน ว่าด้วยการจัดท�ำแผนจดั การป่าชมุ ชน พ.ศ. .... (ตามมาตรา 17)
- รา่ งระเบียบคณะกรรมการนโยบายป่าชมุ ชน ว่าด้วยสมาชกิ ป่าชมุ ชนและกรรมการจัดการปา่ ชมุ ชน พ.ศ. .... (ตามมาตรา 42)
- ร่างระเบียบคณะกรรมการนโยบายปา่ ชุมชน วา่ ด้วยหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเง่ือนไขการจดั ตงั้ และขยายเขตป่าชุมชน พ.ศ. ....
(ตามมาตรา 32 37 40 81)
- ร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าด้วยการก�ำหนดรูปแบบบัตรประจ�ำตัวกรรมการจัดการป่าชุมชน
เจ้าหน้าทีป่ ่าชมุ ชน และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยป่าชุมชน พ.ศ. .... (ตามมาตรา 71)
- รา่ งระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการดูแลรกั ษาและการจัดทำ� บญั ชีทรัพย์สนิ ส่วนกลางของปา่ ชมุ ชน พ.ศ .... (ตามมาตรา 44)
- ร่างระเบยี บกรมป่าไม้ วา่ ดว้ ยการจดั ท�ำแผนทแ่ี สดงแนวเขตป่าชมุ ชน พ.ศ. …. (ตามมาตรา 35)
- ร่างระเบียบคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน ว่าด้วยการห้ามกระท�ำการอื่นใดอันเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนเพื่อ
ส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้และสร้างจิตส�ำนึกเก่ียวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมในป่าชุมชน รวม
ทง้ั การทอ่ งเท่ียวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชน พ.ศ. .... (ตามมาตรา 51)
- ร่างระเบยี บคณะกรรมการนโยบายปา่ ชมุ ชน ว่าดว้ ยการปกครอง ดแู ลบำ� รงุ รกั ษา ใชป้ ระโยชน์จากไมแ้ ละใช้ประโยชน์ในพนื้ ท่ี
ปา่ ชมุ ชน พ.ศ. .... (ตามมาตรา 18)
- ร่างระเบยี บคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน ว่าดว้ ยการตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลการจดั การปา่ ชุมชน และการจดั ทำ�
รายงานผลการจัดการปา่ ชมุ ชนในจงั หวัด พ.ศ. .... (ตามมาตรา 26)

| 23

- ร่างระเบียบกรมปา่ ไม้ ว่าดว้ ยการจดั ทำ� หลักเขต ป้าย หรอื เคร่ืองหมายอืน่ เพ่อื แสดงแนวเขตป่าชมุ ชนบริเวณเพอื่ การอนรุ ักษ์
และบริเวณเพอ่ื การใชป้ ระโยชน์ พ.ศ. …. (ตามมาตรา 49)

- รา่ งระเบียบคณะกรรมการนโยบายป่าชมุ ชน วา่ ดว้ ยการใชป้ ระโยชนจ์ ากผลผลิตและบรกิ ารปา่ ชมุ ชน พ.ศ. .... (ตามมาตรา 50)
- ร่างระเบียบคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน ว่าด้วยการห้ามกระท�ำการอื่นใดอันเก่ียวกับการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนเพื่อ

สง่ เสรมิ การศกึ ษาเรยี นรแู้ ละสรา้ งจติ สำ� นกึ เกยี่ วกบั การอนรุ กั ษแ์ ละฟน้ื ฟทู รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มในปา่ ชมุ ชน รวมทงั้
การท่องเท่ียวเชงิ อนรุ ักษโ์ ดยชมุ ชน พ.ศ. .... (ตามมาตรา 51)
- ร่างระเบียบคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน ว่าด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน หรือค่าบริการจากบุคคลท่ีมิใช่
สมาชิกปา่ ชุมชนเนอ่ื งในการใชป้ ระโยชน์จากปา่ ชุมชน พ.ศ. .... (ตามมาตรา 56)
- รา่ งระเบยี บคณะกรรมการนโยบายปา่ ชุมชน ว่าดว้ ยการเขา้ ไปกระท�ำการใด ๆ เพ่อื การศึกษา คน้ คว้าวจิ ัย หรอื สำ� รวจความ
หลากหลายทางชวี ภาพในป่าชุมชน พ.ศ. .... (ตามมาตรา 66)
- ร่างระเบียบคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน ว่าด้วยการก�ำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เก่ียวกับหน่วยงานของรัฐท่ีปกครองดูแล
พ้นื ทไ่ี มย่ ินยอมใหจ้ ัดตงั้ ปา่ ชุมชนตอ่ ไป พ.ศ. .... (ตามมาตรา 100)
- ร่างระเบียบกรมปา่ ไม้ วา่ ดว้ ยหลักเกณฑ์การกำ� หนดเงนิ ค่าปรบั ท่ไี ด้รับตามพระราชบัญญตั นิ ้ี อนั เกิดจากการกระท�ำความผิดใน
ป่าชมุ ชน พ.ศ. .... (ตามมาตรา 55)
- ร่างระเบยี บกรมปา่ ไม้ วา่ ด้วยหลักเกณฑ์ วิธกี าร การด�ำเนนิ การแก่ทรัพยส์ นิ ท่ตี กเปน็ ของแผ่นดนิ พ.ศ. .... (ตามมาตรา 69)
- รา่ งระเบยี บกรมปา่ ไม้ วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารจดั การทรพั ยส์ นิ สว่ นกลางของปา่ ชมุ ชนทถ่ี กู เพกิ ถอน พ.ศ. .... (ตามมาตรา 80)
- รา่ งประกาศคณะกรรมการนโยบายปา่ ชมุ ชน วา่ ดว้ ยการกำ� หนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารกำ� หนดอตั ราการลงโทษปรบั ทางปกครอง
พ.ศ. .... (ตามมาตรา 91)
- ร่างระเบียบประธานกรรมการนโยบายป่าชุมชน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการจ่ายเบ้ียประชุมค่าพาหนะ ค่าเบ้ียเลี้ยง
ค่าเช่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอย่างอื่นของคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน คณะกรรมการป่าชุมชนประจ�ำจังหวัด และคณะ
อนุกรรมการ (ตามมาตรา 20)

24 |

เอกสารอา้ งองิ

| 25

จติ รประภา น่มุ นวล, (2554). มาตรการทางกฎหมายในการอนรุ กั ษ์และคุม้ ครองพนื้ ท่ีป่าพรุ : กรณศี กึ ษาพ้นื ท่ปี า่ พรุควนเครง็ จังหวัด
นครศรธี รรมราช, หน้า 23-26.

แนวคดิ ป่าชุมชน, [ออนไลน]์ . (2563). สืบค้นจาก http://it.nation.ac.th/research/ntu/files/02512.pdf, [24 กุมภาพันธ์ 2563].
ปรชั ญา ยงั พธั นา, รายงานการพฒั นากรอบแนวคดิ โมเดลธรุ กจิ ศนู ยเ์ รยี นรชู้ มุ ชนอนรุ กั ษป์ า่ พรใุ นอำ� เภอชะอวด จงั หวดั นครศรธี รรมราช,

หน้า 10-12.
ประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร “การจดั การทรพั ยากรและภมู ปิ ญั ญาโดยองคก์ รชมุ ชนเพอ่ื การตอ่ ยอดสวู่ สิ าหกจิ และการเพมิ่ มลู คา่ จากฐานทรพั ยากร

ปา่ ไม”้ 18-20 กมุ ภาพนั ธ์ 2563 ณ (1) บา้ นเขาวงั ตำ� บลหนิ ตก อำ� เภอรอ่ นพบิ ลู ย์ (2) บา้ นแหลมโฮมสเตย์ ตำ� บลทา่ ศาลา
อำ� เภอทา่ ศาลา และ (3) โรงแรมทวนิ โลตสั จงั หวดั นครศรธี รรมราช.
เวทแี ลกเปลยี่ นปา่ ชมุ ชนภาคพลเมอื งระดบั ประเทศ เวทคี นกบั ปา่ 2020 “คน ปา่ ไม้ โลกรอ้ น” วนั ที่ 24-25 มกราคม 2563 ณ สวนครอู งนุ่
กรงุ เทพมหานคร.
สมหญิง สุนทรวงษ์, [ออนไลน์] (2559) “ป่าชุมชนกับสังคมไทย” สืบค้นจาก https://www.recoftc.org /thailand/stories/,
[24 กมุ ภาพันธ์ 2563].
สำ� นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า,
- พระราชบญั ญตั ปิ ่าไม้ พ.ศ. 2484
- พระราชบญั ญัตสิ งวนและค้มุ ครองสตั วป์ า่ พ.ศ. 2562
- พระราชบัญญตั ปิ า่ ชุมชน พ.ศ. 2562
สืบค้นจาก https://www.krisdika.go.th
สำ� ราญ ปาล,ี (2553) กระบวนการพฒั นาปา่ ชมุ ชนแบบบรู ณาการสคู่ วามสำ� เรจ็ ของบา้ นทาปา่ เปา หมทู่ ่ี 6 ตำ� บลทาปลาดกุ อำ� เภอแมท่ า
จงั หวดั ลำ� พนู , 125 หนา้ .
อนาคตของปา่ ไมไ้ ทยกบั การพฒั นาอย่างย่ังยนื , [ออนไลน]์ . (ม.ป.ป.). สบื คน้ จาก https://web.ku.ac.th/schoolnet/snet6/envi5/
longlive/long.htm, [ 24 กมุ ภาพนั ธ์ 2563].

26 |

ภาคผนวก ก

(แผนการจดั การป่าชุมชน 3 พืน้ ท่)ี

| 27

แผนจัดการปา่ ชมุ ชนบ้านควนเงนิ
หมูท่ ี่ 2 ตำ� บลบา้ นตลู อำ� เภอชะอวด

จังหวดั นครศรธี รรมราช

จดั ท�ำโดย
คณะกรรมการป่าชมุ ชนบ้านควนเงนิ

องค์กรชาวบ้านพรคุ วนเงิน

สนบั สนนุ กระบวนการจัดท�ำแผนโดย
โครงการเสรมิ ศักยภาพการจดั การระบบนเิ วศปา่ พรุ

เพอื่ เพม่ิ ความสามารถในการกกั เก็บคารบ์ อน
และอนุรักษค์ วามหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

28 |

1. หลกั การและเหตุผล

บ้านควนเงิน เป็นชุมชนเก่าแก่กว่าร้อยปี โดยขยายจากชุมชนดั้งเดิมเพียง 5 หลังคาเรือนเป็นชุมชนขนาดกลางในปัจจุบัน แม้มีความ
ต้องการใช้ที่ดินท�ำกินอย่างมากจนเกิดการบุกรุกแผ้วถางป่าพรุเพ่ือเปลี่ยนเป็นพ้ืนท่ีทางการเกษตรโดยเฉพาะยางพาราและปาล์มน้�ำมัน
แตช่ มุ ชนบา้ นควนเงนิ ยงั คงเกบ็ รกั ษาพน้ื ทกี่ วา่ 500 ไรไ่ วเ้ พอ่ื ประโยชนส์ ว่ นรวมของชมุ ชน โดยดำ� เนนิ การในรปู แบบปา่ ชมุ ชนตงั้ แตป่ ี พ.ศ.
2533 จนไดร้ บั พระราชทานธง “พทิ กั ษป์ า่ เพอ่ื รกั ษาชวี ติ ” จากสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ (พระยศขณะนนั้ ) เมอื่ ปี พ.ศ.
2541 และไดร้ ับรางวัลหมูบ่ ้าน ออป. ดเี ด่น ระดบั ภาค เมือ่ พ.ศ. 2544 แตป่ ัจจบุ ันมไิ ด้มีการต่ออายกุ ารขนึ้ ทะเบยี นปา่ ชมุ ชนและพน้ื ที่
ไดก้ ลายเปน็ ทสี่ าธารณประโยชน์ (น.ส.ล.)

ปา่ ชมุ ชนบา้ นควนเงนิ เปน็ แหลง่ ผลติ นำ�้ เพอ่ื การอปุ โภค แหลง่ อาหาร และแหลง่ เรยี นรเู้ กยี่ วกบั ปา่ ชมุ ชน การจดั การปา่ ชมุ ชนบา้ นควนเงนิ
มงุ่ เนน้ เรอ่ื งการปกปอ้ งพนื้ ท่ี สง่ ผลใหค้ นในชมุ ชนไมก่ ลา้ เขา้ ไปใชป้ ระโยชน์ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งคนกบั ปา่ มนี อ้ ย และคนรนุ่ ใหมใ่ นชมุ ชน
นยิ มหนั ไปประกอบอาชพี อน่ื ๆ ภมู ปิ ญั ญาในการใชป้ ระโยชนต์ า่ ง ๆ จงึ ไมไ่ ดม้ กี ารถา่ ยทอดสคู่ นรนุ่ หลงั นอกจากน้ี การเขา้ ไปใชป้ ระโยชน์
ในพนื้ ทที่ ำ� ไดย้ ากเพราะวชั พชื ขนึ้ อยหู่ นาแนน่ ดงั นน้ั การมแี ผนการบรหิ ารจดั การปา่ ชมุ ชนทดี่ จี ะเปน็ สว่ นชว่ ยในการอนรุ กั ษท์ งั้ ผนื ปา่ และ
ภมู ปิ ัญญาท้องถ่ินให้คงอย่คู กู่ บั ชมุ ชนได้อยา่ งยัง่ ยืน

2. ความเป็นมา

ปา่ ชมุ ชนบา้ นควนเงนิ ตง้ั อยใู่ นพน้ื ทหี่ มู่ 2 ตำ� บลบา้ นตลู อำ� เภอชะอวด จงั หวดั นครศรธี รรมราช มเี นอื้ ทท่ี งั้ หมด 564 ไร่ 3 งาน 56 ตารางวา
มีลักษณะเป็นหย่อมปา่ ลอ้ มรอบด้วยสิ่งปลกู สรา้ ง ถนน และพ้ืนท่เี กษตรกรรม สภาพพืน้ ท่สี ่วนใหญ่เป็นพน้ื ที่ลุม่ มนี ้�ำทว่ มขงั เนื่องจาก
ในอดีตมีการท�ำนา เลี้ยงควาย และขุดบ่อไว้ล่อปลา ซ่ึงปัจจุบันยังคงมีร่องรอยของบ่อล่อปลาหลงเหลือ มีหนองเทียะ หนองเป็ดน�้ำ
หนองอสี อ้ ง อา่ วนกเมนิ และบอ่ นำ้� ประปาของหมบู่ า้ น ขนาดประมาณ 20 ไร่ เปน็ แอง่ นำ้� หลกั โดยมที างนำ�้ เลก็ ๆ ซงึ่ เกดิ จากการเดนิ เหยยี บยำ�่
ของควายในอดตี ทำ� หนา้ ท่ีเชื่อมตอ่ แอ่งน�้ำต่าง ๆ เขา้ ดว้ ยกนั ระบบนิเวศโดยท่วั ไปเป็นป่ารนุ่ สองทก่ี ำ� ลังฟน้ื ตวั โดยมพี รรณไมป้ ระมาณ
50 ชนดิ โดยสว่ นหนง่ึ เปน็ พนั ธไ์ุ มท้ น่ี ำ� เขา้ มาปลกู และในเบอื้ งตน้ พบสตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั ประมาณ 40 ชนดิ ซงึ่ จำ� เปน็ ตอ้ งไดร้ บั การสำ� รวจ
เพมิ่ เตมิ ดา้ นทศิ เหนอื ของปา่ ชมุ ชนจะมลี กั ษณะเปน็ สนั ดอนทราย โดยมโี คกสบั จดู ซง่ึ เปน็ ทดี่ อนนำ้� ทว่ มไมถ่ งึ (พงั กาน) เปน็ เนนิ สงู สดุ ของ
ป่าชุมชน มีการขุดคูและถนนเพื่อแสดงแนวเขตท่ีชัดเจนรอบป่าชุมชน เพื่อป้องกันการบุกรุกและป้องกันไฟป่า รวมทั้งมีการสร้างถนน
น้ำ� ลน้ เพือ่ ช่วยในการควบคุมระดับและการไหลเวียนของน้�ำ ปา่ ชุมชนบา้ นควนเงินมีอาณาเขตติดตอ่ ดังนี้

ทิศเหนอื ตดิ ต่อกับ พืน้ ทเ่ี กษตรกรรม
ทศิ ใต้ ตดิ ตอ่ กบั พน้ื ที่เกษตรกรรม
ทิศตะวันออก ติดตอ่ กับ ทต่ี ั้งชมุ ชนและถนนสายควนเงนิ -ชะอวด
ทิศตะวันตก ติดตอ่ กับ ทตี่ ั้งชุมชนและพื้นทเี่ กษตรกรรม

| 29

ภาพมมุ สงู แสดงปา่ ชมุ ชนบา้ นควนเงนิ

3. วสิ ัยทศั น์

ปา่ ชมุ ชนบา้ นควนเงนิ มีความอดุ มสมบรู ณท์ างระบบนิเวศ มีความหลากหลายท้งั พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ เปน็ แหล่งอาหาร และชาวบา้ นมี
รายไดเ้ สรมิ จากการใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งยง่ั ยนื พฒั นาเปน็ แหลง่ ศกึ ษาเรยี นรรู้ ะบบนเิ วศปา่ พรุ และเพมิ่ ความเขม้ แขง็ องคก์ รชมุ ชนจดั การปา่
โดยความรว่ มมอื กบั ทกุ ภาคสว่ นที่เก่ยี วขอ้ ง

4. วตั ถปุ ระสงค์

1) เพื่อจัดการฟน้ื ฟอู นรุ ักษ์ป่าพรุให้มคี วามสมดุลทางระบบนเิ วศ มีความหลากหลายทง้ั พันธุ์พชื และพนั ธส์ุ ัตว์
2) เพอื่ ฟ้ืนฟูป่าพรุใหม้ สี ง่ิ แวดล้อมท่ีดี และเปน็ แหล่งน้ำ� ใชอ้ ุปโภค บริโภคของชมุ ชน
3) เพอ่ื ปรับปรุงเป็นท่ีศึกษาเรยี นรูแ้ ละการทอ่ งเทีย่ วเชิงนเิ วศป่าพรุ
4) เพอ่ื เป็นแหลง่ ใชป้ ระโยชนผ์ ลผลติ จากปา่ พรุอย่างยงั่ ยืนและสร้างรายไดเ้ สริมแก่สมาชกิ ปา่ ชุมชน

5. การวเิ คราะห์หาจุดเดน่ จุดด้อย (SWOT ANALYSIS)

จดุ เด่น
1) แนวเขตพน้ื ท่ชี ัดเจน
2) ไมม่ ีปญั หาเรือ่ งการบกุ รุกท�ำลายพื้นท่ี
3) องคก์ รชุมชนเขม้ แข็ง

30 |

4) เป็นพ้ืนท่ที ่มี ชี อ่ื เสียงและไดร้ บั การยอมรับ
5) ทรัพยากรในพนื้ ท่ยี ังสามารถฟ้ืนตัวได้ดี
จดุ ดอ้ ย
1) ไม่มีข้อมูลพ้นื ฐานที่ถกู ตอ้ งตามหลกั วชิ าการ
2) ทรัพยากรมคี วามหลากหลายน้อย
3) แนวทางดา้ นการรกั ษาพ้นื ทท่ี ี่ผา่ นมาทำ� ใหเ้ กดิ การเปลยี่ นแปลงของฐานทรพั ยากร
4) นโยบายการบรหิ ารของหน่วยงานทเ่ี กย่ี วข้องไม่สนบั สนนุ การอนุรักษ์
5) ไมม่ ีการด�ำเนนิ การที่ถูกต้องตามขัน้ ตอนทางกฎหมาย

6. การวิเคราะหผ์ ู้มสี ่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Analysis)

รายช่ือ ผลกระทบเชงิ บวก ผลกระทบเชิงลบ แนวทางดำ� เนินการ

ชุมชนที่ใช้ประโยชน์ - เกบ็ หาของปา่ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง - ยงุ่ ยากเน่ืองจากมหี ลักเกณฑ์ - สร้างความเขา้ ใจด้าน
- พืน้ ทไ่ี ด้ใช้ประโยชน์อยา่ ง ในการใช้ประโยชน์ทเ่ี พ่มิ ขนึ้ สิ่งแวดลอ้ มและการอนรุ ักษ์
เหมาะสม - อาจมบี างคนตอ่ ต้านเน่ืองจาก - จดั ตัง้ เปน็ กลมุ่ อนรุ ักษ์โดย
- บริหารจัดการทรพั ยากรใน ไม่เข้าใจแนวคดิ เร่อื งการใช้ ยดึ หลกั “ชมุ ชนรกั ษา ชมุ ชนใช้
ชมุ ชนได้ ประโยชน์อยา่ งยง่ั ยืน ชุมชนได้ผลประโยชน์ยง่ั ยนื ”
- ชมุ ชนมรี ะบบการใชท้ รพั ยากร
ในพนื้ ทไ่ี ด้อยา่ งย่งั ยนื

ชมุ ชนอ่นื ๆ โดยรอบ - สภาพแวดลอ้ มในชมุ ชนดขี นึ้ - - สรา้ งความเข้าใจด้าน
- เศรษฐกจิ ดขี ึน้ สิ่งแวดล้อมและการอนุรกั ษ์
- มวี ตั ถดุ บิ และอาหารในทอ้ งถน่ิ เพอ่ื รว่ มเปน็ เครอื ขา่ ยในอนาคต

อบต.บา้ นตูล - การบรหิ ารจดั การพนื้ ทมี่ คี วาม - - สรา้ งความเข้าใจด้าน
ชดั เจน สามารถดำ� เนนิ นโยบาย สงิ่ แวดลอ้ มและการอนรุ ักษ์
สนบั สนุนได้ เพอ่ื รว่ มเปน็ เครอื ขา่ ยในอนาคต

อ�ำเภอชะอวด - การบรหิ ารจัดการพนื้ ท่ีมี - - สร้างความเข้าใจด้าน
ความชดั เจน สามารถดำ� เนนิ สงิ่ แวดลอ้ มและการอนุรกั ษ์
นโยบายสนบั สนุนได้ เพอ่ื รว่ มเปน็ เครอื ขา่ ยในอนาคต

โรงเรยี นบา้ นควนเงิน - มพี น้ื ทใ่ี นการเรยี นรทู้ รพั ยากร - - จัดท�ำหลักสตู รเพ่อื สง่ เสรมิ
และภูมิปัญญาในชมุ ชน การอนุรักษร์ ว่ มกับโรงเรยี น
และชุมชน

สำ� นกั จดั การทรพั ยากร - การบรหิ ารจัดการพน้ื ที่มีความ - - ประสานงานดา้ นการอนรุ กั ษ์
ปา่ ไมท้ ี่ 12 ชดั เจน สามารถดำ� เนนิ นโยบาย
(นครศรธี รรมราช) สนบั สนนุ ได้

| 31

7. โครงสร้างการบริหารจดั การ

ชมุ ชนทดี่ แู ลปา่ ชมุ ชนบ้านควนเงนิ มมี ตจิ ัดต้ังคณะกรรมการ 2 ชุดเพื่อบรหิ ารจัดการ คอื คณะกรรมการท่ปี รึกษา และคณะกรรมการ
บริหารป่าชมุ ชน เมือ่ วัน 7 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ดังนี้

รายช่ือคณะกรรมการทปี่ รึกษา ประธานกรรมการ นายสมชาย เรอื งศรี กรรมการ
นายเจรญิ ชขู ำ� กรรมการ นายสงั เวียน อักษรภกั ด์ิ กรรมการ
ร.ต.ต.อำ� นวย ทองทรง กรรมการ นายบุญนติ ย์ อาจหนู กรรมการ
นางบานช่นื เกษสุวรรณ กรรมการ นายเฉลมิ พทุ ธขาว กรรมการ
นายวิชาญ เนาว์สุวรรณ ์ กรรมการ นายจำ� นงค์ ยศชู กรรมการ
นายสมโชค เนาวส์ วุ รรณ์ กรรมการ หวั หน้าสายตรวจ ต.บา้ นตูล กรรมการ
นายกิตติพล ทองรอด กรรมการ ผอ. ร.ร.บ้านควนเงิน กรรมการ
นายกระจา่ ง ขวญั รอด กรรมการ
นายละออง ไชยพลบาล

บทบาทหน้าทคี่ ณะกรรมการอ�ำนวยการและที่ปรกึ ษา

- ก�ำหนดแนวทางการบริหารจัดการปา่ ชมุ ชนบ้านควนเงนิ ใหเ้ ปน็ ตามแผนพัฒนา
- ใหค้ �ำแนะน�ำ ปรกึ ษา ตดิ ตาม ประเมนิ ผลการดำ� เนนิ งานของคณะกรรมการการบรหิ าร

รายชอ่ื คณะกรรมการบริหารปา่ ชมุ ชน

นางศิรพิ ร แก้วใจดี ประธานกรรมการปา่ ชมุ ชน นายลือชยั พลเกษตร กรรมการ
นายบุญลอื แกว้ ใจดี รองประธาน นายสชุ าติ สงนุ้ย กรรมการ
นายประนอม เยาว์แสง รองประธาน นายสันติชยั เอีย้ งกลับ กรรมการ
นายสานนั ท์ ทองบรุ ี กรรมการ นายบุญธรรม เจอื บญุ กรรมการ
นายบุญจนี เจือบญุ กรรมการ นายสงบ วาร ี กรรมการ
นายจำ� นันท์ สขุ สวสั ดิ์ กรรมการ นายชม เกตุสุวรรณ กรรมการ
นายประยงค์ หนูคง กรรมการ นายสบาย อนรุ กั ษ ์ กรรมการ
นายสมยั ขวัญรอด กรรมการ

บทบาทหนา้ ทีค่ ณะกรรมการบรหิ ารป่าชมุ ชน

- จดั ทำ� แผนปฏบิ ัตกิ าร แผนการท่องเท่ยี ว และอืน่ ๆ
- กำ� หนดมาตรการ ระเบยี บ ขอ้ บังคบั ทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับการบริหารจดั การปา่ ชุมชน
- รายงานผลการด�ำเนนิ การ

ข้อตกลง และกฎระเบยี บป่าชมุ ชน

1. ผู้ใดจงใจนำ� สัตว์เลยี้ งเข้าปา่ ชมุ ชนในอาณาเขตบรเิ วณปา่ ชุมชนจะมีโทษ คือ
- กรณที �ำลายตน้ ไม้ ตน้ ละ 50 - 100 บาท
- ให้ปลูกทดแทน 1 ต่อ 10 เท่า

32 |

2. หา้ มตัดไมใ้ นเขตป่าชมุ ชน
- หากผูใ้ ดบกุ รกุ ตัดไมบ้ ริเวณปา่ ชมุ ชนปรับต้นละ 50 - 100 บาท
- หากผใู้ ดลักลอบตัดไมใ้ นปา่ ชมุ ชนเมอื่ จับได้ปรับขนั้ ต�ำ่ 1,000 บาท
- หากผู้ใดจะตดั ไม้ไปใชป้ ระโยชน์ตอ้ งไดร้ บั การพจิ ารณาจากคณะกรรมการก่อน
- เมอ่ื ได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการแลว้ ผู้ตัดไม้จะต้องปลกู ทดแทน

3. ผใู้ ดบกุ รกุ แผ้วถางทำ� ลายพนื้ ที่ปา่ จนเสอื่ มสภาพ หรือวางเพลงิ ตอ้ งด�ำเนนิ คดีตามกฎหมาย
4. การจบั สัตว์ในปา่ ชมุ ชน หากผูใ้ ดฝ่าฝืนกระทำ� ความผิดจะต้องเสียค่าปรบั ตามกฎทว่ี างไว้

- ผใู้ ดใช้อวน ปรับ 2,000 บาท
- ผใู้ ดใช้แห ปรับ 500 บาท
- ผใู้ ดใชย้ อ ปรบั 300 บาท
- ผใู้ ดใชต้ าขา่ ย ปรบั 500 บาท
- ผ้ใู ดวดิ นำ้� เพอ่ื จบั สตั ว์นำ้� ปรับ 1,000 บาท
- ผูใ้ ดใช้กระแสไฟฟา้ จบั สตั วน์ ้ำ� ปรับ 5,000 บาท
- ผูใ้ ดใชส้ ารเคมีจับปลา ปรบั 5,000 บาท
- ผใู้ ดจบั เตา่ ปรบั ตวั ละ 500 บาท
- ผใู้ ดจบั สตั ว์ปีกทกุ ชนิด ปรับตัวละ 500 บาท
5. ห้ามบุคคลภายนอกต�ำบลและหมู่บ้าน มาแสวงหาผลประโยชน์จากป่าชุมชนบ้านควนเงินโดยมิได้รับอนุญาต หากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูก
ดำ� เนินคดตี ามกฎหมาย

8. ผลท่ีคาดวา่ จะได้รบั

- ป่าชุมชนบา้ นควนเงนิ ไดร้ บั การขนึ้ ทะเบยี นอย่างถูกตอ้ งตามกฎหมาย
- ปา่ ชุมชนบ้านควนเงนิ มีแผนการอนุรกั ษ์และใช้ประโยชนอ์ ยา่ งยัง่ ยนื โดยชุมชนมีสว่ นรว่ ม

9. รายละเอียดของโครงการ

1) ชือ่ โครงการ โครงการส�ำรวจความหลากหลายในพนื้ ทีป่ ่าชมุ ชนบา้ นควนเงนิ
พน้ื ท่ดี ำ� เนินโครงการ ป่าชมุ ชนบา้ นควนเงิน เนือ้ ท่ี 565 ไร่
หลกั การและเหตผุ ล ปา่ ชุมชนบา้ นควนเงนิ ได้รับการจดั ตัง้ และดำ� เนนิ งานในรปู ป่าชุมชนมากวา่ 30 ปี แตย่ ังไม่เคยมีการสำ� รวจความ
หลากหลายของทรัพยากรในพ้ืนที่อย่างจริงจัง และการกักขังน�้ำแม้จะช่วยรักษาพ้ืนท่ีไว้ได้แต่ย่อมมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของ
ชนิดพันธุ์ท้ังพืชและสัตว์ท่ีอาศัยในพรุ เพ่ือให้มีข้อมูลพ้ืนฐานที่เป็นปัจจุบันจึงควรมีการส�ำรวจข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
ทถ่ี กู ต้องตามหลกั วชิ าการ เพือ่ ใช้ในการวางแผนการบรหิ ารจดั การพืน้ ท่ตี อ่ ไป
วัตถุประสงค์ เพ่อื ส�ำรวจความหลากหลายของพชื และสตั วใ์ นพ้นื ท่ีปา่ ชมุ ชนบา้ นควนเงนิ และบรเิ วณใกล้เคียง

| 33

แผนการด�ำเนินงาน
- จดั หาข้อมูลพนื้ ฐานต่าง ๆ เชน่ ขอบเขต สภาพภูมิประเทศ กำ� หนดแนวส�ำรวจหรอื พื้นท่สี ำ� รวจให้ทัว่ ทั้งพน้ื ท่ีหรือส�ำรวจในพ้นื ท่ี
ทเี่ ป็นตวั แทนที่ดีของพ้นื ทป่ี ่าชมุ ชน
- ทำ� การสำ� รวจตามวธิ กี ารทกี่ ำ� หนด โดยสำ� รวจทงั้ ในเชงิ ปรมิ าณ (จำ� นวนชนดิ ) และเชงิ คณุ ภาพ (ความถ่ี ความมากมาย ความชกุ ชมุ
ฯลฯ) ใหค้ รอบคลมุ ทง้ั พนั ธไ์ุ มบ้ ก พนั ธไ์ุ มน้ ำ้� สตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั สตั วเ์ ลอื้ ยคลาน สตั วส์ ะเทนิ นำ�้ สะเทนิ บก สตั วป์ กี และสตั วน์ ำ้�
- รวบรวมและวเิ คราะหข์ อ้ มลู เบอ้ื งตน้ จดั ทำ� เปน็ รายชอ่ื และรายงานเพอื่ ใชเ้ ปน็ ฐานขอ้ มลู สำ� หรบั การวางแผนและการดำ� เนนิ งาน
ดา้ นอืน่ ๆ ตอ่ ไป

ระยะเวลา ส�ำรวจเบ้ืองต้นในเดือนสงิ หาคม - กนั ยายน 2563 ส�ำรวจเพิม่ เติมใหค้ รบทุกฤดตู ้ังแต่เดือนตลุ าคม 2563 - กนั ยายน 2564
และสำ� รวจเพอ่ื ติดตามการเปลยี่ นแปลงทุก 2 ปี
งบประมาณ ครงั้ ละ 1,000,000 บาท (ค่าอปุ กรณ์สำ� รวจ ค่าตอบแทนนักวิจยั และค่าจา้ งแรงงานในการวางแปลง)
ผลทค่ี าดวา่ จะได้รบั

- ป่าชุมชนบ้านควนเงินมีฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพท่ีเป็นปัจจุบันและสามารถน�ำมาใช้ในการวางแผนการบริหาร
จดั การพืน้ ทีไ่ ด้
2) ชือ่ โครงการ โครงการกำ� หนดเขตคมุ้ ครองและเขตใชป้ ระโยชน์ในพน้ื ที่ ปา่ ชุมชนบ้านควนเงิน
พื้นที่ดำ� เนินโครงการ ปา่ ชุมชนบา้ นควนเงิน เนื้อที่ 565 ไร่
หลักการและเหตุผล เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีการก�ำหนดเขตการจัดการที่ชัดเจน และแนวนโยบายที่ด�ำเนินการมาในอดีต ท�ำให้ชุมชน
ไม่ได้ใช้ประโยชน์ทรัพยากรในพื้นที่ได้ตามที่ควรจะเป็น เพื่อให้มีการอนุรักษ์และใช้ประโยน์ได้อย่างย่ังยืนจึงจ�ำเป็นต้องก�ำหนดเขตเป็น
พ้ืนทีต่ ่าง ๆ ตามความเหมาะสม
วตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ กำ� หนดพนื้ ทอ่ี นรุ กั ษแ์ ละพนื้ ทใ่ี ชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งยงั่ ยนื ในพนื้ ทป่ี า่ ชมุ ชนบา้ นควนเงนิ ใหม้ คี วามเหมาะสมกบั สภาพแวดลอ้ ม
และความตอ้ งการใชป้ ระโยชนท์ ม่ี ี
แผนการดำ� เนินงาน
- น�ำข้อมูลจากการสำ� รวจความหลากหลายมาวเิ คราะห์ขอบเขตและการกระจายของทรพั ยากรตา่ ง ๆ ในพืน้ ที่
- ประชมุ ระดมความคิดเห็นเก่ียวกับความตอ้ งการและรปู แบบการใช้ประโยชน์ทรัพยากรในพื้นที่
- ก�ำหนดเขตพนื้ ท่ีบริหารจัดการทเ่ี หมาะสมตามลำ� ดบั การใชป้ ระโยชน์ เชน่ พื้นท่ีอนรุ กั ษร์ ะบบนิเวศ (ห้ามใชป้ ระโยชนท์ กุ ชนดิ )
พน้ื ทฟี่ น้ื ฟแู ละคมุ้ ครองพนั ธพ์ุ ชื ทอ้ งถนิ่ (หา้ มเกบ็ หาพนั ธพ์ุ ชื แตจ่ บั ปลาได)้ พน้ื ทค่ี มุ้ ครองสตั วน์ ำ�้ (หา้ มจบั ปลาแตเ่ กบ็ หาประโยชน์
จากพชื ได้) และพ้ืนที่ใชป้ ระโยชนแ์ ละเก็บหาผลผลติ จากป่า
ระยะเวลา ก�ำหนดพ้ืนทเี่ บอื้ งต้นในเดือนตุลาคม 2563 และปรบั ปรงุ ขอบเขตอีกครัง้ หลังจากไดข้ อ้ มลู พื้นฐานด้านความหลากหลายของ
ทรพั ยากรธรรมชาติแล้วในเดือนตุลาคม 2564
งบประมาณ 5,000 บาท/คร้งั (ค่าประชมุ และค่าจดั ท�ำเอกสาร)
ผลท่ีคาดว่าจะได้รับ ป่าชุมชนบ้านควนเงินมีการก�ำหนดเขตและแผนการบริหารจัดการที่ชัดเจนเพื่อรักษาไว้ซ่ึงความหลากหลายทาง
ชวี ภาพและความอดุ มสมบูรณใ์ นพ้ืนที่

34 |

3) ชอ่ื โครงการ โครงการจดั ท�ำขอ้ มลู พืน้ ฐานเพ่อื การขน้ึ ทะเบยี นป่าชุมชน
พ้นื ท่ีดำ� เนนิ โครงการ ปา่ ชมุ ชนบ้านควนเงิน เนอ้ื ที่ 565 ไร่
หลักการและเหตุผล เน่ืองจากปัจจุบันป่าชุมชนบ้านควนเงิน ไม่มีสถานะเป็นป่าชุมชนตามกฎหมาย และเม่ือมีการประกาศใช้
พระราชบญั ญตั ปิ า่ ชมุ ชน พ.ศ. 2562 ไดม้ กี ารเปลย่ี นแปลงหลกั เกณฑแ์ ละรปู แบบในการขน้ึ ทะเบยี นปา่ ชมุ ชน จงึ ควรมกี ารศกึ ษาหลกั เกณฑ์
ดงั กล่าวและจดั เตรยี มขอ้ มลู รวมทง้ั เอกสารตา่ ง ๆ เพ่อื ดำ� เนนิ การข้ึนทะเบยี นปา่ ชุมชน
วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือเตรียมขอ้ มูลรวมทั้งเอกสารต่าง ๆ ให้มีความพรอ้ มในการขอขนึ้ ทะเบยี นป่าชมุ ชน
แผนการด�ำเนินงาน

- ศกึ ษารายละเอยี ดและหลักเกณฑ์การขอขนึ้ ทะเบยี นเปน็ ปา่ ชุมชนตาม พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562
- จดั เตรยี มขอ้ มลู รวมทง้ั เอกสารตา่ ง ๆ รวมทง้ั ตดิ ตามตรวจสอบและแกไ้ ข หากเกดิ ปญั หา เชน่ เรอ่ื งการขออนญุ าตใชท้ ด่ี นิ ประเภท
น.ส.ล. (หนังสือส�ำคัญทหี่ ลวง) ในการขน้ึ ทะเบยี นปา่ ชุมชน
ระยะเวลา เดอื นตุลาคม - ธนั วาคม 2563 และปรับปรุงขอ้ มูลปีละ 1 ครง้ั (เดอื นกันยายน)
งบประมาณ ค่าเดนิ ทางและจดั ท�ำเอกสาร คร้ังละ 2,000 บาท
ผลที่คาดวา่ จะไดร้ ับ ป่าชุมชนบ้านควนเงนิ มคี วามพรอ้ มในการขอขนึ้ ทะเบยี นเป็นป่าชุมชน
4) ชื่อโครงการ โครงการป้องกนั รกั ษาป่าชมุ ชนบา้ นควนเงนิ โดยการมีส่วนรว่ ม
พน้ื ทดี่ �ำเนนิ โครงการ ปา่ ชุมชนบา้ นควนเงิน เน้อื ที่ 565 ไร่
หลกั การและเหตผุ ล แมป้ า่ ชมุ ชนบา้ นควนเงนิ จะไมม่ กี ารบกุ รกุ พนื้ ทแ่ี ละไดม้ กี ารจดั ทำ� ขอบเขตทช่ี ดั เจน แตย่ งั คงพบวา่ มบี คุ คลนอกชมุ ชน
ลักลอบเขา้ มาทำ� ลายทรพั ยากรในพ้ืนท่ีอยบู่ า้ ง เช่น การหาปลาด้วยการช๊อตไฟฟา้ และการเกิดไฟป่า ทำ� ใหย้ งั คงมีความเส่ยี งที่ทรพั ยากร
ในพน้ื ที่จะเกดิ ความเสียหายได้ การจัดท�ำแผนเพือ่ ป้องกันการกระทำ� ผิดดงั กลา่ ว ตลอดจนตรวจสอบ ซ่อมแซม บ�ำรุงรกั ษาแนวเขตและ
แนวกันไฟอยา่ งสม่ำ� เสมอ จงึ เปน็ ส่งิ จำ� เป็น
วตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื ปอ้ งกนั รกั ษาพนื้ ทแ่ี ละทรพั ยากรในปา่ ชมุ ชนบา้ นควนเงนิ ใหค้ งความอดุ มสมบรู ณแ์ ละสามารถใหป้ ระโยชนแ์ กส่ ว่ นรวม
ได้อย่างยั่งยนื
แผนการดำ� เนนิ งาน
- ลาดตระเวนเฝ้าระวังการกระท�ำผดิ ในพ้ืนทป่ี ่าชุมชน และปัญหาไฟป่า โดยใช้อาสาสมัครในชุมชน เดือนละ 1 - 2 คร้งั
- ตรวจสอบ ปรับปรงุ ซ่อมแซม และบำ� รุงแนวเขต (ถนนและคูนำ้� ) ปีละ 2 ครั้ง
- จดั ท�ำแนวป้องกนั ไฟ และจัดทำ� แผนบริหารจัดการเช้อื เพลงิ ในพื้นทลี่ อ่ แหลม ปลี ะ 1 ครั้ง (เดอื นมิถุนายน)
ระยะเวลา พ.ศ. 2563 - 2567

| 35

งบประมาณ งบประมาณรวม 60,000 บาท
- ค่าเสบียงอาหารในการออกลาดตระเวน ครั้งละ 500 บาท
- คา่ จา้ งแรงงานและคา่ อาหารในการบำ� รงุ แนวเขตปา่ ชมุ ชน/แนวปอ้ งกนั ไฟปา่ ครงั้ ละ 5,000 บาท (หากจำ� เปน็ ตอ้ งใชง้ บประมาณ
จำ� นวนมาก เช่น ขุดลอกคูคลอง ให้ขอสนับสนนุ จากหนว่ ยงานทีเ่ กย่ี วขอ้ งเปน็ กรณีไป)

ผลทค่ี าดว่าจะไดร้ บั ปา่ ชุมชนบา้ นควนเงนิ เนือ้ ท่ี 565 ไร่ ได้รับการจัดการท่ีดี มีระบบป้องกันรกั ษาปา่ โดยชุมชนมีสว่ นร่วมท่เี ขม้ แข็ง
5) ช่อื โครงการ โครงการเพม่ิ ความหลากหลายของระบบนิเวศในปา่ ชมุ ชนบ้านควนเงิน
พ้ืนท่ดี ำ� เนนิ โครงการ ปา่ ชมุ ชนบ้านควนเงิน เน้ือท่ี 565 ไร่
หลักการและเหตผุ ล พ้ืนท่ีป่าชุมชนบ้านควนเงินเปน็ พน้ื ทปี่ า่ พรทุ ่ีเคยถูกบกุ รกุ ท�ำลายมากอ่ น จากการส�ำรวจความหลากหลายเบ้อื งต้น
พบว่าพ้ืนท่ีมีความหลากหลายไม่มากนักเม่ือเทียบกับระบบนิเวศป่าพรุแบบด้ังเดิม จึงจ�ำเป็นต้องมีการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศโดยการน�ำ
พนั ธพ์ุ ชื และพนั ธส์ุ ตั วพ์ นื้ ถน่ิ ดง้ั เดมิ จากทอ่ี น่ื ๆ มาเพาะพนั ธแ์ุ ละปลอ่ ยคนื สธู่ รรมชาตเิ พอื่ เพมิ่ ความหลากหลายของระบบนเิ วศใหม้ มี ากขน้ึ
วัตถุประสงค์ เพื่อฟ้นื ฟคู วามอุดมสมบูรณข์ องปา่ ชุมชนบ้านควนเงนิ ให้มคี วามหลากหลายทางชีวภาพเพมิ่ มากขนึ้
แผนการดำ� เนนิ งาน

- การอนุรักษ์พนั ธไุ์ มป้ ่าพรุ (จัดหาและเพาะพนั ธุไ์ มป้ ่าพรุดัง้ เดิมเพอ่ื ใช้ปลูกในพ้ืนท่ี)
- การปลกู พนั ธุ์ไมป้ ่าพรเุ พ่ือเสรมิ สภาพป่า (ปลูกพนั ธไุ์ ม้ป่าพรุในวันสำ� คญั ตา่ ง ๆ)
- การปลอ่ ยพันธุ์สัตว์นำ้� และสัตว์ท้องถน่ิ หายากท่ีใกลส้ ูญพันธุ์ ปลี ะ 1 คร้ัง
ระยะเวลา พ.ศ. 2563 - 2567
งบประมาณ งบประมาณรวม 480,000 บาท
- การอนรุ กั ษ์พันธุ์ไมป้ ่าพรุ ปีละ 50,000 บาท (ด�ำเนนิ การต่อเนื่องตลอดป)ี
- การปลกู พนั ธไ์ุ มป้ า่ พรเุ พอื่ เสรมิ สภาพปา่ ครง้ั ละ 20,000 บาท (คา่ เตรยี มพน้ื ท่ี คา่ อาหาร คา่ นำ้� มนั เชอื้ เพลงิ ) ดำ� เนนิ การอยา่ งนอ้ ย
ปีละ 1 ครงั้
- การปล่อยพนั ธ์ุสัตว์น้ำ� และสตั วท์ อ้ งถนิ่ หายากทีใ่ กลส้ ูญพนั ธุ์ ครั้งละ 50,000 บาท (คา่ เตรยี มพนื้ ท่ี ค่าอาหาร คา่ น�้ำมันเชื้อเพลงิ
โดยขอรบั การสนับสนนุ พนั ธุ์สัตว์จากหนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวขอ้ ง) ดำ� เนินการอย่างนอ้ ยปลี ะ 1 ครงั้
ผลท่ีคาดว่าจะได้รับ ป่าชุมชนบ้านควนเงินมีความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มมากข้ึน สามารถรองรับการใช้
ประโยชนข์ องชุมชนได้อยา่ งยง่ั ยนื
6) ชื่อโครงการ โครงการพฒั นาและจดั การท่องเทย่ี วเชิงนิเวศปา่ พรโุ ดยชมุ ชน
พน้ื ทด่ี ำ� เนินโครงการ ป่าชุมชนบ้านควนเงิน
หลกั การและเหตผุ ล หลกั การของการอนรุ กั ษป์ า่ ชมชน คอื ปา่ ชมุ ชนจะคงอยไู่ ด้ ชมุ ชนรอบ ๆ ตอ้ งไดร้ บั ประโยชน์ ทง้ั ทางตรงและทางออ้ ม
ซึ่งการท่องเที่ยวเชงิ นิเวศเปน็ อีกกิจกรรมหนงึ่ ซ่งึ นอกจากจะสรา้ งรายได้ให้แกช่ ุมชนแล้ว ยงั เปน็ การช่วยอนรุ ักษพ์ ้ืนท่ปี า่ ได้อีกทางหนงึ่
วัตถปุ ระสงค์ เพอ่ื วางแผนและดำ� เนินการจดั การพื้นทเ่ี พ่ือการทอ่ งเท่ียวเชงิ นิเวศ

36 |

แผนการดำ� เนนิ งาน
- ส�ำรวจและจัดท�ำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ (เส้นทางเดินเท้าหรือเส้นทางจักรยานรอบป่าพรุ จุดที่น่าสนใจ ป้ายส่ือความหมาย
และจุดแวะพกั )
- จัดทำ� ปา้ ยประชาสัมพันธป์ า่ ชุมชน
- จดั ทำ� แผนการทอ่ งเที่ยวและประชาสมั พันธ์การทอ่ งเท่ยี วผา่ นทางสอื่ ตา่ ง ๆ

ระยะเวลา พ.ศ. 2563 - 2567
- จดั ทำ� แผนการทอ่ งเทย่ี วและประชาสมั พนั ธก์ ารทอ่ งเทยี่ วผา่ นทางสอ่ื ตา่ ง ๆ เดอื นกนั ยายน 2563 และปรบั ปรงุ ขอ้ มลู ทกุ 3 เดอื น
- ส�ำรวจและจดั ทำ� เสน้ ทางศกึ ษาธรรมชาติ เดือนพฤศจกิ ายน - ธนั วาคม 2563
- จดั ท�ำป้ายประชาสมั พนั ธป์ ่าชุมชน เดือนมีนาคม 2564

งบประมาณ งบประมาณรวม 100,000 บาท
- จัดท�ำแผนการทอ่ งเทย่ี วและประชาสมั พันธก์ ารท่องเทย่ี ว 20,000 บาท (คา่ จดั การประชมุ เพอ่ื ท�ำแผนการท่องเท่ยี ว)
- สำ� รวจและจดั ท�ำเสน้ ทางศกึ ษาธรรมชาติ 50,000 บาท (คา่ ผลิตและติดตงั้ ป้ายส่ือความหมาย คา่ น้ำ� มันเช้อื เพลิง คา่ จา้ งแรงงาน
พัฒนาเสน้ ทางที่มอี ย่เู ดิม)
- จัดทำ� ป้ายประชาสมั พนั ธ์ป่าชมุ ชน 5,000 บาท (คา่ ผลิตและติดตัง้ แผน่ ปา้ ย)

ผลท่ีคาดว่าจะได้รบั
- ป่าชมุ ชนบา้ นควนเงินมเี สน้ ทางท่องเทีย่ วและแผนการทอ่ งเที่ยวทส่ี ามารถพัฒนาต่อยอดเปน็ วิสาหกจิ ชุมชนด้านการท่องเท่ียว
เชงิ นิเวศได้

7) ชอื่ โครงการ โครงการเพิม่ ศกั ยภาพสมาชิกชมุ ชนเพื่อพฒั นาการบรหิ ารจัดการ
พ้ืนทดี่ ำ� เนนิ โครงการ ป่าชมุ ชนบ้านควนเงิน
หลกั การและเหตผุ ล ตามหลกั การของปา่ ชุมชน นอกเหนอื จากการรักษาไวเ้ พอ่ื คณุ ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ปา่ ชุมชนจะคงอยู่ได้
ชุมชนที่อยู่รอบข้างต้องได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมด้วย การบริหารจัดการเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนจึงเป็น
ส่ิงจ�ำเป็น จึงต้องมีการพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการบริหารจัดการเพ่ือพัฒนารูปแบบการด�ำเนินงานให้สอดคล้องกับวิถีชุมชนและ
เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวชิ าการ
วัตถุประสงค์ เพ่อื พฒั นารปู แบบของการบริหารจดั การใหส้ อดคล้องกบั วิถีชมุ ชนและเปน็ ไปตามหลกั วิชาการ
แผนการด�ำเนินงาน

- จัดประชมุ คณะกรรมการปา่ ชมุ ชน เพอื่ สรปุ ผลการดำ� เนนิ งานและปรับปรงุ ขอ้ กำ� หนดตา่ ง ๆ ปลี ะ 4 ครง้ั
- จดั ประชมุ ให้ข้อมูลและสรา้ งจติ สำ� นึกด้านการอนุรักษ์ ปลี ะ 1 ครง้ั
- จัดประชมุ ให้ความรดู้ ้านป่าชุมชนและกฎหมายปา่ ชมุ ชน สทิ ธชิ ุมชน และด้านอ่นื ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง ปีละ 1 ครั้ง
- จัดประชุมใหค้ วามรู้และสร้างจิตสำ� นึกแก่เยาวชนในชุมชน ปลี ะ 1 คร้ัง
- จดั ศกึ ษาดูงานเพ่ือเพ่มิ พูนทักษะทจ่ี ำ� เป็น ปลี ะ 1 คร้งั หรอื ตามความเหมาะสม
ระยะเวลา พ.ศ. 2563 - 2567

| 37

งบประมาณ งบประมาณรวม 1,700,000 บาท
- ประชมุ คณะกรรมการปา่ ชุมชน ครัง้ ละ 5,000 บาท (ค่าอาหารและเอกสารการประชมุ )
- ประชมุ ให้ข้อมลู และสรา้ งจติ สำ� นกึ ครงั้ ละ 50,000 บาท
- ประชมุ ให้ความรู้ดา้ นต่าง ๆ ครั้งละ 50,000 บาท
- ประชุมให้ความร้แู ละสรา้ งจิตส�ำนกึ แก่เยาวชน ครั้งละ 200,000 บาท
- ศกึ ษาดงู าน ครัง้ ละ 100,000 บาท

ผลท่คี าดวา่ จะไดร้ บั
- องค์กรชาวบ้านและคณะกรรมการปา่ ชมุ ชน มีความร้คู วามเข้าใจในหลักการดำ� เนินงานและมวี สิ ยั ทัศนใ์ นการบริหารจดั การปา่
ชมุ ชน
- ปา่ ชุมชนบ้านควนเงินมีการด�ำเนนิ งานที่เปน็ รปู ธรรม สอดคล้องกับวิถีชุมชน และเปน็ ไปตามหลกั วิชาการ
- มีเครือข่ายดา้ นการอนุรักษ์ท่ีเป็นกลุ่มเยาวชนในท้องถิ่น

8) ชื่อโครงการ โครงการส่อื เพ่ือการอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติในทอ้ งถิ่น
พน้ื ทด่ี ำ� เนินโครงการ ป่าชุมชนบ้านควนเงนิ
หลักการและเหตุผล การด�ำเนินงานป่าชุมชนจ�ำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์ผลการด�ำเนินงาน เพ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจท้ังแก่คน
ในชมุ ชน ชุมชนโดยรอบ หรอื แมแ้ ตป่ ระชาชนทั่วไป ทัง้ นี้หากมีการเห็นความสำ� คญั ของการอนุรกั ษใ์ นชุมชน ย่อมเปน็ ผลดใี นการสรา้ ง
เครอื ขา่ ยเพ่อื ใหม้ กี ารอนรุ กั ษ์อย่างยงั่ ยนื ต่อไป
วตั ถุประสงค์

- เพ่อื พฒั นาสื่อประชาสมั พนั ธ์ดา้ นการอนุรักษ์จากฐานข้อมูลในพ้ืนท่ี
- เพอื่ ขยายเครือข่ายดา้ นการอนรุ กั ษส์ ชู่ ุมชนใกลเ้ คยี ง
แผนการดำ� เนนิ งาน
- จัดท�ำสือ่ เพื่อการอนุรกั ษโ์ ดยอ้างองิ ขอ้ มลู จากผลการดำ� เนนิ งานในชว่ งปที ี่ 1 และ 2
- ประชาสัมพันธผ์ ลการด�ำเนินการและการอนรุ กั ษผ์ ่านช่องทางตา่ ง ๆ ทัง้ ในชุมชนและชมุ ชนใกลเ้ คยี ง อยา่ งนอ้ ยปีละ 1 คร้งั
ระยะเวลา พ.ศ. 2564 - 2567
งบประมาณ งบประมาณรวม 280,000 บาท
- ค่าออกแบบและจดั ทำ� สือ่ เพื่อการอนุรักษ์ 200,000 บาท
- การประชาสมั พนั ธ์ผลการด�ำเนนิ การและการอนรุ ักษ์ ครงั้ ละ 20,000 บาท
ผลทีค่ าดวา่ จะได้รบั
- ป่าชุมชนบ้านควนเงนิ มีส่ือประชาสมั พนั ธด์ า้ นการอนุรกั ษ์ที่เหมาะสม
- มีเครือข่ายด้านการอนรุ ักษ์กับชุมชนใกล้เคียงและกล่มุ เยาวชนทอ้ งถิ่น
9) ชอื่ โครงการ โครงการส่งเสรมิ การใชภ้ ูมิปัญญาทอ้ งถนิ่ ในการเพมิ่ มลู คา่ จากผลผลติ ทไ่ี ดใ้ นป่าชุมชน
พื้นท่ีดำ� เนนิ โครงการ ปา่ ชุมชนบา้ นควนเงนิ

38 |

หลักการและเหตุผล การด�ำเนินงานป่าชุมชนจ�ำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์ผลการด�ำเนินงาน เพ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจท้ังแก่คน
ในชมุ ชน ชมุ ชนโดยรอบ หรือแมแ้ ต่ประชาชนทว่ั ไป ทัง้ นหี้ ากมีการเหน็ ความสำ� คัญของการอนรุ ักษใ์ นชมุ ชน ยอ่ มเปน็ ผลดีในการสร้าง
เครือข่ายเพอ่ื ใหม้ กี ารอนุรักษ์อยา่ งยั่งยนื ต่อไป
วัตถุประสงค์

- เพือ่ รวบรวมภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั การใช้ประโยชน์ทรพั ยากรธรรมชาติในท้องถ่ิน
- เพอ่ื สง่ เสริมและพัฒนาการใชภ้ ูมิปญั ญาชมุ ชนในการเพมิ่ มลู ค่าผลผลติ
แผนการดำ� เนินงาน
- จดั ประชมุ ระดมความเหน็ และสมั ภาษทป์ ราชญช์ าวบา้ นเพอื่ รวบรวมภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การใชป้ ระโยชนท์ รพั ยากร
ธรรมชาตใิ นทอ้ งถ่ิน เช่น

1. การใชป้ ระโยชน์และการแปรรปู เห็ดเสมด็
2. การเลี้ยงผ้งึ และต่อ
3. การแปรรูปผลติ ภณั ฑจ์ ากปลาน�้ำจดื
4. ประเพณกี ารท�ำบุญปา่ พรุและลอยกระทง
- จดั ท�ำเอกสาร/ส่อื เพ่ือเกบ็ รักษาองคค์ วามรไู้ ว้ไม่ใหส้ ูญหายรวมท้ังเผยแพรอ่ งค์ความรแู้ กป่ ระชาชนที่สนใจ
ระยะเวลา
- การประชมุ /สมั ภาษทเ์ พ่ือรวบรวมภมู ิปญั ญา เดือนกรกฎาคม - กนั ยายน 2565
- การจัดท�ำเอกสาร/สอื่ เพือ่ รักษาองคค์ วามรู้ เดอื นตลุ าคม - ธนั วาคม 2565
งบประมาณ งบประมาณรวม 260,000 บาท
- การประชุม/สมั ภาษทเ์ พื่อรวบรวมภมู ปิ ญั ญา 60,000 บาท (คา่ จัดการประชุม จ�ำนวน 3 คร้ัง)
- การจดั ทำ� เอกสาร/ส่อื เพอ่ื รกั ษาองคค์ วามร้แู ละประชาสัมพันธ์ 200,000 บาท (คา่ จดั ทำ� สอื่ )
ผลท่ีคาดวา่ จะได้รับ
- รูปแบบการใชป้ ระโยชนท์ รัพยากรในชุมชนไดร้ บั การพัฒนาและเพิม่ มลู คา่ ผลผลติ
- ภมู ปิ ญั ญาทเ่ี กย่ี วกบั การใชท้ รพั ยากรธรรชาตใิ นทอ้ งถนิ่ ของชมุ ชนบา้ นควนเงนิ และชมุ ชนโดยรอบไดร้ บั การรวบรวมและจดั เกบ็
อยา่ งเป็นระบบ
- ประเพณี/วัฒนธรรมในชุมชนได้รับการรักษาและสืบทอด

| 39

40 | ขัน้ ตอนปฏิบัติงานตามระยะเวลา (time line)

พ.ศ. 2563 พ.ศ. 2564 พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2566 พ.ศ. 2567

โครงการ ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร งบประมาณ
มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส
โครงการส�ำรวจความหลากหลายในพนื้ ทีป่ ่าชมุ ชนบ้านควนเงนิ ท่ี ที่ ท่ี ที่ ที่ ที่ ที่ ท่ี ที่ ที่ ท่ี ที่ ท่ี ท่ี ท่ี ที่ ที่ ที่ 2,000,000
โครงการก�ำหนดเขตคุ้มครองและเขตใชป้ ระโยชน์ในพน้ื ทีป่ ่าชุมชน 34123412341234 1234 10,000
บา้ นควนเงนิ
โครงการจดั ทำ� ข้อมูลพืน้ ฐานเพื่อการขน้ึ ทะเบียนปา่ ชมุ ชน 11111 1 111
โครงการป้องกันรกั ษาปา่ ชมุ ชนบา้ นควนเงนิ โดยการมีสว่ นรว่ ม
11
- ลาดตระเวนเฝ้าระวังการกระท�ำผดิ
- ตรวจสอบ ปรบั ปรุง และบำ� รงุ แนวเขตปา่ ชมุ ชน 1 1 1 1 1 10,000
- การจัดทำ� แนวกนั ไฟ และการจัดการเชือ้ เพลิง
โครงการเพ่ิมความหลากหลายของระบบนิเวศในป่าชมุ ชนบ้านควนเงิน 111111111111111111 10,000
- การอนุรกั ษ์พนั ธไุ์ ม้ปา่ พรุ 11 1 1 1 25,000
- การปลกู พนั ธไ์ุ ม้ปา่ พรเุ พื่อเสริมสภาพปา่ 11111 25,000
- การปล่อยพนั ธส์ุ ัตว์น้ำ� และสตั วท์ อ้ งถิน่ ด้ังเดิม
โครงการพฒั นาและจัดการทอ่ งเทีย่ วเชงิ นิเวศป่าพรุโดยชุมชน 111111111111111111 200,000
- จัดท�ำแผนการทอ่ งเท่ียวและประชาสัมพนั ธ์การทอ่ งเที่ยว 1111 80,000
- ส�ำรวจและจดั ท�ำเส้นทางศกึ ษาธรรมชาติ 1111 200,000
- จัดทำ� ปา้ ยประชาสัมพันธ์
111111111 20,000
1 50,000
1 5,000

พ.ศ. 2563 พ.ศ. 2564 พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2566 พ.ศ. 2567

โครงการ ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร ไตร งบประมาณ
มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส มาส
ที่ ท่ี ที่ ที่ ท่ี ที่ ท่ี ที่ ท่ี ท่ี ท่ี ที่ ท่ี ที่ ที่ ที่ ที่ ที่ 100,000
34123412341234 1234 200,000
200,000
โครงการเพมิ่ ศักยภาพสมาชกิ ชุมชนเพ่ือพฒั นาการบรหิ ารจดั การ 1111 800,000
1 400,000
- จดั ประชมุ คณะกรรมการปา่ ชมุ ชน 11111111111111 1
200,000
- จัดประชุมใหข้ อ้ มลู และสร้างจิตส�ำนกึ 111 1 80,000
1
- จดั ประชุมใหค้ วามรู้ด้านปา่ ชุมชนและกฎหมายป่าชุมชน 111 60,000
สทิ ธชิ มุ ชน และอื่น ๆ ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง 1 200,000
4,875,000
- จดั ประชุมใหค้ วามรู้และสรา้ งจติ ส�ำนกึ แก่เยาวชน 111 7776

- จัดศึกษาดูงานองคก์ รชาวบา้ นและคณะกรรม-การป่าชุมชน 111
เพ่ือเพม่ิ พนู ทกั ษะทจ่ี ำ� เป็น

โครงการสร้างจติ ส�ำนึกรกั ษ์ปา่ ชมุ ชนและทรัพยากรธรรมชาติทอ้ งถิน่

- สื่อเพอ่ื การอนรุ กั ษ์ 11

- การประชาสัมพนั ธ์ผลการด�ำเนินงานด้านอนุรกั ษ์ 111

โครงการสง่ เสรมิ การใช้ภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่นในการเพมิ่ มูลคา่ จากผลผลิต
ทไ่ี ด้ในป่าชมุ ชน

- จดั ประชุมและสัมภาษทเ์ พือ่ รวบรวมภูมิปัญญา 1

- การจดั ท�ำสื่อเพื่อรักษาองคค์ วามรูแ้ ละประชาสัมพนั ธ์ 1

รวม 7 7 8 7 7 7 7 7 7 7 6 6 6 7

*งบประมาณและระยะเวลาอาจเปลยี่ นแปลงไดต้ ามความเหมาะสม

| 41

แผนจดั การปา่ ชุมชนสวนสมเด็จเจา้ ฟา้ จฬุ าภรณ์
ต�ำบลชะอวด อ�ำเภอชะอวด
จงั หวดั นครศรธี รรมราช

จดั ท�ำโดย
คณะกรรมการป่าชุมชนสวนสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

องค์กรชาวบ้านต�ำบลชะอวด

สนับสนุนกระบวนการจดั ทำ� แผนโดย
โครงการเสรมิ ศักยภาพการจดั การระบบนิเวศปา่ พรุ

เพือ่ เพ่มิ ความสามารถในการกักเก็บคารบ์ อน
และอนรุ ักษค์ วามหลากหลายทางชวี ภาพอย่างยง่ั ยนื

42 |

1. หลกั การและเหตผุ ล

ป่าชมุ ชนสวนสมเด็จเจา้ ฟา้ จฬุ าภรณ์ เดิมเรียกกนั ทัว่ ไปวา่ พรุยวนนก เพราะมีนกมาทำ� รังวางไข่กนั เป็นจ�ำนวนมาก กระทงั่ ปี พ.ศ. 2505
หลังเกิดวาตภัยจากพายุโซนร้อนแฮเรียต มีการย้ายถิ่นเข้ามาบุกรุกแผ้วถางและจับจองพื้นท่ีเป็นจ�ำนวนมาก มีการจับจองพื้นที่ทับซ้อน
จนกลายเปน็ ความขัดแย้ง และการเกิดไฟไหมพ้ รจุ นปา่ ด้ังเดิมได้รบั ความเสยี หาย วิกฤติเหลา่ น้นี ำ� ไปส่กู ารรวมกลมุ่ อนุรักษข์ องชาวบ้าน
4 ชุมชนเพ่ือดูแลรกั ษาป่าพรุกว่า 2,000 ไร่ ดว้ ยการขดุ “แพรก” หรือคลู อ้ มป่าพรุในปี พ.ศ. 2533 และมกี ารด�ำเนินการในรปู ป่าชุมชน
ทเ่ี ข้มแขง็ จนไดร้ บั พระราชทานช่ือ “ปา่ พรสุ วนสมเดจ็ เจา้ ฟ้าจฬุ าภรณ์” เม่อื ปี พ.ศ. 2536 และไดร้ บั รางวลั ลูกโลกสีเขยี ว ประเภทชุมชน
เมือ่ พ.ศ. 2554

นโยบายในการรกั ษาพื้นท่โี ดยการขังน้ำ� ไว้เพือ่ ไม่ให้เกดิ ไฟไหม้ป่า แม้จะมีส่วนช่วยในการรกั ษาสภาพป่าไว้ แต่การกกั น้�ำไวใ้ หท้ ว่ มขังเปน็
เวลานานสง่ ผลใหอ้ ตั ราการทดแทนของพชื รุ่นตอ่ ไปเกิดขึ้นได้ยาก รวมทั้งตน้ ไมเ้ ดิมเร่มิ ล้มตาย นอกจากนกี้ ารไมม่ กี ารถ่ายเทน้ำ� ส่งผลให้
เกดิ นำ�้ เนา่ เสยี และมกี ารเปลยี่ นแปลงของชนดิ พนั ธส์ุ ตั วใ์ นพน้ื ที่ เชน่ ชนดิ ปลาทอี่ าศยั ในระบบนเิ วศนำ�้ ไหลถกู ทดแทนดว้ ยชนดิ ปลาทช่ี อบ
น้�ำนิ่งมากกว่า หากปล่อยไว้โดยไม่มีการจัดการท่ีดี ย่อมเกิดความเสียหายท้ังต่อสภาพธรรมชาติและความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรอบใน
อนาคต จึงจ�ำเปน็ ต้องมแี ผนการบรหิ ารจดั การที่ดเี พ่ือลดผลกระทบดังกลา่ ว

2. ความเปน็ มา

ป่าชุมชนสวนสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ตัง้ อยใู่ นพนื้ ทต่ี �ำบลชะอวด อ�ำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช มีเน้อื ทั้งหมด 1,498 ไร่ 0 งาน
89 ตารางวา ครอบคลุมทั้งหมด 4 หมู่บา้ น ไดแ้ ก่ หมทู่ ่ี 2 บ้านทา่ สะทอ้ น หมทู่ ่ี 3 บา้ นเนนิ อินทรแ์ ก้ว หมทู่ ่ี 5 บา้ นเนินกลาง และ หมู่ท่ี 7
บ้านทา่ เข็น ระบบนเิ วศโดยท่วั ไปเปน็ ป่ารุน่ สองทกี่ ำ� ลงั ฟน้ื ตวั มีทโ่ี ล่งที่เปน็ สังคมพืชกระจดู ประมาณ 20% ของพนื้ ที่ และบางสว่ นเป็น
ท่โี ลง่ ซึง่ มีน้�ำลกึ โดยสำ� รวจพบพรรณไม้ประมาณ 80 ชนดิ มตี ้นเสมด็ ขาว (Melaleuca cajuputi Powell) เป็นไม้เดน่ และพบสัตว์มี
กระดูกสันหลังประมาณ 60 ชนดิ พื้นท่เี ปน็ เกาะป่าทถี่ กู ตัดขาดจากปา่ ธรรมชาตอิ ่ืน ๆ ลอ้ มรอบดว้ ยชมุ ชนและพ้นื ทเี่ กษตรกรรม บรเิ วณ
ตอนกลางของพ้ืนท่ีมีการขุดสระน้�ำสาธารณประโยชน์เพื่อเป็นแหล่งท�ำน้�ำประปาชุมชน ปัจจุบันทางองค์การบริหารส่วนต�ำบลชะอวด
ได้ขอจดเอกสารสิทธิเป็นหนังสือสำ� คัญสำ� หรบั ทห่ี ลวง (น.ส.ล.) และไมไ่ ดย้ ่ืนขอขึ้นทะเบยี นปา่ ชุมชน มีอาณาเขตติดตอ่ ดังนี้

ทศิ เหนอื ตดิ ต่อกบั หม่ทู ี่ 2 บ้านทา่ สะท้อน และหมูท่ ่ี 7 บ้านทา่ เขน็
ทศิ ใต้ ติดตอ่ กับ หมู่ที่ 3 บ้านเนนิ อนิ ทร์แกว้
ทิศตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กบั หมูท่ ่ี 4 บา้ นปากบางกลม และหมทู่ ่ี 7 บ้านทา่ เข็น
ทศิ ตะวนั ตก ติดตอ่ กบั หมู่ที่ 2 บา้ นท่าสะทอ้ น และหมูท่ ่ี 5 บา้ นเนนิ กลาง

| 43

ภาพมุมสูง แสดงป่าชุมชนสวนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณ์

3. วสิ ัยทศั น์

ป่าชมุ ชนสวนสมเด็จเจา้ ฟา้ จุฬาภรณม์ คี วามสมดุลยท์ างระบบนเิ วศทงั้ พนั ธพุ์ ืช พนั ธ์ุสตั ว์ สามารถสร้างแหล่งอาหารชุมชนและรายไดแ้ ก่
คนท้องถ่ินรอบป่าพรุ เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้เพ่ือขยายผลส�ำเร็จการจัดการป่าชุมชนไปสู่ชุมชนอ่ืนโดยการมีส่วนร่วมของผู้ท่ีเกี่ยวข้องใน
ทกุ ระดบั

4. วัตถุประสงค์

1. เพ่อื ฟน้ื ฟูระบบนเิ วศปา่ พรุสวนสมเดจ็ เจ้าฟา้ จฬุ าภรณ์ และคมุ้ ครองพนั ธุ์พชื และพนั ธส์ุ ัตว์ท้องถ่นิ ทส่ี �ำคัญหายาก
2. เพือ่ พฒั นาป่าชมุ ชนให้เปน็ แหล่งศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศปา่ พรแุ ละเป็นแหลง่ ใช้ประโยชนผ์ ลผลิตจากป่าอยา่ งยั่งยืน
3. เพอ่ื สรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ รชมุ ชนและผมู้ สี ว่ นเกยี่ วขอ้ งในพนื้ ทใ่ี หม้ ศี กั ยภาพในการจดั การปา่ ชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณ์
4. เพ่อื เปน็ ต้นแบบในการอนุรกั ษ์และขยายผลไปยงั พืน้ ที่ใกล้เคียง ใหเ้ กดิ การมีสว่ นร่วมในทกุ ภาคสว่ น และพัฒนาไปสกู่ ารสร้าง

เครือขา่ ยการอนุรกั ษใ์ นอนาคต

5. การวิเคราะหห์ าจดุ เดน่ จุดด้อย (SWOT ANALYSIS)

จดุ เด่น
1. แนวเขตพนื้ ทช่ี ัดเจน
2. ไม่มปี ัญหาเร่อื งการบุกรุกทำ� ลายพ้ืนที่
3. องค์กรชุมชนเข้มแขง็

44 |

4. เปน็ พน้ื ท่ที ม่ี ชี ่ือเสยี งและได้รบั การยอมรบั
5. ทรพั ยากรในพนื้ ทยี่ ังสามารถฟืน้ ตวั ได้ดี
จดุ ด้อย
1. ไมม่ ีขอ้ มลู พืน้ ฐานทีถ่ กู ตอ้ งตามหลักวชิ าการ
2. ทรัพยากรมคี วามหลากหลายน้อย
3. การเขา้ มาใช้ประโยชน์จากบคุ คลภายนอก
4. นโยบายการบรหิ ารของหนว่ ยงานท่เี กยี่ วขอ้ งไมส่ นับสนุนการอนรุ กั ษ์
5. ไมม่ กี ารด�ำเนินการทีถ่ ูกตอ้ งตามข้ันตอนทางกฎหมาย

6. การวเิ คราะหผ์ ูม้ สี ว่ นได้ส่วนเสีย (Stakeholder Analysis)

รายช่อื ผลกระทบเชิงบวก ผลกระทบเชงิ ลบ แนวทางด�ำเนนิ การ

ชมุ ชนท่ีใช้ประโยชน์ - เกบ็ หาของป่าได้อย่างถูกต้อง - ยงุ่ ยากเน่ืองจากมีหลักเกณฑ์ - สรา้ งความเขา้ ใจดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม
ไม่ต้องลักลอบ ในการใช้ประโยชน์ทเ่ี พ่มิ ขึน้ และการอนรุ ักษ์
- บริหารจดั การทรัพยากรใน - อาจมบี างกลมุ่ ตอ่ ตา้ นเนอื่ งจาก - จดั ตง้ั เป็นกลุ่มอนุรักษ์โดย
ชมุ ชนได้ ตอ้ งเสยี แหลง่ ทำ� กนิ หรอื ไม่ ยดึ หลกั “ชมุ ชนรกั ษา ชมุ ชนใช้
- ชุมชนมีระบบการใชท้ รัพยากร - อยากแบ่งปันผลประโยชนก์ ับ ชมุ ชนได้ผลประโยชน์ย่ังยืน”
ในพื้นทไ่ี ดอ้ ย่างยง่ั ยืน คนอืน่

ชุมชนอื่น ๆ โดยรอบ - สภาพแวดล้อมในชมุ ชนดขี น้ึ - - สรา้ งความเขา้ ใจดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม
- เศรษฐกจิ ดขี ึ้น และการอนุรกั ษ์เพื่อรว่ มเป็น
- มวี ตั ถดุ บิ และอาหารในทอ้ งถนิ่ เครือขา่ ยในอนาคต

อบต.ชะอวด - การบรหิ ารจดั การพน้ื ทม่ี คี วาม - - สรา้ งความเขา้ ใจดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม
ชดั เจน สามารถดำ� เนนิ นโยบาย และการอนรุ ักษ์เพ่ือรว่ มเป็น
สนบั สนนุ ได้ เครอื ขา่ ยในอนาคต

อำ� เภอชะอวด - การบรหิ ารจดั การพน้ื ทมี่ คี วาม - - สรา้ งความเขา้ ใจดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม
ชดั เจน สามารถดำ� เนนิ นโยบาย และการอนุรักษเ์ พอ่ื ร่วมเปน็
สนับสนนุ ได้ เครือข่ายในอนาคต

โรงเรยี นศาลาทวดทอง - มพี ื้นท่ีในการเรียนรู้ - - จดั ท�ำหลกั สูตรเพื่อส่งเสริม
โรงเรียนชะอวด ทรัพยากรและภูมิปญั ญาใน การอนรุ กั ษร์ ว่ มกบั โรงเรียน
วทิ ยาคาร ชุมชน และชมุ ชน

สำ� นกั จดั การ - การบรหิ ารจดั การพนื้ ทม่ี คี วาม - - ประสานงานดา้ นการอนุรกั ษ์
ทรัพยากรป่าไมท้ ี่ 12 ชดั เจน สามารถดำ� เนนิ นโยบาย
(นครศรธี รรมราช) สนบั สนุนได้

| 45

7. โครงสรา้ งการบริหารจัดการ

ชุมชนที่ดูแลป่าชุมชนสวนสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ได้จัดต้ังคณะกรรมการ 2 ชุดเพื่อบริหารจัดการ คือ คณะกรรมการอ�ำนวยการและ
ทป่ี รกึ ษา และคณะกรรมการบรหิ ารปา่ ชมุ ชน ประกาศโดยองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บลชะอวด เมอ่ื วนั 14 เดอื นกมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2554 ดงั น้ี

รายชือ่ คณะกรรมการอำ� นวยการและทป่ี รึกษา

นายกองค์การบริหารสว่ นต�ำบลชะอวด ประธานกรรมการ
รองนายกองค์การบรหิ ารสว่ นตำ� บลชะอวด กรรมการ
ก�ำนนั ต�ำบลชะอวด กรรมการ
ประธานสภาองคก์ ารบริหารส่วนตำ� บลชะอวด กรรมการ
สมาชกิ สภาองค์การบรหิ ารสว่ นตำ� บลชะอวด กรรมการ
ผู้ใหญ่บา้ นทกุ หมู่บ้าน กรรมการ
ปลัดองคก์ ารบริหารส่วนตำ� บล กรรมการ
ประธานประชาคมต�ำบลชะอวด กรรมการ

บทบาทหนา้ ทคี่ ณะกรรมการอ�ำนวยการและที่ปรึกษา

- กำ� หนดแนวทางการบรหิ ารจดั การการท่องเท่ียวเชงิ นเิ วศนส์ วนสมเด็จเจา้ ฟ้าจฬุ าภรณใ์ ห้เปน็ ตามแผนพฒั นา
- ใหค้ �ำแนะน�ำ ปรกึ ษา ตดิ ตาม ประเมนิ ผลการด�ำเนนิ งานของคณะกรรมการการบริหาร

รายชอ่ื คณะกรรมการบรหิ ารป่าชุมชน

นายสมใจ ทกั ษิณ ประธานกรรมการ นายอนนั ต์ บวั มี กรรมการ
นายนรินทร์ พรหมมินทร ์ รองประธาน นายบุญเสรมิ เผือกแกว้ กรรมการ
ร.ต.นาวี ปานสงค ์ รองประธาน นายเจริญ ถ่นิ นยุ้ กรรมการ
นายสรุ ชัย ห้วยห้าง กรรมการฝา่ ยประชาสมั พนั ธ์ นายอนนั ต์ บญุ พรหม กรรมการ
นางกาญจนา ศรวี ารนิ ทร์ กรรมการฝ่ายการเงนิ และบัญชี นายชติ วงสวา่ ง กรรมการ
นายชม หนูสุย กรรมการ นางภาวนา ขำ� กลดั กรรมการ
นางจำ� เนียร หนูรตั น ์ กรรมการ นายวิสุทธ์ เกอ้ื สงั ข์ เลขานกุ ารและกรรมการฝา่ ยจดั ซอ้ื
นายแต้ม หยูเอียด กรรมการ

บทบาทหนา้ ท่ีคณะกรรมการบริหารปา่ ชมุ ชน

- จดั ท�ำแผนปฏิบตั กิ าร แผนการท่องเท่ียวเชงิ นิเวศฯ
- กำ� หนดมาตรการ ระเบยี บ ข้อบังคับทเี่ ก่ียวขอ้ งกับการบริหารจัดการท่องเทย่ี ว
- รายงานผลการดำ� เนินการ

ข้อตกลง และกฎระเบียบปา่ ชมุ ชน

- ห้ามตดั ต้นไม้ทุกชนดิ
- ห้ามจับสัตว์ และรบกวนสตั วท์ กุ ชนิด

46 |

- หา้ มจับสตั วน์ ้ำ� ทกุ ชนดิ ในฤดวู างไข่
- ห้ามจับสัตว์น้ำ� โดยใชส้ ารเคมี ชอ็ ตไฟฟา้
- หา้ มปลอ่ ยสัตว์เลีย้ งทกุ ชนิด
- ห้ามปลกู ป่าหรอื ปลูกต้นไม้ ต้องเป็นท่ที ีก่ ำ� หนดให้เท่าน้นั
- ห้ามบกุ รกุ เพือ่ ประโยชน์สว่ นตวั หรือเพือ่ กลมุ่ คณะบคุ คลโดยเด็ดขาด
- การจัดกจิ กรรมของบคุ คลและคณะ ตอ้ งได้รบั อนญุ าตจากผ้ทู ม่ี ีอำ� นาจเท่านน้ั
- ห้ามใชเ้ ครื่องขยายเสียง หรอื อปุ กรณอ์ ืน่ ใดอนั เป็นการรบกวนสัตว์
- ห้ามพกพาอาวธุ ทุกชนดิ
- การจำ� หน่วยสนิ ค้า อนญุ าตเฉพาะบริเวณท่ีจดั ใหเ้ ทา่ น้นั
- ตอ้ งรักษาความสะอาด มใิ หม้ เี ศษขยะและขยะมลู ฝอยเกล่ือนกลาด

8. ผลทค่ี าดว่าจะไดร้ บั

- ป่าชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจ้าฟ้าจฬุ าภรณ์ ได้รบั การข้ึนทะเบยี นอยา่ งถกู ต้องตามกฎหมาย
- ปา่ ชุมชนสวนสมเด็จเจ้าฟา้ จุฬาภรณ์ มแี ผนการอนรุ ักษ์และใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งยัง่ ยืนโดยชมุ ชนมสี ่วนร่วม

9. รายละเอียดของโครงการ

1) ชือ่ โครงการ โครงการส�ำรวจความหลากหลายในพื้นทีป่ ่าชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์
พน้ื ทดี่ ำ� เนนิ โครงการ ป่าชุมชนสวนสมเดจ็ เจ้าฟา้ จุฬาภรณ์ เน้ือท่ี 1,498 ไร่
หลักการและเหตผุ ล ป่าชุมชนสวนสมเดจ็ เจ้าฟ้าจฬุ าภรณ์ ได้รบั การจัดต้งั และดำ� เนินงานในรปู ปา่ ชุมชนมากวา่ 30 ปี แตย่ ังไม่เคยมกี าร
สำ� รวจความหลากหลายของทรพั ยากรในพืน้ ทอ่ี ยา่ งจรงิ จัง การจัดท�ำแผนการดำ� เนินการดา้ นตา่ ง ๆ จึงไม่มที ศิ ทางและตัวช้วี ดั ที่แน่นอน
ท�ำให้ไม่สามารถฟื้นฟูระบบนิเวศได้อย่างเหมาะสม เพ่ือให้มีข้อมูลพ้ืนฐานท่ีจ�ำเป็นจึงควรมีการส�ำรวจข้อมูลด้านความหลากหลายทาง
ชีวภาพท่ีเปน็ ปจั จบุ ันและถกู ตอ้ งตามหลักวิชาการ เพอ่ื ใชใ้ นการวางแผนการบริหารจดั การพื้นท่ีต่อไป
วัตถปุ ระสงค์ เพอื่ สำ� รวจความหลากหลายของพชื และสัตว์ในพ้ืนทป่ี ่าชุมชนสวนสมเดจ็ เจ้าฟ้าจฬุ าภรณแ์ ละบรเิ วณใกลเ้ คยี ง
แผนการดำ� เนนิ งาน

- จัดหาข้อมลู พน้ื ฐานตา่ ง ๆ เชน่ ขอบเขต สภาพภูมิประเทศ กำ� หนดแนวสำ� รวจหรอื พ้นื ท่สี ำ� รวจให้ทว่ั ทั้งพ้ืนท่หี รือสำ� รวจในพื้นที่
ท่เี ป็นตวั แทนท่ีดีของพ้ืนทีป่ ่าชุมชน
- ทำ� การสำ� รวจตามวธิ กี ารทกี่ ำ� หนด โดยสำ� รวจทง้ั ในเชงิ ปรมิ าณ (จำ� นวนชนดิ ) และเชงิ คณุ ภาพ (ความถ่ี ความมากมาย ความชกุ ชมุ
ฯลฯ) ใหค้ รอบคลมุ ทง้ั พนั ธไ์ุ มบ้ ก พนั ธไ์ุ มน้ ำ้� สตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั สตั วเ์ ลอื้ ยคลาน สตั วส์ ะเทนิ นำ�้ สะเทนิ บก สตั วป์ กี และสตั วน์ ำ้�
- รวบรวมและวเิ คราะหข์ อ้ มลู เบอื้ งตน้ จดั ทำ� เปน็ รายชอ่ื และรายงานเพอื่ ใชเ้ ปน็ ฐานขอ้ มลู สำ� หรบั การวางแผนและการดำ� เนนิ งาน
ด้านอืน่ ๆ ตอ่ ไป
ระยะเวลา ส�ำรวจเบ้ืองต้นในเดือนสงิ หาคม - กันยายน 2563 ส�ำรวจเพ่ิมเติมให้ครบทุกฤดตู ั้งแต่เดือนตลุ าคม 2563 - กันยายน 2564
และสำ� รวจเพ่อื ติดตามการเปลีย่ นแปลงทกุ 2 ปี
งบประมาณ คร้งั ละ 1,000,000 บาท (ค่าอุปกรณส์ �ำรวจ ค่าตอบแทนนักวิจยั และค่าจ้างแรงงานในการวางแปลง)

| 47

ผลทคี่ าดว่าจะไดร้ ับ
- ปา่ ชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณม์ ฐี านขอ้ มลู ความหลากหลายทางชวี ภาพทเี่ ปน็ ปจั จบุ นั และสามารถนำ� มาใชใ้ นการวางแผน
การบรหิ ารจัดการพน้ื ที่ได้

2) ชอื่ โครงการ โครงการกำ� หนดเขตคุ้มครองและเขตใช้ประโยชนใ์ นพ้นื ท่ปี า่ ชุมชนสวนสมเดจ็ เจา้ ฟ้าจฬุ าภรณ์
พ้ืนทีด่ �ำเนนิ โครงการ ป่าชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจ้าฟา้ จุฬาภรณ์ เนื้อท่ี 1,498 ไร่
หลกั การและเหตผุ ล เนอื่ งจากทผ่ี า่ นมาไมม่ กี ารกำ� หนดเขตการจดั การทชี่ ดั เจน ทรพั ยากรในพนื้ ทป่ี า่ ชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณจ์ งึ
ถูกรบกวนทวั่ ทัง้ พ้นื ท่ี ท�ำใหไ้ ม่สามารถฟ้นื ฟรู ะบบนเิ วศได้อย่างเหมาะสม เพือ่ ใหม้ ีการอนรุ กั ษ์และใชป้ ระโยนไ์ ดอ้ ย่างยัง่ ยนื จงึ จำ� เปน็ ตอ้ ง
กำ� หนดเขตเปน็ พืน้ ทต่ี ่าง ๆ ตามความเหมาะสม
วตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ กำ� หนดพน้ื ทอี่ นรุ กั ษแ์ ละพนื้ ทใ่ี ชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งยงั่ ยนื ในพน้ื ทปี่ า่ ชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณ์ ใหม้ คี วามเหมาะสม
กบั สภาพแวดล้อมและความตอ้ งการใช้ประโยชน์ท่มี ี
แผนการด�ำเนนิ งาน

- น�ำข้อมูลจากการสำ� รวจความหลากหลายมาวิเคราะห์ขอบเขตและการกระจายของทรพั ยากรตา่ ง ๆ ในพน้ื ท่ี
- ก�ำหนดเขตพ้นื ทบ่ี ริหารจัดการท่เี หมาะสมตามลำ� ดับการใช้ประโยชน์ เช่น พื้นทอี่ นรุ ักษร์ ะบบนิเวศ (หา้ มใชป้ ระโยชน์ทกุ ชนิด)
พน้ื ทฟ่ี น้ื ฟแู ละคมุ้ ครองพนั ธพ์ุ ชื ทอ้ งถน่ิ (หา้ มเกบ็ หาพนั ธพ์ุ ชื แตจ่ บั ปลาได)้ พน้ื ทค่ี มุ้ ครองสตั วน์ ำ้� (หา้ มจบั ปลาแตเ่ กบ็ หาประโยชน์
จากพืชได้) และพืน้ ที่ใชป้ ระโยชน์และเกบ็ หาผลผลติ จากปา่
ระยะเวลา กำ� หนดพน้ื ท่ีเบื้องตน้ ในเดอื นตุลาคม 2563 และปรบั ปรุงขอบเขตอกี ครงั้ หลงั จากได้ข้อมูลพนื้ ฐานด้านความหลากหลายของ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ล้วในเดอื นตลุ าคม 2564
งบประมาณ 5,000 บาท/ครง้ั (ค่าประชุมและคา่ จดั ท�ำเอกสาร)
ผลทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั ปา่ ชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณม์ กี ารกำ� หนดเขตและแผนการบรหิ ารจดั การทช่ี ดั เจนเพอ่ื รกั ษาไวซ้ งึ่ ความหลาก
หลายทางชีวภาพและความอดุ มสมบรู ณใ์ นพืน้ ท่ี
3) ช่อื โครงการ โครงการจัดทำ� ขอ้ มลู พนื้ ฐานเพอื่ การข้นึ ทะเบียนป่าชุมชน
พ้ืนที่ด�ำเนินโครงการ ปา่ ชุมชนสวนสมเดจ็ เจ้าฟา้ จฬุ าภรณ์ เนอื้ ท่ี 1,498 ไร่
หลกั การและเหตผุ ล เนอ่ื งจากปจั จบุ นั ปา่ ชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณ์ ไมม่ สี ถานะเปน็ ปา่ ชมุ ชนตามกฎหมาย และเมอื่ มกี ารประกาศ
ใชพ้ ระราชบญั ญตั ิป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ได้มกี ารเปลย่ี นแปลงหลักเกณฑแ์ ละรูปแบบในการข้นึ ทะเบียนเป็นปา่ ชมุ ชน จงึ ควรมกี ารศกึ ษา
หลักเกณฑด์ ังกล่าวและจัดเตรียมข้อมูลรวมทั้งเอกสารตา่ ง ๆ เพื่อดำ� เนินการข้ึนทะเบยี นปา่ ชุมชน
วตั ถุประสงค์ เพื่อเตรยี มขอ้ มูลรวมทง้ั เอกสารต่าง ๆ ให้มีความพร้อมในการขอขนึ้ ทะเบยี นปา่ ชุมชน
แผนการดำ� เนนิ งาน
- ศกึ ษารายละเอยี ดและหลกั เกณฑ์การขอข้นึ ทะเบียนเป็นปา่ ชุมชนตาม พ.ร.บ.ปา่ ชมุ ชน พ.ศ. 2562
- จดั เตรยี มขอ้ มลู รวมทง้ั เอกสารตา่ ง ๆ รวมทง้ั ตดิ ตามตรวจสอบและแกไ้ ข หากเกดิ ปญั หา เชน่ เรอื่ งการขออนญุ าตใชท้ ดี่ นิ ประเภท
น.ส.ล. (หนังสือสำ� คัญที่หลวง) ในการขึน้ ทะเบยี นปา่ ชุมชน

48 |

ระยะเวลา เดอื นตลุ าคม - ธันวาคม 2563 และปรบั ปรงุ ขอ้ มูลปีละ 1 ครัง้ (เดือนกันยายน)
งบประมาณ คา่ เดนิ ทางและจัดท�ำเอกสาร ครงั้ ละ 2,000 บาท
ผลท่คี าดว่าจะได้รบั ปา่ ชุมชนสวนสมเดจ็ เจ้าฟา้ จุฬาภรณ์ มีความพร้อมในการขอขึ้นทะเบียนเปน็ ป่าชมุ ชน
4) ชื่อโครงการ โครงการปอ้ งกนั รักษาป่าชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์โดยการมีส่วนร่วม
พืน้ ท่ีดำ� เนินโครงการ ปา่ ชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจ้าฟา้ จุฬาภรณ์ เนอื้ ท่ี 1,498 ไร่
หลกั การและเหตผุ ล แมป้ า่ ชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณจ์ ะไมม่ บี กุ รกุ พนื้ ทแ่ี ละไดม้ กี ารจดั ทำ� ขอบเขตทช่ี ดั เจน แตย่ งั คงพบวา่ มบี คุ คล
นอกชมุ ชนลกั ลอบเขา้ มาทำ� ลายทรพั ยากรในพน้ื ทอ่ี ยเู่ สมอ เชน่ การหาปลาดว้ ยการชอ๊ ตไฟฟา้ ทำ� ใหย้ งั คงมคี วามเสยี่ งทที่ รพั ยากรในพนื้ ท่ี
จะเกดิ ความเสยี หายได้ การจดั ทำ� แผนเพอื่ ปอ้ งกนั การกระทำ� ผดิ ดงั กลา่ ว ตลอดจนตรวจสอบ ซอ่ มแซม บำ� รงุ รกั ษาแนวเขตและแนวกนั ไฟ
อยา่ งสม่�ำเสมอ จงึ เปน็ ส่ิงจ�ำเป็น
วตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื ปอ้ งกนั รกั ษาพนื้ ทแี่ ละทรพั ยากรในปา่ ชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณใ์ หค้ งความอดุ มสมบรู ณแ์ ละสามารถใชป้ ระโยชน์
แก่ส่วนรวมไดอ้ ย่างยงั่ ยืน
แผนการดำ� เนนิ งาน

- ลาดตระเวนเฝา้ ระวงั การกระท�ำผิดในพน้ื ทป่ี ่าชมุ ชน และปญั หาไฟปา่ โดยใช้อาสาสมัครในชุมชน เดอื นละ 1 - 2 คร้ัง
- ตรวจสอบ ปรบั ปรงุ ซอ่ มแซม และบ�ำรุงแนวเขต (ถนนและคนู ้ำ� ) ปลี ะ 2 คร้ัง
- จัดท�ำแนวปอ้ งกันไฟ และจดั ท�ำแผนบริหารจัดการเช้อื เพลงิ ในพืน้ ทล่ี ่อแหลม ปลี ะ 1 คร้ัง (เดอื นมถิ นุ ายน)
ระยะเวลา พ.ศ. 2563 - 2567
งบประมาณ งบประมาณรวม 60,000 บาท
- คา่ เสบียงอาหารในการออกลาดตระเวน ครัง้ ละ 500 บาท
- คา่ จา้ งแรงงานและคา่ อาหารในการบำ� รงุ แนวเขตปา่ ชมุ ชน/แนวปอ้ งกนั ไฟปา่ ครง้ั ละ 5,000 บาท (หากจำ� เปน็ ตอ้ งใชง้ บประมาณ
จำ� นวนมาก เช่น ขุดลอกคคู ลอง ใหข้ อสนับสนนุ จากหนว่ ยงานที่เกย่ี วข้องเปน็ กรณไี ป)
ผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั ปา่ ชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณ์ เนอ้ื ที่ 1,498 ไร่ ไดร้ บั การจดั การทด่ี ี มรี ะบบปอ้ งกนั รกั ษาปา่ โดยชมุ ชนมสี ว่ นรว่ ม
ที่เข้มแขง็
5) ชอ่ื โครงการ โครงการฟ้ืนฟูความหลากหลายของระบบนเิ วศในป่าชุมชนสวนสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์
พน้ื ทีด่ ำ� เนนิ โครงการ ปา่ ชุมชนสวนสมเดจ็ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ เน้อื ท่ี 1,498 ไร่ (เน้นด�ำเนนิ การในเขตคุ้มครอง)
หลกั การและเหตผุ ล พนื้ ทปี่ า่ ชมุ ชนสวนสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฬุ าภรณ์ เปน็ พนื้ ทป่ี า่ พรทุ เ่ี คยถกู บกุ รกุ ทำ� ลายมากอ่ น จากการสำ� รวจความหลากหลาย
เบื้องต้นพบว่าพื้นท่ีมีความหลากหลายไม่มากนักเมื่อเทียบกับระบบนิเวศป่าพรุแบบด้ังเดิม และเนื่องจากไม่มีพันธุ์ไม้ดั้งเดิมท่ีสามารถ
ทำ� ให้เกิดการทดแทนได้ จึงจำ� เป็นตอ้ งมีการช่วยฟ้ืนฟรู ะบบนเิ วศโดยการนำ� พันธพ์ุ ืชและพนั ธส์ุ ัตว์พนื้ ถนิ่ ด้ังเดิมจากทีอ่ ่นื ๆ มาเพาะพนั ธุ์
และปลอ่ ยคืนสู่ธรรมชาตเิ พือ่ ใหก้ ลบั มามคี วามอุดมสมบณู ด์ ังเดิม

| 49


Click to View FlipBook Version