The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ข้อเสนอแนะต่อกรมป่าไม้ จากการเสวนา มติ ครม. 5 ต.ค. 2565 อนุญาตให้เอกชนปลูกสร้างสวนป่าในพื้นที่ป่าไม้ : โอกาส ความท้าทาย และผลกระทบ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Forestry Research Center, 2022-11-03 03:06:46

ข้อเสนอแนะต่อกรมป่าไม้ จากการเสวนา มติ ครม. 5 ต.ค. 2565 อนุญาตให้เอกชนปลูกสร้างสวนป่าในพื้นที่ป่าไม้ : โอกาส ความท้าทาย และผลกระทบ

ข้อเสนอแนะต่อกรมป่าไม้ จากการเสวนา มติ ครม. 5 ต.ค. 2565 อนุญาตให้เอกชนปลูกสร้างสวนป่าในพื้นที่ป่าไม้ : โอกาส ความท้าทาย และผลกระทบ

Keywords: มติ ครม. 5 ต.ค. 2565,ปลูกสร้างสวนป่า

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565 ให้ภาคเอกชนเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้เพื่อ
การปลูกสร้างสวนปา่ โดยมวี ัตถปุ ระสงค์เพื่อใหเ้ อกชนสามารถเข้ามาทำประโยชน์ในพนื้ ท่ีปา่ ได้มากขน้ึ ทำให้มี
การเพิ่มพื้นที่ป่าได้มากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มพื้นที่ป่า การกักเก็บคาร์บอน และลด
ปริมาณคาร์บอน ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสและความท้าทายในการให้เอกชนเข้ามาดำเนินการปลูกสร้างสวนป่าใน
พื้นที่ป่าไม้เพื่อสนับสนุนการเพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจตามเป้าหมาย อย่างไรก็ดี หลายภาคส่วนอาจมีความกังวล
ตอ่ การให้เอกชนเขา้ ไปทำประโยชนใ์ นพ้ืนที่ป่าไมท้ ี่อาจส่งผลตอ่ การทำกินของประชาชนที่มีอยเู่ ดิมในพืน้ ที่ เกิด
การเช่าถือครองที่ดินแปลงใหญ่โดยเอกชนที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจฐานราก การกระจายรายได้ และ
เศรษฐกิจชุมชน รวมทั้งความเป็นธรรมในการใชป้ ระโยชน์ทรพั ยากรป่าไม้ เปน็ ต้น

คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดเสวนาภายใต้หัวข้อ “มติ ครม. 5 ต.ค. 2565
อนุญาตให้เอกชนปลูกสร้างสวนป่าในพื้นที่ป่าไม้ของรัฐ: โอกาส ความท้าทาย และผลกระทบ” ใน

วันที่ 25 ตุลาคม 2565 เพื่อเป็นเวทีในการให้ข้อมูลและร่วมวิเคราะห์ผลกระทบจากมติ ครม. ดังกล่าว
ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้
ขบั เคล่อื นการดำเนนิ งานของหนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวขอ้ งตามมติ ครม. ดงั กล่าวไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพและยั่งยืน โดย
มีวิทยากรร่วมงานเสวนา 5 ท่าน ได้แก่ ผศ.ดร.กอบศักดิ์ วันธงไชย คณบดีคณะวนศาสตร์ ผศ.ดร.ขวัญชัย
ดวงสถาพร หัวหน้าวิชาการจัดการป่าไม้ คณะวนศาสตร์ คุณประยุทธ เสี้ยวยิ้ม ผู้อำนวยการส่วนอนุญาตใช้
ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ กองการอนุญาต กรมป่าไม้ คุณชัยวุฒิ หลักเมือง ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความ
ยงั่ ยนื การไฟฟา้ ฝ่ายผลติ แหง่ ประเทศไทย และคณุ วรางคณา รตั นรตั น์ ผู้อำนวยการแผนงานประเทศไทย ศนู ย์
วนศาสตร์ชมุ ชนเพื่อคนกับป่า (รีคอฟ) จากผลการเสวนาซง่ึ มผี ูเ้ ขา้ รว่ มทง้ั ในห้องประชุมและผา่ นระบบออนไลน์
ประมาณ 130 คน ได้สรุปประเด็นความท้าทาย โอกาส และผลกระทบ ตลอดมีเสนอข้อเสนอแนะต่อการ
ขับเคลอื่ นตามมติ ครม. ดงั กล่าว ดงั น้ี

1. มตคิ ณะรฐั มนตรีเมื่อวันที่ 5 ตลุ าคม 2565 อนญุ าตใหภ้ าคเอกชนเขา้ ทำประโยชนใ์ นพน้ื ทปี่ า่ ไม้เพื่อ
การปลูกสร้างสวนป่า (ในท่นี ้ี เอกชน หมายถึง บคุ คลธรรมดา และ นติ ิบุคคล ตามทีร่ ะบุไว้ในกฎกระทรวงการ
ขออนุญาตและการอนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่า พ.ศ. 2558 และระเบียบคณะกรรมการพิจารณาการใช้
ประโยชนใ์ นเขตป่าสงวนแห่งชาติ วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอื่ นไข การขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำ
การปลูกสร้างสวนป่าหรือปลูกไม้ยืนต้นภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2565) เป็นการสนับสนุนให้เอกชน
เข้ามามีส่วนช่วยภาครัฐเพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจของประเทศให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้ทุกภาคส่วนทั้ง
เกษตรกรและเอกชนสามารถเข้าถึงการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมภายใต้การจัดการที่เหมาะสมและเป็น
ธรรม โดยไมเ่ อ้อื ประโยชนใ์ ห้เฉพาะกลมุ่ เท่าน้ัน

หนา้ ที่ 1/2

2. ความทา้ ทายที่ต้องดำเนินการจดั การอย่างมีประสทิ ธิภาพ ได้แก่ พน้ื ทปี่ ่าเสอื่ มโทรมท่ีมีความพร้อม
และเหมาะสมทางวิชาการที่จะอนุญาตให้เอกชนปลูกสร้างสวนป่า ความขัดแย้งระหว่างภาครัฐกับเกษตรกร/
ชุมชนในพนื้ ที่ และการแบง่ ปนั ผลประโยชนท์ ่ีเหมาะสมและเปน็ ธรรม

3. ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากมีการบริหารจัดการที่ดี จะเป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจของ
ประเทศ สนับสนุนการไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศ ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และ
รายได้จากการปลูกสร้างสวนป่า ในทางตรงข้าม หากบริหารจัดการไม่ดีอาจจะส่งผลทางลบต่อระบบนิเวศ
ป่าไม้ และส่งผลให้เกิดความขัดแยง้ ระหวา่ งรัฐกบั ชุมชนในพ้ืนที่

4. สำหรับข้อเสนอแนะเพื่อให้การดำเนินงานตาม มติ ครม. ดังกล่าว ประสบผลสำเร็จอย่างมี
ประสทิ ธิภาพและย่ังยนื มดี ังน้ี

4.1 เร่งประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้สาระสำคัญตาม มติ ครม. ดังกล่าว ตลอดจนประเด็นที่
เกีย่ วขอ้ ง เพอ่ื ใหส้ ังคมไดเ้ ข้าใจถกู ตอ้ ง ไม่คลาดเคลือ่ นจากข้อเท็จจรงิ

4.2 จัดทำแผนที่พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมเป้าหมายท่ีจะอนุญาตให้เอกชนปลูกสร้างสวนป่า และควร
เผยแพร่ให้สงั คมรับทราบ

4.3 ควรจัดทำหรือปรับปรุงหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่เหมาะสม ครอบคลุม และเป็นธรรมในการ
อนุญาตให้เอกชนเช่าพนื้ ที่ป่าเสื่อมโทรมเพื่อปลูกสร้างสวนปา่ ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่
เกี่ยวข้องที่จะเข้ามาร่วมจัดทำหรือปรับปรุง เช่น การกำหนดให้เอกชนต้องมีแผนธุรกิจสวนป่าท่ีมีการแบ่งปัน
ผลประโยชน์กบั ชมุ ชน การให้ชุมชนในพืน้ ทเ่ี ขา้ รว่ มเปน็ หนุ้ ส่วน (partner) ในธุรกจิ สวนป่า การกำหนดสดั ส่วน
การจัดสรรผลกำไรที่ได้จากธุรกิจสวนป่าระหว่างเอกชน เกษตรกรที่ทำกินอยู่เดิม และองค์กรท้องถิ่น
การอนุญาตให้เกษตรกรที่ทำกินอยู่เดิมมีสิทธิเข้าไปปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชเกษตรที่ปลูกในสวนป่าแบบ
วนเกษตร การกำหนดให้มกี ารจา้ งแรงงานทอ้ งถ่นิ ในกิจการสวนปา่ ท่ีดำเนินการในพน้ื ที่ เปน็ ต้น

4.4 การอนุญาตให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมเพื่อการปลูกสร้างสวนป่า ควรมีแนวทางหรือ
วิธีการส่งเสริมให้เอกชน โดยเฉพาะประชาชนทั่วไป ได้นำหลักการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนไปดำเนินการ
อย่างเหมาะสม รวมถึงการเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องกล้าไม้คุณภาพดี และขอ้ มูลเพ่ือสนับสนุนการคัดเลือก
ชนดิ ไมใ้ หเ้ หมาะสมกบั พนื้ ท่ี (site-species matching)

4.5 มีพื้นที่ต้นแบบในการดำเนินงานตาม มติ ครม. ดังกล่าว ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ
เอกชน และชุมชนในพ้ืนท่ี เพื่อการขยายผลต่อไป ทั้งนี้ การสง่ เสริมปลกู ป่าเศรษฐกจิ ควรคำนึงอตุ สาหกรรมไม้
ทีจ่ ะเข้ามาสนับสนนุ ในห่วงโซก่ ารผลิต (supply chain) ด้วย

หนา้ ที่ 2/2


Click to View FlipBook Version