The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by saobon70946, 2022-05-14 09:21:54

1ภาษาไทย ม.3

1ภาษาไทย ม.3

เเผนการจดั การเรียนรู้

วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒)

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓
ภาคเรยี นท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒

นางสาวธิดารตั น์ ขวญั ศรสี ทุ ธิ์
ตาเเหนง่ ครู
โรงเรยี นเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
สงั กัดสานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน/คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
- ใฝ่ เรียนรู้
- มุ่งมน่ั ในการทางาน
- มีความสามารถในการคิด

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. นกั เรียนเขา้ ใจเน้ือหาและอธิบายเกี่ยวกบั เร่ืองท่ีอ่านไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. นกั เรียนสามารถบอกความหมายและประเภทของบทความไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
๓. นกั เรียนมีมารยาทในการอ่าน

๔. กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้

เร่ือง : การประเมินความถูกตอ้ งของเร่ืองที่อ่าน
ชั่วโมงที่ ๑

กจิ กรรมนาสู่บทเรียน
๑. ร่วมกนั อภิปรายวา่ ในงานเขียนแต่ละประเภท นกั เรียนชอบอ่านงานเขียนประเภทใดมากที่สุด พร้อม
แสดงเหตุผลประกอบ (แนวการตอบ นิทาน นิยาย ข่าว เร่ืองส้ัน บทความ ) ครูใชค้ าถาม “นกั เรียนทราบ
หรือไม่วา่ งานเขียนประเภทบทความมีก่ีประเภท อะไรบา้ ง” (แนวการตอบ บทความสารคดี บทความ
ท่องเทยี่ ว บทความทวั่ ไป บทความวชิ าการ)
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
๒. นกั เรียนศึกษาใบความรู้เร่ือง บทความ (ความหมาย และประเภทของบทความ)
๓. ร่วมกนั อภิปรายความแตกตา่ งของบทความแต่ละประเภท เพอ่ื ใหน้ กั เรียนสามารถวเิ คราะห์บทความ
ไดถ้ ูกตอ้ ง ครูใชค้ าถาม “ในการเขียนบทความน้นั ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็น มีความแตกตา่ งกนั อยา่ งไร”
(แนวการตอบ ข้อเทจ็ จริง มีความเป็ นไปได้ มีความสมจริง มหี ลกั ฐานเช่ือถือได้ มคี วามสมเหตุสมผล
ข้อคดิ เหน็ เป็ นข้อความทแ่ี สดงความรู้สึก เป็ นข้อความทเี่ ป็ นข้อเสนอแนะ)
๔. นกั เรียนสรุปความรู้ที่ไดเ้ กี่ยวกบั บทความลงในกระดาษ ในรูปแบบของแผนผงั ความคิด
กจิ กรรมสรุป
๕. ครูถามคาถามนกั เรียนเพื่อทบทวนความเขา้ ใจอีกคร้ัง (บทความ คืออะไร และบทความแบง่ ออกได้
ก่ีประเภท)
๖. นดั หมายการเรียนเร่ืองเดิมในคาบต่อไป

ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)

ช่ัวโมงที่ ๒
กจิ กรรมนาสู่บทเรียน
๑. ครูต้งั คาถามเพื่อใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็น “ปัญหาท่ีนกั เรียนเครียดมากที่สุดในช่วงน้ี คือ
เร่ืองอะไร มีวธิ ีแกป้ ัญหาอยา่ งไร”
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
๒. เมื่อนกั เรียนตอบคาถามเสร็จแลว้ ครูแจกใบความรู้เร่ือง บทความวชิ าการเร่ือง : วยั ใสเดก็ ไทยวนั น้ี
ใหน้ กั เรียนศึกษาและอ่านทาความเขา้ ใจ พร้อมใหน้ กั เรียนหาประเดน็ สาคญั และปัญหาของวยั รุ่น ท่ีระบุ
ไวใ้ นบทความ
๓. ครูนาสื่อการสอนซ่ึงเป็ นรูปภาพเก่ียวกบั พฤติกรรมของวยั รุ่นท่ีปรากฏในบทความมาใหน้ กั เรียน
ศึกษา โดยขอตวั แทนของห้องประมาณ ๑๐ – ๑๒ คนออกมาเลือกพฤติกรรมที่ปรากฏในบทความและ
นามาติดไวบ้ นกระดาน พร้อมท้งั อธิบายพฤติกรรมท่ีเลือกมาวา่ สาเหตุเกิดจากอะไร ท่ีทาใหว้ นั รุ่นแสดง
พฤติกรรมเหล่าน้นั ออกมา
๔. เม่ือศึกษาบทความและรูปภาพเสร็จแลว้ ให้นกั เรียนตอบคาถามในใบงานเรื่อง การตอบคาถามจาก
บทความวชิ าการเร่ือง : วยั ใสเด็กไทยวนั น้ี จานวน ๔ ขอ้ เพ่ือวดั ความเขา้ ใจของนกั เรียน
กจิ กรรมสรุป
๕. ครูสุ่มใหน้ กั เรียนตอบคาถาม เกี่ยวกบั ประเด็นสาคญั ท่ีปรากฏในบทความ เพอ่ื ประเมินความเขา้ ใจ
ของนกั เรียน

๕. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้

- ใบความรู้เรื่อง บทความ
- ใบความรู้เรื่อง บทความวชิ าการเร่ือง : วยั ใสเด็กไทยวนั น้ี
- ใบงานเร่ือง การตอบคาถามจากบทความวชิ าการเร่ือง : วยั ใสเด็กไทยวนั น้ี

ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)

ภาคผนวก

ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)

ใบความรู้
บทความวิชาการเรอ่ื ง : วยั ใสเด็กไทยวนั นี้

กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย๖ รหัส ท๒๓๑๐๒ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๓

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
เร่อื ง : สนุ สิ า ประวิชัย.

วยั รนุ่ เป็นช่วงเวลาหวั เลยี้ วหัวต่อท่ีสาคญั ยิ่งของชีวิตมนษุ ย์ เพราะเปน็ วยั แห่งการเปลี่ยนแปลง ทั้งในด้าน
ร่างกายและสภาพจิตใจจากความเป็นเด็กสคู่ วามเป็นผใู้ หญ่ โดยเร่ิมผละจากอกพ่อแม่ไปสู่โลก ภายนอกทีต่ ้องเรยี นรู้
ต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆด้วยตนเอง และพร้อมจะรับสิ่งใหม่ๆเข้ามาในชีวิตอย่างง่ายดาย ช่วงชีวิตวัยรุ่นจึงเป็นช่วง
ของการลองผิดลองถูก และมีโอกาสตัดสินใจผิดพลาดได้ง่ายหากขาดการชี้นาในทางที่ถูกท่ีควร หรือขาดหลัก
ยึดเหน่ียวทางใจท่ีม่ันคงเพียงพอ ดังจะเห็นได้จากข่าวคราวด้านลบเก่ียวกับวัยรุ่นไทย ในปัจจุบันที่ปรากฏตามส่ือ
ตา่ งๆ ไม่วา่ จะเป็นเรือ่ งเก่ียวกับยาเสพตดิ พฤติกรรมทางเพศ การใชช้ วี ิตฟุง้ เฟ้อ ยึดติดวัตถุ การขาดความรับผิดชอบ
ต่อตนเองและสงั คมรอบข้าง รวมถึงการแก้ปัญหาตา่ งๆด้วยความรุนแรง เป็นต้น จนทาใหห้ ลายฝ่ายเป็นหว่ งกังวลถึง
อนาคตของประเทศชาติที่ฝากไว้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่เหล่านี้ อย่างไรก็ตามท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ท้ังหลาย
เราคงปฏิเสธไม่ได้วา่ ปญั หาของวัยร่นุ กค็ ือภาพสะท้อนของปัญหาสงั คมไทยนัน่ เอง

ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลสถาบันวิจัยมหาวทิ ยาลัยกรุงเทพ ไดด้ าเนินการสารวจข้อมูลเพ่ือรับทราบสถานการณ์
เกี่ยวกับปัญหาความทุกข์และทางออกของวัยรุ่นไทย เพื่อเป็นข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้ เป็นแนวทางใน
การดาเนินงาน เพื่อปรับเปล่ียนแนวคิดและพฤติกรรมของวยั รนุ่ ไทย โดยสุ่มตัวอยา่ งจากผ้ทู ี่มี อายุ ๑๕ - ๒๒ ปี ซ่ึง
อ าศั ย อ ยู่ ใน ก รุ งเท พ ฯ ป ริ ม ณ ฑ ล แ ล ะ จั งห วั ด หั ว เมื อ งให ญ่ ใน แ ต่ ล ะ ภ าค ข อ งป ร ะ เท ศ ได้ แ ก่
เชียงใหม่ อุบลราชธานี จันทบุรี และสงขลา ระหว่างวันท่ี ๙-๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ ได้ตัวอย่างท้ังสิ้น จานวน
๑,๘๕๐ คน เป็นชายร้อยละ ๔๔.๑ หญิงร้อยละ ๕๕.๙ ผลการสารวจพบว่าวัยรุ่นถึงร้อยละ ๘๗.๕ ระบุว่า ในช่วง
ระยะ ๓ เดือนทผ่ี ่านมาไดป้ ระสบกับปัญหาท่ที าใหร้ ู้สึกเครยี ด เปน็ ทุกข์ และวติ กกงั วล อนั ส่งผล ต่อสภาพจิตใจและ
การดาเนนิ ชีวิต โดยวยั รนุ่ ท่อี ย่กู ับพ่อหรอื แมท่ ี่แยกกนั อยู่มปี ัญหาความเครียดและเป็นทุกข์
มากทส่ี ดุ ทงั้ นี้วยั รุ่นทอ่ี ยู่กบั พอ่ มีปัญหารอ้ ยละ ๙๑.๓ และอยู่กบั แม่มปี ัญหาร้อยละ ๙๐.๗

เมื่อพิจารณาตามระดับการศึกษาพบว่า วัยรุ่นท่ีศึกษาในระดับมัธยมศึกษา มีปัญหาความเครียดและ เป็น
ทุกข์มากท่ีสุดคือ ร้อยละ ๘๙.๓ รองลงมาคือ กลุ่มที่ไม่ไดศ้ ึกษาแล้ว ร้อยละ ๘๗.๙ ระดับปริญญาตรี ร้อยละ ๘๗.๕
และระดับปวช./ปวส. ร้อยละ ๘๕.๕ ท้ังน้ีการท่ีวัยรุ่นในระดับมัธยมศึกษา มีปัญหาความเครียดและเป็นทุกข์มาก
ที่สุด น่าจะเป็นเพราะเพ่ิงย่างเข้าสู่วัยรุ่น จึงต้องปรับตัวในหลายๆเรื่อง ประกอบกับนักเรียน ในระดับมัธยมศึกษา
ต้องรับภาระดา้ นการเรียนท่ีค่อนขา้ งหนัก เพือ่ เตรียมตัวสอบเขา้ เรียนในระดบั มหาวิทยาลัย จึงมีปัญหาความเครยี ด
และเปน็ ทุกข์กงั วลมากกวา่ กลุ่มอนื่

เมื่อถามวัยรุ่นถึงปัญหาท่ีทาให้เครียดและเป็นทุกข์พบว่า อันดับแรกคือ ปัญหาเร่ืองการเรียน รองลงมา
ได้แก่ ปัญหาการเงิน ปัญหาความรัก ปัญหาการคบเพ่ือนปัญหาครอบครัว ปัญหาสุขภาพ ปัญหาการพนัน ปัญหา
การไม่มีส่ิงของแบบท่ีคนอื่นมี และปัญหายาเสพติดตามลาดับ ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบระหว่างวัยรุ่นชายกับหญิง

ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)

พบว่า ทง้ั สองเพศมีความเครียดและเป็นทุกข์จากปัญหาด้านการเรียนเปน็ หลกั และรองลงมาคือ ปญั หาด้านการเงิน
เหมือนกัน แต่ปัญหาอื่นๆที่เหลือน้ันวัยรุ่นชายจะมีปัญหาด้านการพนัน เพศสัมพันธ์และยาเสพติดมากกว่า ขณะที่
เพศหญงิ จะมปี ญั หาด้านสขุ ภาพมากกวา่ สาหรบั สาเหตุของ ความเครยี ดและเป็นทุกข์ที่ประสบอยู่นน้ั รอ้ ยละ ๓๑.๑
บอกว่าเกดิ จากการกระทาของตัวเอง ขณะที่รอ้ ยละ ๑๗.๗ เกิดจากการกระทาของผู้อ่นื และร้อยละ ๔๙.๙ เกิดจาก
การกระทาของทัง้ ตวั เองและผู้อนื่ ร่วมกัน

ส่วนของวัยรุ่นทบ่ี อกว่าสาเหตุของความเครียดและเปน็ ทุกขเ์ กิดจากการกระทาของตวั เองให้รายละเอียดว่า
เกิดจากการขาดวินัยและความรับผิดชอบ ร้อยละ ๓๐.๑ ขาดการยั้งคิดหักห้ามใจ ร้อยละ ๒๔.๓ ประมาท
รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ร้อยละ ๑๗.๑ ดื้อรั้นต้องการเอาชนะ ร้อยละ ๑๖.๗ ด้อยความสามารถ ร้อยละ ๙.๘ และอ่ืน ๆ
อีกร้อยละ ๒.๐

ผลสารวจดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า อย่างน้อยที่สุดวัยรุ่นไทยก็ยังรู้จักมองตัวเอง และยอมรับในข้อบกพร่องของ
ตัวเองไม่ได้คอยแต่จะโทษผู้อื่นหรือโทษสภาพแวดล้อมเพียงอย่างเดียว ประเด็นท่ีน่าสนใจถัดมาก็คือ สาเหตุแห่ง
ความเครียดและเป็นทุกข์ของวยั รนุ่ ในส่วนที่เกิดจากการกระทาของผู้อ่ืนนนั้ อันดบั แรกระบุว่าเกิดจากพ่อแม่ รอ้ ยละ
๔๒.๔ รองลงมาคอื เกิดจากครู/อาจารย์ ร้อยละ ๓๓.๒ และเกิดจากเพ่ือน ร้อยละ ๒๔.๔ ในส่วนของวยั รุ่นท่ีบอกว่า
สาเหตแุ ห่งความเครยี ดและเป็นทุกข์เกิดจากการกระทาของพ่อแม่ให้รายละเอียดวา่ เกดิ จากการท่ีพ่อแม่คาดหวังสูง
เกินไปจนเกิดความกดดัน รองลงมาคือ การไม่ยอมรับฟังความเห็นของลูก ชอบดุด่าว่ากล่าวโดยไม่มีเหตุผล ไม่มี
เวลาดูแลเอาใจใส่ เข้มงวดเกนิ ไป ทะเลาะเบาะแว้งกันและทารา้ ย ร่างกาย ส่วนสาเหตุท่ีเกิดจากการกระทาของครู/
อาจารย์ ได้แก่ ครูให้ทางานและการบ้านท่ีเกินความสามารถ ของลูกศิษย์ รองลงมาได้แก่กดดันให้เกิดการแข่งขัน
ด้านการเรียนมากเกินไป ไมย่ ตุ ธิ รรม ไม่รับฟงั ความคิดเห็น ชอบดุดา่ วา่ ให้อับอาย และทารา้ ยรา่ งกาย

ส่วนสาเหตุที่เกิดจากการกระทาของเพื่อน ได้แก่ ถูกกลั่นแกล้งล้อเลียน ไม่ยอมคบหาหรือให้เข้ากลุ่ม ข่มขู่
รีดไถ และทาร้ายร่างกายตามลาดับ เม่ือถามถึงท่ีพึ่งในยามมีความทุกข์พบว่า เพื่อนคือท่ีพ่ึงอันดับแรกของ
วัยรุ่น รองลงมาคือ พ่อแม่ ตนเอง ญาติพี่น้อง อินเตอร์เน็ต ครู/อาจารย์ ศาสนา สิ่งศักด์ิสิทธิ์ และศูนย์ ฮอตไลน์
ตามลาดับ

ผลสารวจในส่วนน้ีจะสะท้อนให้เห็นว่า ในบรรดาบุคคลรอบข้างวัยรุ่นมองว่าพ่อแม่ คือผู้ที่เป็นสาเหตุแห่ง
ปัญหาความเครียดและเป็นทุกข์ของพวกเขามากท่ีสุด แต่ในยามท่ีมีความทุกข์พ่อแม่กลับไม่ได้เป็นท่ีพ่ึงอันดับแรก
ของวัยรุ่น ขณะเดียวกันยังมีวัยรุ่นถึงร้อยละ ๒๐.๕ เลือกที่จะพ่ึงตัวเองในยามมีทุกข์ ซ่ึงหากมองในแง่ดีก็อาจกล่าว
ไดว้ ่า วยั รุ่นกลุม่ นี้มีความคิดเปน็ ผู้ใหญพ่ อทจ่ี ะหาทางแก้ปัญหาของตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพา ผูอ้ ื่น แต่ในทางกลับกันก็
อาจเป็นเร่ืองน่าเศร้า หากการพ่ึงตัวเองของเขาเกิดจากการท่ีเขาไม่มีใครให้เป็นที่พึ่งได้ วัยรุ่นกลุ่มน้ีย่อมเกิด
ความรู้สึกโดดเด่ียวไรค้ า่ และอาจเลอื กทางออกของปัญหาที่คนรอบขา้ งคาดไม่ถึงกเ็ ปน็ ได้

นอกจากน้ี ผลสารวจยังแสดงให้เห็นว่าวัยรุ่นไทยในปัจจุบันห่างไกลศาสนา ซ่ึงหากเรายังคงยึดม่ันในหลัก
ที่ว่ามนุษย์ควรมีศาสนาเป็นท่ีพึ่งพิงยึดเหน่ียวจติ ใจ โดยเฉพาะในยามมีทุกข์แต่ผลการสารวจกลับชี้ให้เห็นว่าศาสนา
ไม่ได้มีบทบาทเป็นที่พึ่งของวัยรุ่นอย่างที่ควรจะเป็น โดยมีบทบาทน้อยกว่าอินเทอร์เน็ตเสียด้วยซ้า ทั้ง ๆ ท่ีวัยรุ่น
ส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่าหลักคาสอนของศาสนาน่าจะเป็นทางออกในการแก้ปัญหาความทุกข์ของพวกเขาได้ แต่การท่ี

ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)

วัยรุ่นไม่สามารถใช้ศาสนาเป็นท่ีพ่ึงในยามมีความทุกข์เป็นเพราะขาดความรู้ ความเข้าในใจหลักคาสอนของศาสนา
อย่างถูกต้องเพียงพอที่จะนาไปใช้แก้ปัญ หาของตัวเอง เนื่องจากขาดการช้ีแนะและปลูกฝังจากผู้ที่
เกี่ยวข้อง นอกจากนี้วัยรุ่นบางส่วนยังมีความคิดเห็นว่าหลักคาสอนของศาสนาที่เผยแพร่อยู่ทุกวันนี้ไม่ตรงกับปัญหา
ของพวกเขา เข้าใจยาก และเน้นแต่เรอื่ งชาติน้ชี าติหน้า ซงึ่ ไกลตวั เกนิ ไป

ผลสารวจคร้ังน้ีสรุปได้ว่า วัยรุ่นไทยในปัจจุบันกาลังเผชิญกับสภาวะความกดดันจากสังคมรอบข้างอย่างที่
วยั รุ่นยุคก่อนๆไม่เคยประสบ ไมว่ ่าจะเปน็ การเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกในยุคสังคมข่าวสารที่แม้แตผ่ ู้ใหญ่ซ่ึง
ผา่ นร้อนผ่านหนาวมานาน มีประสบการณ์ชีวติ มาอยา่ งโชกโชนก็ยงั แทบรบั มือไมไ่ หวและ บางรายต้องตกเป็นเหยื่อ
ของผู้ที่รจู้ ักใช้ข้อมูลขา่ วสารให้เป็นประโยชน์กับตนเองมากกว่า โดยรู้ไม่เท่าทัน นอกจากน้ีการดารงชีวติ ของผู้คนใน
สังคมปัจจุบันที่ตกอยู่ภายใต้กระแสวัตถุนิยม ซ่ึงดาเนินไปในลักษณะแก่งแย่งแข่งขันกัน โดยผู้ชนะเท่านั้นจึงจะ
ประสบความสาเร็จและก้าวหน้าในอาชีพการงาน ส่งผลให้แนวทางการอบรมเล้ียงดูและการให้การศึกษาแก่เด็กไทย
ม่งุ เน้นท่ีการแข่งขัน เพ่ือเอาชนะเหนือคนอื่นรอบข้าง จนดูเหมือนว่าโลกน้ีไม่มีมิตรมีแต่ศัตรูคู่แข่งเท่านั้น ยง่ิ ไปกว่า
น้นั สภาพครอบครัวไทยยุคใหม่ซึ่งเป็นครอบครัวเด่ียวที่ค่อนข้างว้าเหว่ เนื่องจากไม่มีปู่ย่าตายายคอยให้คาชี้แนะใน
ยามที่พ่อแม่ต้องออกไปทางานหาเล้ียงชีพ-นอกบ้าน สภาพการณ์ต่างๆเหล่าน้ีล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อวัยรุ่น
อยา่ งไม่อาจหลีกเล่ียงได้ ดังนัน้ การปรับเปลี่ยนแนวคิดและพฤตกิ รรมของวัยร่นุ ไทยคงไม่ได้เปน็ ความรับผิดชอบของ
ผ้ทู เี่ ปน็ วัยรุ่นเองเท่านั้นแต่ทกุ คนในสงั คมกล็ ว้ นแลว้ แต่จะต้องมสี ่วนรบั ผดิ ชอบดว้ ยกนั ทั้งสิ้น

............................................................................................................................

ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. สามารถเขา้ ใจหลกั การเขียนขอ้ เท็จจริงและการเขียนขอ้ คิดเห็นไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
๒. สามารถเขียนขอ้ เท็จจริงและเขียนขอ้ คิดเห็นได้

๔. กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้

เรื่อง : การเขียนวเิ คราะห์ วจิ ารณ์และแสดงความคิดเห็น
ช่ัวโมงที่ ๑

กจิ กรรมนาสู่บทเรียน
๑. ครูข้ึนขอ้ ความในกระดานใหน้ กั เรียนสังเกตขอ้ ความดงั กล่าว วา่ มีลกั ษณะแตกตา่ งกนั อยา่ งไร

“นางงามทุกคนรักเดก็ ”
“ในอนาคตน้าจะทว่ มกรุงเทพมหานคร”
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
๒. นกั เรียนศึกษาความรู้จากใบความรู้เร่ือง การแยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็น และศึกษาจากหนงั สือ
เรียนหลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๓ เพิ่มเติม ซ่ึงใหน้ กั เรียนสงั เกตดูวา่ ความหมาย
ลกั ษณะ ขอ้ สงั เกตของขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นมีลกั ษณะอยา่ งไร
๓. นกั เรียนสรุปความรู้ที่ไดจ้ ากการเรียนเร่ืองขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็นลงในสมุด เพ่ือใหน้ กั เรียนเกิด
การจดจา
๔. นกั เรียนและครูร่วมกนั อภิปรายเร่ืองขอ้ เทจ็ จริง และขอ้ คิดเห็นพร้อมกนั และใหย้ กตวั อยา่ ง
ประกอบการอภิปรายดว้ ย
กจิ กรรมสรุป
๕. นกั เรียนทบทวนความรู้ท่ีไดเ้ รียนมาต้งั แต่ตน้ คาบ พร้อมสรุปความหมายของขอ้ เทจ็ จริง และ
ขอ้ คิดเห็นพอสงั เขปเพอ่ื ให้ครูเขา้ ใจ
ชั่วโมงท่ี ๒
กจิ กรรมนาสู่บทเรียน
๑. นกั เรียนทบทวนความรู้เดิมเร่ืองขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นที่ไดเ้ รียนเมื่อคาบท่ีแลว้ โดยใหน้ กั เรียน
ร่วมกนั แสดงความคิดเห็น
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
๒. นกั เรียนฝึกแยกระหวา่ งขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็น โดยการทาใบงานเร่ือง แบบฝึกการระบุขอ้ เทจ็ จริง
และขอ้ คิดเห็น ทาใหน้ กั เรียนเกิดความชานาญในการแยกระหวา่ งขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็น
๓. นกั เรียนร่วมกนั เฉลยและตรวจใบงานเรื่อง แบบฝึกการระบุขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็น พร้อมกนั

ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)

ตัวชี้วดั
ม.๓/๒ การวเิ คราะห์โครงสร้างประโยคที่ซบั ซอ้ น

๒. สาระการเรียนรู้

ความรู้ (K)
- อธิบายลกั ษณะและโครงสร้างประโยคที่ซบั ซอ้ นแตล่ ะชนิดได้

ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- การคิดวิเคราะห์

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน/คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
- มีวนิ ยั
- ใฝ่ เรียนรู้
- มุง่ มน่ั ในการทางาน
- มีความสามารถในการคิดวเิ คราะห์

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อธิบายลกั ษณะประโยคที่ซบั ซอ้ นไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. วเิ คราะห์โครงสร้างประโยคท่ีซบั ซอ้ นได้
๓. มีความสนใจและใหค้ วามร่วมมือในการเขา้ ร่วมกิจกรรมท่ีครูจดั ให้

๔. กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้

เร่ือง : ประโยคซบั ซอ้ น
ช่ัวโมงที่ ๑

กจิ กรรมนาสู่บทเรียน
๑. ครูเขียนประโยคลงในกระดาน ดงั น้ี

- พอ่ เดินทางไปต่างประเทศ
- แมห่ กลม้ เม่ือกี่น้ี
- พอ่ และแมไ่ ปตลาดโดยรถยนต์
- พอ่ ไปทางานแต่แมไ่ ปตลาด
- ครูใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นวา่ ประโยคเหล่าน้ีเป็นประโยคชนิดใด เพราะเหตุใด
จึงคิดวา่ เป็นประโยคดงั กล่าว

ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)

กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
๒. นกั เรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง โครงสร้างและชนิดของประโยค จากน้นั ครูยกตวั อยา่ งประโยค
- พรชนกไม่ชอบให้ใครมาว่าครูของเธอ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั แยกโครงสร้างของประโยค
(แนวการตอบ ให้ใครมาว่าครูของเธอ เป็ นนามานุประโยคทาหน้าทเ่ี ป็ นกรรมของกริยาวลี ไม่ชอบ)
- เสื้อท่ีณรงค์สวมอย่สู วยมาก (แนวการตอบ เสื้อท่ณี รงค์สวมอยู่สวยมาก เป็ นประโยคซ้อนทมี่ ีคุณานุ
ประโยคสามารถแยกโครงสร้างเป็ นประโยคหลกั คือ เสื้อสวยมาก และประโยครองคือ เสื้อทณ่ี รงค์สวม
อยู่ ทาหน้าท่ขี ยายคานาม “เสื้อ” ในประโยคหลกั )
๓. นกั เรียนอธิบายความรู้ท่ีไดจ้ ากใบความรู้เร่ือง ชนิดของประโยค เช่น ประโยคความเดียว ประโยค
ความรวม คืออะไร ครูใหน้ ิยามและความสาคญั และตวั อยา่ ง ประโยคความเดียว และความรวม เพื่อให้
นกั เรียนเกิดความเขา้ ใจ
๔. เพอ่ื ทดสอบความเขา้ ใจครูเขียนประโยคลงในกระดาน และใหน้ กั เรียนแยกประโยคท่ีครูกาหนด
ใหว้ า่ ประโยคดงั กล่าวเป็ นประโยคชนิดใด เพราะเหตุใด
๕. มอบหมายใหน้ กั เรียนไปทาใบงาน เรื่อง ความรู้เก่ียวกบั ประโยคชนิดต่าง ๆ เพื่อทบทวนความรู้
ท่ีไดเ้ รียนมา
กจิ กรรมสรุป
๖. ครูสุ่มถามนกั เรียน เพือ่ ประเมินความเขา้ ใจ ดงั น้ี

- ประโยคความเดยี ว คืออะไร
(แนวการตอบ คือ ประโยคท่ีมีใจความเดียว ซ่ึงจะมบี ทประธานและบทแสดงอย่างละหน่ึงเดียวเท่าน้ัน
อาจมกี ริยาหลกั เพียงกริยาเดียวหรือกริยาหลกั หลายกริยากไ็ ด้แต่มีใจความสาคัญเพยี งอย่างเดยี ว ไม่มี
คาเช่ือมประโยค)

- ประโยคความรวม คืออะไร
(แนวการตอบ คือ ประโยคทีม่ ปี ระโยคความเดยี ว (สามญั ) ต้ังแต่ ๒ ประโยคขึน้ ไปมารวมกนั โดยมี
คาสันธานเช่ือมประโยค เพื่อให้ได้ใจความตดิ ต่อกนั เป็ นประโยคเดียวกนั )
ช่ัวโมงท่ี ๒
กจิ กรรมนาสู่บทเรียน
๑. ครูทบทวนความรู้เดิมเมื่อคาบท่ีแลว้ และเขียนประโยคลงในกระดาน ดงั น้ี

- สิ่งท่ีกระแตทาเป็ นส่ิงที่ถูกตอ้ งที่สุด
- มะลิดีใจท่ีสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศได้
- ครูใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นวา่ ประโยคเหล่าน้ีเป็ นประโยคชนิดใด เพราะเหตุใด จึงคิดวา่
เป็นประโยคดงั กล่าว

ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)

กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
๒. นกั เรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง ชนิดของประโยค ท่ีใหเ้ มื่อคาบที่แลว้ โดยศึกษาเร่ืองประโยคความซอ้ น
๓. ใหน้ กั เรียนอธิบายความรู้ที่ไดจ้ ากใบความรู้เรื่อง ชนิดของประโยค เช่น ประโยคซอ้ นคืออะไร
๔. ครูใหน้ ิยามและความสาคญั และตวั อยา่ ง ประโยคซอ้ น เพอื่ ใหน้ กั เรียนเกิดความเขา้ ใจ
๕. เพอ่ื ทดสอบความเขา้ ใจของนกั เรียน ครูจึงใหท้ าใบงานเรื่อง การแยกชนิดของประโยค โดยให้ระบุ
ชนิดของประโยคลงในใบงานใหถ้ ูกตอ้ ง และนามาส่งในคาบต่อไป
กจิ กรรมสรุป
๖. ครูสุ่มถามนกั เรียน เพื่อประเมินความเขา้ ใจ ดงั น้ี
- ประโยคความซ้อน คืออะไร ยกตวั อย่างมา ๑ ตัวอย่าง(แนวการตอบ คือ ประโยคทป่ี ระกอบด้วยประโยค
๒ ประโยคขนึ้ ไปมีประโยคหลงั หรือมุขยประโยค คือ ประโยคทม่ี ีอกี ประโยคหนึ่งหรืออนุประโยคมา
ซ้อนอาจจะเป็ นประธาน บทกรรม ส่วนขยาย หรือส่วนเติมเต็ม เช่น คุณลงเอน็ ดูหลานซ่ึงเป็ นกาพร้า
ต้งั แต่อายุ ๑๐ ปี )
ชั่วโมงที่ ๓
กจิ กรรมนาสู่บทเรียน
๑. ครูยกตวั อยา่ งประประโยคตอ่ ไปน้ี

- พอ่ ปลูกตน้ ไม้
- แมป่ ลูกตน้ ไม้
- พ่ดี ูโทรทศั น์
- ฉนั ดูโทรทศั น์
ครูใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นวา่ หากประโยคเหล่าน้ีเป็นเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนในเวลาเดียวกนั
จะเรียบเรียงใหมใ่ หก้ ระชบั ไดอ้ ยา่ งไร (พ่อกบั แม่ปลกู ต้นไม้ ส่วนพก่ี บั ฉันดูโทรทศั น์)
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
๒. ครูอธิบายนิยามและความสาคญั ของประโยคซบั ซอ้ น เพือ่ ใหน้ กั เรียนเกิดความเขา้ ใจ ดงั น้ี “ประโยค
ซบั ซอ้ น คือ ประโยคสามญั ที่มีส่วนขยายท้งั บทประธาน บทกริยา หรือบทกรรม เพียงบทใดบทหน่ึงหรือ
หลายบทกไ็ ด้ เพื่อใหข้ อ้ ความมีความหมายท่ีชดั เจนมากยงิ่ ข้ึน”
๓. นกั เรียนศึกษาเรื่องประโยคซบั ซอ้ นจากหนงั สือเรียนหลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๓
พร้อมกบั ดูตวั อยา่ งในหนงั สือประกอบ จากน้นั ครูต้งั คาถามกบั นกั เรียน “ความซับซ้อนของประโยค
สามัญเกดิ ขึน้ ได้ในส่วนใดของประโยค” (แนวการตอบ ภาคประธาน ภาคแสดง)

ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)

๔. ครูยกตวั อยา่ งพร้อมกบั ให้นกั เรียนสงั เกตลกั ษณะของประโยคซบั ซอ้ นวา่ ในแตล่ ะประโยคน้นั
มีความซบั ซอ้ นในส่วนใด
- ความสามัคคปี รองดองของคนในชาติเป็นบ่อเกิดแห่งความสงบสุข (ซับซ้อนในภาคประธาน)
- คุณพอ่ พยายามจ้องมองดูการกระทาของลูกอยู่ (ซับซ้อนในภาคแสดง)
๕. ครูสอนใหน้ กั เรียนฝึกแยกประโยค และคาเชื่อม และอธิบายวธิ ีการสงั เกตประโยคซบั ซอ้ น เพอ่ื ให้
นกั เรียนเขา้ ใจง่ายมากข้ึน
กจิ กรรมสรุป
๖. นกั เรียนสรุปความรู้ท่ีไดเ้ รียนในคาบน้ี พร้อมท้งั ยกตวั อยา่ งประโยคซบั ซอ้ นมาคนละ ๑ ประโยค
ช่ัวโมงท่ี ๔
กจิ กรรมนาสู่บทเรียน
๑. ทบทวนความรู้เมื่อคาบท่ีแลว้ และใหน้ กั เรียนช่วยกนั วเิ คราะห์โครงสร้างของประโยคซบั ซอ้ น
ตามที่ครูกาหนด เช่น

- การศึกษาเล่าเรียนทาใหเ้ กิดความรู้ และสามารถเป็นเคร่ืองมือสาคญั ในการหาเล้ียงชีพได้
- ภาวะเศรษฐกิจตกต่า เราจึงควรประหยดั และรอบคอบในเรื่องค่าใชจ้ า่ ยใหม้ ากข้ึน
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
๒. ครูอธิบายและยกตวั อยา่ ง ประโยคซบั ซอ้ นชนิดตา่ ง ๆ เพมิ่ เติมอีก เพ่ือใหน้ กั เรียนไดว้ เิ คราะห์
ประโยคไดถ้ ูกตอ้ ง จากน้นั ครูสุ่มถามความรู้จากที่นกั เรียนไดศ้ ึกษา
- ประโยครวมที่ซบั ซอ้ นหมายถึงอะไร (แนวการตอบ ประโยครวมซ่ึงประกอบด้วยประโยคสามญั
มากกว่าสองประโยคขนึ้ ไปโดยมสี ันธานเป็ นตวั เชื่อม ซ่ึงเนื้อความของประโยคสามญั ท้งั สอง
ประโยคอาจเป็ นเนื้อความหรือใจความอย่างเดยี วกนั หรือต่างกนั กไ็ ด้)
- ประโยครวมที่ซบั ซอ้ นมีส่วนประกอบเป็นประโยคใดบา้ ง (แนวการตอบ ประโยคสามัญทซี่ ับซ้อน
ประโยครวมสองประโยคและประโยคซ้อน)
๓. ครูใหน้ กั เรียนทาใบงานเรื่อง “จาแนกแยกประโยค”
๔. นกั เรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งของชิ้นงานพร้อมกนั
กจิ กรรมสรุป
๕. นกั เรียนสรุปความรู้ที่ไดจ้ าการเรียนเร่ือง ประโยคซบั ซอ้ นพร้อมกนั เพ่ือเป็ นการสรุปความคิด
รวบยอดในการเรียนเรื่องประโยคซบั ซอ้ นในคร้ังน้ี

๕. ส่ือการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้

- ใบความรู้เรื่อง ชนิดของประโยค
- ใบงานเร่ือง ความรู้เก่ียวกบั ประโยคชนิดตา่ ง ๆ
- ใบงานเร่ือง การแยกชนิดของประโยค

ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)

- มีความสามารถในการคิดวเิ คราะห์

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. สามารถวเิ คราะห์คุณคา่ ของวรรณกรรมที่กาหนดไวไ้ ด้
๒. เขา้ ใจหลกั การพนิ ิจคุณค่าของวรรณกรรมที่กาหนดได้

๔. กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้

เร่ือง : การวเิ คราะห์คุณค่าวรรณกรรม
ช่ัวโมงที่ ๑

กจิ กรรมนาสู่บทเรียน
๑. ครูจะจดั ช่วง “เล่าสู่กนั ฟัง” โดยให้นกั เรียนยกตวั อย่างปัญหาท่ีตนเองพบเจอในขณะน้ี เช่น ปัญหา
ความรัก ปัญหาการคบเพื่อน หรือปัญหาครอบครัว และครูร่วมความคิดเห็นเกี่ยวกบั ปัญหาท่ีครูเจอเม่ือ
ตอนเป็นวยั รุ่นเพ่ือเป็นการแลกเปล่ียนปัญหาและสิ่งท่ีพบเจอมา
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
๒. นกั เรียนจบั คูก่ บั เพื่อนท่ีนงั่ ดว้ ยกนั เล่าประสบการณ์เก่ียวกบั ปัญหาท่ีพบเจอในตอนน้ี พร้อมท้งั วธิ ีการ
แกป้ ัญหาใหส้ ามารถผา่ นพน้ ปัญหาไปได้
๓. ครูสุ่มถามนกั เรียนแตล่ ะกลุ่มวา่ มีการเล่าประสบการณ์เรื่องใดบา้ ง
๔. นกั เรียนเขียนปัญหาท่ีตนเองพบพร้อมกบั เขียนแรงบนั ดาลใจในการใชช้ ีวติ แต่ละวนั ของตวั เองลงใน
กระดาษตกแต่งใหส้ วยงาม
กจิ กรรมสรุป
๕. ครูสุ่มถามโดยใหน้ กั เรียนสรุปความรู้ท่ีไดเ้ รียนในคาบน้ี
ชั่วโมงท่ี ๒
กจิ กรรมนาสู่บทเรียน
๑. ครูสุ่มถามนกั เรียนประมาณ ๒ – ๓ คน เกี่ยวกบั ปัญหาและแรงบนั ดาลใจในการใชช้ ีวติ ที่ครูใหท้ า
เมื่อคาบท่ีแลว้
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
๒. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ความรู้และคุณคา่ ที่ไดจ้ ากการอ่านบทความวชิ าการ
เรื่อง : วยั ใสเดก็ ไทยวนั น้ี
๓. นกั เรียนทาใบงานเรื่อง การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั บทความที่อา่ น พร้อมท้งั ตกแต่งใหส้ วยงาม
๔. ตรวจสอบความถูกตอ้ งของใบงานท่ีนกั เรียนทาวา่ ถูกตอ้ ง หรือตอ้ งแกไ้ ขในส่วนไหนอีก

ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา

แผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าภาษาไทย ๖ (ท๒๓๑๐๒) โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ป้อมนอก)
ผสู้ อน : นางสาวธิดารัตน์ ขวญั ศรีสุทธ์ิ (ครูชานาญการ) สงั กดั สานกั การศึกษา เทศบาลนครสงขลา


Click to View FlipBook Version