เเผนการจัดการเรยี นรู้
รายวิชาวิทยาศาสตร์ (ว๒๒๑๐๒)
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑
ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๒
นางสุมณฑา เอมเอก
ตาเเหนง่ ครู
โรงเรยี นเทศบาล ๕ (วดั หัวปอ้ มนอก)
สงั กัดสานักการศกึ ษา เทศบาลนครสงขลา
Lower Secondary – Science
โครงสรา้ งแผนการจดั การ
Lesson Date: วนั ที่สอนบทเรียน: 7 พฤศจิกายน 2562 Lesson Title ช่ือบทเรีย
Grade/Team ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1/1
1. Unit Title ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ ความรอ้ นกับการเปล่ียนแปลงของสสาร
2. Lessons within unit บทเรียนในหน่วยการเรยี นรู้: แบบจำลองอนุภาคของสสารใ
มาตรฐานท:ี่ ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พ
ธรรมชาติของการเปลย่ี นแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ริ ิยา
กิจกรรมท่ี 5. 1 แบบจำลองอนุภาคของสสารในแตล่ ะสถานะเปน็ อยา่ งไร
3. Goal(s) of the lesson (Science Concepts and Practices – Refer to Sta
วัตถุประสงค์การจัดการเรยี นรู้ของบทเรียน (แนวคดิ ทางวิทยาศาสตร์และแนวปฏบิ ตั ิ
3.1 รวบรวมขอ้ มูลและสรา้ งแบบจำลองเพื่ออธบิ ายการจัดเรียงการจดั เรยี ง
เดยี วกันในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
3.2 วิเคราะห์และเปรียบเทยี บการจดั เรียงอนุภาค แรงยึดเหนีย่ วระหวา่ งอน
และแก๊ส
4. Key questions to be used to check for understanding (long-term, bi
คำถามหลักสำหรับการตรวจสอบความเขา้ ใจของผู้เรยี น (คำถามเพอ่ื ถามความเข้าใจ
การจดั เรยี งอนุภาค แรงยึดเหน่ยี วระหว่างอนภุ าคและการเคลื่อนท่ีของอนภุ
และเรยี งชดิ กันโดยมี แรงยึดเหนีย่ วระหว่างอนุภาคมากกว่าของเหลวและแกส๊ จึงทำใหข้ อ
ระหว่างอนภุ าคน้อยกว่าของแข็งแต่มากกว่าแกส๊ อนุภาคของของเหลวจึงเคลื่อนท่ีได้แต่ไ
จะเปลยี่ นแปลงตามรปู ร่างของภาชนะทบ่ี รรจุแตม่ ีปริมาตรคงท่ี อนภุ าคของแกส๊ อยหู่ า่ งก
ทางทำให้แก๊สมีรูปรา่ งและปริมาตรไม่คงท่ีเปล่ียนแปลงตามรปู ร่างและขนาดของภาชนะ)
e – Lesson Plan Template
รเรยี นรู้วชิ าวิทยาศาสตร์
ยน: แบบจำลองอนภุ าคของสสารในแต่ละสถานะ
ในแตล่ ะสถานะ (Unit Plan) (แผน)
พนั ธร์ ะหว่างสมบัตขิ องสสารกบั โครงสร้าง และแรงยึดเหนีย่ วระหวา่ งอนุภาค หลกั และ
าเคมี
andards where appropriate):
– อ้างถงึ มาตรฐานการเรยี นร้ทู ีเ่ หมาะสม)
งอนุภาค แรงยึดเหนย่ี วระหวา่ งอนภุ าค และการเคลอ่ื นท่ีของอนภุ าคของสสารชนดิ
นภุ าค และการเคล่ือนท่ีของอนภุ าคของสสารชนิดเดียวกันในสถานะของแข็ง ของเหลว
ig idea questions, or “see below”):
จในระยะยาว คำถามเพื่อถามแนวคดิ ใหญ่ หรือ คำถามอนื่ ๆ ทีร่ ะบใุ นตาราง)
ภาคของสสารโดยใชแ้ บบจำลองมลี กั ษณะอยา่ งไร (อนภุ าคของของแข็งจะสัน่ อยู่กับท่ี
องแข็งมีรปู ร่างและปริมาตรคงทอี่ นภุ าคของของเหลวอย่ใู กลก้ นั โดยแรงยึดเหน่ียว
ไม่เป็นอิสระ โดยจะเคล่ือนที่รอบ ๆ อนภุ าคใกลเ้ คียงทำให้ของเหลวมรี ูปรา่ งไม่คงทโ่ี ดย
กันมากโดยแรงยึดเหน่ยี วระหว่างอนุภาคนอยู่มากอนภุ าคจงึ เคลอ่ื นที่ได้อย่างอสิ ระทุกทศ
)
1
5. Nature of the student work (Identify level of cognitive demand); ho
to plan below.): ลักษณะของงานทมี่ อบหมายใหน้ กั เรียน (ระบุระดบั ของการร้คู ดิ )
สร้างแบบจำลองสถานะของสสาร
6. Materials needed (beyond those indicated in Teacher's Guide): สื่อแล
1. กระดาษคำถาม
2. ปากกาเคมี
3. ช็อกโกแลตบอล
4. ถ้วยพลาสตกิ
7. General structure of the lesson: โครงสร้างแผนการจัดการเรียนรทู้ ั่วไป
โครงสรา้ งการกจิ กรรม แผนการปฏบิ ตั ขิ องครู: คำถามหลัก; พฤติกรร
แผนสำหรบั การจัดการเรยี นรู้
1. Warm Up (Engage; 1. ครูแจง้ ข้อตกลงของห้องเรียนให้
Check Prior Knowledge) นกั เรยี นทราบ
(10 min) 2. นกั เรียนจดั กลมุ่ และใหน้ ักเรยี นแตล่ ะ
1. ขั้นเตรียมความพร้อม คนในกลุม่ แบ่งหน้าท่ี ดังนี้ กลวธิ ี Gr
(สร้างการมสี ่วนร่วมใน - คนท่ี 1 คณุ อำนวย ทำหนา้ ที่ ดูแล
ชน้ั เรียน และตรวจสอบ ท่ัวไป/หนา้ ท่ี รบั สง่ อุปกรณ์จากครู
ความรู้เดิม (10 นาที) - คนที่ 2 คณุ วางแผนการทำงาน
- คนที่ 3 คณุ รวบรวม ทำหน้าท่ี เป็นผนู้ ำ
ow are students doing the “intellectual work”? (Or, specific reference
; นักเรยี นทำงานทท่ี ้าทายความคดิ อยา่ งไร (หรอื อ้างถึงไว้ในตาราง)
ละอุปกรณ์ทจ่ี ำเป็น (นอกเหนือจากทีร่ ะบไุ วใ้ นคู่มอื คร)ู
ส่งิ ที่ครูอาจต้องสนบั สนนุ ให้แก่
รมการตอบสนองของผู้เรยี นทอ่ี าจจะเกิดขึน้ ; นกั เรยี นเพม่ิ เติม (จากการคาดการณ์
และการสะทอ้ นผลห้องเรยี น)
ถ้านกั เรียนบอกได้แคส่ ารครอู าจ
ช่วยเหลอื นกั เรยี นโดยอธบิ ายเก่ียวกบั
คำวา่ สสารและสาร
roup of 4
2
โครงสร้างการกจิ กรรม แผนการปฏิบัติของครู: คำถามหลัก; พฤตกิ รร
แผนสำหรับการจดั การเรียนรู้
ในการสรปุ ผลการเรยี นรู้
- คนท่ี 4 คณุ นำเสนอ ทำหน้าที่ เปน็ ผู้
บนั ทึกและนำเสนอขอ้ มูล
3.ร่วมสนทนากับนกั เรียนในประเด็น
ต่อไปนี้
2. Introduction of the Q1 ภาพทน่ี กั เรียนเห็นมอี ะไรบา้ ง A1 นำ้ ตา
main topic (Explore) (เขยี นเรว็ ) นำ้ อัดลม
(10 min) A2 สาร,
2. ขัน้ นำเข้าสู่บทเรยี น Q2 ในทางเคมีเรียกส่ิงเหลา่ นี้วา่ อะไร A3 - ส่ิงท
(สำรวจ) การแจง้ Q3 นักเรยี นคิดวา่ สสารคืออะไร (think - สามารถส
pair – share)
-
Q4 จากภาพ น้ำตาลทราย แปง้ ฝุ่น -
น้ำสม้ สายชู เกลือแกง ไอน้ำ เมฆ น้ำปลา -
แก๊สหุงตม้ ถา้ ให้นกั เรยี นแบ่งสารเหล่านี้ A4 3 สถ
โดยใชส้ ถานะเป็นเกณฑ์ จะแบง่ ได้ก่ี
สถานะ อะไรบ้าง
ส่งิ ทีค่ รูอาจต้องสนับสนนุ ให้แก่
รมการตอบสนองของผู้เรียนที่อาจจะเกิดข้นึ ; นักเรียนเพิ่มเติม (จากการคาดการณ์
และการสะทอ้ นผลห้องเรียน)
าลทราย แปง้ ฝุ่น นำ้ ส้มสายชู เกลอื แกง ไอน้ำ
ม อากาศในลูกโป่ง น้ำปลา แก๊สหุงตม้
สารเคม,ี สสาร,
ท่ีอยรู่ อบๆตัวเรา มมี วล ต้องการที่อยแู่ ละ
สัมผัสได้
สง่ิ ท่มี องเห็นได้ สารเคมี
สารท่อี ยรู่ อบตัวเรา
สิ่งท่กี ินได้ และกนิ ไม่ได้
ถานะ ไดแ้ ก่ของแขง็ ของเหลวและแกส๊
3
โครงสรา้ งการกจิ กรรม แผนการปฏิบตั ิของครู: คำถามหลกั ; พฤตกิ รร
แผนสำหรับการจัดการเรียนรู้
วตั ถปุ ระสงค์ของการเรยี นรู้ (ถามตอบ) A5 นำ้ ตา
ประจำวัน การวางเป้าหมาย Q5 สารใดบา้ งมสี ถานะเปน็ ของแข็ง(ถาม
ของบทเรยี น การ ตอบ) A6 นำ้ ส้ม
ตงั้ สมมติฐาน การชี้แจง Q6 สารใดบ้างมีสถานะเป็นของเหลว
กจิ กรรม (10 นาที) A7 ไอนำ้
(ถามตอบ)
Q7 สารใดบ้างมสี ถานะเปน็ แกส๊ (ถาม A8 – มีจ
ตอบ) - มกี
4. ทบทวนความร้เู ดิมของนักเรยี น - มรี
เกยี่ วกบั สมบตั ิของสารทั้ง 3 สถานะ ให้
นักเรยี นเขียนเคร่ืองหมายล้อมรอบสถานะ A9 ของแ
รูปรา่ ง และปริมาตรของสสารในตารางใน ของเหลว
ใบงานที1่ ข้อ 4 แกส๊ มปี ร
Q8 เพราะเหตุใดรปู รา่ งและปรมิ าตรสสาร
ในสถานะตา่ งๆจงึ ไม่เหมือน
Q9 การจัดเรยี งอนุภาคส่งผลตอ่ รปู ร่าง
และปรมิ าตรของสสารในแตล่ ะสถานะ
อย่างไร
ส่ิงท่ีครอู าจต้องสนบั สนนุ ให้แก่
รมการตอบสนองของผเู้ รียนทอ่ี าจจะเกดิ ข้นึ ; นกั เรียนเพ่ิมเตมิ (จากการคาดการณ์
และการสะทอ้ นผลห้องเรียน)
าลทราย แปง้ ฝุ่น เกลือแกง
มสายชู นำ้ ปลา
ำ แก๊สหุงต้ม อากาศในลูกโปง่
จำนวนอะตอมต่างกนั
การจดั เรียงอนุภาคตา่ งกนั
รปู ร่างและปริมาตร
แข็งมปี ริมาตรและรปู ร่างคงท่ี
วปรมิ าตรคงทแี่ ละรปู รา่ งไม่คงท่ี
ริมาตรและรปู รา่ งไม่คงที่
4
โครงสรา้ งการกิจกรรม แผนการปฏิบตั ิของครู: คำถามหลกั ; พฤติกรร
แผนสำหรบั การจดั การเรยี นรู้
3. Body Q10 แบบจำลองการจดั เรยี งอนุภาคของ A10-
(Explain) (45 min)
3. ขั้นกิจกรรม สสารในแต่ละสถานะมลี ักษณะอยา่ งไร ให้
การแก้ไขปญั หา การ
รวบรวมหลกั ฐานเชิง นักเรยี นวาดภาพแสดงแบบจำลองการ
ประจักษ์ กิจกรรมการ
วางแผน การลงมอื ปฏบิ ัติ จัดเรยี งอนุภาคของสสารในแตล่ ะสถานะ
และการแปลความ(อธิบาย)
(45 นาที) ในใบงานข้อ 5
4. ใหน้ กั เรียนศึกษากจิ กรรมท่ี 5.1
แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละ - ทดลอง
สถานะเปน็ อยา่ งไร เท่าๆกนั
จากน้ันนำนกั เรยี นอภปิ รายกอ่ นการทดลอง -สืบค้นขอ้
- โดยให้นักเรยี นเขียนจดุ ประสงคข์ อง เหนย่ี วระ
กิจกรรม ของสสาร
-นำภาพแบบจำลองการจัดเรียงอนุภาค ปรับแก้
แรงยึดเหนี่ยวระหวา่ งอนุภาค และการ
เคลื่อนท่ีของอนภุ าคของสสารอนุภาคของ
สสารในแตล่ ะสถานะท่นี ักเรยี นวาด
แบบจำลองของสสารแล้วนำมาคุยกัน
คาดคะเนแบบจำลองจัดเรียงอนภุ าคของ
สสารเป็นของกลุ่มบันทึกผล
-สร้างแบบจำลองการจดั เรยี งอนภุ าคของ
สารท้ัง 3 สถานะ โดยใช้ช็อกโกแลตบอล
สิง่ ที่ครูอาจต้องสนับสนุนให้แก่
รมการตอบสนองของผู้เรียนทอี่ าจจะเกิดขนึ้ ; นกั เรยี นเพมิ่ เติม (จากการคาดการณ์
และการสะท้อนผลห้องเรยี น)
นักเรียนวาดภาพแบบจำลองอนภุ าค
ของสสารในแต่ละสถานะของสารตาม
ความเข้าใจของตนเองโดยครไู ม่เฉลย
คำตอบ
งการเคลื่อนที่ของชอ็ กโกแลตบอลโดยใช้แรง - ครูแนะนำการใช้แรงทเ่ี ทา่ กัน
ในการทำให้ชอ็ กโกแลตบอล
อมูลแบบจำลองการจัดเรยี งอนภุ าค แรงยึด เคลอื่ นที่
ะหวา่ งอนุภาค และการเคล่ือนที่ของอนภุ าค
รอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะและนำมา - เม่อื ให้ข้อมูลเพ่มิ เติมเกย่ี วกบั
การสัน่ และทิศทางการ
เคลอื่ นท่ี จะมกี ารเตมิ
สัญลักษณ์แสดงการสัน่ และ
การเคล่อื นที่
- ในขณะทน่ี กั เรียนเขียน
แบบจำลองการจัดเรียง
อนภุ าคครูควรแนะนำ
นักเรียนว่า 1 วงกลมหรือ 1
ช็อกโกแลตบอลแทน 1
อนภุ าคและเส้นทล่ี ากแทน
5
โครงสรา้ งการกิจกรรม แผนการปฏบิ ัติของครู: คำถามหลกั ; พฤตกิ รร
แผนสำหรับการจัดการเรียนรู้
และถาดกระดาษ คิดหาวธิ ที ี่ทำให้
ช็อกโกแลตบอลเคลื่อนท่โี ดยใช้แรง
เทา่ ๆกนั
- รวบรวมขอ้ มลู แบบจำลองแต่ละ
สถานะเก่ยี วกบั การจดั เรยี งอนภุ าค แรง
ยดึ เหน่ยี วระหว่างอนุภาค และการ
เคล่ือนท่ีของอนภุ าคของสสารชนดิ
เดยี วกนั ในสถานะของแข็ง ของเหลว และ
แกส๊ จากสอ่ื ท่ีครูกำหนดให้
-วเิ คราะห์ข้อมลู และเปรยี บเทยี บการ
จดั เรียงอนุภาค แรงยดึ เหนยี่ วระหวา่ ง
อนภุ าค และการเคล่ือนทีข่ องอนุภาคของ
สสารชนดิ เดียวกันในสถานะของแข็ง
ของเหลว และแกส๊ มาปรับแก้แบบจำลอง
อนภุ าคทส่ี รา้ งไว้
5. ใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมที่ 5.1
แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละ
สถานะเป็นอยา่ งไร(20 นาท)ี
6. ในขณะที่ใหน้ ักเรียนทำกิจกรรมแตล่ ะ
กล่มุ ครูเดนิ ดูการกิจกรรมเพ่ือทำการ
สิ่งทีค่ รอู าจต้องสนับสนุนให้แก่
รมการตอบสนองของผเู้ รียนที่อาจจะเกิดขึ้น; นักเรียนเพิม่ เติม (จากการคาดการณ์
และการสะท้อนผลห้องเรียน)
การเคล่อื นท่ีหรอื การสั่น
6
โครงสรา้ งการกิจกรรม แผนการปฏิบตั ิของครู: คำถามหลกั ; พฤติกรร
แผนสำหรบั การจัดการเรียนรู้
เลือกผลงานนักเรียนมา นำเสนอผลการ
ทำกจิ กรรม 1 - 2 กลุ่ม (Five step)
7. ให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มตอบคำถาม
ตอ่ ไปน้ี
Q11 การจัดเรียงอนภุ าค แรงยึดเหนีย่ ว A11 การ
ระหว่างอนุภาค และการเคลื่อนท่ขี อง อนภุ าค แ
อนุภาคของสสารในสถานะของแข็ง อนภุ าคข
ของเหลว และแก๊สเป็นอย่างไร เหมือน ของของแ
หรอื แตกต่างกนั อยา่ งไร อนุภาคข
อยู่กับท่ี อ
เหนย่ี วระ
แตม่ ากก
แตไ่ มเ่ ป็น
ใกล้เคยี ง
โดยแรงย
เคลอ่ื นที่ไ
Q12 แบบจำลองอนุภาคท่ีสร้างขึน้ คร้ัง A12 คำต
แรกเหมือนหรือแตกต่างจากแบบจำลองท่ี
ปรบั แก้แลว้ อยา่ งไร
Q13 แบบจำลองอนุภาคท่ีสรา้ งขึ้น มี A13 ขนา
สิ่งท่ีครูอาจต้องสนับสนุนให้แก่
รมการตอบสนองของผเู้ รียนท่ีอาจจะเกิดข้ึน; นักเรยี นเพมิ่ เติม (จากการคาดการณ์
และการสะท้อนผลห้องเรียน)
รจัดเรียงอนภุ าค แรงยึดเหนย่ี วระหว่าง
และการเคล่ือนท่ขี อง
ของสสารในแต่ละสถานะแตกต่างกัน อนุภาค
แข็งจะเรยี งชิดกัน โดยมแี รงยึดเหน่ียวระหวา่ ง
ของของแข็งมากกว่าของเหลวและแก๊ส และสั่น
อนุภาคของของเหลวอยูใ่ กล้กนั โดยแรงยดึ
ะหว่างอนุภาคของของเหลวน้อยกวา่ ของแข็ง
กวา่ แกส๊ อนุภาคของของเหลวจงึ เคล่อื นทีไ่ ด้
นอสิ ระ โดยจะเคล่อื นท่ีรอบ ๆ อนุภาค
ง อนภุ าคของแก๊สอยู่หา่ งกนั มาก
ยึดเหน่ยี วระหว่างอนุภาคน้อยมาก อนภุ าคจึง
ได้อย่างอสิ ระทุกทิศทาง
ตอบขน้ึ อยู่กับผลการทำกจิ กรรมของนักเรยี น
าดอนุภาค จำนวนอนุภาค ระยะห่างระหวา่ ง
7
โครงสร้างการกิจกรรม แผนการปฏิบตั ิของครู: คำถามหลัก; พฤติกรร
แผนสำหรับการจัดการเรียนรู้
อะไรบ้างท่ีไม่สามารถแสดงให้เห็นตาม อนภุ าค ก
ความเป็นจรงิ
8. ใหน้ กั เรียนแต่ละกล่มุ สรุปผลกิจกรรมที่
5.1 (โดยใหน้ กั เรยี นเติมในช่องว่าง))
4. Closing 9. แบง่ นกั เรยี นแบ่งเปน็ 3 กลมุ่ แสดง - นกั เรียน
Application, Homework บทบาทสมมติโดยในการสรา้ งแบบจำลอง
Assignment, การจัดเรยี งอนุภาคกลมุ่ ละ 1 สถานะ โดย
Interdisciplinary ให้ 1 คน แทน 1 อนภุ าค
Linkages (Elaboration) - ถ้าเปน็ ของแข็งให้นกั เรยี นกอดคอกนั
(15 min) แลว้ เคล่อื นที่
สง่ิ ทค่ี รอู าจต้องสนับสนุนให้แก่
รมการตอบสนองของผู้เรยี นที่อาจจะเกิดขึน้ ; นักเรียนเพม่ิ เติม (จากการคาดการณ์
และการสะทอ้ นผลห้องเรยี น)
การเคล่ือนที่ของอนุภาค
นรว่ มกันแสดงบทบาทสมมตุ ิ
8
โครงสร้างการกิจกรรม แผนการปฏบิ ัตขิ องครู: คำถามหลัก; พฤติกรร
แผนสำหรบั การจดั การเรยี นรู้
4. ข้ันปดิ บทเรยี น - ถ้าเป็นของเหลวใหน้ กั เรยี นจบั มอื กัน
การเชอื่ มไปสูก่ ารนำไปใช้ แลว้ เคลอ่ื นที่
จริง การบา้ น และการ - ถ้าเป็นแก๊สใหน้ ักเรยี นยนื กอดอกแล้ว
เชื่อมโยงกับสาระวชิ าอนื่ เคลื่อนท่ี
(15 นาที) 10. ใหน้ กั เรยี นสังเกตและร่วมกันสรปุ อีก
ครัง้ หนงึ่
5. Exit, (Evaluation) 11. นกั เรียนวาดภาพแบบจำลองการ
5. ขน้ั ประเมนิ ผลการเรียนรู้ จดั เรยี งอนภุ าคของสารจากภาพที่
สะทอ้ นผลการเรยี นรู้ และ กำหนดให้ (Exit ticket)
การสะท้อนถึงความ
สมเหตุสมผล (10 นาที)
8. Teacher Reflection: How do you know if the lesson went well? (Cite evid
สะท้อนผลการจดั การเรียนรู้ของครู: ทราบได้อย่างไรวา่ แผนการจดั การเรียนรู้น้สี ำเร็จ
1. ชิน้ งานแบบจำลองอนภุ าคของสสารในสถานะต่าง ๆ
2. การตอบคำถาม
3. ตว๋ั ออก
สง่ิ ที่ครอู าจต้องสนับสนุนให้แก่
รมการตอบสนองของผู้เรียนที่อาจจะเกดิ ข้นึ ; นกั เรยี นเพิ่มเตมิ (จากการคาดการณ์
และการสะท้อนผลห้องเรยี น)
dence):
จผลด้วยดี (ระบหุ ลกั ฐาน)
9