The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3วิทยาศาสตร์ ม.4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by saobon70946, 2022-05-16 08:29:48

3วิทยาศาสตร์ ม.4

3วิทยาศาสตร์ ม.4

เเผนการจดั การเรยี นรู้

รายวชิ าชีววทิ ยา ๒ (ว๓๑๒๔๒)

ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔
ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

นางสาวอนงคน์ าถ ปราบรตั น์

ตาเเหนง่ ครู
โรงเรียนเทศบาล ๕ (วดั หวั ปอ้ มนอก)
สังกดั สานักการศึกษา เทศบาลนครสงขลา

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี แผนการจัด
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 โครโมโซมและหน่วยพันธุกรรม วชิ าชวี วิท
สอนชน้ั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4/1 เรื่อง กระ
วันที่ 28

1. ชอื่ หนว่ ยการเรียนรู้ : โครโมโซมและสารพนั ธกุ รรม

2. สาระวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม / ผลการเรยี นรู้
สาระชีววิทยา ข้อ 2 เข้าใจการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การถ

เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ หลักฐาน ข้อมลู และแนวคิดเกย่ี วกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีว
กาเนิดของส่งิ มีชีวติ ความหลากหลายของส่ิงมชี ีวติ และอนกุ รมวิธาน รวมทงั้ นาควา

ม. 4/7 อธิบายและระบุขั้นตอนในกระบวนการสังเคราะหโ์ ปรตีนและหนา้ ท
3. วตั ถุประสงคก์ ารจัดการเรยี นรขู้ องบทเรียน

3.1 อธบิ าย และระบขุ น้ั ตอนในกระบวนการสังเคราะหโ์ ปรตนี และหน้าที่ข
3.2 สบื คน้ ข้อมลู และอภปิ รายข้นั ตอนในกระบวนการสังเคราะห์โปรตีนแล

(การถอดรหสั ) (P)
3.3 ใฝ่เรียนรู้ (A)
3.4 ความสามารถในการคิด

ดการเรียนรู้ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4
ทยา 2 รหสั วิชา ว31242 เวลา 100 นาที
ะบวนการสงั เคราะห์โปรตนี (การถอดรหสั )
เดอื น ธันวาคม พ.ศ. 2563 เวลา 13.00 – 14.40 น.

ถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม สมบัติและหน้าที่ของสารพันธุกรรม การเกิดมิวเทชัน
วิต ภาวะสมดุลของฮารด์ ี-ไวนเ์ บิร์ก การเกิดสปีชสี ์ใหม่ ความหลากหลายทางชีวภาพ
ามรู้ไปใช้ประโยชน์
ท่ีของ DNA และ RNA แต่ละชนดิ ในกระบวนการสงั เคราะหโ์ ปรตนี

ของ DNA และ RNA แตล่ ะชนิดในกระบวนการสงั เคราะห์โปรตีน (การถอดรหสั ) (K)
ละหนา้ ทีข่ อง DNA และ RNA แต่ละชนิดในกระบวนการสังเคราะห์โปรตีน

4. คาถามหลกั สาหรบั การตรวจสอบความเข้าใจของผูเ้ รยี น

- ข้นั ตอนในการถอดรหัส เปน็ อย่างไร

mRNA เป็นสารตัวกลางทน่ี าข้อมลู ทางพนั ธกุ รรมจาก DNA มายังไรโบ

(transcription) เปน็ การสงั เคราะห์ RNA โดยใช้ DNA เป็นตน้ แบบ อาศัยการทางา

กับ DNA แมแ่ บบ ทิศทางจากปลาย 5’ ไปยงั ปลาย 3’ ซึง่ สลบั ทิศทางกับสาย DNA

5. ลักษณะของงานที่มอบหมายให้นักเรียน/นักเรียนทางานทีท่ ้าทายความคดิ อย

1. ใบกจิ กรรม 2. คาถามระหวา่ งเรยี น 3. Exit ticket

6. สอ่ื และอปุ กรณ์ทจี่ าเปน็ (นอกเหนอื จากทีร่ ะบุไวใ้ นคมู่ ือครู)

1. อุปกรณ์เคร่ืองเขียน กระดาษ A4 2. หนงั สือเรียนชวี วทิ ยา 2

7. โครงสรา้ งแผนการจัดการเรยี นรู้ทัว่ ไป

โครงสร้างกจิ กรรม แผนการปฏิบัตงิ านของครู : คาถามหลัก ; แผนสาหรับก
เรยี นรู้

1. ขั้นเตรยี มพร้อม 1.1นักเรียนร่วมกนั อภปิ รายโดยการตอบคาถามต่อไปน้ี
(Warm Up) Q1 DNA มีโครงสรา้ งท่แี ตกตา่ งจาก RNA อยา่ งไร

(5 นาท)ี

บโซมในไซโทพลาซึม โดยกระบวนการสงั เคราะห์ mRNA เรียกวา่ การถอดรหัส
านของเอนไซม์ RNA พอลิเมอเรส ซ่ึง RNA ท่ีสังเคราะห์จะมีลาดับเบสเปน็ เบสคูส่ ม
A แมแ่ บบ
ยา่ งไร

3. Powerpoint

การจัดการ พฤติกรรมการตอบสนองของผูเ้ รยี นทีอ่ าจ สง่ิ ทีค่ รอู าจต้องสนบั สนุน
เกดิ ขนึ้ ให้แกน่ กั เรียนเพิ่มเตมิ
(จากการคาดการณ์และ
A1 DNA ประกอบไปด้วย น้าตาลดีออกซิไรโบส การสะทอ้ นผลห้องเรยี น)
หมูฟ่ อสเฟส ไนโตรจีนัสเบสชนดิ A T C และG
เป็นพอดีนวิ คลีโอไทด์ 2 สาย
ส่วน RNA ประกอบไปดว้ ย น้าตาลไรโบส
หมู่ฟอสเฟส ไนโตรจีนัสเบสชนิด A U C และG
เป็นพอดีนิวคลโี อไทด์ 1 สาย

โครงสรา้ งกจิ กรรม แผนการปฏบิ ตั งิ านของครู : คาถามหลัก ; แผนสาหรบั ก
เรียนรู้

2. ขั้นสร้างความสนใจ 2.1 นกั เรยี นรว่ มกันศกึ ษารปู ดาราท่เี ปน็ พน่ี ้อง แมล่ กู
(Introduction) และร่วมกนั อภปิ รายโดยใชค้ าถามตอ่ ไปนี้
(5 นาท)ี Q2 จากรูปเม่ือเปรียบเทียบระหว่างพ่ีน้อง หรือระหว่า
ลกั ษณะเหมือนหรอื แตกตา่ งกันอย่างไร
3. ขัน้ กิจกรรม (Body) Q3 เพราะเหตุใดพี่นอ้ ง หรอื แม่ลกู จึงมีลกั ษณะบางอยา่ งเห
(60 นาที) 3.1 นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน โดยแต่ละกลมุ่ แบง่ ห
ทางานกลุ่ม

1. คุณรวบรวมขอ้ มูล ทาหน้าท่รี วบรวมข้อมูล
2. คณุ วางแผน ทาหนา้ ทวี่ างแผนการทางาน
3. คณุ นาเสนอ ทาหนา้ ทน่ี าเสนองาน
4. คุณอานวยความสะดวก ทาหน้าท่ีอานวยความสะ
ทางานใหก้ บั กลุม่
3.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลและศึกษารูป
สังเคราะห์โปรตีน ในหนังสือเรียนชีววิทยา 2 หน้าที่ 24 โ
กลุ่มแข่งขนั กันตอบตามประเดน็ ที่มีการอภิปรายดังน้ี
Q4 จากรูป 4.16mRNA ทาหนา้ ทเี่ กยี่ วข้องกับการสังเคร
อยา่ งไร

การจดั การ พฤตกิ รรมการตอบสนองของผ้เู รยี นท่ีอาจ สงิ่ ท่ีครูอาจต้องสนบั สนุน
เกดิ ขนึ้ ให้แกน่ กั เรยี นเพิ่มเติม
(จากการคาดการณ์และ
A2 จมูก ตา ปาก เหมือนกัน หรือข้ึนอยู่กับความ การสะท้อนผลห้องเรียน)
คดิ เห็นของนักเรียน
างแม่ลูก มี A3 1. มียนี ทกี่ าหนดเหมือนกนั

2. ยนี ท่ถี า่ ยทอดจากแม่สู่ลกู
หมอื นกัน
หนา้ ที่ในการ A4 mRNA เป็นสารตัวกลางที่นา ข้อมูลทาง

พันธุกรรมจาก DNA ซง่ึ เกย่ี วกบั การ
สงั เคราะหโ์ ปรตนี มายงั ไรโบโซมในไซโทพลาซึม
A5 เป็นพอลินิวคลีโอไทดแ์ มแ่ บบในการถอดรหสั
A6 พอลินวิ คลีโอไทด์ทีเ่ ปน็ แม่แบบคอื สายที่มี
ะดวกในการ ทศิ ทาง 3’ อยทู่ างขวา 5’ อยทู่ างซ้าย เพราะ
mRNA มีทศิ 5’อยู่ทางขวา 3’ อย่ทู างซา้ ย
4.16 การ A8 เอนไซมอ์ ารเ์ อน็ เอพอลเิ มอเรสมบี ทบาทใน
โดยให้แต่ละ การสงั เคราะห์mRNA คอื ทาให้
พอลนิ ิวคลีโอไทด์ 2 สายแยกออกจากกนั และ
ราะห์โปรตนี เชอ่ื มนวิ คลโี อไทด์ต่อกันเป็นสาย mRNA
A9 ทิศทางการสังเคราะห์mRNAจะสังเคราะห์
จากปลาย 5′ไปยงั ปลาย 3′

โครงสรา้ งกจิ กรรม แผนการปฏิบตั ิงานของครู : คาถามหลกั ; แผนสาหรบั ก
เรียนรู้

3.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลและศึกษารูป
สังเคราะห์โปรตีน ในหนังสือเรียนชีววิทยา 2 หน้าท
ประเดน็ การอภิปรายดังนี้
Q5 จากรูป 4.17 การสงั เคราะห์โปรตนี DNA มบี ทบาทหน
Q6 จากรูป 4.17 พอลินิวคลีโอไทด์สายท่ีเป็นแม่แบบ
เพราะเหตุ
3.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลและศึกษา รูป
สังเคราะห์โปรตีนโดยใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมจาก DNA
เรยี นชวี วิทยา 2 หนา้ ท่ี 26 โดยมีประเดน็ การอภปิ รายดงั น
Q7 จากรูป 4.19เอนไซม์อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรสมีบทบาท
การสังเคราะห์mRNA
Q8 จากรูป 4.19 ในการสังเคราะห์mRNA มีทศิ ทางเป็นอย
Q9 จากรูป 4.19 ไนโตรจีนัสเบสคู่สมระหว่างDNAแม่แบ
mRNAเปน็ อย่างไร
Q10 กระบวนการสังเคราะห์ดีเอ็นเอและกระบวนการ
mRNAแตกต่างกนั อย่างไร
3.5 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทาใบกิจกรรมท่ี 2 ข้ันตอนกา
และนาเสนอการถอดรหัสของแตล่ ะกลมุ่

การจัดการ พฤติกรรมการตอบสนองของผู้เรยี นท่อี าจ สิง่ ทีค่ รอู าจต้องสนับสนนุ
เกิดข้นึ ให้แกน่ ักเรียนเพมิ่ เตมิ
(จากการคาดการณแ์ ละ
4.17 การ A10 ไนโตรจีนัสเบสคู่สม A เข้าคู่กับ U และ G การสะทอ้ นผลห้องเรยี น)
ท่ี 24 โดยมี เขา้ คู่ C

A11 กระบวนการสงั เคราะห์ดีเอ็นเอ
น้าท่ีอย่างไร 1. ใชพ้ อลินิวคลีโอไทดท์ ั้ง 2 สายเป็นแม่แบบ
บคือสายใด 2. ใช้เอนไซม์ดีเอ็นเอพอลเิ มอเรส

3. ใชด้ ีออกซีไรโบนิวคลีโอไทด์ที่ประกอบด้วย
4.19 การ เบส 4 ชนดิ คือ A T C G
A ในหนังสือ 4. ผลผลิตได้DNA สายใหม่ 2 สาย
น้ี กระบวนการสงั เคราะห์ mRNA
ทอย่างไรใน 1. ใช้พอลินิวคลโี อไทด์เพยี งสายเดยี วเป็นแมแ่ บบ

2. ใช้เอนไซมอ์ าร์เอน็ เอพอลิเมอเรส
ยา่ งไร 3. ใช้ไรโบนิวคลโี อไทด์ที่ประกอบดว้ ยเบส
บบและสาย 4 ชนดิ คือ A U C G

4. ผลผลติ ได้mRNA สายเดยี ว
รสังเคราะห์ 3.5 นักเรียนเลือกสาย DNA แม่แบบ และ

ถอดรหสั พันธกุ รรม
ารถอดรหัส

โครงสร้างกิจกรรม แผนการปฏบิ ัตงิ านของครู : คาถามหลัก ; แผนสาหรบั ก
เรียนรู้

4. ขนั้ ปิดบทเรยี น 3.6 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนขั้นตอนการถอดรหัสพันธ
(Closing) ครสู ุ่มนาเสนอ
(15 นาที) 4.1 นกั เรียนศกึ ษา วดี โี อเรือ่ ง การสังเคราะห์โปรตนี
4.2 นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับขั้นตอนกา
พันธุกรรมโดยใช้คาถามดงั น้ี

Q12 การถอดรหัสพนั ธกุ รรมมีข้ันตอนอยา่ งไร

5. ขน้ั ประเมินผล (Exit ให้นักเรียนตอบคาถามใน Exit Ticket
Ticket)
(10 นาที)

การจดั การ พฤตกิ รรมการตอบสนองของผู้เรียนทอี่ าจ สิง่ ทค่ี รูอาจต้องสนับสนุน
เกิดข้ึน ใหแ้ กน่ กั เรยี นเพมิ่ เติม
(จากการคาดการณแ์ ละ
ธุกรรม และ การสะท้อนผลห้องเรยี น)

A12 1. เอนไซม์อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรสเข้าจับกับ
ารถอดรหัส สาย DNA ตรงตาแหน่งยีนท่ีต้องการสังเคราะห์

mRNA และสลายพันธะไฮโดรเจนระหว่างคู่เบส
ทาให้พอลินิวคลีโอไทด์ 2 สายของ DNA คลาย
เกลียวแยกจากกัน โดยสายหน่ึงของ ของ DNA
เปน็ แมแ่ บบ
2. นิวคลีโอไทด์อิสระเข้าจับนิวคลีโอไทด์ของ
สาย DNA แม่แบบ และเอนไซม์อาร์เอ็นเอพอลิ-
เมอเรส เชื่อมนิวคลีโอไทด์อิสระเป็น mRNA สาย
ยาว มที ิศจากปลาย 5’ ไปยงั ปลาย 3’

3. เอนไซม์อารเ์ อ็นเอพอลเิ มอเรสหยดุ ทางาน
และแยกตัวออกจากดีเอน็ เอแม่แบบ สาย mRNA
ที่สงั เคราะห์ได้แยกออกจาก DNA

8. สะทอ้ นผลการจดั การเรยี นรู้ของครู : ทราบไดอ้ ย่างไรว่าแผนการจัดการเรียน

- การตอบคาถาม Exit Ticket ใบกิจกรรม การอภิปราย
9. การวดั และการประเมินผล

สิง่ ที่ต้องการวัด วิธกี ารวัด

ความรู้ (K) - ตรวจคาตอบจาก Exit ticket คาถาม และ

กระบวนการ(P) - ตรวจคาตอบจากกาทาชิน้ งานในใบ แบบประเมนิ
กิจกรรม

เจตคติ (A) - สงั เกตความใฝร่ ู้ การทางาน แบบประเมิน
สมรรถนะ

ความเห็นหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
ใช้จดั กิจกรรมการเรียนรไู้ ด้
ปรับปรุงแผนการสอน..................................................................................
ลงชอ่ื หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
(นางสุมณฑา เอมเอก)

ความเห็นฝ่ายวิชาการ
ใชจ้ ัดกจิ กรรมการเรียนรไู้ ด้
ปรับปรุงแผนการสอน..................................................................................

ลงชอ่ื เลขานกุ ารคณะกรรมการบริหารหล
(นางสาวทพิ วรรณ รัตนชศู รี)

นรูส้ าเร็จผลดว้ ยดี (ระบุหลักฐาน)

เคร่อื งมือวัด เกณฑ์การผา่ นการประเมนิ
Exit ticket รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
นชนิ้ งาน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค/์ ไดค้ ะแนนในระดับ 2 ขนึ้ ไป

ลงช่ือ ผสู้ อน
(นางสาวอนงคน์ าถ ปราบรัตน์)

..............................

........................... ..
ลักสูตรสถานศกึ ษา

12. บันทกึ ผลหลังการสอน
12.1 ผลการตรวจสอบ
- นักเรียนสามารถอธบิ าย และระบุขนั้ ตอนในกระบวนการสังเครา

โปรตีน (การถอดรหัส) ได้ร้อยละ 100
- นักเรยี นสามารถสบื ค้นขอ้ มูลและวิเคราะห์ข้นั ตอนในกระบวนก

สงั เคราะหโ์ ปรตีน (การถอดรหสั ) อยใู่ นระดบั ดีมาก
- นักเรียนมกี ารใฝ่เรยี นรู้ กระตอื รือรน้ อยู่ในระดบั ดมี าก

12.2 ปัญหา/สาเหตุ
-

12.3 วิธีแกป้ ญั หา

วิธกี ารแกป้ ัญหา
-

าะหโ์ ปรตนี และหน้าที่ของ DNA และ RNA แตล่ ะชนิดในกระบวนการสงั เคราะห์
การสงั เคราะหโ์ ปรตีนและหน้าที่ของ DNA และ RNA แตล่ ะชนดิ ในกระบวนการ

ผลลพั ธ์
-

ลงชอื่ ผสู้ อน
(นางสาวอนงคน์ าถ ปราบรัตน์)


Click to View FlipBook Version