The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ต้นแบบชวเลขจากพี่สู่น้อง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พรพิมล ปัญจกุล, 2022-08-17 23:36:55

55-ต้นแบบชวเลขจากพี่สู่น้อง

ต้นแบบชวเลขจากพี่สู่น้อง

ตน แบบชวเลขจากพสี่ ูนอง
(Shorthand Model)

คณะทาํ งานจดั การความรู
สํานักรายงานการประชมุ และชวเลข

ป ๒๕๕๕

คณะทาํ งานจัดการความรูของสํานักงานรายงานการประชมุ และชวเลข

นางนิรนั ตสุข เริงรณอาษา
ประธานที่ปรกึ ษา

นางภาวนา ภักฉัตรทนั นางวมิ ล แจงอัตถะ นางสาวสุภาภรณ มาลัยทัต
ที่ปรึกษา ท่ปี รกึ ษา ที่ปรกึ ษา

นางสรัญญา ศตะภัค นางสาววาสนา ยังสขุ
ท่ปี รึกษา ทป่ี รกึ ษา

นางศุภลักษณ โอภาสพนิ จิ
ประธานคณะทํางาน

นางทพิ รัตน แกว สขุ โข นางรจุ ิรา เนตรบุตร นางสาวสุชาดา ภมะราภา นางละไม สวุ รรณพิทักษ
คณะทาํ งาน คณะทาํ งาน คณะทํางาน คณะทํางาน

นางสมบูรณ ขํากระแสร นางสํารวม ผลประสิทธ์ิ นางดวงทพิ ย อินบุญนะ นางธีรวรรณ นราพงศ
คณะทํางาน คณะทาํ งาน คณะทาํ งาน คณะทาํ งาน

นางฐติ ิรัตน คงสมจิตต ส.ต.ต. ธามธีธะวชั ร มาฉมิ นางพมิ พลักษณ กระจา งศรี นายจริ ายุส จนี ชาง
คณะทํางาน คณะทํางาน คณะทาํ งาน คณะทาํ งานและเลขานุการ

คาํ นํา

โครงการตนแบบชวเลขจากพี่สูนอง (Shorthand Model) เปนโครงการท่ีจัดทําข้ึน
เพ่ือเปนการสอนงานเจาพนักงานชวเลขท่ีไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงาน เปนการถายทอด
ทักษะเชิงปฏิบัติการ เปนมาตรการเสริมท่ีจะชวยใหเจาพนักงานชวเลขท่ีไดรับการบรรจุใหมหรือ
นักศึกษาฝกงาน มีความรู ทักษะ ตลอดจนเทคนิคในการปฏิบัติงาน และสามารถปฏิบัติงานไดอยาง
ประสบความสําเร็จในระยะเวลาอันสั้น โดยเจาพนักงานชวเลขผูทําหนาที่เปนพ่ีเลี้ยงหรือผูควบคุม
การฝกงานจะเปนผูท่ีใหขอมูล ความรู ตลอดจนถายทอดเทคนิคในการปฏิบัติงานตาง ๆ ใหกับ
เจาพนักงานชวเลขท่ีไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงาน โดยมีเปาหมายเพ่ือที่จะสรางเจาพนักงาน
ชวเลขท่ไี ดรับการบรรจุใหมใหส ามารถปฏิบัตหิ นาท่ีไดอยางมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมไปถึงกระตุนให
นักศึกษาฝกงานเกิดความตระหนักถึงความสําคัญและความจําเปนขององคความรูดานชวเลขและสราง
เครือขายชุมชนนักชวเลขขึ้น เพ่ือรองรับการจัดทํามาตรฐานวิชาชีพชวเลขและสรางฐานกําลังบุคลากร
ที่จะมาสอบคัดเลือกและบรรจุเปน เจา พนักงานชวเลขตอไปในอนาคต

เอกสารทางวิชาการเลมน้ีถือไดวาเปนองคความรูในรูปแบบของการถายทอดทักษะ
วิชาชีพ ประสบการณ เทคนิคตาง ๆ ในการทํางาน โดยรวบรวมเน้ือหาสาระ ประวัติความเปนมาของ
ชวเลข ชวเลขกับการประชุมสภา ความรูเบ้ืองตนเก่ียวกับชวเลข ทักษะการเขียนชวเลข รวมไปถึง
การถา ยทอดทักษะวิชาชีพ ประสบการณ เทคนิคในการทํางานตาง ๆ เพื่อใชเปนเคร่ืองมือศึกษา คนควา
และใชอางอิง เพื่อพัฒนาทักษะ ประสบการณวิชาชีพ และการจัดการความรูของเจาพนักงานชวเลข
ผูทาํ หนา ทเ่ี ปนพ่เี ลย้ี งหรอื ผคู วบคมุ การฝก งานตอไป

คณะทาํ งานจดั การความรู
สํานกั รายงานการประชมุ และชวเลข

สารบัญ

หนา

บทท่ี ๑ บทนํา ๑
ประวตั ิความเปน มาของชวเลข ๓
ชวเลขไทยกบั การประชมุ สภา

บทท่ี ๒ ความรูเบอื้ งตน เก่ียวกบั ชวเลข ๖
ความหมายของชวเลข ๖
ความสําคัญของชวเลข ๖
แบบของชวเลข ๖
ขอแนะนาํ สําหรับการเขียนชวเลข ๗
ขอ ควรปฏบิ ตั ใิ นการเขียนชวเลขใหเ กง ๗
หลักเกณฑในการเขียนชวเลข ๘
วธิ กี ารฝก เขยี นชวเลข ๘
ประโยชนข องชวเลข ๙
คณุ สมบตั ิของผปู ฏิบตั งิ านในดานการเขียนชวเลข ๙
ชวเลขกับการจดรายงานการประชมุ

บทท่ี ๓ ทกั ษะการเขยี นชวเลข ๑๓
ชวเลขไทย (แบบเกรก ก) ๑๘
ชวเลขไทย (แบบปทแมน)

บทท่ี ๔ การถายทอดทักษะวิชาชีพ ประสบการณ เทคนิคในการทํางานตาง ๆ ๓๓
การสอนงาน ๓๔
ตารางแสดงความกาวหนาของทกั ษะแตล ะระดับในสวนของเจา พนกั งานชวเลข ๓๕
ตารางแสดงความกาวหนาของทกั ษะแตละระดับในสวนของนกั ศกึ ษาฝกงาน ๓๗
การจดรายงานการประชุม ๓๙
การจัดทํารายงานการประชมุ ๔๐
สญั ลกั ษณท ีใ่ ชใ นการพิสจู นอกั ษร ๔๑
การประเมนิ ผลหลงั การปฏบิ ัติงาน

สารบัญ (ตอ ) หนา

หลักเกณฑใ นการสอบชวเลขสําหรบั ตาํ แหนง เจา พนกั งานชวเลข ๔๒
แผนผงั แสดงกระบวนการจดั ทํารายงานการประชมุ คณะกรรมาธิการ ๔๔
แผนผงั แสดงกระบวนการในการดําเนนิ การจดั ทํารายงานการประชมุ วุฒสิ ภา ๔๕
แผนผงั การปฏิบัติงานเกยี่ วกบั รายงานการประชมุ วุฒิสภา ๔๖
ของกลมุ งานรายงานการประชุม
แผนผงั แสดงกระบวนการในการจัดทาํ รายงานการประชมุ วฒุ สิ ภา ๔๗

บรรณานกุ รม

บทที่ ๑
บทนาํ

ประวัตคิ วามเปน มาของชวเลข
ตนกําเนิดของวิชาชวเลขไดเกิดขึ้นกอนคริสตกาลราว ๖๓ ป ผูคิดคนวิชาน้ีเปนคนแรก

คือ MARCUS TULLIUS TIRO ไทโร เปนทาสของนักการเมืองฝปากเอกช่ือ CICERO สาเหตุท่ีทําให
ไทโรประดิษฐช วเลขข้ึนน้นั พอจะประมวลกลา วไดด งั ตอไปนี้

สาเหตุท่ัวไป โดยเหตุที่อาณาจักรโรมันมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ซึ่งถือกันวาเปนการปกครองของประชาชนโดยประชาชน และเพื่อประชาชน ทุกคนมีสิทธิที่จะแสดง
ความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกับกิจการของบานเมืองไดอยางเต็มที่ เทาที่ไมขัดตอความสงบเรียบรอย
และศีลธรรมอันดีของประชาชน ชาวโรมนั ถือวาการพูดเปนศิลปะอยางหนึ่งที่ทุกคนพึงฝกฝนใหดีที่สุด
เทาท่ีจะทําได ฉะน้ันวิชาวาทศิลปจึงถูกบรรจุเขาอยูในหลักสูตรของโรงเรียนโรมันสมัยโบราณ และ
ตอมาอีกประมาณ ๕๐ ป กอนคริสตกาลถึงป ค.ศ. ๒๐๐ ไดมีผูตั้งโรงเรียนฝกหัดวาทศิลป
ข้ึนโดยเฉพาะ ปรากฏวา มีผนู ยิ มสง บุตรหลานเขาเรยี นเปน อันมาก เพราะเปนท่ีประจักษวา วิชาวาทศิลป
นอกจากจะเปนเคร่ืองมือปองกันสิทธิสวนตัวบุคคลแลวยังอาจหาชื่อเสียงสูคนไดงายอีกดวย ตัวอยางที่
เห็นไดอยางชัดแจงก็คือ นักการเมืองและนักพูดที่สําคัญ ๆ ในสมัยน้ันอาทิวา ซิเซโร ปอมเปย ซิวาร
ออกสั ตัสและมารคแอนโตนี ลวนแลวแตไดผานโรงเรียนวาทศิลปมาทั้งสิ้น เทานี้ก็พอจะเห็นไดแลววา
การพูดในสมัยที่อาณาจักรโรมันรุงเรืองวาทศิลปอยูนั้นเจริญรุงเรืองเพียงใด และเม่ือถือกันวาการพูด
เปนศิลปะท่ีสําคัญถึงเพียงน้ีจึงเกิดความคิดหาวิธีที่จะจดบันทึกคําพูดของบุคคลไวมิใหสูญหายไป
อยางที่เปนมา นี่เปนสาเหตุหนึ่งที่ทําใหมีผูพยายามประดิษฐการเขียนอยางหน่ึงขึ้นใหรวดเร็วพอท่ีจะ
จดบนั ทึกคําพดู ของคนไวได

สาเหตโุ ดยตรง นักพดู ท่ีมชี ่ือเสียงโดงดังในสมัยนั้น คือ ซิเซโร และเน่ืองจากความเปน
ผูมีฝปากยอดเยี่ยมน่ีเอง ทําใหประชาชนกระหายท่ีจะเก็บคําพูดของเขาไวท้ังหมดแทนท่ีจะปลอยให
ละลายหายไป ความคิดอันน้ีไดทวีเพิ่มขึ้นจนถึงขีดสูงสุด ไดมีผูพยายามคิดหาวิธีจดหลายตอหลายวิธี
ดวยกัน แตก ็ยังไดผลไมเปน ทพี่ งึ พอใจ

ไทโรเปนทาสของซิเซโรและไดติดตามรับใชไปทุกหนทุกแหง ไทโรไดมีโอกาส
สังเกตวิธีการตาง ๆ ท่ีมีผูมาลองบันทึกคําพูดของซิเซโร และไดความคิดในที่สุดวา การที่จะบันทึกดวย
อักษรธรรมดาน้ันไมท นั แน ตองใชเ ครอ่ื งหมายแทน ไทโรจึงใชเวลาวา งประดษิ ฐเคร่ืองหมายตาง ๆ ข้ึน
แทนคําพูดจนสําเร็จ เรียกวา “เคร่ืองหมายแทนคําพูดการเขียนแบบไทโร” (THE TIRO SHORT
HAND) ไดนําออกใชราว ๖๓ ปกอนคริสตกาล ไดผลเปนที่นาพอใจ การเขียนแบบนี้ใชกันมาอีกหลาย



รอยปหลังจากอาณาจักรโรมันไดเส่ือมโทรมลงแลว เปนอันวาชวเลขไดอุบัติขึ้นมาทําประโยชน
มหาศาลใหแกมนษุ ยต้งั แตบัดนน้ั เปน ตนมา

เนื่องจากชวเลขแบบของไทโรยากแกการจดจําและเขียนลําบาก จึงไดมีผูคิดแกไขหา
วิธีเขียนใหสะดวกและรวดเร็วย่ิงขึ้นตามลําดับ อาทิ ดร.ธีมอทีไบรท นายแพทยผูมีชื่อเสียงในรัชกาล
ของพระนางอลิซาเบธคิดขึ้นอีกแบบหน่ึง เม่ือ ค.ศ. ๑๕๘๘ จอหน วิลลิส ประดิษฐเครื่องหมายเขียน
แทนพยญั ชนะสําเร็จราว ค.ศ. ๑๖๐๒ อนั เปน แบบทีไ่ ดแกไ ขเปลีย่ นแปลงใชก ันมาจนทุกวันน้ี

ปจจุบันชวเลขท่ีเขียนตามเสียงและกําลังไดรับความนิยมมากที่สุด มีอยูหลายแบบ
ดวยกัน แตท่ีแพรหลายเห็นไดเดนชัดมีอยูเพียง ๒ แบบ คือแบบปทแมนของ SIR ISAC PITMAN และ
แบบเกรกก คอื JOHN ROBERT GREGG ท้งั ๒ คนเปนชาวอังกฤษ

เนื่องจากชวเลขที่นิยมใชกันทั่วโลกน้ี มีอยู ๒ แบบ คือปทแมนและเกรกก
ดังกลาวมาแลว จึงมีผูสนใจพยายามที่จะรูวา ชวเลข ๒ แบบนี้ แบบใดเปนแบบท่ีดีที่สุด
คือเรียนงาย เขียนไดเร็ว และแปลไดแนนอน ความของใจในปญหานี้ หามีใครสามารถตอบคําถาม
ไดไม แมในตางประเทศซ่ึงเปนเจาของตํารา วิชาน้ีก็ยังตัดสินใจไมได ท้ังน้ี เพราะชวเลขทั้ง ๒ แบบน้ี
มีหลักเกณฑแ ละวธิ ีการเขยี นดไี ปคนละอยางและในการแขงขนั ก็ผลัดกันชนะผลัดกนั แพเ สมอมา

สําหรับในเมืองไทย ชวเลขแบบปทแมนไดเขามากอนแบบอ่ืน ๆ กลาวคือ
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว กระทรวงยุติธรรมในสมัยนั้น ตองการ
นักชวเลขเขาจดคําใหการตาง ๆ ในศาลยุติธรรม จึงประกาศรับนักชวเลข แตหามีผูสามารถเขียน
ชวเลขไดไม พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๕ จึงมีพระราชกระแสรับส่ังวา หากมีผูใด
เขียนชวเลขไดถึงขนาดและสามารถสอนนักเรียนจนสามารถเขียนชวเลขไดถึงขั้นเขาจดคําใหการ
ในศาลยุติธรรมไดใน ๑ ป ไมตํ่ากวา ๑๐ คน จะพระราชทานเงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท ม.จ. สิทธิพร
กฤดากร ซึ่งขณะน้ันดํารงตําแหนงท่ีปรึกษาราชการแผนดินกระทรวงการตางประเทศ ทรงรับอาสา
โดยไดทรงดัดแปลงชวเลขแบบปทแมนภาษาอังกฤษมาเปนภาษาไทยไดสําเร็จ และเริ่มสอนนักเรียน
เม่ือปลายป ๒๔๕๑ ถึงตนป ๒๔๕๒ รวมเวลา ๘ เดือน มีนักเรียนสามารถเขียนไดนาทีละ ๑๓๐ คํา
จึงสงเขาสอบในศาลยุติธรรม ปรากฏสอบไดคราวน้ัน ๑๑ คน จึงไดบรรจุเขารับราชการในตําแหนง
พนักงานชวเลขในศาลยุติธรรม เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม ไดนําความและดวยคุณลักษณะอันดีของ
ชวเลขแบบปทแมน พระบาทสมเด็จพระมหาธีรราชเจา รัชกาลที่ ๖ ถึงกับทรงใชชวเลขแบบน้ีประจํา
พระองคทานตลอดมาจนส้ินรัชกาล ผูเปนนักชวเลขประจําพระองคทานคือ หลวงชวลักษณ ลิขิต
(ดําเนิน จิตรกถึก) ศิษยฝมือเอกของ ม.จ. สิทธิพร กฤดากร ตอมาภายหลังเมื่อทางราชการไดเปด
โรงเรียนพณิชยการข้ึน วิชาชวเลขแบบปทแมนก็มีโอกาสบรรจุอยูในหลักสูตรการสอน เชนเดียวกับ
แบบเกรกก แตแบบที่ยังคงสอนอยูในโรงเรียนพณิชยการ เวลาน้ีคงเหลืออยูเพียงแบบเดียว คือ
แบบปท แมน ซ่งึ มหาวทิ ยาลัยวชิ าธรรมศาสตรกไ็ ดเ คยบรรจไุ วในหลกั สตู รของแผนกเตรียมปริญญา



ชวเลขไทยแบบเกรกก เขามาสูประเทศไทย โดย หลวงมิตรธรรมพิทักษ
(วงค เศวตเลข) เปนผูแปลมาจากตนฉบับภาษาอังกฤษ นํามาแพรหลายสอนตามโรงเรียน
ชวเลขและพิมพดีดตาง ๆ ในพระนคร และในท่ีสุดไดถูกบรรจุเขาหลักสูตรของโรงเรียนพณิชยการ
เชน เดยี วกับแบบปทแมน

ชวเลขไทยกับการประชุมสภา
เจาพนักงานชวเลขหรือพนักงานชวเลขของสภาในอดีตมีหลักฐานปรากฏอางอิงได

จากหนังสือ “สี่สิบสองปรัฐสภาไทย” ของนายประเสริฐ ปทมสุคนธ อดีตเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร
คนที่ ๖ ซ่ึงเปนผูท่ีปฏิบัติงานในสภาผูแทนราษฎรมาแตเร่ิมหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
และไดบรรจุเปนขาราชการในตําแหนงพนักงานชวเลขช้ันรองผูรักษาการ ในสมัยน้ันเขียนไว
ในคําปรารภทําใหทราบวาต้ังแตแรกเร่ิมท่ีประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย
สภาผูแทนราษฎรเปดประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๔๗๕ ในสวนของผูจดรายงาน
การประชุม ไดยืมตัวหลวงชวเลขปรีชา และนายสิงห กลางวิสัย มาชวยจดรายงานการประชุม
เฉพาะวันประชุมสภา ตอจากนั้นเม่ือต้ังกรมเลขาธิการสภาผูแทนราษฎรในป ๒๔๗๖ จึงไดเริ่มบรรจุ
ขาราชการมีตําแหนงพนักงานชวเลข ซึ่งสวนใหญอยูในแผนกรายงานการประชุม กองการประชุม
และในกองกรรมาธิการบางเพียงเล็กนอย ในป ๒๕๐๕ สมัยนายประเสริฐ ปทมสุคนธ เปนเลขาธิการ
รัฐสภา และนายประหยัด แดงอินทวัฒน เปนหัวหนาแผนกรายงานการประชุม กองการประชุม
ไดจัดใหมีการสอนวิชาชวเลขใหกับขาราชการและผูเขาสมัครฝกงานในสํานักงาน โดยใหนักชวเลข
ในแผนกนี้เปนคณะอาจารยผูฝกสอน และหนึ่งในอาจารยผูสอนเปนบุตรชายคนเดียวของ
หลวงชวลกั ษณลขิ ติ คอื นายสขุ ันธ จติ รกถกึ ซงึ่ ตอ มาเปน หัวหนาแผนกรายงานการประชมุ

ในป พ.ศ. ๒๕๑๗ นายประสทิ ธิ์ ศรีสุชาติ เปนเลขาธกิ ารรัฐสภา สาํ นักงานเลขาธิการ
รัฐสภาไดมองเห็นความสําคัญและเสนทางความกาวหนาของพนักงานชวเลขจึงจัดแบง สวนราชการ
ใหม ไดรวบรวมพนักงานชวเลข ซ่ึงอยูในกองการประชุมและกองกรรมาธิการเขาดวยกัน ไดต้ังเปน
“ศูนยชวเลขและพิมพดีด” มีภารกิจหนาที่ดานการจดและจัดทํารายงานการประชุม สภาผูแทนราษฎร
วฒุ ิสภา รฐั สภา และคณะกรรมาธิการ มนี ายธนู บณุ ยรังคะ เปน หัวหนา ศนู ยช วเลขและพิมพด ดี

ในป พ.ศ. ๒๕๓๕ มีการปรับเปลี่ยนโครงสรางของสํานักงานเลขาธิการรัฐสภา
ครง้ั ใหญ โดยแยกเปน ๒ สํานักงาน คือสํานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎรและสํานกั งานเลขาธิการ
วุฒิสภา มเี ลขาธกิ ารเปนผูบังคบั บัญชาสูงสุดของสํานกั งานแตล ะสาํ นักงาน

สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ไดจัดต้ังข้ึนเมื่อวันท่ี ๑๒ กันยายน ๒๕๓๕ ไดแบง
สวนราชการออกเปน ๑๐ หนวยงาน โดยฝายชวเลขและพิมพดีดขึ้นกับกองการพิมพ ตอมาป ๒๕๔๔
ฝา ยชวเลขและพมิ พด ดี ขึ้นกับสํานักการประชุม



ป ๒๕๔๖ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ไดแบงสวนราชการภายในสํานักงานเพิ่มอีก
๘ หนวยงาน การแบงสวนราชการในครั้งน้ีไดมีการปรับเปล่ียน “ฝายชวเลขและพิมพดีด” ข้ึนเปน
“สาํ นกั รายงานการประชุมและชวเลข” แบงสวนราชการภายในเปน ๖ กลุม งาน ดังน้ี

๑. กลมุ บรหิ ารงานท่วั ไป
๒. กลมุ รายงานการประชุม
๓. กลมุ งานชวเลข ๑
๔. กลุมงานชวเลข ๒
๕. กลุม งานชวเลข ๓
๖. กลุมงานชวเลข ๔

กลุมงานบริหารทว่ั ไป มหี นา ท่คี วามรับผิดชอบเกีย่ วกบั
๑. ดําเนนิ การเก่ียวกบั งานสารบรรณและธุรการทว่ั ไปของสาํ นกั ฯ
๒. ดาํ เนนิ การเกย่ี วกบั งานพัสดุ ครุภัณฑ การเงิน และงบประมาณของสาํ นกั ฯ
๓. ดําเนนิ การเกย่ี วกับงานทะเบยี นและขอมูลดา นบุคคลของสาํ นักฯ
๔. ดาํ เนนิ การเก่ียวกับการจัดทําแผนงานและงบประมาณ รวมถึงการประสานงานดาน
แผนรายงานผลการปฏิบตั งิ าน การใชจ า ยงบประมาณและสถติ ิของสาํ นกั ฯ
๕. ดําเนนิ งานเลขานกุ ารและงานประชุมของสํานกั ฯ
๖. ดําเนินการเก่ียวกับการจัดทําและเผยแพรเอกสารและผลงานของสาํ นักฯ
๗. ปฏิบัติงานรวมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยงานอื่นที่เก่ียวของหรือ
ปฏิบัตงิ านอื่นตามทไ่ี ดร บั มอบหมาย

กลุมงานรายงานการประชมุ มหี นาท่ีความรับผดิ ชอบเกี่ยวกบั
๑. จัดทํารายงานการประชุมวุฒิสภาเสนอใหวุฒิสภารับรองตามขอบังคับการประชุม
รวมถึงการวิเคราะห ศึกษา คนควา และการใหบริการเกี่ยวกับรายงานการประชุมวุฒิสภา รวมทั้ง
เผยแพรร ายงานการประชมุ ไปยังหนว ยงานทัง้ ภายในและภายนอกทเ่ี กย่ี วขอ ง
๒. จัดเก็บขอมูลรายงานการประชุมวุฒิสภา พัฒนาและวางระบบการจัดเก็บ
การสบื คน และการใหบรกิ าร
๓. จัดทําบันทึกการประชุมวุฒิสภา เพ่ือเปนหลักฐานอางอิงของท่ีประชุมวุฒิสภา
เพื่อเผยแพรแ ละแจงไปยงั หนวยงานตา ง ๆ ทเี่ กย่ี วขอ ง
๔. ติดตามมติและผลการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกวุฒิสภา ที่ประชุมวุฒิสภา
และสรปุ ผลบันทึกการออกเสียง



๕. จัดทําบันทึกสรุปเหตุการณสําคัญในที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อวิเคราะหและประมวล
สําหรบั ใชเ ปนแนวทางปฏิบตั หิ รือธรรมเนียมปฏบิ ตั ิของวฒุ สิ ภา

๖. ปฏิบัติงานรวมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยงานอ่ืนที่เกี่ยวของหรือ
ปฏบิ ตั ิงานอืน่ ตามท่ไี ดรบั มอบหมาย

กลุมงานชวเลข ๑
กลุมงานชวเลข ๒
กลุม งานชวเลข ๓
และกลุมงานชวเลข ๔ มีหนาทค่ี วามรับผิดชอบเกี่ยวกับ
๑. จดและจัดทํารายงานการประชุมวุฒิสภา สมัยสามัญทั่วไป สมัยสามัญนิติบัญญัติ
และสมยั วิสามญั ใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบยี บและขอ บงั คบั การประชมุ วุฒสิ ภา
๒. จดและจัดทํารายงานการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการวิสามัญ
คณะกรรมาธิการและคณะกรรมการ คณะอนุกรรมาธิการ และคณะทาํ งานตาง ๆ
๓. จัดทําตนฉบับและสําเนารายงานการประชุมวุฒิสภาสงไปยังคณะกรรมาธิการ
ตรวจรายงานการประชุมและติดตามมติของวฒุ สิ ภา
๔. จดและจัดทาํ รายงานการประชุม การสมั มนา และการเสวนา
๕. จัดรวบรวมรายงานการประชมุ ตา ง ๆ สงไปยงั สว นราชการเจา ของเรอ่ื ง
๖. จัดเก็บขอมูลของรายงานการประชุมเขา ไวใ นฐานขอมลู
๗. ปฏิบัติงานรวมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยงานอ่ืนท่ีเก่ียวของ
หรอื ปฏิบตั งิ านอน่ื ตามท่ไี ดรับมอบหมาย



บทท่ี ๒
ความรูเบอื้ งตนเกยี่ วกับชวเลข

ความหมายของชวเลข
คําวา ชวเลข แยกไดเปน ชว และ เลข ชว หมายถึงความเร็ว สวนคําวา เลข หมายถึง

เขียน ดังน้ันความหมายชัดเจนจะหมายถึงการเขียนใหเร็วและทันตามท่ีไดยิน เม่ือผูเขียนตองการที่จะ
เขียนใหทัน การเขียนดวยอักษรปกติคงไมได จึงตองใชอักษร เคร่ืองหมาย หรือส่ิงใดแทนอักษรปกติ
จึงเกิดเปนตัวชวเลขข้ึน ตัวชวเลขน้ันไดพัฒนาดัดแปลงมาเรื่อย ๆ จนเปนที่ยุติวาใหใชเปนมาตรฐาน
ในปจ จุบนั

ความสาํ คัญของชวเลข
เราใชชวเลขในการจดถอยคําอยางละเอียดทุกคําพูดประการหนึ่ง นอกจากนี้งาน

บางอยางตองการความรวดเร็ว เม่ือจดชวเลขแลวจะถอดขอความไดทันที งานสวนตัว งานลับเฉพาะ
บางคร้ังตองใชชวเลขโดยผูจดเปนบุคคลซ่ึงไววางใจได เชน เลขานุการสวนตัว เปนตน ความสําคัญน้ัน
ขึ้นอยูท่ีผูใชจะนํามาใชหรือไม ถาคิดวาชวเลขมีความสําคัญก็จะสําคัญอยูเสมอ ถาคิดวาหมดความ
จําเปนชวเลขก็แทบจะไมมีความจําเปน โดยเฉพาะในปจจุบันมักคิดกันวาลาสมัยจึงไมคอยมีใคร
ใหความสนใจโดยไมรถู งึ ประโยชนอ นั ยอดเยยี่ มของชวเลขซึง่ มคี า อยูใ นตัว

แบบของชวเลข
ชวเลขมี ๒ แบบ คือ แบบเกรกก ของสหรัฐอเมริกา และ แบบปทแมน ของอังกฤษ

การเขียนชวเลขท้ัง ๒ แบบ มีหลักในการเขียนอยางเดียวกัน คือเขียนตามเสียง ออกเสียงอยางไรก็เขียน
ตามเสียงนั้น โดยไมตอ งคาํ นงึ ถึงตวั สะกดและตัวการันต

๑. ชวเลขแบบเกรกก เปนแบบท่ีนิยมใชกันมากในปจจุบัน เพราะเขียนไดทั้งดินสอ
และปากกา และเขียนไดง า ย สะดวก รวดเร็ว

๒. ชวเลขแบบปทแมน เปนชวเลขที่ใชเขียนดวยดินสอ เพราะมีทั้งเสนหนัก เสนเบา
และตอ งอาศัยเสน บรรทัดในการกาํ หนดตัวสระ แตก ส็ ามารถถอดขอ ความไดถ กู ตองแมนยํา

ขอ แนะนาํ สําหรับการเขียนชวเลข
๑. เตรียมใจใหมีความรักในชวเลขเสียกอน เพราะถาหากวาไมมีใจรักโอกาสท่ีจะ

ประสบความสําเร็จคงไมเ กดิ ขึน้



๒.ทําจติ ใจใหส บาย ๆ ไมต อ งกงั วลเรอ่ื งใด ๆ ท้ังสิ้น ในขณะท่ีเขียนชวเลขความเครียด
ความกังวลถือวาเปนอุปสรรคอยางมากในการเขียนชวเลข ถาทําจิตใจใหสบาย ๆ การเขียนชวเลขจะ
ราบเรยี บไมหยุดชะงกั

๓. การนัง่ ใหนัง่ ในทา ทส่ี บายที่สุด
๔. การวางสมุดใหวางตามสบายหรือตามทถี่ นดั
๕. หมั่นฝกฝนเขียนและแปลชวเลขทุกวัน ใหถือวาเปนหนาท่ีประจําวันไมควรจะขาด
แมแ ตว นั เดียวจะไดท ําใหเ กดิ ความชํานาญยิ่ง ๆ ขึ้น

ขอควรปฏบิ ตั ใิ นการเขยี นชวเลขใหเกง
๑. ตอ งมีสมาธิ
๒. ฟงอยางตง้ั ใจ
๓. อมความ
๔. อุปกรณใ นการเขียนตองพรอม เชน สมดุ จดชวเลข ปากกาหรอื ดินสอ
๕. ตองขยันคัดคํายอ
๖. ตองทําการบานตามที่ไดรับมอบหมาย เปนการฝกวินัย ความรับผิดชอบและไดฝก

ทักษะ ในการเขยี น
๗. แลกเปล่ียนเรียนรูรวมกัน วิธีการแลกเปลี่ยนชวยเหลือกันโดยการจับคูกับเพื่อนให

บอกอักษรหรือสระสลับกัน เพ่ือจะไดฝกสําเนียงเสียงท่ีแตกตางกันออกไป นอกเหนือจากอาจารย
ผสู อนเพียงทานเดยี ว

ที่กลาวมาทั้งหมดขึ้นอยูกับความพยายามและความขยันอดทนของแตละบุคคล
ชวเลขเปนส่ิงท่ีตองใชทักษะฝกเชนเดียวกับการพิมพ ยิ่งฝกมากก็จะทําใหเกิดความชํานาญยิ่งขึ้น
เหมือนกับคนทพ่ี มิ พดีดหรอื พมิ พค อมพวิ เตอรโดยการสัมผสั นัน่ เอง

หลกั เกณฑการเขียนชวเลข
๑. เริ่มตนตั้งแตห ดั เขียนตวั พยัญชนะ ก – ฮ
๒. ฝกเขียนคําที่กลุมตัวอักษรคลายกันหรือสระท่ีคลายกันสลับกันไปมา เชน เสนตรง

เสน โคง จุด วงกลม วงรี
๓. การเขียนชวเลขจะตองไมประดิดประดอย ตองเขียนอยางรวดเร็ว ชัดเจนและ

แมนยาํ ในลายเสน
๔. ใหสะกดตามเสียงที่ไดยินเทานั้น แมวาในการเขียนจะมีสระ พยัญชนะอะไรหาก

ไมออกเสียงสระหรือพยัญชนะนั้นก็ไมตองเขียนตัวชวเลข เชน สรวล ตัว ร ไมออกเสียงตัวชวเลขจะ
เขียนเพียง สวน หรือ ศาสตร ตัว ตร ไมออกเสียง ตัวชวเลขจะเขียนเพียงสาด จะยึดหลักการสะกดจาก
แมต า ง ๆ เชน



แมก ก คําที่มตี วั ข ค ฆ สะกด อานเหมอื นตัว ก สะกด
แมกด คําที่มีตัว จ ช ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ต ถ ท ธ ศ ษ ส สะกด อานเหมอื นตวั ด สะกด
แมกบ คาํ ทมี่ ตี ัว ป พ ฟ ภ สะกด อา นเหมอื นตวั บ สะกด
แมก น คําทีม่ ตี วั ญ ณ น ร ล ฬ สะกด อา นเหมือนตัว น สะกด

๕. ผสมตัวอักษรและสระ การผสมโดยการฝก เขียนชวเลขหลาย ๆ คร้ัง
๖. ชวเลขไมมีวรรณยุกต การเขียนจะถือการออกเสียงเปนหลัก แมการเขียนโดยปกติ
คาํ หรอื ถอ ยคํานน้ั จะมีวรรณยุกตอยูดวยก็ตาม ผูถอดชวเลขจะทราบจากขอความไดเองวาคําน้ันคอื คําใด
เชน นา หนา หนา หนา ตวั ชวเลขจะเขียนเปน ตวั เดยี วกัน คอื นา

วธิ กี ารฝกเขยี นชวเลข
๑. ฝกจากเพลง เริ่มจากเพลงชา และเปนเพลงท่ีเรารูจักคุนเคย เพลงไทยสวนใหญ

มีขอความไมยาว ประมาณ ๓ – ๕ นาที ใหเขียนท้ังหมดทไ่ี ดยินคํารอ งจนจบเพลงและเร่ิมถอดขอความ
จากท่ีเขียนท้ังหมด เสร็จแลวเปดเพลงเดิมอีกครั้งแลวเปรียบเทียบเน้ือรองและดูงานที่ถอดออกมาวา
ตกหลนขอความไปมากนอยเพียงใด และขยับข้ึนเปนเพลงเร็ว โดย ฝกเพลงจังหวะซ้ําและเพิ่มจังหวะ
ใหเ ร็วขึ้นตามลําดับ

๒. ฝกเขียนขาวจากวิทยุหรือโทรทัศน โดยบันทึกเสียงผูอานขาวประกอบดวย
ประมาณ ๓ – ๕ นาที แลวใหถอดขอความจากที่เขียนทั้งหมด เสร็จแลวเปดเสียงท่ีบันทึกไวแลว
เปรียบเทยี บขอ ความท่ีถอดออกมาวา ตกหลนขอ ความไปมากนอยเพียงใด

๓. ฝกเขียนโดยหาขอความในหนังสือพิมพหรือบทความ ใหไดเนื้อความประมาณ
๓ – ๕ นาที แลว อานขอความโดยการบนั ทึกเสยี งไว และนํามาเปด และเขียนตาม เสร็จแลว ถอดขอความ
จากท่ีเขียนและเปดเสียงท่ีบันทึกไวเปรียบเทียบขอความท่ีถอดออกมาวาตกหลนขอความไปมากนอย
เพยี งใด

๔. สมุดจดชวเลข หากใหถูกหลักวิธีการตองใชสมุดที่มีลักษณะการเปดเหมือนกับ
ปฏิทิน เม่ือเขียนจนหมดหนาก็พลิกข้ึนแลวเขียนหนาถัดไปเร่ือย ๆ ไมกลับมาเขียนแผนหลังทําให
ไมตองเสียเวลากลับไปกลับมา สมุดจดชวเลขจะมีเสนแบงคร่ึงหนึ่งเพื่อเอ้ือใหการจดนั้นลื่นไหล
หมุนขอ มือ ไป – มาไดสะดวกและยกขอ มือใหนอ ยทีส่ ดุ

ประโยชนข องชวเลข
๑. จดรายงานการประชุม
๒. รางจดหมายโตต อบ
๓. รับคาํ ส่ังผูบงั คบั บญั ชา
๔. รับโทรศพั ท



๕. จดบนั ทกึ งานประจาํ วนั
๖. จดบันทกึ สว นตัว
๗. จด Lecture คําบรรยาย
๘. เขียนขา วในวิทยุ – โทรทัศน

คณุ สมบัตขิ องผปู ฏิบตั ิงานในดา นการเขียนชวเลข
๑. เขยี นตัวชวเลขใหถ กู ตอ งทุกครัง้
๒. จําหลกั เกณฑต าง ๆ จนขึ้นใจและนาํ มาใชจนเคยชนิ
๓. จําตัวยอ คัดตวั ยอใหไดมากทสี่ ุดและเร็วทส่ี ุด
๔. ฝกหดั เขยี นเปน ประจําทกุ วนั
๕. การใชห ลักภาษาตองถูกตอง
๖. เปน ผูใ ฝเรยี นรู ติดตามขาวสารบา นเมอื ง
๗. ตอ งมีปฏภิ าณไหวพรบิ

ชวเลขกับการจดรายงานการประชุม แบง ออกเปน ๓ วธิ ี คือ
วิธีท่ี ๑ จดอยางละเอียดทุกคําพูด มักใชในการประชุมท่ีมีความสําคัญมาก ๆ เชน

การประชุมวฒุ สิ ภา การประชุมสภาผูแทนราษฎร เปนตน การจดละเอียดจะเปนพยานหลักฐานที่ชัดเจน
แตสน้ิ เปลอื งเวลามากทงั้ ผจู ดและผอู าน ผจู ดตอ งใชเทปบันทึกเสียงชวยเพ่อื ใหไ ดท กุ คําพดู

วิธีที่ ๒ จดยอเรื่องท่ีพิจารณา และยอคําพูดเฉพาะท่ีเปนประเด็นสําคัญอันนําไปสูมติ
ของท่ีประชุม พรอมดวยมติ เปนการจดเฉพาะประเด็นท่ีสําคัญ ท้ังฝายเสนอและฝายคานผูจดจะสรุป
เน้ือหาใหกระชับ อานงาย ผูอานจะเขาใจเหตุการณและที่มาของการลงมติอยางชัดเจน เชน การจด
บันทกึ การประชมุ ของคณะกรรมาธกิ าร

วิธีที่ ๓ จดสรุปสาระสําคัญของเรื่องท่ีพิจารณาความเห็น เหตุผลในการพิจารณาของ
ท่ีประชุมและมติ วิธีนี้เปนการจดรายงานที่สั้นท่ีสุด คือมีเฉพาะเหตุผลและมติ มักใชในการประชุม
ทีม่ กี ารอภิปรายไมม ากนัก

ในการทําความเขา ใจถงึ ปญ หาในการปฏิบตั ิงานของเจาพนกั งานชวเลข จําเปนอยา งยิ่ง
ที่จะตองเขาใจขั้นตอนการทํางานในการจัดทํารายงานการประชุมทุกขั้นตอนอยางถองแท ซ่ึงข้ันตอน
ดังกลา วประกอบดวย

(๑) การฟง (Listening)
(๒) การจดชวเลข (Stenography)
(๓) การแปลขอความจากชวเลข (Decoding)
(๔) การนําเสนอ (Presentation)



ข อ บ ก พ ร อ ง ห รื อ ค ว า ม ผิ ด พ ล า ด ใ น ก า ร บั น ทึ ก ร า ย ง า น ก า ร ป ร ะ ชุ ม จ ะ เ กิ ด ข้ึ น

ใน ๔ ขั้นตอนดังกลา ว ดังจะแสดงใหเหน็ ดงั ตอไปนี้

การฟง ฟง ผิด

การจดชวเลข บนั ทึกผดิ

การแปลขอความจากชวเลข แปลขอความจากตวั ชวเลขผดิ เพี้ยน

การนําเสนอ มี ร า ย ง า น ก า ร ป ร ะ ชุ ม ท่ี มี เ นื้ อ ห า ผิ ด

หรอื มรี ูปแบบของรายงานการประชมุ

ทไ่ี มถกู ตอง

การฟงผิด อาจจะเกิดข้ึนได ๓ สาเหตหุ ลัก คือ

๑. การปราศจากสมาธิในการฟง

๒. การขาดความเขา ใจในเน้อื หาทฟี่ ง

การขาดสมาธิในการฟงน้ันเปนสาเหตุเฉพาะตัวของผูจดชวเลข ซ่ึงสามารถแกไข
ไดดวยการสรางทักษะในการจดบันทึกและการแปลขอความจากชวเลข ตลอดจนการฝกอบรมเสริม
เพ่ือเรียนรูในการสรางสมาธิ สวนการขาดความเขาใจในเน้ือหาที่ฟงน้ันอาจเกิดมาจากความไมเขาใจ
ประเด็นในการประชุม และการไมรูจักคําสําคัญที่เกี่ยวของกับการประชุม ซ่ึงสามารถเรียนรูเพิ่มเติม
ไดดว ยการฝกอบรมเพอื่ สรางเสริมทกั ษะ

การจดชวเลขผิด เกิดขึ้นจากสาเหตุท่ีสําคัญ คือ การฟงผิด เมื่อเกิดการรับฟง
ทีผ่ ดิ พลาด จงึ ทาํ ใหเกดิ การแทนเสียงและจดชวเลขทค่ี ลาดเคลื่อนไป

การถอดขอความชวเลขผิด สืบเนื่องมาจากการจดชวเลขผิด เพราะขาดสมาธิ
และไมเขาใจเนื้อเร่ืองในการประชุม จึงไมสามารถถอดไดหรือหากพยายามถอดขอความก็จะได
ขอความทีค่ ลาดเคลื่อนผิดเพย้ี นไปจากเน้ือหาการประชุม

การนําเสนอผดิ ปญหาดังกลา วแบง เปน ๒ ลกั ษณะ

ลักษณะที่ ๑ รายงานการประชุมที่มีเน้ือหาท่ีผิด แตรูปแบบการนําเสนอถูกตอง
ตามขอ กาํ หนดของหนวยงาน

ลักษณะท่ี ๒ รายงานการประชุมท่ีมีเน้ือหาถูกตองแตรูปแบบผิดไปจากขอกําหนด
ของหนวยงาน ปญหาในลักษณะแรกเปนผลพวงมาจาก การฟงผิด การจดชวเลขผิด หรือการถอด
ขอความชวเลขผิด อยางใดอยางหนึ่งหรือหลายอยางประกอบกัน ในขณะท่ีปญหาในลักษณะที่ ๒
เกิดจากการขาดความรูใ นรูปแบบรายงานการประชมุ ท่ีถกู ตอง

๑๐

ระบบพ่ีเลี้ยงจึงถูกริเริ่มข้ึนในการแกไขปญหาขอบกพรองดังกลาวขางตน เพื่อเพิ่มพูน
ประสิทธิภาพในการจดและจัดทํารายงานการประชุมใหมีความถูกตองรวดเร็ว ลดระยะเวลา
ในการตรวจทานและแกไขขอผิดพลาด อันเปนการสรางความคุมคาใหเกิดข้ึนกับงานการจดและจัดทํา
รายงานการประชมุ

๑๑

บทท่ี ๓
ทักษะการเขยี นชวเลข

เน่ืองจากในปจจุบันเราไดยินคําวา “โลกาภิวัตน” คือการติดตอส่ือสารและ
ส่ือความหมายที่มีระบบทันสมัย ถูกตอง รวดเร็ว ประหยัดคาใชจาย รวมท้ังการนําอุปกรณ
เครื่องคอมพิวเตอรมาใชใ นหนวยงานตาง ๆ จนเปนเร่ืองปกติธรรมดาไปเสียแลว จะมีใครยอนกลับไป
มองหรือไมวาในอดีตเราใชอะไรเปนเครื่องมือในการสื่อความหมายถายทอดความรูความเขาใจ
ไดอยางรวดเร็วถูกตอง มีคุณประโยชนนานัปการ นอกจากวิชาชวเลข ประกอบกับการพัฒนาผูเขียน
ชวเลข รวมทัง้ การคดิ คนวธิ กี ารเขียน วธิ ีการยอคําพูดยาว ๆ ใหเหลอื เปนคําสน้ั ๆ

ฉะน้ันเราจึงไมควรทอดทิ้งวิชาชวเลขท่ีเปนวิชาที่ใชในสํานักงานเลขาธิการรัฐสภา
ในอดีตตั้งแตเริ่มการเปล่ียนแปลงการปกครอง ปพุทธศักราช ๒๔๗๕ เปนตนมา ซ่ึงในสมัย
เริ่มการเปลี่ยนแปลงการปกครองใหม ๆ น้ันยังไมมีเทปบันทึกเสียง ในการจดชวเลขใชคนจด ๒ คน
พรอม ๆ กัน จดแลวมาแปลเทียบเคียงกนั จนกระท่ังวิวัฒนาการมาในระยะหลัง ๆ ใชเครื่องบันทึกเสียง
ควบคูกัน แปลเสร็จแลวจึงนํามาตรวจทานกับเสียงท่ีไดบันทึกไว ในกรณีที่มีเหตุขัดของไมสามารถใช
เครื่องบันทึกเสียงได เจาพนักงานชวเลขยังสามารถจดแลวเอามาแปลเปนภาษาไทยใชเปนเครื่องมือ
สื่อความหมายใหผูอื่นไดศึกษาไดคนควาในภายหลัง ดังน้ัน ชวเลขจึงเปนศาสตรที่มีคุณคานานัปการ
สมควรท่ีจะอนรุ ักษไวใหค วบคกู บั รฐั สภาไทยตลอดไป

ชวเลขท่ีนิยมใชในปจจุบันแบงออกเปน ๒ แบบ คือ แบบเกรกก ของสหรัฐอเมริกา
และ แบบปทแมน ของอังกฤษ การเขียนชวเลขท้ัง ๒ แบบ มีหลักในการเขียนอยางเดียวกัน คือเขียน
ตามเสยี ง ออกเสยี งอยา งไรก็เขยี นตามเสยี งนนั้ โดยไมตองคาํ นงึ ถึงตัวสะกดและตวั การนั ต

๑. ชวเลขแบบเกรกก เปนแบบที่นิยมใชกันมากในปจจุบัน เพราะเขียนไดทั้งดินสอ
และปากกา และเขยี นไดงาย สะดวก รวดเร็ว

๒. ชวเลขแบบปทแมน เปนชวเลขท่ีใชเขียนดวยดินสอ เพราะมีท้ังเสนหนัก เสนเบา
และตองอาศยั เสนบรรทดั ในการกาํ หนดตวั สระ แตกส็ ามารถถอดขอความไดถูกตองแมนยาํ

๑๒

ชวเลขไทย (แบบเกรก ก)

พยัญชนะและสระชวเลขไทย (แบบเกรก ก)
พยัญชนะชวเลขไทย (แบบเกรกก) มีทั้งหมด ๑๘ ตัว การเขียนชวเลขตองมีพยัญชนะ

และสระเปนพน้ื ฐานสําคัญผูเรยี นตอ งพยายามทบทวนทุก ๆ วัน เพราะถาจําไมไ ด กจ็ ะเรียนตอไปไมได

การลากเสนและตาํ แหนง การเขยี นชวเลข
๑. การลากเสน พยญั ชนะ สระ ควรลากครง้ั เดียวเบา ๆ ตามลกู ศร
๒. การเขยี นพยญั ชนะตอ งเขียนใหไ ดสดั สว นและตาํ แหนง ทถ่ี ูกตอ ง
๓. การจับดนิ สอหรอื ปากกาควรจบั ในทาทถ่ี นดั ท่ีสดุ และเขยี นไมเกรง็ มือ

พยัญชนะเสนโคง ๑๐ ตวั

ตวั ที่ พยัญชนะไทย พยญั ชนะชวเลข การลากเสน ลกั ษณะเสน
เสนโคง
เสนโคงควาํ่ ยาว
๑ก (ประมาณ ๑ เซนตเิ มตร)

๒ ขคฆ เสนโคงควาํ่ สนั้
(ประมาณคร่ึงเซนติเมตร)
๓ ฝฟ เสนโคงยาว (เตม็ บรรทดั )
๔ ซศษส
๕ว เสนโคง คลายเครือ่ งหมายจลุ ภาค
๖ ตฏ
๗ รลฤฦ เสนโคง แคบเล็ก

๘ ลฬ เสนโคง ทแยงเขยี นเหนือเสน

๙ ปผพภ เสน โคง หงายส้ัน
๑๐ บ (ตรงขา มกับ ข)
เสนโคงหงายยาว
(ตรงขา มกบั ก)
เสน โคงเอยี ง (ครง่ึ บรรทดั )

เสน โคง เอยี ง (เตม็ บรรทดั )

๑๓

พยัญชนะเสน ตรง และมีจุด ๘ ตวั

ตัวท่ี พยญั ชนะไทย พยญั ชนะชวเลข การลากเสน ลักษณะเสน
เสนโคง

๑ นณ เสนตรงส้ัน (ประมาณครง่ึ เซนติเมตร)

๒ม เสน ตรงยาว (ประมาณ ๑ เซนตเิ มตร)

๓ ฉชฌ เสนตรงสั้นเฉียงลง (ประมาณ ๖๗ - ๖๘ องศา)

๔จ เสนตรงยาวเฉียงลง (ประมาณ ๖๗ - ๖๘ องศา)

๕ ทธฒถฐฑ เสนตรงส้ันเฉียงข้นึ (ประมาณ ๒๒ - ๒๓ องศา)

๖ ดฎ เสน ตรงยาวเฉยี งขน้ึ (ประมาณ ๒๒ - ๒๓ องศา)

๗ง เสน ตรงสั้นเฉียงลง (ตรงขามกบั ฉ)

๘ หฮ จุด (เขียนเหนือเสน เล็กนอ ย)

สระของชวเลขแบบเกรก ก แบง เปนประเภทใหญ ๆ ๓ ประเภท ดงั น้ี

๑. สระวงกลม การลากเสน การเรียกประเภทสระ สระ (ภาษาไทย)
สระชวเลข สระวงกลมใหญ อา เอ แอ
สระวงกลมเล็ก อี
สระวงกลมใหญ เอยี
มจี ดุ ตรงกลาง อาย
สระวงกลมใหญหัวแตก

๒. สระตะขอ

สระชวเลข การลากเสน การเรยี กประเภทสระ สระ (ภาษาไทย)
สระตะขอหงาย โอ ออ
สระตะขอควา่ํ อู ออื
สระตะขอควา่ํ คู เออื

๑๔

๓. สระประสม การลากเสน การเรียกประเภทสระ สระ (ภาษาไทย)
สระชวเลข

สระวงกลมใหญประสม - ว อาว เอว แอว

สระวงกลมเล็กประสม - ว อิว

สระวงกลมจุดกลางประสม เอียว
-ว อัว
เออ
- ว ประสมสระวงกลม

สระวงกลมเล็กประสม

การผสมพยญั ชนะกับ สระวงกลม ดงั น้ี

๑. พยัญชนะเสนโคงเขียนตามเข็มนาฬิกา เมื่อผสมกับสระวงกลมจะตองเขียนตามเข็มนาฬิกา

ยกตัวอยางเชน

กา ตี เสีย วาย

๒. พยัญชนะเสน โคงเขยี นทวนเข็มนาฬิกา เม่ือผสมกับสระวงกลมจะตองเขียนทวนเข็มนาฬิกา

ยกตัวอยางเชน

ลา รี เปย บาย

๓. พยัญชนะเสนตรง เมื่อผสมกับสระวงกลมใหเขียนสระวงกลมตามเข็มนาฬิกาหมุน

ยกตัวอยางเชน

ชา ดี เมยี นาย

๔. พยัญชนะจุด เมอื่ ผสมกับสระวงกลมใหเขยี นพยญั ชนะไวดานบนสระ ยกตวั อยา งเชน

. . .
หา ฮา เฮยี หาย

๑๕

การผสมพยญั ชนะกับ สระตะขอ ใหผ เู รียนเขยี นตามรปู ของพยัญชนะ ดงั นี้

ตะขอหงาย ตะขอคว่าํ ตะขอคว่ําคู
พยญั ชนะไทย พยัญชนะ พยญั ชนะไทย พยญั ชนะ พยญั ชนะไทย พยญั ชนะ

ชวเลข ชวเลข ชวเลข
โค ปู เสอื
รอ มอื เรือ

การผสมพยญั ชนะกับสระวงกลมใหญป ระสม – ว ใหผเู รยี นใชหลักเกณฑเดียวกับ สระวงกลม ดังนี้

พยญั ชนะไทย พยญั ชนะ สระวงกลมใหญประสม - ว พยญั ชนะไทย พยญั ชนะ
ชวเลข พยัญชนะไทย พยญั ชนะ ชวเลข

ชวเลข

ขาว เลว แมว

สาว เหว แวว

การผสมพยญั ชนะกบั สระวงกลมเลก็ ประสม – ว ใหผ เู รยี นใชห ลกั เกณฑเดียวกับ สระวงกลม ดงั นี้

พยัญชนะไทย พยัญชนะ สระวงกลมเล็กประสม - ว พยัญชนะไทย พยญั ชนะ
ชวเลข พยัญชนะไทย พยญั ชนะ ชวเลข

ชวเลข

หิว รวิ้ พลิว้

นิว้ ผวิ ค้วิ

๑๖

การผสมพยญั ชนะกบั สระวงกลมจุดกลางประสม - ว ใหผ ูเรียนใชห ลักเกณฑเ ดยี วกับ
สระวงกลม ดังน้ี

พยัญชนะไทย พยญั ชนะ สระวงกลมจดุ กลางประสม - ว พยญั ชนะไทย พยญั ชนะ
ชวเลข พยัญชนะไทย พยญั ชนะ ชวเลข

ชวเลข

เสย้ี ว เขยี ว เฉย่ี ว

เบยี้ ว เรยี ว เงยี้ ว

๑๗

ชวเลขไทย (แบบปท แมน)

พยญั ชนะและสระชวเลขไทย (แบบปทแมน)
ตัวชวเลขมีลักษณะเปนเคร่ืองหมายตาง ๆ ซึ่งเทากับพยัญชนะไทยตัวหน่ึง และจะ

เขียนเปนคําไดนั้นตองผสมกันทั้งพยัญชนะ สระ หรือตัวสะกด เชนเดียวกับวิธีเขียนหนังสือไทย
ลกั ษณะของตวั ชวเลขที่ควรรูและจดจาํ ใหถูกตองกอน

พยัญชนะ มที งั้ สิน้ ๒๑ ตัว

ตวั ที่ พยญั ชนะไทย พยัญชนะชวเลข การลากเสน ลักษณะเสน
เสนตรง การลากเสน เสนโคง ขดี หนัก
ขีดเบา
๑ก ขีดหนัก
ขดี หนัก
๒ ขคฆ ขีดเบา
ขดี เบา
๓ง ขดี หนกั
ขดี หนัก
๔จ ขดี หนัก
ขดี เบา
๕ ฉชฌ ขดี เบา
ขดี หนัก
๖ ซ ศ ษ ส(ทร ออกเสียง ซ) ขดี หนกั
ขีดเบา
๗ ญย
ขีดเบา
๘ ฎด ขดี เบา
ขดี เบา
๙ ฏต ขดี เบา
ขดี หนัก
๑๐ ฐ ฑ ฒ ถ ท ธ ขดี หนกั
ขีดหนัก
๑๑ ณ น

๑๒ บ

๑๓ ป

๑๔ ผ พ ภ

๑๕ ฝ ฟ
๑๖ ม
๑๗ ร ฤ
๑๘ ล ฦ ฬ
๑๙ ว
๒๐ ห ฮ
๒๑ อ

๑๘

สระ ในภาษาไทยจะนาํ มาใชใ นชวเลข ดังน้ี
๑ สระธรรมดา (ไมมีรูปราง) เขียนโดยใชตําแหนงของเสนบรรทัด เชน ลอยเสน

ชดิ เสน และใตเ สน ฉะนัน้ กระดาษทใ่ี ชเ ขยี นชวเลขแบบปท แมนน้ี จึงตอ งใชแบบมเี สนบรรทัด
๒ สระพิเศษ (มีรปู ราง) เขียนโดยไมต อ งคํานึงวา จะอยตู าํ แหนง ใดของเสน บรรทัด

การเขยี นสระทง้ั ๒ ประเภท เขยี นได ดังนี้

ตาํ แหนง ทเ่ี ขยี นสระ สระธรรมดา (ไมม รี ูปราง) เอียะ เอีย หลักการทอ งจํา
สระ เออื ะ เออื ตาจูโอเ มีย
ตําแหนง ท่ี ๑ เออะ เออ พเ่ี สตอเรือ
เขียนไว เหนือเสน อะ อา อุ อู โอะ โอ
(ใสจุดตน พยัญชนะ) ซอ่ื แตม ัวเซอ
อิ อี เอะ เอ เอาะ ออ
ตําแหนงท่ี ๒
เขียนไว ชดิ เสน อึ ออื แอะ แอ อวั ะ อวั
(ใสจ ุดกลางพยัญชนะ)

ตาํ แหนงที่ ๓
เขยี นไว ใตเสน ,

คาบเสน
(ใสจ ดุ ปลายพยัญชนะ)

ตัวอยา ง
ก ขจ ฉ ด ท ว รบ พง น อ ม ย ล หฟปสต

ตาํ แหนงที่ ๑

เหนือเสน

ตาํ แหนงท่ี ๒

ชิดเสน

ตําแหนงที่ ๓
ใตเสน,คาบเสน

๑๙

สระพเิ ศษ (มรี ปู ราง)
สระพิเศษ มี ๓ ตัว คือ สระ ไอ เอา และ อาํ เขียนไวไ ดทุกตําแหนง

สระ สัญลกั ษณ การลากเสน ลักษณะ
ไอ ใอ รวมถงึ อาย
ลักษณะเปนตัววี ยกเวน ด ท จ
อยั (ธรรมดา) เล็ก V โดยเขียน ช เขียนไวข า ง
ไวต อทา ย พยัญชนะ
ไอ ใอ รวมถงึ อาย พยญั ชนะ ดา นขวา
อยั
ใชใ นคาํ ท่มี ีหลายพยางค
(พิเศษ) ลักษณะเปน ขมวดปลาย ตามทิศ
ทางการเขยี นของพยัญชนะตนแตละ
เอา รวมถงึ อาว ตวั แลว ตอ ดว ยพยญั ชนะตัวตอ ไป
หากเปนพยางคส ุดทา ยใหใชสระไอ
ธรรมดา

ลักษณะเปน ตัววีเลก็ ควา่ํ โดยเขียน
ไวตอ ทายพยัญชนะ

อํา รวมถึง อมั อรรม ลักษณะเปนขีด ใชข ีดทบั กลาง
พยญั ชนะ
การขีดตองไดฉากกับเสน ของตวั
พยัญชนะ
ยกเวน ก ด บ ง น ม
ตอ งขมวดปลายดว ยเม่อื ขีดทับกลาง
พยญั ชนะ

เสียงนาํ เสยี งนําในชวเลขมี ๒ เสียง คอื

๑. เสียง ส (สะ) รวมถงึ ศ ษ และ ซ (ซะ)
คําทเ่ี สียง ส นํา ตอ งมีหลายพยางค และไมใชพยางคสุดาย พยางคใ ดทีม่ ีเสียง ส (สะ) นํา
ใหเ ขยี นวงกลมทต่ี นพยญั ชนะของพยางคตอไป เปน วงกลมช้ันเดยี ว พยญั ชนะเสนตรงเขยี นตามเข็มนาฬิกา
สวนพยญั ชนะเสนโคง เขยี นใหวงกลมอยใู นโคง

๒๐

๒. เสียง ข (ขะ) รวมถงึ ค ฆ (คะ) การลากเสน
วธิ เี ขยี นเชน เดยี วกบั ส นาํ แตใหว งกลมโตกวา ๑ เทา

เสียง ส (สะ) ซ (ซะ) นาํ เสียง ข (ขะ) ค (คะ) นาํ

ตวั ควบกล้าํ
ในวชิ าชวเลข มีตัวควบกลํา้ ๓ ตวั คอื ร ล และ ว พยางคใ ดท่ีมี ร ล และ ว ควบกลํา้ ใหง อ

พยัญชนะตน พยางคน้ันเปน รปู ตะขอ ตนพยญั ชนะ ของตวั ทมี่ ี ร ควบกลาํ้ ตามลกั ษณะของตวั ชวเลข ดังน้ี
๑. ร ควบกลาํ้
- พยญั ชนะเสน ตรง ใหงอไวด า นลาง หรือดา นซาย
- พยญั ชนะเสนโคง ใหงอไวใ นโคง
๒. ล ควบกลํ้า
- พยญั ชนะเสน ตรง ใหงอไวด า นบน หรือดา นขวา คอื ดา นตรงกันขามกับ ร ควบกลาํ้
- พยัญชนะเสน โคง ใหง อไวใ นโคง เหมอื น ร ควบกลํา้

๒๑

๓. ว ควบกลํ้า เขยี นเหมือน ล ควบกล้ํา แตใหญก วา ๑ เทา

ร ควบกลาํ้ ล ควบกลํ้า ว ควบกลํ้า การลากเสน

ตวั สะกด ในชวเลขมีอยู ๘ มาตรา จะแบงเปน ๔ คู คือ
๑. ตัวสะกดในมาตรา แม กก กับ แม กง
๒. ตัวสะกดในมาตรา แม กน กับ แม เกย
๓. ตัวสะกดในมาตรา แม กม กบั แม เกอว
๔. ตวั สะกดในมาตรา แม กบ กับ แม กด

๑. ตัวสะกดในมาตรา แม กก กับ แม กง
- คาํ ใดท่สี ะกดในมาตราแม กก ใหเขียนตัวชวเลข ก ตอ ทา ยตัวชวเลขท่เี ปน พยัญชนะ
ตนของพยางคท ีอ่ อกเสยี งสะกด
หมายเหตุ : เพื่อความสะดวกในการเขียน ถาคําที่มีหลายพยางคและเปนคําที่สะกด
ในมาตราแม กก สามารถเขียนโดยเปลยี่ นตัวชวเลข ก ธรรมดา สะกดเปน ก วงรี สะกดกไ็ ด

๒๒

- คําใดที่สะกดในมาตราแมกงใหเขียนตัวชวเลข ง ตอทายตัวชวเลขที่เปน
พยญั ชนะตนของพยางคท ีอ่ อกเสยี งสะกด

มาตราแม กก (ก ธรรมดา) มาตราแม กก (ก วงรี) มาตราแม กง

๒. ตวั สะกดในมาตรา แม กน กบั แม เกอย
- คาํ ใดทส่ี ะกดในมาตราแม กน
พยัญชนะเสนตรง ใหเขียนงอปลายเปนรูปตะขอไวดานลาง หรือ ดานซาย ตอทาย
ตัวชวเลขท่ีเปน พยญั ชนะตน ของพยางคท่อี อกเสียงสะกด
พยัญชนะเสนโคง ใหเขียนงอปลายเปนรูปตะขอไวในโคงตอทายตัวชวเลขท่ีเปน
พยญั ชนะตน ของพยางคที่ออกเสยี งสะกด
- คําใดท่สี ะกดในมาตราแม เกอย
พยัญชนะเสนตรง ใหเขียนงอปลายเปนรูปตะขอไวดานบน หรือ ดานขวา ตอทาย
ตัวชวเลขทเี่ ปน พยญั ชนะตน ของพยางคท่อี อกเสียงสะกด
พยัญชนะเสนโคง ใหเขียนงอปลายเปนรูปตะขอไวในโคงตอทายตัวชวเลขท่ีเปน
พยญั ชนะตน ของพยางคท่อี อกเสยี งสะกด แตขนาดใหญกวา น สะกด ๑ เทา

๒๓

มาตราแม กน มาตราแม เกอย

ตวั อยาง
แม กน (งอปลายพยัญชนะเปน รูปตะขอ ดานลางและในโคง) แม เกอย (งอปลายพยญั ชนะ

เปน รูปตะขอ ดานบนและในโคง)

การงาน โดย

ปลน รํ่ารวย

เดือน หงอย

ครวญ สวย

เปน ลอย

๒๔

๓. ตวั สะกดในมาตรา แม กม กับ แม เกอว
- คาํ ใดทสี่ ะกดในมาตราแม กม
ใหเขียนขมวดวงกลม ตวัดปลายไวตอทายตัวชวเลขท่ีเปนพยัญชนะตนของพยางค
ท่ีออกเสยี งสะกด
- คาํ ใดท่ีสะกดในมาตราแม เกอว
ใหเขียนขมวดวงกลม ไมตวัดปลายไวตอทายตัวชวเลขท่ีเปนพยัญชนะตนของพยางค
ทอ่ี อกเสยี งสะกด

มาตราแม กม มาตราแม เกอว

ตัวอยา ง แม เกอว (ขมวดวงกลม ไมตวดั ปลาย)
แม กม (ขมวดวงกลม ตวัดปลาย) เกย่ี ว
เดมิ เปล่ียว
ชมิ นว้ิ
นาม เหลว
เตม็
๒๕

๔. ตวั สะกดในมาตรา แม กบ กบั แม กด
- คําใดที่สะกดในมาตราแม กบ
ถา ก เปนพยัญชนะตน มีตัวสะกดในมาตรา แมกบ ใหเขียนตัวชวเลข บ ตอทาย
ตวั ชวเลข ก หรือใหเ ขียนพยัญชนะตนของพยางคทอ่ี อกเสียงสะกดนน้ั ยาวกวาปกติ ๑ เทา
- คําใดทส่ี ะกดในมาตราแม กด
ใหเขยี นพยญั ชนะตน ของพยางคที่ออกเสียงสะกดนั้นส้ันกวาปกติ ๑ เทา

มาตราแม กบ มาตราแม กด

หรือ

๒๖

ตวั อยาง แม กด (ใช ด สะกด สั้นกวาปกติ ๑ เทา)
แม กบ (ใช บ สะกด ยาวกวาปกติ ๑ เทา ) กฎ
กราบ หรือ บอด

บาป ประเสรฐิ
พุธ
รปู

เติบ

ไมหันอากาศ พงั
- คําใดท่ีมไี มหันอากาศ ใหขีดทับที่กลางตวั สะกด เชน

รัก

- คาํ ใดมีไมห ันอากาศ เมอื่ ใชก บั คาํ ท่ีสะกดดวยมาตรา ฉัน
แมกน แมก ด แมกบ ใหข ีดทบั กลางตวั พยัญชนะตน บตั ร
ของคาํ นนั้ ไดเลย เชน

ครับ

- คาํ ใดมไี มห ันอากาศ โดยตวั สะกดเปน แมกก รกั
กรณใี ช ก วงรี ใหล ากเสน วงรีเลยตัวพยัญชนะ เชน

หมายเหตุ : การขดี ทบั ของไมห ันอากาศจะตา งกับการขีดทับของสระอํา คือ
สระอาํ จะขีดทับท่กี ลางพยัญชนะ และคําน้ันจะไมม ตี วั สะกด

๒๗

การเขียนคาํ ติดกัน

ในการเขียนชวเลขนั้น การเขียนคําหลายพยางคควรเขียนใหติดกันเพื่อเพิ่ม
ความรวดเร็วในการเขียน โดยยึดตําแหนงสระของพยางคแรกเปนหลัก หากพยางคแรกขึ้นตนดวย
สระพิเศษ ใหย ึดตําแหนงสระของพยางคท ี่ ๒ ดงั น้ี

บดิ า (บิ สระ อิ ตําแหนง ๒ ชิดเสน)

ตอ สู (ตอ สระ ออ ตาํ แหนง ๒ ชดิ เสน )

ไฟฟา (ไฟ สระ ไอ พิเศษ ฟา สระ อา ตาํ แหนง ๑
เบ่อื หนา ย เหนือเสน)
ธรรมดา (เบื่อ สระ เอือ ตาํ แหนง ๒ ชดิ เสน )

ความรู (ธรรม สระ อาํ เปนสระพิเศษ ดา สระ อา
การคา ตาํ แหนง ๑ เหนือเสน)
นาํ ทาง
แตว า (ความ สระ อา ตาํ แหนง ๑ เหนอื เสน)
แนะนํา
แมวา (การ สระ อา ตําแหนง ๑ เหนือเสน)

(นํา สระ อาํ เปน สระพิเศษ ทาง สระ อา
ตําแหนง ๑ เหนือเสน)
(แต สระ แอ ตาํ แหนง ๓ คาบเสน)

(แนะ สระ แอะ ตาํ แหนง ๓ คาบเสน )

(แม สระ แอ ตําแหนง ๓ คาบเสน)

๒๘

การยอคาํ ทคี่ วรเรยี นรู
การตัดพยัญชนะหรือสระที่คลายกัน ซํ้ากันออก (ในกรณีคํานั้นไมมีตัวสะกด) คําใด

ที่พยญั ชนะชวเลขซ้ํากนั รวมทงั้ คเู สน หนกั และเสน เบา เชน ก กับ ข ย กับ ล เปน ตนใหตัดท้ิงไปตัวหน่ึง
หรือมากกวานั้น ตามความจําเปนคงเหลือแตสระไว ท้ังน้ี จะตองพิจารณาวาจะตัดตัวใด ซึ่งขึ้นอยูกับ
ความสะดวกในการเขียนและจดจาํ โดยปกตแิ ลวจะตัดตวั หลงั ออก

สระชวเลข มีทั้งสระธรรมดาและสระพิเศษ การยอสระธรรมดา ตองคงเหลือ
สญั ลักษณไวซึ่งเปน จุด สว นสระพิเศษใหคงรูปไวตามเดิม เชน

เยอะแยะ
ย ซํ้า ใหเขียน เยอะ สวนคําวา แยะ ตัดท้ิง คงไวแตสระแอะ (ตําแหนงท่ี ๓) ใหใชจุด
ไวที่ปลายพยัญชนะ
จําใจ

จ ซ้ํา ใหเ ขยี น จาํ ตวั เดยี ว ตัดคําวา ใจ ทง้ิ คงไวแตสระไอ ( )
รา่ํ ไร
ร ซา้ํ ใหเขียน รํ่า ตวั เดียว ตัดคําวา ไร ทิง้ คงไวแตส ระไอ ( )

๒๙

การตดั พยญั ชนะหรอื สระทค่ี ลายกนั ซํ้ากันออก (ในกรณคี าํ นั้นมตี วั สะกด)

ในคําท่ีมีหลายพยางคและมีพยัญชนะตนตัวเดียวกัน ใหเขียนยอโดยตัดพยัญชนะตน
ที่ซํา้ กนั น้นั ออกไปตัวใดตวั หนึ่ง คงเหลอื แตสระและตัวสะกดไว เชน

รกราง เขยี น รก ตัดคาํ วา รา ง ทง้ิ คงไวแต ง
สะกด

จรงิ ใจ เขียน จรงิ ตัดคําวา ใจ ทงิ้ คงไวแ ต สระไอ

พวกพอ ง เขยี น พวก ตดั คาํ วา พอง คงไวแต ง สะกด

เปล่ียนแปลง เขียน เปลี่ยน ตัดคําวา แปลง คงไวแต ง
รวดเรว็ สะกด
เขยี น รวด ตัดคาํ วา เร็ว คงไวแต ว สะกด

คาํ ยอ พเิ ศษทค่ี วรจํา จดุ หนัก ลอยเสน (ตาํ แหนง ๑)
กับ จุดหนักหนา ลอยเสน (ตาํ แหนง ๑)
กลับ จุดหนัก ใตเ สน (ตาํ แหนง ๓)
และ วงกลมเลก็ ใตเสน (ตาํ แหนง ๓)
แลว จดุ เบา ชิดเสน (ตําแหนง ๒)
น้ี เขยี น ไร ( ร กลบั )
อะไร

๓๐

พยญั ชนะชวเลขท่สี ามารถเขยี นกลับได คอื ร ล ย ว
ว กลับ

ร กลบั

ย กลบั

ล กลับ

สามารถนํามาใชในบางกรณี เชน การเขยี นคําติดกัน การเขยี นคาํ ยอ เชน

นายก คาํ ยอ

เขียน นา - ย ตดั คําวา ยก คงไวแต ย กลับ

นายกรฐั มนตรี คํายอ

เขยี น นา - ย - รดั ตัดคําวา ยก คงไวแ ต ย กลบั และ รฐั ตดั คําวา
มนตรี

อะไร คํายอ

เขยี น ไร โดยใช ร กลับ
การยอคําและดดั แปลงคาํ

เพื่อใหสะดวกและรวดเร็วในการเขียนชวเลข จึงจําเปนตองยอคํา ตัดคํา หรือดัดแปลง
คาํ ท่ีจะเขยี นใหม โดยมหี ลกั เกณฑท ่ีนยิ มกัน คอื

๑. ยอคําโดยตัดพยางคออก คือ คําท่ีอานออกเสียงหลายพยางค ใหตัดพยางคกลาง ๆ
ออกคงเหลือเฉพาะสวนทีจ่ าํ เปน ซ่ึงพอจะเดาไดใจความเดิม เชน

๓๑

ประชาธิปไตย เขยี น ประ – ไต
เจา พนักงาน เขียน เจา – งาน
บิดามารดา เขยี น บิ – มาน – ดา
ครบู าอาจารย เขยี น ครู – บา – จาน

๓๒

บทที่ ๔
การถา ยทอดทกั ษะวชิ าชีพ ประสบการณ เทคนคิ ในการทํางานตาง ๆ

การสอนงาน
การสอนงานเจาพนักงานชวเลขที่ไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงาน

ระบบพ่ีเลี้ยงถือเปนการถายทอดทักษะเชิงปฏิบัติการ เปนมาตรการเสริมท่ีจะชวยให
เจาพนักงานชวเลขท่ีไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงาน มีความรู ทักษะ ตลอดจนเทคนิค
ในการปฏิบัติงาน และสามารถปฏิบัติงานไดอยางประสบความสําเร็จในระยะเวลาอันสั้น โดยการใช
ระบบพี่เล้ียง ซึ่งหมายถึงการกําหนดใหเจาพนักงานชวเลขผูทําหนาที่เปนพี่เลี้ยงหรือผูควบคุม
การฝกงานทม่ี ปี ระสบการณใ นการทํางานเปน พ่เี ลย้ี งใหแกเจา พนักงานชวเลขทไ่ี ดรับการบรรจุใหมหรือ
นักศกึ ษาฝกงาน ซ่ึงพ่ีเลี้ยงจะเปนผูที่ใหขอมูล ความรู ตลอดจนถายทอดเทคนิคในการปฏิบัติงานตาง ๆ
ใหกับเจาพนักงานชวเลขท่ีไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงาน โดยมีเปาหมายเพ่ือท่ีจะสราง
เจาพนักงานชวเลขที่ไดรับการบรรจุใหมใหสามารถปฏิบัติหนาที่ไดอยางมีประสิทธิภาพสูงสุด
รวมไปถึงกระตุนใหนักศึกษาฝกงานเกิดความตระหนักถึงความสําคัญและความจําเปนขององคความรู
ดานชวเลขและสรางเครือขายชุมชนนักชวเลขข้ึน เพื่อรองรับการจัดทํามาตรฐานวิชาชีพชวเลข
และสรางฐานกําลงั บคุ ลากรท่ีจะมาสอบคดั เลอื กและบรรจเุ ปน เจาพนักงานชวเลขตอไปในอนาคต

ผูที่ไดรับการถายทอดในการปฏิบัติงานจะมีทักษะ เทคนิคในการจดและจัดทํารายงาน
การประชุมเพ่ิมขึ้นสามารถจัดทํารายงานการประชุมไดอยางถูกตองรวดเร็ว และลดขอผิดพลาดลงได
ทั้งนี้ เพ่ือใหสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภามีรายงานการประชุมท่ีไดมาตรฐานและสามารถใชอางอิงได
ตามเปา หมายทส่ี าํ นักเลขาธกิ ารวุฒิสภากําหนด

สํานักรายงานการประชุมและชวเลขมีหนาท่ีรับผิดชอบเก่ียวกับงานดานการจดและ
จัดทํารายงานการประชุมใหครบถวนถูกตอง การจดและจัดทํารายงานการประชุมวุฒิสภา
สมยั สามัญท่ัวไป สมยั สามญั นิติบญั ญัติ และสมัยวสิ ามญั รวมถงึ การประชุมของคณะกรรมาธิการสามัญ
วิสามัญ คณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมการ และคณะทํางานของวุฒิสภา ตลอดจนการประชุมตาง ๆ
ท่ีไดรับมอบหมาย การจดและจัดทํารายงานการประชุมดังกลาวจะสําเร็จสมบูรณถูกตองเพียงใดนั้น
ขน้ึ อยูก ับการจดรายงานการประชมุ เปนหลัก เนอื่ งจากการจดรายงานการประชุมจะเปนหลักฐานชั้นตน
ในการจดั ทํารายงานการประชมุ ทีม่ เี นอ้ื หาถกู ตองครบถว น

ดังนั้นในการจดและจัดทํารายงานการประชุมใหมีรายละเอียดและเก็บสาระสําคัญ
ที่ถูกตองไดอยางครบถวน จําเปนตองมีบุคลากรท่ีมีความรู ความสามารถ มีทักษะ มีเทคนิค
ในการปฏิบตั ิงาน ปญ หาที่หนวยงานตอ งเผชิญเสมอ คือ ปญหาเจา พนักงานชวเลขที่ไดรบั การบรรจุใหม
หรือนักศึกษาฝกงาน ยังขาดทักษะ ขาดเทคนิคท่ีจําเปนในการจดและจัดทํารายงานการประชุม

๓๓

ระบบพ่ีเล้ียงจึงถูกริเร่ิมข้ึนเพื่อตอบสนองปญหาดังกลาว โดยเจาพนักงานชวเลขผูทําหนาท่ีเปนพี่เลี้ยง
หรือผูควบคุมการฝกงานจะเขามามีบทบาทในการดูแลและสรางความเขาใจใหกับเจาพนักงานชวเลข
ท่ีไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงานใหสามารถเรียนรูงาน เรียนรูเทคนิค และมีทักษะเพียงพอ
ตอ การปฏิบตั งิ าน สามารถปฏิบัติงานไดอยางถูกตอง รวดเร็ว ปราศจากการลองผิดลองถูก และเขาใจถึง
ระบบการทํางานและวิธีการทํางานท่ีถูกตอง เพราะมีผูรูและมีประสบการณชวยประคับประคอง
ดว ยการถายทอดองคค วามรูอันเปน ประโยชน เทคนคิ รวมถงึ ประสบการณใ นการทํางาน พรอ มทั้งสราง
ความสมั พนั ธและวฒั นธรรมอันดีใหเกิดขึน้ ภายในองคก ร นําไปสกู ารปฏบิ ัตงิ านที่มีประสทิ ธภิ าพตอไป

การทําใหทักษะในการปฏิบัติงานของเจาพนักงานชวเลขที่ไดรับการบรรจุใหมหรือ
นักศึกษาฝก งานเพิม่ พูนมากข้ึน พรอ มทจ่ี ะปฏิบตั ิงานอยา งมีประสิทธิภาพ ทกั ษะท่ีตองการแบงออกเปน
๓ สวน คือ การจดชวเลขและถอดขอความชวเลข การพิมพดีดภาษาไทย และการพิมพดีดภาษาอังกฤษ
กําหนดไดดังตารางตอ ไปนี้

ตารางแสดงความกาวหนาของทักษะแตล ะระดับในสวนของเจา พนักงานชวเลข

ระดบั ชวเลข พิมพดีดภาษาไทย พิมพด ดี ภาษาอังกฤษ
(คาํ /นาที) (คาํ /นาที) (คาํ /นาที)
ปฏิบัตงิ าน
ชํานาญงาน ๑๒๐ ๓๕ ๒๕
๑๕๕ ๕๐ ๓๐
อาวุโส ๑๖๐ ๕๕ ๓๕
ทักษะพเิ ศษ ๑๕๐ ๔๐ ๓๐

เจาพนักงานชวเลขแตละระดับตามตารางแสดงความกาวหนาของทักษะแตละระดับ
ขางตนจะมีทักษะในแตละระดับน้ันไมเทากัน ถาย่ิงระดับตําแหนงทางราชการสูงขึ้นจะมีทักษะเพิ่ม
มากข้ึน โดยทักษะใน ๓ สวนแรก (ชวเลข, พิมพดีดไทย, พิมพดีดอังกฤษ) เปนทักษะพ้ืนฐานที่ตองมี
ตามมาตรฐานการกําหนดตําแหนงของเจาพนักงานชวเลข ซ่ึงสามารถไดมาดวยการถายทอดเทคนิค
ในการปฏิบัติงานตาง ๆ ตลอดจนความสามารถในการเรียนรูของขาราชการที่ไดรับการบรรจุใหม
ตําแหนงเจาพนักงานชวเลข ท้ังน้ี การวัดผลเพื่อประเมินสมรรถภาพความกาวหนาจะวัดจากผลงาน
ในการจัดทาํ รายงานการประชมุ ทุกครัง้ เปน เวลา ๖ เดอื น และหลังจากบรรจุเปน ขา ราชการแลว

๓๔

ตารางแสดงความกาวหนาของทกั ษะแตล ะระดบั ในสวนของนกั ศึกษาฝก งาน

ระดับ ชวเลข พิมพดดี ภาษาไทย พมิ พดีดภาษาอังกฤษ
นักศกึ ษาฝก งาน (คาํ /นาที) (คาํ /นาที) (คํา/นาที)

๑๒๐ ๓๕ ๒๕

นักศึกษาฝกงานตามตารางแสดงความกาวหนาของทักษะขางตนจะมีทักษะ ๓ สวน
(ชวเลข, พิมพดีดไทย, พิมพดีดอังกฤษ) เปนทักษะพ้ืนฐานที่ตองมีตามมาตรฐานการกําหนดตําแหนง
ของเจาพนักงานชวเลข ซ่ึงสามารถไดมาดวยการถายทอดเทคนิคในการปฏิบัติงานตาง ๆ ตลอดจน
ความสามารถในการเรียนรูของนักศึกษาฝกงาน ทั้งน้ี การวัดผลเพื่อประเมินสมรรถภาพความกาวหนา
จะวัดจากการทดสอบระหวางการฝกงาน โดยจัดเก็บเปนสถิติและประเมินผลกอนจบหลักสูตร
การฝกงาน

การสอนงานตามลาํ ดับขัน้ ตอน
สํานักรายงานการประชุมและชวเลขไดกําหนดกรอบในการปฏิบัติหนาท่ีในการจด

และจัดทํารายงานการประชุมดานคณะกรรมาธิการของเจาพนักงานชวเลขที่ไดรับการบรรจุใหม
หรือนกั ศึกษาฝกงานในเบอื้ งตน ดังตอไปนี้

สัปดาหท ี่ ๑ จดรายงานการประชุมเฉพาะรอบเชาที่มีตารางการจดประชุม ๑ รอบ
รอบละ ๑๕ นาที แลวจึงนํากลับมาถอดขอความจากชวเลข
ดวยเครื่องคอมพิวเตอร หรือการพิมพรายงานการประชุม
ท่อี าคารสุขประพฤติ จัดทาํ เปนรายงานการประชุมท่ถี ูกตอ งสมบูรณ

สัปดาหที่ ๒ จดรายงานการประชุมเฉพาะรอบเชาที่มีตารางการจดประชุม
พรอมกับเจาพนักงานชวเลขผูทําหนาที่เปนพี่เล้ียงหรือผูควบคุม
การฝกงาน รอบละ ๑๕ นาที จดประชุมสลับกันกับผูรวมจดประชุม
เวียนกันจนกระทงั่ เลกิ การประชมุ

สัปดาหท่ี ๓, ๔ จดรายงานการประชุมรอบเฉพาะเชาที่มีตารางการจดประชุม
พรอมกับเจาพนักงานชวเลขผูทําหนาที่เปนพี่เลี้ยงหรือผูควบคุม
การฝกงาน รอบละ ๓๐ นาที จดประชุมสลับกันจนกระทั่งเลิก
การประชุม

๓๕

สปั ดาหท ่ี ๕ จดรายงานการประชุมเขารอบปกติ คือ การจดรายงานการประชุม
ตามลําดับประชุมของแตละกลุมงาน ซ่ึงในแตละคณะจะมี
เจาพนักงานชวเลข ๒ คนตอ ๑ คณะ โดยการจดประชุมสลับกัน
คนละ ๓๐ นาทีจนกระทง่ั เลิกการประชุม

หมายเหตุ ในสวนของเจาพนักงานชวเลขผูท่ีไดรับการบรรจุใหม สัปดาหที่ ๑
และสัปดาหท่ี ๒ จดเฉพาะชวงเชา ชวงบายฝกการเขียนและถอด
ขอความชวเลข สัปดาหที่ ๓ – ๕ การฝกเขียนชวเลขและถอด
ขอ ความชวเลขเขาสูร ะบบพ่ีเลย้ี ง

ในสวนของนักศึกษาฝกงาน ตลอดทั้งหลักสูตรจะมีการฝกทักษะ
๓ สวน (ชวเลข, พิมพดีดไทย, พิมพดีดอังกฤษ) เปนทักษะพ้ืนฐานที่
ตองมีตามมาตรฐานการกําหนดตําแหนงของเจาพนักงานชวเลข
ในวันจันทร วันพุธ และวันศุกร สําหรับในวันอังคารและ
วันพฤหัสบดี จดรายงานการประชุมตามตารางการจดประชุม
พรอมกับเจาพนักงานชวเลขผูทําหนาท่ีเปนพี่เลี้ยงหรือผูควบคุม
การฝกงาน ๑ รอบ รอบละ ๓๐ นาที แลวจึงนํากลับมาถอดขอความ
จากชวเลขดวยเคร่ืองคอมพิวเตอร หรือการพิมพรายงานการประชุม
ที่อาคารสุขประพฤติ จดั ทาํ เปนรายงานการประชมุ ทีถ่ ูกตองสมบูรณ

ในการสอนงานใหกับเจาพนักงานชวเลขที่ไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงาน
จึงเปนหนาท่ีความรับผิดชอบท่ีมีความสําคัญมาก เพราะการสอนงานจะทําใหเจาพนักงานชวเลข
ท่ีไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงานมีความม่ันใจในการทํางาน และสามารถปฏิบัติงานในหนาที่
ไดอยางมีประสิทธิภาพ สามารถนําส่ิงท่ีไดรับการถายทอดนั้นไปปฏิบัติงานไดดวยความมั่นใจ
และสามารถส่ังสมประสบการณจากการทํางานตอไปในอนาคต การสอนงานใหกับเจาพนักงาน
ชวเลขที่ไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงานน้ัน จะเร่ิมสอนต้ังแตเรื่องของการแตงกาย
กิริยามารยาท การวางตัวที่เหมาะสมและสงางาม การรักษาเวลา โดยการเดินทางไปประชุมลวงหนา
กอนเวลา ๓๐ - ๔๐ นาที การปฏิบัติงานขณะอยูในหองประชุม ความเขาใจในเร่ืองที่จะประชุม
และการประชมุ ในแตล ะคร้ังจะตองทําอะไรบา ง โดยมีวธิ กี ารปฏิบัตดิ ังตอ ไปนี้

๓๖

การจดรายงานการประชุม

กอนการจดประชมุ
๑. การแตง กาย ควรแตง กายสภุ าพ
- สวมเสอื้ สทู สเี ขม / เคร่ืองแบบของสถาบนั
- ทรงผม ผมยาวตอ งรวบผมใหเ รียบรอย สีผมสุภาพ
- รองเทา คัทชสู ีเขม
๒. กริ ิยามารยาท
- การแสดงความเคารพทานประธานและสมาชิกวุฒิสภา เมื่อมีความจําเปน

ที่จะตองเดนิ เขา - ออก หองประชุมทุกครั้ง
- การพูด ไมพูดเสยี งดงั หรอื ใชคําหยาบคาย
- มคี วามสาํ รวมในการเดนิ หรอื น่งั

๓. แนะนาํ การใช และการเตรยี มคมู ือตาง ๆ
- คูมอื คาํ ยอ การเขียนชวเลข
- ทําเนยี บของสมาชิกวุฒิสภา
- พจนานกุ รมไทย - อังกฤษ
- นามสงเคราะหสว นราชการไทย

๔. วสั ดอุ ปุ กรณ (พรอมทง้ั แนะนาํ การใชอ ยา งละเอยี ด)
- การใชโปรแกรมคอมพวิ เตอร “ระบบจดรายงานการประชุม”
- หฟู ง
- เครอื่ งเลน MP๓
- สมุดจดชวเลข
- ถา นชารท ยางลบ นาฬิกา ปากกาหรือดินสอ
- แผนผงั ทน่ี งั่ ในหอ งประชมุ
- ใบมาตรฐานการปฏบิ ัติงานดานการประชุม (ในกรณีทเี่ ปนการประชุม

คณะกรรมาธิการสามัญและคณะกรรมาธกิ ารวิสามญั )
๕. ช่ือ - นามสกลุ
สอนเจาพนักงานชวเลขท่ีไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงานใหคํานึงถึง

ความสําคัญเก่ียวกับ ช่ือ - สกุล ที่ถกู ตองของสมาชิกวุฒิสภา และเจาพนักงานท่ีเกี่ยวของในหองประชุม
ในคณะนน้ั ๆ วา มใี ครบา ง และใครทําหนาทอ่ี ะไร

๓๗

๖. ศึกษาระเบียบวาระการประชุมในครง้ั นนั้ ๆ
แ น ะ นํ า เ จ า พ นั ก ง า น ช ว เ ล ข ที่ ไ ด รั บ ก า ร บ ร ร จุ ใ ห ม ห รื อ นั ก ศึ ก ษ า ฝ ก ง า น

ใหเ ตรยี มพรอมสาํ หรบั การปฏบิ ตั งิ าน ณ หอ งประชมุ กอนเวลาการประชมุ ๓๐ นาที โดยจําเปนท่ีจะตอง
ศกึ ษาระเบียบวาระการประชมุ บนั ทึกการประชุม และเอกสารอื่นทเี่ ก่ียวของกอนการประชุมทกุ ครงั้

๗. แผนผังการประชมุ
เจาพนักงานชวเลขที่ไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงานจะตองจัดเตรียม

แผนผงั และจดั ทําแผนผังโดยการเขียนช่ือ - สกลุ ของผูเ ขา รว มประชมุ

ระหวา งการจดการประชมุ
๑. ในขณะท่ีอยูในหองประชุม ควรแตงกายใหสุภาพ และวางตัวใหเหมาะสม

แสดงความเคารพตอประธานและสมาชิกวุฒิสภาทุกครั้งเมื่อมีความจําเปนในการเขาหรือออกจากหอง
ประชมุ และควรมคี วามสาํ รวมในขณะเดนิ หรอื นง่ั มสี มาธิในการปฏิบตั ิงาน

๒. การใชโทรศัพทมือถือ ควรปดมือถือ หรือหากจําเปนที่จะตองเปดก็ควรใชระบบ
สน่ั เมอ่ื เขา หอ งประชมุ และหากมีธรุ ะสาํ คญั ท่จี ะตอ งใชโ ทรศัพทก็ควรจะออกมาคยุ นอกหอ งประชมุ

๓. เขียนแผนผังการประชุมของคณะกรรมาธิการท่ีเขาจดรายงานการประชุม
โดยเขียนช่ือคณะที่จดประชุม คร้ังท่ี วันที่ หองที่จดประชุม เวลาเริ่มประชุม และช่ือผูจดประชุม
และนอกจากน้ีจําเปนท่ีจะตองเขียนช่ือ - นามสกุล ของสมาชิกผูเขารวมประชุมตามแผนผังท่ีน่ัง
อยา งละเอยี ดและถกู ตอ ง

๔. เมื่อประธานเปดการประชุมแลวใหทําการบันทึกเสียงการประชุมดวยเคร่ือง
บันทึกเสียงและจดชวเลขตามคําอภิปรายของผูเขารวมประชุมทุกถอยคําอยางละเอียดตั้งแตเริ่ม
การประชุมจนกระทั่งเลิกการประชุม โดยเจาพนักงานชวเลขท่ีไดรับการบรรจุใหมจะทําการจด
การประชุมสลับกับเจาพนักงานชวเลขผูทําหนาที่เปนพ่ีเลี้ยงหรือผูควบคุมการฝกงานจนกระท่ังเลิก
การประชมุ ในสวนของนักศกึ ษาฝกงานจะทําการจดการประชุมพรอมกับเจาพนักงานชวเลขผูทําหนาที่
เปนพี่เลี้ยงหรือผูควบคุมการฝกงาน ๑ รอบ รอบละ ๓๐ นาที และเม่ือประธานปดการประชุมแลว
ใหทําการลงเวลาเลิกประชุมในสมุดจดชวเลขและใบแผนผังผูเขารวมประชุม รวมทั้งใสจํานวนตอนที่
จดไดลงในใบแผนผงั ผูเขา รว มประชุมดว ย เพอ่ื ทจี่ ะเกบ็ เขาระบบฐานขอมูลเปน หลกั ฐานตอ ไป

๕. เขียนใบมาตรฐานการปฏิบัติงานดานการจดประชุม เพ่ือนําสงผูบังคับบัญชา
กลมุ งาน ในกรณที จ่ี ดประชมุ คณะกรรมาธกิ ารสามญั และคณะกรรมาธกิ ารวสิ ามัญ

หลังการจดการประชุม
๑. จัดเก็บอุปกรณท่ีใชในหองประชุมใหเรียบรอย เชน ปดเครื่องบันทึกเสียง

ปด ไมโครโฟน ถอดปลัก๊ ไฟใหเ รยี บรอ ย

๓๘

๒. ประสานงานกับเจาพนักงานประจําคณะกรรมาธิการในกรณีท่ีเอกสาร รายชื่อ
กรรมาธิการ หรือรายชื่อผูชี้แจงไมครบถวน เพื่อใชประกอบในการจัดทํารายงานการประชุมที่ถูกตอง
สมบรู ณ

๓. ใหเจาพนักงานชวเลขที่ไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงานถอดขอความ
ชวเลขที่ทําการจดชวเลขมาจากหองประชุมใหเปนรายงานการประชุมตามรูปแบบที่ถูกตอง กรณีท่ีใช
เวลาในการจดประชุม ๑๕ นาที จะใชเวลาในการถอดขอความจากตัวชวเลขดวยเครื่องคอมพิวเตอร
หรือการพิมพรายงานการประชุม ประมาณ ๒ ชั่วโมง และถาหากจดประชุมโดยใชเวลา ๓๐ นาที
จะตองใชเวลาในการถอดขอความประมาณ ๓.๓๐ ชว่ั โมง

การจดั ทํารายงานการประชมุ
การสอนงานระบบพเี่ ลยี้ งมีขน้ั ตอนดงั ตอไปน้ี
๑. การจัดลําดับกอนหลัง ในความสําคัญเรงดวนของงานแตละช้ิน เชน

หากจดการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญ หรือคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตองปฏิบัติแลวเสร็จภายใน
๔๒ วัน ซ่ึงมีความสําคัญกวาคณะอนุกรรมาธิการ เจาพนักงานชวเลขท่ีไดรับการบรรจุใหมหรือ
นักศึกษาฝกงานก็ควรจะเรียงลําดับความสําคัญกอนหลังไวแลวก็จะทํางานช้ินที่เรงดวนที่สุด
กอ นตามลําดบั

๒. การต้ังคา หนากระดาษ
หนาแรก บน ๑ นิ้ว ซาย ๑.๒๕ นว้ิ ขวา ๑ นิ้ว ลา ง ๑ นิ้ว
หนาถัดไป บน ๑ น้วิ ซา ย ๑.๒๕ น้ิว ขวา ๑ น้วิ ลาง ๑ นวิ้

๓. รูปแบบการพิมพ ใชตัวอักษร Angsana New ขนาดตัวอักษร ๑๘ ตลอดทกุ หนาจน
จบรายงาน

๔. การพิมพ การเวนชองไฟ การรักษารูปประโยค โดยคํานึงถึงความถูกตองของหลัก
ภาษาไทย ทั้งนีเ้ พื่อไมใหข อความมีความหมายท่ผี ิดเพีย้ นจากการใชวรรคตอนทีผ่ ดิ

๕. การฟง เน่ืองจากบางครั้งเจาพนักงานชวเลขที่ไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษา
ฝกงานอาจจะยังไมมีความรอบรูและประสบการณในการรับฟงมากนัก บอยคร้ังท่ีตรวจพบวายังมี
การฟงที่ผิดเพ้ียนของขอมูลเกิดข้ึน เจาพนักงานชวเลขผูทําหนาที่เปนพ่ีเล้ียงหรือผูควบคุมการฝกงาน
ควรจะตระหนักถึงความถูกตองเปนสําคัญ จึงควรกําชับและบอกวิธีการใหกับเจาพนักงานชวเลข
ที่บรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงานทราบ หากไมแนใจในคําพูดบางคําก็ควรฟงเนื้อหาตอไปเร่ือย ๆ
ใหเขาใจ จากนั้นก็วนกลับมาฟงอีกครั้งหนึ่ง เม่ือเขาใจในเนื้อหาและขอมูลมากข้ึนก็จะทําใหการฟง
มีความผดิ เพี้ยนนอยลงหรอื อาจจะไมมีผดิ เพย้ี นเลย

๖. เจาพนักงานชวเลขที่ไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงานควรจะมีความรอบรู
ในดา นการคน หาคาํ ศพั ทจากขอมูลทีเ่ ปน เนื้อหาของการประชุม เชน คําศัพททางวิชาการ คําศัพทเฉพาะ

๓๙

คําศัพทเทคนิค โดยคนหาจากพจนานุกรมภาษาไทย - อังกฤษ ตามหลักเกณฑของราชบัณฑิตยสถาน
หรอื คน หาจาก Internet หรือคนหาขอ มูลที่ Update จาก www.google.com ซึง่ เปนเว็บไซตท่ีไดรับความ
นยิ มสูงสดุ เนื่องจากสามารถคน หาไดส ะดวกและรวดเร็วในปจจุบนั

๗. เมื่อเจาพนักงานชวเลขท่ีไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงานจัดทํารายงาน
การประชุมเสร็จเรียบรอยแลว เจาพนักงานชวเลขผูทําหนาท่ีเปนพ่ีเลี้ยงหรือผูควบคุมการฝกงาน
จึงทําการตรวจทานความถูกตอง โดยการตรวจทานทุกคําพูดอยางละเอียด ดูความถูกตองของรูปแบบ
รายงาน วรรคตอนท่ีถูกตองไมเสียรูปประโยคความถูกตองของการใชหลักภาษาตามหลักเกณฑตาง ๆ
ของราชบัณฑิตยสถานมาใช เชน หลักเกณฑ การใชเครื่องหมายวรรคตอน การทับศัพท การเขียนคํายอ
คําราชาศัพท เปนตน การตรวจทานรายงานการประชุมนั้นใชสัญลักษณในการพิสูจนอักษร
ตามหลักสากล ดงั นี้

สญั ลักษณท ี่ใชในการพิสจู นอกั ษร

๔๐

๘. ช้ีแจงใหเจาพนักงานชวเลขที่ไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงานทราบถึง
ขอบกพรองของงานท่ีปฏิบัติและแกไขขอบกพรองของรายงานใหถูกตอง เม่ือรายงานเสร็จสมบูรณ
เรียบรอยแลวใหทําสําเนา ๑ ฉบับ เพื่อสงใหผูอํานวยการกลุมงานดําเนินการสงใหเจาของเรื่องเก็บไว
เปนหลกั ฐานอา งองิ ตอ ไป เปน อนั เสร็จสนิ้ การจดรายงานการประชมุ และจดั ทํารายงานการประชมุ

๙. การถอดขอความชวเลขนั้น เจาพนักงานชวเลขท่ีไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษา
ฝกงานจะตอ งถอดขอ ความใหเ สร็จภายในระยะเวลาทก่ี ําหนด คือ กรณเี ปนการประชุมคณะกรรมาธิการ
สามัญหรือคณะกรรมาธิการวิสามัญจะตองถอดขอความใหเสร็จภายในเวลา ๔๒ วัน หากเปน
คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณหรอื คณะกรรมการตาง ๆ จะตองถอด
ขอความใหเสร็จภายในเวลา ๗ วัน และลําดับในการถอดขอความใหถอดขอความคณะกรรมาธิการ
สามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญกอ น จงึ จะถอดขอ ความคณะอนุกรรมาธกิ ารตอ ไป

การประเมนิ ผลหลังการปฏิบัตงิ าน

๑. หลังปฏิบตั ิงานผานไป ๑ สัปดาห
เจาพนักงานชวเลขที่ไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงานปฏิบัติงานผานไป
๑ สัปดาห เจาพนักงานชวเลขผูทําหนาที่เปนพ่ีเลี้ยงหรือผูควบคุมการฝกงานทําการประเมิน
เม่ือไดประเมินผลการปฏิบัติงานพบวายังมีขอผิดพลาดในการพิมพรายงานอยูมาก เชน การสะกดคํา
การเวนวรรคตอน รวมถึงการฟงท่ีไมเขาใจในเนื้อหาสาระของการประชุม ทําใหรายงาน
มีความผิดเพี้ยนหรือผิดพลาดอยูอีกหลาย ๆ จุด ซ่ึงเจาพนักงานชวเลขผูทําหนาที่เปนพี่เล้ียงหรือผู
ควบคุมการฝกงานงานจําเปนจะตองช้ีใหเจาพนักงานชวเลขท่ีไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงาน
ไดท ราบถึงจดุ บกพรองดงั กลา วของตนเอง เพ่อื ทจ่ี ะแกไ ขใหไดถ ูกจุด

๒. หลังปฏิบัตงิ านผา นไป ๑ เดือน
เจาพนักงานชวเลขที่ไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงานปฏิบัติงานผานไป
๑ เดือน เจาพนักงานชวเลขผูทําหนาท่ีเปนพ่ีเล้ียงหรือผูควบคุมการฝกงานทําการประเมิน เม่ือได
ประเมินผลการปฏิบัติงานพบวายังมีขอผิดพลาดอยูลดนอยลงจากเดิมมาก ยังมีจุดท่ีตองแกไขอยู
เพียงเล็กนอย สาเหตุมาจากการที่เจาพนักงานชวเลขท่ีไดรับการบรรจุใหมหรือนักศึกษาฝกงานประสบ
ปญหาในการปฏิบัติงานอยูตลอดเวลา จึงจําเปนตองอาศัยประสบการณในการเรียนรูและส่ังสม
ประสบการณจ ากการปฏิบตั ิงาน
๓. หลงั ปฏบิ ัติงานผา นไป ๖ เดอื น
เจาพนกั งานชวเลขท่ไี ดรับการบรรจุใหมป ฏิบตั ิงานผานไป ๖ เดอื น เจาพนกั งานชวเลข
ผูทําหนาท่ีเปนพี่เล้ียงหรือผูควบคุมการฝกงานทําการประเมิน เมื่อไดประเมินผลการปฏิบัติงานพบวา
อาจจะมีขอผิดพลาดอยูบางแตเพียงเล็กนอย ซ่ึงขอบกพรองท่ีเกิดมักไมไดเกิดจากความรูที่มี แตอาจจะ

๔๑

เกิดจากขอบกพรองในการขาดสมาธิในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้สมาธิมีความจําเปนและสําคัญอยางย่ิง
ของนกั ชวเลข นักชวเลขที่ดีควรมสี มาธิในการเพอ่ื การปฏบิ ัติงานท่ีมีประสิทธิภาพสงู สดุ

หลักเกณฑก ารสอบชวเลขสาํ หรบั ตําแหนงเจาพนักงานชวเลข

วธิ กี ารสอบชวเลข
สําหรับตําแหนง เจา พนักงานชวเลข
(แนบทา ยหนังสือคณะกรรมการขาราชการรฐั สภา ที่ ๒๖/๒๕๕๕ (ว ๙) ลงวนั ที่ ๒๐ มนี าคม ๒๕๕๕)

------------------------------------

๑. การนับคําชวเลขใหใชตามหลกั สากลนิยม ใชว ิธีนบั เทียบจากพยางคโดยถอื หลัก ๗ พยางค

ตอ ๕ คาํ

ตัวอยาง นาทลี ะ ๑๐๐ คาํ มี ๑๔๐ พยางค

นาทลี ะ ๑๒๐ คาํ มี ๑๖๘ พยางค

นาทลี ะ ๒๕๐ คํา มี ๑๗๕ พยางค

นาทลี ะ ๑๕๐ คาํ มี ๒๑๐ พยางค

นาทลี ะ ๑๖๐ คาํ มี ๒๒๔ พยางค

๒. การจับเวลา
๒.๑ นาฬิกาที่ใชจับเวลาตองเปนนาฬิกาที่เห็นเข็มวินาทีไดชัดเจน นาท่ีหนึ่งแบงออกเปน

สีส่ วนเทา ๆ กนั ไดส วนละ ๑๕ วินาที
๒.๒ แบงจํานวนคําท่ีประสงคจะจับเวลาออกเปนส่ีสวนเทา ๆ กัน เชน จะจับเวลานาทีละ

๑๐๐ คํา ก็แบงเปน ๑๔๐ พยางค ออกเปนส่ีสวนนับไดสวนละ ๓๕ พยางค แลวทําเครื่องหมายคั่นไว
ครบสีส่ วนเปน ๑ นาที ดังนีเ้ ปน ตน

๒.๓ เมื่อแบงจํานวนคําในขอความที่ประสงคจะจับเวลาเรียบรอยแลว ใหอานแตละสวน
ท่ีทําเครื่องหมายค่ันไวใหจบภายในเวลา ๑๕ วินาที โดยเฉลี่ยความเร็วในการอานใหเทากันพอดี
ไมชาบางเร็วบาง

๒.๔ การจับเวลา ควรอา นและจบั เวลาตดิ ตอกันอยา งนอย ๕ นาที
๒.๕ เมื่อเขียนเสร็จแลวตองแปลเปนอักษรธรรมดา โดยวิธีพิมพใหแลวเสร็จภายในเวลา
ทีก่ าํ หนด
๓. การนบั คําผดิ
๓.๑ ผดิ ตก เกิน หรอื สับเปลยี่ นกนั ผดิ จากขอสอบถือเปน ผดิ ทกุ คาํ
๓.๒ ในกรณีทีข่ อ สอบมคี าํ ซาํ้ กนั และผสู อบเขียนผดิ ตลอดเวลาใหถ อื วา ผิดคําเดยี ว

๔๒

๔. หลกั เกณฑการกําหนดคําผิดเพ่อื การคดิ คะแนน
๔.๑ เขียนนาทลี ะ ๑๒๐ คาํ เขียน ๕ นาที แปลเปน อักษรธรรมดาโดยวิธีพมิ พภายใน

๑ ช่ัวโมง ผิดไดไ มเกนิ ๖๕ คาํ
๔.๒ เขียนนาทลี ะ ๑๒๕ คาํ เขียน ๕ นาที แปลเปน อักษรธรรมดาโดยวธิ ีพิมพภายใน

๑ ชว่ั โมง ผดิ ไดไ มเกิน ๖๐ คํา
๔.๓ เขยี นนาทีละ ๑๓๕ คาํ เขียน ๕ นาที แปลเปน อักษรธรรมดาโดยวิธีพมิ พภ ายใน

๑ ชว่ั โมง ผิดไดไ มเ กนิ ๕๕ คาํ
๔.๔ เขยี นนาทลี ะ ๑๔๕ คาํ เขียน ๕ นาที แปลเปนอักษรธรรมดาโดยวธิ ีพิมพภายใน

๑ ช่วั โมง ผดิ ไดไมเ กิน ๕๐ คํา
๔.๕ เขยี นนาทีละ ๑๕๐ คาํ เขยี น ๕ นาที แปลเปน อักษรธรรมดาโดยวธิ ีพิมพภายใน

๑ ชวั่ โมง ผิดไดไ มเกิน ๔๕ คํา
๔.๖ เขยี นนาทีละ ๑๕๕ คํา เขียน ๕ นาที แปลเปน อักษรธรรมดาโดยวธิ ีพมิ พภายใน

๑ ช่วั โมง ผดิ ไดไมเ กนิ ๔๐ คํา
๔.๗ เขยี นนาทีละ ๑๖๐ คํา เขยี น ๕ นาที แปลเปนอกั ษรธรรมดาโดยวิธพี มิ พภายใน

๑ ชวั่ โมง ผดิ ไดไมเ กิน ๔๐ คํา
๕. การใหคะแนน ผูท่ีสามารถเขียนชวเลขไดโดยมีคําผิดไมเกินเกณฑที่กําหนดจะไดคะแนน

๖๐ คะแนน และใหเพ่ิมคะแนนสําหรับผูเขียนผิดนอยกวาเกณฑลงมาอีกคําละ ๒ คะแนน แตท้ังนี้
ตองไดค ะแนนรวมทง้ั ส้ินไมเกิน ๑๐๐ คะแนน

--------------------------

๔๓

แผนผงั แสดงกระบวนการจัดทาํ รายงานการประชุมคณะกรรมาธกิ าร

การประชุมคณะกรรมาธกิ าร
คณะอนกุ รรมาธกิ าร การสัมมนา ถอดเทป

เจา พนกั งานชวเลขปฏิบัตหิ นาท่ี
จดรายงานการประชมุ

เจา พนักงานชวเลขถอดขอ ความ
และพิมพร ายงานการประชมุ

เจา พนักงานชวเลขเสนอ
รายงานการประชุม

ผูบ งั คบั บญั ชากลมุ งานตามมาตรา ๓๐
เกบ็ รวบรวมรายงานการประชมุ

พรอมไฟลเสยี งไวใ นระบบฐานขอมลู

ผบู ังคับบัญชากลุมงานตามมาตรา ๓๐
เสนอรายงานการประชุม ตอ ผอ.
สาํ นกั รายงานการประชมุ และชวเลข

ผูบงั คบั บญั ชากลุมงานตามมาตรา ๓๐
นําสง รายงานการประชุม
พรอมไฟลเ สียง

ตอ กลุม งานบริการเอกสารอา งอิง
ปิ

หมายเหตุ : กรรมาธิการสามัญ, วิสามญั ตอ งจดั ทําใหแ ลว เสร็จภายใน ๔๒ วนั

๔๔


Click to View FlipBook Version