การจัดการข้อมูลสารสนเทศ
จั ดทำโดย
1. นางสาวภั คพิชา มูลจิตร เ ลขที่ 1
2. นางสาวปุญญิศา จั นทร์ นาลาว เ ลขที่ 2
3. นายพี รวั ส เ พชรสุทธิ์ เ ลขที่ 7
4. นางสาวณั ฐธยาน์ เ อี่ ยมเ จริญ เ ลขที่ 9 กด้าสวรายปรวรสิ ธะีนมกเวาทรลศทีผ่เหกลิลดข้าอจกามหูกลลกมาีายปร โนรํดะาสขยิ้ ทอใ ชมธู้ิคภลอมา มพา พปมิ
5. นางสาวปวริศา อั งอติชาติ เ ลขที่ 26 ระมวล ผล
ว เ ต อ ร์ ทํ า
6. นางสาวสโรชา จำดวง เ ลขที่ 29 า ก ขึ้ น ใ ห้
ชั้ นมั ธยมศึ กษาปี ที่ 6/6
การรวบรวมข้อมูล
ข้อมูล (Data) คือ ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลตัวเลข ข้อมูลตัวอักษร
ข้อมูลรูปภาพ ข้อมูลเสียง หรือ สัญลักษณ์ต่าง ๆ ซึ่งเมื่อได้รับข้อมูลมาแล้วจะต้องมีการรวบรวม
ข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ มีความถูกต้อง เหมาะสม และมีความน่าเชื่อถือ
การรวบรวมข้อมูล เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดของการจัดการข้อมูลและ
สารสนเทศ โดยเมื่อพิจารณาถึงประเภทข้อมูลตามแหล่งที่มา สามารถแบ่ง
ได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ข้อมูลปฐมภูมิและข้อมูลทุติยภูมิ
ข้อมูลปฐมภูมิ
เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้เก็บรวบรวมด้วยตนเอง ทำให้ได้ข้อมูลที่ ตรงตามความต้องการมากที่สุด
เพราะสามารถควบคุมลักษณะการเก็บข้อมูลและรายละเอียดอื่น ๆ ได้ตามที่ต้องการ
ข้อมูลทุติยภูมิ
เป็นข้อมูลที่มีการรวบรวมไว้แล้วโดยผู้อื่น
การนำข้อมูลทุติยภูมิมาใช้จะต้องตรวจสอบคุณภาพของข้อมูลก่อน โดยดูว่าใครเป็นผู้รวบรวมไว้ มีวิธีการ
อย่างไร และข้อมูลมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร เพื่อจะได้นำข้อมูลไปใช้และอ้างอิงได้อย่างมั่นใจ
ข้อดี ข้อเสีย
นำข้อมูลไปใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องเสีย อาจไม่ตรงตามเป้าหมายที่ต้องการ เสียเวลาใน
เวลาในการรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง การหาข้อมูลจากหลายแหล่ง
ประหยัดงบประมาณ ไม่สามารถควบคุมความถูกต้องของข้อมูลได้
ต้องมีการตรวจสอบ (Cross Checks)
การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ
1. ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลภายใน
เกิดขึ้นภายในหน่วยงานหรือภายในองค์กรของผู้ใช้งาน เช่น ข้อมูลพนักงาน ข้อมูลทางการเงิน
มีลักษณะเฉพาะตัว
ผู้รวบรวมข้อมูลจะต้องรู้ว่าข้อมูลที่ต้องการเก็บอยู่ที่ใด และอยู่ในรูปแบบใด เพือจะได้รวบรวมข้อมูลได้ถูกแหล่ง
2. ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลภายนอก
ได้จากการรวบรวมของบุคคล หน่วยงานหรือองค์กรภายนอก เช่น ข้อมูลทางต้านสถิติต่าง ๆ จากหน่วยงานสำนักงานสถิติแห่งชาติ
การใช้งานควรมีการตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลโดยการเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้มากับข้อมูลขององค์กรอื่น ๆ ด้วย
การสัมภาษณ์ส่วนบุคคล
คำถCผาูo้แมถnลซvาึะ่เeมงปเr็ปเคsน็ปำa็นกนถtกiาผoาูาร้มnรสใื)ส่หแือ้่รลอขสสะ้ัะอสมหาคมารวภู่รวตาลา่บงแอษโผบคหูณดุ้สบน์มัย้มารสูทปีภอ(่ผFแูาง้aบษสทcัeมบณา-์งภขtกัoาอ(บT-ษงwFผกณูao้์าต-cจeรwอะ
)aเบyป็
น
การสัมภาษณ์ทาง
โทรศัพท์
เป็นการรวบรวมข้อมูลที่มีความสะดวกและง่ายต่อการเข้าถึง
ผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลไม่ได้ หรือได้รับการปฏิเสธจาก
ผู้ให้ข้อมูล เนื่องจากไม่แน่ใจหรือไม่ไว้วางใจต่อผู้ที่โทรศัพท์
เข้ามา ดังนั้นการใช้โทรศัพท์เพื่อรวบรวมข้อมูล จำเป็นที่จะ
ต้องสร้างความไว้วางใจและความเชื่อถือกันเสียก่อน
การใช้แบบสอบถาม
เป็นการรวบรวมข้อมูลที่ผู้ตอบกรอกข้อมูลด้วยตนเอง
โดยถือเป็นการรวบรวมข้อมูลที่มีความนิยมเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน
แบบสอบถามปลายเปิด
แบบสอบถามแบบนี่เป็นแบบสอบถามที่ไม่ได้กำหนดคำ
ตอบไว้ ผู้ตอบแบบสอบถามสามารถเขียนคำตอบหรือแสดง
ความคิดเห็นได้อย่างอิสระด้วยคำพูดของตนเอง
แบบสอบถามปลายปิด
แบบสอบถามแบบนี้ประกอบด้วยข้อคำถามและตัวเลือกให้ผู้ตอบ แบบสอบถามเลือก
ตอบ แบบสอบถามแบบนี้สร้างยากและใช้เวลาในการสร้างมากกว่าแบบสอบถามแบบ
ปลายเปิดแต่ผู้ตอบแบบสอบถามสามารถตอบได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว
การสังเกต
กสสทัาไัา้ตรมมง่สวัคใา์งชรน่เเถพหกสรตฤตัุวตกตเบิปวา็์กรรนสวรณิ่วร์มงิมธทขีีข่้กอเอซึกา่ิงมงรดูจรลภขวะึ้ดานเ้บษปว็รรยนาอวพวกบมูิธดาตีข้รัอือ่วศขนึมนกูทไัล้บดษง้ทีธกา่เเสรชาป่รร็ถนมินสตัเขิทง้นหอีเากยรมืงอูตมเลปลพืพวอรัฤฒะฤกวตัตสินตุิกิดกธตร่ทรรร้ารรมางมมยลขัๆใแกอนลทษีงก่ะผคณกร่นณาาะีนรแตทส่ีมลั่าไงะางมเขใ่กนๆอตองขทดีอี่ตง
สังเกตทางตรง
ผู้สังเกต จะเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ แต่จะไม่มีการ ควบคุมหรือจัดการใด ๆ
กับสถานการณ์ที่ต้องการสังเกต เพียงแต่สังเกตแล้วบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แต่
สิ่งที่ต้องระวัง คือ ความลำเอียงของผู้สังเกต เพราะต้องเป็นส่วนหนึ่งของ
เหตุการณ์
สังเกตทางอ้อม
เป็นการสังเกตแบบที่ผู้ถูกสังเกตจะไม่รู้ตัว แม้ว่าจะได้ข้อมูลที่
ถูกต้อง แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องจริยธรรมด้วย
การประมวลผลด้วยมือ
Manual Data
Processing
ซึ่กทีง่าใวิรชธ้ปีกเรชา่ะขนร้มอปวกมรูลระลผะมทดีวล่นาล้ทษีอ่ผใยชเล้คมไรแืมา่อ่บตยัุง้่บงงคิแนยีด้ตาเ่เหกอลมซดขัีาบตะลูซส้กโำอดคหินยดรับมีเอจปุ็ำปนนกตว้รนนณ์
2.2 การประมวลผลข้อมูลด้วยเครื่องจักรกล
(Mechanical Data Processing)
การประมวลผลข้อมูลที่อาศัยแรงงานมนุษย์ร่วมกับเครื่องจักรกล โดยการประมวลผล
ประเภทนี้จะประมวลผลได้ รวดเร็วและถูกต้องมากกว่าการประมวลผลด้วยมือ
เช่น การคำนวณด้านบัญชี ด้วยเครื่องทำ
บัญชี (Accounting Machine) ได้ผลลัพธ์
ด้ ว ย ค ว า ม เ ร็ ว ร ะ ดั บ ป า น ก ล า ง
2.3 การประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์
ลำดับการประมวลผลข้อมูลด้วย
คอมพิวเตอร์
วิธีการประมวลผลข้อมูลด้วย
คอมพิวเตอร์
กรรมวิธีในการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์
ขั้นตอนการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์
ลำดับการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์
การนำข้อมูลเข้า (Input) รับข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์ผ่านทางหน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
การประมวลผล (Process) นำข้อมูลมาจัดการโดยผ่านกระบวนการต่าง ๆ
การแสดงผล (Output) นำสารสนเทศไปใช้ประโยชน์ หรือ
แสดงผลโดยผ่านทางหน่วยแสดงผล (Output Unit)
วิธีการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์
การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์นั้นจำเป็นต้องผ่านการประมวลผลให้เป็นสารสนเทศก่อน
ซึ่งวิธีการประมวลผลข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ แบ่งได้ดังนี้
การประมวลผลแบบแบตช์
การประมวลผลแบบอินเทอร์แอ็กทิฟ
(Batch Processing) (Interactive Processing)
การประมวลผลแบบแบตช์ (Batch Processing)
เป็นการประมวลผลโดยมีการรวบรวมข้อมูลไว้ช่วงเวลาหน่ึงหรือหลายช่วงเวลา
ก่อนนำข้อมูลเหล่านั้นมาประมวลผล เช่น ระบบคิดดอกเบี้ยของธนาคารทุก 3 เดือน
ข้อดี : ง่ายต่อการตรวจสอบ, เหมาะกับข้อมูลปริมาณมากไม่ได้ใช้ทันที
ข้อเสีย : ข้อมูลไม่ทันสมัย, ใช้เวลารวบรวมนาน
การประม(IวntลerผacลtiแveบบPrอoินceเsทsอinร์gแ)อ็กทิฟ
เป็นการประมวลผลที่ไม่ต้องรอเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล การประมวลผลแบบทันที
(Real-Time Processing)
การประ(Oมnวliลnผe ลPrแoบceบssอinอgน) ไลน์
การประมวลผลแบบออนไลน์ (Online Processing) การประมวลผลแบบทันที (Real-Time Processing)
เป็นวิธีประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์โดย เป็นการประมวลผลที่มีวัตถุประสงค์ใน
ข้อมูลท่ีนำเข้าไม่จำเป็นต้องอยู่ที่เดียวกับ การให้ผลลัพธ์ในลักษณะทันทีทันใด
คอมพิวเตอร์ที่ทำการประมวลผล
ข้อดี : ตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที,
ข้อเสีย : อาจเกิดความผิดพลาดได้และ ได้ข้อมูลที่ทันสมัย
แก้ไขได้ยากกว่าแบบแบตช์
กรรมวิธีในการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์
1. การคำนวณ (Calculation) 8.การบันทึก (Recording)
2. การจัดเรียงข้อมูล (Sorting)) 9.การปรับปรุงข้อมูล (Update)
3. การจัดกลุ่มข้อมูล(Classifying) 10.การสำเนาข้อมูล(Duplication)
4. การสืบค้นข้อมูล (Retrieving) 11.การสำรองข้อมูล (Backup)
5. การรวมข้อมูล (Merging) 12.การกู้ข้อมูล (Data Recovery)
6. การสรุปผล (Summarizing) 13.การสื่อสารข้อมูล (Data Communication)
7. การทำรายงาน (Reporting) 14. การบีบอัดข้อมูล (Data Compression)
ขั้นตอนการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์
ขั้นตอนการเตรียมเพื่อนำเข้าข้อมูล (Input)
การลงรหัส (Coding)
การตรวจสอบแก้ไขข้อมูล(Editing)
การแยกประเภทข้อมูล (Classifying)
การบันทึกข้อมูลลงสื่อ (Media)
ขั้นตอนการประมวลผลข้อมูล (Processing)
เป็นกระบวนการจัดการกับข้อมูล เพื่อให้ได้เป็น
สารสนเทศ โดยนำข้อมูลที่จัดเตรียมไว้เข้าสู่
คอมพิวเตอร์ เพื่อทำาการประมวลผลผ่าน
ซอฟต์แวร์สำหรับประมวลผลต่าง ๆ จนกระทั่ง
ได้ผลลัพธ์ที่เป็นสารสนเทศที่ถูกต้องและตรง
ตามความต้องการ
ขั้นตอนการนำไปใช้ประโยชน์และแสดงผลลัพธ์ (Output)
เป็นการนำไปใช้ประโยชน์
และการแสดงผลลัพธ์ เป็นขั้นตอนหลังจากผ่าน
กระบวนการประมวลผลแล้ว ซึ่งเป็นขั้นตอนในการ
แปลผลลัพธ์ให้ออกมาอยู่ในรูปที่สามารถเข้าใจง่าย
หรือสามารถส่งต่อและนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้