The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บวชนอกพรรษา
- สารัตถะพุทธประวัติเบื้องต้น
- ศรัทธาเกี่ยวกับการบวช
- ลักษณะของบุคคลที่บวชไม่ได้
- มงคลพิธีเกี่ยวกับการบวช
- ระเบียบการลาสิกขา
- เวลาทำการมงคล โดย จ. เปรียญ
- ทำวัตรเช้า
- ทำวัตรเย็น
- บทให้พรเมื่อบิณฑบาต
- บทอนุโมทนาพิธี จังหันเช้า
- ลำดับและบทสวดมนต์ทำบุญวันพระ
- บทให้พรต่าง ๆ
- บทสวดมนต์ประจำวัน (สำหรับประชาชน)
- คำถวายหนังสือสวดมนต์
- คำถวายดอกไม้ธูปเทียนเพื่อบูชา
- คำจบขันข้าวใส่บาตร
- สารัตถะธรรม
- ประวัติชุมชน บ้านบกเจริญ ตำบลบ้านแมด อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี

รวบรวมและเรียบเรียงโดย อาทิตย์ เกษหอม Arthit kethom คราวบวชนอกพรรษา (10 ก.พ. 2565 - 17 มี.ค. 2565)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by arthit.ke.60, 2022-03-16 04:01:21

บวชนอกพรรษา

บวชนอกพรรษา
- สารัตถะพุทธประวัติเบื้องต้น
- ศรัทธาเกี่ยวกับการบวช
- ลักษณะของบุคคลที่บวชไม่ได้
- มงคลพิธีเกี่ยวกับการบวช
- ระเบียบการลาสิกขา
- เวลาทำการมงคล โดย จ. เปรียญ
- ทำวัตรเช้า
- ทำวัตรเย็น
- บทให้พรเมื่อบิณฑบาต
- บทอนุโมทนาพิธี จังหันเช้า
- ลำดับและบทสวดมนต์ทำบุญวันพระ
- บทให้พรต่าง ๆ
- บทสวดมนต์ประจำวัน (สำหรับประชาชน)
- คำถวายหนังสือสวดมนต์
- คำถวายดอกไม้ธูปเทียนเพื่อบูชา
- คำจบขันข้าวใส่บาตร
- สารัตถะธรรม
- ประวัติชุมชน บ้านบกเจริญ ตำบลบ้านแมด อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี

รวบรวมและเรียบเรียงโดย อาทิตย์ เกษหอม Arthit kethom คราวบวชนอกพรรษา (10 ก.พ. 2565 - 17 มี.ค. 2565)

Keywords: พุทธประวัติ,บวชนอกพรรษา,ความเชื่อเกี่ยวกับการบวช,บุคคลที่บวชไม่ได้,มงคลพิธีเกี่ยวกับการบวช,การลาสิกขา,ฤกษ์มงคล,บทสวดมนต์,บ้านบกเจริญ

บวชนอกพรรษา

บทสพั พมงคลคาถา

ภะวะตุ สพั พะมังคะลงั รักขันตุ สพั พะเทวะตา

สพั พะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวนั ตุ เต

ภะวะตุ สพั พะมังคะลงั รักขันตุ สัพพะเทวะตา

สพั พะธัมมานภุ าเวนะ สะทา โสตถี ภะวนั ตุ เต

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รกั ขนั ตุ สัพพะเทวะตา

สพั พะสงั ฆานภุ าเวนะ สะทา โสตถี ภะวนั ตุ เต

๑๐) ชาวบา้ นใสบ่ าตร จดั เตรยี มถวายสังฆทาน, ภตั ตาหาร, จตปุ ัจจยั ฯลฯ

๑๑) ศาสนพธิ กี รและชาวบา้ นกลา่ วคำ “ถวายสงั ฆทาน” ดงั นี้ (ศาสนพิธีกร

กล่าวนำ ชาวบา้ นกล่าวตาม)

นโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสมั พุทธสั สะ (๓ จบ)

ทานังเม ปรสิ ทุ ธัง นพิ พานงั ปาละมังสุขงั นิพพานะ ปัจจโย โหตุ

อิมานิ มะยงั ภันเต, ภัตตานิ, สะปะรวิ ารานิ, ภิกขสุ ังฆสั สะ, โอโณ
ชะยามะ, สาธุ โน ภนั เต, ภิกขสุ งั โฆ, อิมานิ, ภตั ตานิ, สะปะริวารานิ,
ปะฏิคคัณหาตุ, อมั หากงั , ทีฆะรัตตงั , หติ ายะ, สุขายะ ฯ

ข้าแต่พระภิกษุสงฆผ์ เู้ จริญ ข้าพเจ้าท้งั หลาย ขอน้อมถวาย ซึง่
ภัตตาหาร กบั ทง้ั บริวารทง้ั หลายเหลา่ น้ี แกพ่ ระภกิ ษสุ งฆ์ ขอพระภกิ ษสุ งฆ์
จงรบั ภัตตาหาร กบั ทัง้ บรวิ ารเหลา่ น้ี ของขา้ พเจา้ ท้ังหลาย เพ่อื ประโยชน์
และความสุข แก่ข้าพเจา้ ทงั้ หลาย ตลอดส้ินกาลนานเทอญ …

๔๗

บวชนอกพรรษา

๑๒) พระผเู้ ปน็ ประธานหรอื ผแู้ ทนนำกลา่ ว “กรวดน้ำ, ใหพ้ ร” ดงั น้ี

บทอนโุ มทนาพธิ ี

(พระผเู้ ปน็ ประธานเรมิ่ ) (ชาวบ้านกรวดน้ำ)

ยะถา วาริวะหา ปรู า ปะริปูเรนติ สาคะรัง, เอวะเมวะ อโิ ต ทนิ นัง
เปตานงั อปุ ะกัปปะติ, อจิ ฉติ ัง ปัตถติ ัง ตุมหงั ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ, สพั เพ
ปูเรนตุ สงั กัปปา จันโท ปณั ณะระโส ยะถา มะณิ โชติระโส ยะถา ฯ

(พระรปู อนื่ รบั พรอ้ มกนั )

สพั พตี โิ ย วิวชั ชนั ตุ สัพพะโรโค วินัสสะตุ
มา เต ภะวตั ตะวันตะราโย สุขี ทฆี ายโุ ก ภะวะ

อะภวิ าทะนะสีลีสสะ นจิ จัง วฑุ ฒาปะจายิโน, จตั ตาโร ธัมมา
วัฒฒันติ อายุวัณโณ สุขัง พะลงั .

บทมงคลจกั รวาลนอ้ ย (ตัดเอาเนือ้ หาบางส่วน)

บทสวดส่วนน้ีอาจมีการปรบั เปล่ยี นได้ ข้ึนอยู่กับพระผ้เู ป็นประธาน ควรศกึ ษาบทให้พร
ตา่ ง ๆ หนา้ ๕๑

อายุวฑั ฒะโก ธะนะวฑั ฒะโก สิรวิ ฑั ฒะโก ยะสะวัฑฒะโก
พะละวัฑฒะโก วัณณะวัฑฒะโก สขุ ะวฑั ฒะโก โหตุ สัพพะทา ฯ

ทกุ ขะโรคะภะยา เวรา โสกา สัตตุ จุปัททะวา
อะเนกา อนั ตะรายาปิ วินัสสันตุ จะ เตชะสา
ชะยะสิทธิ ธะนงั ลาภงั โสตถิ ภาคยงั สุขงั พะลงั

๔๘

บวชนอกพรรษา

สริ ิ อายุ จะ วัณโณ จะ โภคัง วฑุ ฒี จะ ยะสะวา
สะตะวัสสา จะ อายู จะ ชีวะสทิ ธี ภะวันตุ เต ฯ

บทภวตุ สพั พมังคลงั

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รกั ขนั ตุ สัพพะเทวะตา

สพั พะพุทธานภุ าเวนะ สะทา โสตถี ภะวนั ตุ เต

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รกั ขนั ตุ สัพพะเทวะตา

สพั พะธัมมานภุ าเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต

ภะวะตุ สัพพะมังคะลงั รักขนั ตุ สพั พะเทวะตา

สัพพะสงั ฆานภุ าเวนะ สะทา โสตถี ภะวนั ตุ เต

บทสวดกรวดนำ้ (อมิ ินา)

อมิ นิ า ปญุ ญะกัมเมนะ อปุ ชั ฌายา คุณุตตะรา

อาจะรยิ ูปะการา จะ มาตาปติ า จะ ญาตะกา

สุรโิ ย จันทมิ า ราชา คุณะวนั ตา นะราปิ จะ

พ์รัหม์ ะมารา จะ อินทา จะ(ตุ) โลกะปาลา จะ เทวะตา

ยะโม มติ ตา มะนุสสา จะ มัชฌตั ตา เวรกิ าปิ จะ

สพั เพ สัตตา สุขี โหนตุ ปญุ ญานิ ปะกะตานิ เม

สขุ ญั จะ ติวิธงั เทนตุ ขิปปัง ปาเปถะ โว มะตัง ฯ

อิมนิ า ปุญญะกัมเมนะ อมิ นิ า อุททิเสนะ จะ

ขิปปาหัง สุละเภ เจวะ ตณั หุปาทานะเฉทะนัง

เย สนั ตาเน หนิ า ธมั มา ยาวะ นิพพานะโต มะมงั

๔๙

บวชนอกพรรษา

นัสสันตุ สัพพะทาเยวะ ยตั ถะ ชาโต ภะเว ภะเว
อุชจุ ิตตงั สะตปิ ญั ญา สลั เลโข วิริยัมหินา
มารา ละภันตุ โนกาสัง กาตญุ จะ วิรเิ ยสุ เม
พุทธาทปิ ะวะโร นาโถ ธมั โม นาโถ วะรตุ ตะโม
นาโถ ปัจเจกะพุทโธ จะ สงั โฆ นาโถตตะโร มะมัง
เตโสตตะมานุภาเวนะ มาโรกาสงั ละภนั ตุ มา ฯ

บทพจิ ารณากอ่ นฉนั อาหาร

ปฏิสังขา โยนิโส ปณิ ฑะปาตัง ปะฏเิ สวามิ;
เนวะทะวายะ;
นะ มะทายะ;
นะ มัณฑะนายะ;
นะ วิภูสะนายะ;
ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายสั สะ ฐิติยา;
ยาปะนายะ;
วหิ ิงสุปะระตยิ า;
พรัหมะจะรยิ านคุ คะหายะ;
อิติ ปรุ าณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามิ;
นะวัญจะ เวทะนงั นะ อุปปาเทสสามิ;
ยาตรา จะเม ภะวสิ สะติ อะนะวชั ชะตา จะ ผาสุวิหาโร จาติ.

๕๐

บวชนอกพรรษา

๑๓) ศาสนพธิ กี รและชาวบา้ นกลา่ วคำ “ลากลบั บา้ น” ดงั น้ี
(กราบ ๓ ครัง้ )

หนั ทะทานิ มะยัง ภันเต อาปุจฉามะ
พะหุ กจิ จา มะยงั พะหุกะระณยี า ฯ
พระผู้เปน็ ประธานรบั ลากลา่ วคำว่า “ยสั สะทานิ ตุมเ๎ ห กาลงั
มญั ญะถะ” ผลู้ ารับพร้อมกนั ว่า “สาธุ ภนั เต”

(กราบ ๓ คร้ัง)
๑๔) ศาสนพธิ กี รหรอื ตวั แทนชาวบา้ นกลา่ วคำลาขา้ วพระพทุ ธ

คำลาขา้ วพระพทุ ธ
เสสัง มงั คะลา ยาจามิ ฯ

๕๑

บวชนอกพรรษา

บทให้พรตา่ ง ๆ

บทอนโุ มทนาพธิ ี

(พระผเู้ ปน็ ประธานเรมิ่ ) (ชาวบ้านกรวดนำ้ )

ยะถา วารวิ ะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรงั , เอวะเมวะ อิโต ทินนัง
เปตานัง อปุ ะกัปปะติ, อิจฉิตัง ปัตถติ ัง ตมุ หัง ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ, สพั เพ
ปเู รนตุ สงั กปั ปา จันโท ปณั ณะระโส ยะถา มะณิ โชตริ ะโส ยะถา ฯ

(พระรปู อน่ื รบั พรอ้ มกนั )

สพั พีติโย วิวชั ชนั ตุ สพั พะโรโค วินสั สะตุ
มา เต ภะวัตตะวนั ตะราโย สขุ ี ทีฆายุโก ภะวะ
สพั พะโรโค วินัสสะตุ
สัพพีติโย วิวัชชันตุ สขุ ี ทีฆายุโก ภะวะ
มา เต ภะวัตตะวนั ตะราโย สพั พะโรโค วินัสสะตุ
สขุ ี ทีฆายุโก ภะวะ
สัพพีตโิ ย ววิ ชั ชนั ตุ
มา เต ภะวตั ตะวันตะราโย

อะภวิ าทะนะสีลีสสะ นจิ จงั วฑุ ฒาปะจายิโน, จัตตาโร ธมั มา
วฒั ฒนั ติ อายวุ ัณโณ สขุ งั พะลงั .

๕๒

บวชนอกพรรษา

มงคลจักรวาฬนอ้ ย

สัพพะพุทธานุภาเวนะ สัพพะธัมมานภุ าเวนะ สพั พะสังฆานุภาเวนะ
พุทธะระตะนัง ธัมมะระตะนัง สังฆะระตะนัง ติณณัง ระตะนานัง อานุภาเว-
นะ จะตุราสีติสะหัสสะธัมมักขันธานุภาเวนะ ปิฏะกัตตะยานุภาเวนะ ชินะ-
สาวะกานุภาเวนะ สพั เพ เต โรคาสัพเพ เต ภะยา สพั เพ เต อันตะรายา สพั -
เพ เต อุปัททะวาสัพเพ เต ทุนนิมิตตา สัพเพ เต อะวะมังคะลา วินัสสันตุ
อายุวัฑฒะโก ธะนะวัฑฒะโก สิริวัฑฒะโก ยะสะวัฑฒะโก พะละวัฑฒะโก
วัณณะวฑั ฒะโก สุขะวัฑฒะโก โหตุ สัพพะทา ฯ

ทุกขะโรคะภะยา เวรา โสกา สตั ตจุ ปุ ทั ทะวา
อะเนกา อนั ตะรายาปิ วินัสสันตุจะ เตชะสา
ชะยะสทิ ธธิ ะนัง ลาภัง โสตถิภาคยงั สุขงั พะลงั
สริ อิ ายุจะ วัณโณ จะ โภคัง วฑุ ฒี จะ ยะสะวา
สะตะวสั สา จะ อายจู ะ ชวี ะสทิ ธี ภะวันตุ เต ฯ

มงคลจกั รวาลนอ้ ย (ยอ่ )

ระตะนตั ตะยานุภาเวนะ ระตะนตั ตะยะเตชะสา
ทุกขะโรคะภะยา เวรา โสกา สัตตุ จุปทั ทะวา
อะเนกา อนั ตะรายาปิ วินัสสันตุ อะเสสะโต
ชะยะสิทธิ ธะนัง ลาภงั โสตถิภาคย๎ ัง สุขัง พะลงั
สิริ อายุ จะ วณั โณ จะ โภคัง วฑุ ฒี จะ ยะสะวา
สะตะวัสสา จะ อายู จะ ชวี ะสทิ ธี ภะวันตุ เต ฯ

๕๓

บวชนอกพรรษา

อาฏานาฏยิ ะปะรติ ตงั (ยอ่ )

(บทนีไ้ มต่ อ้ งขึ้น ยถา สว่ นใหญ่ใชต้ อนให้พร ภัตตาหารเพล)

สัพพะโรคะวินิมตุ โต สพั พะสันตาปะวชั ชิโต
สัพพะเวระมะตกิ กนั โต นิพพโุ ต จะ ตวุ งั ภะวะ ฯ
สพั พตี ิโย ววิ ัชชนั ตุ สัพพะโรโค วนิ สั สะตุ
มา เต ภะวัตวันตะราโย สุขี ทีฆายุโก ภะวะ
อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจงั วุฑฒาปะจายิโน
จตั ตาโร ธัมมา วฑั ฒนั ติ อายุ วัณโณ สขุ ัง พะลัง ฯ

กาละทานะสตุ ตะคาถา

(นยิ มใหพ้ รตามกาล เช่น กฐนิ )

กาเล ทะทนั ติ สะปญั ญา วะทัญญู วตี ะมจั ฉะรา

กาเลนะ ทนิ นัง อะริเยสุ อุชุภูเตสุ ตาทิสุ

วิปปะสนั นะมะนา ตัสสะ วิปุลา โหติ ทกั ขิณา

เยตตั ถะ อะนุโมทันติ เวยยาวัจจงั กะโรนติ วา

นะ เตนะ ทักขิณา โอนา เตปิ ปญุ ญัสสะ ภาคโิ น

ตัสมา ทะเท อปั ปะฏวานะจิตโต ยตั ถะ ทินนงั มะหปั ผะลัง

ปุญญานิ ปะระโลกสั มิง ปะตฏิ ฐา โหนติ ปาณนิ นั ติ ฯ

๕๔

บวชนอกพรรษา

โภชะนะทานานโุ มทะนาคาถา

(ใหพ้ รงานบณิ ฑบาต ท่วั ไป)

อายโุ ท พะละโท ธโี ร วัณณะโท ปะฏภิ าณะโท
สขุ ัสสะ ทาตา เมธาวี สุขงั โส อะธิคจั ฉะติ
อายงุ ทตั วา พะลงั วัณณัง สุขญั จะ ปะฏภิ าณะโท
ทฆี ายุ ยะสะวา โหติ ยตั ถะ ยตั ถูปะปชั ชะตตี ิ ฯ

ตโิ รกฑุ ฑะกณั ฑะปจั ฉมิ ภาค

(ให้พรงานศพและงานทำบุญอัฐิ)

อะทาสิ เม อะกาสิ เม ญาติมิตตา สะขา จะ เม
เปตานงั ทกั ขิณัง ทชั ชา ปุพเพ กะตะมะนุสสะรัง
นะ หิรณุ ณงั วา โสโกวา ยา วัญญา ปะรเิ ทวะนา
นะตัง เปตานะมตั ถายะ เอวัง ติฏฐันติ ญาตะโย
อะยัญจะโข ทักขณิ า ทินนา สงั ฆมั หิ สุปะติฏฐิตา
ทีฆะรตั ตงั หติ ายสั สะ ฐานะโส อุปะกัปปะติ

โส ญาติธัมโม จะอะยัง นิทัสสโิ ต
เปตานะ ปูชา จะ กะตา อฬุ ารา
พะลญั จะ ภกิ ขูนะมะนุปปะทินนงั
ตุมเหหิปญุ ญงั ปะสุตงั อะนปั ปะกนั ติ ฯ

(กรณีงานหนา้ ศพใหส้ วด อทิ าสิ เม กรณที ำบญุ อฐั ิใหส้ วด อะยญั จะ โข)

๕๕

บวชนอกพรรษา

อคั คปั ปะสาทะสตุ ตะคาถา

(ใหพ้ รงานทั่วไป)

อคั คะโต เว ปะสนั นานัง อคั คัง ธัมมงั วชิ านะตัง
อัคเค พทุ เธ ปะสนั นานัง ทกขิเณยเย อะนุตตะเร
อัคเค ธัมเม ปะสันนานงั วริ าคูปะสะเม สเุ ข
อคั เค สงั เฆ ปะสนั นานัง ปญุ ญักเขตเต อะนุตตะเร
อคั คัสมงิ ทานัง ทะทะตัง อคั คัง ปญุ ญงั ปะวัฑฒะติ
อคั คัง อายุจะ วณั โณ จะ ยะโส กิตติสขุ งั พะลงั
อัคคสั สะ ทาตา เมธาวี อัคคะธมั มะสะมาหโิ ต
เทวะภโู ต มะนสุ โส วา อคั คปั ปตั โต ปะโมทะตีติ ฯ

เทวะตาทสิ สะทักขณิ านโุ มทะนาคาถา

(ให้พรงานท่วั ไป)

ยัสมิง ปะเทเส กปั เปติ วาสัง ปัณฑิตะชาติโย
สีละวนั เตตถะ โภเชตวา สัญญะเต พรัหมะจาริ โน
ยา ตตั ถะ เทวะตา อาสุง ตาสงั ทักขิณะมาทิเส
ตา ปูชติ า ปชู ะยันติ มานิตา มานะยนั ตินงั
ตะโต นงั อะนุกัมปันติ มาตา ปตุ ตงั วะโอระสงั
เทวะตานุกัมปิโต โปโส สะทา ภทั รานปิ ัสสะติ ฯ

๕๖

บวชนอกพรรษา

เทวะตาภสิ มั มนั ตะนะคาถา

(นิยมใหพ้ ร ต่อจากเทวะตาทิสสะทักขณิ า และงานสวดนพเคราะห์ เกยี่ วกับเทวดา)

ยานธี ะ ภูตานิ สะมาคะตานิ ภุมมานวิ า ยานวิ ะ อนั ตะลกิ เข
สพั เพ วะ ภูตา สุมะนา ภะวันตุ อะโถปิ สกั กจั จะ สณุ นั ตุ ภาสิตัง
สภุ าสิตงั กญิ จิปโิ ว ภะเณมุ ปญุ เญ สะตุปปาทะกะรัง อะปา

ปัง
ธมั มูปะเทสงั อะนุการะกานัง ตัสม๎ า หภิ ตู านิ สะเมนตุ สัพเพ
เมตตัง กะโรถะ มานุสิยา ปะชายะ ภูเตสุ พาฬหัง กะตะภตั ตกิ ายะ
ทิวาจะรตั โตจะ หะรันติเย พะลงิ ปัจโจปะการัง อะภกิ งั ขะมานา
เตโข มะนุสสา ตะนุกานภุ าวา ภตู า วเิ สเสนะ มะหิทธิกา จะ
อาทิสสะมานา มะนเุ ชหิ ญาตา ตัสม๎ า หิเน รกั ขะถะ อัปปะ

มัตตา ฯ

อาทยิ ะสตุ ตะคาถา

(นยิ มใหพ้ ร งานทำบญุ ประจำปีของคฤหสั ห์)

ภุตตา โภคา ภจั จา วิตณิ ณา อาปะทาสุ เม
อุทธคั คา ทักขณิ า ทนิ นา อะโถ ปัญจะ พะลี กะตา
อปุ ฏั ฐิตา สลี ะวันโต สญั ญะตา พรัหมะจาริโน
ยะทตั ถัง โภคะมจิ เฉยยะ ปัณฑโิ ต ฆะระมาวะสัง
โส เม อัตโถ อะนปุ ปตั โต กะตงั อะนะนุตาปยิ ัง
เอตงั อะนสุ สะรงั มจั โจ อะริยะธมั เม ฐิโต นะโร

๕๗

บวชนอกพรรษา

อเิ ธวะ นงั ปะสังสนั ติ เปจจะ สคั เค ปะโมทะตีติ ฯ

วหิ าระทานะคาถา

(อนโุ มทนาในการถวายกฏุ ิวหิ ารแกส่ งฆ์)

สตี ัง อุณหงั ปะฏหิ ันติ ตะโต วาฬะมคิ านิ จะ
สริ ิงสะเป จะ มะกะเส สสิ เิ ร จาปิ วุฏฐโิ ย
ตะโต วาตาตะโป โฆโร สัญชาโต ปะฏหิ ัญญะติ
เลนตั ถัญจะ สขุ ัตถัญจะ ฌายติ ุง จะ วปิ สั สติ ุง
วหิ าระทานัง สังฆัสสะ อคั คัง พุทเธหิ วัณณติ ัง
ตสั ม๎ า หิปณั ฑโิ ต โปโส สมั ปสั สัง อัตถะมตั ตะโน
วหิ าเร การะเย รัมเม วาสะเยตถะ พะหุสสุเต
เตสัง อันนญั จะ ปานัญจะ วตั ถะเสนาสะนานิ จะ
ทะเทยยะ อชุ ภุ เู ตสุ วิปปะสันเนนะ เจตะสา
เต ตัสสะธัมมงั เทเสนติ สัพพะทุกขาปะนูทะนัง
ยัง โส ธัมมะมิธัญญายะ ปะรนิ ิพพาตะยะนาสะโวติ ฯ

โส อตั ถะลทั โธ

(นิยมให้พรในงานฉลองพระใหมห่ รืออนุโมทนาในงานมงคลทวั่ ไป)

ภตุ ตา โภคา ภัจจา วติ ิณณา อาปะทาสุ เม
อทุ ธัคคา ทักขณิ า ทนิ นา อะโถ ปญั จะ พะลี กะตา
อุปฏั ฐิตา สีละวันโต สัญญะตา พรหั มะจาริโน
ยะทัตถัง โภคะมิจเฉยยะ ปัณฑิโต ฆะระมาวะสัง

๕๘

โส เม อตั โถ อะนปุ ปตั โต บวชนอกพรรษา
เอตงั อะนุสสะรัง มัจโจ
อิเธวะ นัง ปะสงั สันติ กะตัง อะนะนตุ าปยิ ัง
อะรยิ ะธมั เม ฐโิ ต นะโร
เปจจะ สัคเค ปะโมทะตีติ

๕๙

บวชนอกพรรษา

บทสวดมนตป์ ระจำวนั
(สำหรบั ประชาชน)

เมื่อครั้งผู้เรียบเรียงเป็นฆราวาส (ช่วงกำลังศึกษาอยู่ระดับชั้น ม.ปลาย) ได้มี
โอกาสศึกษาหนังสือ “นิมิตกฎแห่งกรรม” โดยพระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรญั
ฐิตธมโฺ ม) จึงเกดิ ความเลอ่ื มใสและได้น้อมนำบทสวดมนต์ตามแบบฉบับของหลวงพ่อมา
ปฏิบัติปรับใช้ในชีวิตประจำวัน (ทุกวันพระ) ในโอกาสนี้ก็มีจิตอันเป็นกุศลท่ีปรารถนา
จะเผยแผ่บทสวดมนต์ดังกล่าวให้พุทธศาสนิกชนทุกท่านได้ใช้เป็นแนวทางสืบไป อันจะ
เป็นการธำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้หากท่านทั้งหลาย
ตลอดจนลูกหลานทุก ๆ คน สามารถยึดถือปฏิบัติได้ทุกวันก็จะเป็นกุศลอันดียิ่ง ดังที่
หลวงพ่อได้กลา่ วถงึ อานสิ งสข์ องการสวดมนตไ์ ว้วา่ …

๑. ลกู หลานจะมรี ะเบยี บวินัยท่ดี ี

๒. ลูกหลานจะไม่เถียง จะเคารพเชื่อฟงั พ่อแม่ เขาจะรูว้ า่ เขาเป็นเด็ก
หรอื ผู้ใหญ่ จะวางตัวไดเ้ หมาะสม

๓. เมื่อเจริญวัยหนุ่มสาว ก็จะเป็นลูกหลานที่ดีของพ่อแม่ เป็น
พลเมอื งที่ดีของสงั คมและประเทศชาติ

๔. ผู้ที่สวดและปฏิบัติเป็นประจำจะเจริญรุ่งเรือง วัฒนาสถาพร
จะรวย จะสวย จะมีปัญญา จะสมประสงค์ในสิ่งที่ดีงามตลอดไป
ทกุ ประการ

(พระธรรมสิงหบรุ าจารย์ (หลวงพอ่ จรัญ ฐติ ธมโฺ ม), ๒๕๕๘ : ๔๔)

๖๐

บวชนอกพรรษา

๑. บทบชู าพระรัตนตรยั
อิมนิ า สักกาเรนะ พุทธงั อะภิปูชะยามิ
อมิ นิ า สักกาเรนะ ธมั มัง อะภิปูชะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปชู ะยามิ

๒. บทกราบพระรตั นตรยั
อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา
พทุ ธัง ภะคะวนั ตัง อะภิวาเทมิ (กราบ ๑ ครั้ง)
ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
ธมั มงั นะมัสสามิ (กราบ ๑ ครง้ั )
สปุ ะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สงั ฆงั นะมามิ (กราบ ๑ คร้ัง)

๓. บทนอบนอ้ มพระพุทธเจา้
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธสั สะ (วา่ ๓ จบ)

๔. บทสรรเสรญิ คณุ พระรตั นตรยั (อสิ ว๎ าส)ุ
อติ ปิ ิ โส ภะคะวา อะระหงั สัมมาสมั พทุ โธ วชิ ชาจะระณะสมั ปันโน
สุคะโต โลกะวทิ ู อะนตุ ตะโร ปุรสิ ะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนสุ สานงั
พุทโธ ภะคะวาติ

๖๑

บวชนอกพรรษา

ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลโิ ก เอหปิ สั สโิ ก
โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทติ ัพโพ วญิ ญหู ีติ (อ่านว่า วิญญูฮีติ)

สปุ ะฏิปนั โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อชุ ุปะฏปิ นั โน ภะคะวะโต
สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปนั โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจปิ ะฏิปันโน
ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ ยะททิ ัง จตั ตาริ ปุริสะยุคานิ อฏั ฐะ ปุรสิ ะปุคคะลา
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ อาหเุ นยโย ปาหุเนยโย ทกั ขิเณยโย อญั ชะลี-
กะระณีโย อะนุตตะรงั ปญุ ญักเขตตงั โลกสั สาติ

๕. บทพุทธชยั มงคลคาถา (พาหงุ ฯ)

๑. พาหงุ สะหสั สะมะภนิ มิ มติ ะสาวุธันตงั ค๎รีเมขะลัง อุทติ ะโฆระสะ-
เสนะมารงั ทานาทิธมั มะวธิ นิ า ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เม*
ชะยะมังคะลานิ

๒. มาราติเรกะมะภิยชุ ฌติ ะสัพพะรตั ตงิ โฆรัมปะนาฬะวะกะมกั ขะ-
มะถัทธะยักขงั ขนั ตสี ุทนั ตะวิธนิ า ชติ ะวา มุนนิ โท ตนั เตชะสา ภะวะตุ เม*
ชะยะมงั คะลานิ

๓. นาฬาคิรงิ คะชะวะรังอะติมัตตะภตู ัง ทาวัคคจิ กั กะมะสะนีวะ
สุทารุณนั ตัง เมตตัมพุเสกะวธิ ินา ชติ ะวา มุนนิ โท ตนั เตชะสา ภะวะตุ เม*
ชะยะมังคะลานิ

* ถ้าสวดให้คนอ่ืนเปลยี่ น เม เป็น เต

๖๒

บวชนอกพรรษา

๔. อกุ ขติ ตะขัคคะมะตหิ ัตถะ สุทารณุ นั ตัง ธาวนั ตโิ ยชะนะปะถังคุ-
ลิมาละวันตัง อิทธีภสิ ังขะตะมะโน ชติ ะวา มุนนิ โท ตนั เตชะสา ภะวะตุ เม*
ชะยะมงั คะลานิ

๕. กัตตว๎ านะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา จญิ จายะ ทฏุ ฐะวะ
จะนัง ชะนะกายะมชั เฌ สันเตนะ โสมะวิธนิ า ชิตะวา มนุ ินโท ตนั เตชะสา
ภะวะตุ เม* ชะยะมังคะลานิ

๖. สัจจงั วิหายะ มะตสิ จั จะกะวาทะเกตุง วาทาภิโรปิตะมะนัง
อะติอนั ธะภตู งั ปญั ญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มนุ ินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ
เม* ชะยะมังคะลานิ

๗. นันโทปะนันทะภชุ ะคัง วพิ ุธงั มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ
ทะมาปะยันโต อิทธูปะเทสะ วิธินา ชิตะวา มุนนิ โท ตนั เตชะสา ภะวะตุ เม*
ชะยะมังคะลานิ

๘. ทคุ คาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทฏั ฐะหตั ถัง พ๎รหั ๎มัง (อา่ นว่า พรมั มัง)
วิสุทธชิ ุตมิ ิทธิพะกาภิธานัง ญาณาคะเทนะ วิธนิ า ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะ-
สา ภะวะตุ เม* ชะยะมังคะลานิ

๙. เอตาปิ พทุ ธะชะยะมงั คะละอฏั ฐะคาถา โยวาจะโน ทินะทิเน
สะระเต มะตนั ที หิตวานะ เนกะววิ ธิ านิ จุปทั ทะวานิ โมกขัง สขุ งั อะธิคะ-
เมยยะ นะโร สะปญั โญ

๖๓

บวชนอกพรรษา

๖. บทชยั ปรติ ร (มหากาฯ)

มหาการณุ ิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินงั
ปูเรต๎วา ปาระมี สัพพา ปัตโต สมั โพธิมุตตะมัง
เอเตนะ สจั จะวัชเชนะ โหตุ เม* ชะยะมงั คะลงั
สกั ย๎ านงั นนั ทิวฑั ฒะโน
ชะยนั โต โพธิยา มเู ล ชะยามิ๑ ชะยะมังคะเล
เอวงั อะหัง วชิ ะโย โหหิ สเี ส ปะฐะวิโปกขะเร
อะปะราชิตะปลั ลงั เก อัคคัปปตั โต ปะโมทะติ
อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง สปุ ะภาตงั สุหุฏฐติ ัง
สนุ กั ขตั ตงั สุมงั คะลงั สุยิฏฐงั พ๎รหั ๎มะจารสิ ุ
สุขะโณ สุมหุ ตุ โต จะ วาจากัมมงั ปะทักขณิ ัง
ปะทกั ขิณัง กายะกมั มัง ปะณธิ ี เม* ปะทักขณิ า
ปะทักขณิ ัง มะโนกัมมัง ละภนั ตัตเถ ปะทกั ขิเณ
ปะทักขณิ านิ กตั ๎วานะ

* ถ้าสวดให้คนอืน่ เปลีย่ น เม เปน็ เต
๑ ถ้าสวดใหผ้ อู้ ่ืนคำทีข่ ีดเส้นใต้ใหเ้ ปลยี่ นเป็น ตะวงั วชิ ะโย โหหิ ชะยสั สุ

๖๔

บวชนอกพรรษา

๗. บทสพั พมงคลคาถา

ภะวะตุ สพั พะมังคะลัง รักขันตุ สพั พะเทวะตา

สัพพะพทุ ธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวนั ตุ เม*

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขนั ตุ สัพพะเทวะตา

สัพพะธัมมานภุ าเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม*

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รกั ขันตุ สัพพะเทวะตา

สัพพะสังฆานภุ าเวนะ สะทา โสตถี ภะวนั ตุ เม*

๘. บทอติ ิปโิ ส เทา่ อายุ + ๑

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสมั ปนั โน
สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง
พุทโธ ภะคะวาติ

(สวดเกินอายุ ๑ จบ เช่น อายุ ๑๘ ปี สวด ๑๙ จบ วิธีนับอาจใช้วิธีหยอด
เรียญใส่กระปุก ๑ เรียญต่อ ๑ จบ หรือหากชำนาญแล้วอาจกำหนดจิตนับนิ้วมือเอาก็
ได้ ตามแต่ความถนดั ของบุคคล)

* ถา้ สวดให้คนอื่นเปลีย่ น เม เป็น เต

๖๕

บวชนอกพรรษา

๙. บทพระคาถาชนิ บญั ชร

๑. ชะยาสะนากะตา๑ พุทธา เชต๎วา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสจั จาสะภัง ระสงั เย ปิวิงสุ นะราสะภา.
อัฏฐะวีสะติ นายะกา
๒. ตณั หังกะราทะโย พทุ ธา มัตถะเกเต มนุ สิ สะรา.
สพั เพ ปะติฏฐติ า มัยหงั พุทโธ ธัมโม ทะวโิ ลจะเน
อุเร สพั พะคุณากะโร.
๓. สเี ส ปะติฏฐโิ ต มัยหงั สารปี ุตโต จะทกั ขิเณ
สงั โฆ ปะติฏฐิโต มยั หงั โมคคลั ลาโน จะ วามะเก.
อาสุง อานันทะราหุลา
๔. หะทะเย เม อะนรุ ทุ โธ อภุ าสงุ วามะโสตะเก.
โกณฑญั โญ ปิฏฐิภาคสั ๎มงิ ๒ สรุ โิ ยวะ ปะภังกะโร
โสภโิ ต มนุ ปิ ุงคะโว
๕. ทกั ขิเณ สะวะเน มัยหัง มะเหสี จติ ตะ วาทะโก
กัสสะโป จะ มะหานาโม ปะติฏฐาสิ คณุ ากะโร.
อุปาลี นนั ทะสวี ะลี
๖. เกสันเต ปฏิ ฐิภาคสั ๎มิง นะลาเต ตลิ ะกา มะมะ.
นิสนิ โน สิริสัมปันโน

๗. กุมาระกสั สโป เถโร
โส มัยหงั วะทะเน นจิ จัง

๘. ปณุ โณ อังคลุ ิมาโร จะ
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา

๑ บางแหง่ เปน็ ชะยาสะนากะตา ใชไ้ ด้เหมอื นกัน
๒ อา่ นว่า ปิด – ถิ – พา – คัด - สะมิง

๖๖

๙. เสสาสีติ มะหาเถรา บวชนอกพรรษา
เอเตสตี ิ มะหาเถรา
ชะลันตา สลี ะเตเชนะ วชิ ิตา ชนิ ะสาวะกา
ชติ ะวนั โต ชโิ นระสา
๑๐. ระตะนัง ปรุ ะโต อาสิ อังคะมังเคสุ สณั ฐติ า.
ธะชคั คงั ปัจฉะโต อาสิ ทักขเิ ณ เมตตะสตุ ตะกัง
วาเม อังคุลิมาละกัง
๑๑. ขันธะโมระปะรติ ตญั จะ อาฏานาฏยิ ะสุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนงั อาสิ เสสา ปาการะสณั ฐิตา
สัตตปั ปาการะลังกะตา
๑๒. ชินาณา วะระสังยตุ ตา พาหริ ชั ฌตั ตปุ ทั ทะวา.
วาตะปิตตาทะสญั ชาตา อะนนั ตะชินะเตชะสา
สะทา สมั พุทธะปัญชะเร.
๑๓. อะเสสา วนิ ะยัง ยันตุ วิหะรนั ตัง มะหตี ะเล
วะสะโต เม สะกิจเจนะ เต มะหาปุรสิ าสะภา.
สุคตุ โต สรุ กั โข
๑๔. ชินะปัญชะระมชั ฌัมหิ ชิตปุ ัททะโว
สะทา ปาเลนตุ มงั สพั เพ ชิตาริสังโฆ
ชติ นั ตะราโย
๑๕. อจิ เจวะมันโต จะรามิ ชนิ ะปัญชะเรติ.
ชินานภุ าเวนะ
ธัมมานุภาเวนะ
สงั ฆานภุ าเวนะ
สทั ธมั มานุภาวะปาลิโต

๖๗

บวชนอกพรรษา

๑๐. บทแผเ่ มตตาใหต้ นเอง

อะหงั สขุ โิ ต โหหิ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข
นทิ ทุกโข โหหิ ปราศจากความทุกข์
อะเวโร โหหิ ปราศจากเวร
อพั ๎ยาปชั โฌ โหหิ ปราศจากอุปสรรคอนั ตราย
และความเบยี ดเบียนทง้ั ปวง
อะนโี ฆ โหหิ ปราศจากความทุกขก์ ายทกุ ข์ใจ
สขุ ี อตั ตานงั ปะรหิ ารามิ มคี วามสขุ กายสขุ ใจ รกั ษาตนให้
รอดพ้นจากทุกขภ์ ัยทงั้ สน้ิ เถดิ

๑๑. บทแผเ่ มตตาใหส้ รรพสัตว์

สัพเพ สตั ตา,
สัตว์ทัง้ หลายทีเ่ ปน็ เพื่อนทุกข์ เกดิ แกเ่ จบ็ ตายดว้ ยกนั ทัง้ หมดท้ังสิ้น

อะเวราโหนตุ,
จงเปน็ สขุ เป็นสขุ เถิด อย่าไดม้ ีเวรต่อกนั และกนั เลย

อพั ๎ยาปชั ฌา โหนตุ,
จงเปน็ สุขเปน็ สุขเถิด อยา่ ไดพ้ ยาบาทเบยี ดเบียนซ่ึงกนั และกันเลย

อนฆี า โหนต,ุ
จงเป็นสขุ เปน็ สุขเถดิ อย่าไดม้ ีความทุกขก์ ายทุกขใ์ จเลย

สขุ ี อตั ตานงั ปะรหิ ะรนั ตุ.
จงมีความสุขกายสขุ ใจ รกั ษาตนให้รอดพ้นจากทกุ ข์ภัยท้ังสน้ิ เถดิ

๖๘

บวชนอกพรรษา

๑๒. บทแผส่ ว่ นกุศล
อทิ ัง เม มาตาปติ นู งั โหตุ, สขุ ติ า โหนตุ มาตาปติ ะโร

ขอสว่ นบุญนี้ จงสำเร็จแก่มารดาบิดาของขา้ พเจา้
ขอให้มารดา บิดาของขา้ พเจ้า มคี วามสุข
อทิ ัง เม ญาตนี งั โหตุ, สขุ ติ า โหนตุ ญาตะโย
ขอสว่ นบญุ น้ี จงสำเรจ็ แก่ญาตทิ ง้ั หลายของข้าพเจ้า
ขอใหญ้ าติทง้ั หลายของขา้ พเจา้ มีความสุข
อทิ งั เม ครุ ปู ชั ฌายาจรยิ านงั โหตุ, สขุ ติ า โหนตุ ครุ ูปชั ฌายาจริยา
ขอสว่ นบุญน้ี จงสำเร็จแก่ครู อปุ ัชฌาย์ อาจารย์ของข้าพเจ้า
ขอให้ครู อปุ ัชฌาย์ และอาจารย์ของขา้ พเจา้ มคี วามสขุ
อทิ งั สพั พะเทวะตานงั โหตุ, สขุ ิตา โหนตุ สัพเพเทวา
ขอสว่ นบุญนี้ จงสำเร็จแก่เทวดาท้ังหลาย
ขอใหเ้ ทวดาทั้งหลายท้ังปวง มีความสขุ
อทิ งั สพั พะเปตานงั โหตุ, สขุ ติ า โหนตุ สพั เพ เปตา
ขอสว่ นบญุ นี้ จงสำเรจ็ แก่เปรตทั้งหลาย
ขอให้เปรตท้งั หลายทั้งปวง มีความสุข

๖๙

บวชนอกพรรษา

อทิ ัง สพั พะเวรนี งั โหตุ, สขุ ติ า โหนตุ สัพเพเวรี

ขอส่วนบุญน้ี จงสำเร็จแกเ่ จ้ากรรมนายเวรทัง้ หลาย
ขอให้เจา้ กรรมนายเวรทง้ั หลาย มีความสุข

อทิ ัง สพั พะสตั ตานงั โหตุ, สขุ ติ า โหนตุ สพั เพ สตั ตา

ขอส่วนบญุ น้ีจงสำเรจ็ แก่สัตวท์ ้ังหลาย
ขอใหส้ ตั ว์ทัง้ หลาย มีความสุขท่ัวหนา้ กนั เทอญ

๑๓. บทแผส่ ว่ นกุศล

อิทัง ปุญญะผะลัง ด้วยอานิสงส์แห่งบุญทีข่ ้าพเจ้าได้บำเพ็ญมาแลว้
นี้ ข้าพเจ้าขออุทิศแก่บิดา มารดา ครูอาจารย์ ญาติสนิทมิตรสหาย ผู้มี
บุญคุณทกุ ท่าน เทพไท้เทวาทุกหมเู่ หลา่ เจา้ กรรมนายเวรท้ังหลาย ตลอดถึง
สรรพสตั วท์ ้งั หลายใน ๓๑ ภพภมู ิ จำแนกเป็น ๑๖ ชน้ั ฟ้า ๑๕ ชน้ั ดนิ ทัง้ หมด
ท้ังส้นิ ทงั้ ทรี่ ะลกึ ได้ก็ดี ระลึกไม่ไดก้ ็ดี จงเป็นผู้มสี ่วนไดร้ บั ผลบญุ ของข้าพเจ้า
โดยท่วั หนา้ กัน ท่านทีก่ ำลงั มที ุกข์ขอให้พน้ จากทุกข์ ท่านที่กำลังมีสุขก็ขอให้
สุขย่งิ ๆ ขึน้ ไป

และด้วยอานสิ งส์แห่งการสวดมนต์ แผ่เมตตา และอุทิศบุญให้ครั้งน้ี
จงเป็นพลวปัจจัยหนุนส่งให้ข้าพเจ้ามีสุขทุกสถาน มีความเกษมสำราญใน
กาลทุกเมื่อ มีสุขภาพแข็งแรงปราศจากทุกข์โศก โรคภัย สมหวังในสิ่งที่
ปรารถนา อย่าได้พบพานกับอันตรายใด ๆ และเมื่อมีเหตุปัจจัยถึงพร้อม
ขอให้ข้าพเจ้าได้รู้แจ้งในธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สำเร็จ

๗๐

บวชนอกพรรษา

พระอริยบุคคล ก้าวพ้นซึ่งวัฏสงสาร ถึงบรมสุขนิพพานในเร็ววันด้วยเทอญ
สาธุ.

๑๔. คำขออโหสกิ รรมและอธษิ ฐานบญุ

ข้าพเจ้าขออโหสิกรรม กรรมอนั ใดท่ขี า้ พเจา้ เคยไดล้ ว่ งเกินแล้ว ทาง
กายก็ดี ทางวาจาก็ดี ทางใจก็ดี เจตนาก็ดี มิได้เจตนาก็ดี ในชาติก่อนก็ดี ใน
ชาตินี้ก็ดี ทั้งที่เป็นมนุษย์ก็ดี เทพเทวดาก็ดี พระพรหมก็ดี สัตว์ดิรัจฉานก็ดี
สัตว์นรกก็ดี เปรตก็ดี อสุรกายก็ดี พระภูมิเจ้าที่ ภูตผีปีศาจ ดวงจิตวญิ ญาณ
ทั้งหลายก็ดี ทั้งที่ระลึกได้ก็ดี ระลึกไม่ได้ก็ดี ที่ท่องเที่ยวอยู่ในวัฏสงสาร ๓๑
ภูมิ เสวยสุขอยู่ก็ดี เสวยทุกข์อยู่ก็ดี ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง
จงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า เพิ่มพนู บารมีแกต่ น อยา่ ไดม้ ีเวรตอ่ กันอกี เลย

และกรรมใด ๆ ทใี่ คร ๆ ไดล้ ว่ งเกนิ แล้วแกข่ า้ พเจา้ ทง้ั ทางกายทวาร
วจีทวาร มโนทวาร ทั้งที่ได้ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ไม่ว่าจะในชาตินี้หรือชาติ
ไหน ๆ ก็ตาม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้ท่านเหล่านั้น ยกถวายพระพุทธเจ้า
เป็นอภยั ทาน เพือ่ จะได้ไมม่ เี วรมีกรรมต่อกัน

ด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้า ครอบครัว บุตรหลาน
ตลอดวงศาคณาญาติ บดิ ามารดา ครบู าอาจารย์ และผู้มีอุปการคุณทั้งหลาย
ของข้าพเจ้า จงมีแต่ความสุข ความเจริญ ปฏิบัติสิ่งใดที่เป็นไปในทางทีช่ อบ
ประกอบดว้ ยธรรม ขอส่งิ นั้นจงสำเร็จเผลด็ ผลดังปรารถนาต้องการ เข้าถึงซึ่ง
พระนพิ พานในเร็ววนั ด้วยเถิด สาธุ สาธุ สาธุ.

(นง่ั สมาธผิ อ่ นคลายจติ ใจ ๑๐ – ๒๐ นาที หรือแลว้ แตส่ ะดวก)

๗๑

บวชนอกพรรษา

คำถวายหนงั สอื สวดมนต์

ยัคเฆ ภนั เต สงั โฆ, ปะฏีชานาตุ, มะยัง ภนั เต, เอตงั ปะริตตะคนั ถัง,
สะปะริวารงั , พุทธสั สะ ปชู ะนัตถายะ, สงั ฆสั สะ, นยิ ยาเทมะ, สาธุ โน ภันเต,
อะยัง พุทธัตสะ, ปูชะนัตถายะ, ปริตตะคันถัสสะ, ทานัสสะ อานิสังโส, อัม
หากญั เจวะ, มาตาปิตอุ าทีนญั จะ, ปยิ ะชะนานัง, ทีฆะรัตตงั , หติ ายะ, สปุ ายะ
, สังวัตตะตุ ฯ

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ขอพระสงฆ์จงรับทราบ ขา้ พเจ้าทั้งหลาย ขอ
มอบถวาย หนังสือสวดมนต์ พร้อมกับของบริวารนี้ แก่สงฆ์ เพื่อเป็นพุทธ
บูชา ขออานิสงส์ แห่งการถวายหนังสือสวดมนต์ เพื่อเป็นพุทธบูชานี้ ของ
ข้าพเจ้าทั้งหลาย จงเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย
ดว้ ย แกป่ ิยชนทั้งหลาย มมี ารดาบดิ าเป็นตน้ ด้วยสิ้นกาลนาน เทอญฯ

คำถวายดอกไมธ้ ปู เทยี นเพอ่ื บชู า

อิมานิ, มะยัง ภันเต, ทีปะธูปะปุปผะวะรานิ, ระตะนัตตะยัสเสวะ,
อะภิปูเชมะ, อัมหากัง, ระตะนัตตะยัสสะ, บูชา ทีฆะรัตตัง, หิตะสุขาวะหา
โหตุ, อาสะวักขะยปั ปตั ติยา ฯ

๗๒

บวชนอกพรรษา

ข้าแต่พระคณุ เจ้าทง้ั หลายผูเ้ จริญ ข้าพเจา้ ท้ังหลาย ขอบชู าธูปเทียน
และดอกไม้ อันประเสริฐเหล่านี้ แก่พระรัตนตรัย กิริยาที่บูชาแก่พระ
รัตนตรัยนี้ จงเป็นผลนำมา ซึ่งประโยชน์และความสุข แต่ข้าพเจ้าทั้งหลาย
สนิ้ กาลนาน จงเป็นไปเพื่อใหถ้ ึง ซึ่งพระนิพพาน เปน็ ที่สน้ิ ไปแห่งอาสวะกิเลส
เทอญฯ

คำจบขนั ขา้ วใสบ่ าตร
ข้าวของข้าพเจ้า ขาวดังดอกบัว ยกขึ้นเหนือหัว ถวายแด่พระสงฆ์
จิตใจจำนง ตรงตอ่ พระนพิ พานฯ

๗๓

บวชนอกพรรษา

สารัตถะธรรม

ชีวติ เปรยี บดังเรอื นอ้ ยล่องลอยอยูก่ ลางทะเลแหง่ อารมณ์
แดด ฝน ลม ฟ้า นำพาทศิ ทางเรือ

ใบไมแ้ ห้งติดไฟได้ง่ายฉนั ใด จิตใจทม่ี ิได้ฝกึ ฝน และยงั ไวซ้ ่งึ ความชุม่ ฉ่ำแหง่
“กศุ ลกรรม” ยอ่ มนำเราเขา้ ใกล้ไฟ “กิเลส” ได้งา่ ยฉันนั้น

สตมิ ลี กั ษณะ ๒ ประการ
๑) อปลิ าปนลักขณาสติ = คอยเตือนให้นึกถึงกศุ ลธรรม (เตือน)
๒) อุปคณั หณลักณาสติ = ชักชวนใจใหย้ ึดถือกุศลธรรม (คดั กรองดี

ชั่ว)

รู้พนิ จิ สง่ิ ใดดีไม่ดี ร้ชู ช้ี วนกุศลธรรมใหบ้ งั เกดิ แกส่ ันดาน สิ่งนัน้ เรียกวา่ “สติ”

๗๔

บวชนอกพรรษา

สมาธเิ ปน็ ใหญเ่ หนือกุศลกรรมท้งั ปวง ซ่งึ มลี ักษณะดังน้ี
๑) สมาธปิ มุขา = สมาธเิ ปน็ ประธาน
๒) สมาธนิ นิ นา = สมาธเิ ป็นจอม
๓) สมาธโิ ปณา = สมาธเิ ป็นเง้ือม
๔) สมาธปิ พฺการา = สมาธิปกงำ

ปัญญา (โอภาสลักขณปัญญา) มีลักษณะคือ ขจัดความเขลา
(อวิชชา) นำทางเราสู่แสงสว่าง (วิชชา) ทั้งนี้อุปมาอวิชชาคือความมืด วิชชา
คือโคมไฟ เมอ่ื ใดโคมไฟติดความมดื มดิ ก็มลาย ฉันใดก็ฉันนั้น

ไมว่ ่ากุศลกรรมใด ๆ ต่างมหี มุดหมายเดยี วกนั เพียงแต่มลี ักษณะเฉพาะเพ่อื
สง่ เสริมซ่งึ กนั และกนั

จติ เกิดรูป รปู เกิด เมื่อเกดิ ไมอ่ าจกลายเปน็ อ่นื แม้ชีวิตจะวิวฒั นาไปมาก
ชวี ติ นั้นก็ยังเปน็ ชวี ติ เดิม

๗๕

บวชนอกพรรษา

เมอ่ื ตายจะเกิดหรือไมก่ ลบั มาเกดิ อีก
ขอ้ นี้อาศัยเหตุปจั จัยจากภายในตัวบคุ คลย่อมรู้ไดเ้ อง อนุมานวา่ หากตวั เรา
ทำดกี ็ย่อมรู้วา่ ดี ทำช่ัวก็ย่อมรู้วา่ ชั่ว จะทำช่วั แล้วไดด้ กี ห็ าไม่ (ทน่ี คี้ ือพระ

อรหันต์)

ญาณกับปัญญาคืออย่างเดยี วกัน ปัญญาเกิดและดบั โดยกจิ ของปญั ญานน้ั ๆ
คงเหลือไว้เพยี งผลของกิจน้ัน ๆ นั่นคือ “ไตรลักษณ์”

นพิ พานถึงไดด้ ว้ ยจติ ใจ ต่อให้เปน็ ร่างสดุ ท้ายแห่งชีวติ
กจ็ ะประสบทุกขเวทเพยี งรา่ งนน้ั จิตใจหาได้ประสบดว้ ยไม่

สขุ อาจกำเนิดไดจ้ ากทง้ั กศุ ลและอกุศล เหตุสบื เนอ่ื งมาจากสขุ
เวทนามี ๑๐๘ ประการ

อธิบายโดยง่าย บางคนอาจจะมีความสุขเพราะโลภ (และได้ในสิ่งท่ี
โลภ ซึ่งจะนำทุกข์มาให้ต่อไป นั่นคือ เมื่อไม่ได้ในสิ่งที่โลภ จึงถือเป็นอกุศล
ฝ่ายหนึง่ ) บางคนอาจจะมีความสุขเพราะไม่โลภ (เนื่องจากเห็นแจ้งแหง่ แสง
ธรรมแลว้ จึงถือเป็นกศุ ลฝา่ ยหนงึ่ )

๗๖

บวชนอกพรรษา

ผลท่ีเกิดขึ้นใด ๆ ย่อมมเี หตุเป็นท่มี า

จะเกดิ อกี หรือไม่เกดิ พสิ จู น์ได้ด้วยตัวบคุ คล หาใชก่ ารวิพากษว์ จิ ารณไ์ ม่
หากยงั มีความยดึ มนั่ ถือมัน่ กต็ ้องเกดิ หากละความยึดมน่ั ถอื มั่นไดก้ ็ไม่เกดิ

เมื่อตาย อาจไปเกิดภพชาตติ ่อไป หรอื เกิดภพชาตนิ ้ีหรือไม่เกดิ แล้ว น่นั คอื
เขา้ สู่นพิ พาน

มลู เหตแุ ห่งอดีต = อวชิ ชา, สงั ขาร
มูลแหง่ แห่งอนาคต = ชาติ, ชรา, มรณา
มูลแห่งแหง่ ปัจจุบัน = วญิ ญาณ, นามรูป, สฬายตนะ, ผัสสะ,
เวทนา, ตณั หา, อุปาทาน, ภวะ

กาลเบอ้ื งตน้ จดุ เร่ิมตน้ แห่งอดตี มิอาจคน้ พบได้

ส่ิงไมม่ ีได้มีขนึ้ และพลัดพรากสิ้นไป สง่ิ นีเ้ รียกว่า “กาลเวลามเี บอ้ื งตน้ และ
สน้ิ สุด” ทั้งน้ีส่ิงไม่มจี ะมีขนึ้ ได้ก็ด้วยบญุ กรรม ดี - ช่วั

๗๗

บวชนอกพรรษา

สงิ่ ท่ีมีอยู่และมีขึน้ ได้อีก เชน่
ตา - เหน็ รูป - เกิดความรู้สึก

องค์ประกอบของตัวตนมหี น้าทแ่ี ตกตา่ งกนั และไมส่ ามารถล่วงรูไ้ ด้ทกุ อย่าง
หรอื ทดแทนหนา้ ทซ่ี ่ึงกนั และกนั ไม่ได้ ทัง้ น้ีแตล่ ะองค์ประกอบจะเป็นเหตุซงึ่

กันและกนั ไป

สุขทกุ ขเ์ กดิ จากเจตนา เจตนานำไปสูก่ ารกระทำ

วญิ ญาณ มลี ักษณะรู้
วติ ก คอื นำอารมณ์ท่เี กิดขนึ้ มาสรา้ งเรื่องราว
วจิ าณ คอื อารมณท์ ส่ี ืบเน่ืองจากวิตก มลี ักษณะผกู พันช่วั ระยะก่อน
จางหาย

นกกบั ววั ขน้ึ ชือ่ ว่าเปน็ สัตว์ไม่ตา่ งกนั แต่เลย้ี งดลู ูกตา่ งกัน มนษุ ยต์ า่ งบา้ น จะ
เลย้ี งดูลูกให้เหมือนกนั ไดอ้ ย่างไร

ใยจงึ กลา้ ไปสอนคนอน่ื
ตัวเองยังสอนตวั เองไม่ไดเ้ ลย

๗๘

บวชนอกพรรษา

ฝึกกายไมฝ่ ึกใจก็ไมพ่ อดี
ฝกึ ใจไมฝ่ ึกกายกไ็ มพ่ อดี
ดงั น้นั จึงควรฝึกทงั้ กายฝกึ ท้ังใจจะพอดี

อุปมา "เสยี งกลอง" คอื พระพุทธองค์
"ตัวกลอง" คือธรรมแห่งพระพุทธองค์
"บุคคลตีกลอง" คือผู้บูชาธรรมแห่งพระพุทธองคน์ นั้
เหตุน.้ี .. เม่อื ผใู้ ดตกี ลองแล้วเกิดเสียงฉนั ใด
ผ้บู ูชาแล้วซ่ึงธรรมจึงยัง "กศุ ลประโยชน์" ใหเ้ กิดขึน้ แก่บคุ คลนั้น ฉนั นนั้

มองให้งามคือมองอยา่ งเปน็ ธรรมดา

ตะวันออกรงุ่ แลว้ บอกยาม
สรรพส่ิงสตั วเ์ คียงคราม เร่ิมร้อง
ชวี ีนี่เองงาม ควรมงุ่ มีหวงั
เราเร่งธรรมดพี ้อง อยา่ คร้านกนั เลย

๗๙

บวชนอกพรรษา

ประวตั ชิ มุ ชน๑
บา้ นบกเจรญิ ตำบลบา้ นแมด อำเภอบณุ ฑรกิ จงั หวดั อบุ ลราชธานี

มคี วามเป็นมาดังนี้ นายหมา อินศรี ราษฎรจากอำเภอเขมราฐได้พา
ลูกหลานย้ายมาจากอำเภอเขมราฐมาตั้งเป็นหมู่บ้านอยู่ที่แห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ.
๒๕๐๘ ตั้งชื่อว่า “บ้านบก” (บ้านบกน้อย๒) การปกครองอยู่ในความดูแล
ของ “บ้านนาแคน” (บ้านบกใหญ่๓) ตำบลคอแลน อำเภอบุณฑริก และ
เนื่องจากตำบลคอแลนมีอาณาเขตที่กว้างขวางมากจึงแยกออกมาตั้งเป็น
ตำบลใหมใ่ หช้ ื่อว่าตำบลนาโพธิ์ “บา้ นบก” จงึ อยใู่ นความปกครองของตำบล
นาโพธิ์ ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๑๙ “บ้านบก” ยกสถานะขึ้นเป็นหมู่บ้าน๔ จึง
เปลี่ยนชื่อใหม่ (ทางการ) เป็น “บ้านบกเจริญ” เมื่อเดือน ธันวาคม พ.ศ.
๒๕๑๙ และได้เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนแรกคือ นายที จำปาแดง เมื่อวันที่ ๑
มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ “บ้านบกเจริญ” เป็นหมู่บ้านที่ ๙ ของตำบลนาโพธิ์
ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ตำบลนาโพธิ์ก็แยกตัวออกเป็นเป็นตำบลบ้านแมด
“บ้านบกเจริญ” ซึ่งอยู่ในเขตใกล้เคียงกับตำบลบ้านแมด จึงย้ายจากตำบล

๑ นายสำรอง มสี งิ ห์ เปน็ ผใู้ หข้ อ้ มลู
๒ ผรู้ วบรวมและเรียบเรยี ง
๓ ผู้รวบรวมและเรยี บเรยี ง
๔ น่าจะหมายถึงหมูบ่ า้ นตามการปกครองอย่างเปน็ ทางการของรัฐ

๘๐

บวชนอกพรรษา

นาโพธิ์มาอยู่ในความปกครองของตำบลบ้านแมด “บ้านบกเจริญ” เป็น
หมู่บ้านที่ ๒ ของตำบลบ้านแมด อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี จวบ
จนปจั จุบัน

ลำดบั ผู้นำบ้านบกเจรญิ (ตามรปู แบบทางการของรัฐ)๑

๑. นายจนั ที จำปาแดง ๑ ม.ค. ๒๕๒๐ – ๗ ม.ค. ๒๕๒๒
๒๒ ธ.ค. ๒๕๒๒ – ๑๐ ม.ิ ย. ๒๕๒๗
๒. นายคูณ เกษหอม ๒๗ ม.ิ ย. ๒๕๒๗ – ๒๕ เม.ย. ๒๕๔๐
๑๐ พ.ค. ๒๕๔๐ – ๑๐ ม.ค. ๒๕๔๕
๓. นายสำรอง มสี ิงห์
๒๗ พ.ค. ๒๕๔๕ – ๓๐ พ.ค. ๒๕๕๐
๔. นายสุวรรณ ทำ ๕ ม.ิ ย. ๒๕๒๐ – ๑๖ มิ.ย. ๒๕๕๕
ละเอียด ๒๖ มิ.ย. ๒๕๕๕ – ปัจจุบัน (วาระ ๖๐ ปี
ตามาตรา ๑๔ พระราชบัญญัติลักษณะ
๕. นายเที่ยง รพ้ี ล ปกครองทองที่ (ฉบบั ที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑

๖. นายฉลอง พวงสวัสดิ์

๗. นายคำผลาญ ศรีษะ

ว่าดว้ ยชือ่ “บกน้อย” “บกเจริญ” มีผู้อธิบายไวว้ า่ คำว่า “บก” มา
จากชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งซึ่งมีจำนวนมากในพื้นที่ และคำว่า “น้อย” มาจาก

๑ นอกจากนย้ี งั มผี ู้นำในองค์กรการปกครองสว่ นท้องถน่ิ ด้วย แตจ่ ะไม่กล่าวถงึ เพราะมขี ้อจำกัด
ดา้ นขอ้ มูล

๘๑

บวชนอกพรรษา

จำนวนประชากรท่นี ้อย๑ ตอ่ มาเมอ่ื รูปแบบการปกครองท้องถนิ่ ของรฐั เข้ามา
มีบทบาทจึงได้ตั้งชื่อใหม่ให้เป็นทางการว่า “บกเจริญ” ดังได้กล่าวมาแล้ว
และความหมายของชื่อใหม่นี้ ก็มีผู้อธิบายไว้ว่า เพ่ือให้ชื่อหมู่บ้านสื่อนัยถึง
ความเป็นมงคลจงึ เปล่ียนคำว่า “น้อย” เปน็ “เจริญ”๒

๑ สนั นิษฐานวา่ นา่ จะเป็นการเรยี กชอื่ ให้ตรงข้ามกับบ้านบกใหญ่ (นาแคน) ซงึ่ มพี น้ื ท่ีตดิ ตอ่ กนั และ
เปน็ หมู่บา้ นมาก่อน
๒ ขอขอบคณุ นางสุภาพร ศรอี าจ นักบริบาลผ้สู งู อายุ (อสม.) ประจำหมู่บา้ น ที่ชว่ ยจดั หาขอ้ มลู ที่
อยู่ ๓๕ม.๒ บ.บกเจรญิ ต.บ้านแมด อ.บณุ ฑรกิ จ.อุบลฯ ๓๔๒๓๐ โทร ๐๘๓๙๖๕๓๔๘๐

๘๒



บวชนอกพรรษา

๘๓

บวชนอกพรรษา

บ้านผู้เรียบเรียง ภมู ปิ ญั ญางานฝีมือ

หมอพราหมณ์ ผูใ้ หญ่บ้านคำพลาญ ศรษี ะ

ค้มุ หนองสองหอ้ ง ทุ่งนา

เอกสารอา้ งองิ และหนงั สอื ควรอา่ น

จ. เปรยี ญ. ประเพณีพธิ มี งคลไทยอสิ าน. กรุงเทพฯ : อำนวยเวบพร้ินติ้ง
จำกดั , ม.ป.ป.

จนั ทร์ ไพรจติ ร ป.๙. พธิ มี งคลไทย. กรุงเทพฯ : วฒั นาพานิช, ๒๔๙๓.

พระครอู รณุ ธรรมรงั สี. มนตพ์ ธิ .ี กรุงเทพฯ : เล่ยี งเซียง, ม.ป.ป.

เสถยี ร นตุ ยางกรู . พระยามลิ นิ ท.์ พิมพค์ รัง้ ที่ ๓. นนทบุรี : ศรปี ัญญา,
๒๕๖๑.

เสถียร พนั ธรังสี. ศาสนาเปรยี บเทยี บ. พิมพ์คร้งั ที่ ๑๐. นนทบรุ ี : ศรี
ปญั ญา, ๒๕๖๓.

๘๔

บวชนอกพรรษา

ภาคผนวก

๘๕

บวชนอกพรรษา

๘๖

บวชนอกพรรษา

๘๗

บวชนอกพรรษา

๘๘

บวชนอกพรรษา

๘๙

บวชนอกพรรษา

๙๐

บวชนอกพรรษา

บวชนอกพรรษา

บวชนอกพรรษา


Click to View FlipBook Version