RT296
SMART GARDEN
การออกแบบภูมิทัศน์และการจัด
สวนอัจฉริยะเบื้องต้นยั่งยืน
ผู้จัดทำ นางสาววิมลรัตน์ คำยันต์
6109682424
หัวข้อ
WEEK 1 1-2 WEEK 7
แนะนำรายวิชา การออกแบบภูมิทัศน์และจัด
เรื่อง การสำรวจพื้นที่ สวนอัจฉริยะเบื้องต้น 21
สวนด้วยโดรนเบื้องต้น
WEEK 8
WEEK 2 การจัดการดินและการให้2ปุ๋ย2-23
การสำรวจพื้นที่สวนขนาดเล็ก 3-7 WEEK 9
ด้วยภาพถ่านดาวเทียมราย
ละเอียดสูง และการประยุกต์ เพื่อควบคุมระบบน้ำและ
ไฟฟ้าในสวน
Google Earth สำหรับจัดการ
เชิงพื้นที่ 24-26
WEEK 3 WEEK 10
การออกแบบภูมิทัศน์และ การออกแบบระบบให้น้ำ
จัดสวนอัจฉริยะเบื้องต้น
27-28
8-10
WEEK 11
WEEK 4
พลังงานแสงอาทิตย์
การออกแบบภูมิทัศน์และ
จัดสวนอัจฉริยะเบื้องต้น 29
WEEK 12
11-13
พลังงานแสงอาทิตย์
WEEK 5 14-17
30-31
การออกแบบภูมิทัศน์และ
จัดสวนอัจฉริยะเบื้องต้น WEEK 13
WEEK 6 ความรู้เบื้องต้น
โครงสร้างรับน้ำหนักใน
การออกแบบภูมิทัศน์ สวนและงานภูมิทัศน์
และจัดสวนอัจฉริยะ
เบื้องต้น 32
18-20
WEEK 1
การสำรวจพื้นที่สวนด้วยโดรน
เบื้องต้น
การสำรวจ (Surveying)
1.เป็นการกำหนดตำแหน่งหรือจุดบนผิวโลก
2.เป็นการวัดระยะราบและระยะดิ่งระหว่างวัตถุ วัดมุมราบและมุมสูง วัด
ระยะและทิศทางของเส้นนั้น
3.การสำรวจเป็นวิทยาการที่เก่าแก่และความจำเป็นอย่างยิ่งตั้งแต่สมัย
โบราณมนุษย์เกี่ยวข้องอยู่กับการเป็นเจ้าของที่ดิน การกำหนดที่ดิน
การแบ่งแปลงที่ดิน
4.การสำรวจเป็นงานที่สำคัญก่อนที่จะวางแผนเพื่ อการก่อสร้าง
ทางหลวงแผ่นดิน ทางรถไฟ การก่อสร้างอาคาร สะพาน เขื่อน อ่าง
เก็บน้ า และงานทางด้านวิศวกรรมโยธาทั่วไป
5.เป็นศิลปวิทยาแขนงหนึ่งที่สอนให้รู้จักวิธีการวัด การจำลองลักษณะ
ของภูมิประเทศ จากจุดต่างๆ ตามภูมิประเทศ
6.เป็นการหาความสัมพั นธ์ของตำแหน่งของจุดที่อยู่บนพื้ นผิวโลก โดย
มีความมุงหมายเพื่ อทราบ พื้ นที่ (Area) ปริมาตร (Volume) รูปร่าง
(Shape) ขอบเขต (Boundaries) ทิศทาง (Direction) ตำแหน่ง
(Location) ความสูง (Elevation)
UAV เป็นอากาศยานไร้คนขับแต่สามารถควบคุมได้ มีลักษณะ ขนาด รูป
แบบ และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไปเป็นอากาศยานที่ควบคุมจากระยะ
ไกล ใช้การควบคุมอัตโนมัติ แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
1.การควบคุมอัตโนมัติจากระยะไกล
2.การควบคุมแบบอัตโนมัติโดยใช้ระบบการบินด้วยตัวเองซึ่งอาศัย
โปรแกรมคอมพิ วเตอร์ที่มีรับบซับซ้อนที่ติดตั้งในอากาศยาน
ระบบ UAV/DRONE
อากาศยานไร้คนขับ หรือ Unmaned Aerial Vehicle (UAV) เป็น
อากาศยานที่สามารถบินได้โยไม่มีคนขับ ในอดีตเรียกว่า Drone ซึ่งควบคุม
การบินโดยใช้สัญญาณวิทยุ
1
การสำรวจพื้นที่สวนด้วยโดรน
เบื้องต้น
UAV ที่ใช้ในการทำแผนที่ แบ่งออกเป็น 2 ประเทศ
1. Fixed Wing UAV
2. MultirotorUAV
ชนิดของDrone
Inspire 1
Phantom 3 pro/Advanced
Inspire 1 Pro
Phantom 4
Matrice 100
Matrice 600
Mavic
ประเภทของอากาศยานไร้คนขับ UAV
การแบ่งประเภคของอากาศยานไร้คนขับสามารถกำหนดได้หลายลักษณะ ขึ้น
อยู่กับการใช้งาน
การรังวัดด้วยภาพถ่ายจากอากาศยานไร้คนขับ
1.กำหนดพื้ นที่เป้าหมาย
2.การวางแผนบินถ่ายภาพและบันทึกภาพ การประมวณผมภาพถ่ายเชิง
เลข การสร้างแบบจำลองภูมิประเทศเชิงเลข แผนที่ภาพถ่ายอากาศ
3.การสกัดขั้นข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ขั้นตอนการสำรวจสวนด้วย Drone/UAV
1. กำหนดพื้ นที่และพิ กัดภูมิศาสตร์ที่จะสํารวจ
2. จัดเตรียมอุปกรณ์พร้อมแบตเตอรี่ชาร์จเต็ม
3. ตรวจสภาพอากาศ
4. กำหนดความสูงบิน GSD (Ground Sample Distance)
5. วางแผนการบินตามเส้นทางที่กำหนดและแบ่งแยกพื้ นที่ถ้าพื้ นที่สวน
ใหญ่มาก
6. บินโดรนในสวน ลงสนามพร้อมบิน ใช้รีโมทคอนโทรลเมื่อต้องบินทำ
แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ระวังปัญหาความไม่เสถียรของการเชื่อมต่อ
ควรให้โดรนอยู่ในระยะห่างจากเราไม่เกิน 400เมตร
7. ประมวลผลข้อมูลภาพ นำไฟล์มา Mosaickในโปรแกรมเฉพาะทาง
8. พิ มพ์ แผนที่/ไฟล์ข้อมูลนำไปวางแผน/ออกแบบ
2
WEEK 2
การสำรวจพื้นที่สวนขนาดเล็กด้วยภาพถ่าน
ดาวเทียมรายละเอียดสูง และการประยุกต์
GOOGLE EARTH สำหรับจัดการเชิงพื้นที่
1.บทนำการออกแบบภูมิทัศน์ และการจัดสวนอัจฉริยะเบื้องต้นยั่งยืน
ตัวอย่างการออกแบบ เช่นการออกแบบเกษตรกรรมแบบยั่งยืน การปลูกพื ช
ต่างๆที่สามรถกินได้แล้วขายได้
การออกแบบพื้ นที่ขนาดเล็กให้เกินประโยชน์สูงสุด การที่นำเอา iOTมาประยุค
ใช้ร่วมกับการออกแบบสวน
2.หลักการรับรู้จากระยะไกล
·การได้ข้อมูลจากภาพพื้ นดินมาด้วยไม่ต้องไปสัมผัสกับวัสถุ เช่น โดน
·การได้ข้อมูลจากระดับอากาศจะได้โดย เครื่องบินถ่ายภาพ เครื่องบินทหาร
·การได้ข้อมูลจากระดับอาวกาศจะได้โดย ดาวเทียม
·ดาวเทียมสื่อสาร ดาวเทียนสำรวจ ดาวเทียนความระเอียดสูง
Analog Frame camera and Film การถ่ายภาพทางอากาศ ตัวอย่างเช่น
การถ่ายภาพด้วยเครื่องบินทหาร
Scanner การใช่กระจกในการรับค่าการสะท้อนในภาคพื้ นดิน แล้วเข้าสู่ปริซึม
สามเหลี่ยม เช่น ดาวเทียมแรนแชค
Linear Array มีเลนเป็นตัวนำไม่ว่าจะผ่านที่ไหนก็เก็บข้ออมูลขึ้นมา
Hyperspertral AR\rea Array ดาวเทียมวิจัย
3.ดาวเทียมรายละเอียดสูง และคุณสมบัติของดาวเทียม
3.1) ดาวเทียม ALOS-2
ถูกพั ฒนาขึ้นโดยองค์การสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่นประเทศญี่ปุ่นขึ้นสู่วงโคจร
เมื่อปีพ.ศ.2557ความสูงการโคจร 628 กิโลเมตรลักษณะการโคจรสัมพั นธ์กับ
ดวงอาทิตย์โคจรซ้ำบริเวณเดิมทุก 14วัน ระบบเซนเซอร์ประกอบ
ด้วยPALSAR-2,CIRC,SPAISE2ALOS-2วัตถุประสงค์การสำรวจ
ทรัพยากรธรรมชาติสังเกตการณ์บนพื้ นดินมหาสมุทรและติดตามภัยพิ บัติ
3.2) ดาวเทียม Deimos-2
เป็นดาวเทียมของประเทศสเปนปล่อยขึ้นสู่วงโคจร วันที่ 19 มิถุนายน 2557
รายละเอียดภาพPanchromatic 1.0 เมตร และ Multispectral 4.0 เมตร
ขนาดภาพ 12x12 กิโลเมตร ข้อมูล Pan-sharpened ที่ผ่านกระบวนการ
Re-sampling จะได้ pixel ที่มีขนาด pixel 75 เซนติเมตร สทอภ.ให้บริการ
ข้อมูลที่มีในคลังช่วงปีค.ศ.2015-2016ข้อมูลเหมาะกับการน าไปประยุกต์ใช้
ด้านการวางแผนผังเมืองหรือการบริหารทรัพยากรเฉพาะจุดเนื่องจากเป็น
ข้อมูลที่มีรายละเอียดสูงระดับต่ำากว่า1เมตร
3
การสำรวจพื้นที่สวนขนาดเล็กด้วยภาพถ่าน
ดาวเทียมรายละเอียดสูง และการประยุกต์
GOOGLE EARTH สำหรับจัดการเชิงพื้นที่
3.3) ดาวเทียม GEOEYE
ความสูงของการโครจร 684 กิโลเมตร ลักษณะการโคจรสัมพั นธ์กับดวง
อาทิตย์โดยผ่านขั้วโลก เอียงทำมุมกับแกนโลก 98.1 องศา เวลาท้องถิ่นใน
การบันทึกข้อมูล 10:30 น. เวลาในการโคจรรอบโลก 1 รอบ 98 นาทีบันทึก
ข้อมูลซ้ำที่เดิมทุก 1-3 วัน ระบบบันทึกข้อมูล Panchromatic &
Multispaectral รายละเอียดภาพ0.41 เมตร (Panchromatic)1.65 เมตร
(Multispectral) ความกว้างของภาพ15 กิโลเมตร
ระบบ Panchromatic รายละเอียดภาพ 0.41 เมตรPAN : 0.45 -0.80
(น้ำเงินเขียว) ระบบ Multispectral รายละเอียดภาพ 1.65 เมตรแบนด์ 1 :
0.40 -0.510 (น้ำเงิน)แบนด์ 2 : 0.510 -0.580 (เขียว) แบนด์ 3 : 0.655
-0.690 (แดง)แบนด์ 4 : 0.780 -0.920 (อินฟราเรดใกล้)
3.4) ดาวเทียม IKONOS
ดาวเทียมIKONOSถูกปล่อยขึ้นสู่วงโคจรในอวกาศเมื่อวันที่24เดือนกันยาย
นพ.ศ.2542 ณ ฐานทัพอากาศVandenbergรัฐแคลิฟอร์เนียประเทศ
สหรัฐอเมริกาเป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติเชิงพาณิชย์ดวงแรก
ของโลกที่เก็บข้อมูลภาพถ่ายซึ่งมีความละเอียดสูง
3.5) ดาวเทียม KOMPSAT
3.6) ดาวเทียม Pléiades
ดาวเทียมรายละเอียดสูงคู่แฝด โคจรในวงโคจรเดียวกันดาวเทียมสัญชาติ
ฝรั่งเศสPléiades1AและPléiades1Bเป็นดาวเทียมชนิดopticalราย
ละเอียด50เซนติเมตรทางานร่วมกันแบบConstellationโคจรในระดับวงโคจร
เดียวกันโดยเคลื่อนที่ห่างกัน180องศาสามารถบันทึกภาพพื้ นที่เดิมที่ต้องการ
ได้ทุกวันเหมาะสำหรับงานแผนที่ที่ต้องการความถูกต้องสูงทั้งงานด้าน
พลเรือนและการทหารงานด้านภัยพิ บัติงานด้านการติดตามการเปลี่ยนแปลง
ทรัพยากรและพื้ นที่หรือแม้แต่การติดตามตรวจสอบพื้ นที่ขนาดเล็กเช่นชายฝั่ ง
ชายแดนหรืองานท่อประปาคุณสมบัติเด่นของการโคจรบนระดับวงโคจรเดีย
วกันท าให้สามารถถ่ายภาพซ้ำบริเวณพื้ นที่เดียวกันได้ทุกวันสามารถสั่งถ่าย
ภาพได้วันละ3รอบทุก8ชั่วโมงเพื่ อให้มั่นใจว่าจะได้รับภาพที่ทันต่อเหตุการณ์
3.7) QuickBird
เป็นดาวเทียมเชิงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา โดยบริษัท Digital Globe ถูก
ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2544 ณ ฐานทัพอากาศ
Vandenberg รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
3.8) RapidEye
4
การสำรวจพื้นที่สวนขนาดเล็กด้วยภาพถ่าน
ดาวเทียมรายละเอียดสูง และการประยุกต์
GOOGLE EARTH สำหรับจัดการเชิงพื้นที่
3.9) THAICHOTE
ดาวเทียมไทยโชตหรือดาวเทียมธีออธ ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรก
ของไทยได้ทะยานขึ้นสู่อวกาศในวันพุ ธที่ 1 ตุลาคม 2551 ตามเวลาประเทศไทย
13:37:16 น .หรือ 6.37:16น .ตามเวลามาตรฐานสากล(UTC)โดยจรวดน
าส่ง"เนปเปอร์"(Dnepr)จากฐานส่งจรวดเมืองยาสนี(Yasny)ประเทศรัสเซีย
ดาวเทียมไทยโชตถูกออกแบบให้เป็นดาวเทียมขนาดเล็กมีอายุการใช้งานอย่าง
น้อย5ปีท างานโดยอาศัยแหล่งพลังงานจากดวงอาทิตย์สามารถบันทึกภาพ
ได้ครอบคลุมพื้ นที่ทั่วโลกติดตั้งอุปกรณ์ถ่ายภาพแบบออฟติคคอลทำให้
สามารถบันทึกข้อมูลภาพในช่วงคลื่นแสงที่ตามองเห็น( จนถึงช่วงคลื่น
อินฟราเรดใกล้ การประยุกต์ภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายดาวเทียมราย
ละเอียดสูง
ภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูงตรวจสอบแหล่งน้ำในเขตปฏิรูปที่ดิน
การตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินผิดปกติรายแปลง ส.ป.ก.
การแปลตีความข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายดาวเทียม
การเปรียบเทียบข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมหลายช่วงเวลา
การจัดท าข้อมูลรายแปลงระดับชุมชนในพื้ นที่ป่าไม้
การขึ้นทะเบียนเกษตรกร
2.สำรวจเชิงพื้ นที่และศึกษาการเปลี่ยนแปลง
1) ขั้นตอนการดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม Google Earth Pro
2) การตั้งค่าเพื่ อการใช้งานโปรแกรม Google Earth Pro
3) การใช้เครื่องมือโปรแกรม Google Earth Pro
3.Google Earth Pro& Google Map จัดทำแปลงที่ดิน
3.1 สามารถเข้าถึงแปลงที่ดิน Landmaps ได้จาก
https://landsmaps.dol.go.th กรมที่ดิน
3.2 สามารถเข้าถึงชั้นข้อมูลแผนที่ได้ อาทิเช่น รูปแปลงที่ดิน ผังเมือง
เป็นต้น
3.3สามารถเข้าถึงได้จากการค้นหาจากเลขโฉนดที่ดิน
3.4สามารถเข้าไปเว็ปไซต์กรมธนารักษ์ เพื่ อค้นหาราคาประเมินที่ดินจากรูป
แบบต่างๆ ได้
5
การสำรวจพื้นที่สวนขนาดเล็กด้วยภาพถ่าน
ดาวเทียมรายละเอียดสูง และการประยุกต์
GOOGLE EARTH สำหรับจัดการเชิงพื้นที่
3.5ค้นหาราคาประเมินที่ดิน กรมธนารักษ์
3.6 สามารถวิเคราะห์เส้นทางการเดินทางไปยังส านักงานที่ดินได้
3.7 ค่าใช้จ่ายในการรังวัดที่ดิน จังหวัดปทุมธานี
3.8 เปิดโปรแกรม Google Earth Proค้นหาพื้ นที่เป้าหมาย
3.9 ค้นหาพื้ นที่เป้าหมาย
3.10 เพิ่ มรูปหลายเหลี่ยม “แปลงที่ดิน”
3.11 สามารถเปลี่ยนชื่อ แปลงที่ดินและสีเส้นขอบของแปลงที่ดินได้
3.12 สามารถวัดเส้นขอบ และพื้ นที่ได้ด้วยการคำนวณอัตโนมัติ
3.13 เพิ่ มรูปหลายเหลี่ยม “แปลงที่ดิน”
3.14 เพิ่ มรูปหลายเหลี่ยม “แปลงที่ดิน”
3.15 การคำนวณแปลงหน่วยพื้ นที่ “แปลงที่ดิน”
3.16 ส่งออกแปลงที่ดินเป็นนามสกุลไฟล์เป็น .Kml เพื่ อน าไปเปิดใน
Google Map
3.17 เปิดGoogle Map
3.18 เปิดGoogle Map
3.19 เปิดข้อมูลในGoogle Map
3.20 เลือก MAPS
3.21 เลือกนำเข้าข้อมูลไฟล์ .Kml
3.22 เลือกนำเข้าข้อมูลไฟล์จากอุปกรณ์
3.23เลือกนำเข้าข้อมูลไฟล์.Kml
3.24 เลือกแสดงผลข้อมูล
3.25เลือกแสดงผลข้อมูลเพิ่ มชื่อและค าอธิบาย
3.26 สามารถเพิ่ มแผนที่ฐานได้
3.27 เลือกแสดงผลข้อมูลและรูปภาพ
3.28 สามารถแชร์ข้อมูลได้
3.29 แชร์ข้อมูลสมบูรณ์
4.การประยุกต์ Google Earth Pro, TCX Converter และโปรแกรม 3D
ในการสร้างแบบจำลองความสูงภูมิประเทศและเส้นชั้นความสูงของพื้ นที่
4.1) การจัดทำความสูงของพื้ นที่ที่ต้องการด้วยโปรแกรม Google Earth
Pro เป็นการจัดท า แบบจำลองความสูงเชิงเลข ได้โดยเปิดโปรแกรม
Google Earth Pro ขึ้นมาไปยังสถานที่ที่ต้องการทำแบบจำลองความสูงเชิง
เลข
6
การสำรวจพื้นที่สวนขนาดเล็กด้วยภาพถ่าน
ดาวเทียมรายละเอียดสูง และการประยุกต์
GOOGLE EARTH สำหรับจัดการเชิงพื้นที่
4.2ไปที่แถบเครื่องมือเพิ่ มเส้นทาง จะปรากฏกล่องเครื่องมือให้ตั้งชื่อขนาดของ
เส้น สีตามที่ต้องการ เสร็จแล้ว ยังไม่ต้อง “ตกลง”
4.3จากนั้นท าการก าหนดจุดเส้นทาง ซึ่งในแต่ละจุดที่เราท าการก าหนดจะมี
พิ กัดของจุดนั้นๆ เพื่ อใช้ในการสร้างชั้นความสูงของข้อมูล ดังนั้น เราควรก า
หนดจุดให้มีความละเอียดเพื่ อความแม่นย าในการสร้างข้อมูลสูงขึ้น เมื่อสร้างจุด
เส้นทางเสร็จแล้วให้ กดที่ “ตกลง”
4.4. ไปที่แถบเมนู ไฟล์ > บันทึก > บันทึกสถานที่เป็น ที่ช่อง Save as Type
ให้เลือกเป็นไฟล์ นามสกุล .KML แล้วตั้งชื่อตามที่ต้องการแล้วกด “Save”
4.5ท าการแปลงไฟล์ให้เป็นไฟล์Excelโดยใช้โปรแกรมช่วยแปลงไฟล์
TCXConverterโ ดยการเข้าไปโหลดโปรแกรมในGoogleพิ มพ์ ค้นหาค าว่า
TCXConverter แล้วเข้าไปที่เว็บไซด์ https://tcx-
converter.software.informer.com/2.0/ท าการดาวน์โหลดและติดตั้งจะได้
โปรแกรม
4.6. นำเข้าไฟล์ที่ต้องการไปที่ OPEN FILE เลือกไฟล์ที่ต้องการแล้วกดที่ Open
4.7. เมื่อนำเข้าข้อมูลมาจะสังเกตได้ว่าข้อมูลที่นำเข้ามามีค่า Latitude,
Longitude แต่ยังขาด ค่า Altitude ซึ่งในการท าระดับความสูงจ าเป็นต้องใช้
ค่าดังกล่าว โดยการเข้าไปที่ เมนู Track Modify > Update Altitude จะมี
กล่องข้อความขึ้นมากด Yes จะได้ค่า Altitude
4.8ท าการส่งออกไฟล์เพื่ อน าไปประยุกต์ใช้กับโปรแกรมอื่นๆ โดยไปที่ Save
CSV File ตั้งชื่อ ไฟล์ที่ต้องการแล้วกด Save
4.9เปิดไฟล์ดังกล่าวขึ้นมาที่ Excel ลบคอลัมน์ที่ไม่จ าเป็นออก ให้เหลือแต่
คอลัมน์ Easting Northing และ Altitude ท าการส่งออกไฟล์เป็นนามสกุล
.CSV
4.10 การสร้างแบบจำลองความสูงของพื้ นที่ไปที่เมนู Grid เลือกค าสั่ง Data ท
าการเปิดไฟล์ CSVที่ Save ในข้อที่ 4.9 จะมีกล่องเครื่องมือ Grid Data ขึ้นมา
กด OK โปรแกรมจะการคิดคำนวณ Grid Fileเพื่ อใช้ในการสร้าง
4.11. ท าการสร้างแบบจำลองความสูงเชิงเลข (DEM) ขึ้นได้โดยไปที่ แถบเมนู
Map > New > 3D Surface เปิดไฟล์ Grid ที่ท าการ Save ในข้อที่ 4.10ขึ้นมา
4.12. แบบจำลองความสูงเชิงเลข
4.13 จากวิธีการสร้างแบบจำลองความสูงเชิงเลข ถ้ามีข้อมูลอื่นๆ ในพื้ นที่เพิ่ ม
เติม เช่น ปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ ความชื้นที่ผ่านการประมาณค่า แล้ว ก็สามารถ
นำข้อมูลเหล่านี้มาซ้อนทับแบบ 3D เพื่ อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
7
WEEK 3
การออกแบบภูมิทัศน์และจัดสวน
อัจฉริยะเบื้องต้น
การจัดภูมิทัศน์ มีการตกแต่งที่แตกต่างกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันขึ้นอยู่กับฐานสภาพ
แวดล้อม สภาพสังคม ความเชื่อและวัฒนธรรมแต่ละพื้ นที่ สามารถแบ่งอออกได้เป็น 2
แบบ คือ
·สวนแบบประดิษฐ์
·สวนแบบธรรมชาติ
ประวัติการจัดสวน แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ
ได้แก่
·สวนแบบตะวันตก
·สวนแบบตะวันออก
รูปแบบการจัดสวนสามารถจำแนกเป็นประเภทต่างๆตามพั ฒนาการได้
สวนยุคอารยธรรมโบราณ => สวนอียิปต์ สวนเปอร์เซีย สวนกรีก สวนโรมัน สวนสเปน
สวนยุโรป => สวนอิตาลีเรอเนสซอง สวนฝรั่งเศส สวนอังกฤษ
สวนแนวคิดใหม่ => สวนอเมริกา
สวนตะวันออก สวนจีน => สวนญี่ปุ่น สวนบาหลี สวนไทย
สวนอียิปต์
·ในยุคแรกจะเป็นสวนที่เน้นประโยชน์ใช้สอย
·ปลูกต้นไม้ที่ใช้ประโยชน์ได้ มักอยู่ใกล้ริมน้าหรือคลอง ใช้ไม้พื้ นเมือง
·ต่อมามีการพั ฒนาเป็นสวนประดับในบ้านเพื่ อความสวยงามและแสดงถึงสถานะทาง
สังคม
·สวนมีลักษณะปิดมีการล้อมรอบพื้ นที่ทั้งหมดด้วยกาแพงเพื่ อความปลอดภัย
·วัตถุประสงค์หลักของสวนในบ้านเพื่ อสร้างความชุ่มชื่นร่มเย็นเหมือนโอเอซีส มีการ
ปลูกต้นไม้หลากชนิดโดยเฉพาะปาล์มเพื่ อสร้างร่มเงา รวมถึงการทำระแนงไม้เลื้อย
คร่อมทางเดินเท้าเพื่ อให้ร่มเงา
สวนกรีก
·การจัดภูมิทัศน์เป็นลักษณะของการออกแบบพื้ นที่ขนาดใหญ่ มีการจัดรูปแบบ
ผังเมือง
·เน้นการจัดอาคารให้ชื่นชมวิวทิวทัศน์จากภูเขาสูงได้
·การจัดวางอาคารไม่คำนึงถึงแนวแกนหลักแต่พิ จารณาจากศักยภาพของพื้ นที่ ใน
การรับลมและวิวที่มองเห็น
·มีการวางผังภูมิทัศน์ พื้ นที่สาธารณะ เช่น ตลาด เวทีกลางแจ้ง
สวนเปอร์เซีย
·ได้รับอิทธิพลจากสวนอียิปต์•แนวคิดเป็นการจำลองแบบระบบจักรวาล และความ
สวยงามของสวรรค์
·ให้ความสำคัญกับบรรยากาศและความมีชีวิตชีวาในสวน มีน้า (คลองและสระ) เป็น
องค์ประกอบสำคัญ
·ลักษณะสวนเป็นรูปทรงเรขาคณิต
8
การออกแบบภูมิทัศน์และจัดสวน
อัจฉริยะเบื้องต้น
สวนโรมัน
แบ่งสวนโรมันออกเป็น2แบบ คือ
สวนในเมือง
·มีลักษณะปิดล้อมด้วยกำแพง มีช่องเปิดออกสู่ถนนน้อยมาก ในบ้านมีพื้ นที่เปิดโล่งสาห
รับสวนมีทางเดินซึ่งมีแนวเสาขึ้นมารับหลังคาล้อมรอบ
·สวนถูกจัดในลักษณะสมมาตรมีแกนแบ่งพื้ นที่สวนออกเป็นสองส่วนเท่ากัน
·มักมีบ่อน้ารูปทรงเรขาคณิตรูปปั้ นวางประดับและไม้ตัดแต่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ
สวนนอกเมือง
·เป็นการจัดสวนสำหรับวิลล่า หรือบ้านพั กตากอากาศ
·ลักษณะสวนยังคงความเป็นทางการ เน้นการใช้รูปทรงเรขาคณิต
·มีการประดับตกแต่งด้วยไม้ดอกนานาชนิดซึ่งรวมถึงไม้ดอกหอมและไม้จากต่างแดน
·มีงานประติมากรรมต่างๆและไม้ตัดแต่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ
สวนสเปน
·เป็นสวนแบบผสมมีทั้งอยู่ภายในและภายนอกอาคาร
·ยังคงแนวคิดแบบสวนสวรรค์ •มีน้าล้อมรอบเพื่ อความเย็นให้แก่บ้าน
·แปลนสวนค่อนข้างซับซ้อน โดยส่วนใหญ่เน้นด้านสถาปัตยกรรมมากกว่าการแต่ง
สวน
·มีศาลานั่งพั กในสวน•มีไม้ดอกไม้ประดับที่มีสีสันสวยงามและมีกลิ่นหอม
สวนอิตาลี
·ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ลาดชันมองเห็นได้ง่าย
·มีลักษณะพื้ นที่ยาวและแคบมีความลาดเอียงจากยอดเขาถึงตีนเขาแบ่งออกเป็น 3-4
ระดับ โดยตัวบ้านจะตั้งอยู่ชั้นบนสุด
·มีการใช้พื้ นที่บนที่ราบสลับกับที่ลาดชันอย่างมีประสิทธิภาพในลักษณะขั้นบันได
·เนื่องจากเป็นที่สูงจึงมักนำน้ำจากธรรมชาติมาใช้สร้างน้าพุ น้าตกขนาดมโหฬารลด
หลั่นเป็นชั้น
·มีรูปปั้ นและน้าเป็นองค์ประกอบสำคัญ
สวนฝรั่งเศส บาโรค
·มีลักษณะเป็นสวนประดิษฐ์
·มีความสมมาตร มีแกนหลักพุ่ งจากตัวปราสาท เปิดมุมมองสายตาให้ยาวไกลไม่มีที่
สิ้นสุด
·ปลูกต้นไม้เป็นกลุ่มก้อนและควบคุมแนวเพื่ อเน้นให้เกิดแกนที่ ต้องการอย่างชัดเจน
·มีความเป็นระเบียบแบบแผนมาก
สวนอังกฤษ
เป็นการจัดสวนที่ได้รับอิทธิพลจากสวนอิตาลีและฝรั่งเศส ได้พั ฒนาเปลี่ยนแปลงจน
แตกต่างจากสวนอิตาลีและฝรั่งเศส
แบ่งได้เป็น2แบ่ง
·สวนเลียนแบบธรรมศาสตร์
·สวนแบบคอทเทจ
สวนอเมริกัน
9
การออกแบบภูมิทัศน์และจัดสวน
อัจฉริยะเบื้องต้น
สวนจีน
·การจัดสวนแบบจีนเป็นไปตามแนวคิดที่จะดึงธรรมชาติมาใกล้ตัวให้เข้าถึงได้ง่าย มี
แนวคิด ภูเขา-น้า คือความนิรันดร์
·มีการเลือกใช้องค์ประกอบต่างๆ ที่แสดงแนวคิดของดินแดนอมตะในอุดมคติ
สวนญี่ปุ่น
สวนญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลจากสวนจีนพร้อมๆกับการเข้ามาของศาสนาพุ ทธในช่วง
ศตวรรษที่ 6ซึ่งเป็นศาสนาพุ ทธแบบมหายาน เน้นทางปฏิบัติโดยให้ผู้ปฏิบัติธรรมหาที่
วิเวกเข้าสู่ความเงียบของธรรมชาติ ท าสมาธิเพื่ อให้เกิดสติปัญญา การจัดสวนใน
ญี่ปุ่นจึงมีจุดเริ่มต้นจากวัดแล้วแผ่ขยายเข้าไปในวังและบ้านคหบดีในเวลาต่อมา
·ศตวรรษ ที่ 8-12 : สวนชินโต
·ศตวรรษ ที่ 12-14 :สวนเซน
·ศตวรรษ ที่ 16-17 : Stroll Garden
การจัดสวนญี่ปุ่นปัจจุบัน แบ่งออกเป็น3 แบบ
·สวนภูเขา เป็นสวนที่ลอกเรียนแบบธรรมชาติ
·สวนในที่ราบ เป็นสวนแห่งการสมมุติ
·สวนน้าชา เป็นสวนที่นำลักษณะเด่นของสวนภูเขาและสวนที่ราบมาผสมกันประกอบ
ด้วยสวนย่อมเล็ก ๆ 2ข้าง ทางเดิน ไปสู่เรือนน้าชา ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆ
สวนบาลี
สวนบาหลีมีลักษณะโดยพื้ นฐานเหมือนกับสวนเมืองร้อนโดยทั่วไปที่แตกต่างคือมี
ความชื่อมโยงกับวิถีชีวิตแบบบาหลี โดยเกี่ยวพั นกับความเชื่อทางศาสนาและวิถีชีวิต
ประจำวันอยู่ค่อนข้างมากประติมากรรมรูปสลักต่างๆทั้งรูปคนสัตว์อมนุษย์จึงถูกนำมา
จัดประดับเพื่ อให้เกิดบรรยากาศเกี่ยวพั นกับชีวิตของชาวบาหลี
ลักษณะสำคัญของสวนแบบบาหลีคือควรมีความร่มครึ้มด้วยไม้เมืองร้อนที่พบในพื้ น
ถิ่นมีสิ่งประดับที่สะท้อนอารมณ์แบบบาหลีและแสดงวิถีชีวิตของชาวบาหลีพื้ นฐาน
บรรยากาศของสวนแบบบาหลี คือ
·เครื่องหอม
·วัตถุประดับสวน
·บ่อน้ำ
·ต้นไม้
·แสง
สวนไทย
สวนไทยที่มีมาตั้งแต่อดีตส่วนใหญ่เป็นสวนที่มุ่งเน้นประโยชน์ใช้สอย
เช่น
·พั นธุ์ไม้ที่เอามาปลูกในสวนไทยเป็นการผสมผสานทั้งไม้ดอก ไม้ประดับและไม้ผล รวม
ถึงพื ชสมุนไพรที่สามารถใช้ประโยชน์ได้
·สวนที่ใช้เป็นส่วนประกอบของสถาปัตยกรรมถาวร มักจะเป็นสวนไม้ดัด และไม้
กระถาง เป็นส่วนใหญ่ สวนเหล่านี้มักมีอยู่ในพระราชวัง วัง และพระอารามใหญ่ต่างๆ
10
WEEK 4
การออกแบบภูมิทัศน์และจัดสวน
อัจฉริยะเบื้องต้น
การออกแบบภูมิทัศน์การออกแบบภูมิทัศน์ => เป็นศาสตร์และศิลป์ของการจัดสรรพื้ นที่
ภายนอกอาคารด้วยวิธีจัดองค์ประกอบระหว่าง พื้ นพรรณของต้นไม้ และโครงสร้างอื่นๆ
อย่างสอดคล้องและสัมพั นธ์กับบริบทของสภาพแวดล้อมของพื้ นที่
การออกแบบภูมิทัศน์ ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการออกแบบภูมิทัศน์ คือ กิจกรรมและ
องค์ประกอบ
กิจกรรมหมายถึงกิจกรรมที่จะจัดให้มีขึ้นในพื้ นที่ซึ่งแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 แบบ คือ
-กิจกรรมที่ต้องออกแรงและหรือเกิดเสียงดัง
-กิจกรรมที่ไม่ใช้แรงต้องการความสงบ
องค์ประกอบ หมายถึง องค์ประกอบที่มีความเหมาะสมต่อกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น ซึ่งแบ่งได้
เป็น 2 ประเภทหลักคือ
-องค์ประกอบที่เป็นพื ชพรรณ
-องค์ประกอบที่เป็นโครงสร้างหรือพื้ นแข็ง
หลักการออกแบบภูมิทัศน์สามารถแบ่งออกได้เป็น 4กลุ่มสคำญได้แก่
-องค์ประกอบศิลปะ
-หลักการโดยรวม
-หลักการด้านความงาม
-การประยุกต์ใช้หลักการด้านความงาม
-หลักการด้านประโยชน์ใช้สอย
องค์ประกอบพื้ นฐานของงานศิลปะที่นำมาประยุกต์ในงานออกแบบภูมิทัศน์ที่สำคัญคือ
เส้น รูปทรง สี ผิวสัมผัสและที่ว่าง
เส้น
-เส้นมีความสำคัญต่อการออกแบบภูมิทัศน์ การควบคุมรูปแบบ กำหนดทิศทางการมอง
เห็น ควบคุมเคลื่อนที่
รูปร่าง รูปทรง
-เกิดจากการประกอบกันของเส้นเป็นรูปร่างต่างๆ ของพื ชพรรณและโครงสร้าง เช่น รูป
ร่างของทางเดิน รูปร่างสนามหญ้า รูปทรงของต้นไม้ กลุ่มต้นไม้ รวมทั้งการจัดต้นไม้พื ช
พรรณในภูมิทัศน์
สี
-เป็นองค์ประกอบที่มีซับซ้อนที่ถูกนำมาใช้ในงานศิลปะมากที่สุด
-สีให้ความสว่างไสวและก่อให้เกิดความหมายที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสีที่เลือกใช้
-ทฤษฎีสีเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่นักออกแบบสวนจ าเป็นต้องเข้าใจ โดยทั่วไปสีประกอบ
ไปด้วย 3 ส่วนคือ
-เฉดสีเช่น แดง เขียวเหลือง ความสว่างของสี ความเข้มข้นของสี
11
การออกแบบภูมิทัศน์และจัดสวน
อัจฉริยะเบื้องต้น
แม่สีมี3 สีคือสีแดงสีเหลืองสีน้ำเงินสีทั้ง3 สีสามารถผสมกันเกิดเป็นเฉดสีต่างๆที่แสดงใน
Colour Wheel
การจัดสวนต้องมีความกลมกลืนของกลุ่มสี โดยทั่วไปมักจะแบ่งออกเป็นกลุ่มสีร้อนและ
กลุ่มสีเย็นดังแสดงในตัวอย่าง
· กลุ่มสีร้อน:สีส้ม แดง ม่วง
· กลุ่มสีร้อน: สีส้ม เหลือง เขียว
· กลุ่มสีเย็น:สีน้ำเงิน เขียว คราม
องค์ประกอบพื้ นฐานในการออกแบบ: ผิวสัมผัส
· ผิวสัมผัสหยาบ
· ผิวสัมผัสหยาบปลายกลาง
· ผิวสัมผัสละเอียด
องค์ประกอบพื้ นฐานในการออกแบบ
ที่ว่าง/ที่โล่ง(Space)พื้ นที่โล่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ
· Positive Space: พื้ นที่ที่มีการครอบครอง/เติมเต็ม มีขอบเขตแสดงถึงการใช้
ประโยชน์
· Negative Space: พื้ นที่ว่างเปล่าหรือไม่มีการครอบครอง ไม่มีจุดรวมสายตา
องค์ประกอบพื้ นฐานในการออกแบบ : ที่โล่ง
การออกแบบพื้ นที่โล่งสามารถท าได้โดยการใช้องค์ประกอบอื่นๆที่มีความทึบ เป็นตัวช่วย
สร้างขอบเขต เกิดเป็น Positive และ Negative space
หลักการออกแบบภูมิทัศน์ด้านความงสม
เป็นหลักศิลปะที่น ามาใช้ในการออกแบบภูมิทัศน์ที่สำคัญมี 8 ประการ ได้แก่
· ความเป็นแบบแผน (Order)
-เป็นสิ่งที่เป็นตัวกำหนดกรอบแนวความคิดในการออกแบบให้มีรูปแบบที่แน่นอน เช่น
แบบเป็นทางการ ไม่เป็นทางการ
-การสร้างความเป็นแบบแผนการเน้นการปลูกไม้เป็นกลุ่มแทนการปลูกแยกเดี่ยวๆ
· ความเรียบง่าย (Simplicity)
-เป็นความเรียบง่ายทั้งในแง่กายภาพและการมองเห็น
-ความเรียบง่ายทางกายภาพเป็นการออกแบบโดยใช้รูปทรงที่เรียบง่ายเช่น ทรงกลม รูป
ไข่ สี่เหลี่ยม เป็นต้น
· การทำซ้ำ (Repetition)
-เป็นการออกแบบภูมิทัศน์โดยการสร้างความซ้ำขององค์ประกอบอื่นๆ เช่น สี รูปทรง ผิว
สัมผัส กลุ่มพรรณไม้
-การทำซ้ำไม่ควรท ามากจนเกินไปเพราะจะท าให้เกิดความจ าเจไม่น่าสนใจ
·
12
การออกแบบภูมิทัศน์และจัดสวน
อัจฉริยะเบื้องต้น
· จังหวะ (Rhythm) การสร้างจังหวะในการออกแบบสามารถทำได้ 3 วิธีสำคัญ
ได้แก่
-Repetitionเป็นการจัดภูมิทัศน์โดยใช้องค์ประกอบที่ซ้ำกัน
-Alternationเป็นการใช้องค์ประกอบตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมาเรียงล าดับที่มีการซ้ำ
กันในลักษณะที่เป็นแบบแผนที่แน่นอน
-Gradationเป็นการเปลี่ยนถ่ายลักษณะขององค์ประกอบที่มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งไป
เป็นคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งที่แตกต่างกันซึ่งอาจเป็นทั้งในลักษณะของการเปลี่ยนสี
รูปทรง หรือแบบพื้ นผิว
· ความกลมกลืน(Unity)
-ความกลมกลืนกันภายในสวนขึ้นอยู่กับความเชื่อมโยงของพรรณไม้ พื้ นที่แข็ง และ
อาคาร
-การเลือกใช้สีของส่วนพื้ นที่แข็งให้อยู่ในโทนสีเดียวกับสีอาคารเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วย
สร้างความกลมกลืน
· ความสมมาตร (Balance)
-เป็นการออกแบบรูปแบบของสวนที่มีความเท่าเทียมกัน สามารถถ่วงหรือคานน้ำ
หนักกันได้พอดีไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง
-ความสมดุลมี 2 ประเภทคือ สมดุลชนิดส่วนประกอบสองข้างของแกนสมดุลเท่ากัน
และความสมดุลชนิด ส่วนประกอบสองข้างของแกนสมดุลไม่เท่ากัน
· สัดส่วนและขนาด (Proportion & Scale)
-เป็นการออกแบบที่คำนึงถึงความสัมพั นธ์ของขนาดขององค์ประกอบต่างๆที่อยู่ใน
ภูมิทัศน์
-สัดส่วนและขนาดของภูมิทัศน์ต้องประเมินจากขนาดของพรรณไม้เมื่อโตเต็มที่
-การจัดสัดส่วนของสวนต้องคำนึงถึงองค์ประกอบของพื้ นที่ 3 ประการคือ
-เพดานห้องหรือแปลนบน ได้แก่ ท้องฟ้า เรือนยอดต้นไม้ หลังคา ชายคา
-ผนังห้องหรือแปลนตั้ง ได้แก่ ผนัง รั้ว ต้นไม้ พุ่ มไม้ กำแพง
-พื้ นห้องหรือแปลน ได้แก่ ทราย น้ำ ดิน สนามหญ้า
· การเน้น (Emphasis)
-เป็นการออกแบบจุดเด่น (Focal Point) ของภูมิทัศน์
-การสร้างจุดเด่นสามารถท าได้หลายวิธี เช่นการเลือกใช้พื ชพั นธ์ ต้นไม้ที่มีสีหรือรูป
ทรงที่น่าสนใจ การออกแบบเส้นสาย พื้ นผิว รูปร่างที่แปลกตา
-การออกแบบสวนขนาดเล็กควรมีจุดเด่นเพี ยงที่เดียว
13
WEEK 5
การออกแบบภูมิทัศน์และจัดสวน
อัจฉริยะเบื้องต้น
องค์ประกอบหลักในการจัดภูมิทัศน์
องค์ประกอบหลักของสวนหรืองานภูมิทัศน์แบ่งได้ 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ส่วนที่
เป็นพื ชพรรณไม้หรือ Softscapeและส่วนที่
เป็ นพื้ นแข็งและโครงสร้างอื่นๆ หรือ Hardscape
พื้ นแข็ง(Hardscapes) หมายถึง องค์ประกอบส่วนอื่นๆของสวนหรืองานภูมิ
ทัศน์ที่นอกเหนือไปจากพื ชพรรณไม้
ที่สําคัญได้แก่ – ระเบียง - ศาลา - ซุ้ม -พื้ น
ประเภทของ Hardscape
พื้ นผิวแข็ง (Hardscapes) สามารถแบ่งออกได้เป็ น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่
1. HARDSCAPE ในระดับพื้ นเป็ นพื้ น
2. HARDSCAPE ในแนวตั้ง
3. HARDSCAPE ในระดับเหนือศีรษะ
HARDSCAPE ในระดับพื้ นเป็ นพื้ น
เฉลียงระเบียงพื้ นที่พั กผ่อนนอกอาคาร
หลักการออกแบบพื้ นผิว
- เลือกใช้วัสดุพื้ นที่ช่วยสร้างความน่าสนใจ สอดคล้องกับองค์ประกอบการ
ออกแบบอื่นๆ
- มีความต่อเนื่อง ไม่ควรใช้วัสดุพื้ นหลายชนิดจนเกินไป‒การเชื่อมต่อของ
วัสดุปูพื้ นควรคeนึงถึงความเหมาะสม
ของลวดลายวัสดุ (เช่น ลายตรงกัน)
- เลือกใช้วัสดุปูพื้ นที่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น พื้ นที่ที่มีการใช้งานโดยผู้
พิ การ หรือผู้สูงอายุ วัสดุปูพื้ นต้องมี
ความสมํ่าเสมอ
- ใช้วัสดุปูพื้ นที่มีพื้ นผิวเรียบในพื้ นที่ส่วนใหญ่
ประเภทของวัสดุปูพื้ นวัสดุปูพื้ นสามารถแบ่งได้ออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
- Loose Pavement: วัสดุที่มีการยึดกันแบบหลวมๆ เช่น กรวด หินบด
- Unit Pavement: วัสดุที่เป็นก้อนหรือเป็นแผ่น เช่น อิฐบล็อก หิน
กระเบื้อง เป็นต้น
- Adhesive Pavement: วัสดุที่มีการเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกัน ได้แก่
คอนกรีต ซีเมนต์
ทางเดิน ทางเท้า (Walkway) เป็นองค์ประกอบสําคัญของการจัดภูมิทัศน์
การออกแบบทางเดินที่ดีจะช่วยดึงดูดให้มีการใช้
พื้ นที่หรือทําให้คนได้รับประสบการณ์จากการเดินชม
14
การออกแบบภูมิทัศน์และจัดสวน
อัจฉริยะเบื้องต้น
บันได(Step)
เป็นองค์ประกอบสําคัญของการเชื่อมต่อพื้ นที่ที่มีความต่างระดับ หรือต้องการสร้างความ
ต่างระดับเพื่ อให้เกิดความน่าสนใจ
ในการจัดภูมิทัศ
ทางลาด (Ramp)
- ทางลาดเป็นการออกแบบเพื่ อช่วยให้ผู้ที่มีข้อจ ากัดในการเคลื่อนที่ (ผู้สูงวัย คนพิ การ)
สามารถเข้าถึงพื้ นที่ต่างๆ
ได้สะดวกขึ้น
- ข้อจํากัดของทางลาดคือต้องการใช้พื้ นที่ในแนวระดับมากกว่าบันได
- หลักสําคัญในการออกแบบทางลาดคือ ความลาดชันของทางลาดต้องไม่เกิน 8 % หรือ
12:1 หากมีพื้ นที่มากพอ
ทางลาดควรมีความชัน 5% หรือ 20:1
HARDSCAPE ในแนวตั้ง
รั้ว(Fence)เป็ นองค์ประกอบในการออกแบบภูมิทัศน์ที่มีหน้าที่ทั้งในเชิงการใช้ประโยชน์
และการส่งเสริมความสวยงาม
ข้อพิ จารณาในการออกแบบ/เลือกประเภทรั้วที่สําคัญคือ
- ขนาดหรือส่วนสูงของรั้ว ควรเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น การควบคุม
ระดับสายตา ลม เสียง
แสงแดดเป็นต้น
- โดยทัวไปความสูงของรั้วไม่ควรมากกว่า 2 เมตร
- ลักษณะของรั้ว เช่น ความโปร่ง ทึบ กลมกลืนกับธรรมชาติ
- วัสดุที่ใช้ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้รั้ว เช่น ต้องการความโปร่ง เข้ากับ
ธรรมชาติ ควรใช้รั้วไม้
ระแนงเป็ นต้น
กําแพง (Wall/Retaining Wall)เป็ นองค์ประกอบที่ท าหน้าที่คล้ายคลึงกับรั้วแต่ก า
แพงมักให้ความสําคัญในด้านของ
ความมันคงแข็งแรงมากกว่าโดยเฉพาะในด้ ่ านของการรับนํ้าหนัก/ป้องกันการพั งทลาย
ของดิน
HARDSCAPE ในระดับเหนือศีรษะ
ซุ้ม (Arbor/Pergola)
• เป็นองค์ประกอบที่เป็นโครงสร้างโปร่ง โดยทัวไปเป็นโครงสร้างไม้หรือโลหะ ่
• นิยมปลูกไม้เลื้อยช่วยสร้างร่มเงาและเพิ่ มความน่าสนใจ โดยเฉพาะไม้เลื้อยที่มีดอกและมี
กลิ่นหอม
• ทําให้เกิด Texture และแสงเงาในสวน
• มีข้อจํากัดในการใช้งานในฤดูฝนเนื่องจากไม่สามารถป้องกันนํ้าได้
15
การออกแบบภูมิทัศน์และจัดสวน
อัจฉริยะเบื้องต้น
ข้อพิ จารณาในการออกแบบที่สําคัญ คือ
• หากปลูกไม้เลื้อยจําเป็นต้องเลือกวัสดุที่มีความคงทนต่อพั นธุ์ไม้เลื้อยที่เลือกใช้
• การออกแบบให้มีลวดลายที่ทําให้เกิดแสงเงาที่น่าสนใจ
• ควรมีสัดส่วนที่เหมาะสมกับขนาดพื้ นที่และองค์ประกอบอื่นๆ
• ซุ้มที่สร้างอยู่ใกล้กับตัวอาคาร/บ้านควรออกแบบให้มีความ สอดคล้องกลมกลืนกับขนาดและรูป
แบบอาคาร (วัสดุลักษณะ สี ความสูง)
ศาลา (Gazebo)มีลักษณะเป็นโครงสร้างที่มีหลังคา สามารถกันแดดกันฝนได้ดีสามารถใช้งานได้
ตลอดวัน บริเวณโดยรอบ มักโปร่ง มองเห็นวิวภายนอกได้
งานภูมิทัศน์แบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้งานเป็ น 3 ประเภท คือ
ระบบส่องสว่างเพื่ อประโยชน์ใช้สอย
เป็นการออกแบบไฟให้แสงสว่างที่เน้นการใช้ประโยชน์ในเวลากลางคืนเป็ นสําคัญช่วยป้องอุบัติเหตุ/
อันตรายและสร้างความรู้สึกปลอดภัยเช่นไฟทางเดินไฟใต้ขั้นบันได
ระบบส่องสว่างเพื่ อสร้างความสวยงาม
เป็นเทคนิคการใช้ไฟส่องสว่างเพื่ อสร้างความสวยงาม น่าสนใจให้กับงานภูมิทัศน์โดยมีเทคนิคที่
สําคัญ 4 วิธีคือ
Uplighting, Spotlighting, BacklightingและDownlingtingซึ่งแต่ละวิธีก็มีเหมาะสมต่อการใช้
งานที่
แตกต่างกัน
ระบบส่องสว่างที่ใช้กับสระนํ้า บ่อนํ้า
เป็นเทคนิคการใช้ไฟส่องสว่างเพื่ อสร้างความสวยงาม น่าสนใจน้ าที่เป็นองค์ประกอบของงานภูมิ
ทัศน์ ตําแหน่ง
การติดตั้งดวงโคมสามารถทำได้ทั้งใต้นํ้าและโดยรอบ
องค์ประกอบอื่นๆในงานภูมิทัศน์
นอกจากพื้ นผิวแข็ง(Hardscape)และพื ชพรรณไม้(Softscape) แล้วการออกแบบภูมิทัศน์ยังต้อง
คำนึงถึงการเลือกใช้
องค์ประกอบอื่นๆ มาตกแต่งทั้งเพื่ อช่วยให้สวนมีความสวยงามมากขึ้นและมีการใช้สอยเหมาะสมต่อ
วัตถุประสงค์มากขึ้น
ได้โดยทัวไปสามารถแบ่งองค์ประกอบดังกล่าวเป็น 2 กลุ่มสําคัญคือ
องค์ประกอบที่เป็นนํ้า นํ้าพุ บ่อน้ำ สระนํ้า
องค์ประกอบที่เป็นนํ้าจะหมายความถึงนํ้าทุกประเภทที่ใช้ในงานออกแบบภูมิทัศน์ ที่สําคัญได้แก่
นํ้าพุ
บ่อนํ้า สระนํ้า นํ้าตก ล าธาร สระว่ายนํ้า โดยทัวไปแบ่งออกเป็ น ่ 2 กลุ่มสําคัญคือ
นํ้านิ่ง เช่น บ่อน้ า สระนํ้าสามารถออกแบบให้มีรูปร่างที่แตกต่างกัน
นํ้าที่มีการไหลหรือเคลื่อนที่เช่น นํ้าพุ นํ้าตก ลําธาร
องค์ประกอบที่เป็นเครื่องประดับตกแต่งสวน เฟอร์นิเจอร์
เฟอร์นิเจอร์สามารถช่วยเพิ่ มประโยชน์ใช้สอยของพื้ นที่ได้มากขึ้น ที่สําคัญมี3 กลุ่มใหญ่คือ
- เฟอร์นิเจอร์ ที่สําคัญได้แก่ เก้าอี้ ที่นัง สามารถให้ประโยชน์ใช้สอย และเป็นองค์ประกอบเพิ่ มความ
สวยงามให้แก่สวน
-งานประติมากรรม/รูปปั้ นตกแต่งสวน มีความหลากหลายทั้งในด้านวัสดุ รูปแบบ รูปทรงและขนาด
-กระถางบรรจุพรรณไม้ ช่วยสร้างความหลากหลายให้กับสวนสามารถใช้ในการจัดแบ่งพื้ นที่สวน
16
การออกแบบภูมิทัศน์และจัดสวน
อัจฉริยะเบื้องต้น
ที่นั้ง (Seating)
- เป็นที่นังพั กหรือนั้งรอเป็นสถานที่ที่ใช้ในการสนทนา พู ดคุย
- เป็นที่นังสังเกตการณ์ (Observe)
- เป็นที่ใช้ในการเรียนนอกห้องเรียน
- เป็นที่ใช้รับประทานอาหาร นอกอาคาร
• ที่นังสําหรับพู ดคุยสนทนา ควรมีการออกแบบและจัดวางให้เหมาะสม โดยการจัด
อาจมีลักษณะเป็นกลุ่ม หรือที่นั้งที่
หันหน้าเข้าหากันเพื่ อสามารถพู ดคุยกันได้สะดวก และควรอยู่ในบริเวณที่ค่อนข้างมี
ความเป็ นส่วนตัว
• การจัดวางที่นังแบบโมดูลาร์ ( Modular Seating) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมใน
การสร้างทางเลือกสําหรับผู้ใช้
วัสดุพื ชพรรณ (Plant Material)
วัสดุพื ชพรรณหมายถึง พั นธุ์พื ชทุกที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการออกแบบภูมิ
ทัศน์
วัสดุพื ชพรรณเป็นองค์ประกอบที่มีความสําคัญต่อการจัดภูมิทัศน์ในด้านต่างๆ
ดังนี้
เป็นองค์ประกอบของการออกแบบและจัดภูมิทัศน์
ช่วยสร้างบรรยากาศรอบตัวผู้อยู่อาศัยหรือสังคมมนุษย์ให้มีความสุขทั้งทาง
ด้านอารมณ์จิตใจและความสบาย (ให้ร่มเงา แรงลม ป้องกันแสงแดด ให้ความ
เย็น ฯลฯ
ช่วยปรับสภาพหรือปรุงแต่งสิ่งก่อสร้างและสถาปัตยกรรม
วัสดุพื ชพรรณโดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่เป็นสิ่งที่มีความสําคัญต่อระบบนิเวศน์และ
คุณค่าในเชิงเศรษฐกิจประโยชน์ของพื ชพรรณไม้
1. ป้องกันการชะล้างพั งทลายของดิน (Erosion Control)
2. ป้องกันลมป้องกันกลิ่นและลดมลภาวะทางอากาศ
3. ช่วยลดเสียงรบกวน
4. ช่วยปิ ดบังสายตาจากสิ่งที่ไม่พึ งประสงค์
5. การให้ร่มเงา
6. ช่วยในการจัดแบ่งการใช้ประโยชน์พื้ นที่
7. เพิ่ มคุณค่าแก่งานสถาปัตยกรรมและพื้ นที่โล่งว่าง
17
WEEK 6
การออกแบบภูมิทัศน์และจัดสวน
อัจฉริยะเบื้องต้น
วัสดุพื ชพรรณ หมายถึง พั นธุ์พื ชทุกที่น ามาใช้เป็นวัตถุดิบในการออกแบบภูมิทัศน์
· วัสดุพื ชพรรณเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญต่อการจัดภูมิทัศน์ในด้าน
ต่างๆ ดังนี้
· เป็นองค์ประกอบของการออกแบบและจัดภูมิทัศน์
· ช่วยสร้างบรรยากาศรอบตัวผู้อยู่อาศัยหรือสังคมมนุษย์ให้มีความสุขทั้งทาง
ด้านอารมณ์ จิตใจและความสบาย (ให้ร่มเงา แรงลม ป้องกันแสงแดด ให้ความเย็น
ฯลฯ
· ช่วยปรับสภาพหรือปรุงแต่งสิ่งก่อสร้างและสถาปัตยกรรม
· วัสดุพื ชพรรณโดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์
และมีคุณค่าในเชิงเศรษฐกิจ
ประโยชน์ของพื ชพรรณไม้
· ป้องกันการชะล้างพั งทลายของดิน (Erosion Control)
· ป้องกันลมป้องกันกลิ่นและลดมลภาวะทางอากาศ
· ช่วยลดเสียงรบกวน
· ช่วยปิดบังสายตาจากสิ่งที่ไม่พึ งประสงค์
· การให้ร่มเงา
· ช่วยในการจัดแบ่งการใช้ประโยชน์พื้ นที่
· เพิ่ มคุณค่าแก่งานสถาปัตยกรรมและพื้ นที่โล่งว่าง
การเลือกพรรณไม้
การเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อการจัดภูมิทัศน์ ทำให้การจัด ตกแต่ง
และดูแลรักษาเป็นไปได้ง่ายขึ้น สวนมีความสวยงามตรงต่อความต้องการ การ
เลือกพรรณไม้จ าเป็นต้องทราบรายละเอียดของพรรณไม้ ที่สำคัญได้แก่
· ลักษณะความต้องการในเจริญเติบโต
· ลักษณะด้านการมองเห็นที่มีสำคัญต่อการออกแบบภูมิทัศน์
-ขนาดของพื ชพรรณ (Plant Size)
-รูปทรงพื ชพรรณไม้ (Plant Form)
ลักษณะความต้องการด้านการเจริญเติบโต
สภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพรรณไม้ที่สำคัญได้แก่
· อุณหภูมิ พรรณไม้ชอบอุณหภูมิที่ต่างกัน:สูง กลางหรือต่ำ
· น้ำและความชื้น:แห้งหรือชื้นมาก การระบายน้ำเร็วหรือช้า ความชื้นในอากาศ
มากหรือน้อย
· แสง ลักษณะแสงที่เหมาะสม: ร่มทั้งวัน แสงที่ผ่านการกรอง แสงครึ่งวัน
แดดเต็มวัน
· ดินที่เหมาะสม: ดินอุดมสมบูรณ์ ดินทรายหรือหิน ดินเหนียว ดินที่เป็นกรด
ด่าง ดินที่ปรุงพิ เศษ
18
การออกแบบภูมิทัศน์และจัดสวน
อัจฉริยะเบื้องต้น
ขนาดของพื ชพรรณ
ขนาดมีความเกี่ยวข้องกับมาตราส่วนและสัดส่วนในการออกแบบจัดภูมิทัศน์ ขนาดพรรณไม้สามารถ
จัดแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่
· ไม้ยืนต้น:ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ กลาง เล็ก
· ไม้พุ่ ม: ไม้พุ่ มสูง ไม้พุ่ มกลาง ไม้พุ่ มเตี้ย
· ไม้เลื้อย
· ไม้คลุมดิน หญ้า
ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่
ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีความสูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป ต้นไม้ระดับนี้ท าหน้าที่เป็น
โครงสร้างหลักในสวนเพราะมีขนาดสูงมองเห็นได้ก่อน เป็นจุดเด่นเมื่อล้อมรอบด้วยไม้ขนาดเล็กกว่า
ซึ่งจะมองเห็นเมื่อเข้าใกล้ เช่น พญาสัตบรรณ จามจุรี ประดู่อังสนา นนทรี ปีบ เสลา ล้านช้าง
กาฬพฤกษ์ สนสองใบ สนสามใบ เป็นต้น
· การใช้ต้นไม้ใหญ่ในการออกแบบจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์•การออกแบบให้อยู่ต้นเดียวจะให้ความ
โดดเด่น
· การปลูกรวมเป็นกลุ่มจะเหมือนป่า
· การปลูกผสมกับไม้ขนาดเล็กจะทำหน้าที่เป็นไม้ประธานให้ร่มเงา และเป็นหลังคา
ไม้ยืนต้นขนาดกลาง
ไม้ยืนต้นขนาดกลางเป็นต้นไม้ที่มีความสูงตั้งแต่ 9-15 เมตร เช่น กัลปพฤกษ์ หางนกยูงฝรั่ง
แคแสด กระถินณรงค์ ราชพฤกษ์ อินทนินบก โมกมัน กุ่มน้ า ศรีตรัง หลิว ประดู่แดง เป็นต้น
ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก
ไม้ยืนต้นขนาดเล็กเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีความสูงตั้งแต่ 4.5-6 เมตรขึ้นไป เช่น ลั่นทม (ลีลาวดี) ส้านชะ
วา ตะขบไทย
ไม้พุ่ ม
· ไม้พุ่ มเป็นไม้ที่น ามาใช้ออกแบบเพื่ องานหลัก 2 อย่างคือท าให้เกิดพื้ นที่ในระนาบแนวดิ่งและใช้
เป็นแนวขอบเขตในพื้ นที่ขนาดเล็ก
· ไม้พุ่ มสูงสามารถใช้สร้างช่องทางเดิน บังคับทิศทางเดินหรือสายตาไปสู่จุดที่กำหนด
ไม้พุ่ มสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มตามขนาด คือ
1. ไม้พุ่ มสูง ส่วนใหญ่เป็นไม้เนื้อแข็ง แผ่กิ่งก้านเป็นทรงพุ่ ม มีความสูง 3-4.5 เมตร เช่น ตันหยง
โมกบ้านยี่โถ ทรงบาดาล ราชาวดี ทองอุไร
2. ไม้พุ่ มกลาง ไม้พุ่ มกลางมีความสูงอยู่ระหว่าง 1-2 เมตร มีทรงพุ่ มแน่น มีผิวสัมผัสหลากหลาย
ได้แก่ กุหลาบ โกสน เข็มเศรษฐีชบา พุ ดตาน ชวนชม เป็นต้น
3. ไม้พุ่ มเตี้ย ไม้พุ่ มเตี้ยมีความสูงอยู่ระหว่าง 0.30-1 เมตร ได้แก่ เข็มญี่ปุ่น ชบาหนู พุ ดซ้อน
แคระ หูปลาช่อน เป็นต้น
ไม้คลุมดิน ไม้คลุมดินเป็นพื ชที่มีทรงเตี้ยหรือเจริญเติบโตในแนวราบมีระบบรากและล าต้นแน่นมีทั้ง
มีดอก ไม่มีดอก ไม้เนื้อแข็งและไม้อวบน้ า มีความสูงเมื่อโตเต็มที่ 0.15-0.30 เมตร
ไม้คลุมดิน :หญ้าหญ้าที่นิยมน ามาในการจัดสวนมีอยู่ 5ชนิด คือ
· หญ้านวลน้อย (Manila grass)
· หญ้ามาเลเซีย (Tropical carpet)
· หญ้าญี่ปุ่น (Japanese lawn grass)
· หญ้าเบอร์มิวด้า (Bermuda grass)
· หญ้าพาสพาลั่ม (Passpalumgrass)
19
การออกแบบภูมิทัศน์และจัดสวน
อัจฉริยะเบื้องต้น
รูปทรงของพรรณไม้
· รูปทรงกลมด้านบน
· รูปทรงกระจายแผ่กว้าง
· รูปทรงลู่ลง
· รูปทรงกระบอก
· รูปทรงปิรามิดหรือรูปกรวย
· รูปทรงกิ่งก้านแผ่กระจายออกด้านข้าง
ประโยชน์ของ Design Process
· เป็นการสร้างกรอบการทำงานในการออกแบบให้เป็นระบบ
· ช่วยให้สามารถออกแบบที่เหมาะสมกับเงื่อนไข สถานการณ์
· ต่างๆ ได้ (พื้ นที่ ความต้องการเจ้าของ งบประมาณ ฯลฯ)
· ช่วยในการตัดสินใจ ได้ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
· เป็นข้อมูลในการอธิบาย/น าเสนอแบบที่ท าให้กับเจ้าของ
องค์ประกอบของ Design Process
การรับงานโครงการ
· การศึกษาวิเคราะห์ (รวมทั้งการสำรวจพื้ นที่)
· การออกแบบ
· การเขียนแบบก่อสร้าง
· การนำเสนองาน
· การประเมินงานหลังการก่อสร้าง
· การดูแลรักษา
การรับโครงการ (Project Acceptance)
· การรับโครงการ เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงาน
· โดยส่วนใหญ่จะเป็นการตกลงรับข้อเสนอการออกแบบ(งานสร้างใหม่/งานปรับปรุง)
· มีการนัดพบระหว่างเจ้าของงานกับนักออกแบบภูมิทัศน์ •มีการตกลงในเรื่องของขอบเขตงานและค่าใช้จ่าย
· มีการตกลงท าสัญญาว่าจ้าง สิ่งสำคัญที่ควรถือปฏิบัติ คือ เมื่อมีการตกลงท างานควรมีการเซ็นสัญญาข้อ
การจัดเตรียมแปลนพื้ นที่(Base Map)
ประกอบด้วย
· ขอบเขตพื้ นที่ดิน
· ระดับและเส้นชั้นความสูง
· พื ชพรรณไม้เดิม (ขนาด)
· แหล่งน้ำ
· อาคาร โครงสร้าง Hardscape อื่นๆ
· ถนน ทางรถเข้า
· สิ่งอ านวยความสะดวกและเครื่องประกอบถนน
· ลักษณะของพื้ นที่โดยรอบ อื่นๆ ที่สำคัญ
การออกแบบ (Design)
· การใช้ Diagram ช่วยในการออกแบบพื้ นที่
· การใช้ Diagram ช่วยในการออกแบบพื้ นที่
· การจัดทำแปลนแนวคิด (Concept Plan)
· การจัดทำแปลนแนวคิด (Concept Plan)
· การจัดทำแปลนแนวคิด (Concept Plan)
· การจัดทำแปลนแนวคิด (Concept Plan)
· การจัดทำแปลนแนวคิด (Concept Plan)
· การจัดทำแปลนแนวคิด (Concept Plan)
· การจัดทำแปลนแนวคิด (Concept Plan)
· การจัดทำร่างมาสเตอร์แปลน (Preliminary Master Plan)
· การจัดทำร่างมาสเตอร์แปลน (Preliminary Master Plan)
· การทำมาสเตอร์แปลน (Master Plan)
· การจัดทำมาสเตอร์แปลน (Master Plan)
20
WEEK 7
การออกแบบภูมิทัศน์และจัดสวน
อัจฉริยะเบื้องต้น
กระบวนการออกแบบภูมิทัศน์ (Design Process)
·การออกแบบภูมิทัศน์ ต้องมีขั้นตอนในการออกแบบเพื่ อที่ผู้ออกแบบจะได้เข้าใจถึงสถานที่และจุด
ประสงค์เจ้าของบ้าน/สถานที่ สามารถออกแบบได้อย่างตรงความต้องการมีประสิทธิภาพและเหมาะสม
สวยงาม
กระบวนการออกแบบภูมิทัศน์ (Design Process)
·คือขั้นตอนในการออกแบบที่ต้องอาศัยการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลและความคิด
สร้างสรรค์เพื่ อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุด
ประโยชน์ของ Design Process
·เป็นการสร้างกรอบการท างานในการออกแบบให้เป็นระบบ
·ช่วยให้สามารถออกแบบที่เหมาะสมกับเงื่อนไข สถานการณ์
·ต่างๆ ได้ (พื้ นที่ ความต้องการเจ้าของ งบประมาณ ฯลฯ)
·ช่วยในการตัดสินใจ ได้ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
· เป็นข้อมูลในการอธิบาย/นำเสนอแบบที่ทำให้กับเจ้าของ
องค์ประกอบของ Design Process
·การรับงานโครงการ
·การศึกษาวิเคราะห์ (รวมทั้งการสำรวจพื้ นที่)
·การออกแบบ
·การเขียนแบบก่อสร้าง
·การนำเสนองาน
·การประเมินงานหลังการก่อสร้าง
· การดูแลรักษา
การรับโครงการ (Project Acceptance)
·การรับโครงการ เป็นจุดเริ่มต้นของการท างาน
·โดยส่วนใหญ่จะเป็นการตกลงรับข้อเสนอการออกแบบ(งานสร้างใหม่/งานปรับปรุง)
·มีการนัดพบระหว่างเจ้าของงานกับนักออกแบบภูมิทัศน์
·มีการตกลงในเรื่องของขอบเขตงานและค่าใช้จ่าย
· มีการตกลงท าสัญญาว่าจ้าง สิ่งสำคัญที่ควรถือปฏิบัติ คือ เมื่อมีการตกลงทำงานควรมีการ
เซ็นสัญญาข้อตกลงให้เรียบร้อย (ไม่ว่างานเล็กหรือใหญ่)
การศึกษาค้นคว้าและวิเคราะห์
·การจัดเตรียมแปลนพื้ นที่(Base Map)
·การสำรวจและวิเคราะห์พื้ นที่(Site Analysis)
·การสัมภาษณ์เจ้าของโครงการ/สถานที่
·การพั ฒนาโปรแกรม
·การใช้ Diagram ช่วยในการออกแบบพื้ นที่
· การจัดทำแปลนแนวคิด (Concept Plan)
การออกแบบ (Design)
·การจัดทำร่างมาสเตอร์แปลน (Preliminary Master Plan)
·เป็นแบบแปลนที่พั ฒนามาจากร่างมาสเตอร์แปลน
·เป็นแปลนที่เสร็จสมบูรณ์แสดงถึงองค์ประกอบทั้งหมดภายในสวน
·การจัดทำมาสเตอร์แปลนมักจะมีการเขียนรูปด้าน (Elevation) รูปตัด (Section) และทัศนียภาพ
ร่วมด้วย (Perspective)
·ไม่นิยมเขียนมาสเตอร์แปลนด้วยการสเก็ชต์มือ ควรใช้เครื่องมือเขียนแบบหรือคอมพิ วเตอร์
·มีการลงตกแต่งเส้น สี แสงเงาให้สวยงาม
21
WEEK 8
การจัดการดินและการให้ปุ๋ย
เรื่อง การจัดการดินและการให้ปุ๋ย
การเจริญเติบโตของพื ช ต้องการปัจจัยหลายประการที่สําคัญ คือ นํ้า แสง ธาตุอาหารต่างๆ
พื ชเป็นสิ่งมีชีวิตมีการเจริญเติบโตและด ารงชีวิตอยู่ได้ย่อมต้องการ สิ่งแวดล้อมที่
เหมาะสม สภาพของสิ่งแวดล้อม
ต่างๆ ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพื ชได้แก่
• ดิน
• นํ้า
• ธาตุอาหารหรือปุ๋ ย
• อากาศ
• แสงสว่างหรือแสงแดด
• อุณหภูมิ
ดิน (Soil)หมายถึง วัตถุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากการสลายตัวทางกายภาพ และทางเคมี
ของหินและแร่ รวมกับสารอินทรีย์
ที่เกิดจากการสลายตัวของซากพื ชซากสัตว์เป็นผิวชั้นบนที่หุ้มห่อโลก
22
การจัดการดินและการให้ปุ๋ย
ดินที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพื ช
1) อนินทรีย์วัตถุหรือแร่ธาตุร้อยละ 45
2) อินทรีย์วัตถุร้อยละ 5
3) น้าร้อยละ45
4) อากาศร้อยละ 25
สีของดิน
สีของดิน เป็นสมบัติของดินที่มองเห็นได้ชัดเจน เป็นคุณสมบัติที่สะท้อนถึงสภาพแวดล้อม
กระบวนการเกิดดิน
แร่ที่เป็นองค์ประกอบของดินหรือวัสดุอื่นๆที่อยู่ในดิน
สีของดิน มีหลายสี ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงสีดํานํ้าตาล แดงเหลือง เหลืองแดง เหลืองเทา
หรือสีเทา
1) ดินสีดํา คือ ดินที่มีฮิวมัสอยู่มาก และแร่ Mnเป็นองค์ประกอบ เหมาะแก่การเพาะปลูกพื ช
2) ดินสีเขียวปนน้าเงินคือ ดินที่มีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบ
3) ดินสีเหลือง,นํ้าตาลและเทาคือ ดินที่มีSiO2, CaCO3,Mgและ ยิปซัมเป็นองค์ประกอบ
4) ดินสีแดง คือ ดินที่มีอายุมาก ผ่านการสลายตัวอย่างรุนแรง ไม่มีแร่ธาตุ
โครงสร้างของดิน หมายถึง รูปแบบของการยึดและการเรียงตัวของอนุภาคเดี่ยวของดิน
เป็นเม็ดดินในหน้าตัดดิน เม็ดดินแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันทั้งด้านขนาดและรูปร่าง ซึ่ง
แบ่งออกเป็น 7 ชนิด คือ
1. แบบก้อนกลม (Granular )
2. แบบก้อนเหลี่ยม (Blocky)
3. แบบแผ่น (Platy)
4. แบบแท่งหัวเหลี่ยม (Prismatic)
5. แบบแท่งหัวมน (Columnar)
6. แบบก้อนทึบ (Massive)
7. แบบอนุภาคเดี่ยว (Single Grained)
ความเป็นกรด-เบสของดิน
วัดด้วยค่า pHเป็นสมบัติที่สําคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพื ช โดยค่า pHจะขึ้นอยู่กับ
ปริมาณแร่ธาตุในดิน หลักๆ คือ
Ca, Mg, Kและ Na
1) ดินที่มีสภาพเป็นกลางคือ ดินที่มีค่า pH เท่ากับ 7
2) ดินที่มีสภาพเป็นกรดหรือ ดินเปรี้ ยวคือ ดินที่มี pH ตํ่าากว่า 7
นางสาววิมลรัตน์ คํายันต์ 6109682424
3) ดินที่มีสภาพเป็ นเบส หรือดินเค็ม คือ ดินที่มี pH มากกว่า 7
4) ดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ หรือดินจืด คือ ดินที่ขาดแร่ธาตุอาหารของพื ช เนื่องจากการ
ขาดการบํารุงดินแก้ไขได้
โดยการเติมปุ๋ยอินทรีย์ เพื่ อเพิ่ มปราณแร่ธาตุ และเพิ่ มความร่วนซุยของดิน
5) ดินมาร์ล หรือดินสอพอง คือ ดินที่มี CaCO3 ปนอยู่มาก เกิดจากการผุพั งของหินปูน
ใช้ทำดินสอพองสภาพดินมี
สมบัติเป็นเบสใช้แก้ความเป็นกรดของดินเมื่อหยดกรดลงไปจะได้แก๊ส CO2เป็นผลิตภัณฑ์
23
WEEK 9
INTERNET OF THINGS
เพื่อควบคุมระบบน้ำและไฟฟ้าในสวน
สมาร์ทการ์เด้นท์เป็นความพยายามยกระดับการพั ฒนา 4 ด้านที่สำคัญ ได้แก่
(1) การลดต้นทุนในการใช้น้ำและไฟฟ้า
(2) การเพิ่ มคุณภาพมาตรฐานในการดูแลสวน
(3) การลดความเสี่ยงในความเสียหาย ซึ่งเกิดจากขาดน้ำของพื ชพรรณ
(4) การจัดการและส่งผ่านความรู้ โดยน้ำเทคโนโลยีสารสนเทศจากการวิจัยไป
ประยุกต์สู่การพั ฒนาในทางปฏิบัติ และให้ความสำคัญต่อการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศของนวัตกรรมการจัดสวนแนวสมาร์ทการ์เด้นท์
ระบบ Smart Garden
Smart Garden Technology จะต้องประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ
(1)ความรู้เกี่ยวกับออกแบบระบบนำความต้องการใช้น้ำ
(2)อุปกรณ์IoTและเทคโนโลยีติดตามสภาพแวดล้อม
(3)ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
(4) ระบบควบคุมการจ่ายพลังงานไฟฟ้า
แนวคิดในการออกแบบติดตั้งระบบรดน้ำสวนอัจฉริยะ
1.ตัวจ่ายน้ำ(Emitters)
2.ระบบลำเลียงน้ำ(Water Delivery System)
3. อุปกรณ์เสริม (Accessories)
4. ปั๊ มน้ำ(Pump)และไฟฟ้า
5.อุปกรณ์ควบคุมระบบรดน้ำอัตโนมัติ
อุปกรณ์ที่ใช้สาหรับSmart Garden
1.ตัวควบคุมการรดน้าอัตโนมัติ
2.โซลินอยด์วาล์ว หรือวาล์วไฟฟ้า
3.เซนเซอร์
4.สัญญาณอินเทอร์เน็ต
การเลือกรูปแบบการควบคุมการรดน้ำมี 2รูปแบบ ดังนี้
1.ตัวควบคุมสั่งเปิด-ปิดปั๊ มน้ำ
2.ตัวควบคุมคู่กับปั๊ มน้าอัตโนมัติ
Sonoff เป็นไมโครคอนโทรลเลอร์แบบสำเร็จรูป พร้อม software ที่นาไปต่อ
วงจรไฟฟ้าได้โดยไม่ต้องเขียนcode
24
INTERNET OF THINGS
เพื่อควบคุมระบบน้ำและไฟฟ้าในสวน
อุปกรณ์ Internet of Things (IoT)
4G Router WiFiเราเตอร์ ใส่SIM
สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เป็นสื่อกลางในการสื่อสาร
Wi-Fi Router ให้เหมาะกับการใช้งาน
1. คลื่นความถี่ที่รองรับ(2.4GHz หรือ 5GHz)
2. ความเร็วในการรับส่งข้อมูล
3. เสากระจายสัญญาณ
4. พอร์ตแลน
ดังนั้นการลงทุนกับWi-Fi Router รุ่นใหม่ ๆ มันช่วยท าให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตของคุณลื่นไหล
เร็วและแรงกว่า
ไมโครคอนโทรลเลอร์
7 ส่วนประกอบหลัก ของ (Microcontroller)
·Central processing unit (CPU)
·ROM: Read-only memory
·RAM : Flash memory
·Input and Output port
·Timer-Interrupt circuitry
·Buses
ประมวลผลภาพโครนได้ระดับความสูงของพื้ นที่
ประมวผลความสูงพื้ นที่ด้วยโดรน
·ปัจจุบันเทคโนโลยี Cloud Computing สามารถช่วยให้ผู้ออกแบบระบบน้าในสวนสามารถประมวล
ผลภาพได้จาก Sever ที่ฟรีหรือคิดค่าใช้จ่าย เช่น Pix4D หรือ DroneDeploy
นำมาใช้ประกอบการออกแบบระบบน้ำ
·การวางแนวท่อจ่ายน้ำ โดยคำนึงที่สูงไหลลงสู่ที่ต่ำเพื่ อลดแรงดันในท่อทำให้สามารถใช้ปั๊ มที่มีขนาด
เล็กลงได้ และประหยัดไฟฟ้า
แรออกแบบระบบให้น้ำ
ออกแบบระบบท่อจ่ายน้ำในพื้ นที่สวนโดยปกติจะมีการคำนวณและออกแบบระบบให้น้ามีขั้นตอนดังนี้
1.ข้อมูลพื ชพรรณที่ปลูกในสวนหย่อมแหล่งน้ำและดิน
2.หาปริมาณน้ำที่ต้องให้พื ชพรรณ
3.เลือกชนิดหัวจ่ายน้ำให้เหมาะกับพื ช
4.หาระยะเวลาจ่ายน้ำและแบ่งโซนให้น้ำนับจานวนต้นพื ชหรือพื้ นที่
5.คำนวณขนาดของท่อ PVC เพื่ อให้แรงดันน้ำได้ตามคำนวณ
6.คำนวณหาขนาดของปั๊ มอัตราการสูบน้าQ หาแรงดัน H และเลือกระบบไฟฟ้าที่ใช้
7.ประมาณการราคา
การออกแบบระบบน้ำ
หลักสำคัญ
·ให้พิ จารณารูปแบบการจ่ายน้ำของหัวจ่าย
·อัตราการจ่ายน้ำในแต่ละโซนให้ใกล้เคียงกันมากที่สุด
·ให้หัวจ่ายน้ำอยู่ในระดับความสูงเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันมากที่สุดจะเป็นตัวกาหนดขนาดของท่อ
ส่งน้ำเครื่องสูบน้ำจำนวนวาล์วรอบและเวลาในการจ่ายน้ำ
การแบ่งโซนในการให้น้ำพื ช
·แปลงที่มีพื้ นที่ขนาดใหญ่
·การแบ่งแปลงในการให้น้ำ
·การเลือกแบ่งโซนในการให้น้าพื ช
25
INTERNET OF THINGS
เพื่อควบคุมระบบน้ำและไฟฟ้าในสวน
ขั้นตอนการติดตั้งระบบน้ำในงานจัดสวน
1.การติดตั้งสถานีสูบน้าและระบบควบคุมIoT
2.การกำหนดแนวระบบท่อ
3.การติดตั้งวาล์วไฟฟ้าและชุดควบคุมเพื่ อแบ่งโซนจ่ายน้ำ
4.การติดตั้งหัวสปริงเกลอร์
5.การทดสอบระบบก่อนส่งมอบงาน
การให้น้าในงานสวน อาจจะแบ่งได้ 3รูปแบบ คือ
1. การให้น้ำโดยใช้แรงงานคน
2. การให้น้ำโดยใช้ระบบสปริงเกลอร์และน้ำหยด
3. การใช้ระบบ Internet of Things ควบคุมระบบมินิสปริงเกลอร์ หรือสปริงเกลอร์
การออกแบบระบบให้น้ำ
1.การให้น้ำโดยใช้แรงงานคน
2.การให้น้ำโดยใช้ระบบสปริกเกลอร์ – ระบบมินิสปริงเกลอร์ หรือสปริงเกลอร์
3.ระบบสปริงเกลอถ์ถาวร
การจัดสวนแนวตั้งมี2 ระบบด้วยกันได้แก่
·ระบบแผง (Panel System)ทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามและช่วยลดอุณหภูมิของพื้ นที่ให้ผู้อยู่
อาศัยรู้สึกมีส่วนร่วมกับธรรมชาติมากขึ้น
·ระบบ กระถาง (Pot System)สามารถเลือกใช้พื ชพรรณในการปลูกได้หลากหลายการติดตั้งแผงยึด
และถาดเป็นไปได้ง่ายด้วยการแขวนกระถางยึดกับโครงสร้างแผงหลัก รวมถึงมีการระบายน้าด้านล่าง
ของตัวกระถางลงสู่ถาดรองด้านล่างด้วย
การจัดสวนแนวตั้งVertical Gardenการรดน้าในระบบนี้
·บริเวณที่ไม่สะดวกในการรดน้ำด้วยมือเช่นสวนแนวตั้งภายในอาคารหรือสวนแนวตั้งที่สูงเกิน5 เมตร
·ควรติดตั้งระบบน้ำหยดหรือเดินท่อน้ำซึมและตั้งเวลารดน้ำอัตโนมัติ
·หากปลูกเลี้ยงพรรณไม้ที่ต้องการความชื้นในอากาศสูงเช่นเฟินมอสส์อาจติดตั้งระบบพ่ นหมอกเสริม
และหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์จ่ายน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ
·เพิ่ มระบบการให้ปุ๋ยไปกับระบบไหลเวียนของน้ำด้วย
ระบบพ่ นหมอก และปั๊ มแรงดันสำหรับพ่ นหมอก
·เพิ่ มความชื้น
·ลดความร้อน
·ลดฝุ่นละออง
IoTเพื่ อควบคุมองค์ประกอบน้าในสวนมี 2 รูปแบบดังนี้
1.น้ำนิ่งเช่นบ่อน้ำสระน้ำ
2.น้ำที่มีการไหลหรือเคลื่อนที่เช่นน้ำพุ น้ำตกลาธาร
หลักการควบคุมด้วย IoT
·1.เปิดปิดด้วย manual
·2.เปิดปิดด้วย mobile application
·3.เปิดปิดด้วยการตั้งเวลา
IoTเพื่ อควบคุมการเคลื่อนที่ของน้ามี 2 รูปแบบดังนี้
·1.ปั๊ มน้าสูบน้ำขึ้น
·2.ปั๊ มแรงดันพ่ นหมอกให้มีละออง
หลักการควบคุมด้วย IoT
·1.เปิดปิดด้วย manual
·2.เปิดปิดด้วย mobile application
·3.เปิดปิดด้วยการตั้งเวลา
26
WEEK 10
การออกแบบระบบให้น้ำ
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับท่อน้ำ ท่อพี วีซี มี 3 ชั้นคุณภาพ ได้แก่
· ชั้น 5 เป็นท่อบางเหมาะสำหรับงานระบบสุขาภิบาล ท่อระบายน้ำ ไม่เหมาะกับงาน
ระบบที่มีแรงดัน
· ชั้น 8.5 เหมาะสำหรับงานสุขาภิบาล และการเกษตร สามารถนำมาใช้กับงานระบบ
น้ำที่มีแรงดัน
· ชั้น 13.5 มีความหนาที่สุดเหมาะสำหรับงานระบบน้ำที่มีแรงดันสูง นิยมนำมาใช้ทำ
ท่อประธาน หรือท่อเมน
การหาเวลาให้น้ำ
1.อัตราการให้น้ำของพื ชหรือปริมาณการใช้น้ำของพื ชในแต่ละวันหรือในแต่ละฤดูกาล
2.อัตราการตกของน้ำ (PR)
การจะเปิดให้น้ำมากหรือน้อยยังขึ้นอยู่กับ ปัจจัยอื่นๆ เช่น
· ชนิดของดิน
· ความหนาแน่นของต้นพื ช
· ความร้อนของบรรยากาศในช่วงวัน
· ความชื้นสัมพั ทธ์ในบรรยากาศ
· รูปแบบการปลูก
การเลือกและวางตำแหน่งหัวจ่ายน้ำ แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่
1.ระบบฉีดฝอย
2.ระบบน้ำหยด
หัวจ่ายน้ำระบบฉีดฝอย
· ข้อควรพิ จารณาในการเลือกหัวสปริงเกลอร์จากรายการสินค้า
1.รูปแบบลักษณะของการฉีดน้ำ
2.รัศมีการฉีด (หน่วยเป็น เมตร)
3.แรงดันใช้งานของหัวสปริงเกลอร์ (หน่วยเป็น เมตร หรือ บาร์)
4.อัตราการไหลหรือปริมาณน้ำของสปริงเกลอร์
· อัตราการไหลของระบบน้ำหยด
·เทปน้ำหยดส่วนใหญ่จะมีอัตราการหยด 1-3 ลิตร
·หัวน้ำหยดปริมาณน้ำที่หยด ผ่านหัวน้ำหยดแต่ละหัวจะมีปริมาณการหยด 4 ลิตร/ชั่วโมง
8 ลิตร/ชั่วโมง และ 16 ลิตร/ชั่วโมง เป็นต้น
· หัวน้ำหยด
1.ดินทราย มีขนาดเม็ดดินหยาบ มีช่องว่างในระหว่างเม็ดดินมาก การซึมน้ำจึงรวดเร็ว
เรียกว่า การซึมน้ำแบบซึมลึก
2.ดินร่วน มีขนาดเม็ดดินปานกลาง การซึมของน้ำทำได้ปานกลาง
3.ดินเหนียว มีขนาดเม็ดดินเล็กละเอียด ช่องว่างระหว่างเม็ดดินน้อย การซึมน้ำทำได้ช้า
เรียกว่า การซึมน้ำแบบซึมข้าง
27
การออกแบบระบบให้น้ำ
เครื่องสูบน้ำ (Water Pump)
· เครื่องสูบน้ำ เป็นเครื่องมือกล ที่ทำหน้าที่เพิ่ มพลังงานให้แก่น้ำ เพื่ อให้
น้ำนั้นไหลผ่านระบบท่อปิดจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้ตามความต้องการ
พลังงานที่นำมาเพิ่ มให้แก่น้ำนั้นได้มาจากเครื่องต้นกำลังต่างๆ (เครื่องยนต์
มอเตอร์ แรงลม แรงคน หรือพลังงานแหล่งอื่นๆ)
ประเภทเครื่องสูบน้ำ
·แยกตามลักษณะการเพิ่ มพลังงานให้แก่น้ำ
1. ประเภทแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ (Centrifugal Pump)
2. ประเภทโรตารี่ (Rotary Pump)
3. ประเภทลูกสูบชัก (Reciprocating Pump)
4. ประเภทอื่นๆ (Special Pump)
· แยกประเภทตามลักษณะการขับดันน้ำ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1.ทำงานโดยไม่อาศัยหลักการแทนที่ของเหลว
2.ทำงานโดยอาศัยหลักการแทนที่ของเหลวในห้องสูบด้วยการเคลื่อนที่ของ
ชิ้นส่วนของเครื่อง
·ประเภทของเครื่องสูบน้ำ แบ่งตามชนิดการใช้งาน
1.เครื่องสูบน้ำแบบลูกสูบชัก
2.เครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่ง
3.เครื่องสูบน้ำแบบท่อพญานาค
4.เครื่องสูบน้ำแบบเทอรไบน์
5.เครื่องสูบน้ำบาดาล
6.เครื่องสูบน้ำแรงดันสูง
28
WEEK 11
พลังงานแสงอาทิตย์
รังสีแสงอาทิตย์ ประกอบด้วยรังสี 2 ประเภท คือ
1.รังสีตรง à เป็นรังสีที่แผ่มาจากดวงอาทิตย์โดยตรง มีทิศทาง
แน่นอน สามารถใช้อุปกรณ์ทัศนศาสตร์ ได้แก่ เลนส์ คอนเซนเตรเตอร์
กระทำการรวมแสงรังสีตรงนี้ได้
2.รังสีกระจาย àเป็นรังสีที่ได้รับจากดวงอาทิตย์โดยการสะท้อน ตลอด
จนการกระจายของแสงเมื่อผ่านบรรยากาศ ทิศทางของการตกกระทบ
ของรังสีกระจายที่จุดใดจุดหนึ่งมีค่าไม่แน่นอน ไม่สามารถรวมรังสี
กระจายแหล่านี้ให้อยู่จุดเดียวได้
ฤดูกาลและการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์
· Equinox à เป็นวันที่ดวงอาทิตย์อยู่บนเส้นศูนย์ศูตรของท้องฟ้า
เวลากลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน เท่ากับ 12 ชั่วโมง ปีละ 2 วัน
· Solstice à เป็นวันที่ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรมาก
ที่สุด ปีละ 2 วัน
เซลล์แสงอาทิตย์ที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
ใหญ่ๆ คือ
1.กลุ่มเซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำประเภทซิลิคอน
·แบบที่เป็นรูปผลึก จะแบ่งออกเป็น ชนิดผลึกเดี่ยวซิลิคอน และ ชนิด
ผลึกรวมซิลิคอน
·แบบที่ไม่เป็นรูปผลึก คือ ชนิดฟิล์มบางอะมอร์ฟัสซิลิคอน
2.กลุ่มเซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากสารประกอบที่ไม่ใช่ซิลิคอน
·เซลล์แสงอาทิตย์ 3 แบบ ได้แก่
1.Single-crystalline,
2. Ploy-crystalline
3. Amorphous silicon
ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar water pumping)
เป็นระบบแบบอิสระ อีกรูปแบบหนึ่งที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้
งานเพื่ อการสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้ นที่ที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มี
ระบบประปาหมู่บ้าน แต่มีแหล่งน้ำที่สะอาดและมีน้ำเพี ยงพอ
การประยุกต์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์อื่นๆ เช่น
·ไฟจราจร
·ไฟฟ้าเพื่ อระบบโทรคมนาคมในพื้ นที่ห่างไกล
·สถานีบรรจุแบตเตอรีด้วยเซลล์แสงอาทิตย์
·ระบบชลประทานน้ำหยดด้วยเซลล์แสงอาทิตย์
29
WEEK 12
วันที่ 09/11/2021
เรื่อง พลังงานแสงอาทิตย์
รังสีแสงอาทิตย์ ประกอบด้วยรังสี 2 ประเภท คือ
1.รังสีตรง à เป็นรังสีที่แผ่มาจากดวงอาทิตย์โดยตรง มีทิศทาง
แน่นอน สามารถใช้อุปกรณ์ทัศนศาสตร์ ได้แก่ เลนส์ คอนเซนเตร
เตอร์ กระทำการรวมแสงรังสีตรงนี้ได้
2.รังสีกระจาย àเป็นรังสีที่ได้รับจากดวงอาทิตย์โดยการสะท้อน
ตลอดจนการกระจายของแสงเมื่อผ่านบรรยากาศ ทิศทางของการ
ตกกระทบของรังสีกระจายที่จุดใดจุดหนึ่งมีค่าไม่แน่นอน ไม่
สามารถรวมรังสีกระจายแหล่านี้ให้อยู่จุดเดียวได้
ฤดูกาลและการเคลื่ อนที่ของดวงอาทิตย์
· Equinox à เป็นวันที่ดวงอาทิตย์อยู่บนเส้นศูนย์ศูตรของ
ท้องฟ้า เวลากลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน เท่ากับ 12 ชั่วโมง
ปีละ 2 วัน
· Solstice à เป็นวันที่ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรมาก
ที่สุด ปีละ 2 วัน
30
วันที่ 11/11/2021
เรื่อง การใช้ประโยชน์จาก
พลังงานแสงอาทิตย์
เซลล์แสงอาทิตย์ที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
ใหญ่ๆ คือ
1.กลุ่มเซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำประเภทซิลิคอน
· แบบที่เป็นรูปผลึก จะแบ่งออกเป็น ชนิดผลึกเดี่ยวซิลิคอน และ
ชนิดผลึกรวมซิลิคอน
· แบบที่ไม่เป็นรูปผลึก คือ ชนิดฟิล์มบางอะมอร์ฟัสซิลิคอน
2.กลุ่มเซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากสารประกอบที่ไม่ใช่ซิลิคอน
· เซลล์แสงอาทิตย์ 3 แบบ ได้แก่
1.Single-crystalline,
2. Ploy-crystalline
3. Amorphous silicon
ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar water pumping)
เป็นระบบแบบอิสระ อีกรูปแบบหนึ่งที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับ
การใช้งานเพื่อการสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ที่ไม่มี
ไฟฟ้า ไม่มีระบบประปาหมู่บ้าน แต่มีแหล่งน้ำที่สะอาดและมีน้ำเพียง
พอ
การประยุกต์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์อื่นๆ เช่น
· ไฟจราจร
· ไฟฟ้าเพื่อระบบโทรคมนาคมในพื้นที่ห่างไกล
· สถานีบรรจุแบตเตอรีด้วยเซลล์แสงอาทิตย์
· ระบบชลประทานน้ำหยดด้วยเซลล์แสงอาทิตย์
31
ความรู้เบื้องต้นโครงสร้างรับน้ำหนักในสวนและ WEEK 13
งานภูมิทัศน์ (16 /11/2564)
การตรึงคาร์บอน
16 พฤจิกายนHARDSCAPE
NADP และ ATP ที่สร้างขึ้นในขั้นตอนที่ 2 และ 3
งานส่วนของวัสดุถาวรหรือกึ่งถาวร ส่วนประกอบที่เป็นโครงสร้างใน ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำหรับการตรึง
งานภูมิสถาปัตยกรรม เช่น ลานนั่งเล่น ศาลา ทางเดิน ระเบียง ซุ้ม
ประตู เป็นต้น เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง เช่น คอนกรีต คาร์บอนในขั้นตอนนี้อิเล็กตรอนจะเริ่มลดคาร์บอน
เหล็ก อิฐ คอนกรีตสแตมป์ หรือวัสดุจากธรรมชาติ เช่น หิน กรวด เป็นโมเลกุลน้ำตาลหกคาร์บอนเนื่องจาก
Hardscape ทำให้สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่หรือทำกิจกรรม
กระบวนการเหล่านี้เป็นอิสระจากแสง จึงถูกเรียก
ต่าง ๆ ได้เพิ่มขึ้น ว่าปฏิกิริยามืดเมื่อเทียบกับขั้นตอนก่อนหน้าซึ่ง
1. Hardscape ระดับพื้น เช่น เฉลียง ทางเดิน ทางเข้าที่จอดรถ
2. Hardscape แนวตั้ง เช่น รั้วและกำแพง อาศัยพลังงานแสงและเรียกว่าปฏิกิริยาแสง
3. Hardscape เหนือศีรษะ เช่น ศาลา ซุ้ม
ประเภทของโครงสร้างรับน้ำหนัก
1. Hardscape ระดับพื้น
กำแพงกันดิน 2. Hardscape แนวตั้ง
3. Hardscape เหนือศีรษะ
กำแพงกันดิน หน้าที่ของกำแพงกันดิน คือ รับแรงและน้ำหนัก
ของดิน ดังนั้น หากคำนวณน้ำหนักและแรงดันของดินผิดพลาด
จะส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างกำแพงกันดิน พื้นที่มีความต่าง
ระดับกันมาก ควรพิจารณาใช้ "กำแพงกันดิน" เพื่อช่วยลดการเกิด
ดินไหล หรือดินถล่ม อาจเลือกใช้โครงสร้างไม้ หรือคอนกรีตช่วย
ป้องกันดินถล่มและเพื่อทำให้กลมกลืนกับสวน หรือเลือกใช้กำแพง
กันดินสำเร็จรูปเพื่อความสะดวกในการก่อสร้าง
ข้อควรพิจารณาสำหรับงานโครงสร้างรับน้ำหนัก
ปัญหาสำคัญสำหรับ พื้นทางเดิน คือ เรื่องการทรุดตัว หรือ ดินยุบ พื้นทางเดิน ควร
พิจารณาถึงน้ำหนักของวัสดุปูพื้น วัสดุคอนกรีตปูพื้น เป็นวัสดุที่ทำขึ้นมาทดแทน
สำหรับปูพื้น ทำจาก ซีเมนต์ผสมหิน ทราย และน้ำ แล้วอัดขึ้นเป็นรูปทรงต่างๆ
สามารถรับแรงอัด หรือรับน้ำหนักได้มาก หาซื้อได้ง่าย ราคาถูกกว่าหินธรรมชาติ
แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1. คอนกรีตบล็อกประสานปูพื้น หรืออิฐตัวหนอน รับน้ำหนักได้มากถึง 350
กก/ซม
2. กระเบื้องคอนกรีต เหมาะสำหรับปูพื้นทางเดินในสวน รับน้ำหนักได้น้อยกว่า
อิฐตัวหนอน
ความรู้เบื้องต้นโครงสร้างรับน้ำหนักในสวนและ
งานภูมิทัศน์ (18/11/2564)
32