The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยชั้นเรียน เรื่อง การคัดลายมือ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Meena Thananchai, 2022-07-31 07:05:20

วิจัยชั้นเรียน เรื่อง การคัดลายมือ

วิจัยชั้นเรียน เรื่อง การคัดลายมือ

ช่ือผทู้ ำวิจัย.......นางสาวมนี ณา ธนันไชย.............กล่มุ สาระการเรียนร.ู้ ........ภาษาไทย.........
โรงเรยี นลำปางกลั ยาณี อ.เมอื ง จ.ลำปาง สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษามธั ยมศกึ ษาลำปาง ลำพนู
รายงานการวิจยั ในชน้ั เรียน การพฒั นาทกั ษะการคดั ลายมือ โดยใช้แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะการคดั ลายมือ สำหรบั
นักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564

บทที่ 1 บทนำ

ความเป็นมาและความสำคัญของปญั หา
การคดั ลายมือเป็นค่านิยมของคนเอเชยี มายาวนาน และคนทีเ่ ขียนหนงั สือได้ อ่านหนงั สอื ออกจะเป็น
คนที่มีโอกาสในการรับราชการและมีชีวติ ที่ดี เป็นเจ้าคนนายคนจนมกี ารกล่าวกันวา่ “ลูกผู้ชายลายมือนัน้ คอื
ยศ”แต่ต่อมาในระยะหลัง นี้การสอนคัดลายมือลดความนิยมลงไปมาก ทั้งนี้เป็นไปตามววิ ัฒนาการความคดิ
ทางการศึกษาและเทคโนโลยีการเขียน การพิมพ์ และการประดิษฐ์ตัวอักษรจึงทำให้ความสำคัญของการคัด
ลายมอื ลดลงไป จงึ เหน็ การแสดงการเสยี ดสคี ่านิยมการเขยี นลายมอื ดงั น้ี “ลกู ผชู้ ายลายมือน้ันคือยศ เขยี นสวย
สดเขาเห็นให้เปน็ เสมียน เขียนให้พออ่านได้เปน็ นายทะเบียน เขียนแล้วอ่านวิงเวียนเป็นนายคน” ปรากฎใน
สังคมที่เกิดขึ้นสนับสนุนการเสียดสีผู้ที่มีลายมือสวย หรือเขียนหนังสือสวยมักจะพบเห็นอยูใ่ นคนที่มีวิชาชีพ
ชั้นสงู ท้งั หลาย เช่น อาจารย์ในมหาวทิ ยาลยั แพทยว์ ศิ วกร นักกฎหมาย เป็นตน้ บคุ คลเหล่านน้ั มักจะมีลายมือ
ที่เขียนแล้วอ่านยาก หรือมีลายมอื ไมส่ วยและมกี ารขยายความต่ออกี ว่า คนที่เขียนหนังสือตัวบรรจงก็เป็นแค่
เสมียนเท่าน้ันแหละเพราะคนที่มีวชิ าชีพชั้นสูงเป็นคนท่ีทำงานใช้สมองมากกว่าใช้ฝีมือตอ้ งเปน็ คนท่ีมีสมองดี
คดิ เรว็ เลยตอ้ งถ่ายทอดความคิดออกมาอย่างเร็วดว้ ยลายมอื ท่ีหวดั มาก ๆ จงึ จะทนั กับความคดิ อนั ฉบั ไว จึงเกิด
คา่ นิยมการเขียนหนังสือหวัด อา่ นยากข้นึ การหวนกลบั ไปใหค้ วามสำคัญกับการเขยี นลายมือหรือคดั ลายมือตัว
บรรจงให้สวยงามจงึ ไมเ่ ป็นสาระสำคัญอนั ดับตน้ ๆ ถงึ แมจ้ ะร้วู า่ ยงั มีความจำเปน็ ตอ้ งใชก้ ารเขียนตัวบรรจงด้วย
มอื ในงานต่าง ๆ อีกมาก และจะหาคนท่มี ีความสามารถในการเขยี นตวั หนังสือให้สวยงามด้วยมือน้ันย่ิงหายาก
มากข้นึ ทุกวัน ๆ แต่สังคมดูเหมอื นจะแกไ้ ขดว้ ยการนำเทคโนโลยกี ารพมิ พแ์ ละการเขียนมาใช้ประดษิ ฐ์ตัวอักษร
แทนการเขยี นด้วยมอื
อย่างไรก็ดี การคัดลายมือยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่าดีงามและยังมีการเรียนการสอนให้คัดลายมือ
ในประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และในยุโรปอีกหลายประเทศ และการเขียนตัวหนังสือให้อ่านง่ายสวยงาม
สามารถเกิดขนึ้ ได้กบั คนทุกอาชีพ และการเขียนหนงั สือได้สวยงามเป็นเสน่ห์อย่างหน่ึงที่สร้างความประทับใจ
ให้กับผู้อ่านที่ได้อ่านลายมือในโอกาสสำคัญต่างๆ ที่ท่านต้องเขียนบรรยายความรู้สึกของท่านด้วยลายมือ
กลับมาสอนคัดลายมือและสร้างค่านิยมการเขียนหนังสือสวยกันดกี ว่า (หนังสือพิมพ์ไทยรฐั ออนไลน์ วันพุธท่ี
19 พฤษภาคม พ.ศ.2553)
จากประสบการณ์ของผู้วิจัยในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษา ไทย
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่าปัญหาที่จะแก้ไข คือ การแก้ปัญหาการเขียนลายมือให้ถูกต้องตามอักขรวธิ ี
กระทรวงศกึ ษาธิการและหลักเกณฑก์ ารเขยี น เช่น ตัวอกั ษรไมม่ ีหวั ตัวอกั ษรแบบการ์ตนู การสะกดผิดวธิ ี และ
การเขยี นลายมือ ไม่สวย อ่านยาก เปน็ ต้น เพือ่ สง่ เสริมพฒั นาทักษะ การเขียนลายมือ การเขยี นเลขไทย และ
แกไ้ ขปญั หาลายมือนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 3 ให้ถูกต้องตามแบบกระทรวงศกึ ษาธกิ าร รวมทัง้ อ่านง่ายและ
สวยงาม

วัตถุประสงคข์ องการศึกษา
1. นักเรียนระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 มีความร่วมมือ ใส่ใจในการฝึกคัดลายมือของตนเอง คิดเป็น

รอ้ ยละ 80
2. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีลายมือถูกต้องตามแบบกระทรวงศึกษาธิการ อ่านง่าย

สะอาดเรียบร้อย อยใู่ นระดับคณุ ภาพ 2 ข้ึนไป คดิ เปน็ ร้อยละ 80
ขอบเขตของการศกึ ษา
ในการศึกษาการใช้นวัตกรรมในครั้งนี้เป็นการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการคัดลายมือเพื่อส่งเสริม

พัฒนาทักษะการเขียนลายมือ การเขียนเลขไทย และแก้ไขปัญหาลายมือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้
ถูกต้องตามแบบกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งอ่านง่ายและสวยงาม โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการคัดลายมือ

แบบงา่ ยไปหายาก จำนวน 4 แบบฝึก และได้กำหนดขอบเขตของการสร้างนวัตกรรมไว้ดงั นี้
ขอบเขตเนือ้ หา
แบบฝกึ เสรมิ ทักษะการคดั ลายมือแบบงา่ ยไปหายาก จำนวน 4 แบบฝึก

ขอบเขตด้านประชากร
ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนโรงเรียนลำปางกัลยาณี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 5

หอ้ งเรยี น คอื ม.3/3 ม.3/10 ม.3/11 ม.3/13 และ ม.3/14 รวมจำนวนนักเรยี น 183 คน
ขอบเขตด้านเวลา
ตง้ั แตว่ ันที่ 9 สิงหาคม – 24 กนั ยายน 2564

บทที่ 2 เอกสารหรืองานวิจัยทเี่ ก่ยี วข้อง

พน้ื ฐานในการสรา้ งนวัตกรรมเรอ่ื ง การพฒั นาทกั ษะการคดั ลายมือ โดยใชแ้ บบฝกึ เสริมทักษะการคัด
ลายมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและ
งานวิจยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง โดยเสนอตามลำดับหวั ข้อดังน้ี

1. หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐานพุทธศกั ราช 2551 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
2. การจดั การเรยี นการสอนการคดั ลายมือ

2.1 ความหมายของการคดั ลายมือ
2.2 ประเภทของการคัดลายมือ
2.3 ลักษณะการคัดลายมือ
2.4 หลักการสอนคัดลายมอื
2.5 ประโยชนข์ องการคัดลายมือ
3. เอกสารที่เกีย่ วข้องกับแบบฝกึ ทกั ษะ
4. งานวจิ ยั ทเี่ กย่ี วข้อง
1. หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐานพทุ ธศกั ราช 2551 กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2552 ) ระบุไว้ในหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ว่าภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้
ภาษาเพื่อการสอ่ื สาร การเรยี นรอู้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ และเพ่ือนำไปใชใ้ นชวี ติ จริง
การอ่าน การอ่านออกเสียงคำ ประโยค การอ่านบทร้อยแก้ว คำประพันธ์ชนิดต่าง ๆ
การอ่านในใจเพื่อสร้างความเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์ สังเคราะหค์ วามรู้จากส่ิงท่ีอ่าน เพื่อนำไปปรับใช้ใน
ชวี ติ ประจำวนั
การเขียน การเขียนสะกดคำตามอักขรวิธี การเขียนสื่อสารรูปแบบต่างๆ การเขียน
เรียงความ ย่อความ เขียนรายงานจากการศึกษาคน้ คว้า เขยี นตามจินตนาการ เขียนวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ และ
เขียนเชงิ สร้างสรรค์
การฟัง การดู การพูด การฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ การพูดแสดงความคดเห็น
ความรูส้ ึก พดู ลำดับเร่อื งราวตา่ ง ๆ อย่างเปน็ เหตเุ ปน็ ผล การพูดในโอกาสตา่ งๆ ท้ังเปน็ ทางการและไม่เป็น
ทางการ และการพูดเพ่อื โน้มนา้ วใจ
หลักการใช้ภาษาไทย ศึกษาธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของภาษาไทย การใช้ภาษาให้ถูกต้อง
เหมาะสมกับโอกาสและบุคคล การแต่งบทประพันธ์ประเภทต่างๆ และอิทธิพลของภาษาต่างประเทศใน
ภาษาไทย
วรรณคดีและวรรณกรรม วเิ คราะห์วรรณคดแี ละวรรณกรรมเพ่อื ศึกษาขอ้ มลู แนวความคดิ
คุณค่าของงานประพันธ์ และเพื่อความเพลิดเพลิน การเรียนรู้และทำความเข้าใจบทเห่ บทร้องเล่นของเดก็
เพลงพื้นบ้านที่เป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของไทย ซึ่งได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยมขนบธรรมเนียม
ประเพณี เรื่องราวของสังคมในอดีต และความงดงามของภาษา เพื่อให้เกิดความซาบซึ้งและภูมิใจใน
บรรพบรุ ษุ ทีไ่ ด้สั่งสมสบื ทอดมาจนถึงปจั จบุ นั

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
สาระท่ี 1 : การอา่ น

มาตรฐาน ท 1.1 : ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปัญหาในการดำเนนิ ชวี ติ และมนี สิ ยั รักการอ่าน

สาระท่ี 2 : การเขยี น
มาตรฐาน ท 2.1 : ใชก้ ระบวนการเขยี น เขียนสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ เขยี น
ยอ่ ความและเขียนเรอ่ื งราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่าง

มีประสิทธภิ าพ
สาระท่ี 3 : การฟงั การดู และการพูด

มาตรฐาน ท 3.1 : สามารถเลอื กฟังและดูอย่างมวี ิจารณญาณ พดู แสดงความรู้ ความคิด
ความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆอย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์

สาระที่ 4 : หลกั การใชภ้ าษาไทย

มาตรฐาน ท 4.1 : เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ

สาระที่ 5 : วรรณคดี และวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 : เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรม
ไทยอย่างเหน็ คุณค่าและนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตจรงิ

2. การจัดการเรยี นการสอนการคดั ลายมอื
2.1 ความหมายของการคัดลายมอื

ลายมอื คอื ตวั หนงั สือเขยี นทมี่ ลี กั ษณะเฉพาะบ่งบอกให้รู้ว่าเปน็ ของผูใ้ ดเราตอ้ งฝึก
คัดลายมือให้ถูกต้อง เพื่อความสวยงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความสะอาดของงานเขียนปัจจุบัน
นิยมใชแ้ บบตัวอักษรสำหรบั คัดลายมือ 3 แบบ คือ แบบตวั เหลี่ยมของคณะครศุ าสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย

แบบอาลักษณ์ และแบบหลกั ของกระทรวงศึกษาธิการ
วีณา วงศ์ศรีเผือก และคณะ (2547) กล่าวว่า การคัดลายมือ เป็นทักษะการเขียนที่มี

ความสำคญั ซงึ่ จะช่วยทำให้ผู้เขียน เขยี นหนังสอื ได้อยา่ งสวยงาม และเปน็ ระเบียบเรยี บรอ้ ย ข้อควรปฏิบัติใน
การคดั ลายมอื มีดังนี้

1. นง่ั วางสมดุ และจับดินสอ ดว้ ยท่าทางและวธิ ที ถี่ กู ตอ้ ง

2. ตั้งใจเขียน
3. เขียนตัวอกั ษรถูกตอ้ งตามแบบการเขยี นอักษรไทย

4. เขียนพยัญชนะจรดเสน้ บน-ลา่ ง
5. เว้นระยะช่องไฟใหเ้ ท่ากันและสม่ำเสมอ
6. วางรปู พยญั ชนะ สระ และวรรณยกุ ต์ให้ถกู ตำแหน่ง

2.2 ประเภทของการคัดลายมอื
การคดั ลายมอื เปนการฝกเขยี นตวั อักษรไทยใหถกู ตองตามหลกั การเขยี นคาํ ไทยซึง่

จะตองคํานึงถึงความถูกตองของตัวอักษรไทย เขียนใหอานงายมีชองไฟ มีวรรคตอน ตัวอักษรเสมอกัน
วางพยัญชนะ สระ และวรรณยกุ ตใหถูกท่ี ตวั สะกดการนั ตถกู ตอง และลายมือสวยงาม

การคัดลายมือคัดได้หลายประเภท ดังน้ี
1. ประเภทตวั เหลยี่ ม มลี ักษณะเดน คอื เสนตัวอกั ษรสวนใหญเปนเสนตรง

ตัวอักษรแบบเหลี่ยม เช่น ตัวอักษรแบบอาลักษณของแผนกอาลักษณ กองประกาศิต สํานักเลขาธิการ
คณะรัฐมนตรี และตวั อักษรแบบภาควชิ าประถมศกึ ษา คณะครุศาสตรจุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลัย

2. ประเภทตัวกลมหรือตัวมน มีลักษณะเดนคือ ลักษณะตัวอักษรมีเสนโคงประกอบ เชน
ตวั อักษรแบบกระทรวงศกึ ษาธิการ และตัวอักษรแบบขุนสัมฤทธิว์ รรณการ

2.3 ลกั ษณะการคดั ลายมอื

การคดั ลายมือมี 3 ลักษณะ คอื
1. การคัดลายมอื ตัวบรรจงเตม็ บรรทดั นักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 และ 2

ควรฝึกคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เนื่องจากเปน็ ช่วงทีก่ ล้ามเนื้อมอื และการประสานระหว่างตากับมือยงั
พฒั นาไม่เต็มที่

2. การคัดลายมือตวั บรรจงครง่ึ บรรทัด นักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 และ 4 จะมี

การประสานระหวา่ งกล้ามเนือ้ มอื และตาเพิม่ มากขน้ึ จึงควรฝึกคัดลายมือตัวบรรจงคร่งึ บรรทดั แต่ขณะเดยี วกนั
ก็ยัง ต้องฝึกคัดลายมอื ตวั บรรจงเตม็ บรรทดั ดว้ ย

3. การคัดลายมือหวดั แกมบรรจง เปน็ การคดั ลายมอื แบบหวดั แตใ่ ห้อา่ นออก
การเขยี นลายมอื หวดั แกมบรรจงเปน็ การเขียนที่ใช้ในชวี ติ ประจำวัน ซ่ึงผู้เขยี นจะต้องเขียนให้อา่ นงา่ ย มชี ่องไฟ
เวน้ วรรคตอนถูกตอ้ ง และเขียนดว้ ยลายมือท่ีสวยงาม นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5 ขึ้นไป ควรหดั คัดลายมือ

ลายมือหวัดแกมบรรจง โดยคัดให้รวดเร็ว สวยงาม ถูกต้อง และน่าอ่าน โดยมีการฝึกคัดลายมือ ตัวบรรจง
เตม็ บรรทัดและคร่ึงบรรทดั เปน็ ครง้ั คราว

2.4 หลักการสอนคัดลายมอื
การสอนการคัดลายมือครูผู้สอนต้องศึกษาวิธีการสอน สังเกต และเอาใจใส่ในการพัฒนา

ลายมือของนักเรยี นฝกึ คดั แบบตัวบรรจงครึง่ บรรทดั ตัวเขยี นหวดั แกมบรรจงหลักในการสอนคดั ลายมือมีดงั น้ี

1. เส้นแนวต้ังควรขนานกันทุกตัวอกั ษร ไมเ่ อน หรอื ไม่โยเ้ ย้
2. หวั อกั ษรสัมผัสกับเส้นบนและลา่ ง ตวั อักษรเป็นระดบั เดียวกัน

3. รูปแบบตัวอกั ษรเปน็ รูปแบบเดยี วกัน
4. ขนาดความกวา้ งของตวั อกั ษรได้มาตรฐาน
5. การเวน้ วรรคขนาดเท่ากนั

6. หวั ตัวอักษรไมบ่ อด และมขี นาดมาตรฐานเดียวกัน
7. หางตัวอักษรยาวพองาม ไม่เลน่ หางและเปน็ มาตรฐานเดยี วกนั

การฝึกคัดลายมอื อยา่ งสม่ำเสมอจะทำใหน้ กั เรียนเกดิ ทกั ษะกระบวนการคัดลายมอื
ไดอ้ ย่างสวยงาม เป็นระเบียบฝกึ สมาธิอนั แนว่ แน่ ทำให้นักเรยี นเกิดความภาคภูมใิ จ มีทศั นคตทิ ่ีดีต่อภาษาไทย
ทำใหน้ กั เรยี นเกดิ ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย เกดิ ความภาคภมู ิใจในภาษาของชาติและหวงแหนภาษาซึ่ง

ถือว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญยิ่งในการสื่อสารและการสืบทอดวัฒนธรรม ประเพณี และความเป็นไทย ครูเป็น
แบบอย่างที่สำคัญที่จะฝึกนักเรียนให้เขียนได้สวยงามและถูกต้อง ครูควรเดินดูและคอยตรวจแก้ไขและ

ช่วยเหลือนักเรียนขณะกำลังคัดลายมือ การคัดลายมือแต่ละครั้งไม่ควรใช้เวลานานาเกิน 10 นาที และ
ไม่ควรมีเน้อื หาในการคัดมากเกนิ ไป โดยมีเน้ือหาในการคัดไม่เกิน 10 บรรทดั เพราะจะทำใหเ้ มือ่ ยและผลงาน
ตำ่ ลง (ทัศนีย์ มะโนชาติ ออนไลน์ www.kroobanok.com/board_view.php?b_id=69018bcat.)

นอกจากนี้การเขียนยังเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนวิชาต่างๆ ตลอดจนการจดบันทึก
การย่อเรื่อง การเขียนตอบคำถามสำหรับในชีวิตประจำวันนั้นการเขียนเป็นการบันทึกความ ทรงจำแสดง

ความรู้สึก และแสดงความคิดเห็น เขียนให้ผู้อื่นได้ทราบเขียนให้ผู้อื่นได้ปฏิบัติตาม ตลอดจนเขียนติดต่อกับ
ผู้อื่นทัง้ ส่วนตวั และทางราชการ ดังนั้นการเขียนให้ผู้อื่นอ่านออกง่ายและเขา้ ใจง่ายนั้น ลายมือนับว่าเป็นสิง่ ที่

สำคญั ย่งิ เพราะถา้ ลายมอื ของผ้เู ขียนไม่ชัด เช่นเขียนหวัดเขียนหัวบอด เลน่ หาง มรี อยลบ ขดู ฆา่ จะไม่สอื่ สาร
ได้ คือผู้อ่านไมส่ ามารถอ่านออก ผูอ้ ่านอา่ นไมเ่ ขา้ ใจ เพราะฉะนน้ั การเขียนควรเขยี นดว้ ยลายมอื ท่อี า่ นออกง่าย

จากความสำคญั ท่ีกล่าวมาแลว้ พอสรุปได้ว่าการเขยี น คือ การถ่ายทอดความรูส้ ึก ความคิด

ของตนออกมาเป็นเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้ เพื่อช่วยเพิ่มพูนทักษะและความเข้าใจการอ่าน
การสื่อความหมายใหต้ รงกันตลอดจนสง่ เสริมให้มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์และมวี จิ ารณญาณในการใช้ภาษา

2.5 ประโยชน์ของการคดั ลายมอื
บรรจบ พันธุเมธา (2540) กล่าวว่า การคัดลายมือทำให้นักเรียนเกิดวินัยในตนเอง

ความสุขุมในการทำงานรวมทั้งการฝึกสมาธิให้ยาวนาน เกิดความประณีตในการทำงานและสร้างนิสัย

รกั ความเป็นระเบียบ ฝกึ การสงั เกต ฝึกความแนว่ แน่ และมปี ระโยชน์ดงั น้ี
1. เพื่อให้เห็นประโยชน์ของการคัด ที่นำไปสู่การใช้ประโยชน์ในการเขียนหัวเรื่อง

การจ่าหนา้ ซองจดหมาย
2. เพื่อใหร้ ู้จกั การสงั เกต การวิเคราะห์ตัวหนังสอื คัดได้สวยเกิดความภาคภูมิใจในที่คัดได้ดี

และเลยี นแบบการคดั ตวั หนงั สอื ได้

3. เพ่ือฝกึ การคดั ส่กู ารเขยี นคล่อง และการสอ่ื ความคดิ ความต้องการของตนเอง
4. เพื่อฝึกความมีสมาธิให้ยาวนานเสริมสร้างลักษณะนิสัยในการปฏิบัติงานให้เรียบร้อย

เสมอต้นเสมอปลาย
5. เพื่อฝึกวนิ ัยในตนเอง โดยมุง่ ทำงานให้สำเรจ็ ตามเป้าหมายมีความสุขุมรอบคอบประโยชน์

ของการคัดลายมือ นอกจากเพื่อความสวยงาม ความเป็นระเบยี บเรยี บร้อยแลว้ ยงั ช่วยในการฝึกสมาธิได้เป็น

อย่างดี และท่สี ำคญั ยงั เปน็ การช่วยอนุรักษ์มรดกทางวฒั นธรรมไทยให้คงไว้ด้วย
3. เอกสารทเี่ ก่ียวขอ้ งกับแบบฝกึ ทักษะ

3.1 ความหมายและความสำคัญของแบบฝึกทักษะ
วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์ (2545) แบบฝึกหรือแบบฝึกหัดหรือแบบฝึกเสริมทักษะ เป็นส่ือ

การเรยี นประเภทหน่งึ ท่ีเปน็ สว่ นเพิม่ เตมิ หรอื เสริมสำหรับใหน้ ักเรียนฝกึ ปฏิบตั ิ เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ

และทักษะเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่หนังสือเรียนจะมีแบบฝึกหัดอยู่ท้ายบทเรียน บางวิชาแบบฝึก จะมีลักษณะเป็น
แบบฝกึ ปฏบิ ตั ิ

พินิจ จันทร์ซ้าย (2546) แบบฝึกทักษะ หมายถึง งานกิจกรรมหรือประสบการณ์ที่
ครผู ู้สอนจัดให้นักเรยี นได้ฝกึ ปฏบิ ัติ เพื่อทบทวนความรู้ที่เรียนไปแล้วให้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้
ในชีวิตประจำวนั ได้

สรุปว่า แบบฝึกมีความสำคัญ เพราะเป็นการสอนที่สนุกวิธีหนึ่ง คือ การให้นักเรียนได้ทำ
แบบฝกึ มาก ๆ ส่งิ ท่ีจะช่วยให้นักเรียนมีพฒั นาการทางการเรียนรู้ในเน้อื หาวิชาได้ดีข้ึน เพราะนักเรียนมีโอกาส

นำความรทู้ เ่ี รียนมาแล้วมาฝึกให้เกิดความร้กู ว้างขวางยง่ิ ข้นึ

3.2 จิตวทิ ยาการเรียนรกู้ บั การสรา้ งแบบฝึกทกั ษะ
การศกึ ษาในเร่ืองจิตวิทยาการเรียนรู้ เปน็ ส่งิ ท่ีผู้สร้างแบบฝึกมิควรละเลย เพราะการเรียนรู้

จะเกิดขึ้นได้ ต้องขึ้นกับปรากฏการณ์ของจิตและพฤติกรรมที่จะตอบสนองนานาประการ โดยอาศัย
กระบวนการที่เหมาะสมและเป็นวิธีท่ีดที ่ีสุดจากการศกึ ษาทฤษฎีการเรียนรู้ท่ีนกั จิตวิทยาได้ทำการค้นพบและ

ทดลองไวแ้ ล้ว สำหรบั การสรา้ งแบบฝึกในสว่ นทมี่ คี วามสัมพนั ธก์ นั มีดงั นี้
1. ทฤษฎีการลองผิดลองถูกของ ธอร์นไดค์ ซึ่งได้สรุปเป็นกฎเกณฑก์ ารเรยี นรู้ คือ

กฎความพร้อม หมายถึง การเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลพร้อมที่จะกระทำ และกฎผลที่ได้รับ หมายถึง

การเรยี นรจู้ ะเกดิ ขนึ้ เพราะบคุ คลกระทำซำ้ ย่งิ ทำมากความชำนาญจะเกดิ ขนึ้ ได้งา่ ย
2. ทฤษฎพี ฤติกรรมนิยมของสกนิ เนอร์ ซ่ึงมีความเชอื่ ว่า สามารถควบคุมบุคคลให้

ทำตามความประสงค์หรือแนวทางที่กำหนดได้ โดยไม่ต้องคำนงึ ถึงความรูส้ ึกทางด้านจิตใจของบุคคลผู้นั้นวา่
จะรู้สึกนึกคิดอย่างไร เขาจึงได้ทดลองและสรุปได้ว่า บุคคลสามารถเรียนรู้ได้ด้วยการกระทำโดยมี
การเสริมแรงเป็นตวั การ เมื่อบุคคลตอบสนองการเร้าของสิ่งเร้าควบคู่กันในชว่ งเวลาท่ีเหมาะสม สิ่งเร้าน้ันจะ

รักษาระดับหรือเพิ่มการตอบสนองให้เข้มขึ้น การสร้างแบบฝึกตามทฤษฎีการเรียนรู้ของสกินเนอร์ บุคคลจะ
เกดิ การเรยี นรู้ไดด้ ้วยการกระทำ

3. วิธกี ารสอนของกาเย่ มคี วามเหน็ ว่าการเรียนรู้มีลำดับข้ันตอนและผู้เรียนจะต้อง
เรยี นรเู้ นือ้ หาจากงา่ ยไปหายาก

4. แนวคิดของบลูม กล่าวถึงธรรมชาติของผู้เรียนแต่ละคนว่ามีความแตกต่างกัน

ผ้เู รยี นจะสามารถเรยี นรู้เน้ือหาในหน่วยย่อยตา่ งๆได้โดยใชเ้ วลาเรียนทแี่ ตกต่างกัน
ดังนนั้ การสร้างแบบฝึกจึงตอ้ งมกี ารกำหนดเง่ือนไขที่จะชว่ ยให้ผู้เรยี นทุกคน

สามารถผ่านลำดับขั้นตอนของทุกหน่วยการเรียนได้ ถ้าได้เรียนตามอัตราการเรียนของตนจะทำให้นักเรียน
ประสบความสำเรจ็ มากข้นึ

3.3 การสรา้ งแบบฝึกทักษะ

สุนันทา สุนทรประเสริฐ (2543) กล่าวว่า การสร้างแบบฝึกเพื่อใช้ประกอบในการจัด
การเรียนการสอนในวชิ าต่างน้ัน ๆ จะเน้นสื่อการสอนในลักษณะเอกสาร แบบฝึกหัด เป็นส่วน สำคัญ ดังนั้น

การสร้างแบบฝึกทักษะจึงควรมีความสมบูรณ์ที่สุดทั้งในด้านเนื้อหา รูปแบบและกลวิธีในการนำไปใช้ ซ่ึง
ควรเป็นเทคนคิ ของแตล่ ะคน จงึ ขอเสนอแนะ ดงั น้ี

1. พงึ ระลกึ เสมอวา่ ตอ้ งให้ผเู้ รยี นศกึ ษาเนือ้ หาก่อนการใช้แบบฝกึ

2. ในแต่ละแบบฝึก อาจมีเนื้อหาสรุปย่อ หรือเป็นหลักเกณฑ์ไว้ให้ผู้เรียนได้ศึกษา
ทบทวนกอ่ นกไ็ ด้

3. ควรสร้างแบบฝึกให้ครอบคลุมเนื้อหาและจุดประสงค์ที่ต้องการไม่ยากหรืองา่ ย
จนเกินไป

4. คำนึงถึงหลักจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็ก ต้องให้เหมาะสมกับวุฒิภาวะและ

ความแตกตา่ งของผู้เรยี น
5. ควรศึกษาแนวทางการสร้างแบบฝึกให้เข้าใจก่อนปฏิบัติการสร้าง อาจนำ

หลักการของผู้อื่นหรือทฤษฎีการเรียนรู้ของนักการศึกษาหรือนักจิตวิทยามาประยุกต์ให้เหมาะสมกับเนื้อหา
และสภาพการณ์ได้

6. ควรมีคู่มือการใช้แบบฝึก เพื่อให้ผู้สอนคนอื่นนำไปใช้ได้ หากไม่มีคู่มือต้องมี

คำชแ้ี จงขั้นตอนการใช้ที่ชัดเจนแนบไปในแบบฝกึ หัดดว้ ย

7. การสร้างแบบฝึก ควรพิจารณารูปแบบใหเ้ หมาะสมกับธรรมชาตขิ องเนือ้ หาวชิ า
รปู แบบจึงควรแตกต่างกนั ตามสภาพการณ์

8. การออกแบบชดุ ฝกึ ควรมหี ลากหลายไมซ่ ้ำซาก ไมใ่ ช้รูปแบบเดยี วเพราะจะทำให้
ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่าย ควรมีแบบฝึกหลาย ๆ แบบ เพื่อฝึกให้ผู้เรียนได้เกิดทักษะอย่างกว้างขวาง และ

ส่งเสรมิ ความคดิ สรา้ งสรรค์อีกดว้ ย
9. การใช้ภาพประกอบเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้แบบฝึกนั้นน่าสนใจและยังเป็น

การพกั สายตาให้กับผเู้ รยี นอีกดว้ ย

10. การสร้างแบบฝึก หากต้องการให้สมบูรณ์ครบถ้วน ควรสร้างในลักษณะของ
เอกสารประกอบการสอน แตจ่ ะเน้นความหลากหลายของแบบฝึกมากกว่า และเน้อื หาท่สี รุปไว้จะมเี พียงย่อ ๆ

11. แบบฝกึ ต้องมคี วามถูกตอ้ งอยา่ ให้มีขอ้ ผดิ พลาดโดยเดด็ ขาด เพราะ
เหมือนกบั ยนื่ ยาพษิ ให้กับลูกศิษยโ์ ดยรูเ้ ท่าไม่ถงึ การณ์ เขาจะจำในส่ิงทผี่ ดิ ๆ ตลอดไป

12. คำส่ังในแบบฝึกเปน็ สงิ่ ที่สำคญั ที่มิควรมองข้าม เพราะคำสง่ั คือ ประตูบานใหญ่

ที่จะไขความรู้ความเขา้ ใจของผ้เู รยี นไปส่คู วามสำเรจ็ คำสั่งจึงต้องส้นั กะทัดรดั และเข้าใจงา่ ย ไม่ทำใหส้ ับสน
13. การกำหนดเวลาในการใช้แบบฝึกแต่ละชุดควรให้เหมาะสมกับเนอ้ื หาและความ

สนใจของผูเ้ รียน
14. กระดาษทใี่ ช้ ควรมีคุณภาพเหมาะสมมีความเหนียวและทนทาน ไมเ่ ปราะบาง

หรอื ขาดง่ายจนเกินไป

3.4 ขั้นตอนการสรา้ งแบบฝกึ ทักษะ
จุรีรัตน์ สระหอม (2548 ) กลา่ วถงึ ขนั้ ตอนการสร้างแบบฝกึ ทกั ษะ ดังน้ี

1. ศึกษาปัญหาและความต้องการ โดยศึกษาจากการผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้และ
ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน หากเป็นไปได้ควรศกึ ษาความต่อเน่ืองของปัญหาในทุกระดับชนั้

2. วิเคราะห์เนื้อหาหรือทักษะที่เป็นปัญหาออกเป็นเนื้อหาหรือทักษะย่อย ๆ เพื่อใช้ใน

การสรา้ งแบบทดสอบและแบบฝึกหดั
3. พิจารณาวัตถุประสงค์ รูปแบบ ขั้นตอนการใช้แบบฝึก เช่น จะนำแบบฝึกไปใช้อย่างไร

ในแต่ละชุดประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
4. สร้างแบบทดสอบ ซ่ึงอาจมีแบบทดสอบเชงิ สำรวจ แบบทดสอบเพื่อวนิ ิจฉัยข้อบกพรอ่ ง

แบบทดสอบความกา้ วหน้าเฉพาะเรอื่ ง เฉพาะตอน แบบทดสอบทส่ี รา้ งจะตอ้ งสอดคล้องกบั เนอ้ื หาหรือทักษะ

ท่ีวิเคราะหไ์ ว้
5. สร้างบัตรฝึกหัด เพื่อใช้พัฒนาทักษะย่อยแต่ละทักษะในแต่ละบัตรจะมีคำถามให้

นกั เรยี นตอบ การกำหนดรปู แบบ ขนาดของบัตร พิจารณาตามความเหมาะสม
6. สร้างบัตรอ้างอิง เพื่อใช้อธิบายคำตอบหรือแนวทางการตอบแต่ละเรื่อง การสร้าง

บตั รอา้ งอิงอาจทำเพมิ่ เตมิ เมอื่ ไดน้ ำบัตรฝกึ หดั ไปทดลองใช้แล้ว

7. สร้างแบบบันทึกความก้าวหน้า เพื่อใช้บันทึกผลการทดสอบหรือผลการเรียนโดยจัดทำเป็นตอน
เป็นเร่ือง เพอ่ื ให้เห็นความกา้ วหนา้ เป็นระยะๆ สอดคลอ้ งกับแบบทดสอบความกา้ วหนา้

8. นำแบบฝึกไปทดลองใช้ เพื่อหาข้อบกพร่องคุณภาพของแบบฝึกและคุณภาพของ
แบบทดสอบ

9. ปรบั ปรงุ แกไ้ ข

10. รวบรวมเปน็ ชดุ จดั ทำคำชี้แจง คู่มอื การใชส้ ารบัญ เพอื่ ใช้ประโยชน์ตอ่ ไป

3.5 หลกั ในการสรา้ งแบบฝกึ ทกั ษะ
นิลวรรณ อัคติ (2548) กล่าวว่า การสร้างแบบฝึกที่ดี นอกจากจะคำนึงถึงหลักในการสร้างและ

หลักในการฝึกแล้ว จะต้องอาศัยหลกั สำคัญตามทฤษฎีการเรียนรู้ ประกอบดว้ ย
1. สำรวจปัญหาและความต้องการเมื่อจัดกิจกรรมไปแล้วว่าบรรลุตามจุดประสงค์หรือไม่

รวบรวมปัญหาและความต้องการในการแกไ้ ขปัญหาหรือความต้องการท่ีจะพฒั นา
2. กำหนดจุดประสงค์ในการสร้างแบบฝกึ ทักษะให้ชดั เจน เพื่อตอบคำถามว่าสรา้ งแบบฝึก

เพือ่ อะไร ต้องการให้นกั เรียนเป็นอยา่ งไร

3. วิเคราะห์คำในแต่ละจุดประสงค์ว่า ประกอบด้วยคำหรือความหมายว่าอย่างไร คำใด
มกั จะมปี ญั หาในการอา่ นและเขียนรวบรวมคำเหล่านัน้ ไว้

4. ศึกษาจิตวิทยาการเรียนรู้ จิตวิทยาการอ่านของนักเรียนในแต่ละชั้นว่าเด็กแต่ละวัยมี
ความสนใจเร่ืองอะไร จติ วิทยาการอา่ นท่นี ำมาใชใ้ นการสรา้ งแบบฝึกทักษะการอา่ นประกอบด้วย

4.1 ความใกล้ชิด คือ ถ้าใช้สิ่งเร้าและการตอบสนองเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน

จะสรา้ งความพอใจให้แก่ผเู้ รียน
4.2 การฝึกหัด คือ การได้ทำซ้ำ ๆ กัน เพอื่ ช่วยสร้างความรูค้ วามเขา้ ใจที่แม่นยำ

4.3 กฎแห่งผล คือ การที่ผู้เรียนได้รับทราบผลการทำงานของตนด้วยการเฉลย
คำตอบให้ จะชว่ ยใหผ้ เู้ รียนทราบข้อบกพรอ่ ง เพื่อปรับปรงุ แก้ไขและเป็นการสร้างความพอใจใหแ้ กผ่ ู้เรียน

4.4 การจูงใจ คอื การจัดแบบฝกึ หดั เรยี งลำดับจากแบบฝกึ ง่าย

และส้นั ไปสู่เรื่องทย่ี ากและยาวขึ้น ควรมีภาพประกอบและมหี ลายรสหลายรูปแบบ
5. กำหนดกรอบการสรา้ งแบบฝึกทักษะว่าควรประกอบด้วยเร่ืองอะไรบ้างแต่ละเร่ืองควรมี

กจิ กรรมอะไรบ้างมีความยาวเพยี งไร จะนำเสนอโดยใชร้ ปู ภาพประกอบหรอื ไม่
6. ลงมอื เขยี นแบบฝึกแตล่ ะชุด
7. นำแบบฝกึ ทักษะนัน้ ไปใหผ้ เู้ ช่ยี วชาญตรวจสอบความถูกตอ้ งตรงตามเน้อื หา เชน่ ครูสอน

ภาษาไทยทม่ี ีประสบการณ์ ศึกษานิเทศก์ เป็นต้น หรอื นำไปทดลองกับนักเรียนจำนวน 1-5 คน เพ่ือรวบรวม
ขอ้ มูลนำมาปรับปรุงแก้ไขขอ้ บกพร่อง

8. จัดพิมพ์แบบฝึกทักษะ เพื่อให้นักเรียนนำไปใช้เสริมกิจกรรมการเรียนรู้ จากความเห็น
ของนักวชิ าการดงั กล่าว เก่ียวกับความหมายและความสำคัญของแบบฝึกหัดหรือแบบฝึก จงึ สรปุ ได้ว่า แบบฝึก
หรือแบบฝึกหัด คือ สื่อการเรียนการสอนชนิดหนึ่งที่ใช้ฝึกทักษะให้กับผู้เรียนหลังจากเรียนจบเนื้อหาใน

ช่วงหนึ่ง ๆ เพื่อฝึกฝนให้เกิดความรู้ความเข้าใจรวมท้ังเกิดความชำนาญในเรือ่ งนั้นๆ อย่างกว้างขวางมากข้นึ
แบบฝึกจึงมีความสำคัญต่อผู้เรียนไม่น้อยใน การที่จะช่วยเสริมสร้างทกั ษะใหก้ ับผู้เรียนได้เกิดการเรยี นรู้และ

เข้าใจได้เร็วขึ้น ชัดเจนขึ้น กว้างขวางขึ้น ทำให้การสอนของครูและการเรียนของนักเรียนประสบผลสำเร็จ
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

3.6 ประโยชนข์ องแบบฝกึ ทักษะ

ชาลสิ า พรหมหรรษ์ (2548) กลา่ วถงึ ประโยชนข์ องแบบฝึกหรอื แบบฝกึ ทกั ษะไว้ ดังนี้
1. ช่วยใหผ้ ู้เรียนเขา้ ใจบทเรียนได้ดีขึ้น

2. ช่วยใหจ้ ดจำเนือ้ หาและคำศพั ทต์ ่างๆ ไดค้ งทน
3. ทำให้เกดิ ความสนกุ สนานในขณะเรยี น
4. ทำให้ทราบความก้าวหน้าของตนเอง

5. สามารถทำแบบฝกึ หดั ทบทวนเนอื้ หาเดมิ ด้วยตนเองได้

6. ทำให้ทราบข้อบกพร่องของนักเรียน
7. ทำให้ครปู ระหยดั เวลา

8. ทำใหน้ ักเรียนสามารถนำภาษาไทยไปใช้สื่อสารได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพจากประโยชน์ของ
แบบฝึกที่กล่าวมา พอสรุปได้ว่า แบบฝึกช่วยให้การฝึกหรือเสริมทักษะทางภาษา การใช้ภาษาของนักเรียน

สามารถนำมาฝึกซ้ำ ทบทวนบทเรียนและผู้เรียนสามารถนำไปทบทวนด้วยตนเอง จดจำเนอื้ หาได้คงทน มีเจต
คติทด่ี ตี อ่ การเรียนภาษาไทย นกั เรียนรูค้ ำศพั ท์และความหมายไดก้ ว้างขวางยง่ิ ขนึ้ นำแบบฝึกไปแก้ปัญหาการ
อา่ นการเขยี นเป็นรายบคุ คลและรายกลุ่มได้ แบบฝึกถือวา่ เปน็ อปุ กรณ์การเรียนอยา่ งหนงึ่ ซึ่งสามารถทดสอบ

ความรู้ วัดผล การเรียนรู้และประเมินผลนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนได้เป็นอย่างดี ทำให้ครูทราบ
ขอ้ บกพร่องของผเู้ รยี นเฉพาะจดุ ได้ นกั เรียนทราบความก้าวหนา้ ของตนเอง ครปู ระหยัดเวลาคา่ ใช้จา่ ยและลด

ภาระไดม้ ากข้ึน
4. งานวิจยั ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
นฤมล พชั รปิยะกุล (2544) ทำการวิจยั เรื่องการศึกษาแบบฝึกคัดลายมอื ท่ีสง่ ผลต่อการพัฒนาการ

ด้านลายมือ ของนกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2544 โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร จำนวน 54 คน ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้รับการฝึกด้วยแบบฝึกคัด

ลายมือ มกี ารพฒั นาการคดั ลายมือสูงกวา่ ก่อนได้รบั การฝกึ อยา่ งมนี ยั สำคัญทางสถิติทรี่ ะดบั .001
กาญจนาพร หอศิลาชัย (2555) ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนาทักษะการคัดลายมือของนักเรียนช้ัน

ประถมศึกษาปที ี่ 1 โดยใช้แบบฝกึ ทกั ษะ ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2555 โรงเรียนชมุ ชน บ้านหัวขัว

สำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 จำนวน 18 คน ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 1/2 ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเรื่อง การคัดลายมือ

โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย มีทกั ษะความสามารถในคดั ลายมือหลังเรียนสูงกว่าก่อน
เรียน คิดเป็นร้อยละ 84.26 และได้ผลของการพัฒนาทักษะการคัดลายมือรายบุคคลมีคณุ ภาพระดบั ดี คิด
เป็นร้อยละ 66.67 คุณภาพระดับพอใช้ คิดเป็นร้อยละ 27.78 และคุณภาพระดับ ควรปรับปรุง คิดเป็น

รอ้ ยละ 5.55

บทท่ี 3 วธิ ีดำเนินการศกึ ษาค้นควา้

เครื่องมือที่ใชใ้ นการศึกษา คอื นวัตกรรมแบบฝกึ เสรมิ ทักษะการคดั ลายมือ

ขน้ั ตอนในการแก้ปญั หา หรอื ขน้ั ตอนในการวจิ ัย

1. ข้นั วิเคราะห์ (Analysis)

1.1 วิเคราะหข์ อ้ มูลพื้นฐานของผ้เู รยี นการวิเคราะห์ผูเ้ รยี นไดก้ ำหนดไว้ดงั นี้

ประชากร คอื นกั เรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

โรงเรียนลำปางกัลยาณี จำนวน 5 ห้องเรียน คือ ม.3/3 ม.3/10 ม.3/11 ม.3/13 และ ม.3/14

รวมจำนวนนักเรยี น 183 คน

1.2 วเิ คราะห์สภาพปญั หาทที่ ำให้นกั เรยี นมีลายมือที่ไมถ่ ูกต้องตามแบบกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

การเขียนลายมือไม่สวย และอา่ นยาก

2. ข้นั ออกแบบ (Design)

ผวู้ ิจยั ดำเนินการสร้างแบบฝึกเสรมิ ทักษะการคัดลายมือ โดยมีลำดบั ขน้ั ตอนดงั น้ี

2.1 ศึกษาเทคนิคการสรา้ งแบบฝึกเสริมทกั ษะการคัดลายมอื จากเอกสารตา่ ง ๆ

2.2 สรา้ งแบบแบบฝึกเสริมทักษะการคดั ลายมือเพื่อส่งเสรมิ พฒั นาทักษะการเขยี นลายมอื

การเขยี นเลขไทย และแกไ้ ขปญั หาลายมือนักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 ใหถ้ ูกตอ้ งตามแบกระทรวงศกึ ษาธิการ

รวมทงั้ อา่ นง่ายและสวยงาม ของนักเรยี นในระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 จำนวน 4 แบบฝึก โดยใหน้ กั เรยี น

คดั ลายมือบทรอ้ ยกรองและบทรอ้ ยแกว้ ด้วยตวั บรรจงครึง่ บรรทดั

2.3 สรา้ งแบบประเมนิ การคัดลายมือดว้ ยตัวบรรจงคร่งึ บรรทัด (รบู ริค)

3. ขน้ั ดำเนินการ

3.1 ผวู้ ิจัยดำเนินการสำรวจปญั หาในช้นั เรียน

3.2. ครูผู้สอนในระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ประชุมวเิ คราะหส์ ภาพปญั หารว่ มกัน

3.3. ผูว้ จิ ยั ออกแบบนวตั กรรมแบบฝึกเสริมทกั ษะการคดั ลายมือและรวบรวมเน้ือหาแต่ละแบบฝกึ

3.4. ผู้วิจัยนำแบบฝึกเสริมทักษะการคัดลายมือแต่ละแบบฝึก ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในด้าน

การออกแบบนวตั กรรม/เนื้อหาและนำไปทดลองใช้กับนักเรยี น

3.5. เม่ือแบบฝกึ เสริมทกั ษะการคดั ลายมอื มปี ระสทิ ธิภาพ จึงนำนวตั กรรมไปใชก้ บั นกั เรียน

3.6. เกบ็ รวบรวมข้อมลู จากแบบฝึกเสรมิ ทกั ษะแตล่ ะแบบฝึก

3.7. วเิ คราะห์ผลการนำนวัตกรรมไปใช้

3.8 การสรุปผลและอภิปรายผล

4. ข้นั วิเคราะหข์ อ้ มูล

4.1 วเิ คราะหผ์ ลจากคะแนนทีไ่ ด้จากการประเมินผลงานคัดลายมอื ด้วยตวั บรรจง

ครง่ึ บรรทดั โดยใช้เครอ่ื งมือการวัดและประเมนิ ผลในรปู แบบ (รบู ริค)

4.2 สถิตทิ ี่ใช้ในการวเิ คราะหข์ ้อมลู

4.2.1 การหาค่าร้อยละ

คา่ รอ้ ยละ = X x 100

N

เมอื่ X = จำนวนนกั เรยี นท่ีไดแ้ ต่ละระดบั คุณภาพ

N = จำนวนนักเรยี นท้ังหมด

บทที่ 4 ผลการศึกษา

ผลการแกป้ ญั หา ผลการศกึ ษา หรอื ผลการวจิ ยั
จากการศึกษาวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

มีความร่วมมอื ใส่ใจในการฝึกคัดลายมอื ของตนเอง และเพื่อให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 มีลายมือ
ถกู ตอ้ งตามแบบกระทรวงศึกษาธิการ อา่ นง่าย สะอาดเรียบร้อย อยใู่ นระดบั คุณภาพ 2 ข้ึนไป โดยใช้แบบฝึก
เสริมทักษะการคัดลายมือ จากกลุ่มตัวอย่างซ่ึงเป็นนกั เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา

2564 โรงเรียนลำปางกัลยาณี จำนวน 5 ห้องเรียน ม.3/3 ม.3/10 ม.3/11 ม.3/13 และ ม.3/14
รวมจำนวนนกั เรยี น 183 คน โดยสามารถวิเคราะหผ์ ลได้ดงั น้ี

ผลการประเมินการพัฒนาทักษะการคัดลายมือ โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการคัดลายมือ สำหรับ
นักเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนลำปางกัลยาณี จังหวดั ลำปาง

ตารางที่ 1 ตารางสรปุ ผลการดำเนนิ กิจกรรมของนกั เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 จำนวน 5 หอ้ งเรียน คอื ม.
3/3 ม.3/10 ม.3/11 ม.3/13 และ ม.3/14 รวมจำนวนนักเรียน 183 คน

ระดบั คณุ ภาพ จำนวนนักเรียน (คน) รอ้ ยละ
ดมี าก 34 18.6
ดี 55 30.1
พอใช้ 57 31.1
ควรปรบั ปรุง 6 3.3
ไมส่ ง่ ผลงาน 31 16.9
183 100
รวม

จากตารางสรุปได้ว่า นักเรียนมีความร่วมมือ ใส่ใจในการฝึกคัดลายมือของตนเอง จำนวน 152 คน
คิดเป็นร้อยละ 83.1 ซึ่งถือว่าบรรลุตามจุดประสงค์ของกิจกรรม และนักเรียนมีลายมือถูกต้องตามแบบ

กระทรวงศกึ ษาธิการ อ่านง่าย สะอาดเรียบร้อย อยู่ในระดับคุณภาพ 2 ขึ้นไป (พอใช้) จำนวน 146 คน คิด
เปน็ รอ้ ยละ 79.8 ซ่ึงถือวา่ ยงั ไมบ่ รรลตุ ามจุดประสงค์ของกจิ กรรม

แผนภูมิสรุปผลการดาเนินกิจกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3
จานวน 183 คน

ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง ไมส่ ง่ งาน

17% 19%
3%

31% 30%

บทท่ี 5 สรปุ และอภิปรายผลการศกึ ษา

สรุปผลการวจิ ัย
จากการศกึ ษาและวิเคราะห์การพฒั นาทักษะการคัดลายมือ โดยใช้แบบฝึกเสริมทกั ษะการคัดลายมือ
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียน ลำปางกัลยาณี จังหวัด
ลำปาง แสดงใหเ้ ห็นวา่ นกั เรียนมคี วามรว่ มมือ ใส่ใจในการฝกึ คัดลายมือของตนเอง จำนวน 152 คน คิดเป็น
ร้อยละ 83.1 และนักเรียนมีลายมือถูกต้องตามแบบกระทรวงศึกษาธกิ าร อ่านง่าย สะอาดเรียบร้อย อยู่ใน
ระดบั คณุ ภาพ 2 ขึน้ ไป (พอใช)้ จำนวน 146 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 79.8
อภปิ รายผลการใชน้ วตั กรรม
จากการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการคดั ลายมือ สำหรับนักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นลำปางกลั ยาณี จังหวดั ลำปาง ในคร้ังนีส้ ามารถอภปิ รายผลไดด้ งั น้ี
1. นักเรียนระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 มีความร่วมมือ ใส่ใจในการฝึกคัดลายมือของตนเอง คิดเป็น
ร้อยละ 80 พบว่า นักเรียนมีความร่วมมือ ใส่ใจในการฝึกคัดลายมือของตนเอง จำนวน 152 คน คิดเป็น
ร้อยละ 83.1 ซึ่งถือว่าบรรลุตามจุดประสงค์ของกิจกรรม แสดงให้เห็นว่าแบบฝึกเสริมทักษะการคัดลายมือ
ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนรักษ์ความเป็นไทย และสร้างความภูมิใจในความเป็นไทย มีสมาธิในการเขียน และมี
วินัยในการทำงานมากขนึ้ ตลอดจนนกั เรยี นมนี สิ ยั รักการเขยี นมากขนึ้ 2. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3
มีลายมอื ถกู ตอ้ งตามแบบกระทรวงศกึ ษาธกิ าร อา่ นงา่ ย สะอาดเรียบร้อย อย่ใู นระดบั คณุ ภาพ 2 ข้ึนไป คดิ เป็น
ร้อยละ 80 พบว่า นักเรียนมีลายมือถูกต้องตามแบบกระทรวงศึกษาธิการ อ่านง่าย สะอาดเรียบร้อย อยู่ใน
ระดับคุณภาพ 2 ขึ้นไป (พอใช้) จำนวน 146 คน คิดเป็นร้อยละ 79.8 ซ่ึงถือว่ายังไม่บรรลุตามจุดประสงค์
ของกิจกรรม เนอื่ งจากนักเรียนมภี าระงานจำนวนมากในหลายวิชา และระยะเวลาในการฝึกฝนคัดลายมือและ
ส่งงานคอ่ นขา้ งจำกดั ทำให้นกั เรยี นจำนวน 31 คน ไมส่ ง่ งานคดั ลายมือ และนกั เรยี นจำนวน 6 คน มีผลการ
คดั ลายมอื ระดับควรปรับปรุงเนือ่ งจากนักเรยี นไม่ใส่ใจการคัดลายมอื เท่าทค่ี วร คัดไมค่ รบทุกบทตามท่ีกำหนด
เร่งรีบในการคัดทำใหต้ ัวอกั ษรไมถ่ ูกต้องตามรูปแบบ ไม่มีหัวอักษร ตัวอักษรไม่สม่ำเสมอ สะกดคำผิดจำนวน
มาก ส่งผลให้นักเรียนมีลายมือถูกต้องตามแบบกระทรวงศึกษาธิการ อ่านง่าย สะอาดเรียบร้อย อยู่ในระดับ
คุณภาพ 2 ข้นึ ไป (พอใช้) น้อยกวา่ เกณฑท์ ่ีกำหนด
ขอ้ เสนอแนะ
1. ในการสรา้ งแบบฝึกเสริมทักษะการคดั ลายมอื สำหรบั นกั เรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1
ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนลำปางกัลยาณี จังหวัดลำปาง อาจจัดทำกับนักเรียนที่มีปัญหาทางด้านลายมือ
โดยเฉพาะ เพ่ือเปน็ การพฒั นานกั เรียนใหม้ ลี ายมือท่ดี ขี นึ้ และเห็นพัฒนาการดา้ นลายมือของนักเรียนได้ชดั เจน
2. ในการสรา้ งแบบฝกึ เสริมทักษะการคัดลายมอื สำหรับนกั เรียนชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนลำปางกัลยาณี จังหวัดลำปาง อาจนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นวิจัยในชั้นเรียนใน
ระดับช้ันอื่น ๆ ต่อไปได้


Click to View FlipBook Version