คำนำ รายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 ศูนย์สอบ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ได้ดำเนินการบริหารจัดการประเมินนักเรียน โรงเรียนในสังกัดตามมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติและได้วิเคราะห์ผลการประเมินในระดับเขตพื้นที่ การศึกษาทั้งในภาพรวมทั้ง 2 ด้าน และรายด้าน เพื่อได้สารสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาครูบุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาที่จะนำไปใช้ในการตรวจสอบ ทบทวนพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ขอขอบคุณคณะศึกษานิเทศก์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียนที่เป็นสนามสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูบุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือในการดำเนินการ ประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 ด้วยความโปร่งใส ได้มาตรฐานการ ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติซึ่งได้สารสนเทศที่สามารถสะท้อนคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาได้ อย่างแท้จริงมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผน และ กำหนดแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป กลุ่มงานวัดและประเมินผลการศึกษา กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ก
สารบัญ หน้า คำนำ..................................................................................................................................................................ก สารบัญ...............................................................................................................................................................ข บทที่ 1 บทนำ เหตุผลและความสำคัญ.................................................................................................................1 วัตถุประสงค์.................................................................................................................................2 ขอบเขต.......................................................................................................................................2 นิยามศัพท์เฉพาะ.........................................................................................................................2 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ..........................................................................................................3 บทที่ 2 เอกสารและงานศึกษาค้นคว้าที่เกี่ยวข้อง หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.........................................................5 แนวดำเนินการประเมินคุณภาพผูเรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565..............9 บทที่ 3 วิธีดำเนินการ ประชากร......................................................................................................................................13 เครื่องมือการประเมิน...................................................................................................................13 วิธีดำเนินการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1....................................................................13 การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล...................................................................................................14 การตรวจและวิเคราะห์ข้อมูล......................................................................................................14 สถิติที่ใช้......................................................................................................................................14 บทที่ 4 ผลการประเมิน ค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565รวม 2 ด้าน เรียงจากมากไปหาน้อย.............................................................................................................16 ค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 ระดับกลุ่มโรงเรียน เรียงจากมากไปหาน้อย...............................................................................21 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 และปีการศึกษา 2565………………………………..............................22 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ สรุปผลการประเมิน...................................................................................................................23 อภิปรายผล................................................................................................................................24 แนวทางการนำผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา.......25 ข้อเสนอแนะ..............................................................................................................................26 เอกสารอ้างอิง...................................................................................................................................................28 ภาคผนวก………………………………………………………………………………………………………………………………………..29 ข
บทที่1 บทนำ เหตุผลและความสำคัญ สถานการณ์โลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับระบบการศึกษา ต้องมีการพัฒนา เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะความเป็นจริง แนวคิดเรื่อง "ทักษะแห่งอนาคตใหม่: การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21" ที่มุ่งเน้น ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม หรือ 3Rs 4Cs ซึ่งมีองค์ประกอบ ดังนี้ 3Rs ได้แก่ การอ่าน (Reading) การเขียน (Writing) และคณิตศาสตร์ (Arithmetic) และ 4Cs ได้แก่ การคิดวิเคราะห์(Critical Thinking) การสื่อสาร (Communication) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และการร่วมมือ (Collaboration) โดยเฉพาะผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะต้องมีทักษะอื่นอีกหลายด้าน เช่น ทักษะการสื่อสาร และทักษะการคิดคำนวณ เป็นต้น เพื่อให้อยู่ในโลกแห่งการแข่งขันได้ อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดนโยบายและจุดเน้น เพื่อให้การบริหารจัดการศึกษาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เป้าหมายของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ วัตถุประสงค์ของแผนการปฏิรูป ประเทศด้านการศึกษา และนโยบายของรัฐบาล เรื่องการเตรียมคนในศตวรรษที่ 21ในระดับประถมศึกษามุ่งคำนึงถึงพหุปัญญาของ ผู้เรียนรายบุคคลที่หลากหลายตามศักยภาพ โดยเฉพาะการเรียนภาษาไทย เน้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ วิชา อื่น รวมถึงนโยบายการพัฒนาและส่งเสริมให้นักเรียนระดับประถมศึกษาคิดเลขเป็น พร้อมกับสร้างเด็กให้เกิดทักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ รวมถึงการคิดวิเคราะห์ เพื่อให้แก้ปัญหาได้กำหนดให้มีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ ระดับชาติ ตามมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยสถานศึกษา ต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนเข้ารับการทดสอบระดับชาติ เพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการสามารถใช้ผลการประเมิน ในการกำหนดนโยบาย และวางแผนการศึกษาของประเทศ การประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติจะสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จหรือคุณภาพในการจัดการศึกษา ของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ รวมทั้งเป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการวางแผน หรือกำหนดทิศทางในการพัฒนา คุณภาพของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย จนถึงระดับมัธยมศึกษา จำเป็นต้องใช้ ประโยชน์จากสารสนเทศผลการประเมินคุณภาพการศึกษาทั้งในระดับชาติระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับ สถานศึกษาในสังกัดไปใช้ในการปรับปรุง และพัฒนาหลักสูตร พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้รวมทั้งใช้ในการ พัฒนาระบบการวัดและประเมินในทุกระดับตั้งแต่ระดับสถานศึกษาจนถึงระดับชาตินอกจากนี้ผลการประเมิน คุณภาพผู้เรียนยังช่วยในการวางแผนพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคลให้สามารถพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพ ของตนเองอีกด้วย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินการประเมิน คุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ทุกคนจากโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยประเมินความสามารถพื้นฐานของผู้เรียน 2ด้าน คือ ความสามารถด้านภาษาไทย และความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ในปีการศึกษา 2565สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต1 ได้ดำเนินการประเมินคุณภาพ ผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ดังนั้น การรายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน ปีการศึกษา 2565 เป็นการ เผยแพร่ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนให้แก่โรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบแล้ว โรงเรียน ยังสามารถใช้วางแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการประเมิน เพื่อรองรับการประกันคุณภาพการศึกษาได้
2 เป็นอย่างดีรวมทั้งเป็นการสะท้อนภาพความสำเร็จและจุดควรพัฒนาของผู้เรียน ทั้งในระดับสถานศึกษาและระดับ เขตพื้นที่การศึกษาอีกด้วย วัตถุประสงค์ 1. เพื่อรายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565โรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 2. เพื่อเปรียบเทียบผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 และ ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ขอบเขต การประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT)ชั้นประถมศึกษาปีที่3ปีการศึกษา 2565ดังนี้ 1. ประชากร การประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ปีการศึกษา2565 ประชากรคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3 ทุกคน ทุกโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 จำนวน 147 โรงเรียน นักเรียน เข้าสอบ 2,078 คน 2. เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน การประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา2565ใช้แบบทดสอบปรนัยชนิด เลือกตอบ (Multiple choices) เขียนตอบสั้น และเขียนตอบอิสระซึ่งประเมิน 2 ด้าน ได้แก่ ความสามารถด้านภาษาไทย และความสามารถด้านคณิตศาสตร์โดยใช้แบบทดสอบมาตรฐานจากสำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นิยามศัพท์เฉพาะ 1. การประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ปีการศึกษา 2565 หมายถึง การประเมินความสามารถพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 ได้แก่ ความสามารถด้านภาษาไทย และความสามารถ ด้านคณิตศาสตร์ 2. ความสามารถด้านภาษาไทย หมายถึง ความสามารถด้านการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารในยุค เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยใช้ทักษะการฟัง การดู การพูด การอ่าน การเขียน และกระบวนการคิดอย่างมี วิจารณญาณ ในการใช้ภาษาไทยเป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อสรุปความ สืบค้น แสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง นำเสนออย่างสร้างสรรค์ ประเมินและตัดสินข้อมูลสารสนเทศ เพื่อนำไปแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันและรู้เท่าทันสื่อ ตลอดจนสามารถใช้ภาษาแสดงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีในสังคม 3. ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ หมายถึงความสามารถของบุคคลในการตีความและแปลงจากสถานการณ์ ปัญหา หรือสถานการณ์ต่างๆ ในบริบทของชีวิตจริง (Problem in context) ให้เป็นปัญหาเชิงคณิตศาสตร์(Mathematical problem)การใช้ทักษะการคิดคำนวณ การแก้ปัญหาการเชื่อมโยง การสื่อสารและสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การคิด สร้างสรรค์และการให้เหตุผลโดยอาศัยข้อเท็จจริง ความคิดรวบยอด หลักการหรือทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ มีการ พิจารณา ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ประเมินและตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผลและสร้างสรรค์โดยยึดหลักคุณธรรมจริยธรรม และความเป็นพลเมืองดีของประชาคมโลก เพื่อนำไปสู่การหาผลลัพธ์ และการอธิบาย/คาดการณ์/พยากรณ์ สถานการณ์ปัญหาหรือปรากฎการณ์ต่าง ๆ
3 4. นักเรียน หมายถึง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนในปีการศึกษา 2565 โรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 5. โรงเรียน หมายถึงโรงเรียนที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต1สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 6. ข้อสอบมาตรฐาน หมายถึงข้อสอบที่สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานสร้างและพัฒนาขึ้น สำหรับใช้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั่วประเทศ ในปีการศึกษา 2565 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 นำผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับชาติ ทุกระดับเป็นข้อมูลสารสนเทศในการวางแผน กำหนดนโยบายและกลยุทธ์การพัฒนาคุณภาพการศึกษาในภาพรวม ของเขตพื้นที่ เพื่อสนองนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. ผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นำข้อมูล สารสนเทศเกี่ยวกับการประเมินคุณภาพการศึกษาของผู้เรียนทุกระดับชั้น ไปใช้ในการวางแผนการจัดการศึกษา และพัฒนาผู้เรียน 3. ครูประจำชั้นหรือครูที่ปรึกษา ครูผู้สอน นำข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน ของนักเรียนรายบุคคล ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ไปใช้ในการออกแบบจัดการเรียนรู้วิจัยในชั้นเรียน และพัฒนา วิชาชีพของตนให้มีความก้าวหน้าตามมาตรฐานวิชาชีพครู 4. ผู้เรียนนำข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนไปใช้วางแผนการเรียนรู้รู้จุดเด่น จุดบกพร่องในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง 5. ผู้ปกครองนำข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับผลการประเมินคุณภาพของผู้เรียนไปใช้ในการส่งเสริม สนับสนุน และวางแผนพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน ตลอดจนนาไปใช้ในการเลือกแผนการเรียนที่เหมาะสมกับความถนัด และความต้องการของผู้เรียน
บทที่2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการรายงานการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ปีการศึกษา 2565 มีประเด็น ในการนำเสนอ ดังนี้ 1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 2. แนวดำเนินการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ปีการศึกษา 2565 1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ 293/2551 เรื่องให้ใช้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสอดคล้องกับสภาพ ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคมและความเจริญทางวิทยาการ เป็นการสร้างกลยุทธ์ให้ในการพัฒนา คุณภาพการศึกษาให้สามารถตอบสนองความต้องการของบุคคลสังคมไทย ผู้เรียนให้มีศักยภาพในการแข่งขัน และร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในสังคมโลกปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกในความเป็นไทยมีระเบียบวินัย คำนึงถึง ผลประโยชน์ส่วนร่วมและยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นไปตาม เจตนารมณ์มาตรา80 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2550 และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2544 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 กาหนดให้ใช้ในโรงเรียนต้นแบบการใช้หลักสูตร และโรงเรียนที่มีความพร้อมตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ในปีการศึกษา 2552 กำหนดให้ใช้ในชั้นประถมศึกษาปีที่1–6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 และ4 ในปีการศึกษา 2553 กำหนดให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ2 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2554 เป็นต้นไป ให้ใช้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ทุกชั้นเรียน สำหรับโรงเรียนทั่วไปใช้หลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ดังนี้ ปีการศึกษา2554ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 ในชั้นประถมศึกษาปีที่1–6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ2 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ5 ทั้งนี้ตั้งแต่ ปีการศึกษา2555 เป็นต้นไป ให้ใช้ ทุกระดับชั้น และตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ 922/2561 เรื่อง การปรับปรุงโครงสร้าง เวลาเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐำน พุทธศักราช 2551 ว่าอนุสนธิคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. 1239/2560สั่ง ณ วันที่ 7สิงหาคม 2560 เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และคำสั่ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 30/2561 สั่ง ณ วันที่ 5 มกราคม 2561 เรื่อง ให้เปลี่ยนแปลง มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อให้สถานศึกษาพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพ ในการแข่งขันและดำรงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในประชาคมโลก ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. 293/2551 เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีอำนาจในการยกเลิก เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงหลักสูตรแกนกลาง
5 การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและวิธีการจัดการศึกษา ดังนั้น เพื่อให้ สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการเวลาเรียนได้เหมาะสมกับบริบทและจุดเน้นของสถานศึกษาโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในคราวประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2561 จึงปรับปรุงโครงสร้างเวลาเรียนให้มีความยืดหยุ่น ดังนี้ 1. ระดับประถมศึกษา 1) ปรับเวลาเรียนพื้นฐานของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้ตามความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบท จุดเน้นของสถานศึกษาและศักยภาพของผู้เรียน โดยจัดเวลาเรียนพื้นฐานสำหรับสาระประวัติศาสตร์40ชั่วโมงต่อปี ทั้งนี้ ต้องมีเวลาเรียนพื้นฐานรวม จำนวน 840 ชั่วโมงต่อปี และผู้เรียนต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดที่กำหนด 2) จัดเวลาเรียนเพิ่มเติม โดยจัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม หรือกิจกรรมเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับจุดเน้น และความพร้อมของสถานศึกษา และเกณฑ์การจบหลักสูตร เฉพาะระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–3 สถานศึกษา อาจจัดให้เป็นเวลาสำหรับสาระการเรียนรู้พื้นฐานในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ 3) จัดเวลาสำหรับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จำนวน 120 ชั่วโมงต่อปี 4) จัดเวลาเรียนรวมทั้งหมด ให้เป็นไปตามความเหมาะสมของสถานศึกษา ทั้งนี้ ควรคำนึงถึงศักยภาพ และพัฒนาการตามช่วงวัยของผู้เรียนและเกณฑ์การจบหลักสูตร 2. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 1) ปรับเวลาเรียนพื้นฐานของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้ตามความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบท จุดเน้นของสถานศึกษาและศักยภาพของผู้เรียน โดยจัดเวลาเรียนพื้นฐานสำหรับสาระประวัติศาสตร์40ชั่วโมงต่อปี หรือ 1 หน่วยกิตต่อปี ทั้งนี้ ต้องมีเวลาเรียนพื้นฐานรวม จำนวน 880 ชั่วโมงต่อปี หรือ 22 หน่วยกิตต่อปี และผู้เรียนต้องมีคุณภาพตำมมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนด และสอดคล้องกับเกณฑ์การจบหลักสูตร 2) จัดเวลาเรียนเพิ่มเติม โดยจัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม หรือกิจกรรมเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับจุดเน้น และความพร้อมของสถานศึกษา และเกณฑ์การจบหลักสูตร 3) จัดเวลาสำหรับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จำนวน 120 ชั่วโมงต่อปี 4) จัดเวลาเรียนรวมทั้งหมด ให้เป็นไปตามความเหมาะสมของสถานศึกษา ทั้งนี้ ควรคำนึงถึงศักยภาพ และพัฒนาการตามช่วงวัยของผู้เรียนและเกณฑ์การจบหลักสูตร 3. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 1) ปรับเวลาเรียนพื้นฐานของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้ตามความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบท จุดเน้นของสถานศึกษา และศักยภาพของผู้เรียน โดยจัดเวลาเรียนพื้นฐานสำหรับสาระประวัติศาสตร์รวม 3 ปี จำนวน 80ชั่วโมง หรือ 2 หน่วยกิต ทั้งนี้ ต้องมีเวลาเรียนพื้นฐานรวม 3 ปี จำนวน 1,640 ชั่วโมงหรือ 41 หน่วยกิต และผู้เรียนต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนด และสอดคล้องกับเกณฑ์การจบหลักสูตร 2) จัดเวลาเรียนเพิ่มเติม โดยจัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม หรือกิจกรรมเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับจุดเน้น และความพร้อมของสถานศึกษา และเกณฑ์การจบหลักสูตร 3) จัดเวลาสำหรับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รวม 3 ปี จำนวน 360 ชั่วโมง 4) จัดเวลาเรียนรวมทั้งหมด ให้เป็นไปตามความเหมาะสมของสถานศึกษา ทั้งนี้ ควรคำนึงถึงศักยภาพ และพัฒนาการตามช่วงวัยของผู้เรียนและเกณฑ์การจบหลักสูตร
6 ความหมายของหลักสูตร สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ(2549) ได้ให้ความหมายไว้ดังนี้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นหลักสูตรแกนกลาง (Core Curriculum) ในส่วนที่หน่วยงานส่วนกลาง โดยคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดขึ้นสำหรับท้องถิ่นและสถานศึกษา ได้นำไปใช้เป็นกรอบและทิศทางในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาเด็ก และเยาวชนไทยทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้มีคุณภาพด้านความรู้และทักษะที่จำเป็นสาหรับการ ดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สาระสำคัญของหลักสูตร 1.วิสัยทัศน์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกายความรู้คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทย และเป็นพลโลกยึดมั่นในการปกครองตามระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้ และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ 2. หลักการเป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติมีจุดมุ่งหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายสาหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ทักษะ เจตคติและคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็นไทย ควบคู่กับความเป็นสากลเป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชนที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาพ และมีคุณภาพ สนองการกระจายอำนาจให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการ ของท้องถิ่น มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้เวลาและการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ 3. จุดมุ่งหมาย มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดีมีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตน ตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสารการแก้ปัญหาการคิดการใช้เทคโนโลยีและมีทักษะชีวิต มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัยและรักการออกกำลังกาย มีความรักชาติมีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลกยึดมั่นในวิถีชีวิต และการปกครองตามระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงาม ในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการได้แก่ความสามารถในการสื่อสารความสามารถในการคิดความสามารถในการ แก้ปัญหาความสมารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขในฐานะ เป็นพลเมืองไทยและพลโลกได้แก่รักชาติศาสน์กษัตริย์ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัยใฝ่เรียนรู้อยู่อย่างเพียงพอ มุ่งมั่นในการ ทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ
7 โครงสร้างของหลักสูตร กำหนดไว้ดังนี้ 1. ระดับการศึกษา แบ่งเป็น 3 ระดับ 1) ระดับประถมศึกษาได้แก่ชั้นประถมศึกษาปีที่1–6 มุ่งพัฒนาทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การคิดคำนวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน การติดต่อสื่อสาร และกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม และพื้นฐานความเป็น มนุษย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมดุลทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์สังคมและวัฒนธรรมโดยเน้น การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ 2) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้แก่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 มุ่งให้ผู้เรียนได้สำรวจ ความถนัด ความสนใจของตนเอง ส่งเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพส่วนตน มีทักษะในการคิดวิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์และคิดแก้ปัญหา มีทักษะในการดำรงชีวิต มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องมือในการ เรียนรู้มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความสมดุลทั้งด้านความรู้ความคิดความดีงาม และความภาคภูมิใจใน ความเป็นไทย ตลอดจนใช้พื้นฐานในการประกอบอาชีพหรือการศึกษาต่อ 3) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4–6 เน้นการเพิ่มพูนความรู้ และทักษะเฉพาะด้าน สนองตอบความสามารถ ความถนัด และความสนในของผู้เรียนแต่ละคนด้านวิชาการ และวิชาชีพ มีทักษะการใช้วิทยาการและเทคโนโลยีทักษะการคิดขั้นสูง สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิด ประโยชน์ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ มุ่งพัฒนาตนเองและประเทศตามบทบาทของตน สามารถเป็นผู้นำ และผู้ให้บริการชุมชนในด้านต่าง ๆ 2.สาระการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วยองค์ความรู้ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้และคุณลักษณะ หรือ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียน หลักสูตรกำหนดสาระการเรียนรู้ที่เป็นพื้นฐานสำคัญที่ผู้เรียนทุกคนต้อง เรียนรู้ไว้8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ได้แก่ ภาษาไทยคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษาและ พลศึกษาศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยีและ ภาษาต่างประเทศ 3. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่จัดให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายสติปัญญาอารมณ์สังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินับ ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข ซึ่งกำหนดกิจกรรมไว้3 ลักษณะคือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน เช่น ลูกเสือ เนตรนารียุวกาชาด และผู้บำเพ็ญประโยชน์และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ มาตรฐานการเรียนรู้หลักสูตรได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้8 กลุ่ม เพื่อเป็นข้อกำหนดคุณภาพผู้เรียนด้านความรู้ทักษะกระบวนการคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมของแต่ละกลุ่ม สำหรับใช้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เมื่อเรียนจบในแต่ละระดับ การศึกษา คือ ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3) และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6) การจัดเวลาเรียน หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดเวลาเรียนในการจัดการเรียนรู้และกิจกรรม พัฒนาผู้เรียนไว้ดังนี้ ระดับประถมศึกษา (ป.1–6) จัดเวลาเรียนเป็นรายปีดังนี้ 1) ปรับเวลาเรียนพื้นฐานของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้ตามความเหมาะสม สอดคล้องกับ บริบท จุดเน้นของสถานศึกษาและศักยภาพของผู้เรียน โดยจัดเวลาเรียนพื้นฐานสำหรับสาระประวัติศาสตร์40ชั่วโมงต่อปี ทั้งนี้ ต้องมีเวลาเรียนพื้นฐานรวม จำนวน 840 ชั่วโมงต่อปี และผู้เรียนต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดที่กำหนด
8 2) จัดเวลาเรียนเพิ่มเติม โดยจัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม หรือกิจกรรมเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับจุดเน้น และความพร้อมของสถานศึกษา และเกณฑ์การจบหลักสูตร เฉพาะระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–3 สถานศึกษา อาจจัดให้เป็นเวลาสำหรับสาระการเรียนรู้พื้นฐานในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 3) จัดเวลาสำหรับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จำนวน 120 ชั่วโมงต่อปี 4) จัดเวลาเรียนรวมทั้งหมด ให้เป็นไปตามความเหมาะสมของสถานศึกษา ทั้งนี้ ควรคำนึงถึงศักยภาพ และพัฒนาการตามช่วงวัยของผู้เรียนและเกณฑ์การจบหลักสูตร ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1–3)จัดเวลาเรียนเป็นภาคเรียน เวลาเรียนรวมไม่เกินปีละ 1,200 ชั่วโมง เฉลี่ยวันละ 6 ชั่วโมง การคิดน้ำหนักของรายวิชาเป็นหน่วยกิต (40 ชั่วโมง /ภาคมีค่าน้ำหนักวิชา 1 หน่วยกิต) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย(ม.4–6)จัดเวลาเรียนเป็นภาคเรียน เวลาเรียนรวม 3 ปีไม่น้อยกว่า3,600 ชั่วโมง เฉลี่ยวันละ 6 ชั่วโมง มีการคิดน้ำหนักของรายวิชาเป็นหน่วยกิต (40 ชั่วโมง/ภาค มีค่าน้ำหนักวิชา 1 หน่วยกิต การวัดและประเมินผล 1. หลักการวัดและประเมินผลผู้เรียน การวัดและประเมินผลเป็นกระบวนการที่ช่วยผู้สอน ให้ได้ข้อมูลสารสนเทศที่แสดงถึงพัฒนาการความก้าวหน้าและความสาเร็จของการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งเป็นประโยชน์ ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาและเรียนรู้ตามศักยภาพ 2.วิธีการวัดและประเมินผลต้องใช้วิธีที่หลกากหลายสอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการวัดทั้งที่เป็นความรู้ ความคิดและการปฏิบัติและดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอน การวัดความรู้ความคิดส่วนใหญ่ใช้การ ทดสอบ แบบทดสอบที่อาจเป็นแบบเลือกตอบหรือให้เขียนคำตอบเองด้วยข้อสอบอัตนัย ควรเน้นการตอบโดยการ เขียนและการนำเสนอคำตอบด้วยตัวผู้เรียนเพราะเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาการคิดและการเขียน ไปพร้อม ๆกัน ได้ดีกว่าเครื่องมือชนิดเลือกตอบ นอกจากนี้อาจใช้แฟ้มผลงาน การสังเกต การสัมภาษณ์เป็นวิธีที่ เหมาะสมกับการวัดและประเมินความดีงามและการปฏิบัติ 3.ระดับการวัดและประเมินผลการวัดและประเมินผลผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 แบ่งเป็น 4 ระดับ คือระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับชาติ ทุกระดับมีเจตนารมณ์เช่นเดียวกันคือ ตรวจสอบความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อนำผลการประเมิน มาใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ .3.1 การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนดำเนินการเพื่อพัฒนาผู้เรียนและติดสินผลการเรียนในรายวิชา/กิจกรรมที่ตนสอน ในการประเมินเพื่อการพัฒนา ผู้สอนประเมินผลการเรียนรู้ตามตัวชี้วัดที่กำหนดเป็นเป้าหมายในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การซักถาม การสังเกตการณ์การตรวจการบ้าน การแสดงออกในการปฏิบัติผลงาน เพื่อดูว่าบรรลุตัวชี้วัด หรือมีแนวโน้มว่าจะบรรลุตัวชี้วัดเพียงใดแล้วแก้ไขบกพร่องเป็นระยะๆอย่างต่อเนื่องและการประเมินเพื่อตัดสิน เป็นการตรวจสอบ ณ จุดที่กำหนด แล้วตัดสินว่าผู้เรียนมีผลอันเกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บคะแนนของหน่วยการเรียนรู้หรือของการประเมินผล กลางภาคเรียน หรือปลายภาคตามรูปแบบการประเมินที่สถานศึกษากำหนด ผลการประเมินนอกจากจะให้เป็น คะแนนหรือระดับผลการเรียนรู้แก่ผู้เรียนแล้วต้องนำมาเป็นข้อมูลใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนต่อไปอีกด้วย 3.2 การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการตรวจสอบผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นรายปี/ รายภาค ผลการประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การอนุมัติผลการเรียน การตัดสินการเลื่อนชั้นเรียน และเป็นการประเมินเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษา
9 ของสถานศึกษาว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ผู้เรียนมีสิ่งที่ต้องการได้รับการพัฒนาในด้านใด ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา 3.3 การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษาเป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่ การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดย ประเมินคุณภาพของผู้เรียนด้วยวิธีการและเครื่องมือที่เป็นมาตรฐานซึ่งจัดทำและดำเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา นอกจากนี้ยังสามารถดำเนินการได้ด้วยการตรวจสอบข้อมูลจากการประเมินคุณภาพในระดับสถานศึกษา และ เขตพื้นที่การศึกษา 3.4 การประเมินระดับชาติเป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียนในระดับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผน ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบ ทบทวนพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริม สนับสนุน เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่างบุคคลที่จำแนกตามสภาพปัญหาความต้องการ ได้แก่กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มผู้เรียนที่พิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษา ในการดำเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงทีอันเป็นโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบความสำเร็จ ในการเรียน 2. แนวดำเนินการประเมินคุณภาพผูเรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยึดหลักการกระจายอำนาจการบริหารจัดการไปยังศูนย์สอบ ทุกแห่ง เริ่มตั้งแต่การวางแผน การดำเนินงานบริหารจัดการ การตัดสินใจ และความรับผิดชอบ โดยมีแนวคิด สำคัญ ดังต่อไปนี้ ความหมายของการกระจายอำนาจ การกระจายอำนาจ คือ การถ่ายโอนอำนาจการตัดสินใจ ทรัพยากร และภารกิจจากภาครัฐส่วนกลาง ให้แก่องค์กรอื่นใด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐส่วนภูมิภาค องค์กรอิสระ องค์กรท้องถิ่น องค์กรเอกชน โดยเฉพาะภาคประชาชน ไปดำเนินการแทน ซึ่งการถ่ายโอนดังกล่าว อาจจะมีลักษณะเป็นการถ่ายโอนเฉพาะภารกิจ ซึ่งเป็นการแบ่งภารกิจ ให้แก่องค์กรที่ได้รับการกระจายอำนาจดำเนินการ หรือ เป็นการถ่ายโอนโดยยึดพื้นที่เป็นหลัก ซึ่งเป็นการแบ่งพื้นที่เป็นหน่วยงานย่อยในการดำเนินการ แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ การกระจายอำนาจสู่ส่วนภูมิภาค เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในการบริหารจัดการบ้านเมืองของรัฐ ในระบบ ประชาธิปไตย โดยมุ่งลดบทบาทของรัฐส่วนกลาง (Decentralize) ลงเหลือภารกิจหลักเท่าที่ต้องทำ เท่าที่จำเป็น และให้ประชาชนได้มีส่วนในการบริหารงานชุมชนส่วนภูมิภาค ตามเจตนารมณ์ของประชาชนมากขึ้น การกระจายอำนาจสู่ส่วนภูมิภาค จึงเป็นการจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจหน้าที่ใหม่ ระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์บ้านเมือง ที่เปลี่ยนแปลงไปในสภาวะที่สังคม มีกลุ่มที่หลากหลาย มีความต้องการ
10 และความคาดหวังจากรัฐที่เพิ่มขึ้น และแตกต่างกัน ขัดแย้งกัน ในขณะที่รัฐเองก็มีขีดความสามารถและทรัพยากร ที่จำกัดในการตอบสนองปัญหา ความต้องการที่เกิดขึ้นในแต่ละส่วนภูมิภาคได้ทันต่อเหตุการณ์ และตรงกับ ความต้องการของส่วนภูมิภาค โดยการกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปยังส่วนภูมิภาคจะดำเนินการกระจาย ในสิ่งต่อไปนี้ 1) การกระจายหน้าที่ เป็นการกระจายภารกิจหน้าที่จากส่วนกลางที่เป็นประโยชน์โดยตรงกับส่วนภูมิภาค ให้ส่วนภูมิภาครับผิดชอบดำเนินการเอง 2) การกระจายอำนาจการตัดสินใจ เป็นการกระจายอำนาจการตัดสินใจดำเนินการตามหน้าที่ ที่ส่วนกลางกระจายไปให้ส่วนภูมิภาคดำเนินการ 3) การกระจายทรัพยากรการบริหาร เป็นการกระจายบุคลากร งบประมาณ เทคโนโลยีที่เหมาะสม ให้กับส่วนภูมิภาค 4) การกระจายความรับผิดชอบ เป็นการกระจายความรับผิดชอบต่อภารกิจ หน้าที่ ที่รัฐกับผู้บริหาร ส่วนภูมิภาค และประชาชน ร่วมกันรับผิดชอบ 5) การกระจายความพร้อม เป็นการกระจายความพร้อม ที่มีอยู่ในส่วนกลางให้กับส่วนภูมิภาค เพื่อสร้าง ขีดความสามารถให้แก่ส่วนภูมิภาค เป็นการทำให้ส่วนภูมิภาคมีความเข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการส่วนภูมิภาคได้อย่างมี ประสิทธิภาพ วัตถุประสงค์ เพื่อประเมินความสามารถพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3 ในด้านภาษาไทย และด้านคณิตศาสตร์ กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ทุกคน สาระที่สอบและตารางสอบ การประเมินใช้เครื่องมือเป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ (Multiple choices) 4 ตัวเลือก เขียนตอบสั้น และเขียนตอบอิสระ เป็นการวัดความสามารถด้านภาษาไทย และด้านคณิตศาสตร์ตามมาตรฐาน ตัวชี้วัดที่สัมพันธ์เชื่อมโยงในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 โดยเน้นทักษะกระบวนการ ทักษะการคิด สมรรถนะสำคัญจำเป็นที่เป็นพื้นฐานของผู้เรียน ตารางสอบ การประเมินคุณภาพผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กำหนดสอบในวันที่ 14 มีนาคม 2565 รายละเอียดตามตารางสอบ ดังนี้ วันสอบ เวลา วิชา เวลาสอบ 15 มีนาคม 2566 08.30 – 10.00 น. ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ 90 นาที พัก 30 นาที 10.30 – 12.00 น. ความสามารถด้านภาษาไทย 90 นาที
11 ประกาศผลการสอบ ประกาศผลการสอบวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 แนวคิดเกี่ยวกับความโปร่งใสในการประเมิน (Transparency) การประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ถือเป็นการประเมินคุณภาพ เพื่อตรวจสอบและประเมินคุณภาพผู้เรียน ในทุกสังกัดที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนั้น การบริหารจัดการสอบจึงจำเป็นต้องมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน ซึ่งจะส่งผลให้ผลที่ได้จากการประเมินคุณภาพผู้เรียนมีความน่าเชื่อ และเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานต่าง ๆ ในการทดสอบครั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติ เพื่อความโปร่งใส ในการบริหารจัดการสอบ ดังต่อไปนี้ 1) การจัดสนามสอบ ศูนย์สอบจัดสนามสอบ โดยกำหนด 1 กลุ่มเครือข่ายโรงเรียนเป็น 1 สนามสอบ (กลุ่มเครือข่ายโรงเรียนอาจเรียกชื่อต่างกัน เช่น ศูนย์เครือข่าย กลุ่มคุณภาพ กลุ่มโรงเรียน เป็นต้น) โดยกำหนดให้โรงเรียนที่เป็นสนามสอบ จะต้องมีผู้เรียนตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป ทั้งนี้ให้ศูนย์สอบเป็นผู้พิจารณา เลือกโรงเรียนในกลุ่มที่มีความพร้อม ความเหมาะสมเพื่อเป็นสนามสอบ หากมีความจำเป็น เช่น โรงเรียน มีผู้เรียนจำนวนมาก หรือผู้เรียนเดินทางมาสอบลำบาก อาจให้โรงเรียนเหล่านี้เป็นสนามสอบก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ของคณะกรรมการระดับศูนย์สอบ แต่ต้องคำนึงถึงความโปร่งใสและยุติธรรมในการสอบ 2) การแต่งตั้งคณะกรรมการระดับสนามสอบ ศูนย์สอบแต่งตั้งคณะกรรมการระดับสนามสอบ ประกอบด้วย ประธานสนามสอบ กรรมการกลาง กรรมการคุมสอบ กรรมการตรวจข้อสอบเขียนตอบ กรรมการรับ -ส่งแบบทดสอบ และกระดาษคำตอบ นักการภารโรง และกรรมการอื่น ๆ ตามความเหมาะสม สำหรับกรรมการคุมสอบ และ กรรมการตรวจข้อสอบเขียนตอบ ต้องมาจากต่างสถานศึกษา หรือ ต่างกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนที่เป็นสนามสอบ โดยใช้วิธีการหมุนเวียนห รือสลับ กัน ขึ้นอยู่กับ ดุลยพิ นิ จของคณ ะกรรม การระดับ ศูนย์สอบ แต่ต้องคำนึงถึงความโปร่งใสและยุติธรรมในการสอบ 3) การรับ-ส่งกล่องแบบทดสอบและกระดาษคำตอบ การจัดการรับ-ส่งกล่องแบบทดสอบและกระดาษคำตอบ สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานจะมีระบบการขนส่งเอกสารที่มีความเคร่งครัดและปลอดภัยสูง 3.1) ในการรับส่งกล่องแบบทดสอบและกระดาษคำตอบในทุกศูนย์สอบ จะต้อง ให้ผู้ประสานงานระดับศูนย์สอบเป็นผู้ลงนามทุกครั้ง และศูนย์สอบเก็บรักษากล่องแบบทดสอบและ กระดาษคำตอบไว้ในห้องมั่นคงหรือห้องที่ปิดมิดชิด มีผู้ที่คอยดูแลตลอดเวลา 3.2) ศูนย์สอบส่งมอบแบบทดสอบและกระดาษคำตอบ พร้อมเอกสารประกอบการสอบ ให้กับประธานสนามสอบหรือตัวแทน ในตอนเช้าของวันสอบ 3.3) หลังจากเสร็จสิ้นการสอบ ให้ประธานสนามสอบหรือตัวแทนที่มีหน้าที่รับ–ส่ง กระดาษคำตอบระดับสนามสอบเป็นผู้รับผิดชอบนำซองกระดาษคำตอบส่งมอบให้ศูนย์สอบ 3.4) ศูนย์สอบตรวจสอบความเรียบร้อยของซองกระดาษคำตอบ บรรจุลงในกล่อง พร้อม ส่งมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4) กล่องบรรจุแบบทดสอบและกระดาษคำตอบ การบรรจุแบบทดสอบและกระดาษคำตอบ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะบรรจุแบบทดสอบและกระดาษคำตอบ ใส่ซองแยกเป็นรายวิชา และนำซองข้อสอบทั้ง 2วิชา มาจัดชุดแยกเป็น
12 รายห้องสอบและบรรจุใส่กล่อง โดยกล่องบรรจุแบบทดสอบต้องแข็งแรง และปิดผนึกด้วยเทปกาว อนุญาตให้ ประธานสนามสอบเปิดกล่องบรรจุแบบทดสอบได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมงก่อนถึงเวลาสอบ ต่อหน้าตัวแทนกรรมการ คุมสอบ 5) การติดตามการบริหารการประเมิน 5.1) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษาที่เข้าร่วมการทดสอบ ทำการติดตามตรวจเยี่ยมการประเมินตาม มาตรฐาน โดยคณะกรรมการจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะสุ่มตรวจเยี่ยมศูนย์สอบและ สนามสอบ ในช่วงก่อนวันสอบ วันสอบ และหลังวันสอบ 5.2) ศูนย์สอบตรวจเยี่ยมสนามสอบในช่วงก่อนวันสอบ วันสอบ และหลังวันสอบ
บทที่3 วิธีดำเนินการ รายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ดำเนินการตามนโยบายและแนวปฏิบัติการประเมินอย่างเคร่งครัด ถูกต้อง โปร่งใส และยุติธรรม ดังนี้ ประชากร ประชากร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ทุกคน จำนวน 2,078คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน เครื่องมือประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่3 ปีการศึกษา2565เป็นแบบทดสอบที่สำนักทดสอบ ทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสร้างและพัฒนาขึ้น สำหรับใช้วัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 ทั่วประเทศ วิธีดำเนินการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มอบหมายให้เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศเป็นศูนย์สอบ และเพื่อให้การประเมินตุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาน่าน เขต 1 มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงได้ดำเนินการ ดังนี้ 1. ประชุมร่วมกับสำนักทดสอบทางการศึกษาเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติงานประเมินและตรวจสอบ จำนวนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2. ประชาสัมพันธ์การจัดสอบให้กับผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้เกี่ยวข้องให้ทราบถึงวัตถุประสงค์และความสำคัญของการสอบ 3. แจ้งกำหนดวันเวลาสอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดให้โรงเรียน และผู้เกี่ยวข้องทราบ 4. ทุกโรงเรียนเป็นสนามสอบ 5. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานระดับศูนย์สอบ 6. แต่งตั้งคณะกรรมการระดับสนามสอบ โดยแต่งตั้งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นหัวหน้า สนามสอบ กรรมการกลางและกรรมการคุมสอบ เป็นครูจากต่างกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนที่เป็นสนามสอบ โดยใช้ วิธีการหมุนไขว้กัน 7. ประชุมชี้แจงคณะกรรมการดำเนินงานการจัดสอบระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อกำหนด แผนดำเนินงานตามนโยบาย หลักการ และแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด 8. ประชุมชี้แจงแนวทางการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ปีการศึกษา 2565ให้กับคณะกรรมการ ระดับสนามสอบ เพื่อดำเนินงานคู่มือการจัดสอบอย่างเคร่งครัด 9 แต่งตั้งศึกษานิเทศก์เป็นตัวแทนศูนย์สอบไปประจำที่สนามสอบ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล ความเรียบร้อยภายใน สนามสอบและทำหน้าที่ในการรับ-ส่งแบบทดสอบ กระดาษคำตอบ และการตรวจข้อสอบ แบบเขียนตอบ
14 10. กำหนดสถานที่รับ-ส่งกล่องแบบทดสอบและกระดาษคำตอบ ระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาและสนามสอบอย่างเคร่งครัดและปลอดภัยสูง 11. ดำเนินการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ในวันที่ 15 มีนาคม 2566 เวลา 08.30 น.- 12.00 น. และตรวจข้อสอบแบบเขียนตอบในวันที่ 15 มีนาคม 2565 เวลา13.00 น.-16.30 น. 12. ติดตามตรวจเยี่ยมการประเมิน โดยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รองผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หัวหน้ากลุ่มงาน และผู้ที่ได้รับมอบหมายและแต่งตั้งตามคำสั่ง 13. เมื่อการสอบเสร็จสิ้น ศูนย์สอบส่งกล่องกระดาษคำตอบให้สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 14. สรุปผลและจัดทำรายงานผลการดำเนินงานประเมินของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แจ้งโรงเรียนในสังกัดและผู้เกี่ยวข้องต่อไป การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล การประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับชาติปีการศึกษา2565สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ได้ดำเนินการตามแนวทางและคู่มือการจัดสอบอย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้ผลการทดสอบที่มี คุณภาพและน่าเชื่อถือ การตรวจและวิเคราะห์ข้อมูล 1. สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำเนินการวิเคราะห์ผลการประเมิน คุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และส่งรายงานผลการประเมินรายโรงเรียนไปยังโรงเรียนทาง เว็บไซต์ของสำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน http://180.180.244.48/NT/ExamWeb/MainEsa/MainEsa.aspx 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1ดำเนินการวิเคราะห์สรุป ประมวลผลคะแนน เฉลี่ยภาพรวมในระดับเขตพื้นที่การศึกษา จำแนกเป็นคะแนนผลการทดสอบรายโรงเรียนเฉลี่ยรวม 2 ด้าน ได้แก่ ความสามารถด้านภาษาไทย และความสามารถด้านคณิตศาสตร์และเปรียบเทียบผลการประเมินคุณภาพ ผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 และ ปีการศึกษา 2565 และส่งรายงานผลการทดสอบ ให้กับโรงเรียนในสังกัด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนำไปใช้เป็นสารสนเทศในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป สถิติที่ใช้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้แก่ค่าเฉลี่ยร้อยละของคะแนนแต่ละด้านของการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
บทที่ 4 ผลการประเมิน รายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565โรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 นำเสนอในรูปแบบค่าเฉลี่ยร้อยละของคะแนนแต่ละด้าน ของการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3ดังนี้ ตาราง 1 ค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564รวม 2 ด้าน เรียงจากมากไปหาน้อย ตาราง 2 ค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 ระดับกลุ่มโรงเรียน เรียงจากมากไปหาน้อย ตาราง 3 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 และปีการศึกษา 2565
16 ตารางที่1 ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565รวม 2 ด้าน (ด้านภาษาไทย และด้านคณิตศาสตร์) เรียงจากมากไปหาน้อย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ รายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 ฉบับที่ 3 แบบรายงานผลการประเมินผู้เรียนจำแนกตามโรงเรียนในแต่ละด้าน (Local 03) ศึกษาธิการภาค : สำนักงานศึกษาธิการภาค 16 จำนวนโรงเรียนที่เข้าสอบ : 147 แห่ง จำนวนนักเรียนที่เข้าสอบ : 2,078 คน (ปกติ: 1,789 คน,พิเศษ: 288 คน, Walk-in:1 คน) ลำดับ ชื่อโรงเรียน ผลคะแนนการประเมินจำแนกตามรายวิชา ระดับคุณภาพจำแนกตามรายวิชา ด้าน คณิตศาสตร์ ร้อยละ ด้าน ภาษาไทย ร้อยละ รวม 2 ด้าน ร้อยละ ด้าน คณิตศาสตร์ ด้าน ภาษาไทย รวม 2 ด้าน 1 บ้านน้ำพุ 95.2 95.2 91.4 91.4 186.6 93.3 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 2 ริมฝั่งน่านวิทยา 87 87 85 85 172 86 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 3 บ้านหนองบัว 72.27 72.27 92.63 92.63 164.9 82.45 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 4 บ้านกาใส 70 70 94 94 164 82 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 5 บ้านดอนเฟือง 82 82 81.7 81.7 163.7 81.85 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 6 บ้านเชียงยืน 81.5 81.5 77.87 77.87 159.37 79.68 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 7 บ้านโป่งคำ 80.33 80.33 76.44 76.44 156.77 78.38 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 8 บ้านห้วยนาย 75.4 75.4 79.8 79.8 155.2 77.6 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 9 ป่าแลวหลวงวิทยา 69 69 85.58 85.58 154.58 77.29 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 10 บ้านนา 80.07 80.07 70.69 70.69 150.76 75.38 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 11 บ้านคำเรือง 71.42 71.42 79.07 79.07 150.5 75.25 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 12 ชุมชนบ้านนาหลวง 68 68 81 81 149 74.5 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 13 บ้านหนองรังฯ 70.73 70.73 76.86 76.86 147.6 73.8 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 14 บ้านไหล่น่าน 74 74 72.5 72.5 146.5 73.25 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 15 บ้านห้วยเลา 69.5 69.5 76.25 76.25 145.75 72.87 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 16 บ้านส้านนาหนองใหม่ 83 83 62.33 62.33 145.33 72.66 ดีมาก ดี ดีมาก 17 บ้านวังตาว 73 73 72.25 72.25 145.25 72.62 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 18 บ้านศรีบุญเรือง 70.62 70.62 74.25 74.25 144.87 72.43 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 19 บ้านน้ำเลา 71.5 71.5 72.25 72.25 143.75 71.87 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 20 บ้านน้ำโค้ง 74.72 74.72 68.28 68.28 143 71.5 ดีมาก ดี ดีมาก 21 บ้านนาผา 71.33 71.33 70.33 70.33 141.66 70.83 ดีมาก ดีมาก ดีมาก
17 22 ชุมชนบ้านนาคา 68.26 68.26 73.2 73.2 141.46 70.73 ดีมาก ดีมาก ดีมาก 23 บ้านสาคร 75.33 75.33 65.66 65.66 141 70.5 ดีมาก ดี ดีมาก 24 บ้านสถาน 66.5 66.5 74.12 74.12 140.62 70.31 ดี ดีมาก ดีมาก 25 บ้านดอนไพรวัลย์ 66.77 66.77 72.61 72.61 139.38 69.69 ดี ดีมาก ดีมาก 26 บ้านต้าม 71 71 68.2 68.2 139.2 69.6 ดีมาก ดี ดีมาก 27 บ้านปางสา 60 60 78.5 78.5 138.5 69.25 ดี ดีมาก ดีมาก 28 บ้านน้ำปาย 72.75 72.75 65.62 65.62 138.37 69.18 ดีมาก ดี ดีมาก 29 บ้านปางช้าง 73.28 73.28 64.92 64.92 138.21 69.1 ดีมาก ดี ดีมาก 30 บ้านค้างอ้อย 68.5 68.5 69.12 69.12 137.62 68.81 ดีมาก ดี ดี 31 บ้านน้ำหิน 68.66 68.66 68.66 68.66 137.33 68.66 ดีมาก ดี ดี 32 บ้านแคว้ง 65 65 69.25 69.25 134.25 67.12 ดี ดี ดี 33 บ้านศรีนาม่าน 64.75 64.75 66.91 66.91 131.66 65.83 ดี ดี ดี 34 บ้านน้ำครกใหม่ 63.66 63.66 67.83 67.83 131.5 65.75 ดี ดี ดี 35 บ้านเชียงของ 69 69 62.5 62.5 131.5 65.75 ดีมาก ดี ดี 36 บ้านศาลา 65.4 65.4 65.8 65.8 131.2 65.6 ดี ดี ดี 37 บ้านแม่ขะนิง 63.5 63.5 67.5 67.5 131 65.5 ดี ดี ดี 38 ริมฝั่งว้าวิทยา 69.5 69.5 61.06 61.06 130.56 65.28 ดีมาก ดี ดี 39 ราษฎร์รัฐพัฒนา 69.71 69.71 60.85 60.85 130.57 65.28 ดีมาก ดี ดี 40 ชุมชนบ้านบ่อแก้ว 68.16 68.16 62.1 62.1 130.26 65.13 ดีมาก ดี ดี 41 วัดท่าข้ามฯ 68.66 68.66 59.83 59.83 128.5 64.25 ดีมาก ดี ดี 42 บ้านหนองห้าฯ 68 68 59.5 59.5 127.5 63.75 ดีมาก ดี ดี 43 บ้านน้ำเคิม 51 51 75 75 126 63 ดี ดีมาก ดี 44 ชุมชนบ้านใหม่ 59.8 59.8 66.06 66.06 125.86 62.93 ดี ดี ดี 45 บ้านห้วยละเบ้ายา 67.23 67.23 58.38 58.38 125.61 62.8 ดี ดี ดี 46 บ้านครกคำ 58.35 58.35 66.42 66.42 124.78 62.39 ดี ดี ดี 47 บ้านส้าน 60 60 63.5 63.5 123.5 61.75 ดี ดี ดี 48 บ้านน้ำแพะ 58 58 65.5 65.5 123.5 61.75 ดี ดี ดี 49 จอมจันทร์วิทยาคาร 47.64 47.64 75.76 75.76 123.41 61.7 ดี ดีมาก ดี 50 หาดทรายทองวิทยาคาร 64.66 64.66 58.75 58.75 123.41 61.7 ดี ดี ดี 51 บ้านห้วยส้ม 57.4 57.4 65.15 65.15 122.55 61.27 ดี ดี ดี 52 บ้านป่าสัก 60.5 60.5 62 62 122.5 61.25 ดี ดี ดี 53 ไทยรัฐวิทยาฯ 61.37 61.37 60.93 60.93 122.31 61.15 ดี ดี ดี 54 บ้านพืชเจริญ 66.33 66.33 55.25 55.25 121.58 60.79 ดี ดี ดี 55 บ้านดู่พงษ์ 56.88 56.88 64.11 64.11 121 60.5 ดี ดี ดี
18 56 บ้านนาก้า 56.25 56.25 64 64 120.25 60.12 ดี ดี ดี 57 บ้านผาตูบ 55.28 55.28 64.85 64.85 120.14 60.07 ดี ดี ดี 58 บ้านนาเหลืองไชยราม 56.83 56.83 63.16 63.16 120 60 ดี ดี ดี 59 บ้านหัวเมือง 59.55 59.55 60 60 119.55 59.77 ดี ดี ดี 60 บ้านป่าหุ่ง 58 58 61 61 119 59.5 ดี ดี ดี 61 บ้านน้ำแก่นเหนือ 58.6 58.6 60.3 60.3 118.9 59.45 ดี ดี ดี 62 บ้านฟ้า 58 58 60.75 60.75 118.75 59.37 ดี ดี ดี 63 บ้านสาลีก 59.25 59.25 59.25 59.25 118.5 59.25 ดี ดี ดี 64 บ้านกิ่วน้ำ 58 58 60.37 60.37 118.37 59.18 ดี ดี ดี 65 บ้านตอง 48.4 48.4 69.5 69.5 117.9 58.95 ดี ดี ดี 66 บ้านม่วงใหม่ 52.36 52.36 65.27 65.27 117.63 58.81 ดี ดี ดี 67 บ้านน้ำพาง 56.9 56.9 60.4 60.4 117.3 58.65 ดี ดี ดี 68 บ้านขึ่งงามมงคล 58.4 58.4 58.83 58.83 117.23 58.61 ดี ดี ดี 69 บ้านเป้า 54.78 54.78 61.82 61.82 116.6 58.3 ดี ดี ดี 70 ไตรธารวิทยา 61.44 61.44 55.05 55.05 116.5 58.25 ดี ดี ดี 71 บ้านผาขวาง 50 50 66 66 116 58 ดี ดี ดี 72 บ้านน้ำมวบ 55.42 55.42 60.52 60.52 115.94 57.97 ดี ดี ดี 73 บ้านฮากฮาน 60.5 60.5 54.5 54.5 115 57.5 ดี ดี ดี 74 บ้านน้ำลัด 50 50 64.62 64.62 114.62 57.31 ดี ดี ดี 75 บ้านดอนหล่ายทุ่ง 53.21 53.21 61.39 61.39 114.6 57.3 ดี ดี ดี 76 บ้านป่าแดด 53.9 53.9 60.6 60.6 114.5 57.25 ดี ดี ดี 77 บ้านผาสิงห์ 53.25 53.25 61.12 61.12 114.37 57.18 ดี ดี ดี 78 บ้านใหม่ 55.18 55.18 58.68 58.68 113.86 56.93 ดี ดี ดี 79 ชุมชนบ้านหลวง 40.45 40.45 72.9 72.9 113.36 56.68 พอใช้ ดีมาก ดี 80 บ้านเปา 55.36 55.36 57.45 57.45 112.81 56.4 ดี ดี ดี 81 บ้านห้วยบง 51.33 51.33 60.33 60.33 111.66 55.83 ดี ดี ดี 82 บ้านถืมตอง 48.37 48.37 62.87 62.87 111.25 55.62 ดี ดี ดี 83 บ้านทัพม่าน 55 55 55.75 55.75 110.75 55.37 ดี ดี ดี 84 บ้านสาลี่ 44 44 66 66 110 55 พอใช้ ดี ดี 85 บ้านน้ำปูน 53.66 53.66 56.33 56.33 110 55 ดี ดี ดี 86 บ้านนาหล่าย 51 51 57 57 108 54 ดี ดี ดี 87 บ้านนาราบฯ 54.42 54.42 53.22 53.22 107.64 53.82 ดี ดี ดี 88 บ้านทุ่งน้อย 53.14 53.14 53 53 106.14 53.07 ดี ดี ดี
19 89 บ้านห้วยน้ำอุ่น 53.18 53.18 52.45 52.45 105.63 52.81 ดี ดี ดี 90 บ้านน้ำลัดสบแก่น 47.75 47.75 57.25 57.25 105 52.5 ดี ดี ดี 91 บ้านวังยาว 53.73 53.73 51.01 51.01 104.75 52.37 ดี ดี ดี 92 บ้านนาไค้ 53.91 53.91 50.2 50.2 104.12 52.06 ดี ดี ดี 93 บ้านปงสนุก 45.16 45.16 58.75 58.75 103.91 51.95 พอใช้ ดี ดี 94 บ้านหัวเวียงเหนือ 49.87 49.87 53.68 53.68 103.56 51.78 ดี ดี ดี 95 ราชานุบาล 50.51 50.51 53.03 53.03 103.54 51.77 ดี ดี ดี 96 บ้านท่ามงคล 53.4 53.4 50 50 103.4 51.7 ดี ดี ดี 97 บ้านบุ้ง 48.33 48.33 53.16 53.16 101.5 50.75 ดี ดี ดี 98 อนุบาลเมืองลี 51.2 51.2 49.5 49.5 100.7 50.35 ดี พอใช้ ดี 99 บ้านปิงหลวง 39.25 39.25 60.75 60.75 100 50 พอใช้ ดี ดี 100 บ้านนาคา 45.87 45.87 53.87 53.87 99.75 49.87 พอใช้ ดี ดี 101 บ้านดอนฯ 47.85 47.85 51.77 51.77 99.63 49.81 ดี ดี ดี 102 ประกิตเวชศักดิ์ 44.07 44.07 54.51 54.51 98.58 49.29 พอใช้ ดี ดี 103 บ้านชมพู 39.85 39.85 56.42 56.42 96.28 48.14 พอใช้ ดี พอใช้ 104 บ้านก้อ 49.42 49.42 45.85 45.85 95.28 47.64 ดี พอใช้ พอใช้ 105 บ้านพะเยา 41.66 41.66 53.16 53.16 94.83 47.41 พอใช้ ดี พอใช้ 106 บ้านน้ำเกี๋ยน 44.44 44.44 49.88 49.88 94.33 47.16 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 107 ชุมชนบ้านนาทะนุง 42.45 42.45 51.32 51.32 93.77 46.88 พอใช้ ดี พอใช้ 108 ชุมชนบ้านดู่ใต้ 44 44 49.12 49.12 93.12 46.56 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 109 บ้านสันทะ 42.55 42.55 50.47 50.47 93.02 46.51 พอใช้ ดี พอใช้ 110 บ้านห้วยมอญ 41.5 41.5 51.2 51.2 92.7 46.35 พอใช้ ดี พอใช้ 111 บ้านเมืองจัง 34.53 34.53 57.92 57.92 92.46 46.23 พอใช้ ดี พอใช้ 112 ดอนสะไมย์วิทยา 36.57 36.57 55.5 55.5 92.07 46.03 พอใช้ ดี พอใช้ 113 บ้านหลับมืนพรวน 41 41 49.5 49.5 90.5 45.25 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 114 ทุ่งศรีทอง 35.33 35.33 54.91 54.91 90.25 45.12 พอใช้ ดี พอใช้ 115 บ้านน้ำงาว 37.12 37.12 52.43 52.43 89.56 44.78 พอใช้ ดี พอใช้ 116 ศรีเวียงสาวิทยาคาร 38.62 38.62 49.97 49.97 88.6 44.3 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 117 บ้านซาวหลวง 33.66 33.66 54.25 54.25 87.91 43.95 พอใช้ ดี พอใช้ 118 ชุมชนบ้านน้ำปั้ว 41.4 41.4 46.2 46.2 87.6 43.8 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 119 บ้านไชยสถาน 38.08 38.08 49.2 49.2 87.29 43.64 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 120 ชุมชนบ้านอ้อย 40.31 40.31 46.42 46.42 86.73 43.36 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 121 บ้านม่วงเนิ้ง 49.5 49.5 37.12 37.12 86.62 43.31 ดี พอใช้ พอใช้ 122 บ้านสะเลียม 37.66 37.66 48.83 48.83 86.5 43.25 พอใช้ พอใช้ พอใช้
20 123 บ้านน้ำอูน 35 35 51 51 86 43 พอใช้ ดี พอใช้ 124 บ้านเชตวัน 33.41 33.41 52.23 52.23 85.64 42.82 พอใช้ ดี พอใช้ 125 บ้านห้วยแฮ้ว 37.2 37.2 47.8 47.8 85 42.5 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 126 บ้านนายาง 32 32 52.77 52.77 84.77 42.38 พอใช้ ดี พอใช้ 127 บ้านพี้ใต้ 39.53 39.53 44.03 44.03 83.57 41.78 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 128 บ้านนาไลย 35 35 48.5 48.5 83.5 41.75 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 129 บ้านนาซาว 36.8 36.8 44.6 44.6 81.4 40.7 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 130 บ้านนวราษฎร์ 33.22 33.22 48.16 48.16 81.38 40.69 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 131 บ้านห้วยเฮือ 33.14 33.14 46.42 46.42 79.57 39.78 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 132 บ้านอ่ายนาผา 40 40 39.5 39.5 79.5 39.75 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 133 บ้านหาดเค็ด 26.14 26.14 50.78 50.78 76.92 38.46 พอใช้ ดี พอใช้ 134 บ้านม่วงตึ๊ด 25 25 50 50 75 37.5 ปรับปรุง ดี พอใช้ 135 บ้านห้วยไฮ 30.25 30.25 44.5 44.5 74.75 37.37 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 136 บ้านปิงใน 28.6 28.6 45.85 45.85 74.45 37.22 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 137 บ้านห้วยหลอด 33.66 33.66 40.5 40.5 74.16 37.08 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 138 บ้านสบยาง 23.33 23.33 50.75 50.75 74.08 37.04 ปรับปรุง ดี พอใช้ 139 บ้านเรือง 22.33 22.33 48.58 48.58 70.91 35.45 ปรับปรุง พอใช้ พอใช้ 140 บ้านสองแคว 31.08 31.08 36.07 36.07 67.16 33.58 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 141 ภูเค็งพัฒนา 35.61 35.61 30.57 30.57 66.19 33.09 พอใช้ พอใช้ พอใช้ 142 บ้านจะเข้ภูหอม 24 24 39.25 39.25 63.25 31.62 ปรับปรุง พอใช้ พอใช้ 143 บ้านปางเป๋ย 22.93 22.93 36.18 36.18 59.12 29.56 ปรับปรุง พอใช้ พอใช้ 144 บ้านร่มเกล้า 21.62 21.62 36.37 36.37 58 29 ปรับปรุง พอใช้ พอใช้ 145 บ้านน้ำตวง 22.37 22.37 32.96 32.96 55.33 27.66 ปรับปรุง พอใช้ ปรับปรุง 146 บ้านบ่อหอย 21.95 21.95 32.81 32.81 54.77 27.38 ปรับปรุง พอใช้ ปรับปรุง จากตาราง 1 ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565โรงเรียนบ้านน้ำพุ มีค่าเฉลี่ยของการทดสอบรวม ๒ ด้านอยู่ในระดับสูงสุด โรงเรียนบ้านบ่อหอย มีค่าเฉลี่ยของการทดสอบรวม ๒ ด้านต่ำ ที่สุด และพบว่า มีจำนวน ๘๘ โรงเรียนที่มีผลการทดสอบรวม ๒ ด้านมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของระดับประเทศ และ จำนวน ๕๘ โรงเรียนทีมีผลการทดสอบรวม ๒ ด้านมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของระดับประเทศ ทั้งนี้มีจำนวน ๑ โรง ที่ไม่มีผลการทดสอบ คือโรงเรียนบ้านหัวนา อำเภอเวียงสา เนื่องจากนักเรียนที่เข้ารับการทดสอบเป็นเด็กพิเศษ
21 ตาราง 2 ค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 ระดับกลุ่ม โรงเรียน เรียงจากมากไปหาน้อย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ รายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่3 ปีการศึกษา 2565 เรียงกลุ่มโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ลำดับที่ กลุ่มโรงเรียน ความสามารถรวมทั้ง 2 ด้าน ผลคะแนนทดสอบ 1 นาน้อย 3 68.28 2 เวียงสา 4 64.30 3 นาหมื่น 1 63.99 4 นาน้อย 1 63.61 5 สันติสุข 63.21 6 เวียงสา 3 57.30 7 เมือง 1 56.81 8 เวียงสา 1 56.37 9 เมือง 3 55.25 10 แม่จริม 55.02 11 บ้านหลวง 54.30 12 เมือง 2 52.79 13 นาน้อย 2 51.55 14 นาหมื่น 2 50.74 15 ภูเพียง 50.56 16 เวียงสา 2 47.45 จากตาราง 2 ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565ระดับกลุ่ม โรงเรียน พบว่า กลุ่มโรงเรียนนาน้อย 3 มีค่าเฉลี่ยรวม 2 ด้านสูงสุด ร้อยละ 68.28และระดับผลการทดสอบรวม 2 ด้าน อยู่ในระดับดีรองลงมา คือ กลุ่มโรงเรียนเวียงสา 4 มีผลการทดสอบเฉลี่ยรวม 2 ด้าน ร้อยละ 64.30
22 ตาราง 3 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 และปีการศึกษา 2565 ปีการศึกษา 2565 ปีการศึกษา 2564 เพิ่มขึ้น/ลดลง คิดเป็นร้อยละ ด้านคณิตศาสตร์ 49.92 50.37 -0.45 -0.89 ด้านภาษาไทย 55.73 54.47 1.26 2.31 รวม 2 ด้าน 52.82 52.44 6.18 11.78 ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 เปรียบเทียบพัฒนาการปีการศึกษา 2565 และ ปีการศึกษา 2564 (แยกวชิา) ความสามารถ ผลการประเมนิ เปรียบเทียบปีการศึกษา 2565 และ ปีการศึกษา 2564 จากตาราง 3ผลการประเมินด้านคณิตศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 ลดลงจากปีการศึกษา 25640.45 คิดเป็นร้อยละ 0.89 ด้านภาษาไทย ปีการศึกษา 2565 เพิ่มขึ้ร 1.26คิดเป็นร้อยละ 2.31 และรวมทั้ง 2ด้าน ผลการประเมินปีการศึกษา 2565 เพิ่มขึ้น 6.18คิดเป็นร้อยละ 11.78
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ รายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565โรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 นำเสนอในรูปแบบค่าเฉลี่ยร้อยละของการประเมินคุณภาพ ผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3สรุป อภิปรายผลหัวข้อหรือประเด็นสำคัญ ๆ ที่พบจากการรายงาน และการให้ ข้อเสนอแนะในการพัฒนา หรือปรับปรุงสำหรับครูผู้สอนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อรายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่3 ปีการศึกษา 2565โรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 2. เพื่อเปรียบเทียบผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 และ ปีการศึกษา 2565โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 กลุ่มเป้าหมาย ประชากรในการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ปีการศึกษา 2565คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3 ทุกคน ทุกโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 จำนวน 147โรงเรียน นักเรียนเข้าสอบ 2,078 คน การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 วิเคราะห์ข้อมูลจากผลการประเมิน ภาพรวมของแต่ละโรงเรียน สถิติที่ใช้ ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ คะแนนเฉลี่ยร้อยละ สรุปผลการประเมิน 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 มีค่าเฉลี่ยผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565รวม 2 ด้าน ร้อยละ 52.82และระดับผลการทดสอบรวม 2 ด้าน อยู่ในระดับดี ซึ่งมีผลการประเมินสูงกว่าระดับประเทศ และสูงกว่าระดับสังกัด 2. ผลการประเมินด้านคณิตศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 ลดลงจากปีการศึกษา 25640.45 คิดเป็นร้อยละ 0.89 ด้าน ภาษาไทย ปีการศึกษา 2565 เพิ่มขึ้น 1.26คิดเป็นร้อยละ 2.31 และรวมทั้ง 2ด้าน ผลการประเมินปีการศึกษา 2565 เพิ่มขึ้น 6.18คิดเป็นร้อยละ 11.78 3. โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 มีผลการประเมินสูงกว่าระดับประเทศ จำนวน 88โรงเรียน และโรงเรียนที่มีผลการประเมินต่ำกว่าระดับประเทศ จำนวน 59โรงเรียน 4. ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565ระดับกลุ่มโรงเรียน พบว่า กลุ่มโรงเรียนนาน้อย 3 มีค่าเฉลี่ยรวม 2 ด้านสูงสุด ร้อยละ 68.28และระดับผลการทดสอบรวม 2 ด้าน อยู่ในระดับดี รองลงมา คือ กลุ่มโรงเรียนเวียงสา 4 มีผลการทดสอบเฉลี่ยรวม 2 ด้าน ร้อยละ 64.30
24 อภิปรายผล ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565ระดับเขตพื้นที่การศึกษา มีผล การประเมินรวมทั้ง 2 ด้านสูงกว่าระดับประเทศและระดับสังกัด ซึ่งจาการวิเคราะห์เป็นผลจากการดำเนินงาน ของโรงเรียนในสังกัด ดังนี้ 2. ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามมาตรฐานและตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยเน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ ในรูปแบบเดียวกันกับข้อสอบที่ใช้ในการประเมินคุณภาพ ผู้เรียน และศึกษาโครงสร้างเครื่องมือการประเมิน (Test Blueprint) นำไปใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนเพื่อเตรียม ความพร้อมในการทดสอบตามมาตรฐานและตัวชี้วัดในการประเมินเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ปีการศึกษา 2565 และสำหรับโรงเรียนที่มีผลการทดสอบไม่เพิ่มขึ้นอาจเนื่องด้วย 2.1 ความรู้พื้นฐานและความพร้อมของนักเรียน เนื่องจากการทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน เป็นการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่เรียนมาทั้งหมดตลอดระดับชั้น นักเรียน บางส่วนขาดความรู้พื้นฐานและการเชื่อมโยงในระดับที่สูงขึ้น 2.2 โรงเรียนที่อยู่นอกเมือง/โรงเรียนที่อยู่บนพื้นที่สูง มีนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ ใช้ภาษาถิ่นใน ชีวิตประจำวัน ทำให้ความรู้ความเข้าใจและทักษะในการใช้ภาษาอยู่ในระดับปรับปรุง จะมีการแข่งขันทางด้าน วิชาการ และมีความกระตือรือร้น ความเอาใจใส่ในการเรียนน้อย ส่งผลให้คะแนน NT ต่ำเมื่อเทียบกับโรงเรียน ในเมืองที่มีการแข่งขันทางด้านวิชาการสูง 2.3 ความพร้อมของโรงเรียนทางด้านสื่ออุปกรณ์ 2.4 ระดับความยากของข้อสอบ และการแจ้งผลการสอบที่ล่าช้า ทำให้ผู้บริหารและครูไม่ สามารถให้ข้อมูลย้อนกลับกับนักเรียนเพื่อที่จะนำไปสู่การพัฒนาได้ทันท่วงที 2.5 การวัดและประเมินผลระดับชั้นเรียนและระดับชาติไม่สัมพันธ์กัน เนื่องจากการวัดและ การประเมินผลของครู การสร้างเครื่องมือวัดผลในระดับชั้นเรียนยังไม่กระตุ้นให้นักเรียน คิดในลักษณะการ นำไปใช้ในสถานการณ์ หรือการดำเนินชีวิต ซึ่งแบบทดสอบระดับชาติจะเน้นการนำไปใช้มากกว่าการจำเนื้อหา ของหลักสูตร 2.6 ครูบางส่วนอาจไม่มีความชำนาญในการสร้างเครื่องมือวัดผู้เรียนในการใช้ทักษะการคิด ระดับสูง เช่น แบบทดสอบวัดทักษะการคิดขั้นพื้นฐานทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร ทักษะการฟัง ทักษะการ พูด ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียน แบบทดสอบวัดทักษะการคิดขั้นสูง เช่น ทักษะการคิดซับซ้อน ทักษะ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะกระบวนการคิดตัดสินใจ ทักษะกระบวนการคิดแก้ปัญหา ทักษะ กระบวนการวิจัย ทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ และการบูรณาการความรู้ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งทำให้นักเรียนไม่คุ้นชินกับรูปแบบของข้อสอบในระดับชาติ 2.7 ความเพียงพอทางด้านบุคลากรโดยเฉพาะโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กอยู่นอกเมือง จะประสบปัญหาดังกล่าวมากกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ที่อยู่ในเมือง 2.8 มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด หรือระดับความรู้ของนักเรียนที่หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 กำหนดไว้ กับการสอนจริงของผู้สอนในโรงเรียนส่วนใหญ่ยังไม่เป็นไปใน ทิศทางเดียวกัน จึงส่งผลให้ความรู้ที่เกิดขึ้นในตัวนักเรียนอยู่ในระดับขั้นต่ำกว่าเกณฑ์ และยังส่งผลให้ผลการ ประเมินคุณภาพผู้เรียน ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานไปด้วย เพราะตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด คือการ กำหนดให้นักเรียนผ่านการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง เช่น การแสดงออกในการคิดวิเคราะห์ และการ แก้ปัญหาอย่างมีแบบแผนด้วยตัวของผู้เรียนเอง ส่วนการสอนของครู ต้องออกแบบการสอนที่นำไปสู่การเรียนรู้
25 ที่นักเรียนต้องคิด ปฏิบัติ และแก้ปัญหา เพื่อให้นักเรียนเป็นผู้สรุปความรู้ ความคิดรวบยอดจากการคิด การปฏิบัติ และสรุปเป็นหลักการด้วยตนเอง จึงจะตรงตามจุดประสงค์ที่มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กำหนด แต่ในสภาพจริงการสอนของครูบางส่วนไม่ได้มีการออกแบบการเรียนรู้ที่ใช้คำถามนำไปสู่การพา นักเรียนคิดและลงมือทำด้วยตัวของผู้เรียนเอง ครูบางส่วนยังเป็นการสอนแบบอธิบาย บอกเล่า ให้ท่องจำ เนื้อหาที่ครูต้องการให้จำให้ครบถ้วน ซึ่งไม่ได้ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ การคิด การปฏิบัติ และการแก้ปัญหา สมองจึงไม่เรียนรู้ ไม่พัฒนา นักเรียนจึงสร้างความรู้เองไม่เป็น แนวทางการนำผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 1. ครูผู้สอนนำผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) มาวิเคราะห์ภาพรวมระดับโรงเรียน และรายด้าน หาจุดเด่น จุดควรพัฒนา และจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียน ต่อไป 2. ผู้บริหารสถานศึกษา ต้องพิจารณาค่าสถิติในทุกด้านตามประเภทของการรายงาน ซึ่งผู้บริหาร สามารถพิจารณาผลการประเมินในภาพรวมจากคะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนเทียบเคียงกับโรงเรียนที่อยู่ในกลุ่ม เดียวกัน หรือโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดเดียวกันที่มีสภาพแวดล้อมในการจัดการเรียนการสอนที่ใกล้เคียงกัน และ ระดับประเทศ เพื่อนำผลมาปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนสถานศึกษาให้ดียิ่งขึ้น โดยใช้ระบบการนิเทศ ติดตาม กำกับ และส่งเสริมสนับสนุน ดำเนินการติดตามการปฏิบัติงานของครูผู้สอน โดยการนิเทศภายใน สถานศึกษา 3. เขตพื้นที่การศึกษา นำรายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) มาวิเคราะห์ เพื่อนำผลไปใช้ ส่งเสริม สนับสนุนโรงเรียนที่มีผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) สูง และพัฒนาโรงเรียนที่มีผลการประเมิน คุณภาพผู้เรียน (NT) ต่ำ ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะในการนำผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ไปใช้ 1. สถานศึกษาควรวิเคราะห์ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ของนักเรียนทั้งรายบุคคลและรายโรงเรียน แยกความสามารถแต่ละด้าน โดยพิจารณาด้านที่ควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วน แล้วร่วมกับบุคลากร ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันกำหนดแนวทางนำผลการประเมินไปใช้ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้งแผนพัฒนาคุณภาพ การศึกษา และแผนปฏิบัติประจำปี 2. สถานศึกษาควรนำผลไปวิเคราะห์เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์จัดทำแผน โครงการ กิจกรรมทั้งกิจกรรม การเรียนการสอนและกิจกรรมเสริมหลักสูตรอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน 3. ควรส่งเสริม สนับสนุนความเข้มแข็งทางด้านวิชาการ โดยเฉพาะพัฒนาความสามารถทักษะด้านการ วัดและประเมินผลของครูและทำการวัดผลนักเรียนให้สอดคล้อง และเป็นไปตามแนวทางของการทดสอบ ระดับชาติเพื่อให้ผู้เรียนคุ้นชินและฝึกคิดแก้ปัญหา 4. วิเคราะห์ข้อมูลรายบุคคล มาตรฐานการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้แล้วนำสารสนเทศที่ได้ไปใช้ในการ พัฒนาผู้เรียนระดับชั้นเรียน และรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง 5. ครูควรแสวงหานวัตกรรมหรือเทคนิควิธีการจัดการเรียนการสอน เพื่อนำไปปรับปรุงหรือพัฒนา กิจกรรมการเรียนการสอน
26 6. ครูควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นการฝึกทักษะการคิด และฝึกนักเรียนให้มีทักษะการคิด วิเคราะห์คิดสังเคราะห์คิดอย่างมีวิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์และคิดอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งมีทักษะในการ แสวงหาความรู้ 7. ครูควรนำผลการประเมินไปออกแบบการเรียนรู้และออกแบบการวัดและประเมินผลโดยใช้วิธีการ หลากหลาย ใช้เครื่องมือที่มีคุณภาพ และเน้นการวัดและประเมินผล ตามสภาพจริง 8. ผู้บริหารโรงเรียน ควรส่งเสริมสนับสนุนให้ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างหลากหลาย มีการนิเทศ ติดตามกำกับอย่างต่อเนื่อง 9. สถานศึกษาควรมีการพัฒนาบุคลากร โดยการส่งเสริมให้เรียนรู้ด้วยตนเองผ่านเทคโนโลยีและส่ง บุคลากรเข้ารับการอบรมหรือเชิญวิทยากรมาให้การอบรม เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน การวัดและ ประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ 10. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาควรนำข้อมูลไปกำหนดยุทธศาสตร์/จุดเน้นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ส่งเสริมสนับสนุน พัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องและนิเทศ ติดตามกากับการจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง 11. ผู้บริหารระดับสูง หรือองค์คณะบุคคลที่เกี่ยวข้อง ควรนำข้อมูลไปใช้ในเชิงบริหาร และให้ขวัญกำลังใจ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงคุณภาพ ข้อเสนอแนะในการพัฒนา ระดับสถานศึกษา 1. สร้างความตระหนักและและความร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้องได้แก่ครูผู้ปกครองคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน ให้เห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2. วิเคราะห์ผลนักเรียนรายบุคคล จัดกลุ่มคุณภาพนักเรียน วางแผนพัฒนายกระดับคุณภาพนักเรียนอย่าง ต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักเรียนที่อยู่ในกลุ่มปรับปรุงและกลุ่มพอใช้ 3. กำหนดแผนงาน มาตรการ แนวทาง และวิธีการพัฒนา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ชัดเจน เป็นรูปธรรม 4. พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ และ มีความเข้มแข็ง โดยมุ่งพัฒนา ศักยภาพของผู้เรียนให้มีคุณภาพตามหลักสูตร และมาตรฐานการศึกษา 5. พัฒนาระบบวัดและประเมินผลในระดับสถานศึกษา มีการแลกเปลี่ยนด้านเครื่องมือวัดและประเมิน ระหว่างครูในโรงเรียน กลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่เชื่อมโยงการทดสอบระดับชาติ 6. ส่งเสริมให้ครูทำวิจัยในชั้นเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา 1. นำผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ไปใช้เป็นข้อมูลย้อนกลับสำหรับการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน และพัฒนานักเรียนได้และใช้ประกอบการพิจารณาการสอบเข้าศึกษาต่อได้อย่างแท้จริงอันจะส่งผลให้ สถานศึกษา ตลอดจนตัวนักเรียน ตระหนักถึงความสำคัญของการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) 2. วิเคราะห์ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผลการทดสอบ เพื่อกำหนด มาตรการในการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาร่วมกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย 3. นำข้อมูลและสารสนเทศผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ไปใช้ปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน ของครูและวางแผนในการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนแบบ PDCA 4. ทำ MOU ระหว่างเขตพื้นที่กับสถานศึกษาเพื่อกระตุ้นผู้บริหารครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ตระหนัก และเห็นความสำคัญของการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ยกย่องเชิดชูเกียรติโรงเรียนที่มีพัฒนาการในการ ยกระดับคุณภาพการศึกษา
27 5. สร้างเครือข่ายการนิเทศการศึกษา เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยความร่วมมือระหว่างผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นการศึกษา ศึกษานิเทศก์ คณะกรรมการติดตาม ประเมินผลและนิเทศการศึกษา และประธานโรงเรียน/กลุ่มเครือข่าย 6. พัฒนาเครือข่ายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีการกำกับ นิเทศติดตาม อย่างต่อเนื่องและนำผล การนิเทศมาใช้วางแผน สนับสนุนส่งเสริมสถานศึกษา 7 ให้การสนับสนุนกับโรงเรียนในด้านการเร่งรัดพัฒนาความพร้อมในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารให้แก่สถานศึกษาและหน่วยงานการศึกษาในสังกัดเพื่อการเรียนรู้และการบริหารจัดการเป้าหมาย ความสำเร็จเพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ 8. ควรมีการวิจัยและศึกษาตัวแปรหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในทุกระดับชั้น เพื่อวางแผนในการพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำผลการวิจัยมาพัฒนาปรับปรุง พัฒนาการจัดการศึกษา อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
28 เอกสารอ้างอิง กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. สำนักทดสอบทางการศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). คู่มือการประเมิน คุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565. กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบ ทางการศึกษา. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551) ตัวชี้วัด และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย จำกัด. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551) ตัวชี้วัด และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย จำกัด.
29 ภาคผนวก ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน ปีการศึกษา 2565 ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1
ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่3 ปีการศึกษา 2565 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 เปรียบเทียบปีการศึกษา 2565และ ปีการศึกษา 2564 (แยกระดับ) ระดับ ปีการศึกษา 2565 ปีการศึกษา 2564 เปรียบเทียบปีการศึกษา 2564 รวมทั้ง 2 ด้าน รวมทั้ง 2 ด้าน และ ปีการศึกษา 2563 ร้อยละ ร้อยละ เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ ระดับประเทศ 49.12 52.80 -3.68 -6.97 ระดับสังกัด 48.81 52.11 -3.30 -6.33 ระดับเขตพื้นที่ 49.92 52.44 -2.52 -4.81 ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่3 ปีการศึกษา 2564 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 เปรียบเทียบพัฒนาการปีการศึกษา 2565 และ ปีการศึกษา 2564 (แยกวิชา) ความสามารถ ผลการประเมิน เปรียบเทียบปีการศึกษา 2565 และ ปีการศึกษา 2564 ปีการศึกษา 2565 ปีการศึกษา 2564 เพิ่มขึ้น/ ลดลง คิดเป็นร้อยละ ด้านคณิตศาสตร์ 49.92 50.37 -0.45 -0.89 ด้านภาษาไทย 55.73 54.47 1.26 2.31 รวม 2 ด้าน 52.82 52.44 6.18 11.78 ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่3 ปีการศึกษา 2565 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระดับเขตพื้นที่กับระดับประเทศและสังกัด (แยกวิชา) ความสามารถ ระดับ เปรียบเทียบ เปรียบเทียบ ประเทศ สพฐ. เขตพื้นที่ ระดับเขต พื้นที่ ระดับเขต พื้นที่ กับประเทศ กับสังกัด ด้านคณิตศาสตร์ 49.12 48.81 49.92 สูงกว่า 0.80 สูงกว่า 1.11 ด้านภาษาไทย 55.86 55.33 55.73 ต่ำกว่า 0.13 สูงกว่า 0.40 รวม 2 ด้าน 52.50 52.07 52.82 สูงกว่า 0.32 สูงกว่า 0.75