นักเรียนมีหลักในการอ่านงานเขียน เชิงอธิบายอย่างไร
การอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย มีประโยชน์อย่างไร
นักเรียนสามารถน าความรู้จากการอ่าน งานเขียนเชิงอธิบายไปใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไร
การเขียนย่อความ (๑)
กิจกรรมย่อ ๆ ให้พอเข้าใจ ต ารวจรัวปืนยิงคนร้ายตายคาที่หมดทุกคน ด้วยกระสุนปืนของต ารวจไม่มีใครรอดชีวิตเลย ต ารวจรัวปืนยิงคนร้ายตายหมด
กิจกรรมย่อ ๆ ให้พอเข้าใจ น้องใช้มือจับช้อนจากนั้นก็อ้าปากกินข้าว ที่อยู่ในช้อนนั้น น้องตักข้าวกินโดยใช้ช้อน
กิจกรรมย่อ ๆ ให้พอเข้าใจ รถของนายสวัสดิ์ซึ่งแล่นมาด้วยความเร็วสูง แหกโค้ง ระหว่างเลี้ยวจึงเสียหลักพลิกคว ่าเทกระจาดลงข้างทาง รถของนายสวัสดิ์พลิกคว ่าลงข้างทาง
จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. บอกหลักการเขียนย่อความได้ ๒. เขียนย่อความจากเรื่องที่ก าหนดให้ได้ ๓. เห็นประโยชน์ของการเขียนย่อความ
การเขียนย่อความ
เป็นการเขียนจากการอ่านเก็บใจความ ส าคัญของเรื่อง แล้วน ามาเรียบเรียงใหม่ และเขียนให้ถูกต้องตามรูปแบบของย่อความ
หลักการเขียนย่อความ
๑. อ่านเนื้อเรื่อง อย่างละเอียด ๒. วิเคราะห์ เนื้อหา ๓. บันทึก ใจความส าคัญ ๔. ตัดเนื้อหา ที่ไม่จ าเป็น ๕. เปลี่ยนค า สรรพนาม
๖. ไม่ใช้อักษรย่อ ๗. การเลือกใช้ค า ๘. เขียนร่าง ย่อความ ๙. อ่านทบทวน อีกครั้ง ๑๐. เขียนขึ้น รูปแบบย่อความ
รูปแบบขึ้นย่อความ
ย่อความ ร้อยแก้ว ย่อจดหมาย ย่อประกาศ ย่อค าปราศรัย ย่อปาฐกถา ย่อค าประพันธ์
ย่อความร้อยแก้ว ย่อความเรียงร้อยแก้วธรรมดา ขึ้นต้นดังนี้ ย่อเรื่อง....................................ของ (ชื่อผู้แต่ง).................... จากหนังสือ ...................................หน้า .................................... ความว่า …………………..…............................................................
ย่อจดหมาย ย่อจดหมาย ขึ้นต้นดังนี้ จดหมายของ..................................ถึง................................. ลงวันที่.........................เดือน ........................... พ.ศ. ................ ความว่า ..........................................................................................
ย่อประกาศ ย่อค าประกาศ แถลงการณ์ ค าสั่ง ระเบียบ ขึ้นต้นดังนี้ ค าประกาศของ...............................แก่......................... ลงวันที่ ..........................................ความว่า .....................................................................................
ย่อค าปราศัย ย่อค าปราศรัย สุนทรพจน์ พระราชด ารัส ขึ้นต้นดังนี้ ค าปราศรัยของ...................................แก่............................. เนื่องใน ................................ ทาง (สถานที่กล่าว)............... ณ วันที่.................................... ความว่า .............................................................................................
ย่อปาฐกถา ย่อปาฐกถา ค าบรรยาย ค าสอน ขึ้นต้นดังนี้ ค าบรรยายของ...........................เรื่อง................................. แก่................ ที่ ..................ณ...................... วันที่.................... เวลา........................ ความว่า .............................................................................................
ย่อบทประพันธ์ ย่อค าประพันธ์ ขึ้นต้นดังนี้ ค าประพันธ์ประเภท.......................... เรื่อง........................... ของ ................................... ตอน................................................ ความว่า ...........................................................................................
2 ตัวอย่างใบงาน ให้นักเรียนท าใบงาน เรื่อง “ฝึกย่อความ”
2 ใบงาน เรื่อง ฝึกย่อความ วิ่งเปี้ยว วิ่งเปี้ยวเป็นการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทยอย่างหนึ่งที่เด็กๆนิยมเล่นกันมา ยาวนาน เป็น การละเล่นที่ต้องใช้ก าลังความแข็งแรงของร่างกายในการวิ่งให้เร็วที่สุด วิธีเล่นง่ายและไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรมีเพียงผ้าผืนเล็ก ๆ ๒ ผืนเท่านั้น มีวิธีการเล่น ดังนี้ จ านวนผู้เล่นไม่จ ากัด โดยแบ่งผู้เล่นออกเป็น ๒ ฝ่าย ๆ ละเท่า ๆ กันอาจมีผู้เล่น ประมาณ ๕ – ๑๐ คน ไม่ควรมากหรือน้อยไปกว่านี้ เพราะจะท าให้ไม่สนุกเท่าที่ควร โดยเตรียมกรวยหรือปักหลัก ๒ ข้างหรือใช้คนนั่งเป็นหลัก ข้างละหลักระยะห่าง ประมาณ ๘ – ๑๐ เมตร
2 ใบงาน เรื่อง ฝึกย่อความ วิ่งเปี้ยว มีกรรมการตัดสิน ๑ คน เริ่มต้นพร้อมกันทั้งสองข้างยืนต่อแถวกันที่กรวยหรือ หลักของฝ่ายตนเอง ต้องวิ่งอ้อมหลักให้ทันกัน ให้คนแรกมือถือผ้าคนละผืน เมื่อถึง ฝ่ายของตนก็ส่งผ้าให้คนต่อไป เป็นเช่นนี้จนวิ่งทันกัน ฝ่ายไล่ทันต้องใช้ผ้าที่ถืออยู่ตีอีก ฝ่ายหนึ่ง ถือว่าฝ่ายนั้นชนะ ข้อห้ามในระหว่างเล่น คือ ห้ามท าผ้าตกพื้นหากท าตก ต้องวิ่งกลับไปเก็บผ้าแล้วจึงวิ่งต่อไป ห้ามวิ่งขวางฝ่ายตรงข้าม ห้ามจงใจเตะกรวยหรือ หลักของฝ่ายตรงข้าม ที่มา : ศิลปะชาวบ้าน ของ วิบูลย์ ลี้สุวรรณ หน้า ๔๓
......................................................................................................................................... ........................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ 2 ใบงาน เรื่อง ฝึกย่อความ
2 ใบงาน เรื่อง ฝึกย่อความ ย่อบทความเรื่อง วิ่งเปี้ยว ผู้แต่ง วิบูลย์ ลี้สุวรรณ จากหนังสือศิลปะชาวบ้าน หน้า ๙๔ – ๙๕ ความว่า วิ่งเปี้ยวการละเล่นพื้นบ้านของเด็กไทย ผู้เล่นใช้ก าลังความแข็งแรงในการวิ่ง ให้เร็วที่สุด วิธีเล่นง่าย มีอุปกรณ์ผ้าผืนเล็ก ๆ ๒ ผืน ไม่จ ากัดจ านวนผู้เล่น แบ่งผู้เล่น เป็น ๒ ฝ่ายเท่ากัน และมีกรรมการตัดสิน ๑ คน คนแรกของแต่ละฝ่ายถือผ้า คนละผืน วิ่งส่งผ้าให้คนต่อไป เป็นเช่นนี้จนวิ่งทันกัน ฝ่ายไล่ทันใช้ผ้าที่ถืออยู่ ตีอีกฝ่ายหนึ่งก็จะถือว่าฝ่ายนั้นชนะ
นักเรียนมีหลักในการย่อความ อย่างไร
การเขียนย่อความมีประโยชน์ อย่างไร
การเขียนย่อความ (๒)
ตัวอย่างการเขียนย่อความ
ตัวอย่างการเขียนย่อความ
ตัวอย่างการเขียนย่อความ
ตัวอย่างการเขียนย่อความ นักเรียน เคยเขียนย่อความหรือไม่ นักเรียนเขียนย่อความ เหมือนตัวอย่างนี้หรือไม่
การเขียนย่อความจากนิทาน
๑. อ่านเรื่อง และหาค าตอบ ๒. ล าดับความคิด ๓. เขียนย่อเรื่อง ด้วยถ้อยค าสั้น ๆ ๔. เปลี่ยนค าศัพท์ ให้เป็นค าสามัญ
แผนภาพการเขียนย่อนิทาน
ผลเป็นอย่างไร เรื่องย่อนิทาน ท ากับใคร เมื่อไร ที่ไหน เรื่องนี้กล่าวถึงอะไร ใครท าอะไร
ตัวอย่างการเขียนย่อนิทาน
นิทานเรื่อง กระต่ายกับกบ กระต ่ายฝูงหนึ ่งมาประช ุมกันและพากันร้องไห้ คร ่าครวญว่าพวกมันมีชีวิตอยู่อย่างหมิ่นเหม่ต่ออันตราย และ ตกอยู่ในความหวาดกลัวตลอดเวลา เพราะตกเป็นเหยื่อของ คน สุนัข นกอินทรีและสัตว์อื่น ๆ ในที่สุดพวกมันก็ตัดสินใจว่า ควรตายเสียดีกว่าที่จะทนทุกข์ทรมานต่อไป
นิทานเรื่อง กระต่ายกับกบ หลังจากนั้นพวกมันตกลงใจที่จะวิ่งไปยังสระเพื่อ กระโดดน ้าตายในวันพระจันทร์เต็มดวง รอบ ๆ สระน ้า เป็นที่อยู่ของกบฝูงหนึ่ง พอได้ยินเสียงฝีเท้ากระต่าย วิ่งมา กบทั้งหมดก็กระโจนลงน ้าด้วยความตกใจ
นิทานเรื่อง กระต่ายกับกบ ในเวลาเดียวกันกระต ่ายตัวหนึ ่งเห็นกบกระโจน ลงสระ จึงพูดกับพรรคพวกว ่า “หยุดก ่อนพวกเรา อย่าเพิ่งท าอะไรหุนหันพลันแล่น ดูนั่นสิ ยังมีสัตว์ที่ทน ทุกข์ทรมานด้วยความกลัวมากกว่าพวกเราอีกเห็นไหม”
นิทานเรื่อง กระต่ายกับกบ ข้อคิด สิ่งที่ปลอบประโลมใจผู้ที่ตกอยู่ในความทุกข์ได้อย่างดี ประการหนึ่ง คือ การได้เห็นผู้อื่นมีความทุกข์มากกว่าตนเอง ที่มา : ผู้แต่ง มหาอ ามาตย์โท พระยาเมธาธิบดี หนังสือนิทานอีสป หน้า ๑๐๒
กระต ่ายท ั้งฝูงคิดฆ ่าตัวตายเพราะมีความ หวาดกลัวในการมีชีวิต จึงนัดกันกระโดดสระ ในวันพระจันทร์เต็มดวง แต่ต้องเลิกคิดฆ่าตัวตาย เพราะเห็นกบกระโดดลงสระ จึงคิดได้ว่ามีผู้อื่น มีความทุกข์มากกว่าพวกมัน ผลเป็นอย่างไร กระต ่ายเลิกคิดฆ ่า ตัวตาย เพราะเข้าใจว่า กบมีความทุกข์ ท ากับใคร ท ากับฝูง เมื่อไร วันพระจันทร์เต็มดวง ที่ไหน สระน ้า เรื่องนี้กล่าวถึงอะไร การปลอบใจเมื่อตกอยู่ในความทุกข์ ใครท าอะไร กระต่ายคิดฆ่าตัวตาย เพราะมีความหวาดกลัวในการมีชีวิต
ย่อนิทานเรื่อง กระต่ายกับกบ ผู้แต่ง มหาอ ามาตย์โท พระยาเมธาธิบดี จากหนังสือ นิทานอีสป หน้า๑๐๒ ความว่า กระต่ายทั้งฝูงคิดฆ่าตัวตายเพราะมีความหวาดกลัวในการมีชีวิต จึงนัด กันกระโดดสระในวันพระจันทร์เต็มดวง แต่ต้องเลิกคิดฆ่าตัวตาย เพราะเห็น กบกระโดดลงสระ จึงคิดได้ว่ามีผู้อื่นมีความทุกข์มากกว่าพวกมัน
2 ตัวอย่างใบงาน ให้นักเรียนท าใบงาน เรื่อง “ฝึกเขียนย่อความ จากนิทาน”
2 ตัวอย่างใบงาน ให้นักเรียนท าใบงาน เรื่อง “ฝึกเขียนย่อความ จากนิทาน”
2 ใบงาน เรื่อง ฝึกเขียนย่อความจากนิทาน ชื่อนั้นส าคัญไฉน กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว อาจารย์ทิศาปาโมกข์ อยู่ในเมืองตักกสิลา มีลูกศิษย์คนหนึ่งชื่อว่า นายบาป เขาคิดว่าชื่อของเขาไม่เป็นมงคล จึงเข้าไป หาอาจารย์ และขอให้อาจารย์ตั้งชื ่อให้ใหม ่ อาจารย์จึงบอกให้ไปเที ่ยว แสวงหาชื่อที่ตนเองชอบใจมาแล้วจะท าพิธีเปลี่ยนชื่อให้
2 ใบงาน เรื่อง ฝึกเขียนย่อความจากนิทาน ชื่อนั้นส าคัญไฉน วันรุ่งขึ้นเขาจึงเดินทางไปแสวงหาชื่อใหม่ จนถึงเมืองหนึ่ง เดินผ่าน ขบวนญาติหามศพไปป่าช้า จึงถามถึงชื ่อคนตาย พวกญาติจึงบอกชื ่อว ่า นายบุญรอด เขาถามว ่า “ชื ่อบุญรอดก็ตายหรือ” พวกญาติจึงกล ่าวว ่า “จะชื่ออะไร ๆ ก็ตายทั้งนั้น ชื่อเป็นเพียงส าหรับเรียกกันเท่านั้น”
2 ใบงาน เรื่อง ฝึกเขียนย่อความจากนิทาน ชื่อนั้นส าคัญไฉน เดินเข้าไปในเมือง พบเห็นเศรษฐีก าลังให้ลูกน้องจับผู้หญิงคนหนึ่ง มัดด้วยเชือกอยู่ จึงถามความนั้นทราบว่านางยืมเงินแล้วไม่ยอมคืน จึงถาม ถึงชื่อผู้หญิงคนนั้น ทราบว่าชื่อนางรวย จึงถามว่า “ชื่อรวย ยังไม่มีเงินหรือ” เศรษฐีจึงตอบว่า “จะชื่อรวยหรือจน เป็นคนยากจนได้ทั้งนั้น ชื่อเป็นเพียง ส าหรับเรียกกันเท่านั้น” เขาเริ่มรู้สึกเฉย ๆ ในเรื่องชื่อยิ่งขึ้น
2 ใบงาน เรื่อง ฝึกเขียนย่อความจากนิทาน ชื่อนั้นส าคัญไฉน เขาได้เดินทางออกจากเมืองไป ในระหว่างทางพบคนหลงทางคนหนึ่ง จึงเข้าไปถามชื่อ ทราบว่าชื่อ นายช านาญทาง จึงถามว่า “ขนาดชื่อช านาญ ทางยังหลงทางอยู่หรือ” คนหลงทางจึงตอบว่า “จะชื่อช านาญทางหรือไม่ ช านาญทาง ก็มีโอกาสหลงทางได้เท่ากัน เพราะชื่อเป็นเพียงส าหรับเรียกกัน เท่านั้น”