อารยธรรม
โ ร มั น
อารยธรรมโรมันมีศูนย์กลางอยู่ที่แหลมอิตาลี เป็นอารยธรรมของ
พวกอินโด-ยูโรเปียนเผ่าละติน (Latin) ซึ่งอพยพจากทางตอนเหนือ
มาตั้งถิ่นฐานในแหลมอิตาลีเมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช
และเรียกตัวเองว่า “โรมัน” พวกโรมันได้ขยายอิทธิพลเข้าครอบครอง
ดินแดนที่เป็นศูนย์กลางความเจริญของอารยธรรมเฮลเลนิสติกซึ่งสลาย
เมื่อประมาณปี 146 ก่อนคริสต์ศักราช และดินแดนอื่นๆทั้งในยุโรป
และแอฟริกาเหนือ ทำให้อารยธรรมของโลกตะวันออกซึ่งผสมผสาน
อยู่ในอารยธรรมกรีกได้ขยายเข้าไปในทวีปยุโรปและเป็นรากฐาน
ของอารยธรรมตะวันตกในปัจจุบัน
ระบบปกครอง
ชาวโรมันได้สถาปนาการปกครองระบอบสาธารณรัฐขึ้นหลัง
จากรวมอำนาจในแหลมอิตาลีได้ ระบอบสาธารณรัฐสร้างความ
เป็นปึกแผ่นให้แก่ชาวโรมัน เพราะเป็นระบอบที่เปิดโอกาสให้
พลเมืองโรมันทุกคนทั้งชนชั้นสูง สามัญชน และทหาร มีส่วน
ร่วมในการปกครอง ด้วยการเลือกตั้งตัวแทนของกลุ่มตนเข้าไป
บริหารออกกฎหมาย กำหนดนโยบายต่างประเทศ และประกาศ
สงคราม โดยมีกงสุล (Consull) ซึ่งมาจากการเลือกตั้งทำหน้าที่
ประมุขและบริหารการปกครองทุกด้าน การมีส่วนร่วมในการ
ปกครองของพลเมืองโรมันทำให้สาธารณรัฐโรมันแข็งแกร่ง
มั่นคงและเจริญก้าวหน้า
วิถีชีวิตของชาวโรมัน
ความเจริญรุ่งเรืองของจักรวรรดิโรมัน ทำให้ชนชั้นสูงชาวโรมันและผู้มีฐานะมั่งคั่งดำรงชีวิต
อย่างฟุ่มเฟือยหรูหรา ทั้งการสร้างคฤหาสน์ที่โอ่อ่า สุขสบาย มีสิ่งบำเรอความสะดวกครบถ้วน
ลักษณะเด่นที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตที่หรูหราของชาวโรมันคืออ่างอาบน้ำ ซึ่งมีทั้งที่อยู่ในบ้านและที่
อาบน้ำสาธารณะ ในทางตรงข้ามประชาชนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน โดยเฉพาะในกรุงโรมมี
คนจนจำนวนมากซึ่งมีชีวิตยากจน ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างและขาดสวัสดิการ ลักษณะเช่นนี้
สะท้อนถึงปัญหาสังคมของเมืองใหญ่ที่เจริญก้าวหน้าทางด้านวัตถุ แต่มักประสบปัญหาด้าน
คุณภาพชีวิตของประชาชน
ยุคมืด
เริ่มประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 4 -15 เป็นช่วงรอยต่อหลังจากที่จักรวรรดิโรมันล่มสลาย ความ
เจริญหยุดลง ประดุจยุคมืด ประชาชนในยุโรปต่างไม่มีที่พึ่ง เจ้าผู้ครองแต่ละเมืองตั้งตัวเป็น
ใหญ่ เกิดระบบศักดินาสวามิภักดิ์ ประชาชนให้ความสำคัญกับศาสนจักรคริสต์โรมันคาธอลิคอ
ย่างมาก การกระทำทุกอย่างถูกครอบงำโดยศาสนา ห้ามกระทำนอกเหนือจากคำสอนของศาสนา
ไม่เช่นนั้นจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง
ความเสื่อมของจักรวรรดิโรมัน
ตั้งแต่ ค.ศ. 180 จักรวรรดิโรมันเริ่มเสื่อมอำนาจลง เนื่องจากไม่สามรถปกครองจักรวรรดิที่มี
ขนาดกว้างใหญ่มากๆได้ บางช่วงต้องมีการแต่งตั้งจักรพรรดิร่วมเพื่อแยกกันปกครองจักรวรรดิ
ใน ค.ศ. 324 จักรพรรดิคอนสแตนติน (Constantine) ได้ปกครองจักรวรรดิโรมัน
และเกิดเหตุการณ์สำคัญ 2 เหตุการณ์ คือ
เหตุการณ์แรก
การย้ายศูนย์กลางการปกครองจากกรุงโรมไปยังกรุงคอนสแตนติโนเปิล
(Constantinople) เรียกว่าจักรวรรดิไบแซนไทน์ (Byzantine) ส่งผลให้จักรวรรดิโรมัน
เสื่อมอำนาจลงและถูกรุกรานในเวลาต่อมา
เหตุการณ์ที่ 2
การที่จักรพรรดิคอนสแตนตินหันไปนับถือศาสนาคริสต์และทำให้คริสต์ศาสนาแพร่
หลายในเขตจักรวรรดิโรมัน และกลายเป็นศาสนาหลักของโลกตะวันตกในเวลาต่อมา
ขอขอบคุณค่ะ