The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 9 กัณฑ์มัทรี สมุดเล่มเล็ก

กัณฑ์ที่ ๙. -

มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี กัณฑ์ที่ ๙. - มี ๙๐ พระคาถา จัดทำ โดย นายธราเทพ ดวงบุปผา ม.4/5 เลขที่16 นายธนกร สุนันทวิทย์ ม.4/5 เลขที่14


คำ นำ หนังสือเล่มเล็กเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของ รายวิชา ภาษาไทย รหัส วิชา ท๓๑๑๐๒ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๔ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ ผู้จัด ทำ ได้ศึกษาหาความรู้และได้รับ ประโยชน์จากเรื่อง พระเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี โดยหนังสือ เล่มเล็ก เล่มนี้จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเนื้อ เรื่อง ข้อคิดในด้านต่างๆของเรื่อง ข้าพเจ้าหวัง ว่าหนังสือเล่มเล็กเล่มนี้จะ เป็น ประโยชน์กับผู้อ่าน ผู้ที่สนใจและกำ ลังศึกษาหา ข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่องพระเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี หากผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้าขอน้อมรับไว้และ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย


สา ร บั ญ เ รื่ อ ง ห น้ า ป ร ะ วั ติ ผู้ แ ต่ ง ๑ ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป็ น ม า ๒ ลั ก ษ ณ ะ คำ ป ร ะ พั น ธ์ ๓ เ นื้ อ เ รื่ อ ง ๔ เ นื้ อ เ รื่ อ ง ( ต่ อ ) ๕ ข้ อ คิ ด ๖ บ ร ร ณ า นุ ก ร ม ๗


ประวัติผู้แต่ง เจ้าพระยาคลัง (หน) เกิด ช่วงอยุธยาตอนปลาย เสียชีวิต พ.ศ. ๒๓๔๘ สมัย รัชกาล เจ้าพระยาพระคลังท่านนี้ เป็นบุตรเจ้าพระยา บดินทร์สุริ นทร์ฦๅชัย (บุญมี) กับท่านผู้หญิง เจริญ มีบุตรธิดาหลายคน ที่มีชื่อเสียงคือ เจ้า จอมพุ่ม ในรัชกาลที่ ๒, เจ้าจอมมารดานิ่ม พระมารดาสมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร (มั่ง) ในรัชกาลที่ ๒, นายเกต และนายพัด ซึ่งเป็นกวี และครูพิณพาทย์ เจ้าพระยา พระคลัง (หน) เป็นต้นสกุล บุญ-หลง เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เป็นกวีเอกคนหนึ่งในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ มี นามเดิม ว่า หน ผลงานด้านวรรณคดีที่ท่านได้ แต่งไว้หลายเรื่องด้วย กัน พระราชนิพนธ์ ใน มหาเวสสันดรชาดก 2 กัณฑ์ คือ มัทรี กุมาร


ประวัติความเป็นมา มาจากร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งใน ทศชาติชาดก หรือที่ เรียกว่า"พระเจ้าสิบชาติ"ภัณฑ์นี้เป็น ภัณฑ์ที่ 9 ในทั้งหมด 13 กัณฑ์ โดย กล่าวถึงเรื่องราวของพระ โพธิสัตว์ซึ่งเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร เติมแต่ง เป็นภาษา บาลี ต่อมามีการแปลเป็นภาษาไทยในสมัยกรุงสุโขทัย ต่อมา ในสมัย สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โปรดเกล้าฯให้ปราชญ์ราช บัณฑิตแต่งมหาชาติค่า หลวง ซึ่งเป็นมหาชาติ านวนแรก โดยมี จุด ประสงค์เพื่อใช้สวด ในสมัยพระเจ้า ทรงธรรม โปรดเกล้า ให้แต่งกาพย์ มหาชาติ เพื่อใช้สำ หรับเทศน์ แต่เนื้อความ ใน กาพย์มหาชาติค่อนข้างยาว ไม่สามารถเทศน์ให้จบภายใน 2 วัน จึงเกิด มหาชาติขึ้นใหม่อีกหลายสานวน เพื่อให้เทศน์จน ภายใน 2 วัน มหาชาติสำ นวน ใหม่นี้เรียกว่า มหาชาติ กลอน เทศน์ หรือ ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก ต่อมาใน สมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯโปรดเกล้าฯให้มีการ ชำ าระ และรวบรวม มหาชาติกลอนเทศสนานต่าง ๆ แล้วคัดเลือก สํานวนที ที่สุดของแต่ละกัณฑ์ นำ มาจัดพิมพ์เป็นฉบับของ หลวง ๒ ฉบับ คือ ฉบับ หอพระสมุดวชิรญาณ และ ฉบับ กระทรวงศึกษาธิการ


แต่งเป็นร่ายยาว มีพระคาถาภาษาบาลีน่า และ พรรณนา เนื้อความโดยมี พระคาถาสลับเป็นตอน ๆ ไปจนจบทัณฑ์ คำ ประพันธ์ประเภทร่ายยาว หนึ่ง บท จะมีที่วรรคก็ได้ แต่ส่วน มากมี ๕ วรรคขึ้นไป วรรค หนึ่ง ๆ มีตั้งแต่ ๖ ค่า ขึ้นไป ถึง ๑o คำ หรือมากกว่า มีบังคับเฉพาะระหว่างวรรค คือ คำ สุดท้าย ของวรรค จะส่งสัมผัสไปที่คำ ที่ ๑ ถึง ๕ ของวรรคต่อไป เมื่อ จบ ตอนมักมีค่า สร้อย เช่นนั้นแล " แล " ร่ายยาวมหา เวสสันดร ชาดก เป็นร่ายยาวสำ หรับ เทศน์ จะมีคำ ศัพท์บาลีขึ้นก่อน แล้วแปลเป็นภาษาไทย แล้วจึงมีรายตาม ใน ระหว่างการดำ เนินเรื่องจะมี คำ บาลีคั่นเป็นระยะเกี่ยวเนื่อง กับข้อความที่ตามมาๆคำ บาลีนั้นมีความหมาย ลักษณะคำ ประพันธ์ แผนผังร่างยาว


เนื้อเรื่อง พระนางมัทรีเสด็จเข้าป่าเพื่อหาผลไม้มาปรนนิบัติพระ เวสสันดร และสองกุมาร ขณะที่อยู่ในป่า พระนางพบว่า ธรรมชาติผิดปกติไป จากที่เคยพบเห็น เช่นต้นไม้ที่ เคยมี ผลก็กลายเป็นต้นที่มีแต่ดอก ต้นที่เคยมีกิ่งโน้มลงมาให้ พอเก็บผลได้ง่าย ก็ กลับกลายเป็นต้นตรง สูงเก็บผลไม่ ถึง ทั้งท้องฟ้าก็มืดมิด ขอบฟ้าเป็นสีเหลืองให้ รู้สึก หวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่ง ไม้คานที่เคยหาบแรกผลไม้ก็ พลัดตกจากบ่า ไม้ตะขอ ที่ใช้เกี่ยวผลไม้ก็พลัดหลุดจาก บือ ยิ่งพาให้กังวลใจยิ่งขึ้น บรรดาเทพยดาทั้งหลาย ต่างพากันกังวลว่าหากนางมัทรีกลับออกจาก ป่าเร็วและ ทราบเรื่องที่พระเวสสันดร ทรงบริจาคพระโอรสธิดาเป็น ทาน ก็จะต้องออกติดตามพระกุมารทั้งสองคืนจากชูชก พระอินทร์จึงส่ง เทพบริวาร 3 องค์ให้แปลงกายเป็นสัตว์ ร้าย 3 ตัว คือราชสีห์ เสือ โคร่ง และเสือเหลือง ขวาง ทางไม่ให้เสด็จกลับอาศรมได้ตามเวลา ปกติ เมื่อ ล่วง เวลาดึกแล้วจึงหลีกทางให้พระนางเสด็จกลับอาศรม


เมื่อพระนางเสด็จกลับ ถึงอาศรมไม่พบสองกุมารก็โศก เศร้าเสีย พระทัย เที่ยวตามหาและร้องไห้ คร่าครวญ พระ เวสสันดรทรงเห็น พระนางเศร้าโศก จึงหาวิธีตัดความทุกข์ โศก ด้วยการแกล้งกล่าวหา นางว่าคิดนอกใจคบหากับชาย อิน จึงกลับมาถึงอาศรมใน เวลาดึก เพราะทรงเกรงว่าถ้า บอกความจริงในขณะที่พระนางกำ ลังโศกเศร้า หนัก และ กำ ลังอ่อนล้า พระนางจะเป็นอันตรายได้ ในที่สุดพระนา งบีทรีทรงคร่ำ ครวญ หาลูกจนสิ้นสติไป ครั้นเมื่อฟื้นขึ้น พระเวสสันดร ทรงเล่าความจริงว่า พระองค์ได้ ประทาน กุมารทั้งสองแก่ชูชกไปแล้ว ด้วยเหตุผลที่จะทรงบำ เพ็ญ ทานบารมีพระ นางบัทร่วงทรงค่อยหาย โศกเศร้า และทรงอนุโมทนาในการ บำ เพ็ญทานบารมีของ พระเวสสันดรด้วย เนื้อเรื่อง(ต่อ)


ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เห็นได้ จากที่พระ นา งมัทสึมีความกังวลเมื่อมีลางร้ายหรือ เศร้าโศกเสียใจเมื่อไม่ เจอลูกอยู่ ในอาศรม และเที่ยว ออกเดินตามหาแม้จะไกลแสนไกล จนสิ้นแรง การเสียสละเพื่อส่วนรวม เห็นได้จากการที่พระ เวสสันดรให้ สิ่งของ ต่าง ๆ แก่คนที่มาขอแม้กระทั่งลูก ของตน ความซื่อสัตย์ที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจและทำ ให้ พบเจอ กับความสุข เห็นจากที่พระนางมัทรี ซื่อสัตย์ต่อพระเวสสันดร และชี้แจงเหตุผล ตามความ จริงแม้ว่าพระเวสสันดรจะว่ากล่าว ตนเพียงใด รู้จักการให้ หรือการทำ บุญทำ ทาน แต่เป็นการให้ที่พอ ประมาณ ไม่เกินกำ ลังตัว เองเกินไป จนทำ ให้ตัวเองหรือผู้อื่นต้องทุกข์ใจ การมีสติและปัญญาจะทำ ให้เราสามารถแก้ไขปัญหา เฉพาะ หน้าต่าง ๆ ได้ เห็นจากเหตุการณ์ที่พระ เวสสันดรแสร้งทำ เป็น ๆ หึงหวงนา งมัทรีเพื่อให้นาง มักลืมความโศกเศร้าและดึงสติกลับ มาได้ ข้อคิด


บรรณานุกรม มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : https://anyflip.com/qmbwc/jjhz/basic? fbclid=lwAR1V5gSp9efL1jgzXwM6bEZLPe NaoebVzEqmJbURIZjZyp_R6y28aWVmj2s


Click to View FlipBook Version