Footrest Healthy ที่วางเท้ารักษาสขุ ภาพ
เกวลนิ คาโท๊ะ
เจรญิ พงศ์ ทองเอก
โครงการนี้เปน็ สว่ นหนึ่งของการศึกษาตามหลักสตู รประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้นั สงู
สาขาวชิ าการจดั การสานักงาน ประเภทวิชาบรหิ ารธุรกจิ
วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาเชียงใหม่
ปกี ารศึกษา 2562
ใบรบั รองโครงการ
วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาเชยี งใหม่
โครงการ Footrest Healthy ทวี่ างเท้ารกั ษาสุขภาพ
โดย นางสาวเกวลิน คาโท๊ะ รหัสนกั ศึกษา 6132160003
นายเจรญิ พงศ์ ทองเอก รหสั นกั ศกึ ษา 6132160001
ได้รับการรับรองให้นบั เป็นส่วนหนงึ่ ของการศกึ ษาตามหลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ
ช้นั สูง สาขาวิชาการจดั การสานกั งาน ประเภทวชิ าบรหิ ารธุรกิจ
............................................................... …..........................................................
(นางรงุ่ ทพิ ย์ เตจะโส) (นายณรงศักดิ์ ฟองสินธุ์)
รองผู้อานวยการฝา่ ยวิชาการ
หวั หนา้ แผนกวิชาการเลขานุการ
คณะกรรมการตรวจสอบโครงการ
....................................................... ประธานกรรมการ
(นางอรินทยา ใจเอ)
........................................................ กรรมการ
(นางลภสั รดา สมบรู ณ)์
........................................................ กรรมการ
(นางจรรยา แกว้ มณี)
กติ ติกรรมประกาศ
ในการจัดทาโครงการ Footrest Healthy ที่วางเท้ารักษาสขุ ภาพนี้ คณะผูจ้ ัดทาขอขอบคณุ
ครูอรินทยา ใจเอ ครูทีป่ รึกษาโครงการ ที่อนุมัติเหน็ ชอบในการจัดทาโครงการ ให้การสนับสนุน
ให้คาปรกึ ษา และใหข้ ้อเสนอแนะ ตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่องตา่ ง ๆ มาโดยตลอด จนทาให้โครงการนี้
สาเรจ็ ลุล่วงไปได้ดว้ ยดี และขอบคุณนางปรารถนา กุณามี มารดาของนางสาวเกวลิน คาโทะ๊ ท่ีได้
ช่วยเหลอื ในการทาท่วี างเท้าของโครงการนี้
คณุ คา่ และคุณประโยชนอ์ นั พึงไดม้ าจากการจดั ทาโครงการคร้ังนี้ ขอมอบเป็นกตเวทติ า
แด่คณะครู อาจารย์ ผ้เู ก่ียวข้องในการสนบั สนนุ และเปน็ กาลงั ใจใหแ้ ก่ผ้จู ัดทาโครงการด้วยดี
ตลอดมา
ทา้ ยสดุ น้ี ขอกราบขอบพระคุณบิดา มารดา ของคณะผู้จัดทาท่ีให้การสนบั สนุนทัง้ กาลังใจ
กาลังทรพั ย์ จนโครงการ Footrest Healthy ทว่ี างเท้ารักษาสขุ ภาพ สาเร็จลุลว่ งไดต้ ามวัตถุประสงค์
นางสาวเกวลิน คาโทะ๊
นายเจริญพงศ์ ทองเอก
โครงการ Footrest Healthy ทว่ี างเทา้ รกั ษาสขุ ภาพ
ผจู้ ัดทา นางสาวเกวลนิ คาโท๊ะ
นายเจรญิ พงศ์ ทองเอก
สาขาวชิ า การจัดการสานักงาน
ประเภทวชิ า บรหิ ารธุรกจิ
ครูทป่ี รึกษาโครงการ นางอรินทยา ใจเอ
ปกี ารศึกษา 2562
บทคัดย่อ
โครงการ Footrest Healthy ทวี่ างเท้ารกั ษาสุขภาพ มวี ตั ถุประสงค์ 1) เพ่ือลดอาการ
ปวดเมอ่ื ยจากการนัง่ ทางาน 2) เพ่ือลดอาการบาดเจ็บจากทา่ นัง่ ท่ีไม่ถูกต้อง 3) เพื่อช่วยใหเ้ กบ็
รองเทา้ ได้อย่างเปน็ ระเบียบ และปอ้ งกันฝุ่นละออง 4) เพื่อสามารถประยกุ ตใ์ ช้วสั ดุท่ีหมดคณุ คา่
ใหเ้ กิดประโยชน์
การวางแผนวธิ ีการดาเนนิ งาน ออกแบบทีว่ างเท้า จดั เตรยี มวัสดุ และอุปกรณท์ ่ตี ้องใชใ้ นการ
ประดิษฐ์ และข้ันตอนการดาเนินงานสอบถามความพึงพอใจโดยใชเ้ คร่อื งมือในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู
คือ แบบประเมนิ ความพึงพอใจ การวเิ คราะหข์ ้อมูลโดยใช้ค่าเฉลยี่ ค่าความเบย่ี งเบนมาตรฐาน
และแปรผล เกณฑก์ ารหาค่าเฉล่ยี กาหนดค่าเป็น 5 ระดับ คอื มากที่สดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย
และนอ้ ยทสี่ ุด
ผลการดาเนินงานตามโครงการ สรปุ ไดว้ า่ ภาพรวมของความพงึ พอใจอยู่ในระดับมากท่สี ุด
(4.60) โดยเรียงลาดบั ความพึงพอใจเป็นรายขอ้ ดังนี้ ระดับความพงึ พอใจมากทสี่ ดุ ไดแ้ ก่ ขนาด
มคี วามเหมาะสมต่อการใชง้ าน คิดเป็นร้อยละ 4.83 รองลงมาได้แก่ มีความคดิ สร้างสรรค์ในการ
ออกแบบ คิดเปน็ ร้อยละ 4.80 ท่ีวางเทา้ สามารถลดอาการปวดเมื่อยจากท่านงั่ ในการทางานไดม้ าก
คดิ เป็นรอ้ ยละ 4.78 ทีว่ างเท้าสามารถเกบ็ รองเท้าได้อย่างเป็นระเบยี บ และป้องกนั ฝ่นุ ละออง
คิดเป็นร้อยละ 4.65 สามารถต่อยอดสู่เชงิ พาณชิ ย์ได้ คิดเป็นร้อยละ 4.65 น้าหนกั เบา คดิ เป็น
ร้อยละ 4.60 สามารถประยุกต์ใชว้ ัสดทุ หี่ มดคุณค่าใหเ้ กดิ ประโยชน์ คิดเปน็ รอ้ ยละ 4.50 มคี วาม
แข็งแรง ทนทาน คิดเปน็ ร้อยละ 4.45 ความประณีต สวยงาม คิดเป็นร้อยละ 4.43 ความคุม้ ค่า
ในการลงทนุ คดิ เป็นรอ้ ยละ 4.33 ตามลาดับ
สารบัญ หนา้
ก
เรอ่ื ง ข
ใบรบั รองโครงการ ค
กิตติกรรมประกาศ ง
บทคัดย่อ จ
สารบญั ฉ
สารบัญ (ตอ่ ) ช
สารบญั รปู ภาพ
สารบัญตาราง 1
บทที่ 1 บทนา 2
2
1.1 ความเปน็ มาและความสาคัญของโครงการ 2
1.2 วตั ถุประสงค์ของโครงการ 2
1.3 ขอบเขตของโครงการ
1.4 นิยามศัพท์เฉพาะ 3
1.5 ประโยชนท์ ่คี าดว่าจะได้รบั 4
บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจัยทเ่ี ก่ยี วข้อง 6
2.1 การนงั่ 9
2.2 ออฟฟิศซนิ โดรม 11
2.3 สุขภาพ
2.4 สง่ิ ประดิษฐ์ 13
2.5 งานวิจัยทีเ่ กย่ี วข้อง 13
บทท่ี 3 วิธดี าเนินการ 18
3.1 การวางแผนวิธดี าเนนิ การ
3.2 วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือหรือโปรแกรมท่ีใชใ้ นการพัฒนา 24
3.3 ขั้นตอนการดาเนินงาน 24
บทท่ี 4 ผลการดาเนินงาน
4.1 ผลการดาเนินงาน 28
4.2 สรุปแบบสอบถามความพึงพอใจ 29
บทท่ี 5 สรุป อภปิ ราย และข้อเสนอแนะ 30
5.1 สรุปผลการดาเนินงาน 31
5.2 อภิปรายผล 31
5.3 ปัญหาและอุปสรรค
5.4 การแก้ไขปญั หา
5.5 ขอ้ เสนอแนะ
สารบญั (ตอ่ )
เรือ่ ง หนา้
บรรณานุกรม 32
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก
ภาคผนวก ข
ประวตั ผิ ู้จดั ทา
สารบัญรูปภาพ หน้า
14
เร่ือง 14
รูปภาพท่ี 1 ท่อ PVC 15
รูปภาพที่ 2 ข้อต่อท่อ 15
รูปภาพที่ 3 กล่องกระดาษ A4 15
รปู ภาพที่ 4 ใยโพลีเอสเตอร์ 16
รปู ภาพท่ี 5 เศษผา้ 16
รปู ภาพท่ี 6 กระดาษสี 16
รปู ภาพที่ 7 ดา้ ย 17
รปู ภาพท่ี 8 กรรไกร 17
รปู ภาพที่ 9 คตั เตอร์ 17
รูปภาพที่ 10 เขม็ 18
รูปภาพท่ี 11 เทปใส 18
รปู ภาพที่ 12 ขณะตัดทอ่ PVC ออกเปน็ ท่อน ๆ ตามความยาวทีว่ ัดไว้ 19
รปู ภาพที่ 13 ประกอบท่อ PVC เพอ่ื ทาเปน็ โครง 19
รปู ภาพที่ 14 นาโครงทอ่ PVC ที่ประกอบไวใ้ ส่เข้าไปในกล่องกระดาษ A4 20
รูปภาพท่ี 15 เจาะรกู ล่องกระดาษ A4 ให้สามารถนารองเทา้ เข้าไปได้ 20
รูปภาพที่ 16 นาฝากล่องหงายข้ึน แลว้ เอามาติดกบั ด้านบนของกล่องกระดาษ A4 21
รูปภาพท่ี 17 ตกแต่งกลอ่ งกระดาษ A4 ด้วยกระดาษสี 21
รูปภาพท่ี 18 วัดผ้าตามขนาดฝากลอ่ งกระดาษ A4 21
รปู ภาพท่ี 19 เย็บผา้ ที่วัดไวใ้ หเ้ ขา้ กนั เพอื่ ทาเป็นหมอน 22
รูปภาพที่ 20 นาใยโพลเี อสเตอร์ใส่เข้าไปในหมอน 23
รูปภาพท่ี 21 สอยปดิ ช่องหมอน 23
รูปภาพที่ 22 นาหมอนทีเ่ ย็บไวม้ าใสบ่ นฝากล่อง
รปู ภาพที่ 23 สงิ่ ประดิษฐ์ Footrest Healthy ทีว่ างเท้ารกั ษาสขุ ภาพ
สารบัญตาราง หนา้
เรอ่ื ง 25
ตารางที่ 1 สรุปตาแหน่งของผ้ปู ระเมินเป็นร้อยละ 26
ตารางท่ี 2 สรุปเพศผูป้ ระเมินเป็นรอ้ ยละ 27
ตารางท่ี 3 สรปุ แบบประเมินความพงึ พอใจ ค่าเฉลยี่ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และแปรผล
บทที่ 1
บทนา
1.1 ความเปน็ มาและความสาคัญของโครงการ
ในหน่ึงวันผูป้ ฏิบัตงิ านในสานกั งานใชเ้ วลาอยูใ่ นอริ ิยาบถน่ังมากกวา่ อิริยาบถอื่น ๆ และการน่ัง
นาน ๆ นเ้ี องทเ่ี ป็นสาเหตุของอาการปวดเมอื่ ยและเจบ็ ปวดเรื้อรัง ซึ่งอาจจะส่งผลรา้ ยแรงตามมา
บางรายมอี าการปวดรา้ วไปจนถงึ บรเิ วณหลงั และสะโพก เพราะขณะท่ีจดจ่ออยู่กบั หนา้
จอคอมพวิ เตอร์จะส่งผลทาให้รา่ งกายเกิดการเกรง็ กลา้ มเน้ือลาตัว และท้งิ น้าหนกั ทงั้ หมดไปทบ่ี รเิ วณ
สะโพก อย่างไรกต็ าม ถ้านัง่ เก้าอีท้ ่ีสูงเกนิ ไปจนขาห้อยลอย น้าหนักจะไมต่ กถึงพืน้ แต่ไปตกอยทู่ ่ี
เบาะนัง่ ส่วนหนา้ หรือถ้าเก้าอ้ีน้นั มีส่วนหน้าของเบาะนงั่ ท่ีสงู กวา่ ส่วนหลัง และทาจากวสั ดทุ ่ีแขง็
ก็สามารถกดทับต่อเนื้อเย่ือใต้เข่าเหลา่ นน้ั ซง่ึ มีผลทาใหเ้ ส้นประสาทหรือหลอดเลอื ดน้ันได้รบั
การกระทบกระเทือนไปด้วย
ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เป็นอาการท่ีเกิดข้ึนกับกลุม่ คนวัยทางานโดยเฉพาะ
พนกั งานสานักงาน เนื่องจากลกั ษณะงานเป็นงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพวิ เตอรห์ รือทางานอย่างใด
อย่างหนึ่งดว้ ยทา่ ทางซา้ ๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จนอาจส่งผลให้เกดิ โรคและอาการต่าง ๆ
ไมว่ ่าจะเป็นระบบกระดูกและกลา้ มเนื้อ ระบบการย่อยอาหาร ระบบนยั น์ตาและการมองเหน็
รวมไปถึงระบบอื่น ๆ ได้อกี ด้วย แต่อาการออฟฟศิ ซินโดรมจะส่งผลตอ่ ระบบกระดูกและกล้ามเน้อื
มากท่สี ดุ ซ่งึ อาการทจี่ ะพบได้บ่อยคือ ปวดตงึ ที่คอและบา่ ถา้ เป็นมาก ๆ อาจมึนและปวดร้าวศรี ษะ
หรือมีอาการชาลงมาที่แขนได้ ซึง่ เกิดไดจ้ ากหลายปจั จัย อาทิเช่น เวลาทางานน่งั ผดิ วิธี ต้องก้มคอ
น่งั นาน ๆ เกร็งกล้ามเนื้อนาน ๆ รวมไปถึงการนงั่ เวลานานตดิ ตอ่ กนั โดยไม่ได้มีการยืดเส้นหรือลกุ
จากที่น่งั เพ่ือผ่อนคลาย
ดงั นน้ั ผจู้ ดั ทาจึงได้คดิ ประดิษฐ์ Footrest Healthy ทีว่ างเท้ารักษาสุขภาพ เพือ่ ชว่ ยให้นง่ั ได้
อยา่ งถูกวธิ ี ไม่ปวดหลังและสะโพก ชว่ ยลดความดันจากสว่ นบนของร่างกาย มีทเ่ี กบ็ รองเทา้ ภายในตัว
เพื่อชว่ ยใหเ้ ก็บรองเทา้ ได้อย่างเป็นระเบยี บ สะดวกต่อการสวมใส่ และช่วยป้องกนั สิง่ สกปรกตา่ ง ๆ ได้
อกี ทั้งยังสามารถนาวัสดเุ หลือใชท้ ่หี มดคุณคา่ แลว้ มาประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ไดอ้ ีกดว้ ย
๑.๒ วตั ถุประสงคข์ องโครงการ
1.๒.1 เพอื่ ลดอาการปวดเมื่อยจากการน่งั ทางาน
1.๒.2 เพ่ือลดอาการบาดเจ็บจากท่านัง่ ท่ไี ม่ถกู ตอ้ ง
1.2.3 เพ่อื ช่วยให้เกบ็ รองเท้าได้อยา่ งเป็นระเบียบ และปอ้ งกนั ฝุ่นละออง รวมถึงสิ่งสกปรก
ตา่ ง ๆ
1.2.4 เพ่ือประยุกต์ใชว้ ัสดุทีห่ มดคุณคา่ ใหเ้ กิดประโยชน์
๑.๓ ขอบเขตของโครงการ
เป้าหมายของโครงการ
1.๓.1 เชิงปรมิ าณ Footrest Healthy ท่ีวางเท้ารักษาสขุ ภาพ จานวน 6 อนั
1.๓.2 เชงิ คุณภาพ ความพึงพอใจของผใู้ ช้งานท่ีมีตอ่ Footrest Healthy ท่วี างเท้ารักษา
สุขภาพ รอ้ ยละ 80 ข้นึ ไป
1.๓.3 ระยะเวลาและสถานท่ีในการดาเนนิ งาน
ระยะเวลาดาเนินงาน
ตัง้ แตว่ ันที่ 15 ตุลาคม 2562 ถึง 31 มกราคม 2653
สถานทีด่ าเนินงาน
1. บ้านเลขที่ 35/5 ม.4 ต.ทรายมลู อ.สนั กาแพง จ.เชยี งใหม่ 50130
2. หอพัก T&K Mansion 24 ซ.ก่เู ต้า 2 ต.ช้างเผอื ก อ.เมอื ง จ.เชียงใหม่ 50200
๑.๔ นิยามศัพท์เฉพาะ
1.๔.1 ทว่ี างเทา้ หมายถงึ ทาจากกล่องกระดาษ A4 มที ่อ PVC เปน็ โครงข้างในกล่อง ดา้ นบน
มที ว่ี างเท้าเปน็ หมอนนุ่น และมที ีเ่ ก็บรองเท้าภายในกล่อง
1.๔.2 สขุ ภาพ หมายถงึ การมีร่างกายแข็งแรงปราศจากการเจบ็ ปวดจากการนงั่ ทางาน หรือ
จากท่าน่งั ที่ไม่ถูกต้อง
๑.๕ ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะได้รับ
1.5.1. ลดอาการปวดเมอื่ ยจากการนง่ั ทางาน
1.5.2. ลดอาการปวดเม่อื ยจากทา่ นง่ั ที่ไม่ถูกต้อง
1.5.3. ช่วยให้เกบ็ รองเทา้ ไดอ้ ยา่ งเปน็ ระเบียบ และปอ้ งกนั ฝนุ่ ละออง รวมถงึ สิง่ สกปรก
ตา่ ง ๆ
1.5.4 เพอื่ ประยุกตใ์ ชว้ สั ดุทห่ี มดคุณคา่ ใหเ้ กิดประโยชน์
บทที่ 2
เอกสารและงานวิจยั ทีเ่ กยี่ วข้อง
ในการจดั ทาโครงการ Footrest Healthy ท่ีวางเทา้ รกั ษาสขุ ภาพ ผูด้ าเนนิ งาน
ไดร้ วบรวมแนวคิดทฤษฎแี ละหลักการตา่ ง ๆ จากเอกสาร และงานวจิ ัยทีเ่ ก่ียวข้อง ดังนี้
2.1 การนงั่
2.2 ออฟฟิศซินโดรม
2.3 สุขภาพ
2.4 สิ่งประดิษฐ์
2.5 งานวจิ ัยทเ่ี กี่ยวข้อง
2.1 การนั่ง
1. ความหมายของการนั่ง
การทรงตัวรูปแบบหนึง่ ลักษณะจะถ่ายนา้ หนักตวั ลงบริเวณก้น ตน้ ขา เข่า เท้า แล้วแต่
กรณี การนง่ั เปน็ กิรยิ ามารยาทของไทยอกี แบบหนง่ึ ซ่งึ แสดงออกถึงลกั ษณะบางประการของ
วัฒนธรรมไทยในสมยั ที่ยังไม่มเี ก้าอใ้ี ชน้ ้นั เรามแี บบฉบับการนงั่ กบั พื้นมาเปน็ เวลานาน จนกระทง่ั
เริม่ ติดต่อกับประเทศตะวนั ตก จงึ ยอมรบั วฒั นธรรมและความเจรญิ ทางวตั ถุของประเทศเหล่านั้น
เข้ามาใช้ เกา้ อ้ีเป็นส่ิงหน่งึ ทน่ี ามาใช้ การใช้ครง้ั แรกยังใชก้ ันไม่ค่อยถูกมารยาทในการนัง่ ถงึ กบั ต้อง
ออกประกาศวิธีการนง่ั ดังได้กล่าวแลว้ ขา้ งต้น จนเกดิ เปน็ แบบฉบับของการน่ังตอ่ มา แม้วา่ การน่งั เก้าอ้ี
จะเปน็ อารยธรรมของตะวันตก แต่คนไทยสามารถคงไวซ้ งึ่ ลักษณะของความเป็นไทยไว้ได้ กล่าวคอื
จะน่งั อยา่ งสุภาพตามแบบฉบับของคนไทย ถ้านัง่ ต่อหน้าผูใ้ หญก่ ารนั่งก็แสดงออกถงึ ความอ่อนน้อม
เคารพยกย่อง เปน็ ตน้ นบั ว่าเป็นมารยาทอันดีงามทส่ี ามารถจะนาไปใช้ได้ในทกุ โอกาส ทุกชาติ
ทกุ สงั คมของโลก เปน็ มรดกที่บรรพบรุ ุษได้สรา้ งสรรคไ์ ว้ให้ จงึ ควรที่เราทกุ คนควรถือปฏิบัติสบื ต่อไป
2. ผลเสียจากการนง่ั
โดยปกตแิ ลว้ ไมว่ ่าจะน่ังเพ่ือทากิจกรรมอะไร นักกายภาพบาบัดมักไมแ่ นะนาใหน้ ่ังในทา่
เดมิ ตดิ ต่อกนั นานเกิน 30 นาที เพราะจะน้ันสง่ ผลเสียต่อระบบตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย เช่น ทาให้การ
ทางานของกลา้ มเน้ือหลายสว่ นลดลง นอกจากนี้ ขณะนงั่ ลาตัวของเรายงั จะกดทับทบี่ ริเวณสะโพก
และกน้ ทาใหก้ ารไหลเวียนของเลอื ดเป็นได้อย่างยากลาบาก การแลกเปลีย่ นสารอาหารระหวา่ งเลอื ด
กับกลา้ มเน้ือบริเวณตา่ ง ๆ ของร่างกายจึงลดลง นาไปสู่อาการปวดเมอื่ ย เมอื่ น่งั นาน ๆ เปน็ ประจา
กล้ามเนอ้ื หลายส่วนจะทางานไมส่ มดลุ กัน ส่งผลให้เกดิ ทา่ ทางทไ่ี ม่เหมาะสม เช่น ไหลห่ อ่ (rounded
shoulders) คอยน่ื (chin out) หรือหลังค่อม (hyper kyphosis) นอกจากน้ีโรคกล้ามเน้ืออักเสบ
เรื้อรงั หรอื ที่รู้จักกนั ในช่ืองา่ ย ๆ วา่ ออฟฟศิ ซินโดรม (office syndrome) กม็ ีสาเหตมุ าจากการน่งั
นาน ๆ เช่นกนั
3. การรกั ษาอาการปวดเมื่อยจากการน่งั
3.1 คลายจดุ กดเจบ็ ซงึ่ ทาไดห้ ลายวิธี คือ
3.1.1 การใชเ้ ข็มฉดี ยาคลาย อาจจะใชย้ าชาช่วยทาให้ไม่เจบ็ ขณะทาก็ได้
3.1.2 การใชเ้ ขม็ เลก็ บางคลายจดุ
3.1.3 การสเปรย์ด้วยความเยน็ พร้อมกบั ยืดกล้ามเน้ือ
3.1.4 การนวด เช่น นวดกดจุด นวดคลึง อาจใช้ยานวดร่วมด้วยได้ ผ้ทู ีม่ ีอาการ
ปวดเมอื่ ยแถวหวั ไหล่ ให้ลองคลาหาจุดกดเจบ็ เอง นวดเสรจ็ แล้วกบ็ รหิ ารยดื กล้ามเน้ือนั้น ๆ
จะใชป้ ระคบผา้ เยน็ สัก 20 นาทีก็ได้
3.2 การฟนื้ ฟใู หก้ ลา้ มเนอ้ื มัดนน้ั ๆ มีความยืดหยนุ่ ที่ดี และเพมิ่ ความแข็งแรงทนทานตอ่
งานในชวี ิตประจาวนั ต่าง ๆ ด้วยการบริหารยืดคลายกล้ามเนอื้ แล้วตามดว้ ยการบริหารต้านนา้ หนัก
เม่ืออาการปวดลดลงในเวลาต่อมา
3.3 ส่ิงสาคญั ท่จี ะละเลยไมไ่ ด้ คือ การปรบั ปรุง เปล่ยี นแปลง แก้ไขท่าทางอิริยาบถต่าง ๆ
ในชีวติ ประจาวนั ใหถ้ กู ต้องเหมาะสม เชน่ ไม่ควรมีท่าทางไหลง่ ุ้มหรือหอ่ ไหลไ่ ปข้างหน้า รวมทั้ง
เปลีย่ นแปลง หรอื จัดวางเฟอร์นิเจอร์ เครือ่ งมือ เคร่ืองใช้ต่าง ๆ รอบตัวใหร้ ับกับทา่ ทางที่ถกู ต้อง
เพอ่ื ไมใ่ หเ้ กดิ ภาวะเครยี ดตึงต่อกล้ามเน้ือ ไม่ใหเ้ กิดการบดิ ใช้กลา้ มเน้อื ที่ผิดแนว ควรเปล่ียนอริ ิยาบถ
บ่อย ๆ เช่น เปลี่ยนทุก ๆ 15-20 นาที เพอ่ื ให้กลา้ มเนื้อท่ีหดตวั อยู่ไดผ้ ่อนคลายออกบา้ ง
2.2 ออฟฟศิ ซินโดรม
1. ความหมายของออฟฟิศซินโดรม
เปน็ อาการท่ีเกดิ ขน้ึ กับกลมุ่ คนวัยทางานโดยเฉพาะพนกั งานสานกั งาน เนอื่ งจากลักษณะ
งานเปน็ งานท่ตี ้องนัง่ หน้าคอมพวิ เตอร์หรอื ทางานอย่างใดอย่างหนงึ่ ดว้ ยท่าทางซ้า ๆ ตอ่ เนื่อง
เป็นระยะเวลานาน จนอาจส่งผลใหเ้ กิดโรคและอาการตา่ ง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบกระดูกและกล้ามเน้ือ
ระบบการย่อยอาหาร ระบบนัยนต์ าและการมองเห็น รวมไปถึงระบบอ่นื ๆ ได้อีกด้วย แตอ่ าการ
ออฟฟิศซนิ โดรมจะส่งผลต่อระบบกระดูกและกลา้ มเนอ้ื มากท่สี ดุ ซง่ึ อาการท่จี ะพบได้บ่อยคือ
ปวดตงึ ทคี่ อและบา่ ถา้ เปน็ มาก ๆ อาจมึนและปวดร้าวศรี ษะ หรือมีอาการชาลงมาทแ่ี ขนได้ ซง่ึ เกิดได้
จากหลายปจั จัย อาทเิ ช่น เวลาทางานน่ังผิดวิธี ตอ้ งกม้ คอ นงั่ นาน ๆ เกร็งกล้ามเน้อื นาน ๆ รวมไปถงึ
การน่งั เวลานานติดต่อกนั โดยไมไ่ ด้มกี ารยืดเสน้ หรอื ลุกจากทน่ี งั่ เพื่อผอ่ นคลาย
2. กลมุ่ อาการออฟฟิศซนิ โดรม ที่พบบอ่ ย มี 3 ระบบ ได้แก่
2.1 อาการทางระบบการมองเห็น อาการในกลุ่มนเ้ี กดิ จากการมองจอคอมพวิ เตอรน์ าน ๆ
หรือน่งั ทางานอยู่ในตาแหน่งท่มี แี สงไม่เหมาะสม
2.2 อาการทางระบบทางเดินหายใจ เกดิ จากการน่งั ทางานในห้องปรับอากาศท่ีอากาศ
ถา่ ยเทไม่สะดวก หรือหอ้ งท่ีมีมลภาวะจากหมึกเคร่ืองพิมพ์ หมึกเครื่องถา่ ยเอกสาร เปน็ ต้น
3.3 อาการทางระบบกล้ามเนอื้ เปน็ อาการที่พบได้บอ่ ยสุด สว่ นใหญ่มาดว้ ยอาการปวด
หรือ อาการเม่ือยล้า
ในรายทเี่ ร่มิ เป็นใหม่ ๆ จะมีอาการเฉพาะช่วงพัก ช่วงเวน้ วา่ งท่ผี ปู้ ว่ ยไม่ไดจ้ ดจ่ออยู่กับ
การทางานหรือ ชว่ งเวลาก่อนนอน ส่วนผ้ปู ว่ ยรายทม่ี ีอาการหนักขึ้นอาจมีกล้ามเนื้อหดเกรง็ คา้ ง
ทาใหเ้ กิดอาการเจบ็ แปลบข้ึนมาขณะเคลื่อนไหวรา่ งกายส่วนนน้ั ๆ บางรายมีความรสู้ กึ คล้ายอาการ
ชา และรสู้ กึ ยิบ ๆ บริเวณผิวหนงั ร่วมดว้ ย อาการทางระบบกลา้ มเนือ้ เหลา่ น้ีเกิดจากการปล่อยให้
ร่างกายเคล่ือนไหวน้อยกว่าปกติ มักเกดิ ขึ้นท่บี ริเวณ คอ บ่า ไหล่ มากทสี่ ดุ รองลงมาคือ หลังสว่ นล่าง
สว่ นบรเิ วณข้อมือและแขนจะพบมากเปน็ อนั ดับสาม
3. การรกั ษา มี 3 สว่ น ดังนี้
3.1 ปรับเล่ยี ง ปรบั ลด ปรับงด ปรับแก้ ได้แก่
- ลดปริมาณงาน
- แกไ้ ขท่าน่งั ทางานและ ท่านง่ั ขับรถให้ถกู ต้อง
- เลีย่ งการนงั่ ในรถและ น่งั ท่าเดิมๆบนโต๊ะทางานติดตอ่ กันเป็นเวลานาน
- งดความเครียดของตวั เองด้วยวิธบี าบัดตา่ ง ๆ ไม่วา่ จะเป็นการพดู คุย การฟงั ดนตรี
จนถงึ การปรบั สู่อิริยาบถนอน เปน็ ต้น
- การรักษาแบบแรกนผี้ ู้ปว่ ยจะปรึกษาผู้เชีย่ วชาญเพ่ือรับคาแนะนาที่ถูกต้องหรือ
ทดลองปรับเปล่ยี นได้ด้วยตนเองก็ได้
3.2 ปรับยืด ปรับเหยยี ด ปรบั กด ปรบั ประคบ ไดแ้ ก่
การออกแบบท่ากายบรหิ ารเหยยี ดยืดกลา้ มเนื้อบริเวณท่มี ีอาการ โดยผู้เช่ียวชาญ
การนวด กดจดุ หรอื การใช้เครอื่ งมือประคบทางกายภาพบาบัด
3.3 ปรับทา่ ปรับเพม่ิ ปรบั รกั ษา ได้แก่
การออกแบบท่าทางเพื่อใหร้ ่างกายสว่ นนั้น ๆ ไดเ้ ปรยี บเชิงกลขณะทางาน
การสอดแทรกท่ากายบรหิ าร เพอื่ เพ่ิมความคงทนของกล้ามเนอ้ื ทม่ี ีอาการเขา้ ไปในการออกกาลังกาย
ประจาวันของผ้ปู ่วย ซ่งึ จะต้องวิเคราะหแ์ ละออกแบบให้เหมาะสมกบั ผ้ปู ่วยแต่ละราย
การรักษาด้วยการดดั ข้อ การกระตุน้ กล้ามเน้ือด้วยเขม็ ฝังเขม็ หรือฉีดยาลงบน
กลา้ มเนือ้ บรเิ วณท่มี ีอาการ
อยา่ งไรกต็ าม วธิ กี ารรักษาท่ีดแี ละเหมาะสมคือการแกป้ ัญหาทต่ี ้นเหตุ โดยวธิ กี ารที่ดี
ทีส่ ุดทีจ่ ะป้องกันอาการจาก “ออฟฟิศซนิ โดรม” ไดน้ ัน้ คือต้องปรบั เปลี่ยนพฤติกรรมในการทางาน
จัดสภาพแวดลอ้ มในการทางานใหเ้ หมาะสม ออกกาลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ เพยี งเท่าน้ีกจ็ ะ
ทาให้สขุ ภาพรา่ งกายดีขนึ้ ลดอาการบาดเจบ็ จากการทางานและเพ่ิมคณุ ภาพชวี ติ และประสิทธิภาพ
ในการทางานได้อยา่ งถาวร
การทากายภาพบาบดั เป็นขั้นตอนหน่ึงทส่ี าคญั ในการรกั ษาออฟฟศิ ซินโดรม
ที่เก่ียวข้องกบั ระบบกลา้ มเนื้อและกระดกู โดยการรักษานอกเหนอื จากการทากายภาพบาบดั แล้ว
ยังรวมถึงการประเมนิ โครงสร้างรา่ งกายและการปรับร่างกายให้เกดิ ความสมดุล การสร้างความรู้
ความเข้าใจในการปรบั เปล่ียนทา่ ทางการทางานตามความเหมาะสมในแต่ละบุคคล การใหค้ วามรู้
และสง่ เสริมการออกกาลงั กายอย่างต่อเนื่องและถูกวิธีเพ่ือให้กลา้ มเนอื้ มคี วามแข็งแรงและยืดหยุน่
ป้องกนั ภาวะบาดเจ็บของกล้ามเนอ้ื ข้อต่อ และเนื้อเยือ่ ท่อี าจเกิดตามมาจากการออกกาลังแบบผิดวิธี
รวมถึงชว่ ยลดความเส่ยี งของโรคอนื่ ๆ ท่ีอาจเกดิ ตามมาไดใ้ นระยะยาว และเมอื่ มีอาการเกดิ ขน้ึ และ
ไมส่ ามารถทุเลาไดด้ ว้ ยการดแู ลตัวเอง เช่น การพักผ่อน นอนหลบั การนวด หรือการยดื กลา้ มเนือ้
เพื่อผ่อนคลาย ก็ควรมาพบแพทยเ์ พ่ือขอคาปรกึ ษา และตรวจหาสาเหตขุ องอาการทีเ่ กิดขน้ึ วา่ เปน็
จากโรคทางระบบกล้ามเนื้อและกระดกู หรือมีภาวะซ่อนเร้นอืน่ ๆ เพื่อจะไดว้ เิ คราะหต์ ้นเหตแุ ละ
ใหก้ ารรกั ษาปวดหลังได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสมต่อไป
2.3 สุขภาพ
1. ความหมายของสุขภาพดี
สภาวะอันสมบูรณ์ของรา่ งกาย สภาพจิตใจ และสงั คมของบุคคล โดยไม่มโี รคภัยไข้เจบ็
หรือไม่มีความบกพร่องใด ๆ ท้ังส้ิน ถึงแม้จะเป็นนิยามทีถ่ ูกวพิ ากษ์วิจารณ์กันวา่ ไม่ได้เป็นตวั ชว้ี ัด
ทช่ี ดั เจนและมปี ระเด็นปญั หาที่ตามมาจากการใช้คาวา่ "สมบูรณ"์ แตก่ ็ถือว่านยิ ามนเี้ ปน็ นิยามทไ่ี ดร้ ับ
การยอมรับมากทีส่ ดุ อยู่ในตอนน้ี และเป็นเกณฑท์ ีเ่ ป็นทีน่ ิยมมากท่ีสุดในการนิยามวัดองคป์ ระกอบ
ของสุขภาพ ในปจั จุบนั องค์การอนามยั โลกแห่งสหประชาชาติ [WHO] ได้ใหค้ าจากดั ความเก่ยี วกับ
สุขภาพไวว้ า่ สุขภาพดีคือการมสี ขุ ภาพกาย สขุ ภาพจิตและสวสั ดิภาพทางสงั คม อยใู่ นสภาพดี
ไมไ่ ดห้ มายความเพยี งวา่ ไม่มีการเจ็บป่วยหรือไม่มีทุกข์กังวลกับการเจบ็ ปว่ ยเท่าน้ัน ในทางการแพทย์
คาวา่ สขุ ภาพดไี ม่มีกาหนดค่าท่แี นน่ อนตายตัว ข้ึนอยู่กับสภาพความเหมาะสมของแต่ละคน ไม่อาจใช้
หลกั เกณฑเ์ ดยี วกันในการวัดค่าตา่ ง ๆ เชน่ ความดันโลหติ ระดับนา้ ตาลในเลือดได้กบั ทุกคน
สุขภาพแบง่ เป็น 2 ประเภท
1.1 สขุ ภาพทางด้านของร่างกาย
สขุ ภาพกาย หมายถงึ สภาวะของร่างกายท่ีมีความแขง็ แรง สมบรู ณ์ และเจริญเตบิ โต
อย่างปกติ ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทางานอย่างปกติและมีประสทิ ธิภาพ และร่างกายจะต้อง
ต้านทานโรคได้ดี ไม่มโี รคภยั หรอื ทุพพลภาพ
1.2 สุขภาพทางด้านของจิตใจ
สขุ ภาพจิต หมายถึง การมสี ภาวะจิตใจทด่ี ี สดชื่นแจ่มใส และสามารถควบคุมสภาวะ
จติ ใจให้คงที่ไดเ้ ป็นปกติ สามารถปรับตัวเข้ากบั สงั คมส่ิงแวดลอ้ มได้ดี สามารถเผชญิ หนา้ กับปญั หา
ตา่ ง ๆ ไดด้ ี และไม่มคี วามขดั แย้งหรอื สับสนภายในจิตใจ
2. ความสาคญั ของสุขภาพดี
สขุ ภาพกายและสุขภาพจิตเป็นเร่ืองที่สาคัญอย่างมากสาหรบั ทุกคน เพราะการทจี่ ะ
ดารงชีวติ ได้อยา่ งปกติน้ัน จะต้องมรี า่ งกายที่แขง็ แรงและมีจติ ใจที่มคี วามสุข เพราะจะส่งผลให้
การปฏิบตั ิกจิ วตั รประจาวนั ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน การทางานเป็นไปดว้ ยดแี ละมีประสิทธภิ าพ
แต่ในทางตรงกนั ขา้ ม ถ้าสุขภาพกายและสขุ ภาพจติ ไมส่ มบูรณอ์ าจจะทาให้ประสิทธภิ าพในการปฏิบัติ
กิจวตั รประจาวันลดลง ดังนนั้ การทีเ่ ราหม่ันดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจอยใู่ ห้ดีอย่เู สมอจะสง่ ผลให้
การดาเนนิ ชีวติ ประจาวนั เปน็ ไปอย่างมีประสิทธภิ าพ เพราะมีร่างกายทแ่ี ขง็ แรงและจิตใจท่ีเขม้ แขง็
3. ลกั ษณะของผู้ทมี่ ีสขุ ภาพร่างกายท่ีดี
3.1 มีสุขภาพรา่ งกายท่ีแข็งแรงสมบูรณ์
3.2 อวยั วะตา่ ง ๆ ของรา่ งกายท้ังภายในและภายนอกสามารถทางานได้อย่างปกติ
3.3 ร่างกายไม่ทุพพลภาพ
3.4 ร่างกายเจรญิ เติบโตได้ตามปกติ
4. ลกั ษณะของผู้ทมี่ ีสุขภาพจิตทด่ี ี
4.1 มีสภาวะอารมณท์ ่ีม่นั คง และสามารถควบคุมอารมณ์ได้
4.2 มคี วามกระตือรือรน้ ไมม่ ีความย่อท้อ เหนอ่ื ยหน่าย หรอื หมดหวงั ในชวี ติ
4.3 มีความสดชื่น เบิกบาน แจ่มใส ไมเ่ ครียด ไม่มคี วามวิตกกังวลใจจนเกินไป
4.4 มีความร้สู กึ ดี ๆ ต่อผู้อ่ืน และมองโลกในแง่ดี
4.5 รู้จักตนเองและเขา้ ใจผอู้ ่นื ดเี สมอ
4.6 มีความเป็นตัวของตัวเอง และมีความเช่ือม่ันในตวั เอง
4.7 กลา้ เผชิญหนา้ กบั ปัญหา และสามารถตัดสินใจแก้ปัญหาไดอ้ ย่างถูกตอ้ งและรวดเรว็
4.8 สามารถปรบั ตัวเข้ากับสงั คมและสิ่งแวดลอ้ มได้อย่างดี
4.9 มกี ารแสดงออกอย่างเหมาะสม เม่ือมีอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจ
4.10 สามารถแสดงความยินดตี อ่ ผอู้ น่ื อย่างจรงิ ใจ
5. วิธีการดูแลสุขภาพของตนเอง
โดยธรรมชาตขิ องมนษุ ย์ เมอ่ื เกิดปญั หาต่าง ๆ ขึน้ ในชีวติ ก็จะพยายามหาทางแก้ปัญหา
ดว้ ยตวั เองเปน็ อนั ดับแรก เมื่อรู้วา่ ไมส่ ามารถแก้ปญั หาได้เองกจ็ ะแสวงหาความชว่ ยเหลือจากผู้อืน่
ในเรื่องความเจ็บป่วยหรือปัญหาสขุ ภาพก็เชน่ เดยี วกนั ทุกคนต้องการท่ีจะดูแลตนเอง
ใหม้ สี ขุ ภาพดีอยเู่ สมอ ดังนัน้ กลา่ วได้วา่ “การดูแลสขุ ภาพตนเอง เป็นกิจกรรมที่บุคคลแตล่ ะคน
ปฏิบัติ และยึดเปน็ แบบแผนในการปฏิบตั ิ เพ่ือให้มีสขุ ภาพดี”
การดแู ลสุขภาพตนเอง ให้มีสขุ ภาพสมบรู ณ์ และแข็งแรงอยูเ่ สมอ จะตอ้ งปฏิบัตกิ จิ กรรม
ในดา้ นการสง่ เสริมสุขภาพอย่างสม่าเสมอ ในชีวติ ประจาวนั โดยยดึ หลักสขุ บญั ญัติ 10 ประการ
และสารวจสุขภาพตนเอง ดงั นี้
5.1 ดแู ลรักษารา่ งกายและของใชใ้ ห้สะอาด
- อาบนา้ ทุกวนั อย่างน้อยวันละ 2 ครง้ั
5.1.1 การรกั ษาอนามยั ของดวงตา
- อ่าน หรอื เขียนหนงั สอื ในระยะห่างประมาณ 1 ฟุต โดยมีแสงสว่าง
เพยี งพอ แสงเขา้ ทางด้านซา้ ย หรือตรงข้ามกับมือท่ีถนัด หากรู้สึกเพลยี สายตา ควรพักผ่อนสายตา
โดยการหลบั ตา หรือมองไปไกล ๆ ช่วั ครู่
- ดูโทรทศั นใ์ นระยะห่างอย่างนอ้ ย 1 เมตรคร่งึ
- บารงุ สายตาดว้ ยการรับประทานอาหารท่ีมีคณุ ค่า เชน่ มะละกอสกุ
ฟักทอง และผักบุง้ เปน็ ตน้
- ใส่แว่นกันแดด ถา้ จาเปน็ ต้องมองในที่ ๆ มีแสงสวา่ งมากเกินไป
- ตรวจสายตาอย่างนอ้ ยปลี ะ 1 ครัง้ โดยแผน่ ทดสอบสายตา (E-Chart)
ถ้าสายตาผิดปกติ ให้พบจกั ษุแพทย์ เพ่ือตรวจสอบ และประกอบแวน่ สายตา
5.1.2 การรักษาอนามัยของหู
- เชด็ บริเวณใบหู และรหู ู เทา่ ท่ีนิ้วจะเข้าไปได้ ห้ามใชข้ องแข็งแคะเขยี่
ใบหู รูหู
- คนท่มี ีประวตั วิ า่ มีการอักเสบของหู ต้องระวังไม่ใหน้ า้ เข้าหเู ด็ดขาด
- หากมนี ้าเขา้ หู ใหเ้ อยี งหขู ้างนน้ั ลง นา้ จะค่อย ๆ ไหลออกมาได้เอง
หรือใช้ไม้พันสาลีเชด็ บริเวณชอ่ งหดู า้ นนอก
5.1.3 ใสเ่ สือ้ ผ้าทส่ี ะอาด ไม่อับชนื้ และใหค้ วามอบอ่นุ เพียงพอ
- การรักษาความสะอาดของเสอื้ ผา้ เครื่องนุ่งหม่ และเคร่อื งนอน
เป็นสิ่งสาคัญ เส้ือผ้าที่ใชแ้ ลว้ ทั้งช้ันนอกและชนั้ ใน ตอ้ งมกี ารทาความสะอาดด้วยสบู่ หรอื ผงซกั ฟอก
ทกุ ครง้ั นาไปผึง่ หรอื ตากแดดให้แห้ง ประการสาคัญ การสวมเส้อื ผา้ ตอ้ งใช้ให้เหมาะสมกับ
สภาพอากาศ ไม่ใสเ่ ส้อื ผา้ ซา้ ๆ หรือซักไมส่ ะอาด อบั ช้ืน เพราะจะทาให้เกิดโรคผิวหนงั ได้
5.2 รักษาฟันใหแ้ ขง็ แรง และแปรงฟันทุกวันอยา่ งถูกต้อง
แปรงฟนั อย่างน้อยวันละ 2 ครงั้ หลีกเล่ียงขนมหวาน แปรงฟนั หรอื บ้วนปาก
หลังรับประทานอาหาร ไม่ใชฟ้ นั ขบเคย้ี วของแขง็
5.3 ล้างมือใหส้ ะอาดก่อนรับประทานอาหาร และหลังการขบั ถา่ ย
ควรลา้ งมอื ใหส้ ะอาดทุกครัง้ ก่อนและหลงั การปรุงอาหาร รวมทั้งก่อนรบั ประทาน
อาหาร และหลงั การขับถา่ ย เปน็ การป้องกนั การแพรเ่ ชื้อและตดิ เชื้อโรคได้ ควรล้างมือใหถ้ กู วธิ ี ดังน้ี
- ให้มือเปยี กน้า ฟอกสบู่ ถใู หท้ ว่ั ฝ่ามอื ดา้ นหน้าและดา้ นหลงั มอื
- ถตู ามงา่ มน้ิวมือและซอกเล็บใหท้ ่ัว เพอ่ื ใหส้ ง่ิ สกปรกหลดุ ออกไป พร้อมท้ังถูข้อมอื
- ลา้ งน้าใหส้ ะอาด แลว้ เช็ดมือให้แหง้ ด้วยผา้ ที่สะอาด
5.4 รับประทานอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอนั ตราย และหลกี เลี่ยงอาหารรสจดั
สีฉูดฉาด
- เลอื กซ้อื อาหารสด สะอาด ปลอดสารพิษ โดยคานงึ ถึงหลัก 3 ป. คอื ประโยชน์
ปลอดภยั ประหยัด
- ปรงุ อาหารท่ีถูกสุขลักษณะ และใช้เคร่อื งปรงุ รสท่ถี ูกต้อง โดยคานงึ ถงึ หลัก 3 ส.
คอื สงวนคุณค่า สกุ เสมอ สะอาดปลอดภัย
- รบั ประทานอาหารใหค้ รบ 5 หมู่ เพียงพอต่อความต้องการของรา่ งกาย
- รบั ประทานอาหารปรุงสุกใหม่ และใชช้ อ้ นกลางในการรับประทานอาหารรว่ มกนั
- หลกี เลี่ยงการรับประทานอาหารสกุ ๆ ดบิ ๆ อาหารรสจัด อาหารใส่สีฉดู ฉาด
- ดื่มน้าสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
5.5 งดบหุ รี่ สุรา สารเสพตดิ การพนัน และการสาสอ่ นทางเพศ
- ไม่เสพสารเสพตดิ ทกุ ชนดิ เชน่ บุหรี่ สุรา ยาบา้ กญั ชา กาว ทินเนอร์
- งดเลน่ การพนันทุกชนิด
- ไม่มัว่ สุมทางเพศ
5.6 สรา้ งความสมั พันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น
- ทุกคนในครอบครวั ชว่ ยกนั ทางานบา้ น
- มีการปรึกษาหารือ และแสดงความคดิ เหน็ ร่วมกนั
- การเผอ่ื แผ่นา้ ใจซงึ่ กนั และกัน
- การทาบญุ และได้ทากิจกรรมสนกุ สนานร่วมกนั
5.7 ป้องกันอบุ ตั ิเหตุดว้ ยความไมป่ ระมาท
- ดูแล ตรวจสอบ และระมดั ระวงั อปุ กรณเ์ คร่ืองใช้ภายในบ้าน เช่น ไฟฟ้า เตาแกส๊
ของมคี ม ธปู เทยี นท่ีจุดบชู าพระ และไมข้ ีดไฟ
- ระมัดระวังเพื่อป้องกันอบุ ัติภยั ในท่สี าธารณะ เช่น การใช้ถนน โรงฝึกงาน สถานที่
กอ่ สร้าง และชมุ ชนแออดั เป็นต้น
5.8 ออกกาลังกายสม่าเสมอ และตรวจสุขภาพประจาปี
การออกกาลงั กายช่วยใหร้ ่างกายแข็งแรง เจริญเตบิ โตสมวัย กระต้นุ ให้กระดูกยาว
และแข็งแรงขน้ึ ทาใหส้ งู สงา่ บคุ ลิกดี และยังชว่ ยผอ่ นคลายความเครียดจากการทางาน ตลอดจนเพ่ิม
ภมู ติ า้ นทานแกร่ ่างกาย โดย
- ออกกาลังกายอย่างน้อยสปั ดาห์ละ 3 วนั ครัง้ ละ 20-30 นาที
- ออกกาลงั กาย และเลน่ กีฬาให้เหมาะสมกบั สภาพรา่ งกาย
- ตรวจสอบสขุ ภาพประจาปีอยา่ งน้อยปลี ะคร้ัง
5.9 ทาจติ ใจให้ร่าเรงิ แจ่มใสอยู่เสมอ
- พักผ่อน และนอนหลับใหเ้ พียงพอ
- จดั ส่ิงแวดลอ้ มทง้ั ในบา้ น และนอกบา้ นให้น่าอยู่
- มองโลกในแง่ดี ให้อภยั และยอมรบั ข้อบกพรอ่ งของคนอื่น
- เมอื่ มปี ญั หาไม่สบายใจ ควรหาทางผอ่ นคลายในทางท่ถี ูกต้องเหมาะสม
5.10 มสี านกึ ตอ่ สว่ นรวม ร่วมสร้างสรรค์สงั คม
ใชท้ รพั ยากร เชน่ นา้ ไฟ อยา่ งประหยดั หลกี เลย่ี งการใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ทีก่ ่อให้
เกิดพิษตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม เชน่ ถุงพลาสตกิ โฟม ตลอดจนการร่วมมือกัน รักษาความสะอาด
และเป็นระเบียบของสถานที่ทางาน และที่พัก เปน็ ตน้
2.4 สิ่งประดิษฐ์
1. ความหมายของสิง่ ประดิษฐ์
หมายถงึ งานที่เกิดจากการใช้ความคิดสรา้ งสรรค์ของมนษุ ย์สรา้ งหรอื ประดิษฐ์ขนึ้
ตามวัตถุประสงคท์ ีห่ ลากหลาย หรอื เพื่อความสวยงาม หรือประดบั ตกแตง่ หรือเพื่อประโยชนใ์ ช้สอย
2. ความเป็นมาของงานประดิษฐ์
ส่ิงประดษิ ฐเ์ กิดขึน้ เพราะมนุษยเ์ ป็นผ้สู รา้ งผูพ้ ัฒนา ปรับปรุง และเปล่ียนแปลงแบบผลงาน
ด้วยความคิดสรา้ งสรรค์ที่มอี ยู่ในแตล่ ะบุคคล มีวตั ถุประสงค์ในการสรา้ งส่งิ ประดษิ ฐ์เพ่ือตอบสนอง
ความต้องการด้านประโยชน์ใชส้ อย งานประดิษฐม์ ีความสัมพนั ธแ์ ละเก่ียวข้องกับชวี ติ ประจาวัน
ของคนไทยตัง้ แตส่ มยั โบราณ เกี่ยวขอ้ งกับขนบธรรมเนียมและประเพณีทางศาสนา
3. หลกั การสรา้ งสรรคง์ านประดิษฐ์
การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ใหป้ ระดษิ ฐใ์ หป้ ระสบผลสาเร็จน้นั ผ้เู รียนต้องมีความพงึ พอใจ
ในการทางาน โดยยดึ หลักการดงั น้ี
3.1 หมน่ั ศกึ ษาหาความรู้ในงานทีต่ นเองสนใจ โดยศึกษาจากผูเ้ ช่ยี วชาญการในชมุ ชน
โรงเรียน หรอื จากตัวอยา่ งสงิ่ ประดษิ ฐ์ท่สี นใจ
3.2 ศึกษาหลกั การ วิธีการ หรอื ข้นั ตอนการปฏิบัตงิ าน ในการประดิษฐช์ ้ินงานโดยการ
วเิ คราะหด์ ว้ ยตนเองหรอื ศึกษาจากผรู้ ู้ ผู้เช่ยี วชาญ หรอื จากส่อื ต่าง ๆ เชน่ วารสาร หนงั สือ เป็นต้น
3.3 ทดลองการปฏิบตั กิ ารประดิษฐ์ ผเู้ รียนต้องศกึ ษาคน้ คว้าและทดลองปฏิบตั ิตาม
แนวคดิ ทีไ่ ด้สรา้ งสรรคไ์ ว้ และมกี ารปรับปรงุ แกไ้ ขข้อบกพร่องจนสาเรจ็ เปน็ ช้นิ งานประดิษฐ์
ทพ่ี ึงพอใจ
4. ทมี่ าและความสาคัญของสิง่ ประดษิ ฐ์
ในปัจจุบนั โลกของเราพัฒนาไปอยา่ งรวดเร็วมาก พร้อมกันนน้ั โลกของเรากเ็ ปล่ยี นแปลงไป
เช่นกนั โลกรอ้ นข้ึนเพราะมนุษย์ใชท้ รัพยากรอย่างส้นิ เปลอื งไม่คานงึ ถงึ ว่าทรพั ยากรจะหมดหรือ
สญู หายไปจากโลกนี้ ดงั น้ัน จึงไดม้ ีการคดิ ประดิษฐ์สง่ิ ของเหลือใชจ้ ากวัสดเุ หลอื ใช้ เช่น กระป๋องเบียร์
ขวดพลาสตกิ นาส่งิ ทห่ี ลายคน ๆ คิดว่าเปน็ ขยะมาทาเปน็ ของท่นี า่ สนใจขน้ึ มา และยังเป็นการเดิน
ตามรอยพระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร นั่นคอื เศรษฐกิจพอเพียง
ซง่ึ เป็นเศรษฐกิจพอเพยี งทผ่ี สมผสานหลายส่งิ หลายอย่างเข้าดว้ ยกนั เป็นการบูรณาการเรื่องเศรษฐกจิ
พอเพยี งเข้ากบั เร่ืองของภาวะโลกรอ้ น การสร้างสรรคง์ านประดิษฐจ์ ากเศษวัสดทุ ยี่ ่อยสลายยากจาก
วสั ดุเหลือใชป้ ระเภทพลาสติก ซงึ่ เปน็ ของเหลือใช้หรือขยะท่ีมีอยู่ทกุ ที่ ซึ่งนับวันปรมิ าณจะเพิ่มขึน้
เร่อื ย ๆ ดังน้ันการประดิษฐจ์ ากเศษวัสดทุ ี่ย่อยสลายยากจากขยะประเภทพลาสติกจงึ เปน็ วิธีหนง่ึ ท่ีจะ
ช่วยลดปริมาณขยะ และนาของเหลอื ใชน้ ้ีมาใช้ หรือดัดแปลงใหเ้ กิดประโยชนไ์ ด้ โดยนามาประดิษฐ์
เปน็ ของเล่น ของประดบั ตกแต่ง และของใชต้ ่าง ๆ เพื่อเป็นการสรา้ งความรู้ความเขา้ ใจและสร้าง
จิตสานกึ ท่ีดตี ่อการรักษาสง่ิ แวดลอ้ ม อีกทัง้ ยังเปน็ การนาเศษสิ่งของเหลอื ใช้มาประดษิ ฐ์เปน็ ของใช้
ของตกแตง่ แทนการทง้ิ ใหส้ ูญเปล่า ซง่ึ จะมผี ลกระทบต่อสภาพแวดลอ้ มในชมุ ชน และช่วยลดการเกดิ
ภาวะโลกร้อน ขอเชญิ ชวนนกั ประดษิ ฐส์ รา้ งสรรค์ชว่ ยกนั นาเศษวสั ดเุ หลอื ใช้ หรือวัสดทุ เ่ี ปน็ ขยะ
ตา่ ง ๆ นามาคิดคน้ ประดษิ ฐ์เป็นสง่ิ ของรูปแบบต่าง ๆ เพ่อื ช่วยลดปริมาณขยะทย่ี อ่ ยสลายยากให้
ลดลง และลดปริมาณการผลิตสง่ิ ที่เปน็ เหตขุ องการเกดิ ภาวะโลกรอ้ นข้นึ และช่วยกนั ประชาสัมพันธ์
บอกต่อ ๆ กนั ให้ทราบวา่ วัสดุเหลือใช้ เศษวัสดุ และขยะยังมคี า่ สามารถนามาใชท้ าประโยชนไ์ ด้อีก
มากมาย ถา้ เราคิดคน้ สรา้ งสรรคช์ นิ้ งานต่าง ๆ ใหส้ วยงามและคงคุณค่าไว้ได้ และที่สาคัญเพ่ือเปน็ การ
ชว่ ยลดภาวะโลกรอ้ น
5. ประโยชน์ของงานประดิษฐ์
5.1 งานประดษิ ฐ์มคี วามสมั พนั ธ์เก่ียวขอ้ งกบั ชีวิตประจาวันของไทย
5.2 งานประดษิ ฐม์ ีความสมั พันธเ์ กย่ี วขอ้ งขนบธรรมเนียมและประเพณีทางศาสนา
5.3 งานประดษิ ฐช์ ว่ ยให้เกดิ ความรัก ความสามัคคใี นหมู่คณะ
5.4 งานประดิษฐ์ช่วยให้การทางานของสมองและประสาทสัมผัสประสานสัมพนั ธ์กนั
5.5 ใช้เป็นเครือ่ งประดบั ตกแตง่ ของเล่น ของขวัญท่ีระลึก
5.6 ร้จู ักใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์
5.7 เปน็ การฝึกลกั ษณะนิสัยในการทางานใหม้ ีความอดทน
2.5 งานวิจยั ทเี่ กี่ยวข้อง
กติ ติ อนิ ทรานนท์ (2533) ไดศ้ ึกษาลักษณะทา่ ทางการนัง่ ทางานพบว่า ปญั หาของ
สถานทที่ างานที่ไมเ่ หมาะสมกับผ้ปู ฏบิ ัตงิ านท่เี กิดขนึ้ ภายหลังจากการผลติ แบบตอ่ เน่ือง (Mass
Production) ผลทไี่ ดจ้ ากการวจิ ัยสถานที างานที่เหมาะสม ควรมีความสงู ของโตะ๊ สงู กวา่ ความสูง
ของข้อศอกจากพนื้ ขณะน่ัง 4 ซม. ความลาดเอียงของพนื้ โต๊ะควรเปน็ 15 องศา และเก้าอีน้ ัง่ ควรมี
ระดับความสงู เท่ากบั หรือต่ากว่าความสงู ของข้อพับเข่าด้านในไม่เกนิ 1 ซม. ซงึ่ การจะนาผลการวิจัยน้ี
ไปประยุกตใ์ ชใ้ นอุตสาหกรรมนน้ั อาจจะมีข้อจากัดอยู่ในลกั ษณะงานทีท่ าเพยี งคนเดยี ว เช่น กจิ กรรม
เย็บผ้า เปน็ ตน้
ปนดั ดา ชานาญสขุ (2557) กลา่ วว่างานเยบ็ จกั รอุตสาหกรรมเปน็ งานท่ีพนักงานต้องนงั่
ทาซา้ ๆ ตลอดท้ังวันในทว่ งท่าที่มีความจากดั พฤตกิ รรมในการน่ังทางานเช่นนี้ส่งผลต่อความลา้
ของทางร่างกาย ก่อให้เกิดปัญหาด้านรา่ งกายหลาย ๆ ดา้ น เช่น อาการปวดเม่ือยคอ ไหล่ แขน มือ
นิ้วมือ เท้า และปวดหลงั อกี ท้งั ยังส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจในการทางาน ผลงานจะลดลง
และยงั ทาให้เกดิ อบุ ัติเหตุได้ ซ่ึงหากการนง่ั ทางานของการเย็บจกั รอตุ สาหกรรมน้นั เกดิ ความล้าสะสม
เป็นเวลานาน ผลกระทบท่ีจะตามมานน้ั มีดว้ ยกนั หลายประการ เช่น ผลกระทบต่อตนเองในการเกดิ
โรคตา่ ง ๆ ทต่ี ้องพบแพทยเ์ พ่ือรับการรักษา ก่อให้เกิดการขาดงาน หากไม่มีการปรบั ปรงุ แกไ้ ขสภาพ
หรอื ลักษณะการทางาน หรอื อปุ กรณ์ในการทางานใหด้ ีขึ้น เพราะความล้าเป็นสัญญาณของ
ความเหนื่อยออ่ นหรือแม้แต่สุขภาพความเจบ็ ป่วยร่างกายซ่ึงไมเ่ ป็นท่ีพึงปรารถนาอย่างแนน่ อน
ธยา ภริ มย์ และพันธย์ ศ วรเชฐวราวัตร์ (2555) ได้ศกึ ษาพฤติกรรมและวิเคราะหท์ ่านัง่
ทางานของพนักงานเย็บจักรในอตุ สาหกรรมเคร่อื งนงุ่ หม่ ไทย และผลกระทบด้านความเมื่อยลา้
ทีเ่ กิดข้นึ จากการทางาน เพ่ือหาสาเหตทุ ีเ่ ป็นทมี่ าของความปวดเมือ่ ยของรา่ งกายในสว่ นตา่ ง ๆ
โดยมปี ระชากรกลุ่มเป้าหมายเป็นพนักงานเย็บทงั้ หมด 50 คน โดยแบบสอบถามประเมินลกั ษณะ
การทางานจากภาพถ่ายและวเิ คราะหผ์ ลดว้ ย RULA ผลการวิจัยพบว่า พนกั งานมอี าการปวดเมอ่ื ย
จากการทางานบริเวณไหล่ขวา คดิ เปน็ ร้อยละ 44.9 รองลงมาคือบรเิ วณไหล่ซ้ายและคอ คดิ เป็น
รอ้ ยละ 40.8 และบรเิ วณหลังสว่ นลา่ งคิดเป็นร้อยละ 34.7 ซึง่ มสี าเหตุมาจากความสูงของโต๊ะจักร
และเก้าอ้ีท่ีใชใ้ นการนัง่ ทางานมีความสูงไมเ่ หมาะสมกับพนักงาน ทาให้มีลกั ษณะการนง่ั ทางาน
ที่ตอ้ งมีการกม้ และโนม้ ตวั ไปข้างหน้ามาก ซ่ึงเปน็ สาเหตขุ องอาการปวดเมอื่ ย อกี ท้ังสภาพแวดลอ้ ม
ในการทางานยังมีอากาศร้อน จึงเป็นปัจจยั หนง่ึ ทสี่ ่งผลใหพ้ นกั งานเกดิ ความเครยี ดในการทางาน
และเกิดการเจ็บป่วยเกดิ ข้นึ ตามมา ซ่งึ โรคทีเ่ ก่ียวข้องกับความเมอ่ื ยล้าทีพ่ นักงานเป็นมากท่สี ดุ
ได้แก่ โรคปวดหัวไมเกรน คิดเป็นรอ้ ยละ 12.12 ผลจากการวเิ คราะหภ์ าพถ่ายดว้ ย RULA
ปรากฏวา่ ระดบั คะแนนที่มีความถ่ีมากทส่ี ุดคือระดับคะแนน 5-6 คดิ เป็นรอ้ ยละ 62 และระดบั
คะแนนท่ีมคี วามถนี่ ้อยทีส่ ุดคือระดับคะแนน 3-4 คิดเปน็ ร้อยละ 32 จากระดับคะแนนทั้งหมด
มคี ่า 3 เท่ากบั 5.3 แสดงใหเ้ ห็นว่างานน้นั เรม่ิ มปี ญั หาดา้ นการยศาสตร์ ควรมีการศึกษาเพม่ิ เตมิ
และรบี ดาเนนิ การปรบั ปรงุ แก้ไขลกั ษณะงานดังกลา่ วโดยเร็ว ผ้วู จิ ยั ได้เสนอแนะวิธีการปรับปรุง
การทางานไว้ 2 แนวทางคือ 1) ด้านสถานทที่ างาน ควรมีการปรบั ปรงุ โต๊ะจักรให้สามารถปรบั
ความสูงต่าได้และมคี วามเอยี งของพ้ืนโตะ๊ อยทู่ ่ี 10-20 องศา ส่วนเกา้ อ้คี วรเปน็ เก้าอ้ีที่สามารถ
ปรับความสงู ตา่ ได้ มพี นักพิงทพ่ี ักแขน และท่ีพักเท้าเพ่ือชว่ ยลดปญั หาอาการเมอื่ ยล้า 2) ดา้ นอุปกรณ์
ชว่ ยเสริมการทางาน เสนอแนะใหม้ ีการปรับปรุงโต๊ะเสริมให้มคี วามสูงเสมอกับโต๊ะจักร เพ่ือง่ายต่อ
การหยิบชิน้ งาน
ธยา ภิรมย์ และพนั ธ์ยศ วรเชฐวราวตั ร์ (2557) ไดศ้ ึกษาความเม่ือยล้าของพนกั งานเย็บ
ในโรงงานเครอ่ื งนงุ่ หม่ ขนาดกลางและขนาดใหญ่ เพ่ือเปรียบเทยี บความเม่ือยลา้ จากการนงั่ ทางาน
ของพนกั งานเย็บ โดยวเิ คราะห์ผลกระทบทเ่ี กิดจากการน่ังทางานทางการยศาสตรเ์ บ้อื งต้นด้วย
แบบสอบถามความเมอ่ื ยล้าและเทคนิค RULA (Rapid Upper Limb Assessment) ผลการวจิ ัย
พบวา่ งานนั้นมีปัญหาด้านการยศาสตร์โดยระดบั คะแนนที่มีความถ่ีมากทส่ี ดุ คือระดบั คะแนน 5-6
คิดเป็นรอ้ ยละ 62 ในภาพรวมความเมื่อยลา้ จากการนั่งทางานของพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม
เครื่องนุ่งห่มขนาดกลางและขนาดใหญ่ไม่แตกตา่ งกันอยา่ งมีนยั สาคัญ (p>0.05) จุดท่แี ตกต่างกัน
อยา่ งมีนัยสาคญั (p<0.05) ไดแ้ ก่ ความปวดเมื่อยจากการนั่งทางานบริเวณเทา้ ขวา มือ ขอ้ มือขวา
และขณะทางานมีการบิดหรือเอ้ยี วตัว โดยพบวา่ บริเวณท่พี นักงานมีอาการปวดเมอ่ื ยมากท่สี ดุ คอื
บริเวณไหล่ซ้าย คิดเป็นร้อยละ 46.8 รองลงมาคือไหล่ขวา คิดเปน็ รอ้ ยละ 42.5 และคอซา้ ย
คิดเปน็ ร้อยละ 39.8 ซึ่งมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมในการนัง่ หลังตรงเอนไปขา้ งหนา้ มีการบดิ ตัว
หรอื เอีย้ วตวั เพ่ือหยิบชน้ิ งานอยู่บอ่ ยครงั้ และเก้าอท้ี ่ีใชใ้ นการนัง่ ทางานมีความสงู ไมเ่ หมาะสมกบั
พนกั งาน อีกท้งั สภาพแวดล้อมในการทางานยงั มอี ากาศร้อนจงึ เป็นปจั จยั หนึ่งที่สง่ ผลให้พนกั งาน
เกดิ ความเครียดในการทางาน และเกดิ การเจบ็ ปว่ ยขึน้ ตามมา ซึง่ โรคทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั ความเมอื่ ยล้า
ทพ่ี นักงานเป็นมากที่สดุ คอื โรคปวดหวั ไมเกรน คิดเปน็ รอ้ ยละ 58.1
สมพศิ พนั ธเุ จริญศรี (2539) ไดป้ รบั ปรุงที่ทางานเพ่ือลดความเม่ือยลา้ ในกลุ่มคนงานหญงิ
เยบ็ จักรอตุ สาหกรรม ในการวิจัยได้สารวจสถานการณป์ วดเมอื่ ยกลา้ มเนอื้ ของคนงานในรอบ 6 เดือน
ใน 2 สถานประกอบการ พบวา่ คนงานหญิงเยบ็ เส้ือแจ็กเก็ตปวดเมอ่ื ยไหลร่ อ้ ยละ 55.81 ปวดน่อง
รอ้ ยละ 52.23 ปวดสันหลงั บ้นั เอวร้อยละ 47.67 และคนงานหญิงเย็บเส้ือยดื ปวดน่องร้อยละ
40.58 ปวดสนั หลังบัน้ เอวรอ้ ยละ 28.99 ปวดสนั หลังส่วนบนร้อยละ 21.74 จึงทดลองปรบั ปรงุ
บริเวณท่ที างาน พบวา่ อาการปวดนอ่ งและปวดสันหลงั ภายหลงั การให้บรเิ วณที่ทางานลดลง
และคนงานรสู้ ึกสบายขึ้น นอกจากนย้ี ังพบวา่ ความสามารถในการใช้เทา้ กดแปน้ ไม่มีความสมั พันธ์
กบั ความรสู้ กึ เม่ือยล้า และความรู้สึกสบายเม่ือน่งั เก้าอี้
ธนพล เจรญิ สตั ย์สุนทร (2556) โครงงานสง่ิ ประดษิ ฐ์ชั้นวางหนงั สือ เป็นแนวความคิด
ทไี่ ด้มาจากการพฒั นาคุณภาพของวสั ดอุ ปุ กรณท์ ี่ชารดุ และใช้การไม่ไดใ้ ห้เกิดคุณค่าและมีประโยชน์
เพมิ่ ข้ึน ขัน้ ตอนการประดษิ ฐ์นั้นไดน้ าเอาโครงเกา้ อี้ที่ชารุดมาดดั แปลงเปน็ ชั้นวางของ และนาไม้อัด
มาประกอบจัดทาเปน็ ลน้ิ ชักเข้าดว้ ยกนั โดยอาศยั หลกั ความรู้และสอบถามผู้มีประสบการณด์ า้ นชา่ ง
มาสร้างรปู แบบการทาชน้ั วางของเอนกประสงค์ และจัดหาวสั ดุธรรมชาตใิ นทอ้ งถ่ิน เชน่ ไมไ้ ผ่
มาจกั สานลวดลายประกอบเพ่อื เพม่ิ สสี นั ตกแตง่ ให้สวยงาม และใหเ้ กดิ ประโยชน์มากท่ีสุด ชน้ั วาง
ของนเรศวรวิจยั คร้งั ท่ี 13 วจิ ยั และนวตั กรรมขับเคลอื่ นเศรษฐกิจและสงั คม 1824 กลุ่มผลงานวจิ ัย
ทางศิลปะและผลงานสรา้ งสรรคเ์ อนกประสงค์จากโครงเกา้ อน้ี ี้ สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
เชน่ เก็บอุปกรณก์ ารเรยี น เส้ือผ้า และดา้ นบนของชน้ั ใช้เปน็ โตะ๊ สาหรบั วางอปุ กรณก์ ารเรยี น
พพิ ัฒน์ อภิรักษธ์ นากร (2551) ไดว้ ิจยั เร่อื ง ความรู้ความเข้าใจและแนวโน้มพฤตกิ รรม
การซอื้ ของผู้บรโิ ภคตอ่ เฟอรน์ ิเจอร์เพ่ือสงิ่ แวดล้อม พบว่า ผู้บริโภคมีความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกบั
เฟอร์นเิ จอร์เพ่ือสงิ่ แวดล้อมโดยรวมอยู่ในระดับดมี าก ไดแ้ ก่ การใช้เฟอร์นิเจอร์เพอ่ื ส่งิ แวดล้อม
เปน็ ประโยชน์ต่อสังคม การนาวัสดุทที่ ง้ิ แลว้ มาทาเฟอรน์ ิเจอรช์ ว่ ยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ
ช่วยลดปรมิ าณขยะ มีความคิดสรา้ งสรรค์ ชว่ ยลดปญั หามลพิษในอากาศ ช่วยอนรุ ักษพ์ ลังงาน
การรีไซเคลิ สามารถทาให้เกดิ การผลิตสินคา้ ชนิดใหม่ ลดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ผทู้ ่นี าขยะ
จากกระบวนการผลติ ตา่ ง ๆ ไปรีไซเคลิ น่ายกย่อง และเปน็ แบบอย่างที่ดีตอ่ คนในสังคม อยู่ในระดับ
ดมี าก การรีไซเคลิ ช่วยลดปญั หาเศรษฐกจิ ของประเทศ อยู่ในระดบั ดี มีเพียงการนาวัสดุท่ีทง้ิ แล้ว
มาทาเฟอรน์ เิ จอร์ ไม่มีความยุ่งยากซบั ซ้อนสามารถทาไดไ้ ม่มีปญั หาเร่ืองความแขง็ แรงทนทาน
อายกุ ารใช้งานนาน การลดขั้นตอนในกระบวนการผลิต ไม่เปน็ การเอาเปรยี บผู้บรโิ ภค และไม่ทาให้
คุณภาพของเฟอร์นเิ จอร์ต่าลง อย่ใู นระดบั ปานกลาง
บทที่ 3
วิธดี าเนินการ
ผจู้ ดั ทาไดด้ าเนนิ โครงการ Footrest Healthy ทวี่ างเท้ารักษาสขุ ภาพ มวี ธิ ีการดาเนนิ งาน
ดังต่อไปน้ี
3.1 การวางแผนวธิ ีดาเนนิ งาน
3.2 วสั ดุ และอุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการประดิษฐ์
3.3 ขัน้ ตอนการดาเนินงาน
3.1 การวางแผนวธิ ดี าเนนิ งาน
3.1.1 ออกแบบทวี่ างเทา้
3.1.2 จดั เตรียมวสั ดุ และอุปกรณท์ ีต่ ้องใชใ้ นการประดิษฐ์
3.2 วสั ดุ และอุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการประดษิ ฐ์
วัสดุ
3.2.1 ท่อ PVC
รูปภาพท่ี 1
3.2.2 ขอ้ ตอ่ ท่อ
รปู ภาพท่ี 2
3.2.3 กล่องกระดาษ A4
รปู ภาพท่ี 3
3.2.4 ใยโพลเี อสเตอร์
รปู ภาพท่ี 4
3.2.5 เศษผา้
รปู ภาพที่ 5
3.2.7 กระดาษสี
รูปภาพที่ 6
อปุ กรณ์
3.2.8 ดา้ ย
รปู ภาพท่ี 7
3.2.9 กรรไกร
รปู ภาพท่ี 8
3.2.10 คัตเตอร์
รูปภาพท่ี 9
3.2.11 เข็ม
รูปภาพท่ี 10
3.2.12 เทปใส
รูปภาพท่ี 11
3.3 ข้นั ตอนการดาเนินงาน
3.3.1 ตดั ท่อ PVC ออกเปน็ ทอ่ น ๆ ตามความยาวทีว่ ดั ไว้
รูปภาพที่ 12
3.3.2 ประกอบท่อ PVC เพ่ือทาเป็นโครง
รูปภาพท่ี 13
3.3.3 นาโครงทอ่ PVC ท่ีประกอบไว้ใสเ่ ข้าไปในกล่องกระดาษ A4
รูปภาพที่ 14
3.3.4 เจาะรูกล่องกระดาษ A4 ให้สามารถใสร่ องเทา้ เข้าไปได้
รูปภาพที่ 15
3.3.5 นาฝากลอ่ งหงายขน้ึ แลว้ เอามาตดิ กบั ดา้ นบนของกล่องกระดาษ A4
รปู ภาพที่ 16
3.3.6 ตกแตง่ กล่องกระดาษ A4 ด้วยกระดาษสี
รูปภาพท่ี 17
3.3.7 วดั ผา้ ตามขนาดฝากล่องกระดาษ A4
รูปภาพที่ 18
3.3.8 เย็บผ้าทว่ี ดั ไว้ให้เข้ากันเพ่อื ทาเป็นหมอน
รปู ภาพที่ 19
3.3.9 นาใยโพลีเอสเตอร์ใส่เขา้ ไปในหมอน
รูปภาพที่ 20
3.3.10 สอยปดิ ชอ่ งหมอน
รูปภาพที่ 21
3.3.11 นาหมอนทเ่ี ยบ็ ไวม้ าใสไ่ วบ้ นฝากล่อง
รูปภาพที่ 22
3.3.12 สิง่ ประดิษฐ์ Footrest Healthy ทว่ี างเท้ารกั ษาสขุ ภาพ
รปู ภาพที่ 23
บทที่ 4
ผลการดาเนนิ งาน
ผจู้ ัดทาไดด้ าเนนิ โครงการ Footrest Healthy ที่วางเท้ารักษาสุขภาพ โดยไดร้ วบรวม
ผลการดาเนินงานในการจดั ทาโครงการดงั หัวข้อต่อไปนี้
4.1 ผลการดาเนนิ งาน
4.2 สรุปแบบประเมินความพงึ พอใจ
4.1 ผลการดาเนนิ งาน
4.1.1 สามารถประดษิ ฐ์ Footrest Healthy ท่ีวางเทา้ รักษาสุขภาพ จานวน 6 อนั
4.1.2 ความพงึ พอใจต่อโครงการ Footrest Healthy ท่วี างเท้ารักษาสุขภาพ อยูใ่ นระดับ
มากท่ีสดุ คิดเปน็ รอ้ ยละ 4.60
4.2 สรปุ แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ
ตารางท่ี 1 สรปุ ตาแหน่งของผูป้ ระเมินเป็นร้อยละ
ตาแหน่ง จานวน (คน) ค่าเฉลยี่ (ร้อยละ)
ครู อาจารย์ 10 25
บุคลากร 5 12.5
นกั เรียน นักศึกษา 25 62.5
40 100
รวม
จากผลการวเิ คราะห์ สรปุ ไดด้ ังนี้คือ ผู้ประเมนิ ตาแหน่งครู อาจารย์ จานวน 10 คน
คดิ เป็นรอ้ ยละ 25 ผปู้ ระเมนิ ตาแหน่งบุคลากร จานวน 5 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 12.5 ผปู้ ระเมิน
ตาแหน่งนักเรยี น นกั ศึกษา จานวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 62.5
แผนภูมิแสดงร้อยละของตาแหนง่ ของผปู้ ระเมนิ
62.5% 25% ครู อาจารย์
12.5% บคุ ลากร
นักเรียน นกั ศกึ ษา
ตารางท่ี 2 สรปุ เพศผู้ประเมินเปน็ รอ้ ยละ
เพศ จานวน (คน) คา่ เฉล่ีย (ร้อยละ)
ชาย 5 12.5
หญงิ 35 87.5
รวม 40 100
จากผลการวิเคราะห์ สรุปไดด้ ังน้ีคือ ผู้ประเมินเพศชายจานวน 5 คน คดิ เป็นร้อยละ 12.5
ผู้ประเมนิ เพศหญงิ จานวน 35 คน คดิ เป็นร้อยละ 87.5
แผนภูมิแสดงรอ้ ยละของเพศผ้ปู ระเมิน
12.5% ชาย
87.5% หญงิ
ตารางที่ 3 สรุปแบบประเมินความพึงพอใจ ค่าเฉลีย่ ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และแปรผล
รายการ ค่าเฉลี่ย ค่าเบ่ียงเบน แปรผล
มาตรฐาน
1. ทีว่ างเท้าสามารถลดอาการปวดเมือ่ ยจากท่าน่ังในการทางาน 4.78 มากที่สดุ
ไดม้ าก S.D.
2. ที่วางเท้าสามารถเกบ็ รองเท้าได้อย่างเป็นระเบียบ และป้องกัน 4.65 0.42 มากท่สี ุด
ฝุ่นละออง
3. สามารถประยกุ ต์ใชว้ สั ดทุ ่ีหมดคุณคา่ ใหเ้ กิดประโยชน์ 4.50 0.48 มาก
4. มีความแขง็ แรง ทนทาน 4.45 มาก
5. ขนาดมีความเหมาะสมต่อการใช้งาน 4.83 0.55 มากทีส่ ดุ
6. ความประณีต สวยงาม 4.43 0.55 มาก
7. มีความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ 4.80 0.38 มากทส่ี ดุ
8. นา้ หนักเบา 4.60 0.55 มากทีส่ ดุ
9. ความคุ้มค่าในการลงทนุ 4.33 0.46 มาก
10. สามารถต่อยอดสู่เชงิ พาณชิ ยไ์ ด้ 4.65 1.55 มากที่สดุ
4.60 0.66 มากทสี่ ดุ
รวม 0.58
0.52
หมายเหตุ
เกณฑก์ ารหาค่าเฉลี่ย โดยกาหนดค่าเป็น 5 ระดบั ดังนี้
4.51 – 5.00 หมายถงึ มีความพึงพอใจในระดับมากทสี่ ุด
3.51 – 4.50 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจในระดับมาก
2.51 – 3.50 หมายถึง มคี วามพึงพอใจในระดับปานกลาง
1.51 – 2.50 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจในระดบั น้อย
1.00 – 1.50 หมายถงึ มีความพึงพอใจในระดบั น้อยท่สี ุด
จากผลการวิเคราะห์ สรปุ ไดด้ ังนี้ คือ ระดับความพงึ พอใจมากที่สดุ ได้แก่ ขนาดมีความ
เหมาะสมต่อการใชง้ าน (ข้อ 5) คิดเป็นรอ้ ยละ 4.83 รองลงมาได้แก่ มคี วามคดิ สร้างสรรค์ในการ
ออกแบบ (ขอ้ 7) คิดเป็นร้อยละ 4.80 ท่วี างเทา้ สามารถลดอาการปวดเมื่อยจากท่านัง่ ในการทางาน
ไดม้ าก (ข้อ 1) คิดเปน็ ร้อยละ 4.78 ท่ีวางเทา้ สามารถเก็บรองเทา้ ได้อย่างเปน็ ระเบยี บ และปอ้ งกนั
ฝนุ่ ละออง (ข้อ 2) คิดเป็นร้อยละ 4.65 สามารถต่อยอดสู่เชงิ พาณชิ ย์ได้ (ข้อ 10) คดิ เปน็ รอ้ ยละ
4.65 น้าหนักเบา (ข้อ 8) คิดเปน็ ร้อยละ 4.60 สามารถประยุกตใ์ ชว้ ัสดุทหี่ มดคณุ คา่ ให้เกิด
ประโยชน์ (ขอ้ 3) คดิ เป็นรอ้ ยละ 4.50 มคี วามแขง็ แรง ทนทาน (ข้อ 4) คิดเปน็ ร้อยละ 4.45
ความประณตี สวยงาม (ข้อ 6) คิดเปน็ ร้อยละ 4.43 ความคุ้มค่าในการลงทนุ (ข้อ 9) คิดเปน็ รอ้ ยละ
4.33 ตามลาดับ
แผนภมู แิ ทง่ แสดงรอ้ ยละของแบบประเมนิ ความพงึ พอใจ
4.9 4.78 4.65 4.83 4.8 4.6 4.65
4.8 4.5 4.43 4.33
4.7
4.6 4.45
4.5
4.4
4.3
4.2
4.1
4
มากท่ีสดุ มาก ปานกลาง น้อย น้อยท่ีสดุ
บทท่ี 5
สรุป อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ
การจัดทาโครงการ Footrest Healthy ท่ีวางเทา้ รักษาสุขภาพ ผจู้ ดั ทาโครงการขอสรปุ ผล
อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ดังนี้
5.1 สรปุ ผลการดาเนินงาน
5.2 อภปิ รายผล
5.3 ปัญหาและอุปสรรค
5.4 การแก้ปญั หา
5.5 ขอ้ เสนอแนะ
5.1 สรปุ ผลการดาเนินงาน
การดาเนนิ โครงการ Footrest Healthy ทว่ี างเท้ารักษาสุขภาพ สามารถประดิษฐไ์ ด้ จานวน
6 ชิน้ และสามารถรวบรวมแบบประเมนิ ความพึงพอใจจากผทู้ ดลองใช้ Footrest Healthy ท่วี างเท้า
รักษาสขุ ภาพ จานวน 40 คน
จากการประเมนิ ความพึงพอใจของผู้เข้ารว่ มกจิ กรรมโครงการ Footrest Healthy ทว่ี างเท้า
รกั ษาสุขภาพ สรุปไดว้ า่ ความพงึ พอใจของผู้ทดลองใช้ Footrest Healthy ทวี่ างเทา้ รกั ษาสขุ ภาพ
อยู่ในระดบั มากท่ีสุด (4.60)
โดยเรียงลาดับความพึงพอใจเป็นรายข้อ ดงั นี้ ระดบั ความพึงพอใจมากทีส่ ุด ได้แก่ ขนาด
มคี วามเหมาะสมต่อการใช้งาน (ข้อ 5) คดิ เป็นรอ้ ยละ 4.83 รองลงมาได้แก่ มีความคิดสรา้ งสรรค์
ในการออกแบบ (ข้อ 7) คดิ เปน็ รอ้ ยละ 4.80 ทว่ี างเท้าสามารถลดอาการปวดเมื่อยจากท่านงั่ ในการ
ทางาน ได้มาก (ข้อ 1) คิดเป็นร้อยละ 4.78 ที่วางเทา้ สามารถเก็บรองเท้าได้อยา่ งเป็นระเบยี บ
และป้องกันฝนุ่ ละออง (ข้อ 2) คิดเป็นร้อยละ 4.65 สามารถตอ่ ยอดสเู่ ชิงพาณิชย์ได้ (ข้อ 10)
คิดเปน็ รอ้ ยละ 4.65 นา้ หนกั เบา (ขอ้ 8) คิดเป็นรอ้ ยละ 4.60 สามารถประยุกต์ใชว้ สั ดทุ หี่ มดคณุ ค่า
ให้เกดิ ประโยชน์ (ข้อ 3) คิดเป็นร้อยละ 4.50 มีความแข็งแรง ทนทาน (ข้อ 4) คิดเป็นร้อยละ 4.45
ความประณตี สวยงาม (ข้อ 6) คิดเปน็ รอ้ ยละ 4.43 ความคุม้ ค่าในการลงทุน (ข้อ 9) คิดเปน็ ร้อยละ
4.33 ตามลาดบั
5.2 อภิปรายผล
การจัดทาโครงการFootrest Healthy ท่วี างเทา้ รักษาสุขภาพ สามารถประดษิ ฐ์ได้ จานวน
6 ช้นิ และสามารถรวบรวมแบบประเมินความพึงพอใจจากผ้ทู ดลองใช้ Footrest Healthy ทีว่ างเท้า
รักษาสุขภาพ จานวน 40 คน
สาหรับระดบั ความพงึ พอใจของผู้ทดลองใช้ Footrest Healthy ทีว่ างเท้ารักษาสขุ ภาพ
ความพงึ พอใจในระดับมากที่สุด ได้แก่ ขนาดมคี วามเหมาะสมตอ่ การใชง้ าน (4.83) เหตทุ ่เี ป็นเช่นน้ี
อาจเปน็ เพราะวา่ ทางผู้จัดทาได้สอบถามจากครูที่ปรึกษาโครงการ และสอบถามจากนักศึกษา
ระดบั ช้ัน ปวส. 2/7 สาขาวชิ าการจัดการสานักงาน วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาเชยี งใหม่ วา่ ทว่ี างเท้าควรมี
ขนาดและความสงู เท่าไร เพราะช่วงความยาวของขาและขนาดเทา้ ของผู้ใช้งานแต่ละคนมีขนาด
ตา่ งกนั จงึ ต้องประดษิ ฐท์ ว่ี างเท้าออกมาใหม้ ีขนาดทเ่ี ปน็ มาตรฐาน สามารถใชไ้ ด้กับทกุ ๆ คน ผลคอื
ขนาดที่พอดีควรมขี นาดและความสงู ประมาณกล่องกระดาษ A4
รายการประเมินที่ไดร้ ับความพงึ พอใจในลาดบั ตอ่ มา คือ มีความคดิ สร้างสรรค์ในการ
ออกแบบ ไดร้ ับความพงึ พอใจในระดับมากท่สี ุด (4.80) ซง่ึ มีความสอดคล้องกับงานวิจัยของ ธนพล
เจริญสัตยส์ ุนทร (2556) โครงงานสิง่ ประดิษฐ์ชนั้ วางหนงั สือ เป็นแนวความคิดที่ได้มาจากการ
พัฒนาคณุ ภาพของวัสดอุ ปุ กรณท์ ีช่ ารุดและใช้การไมไ่ ด้ใหเ้ กดิ คุณค่าและมีประโยชนเ์ พ่ิมขน้ึ ขนั้ ตอน
การประดิษฐ์น้นั ได้นาเอาโครงเกา้ อี้ทีช่ ารุดมาดดั แปลงเปน็ ช้นั วางของ และนาไม้อดั มาประกอบจดั ทา
เป็นลิน้ ชักเข้าด้วยกัน โดยอาศัยหลกั ความรูแ้ ละสอบถามผู้มปี ระสบการณด์ า้ นชา่ งมาสรา้ งรปู แบบการ
ทาชั้นวางของเอนกประสงค์ และจดั หาวัสดธุ รรมชาติในท้องถิ่น เชน่ ไมไ้ ผ่มาจักสานลวดลายประกอบ
เพอ่ื เพ่มิ สีสนั ตกแต่งใหส้ วยงาม และให้เกดิ ประโยชน์มากทีส่ ดุ ชนั้ วางของนเรศวรวิจัย ครัง้ ท่ี 13
วิจยั และนวัตกรรมขับเคล่ือนเศรษฐกจิ และสงั คม 1824 กล่มุ ผลงานวจิ ยั ทางศิลปะและผลงาน
สร้างสรรค์เอนกประสงคจ์ ากโครงเก้าอ้นี ี้ สามารถใช้ประโยชนไ์ ดห้ ลากหลาย เชน่ เกบ็ อุปกรณ์
การเรยี น เสือ้ ผา้ และด้านบนของชั้น ใช้เปน็ โตะ๊ สาหรบั วางอปุ กรณ์การเรยี น เหตทุ ่ีเป็นเชน่ นีอ้ าจเป็น
เพราะ ผจู้ ัดทาได้ศึกษาวิธกี ารประดิษฐส์ ่งิ ของจากอนิ เทอรเ์ นต็ และทดลองเอาทอ่ PVC ซึ่งคาดว่า
น้าหนกั เบาแต่มีความแข็งแรงสงู มาประกอบกันให้เกดิ ลักษณะเปน็ โครง เพือ่ ทจ่ี ะชว่ ยเพ่ิมความ
แข็งแรงของกลอ่ งกระดาษ A4 ทใี่ ช้เปน็ ตวั ฐานของสง่ิ ประดิษฐ์ สามารถรองรบั น้าหนักช่วงขาและเท้า
ของผูใ้ ช้งาน และไม่ทาให้กล่องยบุ ตัวลงได้ง่าย
สว่ นรายการประเมินท่ีไดร้ บั ความพึงพอใจในลาดบั ต่อมา คือ ที่วางเท้าสามารถลดอาการ
ปวดเมอื่ ยจากท่านั่งในการทางานได้มาก ไดร้ ับความพึงพอใจในระดับมากท่ีสดุ (4.78) ซึ่งมีความ
สอดคล้องกบั งานวจิ ัยของ ธยา ภริ มย์ และพนั ธ์ยศ วรเชฐวราวตั ร์ (2555) ได้ศกึ ษาพฤติกรรม
และวิเคราะห์ท่าน่ังทางานของพนกั งานเย็บจักรในอุตสาหกรรมเคร่ืองนุ่งหม่ ไทย และผลกระทบ
ดา้ นความเมื่อยล้าที่เกิดขน้ึ จากการทางาน เพื่อหาสาเหตทุ ่เี ป็นทีม่ าของความปวดเมื่อยของร่างกาย
ในสว่ นตา่ ง ๆ โดยมปี ระชากรกลุ่มเปา้ หมายเป็นพนักงานเย็บทง้ั หมด 50 คน โดยแบบสอบถาม
ประเมนิ ลักษณะการทางานจากภาพถ่ายและวิเคราะห์ผลด้วย RULA ผลการวจิ ยั พบว่า พนักงาน
มอี าการปวดเมอื่ ยจากการทางานบริเวณไหล่ขวา คิดเป็นร้อยละ 44.9 รองลงมาคือบรเิ วณไหลซ่ ้าย
และคอ คิดเป็นร้อยละ 40.8 และบริเวณหลงั ส่วนลา่ งคดิ เปน็ รอ้ ยละ 34.7 ซง่ึ มีสาเหตุมาจาก
ความสูงของโต๊ะจักร และเก้าอท้ี ่ีใชใ้ นการนงั่ ทางานมีความสงู ไมเ่ หมาะสมกับพนักงาน ทาให้มี
ลกั ษณะการนั่งทางานทต่ี อ้ งมีการก้มและโนม้ ตวั ไปขา้ งหนา้ มาก ซึง่ เป็นสาเหตุของอาการปวดเมื่อย
อกี ทั้งสภาพแวดล้อมในการทางานยงั มีอากาศรอ้ น จึงเปน็ ปจั จยั หนึง่ ท่ีสง่ ผลใหพ้ นกั งานเกดิ
ความเครยี ดในการทางานและเกดิ การเจ็บป่วยเกดิ ข้นึ ตามมา ซง่ึ โรคท่เี ก่ียวข้องกับความเม่ือยล้า
ท่ีพนักงานเป็นมากที่สุด ได้แก่ โรคปวดหวั ไมเกรน คิดเปน็ รอ้ ยละ 12.12 ผลจากการวิเคราะห์
ภาพถ่ายดว้ ย RULA ปรากฏวา่ ระดับคะแนนท่ีมีความถี่มากทสี่ ดุ คือระดับคะแนน 5-6 คดิ เปน็
ร้อยละ 62 และระดับคะแนนทมี่ ีความถนี่ ้อยที่สุดคือระดับคะแนน 3-4 คดิ เปน็ ร้อยละ 32
จากระดับคะแนนทงั้ หมด มีค่า 3 เทา่ กับ 5.3 แสดงใหเ้ ห็นวา่ งานนน้ั เริม่ มปี ญั หาดา้ นการยศาสตร์
ควรมกี ารศึกษาเพมิ่ เติมและรีบดาเนนิ การปรบั ปรงุ แก้ไขลกั ษณะงานดงั กล่าวโดยเรว็ ผู้วิจยั ได้
เสนอแนะวิธกี ารปรบั ปรุงการทางานไว้ 2 แนวทางคือ 1) ดา้ นสถานท่ที างาน ควรมกี ารปรบั ปรงุ
โต๊ะจกั รให้สามารถปรบั ความสูงต่าไดแ้ ละมคี วามเอียงของพืน้ โต๊ะอยทู่ ี่ 10-20 องศา ส่วนเก้าอ้ี
ควรเปน็ เกา้ อ้ีทส่ี ามารถปรบั ความสงู ต่าได้ มีพนักพงิ ท่ีพักแขน และท่ีพักเท้าเพือ่ ชว่ ยลดปญั หาอาการ
เมอื่ ยล้า 2) ดา้ นอปุ กรณช์ ว่ ยเสรมิ การทางาน เสนอแนะให้มกี ารปรบั ปรุงโต๊ะเสริมให้มีความสงู
เสมอกบั โต๊ะจกั ร เพอ่ื ง่ายตอ่ การหยบิ ชนิ้ งาน เหตทุ เ่ี ป็นเช่นน้ีอาจเปน็ เพราะผจู้ ดั ทาโครงการ
ไดศ้ ึกษาผลกระทบของท่านง่ั ทีเ่ กิดข้นึ จากการทางาน ซ่ึงผู้ทีน่ ั่งทางานเปน็ เวลานาน ๆ จะทาใหเ้ กดิ
อาการปวดหลงั ปวดเอวตามมา ท่วี างเทา้ รักษาสขุ ภาพ จึงช่วยให้นง่ั ไดอ้ ยา่ งถูกวธิ ี ลดอาการปวด
จากทา่ น่งั ร้สู ึกผ่อนคลาย เพราะหมอนที่อยู่ดา้ นบนของทว่ี างเทา้ บรรจุด้วยใยโพลเี อสเตอร์ และความ
สูงของทีว่ างเทา้ ยงั มีระดบั พอดีกบั ผูใ้ ช้งาน ซ่ึงท้ังนี้ มาจากการสารวจสรรี ะและออกแบบใหเ้ หมาะสม
กับผใู้ ช้งานก่อนการประดิษฐ์ท่ีวางเทา้ นน่ั เอง
สว่ นรายการท่ไี ด้รับความพึงพอใจในลาดบั ต่อมา โดยเรยี งตามลาดับ ดงั นี้
ท่วี างเทา้ สามารถเก็บรองเท้าได้อยา่ งเปน็ ระเบียบ และป้องกนั ฝนุ่ ละออง
คดิ เป็นรอ้ ยละ 4.65
สามารถตอ่ ยอดสูเ่ ชิงพาณิชยไ์ ด้ คิดเปน็ ร้อยละ 4.65
นา้ หนักเบา คิดเป็นร้อยละ 4.60
สามารถประยุกต์ใช้วัสดุทีห่ มดคณุ ค่าให้เกดิ ประโยชน์ คิดเปน็ ร้อยละ 4.50
มีความแข็งแรง ทนทาน คดิ เป็นร้อยละ 4.45
ความประณตี สวยงาม คดิ เป็นร้อยละ 4.43
ความค้มุ ค่าในการลงทุน คิดเปน็ ร้อยละ 4.29
5.3 ปญั หาและอุปสรรค
5.3.1 กลอ่ งกระดาษ A4 มีความสงู เกินไปในการทดลองประดษิ ฐ์งานชนิ้ แรก จึงทาให้
ผทู้ ดลองใชร้ ้สู ึกไม่ผ่อนคลาย
5.3.2 ผ้จู ัดทาขาดความร้เู รื่องการออกแบบและใชส้ ใี นการตกแตง่ ส่งิ ประดษิ ฐ์
5.4 การแก้ไขปญั หา
5.4.1 ตดั ปลายกล่องกระดาษ A4 ให้มีขนาดตา่ ลง เพื่อให้ทวี่ างเท้ามีความสูงท่ีพอดีกับ
ระดบั เทา้ ของผู้ทดลองใช้
5.4.2 ศกึ ษาการออกแบบจากอนิ เทอร์เน็ต และขอรับคาแนะนาจากครูแผนกวิชา
ศลิ ปกรรม สาขาการออกแบบ วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาเชียงใหม่
5.5 ข้อเสนอแนะ
5.5.1 สามารถปรับรูปแบบของสิ่งประดิษฐ์ให้มคี วามหลากหลาย เชน่ ทรงรูปดาว ทรงกลม
บรรณานุกรม
การนงั่ (ระบบออนไลน)์ เข้าถงึ ได้จาก http://wow.in.th/2axx สืบคน้ เมื่อวนั ท่ี 20 พฤศจกิ ายน
2562
การรักษาอาการปวดเม่ือยจากการนัง่ (ระบบออนไลน์) เข้าถงึ ได้จาก http://wow.in.th/RR6v
สบื ค้นเม่อื วันท่ี 20 พฤศจิกายน 2562
ความสาคัญของสุขภาพดี (ระบบออนไลน์) เข้าถงึ ได้จาก http://wow.in.th/d3t4 สบื คน้ เมื่อวันท่ี
20 พฤศจิกายน 2562
งานวิจยั ท่เี กี่ยวข้อง (ระบบออนไลน)์ เข้าถงึ ไดจ้ าก https://bit.ly/2RKylnE (กิตติ อนิ ทรานนท์)
สบื คน้ เมอ่ื วันที่ 26 พฤศจกิ ายน 2562
งานวจิ ยั ที่เก่ียวขอ้ ง (ระบบออนไลน์) เข้าถงึ ไดจ้ าก https://bit.ly/2RKylnE (ธยา ภิรมณ์
และพันธย์ ศ วรเชฐวราวัตร)์ สืบคน้ เม่ือวนั ที่ 26 พฤศจิกายน 2562
งานวิจยั ท่เี ก่ียวขอ้ ง (ระบบออนไลน์) เข้าถึงไดจ้ าก https://bit.ly/2RKylnE (ปนัดดา ชานาญสขุ )
สบื คน้ เมอ่ื วันท่ี 25 พฤศจิกายน 2562
งานวจิ ยั ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง (ระบบออนไลน์) เข้าถึงไดจ้ าก https://bit.ly/2RKylnE (สมพิศ พนั ธุเจรญิ ศรี)
สบื คน้ เมอ่ื วนั ท่ี 25 พฤศจกิ ายน 2562
งานวจิ ัยทเ่ี กี่ยวข้อง (ระบบออนไลน)์ เขา้ ถึงได้จาก https://bit.ly/2GlhUsu
(พิพฒั น์ อภิรกั ษ์ธนากร) สบื ค้นเมอื่ วันท่ี 25 พฤศจิกายน 2562
งานวจิ ัยทเ่ี ก่ียวข้อง (ระบบออนไลน)์ เขา้ ถึงไดจ้ าก https://joo.gl/WAYsIj
(ธนพล เจรญิ สตั ยส์ ุนทร) สืบค้นเมอื่ วนั ท่ี 22 พฤศจิกายน 2562
ผลเสียจากการน่งั (ระบบออนไลน์) เข้าถึงได้จาก https://2www.me/a7ka5 สบื คน้ เมอ่ื วันที่ 20
พฤศจิกายน 2562
วิธกี ารดแู ลสุขภาพตนเอง (ระบบออนไลน์) เขา้ ถงึ ได้จาก https://2www.me/Pe0KZ สบื คน้ เมื่อ
วนั ที่ 20 พฤศจกิ ายน 2562
ส่ิงประดิษฐ์ (ระบบออนไลน์) เขา้ ถึงได้จาก https://2www.me/dKHen สืบค้นเม่ือวันท่ี 26
พฤศจิกายน 2562
สุขภาพ (ระบบออนไลน์) เข้าถงึ ได้จาก https://2www.me/M8gJW สืบคน้ เม่อื วนั ท่ี 20
พฤศจิกายน 2562
ออฟฟศิ ซินโดรม (ระบบออนไลน์) เขา้ ถึงได้จาก https://1th.me/rPJjm สบื คน้ เม่ือวันท่ี 20
พฤศจิกายน 2562
ภาคผนวก ก
แบบนาเสนอขออนุมัตโิ ครงการวชิ าชีพ
วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาเชยี งใหม่
รายวิชา โครงการ รหัสวิชา 3216 - 8501 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2562
ชื่อโครงการ Footrest Healthy ที่วางเท้ารักษาสขุ ภาพ
.
ระยะเวลาดาเนินงาน ตง้ั แตว่ ันท่ี 15 ตุลาคม 2562 ถงึ วนั ท่ี 31 มกราคม 2563
สถานทดี่ าเนนิ งาน 1. บา้ นเลขท่ี 35/5 ม.4 ต.ทรายมูล อ.สนั กาแพง จ.เชยี งใหม่
50130
2. หอพกั T&K Mansion 24 ซ.กเู่ ตา้ 2 ต.ช้างเผือก อ.เมือง
จ.เชยี งใหม่ 50200
ประมาณการค่าใช้จา่ ย ๕๐๐ บาท
คณะผ้จู ัดทาโครงการ นกั ศกึ ษา ระดับช้นั ปวส.2/7 สาขาวิชาการจดั การสานักงาน
1. นางสาวเกวลิน คาโท๊ะ
2. นายเจริญพงศ์ ทองเอก
ลงช่ือ
(นางสาวเกวลนิ คาโท๊ะ)
หัวหน้าโครงการ
ความเหน็ ของอาจารย์ประจาวชิ าโครงการ
ลงชอ่ื
(นางอรินทยา ใจเอ)
อาจารย์ประจาวิชาโครงการ
แบบเสนอโครงการ
1. ชื่อโครงการ Footrest Healthy ทวี่ างเทา้ รกั ษาสขุ ภาพ
2. ผู้จดั ทาโครงการ
2.1 นางสาวเกวลิน คาโทะ๊ ระดับชน้ั ปวส.2/7 สาขาวิชาการจัดการสานักงาน
2.2 นายเจรญิ พงศ์ ทองเอก ระดับช้ัน ปวส.2/7 สาขาวิชาการจดั การสานักงาน
3. ครูทีป่ รกึ ษาโครงการ ครูอรนิ ทยา ใจเอ
4. ความเป็นมาและความสาคัญของโครงการ
ในหน่ึงวนั ผปู้ ฏบิ ัตงิ านในสานกั งานใชเ้ วลาอย่ใู นอิริยาบถนั่งมากกวา่ อริ ยิ าบถอนื่ ๆ
และการน่ังนาน ๆ น้ีเองทเ่ี ป็นสาเหตขุ องอาการปวดเม่อื ยและเจ็บปวดเรื้อรงั ซง่ึ อาจจะส่งผลร้ายแรง
ตามมา บางรายมอี าการปวดร้าวไปจนถึงบริเวณหลงั และสะโพก เพราะขณะทจ่ี ดจ่ออยู่กับหน้าจอ
คอมพิวเตอร์จะสง่ ผลทาใหร้ า่ งกายเกิดการเกรง็ กลา้ มเนือ้ ลาตวั และทง้ิ นา้ หนักทั้งหมดไปทบ่ี รเิ วณ
สะโพก อย่างไรกต็ าม ถา้ น่งั เก้าอ้ที ่สี ูงเกินไปจนขาหอ้ ยลอย น้าหนกั จะไมต่ กถงึ พนื้ แต่ไปตกอยทู่ ี่
เบาะน่งั ส่วนหน้า หรอื ถา้ เกา้ อ้ีน้ันมสี ่วนหน้าของเบาะนง่ั ทส่ี งู กว่าสว่ นหลงั และทาจากวัสดทุ ี่แข็ง
กส็ ามารถกดทบั ต่อเน้ือเยอ่ื ใต้เข่าเหลา่ นั้น ซง่ึ มผี ลทาให้เสน้ ประสาทหรือหลอดเลือดนนั้ ได้รับการ
กระทบกระเทือนไปด้วย
ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เปน็ อาการที่เกดิ ขึ้นกับกลุ่มคนวยั ทางานโดยเฉพาะ
พนกั งานสานักงาน เนื่องจากลกั ษณะงานเป็นงานทต่ี ้องนั่งหน้าคอมพวิ เตอร์หรือทางานอย่างใด
อย่างหน่งึ ดว้ ยท่าทางซา้ ๆ ต่อเนือ่ งเปน็ ระยะเวลานาน จนอาจส่งผลให้เกดิ โรคและอาการตา่ ง ๆ
ไม่ว่าจะเปน็ ระบบกระดูกและกล้ามเน้อื ระบบการยอ่ ยอาหาร ระบบนัยนต์ าและการมองเหน็
รวมไปถงึ ระบบอ่ืน ๆ ได้อกี ด้วย แต่อาการออฟฟิศซนิ โดรมจะสง่ ผลตอ่ ระบบกระดูกและกลา้ มเน้อื
มากทส่ี ุด ซง่ึ อาการท่จี ะพบได้บ่อยคือ ปวดตึงท่คี อและบ่า ถา้ เปน็ มาก ๆ อาจมนึ และปวดรา้ วศรี ษะ
หรือมอี าการชาลงมาท่แี ขนได้ ซึ่งเกดิ ได้จากหลายปจั จัย อาทเิ ช่น เวลาทางานนัง่ ผดิ วิธี ต้องก้มคอ
น่ังนาน ๆ เกรง็ กล้ามเนื้อนาน ๆ รวมไปถงึ การนง่ั เวลานานติดต่อกนั โดยไม่ได้มีการยืดเส้นหรอื ลุกจาก
ทนี่ ่ังเพื่อผ่อนคลาย
ดังน้ัน ผู้จัดทาจงึ ได้คิดประดิษฐ์ Footrest Healthy ทวี่ างเทา้ รกั ษาสุขภาพ เพือ่ ช่วยให้
น่งั ไดอ้ ย่างถูกวิธี ไม่ปวดหลงั และสะโพก ช่วยลดความดันจากส่วนบนของร่างกาย มีทเ่ี ก็บรองเท้า
ภายในตวั เพ่อื ช่วยให้เกบ็ รองเทา้ ได้อย่างเปน็ ระเบยี บ สะดวกตอ่ การสวมใส่ และช่วยป้องกัน
สิ่งสกปรกตา่ ง ๆ ได้ อีกทั้งยงั สามารถนาวสั ดเุ หลือใชท้ ่ีหมดคุณคา่ แล้วมาประยุกต์ใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์
ไดอ้ ีกด้วย
5. วตั ถุประสงค์ของโครงการ
5.1 เพ่อื ลดอาการปวดเมื่อยจากการนัง่ ทางาน
5.2 เพอื่ ลดอาการบาดเจ็บจากท่าน่งั ทไ่ี ม่ถูกต้อง
5.3 เพอ่ื ช่วยให้เกบ็ รองเท้าได้อย่างเปน็ ระเบยี บ และป้องกนั ฝุ่นละออง
5.4 เพื่อสามารถประยุกตใ์ ช้วสั ดทุ ีห่ มดคุณคา่ ใหเ้ กิดประโยชน์
6. ขอบเขตโครงการ
เป้าหมายของโครงการ
6.1 เชงิ ปริมาณ Footrest Healthy ท่ีวางเทา้ รกั ษาสขุ ภาพ จานวน 6 อนั
6.2 เชิงคุณภาพ ความพึงพอใจของผใู้ ช้งานที่มีต่อ Footrest Healthy ท่ีวางเท้ารักษา
สุขภาพ รอ้ ยละ 80 ขน้ึ ไป
6.3 ระยะเวลาและสถานท่ีในการดาเนนิ งาน
ระยะเวลาดาเนินงาน ต้งั แตว่ ันท่ี 15 ตลุ าคม 2562 ถึง 31 มกราคม 2653
สถานทดี่ าเนนิ งาน 1. บ้านเลขที่ 35/5 ม.4 ต.ทรายมลู อ.สนั กาแพง จ.เชยี งใหม่
50130
2. หอพัก T&K Mansion 24 ซ.กู่เต้า 2 ต.ช้างเผอื ก อ.เมือง
จ.เชยี งใหม่ 50200
7. ประโยชน์ท่คี าดวา่ จะไดร้ บั
7.1 ลดอาการปวดเมอ่ื ยจากการนั่งทางาน
7.2 ลดอาการปวดเมื่อยจากทา่ น่ังท่ีไม่ถูกตอ้ ง
7.3 ช่วยให้เก็บรองเทา้ ได้อย่างเปน็ ระเบียบ และป้องกันฝุ่นละออง รวมถึงสง่ิ สกปรกต่าง ๆ
7.4 สามารถประยุกต์ใช้วสั ดทุ ี่หมดคุณค่าใหเ้ กิดประโยชน์
8. นยิ ามศพั ท์
8.1 ทีว่ างเท้า หมายถงึ ทาจากกล่องกระดาษ A4 มีท่อ PVC เปน็ โครงขา้ งในกลอ่ ง
ดา้ นบนมีทีว่ างเท้าเปน็ หมอนน่นุ และมีท่ีเกบ็ รองเทา้ ภายในกล่อง
8.2 สุขภาพ หมายถงึ การมีรา่ งกายแข็งแรงปราศจากการเจ็บปวดจากการนั่งทางาน
หรือจากท่าน่ังท่ีไมถ่ ูกต้อง
9. วธิ ดี าเนินโครงการ
9.1 เขียนโครงการ
9.2 เสนอโครงการเพ่อื ขออนมุ ตั ิ
9.3 วางแผนโครงการ
9.4 ดาเนินงานตามโครงการ
9.5 ประเมนิ ผลโครงการ
9.6 สรุปและรายงานผล
10. แผนดาเนนิ โครงการ
ลาดับขั้นตอน ระยะเวลาดาเนินการ (สัปดาหท์ ่ี 1- 18 )
ดาเนินงาน
1 2 3 4 5 6 7 8 9 1 1 1 1 1 1 1 1 1
0 1 2 3 4 5 6 7 8
1. เขียนโครงการ
2. เสนอโครงการ
เพื่อขออนุมตั ิ
3. วางแผน
โครงการ
4. ดาเนนิ งาน
ตามโครงการ
5. ประเมินผล
โครงการ
6. สรปุ และ
รายงานผล
11. งบประมาณและทรัพยากร จานวน 500 บาท
11.1 รายรับ จานวน 500 บาท
เก็บจากสมาชิกกลมุ่ จานวน 2 คน คนละ 250 บาท รวมเป็นเงนิ 500 บาท
11.2 รายจา่ ย
วสั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้
1. ทอ่ PVC 200 บาท
2. นุ่นใส่หมอน 80 บาท
3. น้ายาประสานท่อ 50 บาท
4. กาวร้อน 30 บาท
5. เทปสี 40 บาท
เอกสารการพมิ พ์
1. รูปเลม่ 50 บาท
2. ค่าพมิ พ์เอกสาร 50 บาท
รวมงบประมาณ 500 บาท
12. การติดตามประเมินผล
ตวั ชวี้ ดั ความสาเร็จ วธิ ีการประเมิน เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ในการ
จานวนชิ้นงาน ประเมิน
เชงิ ปริมาณ สอบถามความพงึ พอใจ แบบบันทกึ
Footrest Helthy ท่ีวางเท้ารักษา
สุขภาพ จานวน 6 อัน แบบประเมินความพึงพอใจ
เชงิ คุณภาพ
ความพงึ พอใจของผ้ใู ช้งานที่มีตอ่
Footrest Healthy ที่วางเท้ารักษา
สขุ ภาพ ร้อยละ 80 ข้นึ ไป
13. เอกสารอ้างอิง
นายแพทย์ณชั พล คณุ ณะรกั ษไ์ ทย ชื่อที่ค้น ออฟฟิศซินโดรม สบื คน้ เม่ือวันที่ 30 ตลุ าคม
2562 จากเวบ็ https://1th.me/J297Q
ภาคผนวก ข
แบบประเมินความพงึ พอใจ
วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาเชียงใหม่
แบบประเมินความพงึ พอใจของผู้ทดลองใช้สิ่งประดิษฐ์
โครงการ “Footrest ที่วางเท้ารักษาสขุ ภาพ”
คาชีแ้ จง โปรดเตมิ เครื่องหมาย ลงใน ( ) ตามความเปน็ จริง
แบบสอบถามได้แบง่ เป็น 3 ตอน ไดแ้ ก่
ตอนที่ 1 ข้อมลู ทัว่ ไปของผู้ตอบแบบประเมนิ ความพึงพอใจ
ตอนท่ี 2 ระดับความพงึ พอใจของผ้ตู อบแบบประเมนิ ความพงึ พอใจ
ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะ
ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบประเมนิ ความพึงพอใจ
1. ตาแหนง่ ( ) ครู ( ) บุคลากร ( ) นักเรยี น นักศกึ ษา
2. เพศ ( ) ชาย ( ) หญิง
ส่วนที่ 2 ระดับความพึงพอใจของผตู้ อบแบบประเมินความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ
54321
รายละเอยี ด
1. สามารถลดอาการปวดเมื่อยจากท่าน่งั ได้มากน้อยเพียงใด
2. สามารถเก็บรองเท้าได้อย่างเปน็ ระเบยี บ และป้องกันส่ิงสกปรกต่าง ๆ ได้
3. มีความแขง็ แรง ทนทาน
4. ขนาดมีเหมาะสมแก่การใชง้ าน
5. ความประณีต สวยงามของสิ่งประดิษฐ์
6. การใช้ทรพั ยากรอย่างประหยัด
7. น้าหนกั เบา
8. ความคมุ้ ค่าในการลงทุน
9. ระยะเวลาในการใช้งานของสง่ิ ประดษิ ฐ์
10. สามารถตอ่ ยอดสเู่ ชงิ พาณชิ ยไ์ ด้
ส่วนท่ี 3 ข้อเสนอแนะ
ประวตั ิผ้จู ดั ทา