การผลิตเสียงเพลงในรายการดวลเพลงดงั
ของ บริษทั นาโจ มิวสิค จากดั
สาขาวิชาวิทยกุ ระจายเสียงและวิทยโุ ทรทศั น์ คณะนิเทศศาสตร์
มหาวิทยาลยั ศรีปทมุ วิทยาเขตชลบรุ ี
ปี การศึกษา 2562
กญั ญาวีร์ เหนือแก้ว
อภิวฒั น์ สาธิตศิลป์
SPU CHONBURIการผลิตเสียงเพลงในรายการดวลเพลงดังของ บริษทั นาโจ มิวสิค จากดั
PRODUCTION OF MUSIC IN DUEL PHENG DANG OF NAJO
MUSIC STUDIO COMPANY
กญั ญาวีร์ เหนอื แก้ว
KANYAWEE NUAKEAW
อภวิ ฒั น์ สาธติ ศิลป์
APIWAT SATHITSILP
รายงานฉบับน้เี ป็ นส่วนหนึ่งของการปฏบิ ตั ิงานสหกจิ ศึกษา
สาขาวชิ า วิทยกุ ระจายเสียงและวทิ ยุโทรทศั น์
คณะนิเทศศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยศรีปทมุ วทิ ยาเขตชลบรุ ี
ปี การศึกษา 2562
SPU CHONBURIการผลิตเสียงเพลงในรายการดวลเพลงดังของ บริษทั นาโจ มิวสิค จากัด
PRODUCTION OF MUSIC IN DUEL PHENG DANG OF NAJO
MUSIC STUDIO COMPANY
กญั ญาวรี ์ เหนือแก้ว
KANYAWEE NUAKEAW
อภิวฒั น์ สาธติ ศิลป์
APIWAT SATHITSILP
ปฏิบตั ิงาน ณ บริษัท นาโจ มิวสิค
เลขท่ี 802/59 หม่บู ้านกลางเมือง THE EDITION พระราม9 - อ่อนนุช
ซอย 8 ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
II
วนั ท่ี 14 พฤษภาคม 2563
เร่ือง ขอส่งรายงานการปฏิบตั ิงานสหกิจศึกษา
เรียน อาจารยท์ ่ีปรึกษาสหกิจศึกษา สาขาวชิ าวิทยกุ ระจายเสียงและวทิ ยโุ ทรทศั น์
อาจารยท์ ่ีปรึกษา อาจารยช์ ินวฒั น์ ประยรู รัตน์
ตามที่ดิฉนั นางสาวกญั ญาวรี ์ เหนือแกว้ และนายอภิวฒั น์ สาธิตศิลป์ นกั ศึกษาสาขา
วทิ ยกุ ระจายเสียงและวทิ ยโุ ทรทศั น์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี ได้
ปฏิบตั ิงานสหกิจศึกษาระหวา่ งวนั ที่ 13 มกราคม 2563 ถึง 8 พฤษภาคม 2563
ณ บริษทั นาโจ มิวสิค จาํ กดั และไดร้ ับมอบหมายใหน้ าํ เสนอรายงานการปฏิบตั ิงานสหกิจศึกษา
บดั น้ี การปฏิบตั ิงานสหกิจศึกษาไดส้ ิ้นสุดลงแลว้ จึงขอส่งรายงานการปฏิบตั ิงานสหกิจ
ศึกษาดงั กลา่ ว จาํ นวน 1 เลม่ เพื่อขอรับคาํ ปรึกษาต่อไป
จึงเรียนมาเพ่อื โปรดพิจารณา
ขอแสดงความนบั ถือ
(นางสาวกญั ญาวรี ์ เหนือแกว้ )
(นายอภิวฒั น์ สาธิตศิลป์ )
SPU CHONBURI
I
ชื่อหวั ขอ้ การผลิตเสียงเพลงในรายการดวลเพลงดงั ของ บริษทั นาโจ มิวสิค จากดั
PRODUCTION OF MUSIC IN DUEL PHENG DANG OF NAJO MUSIC
ชื่อนกั ศกึ ษา STUDIO COMPANY
สาขาวชิ า กญั ญาวรี ์ เหนือแกว้ 59706529
คณะ อภวิ ฒั น์ สาธิตศิลป์ 59703435
วทิ ยกุ ระจายเสียงและวทิ ยโุ ทรทศั น์
นิเทศศาสตร์
คณะกรรมการสอบโครงงานสหกิจศึกษาSPU CHONBURI
.....................................................................................อาจารยท์ ่ปี รึกษาสหกิจศกึ ษา
(ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ชินวฒั น์ ประยรู รตั น์)
.....................................................................................คณะกรรมการสอบ
(ผชู้ ่วยศาสตราจารยว์ ราพร ดาจบั )
.....................................................................................คณะกรรมการสอบ
(อาจารยท์ ิพยส์ ุคนธ์ เพชรโอภาส)
คณะนิเทศศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรีปทมุ วทิ ยาเขตชลบรุ ี อนุมตั ิใหร้ ายงานปฏิบตั ิงาน
สหกิจศกึ ษาเป็นส่วนหน่ึงของรายวชิ าสหกิจศกึ ษา
.....................................................................................รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์
(รองศาสตราจารยเ์ ยาวนารถ พนั ธุ์เพง็ )
วนั ท่ี.......เดือน..........พ.ศ. 2563
IV
หวั ขอ้ โครงงาน การผลิตเสียงเพลงในรายการดวลเพลงดงั ของ บริษทั นาโจ มิวสิค จาํ กดั
ช่ือนกั ศึกษา นางสาวกญั ญาวรี ์ เหนือแกว้
นายอภิวฒั น์ สาธิตศิลป์
อาจารยท์ ่ีปรึกษา ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ชินวฒั น์ ประยรู รัตน์
หลกั สูตร นิเทศศาสตร์
สาขาวชิ า วทิ ยกุ ระจายเสียงและวิทยโุ ทรทศั น์
ปี การศึกษา 2562
SPU CHONBURI
บทคดั ย่อ
จากการดาํ เนินโครงงาน การผลิตเสียงเพลงในรายการดวลเพลงดงั ของ บริษทั นาโจ มิว
สิค จาํ กดั ระยะเวลาในการดาํ เนินงาน ต้งั แต่วนั ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563 ถึงวนั ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.
2563 ผจู้ ดั ทาํ โครงงานไดร้ ับมอบหมายใหผ้ ลิตเสียงในรายการ ดวลเพลงดงั โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พื่อ
ศึกษาปัญหาและอุปสรรคมีข้นั ตอน4คือ ข้นั ตอนแรกเป็นเตรียมขอ้ มูลเสียงโดยกาํ หนดมาจากทาง
รายการ ข้นั ตอนการตดั เพลงเพื่อใหเ้ หลือในระยะเวลา3.30นาทีเพ่อื ใหไ้ มเ่ กินเวลาที่กาํ หนด
ข้นั ตอนต่อไปเป็นการบนั ทึกเสียง ณ หอ้ งถา่ ยทาํ เพ่อื นาํ ไปปรับแต่งในข้นั ตอนสุดทา้ ย โดยนาํ เพลง
ท่ีบนั ทึกเสียงมาทาํ การปรับแต่งเสียงดนตรีทุกเสียงเพอื่ ทาํ ใหเ้ สียงมีความไพเราะน่าฟังมากข้ึนก่อน
ทาํ ไปออกอากาศ
ปัญหาและอปุ สรรคท่ีพบ คือ ผจู้ ดั ทาํ โครงงานขาดประสบการณ์ความรู้ความชาํ นาญใน
โปรแกรมที่ใชง้ านในการบนั ทึกและปรับแต่งเสียง รวมถึงความรู้ในเรื่องดนตรีดงั น้นั ผจู้ ดั ทาํ
โ ครงงาน
III
กติ ตกิ รรมประกาศ
การท่ีดิฉนั ไดม้ าปฏิบตั ิงานตามโครงการสหกิจศึกษา ณ บริษทั นาโจ มิวสิค จาํ กดั ต้งั แต่
วนั ที่ 13 มกราคม 2563 ถึงวนั ท่ี 8 พฤษภาคม 2563 ทาํ ใหด้ ิฉนั ไดร้ ับความรู้และประสบการณ์
มากมายในการทาํ งานจริงรวมท้งั ทกั ษะในการทาํ งานดา้ นต่างๆ ท่ีมีคุณคา่ สาํ หรับรายงานสหกิจ
ฉบบั น้ี สาํ เร็จลงไดด้ ว้ ยดี เน่ืองจากการสนบั สนุนและความร่วมมือจากหลายฝ่ าย ดงั น้ี
1. ปภสั ศิลป์ คีตวงศว์ ชั ร์ Music Director
SPU CHONBURIนอกจากน้ียงั มีบคุ คลท่านอื่นๆ ที่มิไดก้ ล่าวไว้ ณ ที่น้ี ซ่ึงท่านเหล่าน้ีไดก้ รุณาใหค้ าํ แนะนาํ
ในการจดั ทาํ รายงานฉบบั น้ี
ดิฉนั ขอขอบพระคุณทุกท่านท่ีไดม้ ีส่วนร่วมในการใหข้ อ้ มลู คาํ แนะนาํ และเป็นที่ปรึกษา
ในการจดั ทาํ รายงานฉบบั น้ีจนเสร็จสมบูรณ์
นางสาวกญั ญาวีร์ เหนือแกว้
นายอภิวฒั น์ สาธิตศิลป์
ผจู้ ดั ทาํ รายงาน
วนั ที่ 14 พฤษภาคม 2563
V
สารบญั
หนา้
ใบรบั รองรายงานการปฏิบตั งิ านสหกิจศกึ ษา .................................................................................... I
จดหมายนาส่งรายงานการปฏบิ ตั งิ านสหกจิ ศกึ ษา ............................................................................II
กิตตกิ รรมประกาศ...........................................................................................................................III
บทคดั ยอ่ ..........................................................................................................................................IV
สารบญั .............................................................................................................................................V
สารบญั ภาพ .....................................................................................................................................VI
สารบญั ตาราง ..................................................................................................................................IX
บทท่ี 1 บทนา ....................................................................................................................................1
บทที่ 2 แนวคดิ และทฤษฎีทเ่ี กย่ี วขอ้ ง................................................................................................5
แนวคิดเก่ียวกบั รายการโทรทศั น์.......................................................................................5
แนวคดิ ในการออกแบบเสียง.............................................................................................9
การใชโ้ ปรแกรม Logic Pro X.........................................................................................29
บทท่ี 3 รายละเอยี ดของโครงงาน.....................................................................................................37
บทที่ 4 ผลการดาเนินงาน ................................................................................................................39
บทท่ี 5 สรุปผลการศึกษา.................................................................................................................72
บรรณานกุ รม...................................................................................................................................73
ภาคผนวก ........................................................................................................................................75
SPU CHONBURI
SPU CHONBURI VI
สารบญั ภาพ
ภาพที่ หนา้
1. ตราสัญลกั ษณ์บริษทั นาโจมวิ สิค จากดั ...............................................................................1
2. บคุ ลากรผนู้ ิเทศงาน..............................................................................................................2
3. หัวแจ๊ค...............................................................................................................................21
4. หวั ส่งสญั ญาณแบบ XLR...................................................................................................22
5. หัวส่งสัญญาณแบบ RCA...................................................................................................22
6. หวั ส่งสัญญาณแบบเปลือย .................................................................................................23
7. หวั ส่งสญั ญาณแบบ Speakon.............................................................................................23
8. หนา้ ตาโปรแกรม Logic Pro X ..........................................................................................33
9. หนา้ ตา่ งต้งั ค่า Tempo , Key , Time Siqnature ...................................................................33
10. หนา้ ตาของ Track ..............................................................................................................34
11. กาลงั บนั ทกึ เสียง ................................................................................................................35
12. หนา้ ตาแถบหนา้ ตา่ ง Mixer................................................................................................36
13. รับขอ้ มูลเพลงทตี่ อ้ งเตรียม.................................................................................................39
14. หาไฟลเ์ พลงท่ีตอ้ งการ .......................................................................................................40
15. เวบ็ ไซตข์ องไฟลเ์ พลง........................................................................................................40
16. ดาวนโ์ หลดเพลง................................................................................................................40
17. Program Logic Pro X ........................................................................................................41
18. ต้งั คา่ รูปแบบ Trackทจี่ ะสร้าง ............................................................................................41
19. จอแสดงผลโปรแกรม ........................................................................................................42
20. ต้งั คา่ จอแสดงผลโปรแกรม................................................................................................42
21. Import ไฟลเ์ พลง................................................................................................................43
22. เลอื กไฟลเ์ พลงแลว้ กดOpen...............................................................................................43
23. เคร่ืองมอื Scissors Tool......................................................................................................44
24. ตดั เพลงเป็นรูปแบบฟันปลา...............................................................................................44
25. ตรวจสอบเวลาของเพลงที่ตดั .............................................................................................45
26. ป่ มุ Bnce.............................................................................................................................45
27. ต้งั ค่าExport........................................................................................................................46
28. เลอื กโฟลเดอร์ปลายทาง ....................................................................................................46
SPU CHONBURI VII
สารบญั ภาพ(ต่อ)
ภาพท่ี หนา้
29. กาลงั Bounce .....................................................................................................................47
30. ส่งงานผา่ นไลน์..................................................................................................................47
31. นาเพลงลงKeep..................................................................................................................48
32. ส่งเพลงจากKeepผา่ นไลน์ ................................................................................................48
33. IconโปรแกรมDante Controller.........................................................................................50
34. Icon โปรแกรม Dante Virtual Soundcard..........................................................................50
35. หนา้ ตาของโปรแกรม Dante Controller และ Dante Virtual Soundcard............................51
36. โปรแกรม Dante Virtual Soundcard..................................................................................51
37. โปรแกรม Dante Controller...............................................................................................52
38. โปรแกรม Logic Pro X......................................................................................................52
39. สรา้ ง Audio Track .............................................................................................................53
40. ป่ มุ เปิ ดหนา้ ตา่ ง Mixer .......................................................................................................53
41. หนา้ ต่าง Mixer...................................................................................................................54
42. ต้งั ค่าชอ่ ง Input ..................................................................................................................54
43. แทบเคร่ืองมอื สาหรับการบนั ทกึ เสียง................................................................................55
44. โปรแกรม Logic Pro X......................................................................................................55
45. ต้งั ค่า Track........................................................................................................................56
46. นาเพลงลงโปรแกรม..........................................................................................................56
47. นาไฟลเ์ สียงแตล่ ะประเภทลงโปรแกรม.............................................................................57
48. สร้าง Track ให้กบั ไฟล์ เสียง..............................................................................................57
49. นาเพลงลงโปรแกรม..........................................................................................................58
50. เคร่ืองมือ Mixer .................................................................................................................58
51. หนา้ ตา่ งของแทบ Mixer ....................................................................................................59
52. ปรับแตง่ เสียง .....................................................................................................................59
53. ใส่ Effect Channel EQ.......................................................................................................60
54. ปรับเสียงยา่ นความถ่ีผา่ น Channel EQ ..............................................................................60
55. ใส่Effect Compressor ........................................................................................................61
56. ปรับ Compressor...............................................................................................................61
VIII
สารบัญภาพ(ต่อ)
ภาพท่ี หนา้
57. ส่งสญั ญาณเสียงไปชอ่ ง Aux .............................................................................................62
58. ใส่ Effect ChromaVerb......................................................................................................62
59. ปรบั ChromcaVerb............................................................................................................63
60. ปรับระดบั เสียง ..................................................................................................................63
61. Effect Pan เสียง..................................................................................................................64
62. Bnce เพื่อทาการExport เสียง .............................................................................................64
63. ต้งั คา่ สกุลไฟลท์ ีจ่ ะExport..................................................................................................65
64. เลอื กจดุ หมายปลายทางของExport....................................................................................65
65. กาลงั Export.......................................................................................................................66
66. ไฟลเ์ พลงที่ปรบั แต่งแลว้ ....................................................................................................66
67. เอาไฟลล์ ง Google Drive ...................................................................................................67
SPU CHONBURI
IX
สารบญั ตาราง
ตารางที่ หนา้ ที่
1. ตารางอปุ กรณ์ .............................................................................................................49
2. ผลการดาเนินงานโครงงาน.........................................................................................68
SPU CHONBURI
SPU CHONBURI บทท่ี 1
บทนำ
โครงสรา้ งการสหกิจศกึ ษาเนน้ การปฏิบตั งิ านในสถานประกอบการ เป็นกลไกความ
ร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลยั และสถานประกอบการ โดยเนน้ ความร่วมมือจากทกุ ฝ่ายที่
เก่ียวขอ้ ง เพือ่ ใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด และมกี ารดแู ลอยา่ งใกลช้ ิดของพนกั งานทปี่ รึกษากบั นกั ศกึ ษา
โครงการสหกจิ น้ีดว้ ย
ภาพที่ 1 ตราสญั ลกั ษณ์บริษทั นาโจมวิ สิค จากดั
NaJo Music Co.,Ltd
บริษทั นาโจมวิ สิค จากดั เลขที่ 802/59 หมบู่ า้ นกลางเมือง The Edition พระราม9 - อ่อนนุช
ซอย 8 ประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
เบอร์โทรศพั ท์ 089 – 498 – 8901
ประวัติควำมเป็ นมำ
นาโจมิวสิค จากดั เป็นการรวมตวั ของกลุม่ คนทางานเบ้ืองหลงั ที่มปี ระสบการณย์ าวนาน
กวา่ 20ปี ในท้งั ใน วงการ ภาพยนตร์ โฆษณา รายการโทรทศั น์ ละคร ละครเวที รวมไปถงึ การ
ควบคุมการผลติ บทเพลงและคอนเสิร์ต เพ่ือใหศ้ ิลปิ ออกไปมีช่ือเสียง เป็นทร่ี ูจ้ กั ต่อสาธารณะชน
SPU CHONBURI 2
นาโจมวิ สิค จากดั นาทีมโดย ปภสั ศิลป์ คตี วงศว์ ชั ร เจา้ ของรางวลั สุพรรณหงส์ สาขาดนตรี
ประกอบภาพยนตร์ยอดเย่ียม จากภาพยนตร์เรื่อง ซามูไรอโยธยา รางวลั สื่อสารมวลชนเพื่อเยาวชน
ดีเดน่ เพลงยงั รอ (ช.ย.ส) ศิลปิ น นรินทร ณ บางชา้ ง รางวลั โปรดิวเซอร์ยอดเยีย่ ม และรางวลั เพลง
ในการบนั ทกึ เสียงยอดเยยี่ มสีสันอวอร์ด ศลิ ปิ น จอนน์ อนั วา อลั บ้มั Outa Space อกี ท้งั ยงั เป็นหน่ึง
ในคณกรรมการคดั เลอื กผเู้ สนอชื่อเขา้ ชิงรางวลั สุพรรณหงส์ และรางวลั ภาพยนตร์ ลนาฎราช อกี
ดว้ ย และเป็นคอลมั นิสต์ ให้แกน่ ิตยสาร Sound Dimension หนงั สือทใี่ ห้ความรูด้ า้ นดนตรี ข้นั ตอน
การผลิตเพลง เจาะลกึ ความรูท้ างดา้ นภาพและเสียง อาจารยพ์ ิเศษวชิ าดรตรีเพอ่ื การส่ือสารการแสดง
มหาวิทยาลยั ศรีปทมุ วทิ ยาเขตชลบรุ ี เปิ ดสอนการรอ้ งเพลง เพือ่ ประกวด The Star , The Voice ,
KPN และอนื่ ๆ เปิ ดสอน Song Writer และ Composer เพอื่ พฒั นาการเป็น Music Producer , Music
Director สอนพิธีกร นกั รอ้ ง นกั แสดง ในหลกั สูตร Voice Training ใหแ้ ก่ นกั รอง นกั แสดง จาก
บริษทั Grammy Mass Monitor JSL RS Promotion
ลักษณะทำงธุรกิจ
บริษทั นาโจมวิ สิค จากดั เป็นบริษทั ทีผ่ ลติ ผลงานท่ีหลากหลายประเภทเชน่ งานเพลง งาน
ดนตรีประกอบภาพยนตร์ ประกอบรายการ เพลงละคร เพลงโฆษณา รวมถงึ เพลงทใ่ี ชใ้ นรายการ
แข่งขนั ร้องเพลง
งำนเพลง GMM
- GMM Phenomenon 2012 เพลงประกอบประวตั กิ ารก่อต้งั GMM Grammy
- หนูนา หน่ึงธิดา โสภณ เพลง ไม่จบไม่ไดแ้ ปลว่าไมเ่ จบ็ , ไม่สบาย
- น้าชา ชีรณัฐ ยสู านนท์ เพลง ไม่ไดห้ มดรัก แต่หมดแรง , ยงั ไม่พร้อมฟัง
- ไอซ์ ศรัณญู เพลง ใจไมร่ ้ายทาไม่ลง
- เตน้ นรารกั ษ์ ใจบารุง เพลง ดีพอใหร้ อไหม , แรง , อยา่ เหงาเร่ือยเปื่ อย
- พลอย Mic Idol พรทิพย์ พนั ตาวงษ์ เพลง ไปรักกนั ให้พอฉนั รอไหว
เพลง / ดนตรี ประกอบภำพยนตร์
- ซามไู รอโยธยา บริษทั มหากาพย์ ฝังเข้ียว
- กอ่ นบา่ ย The Movie บริษทั สหมงคลฟิ ลม์
- 2012 Bangkok Italian eyes 24/7 short film ฉายที่เทศกาลภาพยนตร์ประเทศ อิตาลี
3
เพลงนำละครSPU CHONBURI
- เรื่อง ไฟอมตะ เพลง จะเป็นคนดี , หลงทาง , ไฟอมตะ , คดิ ถึงเธอ
- เร่ือง มือปื น เพลง เส่นทางคนเลว
- เร่ือง ตากสินมหาราช ดนตรีประกอบละคร
- เรื่อง นิรมิต เพลง เมอ่ื วนั ฉันไมม่ เี ธอ , เพ่อื นนิรมติ
- เรื่อง กานนั อด๊ิ เพลง หวั ใจสง่ั ให้รกั , เธอ
เพลงโฆษณำ & Event
- Thai Fight 2010-2012
- รถไฟฟ้ าใตด้ นิ MRT
- ISUZU
- Air Asia
- AN คอนโดมิเนียม อนานนั ตพ์ ร็อตเพอร์ต้ี
Music Director Concert
- Concert Rock Divas นรินทร ณ บางชา้ ง , สุกญั ญา มเิ กล , อุ๊ หฤทยั
- Concert เหมือนขา้ วเยน็ อสั นี วสนั ต์
- Concert ใหม่ เจริญปุระ Green Concert#2
ละครเวที
- มวยไทย Live The Legend Live แสดงที่ โรงละคร เอเชียทคี
- Boxing Boys แสดงที่ รัชดาลยั เธียเตอร์
- Dog & Cats First On Stage แสดงท่ี โรงละคร M Therter
รำยกำรโทรทัศน์
- เพลงประกอบรายการ ฮลั โหลซุปตาร์
- รายการดวลเพลงดงั
4
ตำแหน่งและลักษณะงำนทไี่ ด้รับมอบหมำย
ทางานในตาแหน่ง ผชู้ ่วย Music Director ลกั ษณะงานเก่ยี วกบั การควบรวมการผลติ เสียง
เช่น เสียงเพลง Sound Design / Mixing / Mastering ทุกข้นั ตอนเพ่อื งานในรายการโทรทศั น์
บคุ ลำกรผ้นู ิเทศงำน
คุณ ปภสั ศิลป์ คตี วงศว์ ชั ร์ ตาแหน่ง Music Director บริษทั นาโจมิวสิค จากดั
ภาพที่ 2 บคุ ลากรผนู้ ิเทศงาน
SPU CHONBURI
SPU CHONBURI บทที่ 2
แนวคดิ และทฤษฎที ี่เกยี่ วข้อง
การศึกษา การผลิตเสียงเพลงในรายการดวลเพลงดงั ของบริษทั นาโจมิวสิค จาํ กดั มีการ
ใช้ ทฤษฎีท่ีเกี่ยวขอ้ ง ดงั น้ี
1. แนวคิดเก่ียวกบั รายการโทรทศั น์
2. แนวคดิ ในการออกแบบเสียง
3. การใชโ้ ปรแกรม Logic Pro X
แนวคดิ เกย่ี วกบั รายการโทรทัศน์
แนวคิดเก่ียวกบั การผลิตรายการโทรทศั น์ จะเป็นกระบวนการที่เก่ียวขอ้ งระหวา่ งการใช้
เคร่ืองมือท่ีมีความซบั ซอ้ นทางเทคนิคกบั ความคิดสร้างสรรคอ์ นั ละเอียดออ่ นผสมผสานออกมาเป็น
ตวั รายการงานผลิตรายการจึงเป็นเร่ืองของการใชท้ างศาสตร์และศิลปะอยา่ งกลมกลืน
(ฐาดินี เลาหนั ธ,์ 2542, หนา้ 7)
ข้นั ตอนการผลติ รายการโทรทศั น์
การผลิตรายการหลายๆประเภทจะถ่ายทาํ กนั ในหอ้ งจดั รายการ โดยมีการวางแผนและ
เตรียมงานมาเป็นอยา่ ง ดีก่อนการถ่ายทาํ ทุกคร้ัง โดยทว่ั ไปการผลิตรายการประกอบไปดว้ ย 4
ข้นั ตอน (พจนา สะใบบาง, 2546, หนา้ 25-27)
1.ข้ันวางแผนก่อนการผลติ รายการ (Preproduction Planning)
ข้นั ตอนก่อนการผลิตเป็นข้นั ตอนของการวางแผน ประชุมบุคลากรฝ่ ายต่างๆ เตรียมงาน
ให้ พร้อมก่อนการบนั ทึกเสียง หรือการถ่ายทาํ รายการ นบั เป็นข้นั ตอนแรกที่มีความสาํ คญั มาก
รายละเอียดของข้นั ตอนก่อนการผลิตมีดงั น้ี
1.1 วางแผนทางการผลิต ผผู้ ลิตรายการ (producer) เป็นผนู้ าํ ในการประชุมทีมงานฝ่ าย
ต่างๆท่ีคดั เลือกใหม้ าร่วมงาน โดยแจง้ ใหท้ ราบถึงขอ้ มูลเบ้ืองตนของรายการท่ีจะทาํ เป็น
กลุม่ เป้ าหมาย รูปแบบรายการ วตั ถุประสงคข์ องการผลิต วนั เวลาการออกอากาศ งบประมาณ
เพื่อใหท้ กุ ฝ่ ายทาํ ความเขา้ ใจให้ ตรงกนั แลว้ วางแผนในส่วนของตนท่ีจะทาํ การผลิตต่อไป
SPU CHONBURI 6
1.2 การเขียนบท ผเู้ ขียนบท (Script Writer) เป็นผไู้ ดร้ ับมอบหมายงานจากผผู้ ลิตรายการ
โดยตอ้ งทาํ ความ เขา้ ใจกบั รายละเอียดของรายการใหช้ ดั เจนเพื่อนาํ มาเป็นขอ้ มลู ในการเขียนบท
เป็น กลุ่มผรู้ ับสาร กลุ่มเป้ าหมายเป็นใคร อยใู่ นช่วงวยั ใด ความสนใจของเขาเป็นอยา่ งไร รายการ
น้นั มีความยาวในการ นาํ เสนอเท่าใด วตั ถุประสงคก์ ารผลิตเป็นเช่นไร จากน้นั จึงคน้ ควา้ หาขอ้ มลู
เน้ือหาสาระท่ีจะนาํ เสนอสู่ ผชู้ ม โดยตอ้ งทาํ ใหม้ ีความน่าสนใจน่ารับชม รับฟัง บท (Script) เป็น
ส่วนสาํ คญั ของการผลิตรายาการ ซ่ึงการเขียนบทของส่ือโทรทศั นจ์ ะเนน้ รายละเอียดท้งั ดา้ นภาพ
และเสียง
1.3 การเตรียมวสั ดุรายการ ในส่วนของการผลิตรายการโทรทศั น์จะมีความละเอียด
ซบั ซอ้ นจึงตอ้ งแบ่งทีมงานรับผดิ ชอบ การทาํ งานด่านศิลปกรรม ไดแ้ ก่ ทีมฉากและอปุ กรณ์
ประกอบฉาก (Set &Props) ทีมเส้ือผา้ (Costume) ทีมแต่งหนา้ (Make Up) และทีมกราฟิ ก
(Graphic)
1.4 การประสานงาน ในทีมงานผผู้ ลิตจะมีผปู้ ระสานงานนดั หมายการประชุม ติดตาม
ความคืบหนา้ ของงาน ทาํ สาํ เนาบทแจกทีมงานทุกฝ่าย ติดตอ้ จองหอ้ งสตูดิโอในวนั และเวลาที่
กาํ หนด แจง้ ฝ่ ายเทคนิคในวนั ที่ จะบนั ทึกเทป นดั หมายพิธีกร แขกรับเชิญ ผดู้ าํ เนินรายการและผู้
ร่วมรายการ ผทู้ าํ หนา้ ท่ีประสานงาน เป็นแกนกลางในการประสานงานระหวา่ งฝ่ ายต่างๆใหก้ าร
ทาํ งานเป็นไปอยา่ งราบรื่น
ข้นั ตอนน้ีประกอบไปดว้ ยรายละเอียดท่ีสาํ คญั 8 ประเดน็ หลกั คือ
1. การพฒั นาแนวความคิด
2. การกาํ หนดวตั ถุประสงคแ์ ละแนวทางการผลิตรายการ
3. การวิเคราะห์ผชู้ มเป้ าหมาย
4. การจดั ทาํ งบประมาณ
5. การคน้ ควา้ หาขอ้ มลู
6. การกาํ หนดวิธีในการผลิตรายการ
7. การเขียนโครงสร้างรายการและบทโทรทศั น์
8. การประชุมทีมงานผลิตรายการ
หากทีมงานผผู้ ลิตมีการเตรียมความพร้อมท่ีดี วางแผนการทาํ งานและวางแนวทางการ
แกป้ ัญหาอยา่ งรอบคอบ กเ็ ป็นไปไดว้ า่ การผลิตรายการน้นั นกจ็ ะสาํ เร็จลุลวงไปไดด้ ว้ ยดี
SPU CHONBURI 7
2. ข้นั เตรียมการผลติ รายการ (Setup and Rehearsal)
ข้นั เตรียมการผลิตรายการน้ีเป็นข้นั ตอนท่ีประกอบไปดว้ ยการจดั เตรียม (Setup) และการ
ซอ้ ม (Rehearsal)
2.1 การจดั เตรียม (Setup) ทีมงานทุกคนตอ้ งเตรียมงานทุกอยา่ งใหพ้ ร้อมภายในหอ้ ง
จดั รายการและหอ้ งควบคุมหอ้ งจดั รายการก่อนการถา่ ยทาํ ทุกคร้ัง เวลาที่ใชใ้ นการจดั เตรียมน้ีข้นึ อยู่
กบั ความซบั ซอ้ นของรายการท่ีจะ ผลิตและงบประมาณท่ีไดร้ ับซ่ึงถูกกาํ หนดมาในข้นั ตอนที่แลว้
ทีมงานทุกคนตอ้ งรู้จกั หนา้ ท่ีของตนเอง และควบคุมดูแลซ่ึงกนั และกนั เองใหง้ านประสบ
ความสาํ เร็จ การจดั เตรียมประกอบไปดว้ ยการดาํ เนินการดงั น้ี
2.1.1. การจดั เตรียมฉาก
2.1.2. การจดั เตรียมไฟ
2.1.3. การปรับแต่งเสียง
2.1.4. การจดั เตรียมเทปและภาพประกอบต่างๆ
ในการเตรียมงานน้นั ทีมงานทุกคนควรทาํ หนา้ ที่ท่ีตนรับผดิ ชอบไปพร้อมๆกนั เช่น
ขณะที่ พนกั งานจดั ฉากกาํ ลงั ตกแต่งฉาก ผคู้ วบคุมแสงควรจดั แสงไปดว้ ยขณะท่ีจดั แสงอยนู่ ้นั ผู้
ควบคุมเสียง ควรปรับแต่งเสียงใหไ้ ดร้ ะดบั ท่ีสมดุล ขณะท่ีกาํ ลงั จดั เตรียมพ้ืนท่ีการถา่ ยทาํ ผกู้ าํ กบั
เทคนิคควร ตรวจสอบความพร้อมของอปุ กรณ์ทุกชนิดท่ีอยใู่ นหอ้ งควบคุมหอ้ งจดั รายการ ช่างภาพ
ควรปรับแต่ง ภาพและมุมกลอ้ งใหพ้ ร้อม ดงั น้นั การจดั เตรียมรายละเอียดและอุปกรณ์ต่างๆใน
หอ้ งควบคุมหอ้ งจดั รายการจาํ เป็นตอ้ งดาํ เนินไปพร้อมๆกนั กบั การจดั เตรียมในหอ้ งจดั รายการ การ
จดั เตรียมงาน คือ ปัจจยั สาํ คญั ที่บ่งบอกวา่ การผลิตรายการจะประสบความสาํ เร็จหรือ ลม้ เหลว ถา้ มี
รายละเอียดบางอยา่ งในข้นั ตอนน่ีที่ทีมงานไดล้ ะเลยไป ทีมงานผนู้ ้นั จะตอ้ งจดั เตรียม หรือแกไ้ ขใน
ข้ึนการซอ้ มซ่ึงจะทาํ ใหเ้ สียเวลามากข้ึน รวมท้งั เกิดความลา้ ชา้ แก่องคป์ ระกอบอื่นๆที่ตอ้ ง ใชเ้ วลา
สาํ หรับการซอ้ มดว้ ยเช่นกนั
2.2 การซอ้ ม (Rehearsal) เมื่อจดั เตรียมงานในหอ้ งจดั รายการและหอ้ งควบคุมหอ้ งจดั
รายการและหอ้ งควบคมุ หอ้ งจดั รายการแลว้ ข้นั ตอนต่อมาคือการซอ้ ม ซ่ึงเป็นข้นั ตอนท่ีจดั เตรียม
เสมือนการถ่ายทาํ จริง ประกอบไป ดว้ ย 4 ลกั ษณะดงั น้ี
2.2.1 การซอ้ มแหง้ (Dry-run) คือ การซอ้ มบทพดู หรือการต่อบทกนั ระหวา่ งพิธีกร
โดยไม่จาํ เป็นตอ้ งพดู กบั ไมโครโฟนหรือซอ้ มในหอ้ งสตดู ิโอ จุดประสงคเ์ พือ่ ความคุน้ เคยกบั บท
ซกั ซอ้ มคิว หรือทดลองจบั เวลาก่อนบนั ทึกเสียงจริง
2.2.2 การซอ้ มกลอ้ ง (Camera Rehearsal) คือ การท่ีผกู้ าํ กบั รายการเรียกใหผ้ ดู้ าํ เนิน
รายการมาอยใู่ นฉากที่จะถา่ ยทาํ จริง และควบคุมการแสดงและการพดู บทต่างๆอยา่ งใกลช้ ิด พร้อม
SPU CHONBURI 8
ท้งั กาํ หนดตาํ แหน่งท่ีจะตอ้ งยนื หรือเคล่ือนไหวร่างกาย ในขณะเดียวกนั ผกู้ าํ กบั แจง้ ใหต้ ากลอ้ งรับ
ภาพหรือใชเ้ ทคนิคการเคลื่อนกลอ้ งตามทตี่ นตอ้ งการ การซอ้ มกล่องจึงเป็นเหมือนการซอ้ มการจบั
ภาพของตากลอ้ งใหส้ อดรับการเคล่ือนไหวและการแสดงอารมณ์ท่าทางของผดู้ าํ เนินรายการ
ในขณะที่ ผดู้ าํ เนินรายการกร็ ู้วา่ ตนควรยนื อยใู่ นตาํ แหน่งใดและหนั รับเขา้ กบั กลอ้ งตวั ใด
2.2.3 การซอ้ มอยา่ งต่อเนื่อง (Run-throughs) เป็นการซอ้ มต้งั แต่ตน้ จนจบรายการอยา่ ง
ต่อเนื่อง เมื่อมีขอ้ ผิดพลาดใด ๆเกิดข้ึน ทีมงานตอ้ งตรวจสอบและดาํ เนินการแกไ้ ขใหเ้ รียบร้อย
2.2.4 การซอ้ มเหมือนจริง (Dress Rehearsal) เป็นการซอ้ มที่เหมือนกบั การออกอากาศ
จริง การซอ้ มลกั ษณะน้ีมกั ใชก้ บั รายการท่ีมีความสาํ คญั มาก รายการโทรทศั น์ส่วนใหญ่ใชว้ ธิ ีการ
บนั ทึกเทป ไวล้ ว่ งหนา้ การซอ้ มเหมือนจริงจึงไม่มีความจาํ เป็น ขณะท่ีซอ้ มรายการอยนู่ ้นั ผคู้ วบคมุ
การผลิต รายการ (Producer) จะทาํ หนา้ ที่เสมือนเป็นผชู้ มทางบา้ น น้นั คอื มองไปที่จอภาพเพื่อ
ตรวจสอบภาพ ท่ีเกิดข้ึนวา่ มีสิ่งใดผดิ พลาดและตอ้ งปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบา้ ง จากน้นั จึงนาํ มา
ปรึกษากบั ผกู้ าํ กบั รายการ ผรู้ ่วมรายการและทีมงานทุกคนเพ่ือแกไ้ ขต่อไป
3. ข้นั การผลติ รายการ ( Production )
ข้นั การผลิตรายการคือข้นั ตอนของการบนั ทึกเทปรายการหรือถา่ ยทอดสด หลงั จากที่
ทีมงาน ทุกฝ่ายเตรียมความพร้อมมาเป็นอยา่ งดี ในวนั ถ่ายทาํ จริงจะเป็นการรวมทีมงานมาประจาํ ท่ี
หอ้ งสตดู ิโอหรือพ้นื ท่ีที่กาํ หนดใหเ้ ป็นสถานที่ถา่ ยทาํ เพอื่ ช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ในขณะบนั ทึก
เทปหรือ ออกอากาศสด
3.1 การบนั ทึกเทป (On videotape) วธิ ีการน้ีเป็นที่นิยมของผผู้ ลิตรายการโทรทศั น์ใน
ปัจจุบนั ช่วยใหก้ ารทาํ งานไม่ยงุ่ ยากเพราะ ไม่จาํ เป็นตอ้ งถ่ายทาํ ตามลาํ ดบั เหตกุ ารณ์หรือตลอด
เหตุการณ์โดยไม่หยดุ กลอ้ ง วธิ ีการ คือ บนั ทึก รายการลงเทปจากน้นั นาํ เทปไปตดั ต่อและผสมเสียง
เพื่อเป็นรายการที่สมบูรณ์พร้อมออกอากาศต่อไป การถา่ ยทาํ ดว้ ยการบนั ทึกน้ีทาํ ใหท้ ีมงานสามารถ
ควบคุมและดแู ลการทาํ งานไดเ้ ป็นอยา่ งดี ผกู้ าํ กบั รายการมีโอกาสกาํ หนดภาพ แสง และเสียงมาก
ข้ึน อยา่ งไรกต็ ามการถ่ายทาํ ดว้ ยวิธีน้ีจะตอ้ งใชเ้ วลา และคา่ ใชจ้ ่ายมาก
3.2 การถา่ ยทอดสด (Live) เม่ือเร่ิมเปิ ดรายการการถ่ายทาํ จะเกิดข้ึนอยา่ งต่อเน่ืองกนั
ไปจนจบรายการโดยไม่มีการหยดุ กลอ้ ง รายการท่ีผลิตโดยการถ่ายทอดสดน้ีจะเร่ิมตน้ และสิ้นสุด
ภายในช่วงเวลาท่ีทางสถานีไดก้ าํ หนด ไว้ การถา่ ยทอดสดน้ีจะจบลงที่ข้นั ตอนการผลิต
(Production) โดยไม่มีข้นั หลงั การผลิตรายการ (Postproduction) การถ่ายทอดสดจะมีท้งั ขอ้ ดีและ
ขอ้ เสีย คือ สามารถรายงานและนาํ เสนอ เหตุการณ์ท่ีกาํ ลงั เกิดข้ึนจริงไปยงั ผชู้ มกลุม่ เป้ าหมายแตใ่ น
ขณะเดียวกนั ทีมงานตอ้ งเอาใจใส่และมี ความระมดั ระวงั มากเป็นพเิ ศษขณะกาํ ลงั ผลิตรายการ
เนื่องจากเม่ือมีปัญหาและส่ิงผดิ พลาดใด ๆ เกิดข้ึนจะไม่สามารถแกไ้ ขโดยวิธีการตดั ตอ่ ไดเ้ ลย การ
SPU CHONBURI 9
ผลิตรายการท้งั ที่เป้ นการบนั ทึกเทปและการถา่ ยทอดสดน้ีสามารถถา่ ยทาํ ท้งั ในหอ้ งจดั รายการและ
สถานที่ ซ่ึงจะใชส้ ถานที่ใดน้นั ข้ึนอยกู่ บั การพิจารณาของทีมงานตามความเหมาะสมในแต่ ละ
ประเดน็ ที่นาํ เสนอ
4. ข้นั หลงั การผลติ รายการ (Postproduction)
ข้นั หลงั การผลิตรายการเป็นข้นั ตอนการตดั ต่อรายการและประเมินผลการทาํ งานของ
ทีมงาน นบั เป็นข้นั ตอนสุดทา้ ยของการผลิตรายการ อธิบายไดด้ งั น้ี
4.1 การตดั ต่อ ใชก้ บั รายการที่บนั ทึกเทปเกบ็ ไวอ้ อกอากาศภายหลงั การตดั ต่อมี
จุดประสงค์ เพ่ือร้อยเรียงรายการใหต้ ่อเน่ือง จดั ลาํ ดบั ประเดน็ ใหเ้ ขา้ ใจง่าย ตดั สิ่งท่ีทาํ ใหเ้ ยนิ่ เยอ่
เพ่มิ ความ น่าสนใจดว้ ยเสียงดนตรีและเสียงประกอบใหด้ ูสมจริง ทาํ ใหร้ ายการน้นั ๆมีความ
สมบรู ณ์ที่สุด การตดั ต่อรายการเกี่ยวขอ้ งกบั การลาํ ดบั ภาพ ใส่กราฟิ กและลงเสียงประกอบ ผตู้ ดั ต่อ
ตอ้ ง เลือกลาํ ดบั ภาพอยา่ งสื่อความหมาย เลือกเพลงและเสียงประกอบใหไ้ ดอ้ ารมณ์ความรู้สึกตาม
ความ ตอ้ งการของผเู้ ขียนบท โดยใหเ้ น้ือหาสาระยงั อยคู่ รบและไดร้ ับอรรถรสในการชมไปพร้อม ๆ
กนั
4.2 การประเมินผล ภายหลงั งานการผลิตรายการออกอากาศเสร็จสิ้นแลว้ ทุกคร้ัง
ทีมงานจะ มีการประชุมเพ่อื ประเมินผลการทาํ งานของแต่ละฝ่าย เพ่อื พจิ ารณาวา่ การทาํ งานท่ีผา่ นมา
น้นั มี ขอ้ บกพร้องควรแกไ้ ขหรือไม่ อนั เป็นแนวทางปรับปรุงการทาํ งานในการผลิตรายการในคร้ัง
ต่อไปใหด้ ี ข้ึน นอกจากน้ีทีมงานยงั ตอ้ งรับฟังเสียงตอบรับจากประชาชนภายหลงั การรับชมรายการ
ขอ้ แนะนาํ ติ ชม ตลอดจนขอ้ เสนอแนะต่างๆมีส่วนพฒั นาและกาํ หนดแนวทางเน้ือหารายการใน
คร้ังหนา้ ได้ ข้นั ตอนการผลิตรายการน้นั จะเกิดข้ึนไม่ได้ หากไม่รูปแบบของรายการโทรทศั นก์ ่อน
แนวคดิ ในการออกแบบเสียง
ความหมายของเสียง
เสียง ( Sound ) หมายถึง พลงั งานรูปแบบหน่ึงเกิดจากการสนั่ สะเทือนของวตั ถุและทาํ ให้
ตวั กลางซ่ึงปกติคืออากาศเกิดการสนั่ สะเทือนไปดว้ ย การสนั่ สะเทือนของอากาศทาํ ใหเ้ กิดความดนั
เป็นคล่ืนส่งต่อจากแหล่งกาํ เนิดเมื่อคลื่นเสียงกระทบหูเรา เราจะไดย้ นิ เสียง เสียงคือพลงั ท่ีเกิดจาก
การสนั่ สะเทือนในโมเลกลุ ของตวั กลางต่างๆ เช่น อากาศ หรือตวั กลางอ่ืนที่เป็นอากาศหรือ
ของเหลวและของแขง็ ท่ีอยใู่ กลแ้ หลง่ กาํ เนิดเสียงน้นั แลว้ โมเลกลุ ของตวั กลางน้นั จะเกิดแรงอดั
(Compression) และขยาย (Refection) สลบั กนั ไป ทาํ ใหค้ วามดนั บรรยากาศเปลี่ยนแปลงสูงข้ึนและ
ต่าํ ลงตามลกั ษณะของแรงอดั และขยายของโมเลกลุ ดงั กล่าวเกิดลกั ษณะเป็นคล่ืนท่ีเรียกวา่ คลื่นเสียง
(Sound Wave) ซ่ึงเม่ือคลื่นเสียงผา่ นเขา้ หูและอวยั วะภายในของหูจะทาํ ใหเ้ กิดการไดย้ นิ เสียงข้นึ หู
SPU CHONBURI 10
คือ อวยั วะรับเสียงของมนุษย์ ซ่ึงเป็นระบบเปิ ดที่สามารถรับรู้โดยการไดย้ นิ เสียงจากการ
เปล่ียนแปลงความดนั บรรยากาศ มีช่วงความถี่ท่ีไดย้ นิ ประมาณ 20 – 20KHz และระดบั ความดงั
เสียงประมาณ 0 – 130 เดซิเบล เสียง ( สรางคร์ ัตน์ ชชั ประมุน, 2554, หนา้ 8)
เสียง เป็นคล่ืนชนิดหน่ึงท่ีเป็นที่คุน้ เคยกนั องมนุษยเ์ ราซ่ึงมีท้งั ที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ
เช่นเสียงพดู คุยเสียงร้องของคนและสตั ว์ เสียงน้าํ ตก ฯลฯ และเสียงที่เกิดจากการสร้างข้ึนเช่น เสียง
สญั ญาณ เสียงเคร่ืองยนต์ เสียงดนตรี ฯลฯ แหล่งกาํ เนิดเสียง เครื่องดนตรี เช่น เสียงของมนุษย์ หรือ
อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ เช่น ลาํ โพง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น เสียงฟ้ าร้อง ลมพดั หรือน้าํ ตก
กิจกรรมต่างๆเช่น ตอกตะปู การเกิดคล่ืนเสียงและลกั ษณะของเสียง เสียงเกิดจากการสน่ั ของวตั ถุท่ี
เป็นตน้ กาํ เนิดเสียง โดยพลงั งานสนั่ สะเทือนน้ีจะถา่ ยทอดผา่ นตวั กลางทาํ ใหอ้ นุภาคตวั กลางสน่ั ไป
มา ส่งผลใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงความดนั ในตวั กลางท่ีเสียงเคล่ือนที่ผา่ น ทาํ ใหบ้ างบริเวณภายใน
ตวั กลางมีความดนั สูงกวา่ ความดนั ที่จะสมดุล และทาํ ใหบ้ างบริเวณภายในตวั กลางมีความดนั ต่าํ กวา่
ภาวะสมดุล ( สรางคร์ ัตน์ ชชั ประมุน , 2554, หนา้ 8)
ลกั ษณะของเสียง
ประกอบดว้ ยคลื่นสียงแบบ ออดิโอ ( Audio ) ซ่ึงมีฟอร์แมตเป็น wav au การบนั ทึกจะ
บนั ทึกตามลูกคลื่นเสียง โดยมีการแปลงสญั ญาณใหเ้ ป็นดิจิทลั และใชเ้ ทคโนโลยกี ารบีบอดั เสียงให้
เลก็ ลง ( ซ่ึงคุณภาพกต็ ่าํ ลงดว้ ย ) เสียง CD เป็นรูปแบบการบนั ทึกที่มีคุณภาพสูงไดแ้ ก่ เสียงที่บนั ทึก
ลงในแผน่ CD เพลงต่างๆ MIDI ( Musical Instrument Digital Interface) เป็นรูปแบบของเสียงท่ี
แทนท่ีเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ สามารถเกบ็ ขอ้ มูล และใหว้ งจรอิเลก็ ทรอนิกส์
สร้างเสียงตามตวั โนต้ เสมือนการเล่นของเคร่ืองดนตรีน้นั ๆ เทคโนโลยเี ก่ียวกบั เสียงประกอบดว้ ย
การบนั ทึกขอ้ มูลเสียง เสียงท่ีทาํ งานผา่ นคอมพิวเตอร์ เป็นสญั ญาณดิจิตอล ซ่ึงมี 2 รูปแบบคือ
Synthesize Sound เป็นเสียงที่เกิดจากตวั วเิ คราะห์เสียง ท่ีเรียกวา่ MIDI โดยเมื่อตวั โน๊ตทาํ งาน คาํ สง่ั
MIDI จะถูกส่งไปยงั Synthesize Chep เพอื่ ทาํ การแยกเสียงวา่ เป็นดนตรีชนิดใด ขนาดไฟล์ MIDI
จะมีขนาดเลก็ เน่ืองจากเกบ็ คาํ สงั่ ในรูปแบบง่ายๆ Sound Data เป็นเสียงจากที่มีการแปลงสญั ญาณ
จาก Analog เป็นสญั ญาณ Digital โดยมีจะมีการบนั ทึกตวั อยา่ งคลื่น ( Sample ) ใหอ้ ยทู่ ี่ใดที่หน่ึง
ในช่วงของเสียงน้นั ๆ และการบนั ทึกตวั อยา่ งคลื่นเรียงกนั เนจาํ นวนมากเพอ่ื ใหม้ ีคุณภาพท่ีดีกจ็ ะทาํ
ใหข้ นาดของไฟลโ์ ตตามไปดว้ ย Sample Rate จะแทนดว้ ย KHz ใชอ้ ธิบายคุณภาพของเสียง อตั รา
มาตรฐานของ Sample rate เท่ากบั 11KHz 22KHz 44KHz Sample Size แทนค่าดว้ ย bits คือ 8
และ 16 bits ใชอ้ ธิบายจาํ นวนของขอ้ มูลที่ใชจ้ ดั เกบ็ ในคอมพวิ เตอร์ คุณภาพเสียงท่ีดีที่สุด ไดแ้ ก่
Audio – CD ท่ีเท่ากบั 44 kHz ระบบ 16 bits เป็นตน้ มาตรฐานการบีบอดั ขอ้ มูลเสียงท่ีมีคุณภาพดี
มกั จะมีขนาดโต จึงตอ้ งมีการบีบอดั ขอ้ มลู ใหม้ ีขนาดเลก็ ลง มาตรฐานการบีบอดั ขอ้ มลู ไดแ้ ก่
11
ADPCM- Adaptive Differential Pulse Code Modulation โดยจะทาํ การบีบอดั ขอ้ มลู ที่มี
การบนั ทึกแบบ 8 หรือ 16 bits โดยมีอตั ราการบีบอดั ประมาณ 4 : 1 หรือ 2 : lu-law A-law เป็น
มาตรฐาน ท่ีกาํ หนดโดย CCITT สามารถบีบอดั เพลง 16 bits ไดใ้ นอตั รา 2:1
MACE มีจุดเด่นคือ บีบอดั และขยายขอ้ มูลใหม้ ีขนาดเท่าเดิมได้ จึงใชไ้ ดเ้ ฉพาะขอ้ มูล
เสียง 8 bits อตั ราการบีบอดั คือ 3:1 และ 6:1 อยา่ งไรกต็ ามคุณภาพเสียงไม่ดีเท่าท่ีควร และทาํ งานได้
เฉพาะกบั Mac เท่าน้นั
MPEG เป็นมาตรฐานการบีบอดั ขอ้ มลู ที่นิยมมากในปัจจุบนั โดยช่ือน้ีเป็นช่ือยอ่ ของทีมง
นาพฒั นา Moving Picture Export Group โดยปัจจุบนั มีฟอร์แมตที่นิยมคือ MP3 ( MPEG 1 Audio
Layer 3 ) ซ่ึงกค็ ือเทคโนโลยกี ารบีบอดั ขอ้ มูลเสียงของมาตรฐาน MPEG 1 นนั่ เอง เป็นไฟล์ ท่ีนิยม
ใชก้ บั เครือข่ายอินเตอร์เน็ตดว้ ย ( กิติมา เพชรทรัพย,์ 2559, ออนไลน์ )
ลกั ษณะของเสียงไดแ้ บ่งชนิดและแหล่งกาํ เนิดเสียงในชุมชนและสถานประกอบการเป็น
4 ลกั ษณะดงั น้ี (ภาสกร ยตุ าคม, 2553, หนา้ 20)
1. เสียงท่ีดงั สม่าํ เสมอ ( Steady – State noise ) เป็นเสียงที่ต่อเน่ืองที่มีลกั ษณะความเขม้
ของเสียงท่ีคอ่ นขา้ งคงท่ี คือ การเปล่ียนแปลงไม่เกินบวก 5 เดซิเบลในหน่ึงวนิ าที เช่น เสียงพดั ลม
เสียงเครื่องทอผา้ เสียงเคร่ืองจกั ร และเสียงเครื่องยนตไ์ อพน่ เป็นตน้
2. เสียงที่เปลี่ยนแปลงระดบั เสมอ ( Fluctuating noise ) เป็นเสียงที่มีความเขม้ สูงๆ ต่าํ ๆมี
การเปล่ียนความเขม้ ขน้ ของเสียงมากกวา่ 5 เดซิเบลในหน่ึงวนิ าที และมีความถ่ีของเสียงจากเครื่อง
ตดั ไม้ เสียงจากเล่ือยวงเดือน เสียงไซเรน เป็นตน้
3. เสียงท่ีดงั เป็นระยะ ( Intermittent noise ) เป็นเสียงที่มีลกั ษณะไม่ชดั เจน เกิดข้ึนแบบ
ไมต่ ่อเนื่อง เกิดเป็นช่วง ไดแ้ ก่ เสียงเครื่องบินหรือเสียงยนตท์ ี่ผา่ นมาเป็นระยะ ทีละคนั ทีละลาํ
เสียงจากเครื่องอดั ลม เป็นตน้
4. เสียงกระแทก( Impulse or Impact noise ) เป็นเสียงที่เกิดข้ึนแลว้ ค่อยๆหายไป มี
ลกั ษณะแหลม และดงั ระยะเวลาไม่นาน ประมาณ 0.5วินาที ระดบั ความดงั จะเปล่ียนแปลงไปอยา่ ง
นอ้ ย 40 เดซิเบล เป็นเสียงท่ีเกิดข้ึนทนั ทีส้นั ๆ ซ่ึงอาจจะเป็นเสียงท่ีทาํ ซ้าํ ๆหลายๆคร้ังหรืออาจกิดข้นึ
นานๆคร้ังกไ็ ด้ ไดแ้ ก่ เสียงหมุด เสียงตอกเสาเขม็ เป็นตน้
SPU CHONBURI
SPU CHONBURI 12
ในชีวิตประจาํ วนั ของคนเราน้นั สม้ สมั ผสั กบั เสียงลกั ษะเสียง ซ่ึงแบ่งเป็น 2 ประเภท
1. เสียงไมร่ บกวน(Sound) เป็นเสียงท่ีฟังแลว้ เกิดความเพลิดเพลินไม่รู้สึกวา่ ถูกรบกวน
เช่น ดนตรีเบาๆ น้าํ ตก นกร้อง ทาํ ใหป้ ฎิบตั ิงานไดด้ ีข้ึน
2. เสียงรบกวน ( Noise ) เสียงท่ีเราไม่ตอ้ ง รบกวนการทาํ งาน ทาํ ใหป้ ระสิทธิภาพของ
การทาํ งานลดลงเกิดการบาดเจบ็ พกิ าร เป็นอตั รายแก่ประสาทหูได้ เสียงรบกวน อาจแบ่งไดต้ าม
ระดบั ความดงั ของเสียง ( Type of Noise )คือ
2.1 เสียงรบกวนแบบวงแคบ ( Narrow – band noise ) ระดบั เสียงที่ออกมาจะดงั อยู่
ในช่วงความถี่แคบๆ ช่วงหน่ึงหรืออาจจะดงั อยใู่ ยช่วงความถี่เดียว
2.2 เสียงประเภทแรงกระตุน้ ( The Impulse type noise ) ประกอบดว้ ยเสียงดงั ที่
เกิดข้ึนซ้าํ ๆหลายคร้ัง ( Repetitive Impulse noise ) หรือแบบไม่ซ้าํ ( Nonrestrictive Impulse noise )
กรณีเสียงที่ปฏิบตั ิงานสมั ผสั มีระดบั เสียงต่างๆกนั มากกวา่ 1 ระดบั และไดร้ ับเสียงในเวลาต่างๆกนั
กส็ มควรนพระดบั เสียงและเวลาคาํ นวณดว้ ย แต่ละระดบั เสียงท่ีดงั ต่าํ กวา่ 90 เดซิเบล ไม่ตอ้ งนาํ มา
คาํ นวน
ชนิดของคลนื่ เสียง
คล่ืนเสียงแบ่งตามช่วงความถ่ีได้ 3 ชนิด ( สรางคร์ ัตน์ ชชั ประมุน ,2554,หนา้ 15 )
1. คล่ืนใตเ้ สียง ( Intiramic Wave ) มีความถี่อยใู่ นช่วง 0.120 เกิดจากการสน่ั สะเทือนของ
วตั ถุขนาดใหญเ่ ช่น แผน่ ดินไหว คล่ืนจากการสนั่ สะเทือนในการก่อสร้าง คล่ืนสนั่ สะเทือนจาก
การจราจร
2. คลื่นท่ีไดย้ นิ ( Audible Sound Wave ) มีความถ่ี 20-20,000Hz เป็นคล่ืนเสียงท่ี
ประสาทหูของคนปกติสามารถไดย้ นิ เกิดจากการสัน่ สะเทือนของวตั ถุขนาดกลางเช่น เสียงพดู คุย
(การสนั่ ของสายเสียงภายในคอ )
3. คลื่นเหนือเสียง (Ultrasonic Wave) มีความถ่ีอยใู่ นช่วง 20-600MHz เกิดจากการ
สนั่ สะเทือนของวตั ถุขนาดเลก็ เช่นการสนั่ ของผลึกควอตซจ์ ากการเหนี่ยวนาํ ดว้ ยสนามไฟฟ้ า การ
ไดย้ นิ เสียงเม่ือคล่ืนเสียงตกกระทบหูของมนุษยจ์ ะเปลี่ยนแปลงความดงั ท่ีเกิดข้ึนจากคลื่นเสียงเป็น
กระแสประสาทซ่ึงจะถูกส่งต่อไปยงั สมอง เพอ่ื แปลความหมายของเสียงที่ไดย้ นิ
องค์ประกอบสําคญั ของการได้ยนิ เสียง
องคป์ ระกอบของการไดย้ นิ เสียงมี 3 ประการ คือ ตน้ กาํ เนิดเสียงตวั กลาง และ ประสาท
รับเสียง ความรู้สึกในการไดย้ นิ เสียง มี 3 ลกั ษณะใหญ่ๆ คือ ความรู้สึกทุม้ -แหลม กบั ความถ่ีของ
เสียง ( เกษม จนั ทร์แกม้ , 2554, หนา้ 23-25 )
SPU CHONBURI 13
1. ความรู้สึกดงั สมั พนั ธก์ บั ความเขม้ ของเสียงความไพเราะของเสยง สมั พนั ธก์ บั
รูปแบบของคลื่นเสียง โดยเกิดจากการผสมผสานกนั ของคล่ืนเสียงหลายๆความถ่ีท่ีมีความเขม้
ต่างๆกนั ระดบั เสียงและความถี่ระดบั เสียงคือลกั ษณะเฉพาะเก่ียวกบั ความรู้สึกในการไดย้ นิ เสียงที่
ทาํ ใหผ้ ฟู้ ังสามารถแยกแยะไดว้ า่ เสียงที่ไดย้ นิ เป็นเสียงสูงหรือเสียงต่าํ สาํ หรับเสียงบริสุทธ์ิที่มีความ
เขม้ เสียงคงที่ ระดบั เสียงจะเพม่ิ ตามความถ่ีท่ีเพ่มิ ข้ึน
2. เสียงทุม้ เป็นเสียงท่ีมีระดบั เสียงต่าํ ความถี่ต่าํ (ความถ่ีที่ต่าํ ท่ีสามารถไดย้ นิ คือ
20Hz)
3. เสียงแหลม เป็นเสียงที่มีรพดบั เสียงสูงความถี่สูง (ความถี่ท่ีสูงสุดที่สามาถไดย้ นิ คือ
20KHz)
การอธิบายคุณภาพของเสียง
-Sample Rate จะแทนดว้ ย KHz ใชอ้ ธิบายคุณภาพของเสียง อตั รามาตรฐานของ Sample
rate เท่ากบั 11KHz , 22KHz , 44KHz
-Sample Size แทนค่าดว้ ย bits คือ 8 และ 16 bits ใชอ้ ธิบายจาํ นวนของขอ้ มลู ท่ีใชจ้ ดั เกบ็
ในคอมพวิ เตอร์ คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดไดแ้ ก่ Audio – CD ที่เท่ากบั 44KHz ระบบ 16 bitsเป็นตน้
เสียงที่มีคุณภาพดี มกั จะเป็นไฟลท์ ่ีมีขนาดใหญ่ ใชเ้ น้ือท่ีในการจดั เกบ็ มากดงั น้นั จึงตอ้ งมี
การบบั อดั ขอ้ มลู ใหม้ ีขนาดเลก็ ลง มาตรฐานการบีบอดั ขอ้ มลู ท่ีนิยมใชก้ นั ในปัจจุบนั คือ MPEG ซ่ึง
เป็นชื่อยอ่ ของทีมงาน พฒั นา Moving Picture Export Group โดยปัจจุบนั มีฟอร์แมตที่นิยมคือ MP3
( MPEG 1 Audio Layer 3 ) ซ่ึงก็คือเทคโนโลยกี ารบีบอดั ขอ้ มลู เสียงของมาตรฐาน MPEG 1 นนั่ เอง
เป็นไฟลท์ ี่นิยมใชก้ บั เครือขา่ ยอินเทอร์เนต็ ดว้ ย และ CD เพลง MP3 ที่นิยมฟังกนั ในปัจจุบนั
( กิติมา เพชรทรัพย,์ 2559, ออนไลน์ )
อุปกรณ์ประมวลสัญญาณเสียง
อุปกรณ์เครื่องเสียงเป็นอุปกรณ์ที่ทาํ งานโดยหลกั การของการผลิตซ้าํ บนั ทึกหรือ
ประมวลผลเสียง ซ้ึงรวมถึงอุปกรณ์ ไมโครโฟน (Microphones), เคร่ืองรับวทิ ยุ (Radio receivers),
เครื่องรับสญั ญาณภาพและเสียง(AVReceivers),เคร่ืองเลน่ คอมแพค็ ดิสกห์ รือซีดี(CDplayers),
เครื่องบนั ทึกเสียง (Audio recorders), เครื่องผสมสญั ญาณ (Mixer), กลุ่ม เอฟเฟค (Effects units)
หรือ เคร่ืองประมวลสญั ญาณ (Signal processor) ซ่ึงรวมถึง อีควอไลเซอร์ (Equalizer), เคร่ืองขยาย
(Amplifiers)และลาํ โพง(loudspeakers)ซ่ึงอปุ กรณ์เหลา่ น้ีสามารถเชื่อมต่อกนั ดว้ ยสายสญั ญาณ
(Signal Cable) ต่างๆ และเสียงที่เราไดย้ นิ จะเป็นไปตาม องคป์ ระกอบระบบเสียง Audio system
components (เกษม จนั ทร์แกว้ , 2552, หนา้ 40)
SPU CHONBURI 14
ระบบของสียง
เครื่องขยายเสียงไม่วา่ จะเป็นเคร่ืองบนั ทึกเสียงเคร่ืองรับวิทยแุ ละระบบเสียงของโทรทศั น์
โดยตอ้ งการใหเ้ สียงน้นั มีความชดั เจนไม่มีเสียงรบกวนสอดแทรก มีเสียงเหมือนจริงตามธรรมชาติ
และมีความไพเราะร่ืนหูปัจจุบนั ไดม้ ีการพฒั นาปรับปรุงคุณภาพของเสียงใหอ้ ยใู่ นข้นั ดีเสียงดงั ฟัง
ชดั และมีความเที่ยงตรงเหมือนความเป็นจริงมากที่สุดโดยระบบของเสียงแบ่งเป็นประเภทดงั น้ี
(วรี ศกั ด์ิ เชิงเชาว,์ 2553, หนา้ 20-23)
1. ระบบเสียงช่องเดียว (Mono) ระบบเสียง ช่องทางเดียว (Mono) คือระบบเสียงที่มี
ช่องทางเสียง(channel)เพียงช่องเดียวเท่าน้นั สาํ หรับการฟังระบบเสียงMonoจะใชล้ าํ โพงเพียงตวั
เดียว(หรือจะมีมากกวา่ 1 ตวั แต่ทุกตวั จะใหเ้ สียงอนั เดียวกนั ท้งั หมด)
2. ระบบเสียง2ช่องทาง(Stereo)ระบบเสียง2ช่องทาง(Stereo)เป็นระบบเสียงท่ี
ประกอบดว้ ยช่องทางเสียง2ช่องสาํ หรับการฟังจะตอ้ งใชล้ าํ โพง2ตวั แตล่ ะตวั จะใหเ้ สียงในแต่ ละ
ช่องทาง ระบบเสียง 2 ช่องทาง (Stereo) น้ี จุดฟัง ควรจะอยกู่ ่ึงกลางระหวา่ งลาํ โพง 2 ตวั เพ่ือให้ ได้
มิติของเสียง หากอยใู่ กลล้ าํ โพงตวั ใดตวั หน่ึงมากเกินไปความดงั ของลาํ โพงจะทาํ ใหม้ ิติของ เสียง
จากลาํ โพงอีกตวั หายไปสาํ หรับระบบStereoในโรงหนงั จะประกอบดว้ ยช่องทางเสียง3-4ช่องโดย
มี2ช่องเป็นสญั ญาณเสียงซา้ ยขวาและมีสญั ญาณเสียง effect อยดู่ า้ นหลงั (surround)และที
สญั ญาณเสียงบทพดู (dialogue)อยดู่ า้ นหนา้ เพ่อื ดึงความสนใจใหอ้ ยบู่ ริเวณจอภาพ แต่สาํ หรับ ระบบ
Stereoบนแผน่ เสียงหรือบนเทปจะมีแค่2ช่องทางเนื่องจากสื่อสามารถเกบ็ ช่องทางเสียงไดแ้ ค่น้นั
3. ระบบเสียง 4 ช่องทาง (Quadraphonic Stereo)เป็นระบบเสียงท่ีไม่ค่อยรู้จกั กนั เป็นการ
encode เสียง4ช่องทางโดยเสียง2ช่องทางท่ีเพิ่มมาจากระบบเสียง2ช่องทาง(Stereo)น้นั เป็นช่องทาง
เสียงสาํ าหรับลาํ โพง 2 ตวั ที่จะวางไวด้ า้ นหลงั อยา่ งไรกต็ าม ระบบเสียง 4ช่องทาง (Quadraphonic)
น้ี กไ็ ม่สามารถหามาตรฐานสาํ าหรับการผลิตได้ ทาํ ให้ ไม่มีใครผลิตสื่อในระบบ เสียงน้ีออกมา
4. ระบบเสียง 2 ช่องทาง เพม่ิ (Dolby Stereo) ระบบเสียงน้ี เริ่มตน้ ในปี 1976 โดยพฒั นา
มาจากระบบเสียง2ช่องทาง(Stereo)สาํ หรับโรงหนงั ทาํ ใหส้ ามารถ"เพ่มิ "ช่องทางเสียงไดอ้ ีก2 ช่อง
ร่วมเขา้ ไปกบั ช่องเสียง2ช่องเดิม (คือเป็นการรวมช่องเสียงSurroundและDialogueเขา้ ไปไว้ ใน
ระบบStereo)ในการฟังระบบเสียงน้ีจาํ เป็นตอ้ งมีอุปกรณ์ในการถอดรหสั แยกเสียงใหเ้ ป็น4 ช่องทาง
ส่ิงท่ีพฒั นาข้ึนใน ระบบเสียง 4 ช่องทางเพิม่ (Dolby Stereo) คือ การรวมสญั ญาณเสียง 4 ช่องทาง
ใหห้ ลือ2ช่องทางและการพฒั นาระบบเอนโคด้ /ดีโคด้ (encode/decode)สญั ญาณเสียง รวมไปถึง
เทคนิคในการลดเสียงรบกวน (Noise Reduction)
5. ระบบเสียง 3 ช่องทาง (Dolby Surround) ระบบเสียงน้ี เริ่มตน้ ในปี 1982 ในฐานะของ
ระบบเสียง 3 ช่องทาง สาํ หรับการดูในบา้ นโดย 3 ช่องทางประกอบดว้ ยหนา้ ซา้ ย (Front Left) หนา้
SPU CHONBURI 15
ขวา (Front Right) และรอบทิศทาง (Surround) แมว้ า่ ช่องเสียง รอบทิศทาง (Surround) จะใช้
ลาํ โพง 2ตวั กต็ ามแต่สญั ญาณเสียงรอบทิศทาง(Surround)จะเป็นระบบช่องทางเดียว(Mono)ที่
ความถ่ี 100Hz-7,000Hz แทรกอยใู่ นสญั ญาณ FL และ FR การรับฟังระบบเสียง 3 ช่องทาง(Dolby
Surround)จาํ าเป็นตอ้ งมีเครื่องประมวลผลรอบทิศทาง3ชาแนล(ThreeChannelSurround Processor)
โดยระบบเสียงน้ีจะมีเฉพาะในส่ือสาํ หรับเล่นตามบา้ นเทา่ น้นั เช่นVHS
6. ระบบเสียง 3 ช่องทางแบบแยกสญั ญาณ (Dolby surround pro-logic) ระบบน้ีคือระบบ
3 ทิศทาง (Dolby Surround) ท่ีเพมิ่ เทคนิคท่ีเรียกวา่ Pro-Logic เขา้ ไประบบน้ีใชก้ บั เครื่อง Dolby
Pro-LogicDecoderทาํ ใหส้ ามารถแยกสญั ญาณอนาลอ็ ค(analog) 4 ช่องทางออกมาจากระบบ เสียง 3
ช่องทาง เพ่มิ (Dolby Stereo) หรือ เสียง 3 ช่องทาง (Dolby Surround) ได้ นอกจากแยก ช่องทาง
เสียงออกมาแลว้ เทคนิค Pro-Logic ยงั ไดเ้ พมิ่ ความสามารถในการใส่ช่องเสียงCenterและ
ยงั สามารถสร้างช่องทางเสียงรอบทิศทาง(Surround)ใหก้ บั เสียงตน้ ฉบบั ท่ีเป็นStereoธรรมดาไดอ้ ีก
ดว้ ยอยา่ งไรกต็ ามสญั ญาณเสียงจากช่องเสียงรอบทิศทาง(surround)ยงคั งเป็นสญั ญาณระบบ เสียง
ทางเดียว (Mono) ท่ีความถ่ี 100Hz-7,000Hz เท่าน้นั
7. ระบบเสียงดิจิตอล (Dolby digital )ระบบเสียงน้ีเร่ิมตน้ ในปี 1992 เป็นระบบ เสียง
Digitalสาํ หรับโรงหนงั โดยระบบเสียงน้ีจะประกอบดว้ ยสญั ญาณเสียงdigitalท้งั หมด6 ช่องทางแยก
ขาดจากกนั มี5ช่องทางสาํ หรับลาํ โพง5ตวั และช่องที่6สาหรับสญั ญาณเสียงต่าํ เพ่อื ใชก้ บั Sub-
Woofer เราเรียกช่องทางเสียงน้ีวา่ 5.1 ชาแนล หรือ AC-3 (Audio Coding 3rd Generation) ขอ้ ดี
ของระบบเสียงแบบดิจิตอลคือจะใชเ้ น้ือที่ในการบนั ทึกนอ้ ยกวา่ ระบบอ่ืนๆทาํ ใหส้ ามารถเพมิ่ ช่อง
เสียงไดม้ ากข้ีน(เช่นช่องทางรอบทิศทางจากเดิมเป็นแคโ่ มโน 100Hz - 7,000Hz สามารถทาํ เป็น Hi-
Fi Stereo ได้ และมีช่อง เอฟเฟค ความถี่ต่าํ า Low Frequency Effects ท่ี ความถี่ 20Hz-120Hz เพมิ่
ข้ึนมา
8. ระบบเสียงดิจิตอล เซอราว (Dolby digital surround-ex) ระบบเสียงท่ีพฒั นามาจาก
ระบบเสียง 3 ช่องทางดิจิตอล (Dolby Digital 5.1) ระบบเสียงน้ีทาํ ใหก้ ารเคลื่อนตวั ของเสียง จาก
ดา้ นหนา้ มาดา้ นขา้ งและออ้ มหลงั ผฟู้ ังมีการต่อเน่ืองมากยง่ิ ข้ึนระบบเสียงระบบเสียง3ช่องทาง
ดิจิตอล (Dolby Digital Surround-EX) น้ี เมื่อเขา้ มาเป็นระบบเสียงสาํ หรับฟังในบา้ นจะใชช้ ช่ือวา่
ที เฮสเอก็ เซอราว (THX Surround-EX) และเน่ืองจาก ระบบเสียง ดิจิตอลเซอราว (Dolby Digital
Surround-EX)น้ีถอดสญั ญาณsurround-backท่ีถูกฝังมาในสญั ญาณเซอราวซา้ ยเซอราวขวา
(surround-left surround-right) ในระบบเสียง Dolby Digital 5.1 ดงั น้นั เคร่ือง decoder ท่ีไม่มีระบบ
EX กจ็ ะเห็นระบบเสียงน้ีเป็น Dolby Digital 5.1 ธรรมดาเท่าน้นั
SPU CHONBURI 16
9. ระบบเสียงดิจิตอลโรงหนงั (Digital theater systems (DTS) ระบบเสียง DTS เริ่มเขา้
มามีบทบาท เป็นระบบเสียงสาํ หรับโรงหนงั ในปี 1995 ประกอบดว้ ยสญั ญาณเสียงแบบ digital 5.1
ช่องทาง(เหมือนDolbyDigital)แต่ส่ิงท่ีแตกต่างกนั กค็ ือการบีบอดั ขอ้ มลู ของสญั ญาณdigitalโดย
ระบบเสียงดิจิตอล (Dolby Digital) จะบีบอดั สญั ญาณเสียงท่ีสดั ส่วนคงท่ี คือ 12:1 แต่ DTS จะใช้
การบีบอดั แบบไมค่ งตวั ในสดั ส่วนต้งั แต่ 1:1 ถึง 40:1 ทาํ ใหค้ งรายละเอียดของเสียงในส่วนท่ีมี เสียง
มากๆไดด้ ีกวา่ และไปลดขนาดในช่วงที่ไมค่ อ่ ยมีเสียงประกอบอะไรทาํ ใหเ้ สียงท่ีออกมามี ความ
สะอาดกวา่ ในระบบเสียงดิจิตอล (Dolby Digital) อยา่ งไรกต็ าม ระบบเสียง DTS น้ีไม่ไดร้ ับ ความ
นิยมสาํ หรับการรับฟังในบา้ นเนื่องจากในทางปฏิบตั ิน้นั ขอ้ มลู digitalของสญั ญาณเสียง DTS จะใช้
เน้ือที่มากกวา่ ของระบบ Dolby Digital ทาํ ใหไ้ ม่สามารถจดั เกบ็ ระบบเสียงอนาลอ็ ก
9.1. ระบบเสียงโรงหนงั ดิจิตอล เซอราว (DTS 5.1 Digital Surround)- ประกอบดว้ ย
สญั ญาณคูห่ นา้ (FL/FR) คหู่ ลงั (RL/RR) กลาง (Center) และ Sub
9.2. ระบบเสียงโรงหนงั ดิจิตอลสเตอริโอ (DTS Stereo 2.0) - คลา้ ย ๆ กบั ระบบเสียง
3 ช่องทาง(Dolby Surround) คือเป็นสญั ญาณเสียงสเตอริโอ ( Stereo) ท่ีมีการผสม (matrixed)
สญั ญาณสาํ หรับกลาง (Center) และ รอบทิศทาง (Surround) เอาไว้ สามารถนาํ มาเลน่ ไดก้ บั อปุ กรณ์
Dolby Pro-Logic DTS Mono 1.0 - สญั ญาณช่องเดียว เด่ียว ๆ ไม่มีลูกเลน่ อะไร
9.3 ระบบเสียงโรงหนงั อี-เอส (DTS-ES) ระบบเสียงDTSที่ใชเ้ ทคโนโลยจี ากDolby
Laboratories และมีพ้ืน ฐานมาจากระบบเสียงดิจิตอลรอบทิศทาง (Dolby Digital Surround-EX )
ระบบเสียง DTS-ES น้ี มีการเพมิ่ ช่องสญั ญาณ rear surround (หรือ surround-back) สาํ หรับลาํ โพง
ต้งั แต่ 2 ตวั ข้นึ ไป วางไวใ้ นตาํ แหน่งดา้ นหลงั และลาํ โพง (surround-left surround-right) จะยา้ ยมา
อยดู่ า้ นขา้ งแทนช่องสญั ญาณท่ีเพ่มิ ข้ึนมา จะถูกผสม(matrixed) เขา้ กบั ช่องสญั ญาณรอบทิศ
ทางซา้ ย-ขวา (surround-left surround-right) ทาํ ใหส้ ามารถวางตาํ แหน่งเสียงรอบ ๆ ตวั ผฟู้ ังได้
ถกู ตอ้ งข้ึน ในการรับฟังระบบเสียงน้ี จะตอ้ งอาศยั เคร่ือง DTS-ES Decoder ซ่ึงหากไม่มี กย็ งั
สามารถรับฟังไดก้ บั เครื่อง DTS Decoder ซ่ึงจะไดเ้ สียง 5.1 ช่องเสียงเท่าน้นั
10. ระบบเสียงโซนี่ ไดมามิค ดิจิตอล (Sony dynamic digital sound (SDDS) ระบบเสียง
SDDSน้ีสามารถรับฟังไดเ้ ฉพาะกบั โรงหนงั เท่าน้นั เน่ืองจากระบบเสียงสาํ หรับฟังตามบา้ นถกู
ครองโดย Dolby Digital 5.1 และ DTS ไปหมดแลว้ ระบบเสียง SDDS น้ี ประกอบดว้ ย
สญั ญาณเสียง8ช่องเสียง หรือ7.1 โดยเนน้ หนกั ที่ลาํ โพงชุดหนา้ ในการสร้างมิติเสียงตามท่ีภาพ
ปรากฏบนจอสาํ หรับโรงหนงั ขนาดใหญป่ ระกอบดว้ ยช่องเสียงหนา้ 5 ช่อง (Left, Center-Left,
Center, Center-Right, Right) และหลงั 2 ช่อง (Surround-Left, Surround Right) กบั อีก 1 ช่องเสียง
สาํ หรับSub-Woofer
SPU CHONBURI 17
11. ระบบเสียง ทีเฮสเอก็ (THX sound system) สาํ หรับระบบ THX น้ีพฒั นาโดย Lucas
film ยอ่ มาจาก Tomlinson Holman’s experiment ใชเ้ พื่อเป็นการกาํ าหนดมาตรฐานสาํ หรับอปุ กรณ์
การดูหนงั ท้งั น้ีการเกิดข้นึ ของระบบ THX เนื่องจาก เสียงท่ีผฟู้ ังรับฟังในโรงหนงั ต่างๆกนั ท่ีใช้
อปุ กรณ์โสตคนละชนิดกนั ทาํ ใหเ้ สียงท่ีไดอ้ อกมาแตกต่างกนั ซ่ึงหากไดม้ ีการกาํ หนดมาตรฐาน
สาํ หรับอปุ กรณ์ที่ใชใ้ นแต่ละโรงจะทาํ ใหก้ ารรับชม/รับฟังภาพยนตร์ในแต่ละโรงมีความแตกต่าง
กนั นอ้ ยมากและทาํ ใหผ้ ฟู้ ังไดร้ ับฟังเสียงท่ีใกลเ้ คียงกบั ตน้ ฉบบั มาท่ีสุดตราบเท่าที่อปุ กรณ์ต่างๆ ยงั
ไดร้ ับการยอมรับตามมาตรฐาน THX THXน้ีไม่ใช่ระบบเสียงเหมือนอยา่ ง DolbyDigital หรือ DTS
แต่ THX เป็นตวั กลางท่ีอยทู่ ้งั DolbyDigital และ DTS เพอื่ ใหม้ นั่ ใจไดว้ า่ ผฟู้ ังไดร้ ับฟังเสียงท่ีดีที่สุด
ไมว่ า่ จะฟังเสียงในระบบไหนสาํ หรับอุปกรณ์ที่จะไดร้ ับการยอมรับตามมาตรฐาน THX น้นั ตอ้ ง
ผา่ นการทดสอบต้งั แต่ชนิดของวสั ดุท่ีใชช้ นิดของหมอ้ แปลงสญั ญาณเสียงรบกวนภายในดงั น้นั
อุปกรณ์ท่ีไดร้ ับมาตรฐาน THX จะถือไดว้ า่ เป็นอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง
อปุ กรณ์ประมวลผลสัญญาณ
คืออปุ กรณ์ที่ใชเ้ พ่อื การเปลี่ยนคุณลกั ษณะบางอยา่ งของสญั ญาณเสียงสามารถแบ่ง
ออกเป็น4กลุ่มคือ(วรี ศกั ด์ิ เชิงเชาว,์ 2553, หนา้ 41-47)
1. ตวั ประมวลผลสเปคตรัม (Spectrum Processor) อุปกรณ์ท่ีมีผลต่อระดบั ความถี่ใน
สเปกตรัมของสญั ญาณ
2. ตวั ประมวลผลหน่วงเวลาสญั ญาณ (Time Signal Processor) อุปกรณ์ที่มีผลต่อ
ช่วงเวลา ของสญั ญาณและสญั ญาณต่างๆ
3. ตวั ประมวลผลแอมพลิจูด หรือ ไดมนามิค (Aniplitude or Dynamic Processor)
อปุ กรณ์ที่ มีผลต่อระดบั ความดงั ของสญั ญาณ
4. ตวั ประมวลผลสญั ญาณรบกวน (Noise Processor) อปุ กรณ์ที่ใชใ้ นการลดสญั ญาณ
รบกวนเพือ่ ใหส้ ญั ญาณชดั เจนขึนแต่ไม่มีผลต่อลกั ษณะของเสียงสาํ หรับอปุ กรณ์บางชนิดสามารถ
เปลี่ยนแปลงคณุ ลกั ษณะของสญั ญาณไดม้ ากกวา่ 1 อยา่ ง ในเวลาเดียวกนั
ตัวประมวลผลสเปคตรัม (Spectrum Processor)
1. อีควอไรเซอร์(Equalizer)อปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์หรือการประมวลผลสญั ญาณที่ใชใ้ น
การเปล่ียนแปลงสเปคตรัมดว้ ยการเพิ่มหรือลดระดบั สญั ญาณาณยา่ นความถี่ท่ีตอ้ งการ
1.1 คาํ ศพั ทห์ รือตวั แปรท่ีสาํ คญั ซ่ึงเก่ียวขอ้ งกบั การประมวลผลของ EQ คือ
1.1.1 การบทู (Boost) : การเพิม่ ระดบั สญั ญาณ ณ ยา่ นความถ่ีท่ีตอ้ งการ
1.1.2 การตดั (Cut) : การลดระดบั สญั ญาณณยา่ นความถ่ีที่ตอ้ งการ
SPU CHONBURI 18
1.1.3 การแบ่งยา่ น(Shelving) : การเพิ่มหรือลดระดบั ของสญั ญาณท้งั ยา่ นโดย
เริ่มจากความถ่ีที่ตอ้ งการ
1.1.4 เบล / เฮสแตก็ (Bell / Haystack) : ลกั ษณะของสญั ญาณท่ีเกิดข้นึ จากการ
BoostหรือCut
1.1.5 คิวเฟคเตอร์ (Q Factor) คือคา่ กาํ หนดความกวา้ งของช่วงยา่ นความถ่ียา่ น
สูง/ต่าํ (High/Low Shelf)
1.1.6 ยา่ นสูง (High shelf) เป็นการ cut หรือ boosts ยา่ นความถี่ที่สูงกวา่ ความถ่ี
cutoff ท่ีกาํ หนดโดยผู้ ใช้
1.1.7 ยา่ นต่าํ (Low shelf) เป็นการ cut หรือ boosts ยา่ นความถี่ท่ีนอ้ ยกวา่
ความถี่ cutoff ที่กาํ หนดโดยผใู้ ช้ (ในรูปเป็นการเพมิ่ สญั ญาณที่มีความถี่ต่าํ กวา่ 100Hz ข้ึนอีก9dB
1.2 อีควอไรเซอร์ (Equalizer) มี 4 ประเภท แบ่งเป็น
1.2.1 ฟิ คฟรีเควนซ่ีอีควอไรเซอร์ (Fixed-Frequency Equalizer) อปุ กรณ์ EQ ท่ี
มีหลกั การทาํ งาน โดยการปรับระดบั ของสญั ญาณที่ยา่ นความถ่ีท่ีมีความถี่ กลาง(Center Frequency)
ตายตวั ส่วนมากพบในส่วนEpของอุปกรณ์จาํ พวกมิกเซอร์โดยอาจจะกาํ หนดความถ่ีกลางไวต้ ้งั แต่ 2
ยา่ นความถ่ี (High-Low) 3ยา่ นความถ่ี(High-Mid-Low) และมากกวา่ 3ยา่ นความถ่ี (High-Mid Hi
Mid - Mid LoLow) เช่น B001 350 Hz @13 dB หมายถึงที่ความลึกลาง 350Hz จะมีการเพ่ิม ระดบั
สญั ญาณเป็น 18dB ซ่ึงอาจทาํ ใหค้ วามถี่ที่ยา่ นต่างๆใกลเ้ คยี งมีผลไปดว้ ย
1.2.3 กราฟฟิ คอีควอไรเซอร์ (Graphic Equalizer)อปุ กรณ์ EQ ท่ีมีลกั ษณะ
การทาํ งาน แบบ Fixed Frequency ที่หลายยา่ นความถี่ (Band) โดย มีลกั ษณะการปรับค่า BoostCut
ท่ีใชป้ ่ ุม เลื่อนสาเหตุที่เรียกวา่ Graphic เน่ืองจากต่าํ แหน่งของป่ ุมเล่ือนบนหนา้ เครื่องคลา้ ยกบั ภาพ
ของการควบคุมความถี่ของสญั ญาณท้งั ยา่ นความถ่ีสาํ หรับ Graphic EQ โดยทว่ั ไป จะมีขนาด 15
Band และ 31 Band
1.2.4. พาราเมตริกอีควอไรเซอร์ (ParametricEqualizer) อปุ กรณ์EQท่ีมีลกั ษณะ
การทาํ งานแบบ Fried-Frequent สามารถปรับค่าตวั แปร(Paranaetric)ตา่ งๆไดอ้ ยา่ งต่อเนื่องควบคุม
หรือปรับค่าไดท้ ้งั ค่าความถ่ีกลางและของยา่ นความถ่ีทาํ ใหก้ าํ หนดความกวา้ งและแคบของยา่ น
ความถี่ได้
1.2.5. พารากราฟฟิ ก อีควอไรเซอร์ (Paragraphic Equalizer)อปุ กรณ์ที่มีการ
ทาํ งานร่วมกนั ระหวา่ งแบบพาราเมตริกอีควอไรเซอร์(Parametric EQ) และกราฟฟิ คอีควอไรเซอร์
(Graphic EQ) 2 ตวั กรอง(Filters) อุปกรณ์ท่ีใชส้ าํ หรับลดทอนระดบั สญั ญาณของยา่ นความถ่ีที่
SPU CHONBURI 19
กาํ หนดการลดทอนสญั ญาณ ดว้ ย EQ และ Filters จะมีลกั ษณะของสญั ญาณท่ีแตกต่างกนั คือ – EQ
จะมีการเปล่ียนแปลงเฉพาะช่วงของยา่ นความถ่ีท่ีกาํ หนด และสามารถปรับระดบั สญั ญาณท่ียา่ น
ความถี่น้นั ๆ ได้ ตวั กรอง (Flters) จะมีผลกระทบต่อยา่ นดา้ นขา้ งของยา่ นความถี่ที่กาํ หนดไปดว้ ย
และไม่สามารถปรับระดบั สญั ญาณไดโ้ ดยมากจะเป็นลกั ษณะของPresetเป็นอุปกรณ์กรองความถี่ที่
ยา่ นความท่ีแคบมากเหมาะสาํ หรับการใชง้ านบางอยา่ งเท่าน้นั เช่นการตดั สญั ญาณรบกวนของ AC
ท่ีอยใู่ นสญั ญาณ (60Hz) การปล่อยผา่ น/การกรองบูตผา่ น (Band Pass/Reject FilterBand Pass
Boosting) ในรูปเป็นการเพมิ่ สญั ญาณที่มีความกรอบความถูกลาง (Centre Frequency) ในยา่ น
แคบๆ ข้ึนอีก 9 dB
3. ตวั ประมวลผลการไดย้ นิ (Psychoacoustic Processors) ทาํ หนา้ ที่การเพิ่มความใสความ
ชดั เจน และคาแร็คเตอร์ท่ีสาํ คญั ของ เสียงในเชิงความถี่ เช่น การเร้าหู(Aural Exciter) หรือการเพมิ่
ความเด่นของเสียงร้อง เป็นตน้
ตวั ประมวลผลสัญญาณไดนามิค (Dynamic Signal Processor)
อุปกรณ์ที่ใชใ้ นการประมวลผลทางดา้ นไดนามิค หรือ แอมปลิจูดของสญั ญาณซ่ึงมีผลทาํ
ใหไ้ ดนามิคของสญั ญาณเสียง เปลี่ยนแปลง ดว้ ยจุดประสงคค์ ือทาํ ใหไ้ ดนามิคของสัญญาณที่ไม่เตม็
โดยยงั อยใู่ นช่วง ระยะไดนามิค (Dynamic range) ของอุปกรณ์ต่างๆ ทาํ ใหร้ ะยะไดนามิค
(Dynamic range) ของสญั ญาณราบร่ืน (Smooth) โดยการเพ่ิม ระดบั เฉลี่ยของสญั ญาณใหม้ ากข้ึน
ไมโครโฟนบันทึกเสียง
ไมโครโฟนคืออปุ กรณ์หลกั ที่ใชใ้ นการบนั ทึกเสียงต่างๆโดยทาํ หนา้ ที่ในการเปลี่ยน
รูปแบบของพลงั งานจากคลื่นเสียง(SoundWave)ไปเป็นพลงั งานไฟฟ้ า(Electrical)โดยจาํ แนก ออก
ไดเ้ ป็นตามหลกั การทาํ งานในการรับเสียงเป็น3ชนิดคือ
1. ไมโครโฟนชนิดไดนามิค ( Dynamic Microphone )อาศยั หลกั การเคล่ือนที่ของ
สนามแม่เหลก็ เม่ือมีคล่ืนเสียงมากระบบแผน่ ไดอะแฟรมท่ีทาํ จากเมทลั ลิกทาํ ใหแ้ ผน่ ไดอะแฟรม
ซ่ึงมีขดลวดติดอยเู่ กิดการสนั่ สะเทือนเกิดการเคล่ือนท่ีของขดลวดตดั ผา่ นสนามแม่เหลก็ ทาํ ให้ เกิด
การเหน่ียวนาํ ของกระแสไฟฟ้ า ขนาดของกระแสข้ึนอยกู่ บั แรงสน่ั สะเทือน หรือระยะสนั่ ของ
แผน่ ไดอะแฟรมไม่ตอ้ งใชไ้ ฟเล้ียง(Phantom)ในการทาํ งานมีความไวในการรับเสียงไม่สูงเมื่อ เทียบ
กบั CondenserMicrophoneนิยมใชร้ ับเสียงท่ีมีแรงดนั สูงๆเช่นเสียงกระเดื่องกลองหรือเสียง ที่
มีAttackสูงๆคาํ วา่ Dynamicหมายถึงหลกั การของไมคท์ ี่ใชก้ ารเคล่ือนท่ีของแผน่ ไดอะแฟรม
2. ไมโครโฟนชนิดริบบอน(RibbonMicrophone)หลกั การทาํ งานคลา้ ยกบั
Dynamic Microphone เป็นการเคลื่อนที่ของแผน่ เหลก็ ท่ีทาํ เป็นรูปริบบอนท่ีมีการสนั่ สะเทือนตาม
แรงดนั ที่เกิดข้นึ จากการสน่ั สะเทือนของคล่ืนเสียงโดยแบ่งเป็น
SPU CHONBURI 20
2.1. ริบบอ้ นแนวต้งั (VerticalRibbon)เป็นในแบบเก่าซ่ึงมีขนาดใหญแ่ ละน้าํ หนกั
2.2. ริบบอนเนวนอน(LongitudinalRibbon)เป็นไมคแ์ บบใหม่ท่ีเลก็ ลงและน้าํ
หนกั เบา
3. ไมโครโฟนชนิดคอนเดนเซอร์ ( Condenser Microphone )อาศยั หลกั การเกบ็
ประจุ ของไฟฟ้ า (Electromagnetic) โดยแผน่ ไดอะแฟรมอยใู่ กลก้ บั แผน่ ดาํ (backsplate) จะมี
แบตเตอร่ี หรือแหลง่ จ่ายไฟต่อกบั ข้วั ท้งั สองระยะห่างระหวา่ งแผน่ ไดอะแฟรมและแผน่
backsplateท่ีมีการ เคล่ือนที่ตามแรงสน่ั สะเทือนของคลื่นเสียงท่ีมา กระทบ จะทาํ ใหเ้ กิดศกั ยไ์ ฟฟ้ า
และการเกบ็ ประจุ ข้ึนแผน่ ไดอะแฟรมจะทาํ ใหเ้ กิดการคายประจุซ่ึงเป็นสดั ส่วนกลบั กนั กบั ระยะ
การเคล่ือนที่ของ แผน่ ไดอะแฟรม มีความไวในการรับเสียงสูงกวา่ Dynamic Microphone นิยมใช้
ในการรับเสียงท่ี ตอ้ งการรายละเอียดและความไวสูงตอ้ งใชไ้ ฟเล้ียง(Phantom)แรงดนั ขนาด48โวลต์
ในการทาํ งาน เพื่อเลียงวงจรขยาย สญั ญาณตามรูปแบบทิศทางการรับเสียงรูปแบบทิศทางในการรับ
เสียงของ ไมโครโฟนสาํ หรับงานท่ีต่างกนั แบ่งออกเป็น
3.1. ไมคโ์ ครโฟนชนิดรับเสียงทิศทางโดยรอบ (Omnidirectional) ทิศทางการรับ
เสียง เป็นแบบรอบทิศทางนิยมใชใ้ นการบนั ทึกเสียงreverberationของสถานที่ไม่สามารถแยกเสียง
รบกวนจากภายนอก(isolation)ไดม้ ากนอกจากจะต้งั ไมคแ์ บบใกลไ้ วตอ่ การรับเสียงจาํ พวกPop
(เสียงหายใจ) ไดน้ อ้ ยไมคม์ ีลกั ษณะ bass boost เม่ือรับเสียงใกลแ้ หลง่ กาํ เนิด
3.2 ไมคโ์ ครโฟนชนิดการรับเสียงทีศทางเดียว (Unidirectional) เป็นไมคท์ ่ีมีทิศ
ทางการรับเสียงเฉพาะทิศทางหรือทางใดทางหน่ึง มีทิศทางการรับเสียงกระจายอยา่ งทว่ั ถึงที่
ดา้ นหนา้ ของไมโครโฟนมีการตดั เสียงในทิศทางดา้ นหลงั ของไมโครโฟนไดส้ ามารถตดั เสียงจาก
สภาพแวดลอ้ มของสถานท่ี เสียงรบกวนจากภายนอก (Background noise) และเสียงรั่วจาก
แหลง่ กาํ เนิดอ่ืนๆ ที่อาจเกิดข้ึนขณะบนั ทึกเสียงเหมาะสาํ หรับการบนั ทึกเสียงหลายแหล่งกาํ เนิด
พร้อมๆกนั เน่ืองจากมีการตดั เสียงรบกวนรอบขา้ งไดด้ ีมีลกั ษณะของ boss boost เมื่ออยใู่ กล้
แหลง่ กาํ เนิดสาํ หรับงานแสดงสดและสาํ หรับใชใ้ นการบนั ทึกเสียงแบบสเตอริโอ(Stereo)
3.3. รูปแบบการรับเสียงแบบเฉาะดา้ นหนา้ (Cardioid)เป็นไมโครโฟนท่ีนิยมใช้
งาน มากท่ีสุดในปัจจุบนั มีรูปแบบการรับเสียงคลา้ ยรูปหวั ใจขอ้ ดีคือรับเสียง เฉพาะดา้ นหนา้ แต่ไม่
รับ เสียงดา้ นหลงั นิยมใชใ้ นการแสดงสดบนเวที เน่ืองจากไม่รับเสียงจากลาํ โพงมอนิเตอร์ จึงไม่
เกิด การFeedbackแบ่งยอ่ ยออกเป็น2แบบคือ
3.3.1. รับเสียงท้งั ดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั ไมโครโฟนแต่รับเสียงดา้ นหนา้ ได้
มากกวา่ (Supercardioid) มีระยะและวงในการรับเสียงระหวา่ งรูปคร่ึงวงกลมดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั
ต่างกนั มากท่ีสุดมีรูปแบบการรับเสียงเป็นรูปคร่ึงวงกลมเหมาะสาํ หรับการใชบ้ นเวทีแสดงสด
SPU CHONBURI 21
(Stage floor) มีการตดั เสียงรบกวนไดด้ ีกวา่ รูปแบบ cardioid มีการรับเสียงสภาพแวดลอ้ มไดน้ อ้ ย
กวา่ รูปแบบ cardioid
3.3.2. รับเสียงท้งั ดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั ไมโครโฟนแต่รับเสียงดา้ นหนา้ ได้
มากกวา่ (Hypercardioid) มีการตดั เสียงรบกวนดา้ นขา้ งของไมคไ์ ดม้ ากกวา่ รูปแบบ undrectional มี
การตดั เสียงรบกวนและเสียงรอบขา้ งที่อยรู่ อบแหล่งกาํ เนิดเสียงไดส้ ูง
3.4 ไมคโ์ ครโฟนชนิดการรับเสียงสองทิศทาง (Bi-Directional) มีทิศทางการรับ
เสียง เฉพาะท่ีดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั ของไมโครโฟนโดยสามารถตดั เสียงดา้ นขา้ งของไมโครโฟน
ลกั ษณะการรับเสียงคลา้ ยเลขแปดเช่น การสมั ภาษณ์ที่นงั่ ตรงขา้ มกนั หรือการบนั ทึกเสียงร้องกลุม่ 2
กลุม่ เหมาะสาํ าหรับการใชเ้ ป็นไมโครโฟนเกบ็ เสียงโดยรอบ(Overhead)สาํ หรับวงออเครสตรานิยม
ใชส้ าํ หรับการบนั ทึกเสียง
สายสัญญาณเสียง
1.แจค๊ (JACK):แจ๊คน้นั สามารถแบ่งไดเ้ ป็น2ขนาดน้นั คือขนาด3.5มมและขนาด 6.3 มม
(หวั 1/4)แจ๊ค ขนาด 6.3 มม มาพร้อมกบั สญั ญาณเสียงแบบ Mono และแบบ Stereo Type เรา
สามารถบอกความแตกต่างระหวา่ งหวั แจค๊ น้นั ๆไดโ้ ดยดจู ากวงแหวนสีดาํ รอบๆหวั แจ๊คถา้ มีขีดวง
เดียวน้นั คือหวั แบบMonoถา้ มีสองวงจะเป็นแบบStereoแจค๊ แบบMonoน้นั จะส่งสญั ญาณเสียง ใน
รูปแบบ Single Signal มกั จะใชเ้ ชื่อมต่อระหวา่ ง Amplifiers ต่อไปยงั Passive Speakers (ลาํ โพง
แบบไม่มีไฟเล้ียง)ส่วนแบบสเตอริโอ(Stereo)น้นั จะส่งสญั ญาณแบบสองทางซ่ึงมกั จะใชใ้ น
สญั ญาณเสียงซา้ ยขวาไปยงั Mixer
ภาพท่ี 3 หวั แจค๊
2.หวั ชนิดXLR:คุณภาพการส่งสญั ญาณเสียงแบบคุณภาพสูงแบบเสียงบาลา้ นซ์
(Balanced Audio )ไม่เหมือนกบั หวั แจ๊คหวั แบบ 3.5 และ 6.3 หวั แบบ XLR น้นั มาในรูปแบบหวั
ตวั ผแู้ ละหวั ตวั เมียการเชื่อมต่อหวั XLR น้นั มกั จะใชใ้ นการเชื่อมต่อกบั ไมโครโฟน อปุ กรณ์ใน
สตูดิโอ หรือบน PA Mixer อปุ กรณ์ดีเจราคาสูง หรือเอาไวเ้ ช่ือมต่อกบั ลาํ โพง Active Speaker
SPU CHONBURI 22
(ลาํ โพงที่มีไฟในตวั ) แตกต่างจากหวั แจ๊ค ซ่ึงจะส่งสญั ญาณเสียงและสญั ญาณไฟฟ้ า แต่ XLR น้นั
จะส่งสญั ญาณเสียงมา เพยี งอยา่ งเดียว
ภาพที่ 4 หวั ส่งสญั ญาณแบบ XLR
3.หวั ชนิดRCA:หรือเรียกวา่ หวั แบบสีแดงและสีขาวโดยแต่ละสายน้นั จะส่ง
สญั ญาณเสียงเด่ียวมกั จะใชก้ บั การแบ่งหรือส่งเสียงไปยงั ลาํ โพงซา้ ยและขวาหวั ต่อแบบRCAนิยม
ใชเ้ ช่ือมกบั เครื่องTraditionalDJไม่วา่ จะเป็นเคร่ืองเล่นแผน่ ไวนิลหรือเคร่ืองเล่นCDโดยต่อเขา◌้
กบั มิกซเ์ ซอร์นอกจากน้ีเรายงั มกั จะเห็นสายแบบRCAใชต้ ่อระหวา่ งเครื่องมิกเซอร์(Mixer)กบั แอม
พลิไฟล(์ Amplifiers)ต่อกบั ลาํ โพงแบบActiveMonitorดว้ ยตวั สายมกั จะเห็นเป็นคูเ่ สมอแต่ บางคร้ังก็
มาในรูปแบบของสายสามเส้นโดยจะเพิ่มเส้นสีเหลือง(ใชส้ าํ หรับส่งภาพวีดิโอ)เขา้ มา หรือบางคร้ัง
เราอาจจะเห็นสายน้ีในรูปแบบ การเชื่อมต่อแบบสเปด ‘spade’ connection สาํ หรับ ป้ องกนั เสียงฮมั
ท่ีเกิดจากการเชื่อมต่อได้
ภาพที่ 5 หวั ส่งสญั ญาณแบบ RCA
23
4.หวั ชนิดเปลือย(Bare-Wire):โดยมีรูปเป็นหวั เปลือยส่วนใหญจ่ ะเห็นหวั แบบน้ีถกู ใชใ้ น
การเชื่อมต่อระหวา่ ง ระบบ HIFI เคร่ืองเลน่ เสียงหรือชุด PA ราคาทว่ั ไปในอุปกรณ์ที่เป็นระดบั มือ
อาชีพมกั จะไม่เห็นหวั แบบน้ี
ภาพท่ี 6 หวั ส่งสญั ญาณแบบเปลือย
5.หวั ชนิดSpeakon:มกั จะเรียกกนั วา่ หวั แบบฟ้ าดาํ หรือหวั แบบเสียบแลว้ หมนุ ส่วน ใหญ่
มกั จะเห็นหวั แบบน้ีตามชุด PA ราคาสูง มกั จะใชเ้ ช่ือมต่อระหวา่ งแอมพลิไฟล์ (Amplifiers) กบั
ลาํ โพงซ่ึงสายสญั ญาณน้ีสามารถส่งสญั ญาณไฟฟ้ ากาํ ลงั สูงได้
ภาพท่ี 7 หวั ส่งสญั ญาณแบบ Speakon
SPU CHONBURI
SPU CHONBURI 24
การออกแบบเสียง
นกั ออกแบบและนกั ประพนั ธเ์ พลงเสียงเร่ิมตน้ การทาํ งานของพวกเขาโดยการศึกษา
สคริปตร์ วบรวมขอ้ มูลเท่าท่ีพวกเขาสามารถเก่ียวกบั เสียงหรือดนตรีที่มนั เรียกร้องให้ ในขณะที่ดา้ น
อื่น ๆ ท้งั หมดของการออกแบบ การประชุมช่วงตน้ กบั ผกู้ าํ กบั และทีมงานออกแบบเป็นสิ่งสาํ คญั ที่
จะไดร้ ับความเขา้ ใจท่ีชดั เจนของแนวคิดการผลิต กรรมการบางคนไวแ้ ลว้ จะมีความคดิ ที่ชดั เจนมาก
เก่ียวกบั ส่ิงท่ีมีผลกระทบเสียงและ / หรือเพลงควรเสียงเหมือนขณะที่คนอ่ืนอาจขอใหน้ กั ออกแบบ
เสียง / นกั แต่งเพลงนงั่ ในท่ีฝึกซอ้ มเพื่อใหค้ วามช่วยเหลือที่มีผลการพฒั นาและเพลงเพ่ือให้
เหมาะสมกบั บริบทท่ีเฉพาะเจาะจงในสิ่งท่ีพวกเขา จะนาํ มาใช้ เมื่อพวกเขามีความรู้สึกท่ีแม่นยาํ ของ
ส่ิงที่ผลิตออกมาจากความตอ้ งการในเพลงหรือเสียงนกั แต่งเพลงเริ่มตน้ การเขยี นชิ้นดนตรีท่ีจาํ เป็น
และออกแบบเสียงที่จะเริ่มตน้ ในการรวบรวมและสร้างเสียงที่จาํ เป็น
“นกั แต่งทาํ นองดนตรีตอ้ งฟังเพลงเยอะๆ ยง่ิ หลากหลาย สไตลด์ ว้ ยยง่ิ ดี ทาํ ใหเ้ ราไดเ้ ห็น
ตวั อยา่ งหลายๆ แบบ ไดเ้ ห็นแนวคิดและเทคนิคของคนอ่ืนในการ แตง่ เพลง ทาํ ใหเ้ รามีมุมมองใน
การเล่นกบั เสียงดนตรีท่ีหลากหลาย และสามารถพลิกแพลงไดห้ ลาย แบบ เวลาท่ีฟัง ไม่ไดใ้ หฟ้ ัง
เพ่อื เลียนแบบคนอื่น แต่ตอ้ งรู้ใหก้ วา้ งเพือ่ หาแนวทางท่ีเป็นเอกลกั ษณ์ ของตวั เองใหไ้ ด้ นกั แต่ง
ทาํ นองเพลงแต่ละคนมีวิธีการทาํ งานที่ไม่เหมือนกนั แต่ทุกคนลว้ นแตง่ เพลงจากเครื่องดนตรีที่
ถนดั ก่อนเร่ิมหดั แต่งเพลงท่ีสาํ คญั คือ ตอ้ งหมน่ั ฝึกฝนเพอื่ ใหเ้ คร่ืองดนตรีท่ี เราใชก้ ลายเป็นอนั หน่ึง
อนั เดียวกนั กบั จินตนาการของเราใหไ้ ดเ้ สียก่อนจึงจะสามารถถา่ ยทอดส่ิงท่ี อยใู่ นหวั ของเราออกมา
เป็นบทเพลงไดแ้ มแ้ ต่การร้องเพลงกส็ ามารถแต่งทาํ นองเพลงได้ ถา้ สามารถ ควบคุมเสียงของตวั เอง
ไดอ้ ยา่ งชาํ นาญพอที่จะฮมั ออกมาเป็นทาํ นองอยา่ งเพลงในแนว Acappella ท่ี แต่งจากเสียงร้อง เป็น
ตน้ ” (จรินพร ตนั ติกิจศิริวงศ,์ 2552, หนา้ 131)
“อาจไม่ไดท้ าํ ดนตรีในแบบที่เราตอ้ งการเสมอไป การ แต่งเพลงเป็นการผสมผสาน
ระหวา่ งดนตรีกบั รสนิยม บางคร้ังรสนิยมของเรากอ็ าจจะไม่ถกู ใจคน ฟังหรือโปรดิวเซอร์ของงานก็
ได้ ในการทางานจึงตอ้ งประนีประนอมความชอบของตวั เองเพื่อให้ ตรงกบั ความตอ้ งการของตลาด
หรือนายทุนดว้ ย ตอ้ งพยายามปรับความคิดใหเ้ ป็นกลางและยอมรับ ท่ีจะทางานใหไ้ ดห้ ลากหลาย
แนว” (จรินพร ตนั ติกิจศิริวงศ,์ 2552, หนา้ 133)
กลา่ วสรุปถึงผปู้ ระพนั ธเ์ พลงน้นั วา่ การที่จะแต่งเพลงไดต้ อ้ งมีความถนดั เครื่องดนตรีให้
เป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั กบั เคร่ืองดนตรีอยา่ งนอ้ ย 1 ชิ้น ใหผ้ สานกบั จินตนาการ ผปู้ ระพนั ธต์ อ้ งมี
ความสามารถ มีจินตนาการสูง หมนั่ คน้ ควา้ หาความรู้ รู้จกั สงั เกต รู้กวา้ ง ฟังเพลงมากๆ หลากหลาย
แนวเพอื่ ใหเ้ ห็นเทคนิคแนวคิดมาหาเอกลกั ษณ์ท่ีเป็นของตวั เอง เม่ือมีเอกลกั ษณ์เป็นของตนเองแลว้
SPU CHONBURI 25
นอกจากจะทาํ ใหแ้ ต่งเพลงไดส้ ะดวกข้ึน ยงั ตอ้ งปรับตวั ตอ่ แนวคดิ การแต่งเพลงใหม่ๆ ท้งั จากผมู้ ี
ประสบการณ์มากและนอ้ ยยอมรับ
Melody หรือทาํ นองเป็นส่ิงท่ีสาํ คญั ที่สุดในองคาพยพท้งั หมดของเพลงหลกั การท่ีวา่ ทา
นองสาํ คญั ที่สุดถกู สอนกนั มาต้งั แต่ยคุ ของทินแพนแอลลีย์ เหตุผลคือ
1.คนเราอาจจาํ ทาํ นองไดแ้ ต่จาเน้ือเพลงไม่ได้
2.ไม่พบวา่ คนเราจาํ เน้ือเพลงไดแ้ ต่จาํ ทาํ นองไม่ได้ ยกเวน้ วา่ มนั มาจากบทกลอนดงั
3.คนเราอาจชอบเพลงภาษาอื่น ท้งั ท่ีฟังเน้ือเพลงกไ็ มอ่ อก เราชอบทาํ นองนนั่ เอง
4.ทาํ นองที่ดีเป็นแรงบนั ดาลใจใหแ้ ก่ผเู้ ลน่ และผแู้ สดง
ทาํ นองเพลงที่ดี จะพร้อมและเอ้ือต่อการผสานเขา้ กบั การเรียบเรียงในสไตลต์ ่างๆ และให้
ศิลปิ นผใู้ ดแสดงกไ็ ด้ มนั พร้อมต่อการเปิ ดตวั มนั เองไปสู่การคน้ พบและพฒั นาลกั ษณะทางดนตรี
มนั จะเอ้ือไปสู่องคป์ ระกอบยอ่ ยต่างๆ เช่น จงั หวะ Groove Solo เสียงประสานมนั อาจจะถกู ขยายให้
กลายเป็นท่อนโซโล่โดยผบู้ รรเลงเดี่ยว เป็นแรงบนั ดาลใจใหน้ าไปพฒั นาต่อจนคน้ พบแนวทาํ นอง
ใหม่ ทาํ นองท่ีดีช่วยใหก้ ารเรียบเรียงเสียงประสานล่ืนไหลไม่ติดขดั หรือกระโดดขา้ มข้นั ทาํ นองที่
ดีทาใหเ้ พลงมีอายยุ นื ยาว ผคู้ นจะยอมรับ ไม่วา่ จะเป็นยคุ สมยั ใดจะถกู นาํ มาบรรเลงคร้ังแลว้ คร้ังเลา่
โดยผแู้ สดงหลายคน เมื่อประกอบกบั เน้ือเพลงที่ดี กจ็ ะทาํ ใหค้ นยากจะลืมเลือน เพลงที่ยดึ ติดกบั
แฟชน่ั ท้งั หลายส่วนใหญ่ไม่เนน้ ทาํ นอง แต่เนน้ ถอ้ ยคาํ หวอื หวา แฟชนั่ กิมมิค แสลง จะเป็นเพลงท่ี
จดจาในเวลาส้ันๆ เพื่อความสนุกสนานในช่วงเวลาน้นั ๆ ส้นั ๆโดยทว่ั ไปมกั ไม่ถกู นาํ กลบั มา
บนั ทึกเสียงใหม่ เพราะมนั ไม่มีคุณคา่ พอท่ีจะเป็นอมตะ
ทาํ นองเป็นส่ิงสาํ คญั อยา่ งยงิ่ ท่ีเราจะตอ้ งมีความเขา้ ใจในทฤษฎีและหลกั การเหลา่ น้นั
รวมท้งั มีความชาํ นาญในการปฏิบตั ิควบคกู่ นั ไป ขณะท่ีเราเขา้ สู่ช่วงการเรียนในส่วนของการเขียน
เน้ือเพลงน้ี การฝึกฝนทกั ษะทางดา้ นดนตรีกย็ งั คงตอ้ งมีอยา่ งต่อเนื่อง ไม่เพยี งเท่าน้นั คุณยงั จะ
ตอ้ งการทาํ นองเพลงใหม่ๆ เกบ็ ไวใ้ นเพ่อื ใชใ้ นการเรียนภาคน้ี มีหลายขอ้ เกี่ยวกบั ทาํ นองที่อยาก
แนะนาํ ซ่ึงในช้นั เรียนทฤษฎีดนตรีและการแต่งทาํ นองไม่ไดบ้ อกแก่คณุ ดนตรีเป็นกลไกอนั
มหศั จรรยบ์ างคร้ังมนั ถูกเรียกวา่ Organized Sound คือเสียงท่ีถูกจดั ระบบกลุ่มของเสียงจาํ นวนหน่ึงท่ี
ถกู จดั ระบบเพอ่ื สื่อสารขอ้ ความบางอยา่ งและน่าแปลกท่ผี ลของมนั ก่อใหเ้ กิดปฏิกิริยาที่กวา้ งขวาง
จนนึกไม่ถึงมนั บาํ บดั โรคกไ็ ด้ กระตนุ้ ทารกใหเ้ รียนรู้ไดเ้ ร็วข้ึน ทาํ ใหต้ น้ ไมโ้ ตเร็วข้นึ มนั มีนยั ยะ
บางอยา่ งท่ีมาพร้อมกบั จุดประสงคใ์ นเสียงเหลา่ น้นั เม่ือมนั ถกู จดั ระบบดว้ ยกลไกต่างๆ ของมนั เช่น
ระดบั เสียง จงั หวะ ความส้นั ยาว คู่เสียง คอร์ด แนวประสาน ความเร็ว ความดงั เบา
SPU CHONBURI 26
ลกั ษณะของเสียง สีสนั ลวดลาย พ้ืนผวิ ความกลมกล่อม ความขดั แยง้ อณุ หภมู ิมนั กลายเป็น
โครงสร้างทางภาษาของกลุม่ เสียง และเมื่อเป็นภาษามนั จึงมีความหมาย เราอาจจะเรียกง่ายๆ วา่
ภาษาดนตรี
เมื่อเราไดย้ นิ ทาํ นองของดนตรี โดยหลกั การแลว้ นนั่ คือประโยคเสียงที่มีความหมาย
บางอยา่ งในเชิงจิตวทิ ยา ขอ้ ความเสียงน้นั ส่ือสารโดยตรงทนั ทีกบั การรับรู้ของเรา (perception)
สมองจะแปลและส่งผลใหเ้ ราเกิดความรู้สึก เกิดอารมณ์ต่างๆ ซ่ึงจะมีผลลพั ธ์อยา่ งไรบา้ งกไ็ ม่อาจ
อธิบายไดแ้ น่ชดั นกั แต่คาดวา่ ปฏิกิริยาน้ีจะสมั พนั ธ์กบั พ้ืนเพด้งั เดิมของคนผนู้ ้นั วา่ เติบโตมาจาก
สภาพแวดลอ้ มและธรรมเนียมท่ีสงั่ สมของสงั คมแบบใด ซ่ึงไม่แน่วา่ จะเกิดปฏิกิริยาท่ีเหมือนกนั ใน
สงั คมท่ีต่างกนั ตวั อยา่ งเช่น บางสงั คมอาจรู้สึกศกั ดิสิทธ์ิเมื่อไดย้ นิ เสียง pipe organ เพราะในยคุ ก่อน
ออร์แกนแบบน้ีพบแตใ่ นโบสถข์ องศาสนาคริสต์ แต่บางสงั คมในประเทศอ่ืนอาจไม่รู้สึกอยา่ งน้นั
(อยา่ งเช่นใน ปาปัวนิกินี) และภายหลงั จากที่เสียงออร์แกนแบบน้ีถกู ใชใ้ นภาพยนตร์สยองขวญั
ประเภทผดี ิบหรือลทั ธิมืดซาตานเป็นเวลาหลายปี ติดกนั มนั ไดท้ าใหค้ วามรู้สึกของคนส่วนใหญ่
เปลี่ยนไป กลายเป็นรู้สึกวา่ น่ากลวั ข้ึนมาแทน ดว้ ยการสง่ั สมทางขนบธรรมเนียม วฒั นธรรม
การศึกษาและโลกาภิวฒั น์ ไดก้ ่อใหเ้ กิดความเขา้ ใจบางอยา่ งร่วมกนั ของคนหมู่มาก ไดส้ ร้างภาพ
สมมุติร่วมกนั ข้ึนมาโดยสงั เขป ซ่ึงก่อใหเ้ กิดปฏิกิริยาตอบสนองไปในทางท่ีใกลเ้ คียงกนั และส่ือ
ความหมายที่เขา้ ใจร่วมกนั บางประการข้นึ มาต่อขอ้ ความเสียงน้นั (interpretation, connotation) โลก
โดยรวม เรียนรู้กฏเกณฑท์ างดนตรีแบบตะวนั ตก องคค์ วามรู้ที่ถูกสอนและถา่ ยทอดกนั มาจึงอิงไป
ทางสาํ นึกร่วมแบบเดียวกนั เป็นส่วนใหญ่ กระแสดนตรีตะวนั ตกซ่ึงประกอบไปดว้ ยดนตรี
หลากหลายประเภทไดก้ ลายเป็นดนตรีกระแสหลกั และกลายเป็นธรรมเนียมของคนหมู่มากจึงมีผล
ใหป้ ฏิกิริยาตอบสนองน้นั ใกลเ้ คียงกนั ได้
ในหลกั วิชาการดนตรี มีคาอธิบายมากมายเกี่ยวกบั ความหมายอนั เป็นสากลของภาษาทาง
ดนตรี นกั วิชาการทางดนตรีท้งั หลายไดว้ ิเคราะห์และใหค้ าอรรถาธิบายเก่ียวกบั ความหมายในบท
ประพนั ธด์ นตรีท่ีมีชื่อเสียงชิ้นต่างๆ เอาไวม้ ากมาย ซ่ึงคณุ อาจไดย้ นิ คาอธิบายทานองน้ีมาบา้ ง เช่น
ในท่อนเริ่มตน้ ของ The Moldua (ของ Smetana) ระลอก arpeggio ท่ีพริ้วไหวของเคร่ืองลมและ
เคร่ืองสายจาลองภาพจากทิวเมฆค่อยๆ คลอ้ ยต่าํ ลงชา้ ๆ ไปสู่เกลียวคล่ืนของสายน้าํ ในแม่น้าํ ที่ไหล
เลื่อนไปอยา่ งไมข่ าดสาย และเมื่อทานองหลกั ไดเ้ ริ่มข้ึน มนั ไดเ้ ปิ ดเผยภาพหม่บู า้ นอนั สุขสงบของ
ชาวโบบีเมียน อยา่ งไรกด็ ีกลไกเหลา่ น้ีอาจจะทางานไม่ไดผ้ ลได้ ผฟู้ ังอาจไม่สามารถจบั ความรู้สึก
อะไรไดจ้ ากทว่ งทาํ นองที่ไดย้ นิ หรืออาจจะรู้สึกได้ แต่ขอ้ ความท่ีไดร้ ับน้นั กลบั แตกต่างไปจาก
จุดประสงคข์ องผปู้ ระพนั ธ์ ดงั น้นั กลไกน้ีจึงอาจลม้ เหลวหรืออาจผดิ พลาดได้ ถา้ ปราศจากส่วนท่ีมี
บทบาทสาํ คญั ท่ีสุด นนั่ คือ ผแู้ สดง
SPU CHONBURI 27
ผแู้ สดง เป็นองคป์ ระกอบท่ีสาํ คญั ท่ีสุดท่ีกมุ บทบาทของดนตรี วา่ มนั จะทาํ งานอยา่ งที่มนั
ถูกสร้างสรรคข์ ้ึนมาหรือไม่ ประโยคของทาํ นองดนตรีชุดเดียวกนั ที่แสดงโดยมือไวโอลินอ่อนหดั
กบั มืออาชีพ จะทาํ งานดว้ ยประสิทธิภาพท่ีต่างกนั ในมือผแู้ สดงท่ีลม้ เหลว เราอาจไม่รู้สึกถึง
ขอ้ ความอนั เศร้าสร้อยท่ีแฝงอยใู่ นน้นั กไ็ ด้ ดว้ ยเหตนุ ้ี จึงถือกนั วา่ ผแู้ สดงน้นั มีบทบาทที่สุด
ตวั อยา่ งเช่นในเพลงร้องท่ีมีเน้ือร้อง แมว้ า่ ผฟู้ ังอาจไม่เขา้ ใจภาษาในเน้ือเพลงเพลงน้นั เลย แต่เขา
สามารถสมั ผสั ถึงความรู้สึกและอารมณ์ท่ีถา่ ยทอดออกมาของผแู้ สดงได้ ผแู้ สดงไดน้ าํ เสนออีก
ภาษา หน่ึงที่มีความสาํ คญั ยงิ่ สาํ หรับเพลง นนั่ คือ ภาษาอารมณ์
นกั แต่งเพลงมีวิธีท่ีเร่ิมตน้ สร้างทาํ นองอยหู่ ลายวิธีดว้ ยกนั เช่น เริ่มดว้ ยการเลน่ ไปเร่ือยๆ
ใหเ้ รื่องราวท่ีคุณอยากพดู ใหอ้ ารมณ์หรือความรู้สึก ผลกั ดนั ออกมาโดยทว่ั ไปนี่กเ็ ป็นวิธีที่นกั แต่ง
เพลงส่วนใหญท่ าํ กนั บางทีกน็ งั่ เฉยๆ แลว้ ฮมั รอวา่ ทาํ นองอะไรจะไหลออกมา มีขอ้ คิดวา่ โดยทวั่ ไป
คนเราถนดั ในการใชเ้ สียงฮมั หรือร้องมากกวา่ การใชเ้ ครื่องมือเล่นเสียงของเราเป็นเคร่ืองมือที่เราใช้
มานานกวา่ ไม่วา่ จะเป็นนกั ร้องหรือไม่ใช่นกั ร้องกต็ าม ถา้ เราไม่ไดม้ ีทกั ษะในทางการเล่นเคร่ือง
ดนตรีสูงมาก บางทีการแต่งดว้ ยเครื่องดนตรีกจ็ ากดั ความเป็นไปไดเ้ หมือนกนั เพราะเราจะไม่เล่น
ส่ิงท่ีมือเราทาํ ไม่ได้ ดูเหมือนสมองของเรากบั ปากจะทาํ งานร่วมกนั ไดค้ ล่องตวั กวา่ ใหล้ องทดลอง
ดว้ ยการร้องออกมาก่อน แลว้ ค่อยจบั เคร่ืองมือหาวา่ เราร้องอะไรออกมาทีหลงั บางคร้ังเราอาจมีเคา้
โครงของเน้ือร้องบางประโยคที่เตรียมไวแ้ ลว้ บา้ ง อยใู่ นสมุดบนั ทึก ชุดของสาํ นวน คาํ พดู ท่ี
น่าสนใจ หรืออาจจะชื่อเพลงที่น่าสนใจ ลองหาทางร้องประโยคท่ีเราร่างเอาไวค้ ร่าวๆ เหลา่ น้นั ดู
การทาํ งานดว้ ยวธิ ีน้ี จะดึงเอารูปแบบท่ีอยใู่ นความทรงจาํ และความคิดท่ีเราทาํ จนคุน้ เป็นนิสยั
ออกมา แมว้ า่ มนั จะใหล้ กั ษณะที่เป็นตวั เรามากที่สุด แตบ่ างทีมนั ทาใหเ้ พลงซ้าํ ซากและเหมือนๆ
กบั ที่เราเคยทาํ ไปแลว้ วธิ ีท่ีจะหนีออกจากร้ัวน้ีคือ ใชก้ ารทดลองแบบตา่ งๆ
เร่ิมดว้ ยการทดลองกบั Modes และ Scales การทดลองกเ็ ป็นส่ิงท่ีเกิดเสมอกบั นกั แตง่
เพลง เวลาท่ีไม่ไดม้ ีเร่ืองราวหรือความรู้สึกอะไรเป็นตวั นามา บางคร้ังความคิดดีๆ กม็ าในขณะท่ีเรา
ฝึก การใชส้ เกลต่างๆ พวกน้ีอยู่ หรือบางคร้ังที่เรารู้สึกเบ่ือเมื่อพบวา่ เพลงท่ีแต่งไปเริ่มไม่แตกต่างกนั
เรา กเ็ ริ่มเอาความรู้เรื่องน้ีมาพนิ ิจพเิ คราะห์ การทดลองกบั สเกลต่างๆ จะทาํ ใหไ้ ดใ้ ชท้ างเลือกใหม่ท่ี
อาจ ยงั ไม่เคยลอง มีสเกลใหเ้ ราเลือกใชม้ ากมาย การที่เราสามารถใชเ้ คร่ืองมือชนิดน้ีไดอ้ ยา่ งดีเป็น
ความ ไดเ้ ปรียบมหาศาล หรือถา้ เราพอมีไอเดียอยแู่ ลว้ เก่ียวกบั เรื่องท่ีจะเขียน กอ็ าจใชว้ ิธีน้ีผสมกบั
วิธีแรก เราอาจใชก้ ารทดลองน้ีร่วมกบั เรื่องราวที่เราอยากเขียนวา่ ไปกนั ไดด้ ีหรือเปลา่ โดยการ
ค่อยๆ ทดลองและพฒั นาโมทีฟหลายๆ แบบ ทีละอนั เป็นประโยคส้นั ๆ ก่อนดูวา่ เสกลไหนให้
ผลลพั ธ์ที่ น่าสนใจ อาจทดลองกบั คาร้องท่ีเป็นส่วนของช่ือเพลงกไ็ ด้ หรือเป็นบางวลีส้นั ๆ ที่ไดร้ ่าง
SPU CHONBURI 28
เตรียมไว้ เพอื่ จะใชใ้ นบรรทดั ของเน้ือเพลง ผเู้ ขียนทาํ อยา่ งน้ีบ่อยๆ โดยไม่คาดหวงั วา่ จะตอ้ งแต่ง
เป็ นเพลง
บางคร้ังในสมุดบนั ทึกของผเู้ ขียนที่ใชเ้ กบ็ คลงั คาพดู กม็ ีโนต้ ทาํ นองส้นั ๆ ที่จะร้องคาํ
เหล่าน้ีเขียน กาํ กบั เอาไวแ้ ลว้ มากมาย รอใหเ้ อาไปขยายเป็นเพลงภายหลงั เราสามารถทาํ อยา่ งน้ีก่อน
แลว้ คอ่ ย ตดั สินใจท่ีจะนาํ ประโยคที่ถกู ใจท่ีสุดไปขยายความเป็นทาํ นองเพลงท้งั เพลงอีกที
เร่ิมข้ึนจากการทดลองกบั ทางเดินของคอร์ด (Chord Progression) อีกวิธีของการทดลอง โดยใช้
กรอบของทางเดินคอร์ดมากาํ หนดวธิ ีคิด หลายคร้ังท่ีผเู้ ขียนทดลองหารูปแบบทางเดินคอร์ด ท่ี
น่าสนใจและชอบที่จะใช้ Synthesizer เลน่ แทนท่ีจะเป็นเปี ยโน เม่ือเราเล่นดว้ ยเปี ยโน บางคร้ังมนั ก็
ขบั เคลื่อนเราไดด้ ีโดยเฉพาะเพลงร้องโรแมนติค แต่บางคร้ังมนั กไ็ ม่ไดก้ ่อใหเ้ กิดแรงบนั ดาลใจเลย
มนั เรียบเกินไปนน่ั เอง ขณะที่เราลองโปรเกรสชน่ั แบบต่างๆ และเปลี่ยนเสียงไปดว้ ย บางคร้ังเสียง
ของsynth พวกน้นั กส็ ร้างแรงบนั ดาลใจหรือทาใหเ้ ราเห็นฉากบางฉากไดห้ รือรู้สึกถึงอารมณ์
บางอยา่ งท่ีทาใหเ้ พลงเกิดข้นึ ไดเ้ หมือนกนั เราอาจเคาะคอร์ดพวกน้นั ไปเรื่อยๆ แลว้ ฮมั ตาม หรือจะ
ป้ อนลงไปในซีเควนเซอร์แลว้ เลน่ เคร่ืองดนตรีคลอไปกบั มนั กไ็ ด้ บางคร้ัง เราอาจพบวา่ คอร์ดโปร
เกรสชน่ั บางชุดดูเหมือนไม่คอ่ ยน่าสนใจ เช่น เรียบไป เปล่ียนคอร์ดนอ้ ยไป บางคร้ังการทดลอง
อยา่ งอื่นควบคไู่ ปดว้ ยกอ็ าจช่วยสร้างลกั ษณะเด่นข้ึนมาได้ เช่น การเล่นแบบ Open tuning ดว้ ยกีตา้ ร์
โปร่ง หรือการสร้างจงั หวะใหก้ บั การ Comp คอร์ด กอ็ าจทาํ ใหค้ อร์ดชุดน้นั น่าสนใจข้ึนมาได้ ขอ้ คดิ
อีกอยา่ งคือ บางคนคิดวา่ คอร์ดท่ีเยอะ แบ่งยอ่ ยออกไปใหม้ ากๆ น้นั ยอ่ มดีกวา่ อนั ท่ีจริง คอร์ดเพยี ง
คอร์ดเดียวกส็ ามารถสร้างความน่าสนใจไดแ้ ละอาจทา้ ทายดีดว้ ย
เริ่มข้ึนจากการเล่นดนตรีร่วมกนั กบั เพอ่ื นนกั ดนตรี ในการแต่งเพลงของศิลปิ นที่เป็นกลุ่ม
เรามกั พบวา่ วธิ ีน้ีเป็นวิธีที่ใชก้ นั เยอะ มนั มีขอ้ ดีของการทาํ ใหม้ ีสไตลข์ องกลุ่มเป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะ
ทุกคนมีส่วนในการคิด ท้งั ขอ้ ดีและขอ้ บกพร่องมนั กจ็ ะผสมกนั ทาํ ใหเ้ ป็นรูปแบบเฉพาะ แต่คุณก็
จะตอ้ งเคารพความคิดของเพื่อนร่วมงานคุณดว้ ยและตอ้ งไม่ร้ันที่จะดึงดนั แต่ความคิดของตวั เอง ซ่ึง
ไมช่ า้ กเ็ ร็วตอ้ งทะเลาะกนั วิธีน้ีสนุก ตราบเท่าท่ีมิตรภาพยงั คงอยแู่ ละสมาชิกในกลุม่ มีฝีมือใกลเ้ คียง
กนั คุณจะนงั่ ลอ้ มวงกนั แลว้ ผลดั กนั ต่อประโยคของทาํ นองและเน้ือเพลงไปทีละประโยค โหว
ถกเถียง เลือก ไดห้ วั เราะกนั ไปตลอด ผเู้ ขียนชอบวธิ ีน้ีมากๆ และมนั สามารถใชก้ บั กลุม่ นกั แต่ง
เพลง ที่ไม่ไดเ้ ป็นวงดนตรีกไ็ ด้ บางคร้ังเรากแ็ คเ่ ล่นสนุกกนั และไม่ไดค้ าดหวงั อะไร แต่อาจไดเ้ พลง
ท่ีดี มากๆ ออกมาอยา่ งไม่คาดคดิ
เริ่มข้ึนจากการทดลองบน Rhythm และ Grooves มีจงั หวะเป็นร้อยเป็นพนั ใหเ้ ลือก ใน
โลก สมยั ใหม่ที่คอมพิวเตอร์ ซีเควนเซอร์ มิวสิคเวิร์คสเตชนั่ มีใหน้ กั แต่งเพลงไดใ้ ชก้ นั ทุกคน เรา
อาจ เริ่มแต่งทาํ นองจากจงั หวะสนุกๆ ท่ีเราชอบ วิธีน้ีเหมาะกบั เพลงเตน้ รําอยา่ งไม่ตอ้ งสงสยั
SPU CHONBURI 29
คาํ ศพั ทท์ ่ี คุณอาจคุน้ กบั มนั แลว้ ‘Loop’ มนั คือไฟลเ์ สียงของแพทเทิร์นจงั หวะแบบต่างๆ ลองเลือก
สกั อนั ท่ี ตรงกบั จุดประสงค์ แลว้ หาอตั ราส่วนท่ีน่าสนใจสาํ หรับเพลงของคุณก่อนใน groove น้นั
จากน้นั ค่อยเลือกโน๊ตที่จะวางลงไปในจงั หวะท่ีเลือก
เริ่มข้ึนจากแรงบนั ดาลใจจากแนวทาํ นองอ่ืน เช่น จากแนวที่นกั กีร์ตา้ เลน่ เบสไลน์ หรือ
จากทาํ นองเพลงอ่ืนเพราะตอ้ งการใหร้ ะลึกถึงเพลงน้นั บางคร้ังหรือในเพลงบางประเภท เราอาจมี
ความคิดทางดนตรีบางอยา่ งเกิดข้ึนมาก่อนกไ็ ด้ เช่น วลี หรือ riff ส้ันๆ ของ กีตา้ ร์ หรือ แนวเบส ใน
เพลงร๊อค ไม่แปลกท่ี riff กีตา้ ร์จะเกิดข้ึนก่อน มนั เป็นอยา่ งน้นั เสมอ ริฟน้นั จะวนอยใู่ นท่อน Verse
ท้งั ท่อน แลว้ เปลี่ยนเป็นริฟใหม่ในท่อนคอรัส โดยทวั่ ไป นกั แต่งเพลงกจ็ ะเลน่ ริฟน้นั วนไปเรื่อย
แลว้ ร้องทานองออกมาจนกวา่ จะถกู ใจ บางคร้ังกม็ ีเน้ือเพลงมาก่อนแลว้ หาทางร้องใหเ้ ขา้ กบั ริฟน้นั
เช่นเดียวกนั กบั ที่เป็นแนวเบส นกั แต่งเพลงกจ็ ะทาํ งานดว้ ยกระบวนการแบบเดียวกนั มีอีกกรณีหน่ึง
กค็ ือ บางคร้ังแนวทานองของเพลงอ่ืน กอ็ าจสร้างแรงบนั ดาลใจบางอยา่ งในการสร้างทาํ นอง
เหมือนกนั เช่น เราอาจใชป้ ระโยคแรกของทาํ นองเพลงชาติ หรือท้งั เน้ือท้งั ทาํ นอง มาขยายเป็นอีก
เพลงหน่ึงอยา่ งจงใจ จุดประสงคใ์ นการทาํ อยา่ งน้นั มกั มาจากความตอ้ งการใหร้ ะลึกถึงหรือ
เช่ือมโยงกบั เพลงตน้ ฉบบั ที่ดดั แปลงเอาทาํ นองมาน้นั การทาํ แบบน้ีไม่ใช่การลอกเลียน มนั
เหมือนกบั การอา้ งอิงถึง ซ่ึงโดยมากเป็นการใหเ้ กียรติแก่เพลงน้นั
เริ่มข้ึนจากการจาํ ลองลกั ษณะบางอยา่ ง เช่น ธรรมชาติ ลม ฝน นา้ หรือ สตั ว์ ส่ิงของ เป็น การ
ทดลองอีกประเภทหน่ึง และมนั ตอ้ งการความคิดสร้างสรรคอ์ ยา่ งมาก ตวั อยา่ งเช่น เพลง เริง รถไฟ
ดิอิมพอสสิเบิ้ล ผแู้ ต่งใชค้ วามคิดสร้างสรรคไ์ ดอ้ ยา่ งน่าท่ึงในทกุ องคป์ ระกอบดนตรี แนว ทาํ นอง
ถกู สร้างบนโมทีฟที่มีเสียงสูงต่าํ เป็นจงั หวะลอ้ เลียนเสียงหวดู และเสียงฉึกฉกั อยใู่ นจงั หวะ กลองท่ี
ทาํ งานประสานกนั ไดอ้ ยา่ งน่าสนใจ ผเู้ ขียนยงั คงรู้สึกท่ึงและช่ืนชมเพลงน้ีมาจนทุกวนั น้ี และรู้สึก
วา่ มนั ทนั สมยั มากไม่วา่ จะผา่ นมานานแค่ไหนกต็ าม
ข้ันตอนการผลติ เสียงเพลง
เวลาคุณนงั่ ฟังเพลงโปรดของคุณ ไม่วา่ จะเป็นบน YouTube, Spotify, iTunes, หรือจาก
แผน่ ซีดี เคยสงสยั กนั ม้ยั วา่ เบ้ืองหลงั ของเพลงเพราะๆ ที่คุณช่ืนชอบเหล่าน้ีมนั มีข้นั ตอนอะไรบา้ ง
หรือถา้ คุณเป็นนกั ดนตรี เคยสงสยั ม้ยั วา่ ทาํ ไมคลิปที่คุณใชม้ ือถืออดั เสียงตวั เองเล่น cover เพลงสกั
เพลง แลว้ โพสทล์ ง Facebook คุณภาพเสียงมนั ถึงไม่ใส ไม่ไพเราะเท่าตน้ ฉบบั คุณอาจจะคดิ วา่ “ก็
ใชม้ ือถืออดั มนั จะไปเสียงดีเท่าไมคแ์ พงๆ ไดย้ งั ไง” จริงอยคู่ รับ ที่คุณภาพของไมคม์ นั กม็ ีผล แต่
จริงๆ แลว้ นน่ั มนั ไม่ใช่สาเหตุหลกั หรอก เพราะถึงเปลี่ยนจากมือถือเป็นไมคร์ าคาแพง แต่คุณต้งั อดั
แบบเดิมเป๊ ะ คณุ ภาพเสียงมนั กย็ งั เทียบกบั เพลงอื่นๆ ในทอ้ งตลาดไม่ไดอ้ ยดู่ ีแลว้ ทาํ ไมเพลงพวกน้นั
ถึงเสียงดีกวา่ ? กเ็ ป็นเพราะวา่ มนั ผา่ นกระบวนการ “โปรดิวซ์” หรือ Music Production มาต้งั หลาย
SPU CHONBURI 30
ข้นั ตอนก่อนจะมาถึงหูของคุณ ทาํ ใหค้ ุณภาพเสียงของเพลงเหล่าน้ีไพเราะและคมชดั กวา่ คลิปที่คุณ
ใชม้ ือถืออดั เสียงตวั เองเลน่ ดนตรีหลายเท่านกั ถา้ จะเปรียบเทียบใหเ้ ห็นภาพละ่ ก็ เพลงท่ีผา่ นการ
โปรดิวซก์ ็เหมือนกบั นางแบบปกนิตยสารที่มีท้งั ทีมสไตลิสท,์ ช่างแต่งหนา้ , แสงไฟสตดู ิโอ,
ช่างภาพ, และคนรีทชั รูปคอยสนบั สนุนอยเู่ บ้ืองหลงั ในขณะท่ีคลิปท่ีคุณอดั เสียงตวั เองเล่นดนตรี
เปรียบเหมือนกบั ผหู้ ญิงถา่ ยรูปเซลฟี่ ตวั เองหนา้ สดลงเฟสบุค คอื มนั ไม่ใช่แคใ่ ครสวยกวา่ หรือกลอ้ ง
ใครดีกวา่ แต่พอกระบวนการผลิตท้งั หมดมนั ต่างกนั คุณภาพของงานมนั กเ็ ลยต่างกนั ข่าวดีคือ
เทคโนโลยใี นยคุ ปัจจุบนั มนั เอ้ือใหน้ กั ดนตรีสามารถ “โปรดิวซ”์ เพลงของตวั เองไดโ้ ดยไม่
จาํ เป็นตอ้ งใชอ้ ปุ กรณ์อนาลอ็ กราคาแพงแบบเมื่อก่อนแลว้ จะเห็นไดว้ า่ ในยทู ูปเด๋ียวน้ีกม็ ีวงดนตรี
cover หลายวงท่ีทาํ เพลงออกมาไดค้ ุณภาพดีเทียบเท่าคา่ ยเพลงใหญๆ่ เลย แต่นนั่ กแ็ ปลวา่ นกั ดนตรี
จะตอ้ งสละเวลาในการซอ้ มดนตรีมาเรียนรู้เทคโนโลยใี นการทาํ เพลงดว้ ย ซ่ึงในบทความน้ีผมกจ็ ะ
มาอธิบาย 6 ข้นั ตอนหลกั ในการทาํ Music Production ( พงศธรณ์ โปษยานนท,์ 2561, ออนไลน์)
1. Composing / Sketching
ดนตรีเริ่มจากไอเดีย แต่ไอเดียน้นั จะกลายเป็นเพลงไม่ไดห้ ากไม่มีการจดบนั ทึกไว้
ข้นั ตอนแรกน้ีคือการทาํ sketch หรือจดไอเดียของคุณออกมา เร่ิมจากการวางโครงสร้างก่อนวา่ เพลง
จะมีกี่ท่อน พอมีโครงสร้างแลว้ กค็ อ่ ยแต่งทีละ section ถา้ เป็นดนตรีคลาสสิกหรือดนตรีประกอบ
หนงั อาจจะตอ้ งใชบ้ รรทดั หา้ เสน้ ถา้ เป็นดนตรีป๊ อปอาจจะเขยี นเน้ือร้องและทาํ นองก่อน หรือถา้
เป็นเพลงคอฟเวอร์กต็ อ้ งการแกะคอร์ดแกะทาํ นองเพลงตน้ ฉบบั ก่อน ในข้นั ตอนน้ี music composer
จะใชซ้ อฟตแ์ วร์บนั ทึกโนต้ อยา่ ง Sibelius, Finale, หรือ Dorico เขา้ มาช่วยหรือจะเขียนลงกระดาษ
เฉยๆ กไ็ ด้ แต่ทา้ ยท่ีสุดแลว้ คุณจะตอ้ งได้ sketch ของเพลงท่ีคุณจะทาํ ซ่ึงมีองคป์ ระกอบหลกั ของ
ดนตรีท่ีคุณตอ้ งการ เช่น เน้ือร้อง ทาํ นอง คอร์ด จงั หวะ โครงสร้าง และบนั ไดเสียง ใหค้ รบถว้ น
ที่สุดเท่าที่จะทาํ ได้
2. Arranging
ข้นั ตอนการเรียบเรียง คือการนาํ sketch ท่ีคุณไดจ้ ากข้นั ตอนแรกมาเรียบเรียงใหก้ บั
เครื่องดนตรีตา่ งๆ ซ่ึงแน่นอนวา่ คุณตอ้ งตดั สินใจใหไ้ ดก้ ่อนวา่ จะใชเ้ คร่ืองดนตรีอะไรบา้ ง แลว้ จึง
กาํ หนดวา่ เคร่ืองดนตรีไหนจะเล่นอะไรและทาํ หนา้ ที่อะไรในท่อนต่างๆ ของเพลง ส่วนการเรียบ
เรียงสาํ หรับวงออเคสตราจะมีชื่อเรียกเฉพาะวา่ orchestration ซ่ึงหากเขียนใหว้ งออเคสตราจริงๆ
บรรเลงก็ตอ้ งมีการทาํ สกอร์หรือโนต้ ดนตรีที่รวบรวมบทของทุกๆ เครื่องดนตรีในวงเอาไวด้ ว้ ย ใน
ข้นั ตอนน้ีอยา่ ลืมคิดดว้ ยวา่ เครื่องดนตรีไหนจะบนั ทึกเสียง หรือเคร่ืองดนตรีไหนจะใช้ MIDI
3. MIDI Sequencing
ข้นั ตอนน้ีเป็นการนาํ สิ่งที่เรา arranged เอาไวม้ าทาํ ใหเ้ ป็นเสียงดนตรีดว้ ย samples
SPU CHONBURI 31
และ synths ผา่ นการป้ อนขอ้ มลู MIDI แทนการอดั เสียงนกั ดนตรีจริง Samples คือไฟลเ์ สียงที่ไดม้ า
จากการบนั ทึกเสียงจริงๆ จึงมกั จะใชเ้ พ่อื ทดแทนการใชน้ กั ดนตรีจริง เช่น การใช้ samples ของเสียง
ไวโอลินท้งั section (สมมุติวา่ 14 คน) แทนท่ีจะไปจา้ งนกั ไวโอลินมา 14 คนเพอ่ื อดั เสียงในหอ้ งอดั
จริงๆ ส่วน Synths คือเสียงท่ีถกู สงั เคราะห์ข้ึนโดยมีสองส่วนหลกั ๆ ไดแ้ ก่ Oscillator (ตวั กาํ เนิด
เสียงเช่นคลื่น sine, square, triangle) และ Modifier (เช่น Hi-pass filter, arpeggiator, ฯลฯ)
4. Recording
อนั น้ีเป็นข้นั ตอนท่ีทุกคนคงคุน้ เคยกนั ดี การอดั เสียงนกั ดนตรีจริง ซ่ึงอาจจะอดั เสียง
ท้งั วงพร้อมกนั , อดั แยกเซคชนั่ ต่างๆ, หรืออาจจะอดั เสียงทีละคนกไ็ ด้ ข้ึนอยกู่ บั ความตอ้ งการของ
producer ซ่ึงการอดั เสียงเป็นข้นั ตอนที่ละเอียดอ่อนท่ีสุดและตอ้ งคาํ นึงถึงหลายปัจจยั เช่น การเลือก
ไมโครโฟนที่เหมาะสม, ตาํ แหน่งวางไมโครโฟน, การสะทอ้ นเสียงของหอ้ ง, ระดบั gain ที่
เหมาะสม, ฯลฯ การอดั เสียงเป็นการทาํ งานกบั มนุษย์ หากเกิดขอ้ ผดิ พลาดในการอดั เสียงที่ทาํ ให้
ไฟลจ์ าก session หน่ึงใชไ้ ม่ได้ คุณจะตอ้ งเสียคา่ เช่าสตูดิโอและค่าจา้ งนกั ดนตรีใหมท่ ้งั หมด แต่ที่แย่
ไปกวา่ น้นั คือนกั ดนตรีชุดเดิมจะไม่มีทางเล่นออกมาไดเ้ หมือนเดิม 100%
5. Mixing
จากข้นั ตอนท่ี 3 และ 4, ตอนน้ีตรงหนา้ คณุ กจ็ ะมีแทร็คเสียงต่างๆ เรียงรายอยเู่ ตม็ ไป
หมด ไม่วา่ จะเป็นเสียง samples จากผผู้ ลิตต่างๆ, เสียง synths, และเสียงนกั ดนตรีท่ีคุณอดั มาจาก
หอ้ งอดั พอลองเอาทุกๆ แทร็คมาเปิ ดพร้อมกนั กจ็ ะพบวา่ เสียงมนั ตีกนั มว่ั ไปหมดฟังไม่รู้เรื่อง.. น่ีคือ
เวลาท่ีข้นั ตอนการมิกซ์เพลงเขา้ มามีบทบาทสาํ คญั การมิกซเ์ พลงน้นั เบ้ืองตน้ จะเริ่มจากการปรับ
ระดบั เสียงของทุกๆ แทร็คใหส้ มดุลและสมั พนั ธ์กนั และจะมีการใช้ Audio Processing Plugins
ต่างๆ เช่น Compressor, EQ, Reverb เพือ่ ทาํ ใหแ้ ทร็คต่างๆ มีพ้ืนท่ีเป็นของตวั เองในเพลง คาํ วา่
“พ้ืนท่ี” ในที่น้ีผมเหมารวมถึงท้งั พ้นื ท่ีทางซา้ ย-ขวา ของลาํ โพงสองขา้ งในระบบ stereo, ท้งั พ้ืนท่ี
ของความ ดงั -เบา ตามลาํ ดบั ความสาํ คญั ของเครื่องดนตรีต่างๆ ในเพลง, ท้งั พ้นื ท่ีในแง่ของยา่ นเสียง
สูง-ต่าํ , และท้งั พ้นื ที่ ใกล-้ ไกล ท่ีแทร็คน้นั ถกู วางอยใู่ นมิกซด์ ว้ ย ในมิกซท์ ่ีดีน้นั แทร็คต่างๆ จะตอ้ ง
ไม่ทบั ซอ้ นกนั จนฟังแยกชิ้นเครื่องดนตรีไมอ่ อก แต่ในขณะเดียวกนั กต็ อ้ งส่งเสริมซ่ึงกนั และกนั
ดว้ ย
6. Mastering
ข้นั ตอนสุดทา้ ย การ Mastering เป็นการนาํ เพลงท่ีคุณมิกซเ์ สร็จแลว้ มา process คร้ัง
สุดทา้ ยก่อนจะนาํ ไปเผยแพร่ จุดมุ่งหมายของการทาํ mastering คือการทาํ ใหเ้ พลงของคุณฟังเพราะ
ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปไดใ้ นทุกๆ platforms ไม่วา่ จะเป็นในสตดู ิโอของคุณเอง บนลาํ โพงมือถือ บน
ลาํ โพงแลปทอป หรือในหูฟัง การ mastering ส่วนมากจะใหค้ วามสาํ คญั กบั ระดบั ความดงั ของเสียง
SPU CHONBURI 32
ความสมดุลยข์ องยา่ นเสียงต่างๆ และความกวา้ งของ stereo field เพอื่ ทาํ ใหแ้ ทร็คน้นั สมบรู ณ์ที่สุด
เท่าที่จะเป็ นไปได้
ในงานระดบั มืออาชีพน้นั มีความเป็นไปไดว้ า่ ท้งั 6 ข้นั ตอนจะมีผเู้ ช่ียวชาญเฉพาะทางแต่
ละคนคอยรับผดิ ชอบอยู่ เช่นข้นั ตอนแรกจะเริ่มจาก composer แต่งเพลงข้ึนมา แลว้ ส่งให้
arranger/orchestrator เรียบเรียงในข้นั ท่ีสอง พอเรียบเรียงเสร็จกจ็ ะส่งให้ producer ทาํ midi
sequencing และควบคุมการอดั เสียงร่วมกบั recording engineer ในข้นั ตอนท่ีสามและส่ี พออดั เสียง
เสร็จกส็ ่งให้ mixing engineer มิกซเ์ พลงในข้นั ตอนท่ีหา้ ส่วน mastering engineer จะเป็นคนสุดทา้ ย
ที่ทาํ ใหเ้ สียงออกมาสมบรู ณ์แบบที่สุดสาํ หรับศิลปิ นและนกั แต่งเพลงรายยอ่ ย การเรียนรู้วธิ ีการทาํ
music production ดว้ ยตวั เองท้งั 6 ข้นั ตอนกจ็ ะทาํ ใหง้ านที่นาํ เสนอมีคุณภาพเสียงที่ดีข้ึน สามารถ
รับทาํ ดนตรีประกอบ แต่งเพลง หรือทาํ คอฟเวอร์เพลงโดยเสร็จงานดว้ ยตวั เองได้ ซ่ึงถือวา่ เป็น
ทกั ษะท่ีสาํ คญั อยา่ งยงิ่ สาํ หรับนกั แต่งเพลงและศิลปิ นในปัจจุบนั
การใช้โปรแกรม Logic Pro X
Logic Pro X เป็นแอพเพลงและเสียงท่ีมีคณุ สมบตั ิครบถว้ นที่คุณสามารถใชก้ บั การสร้าง
เพลงทุกดา้ นไม่วา่ จะเป็นการบนั ทึกการจดั เรียงการผสมและอ่ืน ๆ ทกุ อยา่ งต้งั แต่การร่างภาพไอเดีย
เริ่มแรกไปจนถึงการผลิตมิกซส์ ุดทา้ ย คุณสามารถใช้ Logic Pro X สาํ หรับโปรเจก็ ตป์ ระเภทใดกไ็ ด้
ต้งั แต่บนั ทึกเสียงร้องเพลงหรือเล่นไปจนถึงองคป์ ระกอบหลายแทร็กที่ซบั ซอ้ นหลายส่วน
คร้ังแรกที่คุณเปิ ด Logic Pro มนั จะดาวน์โหลดเน้ือหาพ้นื ฐานรวมถึงท่ีต้งั ค่าล่วงหนา้ ของ
ซอฟตแ์ วร์และ Apple Loops ที่คุณสามารถใชใ้ นโครงการของคุณหลงั จากดาวน์โหลดเสร็จ
สมบูรณ์ Project Chooser จะเปิ ดข้ึนเพ่ือใหค้ ุณสามารถสร้างโครงการใหม่หรือเปิ ดโครงการท่ีมีอยู่
เดิม
เริ่มต้นกบั หน้าต่างหลกั ของ Logic Pro X
หนา้ ต่างหลกั ของ Logic Pro เป็นท่ีที่คุณทาํ งานในโครงการของคุณ คุณสามารถเขา้ ถึง
พ้ืนที่ทาํ งานหลกั ท้งั หมดของ Logic Pro ไดใ้ นหนา้ ต่างหลกั ส่วนกลางของหนา้ ต่างหลกั คือพ้ืนท่ี
แทร็ก คุณบนั ทึกและจดั เรียงเน้ือหาดนตรีในโครงการของคุณบนแทร็กในพ้นื ท่ีเพลง มีประเภทของ
แทร็กที่แตกตา่ งกนั หลายประเภทรวมถึงเสียงเคร่ืองมือซอฟตแ์ วร์และแทร็ก Drummer เมื่อคุณทาํ
การบนั ทึกหรือเพมิ่ Apple Loop หรือไฟลส์ ่ืออื่น ๆ ไฟลน์ ้นั จะปรากฏเป็นพ้นื ที่สี่เหล่ียมผนื ผา้
ในแทร็กท่ีเลือกที่ดา้ นบนสุดของหนา้ ต่างหลกั คือแถบควบคุมซ่ึงรวมถึงป่ ุมท่ีใหค้ ุณเขา้ ถึงส่วนต่างๆ
ของ Logic Pro การควบคุมการขนส่งสาํ หรับการควบคุมการเลน่ โครงการ, ตวั เลื่อนระดบั เสียงหลกั
เพ่ือปรับระดบั เสียงของโครงการโดยรวมและการควบคุมอื่น ๆ ท่ีก่ึงกลางของแถบควบคุมคือจอ
SPU CHONBURI 33
LCD ท่ีคณุ สามารถดูตาํ แหน่งของเพลยล์ ิสตป์ ัจจุบนั ยา้ ยเพลยล์ ิสตแ์ ละต้งั คา่ จงั หวะโปรเจค Keyและ
Time aiqnature ( บริษทั Apple, 2562, หนา้ 15-17 )
ภาพท่ี 8 หนา้ ตาของโปรแกรม Logic Pro X
การต้งั ค่า Tempo , Key ,Time siqnature
แต่ละโปรเจคมีชุดของคุณสมบตั ิรวมถึงจงั หวะTempoและTime siqnature สาํ หรับ
โปรเจคท่ีถูกสร้างข้ึนมาใหม่จงั หวะโปรเจคเริ่มตน้ คือ 120 คร้ังต่อนาที (bpm) และTime siqnature
คือ 4/4 คณุ สามารถเปลี่ยนคุณสมบตั ิของโปรเจคเหล่าน้ีเมื่อสร้างโปรเจคหรือใหม่กวา่ ในขณะท่ี
กาํ ลงั ทาํ งานอยู่
ภาพที่ 9 หนา้ ต่างที่ตงั่ คา่ Tempo , Key , Time siqnature
Tempo ของโปรเจคกาํ หนดความเร็วทางดนตรีของโครงการซ่ึงแสดงเป็นจาํ นวนคร้ังต่อ
นาที (bpm) การเปลี่ยนจงั หวะอาจส่งผลต่อความเร็วในการเล่นของการบนั ทึกเสียงและซอฟแวร์,
ภมู ิภาคของคนตีกลองและ Apple Loops ในโครงการ
Key เป็นตวั กาํ หนดการเลน่ ของเพลง เพลงส่วนใหญม่ กั จะอยใู่ นคียใ์ ดคียห์ น่ึง ถา้ เพลงสกั
เพลงหน่ึงอยใู่ นคีย์ C มนั หมายถึงวา่ ตวั โนต้ ตวั C น้นั จะฟังดูเสถียรท่ีสุด คือเหมือนกบั การที่คียน์ ้นั
เป็ นรากของเพลงน้ นั
Time siqnature ของโปรเจคกาํ หนดเวลาดนตรีแบ่งออกเป็นมาตรการและการเตน้
SPU CHONBURI 34
Time siqnature มีตวั เลขสองตวั คน่ั ดว้ ยเคร่ืองหมายทบั (/) ซ่ึงมีลกั ษณะคลา้ ยกบั เศษส่วน หมายเลข
แรกจะควบคมุ จาํ นวนการเตน้ ในแต่ละแท่งและหมายเลขท่ีสองจะควบคุมคา่ การเตน้ (โนต้ ที่
นบั เป็นหน่ึงจงั หวะ) การเปลี่ยน Time siqnature ไมส่ ่งผลกระทบต่อการเลน่ แต่จะส่งผลต่อหน่วยท่ี
แสดงในไมบ้ รรทดั และแถบในเครื่องมือแกไ้ ขคะแนน ( บริษทั Apple, 2562, หนา้ 35-36 )
แทร็ก (Track)
แทร็ก (Track) สามารถบนั ทึกเสียงจากไมโครโฟนหรือจากอุปกรณ์ไฟฟ้ า (เช่นกีตาร์
ไฟฟ้ า) ที่เช่ือมต่อกบั คอมพิวเตอร์บนแทร็กเสียงในพ้นื ที่แทร็ก การบนั ทึกจะปรากฏเป็นขอบเขต
เสียงในแทร็กเสียงที่เลือกซ่ึงแสดงรูปคล่ืนเสียง คุณสามารถจดั เรียงและแกไ้ ขขอบเขตเสียงในพ้นื ที่
แทร็กและแกไ้ ขไดใ้ นมุมมองระยะใกลใ้ นเครื่องมือแกไ้ ขแทร็กเสียงเมื่อตอ้ งการเพิม่ แทร็คจะ
สามารถเลือกแพตชส์ าํ หรับแทร็กในไลบรารี สามารถออดิชนั่ แพทชอ์ ยา่ งรวดเร็วเพอื่ คน้ หาส่ิงท่ี
ตอ้ งการใชแ้ ละเปลี่ยนเอฟเฟกตส์ าํ หรับแทร็กเสียงโดยเลือกแพตชอ์ ่ืน แต่ละแพต็ ชเ์ สียงมีเอฟเฟกต์
เสียงหน่ึงรายการข้ึนไปและสามารถรวมการส่งและการต้งั คา่ การกาํ หนดเสน้ ทางอื่น ๆ
ภาพที่ 10 หนา้ ตาของ Track
การบันทกึ เสียง
การบนั ทึกเสียง สามารถบนั ทึกเสียงของนกั ร้อง เครื่องดนตรี หรือเสียงอื่นๆที่ใช้
ไมโครโฟนของตวั คอมพิวเตอร์หรือไมโครโฟนท่ีต่อกบั ตวั คอมพวิ เตอร์โดยตรงโดยจะสามารถ
บนั ทึกเสียงไดโ้ ดยข้นั ตอนดงั ต่อไปน้ี
1. เลือก หวั ของแทร็กที่ตอ้ งการบนั ทึกเสียง
2. เลื่อนเส้น Playhead ไปยงั จุดที่ตง้ การบนั ทึก
3. กดป่ ุมบนั ทึกเสียง(ป่ ุมสีแดงท่ีแทบเคร่ืองมือ)หรือกดป่ ุม R เพอื่ บนั ทึกเสียง
4. กดป่ ุม ส่ีเหล่ียมท่ีแทบเครื่องมือหรือกดป่ ุม Spec bar เพอื่ ทาํ การหยดุ บนั ทึก
35
ภาพท่ี 11 กาํ ลงั บนั ทึกเสียง
หากตอ้ งการที่จะบนั ทึกเสียงหลายแทร็กพร้อมกนั สามารถทาํ ไดโ้ ดยการเลือกหลายแทร็ก
แลว้ กดบนั ทึกพร้อมกนั เพ่ือทาํ การบนั ทึกเสียงหลายแทร็กพร้อมกนั ในโปรเจคน้ี ( บริษทั Apple,
2562, หนา้ 42 )
การปรับแต่งเสียง (Mixer)
เมื่อจะ mix โปรเจคเพอื่ จะสร้างความสมดุลใหก้ บั ส่วนต่างๆและผสมผสานใหเ้ ป็นหน่ึง
เดียวกนั และยงั สามารถเพมิ่ เอฟเฟกตเ์ พือ่ เปลี่ยนเสียงใชเ้ ส้นทางและการจดั กลุ่มเพอ่ื ควบคุมการไหล
ของสญั ญาณและใชร้ ะบบอตั โนมตั ิเพ่อื สร้างการเปลี่ยนแปลงแบบไดนามิกในโครงการของโปร
เจค เม่ือเวลาผา่ นไปการทาํ สิ่งน้ีในตวั ปรับแต่งเสียงซ่ึงเปิ ดดา้ นล่างพ้ืนท่ีแทร็กหรือเป็นหนา้ ต่างแยก
ตา่ งหากแมว้ า่ จะไม่มีกฎสาํ หรับการผสม - ยกเวน้ ท่ีเรียนรู้จากประสบการณ์และหูดี - การผสม
โดยทวั่ ไปเกี่ยวขอ้ งกบั ข้นั ตอนต่อไปน้ี คณุ อาจพบวา่ ตวั เองเคลื่อนไหวไปมาระหวา่ งข้นั ตอนต่าง ๆ
ในการผสม
ตวั Mixerแสดงแถบช่องสาํ หรับทุกแทร็กในโครงการของคุณรวมถึงแถบช่องสญั ญาณ
เสริมและเอาทพ์ ตุ และแถบช่องหลกั ทาํ ใหง้ ่ายต่อการดูและปรับระดบั ญาติและการต้งั ค่าแทร็กอ่ืน ๆ
คุณสามารถปรับระดบั และตาํ แหน่งการเลื่อนของแถบช่องสญั ญาณแต่ละอนั ใส่เคร่ืองมือและปลก๊ั
อินเอฟเฟกตแ์ ละแกไ้ ขพารามิเตอร์ปิ ดเสียงและแทร็กเด่ียวและส่งออกไปยงั แถบเสริมหรือแถบ
สญั ญาณออก ( บริษทั Apple, 2562, หนา้ 1121 )
SPU CHONBURI
36
ภาพที่ 12 หนา้ ตาแถบหนา้ ต่าง Mixer
SPU CHONBURI
SPU CHONBURI 37
บทที่ 3
รายละเอยี ดของโครงงาน
การศึกษาเรื่อง การผลิตเสียงเพลงในรายการดวลเพลงดงั ของบริษทั นาโจ มวิ สิค จากดั มี
รายละเอียดโครงงาน ดงั น้ี
สภาพการณ์ปัญหา
การผลติ เสียงเพลงในรายการดวลเพลงดงั ของบริษทั นาโจ มวิ สิค จากดั เป็นการปฏบิ ตั ิงาน
จริงท้งั ในและนอกสถานประกอบการเป็นประสบการณท์ ไี่ มส่ ามารถเรียนรู้ไดจ้ ากการบรรยายใน
ช้นั เรียน นอกจากน้ียงั ทาให้เกิดความรูใ้ หมแ่ ละเกดิ แนวคดิ ในการมองเหน็ โอกาสในการเลือก
ประกอบอาชีพได้
ลกั ษณะโครงงาน
การผลติ เสียงเพลงในรายการดวลเพลงดงั ของ บริษทั นาโจ มวิ สิค จากดั
วตั ถุประสงค์ของโครงงาน
1. เพื่อผลติ เสียงเพลงในรายการดวลเพลงดงั ของ บริษทั นาโจ มิวสิค จากดั
2. เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคของการผลติ เสียงเพลงในรายการดวลเพลงดงั
ขอบเขตของการดาเนินงานของโครงการ
การผลติ เสียงเพลงในรายการดวลเพลงดงั ภายใตบ้ ริษทั นาโจ มิวสิค จากดั โดยใช้
โปรแกรม Logic Pro X ทาการผลติ ในชว่ ง 13 มกราคม – 8 พฤษภาคม 2563 โดยมที ้งั หมด 1
รายการดงั น้ี
1. รายการดวลเพลงดงั ชอ่ ง 7
เครื่องมอื ท่ีใช้ในการศึกษา
1. LAPTOP MACBOOK PRO
2. การสอนเพม่ิ เติมจากพนกั งานปรึกษาโครงงาน
38
3. ตวั อย่างชิน้ งานจากบริษทั
ผลทค่ี าดว่าจะได้รับจากการดาเนินโครงงาน
1. ไดผ้ ลิตเสียงเพลงในรายการดวลเพลงดงั ของ บริษทั นาโจ มิวสิค จากดั
2. ไดท้ ราบปัญหาและอุปสรรคของการผลติ เสียงเพลงในรายการดวลเพลงดงั ของบริษทั
นาโจ มวิ สิค จากดั
SPU CHONBURI