การประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ทางการบญั ชใี นการวางแผนทางการเงนิ ของนักศึกษา
ประกาศนยี บตั รชน้ั สงู ปีท่ี 2 สาขาวิชาการบัญชี วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาชลบุรี
อริศรา ศุภนาม รหัสนกั เรียน 6232010012
โยษิตา หริ ญั ศรี รหสั นักเรยี น 6232010013
รายงานน้เี ป็นส่วนหน่ึงของการศกึ ษา รายวชิ า โครงการ
สาขาวชิ า การบญั ชี ประเภทวชิ า บรกิ ารธุรกิจ
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563
วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาชลบรุ ี
การประยุกตใ์ ชค้ วามรูท้ างการบญั ชใี นการวางแผนทางการเงินของนักศกึ ษา
ประกาศนียบตั รชนั้ สงู ปที ่ี 2 สาขาวิชาการบัญชี วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาชลบรุ ี
โดย
อริศรา ศภุ นาม รหสั นกั เรยี น 6232010012
โยษิตา หริ ญั ศรี รหสั นกั เรยี น 6232010013
เสนอ
อาจารย์นิพร จทุ ัยรตั น์
รายงานนีเ้ ป็นสว่ นหนึ่งของการศึกษา รายวชิ า โครงการ
สาขาวิชา การบญั ชี ประเภทวชิ า บรหิ ารธุรกิจ
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2563
วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาชลบุรี
ใบรบั รองโครงการ
ระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชั้นสูง ช้ันปที ี่ 2 (ปวส.2)
วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาชลบรุ ี
โครงการ
การประยุกตใ์ ช้ความรู้ทางการบญั ชใี นการวางแผนทางการเงนิ ของนกั ศกึ ษา
ประกาศนียบัตรช้นั สงู ปที ี่ 2 สาขาวชิ าการบญั ชี วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาชลบุรี
โดย
1. นางสาวอรศิ รา ศภุ นาม รหัสนกั เรียน 6232010012
2. นางสาวโยษิตา หริ ญั ศรี รหัสนักเรียน 6232010013
ช้ัน ปวส.2/1 สาขาวิชาการบัญชี
พจิ ารณาเห็นชอบโดย
(นางนพิ ร จทุ ัยรัตน)์
อาจารยท์ ป่ี รกึ ษาโครงการ
แผนกวชิ าบัญชี คณะบริหารธรุ กจิ
ช่ือโครงการ : การประยุกต์ใชค้ วามรู้ทางการบญั ชีในการวางแผนทางการเงินของนักศึกษา
ประกาศนยี บัตรชัน้ สงู ปที ี่ 2 สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชวี ศึกษาชลบรุ ี
ผู้จัดทำ
: อริศรา ศุภนาม
สาขาวิชา โยษติ า หริ ญั ศรี
ประเภทวชิ า
ปีการศกึ ษา : การบัญชี
สถานศึกษา : บรหิ ารธุรกจิ
: 2563
: วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาชลบรุ ี
บทคัดยอ่
วตั ถปุ ระสงค์ของการศึกษาครั้งน้ี 1. เพือ่ ศกึ ษาการนำความรู้ทางการบญั ชีไปใชใ้ นการ
วางแผนทางการเงนิ 2. เพอ่ื เป็นแนวทางในการวางแผนทางการเงนิ ของนกั ศกึ ษาประกาศนยี บตั ร
วชิ าชีพชน้ั สูงปที ่ี 2 สาขาการบัญชี วิทยาลยั อาชวี ศึกษาชลบรุ ี กลมุ่ ตวั อย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่
นกั ศกึ ษาระดบั ชัน้ ประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสงู ชั้นปีท่ี 2 สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลยั อาชวี ศึกษา
ชลบรุ ี จำนวน 30 คน เครื่องมือทใี่ ช้ในการศกึ ษา คือ แบบสอบถาม โดยแบ่งเปน็ 3 ตอน ไดแ้ ก่
ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 แบบสอบถามความคิดเหน็ ต่อโครงการ เรอ่ื ง
การประยกุ ต์ใชค้ วามรทู้ างการบัญชีในการวางแผนทางการเงนิ ของนกั ศึกษา ประกาศนยี บัตรชัน้ สงู ปี
2 สาขาวชิ าการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบรุ ี ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ ประกอบด้วย 2 ด้าน คอื
1. ดา้ นการนำความรูท้ างการบัญชีไปใช้ในการวางแผนทางการเงิน 2. ดา้ นแนวทางในการวางแผน
ทางการเงนิ ของนักศึกษา สถิติทีใ่ ชใ้ นการวจิ ยั คือ 1. ค่ารอ้ ยละ (Percentage) 2. คา่ เฉลยี่ เลขคณิต
(Mean) 3. ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
ผลการศกึ ษาพบวา่
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อยู่ในชว่ งอายุ 20 – 21 ปี มีรายได้เฉลย่ี ตอ่ เดอื น
2,001 – 2,500 บาท ความคิดเหน็ ตอ่ โครงการเรอ่ื ง การประยุกต์ใชค้ วามรู้ทางการบญั ชีในการ
วางแผนทางการเงินของนักศกึ ษา ประกาศนยี บตั รชน้ั สงู ปี 2 สาขาวชิ าการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษา
ชลบรุ ีแบ่งเปน็ 2 ด้าน คือ
ฉ
ดา้ นการนำความรู้ทางการบัญชไี ปใช้ในการวางแผนทางการเงิน คอื มีรปู แบบการ
วางแผนทางการเงนิ เพือ่ ตอบสนองความตอ้ งการและเป้าหมายเฉพาะบุคคลได้ สามารถนำความรู้
ทางการบญั ชไี ปใชใ้ นการวางแผนทางการเงนิ ได้ เปน็ เคร่ืองมอื สำหรบั การเตรียมความพร้อมทาง
การเงินทงั้ ในปัจจบุ ันและอนาคต มคี วามเขา้ ใจในการวางแผนทางการเงนิ ในชวี ิตประจำวนั มีรปู แบบ
การวางแผนทางการเงนิ เพอ่ื เน้นความม่ันคงทางการเงิน การจดั ทำเกยี่ วกบั การวางแผนทางการเงนิ
ทบทวนและปรับปรงุ แผนทางการ เงนิ ตามความจำเป็นของสถานการณ์นัน้ ๆ สามารถปฏบิ ัติตาม
แผนการเงินทวี่ างไว้
ดา้ นแนวทางในการวางแผนทางการเงนิ ของนกั ศกึ ษา คอื สามารถเก็บออมเงนิ ตาม
เป้าหมาย เช่น การซ้ือสนิ ค้า เพือ่ ให้สามารถมีเงนิ ออมได้อยา่ งเพียงพอต่อความม่ันคงในอนาคต และ
อนื่ ๆ สามารถบริหารและควบคุมคา่ ใช้จ่ายทไ่ี ม่จำเป็นให้น้อยลงได้ สามารถแบ่งรายได้ทไ่ี ดร้ บั เปน็
สดั สว่ นสำหรบั การออม มีการจดบันทึก รายรับ – รายจ่ายและวางแผนการใช้อยา่ งเหมาะสม ลงทนุ
เกี่ยวกับเงินฝาก เชน่ เงินฝากประจำ ฝากออมทรัพย์ สลากออมทรพั ย์ สลากออมสิน และสลากอ่ืน ๆ
เป็นตน้ การจดั ทำเกยี่ วกบั การวางแผนทางการเงนิ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายให้นอ้ ยกว่ารายได้
คำสำคญั การวางแผนทางการเงิน การบญั ชี นกั ศึกษา
กิตตกิ รรมประกาศ
โครงการเรอื่ ง “การประยุกตใ์ ชค้ วามรู้ทางการบญั ชีในการวางแผนทางการเงินของนักศกึ ษา
ประกาศนยี บัตรช้ันสูงปีท่ี 2 สาขาวิชาการบญั ชี วิทยาลยั อาชีวศึกษาชลบรุ ี” ในครั้งนี้ สามารถสำเรจ็
ลลุ ว่ งอยา่ งสมบูรณ์ด้วยความเมตตา จากอาจารย์นพิ ร จทุ ัยรตั น์ ท่ีปรึกษาโครงการวิจยั ทใ่ี ห้
คำแนะนำแนวทางทถี่ กู ต้อง และเอาใจใส่ด้วยดตี ลอดระยะเวลาในการทำวิจัย ผู้ศกึ ษาร้สู ึกซาบซึ้งเป็น
อยา่ งยง่ิ จึงขอกราบขอบพระคณุ เป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสน้ี
ขอขอบพระคณุ บดิ า มารดา และเพอื่ น ๆ ทกุ คนท่ีไดใ้ ห้คำแนะนำช่วยเหลือสนับสนุนผูว้ จิ ยั
โครงการมาตลอด โครงการจะสำเร็จลุล่วงไปไมไ่ ด้ หากไมม่ บี ุคคลดงั กลา่ วในการจัดทำโครงการ
คุณค่าและประโยชนข์ องโครงการนี้ ทางผจู้ ดั ทำขอมอบเปน็ กตญั ญูกตเวทิตาแด่บพุ การี
บรู พาจารย์ และผู้มีพระคุณทกุ ทา่ นท้งั ในอดีตและปัจจุบนั ที่ได้อบรม สง่ั สอน ชแ้ี นะแนวทางใน
การศกึ ษา จนทำใหผ้ ูว้ ิจัยประสบความสำเร็จมาจนตราบทกุ วันนี้
อริศรา ศุภนาม
โยษิตา หริ ัญศรี
สารบัญ
หน้า
ใบรับรองโครงการ................................................................................................................................ง
บทคดั ยอ่ ..............................................................................................................................................จ
กิตติกรรมประกาศ...............................................................................................................................ช
สารบญั .................................................................................................................................................ซ
สารบัญตาราง......................................................................................................................................ฌ
สารบัญภาพ.........................................................................................................................................ฎ
บทที่ 1 บทนำ.....................................................................................................................................1
ความเปน็ มาและความสำคญั ของปัญหา.................................................................................1
วตั ถุประสงค์ของโครงการ.......................................................................................................1
ขอบเขตของโครงการ..............................................................................................................2
ประโยชนท์ คี่ าดวา่ จะไดร้ ับ......................................................................................................2
นิยามศัพท์เฉพาะ....................................................................................................................2
บทท่ี 2 เอกสาร ทฤษฎี และงานวจิ ัยท่ีเกีย่ วข้อง.................................................................................4
จุดประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า และคำอธิบายรายวิชา..............................................4
ทฤษฎกี ารวเิ คราะห์สถานการณท์ างการตลาด (SWOT Analysis).........................................5
การจดั หาและการวางแผนทางการเงนิ ...................................................................................7
แนวคิดทางการบญั ชี.............................................................................................................10
ทฤษฎพี ฤติกรรมผูบ้ รโิ ภค.....................................................................................................12
ความหมาย ความสำคญั และประโยชนข์ องการออม...........................................................20
งานวิจัยท่เี ก่ียวขอ้ ง...............................................................................................................22
บทที่ 3 วธิ ีการดำเนนิ งานโครงการ...................................................................................................26
ประชากรและกล่มุ ตัวอย่าง...................................................................................................26
เครอ่ื งมือท่ใี ชใ้ นการศึกษา....................................................................................................26
ข้ันตอนในการสรา้ งเคร่อื งมือ................................................................................................27
การเก็บรวบรวมขอ้ มูล..........................................................................................................28
การวิเคราะหข์ อ้ มลู และสถิติที่ใช้ในการศึกษา.......................................................................28
ญ
สารบญั (ต่อ)
หน้า
บทที่ 4 การวิเคราะห์ข้อมูล...............................................................................................................30
สญั ลกั ษณท์ ่ีใชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มูล....................................................................................30
การนำเสนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล.......................................................................................30
บทท่ี 5 สรปุ ผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ..............................................................................37
สรปุ ผลการวิจัย.....................................................................................................................37
การอภปิ รายผล....................................................................................................................39
ข้อเสนอแนะ.........................................................................................................................40
บรรณานกุ รม......................................................................................................................................42
ภาคผนวก...........................................................................................................................................43
ภาคผนวก ก แบบขออนมุ ัตโิ ครงการ แบบเสนอโครงการ....................................................44
ภาคผนวก ข แบบสอบถาม..................................................................................................50
ภาคผนวก ค งบประมาณคา่ ใชจ้ ่าย......................................................................................54
ภาคผนวก ง เอกสารประกอบ (ภาพถา่ ย)………………………………………………......…..………...56
ภาคผนวก จ ประวตั ิผู้จัดทำ…………………………………………………..……………......……..……….61
สารบญั ตาราง
หนา้
ตารางท่ี 1 แสดงความถแ่ี ละรอ้ ยละของกล่มุ ตัวอยา่ งจำแนกตามเพศ................................................30
ตารางท่ี 2 แสดงความถ่ีและร้อยละของกล่มุ เป้าหมายจำแนกตามอายุ.............................................31
ตารางที่ 3 แสดงความถ่ีและรอ้ ยละของกลมุ่ ตัวอยา่ งจำแนกตามระดับชั้น........................................31
ตารางที่ 4 แสดงความถี่และร้อยละของกลมุ่ ตัวอย่างจำแนกตามรายไดเ้ ฉลี่ยตอ่ เดือน......................32
ตารางที่ 5 แสดงค่าเฉล่ยี และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ด้านการนำความร้ทู างการบัญชไี ปใชใ้ นการวางแผนทางการเงิน......................................33
ตารางท่ี 6 แสดงคา่ เฉล่ีย และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
ด้านแนวทางในการวางแผนทางการเงนิ ของนกั ศึกษา.......................................................34
ตารางท่ี 7 แสดงค่าเฉลยี่ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สรปุ เปน็ รายดา้ น...........................................35
สารบัญภาพ
หน้า
ภาพที่ 1 การนำเสนอผลงาน..............................................................................................................55
ภาพท่ี 2 แจกแบบสอบถาม................................................................................................................55
ภาพที่ 3 แจกแบบสอบถาม................................................................................................................55
ภาพท่ี 4 แจกแบบสอบถาม................................................................................................................56
ภาพท่ี 5 แจกแบบสอบถาม................................................................................................................56
ภาพท่ี 6 แจกแบบสอบถาม................................................................................................................56
ภาพที่ 7 แจกแบบสอบถาม................................................................................................................57
ภาพท่ี 8 แจกแบบสอบถาม................................................................................................................57
ภาพที่ 9 แจกแบบสอบถาม................................................................................................................57
ภาพที่ 10 แจกแบบสอบถาม.............................................................................................................58
ภาพท่ี 11 แจกแบบสอบถาม.............................................................................................................58
ภาพที่ 12 แจกแบบสอบถาม.............................................................................................................58
บทท่ี 1
บทนำ
ความเปน็ มาและความสำคญั ของปญั หา
การบญั ชเี กดิ ขึ้นตั้งแต่สมัยสุเมเรยี นในดนิ แดนเมโสโปเตเมยี ในช่วงแรก ๆ กเ็ ป็นแค่การเก็บ
ข้อมลู เกย่ี วกับปรมิ าณผลผลิตทางการเกษตร กบั มูลค่าเหลา่ นัน้ สว่ นวชิ าการบัญชีทีม่ พี ื้นฐาน
เหมอื นกับระบบคณติ ศาสตร์ (ระบบบญั ชคี ู่ ซึง่ หมายถึงการบนั ทกึ ขอ้ มูลทางด้านการเงินโดยมีการ
บันทกึ ทั้งดา้ นบวก (เดบิต หรอื อาจเรียกวา่ การบนั ทกึ บญั ชีทางดา้ นซา้ ย) กับ ด้านลบ (เครดิต หรอื
อาจเรียกว่าการบนั ทึกบญั ชีทางด้านขวา) โดยที่การบันทึกแต่ละคร้ังจะต้องมียอดรวมด้านบวกรวมกบั
ดา้ นลบเปน็ ศูนย์) เกดิ ขึ้นในประเทศอิตาลีกอ่ นปี ค.ศ. 1543 โดย ไดพ้ มิ พ์หนงั สือชื่อวา่ Vennice ซึ่ง
เป็นหนงั สอื เกี่ยวกับการบันทึกบญั ชี โดยพ้ืนฐานของการบัญชที ัง้ หมดมาจากสมการวา่ "สนิ ทรพั ย=์
หนส้ี นิ +ทนุ " สว่ นรายไดแ้ ละค่าใชจ้ ่ายถอื เปน็ ส่วนหนง่ึ ของทุน
ในปจั จุบันเงนิ ถือเปน็ สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ ดงั น้ันเงนิ จึงมีความสำคัญ
ต่อการดำรงชีวิต โดยพื้นฐานมนษุ ย์ตอ้ งการปัจจัย 4 ประการ คืออาหาร ท่ีอยูอ่ าศัย เครอ่ื งนุ่งห่ม และ
ยารักษาโรค อย่างไรก็ตามในยุคสมัยท่ีมีเทคโนโลยี เข้ามามีบทบาท และซ้ือสินค้าหรือบริการเพ่ือ
สนองความต้องการส่วนบุคคล ทำให้บางคนไม่ระมัดระวังในการใช้จ่าย ซึ่งอาจทำให้ไม่พอต่อการใช้
จ่ายในการดำรงชวี ติ และนำไปสกู่ ารกู้เงนิ เปน็ หน้สี ินในอนาคต
จากข้อมลู ขา้ งต้น ทางผจู้ ัดทำตระหนักถึงการนำความรู้ทางบัญชีมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้อง
กับการดำรงชีวิตของนักศึกษา โดยบันทึกรายได้ ค่าใช้จ่าย เป็นต้น และเพื่อเป็นแนวทางในการ
วางแผนทางการเงนิ ของนกั ศึกษา
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. เพื่อศกึ ษาการนำความรู้ทางการบัญชีไปใช้ในการวางแผนทางการเงนิ
2. เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนทางการเงินของนกั ศึกษาประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชั้นสงู ปีท่ี
2 สาขาการบัญชี วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาชลบรุ ี
2
ขอบเขตของโครงการ
1. ประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ งทใ่ี ช้ในการศึกษาครั้งนี้ ไดแ้ ก่
1.1 ประชากรทใ่ี ช้ในการศึกษาคร้งั นี้ ไดแ้ ก่ นกั ศึกษาระดบั ชนั้ ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ
ชน้ั สงู ช้ันปที ี่ 2 กลุม่ 1 ,2 และ 3 สาขาวิชาการบัญชี วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาชลบุรี จำนวน 87 คน
1.2 กล่มุ ตัวอย่างท่ใี ช้ในการศึกษาคร้ังน้ี ไดแ้ ก่ นกั ศกึ ษาระดบั ชัน้ ประกาศนียบัตรวิชาชพี
ชั้นสงู ชน้ั ปที ่ี 2 สาขาวิชาการบญั ชี วิทยาลัยอาชวี ศึกษาชลบรุ ี จำนวน 30 คน
1.2.1 นกั ศกึ ษาระดบั ช้ันประกาศนียบตั รวิชาชพี ชั้นสงู ชัน้ ปที ่ี 2 กลุ่ม 1 จำนวน 10
คน
1.2.2 นักศึกษาระดบั ชั้นประกาศนียบตั รวิชาชพี ชนั้ สูงชัน้ ปที ี่ 2 กลุ่ม 2 จำนวน 10
คน
1.2.3 นักศกึ ษาระดบั ชั้นประกาศนียบตั รวิชาชีพชั้นสงู ช้ันปที ี่ 2 กลมุ่ 3 จำนวน 10
คน
เกย่ี วกับการวางแผนทางการเงินของนกั ศกึ ษาประกาศนียบตั รวชิ าชีพ ชั้นสูงปที ่ี 2 สาขาการบญั ชี
วิทยาลยั อาชีวศึกษาชลบรุ ี
2. ขอบเขตดา้ นเนอื้ หา เกี่ยวกับการวางแผนทางการเงนิ ของนกั ศกึ ษาประกาศนียบัตร
วิชาชพี ชน้ั สูงปีท่ี 2 สาขาการบญั ชี วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาชลบุรี
3. ขอบเขตดา้ นเวลา ในการศกึ ษาคร้ังนใ้ี ชร้ ะยะเวลาต้งั แต่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2563 ถึง
30 ตุลาคม พ.ศ. 2563
ประโยชนท์ ่ีคาดว่าจะไดร้ ับ
1. สามารถใช้ความร้ทู างการบัญชไี ปใช้ในการวางแผนทางการเงนิ ได้
2. ไดแ้ นวทางในในการวางแผนทางการเงินของนกั ศึกษาประกาศนยี บตั รวิชาชพี ชน้ั สูงปที ่ี 2
สาขาการบญั ชี วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาชลบรุ ี
นิยามศัพท์เฉพาะ
1. การบัญชี หมายถึง กระบวนการจัดการในส่วนของบันทกึ รายการทางการคา้ ไดแ้ ก่
การเขียนบนั ทึกรายการทางการคา้ การจำแนกแยกประเภทหมวดหม่ทู างการค้า การสรุปผลการ
ดำเนินงาน รวมไปถึงการวิเคราะห์และการแปลความหมายข้อมลู ของนกั บญั ชี
3
2. การวางแผนทางการเงิน หมายถึง เป็นการประเมินและปรับปรงุ เพ่อื ให้เกดิ ความม่นั คง
ของบคุ คล ด้วยการศกึ ษาปัจจยั ทางเศรษฐกิจท่เี ก่ียวขอ้ งและการตดั สนิ ใจของแต่ละบคุ คล การ
วางแผนทางการเงนิ นน้ั เกย่ี วข้องโดยตรงกบั การจดั หาและใชไ้ ปในทรัพยากรเงนิ ของบคุ คล เช่น การ
ออม การลงทนุ ตามเปา้ หมายของบุคคล เปา้ หมายของการจดั การทางการเงินท่ีเหมาะสมก็คือ การ
ยกระดับมาตรฐานการดำรงชีวติ ท่ีสูงขนึ้ และมคี วามม่นั คงในชีวติ
3. นักศึกษา หมายถงึ นกั ศกึ ษาระดับชน้ั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพชัน้ สงู ชั้นปีท่ี 2 สาขาวิชา
การบญั ชี วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาชลบรุ ี
บทท่ี 2
เอกสาร ทฤษฎี และงานวจิ ยั ทีเ่ ก่ียวข้อง
การดำเนนิ การโครงการ การประยกุ ตใ์ ช้ความรูท้ างการบัญชใี นการวางแผนทางการเงินของ
นักศึกษาประกาศนียบัตรวชิ าชพี ช้นั สูงปีที่ 2 สาขาการบญั ชี วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาชลบุรี ณ วิทยาลัย
อาชวี ศึกษาชลบรุ ี 388 หมู่ 5 ถนนสุขมุ วทิ ตำบลบ้านสวน อำเภอเมอื ง จังหวัดชลบรุ ี 20000 ระหวา่ ง
วันท่ี 1 กรกฎาคม พ.ศ.2563 ถงึ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ผู้ดำเนินโครงการได้รวบรวม เอกสาร
ทฤษฎี และงานวจิ ยั ท่เี กี่ยวข้องมีหวั ข้อตอ่ ไปน้ี
1. จุดประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธบิ ายรายวิชา
2. ทฤษฎีการวเิ คราะห์สถานการณ์ทางการตลาด (SWOT Analysis)
3. การจดั หาและการวางแผนทางการเงนิ
4. แนวคดิ ทางการบัญชี
5. ทฤษฎพี ฤติกรรมผู้บรโิ ภค
6. ความหมาย ความสำคญั และประโยชนข์ องการออม
7. งานวิจัยทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
1. จดุ ประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวิชา และคำอธบิ ายรายวชิ า
1.1 จุดประสงค์รายวิชา
1.1.1 เข้าใจข้นั ตอนและกระบวนการสร้างและหรือพัฒนางานอาชพี อย่างเปน็ ระบบ
1.1.2 สามารถบรู ณาการความรูแ้ ละทักษะในการสรา้ งและหรือพฒั นางานในสาขาวิชาชพี
ตามกระบวนการวางแผน ดำเนนิ งาน แกไ้ ขปัญหา ประเมินผล ทำรายงานและนำเสนอผลงาน
1.1.3 มีเจตคตแิ ละกิจนิสยั ในการศึกษาค้นคว้าเพ่ือสรา้ งและหรือพัฒนางานอาชีพด้วย
ความรบั ผดิ ชอบ มวี นิ ัย คุณธรรม จรยิ ธรรม ความคิดรเิ รมิ่ สร้างสรรค์ ขยนั อดทนและสามารถทำงาน
ร่วมกับผู้อื่น
1.2 สมรรถนะรายวชิ า
1.2.1 แสดงความรูเ้ ก่ยี วกบั หลักการและกระบวนการสรา้ งและหรอื พัฒนางานอาชีพอย่าง
เป็นระบบ
5
1.2.2 เขยี นโครงการสรา้ งและหรือพัฒนางานตามหลกั การ
1.2.3 ดำเนินงานตามแผนงานโครงการตามหลกั การและกระบวนการ
1.2.4 เกบ็ ข้อมลู วเิ คราะห์สรปุ และประเมินลการดำเนินงานโครงการตามหลักการ
1.2.5 รายงานผลการปฏิบตั ิงานโครงการตามรปู แบบ
1.2.6 นำเสนอผลการดำเนินงานดว้ ยรปู แบบวิธกี ารต่าง ๆ
1.3 คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาและปฏบิ ัติเก่ียวกบั การบรู ณาการความรู้และทกั ษะในระดบั เทคนิคทส่ี อดคลอ้ งกับ
สาขาวิชาชพี ท่ีศกึ ษาเพอื่ สรา้ งและหรอื พัฒนางานด้วยกระบวนการทดลอง สำรวจ ประดิษฐ์คิดค้น
หรอื การปฏิบัตงิ านเชิงระบบ การเลอื กหวั ขอ้ โครงการการศึกษาคน้ คว้าข้อมูลและเอกสารอ้างอิงการ
เขียนโครงการ การดำเนนิ งานโครงการ การเกบ็ รวบรวมข้อมูล วเิ คราะห์และแปลผล การสรุปจดั ทำ
รายงาน การนำเสนอผลงานโครงการดำเนนิ การเป็นรายบคุ คลหรือกลมุ่ ตามลกั ษณะของานใหแ้ ล้ว
เสร็จในระยะเวลาทีก่ ำหนด
2. ทฤษฎกี ารวิเคราะห์สถานการณท์ างการตลาด (SWOT Analysis)
2.1 ความหมายของ SWOT
SWOT เป็นเครอ่ื งมอื ในการประเมนิ สถานการณ์ สำหรบั องค์กร หรือโครงการ ซ่ึงชว่ ย
ผูบ้ ริหารกำหนดจุดแข็งและจดุ ออ่ นจากสภาพแวดลอ้ มภายในโอกาสและอปุ สรรคจากสภาพแวดล้อม
ภายนอก เพอื่ กาทำงานขององคก์ รสู่สภาพทีต่ ้องการในอนาคต การวเิ คราะห์ขอ้ มูลทางการตลาดจะ
ชว่ ยใหน้ กั การตลาดมองเห็นขนาดของตลาด สภาพการแข่งขนั ต้นทุนการดำเนินธุรกิจและชโี้ อกาส
ของธุรกิจวา่ ควรจะผลิตสินค้าอะไร หรือ ควรมกี ารปรับปรงุ ธุรกิจอย่างไร เป็นสว่ นหนง่ึ ของ
กระบวนการวางแผน เพื่อให้แผนน้ันไดใ้ ช้ประโยชน์จากสิ่งท่มี อี ยู่ และแก้ปญั หาที่ไม่พึงประสงคเ์ ป็น
ฐานคดิ สำหรบั กำหนดแผนงานโครงการจะใช้เปน็ แนวทางในการกำหนดวิสยั ทัศน์ และการกำหนดกล
ยทุ ธ์ เพื่อใหอ้ ตุ สาหกรรมพัฒนาไปในทางทเี่ หมาะสม
SWOT นั้นมาจากตัวยอ่ ภาษาองั กฤษ 4 ตัว ได้แก่
S มาจาก Strengths หมายถึง จุดเดน่ หรือจดุ แข็ง หรอื ขอ้ ไดเ้ ปรยี บ ความสามารถและ
สถานการณ์ภายในองค์กรทเี่ ป็นบวก ซ่ึงองคก์ รนำมาใชเ้ ป็นประโยชน์ในการทำงานเพือ่ บรรลุ
วัตถปุ ระสงค์ เป็นขอ้ ดีทีเ่ กดิ จากสภาพแวดล้อมภายในบรษิ ัท
6
W มาจาก Weaknesses หมายถงึ จุดด้อย หรอื จุดอ่อน หรอื ข้อเสยี เปรียบ เปน็ ปญั หาหรือ
ข้อบกพรอ่ งท่เี กิดจากสภาพแวดลอ้ มภายในต่างๆ ของบริษัท ซึง่ บริษัทจะตอ้ งหาวธิ ใี นการแกป้ ัญหา
นั้นสถานการณ์ภายในองค์กรท่เี ปน็ ลบ และดอ้ ยความสามารถ ซ่งึ องค์กรไม่สามารถนำมาใช้เป็น
ประโยชนใ์ นการทำงานเพื่อบรรลุวตั ถปุ ระสงค์
O มาจาก Opportunities หมายถึง โอกาส การทสี่ ภาพแวดล้อมภายนอกของบริษทั เอื้อ
ประโยชนห์ รือสง่ เสริมการดำเนนิ งานขององคก์ ร โอกาสแตกต่างจากจดุ แขง็ ตรงทโ่ี อกาสนั้นเปน็ ผลมา
จากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่จดุ แข็งนั้นเปน็ ผลมาจากสภาพแวดล้อมภายใน
T มาจาก Threats หมายถงึ อปุ สรรค ขอ้ จำกัด หรือปจั จัยท่ีคุกคามการดำเนินงานของ
องค์กรซึง่ เกิดจากสภาพแวดลอ้ มภายนอก ธุรกิจจำเป็นตอ้ งปรับกลยุทธก์ ารตลาดใหส้ อดคลอ้ งและ
พยายามขจัดอุปสรรคต่าง ๆ ทข่ี ัดขวางการทำงานขององคก์ รไมใ่ หบ้ รรลวุ ัตถุประสงค์
2.2 ประโยชน์
2.2.1 ใช้ประเมนิ สภาวะแวดล้อมและสถานภาพขององค์กรโดยเน้นศักยภาพและความ
พร้อมท่อี งค์กรมีอยแู่ ละพยายามหลีกเลี่ยงภัยคกุ คามหรอื ความเส่ียงจากสภาพแวดลอ้ มภายนอก
รวมทัง้ แก้ไขจุดอ่อนขององค์กรดว้ ย เนอ่ื งจากปจั จยั เหล่านม้ี ีโอกาสทจ่ี ะก่อให้เกดิ ประโยชน์ได้เพิม่ มาก
ข้ึน ดงั น้ัน SWOT จึงเป็นการนำเสนอกลยทุ ธจ์ ากการทำงานท่ีทุกหนว่ ยงานควรจะมีเปน็ ประจำ
2.2.2 นำไปใชป้ รับปรงุ แนวคดิ และแนวปฏบิ ัติของการจัดทำแผนงานหรือโครงการของ
หน่วยงานใหม้ โี อกาสสรา้ งความสำเรจ็ มากข้นึ 3.ทำให้ทราบถึงกลยทุ ธ์ในการปรบั ปรุงการทำงาน
ความก้าวหน้าและขีดจำกัดด้านบคุ ลากร งบประมาณ และระบบงานเป็นการป้องกนั การแทรกแซง
การทำงานจากปัจจัยภายนอกได้มากข้ึน
2.3 ปัญหาในการทำกระบวนการวิเคราะห์ SWOT
2.3.1 องค์กรตอ้ งกำหนดกอ่ นว่า องค์กรต้องการท่ีจะทำอะไร
2.3.2 การวเิ คราะห์โอกาสและอปุ สรรคตอ้ งกระทำในชว่ งเวลาขณะนั้น
2.3.3 องคก์ รตอ้ งกำหนดปัจจยั ที่เก่ยี วกบั การดำเนนิ งานให้ถูกตอ้ ง
2.3.4 องค์กรต้องประเมินความสามารถของตนให้ถูกตอ้ ง
2.4 ข้ันตอน/วธิ กี ารดำ เนนิ การทำ SWOT Analysis
7
2.4.1 การประเมินสภาพแวดล้อมภายในอตุ สาหกรรมจะเกีย่ วกบั การวเิ คราะหแ์ ละ
พจิ ารณาทรพั ยากรและความสามารถภายในอุตสาหกรรมทกุ ๆ ด้าน เพอื่ ที่จะระบุจุดแขง็ และจุดอ่อน
ของอุตสาหกรรม
2.4.2 การประเมนิ สภาพแวดลอ้ มภายนอกอุตสาหกรรมนั้น สามารถค้นหาโอกาส และ
อุปสรรคทางการดำเนินงานของอตุ สาหกรรมท่ีไดร้ บั เช่น อตั ราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ นโยบาย
การเงินการงบประมาณ สภาพแวดลอ้ มทางสงั คม เช่น ระดบั การศึกษาและอตั ราร้หู นังสือของ
ประชาชน การตั้งถ่นิ ฐานและการอพยพของ ประชาชน ลักษณะชุมชน ขนบธรรมเนียมประเพณี
คา่ นิยม ความเชอื่ และวัฒนธรรม สภาพแวดล้อมทางการเมอื ง
3. การจัดหาและการวางแผนทางการเงนิ
3.1 การวางแผนทางการเงนิ
3.1.1 ความหมายการวางแผนการเงนิ
การวางแผนทางการเงิน หมายถึง การกำหนดการใช้จ่ายเงินตา่ ง ๆ ใหส้ อนคลอ้ งกับ
แผนงานท่จี ัดทำขึ้นและระบุถงึ แหลง่ ท่มี าของเงนิ และการใชไ้ ปของเงินในกจิ กรรมต่าง ๆ
3.1.2 ลกั ษณะของการวางแผนทางการเงนิ
การวางแผนทางการเงิน สามารถแบง่ ออกได้ 2 ลักษณะ ได้แก่
3.1.2.1 การวางแผนการเงนิ สว่ นบุคคล การวางแผนการเงนิ สว่ นบุคคล คือการ
บรหิ ารจัดการเงนิ หรือรายได้ทไี่ ด้มา และใชเ้ งนิ น้ันไปอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพมากที่สุด
3.1.2.2 การวางแผนการเงนิ สำหรบั ธรุ กจิ การวางแผนทางการเงินจำเปน็ ในการ
ดำเนนิ งานธรุ กจิ โดยจะวางแผนลว่ งหนา้ ตา่ ง ๆ
3.1.3 หลกั การวางแผนทางการเงิน
3.1.3.1 การประเมนิ สถานการณ์
3.1.3.2 กำหนดเปา้ หมาย
3.1.3.3 การจัดทำแผนทางการเงนิ
3.1.3.4 การนำแผนไปปฏิบตั ิ
3.1.3.5 การวัดผลและการปรับปรุงแกไ้ ข
3.1.4 บคุ คลที่เก่ยี วกับการวางแผนทางการเงนิ
3.1.4.1 รัฐบาล เป็นผู้จัดหาสนิ ค้าหรอื บรกิ ารสาธารณะ
8
3.1.4.2 ธุรกิจ เป็นผู้จัดหาสนิ ค้าและบริการ ซ่ึงในการผลิตสินค้าก็ต้องการแรงงาน
ทด่ี ิน และปจั จัยการผลิตอน่ื ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง
3.1.4.3 ผบู้ ริโภค เป็นผ้มู ีบทบาทในการวางแผนทางการเงินมาก คือการตัดสินใจใน
การเลือกซ้อื สนิ ค้าหรอื บรกิ ารของผบู้ ริโภค
3.1.5 การจัดการทางการเงิน
การจดั การทางการเงนิ หมายถึง การวางแผนการจดั ระเบยี บและการควบคมุ กำกบั
กิจกรรมทางการเงิน เชน่ การจดั ซื้อและการใชป้ ระโยชนจ์ ากเงนิ ทนุ ซึ่งใช้หลักท่วั ไปของทรพั ยากร
ทางการเงินของธุรกจิ
3.1.6 ขอบเขตการดำเนินงาน
3.1.6.1 การตัดสินใจลงทนุ
3.1.6.2 การตดั สินใจทางการเงิน
3.1.6.3 การตัดสนิ ใจเกย่ี วกบั ผลตอบแทน
3.1.7 หนา้ ท่ขี องการจัดการทางการเงนิ
3.1.7.1 การประมาณคา่ ของความตอ้ งการของการลงทุน
3.1.7.2 ความมงุ่ มั่นในการลงทุน
3.1.7.3 แหล่งท่ีมาของเงินทนุ
3.1.7.4 แผนการลงทุน
3.1.7.5 การจดั การดา้ นกำไรสว่ นเกินตา่ งๆ
3.1.7.6 การควบคมุ ทางการเงิน
3.2 งบการเงินและงบประมาณ
รายไดบ้ ุคคล หมายถงึ รายไดท้ งั้ หมดทคี่ รวั เรอื นได้รับจากแหล่งต่างๆ ในรอบปีซึ่งอาจจะ
ได้มาจากเงนิ เดือน ค่าจ้างแรงงาน รายไดจ้ ากงานสว่ นตัว โบนัส ค่านายหน้า ดอกเบี้ย เงนิ ปนั ผล ผลท่ี
ได้จากเงินออมและการลงทุนการจำหน่ายสนิ ทรพั ย์ และรายไดอ้ น่ื ๆ
3.2.1 ปจั จัยที่กำหนดรายไดข้ องบุคคล
3.2.1.1 อายุ มีความสมั พันธต์ อ่ การหารายได้ของบคุ คล
3.2.1.2 การศกึ ษา จะเป็นเครือ่ งกำหนดรายได้ของบุคคล
3.2.1.3 อาชีพ การเลือกอาชพี มีความสมั พนั ธ์กบั การศกึ ษาของบุคคล
9
3.2.1.4 คุณสมบตั เิ ฉพาะตวั บคุ คลแต่ละคนจะแตกตา่ งกันโดยเฉพาะในส่วนทเ่ี ป็น
คณุ สมบตั ิเฉพาะตัว
3.2.1.5 แหลง่ รายไดต้ ่างๆ ของบคุ คล
3.3 งบการเงนิ สว่ นบคุ คล
3.3.1 งบการเงินสว่ นบุคคล เปน็ งบสรุปผลการใช้จา่ ยเงนิ และช่วยวางแผนทางการเงนิ ใน
อนาคตซึง่ ประกอบดว้ ย งบแสดงฐานะการเงนิ งบรายได้รายจา่ ยและบันทกึ ต่างๆ งบการเงนิ ส่วน
บคุ คลท่นี ำมาใชบ้ นั ทึกรายการ มีดังน้ี
3.3.1.1 งบรายไดแ้ ละรายจ่ายสว่ นบคุ คล เป็นงบสรปุ รายละเอียดรายได้และ
รายจ่ายในชว่ งระยะเวลาหน่งึ ท่ผี า่ นมา หรอื เปน็ รายงานทีแ่ สดงทม่ี าของรายได้และทีไ่ ปของรายจ่าย
3.3.1.2 งบแสดงฐานะการเงินสว่ นบุคคล เปน็ งบทแ่ี สดงฐานะการเงินของบุคคล ณ
เวลาใดเวลาหนึง่ ว่ามีสินทรัพย์ หนส้ี นิ และทุน จำนวนเท่าใด ประกอบด้วย 3 สว่ น คอื
3.3.1.3 สินทรัพย์
3.3.1.4 หน้สี ิน
3.3.1.5 สว่ นของเจา้ ของ
3.3.2 การบนั ทึกรายการทรัพยส์ ินส่วนบคุ คล เช่น เสอื้ ผ้า เครอื่ งประดบั เครื่องเรือน และ
เครือ่ งใช้ตา่ งๆการเก็บบนั ทึกรายการควรระบุชื่อทรพั ย์สนิ /วันที่ซ้อื /ร้านท่ซี อ้ื และราคาท่ซี ือ้
3.3.3 บนั ทึกรายการเสียภาษี การเกบ็ รวบรวมบันทึกรายการเสียภาษีไว้อยา่ งเป็นระบบ จะ
ชว่ ยให้ทราบถึงกำหนดของการชำระภาษี รวมทัง้ จำนวนเงนิ ที่ตอ้ งใช้จา่ ยไดถ้ กู ตอ้ งว่ารายการภาษี
ประเภทใดบ้างที่จะต้องชำระ
3.3.4 บนั ทกึ หลักฐานกรรมสทิ ธ์ิในทรัพย์สินไมห่ มนุ เวียน ได้แก่ โฉนดทดี่ นิ พมิ พเ์ ขยี ว แบบ
บา้ นและบนั ทกึ รายจ่ายการต่อเติมหรือปรบั ปรงุ อาคารบา้ นทีอ่ ยู่อาศัย
3.3.5 บันทึกหลักฐานการประกันภัย เม่ือบุคคลนั้นได้รบั ความเสียหายท่ีมีต่อทรัพยส์ นิ หรือ
ชวี ติ โดยทบ่ี ุคคลนัน้ มีกรมธรรม์ประกันภยั และเกบ็ รักษาไว้เปน็ ระบบทป่ี ลอดภยั บุคคลหรือผรู้ ับ
ผลประโยชนต์ ามกรมธรรมจ์ ะสามารถนำหลกั ฐานไปอ้างสทิ ธ์ใิ นการรับสนิ ไหมทดแทนไดภ้ ายใน
กำหนดทบี่ รษิ ัทรับประกัน
3.3.6 บนั ทึกหลกั ฐานการลงทุน เมื่อมกี ารลงทุนซื้อหลักทรัพย์ หรือพนั ธบัตรรัฐบาลการ
บันทกึ รายการตา่ งๆ จะเป็นส่งิ สำคญั และจำเป็น
10
3.3.7 บนั ทึกหลักฐานสำคันอืน่ ๆ
3.4 งบประมาณสว่ นบุคคล
งบประมาณ คอื การวางแผนการที่คาดวา่ จะตอ้ งจา่ ย โดยการคิดลว่ งหนา้ และแสดงขอ้ มลู
ออกมาเปน็ ตัวเลขและอาจแสดงออกมาในรูปของตัวเงนิ
งบประมาณส่วนบุคคล หมายถึง การวางแผนประมาณรายไดร้ ายจ่ายล่วงหน้า เพือ่ จดั สรร
เงินที่มอี ยอู่ ย่างจำกัดใหป้ ระสบความสำเรจ็ ตามเป้าหมาย
3.5 การจัดการเงินสดและสินทรพั ย์สภาพคลอ่ ง
การจดั การเงนิ สด คอื การบรหิ ารที่เกย่ี วกับประสิทธิในการเกบ็ รวบรวมเงนิ สด การจ่ายเงนิ
สดและการลงทุน
สนิ ทรัพยส์ ภาพคล่อง คอื สนิ ทรัพยใ์ นรปู ของเงินสดและสนิ ทรพั ย์อื่นท่มี ีสภาพใกลเ้ คยี งเงนิ
สด แต่สามารถเปลี่ยนเปน็ เงินสดไดง้ า่ ยภายในระยะเวลาไมเ่ กิน 1 ปี
เงนิ สดสำรอง หมายถงึ เงินที่ไดเ้ ก็บออมไว้ สามารถนำมาใชไ้ ดท้ นั ทีท่ีจำเปน็ เงินสดท่ีสำรอง
ไวจ้ ะไม่ก่อใหเ้ กิดประโยชนถ์ ้าไม่นำมาใช้ จงึ ต้องหาทางบริหารเงินสำรองใหม้ ีค่าเพมิ่ ข้ึนอยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ โดยนำไปลงทุนในหลักทรัพย์อน่ื ๆ
กลยุทธก์ ารบริหารการเงินบุคคล หมายถึง การบริหารการเงนิ ของบุคคลอยา่ งฉลาด ดว้ ย
การนำหลักและวธิ ีการบรหิ ารการเงินทีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพมาใชใ้ นการตัดสนิ ในจนทำให้เกิดผลสำเร็จตาม
เปา้ หมายท่กี ำหนดไว้
4. แนวความคิดทางการบัญชี
4.1 ความหมายการบญั ชี
4.1.1 ข้นั ตอนของการเลือกและการเกบ็ รวบรวม คือการพิจารณาว่ารายการท่เี กิดขน้ึ เป็น
รายการคา้ หรือไม่ (เป็นเหตุการณท์ างเศรษฐกจิ ที่กจิ การต้องนำมาบันทึกหรือไม่) ตอ้ งเกบ็ รวบรวม
เอกสารหลักฐานเพือ่ ไว้ใช้ในการบนั ทกึ บัญชี
4.1.2 การจดบนั ทึกและการวดั มลู ค่า เป็นการนำข้อมูลเอกสารจากขนั้ ตอนแรกมาบนั ทึก
รายการทางบัญชีหรือรายการค้าและเหตกุ ารณ์ ซ่ึงจะต้องเปน็ รายการหรือเหตุการณท์ ่เี กิดขนึ้ แล้วมา
บนั ทึกลงในสมุดบัญชี เรยี กวา่ “สมุดรายวนั ” (Journal) การบนั ทกึ จะมกี ารวดั มลู คา่ เข้ามาเกีย่ วข้อง
การวัดมลู ค่า หมายถึง การแสดงมลู ค่าของรายการนัน้ ๆ จะแตกตา่ งกันไปขึน้ อยู่กับวา่ เป็นรายการ
11
ประเภทไหน เชน่ วัดดว้ ยราคาทุน (ราคา ณ วนั ที่ได้มา) หรือวัดดว้ ยราคายุติธรรม (ราคาท่ผี ู้ซอื้ และ
ผขู้ ายมคี วามเต็มใจในการซอื้ ขายกนั ไม่มีใครมอี ำนาจเหนือใคร)
4.1.3 การใช้หนว่ ยเงินตรา การบนั ทกึ รายการทางบัญชตี ้องใชห้ นว่ ยเงนิ ตรา เช่น บาท
ดอลลาร์ เปน็ ต้น และถือวา่ จำนวนที่บันทึกลงไปแตล่ ะหน่วยจะมีค่าคงท่ี แม้คา่ ของเงนิ จะ
เปลี่ยนแปลง
4.1.4 การจัดหมวดหมู่ เพอ่ื หายอดคงเหลอื ของทุกรายการโดยการแยกประเภทบัญชเี ปน็
สินทรพั ย์ หนี้สนิ ทุน รายได้ และค่าใช้จา่ ย ในการจดั หมวดหมู่จะใชส้ มดุ บญั ชที ี่เรยี กว่า “สมุดแยก
ประเภท” (Ledger)
4.1.5 การสรุปผลและการรายงานข้อมูลทางการเงนิ เมือ่ มีการบนั ทึกบัญชีไประยะหน่งึ
จะต้องนำรายการท่ีจดั หมวดหมมู่ าสรปุ ผลดำเนนิ การและฐานะของกจิ การโดยจดั ทำ “งบ
การเงิน” (Financial Statement) ซึ่งประกอบดว้ ย 5 สว่ นคือ
4.1.5.1 งบกำไรขาดทนุ
4.1.5.2 งบแสดงฐานะการเงิน
4.1.5.3 งบแสดงการเปล่ียนแปลงในสว่ นของผถู้ ือหนุ้
4.1.5.4 งบกระแสเงินสด
4.1.5.5 นโยบายบัญชี และหมายเหตปุ ระกอบงบการเงนิ
4.2 ประโยชนข์ องข้อมูลทางการบญั ชี
4.2.1 ทราบถงึ ความก้าวหน้าของกจิ การ และประสบการณ์ในการดำเนนิ งานของผู้บริหาร
4.2.2 ทราบถึงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของกจิ การ
4.2.3 ให้ผู้บริหารและผเู้ กย่ี วขอ้ งอนื่ ๆ ใชข้ ้อมูลเพื่อประกอบการวางแผนการควบคมุ และ
ตดั สนิ ใจ
4.2.4 ใหฝ้ ่ายบริหารทราบถงึ ขอ้ บกพรอ่ งในการดำเนินงานท่ผี า่ นมา เพื่อทจ่ี ะเป็นแนวทาง
ในการปรบั ปรงุ การดำเนนิ งานในอนาคต
4.3 ผใู้ ช้ข้อมูลทางบญั ชี
4.3.1 ผู้ถือหนุ้ (Stockholder) เป็นผนู้ ำเงนิ มาลงทนุ ในกจิ การ (ในรปู เงินสดหรอื ส่งิ ของก็
ได้) ดังน้นั ผถู้ ือหนุ้ กต็ อ้ งการทราบผลการดำเนินงานว่ามกี ำไรหรอื ขาดทุน มีการจา่ ยเงนิ ปนั ผลมาก
นอ้ ยเพียงใด
12
4.3.2 เจา้ หนี้ (Creditor) เป็นผูท้ ี่ใหก้ จิ การกูเ้ งิน หรอื อาจใหเ้ ครดติ แกก่ ิจการในการชำระ
เงินสด ผู้เป็นเจ้าหนต้ี อ้ งการทราบความสามารถในการชำระหนีข้ องกิจการ
4.3.3 ผบู้ รหิ าร (Management Team) เป็นผทู้ ีไ่ ดร้ ับผลตอบแทน ดังน้ันผู้บริหารตอ้ ง
สนใจในผลประกอบการของกจิ การรวมทั้งฐานะของกิจการ หากกจิ การมผี ลประกอบการท่ีดี ฐานะ
การเงนิ ทีม่ น่ั คง ผบู้ ริหารกจ็ ะได้รับผลตอบแทนจากกจิ การที่ดี
4.3.4 คูแ่ ขง่ ขนั (Competitor) ต้องการทราบเพื่อท่ีจะได้วางแผนกำหนดนโยบายของ
กิจการตวั เองเพอ่ื ทีจ่ ะไดแ้ ข่งขันและอย่รู อดไดใ้ นธรุ กิจ
4.3.5 พนักงาน (Employee) เพื่อคาดการณ์การได้รบั ผลตอบแทนในรูปของเงินเดือน
โบนัส รวมท้งั จะได้พิจารณาถงึ ความมนั่ คงของตัวเองในการทำงานท่กี ิจการ
4.3.6 ลูกค้า (Customer) หากลกู คา้ ต้องการทจี่ ะสั่งซอ้ื สนิ ค้าหรอื บรกิ ารจากกจิ การก็ตอ้ ง
พจิ ารณาถึงความมัน่ คงของกจิ การเพื่อพิจารณาว่าเม่อื สง่ั สินค้าแลว้ จะได้รับการจดั ส่งตรงตามเวลา
หรอื ไม่
5. ทฤษฎีพฤตพิ ฤติกรรมผบู้ ริโภค
5.1 ความหมายและประเภทของผู้บรโิ ภค
5.1.1 ความหมายของพฤติกรรมผบู้ รโิ ภค
พฤติกรรมผู้บริโภค คือ ลกั ษณะนสิ ัย วถิ ีชีวติ และ การทำกจิ กรรมในชวี ิตประจำวัน
ของบคุ คลท่ัวไปหรือกลุม่ คนส่วนใหญใ่ นสังคม ในโลก ในแง่มุมของการจับจ่ายใช้สอย ดำเนิน
ชวี ติ ประจำวัน ผ่านการใช้สินค้าและบริการต่าง ๆ
5.1.2 ประเภทของผบู้ รโิ ภค
5.1.2.1 ผูบ้ ริโภคท่เี ปน็ บุคคลและองคก์ ร
1) ผบู้ ริโภคที่เปน็ บุคคลมกั จะซอ้ื สนิ คา้ ไปใช้ในครัวเรือนของเขา เช่น ซอื้
แปง้ สบู่ ยาสีฟัน ผงซกั ฟอก หรือซือ้ ไปเปน็ ของขวญั ใหก้ ับคนรกั การซ้ือและใช้นตี้ อ้ งเป็นบุคคล
สุดทา้ ย มิไดน้ ำไปผลิตหรือขายตอ่
2) องคก์ รในท่นี ค้ี ือ นติ ิบุคคลทจ่ี ัดตงั้ โดยมีวตั ถุประสงค์มงุ่ แสวงหากําไร
หรือไมแ่ สวงหากำไร จัดซ้อื สนิ ค้าหรือบริการไวใ้ ช้ในกิจการของตนเอง
13
5.1.2.2 ผบู้ ริโภคท่ีเปน็ บคุ คลทแ่ี ท้จริง ผ้บู ริโภคที่มศี ักยภาพ และผู้บรโิ ภคทไี่ ม่
แทจ้ ริง
1) ผบู้ ริโภคทีเ่ ปน็ บุคคลทแ่ี ทจ้ ริง หมายถงึ บุคคลท่ีซื้อสินคา้ หรอื บริการ
จากร้านคา้ ใดรา้ นค้าหนึ่งเปน็ ประจำสมาํ่ เสมอ
2) ผบู้ ริโภคมศี กั ยภาพในการซ้อื หมายถงึ บุคคลทีพ่ ร้อมจะซอื้ สินค้าหรอื
บริการแต่ยงั ไดร้ บั การจงู ใจหรือขอ้ มูลในสนิ ค้าหรือบริการยงั ไม่เพยี งพอ
3) ผู้บริโภคไม่แท้จริง หมายถงึ บุคคลท่ไี ม่มีความต้องการในสนิ คา้ หรอื
บรกิ าร ท้ังในปจั จบุ นั และในอนาคต
5.1.2.3 ผู้บรโิ ภคท่ีเปน็ อตุ สาหกรรมและเปน็ ครัวเรอื น
1) ผู้บรโิ ภคที่เป็นอุตสาหกรรม หมายถงึ ธรุ กิจที่ซื้อสินคา้ หรอื บริการไป
ขายต่อหรือผลติ ต่ออกี ทอดหนงึ่ ประกอบดว้ ยพ่อคา้ สง่ พอ่ คา้ ปลกี ตวั แทนจดั จำหน่ายหรือเป็น
หนว่ ยงานรฐั บาล ธุรกจิ ท่ีผลติ ต่อประกอบด้วย โรงงานอุตสาหกรรม งานเกษตรกรรม ซอ้ื วัตถดุ ิบนำไป
ผลติ เป็นสนิ คา้ สำเร็จรูปอีกทอด
2) ผบู้ ริโภคทเ่ี ปน็ ครัวเรอื น หมายถึง บุคคลท่ีมีอำนาจซือ้ สนิ คา้ หรอื บรกิ าร
ไวใ้ หส้ มาชิกในครอบครัวใช้ เชน่ แม่บา้ น
5.1.2.4 ผูบ้ รโิ ภคท่ีเป็นผู้คาดหวัง ในที่น้ีคอื บุคคลหรอื กลุม่ บุคคลที่นักการตลาดต้อง
การจะเขา้ ถึง ทัง้ นเี้ พราะมีปัจจัยหลายประการที่สอดคลอ้ งกบั สนิ ค้าของเขา
5.2 ลักษณะการประเมินการซือ้
5.2.1 ผบู้ ริโภคจะซอื้ หรือไม่ซอ้ื ก่อนทำการผลิตและจำหน่ายสนิ ค้าหรือบริการ นักธรุ กจิ
ตอ้ งสำรวจตลาดก่อนวา่ ผ้บู รโิ ภคตอ้ งการมากน้อยเพียงใดกอ่ นผลติ การจัดจำหน่ายต้องสร้างแรง
กระตุ้นในการซ้อื ทงั้ นอี้ าจใช้การโฆษณาถึงเหตุผลของความจำเปน็ ต้องใช้ คุณภาพและราคา
เหมาะสมมากนอ้ ยเพียงใด สนิ ค้าทเ่ี สนอควรเป็นสินค้าหรือบรกิ ารที่เฉพาะตวั ของลูกคา้ เทา่ นน้ั จะช่วย
กระตุ้นได้
5.2.2 ผบู้ รโิ ภคซ้อื สนิ ค้าหรือบริการอะไร นักการตลาดจะตอ้ งศกึ ษาพฤติกรรมผ้บู ริโภคแต่
ละกลุ่ม เพอ่ื ให้ทราบถงึ ปัญหา ความตอ้ งการให้แน่ชดั ว่ามนั คืออะไร พร้อมกับผลิตหรอื สรรหาสนิ ค้า
หรือบรกิ ารมาเสนอขายให้ เพื่อใช้แก้ไขปัญหาหรอื ตอบสนองความตอ้ งการน้นั ๆ สง่ิ ทน่ี กั การตลาด
ตอ้ งการทำคือ สร้างความพึงพอใจและผลประโยชน์ท่ีลกู ค้าจะได้รับใหม้ ากทสี่ ุด
14
5.2.3 ผู้บรโิ ภคซือ้ สินคา้ หรือบรกิ ารจากทไ่ี หน นักการตลาดตอ้ งทราบพฤติกรรมของลกู ค้า
แต่ละประเภท มพี ฤตกิ รรมการเลือกหาซื้อสนิ คา้ อยา่ งไร โดยทว่ั ไปผูบ้ รโิ ภคจะหาซ้อื สนิ ค้า
Convenience Goods ในบริเวณใกลท้ ีพ่ ักอาศยั สนิ คา้ Shopping Goods ผู้บริโภคจะเปรียบเทียบ
ในคุณภาพ ราคา ก่อนตัดสนิ ใจซอ้ื นักการตลาดควรตัง้ ร้านคา้ อยู่ใกล้ ๆ กันเป็นกลุม่ ส่วนสินค้า
Special Goods นกั การตลาดควรเนน้ ท่คี วามหายากหรอื มลี กั ษณะทพ่ี เิ ศษไปจากสินค้าอื่นๆ โดย
ทั่วๆ ไป จนผบู้ ริโภคยอมเสยี เวลาแสวงหาสถานท่ีซอ้ื
5.2.4 ผู้บรโิ ภคซ้ือสนิ ค้าหรือบริการเมือ่ ไร สงิ่ ที่นักการตลาดจะตอ้ งตัดสนิ ใจให้ไดว้ า่ สินค้า
ท่ีขายอยู่ผู้บรโิ ภคซื้อและใช้เมอ่ื ไร ทั้งนี้อาจเป็นเทศกาล ฤดกู าล และตามโอกาสซือ้
5.2.5 ผู้บริโภคซ้ือสินคา้ หรือบริการโดยวิธใี ด การซอื้ สนิ คา้ ของผบู้ ริโภคมกั ข้ึนอยู่กับสภาพ
เศรษฐกจิ ความสะดวกสบาย ความใหม่สดในสนิ ค้า เชน่ สภาพเศรษฐกิจไม่ดี ผบู้ ริโภคมักซื้อดว้ ยเงิน
ผอ่ นมากกวา่ เงินสด ส่วนความสะดวกสบายผู้บรโิ ภคมักซื้อสินคา้ ดว้ ยเงินสด และซอื้ ในปริมาณมาก ๆ
เพือ่ ใหไ้ ดส้ ่วนลดและประหยดั คา่ ขนสง่ อกี ทง้ั ไมต่ อ้ งทำสญั ญาใหย้ ่งุ ยาก การซื้อเพ่อื ให้ได้ของใหม่สด
มักซอื้ จากแหล่งผลิตโดยตรง อีกทั้งราคามกั จะถูกกวา่ ผา่ นพ่อคา้ คนกลางอีกด้วย
5.3 การแลกเปลีย่ นทรัพยากรของผบู้ รโิ ภค
5.3.1 เงินท่ีนำมาใชจ้ ่าย เพื่อซ้อื สินค้าหรอื บรกิ ารของผบู้ รโิ ภคนี้ รวมถึงรายได้ ทรพั ยส์ มบัติ
เครดิต ความมัน่ ใจในรายได้ของผูบ้ รโิ ภคดว้ ย ดงั ต่อไปนี้
5.3.1.1 ความมนั่ ใจในรายไดข้ องผู้บริโภค เกิดจากความคาดหมายในรายได้อนั มา
จากความม่นั คงในอาชพี
5.3.1.2 รายได้เปน็ ตัวกำหนดอำนาจซ้ือของผู้บรโิ ภค ถา้ มรี ายไดม้ ากต้องการส่ิง
อำนวยความสะดวกมากขนึ้ และถา้ มรี ายไดน้ อ้ ย ผูบ้ ริโภคต้องการเฉพาะส่งิ ท่จี ำเปน็ ต่อการดำรงชวี ิต
เทา่ น้ัน
5.3.1.3 ทรัพยส์ มบตั ิ เกิดจากทรพั ย์สิน หักดว้ ยหนีส้ นิ ท้ังหมด ส่วนที่เหลือเปน็
ทรพั ยส์ มบตั ิ สามารถนำไปใช้จ่ายในการแสวงหาดอกเบย้ี หรอื ใชจ้ า่ ยไปกับเครอ่ื งตกแต่งบ้าน
เครอ่ื งมือ เคร่อื งใช้ อปุ กรณก์ ารบนั เทิง การท่องเท่ยี ว การใช้จ่ายประเภทนีจ้ ะมมี ากกวา่ บคุ คลที่มี
ฐานะต่ำกว่า
15
5.3.1.4 เครดติ เป็นหลักฐานทเ่ี ชอื่ ถือได้ทีใ่ ช้ทางการเงนิ มักประกอบด้วยความท่ีมี
ชือ่ เสียง มีเกยี รตยิ ศ มีบญุ บารมี มีตำแหน่งที่สูงศักด์ิ ส่ิงต่างๆ เหล่านี้ สามารถนำมาใชใ้ นการซอ้ื หา
สินคา้ หรือบรกิ ารได้ในชว่ งระยะเวลาหนง่ึ ๆ เครดติ จงึ มีตน้ ทุนที่จะต้องนำมาหกั กบั ทรพั ยากร
5.3.2 เวลา สนิ ค้าท่ผี ู้บริโภคตอ้ งใช้เวลาในการซื้อประกอบด้วย
5.3.2.1 ใช้เวลามากหรอื ใชต้ ลอดเวลา กับการซ้ือสนิ ค้าหรือบริการนน้ั ๆ ส่วนใหญ่
เป็นการซือ้ บรกิ ารเพ่อื การพักผ่อนมากกว่า เช่น ดหู นัง ฟังเพลง เล่นกฬี า ท่องเทย่ี ว ฯลฯ มกั เป็นไป
ตามความพงึ พอใจของผ้บู รโิ ภคแตล่ ะบุคคล
5.3.2.2 ใชเ้ วลานอ้ ยกบั การซ้ือสินค้า เพ่ือเพ่มิ เวลาพักผอ่ นของผบู้ ริโภคมากขึน้
ด้วยการซือ้ สนิ ค้าจากพนกั งานขายทีข่ ายตามบา้ น ขายทางอินเตอรเ์ น็ต ขายทางจดหมายขาย หรอื ซ้อื
สนิ ค้าท่อี ยู่ใกล้บ้าน
5.3.3 ความรู้ความเขา้ ใจ
5.3.3.1 การวิเคราะหภ์ าพพจน์ของสนิ คา้ หรือบริการ ความเช่ือของผบู้ ริโภคเป็น
ตวั กำหนดภาพพจน์ของกิจการและสนิ ค้า นักการตลาดจะวางตำแหน่งสนิ ค้าหรือบรกิ าร มกั ทำการ
ตรวจสอบความเชอื่ ของผู้บรโิ ภค เปน็ ไปตามการวางตำแหน่งสนิ ค้าหรอื บรกิ ารของกิจการหรือไม่ การ
ตรวจสอบมักตรวจสอบความรู้ในด้านคุณสมบัติทางวตั ถขุ องผบู้ รโิ ภค
5.3.3.2 วเิ คราะห์ความรตู้ ัวของผบู้ รโิ ภค โดยการสอบถามถึงการให้ผ้บู ริโภคหวน
ระลกึ ถงึ สนิ คา้ หรือตราย่ีห้อใดยหี่ ้อหน่งึ ท่ีผบู้ รโิ ภคจำได้ เชน่ ขอใหท้ ่านชว่ ยระบุตรายี่ห้อสนิ คา้ ทใี่ ช้
ในชวี ติ ประจำวันของทา่ นมอี ะไรบา้ ง
5.3.3.3 วิเคราะห์การนกึ เห็นภาพสนิ คา้ ผิดของผู้บรโิ ภคเปน็ การคน้ หาข้อบกพร่อง
ของกจิ การในการใหข้ า่ วสารขอ้ มูล จนทำให้ผบู้ ริโภคมคี วามรูท้ ่ีผดิ ไปจากข้อเทจ็ จรงิ โดยหาทางแก้ไข
เพอ่ื ไม่ใหม้ ีผลกระทบต่อการตัดสินใจซือ้ ของผ้บู รโิ ภค
5.3.3.4 การวิเคราะห์ความร้เู กยี่ วกับสนิ ค้าและราคาของผู้บริโภคดงั ทก่ี ลา่ วมาแลว้
ว่าความร้คู วามเชอ่ื กับภาพพจน์ของสนิ คา้ หรือบริการ มคี วามสมั พันธก์ ัน ซึ่งมผี ลตอ่ การตดั สนิ ใจซื้อ
ความรู้ทนี่ กั การตลาดควรตรวจสอบคือ คำศพั ท์ที่เกย่ี วกบั สินคา้ ตราสนิ ค้า ลกั ษณะจำพวก ขนาด
และราคาของสินค้า โดยเฉพาะการตดั สนิ ใจที่จะใชร้ าคาแบบใดนน้ั จะมผี ลตอ่ เมอ่ื ผบู้ ริโภคมีความรู้
เรอื่ งราคาของสินค้าในตรานัน้ ๆ เปน็ อยา่ งดี การเปล่ียนแปลงราคาของนักการตลาดจึงจะเกิดผล
16
5.3.3.5 วเิ คราะห์ความรูเ้ ก่ยี วกบั การซ้ือสนิ คา้ ของผบู้ ริโภค นกั การตลาดจะตอ้ ง
ทราบวา่ ผบู้ ริโภคของตนซ้ือสินค้าหรือบรกิ ารทไี่ หนและซ้อื เม่ือใด ท้งั นีก้ ิจการจะได้วางแผนในการหา
ทำเลที่ต้ังจำหน่ายสนิ ค้าได้ หรอื สามารถกำหนดการสง่ เสริมการตลาดได้ ในชว่ งท่มี ีการซื้อกนั มาก ๆ
เช่นในช่วงเทศกาล หรือฤดกู าล
5.3.3.6 วิเคราะหค์ วามรเู้ กย่ี วกับการใช้สนิ คา้ หรือบรกิ ารของผู้บริโภค ความรู้ที่
นกั การตลาดควรทราบ คอื ใช้สนิ ค้าอย่างไร มีอปุ กรณ์เสริมอะไรบ้าง ที่จะทำให้สินคา้ ทำงานได้
สมบรู ณย์ งิ่ ข้ึน การมคี วามรู้น้ีมีผลต่อการตดั สินใจซือ้ ซงึ่ มีลักษณะดังน้ี
1) ผูบ้ ริโภคจะไม่เหน็ ความสำคญั หรอื ไมต่ ดั สนิ ใจซือ้ สินคา้ ที่มีความรไู้ ม่
เพียงพอหรือขาดข่าวสารที่สำคัญ
2) ผูบ้ ริโภคจะไมซ่ อ้ื สินคา้ ที่มีข่าวสารไม่ครบถ้วนบรบิ ูรณ์ ทงั้ น้เี พราะการ
ตัดสินใจซื้อใน 2 ขอ้ ดงั กล่าว จะมคี วามเส่ียงเกิดขึน้ นน่ั เอง
5.4 ทฤษฎีเก่ียวกบั พฤตกิ รรมผู้บริโภค
5.4.1 สิง่ กระตนุ้ เปน็ เหตจุ ูงใจให้เกิดการซื้อสนิ ค้า อาจเป็นเหตจุ ูงใจด้านเหตุผลหรือด้าน
จติ วิทยาได้
5.4.1.1 ส่ิงกระตุ้นทางการตลาด เปน็ สง่ิ กระตนุ้ ท่เี กิดจากการจดั สว่ นประสม
การตลาดโดยนกั การตลาด ประกอบด้วยสงิ่ กระตุ้นด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคาดา้ นการจัดจำหนา่ ย และ
ดา้ นการส่งเสริมการตลาด เช่น โทรศพั ท์เคลอ่ื นที่ทมี่ ีรูปรา่ งขนาดเลก็ กำหนดราคาสนิ คา้ ใหเ้ หมาะกับ
ผลติ ภัณฑแ์ ละกลุ่มเป้าหมายเพ่อื กระตุ้นให้เกิด ความต้องการซอื้ เป็นตน้
5.4.1.2 สิง่ กระตุ้นอนื่ ๆ โดยเปน็ สงิ่ กระตนุ้ ทอี่ ยภู่ ายนอกทบี่ รษิ ัทควบคมุ ไม่ได้ไดแ้ ก่
สิ่งกระตนุ้ ด้านเศรษฐกิจ ด้านเทคโนโลยี กฎหมาย ด้านการเมอื งและดา้ นวัฒนธรรมเชน่ ภาวะ
เศรษฐกิจทเ่ี ตบิ โตรายไดข้ องผบู้ รโิ ภคที่สูงขน้ึ ซ่ึงเป็นส่วนหนึ่งทกี่ ระตนุ้ ใหเ้ กดิ ความตอ้ งการซ้อื
5.4.2 คุณลกั ษณะของผู้ซ้ือ (buyer’s characteristics)
5.4.2.1 ปัจจัยดา้ นวฒั นธรรม (cultural factor) วัฒนธรรม เป็นส่ิงทว่ี ัฒนธรรม
เป็นสิ่งที่มนุษย์สรา้ งข้นึ และเปน็ ทย่ี อมรบั จาก คนรนุ่ หน่งึ ไปสู่อกี รุน่ หนงึ่ วัฒนธรรมเป็นตวั กำหนดและ
ควบคมุ พฤตกิ รรมของ มนุษย์ในสงั คม ค่านิยมในวัฒนธรรมจะกำหนดลกั ษณะของสงั คมและกำหนด
ความแตกตา่ งของสังคมหน่งึ จากสงั คมหนึง่ วฒั นธรรมแบ่งออกเปน็ วัฒนธรรมพ้ืนฐานของบุคคลใน
สังคม วฒั นธรรมยอ่ ยบุคคลในแตล่ ะกล่มุ ทมี่ ีลกั ษณะเฉพาะแตกตา่ งกันซึ่งมีอยู่ในสงั คม ขนาดใหญ่
17
และชนั้ ของสงั คม หมายถึง การแบ่งสมาชิกของสังคมออกเปน็ ระดบั ฐานะที่แตกต่างกัน การกำหนด
กลยทุ ธ์การตลาดตอ้ งให้สอดคล้องกับคา่ นิยมในวฒั นธรรม
5.4.2.2 ปัจจัยดา้ นสังคม (social factor) ปจั จยั ทางสงั คม ซึ่งประกอบดว้ ยกลมุ่
อา้ งอิง ครอบครวั บทบาทและสถานะจะเปน็ ส่งิ ท่ีกำหนดพฤตกิ รรมการซ้ือสนิ ค้าของผ้บู รโิ ภคกลุ่ม
อ้างอิงเป็นกลุม่ ทีบ่ คุ คลเขา้ ใจเกี่ยวขอ้ งด้วยซ่ึงกลุม่ น้ีจะมอี ทิ ธิพลตอ่ ทศั นคติ ความคดิ เป็นและคา่ นิยม
ของบุคคล ตวั อยา่ งกลมุ่ อ้างองิ ไดแ้ ก่ ครอบครัว เพือ่ นสนิท เพือ่ นรว่ มงาน กลุ่มบุคคลชน้ั นำในสงั คม
เพ่ือนร่วมสถาบัน ดารานกั แสดง เป็นต้น
5.4.2.3 ปัจจยั ส่วนบคุ คล (personal factor) การ ตัดสนิ ใจของผซู้ ื้อไดร้ บั อทิ ธิพล
จากลักษณะส่วนบุคคลทางด้าน ๆ ได้แก่ อายุ วัฏจกั รชวี ิต อาชีพ โอกาสทางเศรษฐกิจ การศกึ ษา
รูปแบบการดำรงชวี ิตและแนวคดิ สว่ นบคุ คล
5.4.2.4 ปัจจัยดา้ นจิตวทิ ยา (psychological factor) ปจั จยั ทางจิตวทิ ยาทมี่ ี
อทิ ธิพลต่อการตดั สินใจซื้อ ประกอบดว้ ย แรงจูงใจการรบั รู้ การเรยี นรู้ ความเช่ือและทศั นคติ
1) แรงจงู ใจ (motivation) คอื ผู้บริโภคเกิดความตอ้ งการการที่มาก
เพยี งพอทก่ี ระตนุ้ ให้บคุ คลกระทำเพอื่ ตอบ สนองความต้องการ โดยท่ีความต้องการของแต่ละบคุ คล
จะแตกตา่ งกนั ไป
2) การรับรู้ (perception) การรบั รู้ของแตล่ ะบคุ คลมีความแตกตา่ งกนั
และส่งิ แวดลอ้ มทีแ่ ตกต่างกันก็จะทำ ให้การแปลความหมายของการรบั รขู้ องแตล่ ะคนแตกตา่ งกนั ไป
3) การเรียนรู้ (learning) คอื การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในความนกึ คดิ ของ
ผูบ้ ริโภคตอบสนองหรอื พฤตกิ รรมอนั เปน็ ผลมาจากได้ปฏบิ ัติ ประสบการณ์ หรือเกิดขน้ึ ของ
สัญชาตญาณ หรือ ความรูท้ ีไ่ ดจ้ ากการรับรู้สง่ิ ท่ีไมค่ อ่ ยเกิดขนึ้ มากอ่ นน้ันเองดงั นน้ั การตลาดจะใช้
แนวคดิ นีม้ าเปน็ ประโยชนด์ ว้ ยการโฆษณาซำ้ ๆ เพอ่ื ใหเ้ กิดการจูงใจซือ้
4) ความเชื่อและทัศนคติ (belief and attitude) ความรู้สกึ ของบุคคล
ต่อสง่ิ ใดส่งิ หน่ึงในทางบวกหรือลบซ่ึงจะมีอิทธิพลต่อการ รับรู้ และพฤตกิ รรมการตดั สนิ ใจของแต่ละ
บคุ คล
5.4.3 กระบวนการตัดสนิ ใจของผู้ซอ้ื (buyer’s decision process)
ผู้บรโิ ภคที่ผ่านข้นั ตอนในการซือ้ ผลิตภัณฑท์ ้งั 5 ข้ันตอนเปน็ ลำดบั ขัน้ แตใ่ นความ
เปน็ จริงอาจไมเ่ ปน็ เช่นนัน้ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ การซือ้ ทมี่ ีความสลบั ซบั ซอ้ นของการตดั สินใจน้อย
18
ผู้บริโภคอาจขา้ มขนั้ ตอนบางขั้นตอนไปภายหลังการซื้อและใช้สินค้าและบรกิ ารไปแล้ว ผูบ้ ริโภคจะมี
ประสบการณเ์ ก่ยี วกับความพอใจหรอื ไม่พอใจสินค้าและบรกิ ารนน้ั ๆ และจะเกบ็ ไว้เป็นข้อมูลในการ
ตัดสนิ ใจซอ้ื คร้งั ต่อไป ดังนัน้ จึงควรทำความเข้า ใจในพฤติกรรมการซอื้ สินค้าและบริการในแตล่ ะขั้น
เพ่อื คน้ หาสิง่ ทม่ี อี ทิ ธพิ ลในแต่ละขนั้ เพ่ือสร้างความพอใจให้แก่ผู้บริโภคใน ทกุ ระดับของกระบวนการ
ซ้ือ
5.4.4 การตดั สนิ ใจของผู้ซอื้ (buyer’s decisions)
ในการตดั สนิ ใจซือ้ ผู้บริโภคจะมีการตัดสนิ ใจประเดน็ ตา่ ง ๆ คือ การเลือกผลิตภัณฑ์
ที่จะซือ้ การเลอื กตราสนิ คา้ การเลอื กผ้ขู าย การเลอื กช่วงเวลาในการซอ้ื และปริมาณสนิ ค้าทจี่ ะซ้อื
5.5 ปัจจัยทีส่ ่งผลต่อพฤตกิ รรมผู้บริโภค
การศึกษาถึงปัจจยั ที่ส่งผลตอ่ พฤตกิ รรมของผู้บริโภคเปน็ ส่วนหน่งึ ของปจั จยั ทางดา้ น
วัฒนธรรม ปจั จัยทางดา้ นสังคม ปจั จยั ทางจติ วิทยา และปจั จยั ทางดา้ นสว่ นบุคคล ท่ีจะชว่ ยใหท้ ราบ
ถึงลกั ษณะความ ต้องการของผบู้ ริโภคในด้านต่าง ๆ ภายในกลอ่ งดำ (Black box) เพ่ือที่สามารถจดั
สว่ นประสมทางการตลาด ต่าง ๆ ให้สามารถกระตนุ้ และตอบสนองความต้องการของผูบ้ รโิ ภคโดยมี
จุดเร่ิมตน้ จากการเกิดส่ิงกระตุน้ (Stimuli) ท่ีผ่านเขา้ มาให้ผบู้ รโิ ภครู้สึกนึกคิดของผูใ้ หเ้ กิดความ
ต้องการจงึ จะเกดิ การซ้อื หรอื ใชบ้ ริการ ตอบสนองข้ึน (Response) โดยมีรายละเอยี ดดังตอ่ ไปน้ี
(กลยทุ ธก์ ารตลาด, 2555)
- ส่ิงกระต้นุ ทางการตลาด (Marketing stimulus) คอื สงิ่ ที่สามารถควบคุมและกระตนุ้ สงิ่ ท่ี
เกยี่ วข้องกับสว่ นประสมทางการตลาด (Marketing mix) ได้
- สิง่ กระตนุ้ อนื่ ๆ (Other stimulus) เปน็ ส่ิงกระตนุ้ ความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภคที่อยู่
ภายนอก เชน่ สิ่งแวดล้อมทง้ั ทางเศรษฐกจิ ทางเทคโนโลยที างการเมือง และทางวัฒนธรรม
โดยปัจจัยท่ีสง่ ผลต่อพฤติกรรมของผบู้ ริโภค (ราช ศริ ิวัฒน์, 2560)
5.5.1 ปจั จยั ทางวัฒนธรรม (Cultural factors) เป็นปจั จยั ที่มีส่งพลตอ่ พฤตกิ รรมของ
ผบู้ ริโภคโดย กว้างซึ่งสามารถแบง่ ออกดังน้ี
5.5.1.1 วัฒนธรรมหลกั (Core culture) เป็นสง่ิ ทอ่ี ยใู่ นทุกสงั คมของมนษุ ย์
ก่อใหเ้ กิดการ รบั ร้คู วามตอ้ งการตลอดจนพฤติกรรมของมนุษย์ซง่ึ ส่ิงเหล่านีส้ ามารถถ่ายทอดให้แกก่ ัน
ไดแ้ ละแต่ละสงั คม กม็ ีวฒั นธรรมหลักเป็นของตนเองซ่ึงกค็ ือพฤตกิ รรมการซอ้ื ของมนุษยใ์ นแตล่ ะ
สงั คมก็จะแตกตา่ งกัน
19
5.5.1.2 อนวุ ัฒนธรรม (Subculture) ซ่ึงคือวฒั นธรรมของคนกลมุ่ ยอ่ ยท่ีอยรู่ วมกนั
จนเป็น สังคมหน่ึงข้นึ มาสามารถจำแนกไดอ้ อกมาเปน็ 4 ลักษณะคือ
ลกั ษณะที่ 1 อนวุ ฒั นธรรมทางเชือ้ ชาติ (Ethnic subculture)
ลักษณะท่ี 2 อนวุ ฒั นธรรมทางท้องถิ่น (Regional subculture)
ลักษณะที่ 3 อนวุ ัฒนธรรมทางอายุ (Age subculture)
ลกั ษณะที่ 4 อนวุ ฒั นธรรมทางอาชพี (Occupational subculture)
5.5.1.3 ชัน้ ทางสงั คม (Social level) กล่มุ คนทม่ี ีอาชพี การศกึ ษา รายไดอ้ ย่างใด
อยา่ งหนึ่ง หรือหลายอย่างที่มคี วามเหมอื นกันเน่ืองด้วยผบู้ ริโภคทีอ่ ยใู่ นชนชนั้ เดยี วกันมีแนวโนม้ ท่ีจะมี
พฤติกรรม เหมอื นกัน
5.5.2 ปัจจยั ทางสงั คม (Social factors) ท่ีส่งผลตอ่ การตัดสนิ ใจของผู้บรโิ ภค ประกอบไป
ด้วย
5.5.2.1 กลุม่ อ้างองิ (Reference group) กลุ่มบุคคลทบี่ ริโภคส่ิงใดสิง่ หนง่ึ เหมือน
หรอื ไม่ เหมอื นกัน
5.5.2.2 ครอบครัว (Family) สมาชิกในครอบครวั ทป่ี ระกอบดว้ ยพอ่ แมแ่ ละลูกซง่ึ
สมาชิกใน ครอบครัวมีอทิ ธพิ ลเปน็ อยา่ งมากและสำคญั ในพฤตกิ รรมการซือ้ ของของผู้บริโภค การ
ประชุมหาดใหญว่ ชิ าการระดับชาตแิ ละนานาชาติคร้งั ที่ 10 The 10th Hatyai National and
International Conference 1468
5.5.2.3 บทบาทและสถานภาพในสงั คม (Role and status) ต าแหนง่ ของบุคคล
ในสังคม ส่วนบทบาท คอื หน้าที่ท่ีสังคมกำหนดไว้
5.5.3 ปจั จัยสว่ นบุคคล (Personal factors) ทสี่ ่งผลต่อการตัดสนิ ใจของผบู้ ริโภคทสี่ ำคัญ
ประกอบด้วย
5.5.3.1 อาชพี (Occupation) ของแต่ละบุคคลจะมลี ักษณะนิสัยบรโิ ภคที่แตกต่าง
กนั
5.5.3.2 รายได้สว่ นบุคคล (Personal income) มีอิทธพิ ลตอ่ การตัดสนิ ใจซ้ือ
5.5.3.3 รปู แบบการดำเนนิ ชวี ติ (life styles) หมายถงึ พฤติกรรมการใชช้ วี ติ ของแต่
ละบุคคล ซึง่ แสดงออกมาตามลักษณะท่ีต่างกนั
20
5.5.3.4 ปัจจัยทางด้านจติ วิทยา (Psychological factors) ทสี่ ่งผลต่อการตดั สินใจ
ซ้ือของผู้บรโิ ภค ประกอบด้วย
1) การจูงใจ (Motivation) หมายถึง การชักนำเพ่อื ให้บคุ คลเห็นคลอ้ ยตาม
ส่งิ น้ัน
2) การรบั รู้ (Perception) กระบวนการทบี่ ุคคลเลอื กรับเอาส่งิ นน้ั เขา้ มา
และตอบสนอง กบั สิ่งนัน้
3) การเรยี นรู้ (Learning) จากประสบการณ์ของผบู้ ริโภคที่สามารถ
ตอบสนองความ ต้องการของผบู้ ริโภคได้ดี
4) ความเชือ่ และทัศนคติ (Beliefs and attitudes) ความคดิ ความเข้าใจ
ความคิดเหน็ ความรู้สกึ และท่าทีของบุคคลที่มีต่อสิง่ ใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งมีอิทธพิ ลต่อการแสดงออกของ
บุคคลน้ัน
6. ความหมาย ความสำคญั และประโยชนข์ องการออม
6.1 ความหมายการออม
การออมหมายถงึ การเกบ็ สะสมเงนิ รายไดใ้ นสว่ นตา่ งๆ ไวใ้ ช้จ่ายในอนาคตตรวจรวมถงึ การ
สะสมสิ่งทมี่ คี ่าเปน็ ตวั เงินและมปี ระโยชน์ตอ่ ครอบครวั
6.2 ความสำคัญของการออม
การออมเปน็ การสร้างหลกั ประกันความมัน่ คงให้กบั ตนเอง และกอ่ ให้เกดิ เสถยี รภาพทาง
เศรษฐกิจ จึงมีความสำคญั ต่อระบบเศรษฐกิจ
6.3 ประโยชนข์ องการออม
การออมใหป้ ระโยชนต์ ่อการดำรงชีวิตและพฒั นาชีวติ ของทกุ คน ไมว่ ่าจะเป็นการออมสนิ
และออมทรัพยากรอ่ืน ซึง่ สรุปไดด้ งั น้ี
6.3.1 ดา้ นเศรษฐกิจ
6.3.2 ด้านสังคม
6.3.3 ด้านวฒั นธรรม
6.3.4 ด้านการศึกษา
6.3.5 ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ วดลอ้ ม
6.3.6 ดา้ นการพัฒนาชวี ติ
21
6.4 เปา้ หมายในการออม
“เป้าหมาย” คอื ส่ิงจูงใจในการออม เป้าหมายนน้ั จะเป็นส่งิ ทก่ี ำหนดให้จำนวนเงนิ ออมและ
ระยะเวลาในการออมแตกต่างกนั ได้แก่
6.4.1 เพือ่ สรา้ งหลักประกันชีวติ และความมน่ั คงด้านการเงิน
6.4.2 เพื่อใหม้ เี งนิ ไวใ้ ช้ในวยั เกษยี ณ
6.4.3 เพื่อไว้ใช้ในด้านการศึกษาและความกา้ วหน้าในการงาน
6.4.4 เพ่อื ไว้เป็นมรดกให้ลกู หลานและสงั คม
6.4.5 เพ่ือใช้เป็นเงนิ ทนุ ในการประกอบอาชีพ
6.4.6 เพื่อไว้ใชจ้ า่ ยนอกเหนือจากรายจ่ายประจำ
6.5 ปัจจยั สำคญั ในการออม
6.5.1 ผลตอบแทนทีไ่ ดร้ บั
6.5.2 มูลค่าของอำนาจซ้ือของเงินในปัจจุบัน
6.5.3 รายไดส้ ่วนบุคคลสุทธิ
6.5.4 ความแนน่ อนของจำนวนรายไดใ้ นอนาคตหลงั เกษียณอายุ
6.6 ปัญหาในการออม
6.6.1 ความโลภ
6.6.2 ภาวะเงนิ เฟ้อ
6.6.3 เหตุการณ์ฉกุ เฉิน
6.7 การวางแผนการออม
การวางแผนการออม เปน็ กลยทุ ธ์ท่ีชว่ ยในบุคคลประสบความสำเรจ็ ตามเปา้ หมายในชีวติ
ซึง่ แต่ละบคุ คลควรจดั สรรรายได้ของตนเองเพอื่ เป็นค่าใชจ้ ่ายปจั จบุ นั และเปน็ เงนิ ออมในอนาคตเป็น
จำนวนเทา่ ใด สงิ่ สำคัญในการวางแผนการออมคอื การประมาณรายไดแ้ ละรายจา่ ย
6.7.1 ประเภทของการออมเงิน
6.7.1.1 การออมเพื่อความมนั่ คงหรอื เพ่ือรายจ่ายฉุกเฉิน
6.7.1.2 การออมเพื่อเกษยี ณ
6.7.1.3 การออมเพอื่ การลงทุน
22
6.8 รูปแบบของเงินออม
6.8.1 การฝากเงินกบั ธนาคาร
6.8.1.1 เงนิ ฝากออมทรัพย์
6.8.1.2 เงนิ ฝากประจำ
6.8.1.3 เงินฝากกระแสรายวัน
7. งานวจิ ยั ทีเ่ ก่ยี วข้อง
กิจติพร สทิ ธพิ ันธ์ุ (2553) ไดว้ จิ ยั เรอ่ื ง ปัจจยั ที่มีอิทธิพลตอ่ การวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล
ของ ประชาชนในกรงุ เทพมหานคร โดยศกึ ษาการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล ปัจจยั ส่วนบุคคล
ปัจจยั ที่มอี ิทธพิ ลตอ่ การวางแผนทางการเงนิ ของประชาชนในเขตกรงุ เทพมหานคร กลุ่มตวั อยา่ งคอื
ประชาชนในกรงุ เทพมหานครทม่ี ีอายุ 20 ปีขึ้นไป จำนวน 150 คน ใช้แบบสอบถามในการเกบ็ ขอ้ มูล
แล้ววิเคราะหข์ อ้ มลู โดยใช้วธิ กี ารทดสอบทางสถิติ ผลการวิจยั พบวา่ ขอ้ มลู ด้านปัจจยั ส่วนบคุ คล คือ
การศกึ ษาและการประกอบ อาชีพมอี ทิ ธพิ ลตอ่ การวางแผนทางการเงินสว่ นบคุ คลในดา้ นกรอบ
ระยะเวลาท่ีกำหนดและรปู แบบในการวางแผนทางการเงินของประชาชน ขอ้ มูลปัจจยั ทมี่ ีอิทธพิ ลคอื
ปัจจัยด้านการรบั รู้ขอ้ มูลข่าวสาร ปจั จยั ดา้ นความร้เู ร่ืองความเข้าใจในการวางแผนการเงิน ปจั จยั ด้าน
ภาวะเศรษฐกิจ มีอิทธพิ ลในดา้ นวัตถปุ ระสงคข์ อง การวางแผนทางการเงินส่วนบคุ คล
ทรายทอง เลิศเปียง (2557) ได้วิจัยเร่ือง พฤติกรรมการวางแผนทางการเงนิ สว่ นบุคคลของ
นกั ศึกษาสาขาการบญั ชีคณะบรหิ ารธุรกิจ โรงเรียนลำปางพาณิชยการและเทคโนโลยี นักศกึ ษาสาขา
การบัญชีคณะบริหารธุรกิจ โรงเรยี นลำปางพาณชิ การและเทคโนโลยี โดยศึกษาพฤติกรรมการ
วางแผนทางการเงินส่วนบคุ คล ของนักศกึ ษา สาขาการบัญชคี ณะบริหารธรุ กจิ โรงเรยี นลำปางพาณิช
การและเทคโนโลยี กลุ่มตวั อยา่ งท่ีใช้ในการศึกษา ได้แก่ นกั ศกึ ษาระดับประกาศนยี บัตรช้นั สงู จำนวน
130 คน และวิเคราะห์ขอ้ มูลโดยใชส้ ถิตพิ ื้นฐาน ผลการวจิ ัยพบวา่ 1) ในภาพรวมพฤติกรรมการใช้เงนิ
ของนกั ศึกษามีคา่ เฉล่ยี อยู่ในระดับพอใช้ โดยพฤติกรรมการใช้เงินด้านการศกึ ษามีค่าเฉลย่ี มากที่สดุ
รองลงมา คอื ด้านนันทนาการและกจิ กรรมทางสงั คม สำหรบั ด้านความจำเป็นพ้นื ฐานมีค่าเฉลย่ี ต่ำสุด
2) ผลการศึกษาการวางแผนการเงนิ สว่ นบุคคล พบว่า ภาพรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง เม่อื พจิ ารณา
เป็นรายดา้ น ด้านการกำหนดเป้าหมายที่ต้องการอยู่ในระดบั มากทสี่ ุด สำหรบั ดา้ นการวางแผนหา
เงนิ /เปลี่ยนงานอยใู่ นระดับมาก สว่ นด้านการเก็บเงนิ ออม ดา้ นจัดสรรเวลาเพือ่ หาความรู้ ความเขา้ ใจ
ในการลงทนุ และดา้ นการบรหิ ารภาระหน้ีสินอยู่ในระดบั ปานกลาง 3) ผลของบนั ทึกบัญชสี ว่ นบคุ คล
23
พบวา่ ในระยะเวลา 1 เดือนรายรับส่วนใหญม่ าจาก รับเงินจากผูป้ กครอง อนั ดบั สองจากเงินกู้ยืมเพือ่
การศกึ ษา และรายไดจ้ ากการทำงานพิเศษเป็นอันดับสดุ ทา้ ย รายจา่ ยสว่ นใหญ่ เปน็ คา่ อาหาร
คา่ ใช้จา่ ยเพ่อื การศกึ ษา ค่าใช้จ่ายอน่ื ๆ ค่าใช้จา่ ยเก่ียวกับยานพาหนะ คา่ หอพัก คา่ โทรศพั ท์ ค่าของ
ใช้ และค่ารักษาพยาบาล ตามลำดับ และเมอื่ พจิ ารณาของรายรบั จำนวนร้อยละ 100 มรี ายจ่าย
จำนวนร้อยละ 95.20 คงเหลอื เงนิ ออมรอ้ ยละ 4.80
มกุ ดา โควหกุล (2558) ได้วจิ ยั เร่อื ง การจัดการการเงินสว่ นบคุ คลทม่ี ีผลตอ่ พฤติกรรม การออม
ของประชากร ในเขตกรงุ เทพมหานครและปรมิ ณฑล โดยศกึ ษาปัจจยั ส่วนบคุ คลและการจดั การ
การเงินสว่ นบุคคลทม่ี ีผลและมคี วามสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการออมของประชาชน โดยกลมุ่ ตวั อยา่ งท่ี
ใช้ในการวจิ ัยครง้ั นี้ คือ กลุ่มผมู้ ีรายได้ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวนท้งั สน้ิ 400 คน
แลว้ วเิ คราะหข์ อ้ มลู ดว้ ยสถติ ิเชิงพรรณนา และสถิติเชงิ อนุมาน ผลการวจิ ัยพบวา่ 1) ด้านความรู้ความ
เข้าใจการจดั การการเงนิ สว่ นบคุ คล โดยรวม มคี ่าเฉลี่ยอยูใ่ น ระดับมาก โดยอนั ดับแรกคือ
ความสำคญั ของการจัดการเงินส่วนบุคคล 2) ด้านวัตถุประสงค์การจดั การการเงินส่วนบุคคล โดยรวม
มคี ่าเฉลี่ยอยูใ่ นระดบั มาก โดยอนั ดับแรกคือ มจี ัดการกบั รายรบั รายจ่ายของตนเองไดอ้ ย่างมี
ประสิทธภิ าพ 3) ด้านรูปแบบ การจัดการเงนิ ส่วนบุคคล โดยรวมมคี ่าเฉล่ียอยู่ในระดบั มาก โดยอนั ดับ
แรก คอื เป้าหมายเพื่อสร้างฐานะและความม่นั คงทางการเงนิ 4) ดา้ นการวางแผนการจัดการเงินสว่ น
บุคคล โดยรวม อยู่ในระดบั มาก โดยอนั ดบั แรกคือ มกี ารกำหนดเป้าหมาย ในการดำเนินชีวิตและ
เปา้ หมายทางการเงิน และ 5) ดา้ นปัจจัยทม่ี ีผลกระทบตอ่ การจดั การการเงินส่วนบุคคล โดยรวมอย่ใู น
ระดบั มาก โดยอนั ดับแรกคอื ปัจจยั ทางเศรษฐกจิ ส่วนพฤตกิ รรมการออม พบว่า กลุม่ ตวั อยา่ งสว่ น
ใหญ่มีรูปแบบการออมมากที่สุด คือ มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์ มีการจัดสัดส่วนเงนิ ออมตอ่
รายไดใ้ นแตล่ ะเดือนมากทสี่ ุด คือ ไมไ่ ดก้ ำหนดไวแ้ น่นอน ออมตามท่ีเหลือ ผลการทดสอบสมมติฐาน
พบว่า ปจั จยั สว่ นบคุ คลดา้ นอาชีพ การศกึ ษา และรายได้ มีความสมั พนั ธ์ กบั พฤติกรรมการออม ทกุ
ดา้ น ยกเว้น ดา้ นอายุ สถานภาพ และรายจ่ายทไ่ี ม่มคี วาม สมั พันธ์ กบั พฤติกรรมการออมดา้ นสดั ส่วน
เงินออมและผ้มู ีส่วนตัดสินใจในการออม ส่วนดา้ นเพศ ไม่มี ความสมั พนั ธก์ ับพฤตกิ รรมการออมในทกุ
ดา้ น ยกเว้นด้านจำนวนเงินออมอย่างมนี ยั สำคญั สำหรับการจดั การการเงินส่วนบุคคล ด้านความรู้
ความเข้าใจการจัดการ การเงินสว่ นบคุ คล รปู แบบการจัดการการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการ
จัดการการเงินสว่ นบคุ คล มคี วามสัมพันธก์ บั พฤตกิ รรมการออมทกุ ด้าน ยกเวน้ วัตถุประสงคก์ าร
24
จดั การการเงินส่วนบุคคล ท่ีไม่มคี วามสัมพนั ธ์กบั ผูม้ ีสว่ นตดั สินใจในการออม และปัจจยั ทีม่ ีผลกระทบ
ต่อ การจัดการการเงินส่วนบคุ คล ทไ่ี ม่มีความสมั พันธก์ บั ระยะเวลาในการออมอย่างมนี ยั สำคญั
สยานนท์ สหุนันต์ (2561) ได้วิจยั เรื่อง พฤติกรรมการบริหารจัดการเงินสว่ นบคุ คลของนักศึกษา
วิทยาลยั ดุสิตธานี พัทยา โดยวเิ คราะห์จากปัจจยั ส่วนบุคคลและปจั จยั ทเี่ กีย่ วกบั การบริหารจัดการเงิน
ส่วนบุคคลของ นักศึกษาทม่ี ผี ลต่อพฤตกิ รรมการบริหารจดั การเงินสว่ นบคุ คล กลมุ่ ตัวอยา่ งคอื
นักศกึ ษาวทิ ยาลัยดุสติ ธานี พัทยาจำนวน 364 คน โดยการใชแ้ บบสอบถาม แล้ววิเคราะหข์ ้อมูล โดย
ใช้วิธกี ารทดสอบทางสถิติ ผลการวจิ ยั พบว่า ดา้ นปจั จยั ส่วนบุคคล รายได้เฉลีย่ ต่อเดือนมคี วามสัมพันธ์
กับพฤตกิ รรมการบรหิ ารจดั การเงินส่วนบคุ คลมากทส่ี ุดถงึ 4 ดา้ น คือ ดา้ นวิธีการบรหิ ารจดั การเงิน
สว่ นบุคคล ด้านวตั ถปุ ระสงค์ในการบรหิ ารจัดการเงนิ สว่ นบุคคล ด้านแนวทางในการบรหิ ารจัด
การเงนิ สว่ นบุคคล และด้านบุคคลทม่ี อี ิทธพิ ลต่อการบรหิ ารจัดการเงนิ สว่ นบคุ คล และดา้ นปัจจยั ที่
เกีย่ วกบั การบริหารจดั การเงินสว่ นบคุ คลของนกั ศกึ ษาท้ัง 4 ดา้ น พบวา่ อยูใ่ นระดบั มาก โดยเม่ือ
พจิ ารณาเป็นรายด้าน พบว่า ช่องทางการทางธรุ กรรมทางการเงนิ มีผลตอ่ การบรหิ ารจดั การเงนิ สว่ น
บุคคลของนักศึกษาสูงทีส่ ุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า สอ่ื ตา่ ง ๆ เชน่ โทรทศั น์ อนิ เทอร์เน็ต
แอพพลเิ คชนั่ มือถอื มีผลตอ่ การบริหารจัดการเงินสว่ นบคุ คลของนักศกึ ษาสงู ที่สุด
กริ ณา ยส่ี ่นุ แซม (2561) ไดว้ จิ ยั เรอ่ื ง การจดั การความรู้ด้านการบญั ชแี ละการเงนิ โดยการ
ประยุกตใ์ ช้แนวคิด เศรษฐกิจพอเพยี งของกลมุ่ จัดการขยะ ตำบลรมิ เหนือ อำเภอแมร่ ิม จังหวดั
เชยี งใหม่ โดยศึกษาการจัดการความรูด้ า้ นการบญั ชแี ละการเงนิ โดยการประยุกตใ์ ช้แนวคิดเศรษฐกิจ
พอเพยี ง ใหแ้ กส่ มาชกิ กลุ่มจัดการขยะ ตำบลริมเหนือ อำเภอแมร่ ิม จงั หวดั เชียงใหม่ ดว้ ย
กระบวนการวิจยั เชงิ ปฏิบัติการแบบมสี ่วนรว่ ม (Participatory Action Research: PAR) โดยการ
สัมภาษณ์เชงิ ลกึ เพอ่ื ศกึ ษาและวเิ คราะห์สภาพการณ์ของกลมุ่ รวมท้ัง การอบรมให้ความร้แู กส่ มาชิก
กลมุ่ จำนวน 120 คน ซึ่งได้ทดสอบความรู้ความเขา้ ใจกอ่ นและหลงั การอบรมโดยใช้แบบสอบถาม
การฝกึ ปฏิบัติจริงสำหรบั ผู้ทำบญั ชีกลุ่ม เพอ่ื ประเมินพฒั นาการในการจดั ทำบญั ชขี องกลมุ่ ผลการวจิ ยั
พบว่า หลงั จากมกี ารนำระบบบัญชีมาฝกึ ปฏิบัติจริงเป็นระยะเวลา 6 เดือน ส่งผลใหก้ ล่มุ บันทึกบญั ชี
และจดั ทำงบการเงินไดอ้ ยา่ งถูกต้อง โดยมีคะแนนเพิ่มสงู ขน้ึ รอ้ ยละ 71 นอกจากนี้ เมอ่ื กลุ่มสามารถ
สรุปผลการดำเนนิ งานทช่ี ัดเจน และตระหนักถงึ ความสำคัญของขอ้ มลู ทางบญั ชี จงึ ไดม้ ีการจัด
หมวดหมลู่ ำดับความสำคญั ของรายรบั รายจ่าย ตามหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ในเรือ่ งของความ
พอประมาณและความมเี หตุผล ในการพิจารณาเหตุปจั จยั ทเี่ ก่ยี วข้อง และผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับของ
25
รายจ่ายตา่ ง ๆ อย่างรอบคอบ ด้วยเหตุน้ี จึงสามารถลดรายจ่าย ท่ไี ม่จำเปน็ ลงได้ถงึ รอ้ ยละ 24.16 อีก
ท้ังกลุ่มยังมรี ายรับเพ่ิมข้ึนถึงรอ้ ยละ 30.76
บทที่ 3
วธิ ีการดำเนนิ งานโครงการ
การประยุกตใ์ ชค้ วามรู้ทางการบัญชีในการวางแผนทางการเงินของนักศกึ ษา ประกาศนียบัตร
ชั้นสงู ปีท่ี 2 สาขาวิชาการบญั ชี วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาชลบุรี เปน็ การศึกษาการนำความรู้ทางการบญั ชี
ไปใช้ในการวางแผนทางการเงิน และเป็นแนวทางในการวางแผนทางการเงนิ ของนกั ศกึ ษา
ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชน้ั สงู ปที ่ี 2 สาขาการบัญชี วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาชลบรุ ี โดยผ้วู จิ ัยได้ดำเนินงาน
ตามลำดบั ขนั้ ตอนดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง
2. เคร่ืองมอื ท่ีใชใ้ นการศกึ ษา
3. ข้ันตอนในการสรา้ งเครอ่ื งมือ
4. การเก็บรวบรวมข้อมูล
5. การวิเคราะห์ข้อมลู และสถิติทใี่ ชใ้ นการศึกษา
1. ประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ ง
กล่มุ เปา้ หมายท่ใี ชใ้ นการศึกษาคร้งั น้ี ไดแ้ ก่ นักศึกษาระดับช้นั ประกาศนยี บัตรวิชาชีพช้นั สูงปที ี่ 2
กลุ่ม 1 ,2 และ 3 สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลยั อาชีวศึกษาชลบรุ ี จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาจากการ
เลือกแบบเจาะจง
2. เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการศกึ ษา
เครอ่ื งมือทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษาครงั้ นี้ ได้แก่ แบบสอบถาม ซึง่ ประกอบด้วยแบบตรวจรายการ
แบบมาตราสว่ นประมาณ และแบบคำถามปลายปิดปลายเปิด จำนวน 3 ตอนมีรายละเอียด ดงั น้ี
ตอนที่ 1 ข้อมูลทว่ั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 ตามวัตถุประสงค์การประยกุ ตใ์ ช้ความรู้ทางการบัญชใี นการวางแผนทางการเงินของ
นกั ศึกษา ประกาศนียบตั รช้ันสูงปี 2 สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชวี ศึกษา ลักษณะแบบสอบถาม
เปน็ แบบมาตราส่วนประมาณ 5 ระดบั
ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะ
27
3. ขัน้ ตอนในการสรา้ งเคร่อื งมือ
การสร้างเครื่องมือจากแบบสอบถาม ซึ่งมรี ายละเอยี ดแบ่งเป็น 3 ตอน ดังน้ี
ตอนท่ี 1 ข้อมูลท่วั ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม
1. เพศ
2. ช่วงอายุ
3. ระดับชัน้
4. รายไดเ้ ฉลีย่ ต่อเดอื น
ตอนท่ี 2 ความคดิ เห็นในด้านการนำความรู้ทางการบญั ชไี ปใช้ในการวางแผนทางการเงนิ และ
ดา้ นแนวทางในการวางแผนทางการเงินของนักศึกษา แบง่ เปน็ 5 ระดบั ดงั นี้
ระดับ 5 หมายถึง ความคิดเหน็ ในระดับมากทสี่ ดุ
ระดบั 4 หมายถงึ ความคดิ เห็นในระดบั มาก
ระดับ 3 หมายถงึ ความคดิ เหน็ ในระดบั ปานกลาง
ระดบั 2 หมายถึง ความคิดเห็นในระดับน้อย
ระดับ 1 หมายถึง ความคดิ เห็นในระดับน้อยทส่ี ุด
โดยกำหนดเกณฑ์การแปลความหมายข้อมูลทเี่ ปน็ คา่ เฉลยี่ ต่าง ๆ ดงั น้ี
คะแนนค่าเฉลย่ี ระดบั การแปลผล
4.50 – 5.00 หมายถึง ความคดิ เหน็ ในระดบั มากทส่ี ดุ
3.50 – 4.49 หมายถึง ความคิดเหน็ ในระดับมาก
2.50 – 3.49 หมายถึง ความคิดเห็นในระดับปานกลาง
1.50 – 2.49 หมายถงึ ความคิดเห็นในระดับน้อย
1.00 - 1.49 หมายถึง ความคิดเหน็ ในระดบั นอ้ ยทีส่ ดุ
ตอนที่ 3 เปน็ แนวคำถามปลายเปิดสำหรบั ผู้ตอบแบบสอบถามแสดงความคิดเห็นเพิม่ เตมิ และให้
ข้อเสนอแนะต่าง ๆ
28
4. การเกบ็ รวมรวมข้อมลู
คณะผวู้ ิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามข้นั ตอน ดงั น้ี
4.1 ดำเนินการแจกแบบสอบถาม การประยุกต์ใช้ความรู้ทางการบัญชีในการวางแผนทางการเงนิ
ของนกั ศกึ ษา ประกาศนียบตั รชน้ั สงู ปีท่ี 2 สาขาวชิ าการบัญชี วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาชลบุรี โดยแจก
แบบสอบถามให้กลมุ่ ตวั อย่างด้วยตนเอง และขอรับแบบสอบถามคืนด้วยตนเอง
4.2 เก็บรวบรวมแบบสอบถาม การประยุกตใ์ ชค้ วามรทู้ างการบัญชีในการวางแผนทางการเงนิ
ของนักศึกษา ประกาศนยี บัตรชน้ั สงู ปที ี่ 2 สาขาวชิ าการบญั ชี วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาชลบรุ ี เพือ่ นำ
ขอ้ มูลทีไ่ ดม้ าวเิ คราะห์ต่อไป
5. วธิ ีการวิเคราะห์ข้อมลู และสถิติท่ีใชใ้ นการวจิ ยั
คะแนนท่ีได้จากแบบสอบถาม หาคา่ รอ้ ยละ รวมท้ังหาคา่ เฉล่ีย และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานโดย
ใชส้ ูตรดงั น้ี
5.1 คา่ รอ้ ยละ
P = ×100
เม่อื P แทน รอ้ ยละ
F แทน ความถืท่ ี่ต้องการแปลค่าใหเ้ ป็นรอ้ ยละ
n แทน จำนวนความถีท่ ้ังหมด
5.2 คา่ เฉลย่ี
̅ = ∑x
เมื่อ ̅ แทน ค่าเฉล่ีย
∑ แทน ผลรวมท้งั หมดของความถ่ี คูณ คะแนน
N แทน ผลรวมท้ังหมดของความถซ่ี ่ึงมีค่าเท่ากับ
จำนวนข้อมูลท้งั หมด
29
5.3 ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน S.D. = √ ∑ 2−(∑ )2
เม่ือ n(n−1)
S.D. แทน สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
∑ แทน ผลรวมความแตกต่างของคะแนนแต่ละคู่
n แทน จำนวนค่ทู ั้งหมด
X แทน คะแนนแตล่ ะตัวในกลุ่มข้อมลู
บทที่ 4
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู
การประยกุ ตใ์ ช้ความรทู้ างการบญั ชีในการวางแผนทางการเงนิ ของนกั ศึกษา ประกาศนยี บตั ร
ชนั้ สูงปีท่ี 2 สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาชลบรุ ี ในครั้งน้ี ผูว้ จิ ยั เสนอตามลำดับ ดงั น้ี
1. สญั ลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมลู
n แทน จำนวนคนในกลมุ่ ตัวอยา่ ง
̅ แทน คะแนนเฉล่ีย
S.D. แทน สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน
2. การนำเสนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ในการวิจัยน้ี ผู้วจิ ยั ไดด้ ำเนนิ การวิเคราะหอ์ อกเป็น 3 ตอนดงั น้ี
ตอนที่ 1 ข้อมลู ทัว่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามความคิดเหน็ ตอ่ โครงการ เร่อื ง การประยุกตใ์ ชค้ วามรทู้ างการบัญชี
ในการวางแผนทางการเงินของนกั ศกึ ษา ประกาศนียบัตรชนั้ สงู ปี 2 สาขาวชิ าการบญั ชี
วิทยาลัยอาชวี ศึกษาชลบุรี แบง่ เปน็ 2 ดา้ น คอื ด้านการนำความรทู้ างการบญั ชีไปใช้ในการวางแผน
ทางการเงนิ และดา้ นแนวทางในการวางแผนทางการเงนิ ของนกั ศึกษา
ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะ
ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
ตอนที่ 1 ข้อมลู ทั่วไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม
ตารางที่ 1 แสดงความถีแ่ ละรอ้ ยละของกล่มุ ตัวอยา่ งจำแนกตามเพศ
สถานภาพ จำนวน n = 30
รอ้ ยละ
เพศ 4
ชาย 26 13.33
หญงิ 30 86.67
รวม 100.00
31
จากตารางที่ 1 พบว่า นกั ศกึ ษากลุ่มตัวอยา่ งเปน็ เพศหญงิ จำนวน 26 คน คดิ เป็นร้อยละ
86.67 เพศชาย จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 13.33
ตารางที่ 2 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมายจำแนกตามอายุ
สถานภาพ จำนวน n = 30
รอ้ ยละ
อายุ 7
18 – 19 ปี 22 23.33
20 – 21 ปี 1 73.33
22 ปีขึน้ ไป 30 3.33
รวม 100.00
จากตารางท่ี 2 พบว่านักศึกษากล่มุ ตวั อยา่ งสว่ นใหญ่ อายุ 20 – 21 ปี จำนวน 22 คน คิด
เปน็ รอ้ ยละ 73.33 รองลงมาอายุ 18 – 19 ปี จำนวน 7 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 23.33 และ 22 ปขี ึน้ ไป
จำนวน 1 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 3.33 ตามลำดบั
ตารางที่ 3 แสดงความถี่และร้อยละของกลมุ่ ตัวอยา่ งจำแนกตามระดับชน้ั
สถานภาพ n = 30
จำนวน ร้อยละ
ระดับช้นั
ปวส.2/1 10 33.33
ปวส.2/2 10 33.33
ปวส.2/3 10 33.33
รวม 30 100.00
จากตารางที่ 3 พบวา่ นกั ศกึ ษากลมุ่ ตัวอย่างอยใู่ นระดับชนั้ ปวส.2/1 จำนวน 10 คน คิดเปน็
รอ้ ยละ 33.33 ระดบั ชนั้ ปวส.2/2 จำนวน 10 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 33.33 และระดบั ช้นั ปวส.2/3
จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 33.33
32
ตารางที่ 4 แสดงความถ่แี ละรอ้ ยละของกลุม่ ตัวอยา่ งจำแนกตามรายได้เฉลี่ยตอ่ เดือน
สถานภาพ n = 30
จำนวน รอ้ ยละ
รายได้เฉลย่ี ต่อเดือน
ตำ่ กวา่ 2,000 บาท 6 20.00
2,001 – 2,500 บาท 9 30.00
2,501 – 3,000 บาท 7 23.33
3,001 – 3,500 บาท 3 10.00
3,501 บาทขึ้นไป 5 16.67
รวม 30 100.00
จากตารางที่ 4 พบวา่ นักศึกษากลุ่มตัวอย่างสว่ นใหญ่ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน
2,001 – 2,500 บาท จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 30.00 รองลงมาคอื 2,501 – 3,000 บาท
จำนวน 7 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 23.33 ตำ่ กวา่ 2,000 บาท จำนวน 6 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 20.00
3,501 บาทข้นึ ไป จำนวน 5 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 16.67 และ 3,001 – 3,500 บาท จำนวน 3 คน
คิดเป็นร้อยละ 10.00
ตอนที่ 2 ข้อมลู เกย่ี วกบั ความคดิ เหน็ ต่อโครงการ เร่อื ง การประยกุ ต์ใช้ความรทู้ างการบญั ชใี นการ
วางแผนทางการเงินของนกั ศกึ ษา ประกาศนยี บตั รชัน้ สูงปี 2 สาขาวชิ าการบัญชี
วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาชลบรุ ี แบ่งเปน็ 2 ด้าน คือ ด้านการนำความรูท้ างการบญั ชไี ปใชใ้ นการวางแผน
ทางการเงนิ และด้านแนวทางในการวางแผนทางการเงินของนกั ศึกษา
33
ตารางที่ 5 แสดงค่าเฉลีย่ และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานความคิดเหน็ ของกลุ่มตัวอยา่ งทีม่ ีต่อ
โครงการ เรื่อง การประยกุ ตใ์ ช้ความรู้ทางการบญั ชใี นการวางแผนทางการเงนิ ของ
นักศึกษา ประกาศนียบตั รชน้ั สงู ปี 2 สาขาวิชาการบัญชี วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี
ดา้ นการนำความรู้ทางการบญั ชไี ปใช้ในการวางแผนทางการเงนิ
รายการประเมนิ ระดบั ความคิดเห็น
̅ S.D. แปลผล
1. สามารถนำความรูท้ างการบัญชีไปใช้ในการวางแผน 4.33 0.48 มาก
ทางการเงนิ ได้
2. มีความเข้าใจในการวางแผนทางการเงนิ ใน 4.27 0.52 มาก
ชีวติ ประจำวนั
3. มรี ูปแบบการวางแผนทางการเงินเพื่อเนน้ ความ 4.17 0.59 มาก
มั่นคงทางการเงนิ
4. มรี ปู แบบการวางแผนทางการเงนิ เพ่อื ตอบสนอง 4.47 0.63 มาก
ความตอ้ งการและเป้าหมายเฉพาะบคุ คลได้
5. การจดั ทำเกีย่ วกบั การวางแผนทางการเงนิ 4.10 0.66 มาก
6. สามารถปฏิบัติตามแผนการเงนิ ทีว่ างไว้ 3.97 0.61 มาก
7. ทบทวนและปรบั ปรุงแผนทางการเงินตามความ 4.07 0.64 มาก
จำเป็นของสถานการณ์นนั้ ๆ
8. เป็นเครอ่ื งมอื สำหรับการเตรยี มความพรอ้ มทาง 4.30 0.53 มาก
การเงินท้ังในปจั จุบนั และอนาคต
รวม 4.21 0.31 มาก
จากตารางท่ี 5 พบว่าการนำความรูท้ างการบัญชไี ปใชใ้ นการวางแผนทางการเงิน โดยรวมมี
ความคดิ เห็นเหมาะสมในระดับมาก ( ̅ = 4.21 และ S.D. = 0.31) และเม่ือพิจารณาเปน็ รายขอ้ แลว้
มรี ปู แบบการวางแผนทางการเงนิ เพอ่ื ตอบสนองความตอ้ งการและเปา้ หมายเฉพาะบคุ คลได้ มีความ
คิดเหน็ ในระดบั มาก ( ̅ = 4.47 และ S.D. = 0.63) รองลงมาคอื สามารถนำความรู้ทางการบัญชีไปใช้
ในการวางแผนทางการเงนิ ได้ มคี วามคิดเหน็ ในระดบั มาก ( ̅ = 4.33 และ S.D. = 0.48) และ
34
เป็นเครือ่ งมอื สำหรบั การเตรียมความพรอ้ มทางการเงนิ ทัง้ ในปจั จบุ นั และอนาคต มคี วามคดิ เหน็ ใน
ระดับมาก ( ̅ = 4.30 และ S.D. = 0.53) มีความเข้าใจในการวางแผนทางการเงินในชีวิตประจำวัน มี
ความคดิ เห็นในระดบั มาก ( ̅ = 4.27 และ S.D. = 0.52) มรี ปู แบบการวางแผนทางการเงินเพอื่ เน้น
ความมั่นคงทางการเงิน มคี วามคดิ เห็นในระดบั มาก ( ̅ = 4.17 และ S.D. = 0.59) การจดั ทำเกยี่ วกบั
การวางแผนทางการเงนิ มีความคดิ เหน็ ในระดับมาก ( ̅ = 4.10 และ S.D. = 0.66) ทบทวนและ
ปรับปรงุ แผนทางการ เงินตามความจำเปน็ ของสถานการณน์ ั้น ๆ มคี วามคิดเห็นในระดับมาก
( ̅ = 4.07 และ S.D. = 0.64) สามารถปฏิบตั ิตามแผนการเงินท่ีวางไว้มคี วามคดิ เห็นในระดบั มาก
( ̅ = 3.97 และ S.D. = 0.61) ตามลำดบั
ตารางที่ 6 แสดงค่าเฉลย่ี และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานความคิดเห็นของกลุม่ ตวั อยา่ งทมี่ ตี อ่
โครงการ เร่ือง การประยุกตใ์ ช้ความรทู้ างการบญั ชีในการวางแผนทางการเงินของ
นกั ศกึ ษา ประกาศนียบตั รช้ันสูงปี 2 สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลยั อาชวี ศึกษาชลบรุ ี
ด้านแนวทางในการวางแผนทางการเงนิ ของนักศึกษา
รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น
̅ S.D. แปลผล
1. มกี ารจดบันทกึ รายรบั – รายจา่ ยและวางแผนการใชอ้ ย่าง 4.23 0.63 มาก
เหมาะสม
4.07 0.64 มาก
2. สามารถควบคุมค่าใชจ้ ่ายให้นอ้ ยกว่ารายได้ 4.33 0.61 มาก
3. สามารถบรหิ ารและควบคุมค่าใช้จา่ ยทไ่ี ม่จำเป็นให้น้อยลง
4.30 0.60 มาก
ได้ 4.37 0.61 มาก
4. สามารถแบ่งรายได้ทไ่ี ด้รับเป็นสดั สว่ นสำหรบั การออม
5. เพือ่ ใหส้ ามารถมเี งนิ ออมไดอ้ ย่างเพยี งพอตอ่ ความม่นั คงใน 4.43 0.63 มาก
4.23 0.57 มาก
อนาคต และอ่นื ๆ
6. สามารถเกบ็ ออมเงนิ ตามเป้าหมาย เช่นการซ้อื สนิ ค้า 4.28 0.37 มาก
7. ลงทนุ เก่ียวกับเงนิ ฝาก เช่น เงนิ ฝากประจำ ฝากออมทรพั ย์
สลากออมทรัพย์ สลากออมสิน และสลากอนื่ ๆ เปน็ ตน้
รวม
35
จากตารางที่ 6 พบว่าดา้ นแนวทางในการวางแผนทางการเงินของนกั ศกึ ษา โดยรวมมี
ความคดิ เหน็ เหมาะสมในระดับมาก ( ̅ = 4.28 และ S.D. = 0.37) และเมอ่ื พจิ ารณาเปน็ รายขอ้ แล้ว
สามารถเกบ็ ออมเงนิ ตามเป้าหมาย เช่นการซื้อสินคา้ มคี วามคิดเหน็ ในระดับมาก ( ̅ = 4.43
และ S.D. = 0.63) รองลงมาคือ เพอื่ ให้สามารถมีเงนิ ออมได้อยา่ งเพยี งพอตอ่ ความมั่นคงในอนาคต
และอื่น ๆ มีความคดิ เห็นในระดับมาก ( ̅ = 4.37 และ S.D. = 0.61) และสามารถบริหารและ
ควบคุมค่าใช้จา่ ยท่ไี มจ่ ำเป็นใหน้ ้อยลงได้ มคี วามคิดเห็นในระดับมาก ( ̅ = 4.33 และ S.D. = 0.61)
สามารถแบ่งรายได้ท่ไี ดร้ บั เป็นสัดสว่ นสำหรับการออม มีความคดิ เหน็ ในระดบั มาก ( ̅ = 4.30 และ
S.D. = 0.60) มีการจดบนั ทกึ รายรบั – รายจา่ ยและวางแผนการใชอ้ ยา่ งเหมาะสม มีความคิดเหน็ ใน
ระดบั มาก ( ̅ = 4.23 และ S.D. = 0.63) ลงทนุ เก่ียวกบั เงินฝาก เช่น เงนิ ฝากประจำ ฝากออมทรพั ย์
สลากออมทรัพย์ สลากออมสนิ และสลากอน่ื ๆ เปน็ ต้น มคี วามคิดเหน็ ในระดบั มาก ( ̅ = 4.23 และ
S.D. = 0.57) การจัดทำเก่ยี วกบั การวางแผนทางการเงิน มีความคิดเห็นในระดบั มาก ( ̅ = 4.10 และ
S.D. = 0.66) สามารถควบคุมคา่ ใชจ้ ่ายให้นอ้ ยกว่ารายได้ มคี วามคิดเหน็ ในระดบั มาก( ̅ = 4.07 และ
S.D. = 0.64) ตามลำดับ
ตารางท่ี 7 แสดงค่าเฉลยี่ และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานความคิดเห็นของกลมุ่ ตวั อยา่ งท่ีมีตอ่
โครงการ เรื่อง การประยกุ ต์ใช้ความรูท้ างการบัญชใี นการวางแผนทางการเงนิ ของ
นกั ศึกษา ประกาศนียบัตรชน้ั สูงปี 2 สาขาวิชาการบญั ชี วิทยาลยั อาชีวศึกษาชลบรุ ี
สรปุ เปน็ รายด้าน
รายการประเมนิ ระดับความคดิ เห็น
̅ S.D. แปลผล
1. ดา้ นการนำความรทู้ างการบญั ชีไปใช้ในการวางแผนทาง 4.21 0.31 มาก
การเงนิ
4.28 0.37 มาก
2. ด้านแนวทางในการวางแผนทางการเงนิ ของนกั ศึกษา
รวม 4.25 0.34 มาก
จากตารางที่ 7 พบว่าความคิดเหน็ ของกลุ่มตัวอยา่ งท่ีมีต่อโครงการ เร่ือง การประยุกตใ์ ช้
ความร้ทู างการบญั ชีในการวางแผนทางการเงนิ ของนกั ศกึ ษา ประกาศนียบัตรชัน้ สูงปี 2 สาขาวิชาการ
บญั ชี วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาชลบุรี โดยรวมในด้านต่าง ๆ มีคา่ ความคดิ เหน็ เหมาะสมในระดับมาก
36
( ̅ = 4.25 และ S.D. = 0.34) เมื่อพิจารณาเป็นรายดา้ นแล้ว ด้านการนำความรู้ทางการบัญชีไปใชใ้ น
การวางแผนทางการเงิน มีความคดิ เหน็ เหมาะสมในระดับมาก ( ̅ = 4.21 และ S.D. = 0.31) และ
ด้านแนวทางในการวางแผนทางการเงินของนกั ศึกษา มคี วามคดิ เห็นเหมาะสมในระดับมาก
( ̅ = 4.28 และ S.D. = 0.37) ตามลำดบั
บทที่ 5
สรปุ ผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ
การประยุกตใ์ ชค้ วามรทู้ างการบญั ชใี นการวางแผนทางการเงนิ ของนกั ศกึ ษา ประกาศนียบัตร
ช้ันสงู ปีท่ี 2 สาขาวิชาการบัญชี วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี วัตถุประสงค์การวิจัย 1. เพอื่ ศึกษาการนำ
ความร้ทู างการบัญชีไปใช้ในการวางแผนทางการเงิน 2. เพอ่ื เป็นแนวทางในการวางแผนทางการเงนิ
ของนกั ศึกษาประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ชั้นสงู ปที ่ี 2 สาขาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาชลบุรี กลมุ่
ตัวอย่างทีใ่ ชใ้ นการวิจยั ครัง้ นไี้ ดแ้ ก่ นักศึกษาระดับชน้ั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ช้ันสูงชั้นปีที่ 2
สาขาวชิ าการบญั ชี วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาชลบุรี จำนวน 30 คน ซงึ่ ไดม้ าจากการเลอื กแบบเจาะจง
(Purposive Sampling) เครือ่ งมือทใี่ ช้ในการวจิ ัย คือ แบบสอบถามเพื่อทราบความคิดเห็นตอ่
โครงการ เรอ่ื ง การประยกุ ตใ์ ช้ความรทู้ างการบัญชใี นการวางแผนทางการเงินของนักศกึ ษา
ประกาศนยี บตั รชั้นสงู ปี 2 สาขาวชิ าการบัญชี วิทยาลัยอาชวี ศึกษาชลบรุ ี แบ่งเปน็ 2 ด้าน คือ ดา้ น
การนำความรทู้ างการบญั ชไี ปใชใ้ นการวางแผนทางการเงนิ และดา้ นแนวทางในการวางแผนทาง
การเงินของนกั ศกึ ษา สถิติทใ่ี ชใ้ นการวิจยั คอื 1. ค่ารอ้ ยละ (Percentage) 2. คา่ เฉลี่ยเลขคณิต
(Mean) 3. สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
สรุปผลการวจิ ัย
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในการวจิ ยั ครั้งน้ี สรุปได้ดังน้ี
ตอนที่ 1 ดา้ นสถานภาพทัว่ ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม พบว่านกั ศึกษาจากกล่มุ ตัวอย่างสว่ น
ใหญ่เปน็ เพศหญงิ จำนวน 26 คน คิดเปน็ ร้อยละ 86.67 สว่ นใหญ่อยใู่ นช่วงอายุ 20 – 21 ปี
จำนวน 22 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 73.33 รองลงมาอายุ 18 – 19 ปี จำนวน 7 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 23.33
กล่มุ ตัวอย่างอยใู่ นระดับช้ัน ปวส.2 สาขาการบญั ชี ส่วนใหญ่มรี ายได้เฉลย่ี ต่อเดือน 2,001 – 2,500
บาท จำนวน 9 คน คิดเปน็ ร้อยละ 30.00 รองลงมาคือ 2,501 – 3,000 บาท จำนวน 7 คน
คดิ เป็นร้อยละ 23.33
ตอนท่ี 2 ความคิดเห็นต่อโครงการเรือ่ ง การประยกุ ต์ใช้ความรู้ทางการบัญชีในการวางแผน
ทางการเงนิ ของนักศกึ ษา ประกาศนียบัตรชัน้ สูงปี 2 สาขาวิชาการบัญชี วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาชลบุรี
แบ่งเป็น 2 ด้าน คอื ด้านการนำความรู้ทางการบญั ชไี ปใช้ในการวางแผนทางการเงิน และ
ด้านแนวทางในการวางแผนทางการเงนิ ของนักศกึ ษา
38
ดา้ นการนำความรทู้ างการบัญชไี ปใช้ในการวางแผนทางการเงิน โดยรวมมคี วามคดิ เห็น
เหมาะสมในระดับมาก ( ̅ = 4.21 และ S.D. = 0.31) และเมอ่ื พิจารณาเป็นรายขอ้ แล้ว มรี ปู แบบการ
วางแผนทางการเงิน เพื่อตอบสนองความตอ้ งการและเป้าหมายเฉพาะบุคคลได้ มีความคิดเหน็ ใน
ระดบั มาก ( ̅ = 4.47 และ S.D. = 0.63) รองลงมาคือสามารถนำความรูท้ างการบัญชไี ปใช้ในการ
วางแผนทางการเงินได้ มีความคดิ เหน็ ในระดบั มาก ( ̅ = 4.33 และ S.D. = 0.48) และ
เปน็ เครอ่ื งมือสำหรบั การเตรียมความพร้อมทางการเงินทง้ั ในปจั จบุ นั และอนาคต มคี วามคิดเหน็ ใน
ระดับมาก ( ̅ = 4.30 และ S.D. = 0.53) มีความเข้าใจในการวางแผนทางการเงนิ ในชวี ติ ประจำวัน มี
ความคิดเห็นในระดบั มาก ( ̅ = 4.27 และ S.D. = 0.52) มรี ปู แบบการวางแผนทางการเงินเพ่ือเนน้
ความม่ันคงทางการเงิน มีความคิดเห็นในระดับมาก ( ̅ = 4.17 และ S.D. = 0.59) การจดั ทำเกย่ี วกบั
การวางแผนทางการเงิน มีความคิดเหน็ ในระดับมาก ( ̅ = 4.10 และ S.D. = 0.66) ทบทวนและ
ปรบั ปรงุ แผนทางการ เงินตามความจำเป็นของสถานการณน์ ้นั ๆ มคี วามคดิ เหน็ ในระดับมาก
( ̅ = 4.07 และ S.D. = 0.64) สามารถปฏบิ ัติตามแผนการเงนิ ท่ีวางไว้ ( ̅ = 3.97 และ
S.D. = 0.61) ตามลำดับ
ดา้ นแนวทางในการวางแผนทางการเงินของนักศกึ ษา โดยรวมมคี วามคิดเห็นเหมาะสมใน
ระดบั มาก ( ̅ = 4.28 และ S.D. = 0.37) และเมอื่ พิจารณาเปน็ รายขอ้ แลว้ สามารถเก็บออมเงนิ ตาม
เปา้ หมาย เช่นการซอื้ สนิ คา้ มีความคิดเห็นในระดบั มาก ( ̅ = 4.43 และ S.D. = 0.63) รองลงมาคอื
เพอ่ื ให้สามารถมเี งินออมได้อย่างเพยี งพอต่อความมั่นคงในอนาคต และอนื่ ๆ มีความคดิ เหน็ ในระดบั
มาก ( ̅ = 4.37 และ S.D. = 0.61) และสามารถบริหารและควบคมุ คา่ ใชจ้ ่ายทไี่ ม่จำเปน็ ให้นอ้ ยลงได้
มีความคดิ เห็นในระดบั มาก ( ̅ = 4.33 และ S.D. = 0.61) สามารถแบ่งรายไดท้ ี่ไดร้ บั เปน็ สดั สว่ น
สำหรบั การออม มีความคิดเห็นในระดบั มาก ( ̅ = 4.30 และ S.D. = 0.60) มีการจดบันทกึ
รายรับ – รายจ่ายและวางแผนการใชอ้ ย่างเหมาะสม มคี วามคดิ เหน็ ในระดับมาก ( ̅ = 4.23 และ
S.D. = 0.63) ลงทุนเกย่ี วกบั เงนิ ฝาก เช่น เงินฝากประจำ ฝากออมทรัพย์ สลากออมทรพั ย์
สลากออมสนิ และสลากอน่ื ๆ เป็นตน้ มคี วามคดิ เหน็ ในระดบั มาก ( ̅ = 4.23 และ S.D. = 0.57)
การจดั ทำเกยี่ วกบั การวางแผนทางการเงนิ มีความคิดเห็นในระดบั มาก ( ̅ = 4.10 และ S.D. = 0.66)
สามารถควบคมุ ค่าใช้จา่ ยให้น้อยกวา่ รายได้ มีความคิดเหน็ ในระดับมาก ( ̅ = 4.07 และ
S.D. = 0.64) ตามลำดบั
39
การอภิปรายผล
การอภปิ รายผล ซง่ึ มีวัตถุประสงคด์ ังน้คี อื 1. เพื่อการนำความรทู้ างการบญั ชีไปใชใ้ นการ
วางแผนทางการเงิน 2. เพ่ือแนวทางในการวางแผนทางการเงนิ ของนกั ศึกษา
ด้านการนำความรูท้ างการบัญชไี ปใช้ในการวางแผนทางการเงนิ โดยรวมมีความคิดเหน็
เหมาะสมในระดับมาก และเมอ่ื พจิ ารณาเป็นรายขอ้ แลว้ มรี ูปแบบการวางแผนทางการเงนิ
เพื่อตอบสนองความต้องการและเปา้ หมายเฉพาะบุคคลได้ มีความคิดเหน็ ในระดับมาก รองลงมา
คอื สามารถนำความรู้ทางการบัญชีไปใช้ในการวางแผนทางการเงินได้ และเปน็ เคร่อื งมอื สำหรบั การ
เตรียมความพรอ้ มทางการเงินทง้ั ในปัจจุบนั และอนาคต มีความเข้าใจในการวางแผนทางการเงินใน
ชวี ติ ประจำวัน มีรปู แบบการวางแผนทางการเงินเพ่อื เน้นความม่นั คงทางการเงิน การจดั ทำเกีย่ วกบั
การวางแผนทางการเงนิ ทบทวนและปรบั ปรงุ แผนทางการเงินตามความจำเปน็ ของสถานการณ์
น้ัน ๆ มีสามารถปฏบิ ตั ิตามแผนการเงนิ ทีว่ างไว้ ตามลำดับ ซ่ึงสอดคล้องกับ กริ ณา ย่ีสุ่นแซม (2561)
ได้กลา่ วไว้ว่า หลังจากมกี ารนำระบบบญั ชมี าฝึกปฏบิ ัตจิ รงิ เปน็ ระยะเวลา 6 เดอื น สง่ ผลให้กลมุ่ บนั ทกึ
บัญชีและจัดทำงบการเงินได้อย่างถูกตอ้ ง นอกจากนี้ เมื่อกลุม่ สามารถสรปุ ผลการดำเนนิ งานท่ีชัดเจน
และตระหนักถึงความสำคญั ของขอ้ มลู ทางบญั ชี จึงได้มีการจัดหมวดหมู่ลำดับความสำคญั ของรายรับ
รายจา่ ย ตามหลกั แนวคิดเศรษฐกจิ พอเพยี ง ในเรื่องของความพอประมาณและความมเี หตุผล ในการ
พจิ ารณาเหตปุ จั จัยท่ีเกีย่ วข้อง และผลที่คาดวา่ จะได้รับของรายจา่ ยตา่ ง ๆ อย่างรอบคอบ ด้วยเหตุนี้
จงึ สามารถลดรายจา่ ย ท่ีไม่จำเป็นลงได้ อีกทงั้ กลมุ่ ยังมีรายรับเพมิ่ ข้ึน
ด้านแนวทางในการวางแผนทางการเงนิ ของนักศกึ ษา โดยรวมมีความคิดเหน็ เหมาะสมใน
ระดับมาก และเมือ่ พจิ ารณาเป็นรายข้อแล้ว สามารถเกบ็ ออมเงนิ ตามเปา้ หมาย เชน่ การซอ้ื สนิ ค้า มี
ความคดิ เหน็ ในระดบั มาก รองลงมาคือ เพือ่ ให้สามารถมีเงินออมได้อย่างเพียงพอต่อความมั่นคงใน
อนาคต และอ่ืน ๆ และสามารถบรหิ ารและควบคุมคา่ ใช้จ่ายทีไ่ ม่จำเปน็ ให้น้อยลงได้ มีสามารถแบง่
รายไดท้ ่ไี ด้รบั เปน็ สัดส่วนสำหรบั การออม มีการจดบนั ทกึ รายรับ – รายจ่ายและวางแผนการใชอ้ ย่าง
เหมาะสม ลงทุนเกย่ี วกับเงนิ ฝาก เช่น เงินฝากประจำ ฝากออมทรัพย์ สลากออมทรพั ย์ สลากออมสิน
และสลากอนื่ ๆ เปน็ ต้น การจดั ทำเกยี่ วกับการวางแผนทางการเงนิ สามารถควบคมุ คา่ ใช้จ่ายให้น้อย
กวา่ รายได้ ตามลำดับ ซงึ่ สอดคล้องกบั สยานนท์ สหุนนั ต์ (2561) ได้กล่าวไว้วา่ ด้านปจั จัย
ส่วนบุคคล รายไดเ้ ฉล่ียต่อเดอื นมคี วามสัมพันธ์กบั พฤติกรรมการบริหารจัดการเงินส่วนบคุ คลมาก
ท่สี ุดถงึ 4 ด้าน คอื ดา้ นวิธีการบรหิ ารจัดการเงินส่วนบุคคล ดา้ นวตั ถุประสงคใ์ นการบรหิ ารจัดการเงิน