The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เฉลยเอกสารประกอบการเรียนภูมิศาสตร์ 1-65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ธนะชัย โอสิริสกุล, 2022-09-23 12:52:24

เฉลยเอกสารประกอบการเรียนภูมิศาสตร์ 1-65

เฉลยเอกสารประกอบการเรียนภูมิศาสตร์ 1-65

สารบัญ

หน้า
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เครอื่ งมือทางภูมิศาสตร์..............................................................................................................1

 แผนท่ี........................................................................................................................................................1
 ภมู สิ ารสนเทศ............................................................................................................................................4
 ดาวเทียม/อากาศยาน ................................................................................................................................4
 การบอกทิศทาง .........................................................................................................................................5
 เวลา..........................................................................................................................................................6
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 ปรากฎการณท์ างภมู ิศาสตร์ .......................................................................................................7
 ธรณีภาค ...................................................................................................................................................7
 ลักษณะภูมิประเทศ....................................................................................................................................9
 ฤดกู าล ....................................................................................................................................................15
 ลม-พายุ...................................................................................................................................................16
 เขตภูมอิ ากาศ ..........................................................................................................................................18
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 ภัยพบิ ตั ิและวกิ ฤตการณเ์ ชิงภูมิศาสตร์ .................................................................................... 20
 ภยั พบิ ัติ ...................................................................................................................................................20
 วกิ ฤตการณ์เชิงภมู ิศาสตร์ .........................................................................................................................23
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 การจดั การทรพั ยากรและสิ่งแวดล้อม...................................................................................... 26
 ปัญหาทรพั ยากรและสงิ่ แวดลอ้ ม...............................................................................................................26
 การประสานความร่วมมอื เก่ียวกับทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม ......................................................................27
 แนวทางการแก้ปัญหาเรอ่ื งทรัพยากรและส่งิ แวดล้อม.................................................................................31

1

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เครอ่ื งมือทางภมู ศิ าสตร์

 แผนที่

ขอ้ ที่ 1 แผนท่ชี ดุ L7018 จัดเปน็ แผนที่ประเภทใด (65/2563)

1. แผนทเ่ี ลม่

2. แผนทีอ่ ้างองิ แผนท่ชี ุด L7018
3. แผนที่ลายเส้น

4. แผนทร่ี ูปถา่ ย

5. แผนท่ีเฉพาะเรื่อง

ข้อที่ 2 เส้นช้ันความสูงท่ีเรียงชิดกันบริเวณยอด แล้วค่อย ๆ ขยายออกห่างบริเวณฐาน แสดงถึงภูมิประเทศ

แบบใด (65/2562)

1. แบบลาดเวา้ 2. แบบลาดนูน 3. แบบลาดชัน 4. แบบหน้าผาชัน 5. แบบลาดสม่าเสมอ

แบบหน้าผา

แบบลาดสม่าเสมอ

แบบลาดเว้า แบบลาดนูน

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศักยภาพสังคมศกึ ษา

2

1 2 5338 IV ข้อที่ 3 จากสารบัญระวางติดตอ่ แผนที่ภูมปิ ระเทศ
มาตรส่วน 1:50,000 จงบอกหมายเลขระวางที่
3 5238 II 5338 III ตาแหน่งหมายเลข 1 (41/ส2563)

5237 IV 4 5 1. 5238 III
2. 5238 IV
3. 5238 I
4. 5337 IV
5. 5237 I

เลขกากับแนวต้ัง เลขกากบั ระวางแผนท่ี เลขโรมัน
เช่น 5238 II
5238 II

เลขกากับแนวนอน

เลขกา่ กบั แนวต้งั เลขก่ากบั แนวนอน IV I
(เลขเรยี งมากขนึ้ ไปทางขวามือ) (เลขเรียงมากขึ้นไปด้านบน)
III II
เลขก่ากับแนวนอน
(วนตามเข็มนาฬิกา)

ขนาดมาตราสว่ นแผนที่ 1) แผนท่มี าตราสว่ นขนาดใหญ่ (ใหญ่กวา่ 1:75,000)

2) แผนท่มี าตราสว่ นขนาดกลาง (1:75,000 ถึง 1:600,000)

Setthabut Bamphen School 3) แผนทม่ี าตราส่วนขนาดเล็ก (เล็กกวา่ 1:600,000) เสริมศักยภาพสงั คมศึกษา

3

ขอ้ ที่ 4 ถา้ ให้ทาแผนทีต่ าบล เพ่อื ความชัดเจนควรเลือกใช้มาตราส่วนขนาดใด (66/2559)
1. 1 : 1,000,000 2. 1 : 500,000 3. 1 : 250,000 4. 1 : 50,000 5. 1 : 5,000
ขอ้ ที่ 5 จากแผนท่ีมาตราส่วน 1 : 250,000 การวัดระยะทางว่ิงมาราธอนในแผนทีไ่ ด้ 9 เซนตเิ มตร ถา้ นักว่ิงผทู้ ไี่ ด้รับ
รางวัล ชนะเลศิ วง่ิ ด้วยความเรว็ คงที่ 10 นาที ตอ่ ระยะทาง 2 กิโลเมตร จะถงึ เส้นชัยดว้ ยเวลาเทา่ ใด
(41/ส2561)
1. 2 ชั่วโมง 8 นาที 30 วนิ าที
2. 1 ชั่วโมง 52 นาที 30 วินาที
3. 1 ช่วั โมง 50 นาที 30 วินาที
4. 1 ช่วั โมง 45 นาที 30 วนิ าที
5. 1 ชัว่ โมง 30 นาที 30 วนิ าที
ข้อที่ 6 การฝกึ ส้รู บในเวลากลางคืนของนกั ศึกษาวิชาทหาร ชัน้ ปีที่ 3 ครูฝึกต้องการให้นกั ศึกษาเดนิ ทางจากทพี่ กั บรเิ วณ
เขาชนไก่ ไปยงั ลาตะเพนิ นักศกึ ษาไดว้ ัดระยะทางในแผนทม่ี าตราสว่ น 1 : 50,000 ไดร้ ะยะทาง 3.5 เซนตเิ มตร แสดงวา่
ระยะทางจรงิ ที่นกั ศกึ ษาจะต้องเดนิ ทางในเวลากลางคนื เป็นเท่าใด (66/2560)
1. 1,550 เมตร
2. 1,650 เมตร
3. 1,750 เมตร
4. 1,850 เมตร
5. 1,950 เมตร
ขอ้ ที่ 7 ภาพถา่ ยด่ิงทางอากาศถ่ายเหนือภูมิประเทศพน้ื ทีร่ าบ ปรากฏหลักกโิ ลเมตรอยหู่ า่ งกนั 1 กม. วดั ระยะบน
ภาพถา่ ยระหวา่ งหลักกิโลเมตรได้ 25 ซม. มาตราส่วนภาพถา่ ยเหนือพนื้ ภูมิประเทศเป็นเท่าไร (41/ส2564)
1. 1 : 40 2. 1 : 400 3. 1 : 4,000 4. 1 : 40,000 5. 1 : 400,000

การคานวณหาระยะทางจริงในภูมปิ ระเทศ

มาตราส่วนแผนท่ี = ระยะทางในแผนที่
ระยะทางจริงในภูมปิ ระเทศ

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศักยภาพสงั คมศึกษา

4

 ภมู สิ ารสนเทศ

เครือ่ งมอื 3S Keyword
ดาวเทยี ม GPS P = Positioning (พิกัด) น่ารอ่ ง นา่ ทาง วางพิกัด ก่าหนดตา่ แหน่ง

RS R = Remote (ไกล) ภาพถา่ ยทางอากาศ ภาพจากดาวเทยี ม
การรบั ร้รู ะยะไกล

โปรแกรม GIS I = Information (ข้อมลู ) ตัดสนิ ใจ พัฒนา วางแผน
ประเมนิ บรู ณาการ จา่ แนก

ขอ้ ที่ 8 ถ้าเราตอ้ งการตดิ ตามการกอ่ ตัวและการเคล่อื นตัวของพายุไต้ฝ่นุ การเกิดผลกระทบสึนามิ การเกดิ แผ่นดินถลม่

และอ่นื ๆ เชิงพื้นที่บนผิวโลก เราควรเลือกใชเ้ ครือ่ งมือตามข้อใด (42/ส2563)

1. แผนที่ภมู ิประเทศ 2. ระบบกา่ หนดต่าแหนง่ บนโลก 3. การรับร้จู ่ากระยะไกล

4. ระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์ 5. ภาพถ่ายทางอากาศ

ขอ้ ท่ี 9 แอปพลิเคชน่ั กูเกิลแมพ (Google Map) เปน็ การผสมผสานของเคร่ืองมือทางภมู ิศาสตร์ใดบ้าง (66/2562)

1. แผนท่ี + ภาพถ่ายทางอากาศ + ระบบกา่ หนดต่าแหน่งบนพ้ืนโลก (GPS)

2. ภาพถา่ ยทางอากาศ + ภาพจากดาวเทียม + ระบบก่าหนดต่าแหนง่ บนพ้ืนโลก (GPS)

3. แผนท่ี + ระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์ (GIS) + ระบบก่าหนดต่าแหน่งบนพนื้ โลก (GPS)

4. ภาพจากดาวเทยี ม + ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) + ระบบกา่ หนดต่าแหนง่ บนพ้ืนโลก (GPS)

5. แผนที่ + ภาพจากดาวเทยี ม + ระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์ (GIS) + ระบบก่าหนดตา่ แหนง่ บนพนื้ โลก (GPS)

ข้อท่ี 10 การใช้อากาศยานไร้คนขบั (Unmanned Aerial Vehicle : UAV) กบั พ้ืนท่ีทไี่ ด้รบั ผลกระทบจากอทุ กภยั น้นั

ใช้แทนได้ด้วยเครอื่ งมือทางภมู ิศาสตรป์ ระเภทใด (66/2561)

1. แผนท่ี 2. ภาพถ่ายทางอากาศ 3. ภาพจากดาวเทียม 4. จพี เี อส 5. ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

ข้อท่ี 11 ระบบเนวเิ กตอรใ์ นรถยนต์ เรอื หรือในสมารท์ โฟนที่ใช้บอกเสน้ ทาง และจุดหมายปลายทางในการเดินทาง

อาศยั เครื่องมือและเทคโนโลยที างภมู ิศาสตรใ์ ดสาคญั ที่สุด (65/2560)

1. ระบบ RS 2. ระบบ GPS 3. ระบบ GIS 4. ระบบ MIS 5. ระบบ RS MIS

ขอ้ ท่ี 12 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกีย่ วกับประโยชน์ของระบบกาหนดตาแหน่งบนพืน้ โลกด้านการใช้ประโยชนท์ ่ีดนิ (66/2563)

1. ติดตามตรวจสอบข้อมูลการเดนิ ทางของยานพาหนะในเวลาจรงิ (real time)

2. ค่านวณเส้นทาง นา่ ทาง หาเสน้ ทางในระหว่างการขับขย่ี านพาหนะ

3. หาคา่ พกิ ดั ในการรงั วัดพนื้ ท่ีไดล้ ะเอียดถงึ ระดบั เซนตเิ มตร

4. ติดตามการเปล่ียนแปลงของอากาศจากทิศทางของเมฆ

5. ประหยัดเวลาและคา่ ใช้จา่ ยในการเดนิ ทาง

 ดาวเทียม/อากาศยาน
*ขอ้ ที่ 13 การสารวจการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดนิ และส่ิงปกคลุมดนิ ต้องใช้ภาพถ่ายจากดาวเทยี ม

Setthabut Bamphen School เสริมศักยภาพสังคมศึกษา

5

ข้อใด จงึ จะได้ข้อมลู คล้ายกับภาพถ่ายทางอากาศ มาตราสว่ น 1 : 20,000 (65/2561)

1. ดาวเทยี ม Terra 2. ดาวเทยี ม Rapideye 3. ดาวเทียม Thaichote

4. ดาวเทยี ม Landsat 5. ดาวเทียม Deimos-1

วตั ถปุ ระสงค์ ดาวเทยี ม

อตุ ุนิยมวิทยา (พยากรณ์อากาศ/เตือนภัย) GMS, GOES, NOAA

สมทุ รศาสตร์ SEASAT, MOS

สารวจทรัพยากร THEOS/THAICHOTE (สารวจทรพั ยากรดวงแรก

ของไทย), LANDSAT (สารวจทรพั ยากรดวงแรกของ

โลก), TERRA, IKONOS, QUICKBIRD, Deimos-1

ส่ือสาร THAICOM, ECHO, INTEISAT, WESTAR, ANIK

ข้อที่ 14 ถา้ ภาพถา่ ยทางอากาศใน 1 แนวบนิ มจี านวนภาพเรยี งกันท้งั หมด 6 ภาพ โดยแตล่ ะภาพ

มีส่วนเหลื่อมหน้า รอ้ ยละ 60 อยากทราบว่าจะสามารถมองเหน็ ภาพ 3 มติ ิทภี่ าพทับกนั สนทิ ได้ทั้งหมดก่ีภาพ (41/ส

2562)

1. จ่านวน 2 ภาพ 2. จ่านวน 3 ภาพ 3. จ่านวน 4 ภาพ 4. จ่านวน 5 ภาพ 5. จา่ นวน 6 ภาพ

 การบอกทิศทาง แบบแบริง่
-มมุ ทวี่ ัดไดจ้ ะมีคา่ ไม่เกิน 90 องศา
แบบอะซิมุท
-มมุ ทีว่ ัดไดจ้ ะมคี ่าไมเ่ กนิ 360 องศา

240°
S 60° W

ข้อที่ 15 ถ้านางนาคอยูท่ ี่วัดมหาบุศย์ ซ่ึงอยู่หา่ งจากนายมากทอ่ี ยู่ทา่ พระโขนง วัดเป็นมมุ แอซิมุทได้ 193 องศา นางนาค

อยู่หา่ งจากนายมากเป็นมุมแบรงิ เทา่ ใด (42/ส2564)

1. มมุ แบริงใต้ 13 องศา ตะวันตก 2. มุมแบริงใต้ 13 องศา ตะวันออก

3. มุมแบริงใต้ 193 องศา ตะวนั ออก 4. มมุ แบรงิ เหนือ 13 องศา ตะวันตก

Setthabut Bamphen School เสริมศกั ยภาพสงั คมศกึ ษา

6

5. มมุ แบริงเหนอื 193 องศา ตะวนั ออก
ขอ้ ที่ 16 ถ้าวดั มุมแอซิมุทไดเ้ ทา่ กับ 100 องศา จะคดิ เป็นคา่ มมุ แบรงิ่ ไดเ้ ทา่ ไร (42/ส2562)
1. N 80 องศา E 2. N 100 องศา W 3. S 80 องศา E 4. S 100 องศา W 5. S 180 องศา E
 เวลา
ข้อท่ี 17 เวลามาตรฐานของไทยกาหนดตามเส้นเมอริเดียนหรือลองจิจูดท่ี 105 องศาตะวันออก ซึ่งผา่ นจงั หวัด
อุบลราชธานี แต่ด้านตะวนั ตกของประเทศอย่ทู ีล่ องจจิ ูด 97 องศาตะวนั ออก ถ้านกั เรียนในจังหวดั อบุ ลราชธานเี ข้าชน้ั
เรียนเวลา 08.30 น. นักเรยี นในบริเวณตะวันตกของประเทศไทยจะเข้าเรียนตามเวลาทอ้ งถนิ่ จรงิ เวลาใด(42/ส2561)
1. 09.02 นาฬิกา
2. 08.30 นาฬิกา
3. 07.58 นาฬิกา
4. 07.48 นาฬิกา
5. 07.38 นาฬิกา

การคานวณหาเวลา
1. ระยะหา่ งของ 2 สถานท่ี เปน็ องศาลองจจิ ดู
2. ทกุ ๆ 1 เส้นลองจิจูดหรือ 1 องศา จะมีเวลาตา่ งกัน 4 นาที
3. ดงั น้นั เอาจานวนองศาที่ห่างกันมาคณู 4 แล้วหารดว้ ย 60 จะได้จานวนช่ัวโมงท่ีหา่ งกนั
4. ดวู า่ ประเทศทีโ่ จทยถ์ ามอย่ทู างตะวันออกหรือตะวันตก
5. ถา้ ทางตะวันออกเวลาจะเรว็ กว่าประเทศทอี่ ยทู่ างตะวันตก (ทางซ้าย) เอาจานวนช่วั โมงท่หี าได้ไปลบ

* โจทย์สังคม O-NET ส่วนมากจะให้เปรียบเทียบเวลาของไทยกบั อังกฤษ ซึ่งไทยเร็วกว่า 7 ช่ัวโมง

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศกั ยภาพสงั คมศึกษา

7

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 ปรากฎการณ์ทางภูมศิ าสตร์

 ธรณีภาค

โครงสรา้ งโลก แกนโลกชน้ั ใน : ของเหลว
แกนโลกช้ันนอก : ของแข็ง
เนอื้ โลก : ของเหลว เรียกวา่ แมกมา - การ
เปลือกโลก : ช้ันไซอัล แผ่นโลกทแี่ ผ่นดนิ แปร
ชน้ั ไซมา ชั้นรองรับพน้ื ทวีปและมหาสมุทร สัณฐาน
ของ
แผน่

ธรณี

(Plates Tectonics)

ในช่วงศตวรรษที่ 19 อัลเฟรด เวเกเนอร์ นักวิทย์ชาว

เยอรมัน ได้เสนอแนวคิดที่ว่าเมื่อประมาณ 200 ล้านปีก่อน ผืน

แ ผ่ น ดิ น โ ล ก เ ค ย เ ช่ื อ ม ร ว ม กั น เ ป็ น แ ผ่ น ใ ห ญ่

ชื่อว่า พันเจยี และมมี หาสมุทรพนั ทาลสั ซาลอ้ มรอบ จากนั้นจงึ ค่อยเกดิ การแยกตวั กันของแผ่นเปลือกโลก

Setthabut Bamphen School เสริมศักยภาพสังคมศึกษา

8

ข้อที่ 1 ข้อใดไมเ่ กยี่ วข้องกับกระบวนการแปรสณั ฐาน (68/2564)

1. การเกิดรอยเล่ือน 2. การเกิดแผน่ ดินไหว 3. การเกดิ ภเู ขาไฟปะทุ

4. การเกิดถ้า่ หนิ ปนู บริเวณชายฝ่งั 5. การเกิดชั้นหนิ คดโค้งรูปประทุน

ขอ้ ที่ 2 แนววงแหวนไฟ (Ring of Fire) มีการเกิดแผ่นดนิ ไหวและภเู ขาไฟปะทบุ ่อย เพราะมลี กั ษณะทางภูมศิ าสตรต์ าม

ข้อใด (67/2562)

1. แนวพนื้ ทเ่ี กดิ รอยเลอ่ื นแปลง 2. แนวแผน่ เปลอื กโลกเคลอ่ื นท่ีตามรอยเลื่อน

3. แนวแผน่ เปลอื กโลกสว่ นท่เี ป็นสันเขากลางมหาสมุทร 4. แนวชนกนั ของแผ่นชกี โลกลอเรเซยี กับกอนดว์ านา

5. แนวรอ่ งลกึ บาดาลระหว่างมหาสมทุ รกับพนื้ ทวปี

ขอ้ ท่ี 3 เม่ือเปลือกโลกเคลอื่ นท่ีด้วยหินหนืดแทรกซ้อนภายใน บรเิ วณเปลอื กโลกท่ีถูกบบี คันดว้ ยหนิ หนืด ไม่ทาใหเ้ กิด

ลักษณะภูมิประเทศตามข้อใด (69/2560)

1. ทิวเขาแบบรอยเลื่อนซ้อนทบั 2. เทอื กเขาสูงแบบรอยเถ่ือนเหลือ่ มข้าง 3. เทอื กเขาสงู แบบคดโคง้ โก่งงอ4. ภูเขา

ไฟสงู ใหญ่แบบลกั ษณะสมมาตร 5. ทีร่ าบสงู ระหว่างภเู ขา

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศักยภาพสังคมศึกษา

9

 ลักษณะภูมปิ ระเทศ

ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ

ภมู ิประเทศหลัก ภมู ิประเทศย่อย

เกดิ จากการผันแปรของเปลือกโลก เกดิ จากการปรบั ระดับของแผ่นดนิ

พลงั งานภายในโลก พลังงานจากดวงอาทติ ย์
การแปรสณั ฐานธรณี การผุพัง

การกระทาของภเู ขาไฟ การกัดกรอ่ น ตัวกระทา
การทบั ถม นำ้
ลม

ธำรนำ้ แขง็

ลักษณะภมู ิประเทศที่เกิดจากการกระทาของนา้ ต้นน้า
รอ่ งธาร Gully โกรกธาร Gorge

แกง่ Rapids กุมภลกั ษณ์ Pothole

เนินตะกอนนา้ พารูปพัด Alluvial fan

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศักยภาพสังคมศกึ ษา

10

กลางน้า

ที่ราบนา้ ท่วมถึง, ลานตะพักลาน้า

ธารนา้ โค้งตวัด (meandering stream) ทะเลสาบรปู แอก Oxbow lake

ดนิ ดอนสามเหลี่ยม Delta ปลายนา้
ชะวากทะเล ปากอา่ ว Estuary

หลุมยุบ Sink hole นา้ อนื่ ๆ
หินงอก หินย้อย เสาหนิ (หนิ ปูน)
Setthabut Bamphen School
เสรมิ ศกั ยภาพสงั คมศกึ ษา

11

นาทะเล/คล่ืน

ลักษณะภูมิประเทศทเี่ กิดจากการกระทาของลม เขาโดดในทะเลทราย Inselberg
แอ่งลมหอบ Blowout dune

เสาหนิ ทะเลทราย Yardang เสริมศกั ยภาพสงั คมศึกษา

Setthabut Bamphen School

12

ดินเลสิ ส์ Loess หรือ ดนิ ลมหอบ ดาดกรวดทะเลทราย Desert pavement

ลักษณะภมู ิประเทศทเี่ กิดจากการกระทาของธารนา้ แขง็
แอ่งพระจันทรเ์ สี้ยว Cirque, สันเขาฟนั เลือย Arête, ยอดเขาเขยี้ ว Horn

Setthabut Bamphen School เสริมศักยภาพสงั คมศกึ ษา

13

ฟยอรด์ Fiord ธารนา้ แขง็ เท้าชา้ ง Elephant foot glacier

ขอ้ ที่ 4 ข้อใดกลา่ วถงึ ลักษณะภูมิประเทศไม่ถูกตอ้ ง (65/2564)

1. แก่ง (Rapid) เกิดจากการกระท่าของแมน่ ้่า

2. เซริ ก์ (Cirque) เกิดจากการกระท่าของธารน่า้ แข็ง

3. เขาโดดในทะเลทราย (Inselberg) เกิดจากการกระทา่ ของลม

4. เนินทราย (Sand dune) เกดิ จากการกระทา่ ของคลน่ื และกระแสน้่าชายฝ่งั

5. เนนิ ตะกอนน้่าพารูปพัด (Alluvial Fan) เกิดจากการกระทา่ ของแม่น้่า

ข้อท่ี 5 ภูมิประเทศในข้อใดท่มี กี ระบวนการเกิดเหมือนกับหบุ เขาทรุด (rift valley) (68/2563)

1. แกรนดแ์ คนยอนในสหรฐั อเมริกา 2. ทะเลสาบทางตอนเหนือของแคนาดา

3. ทะเลสาบแทนแกนยิกาในประเทศคองโก 4. เนนิ ทรายหรือสันทรายในเขตทะเลทรายซาฮารา

5. ทะเลสาบรูปแอกในภาคคะวนั ออกเฉยี งเหนือของประเทศไทย

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศกั ยภาพสังคมศึกษา

14

ข้อท่ี 6 จากภาพ การสรปุ ลักษณะเด่นตามข้อใดทีต่ งั้ ชื่อไดถ้ กู ตอ้ ง สอดคลอ้ งกับการเปลย่ี นแปลง ทรัพยากรกายภาพท่ี

ปรากฎในพื้นที่ไดช้ ัดเจนที่สุด และนาไปสู่การเกดิ ภูมสิ งั คมพืชไร่พชื ถวน และนาข้าวไดด้ ี (71/2562)

1. แนวสันปันน้า่ 2. พืน้ ท่รี าบน่้าท่วมถงึ 3. พ้ืนทเ่ี นนิ ตะกอนรปู พดั

4. ลานตะพกั ลา่ น่้า 5. แอ่งแผน่ ดนิ ท้ังลุม่ น่้า

ขอ้ ท่ี 7 ลักษณะภูมิประเทศทเี่ กิดจากการทับถมของธารนา้ ไหลในระบบแมน่ า้ มคี วามหลากหลายของ

อนุภมู สิ ัณฐาน ท้ังท่รี าบนา้ ท่วมถึงขนาดใหญ่ คันดินธรรมชาติ สนั ทรายชายฝั่งงอก ทะเลถาบรปู แอก ทช่ี ุ่มชนื้ แฉะหลัง

คันดิน และดนิ ดอนสามเหล่ียมกว้างใหญ่ ถ้าตอ้ งการศกึ ษาและสารวจทรพั ยากรกายภาพดว้ ยลกั ษณะ

ภมู ปิ ระเทศดังกล่าว ซ่ึงมักประสบอุทกภยั แผ่เปน็ บริเวณกวา้ งใหญ่มากของประเทศไทย ควรประเมนิ ตดั สินใจเลอื กพ้นื ที่

ตามขอ้ ใด(72/2562)

1. ภาคเหนอื และภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ 2. ภาคกลางและภาคเหนือ

3. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื และภาคกลาง 4. ภาคใต้และภาคกลาง

5. ภาคตะวันตกและ ภาคตะวันออก

ขอ้ ที่ 9 บรเิ วณชายขอบทร่ี าบภาคกลางที่มีลักษณะเป็นเนนิ ตะกอนรูปพดั สามารถนาไปใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตร

ตามขอ้ ใดได้เหมาะสมท่ีสดุ (67/2560)

1. การท่านาปี – นาปรงั 2. สวนผกั และผลไม้ 3. การเพาะปลูกพืชไร่

4. การเพาะเล้ยี งสัตวน์ า้่ 5. การปลกู สนสองใบ

ขอ้ ท่ี 10 การศกึ ษษและสารวจการเปล่ยี นแปลงทางกายภาพซึง่ เกดิ จากกระทาจากแรงนา้ ไหลของแม่นา้ เจ้าพระยา

ตั้งแตป่ ากนา้ จนถึงจงั หวัดนครสวรรค์ ลักษณะภมู สิ ัณฐานใดมโี อกาสพบน้อยทสี่ ุด (45/ส2562)

1. ทะเลสาบรูปแอกและลานตะพักลา่ นา่้ 2. ร่องลา่ นา่้ ฝั่งตลิ่งลาดนูนและตลิ่งชนั เว้า

3. ที่ราบน้า่ ท่วมถงึ และคันดินธรรมชาติ 4. แม่น่า้ โค้งตวัดไหลตดั คอคอดกงุ้ น่้า

5. กุมภลักษณแ์ ละโกรกธารธาราผาชัน

ข้อท่ี 11 หากมีนกั ทอ่ งเท่ียวถามถงึ แหล่งดานา้ ลกึ ท่ีมีปะการังและปลาสวยงามของประเทศไทย

ท่านจะแนะนาข้อใด (70/2560)

1. หม่เู กาะชา้ ง จังหวดั ตราด 2. หมเู่ กาะสิมลิ ัน จงั หวัดพังงา

3. เกาะทะลุ จงั หวดั ประจวบครี ีขันธ์ 4. หมเู่ กาะอ่างทอง จังหวัดสรุ าษฎร์ธานี

5. เกาะเตา่ และเกาะนางยวน จังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศักยภาพสงั คมศกึ ษา

15

 ฤดูกาล

ข้อท่ี 12 หากนกั เรยี นตอ้ งการชมปรากฏการณ์พระอาทิตยเ์ ท่ยี งคนื (Midnight Sun) นกั เรยี นควรเดินทางไปยังประเทศ

ใด และในวันใด (43/ส2564)

1. ประเทศสวเี ดน ในวนั เหมายัน 2. ประเทศฟินแลนด์ ในวนั อุตรายัน

3. ประเทศนอรเ์ วย์ ในวนั วสนั ตวิษวุ ตั 4. ประเทศแคนาดา ในวันทักษิณายัน

5. ประเทศไอซ์แลนด์ ในวันศารทวษิ ุวตั

ข้อที่ 13 การเดินทางไปขัว้ โลกเหนือ ระหวา่ งละติจูดท่ี 85 - 90 องศาเหนือ ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม

สามารถคาดการณ์ได้ว่า จะต้องประสบกับปรากฏการณ์ธรรมชาติใดอยา่ งหลกี เลี่ยงไมไ่ ด้ (89/2560)

1. ไมไ่ ด้ชมพระอาทิตย์เท่ยี งคืน 2. มดื สนิทไร้แสงอาทติ ย์ตลอด 24 ชัว่ โมง

3. ไดเ้ ผชิญกับพระอาทิตย์ชว่ งเวลากลางคืน 4. ได้เผชิญกับช่วงอณุ หภมู ิตา่ ทส่ี ุดในรอบปี

5. มแี สงสว่างของดวงอาทิตย์ทั้งชว่ งกลางวนั และกลางคืน

ขอ้ ท่ี 14 ในรอบปีหนึ่ง ๆ บุคคลใดได้รับผลกระทบที่ต้องปรับตัวตามการเปลย่ี นแปลงของเวลาเน่อื งจาก

ความแตกต่างระหว่าง กลางวันกบั กลางคืนมากทสี่ ดุ (44/ส2563)

1. นายเอกชัย กา่ ลังศึกษาอยู่ทีก่ รงุ มอสโคว์ รสั เซีย

2. นายเอกพล ทา่ งานอย่ทู ี่เกาะเคมเบล ใต้สดุ ของเก่าะใต้ ประเทศนวิ ซีแลนด์

3. นายเอกวฒั น์ เป็นนักธุรกิจอยูท่ ีป่ ลายสุดของแหลมกดู โฮป ประเทศแอฟริกาใต้

4. นายเอกรัฐ ต้งั ถิน่ ฐานที่ซานฟรานซสิ โก สหรัฐอเมรกิ า

5. นายเอกพนั ธ์ เปน็ ศลิ ปินอาศยั อยู่ในกรงุ ปกั กง่ิ สาธารณรัฐประชาชนจนี

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศกั ยภาพสังคมศกึ ษา

16

 ลม-พายุ

Setthabut Bamphen School เสริมศกั ยภาพสงั คมศึกษา

17

ข้อที่ 15 ข้อใดกลา่ วถงึ พายุไมถ่ ูกต้อง (89/2564)
1. พายุทอรน์ าโดพบได้บ่อยในสหรฐั อเมรกิ ามากกวา่ บริเวณอ่นื ของโลก
2. พายไุ ดฝ้ ุ่นเป็นพายหุ มนุ เข้าหาศนู ยก์ ลางบรเิ วณที่มีความกดอากาศต่า
3. ระดับความรุนแรงของพายุไซโคลนวัดได้จากความเร็วลมใกล้ศนู ยก์ ลาง
4. พายุเฮอรเิ คน และพายดุ ีเปรสชนั เปน็ พายหุ มนุ เขตร้อนท่มี ีความเรว็ ลมมากที่สุด
5. คลื่นพายุซัดฝั่งเกิดจากพายุหมนุ เขตรอ้ นทีม่ ีระดับความแรงในระดบั พายุเฮอรเิ คนขึน้ ไป
ขอ้ ท่ี 16 ปรากฏการณ์ “นาคเล่นนา้ ” (Waterspout) มีลักษณะคล้ายกับปรากฏการณใ์ นขอ้ ใด 44/ส2564
1. พายุไตฝ้ ุ่น 2. พายไซโคลน 3. พายทุ อร์นาโด 4. พายุเฮอรร์ ิเคน 5. พายุโซนรอ้ น
ขอ้ ที่ 17 ในช่วงปลายเดอื นตลุ าคมถงึ กุมภาพันธ์ ลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉียงเหนือที่มตี ้นกาเนิดจากบรเิ วณความกดอากาศ
สูงในซีกโลกเหนือแถบประเทศมองโกเลยี และจีน พดั มวลอากาศปกคลมุ ประเทศไทย ดังน้ัน ในบรเิ วณภาคเหนือ ภาค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนือ และภาคกลางตอนบนจะมีลักษณะอากาศตามขอ้ ใด 68/2560
1. ทอ้ งฟ้าโปรง่ ใส อากาศหนาวและแหง้ แลง้
2. ทอ้ งฟ้าโปรง่ ใส อากาศเย็นและแหง้ ท่าให้เกิดพายุฤดูร้อน
3. อากาศเย็นแต่ยังคงมฝี นตกเป็นบริเวณกว้างตามร่องความกดอากาศต่า
4. มโี อกาสเกิดพายหุ มนุ เขตร้อนโดยเฉพาะดเี ปรสชัน ทา่ ให้มฝี นตกกระจายท่วั ไป
5. ลมมรสมุ ตะวันออกเฉยี งเหนอื ท่ีพดั ผ่านทะเลจนี ใดม้ ีโอกาสน่าฝนตกบรเิ วณกว้าง
ข้อท่ี 18 ข้อใดไมใ่ ชก่ ารเปล่ียนแปลงกาลอากาศและภูมิอากาศของไทย 70/2562
1. ช่วงปลายเดือนเมษายนบริเวณความกดอากาศสงู จากประเทศจีน จะแผ่มาคลุมประเทศไทยตอนบน
ขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ท่าให้บรเิ วณดังกลา่ วจะมีพายฤุ ดรู ้อน
2. พายุฤดรู ้อนจะท่าให้เกดิ พายฝุ นฟา้ คะนองในบางพนื้ ท่ี ลมกระโชคแรง ฟา้ ผ่าและมลี ูกเหบ็ ตกเป็นบางพื้นที่
3. ฤดูรอ้ นของไทย เป็นช่วงเปลย่ี นแปลง เพราะอิทธิพลจากลมมรสมุ ตะวันออกเฉยี งเหนือเป็นลมมรสมุ
ตะวันตกเฉียงใต้
4. ช่วงเปลย่ี นฤดูฝนเป็นฤดูหนาวของไทย ในชว่ งประมาณกลางเดือนตุลาคมอากาศแปรปรวน อากาศจะเรมิ่ เย็น
แต่ก็อาจมีพายุฝนฟา้ คะนองได้
5. พายฤุ ดรู อ้ นมกั จะเกิดในฤคูฝนระหวา่ งท่ีฝนทงิ้ ชว่ ง อากาศร้อนจัด แปรปรวนมีโอกาสเกิดลมพัดรุนแรง

Setthabut Bamphen School เสริมศกั ยภาพสังคมศกึ ษา

18

 เขตภูมอิ ากาศ

ขอ้ ท่ี 19 ข้อใดกล่าวไมถ่ กู ต้องเก่ยี วกับภูมิอากาศแบบมรสุมเขตรอ้ น (66./2564)

1. พชื พรรณธรรมชาตทิ ี่ส่าคัญ คอื ปา่ ดบิ ข้ึน 2. มีอากาศทร่ี ้อนและชมุ่ ช้ืนตลอดปี

3. พชื เศรษฐกิจทส่ี า่ คญั คือ ข้าวฟ่าง 4. พบได้ในบางส่วนของประเทศอนิ เดยี

5. เกยี่ วขอ้ งกับการพัดผา่ นของลมประจา่ ปี

ข้อท่ี 20 ปจั จยั ใดที่ทาใหล้ ักษณะพชื พันธ์ุธรรมชาติ บริเวณด้านตะวนั ตกของคาบสมุทรภาคใต้และดา้ นตะวนั ออกเฉียงใต้

ของ อา่ วไทยเป็นปา่ ดิบเหมือนกัน (../2559)

1. ภมู อิ ากาศแบบทุง่ หญา้ เมืองร้อน 2. ภมู อิ ากาศแบบมรสุมเมืองร้อน

3. ภูมิอากาศแบบป่าฝนเมืองร้อนตลอดปี 4. ท่าเลที่ตง้ั ตอ่ เนื่องกบั ทะเลและมหาสมุทร

5. ลักษณะภูมปิ ระเทศเปน็ ภูเขาสงู สลบั ซับซอ้ น

ปจั จยั ที่ควบคมุ ภูมิอากาศ
1. ละตจิ ูด ตา่ = อากาศร้อน กลาง = อบอุ่น สูง = รบั แสงอาทติ ย์น้อย (หนาว)
2. ความสูงของพื้นที่ ย่ิงสูงย่ิงหนาว
3. ระยะห่างทะเล บรเิ วณใกล้ทะเลจะไดร้ ับความช้ืนจากน่้า ฝนตก
4. ทิศทางลงประจา
5. ลักษณะภูมิประเทศท่ีกดี ขวาง พ้ืนที่ท่ีอยู่หน้าเขารบั ลมฝนจากมหาสมุทร ฝนจะตกมาก
6. กระแสนา้ ในมหาสมุทร กระแสน้่าอุ่น + เยน็ คูรลิ แบงก์ ดอกเกอรแ์ บงก์ แกรนแบงก์

ความกดอากาศสูง อุณหภูมิ........... ความกดอากาศตา่ อุณหภูมิ.........

Setthabut Bamphen School เสริมศกั ยภาพสงั คมศกึ ษา

19

ขอ้ ที่ 21 ปา่ ไมผ้ ลัดใบผสมท่ีพบในภูมิประเทศที่มรี ะดบั สูงจากน้าทะเลปานกลางจนถึงระยะ
ประมาณ 1,000 เมตร มีช่วงแลง้ ประมาณ 6 เดือน เป็นป่าชนดิ ใด 67/2564
1. ป่าพรุ 2. ปา่ ดบิ เขา 3. ป่าสนเขา 4. ปา่ ละเมาะ 5. ปา่ เบญจพรรณ

ข้อที่ 22 ลกั ษณะทางภูมิศาสตร์แบบใดทค่ี วรปลูกพืชจาพวกหญา้ แฝก 78/2563
1. พ้ืนทพี่ ัฒนาการเกษตรและปศุสตั ว์เพอ่ื ใชเ้ ป็นอาหารสัตว์และยอ่ ยสลายเป็นปุ๋ยบา่ รุงดิน
2. พืน้ ท่ีพรทุ ี่มีน้่าขังตลอดปีเพ่ือชว่ ยลดความเปน็ กรดในดนิ
3. พ้นื ทด่ี นิ รว่ นท่มี ีความลาดชนั และมีนา้่ ไหลผา่ น
4. พ้ืนท่แี หง้ แลง้ โดยปลูกเพื่อเป็นแนวกนั ไฟปา่
5. พนื้ ที่ท่ีมปี ัญหาดินเค็มเพื่อลดความเคม็ ของดนิ

Setthabut Bamphen School เสริมศักยภาพสงั คมศึกษา

20

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 ภยั พิบตั ิและวิกฤตการณเ์ ชงิ ภมู ิศาสตร์

 ภัยพบิ ัติ
ข้อท่ี 1 มาตราฟจู ิตะ (F-Scale) เป็นมาตราวดั ความรนุ แรงของภัยพิบตั ใิ ด (69/2564)
1. ไฟป่า 2. สึนามิ 3. แผ่นดินไหว 4. พายทุ อร์นาโด 5. การปะทขุ องภูเขาไฟ
ข้อท่ี 2 70/2564 ขอ้ ใดกล่าวถูกต้องเกีย่ วกับแผน่ ดนิ ไหว ภเู ขาไฟปะทุ และสึนามิ
1. ภูเขาไฟทป่ี ะทรุ นุ แรงท่ีสุด คอื การปะทุแบบสตรอมโบเลียน
2. พน้ื ท่ีดา้ นตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนอื เปน็ พนื้ ท่ีเสยี่ งสงู ตอ่ ภยั สนึ ามิ
3. สึนามิคร้ังรนุ แรงทีส่ ่งผลต่อประเทศไทยเม่อื พ.ศ. 2547 มสี าเหตุจากภูเขาไฟใต้น่้าปะทุรุนแรง

ที่บรเิ วณของเกาะสุมาตรา
4. ภเู ขาไฟท่ีมีพลังกระจายอยู่ท่ัวโลก มีความหนาแนน่ อยู่บริเวณแนวชนกนั ของเปลอื กโลกบรเิ วณ

ชายฝง่ั ตะวนั ออกของทวีปอเมริกาใต้
5. บรเิ วณทม่ี ีการเคล่อื นท่ีของเปลอื กโลกและการปะทุของภเู ขาไฟบนพืน้ ดินทา่ ใหเ้ กิดแผ่นดนิ ไหว

หากเกิดทีใ่ ต้ท้องทะเลจะท่าใหเ้ กิดสึนามิ

ขอ้ ท่ี 3 74/2563 เมอ่ื 14 มีนาคม 2562 จงั หวัดเลยพบกับสถานการณแ์ ละคณุ ภาพอากาศท่ีมปี ริมาณฝนุ่ ละออง
ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ในระดับสูงและมแี นวโน้มเพม่ิ ข้นึ เรอ่ื ย ๆ ถึง 120 ไมโครกรัมตอ่ ลกู บาศกเ์ มตร
ซง่ึ มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในพน้ื ท่ีจงั หวัดเลย จาเปน็ ต้องใชม้ าตรการป้องกันภยั ประเภทใด
เพื่อชว่ ยลดปริมาณฝนุ่ ละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน
1. ไฟป่า 2. ภัยแลง้ 3. วาตภัย 4. แผ่นดินไหว 5. ดินโคลนถล่ม

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศกั ยภาพสงั คมศกึ ษา

21

ข้อท่ี 4 ข้อใดเปน็ ความเขา้ ใจทไ่ี ม่ถกู ตอ้ งเก่ียวกับรอยเลื่อนและภัยพบิ ตั แิ ผ่นดนิ ไหว (67/2561)
1. บรเิ วณที่มคี วามเสย่ี งต่อการเกิดภัยพิบัตแิ ผ่นดนิ ไหว จะสมั พันธก์ ับรอยเลื่อนที่มพี ลงั
2. ท่ีผ่านมาการเคล่ือนท่ีของรอยเลือ่ นที่มีพลังในประเทศไทย ไมส่ ามารถท่าให้เกดิ ภัยพิบัตจิ ากคล่นื สึนามิได้
3. รอยเลื่อนศรสี วัสดิแ์ ละรอยเลอ่ื นเจดีย์สามองค์ เป็นรอยเลื่อนทีม่ ีพลงั อาจส่งผลกระทบถงึ กรงุ เทพมหานครได้
4. ภยั พบิ ัติแผ่นดนิ ไหวท่อี ่าเภอพาน จงั หวดั เชียงราย เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 เกิดจากการขยับตวั
ของรอยเลอ่ื นแม่ฮ่องสอน
5. แผน่ ดนิ ไหวทท่ี ่าใหเ้ กิดภยั พบิ ตั ิคลน่ื สนึ ามิในประเทศไทย เมอื่ ปี พ.ศ. 2547 สง่ ผลต่อรอยเลื่อนระนอง
และรอยเล่ือนคลองมะรุย่ เปล่ียนแปลงได้

ข้อที่ 5 67/2563 ข้อใดไมใ่ ช่การปอ้ งกันการสูญเสยี หรือฝ้าระวงั ภัยจากแผ่นดินถล่มท่ถี กู ต้อง
1. นกั ทอ่ งเท่ียวหลกี เลี่ยงการไปเที่ยวบริเวณภูเขาในช่วงฤดูฝน
2. กรมป่าไม้รว่ มมอื กับชมุ ชนอดั โครงการรณรงคป์ ลูกป่าเพ่ือฟื้นฟปู ่าให้อุดมสมบรู ณ์
3. สถานที่พักตากอากาศเตรียมการก่อสรา้ งอาคารบนภูเขาด้วยการบดอัดดนิ บรเิ วณเนินเขาชันใหแ้ น่น
4. ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบรเิ วณภูเขาตัง้ กลุ่มอาสาสมัครชว่ ยกนั สังเกตระดับน้่าในแหล่งน้่าในช่วงทฝ่ี นตกหนัก
5. เจา้ หนา้ ที่อทุ ยานสังเกตเห็นน่้าตกมีนา้่ สีแดงข่นุ จงึ ประกาศให้นกั ทอ่ งเที่ยวรีบออกหา่ งจากพนื้ ที่ใหม้ ากทีส่ ุด

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศักยภาพสังคมศกึ ษา

22

ข้อที่ 6 การป้องกนั ภยั พิบัตแิ ผ่นดนิ ไหวในชอ้ ใด เปน็ การนาความรู้และแนวคิดทางภมู ศิ าสตร์
มาใช้ในการป้องกนั 68/2561
1. ใหค้ วามรู้แก่ประชาชนในพื้นทเี่ สย่ี งเก่ียวกับการเกดิ ความรุนแรง และวธิ ีการป้องกัน
2. ฝกึ ซ้อมการอยู่ภายในอาคาร การพาตวั เองออกนอกอาคาร การรวมตวั กนั เมื่อเกิดภัยพิบัตแิ ผน่ ดนิ ไหว
3. ใชร้ ะบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์ในการหาพ้นื ท่ปี ลอดภยั หลงั จากภยั พบิ ตั ิแผน่ ดนิ ไหวสงบลงแล้ว
4. การออกแบบบ้าน อาคาร ให้มฐี านรากและเสาทแี่ ขง็ แรงกว่าปกติ รวมถึงไมต่ กแต่งฝาบา้ นด้วยกระจก
5. ทา่ แผนท่แี สดงที่ตั้งของหมู่บา้ นตา่ ง ๆ ท่มี รี อยเล่ือนที่มพี ลังพาดผ่าน เพื่อให้ประชาชนในหมบู่ า้ นน้นั ๆ
รับรแู้ ละตระหนักถงึ การเสยี่ งภยั พิบัติ
ขอ้ ที่ 7 กรณีการเกดิ อุทกภัยทีร่ ุนแรงและรวดเรว็ ในเขตเทศบาลนครสกลนคร เมื่อปลายเดอื นกรกฎาคม 2560 มีแนวทาง
ใดท่จี ะป้องกันไม่ให้เกิดสภาวะนา้ ทว่ มไดอ้ ยา่ งย่ังยืนและเหมาะสมที่สดุ 44/ส2562
1. สร้างแหลง่ เกบ็ น่า้ และขุดคลองลา่ น้า่ เพ่ือระบายน่้าลงสแู่ มน่ ่้าโขงโดยเร็ว
2. ลดการใชพ้ ลงั งานที่ก่อใหเ้ กดิ ภาวะเรือนกระจกโดยปฏบิ ัตอิ ย่างจริงจังและต่อเนอ่ื ง
3. สร้างเขื่อน อ่างเก็บน้่า และฝาย รอบตวั เมืองสกลนคร เพอ่ื กกั เกบ็ น่า้ ไวใ้ ห้ได้มากท่สี ุด
4. ปลูกปา่ และดแู ลรักษาป่าในเขตท่สี ูงรอบตัวเมอื งโดยเฉพาะเทือกเขาภพู านเพ่ือเปน็ พ้ืนท่ีดูดซับน่า้
5. ขุดลอกคูคลอง แหลง่ น้่าธรรมชาติ และหนองหาน รวมถึงปอ้ งกนั การบุกรกุ ใช้พ้นื ทรี่ อบหนองหาน
ข้อที่ 8 กรณีน้าทว่ มตัวเมอื งสกลนคร เม่อื ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2560 ข้อใดคือการปฏบิ ัติการช่วยเหลอื ผู้ประสบภัย
น้าท่วมตามหลักภูมิศาสตร์ 89/2561
1. ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ประกาศขอบรจิ าคอาหารและของใช้จา่ เป็น รวบรวมและจัดเปน็ ถุงยังชพี
2. หาทตี่ ัง้ ทเี่ ป็นแหลง่ กลางหรอื ศูนยร์ วบรวมสง่ิ ของท่ีรับบรจิ าคท่สี ามารถส่งถงึ ผูป้ ระสบภัยได้อย่างทวั่ ถึงและรวดเร็ว
3. ร่วมกับเจ้าหนา้ ท่ที งั้ ภาครัฐและเอกชน ออกแจกจ่ายถุงยังชีพและของใชท้ ่ีจา่ เปน็ อย่างเรง่ ด่วน เพอื่ ให้ทันตอ่ ความเดือดร้อน
ของผูป้ ระสบภยั
4. หาพ้นื ท่ที ี่เปน็ ที่สูงและปลอดภยั เพื่อจัดต้งั เปน็ ศนู ย์พักพงิ ชวั่ คราว กรณีทีป่ ระชาชนบ้านนา้่ ทว่ มไมส่ ามารถพกั อาศยั ตอ่ ไป
ไดอ้ ย่างปลอดภยั
5. ร่วมมือกบั หน่วยงานต่าง ๆ นา่ เรือทอ้ งแบนหรือรถบรรทุกชว่ ยขนยา้ ยคนและของที่จา่ เป็นของผปู้ ระสบภัยไปยังศนู ย์พักพิง
ช่วั คราว
ข้อท่ี 9 ข้อใดไมใ่ ชป่ ระโยชน์จากการเปล่ยี นแปลงทางกายภาพของเปลอื กโลก ด้วยแรงปะทภุ ายในเกดิ เปน็
ภูเขาไฟ 44/2561
1. กอ่ เกิดพืน้ ที่ใหมเ่ ปน็ เกาะภูเขาไฟโผลพ่ น้ กลางมหาสมุทร
2. มีส่วนชว่ ยในการปรับระดบั เปลอื กโลกให้อยใู่ นสภาวะสมดลุ
3. ท่าให้เกิดแหล่งแร่พลังงานเช้อื เพลิงจากฟอสซิลท้ังน่า้ มันและก๊าซธรรมชาติทสี่ ่าคญั
4. ทา่ ใหห้ นิ อคั นีและหนิ ช้ันที่ลาวาไหลผ่านปรับสภาพเปน็ หินแปรท่ีแขง็ แกรง่ ข้ึน
5. เป็นแหลง่ ที่มดี นิ อุดมสมบรู ์เหมาะแก่การเพาะปลกู พืชสวนไม้ผลและพชื อ่นื ๆ

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศักยภาพสังคมศกึ ษา

23

ขอ้ ที่ 10 ขอ้ ใดถูกตอ้ งตามลาดบั ข้นั ตอนการจัดการภัยพิบตั ิของภาครฐั 77/2564
1. มีการเตือนภัย แจกอาหารเครอ่ื งนุง่ ห่ม จัดเตรียมท่ีพักช่ัวคราว
2. สา่ รวจเขตพื้นทเ่ี สี่ยงภัยพบิ ัติ เก็บกวาดส่ิงปรักหักพัง ฝกึ ชอ้ มการหนภี ัย
3. เตรยี มหน่วยกู้ชีพ จดั ตั้งหน่วยงานเพื่อศกึ ษาและพยากรณ์ ซ่อมแซมบ้านเรือน
4. สร้างจิตสา่ นึกให้ประชาชน ประชาสัมพนั ธข์ ้อมลู ท่ีถูกต้อง จดั สรรงบประมาณช่วยเหลือฟ้ืนฟู
5. หนว่ ยกชู้ พี พรอ้ มปฏบิ ตั งิ าน วางระบบผังเมืองรองรับภัยพบิ ัติ เตรียมอาหารและน้่าดมื่ ท่เี พียงพอ
ข้อที่ 11 ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้องเกย่ี วกบั การจัดการภยั 90/2564
1. หลังเกดิ ไฟป่าควรระวงั ภัยจากสัตวท์ ่หี นีไฟป่าออกมา
2. ขณะเกดิ สนึ ามิ หากก่าลังเดนิ เรอื และได้ยนิ การเดือนภยั ให้รบี นา่ เรอื เข้าฝงั่
3. ขณะเกดิ ภยั แล้งใหใ้ ช้นา่้ เพ่ือการเกษตรในช่วงเวลากลางวันเพ่อื ให้ดนิ ชุม่ ช้นื
4. ขณะเกดิ ฝนฟ้าคะนอง ถา้ อยู่ในทงุ่ นาควรนง่ั ยอง ๆ ให้เทา้ สมั ผัสพนื้ ดินน้อยท่สี ดุ
5. ขณะเกดิ แผ่นดินไหว ให้หลบเขา้ พงิ กา่ แพง เสาไฟฟา้

 วิกฤตการณ์เชิงภูมิศาสตร์
ขอ้ ท่ี 12 ขอ้ ใดไมถ่ ูกต้องเกย่ี วกับปรากฏการณ์การเกิดช่องโหว้ของชัน้ โอโซน 70/2563
1. การสลายตัวของแก๊ซโอโซน กลายเป็นแก๊ชออกซิเจน
2. ระบบนเิ วศทางทะเลเสยี หายเนอ่ื งจากสาหร่ายทเี่ ปน็ ผู้ผลิตข้นั ตน้ ตายมากข้ึน
3. การเผาไหมเ้ ช้อื พลิงจากฟอสซิลเป็นสาเหตหุ ลักที่ท่าให้เกิดชอ่ งโหวข่ องช้ันโอโซน
4. การขยายตัวของช่องโหวท่ ่าให้ประชากรโลกมีความเส่ียงตอ่ โรคมะเร็งผิวหนัง
5. ต้นไม้ได้รบั รังสีอัลตราไวโอเลตมากจนเกนิ ไป ส่งผลต่อการเจรญิ เติบโตของพืชที่ช้าลง ทา่ ใหพ้ ชื แคระแกรน็ มากขึน้
ข้อท่ี 13 การละลายอยา่ งเร็วของชนั้ ดินเยอื กแข็ง (Permafrost) ในเขตอารก์ ติกส่งผลโดยตรงตอ่ การเพิ่มข้ึนของกา๊ ซ
เรอื น กระจกชนิดใด 46/ส2564
1. กา๊ ซไนตรัสออกไซด์ (Nitrusoxide - N2O) และกา๊ ซมีเทน (Methene - CH.)
2. กา๊ ซโอโซน (Ozone - O3) และ ก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ (Carbondioxide - CO2)
3. ไอน้่า (Water vapor - H2O) และ กา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ (Carbondioxide - C02)
4. กา๊ ซมเี ทน (Methene - CH4) และ กา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbondioxide - C02)
5. ก๊าซไนตรสั ออกไซด์ (Nitrusoxide - N2O) และกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbondioxide - CO2)
ข้อท่ี 14 ขอ้ ใดกลา่ วไมถ่ กู ต้องเกย่ี วกบั ปรากฏการณ์เอลนโี ญในพน้ื ทีต่ ่าง ๆ ของโลก 89/2563
1. ปรมิ าณปลาบริเวณชายฝั่งของประเทศเปรมู จี า่ นวนลดลงมาก
2. บริเวณชายฝ่งั ของประเทศเอกวาดอร์มีอุณหภูมิผวิ น่า้ เฉลี่ยสูงขน้ึ กว่าปกติ
3. ประเทศอินโดนเี ซียเกดิ ความแห้งแลง้ มาก จนเกิดไฟป่าและภาวะมลพิษทางอากาศ
4. ประเทศไทยประสบกบั ปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน มีฝนตกเพม่ิ มากข้ึนในช่วงฤดูร้อน
5. ลมคา้ ตะวันออกบรเิ วณศนู ยส์ ูตรมกี า่ ลังแรงขนึ้ ทา่ ให้อุณหภมู พิ ื้นผวิ น่า้ บริเวณชายฝ่ังออสเตรเลียมีอุณหภูมิลดลง

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศกั ยภาพสงั คมศกึ ษา

24

ข้อที่ 15 ข้อใดเป็นผลกระทบจากการเปล่ยี นแปลงภมู ิอากาศ 48/ส2564
1. กา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์เพ่ิมสงู ขึ้นในอัตราที่เร็วกวา่ อดีต
2. วิกฤตการณ์ก๊าซเรือนกระจกท่าลายความสมดุลของบรรยากาศ
3. ทะเลทราบขยายตัวเพิม่ มากขน้ึ ทา่ ลายพื้นทเ่ี กษตรกรรมและผืนปา่
4. ป่าไม้เสอื่ มโทรมและลดลงอย่างรวดเร็วทา่ ลายสมดุลของธรรมชาติ
5. หมอกควันพษิ เพ่มิ ข้ึนในเมืองใหญ่ทา่ ให้ผู้คนเจ็บปว่ ยดว้ ยโรคทางเดนิ หายใจ
ข้อที่ 16 ข้อใดเปน็ ผลจากการเปลย่ี นแปลงภมู ิอากาศของโลก 71/2563
1. การขาดแคลนนา้่ และน่้าเสีย
2. การเพ่ิมขึ้นของประชากร และปะการงั ฟอกสี
3. การขยายตัวของทะเลทราย และมลพิษทางอากาศ
4. การกัดเซาะพ้ืนทข่ี ายฝั่งทะเลรุนแรงขึน้ และการบุกรุกพ้ืนทปี่ ่า
5. การสูญเสียปะการังตามแนวชายฝงั่ มหาสมุทรอินเดีย และการแพรก่ ระจายของเช้ือโรค

Setthabut Bamphen School เสริมศกั ยภาพสงั คมศกึ ษา

25

ข้อที่ 17 ตัวบ่งชีต้ ามข้อใดไม่จาเป็นต้องนามาใชเ้ ปน็ เกณฑใ์ นการประเมนิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภมู ิอากาศโลก
69/2561
1. ระดับนา่้ ทะเลรุกล้่าแผ่นดินและผวิ โลกมากข้ึน
2. การเกดิ พายหุ มนุ ทีร่ ุนแรงและมีจา่ นวนมากขนึ้
3. การหลอมเหลวของธารนา้่ แข็งขั้วโลกและบนยอดเขาสงู
4. พ้ืนที่ต่าง ๆ เกิดแผ่นดนิ ถล่มทลายและเกดิ ไฟป้าเพมิ่ มากข้ึน
5. การเกดิ รอยเลื่อนรอยแตกแยกและการคคโคง้ โก่งงอของเปลือกโลก
ขอ้ ท่ี 18 ขอ้ ใดคอื สาเหตุและเปา้ หมายท่ีครอบคลุมท่สี ุดท่ีทาให้มนุษยต์ ้องเปล่ียนแปลงลกั ษณะทางกายภาพของ
พ้ืนผิวโลก 70/2561
1. เพ่อื การสรา้ งและรักษาสภาวะสมดุลของเปลือกโลก
2. สนองการใชป้ ระโยชนท์ ี่หลากหลายตามความตอ้ งการของมนษุ ย์
3. ต้ังใจที่จะสรา้ งสภาวะนิเวศวิทยาใหมใ่ หโ้ ลกเกดิ ความยั่งยืนทางนเิ วศมากยิ่งขึน้
4. ต้องการเพม่ิ พน้ื ท่ผี วิ โลกใช้ประโยชนก์ ระทา่ กจิ กรรมอย่างใดอย่างหน่งึ โดยเฉพาะเท่านั้น
5. ตอ้ งการใชป้ ระโยชนจ์ ากการเกิดลักษณะเฉพาะทางชีวภาพที่แตกตา่ งจากสว่ นอน่ื ของโลก
ข้อที่ 19 การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพโดยมนษุ ย์ดว้ ยการสร้างโพลเดอร์ (Polder) ในประเทศเนเธอร์แลนด์
ส่งผลกระทบต่อภูมิสังคมและวถิ ชี ีวิตด้ังเดิมของขุมชนใดมากที่สุด 71/2561
1. ชุมชนชาวประมง
2. ชุมชนเล้ยี งปศสุ ตั ว์
3. ชมุ ชนเกษตรกรพืชผัก
4. ชมุ ชนท่าเรอื นา่้ ลึกชายฝ่ังทะเลเพื่อการส่งออก
5. ชมุ ชนผู้ปลูกดอกทิวลิปและไม้ดอกอื่น ๆ
ข้อที่ 20 การเปล่ียนแปลงทางกายภาพของโลกด้วยการกระทาของข้อใดสง่ ผลต่อการเกดิ ภูมสื ังคมใหม่ ลักษณะต่างๆ
อย่างกว้างขวางมากท่ีสุด 47/ส2561
1. การสร้างรีสอรท์ เกาะรูปต้นปาลม์ ในเอเชยี ตะวนั ออก
2. การสรา้ งโพลเดอรท์ ่าการเกษตรและตัง้ ถนิ่ ฐานในทวีปยุโรป
3. การสร้างเข่อื นสามผาท่ใี หญท่ สี่ ดุ ในโลกของเอเชยี ตะวันออก
4. การสรา้ งเขอื่ นกัน้ ล่าน้า่ แม่นา่้ ของแตล่ ะประเทศทว่ั โลก
5. การสร้างคลองสุเอซและคลองปานามาเชื่อมต่อระหว่างมหาสมทุ ร

Setthabut Bamphen School เสริมศกั ยภาพสงั คมศกึ ษา

26

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 การจัดการทรัพยากรและสง่ิ แวดลอ้ ม

 ปญั หาทรัพยากรและสง่ิ แวดล้อม

ข้อที่ 1 ข้อใดไม่ใช่ผลกระทบจากการสญู เสียความหลากหลายทางชีวภาพ 76/2564

1. ขาดพืชและสัตว์ท่ีใช้ในการผลิตยารกั ษาโรค

2. พืชผลการเกษตรถกู ท่าลายมากขึ้น เน่ืองจากการใชส้ ารเคมกี า่ จดั แมลงซึง่ รวมถึงแมลงทชี่ ่วยก่าจดั ศัตรพู ืช

3. ขาดแคลนวตั ถุดบิ เพ่ือการผลิตและปจั จยั ท่ีจ่าเป็นต่อการด่ารงชีวติ ของมนุษย์

4. การถ่ายทอดทางพันธกุ รรมขาดตอน นา่ ไปสู่การสญู เสยี สายพันธชุ์ ีวิตทั้งระบบ

5. ศักยภาพในการอยรู่ อดของสายพันธ์ทุ เ่ี หลอื อยู่เพิ่มขน้ึ เนื่องจากไมต่ ้องต่อสูแ้ ยง่ ชิงอาหาร

ขอ้ ที่ 2 จากการพัฒนาประเทศใหม้ ีความเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกจิ และอุตสาหกรรม ได้มีการนาทรัพยากรธรรมชาติและ

ส่ิงแวดล้อมมาใช้ประโยชนท์ างเศรษฐกิจอยา่ งมาก จนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่ิมเส่อื มโทรม ขอ้ ใดไม่ใช่

สาเหตุท่ีทาให้เกิดสถานการณ์การเสอ่ื มโทรมดังกล่าว 72/2563

1. การเพมิ่ ขน้ึ ของทรัพยากรหมนุ เวียน 2. การเพิ่มขนึ้ ของประชากรอย่างรวดเรว็

3. การเพ่มิ ขึ้นของความขดั แย้งระหวา่ งประเทศ 4. การบริโภคสินคา้ และบริการอย่างฟุ่มเฟือย

5. ความกา้ วหนา้ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขอ้ ที่ 3 วิกฤตการณด์ า้ นทรัพยากรเกดิ จากการกระทาของมนุษย์ และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของมนษุ ย์ รวมถงึ การ

พฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศ เนือ่ งจากวิกฤตการณน์ ้ีส่งผลเสยี ตอ่ มนุษย์ เหตุใดมนษุ ยจ์ ึงยังคงกระทาใหเ้ กดิ

วิกฤตการณ์ดังกลา่ ว 73/2563

1. มนุษยไ์ มร่ ูว้ า่ สิ่งที่ก่าลงั กระทา่ ก่อใหเ้ กดิ วิกฤตการณด์ ังกถา่ ว

2. มนุษยเ์ ช่ือวา่ ธรรมชาติจะปรบั สภาพแวดล้อมเขา้ สู่สมดลุ ในท่ีสดุ

3. มนุษยค์ ิดวา่ ทรัพยากรบนโลกน้มี อี ยู่มากมาย เพียงพอท่ีจะสนับสนนุ ชีวติ ความเปน็ อยู่ของมนุษยไ์ ด้

4. มนษุ ย์มีความหลงใหลในวตั ถมุ ากกวา่ คุณธรรมและจริยธรรม มีความต้องการที่ฟุ้งเฟ้อในส่ิงท่ีไมจ่ ่าเป็น

5. มนษุ ย์เช่อื ว่าการกระท่าของมนุษยไ์ ม่ใช่สาเหตุหลกั ที่ท่าให้เกิดวกิ ฤตการณ์ด้านทรัพยากรและสง่ิ แวดล้อม

ขอ้ ที่ 4 แนวโน้มวิกฤตการณ์ที่ดินและทรัพยากรดินในเชงิ ปฐพีวิทยาทน่ี ่าเป็นห่วงทสี่ ุดในอนาคต คือขอ้ ใด 74/2561

1. การจ่ากดั จา่ นวนและขนาดการเปน็ เจ้าของทด่ี ิน 2. การเปลี่ยนแปลงสภาพการใชท้ ดี่ นิ สู่อตุ สาหกรรม

3. ปัญหาการขาดกรรมสทิ ธิค์ รอบครองและถอื ครองทด่ี นิ 4. การเกดิ แผน่ ดินทรุดและภัยพบิ ัติธรรมชาติตอ่ ที่ดิน

5. ดินเสอื่ มสภาพและขาดความอดุ มสมบูรณ์

ขอ้ ท่ี 5 ข้อใดไมถ่ กู ต้องในการอธบิ ายเกย่ี วกบั ปา่ ไม้ของไทย 72/2560

1. ภาคใต้เปน็ ภาคทมี่ ฝี นตกชุกและอุดมสมบรู ณ์ด้วยปา่ ไมท้ ุกประเภท

2. ภาคเหนอื เปน็ ภาคท่ีมปี ่าไมเ้ หลืออยู่มากที่สดุ รองลงมาคอื ภาคตะวันตก

3. ภาคตะวันออกมีปริมาณน่้าฝนสงู เช่นเดียวกับภาคใต้แต่ยงั พบว่ามปี า่ เต็งรัง

4. รฐั บาลปจั จุบันมนี โยบายทวงคืนผืนปา่ เพ่ือให้มเี นื้อท่ปี า่ ไมอ้ ยา่ งน้อยรอ้ ยละ 40 ของเนื้อท่ีประเทศ

5. จงั หวัดอ่างทอง สิงหบ์ รุ ี ปทุมธานี สมทุ รปราการ สมุทรสาคร เปน็ จังหวัดท่ไี ม่มปี า่ ไมเ้ หลอื อยเู่ ลย หรอื มีอยู่น้อยมาก

ข้อที่ 6 ข้อใดไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับสถานกรณ์และวกิ ฤตการณด์ ้านทรพั ยากรปา่ ไมแ้ ละสัตวป์ ่าของประเทศไทย

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศกั ยภาพสังคมศึกษา

27

46./ส2561
1. ในอดตี เคยมีพ้ืนทป่ี ่าไมม้ ากกวา่ พื้นทเ่ี กษตรกรรมในปัจจบุ ัน
2. ปัจจุบันมพี ้นื ที่ปา่ ไม้ เพม่ิ มากข้ึนแต่ยังํตา่ กว่านโยบายที่ก่าหนดไว้รอ้ ยละ 40
3. ปัจจบุ ันการลักลอบตัดไม้ท่าลายปา่ และการล่าสตั ว์ป่ายังคงมีอยอู่ ย่างตอ่ เน่อื ง
4. นโยบายการเพ่มิ พืน้ ทีป่ ่าอนุรักษ์และการสง่ เสรมิ การปลูกป่าเศรษฐกิจ ท่าใหม้ ีพ้นื ทปี่ ่าเพม่ิ ขน้ึ
5. นโยบายการประกาศปดิ ป่าหรอื การยกเลกิ สัมปทานป่าไม้ปี พ.ศ. 2532 ท่าใหไ้ ม่มกี ารบกุ รกุ พืน้ ทป่ี ่าไม้

 การประสานความร่วมมือเกี่ยวกบั ทรัพยากรและสง่ิ แวดล้อม

ขอ้ ท่ี 7 ลกู พะยูน "มาเรยี ม" ตายลงจากหลากหลายสาเหตุ ซึง่ รวมถึงขยะถงุ พลาสติกองค์กรภาคเอกชนใดควรมบี ทบาท

โดยตรงในการดาเนินการร่วมกับองค์กรภาครฐั 76/2563

1. กลมุ่ อนุรกั ษป์ า่ ชายเลนบา้ นเปร็ดใน 2. มูลนิธอิ าสาสมคั รเพ่ือสงั คม

3. มลู นิธิสบื นาคะเสถียร 4. สมาคมสรา้ งสรรคไ์ ทย

5. สมาคมหยาดฝน

ข้อที่ 8 หน่วยงานในประเทศไทยหนว่ ยงานใดมีบทบาทหนา้ ทีเ่ กย่ี วกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมอิ ากาศและผลกระทบท่ี

เกิดข้ึน 77/2561

1. กรมปศสุ ตั ว์ 2. มลู นธิ ิสบื นาคะเสถยี ร

3. มลู นิธสิ ถาบันสิง่ แวดล้อมไทย 4. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

5. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม

ขอ้ ท่ี 9 ถ้าตอ้ งการความช่วยเหลือในการจัดการทรพั ยากรธรรมชาตชิ มุ ชน จากองค์กรเอกชนต้องติดต่อประสานความ

รว่ มมือกับองคก์ รใด 73/2560

1. องคก์ ารจดั การน้า่ เสยี 2. สถาบันสงิ่ แวดลอ้ มไทย

3. องคก์ ารพฤกษศาสตร์แห่งชาติ 4. สา่ นักนโยบายและแผน กระทรวงมหาดไทย

หนว่ ยงานสงิ่ แวดล้อมของไทย

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศักยภาพสังคมศกึ ษา

28

รัฐ เอกชน

กระทรวง มลู นิธิสถาบนั ส่ิงแวดล้อมไทย มลู นิธิสบื นาคะเสถียร

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม หนา้ ท่ี หนา้ ท่ี

องค์กรทบ่ี ริหารจัดการทรัพยากร สถาบนั ส่ิงแวดล้อมไทย สมาคมสรา้ งสรรคไ์ ทย
ธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม หน้าท่ี หน้าที่
มูลนิธอิ าสาสมัครเพ่ือสงั คม
หนว่ ยงานภายในท่สี ่าคัญ หน้าท่ี มลู นธิ ิคมุ้ ครองสตั วป์ ่าและพืช
- กรมสง่ เสริมคณุ ภาพส่งิ แวดล้อม พนั ธแ์ ห่งประเทศไทยในพระบรม
- กรมควบคมุ มลพษิ กรมทรัพยากร มูลนิธิเพ่อื นช้าง ราชินูปถัมภ์
ธรณี หน้าที่ หนา้ ท่ี
- กรมทรัพยากรนา่้ บาดาล
- กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัง่ มลู นธิ ิหยาดฝน
- ส่านกั งานนโยบายและแผน หน้าท่ี
ทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม

ข้อที่ 10 บคุ คลใคดาเนินการตามอนุสญั ญาวา่ ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ 9/2564

1. แดงป้องกนั การขยายตัวของพน้ื ทก่ี ารเกษตรในปา่ พรุ

2. คา่ จดั ท่ารายงานการส่งออกสตั ว์และพืชปา่ ของจังหวัด

3. เขยี วต้ังสวนพฤกษศาสตร์เพอื่ ป้องกนั การสูญเสียของระบบนเิ วศ

4. ขาวลดการใช้สารซเี อฟซที เ่ี ป็นสาเหตสุ ่าคญั ของการท่าลายช้นั โอโซน

5. ฟ้าก่าจัดกากของเสียดว้ ยการน่ามาใชเ้ ปน็ วัตถุดบิ ของอตุ สานกรรมประเภทอื่น

ข้อที่ 11 อนุสัญญาข้อใดช่วยไม่ให้เกิดเหตุการณ์นาเขา้ ขยะปนเปือ้ นสารเคมจี านวนมากจากตา่ งประเทศ 74/2562

1. อนุสญั ญาบาเซิล 2. อนุสญั ญาไซเตส

3. อนุสัญญาแรมซาร์ 4. อนุสัญญาเวียนนา

5. อนสุ ัญญากรุงโตเกียว

ข้อท่ี 12 อนุสัญญาใดชว่ ยแกป้ ัญหามลพิษจากพลงั งานถา่ นหนิ ในชั้นบรรยากาศ 77/2562

1. อนุสญั ญาโตรอนโต 2. อนสุ ญั ญาบาเซลิ

3. อนุสญั ญารอตเตอร์ดัม 4. อนุสัญญาเวียนนา

5. อนสุ ัญญาไซเตส

ขอ้ ท่ี 13 ถ้าหากระบบนเิ วศของพนื้ ที่ชุ่มน้าของประเทศใด ๆ สูญเสียไป ควรใชก้ ฎหมายใดจงึ จะฟน้ื ฟรู ะบบนเิ วศให้
สมดลุ 75/2561

Setthabut Bamphen School เสริมศักยภาพสังคมศกึ ษา

29

1. อนุสัญญาบาเซิล 2. อนสุ ัญญาไซเตส

3. อนสุ ญั ญาแรมชาร์ 4. อนุสัญญาพธิ สี ารโตเกียว

5. อนสุ ญั ญาสหประชาชาตวิ า่ ด้วยการเปล่ยี นแปลงชัน้ บรรยากาศ

ขอ้ ท่ี 14 การท่ปี ระเทศไทยประกาศยกเลกิ ใชย้ าฆา่ แมลงพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสสอดคลอ้ งกับการลงนามใน

สญั ญา ระหว่างประเทศข้อใด 47/ส2564

1. อนุสญั ญาบาเซลิ 2. อนสุ ันญยาเวยี นนา

3. พิธีสารมอนทรีออล 4. ปฏิญญาโจฮันเนสเบริ ก์

5. อนุสญั ญารอตเตอรด์ ัม

ขอ้ ที่ 15 การรณรงคใ์ นขอ้ ใดสนับสนนุ การปฏิบตั ิตามอนุสัญญาเวียนนาโดยดรงของประเทศไทย 75/2562

1. ไม่จา่ หน่ายสัตวป์ า่ และพชื ป่า 2. อนรุ ักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

3. ปรบั ลดการใช้สารฮาลอนในกจิ กรรมต่าง ๆ 4. ไมน่ ่าเขา้ กากของเสียอนั ตรายจากต่างประเทศ

5. แบง่ ปนั ผลประโยชน์การใช้ทรพั ยากรพันธกุ รรม

ขอ้ ที่ 16 ขอ้ ใดไมใ่ ชพ่ นั ธกรณที ีก่ าหนดไวใ้ นเผนการดาเนนิ งานโจฮันเนสเบริ ์ก 76/2562

1. การขจดั ความยากจน 2. การพัฒนาท่ยี ั่งยนื ในแอฟริกา

3. สขุ ภาพอนามยั และการพัฒนาอย่างยง่ั ยนื 4. การพฒั นาท่ียง่ั ยืนสา่ หรบั ประเทศเกาะขนาดเล็ก

5. การแก้ไขการแปรสภาพเป็นทะเลทรายและความแหง้ แล้ง

UNESCO กฎมายดา้ นสง่ิ แวดล้อมโลก
BASEL คุ้มครองเรอ่ื ง มรดกทางวฒั นธรรมและธรรมชาติข้นึ ทะเบียนมรดกโลก
RAMSAR ควบคมุ เร่อื ง การขนสง่ เคลอื่ นย้ายกากสารเคมี ขยะอันตราย
ROTTERDAM ควบคมุ เรอ่ื ง การอนรุ กั ษ์แหล่งพน้ื ท่ีช่มุ นา่้
ควบคมุ เรื่อง สารเคมีป้องกัน ก่าจัดศตั รูพืช
UNCBD ควบคุมเรอ่ื ง การความหลากหลายทางชวี ภาพ อนรุ ักษ์และแบ่งปัน
ผลประโยชน์ทางชีวภาพอย่างย่ังยนื
CITES ควบคุมเร่อื ง การค้าสัตวป์ ่าและพืชป่าทีใ่ กลส้ ูญพนั ธ์

UNFCC กฎหมายด้านภาวะโลกรอ้ น
ควบคมุ เรือ่ ง การเปลย่ี นแปลงสถาพภูมิอากาศจากการเพ่ิมขน้ึ ของ
KYOTO PROTOCOL ปรมิ าณก๊าซเรือนกระจกในช้ันบรรยากาศอยา่ งต่อเนื่อง
(พิธสี ารเกยี วโต)
อนสุ ัญญาเวียนนา) ควบคุมเรอ่ื ง การปล่อยกา๊ ซเรือนกระจก

และ พธิ ีสารมอนทรโี อ ดูแลเรอื่ ง การปกป้องช้นั โอโซน ควบคุมเรือ่ ง สารท่ีทา่ ลายช้นั โอโซน

2504 กฎมายด้านส่ิงแวดล้อมไทย
พรบ. อุทยานแห่งชาติ

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศกั ยภาพสังคมศึกษา

30

2507 พรบ. ปา่ สงวนแหง่ ชาติ

พรบ. สง่ เสรมิ และรักษาคุณภาพสง่ิ แวดลอ้ ม

2535 พรบ. สาธารณสุข
พรบ. สงวนและคมุ้ ครองสัตว์ปา่ (ฉบบั เก่า)

พรบ.รกั ษาความสะอาดและความเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อยของบ้านเมือง

2561 พรบ. ส่งเสรมิ และรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอ้ มแหง่ ชาติ (ฉบับท่ี 2)

2563 พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบบั ใหม่)

ขอ้ ที่ 17 ขอ้ ใดเป็นกฎหมายป้องกนั และอนรุ กั ษ์หอยมือเสือของประเทศไทย 75/2563

1. พรบ. ปา่ ไม้ พ.ศ. 2484 2. พรบ. สงวนและคมุ้ ครองสัตวป์ า่ พ.ศ. 2535 และ พ.ศ. 2546 (ฉบบั ท่ี 2)

3. พรบ. อทุ ยานแหง่ ชาติ พ.ศ. 2504 4. พรบ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

5. พรบ. สง่ เสริมและรกั ษาคุณภาพสิ่งแวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535

ขอ้ ท่ี 18 สุนทรฝ่าฝนื คาสง่ั ห้ามใช้ยานพาหนะทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ มลพิษ มีโทษปรบั ไมเ่ กิน 5,000 บาทและสมุทรฝ่าฝืนไมย่ ินยอม

หยดุ พาหนะใหพ้ นักงานเจ้าหนา้ ที่ตรวงสอบ มีโทษจาคกุ 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือท้ังจาทัง้ ปรบั จาก

สถานการณ์ดังกลา่ ว เป็นบทกาหนดโทษของกฎหมายใด 77/2563

1. พรบ.พัฒนาทีด่ ิน พ.ศ. 2551

2. กฎหมายเกี่ยวกบั การจดั การขยะของประเทศไทย

3. พรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสงิ่ แวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ. 2535

4. พรบการสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ใขเพิม่ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550

5. พรบ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบา้ นเมอื ง พ.ศ. 2535

ขอ้ ที่ 19 ข้อใดเป็นกฎหมายสงิ่ แวดล้อมทใ่ี ช้แก้ไขเหตุราคาญของชุมชนจากปัญหากลน่ิ เหม็น จากการเลีย้ งสกุ ร 76/2561

1. พรบ.ปา่ สงวนแหง่ ชาติ พ.ศ. 2507

2. พรบ.สงวนและคมุ้ ครองสตั วป์ ่า พ.ศ. 2535

3. พรบ.สง่ เสริมและรกั ษาคุณภาพสิ่งแวดลอ้ มแห่งชาติ พ.ศ. 2535

4. พรบ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และท่แี ก้ไขเพิม่ เดมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2550

5. พรบ.รักษาความสะอาดและความเปน็ ระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมอื ง พ.ศ. 2535

ข้อที่ 20 พระราชบัญญัตทิ างทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมใดมบี ทบาทในการเสนอแนะมาตรกรด้านการเงินการ

คลงั การภาษีอากรและการส่งเสริมการลงทุนตอ่ คณะรัฐมนตรี 48/ส2561

1. พระราชบัญญตั สิ วนปา่ พ.ศ. 2535

2. พระราชบญั ญัติสาธารณสุข พ.ศ. 2535

3. พระราชบญั ญตั ิสงวนและคมุ้ ครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

4. พระราชบัญญตั สิ ่งเสริมและรกั ษาคณุ ภาพส่ิงแวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535

5. พระราชบัญญตั ริ ักษาความสะอาดและความเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยของบา้ นเมือง พ.ศ. 2535

Setthabut Bamphen School เสริมศกั ยภาพสังคมศกึ ษา

31

 แนวทางการแก้ปัญหาเรื่องทรพั ยากรและส่งิ แวดล้อม

ขอ้ ที่ 21 ขอ้ ใดไมใ่ ชแ่ นวทาง 7R การจัดการทรพั ยากรธรรมชาติเพ่อื นาไปสู่เป้าหมายของ SDG 6 ซ่ึงม่งุ สรา้ งหลกั ประกัน

ให้มีนา้ ใช้อยา่ งยั่งยืน78/2564

1. ใชพ้ ลงั งานน้า่ เป็นพลังงานทดแทน 2. พฒั นาเทคโนโลยีการกลนั่ น่า้ เคม็ เปน็ น้่าจดื

3. ฟ้ืนฟคู ุณภาพนา้่ กอ่ นปล่อยลงสู่แหลง่ น่า้ ธรรมชาติ 4. สร้างความรว่ มมอื กบั ชุมชนท่าระบบชลประทานในพื้นที่

5. พฒั นาเทคโนโลยีทางการเกษตรท่ีใช้นา้่ นอ้ ยในการเพาะปลกู

ข้อที่ 22 ขอ้ ใดไม่ใชม่ าตรการจงู ใจในการจดั การส่งิ แวดล้อมในชุมชน80/2564

1. สนับสนนุ เงนิ ทุนในระยะยาวในการหาพันธุไ์ ม้เพื่อปลูกป่า

2. ก่าหนดเกณฑท์ ี่เหมาะสมในการสง่ เสรมิ คุณภาพส่ิงแวดล้อม

3. ลดหยอ่ นภาษีให้กบั หน่วยงานทสี่ ง่ เสรมิ การปลูกป่าเศรษฐกิจ

4. ใช้เคร่อื งมือทางเศรษฐศาสตรใ์ นการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

5. จดั ต้งั กองทนุ รักษาคณุ ภาพสิง่ แวดลอ้ มใหด้ ่าเนินงานอย่างมีประสิทธภิ าพ

ข้อที่ 23 การกระทาในขอ้ ใดสอดคล้องกับแนวทางการอนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาตโิ ดยการใช้ทรพั ยากรธรรมชาตใิ ห้คุ้มคา่

80/2563

1. ปดิ ไฟเม่ือไมใ่ ช้ 2. ปลกู ปา่ ชายเลน

3. รับประทานอาหารให้หมด 4. ขยายพนั ธ์พุ ืชผกั พื้นถน่ิ

5. ใช้จุลนิ ทรยี ช์ ีวภาพก่าจัดศัตรพู ชื

Setthabut Bamphen School เสริมศักยภาพสงั คมศกึ ษา

32

ข้อท่ี 24 ข้อใดเป็นการดารงชีวิตอยา่ งเปน็ มิตรกับสงิ่ แวดลอ้ ม เพื่อการพัฒนาทรพั ยากรและสิ่งแวดล้อม

อยา่ งยัง่ ยนื 90/2563

1. ส่งเสริมการเทยี่ วปา่ และถางปา่ เปน็ ทางเดนิ ธรรมติสา่ หรับนกั ท่องเทีย่ ว

2. ลดจ่านวนประชากรโลก ด้วยการไมแ่ ต่งงานหรือแตง่ งานแตไ่ ม่ต้องการมบี ุตร

3. ปลูกตน้ ไมท้ ีบ่ ้าน รว่ มกิจกรรมปลูกปา่ ชมุ ชน ร่วมรณรงก์การใช้พลงั งานอย่างประหยัด

4. สรา้ งเข่ือนกักเกบ็ น่้าเพื่อผลติ กระแสไฟฟา้ และใช้ในชว่ งเวลาที่พ้ืนที่ของตนขาดแคลนนา่้

5. แสวงหาความสขุ ความพอใจในการดา่ เนนิ ชวี ิตตามสมควรแก่สถานะของคน ไม่ใช้สิ่งของเกินความจา่ เปน็

ขอ้ ท่ี 25 ขอ้ ใดเป็นการปฏบิ ัติตามแนวทางอนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม 49/ส2564

1. ลดการพัฒนาทางเศรษฐกิจเพือ่ ใหส้ มดลุ กับปรมิ าณทรัพยากรทีม่ ีอยู่

2. นา่ ไม้สกั ไปอาบน้่ายา แล้วนา่ มาทา่ เป็นรั้วบ้านเพอื่ ป้องกันปลวกและมดให้ใชไ้ ดย้ าวนาน

3. สา่ รวจพื้นทธี่ รรมชาติแหง่ ใหม่ในชนบทเพ่ือพฒั นาเปน็ แหลง่ ท่องเที่ยวให้เกดิ รายไดแ้ ก่ชมุ ชน

4. น่าเทคโนโลยีที่ทนั สมัยมาใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อใหก้ ารใชท้ รพั ยากรธรรมชาติมปี ระสทิ ธิภาพ

5. ลดการใชพ้ ลังงานในการท่าลายขยะโดยน่าขยะไปท้งิ ทะเลพื่อให้ออกสู่มหาสมุทรซงึ่ มีพ้ืนทกี่ วา้ งใหญ่รองรับขยะได้

ขอ้ ที่ 26 นักเรียนสามารถมีส่วนรว่ มทางอ้อมในการอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาตสิ ่ิงแวดลอ้ มได้ในลกั ษณะใด

49/ส2560

1. รว่ มกบั ชาวบา้ นเก็บผกั ตบชวาและขยธในแมน่ ่า้ ล่าคลอง

2. ใชน้ ่า้ ประปาและไฟฟ้าอยา่ งประหยดั ทงั้ ในบ้านและท่สี าธารณะต่างๆ

3. รว่ มปลูกตน้ ไม้ตดั แต่งก่ิงไม้และทา่ ความสะอาดทส่ี าธารณะในวันแมแ่ ห่งชาติ

4. จัดทา่ เอกสารเผยแพร่ แนะน่าและชแ้ี จงใหป้ ระชาชนได้ตระหนักในปัญหาสิง่ แวดล้อมของทอ้ งถนิ่

5. พยายามเลือกซ้ืออาหาร ผักผลไมใ้ นตลาดของทงิ้ ถน่ิ มากกวา่ อาหารทผี่ ลิตจากโรงงานอตุ สาหกรรม

ข้อท่ี 27 การประชุมสหประชาชาติว่าดว้ ยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา หัวข้อการประชุมเรอื่ งใดไม่ใชแ่ นวทางการอนุรักษ์

และการจดั การทรพั ยากรธรรมชาติ 78/2562

1. การพัฒนาทย่ี ง่ั ยนื ในพ้ืนที่ภูเขา 2. การคุ้มครองและการจัดการมหาสมทุ ร

3. การแก้ใขการแปรสภาพเป็นทะเลทรายและความแหง้ แล้ง 4. การจดั การของเสียทเ่ี ปน็ อันตราย

5. การแกไ้ ขปญั หาการตัดไม้ทา่ ลายปา่

ขอ้ ท่ี 28 แนวทางใดเปน็ แนวทางการอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มเพื่อหยดุ

โลกร้อนในเชงิ ภมู ศิ าสตร์ 79/2562

1. ซือ้ ผลิตภณั ฑอ์ าหารจากผู้ผลติ ทไ่ี ดร้ บั ฉลากลดโลกร้อน

2. รณรงคไ์ ม่ใช้ผลิตภณั ฑ์ตา่ ง ๆ ทที่ ่ามาจากพลาสติก

3. รวมกลุม่ กนั สร้าง "ผลิตภัณฑ์สีเขยี ว" โดยซ้อื ขายกนั ภายในตลาดท้องถ่นิ

4. น่าหลกั การ การลดทอน การใช้ซ่้า การแปรใช้ใหม่ มาใช้ในชวี ิตประจา่ วัน

5. ริเรมิ่ ใชพ้ ลังานทางเลือก เช่น ตดิ ต้ังแผงโซลารเ์ ซล เพ่ือผลิดไฟฟ้าเฉพาะจุดเป็นตน้

Setthabut Bamphen School เสริมศกั ยภาพสงั คมศกึ ษา

33

ขอ้ ท่ี 29 เพื่อเป็นการอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาตสิ ิ่งแวดล้อมและพลังงานในปี พ.ศ. 2557 เปน็ ตน้ ไป รัฐบาลได้รเิ รม่ิ ดว้ ย

การกาหนดเป็นนโยบายในข้อใด 78/2560

1. ส่งเสรมิ การใช้รถยนตไ์ ฟฟ้า 2. เกบ็ ภาษีมลพิษสง่ิ แวดล้อมสงู ขึ้น

3. ลดการใช้สารเคมใี นการเกษตรอย่างจริงจัง 4. สนบั สนนุ การใช้พลังงานลมบรเิ วณภาคใตฝ้ ั่งตะวนั ตก

5. ออกกฎกระทรวงใหเ้ ปล่ยี นไปใชห้ ลอดไฟฟ้าแบบประหยัดพลังงานทวั่ ประเทศ

ข้อที่ 30 ปัจจบุ ันมลพษิ ขยะพลาสตกิ กลายเปน็ วิกฤตสาคัญดา้ นส่งิ แวดลอ้ ม แต่ละปีท่ัวโลกมีการใชถ้ ุงพลาสติกมากถงึ 5

แสนลา้ นใบ ในประเทศไทยก็เชน่ กนั มีขยะถงุ พลาสติก เกิดข้ึนจานวนมาก และประเทศไทยถกู จัดอยู่ในลาดบั ที่ 6 ของ

ประเทศท่มี ีขยะพลาสตกิ ในทะเลมากทส่ี ดุ ในโลก แนวทางใดจะลดขยะถุงพลาสตกิ ไดม้ ากที่สดุ 80/2562

1. เลอื กใชถ้ งุ พลาสติกท่ีมคี ุณสมบตั ิยอ่ ยสลายเองได้

2. จดั การเก็บถงุ พลาสติก กัดแยก และนา่ ไปท้ิงถังขยะให้เรียบร้อย

3. พยายามนา่ ถุงพลาสติกทใี่ ชแ้ ลว้ กลับมาใช้อีก

4. ปฏเิ สธการใชถ้ งุ พลาสติกจากร้านค้าและใชถ้ งุ ผา้ แทน

5. น่าขยะถุงพลาสตกิ ที่รวบรวมไว้ นา่ ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่

ข้อท่ี 31 ขอ้ ใดหมายถงึ การแกล้งดินในโครงการตามแนวพระราชดาริ 79/2563

1. การแกป้ ัญหาดินแหง้ โดยการขงั น่า้ ไวใ้ นดนิ ใหล้ ึกถงึ ระดับน้่าใตด้ ิน เพื่อดึงนา่้ ขึ้นสผู่ ิวดิน

2. การแก้ปญั หาดนิ เค็ม โดยขังน้า่ ไว้เลก็ น้อยใหร้ ะเหยเหลือแตเ่ กลอื ท่หี นา้ ดินแล้วจึงตักเกลือออก

3. การแกป้ ญั หาดินเปรยี้ ว โดยการขังน้่าและระบายนา่้ สลบั กันไปจนดนิ เปรยี้ วจดั แลว้ ปรับสภาพดว้ ยปนู ขาว

4. การแกป้ ญั หาดนิ ขาดธาตุอาหาร โดยการไม่ไสป่ ยุ๋ จนกระทงั่ พืชทิง้ ใบ ใบจะสะสมและย่อยสลายเป็นธาตอุ าหาร

5. การแก้ปัญหาการชะล้างพังทลายของหนา้ ดิน โดยเซาะหน้าดนิ เป็นขัน้ บนั ไดและปลูกพืชยึดหนา้ ดนิ ไว้

ขอ้ ท่ี 32 จากวิกฤตดา้ นทรพั ยากรน้าสู่มลพิษทางนา้ เทคโนโลยกี ารบาบดั น้าเสยี ทเ่ี รียบงา่ ยภายใต้แนวคิดธรรมชาตชิ ่วย

ธรรมชาติบาบัด ของโครงการดามพระราชดารฯิ แหลมผักเบีย้ การนาวิธีการบาบัดนา้ เสยี ดงั กลา่ วไปใชใ้ นการจัดการนา้

เสยี ให้เป็นนา้ ดเี พอ่ื การเกษตรกรรมของชุมชน จะต้องเรม่ิ ต้นขน้ั ตอนแรกตามขอ้ ใด73/2562

1. จดั ทา่ ระบบพืชและหญ้ากรองน้่าเสียด้วยตน้ ธูปฤๅษี กกกลม และหญา้ แฝกอินโดนีเชีย

2. จดั สร้างระบบนเิ วศพื้นทช่ี มุ่ น่้าเทียม

3. จัดท่าระบบแปลงพชื ป่าและพืชน่า้ ท้องถนิ่ ตามสภาพภมู ินิเวศ

4. สร้างระบบบอ่ บา่ บัด ด้วยบอ่ ตกตะกอน บ่อผึ่ง และบ่อปรบั สภาพ

5. ด่าเนนิ การสร้างระบบทุ่มน้่าเทียมรองรับและบ่าบัดน่้าเสีย

ขอ้ ท่ี 33 ขอ้ เสนอใดเปน็ แนวทางนุอรักษ์และฟื้นฟบู ูรณะภูทับเบิกท่เี ปน็ ธรรมกับธรรมชาติ กอ่ เกิดมลพษิ ต่าสดุ เกดิ ผล

กระทบต่อประชาชนภายใต้โครงการแนวร่วมพัฒนาชาติไทยน้อยท่ีสุด 77/2560

1. ใหย้ ดึ คนื ทด่ี นิ ของผทู้ ่ีใชท้ ่ดี ินไม่เป็นไปตามหลกั การของโครงการแนวรว่ มพฒั นาชาติไทย

2. รัฐควรจัดแหลง่ ที่พกั พร้อมกิจกรรมการท่องเที่ยวบรเิ วณเชงิ ภเู ขาใหค้ รบวงจรทดแทนพ้ืนท่ีเดิม

3. เพื่อความเปน็ ธรรมกบั มนุษย์ที่มีสทิ ธใิ์ นการต้ังถน่ิ ฐาน ต้องออกเอกตารสทิ ธใิ์ นรูปแบบโฉนดชมุ ชน

4. กา่ หนดนโยบายอนญุ าตใหท้ อ่ งเทย่ี วไดเ้ ฉพาะแบบเช้าไปเย็นกลับ ห้ามพักแรมบนภทู ับเบกิ เชน่ เดียวกับภชู ้ีฟ้า

5. รัฐตอ้ งควบคมุ การใช้ทด่ี ินให้ถกู ต้องตามหลักการพ้นื ท่ีชุม่ น้า่ 1 A เพ่ือคืนความเปน็ ธรรมใหธ้ รรมชาติ

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศกั ยภาพสังคมศกึ ษา

34

ขอ้ ท่ี 34 ขนพื้นเมอื งดง้ั เดมิ ของมองโกเลียมกี ารจดั การทรัพยากรธรรมชาตดิ า้ นทพ่ี กั อาศยั โดยสรา้ งนวัตกรรมท่ีพักอาศยั

แบบใด เพราะเหตุใด 78/2561

1. สร้างบา้ นดนิ เพราะพ้นื ที่มีวตั ตโุ คลนและดนิ เหนยี วเป็นจ่านวนมาก

2. สรา้ งเกอ (Ger) เพราะพนื้ ที่มีไมซ้ งุ และหนังสตั ว์เพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้าย

3. สร้างอิกลู (IgIoo) เพราะพื้นท่มี ีน่า้ แข็งมาก สรา้ งเพ่ือพักอาศยั ยามออกล่าสตั ว์

4. สรา้ งบ้านซงุ เพราะพน้ื ที่มีไม้ซงุ เนื้อแข็งจ่านวนมากและสร้างได้ง่าย

5. สรา้ งบา้ นหนิ เพราะพ้นื ทมี่ ีหินจา่ นวนมาก ทนทานต่อสภาพภูมอิ ากาศ

ข้อที่ 35 แนวทางการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติบรเิ วณรอบทะเลทรายสะฮารา เพอ่ื ไมใ่ หเ้ กิดการขยายเป็นทะเลทราย

ขอ้ ใดควรดาเนินการเป็นลาดับแรก 79/2561

1. ปลูกพชื ยืนต้นชนดิ โตเร็วและทนแล้ง

2. ปลอ่ ยพนื้ ดินท้งิ ไว้ หรอื พกั การใชโ้ ดยปลอ่ ยให้วัชพชื ขึ้น 1-2 ปี

3. ปลกู พืชพื้นเมืองที่อยตู่ ามธรรมชาตขิ องบริเวณขอบทะเลทรายให้มากขน้ึ

4. สรา้ งเขือ่ นขนาดเล็กให้กระจายทั่วเขตเกษตรกรรมและขุดลอกแหล่งนา้่ ดั้งเดมิ

5. หา้ มผู้เลย้ี งสัตว์เร่รอ่ นเข้ามาเลย้ี งสตั วใ์ นพืน้ ทเี่ ส่ียงต่อการขยายตัวของทะเลทราย

ข้อท่ี 36 ขอ้ ใดเปน็ การกระทาท่แี สดงถงึ การแก้ปัญหาแบบมีส่วนร่วมทางตรงตามแนวทางอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติ

และส่งิ แวดล้อมที่ยั่งยนื 80/2561

1. โครงการสร้างถนนเลียบสองฝ่ังแม่น้่าเจ้าพระยาเหมือนกรงุ ลอนดอน เพ่ือเปิดพน้ื ที่ให้คนเดนิ ชมววิ หรอื ขี่จกั รยานออก

กา่ ลงั กาย

2. กรมส่งเสริมสหกรณ์ไดส้ ่งเสริมและสนับสนุนสหกรณน์ กั เรยี นตามโรงเรยี นต่าง ๆ จ่านวน 502 โรงเรยี น เพื่อพัฒนาการ

เรียนรู้การดา่ เนนิ งานในรูปแบบสหกรณ์

3. ศนู ย์การเรยี นรู้เพาะฟกั ลูกปู บา้ นหวั เขา จังหวดั สงขลา ไดด้ ่าเนินงานเพาะเลย้ี งลกู ปูก่อนปล่อยลงสู่ทะเล และไดก้ ระจาย

ความรใู้ ห้แกช่ าวประมงในเขตอื่น ๆ ดว้ ย

4. ชาวบ้านจังหวดั สมทุ รสงครามรอ้ งเรียนหนว่ ยงานท่เี กีย่ วขอ้ งให้ตรวจสอบการปล่อยนา้่ เสียของโรงานอุตสาหกรรมเกษตร

แปรรปู พบวา่ คุณภาพนา่้ เสยี จรงิ และได้ด่าเนินการตามกฎหมายแลว้

5. เจ้าหนา้ ที่ป่าไมเ้ ปิดยทุ ธการทวงคืนผนื ป่า หยุดย้ังการปลูกยางพาราในเขตปา่ สงวนแห่งชาตปิ า้ เขากระยาง อา่ เภอนครไทย

จังหวดั พษิ ณุโลก

ขอ้ ที่ 37 กิจกรรมใดเป็นแนวทางในการอนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อมที่สอดกลอ้ งกับธรรมชาติในพ้นื ที่ชมุ่

นา้ ของผนื ป่าแอมะซอนท่ีป่าถูกตดั โดน่ ไปแล้ว 90/2561

1. การปลกู ขา้ วโพดเล้ียงสัตว์ 2. การทา่ ฟาร์มปศสุ ตั ว์โดยเฉพาะเล้ียงววั

3. การท่าการประมงและเพาะเล้ียงสตั ว์นา้่ 4. การปลูกปา่ ในบรเิ วณท่ีปา่ ถูกตัดไปแลว้

5. การท่านาขา้ วเน่ืองจากป่าทีถ่ กู ตัดแล้วเป็นท่ชี มุ่ นา้่ ทว่ มขัง

Setthabut Bamphen School เสริมศกั ยภาพสงั คมศกึ ษา

35

ขอ้ ที่ 38 ภายหลงั จดั งานเทศกาลประเพณีหรืองานฉลองพธิ กี ารตา่ ง ๆ มักจะเกิดการทิ้งขยะมากมาย เพอ่ื ให้ขยะลดลง

และสะท้อนคณุ ภาพของประชากรไทยมีวินยั ไม่มักง่ายเป็นพลเมืองของชาตทิ ี่พฒั นาแลว้ วธิ ีการแก้ปญั หาตามข้อใด

ได้ผลยั่งยืนท่ีสุด 74/2560

1. จดั หา จดั ท่าถงั ขยะรองรบั การทิง้ ขยะให้กระจายทกุ ระยะ 10 เมตร ตลอดพนื้ ที่

2. จัดงานระดมอาสาสมคั รชว่ ยเก็บและคัดแยกขยะหลังการจัดงาน

3. จดั ให้มีผ้คู วบคุมและเฝ้าระวงั จบั ผูก้ ระทา่ ผิดที่ทิ้งขยะ กระจายทุกระยะ 20 เมตร

4. สร้างความตระหนกั มีจติ สา่ นึกสาธารณะ และความละอายใจในการทิ้งขยะอยา่ งต่อเน่ือง

5. ใชร้ ะบบกลอ้ งวงจรปิดตรวจจบั ผ้กู ระท่าผดิ ทที่ ิ้งขยะครอบคลมุ พื้นที่จดั งาน

ข้อที่ 39 พฤติกรรมการกระทาของใคร เปน็ การปลดปล่อยความรอ้ นเข้าสูบ่ รรยากาศของโลกนอ้ ยที่สุด 75/2560

1. คุณด๋อยใช้เครือ่ งออกกา่ ลงั กายที่ปั่นดว้ ยเทา้ ในศนู ยส์ ขุ ภาพ 2. คณุ ตอ้ มบุกเบิกป่า ขยายพื้นทป่ี ลกู พืชไร่

3. คณุ ตอ้ ยเผาปา่ เพ่ือเกบ็ ของป้าไปขาย 4. คุณตมุ้ ตัง้ โรงงานผลิตอฐิ บลอ็ ก

5. คณุ โด้ขบั รถแท็กซ่ีมา 20 ปี

ข้อที่ 40 กระแสนิยมเปลี่ยนแปลงธรรมชาติสู่การทาสวนยางพาราทวั่ อาเซียนก่อเกิดคุณประโยชน์ทางตรงต่อการอนรุ กั ษ์

สง่ิ แวดล้อมมากทีส่ ุดในข้อใด 76/2560

1. ได้พื้นที่สเี ขยี วด้วยต้นไม้เพ่ิมมากข้นึ

2. ทา่ ให้ภมู ิภาคน้ีมีพืน้ ที่ป่าไม้ธรรมชาตเิ พมิ่ มากขึ้น

3. ได้ไม้ฟนื ไม้ใช้สอย และไม้ท่าเฟอร์นิเจอร์มากขึน้

4. ก่อให้เกิดฟาร์มเกษตรป่าไม้หรือแบบสวนป่าธรรมชาตมิ ากขึน้

5. สามารถลดอุณหภูมิเฉล่ียของภมู ภิ าคใหต้ ่าลง 2 - 4 องศาเซลเซยี ส

ขอ้ ท่ี 41 การดาเนนิ ชวี ิตตามแนวทางอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ย่ังยืน จะตอ้ งยึดมั่นใน

คณุ คา่ ตามข้อใดจึงจะสมบูรณ์ทส่ี ุด 79/2560

1. การเคารพและบูชาต่อผบี รรพบรุ ษุ 2. การนอบนอ้ มต่อเจา้ ปา่ เจ้าเขา เทวาอารักษ์

3. การมีจรยิ ธรรมต่อสภาวะแวดล้อมท้ังมวล 4. ความกตญั ญตู ่อธรรมชาตแิ ผน่ ดินถ่นิ กา่ เนิด

5. ความซ่อื สัตย์ต่อทรัพยากรป่าไม้ ต้นนา่้ ลา่ ธาร

ขอ้ ท่ี 42 การกระทาใดเปน็ แนวทางของการช่วยลดหรอื ชะลอสภาวะโลกรอ้ นในเชิงภมู ิศาสตร์80/2560

1. พยายามใชแ้ สงแดดในการตากเสอื้ ผา้

2. การร่วมกิจกรรมรณรงค์ด้านส่งิ แวดล้อม

3. การเปดิ หน้าต่างรับลมแทนการใชเ้ ครื่องปรบั อากาศ

4. เลอื กใชบ้ ริการโรงแรมที่มีสัญลักษณ์อนุรกั ษ์สิ่งแวดล้อม

5. การเลอื กซื้อผกั ผลไม้ เน้ือหมู ไก่ ปลา ในตลาดสดใกลบ้ ้าน

Setthabut Bamphen School เสริมศกั ยภาพสงั คมศึกษา

36

ขอ้ ท่ี 43 การฟน้ื ฟูปา่ เสื่อมโทรมตามแนวพระราชดาริ ให้เนน้ การอนุรักษพ์ นื้ ที่ต้นน้าลาธาร กิจกรรมสองอันดบั แรกทค่ี วร

ดาเนนิ การเปน็ กจิ กรรมใด 90/2560

1. สร้างบอ่ นา่้ หรือสระน้่าบริเวณเชิงเขา 2. ปลกู ไม้โตเรว็ บริเวณทร่ี าบเชงิ เขาตามแนวล่าธาร

3. ปลูกปา่ บริเวณพ้ืนที่ระหว่างยอดเขากบั เชงิ เขา 4. สร้างฝายตน้ น่า้ ลา่ ธารเพอื่ ชะลอและกกั เก็บน่้า

5. ปลูกป่าบรเิ วณตน้ น่า้ ลา่ ธารและบริเวณยอดเขา

ข้อท่ี 44 พ้นื ทีแ่ หง่ หนึง่ ปจั จุบันเปน็ พ้ืนท่ีป่าพรทุ ีเ่ สื่อมโทรม มีนา้ ขังตลอดท้งั ปี นกั เรยี นควรดาเนินการอย่างไร เพือ่ ให้

พ้ืนท่นี ้ี มีความอดุ มสมบรู ณ์เพียงพอสาหรับทาการเกษตร 50/ส2564

1. บา่ บัดน้่าที่ขังดว้ ยระบบวชั พืชบ่าบดั แล้วจงึ ปลอ่ ยน้่าออก และปรับสภาพดินด้วยปยุ๋ NPK

2. ปลอ่ ยน่า้ เข้าและออกจากพ้นื ท่ี จนกว่าดนิ จะเป็นกรดจัด แลว้ ปรับสภาพดินด้วยปนู ขาว

3. ขงั น่า้ ไว้เชน่ เดมิ ใชเ้ ป็นบ่อเพาะเล้ียงปลา โดยตดิ ตั้งกังหันชยั พัฒนาเพื่อเพิ่มออกซเิ จนใหก้ ับน่้า

4. ขังนา่้ ไว้ใสป่ ยุ๋ อนิ ทรยี ์ลงในนา่้ ปล่อยไวจ้ นปุย๋ ตกตะกอนลงเปน็ เนือ้ เดยี วกนั แล้วปลอ่ ยน้า่ ออก

5. ทา่ ช่องทางทีส่ ามารถเปิดปิดให้น่้าเขา้ และออกได้ ปลอ่ ยน้่าออก ใสป่ ๋ยุ อินทรย์ แล้วใชเ้ ปน็ พื้นทีป่ ลูกขา้ ว

ขอ้ ที่ 45 ฝนกรดมผี ลเสียตอ่ แหล่งน้า ปลา ป่าไม้ ตลอดจนระบบทางเดินหายใจของคน แนวทางแกไ้ ขใหล้ ดลงอย่าง

รวดเร็ว และเป็นไปได้จรงิ ในทวีปอเมริกาเหนือและยโุ รปคอื แนวทางในขอ้ ใด 49/ส2561
1. เลกิ ใช้พลังงานทผ่ี ลติ จากถ่านหนิ และนา้่ มนั ในทกุ กิจกรรมทนั ที

2. ใชพ้ ลังงานไฟฟา้ ท่ีผลติ จากพลังงานสะอาดในทกุ กิจกรรมที่ใชพ้ ลังงาน

3. ควบคุมความเรว็ ของรถยนตแ์ ละใช้การขนส่งสนิ ค้าในระบบรางแทนการใชร้ ถบรรทุก

4. รกั ษาป่าและเรง่ ปลกู ป่าในเขตเมืองและบรเิ วณโดยรอบโรงงานอุตสาหกรรมเพ่ือดูดซบั มลพิษ

5. ติดตัง้ เครอื่ งก่าจัดมลพิษทางอากาศในรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟา้ จากพลงั งานถา่ นหนิ

ข้อที่ 46 ขอ้ ใดเป็นแนวทางการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติในเชิงภูมิศาสตรข์ องเกษตรกรทจี่ ะช่วย

แกป้ ญั หาโลกรอ้ น 50/ส2561

1. การปลูกผัก ผลไม้ ตามฤดูกาล และการปลูกพืชหมนุ เวยี น

2. ใชเ้ ทคโนโลยีเตาอบแสงอาทิตย์ท่ผี ลติ ขน้ึ เองเพอ่ื อบผกั และผลไม้

3. ลดการใช้สารเคมีในการเกษตร เพ่ือลดต้นทุนและเพ่ือสุขภาพทด่ี ีข้ึน

4. รวมกลมุ่ เกษตรกรผผู้ ลติ และสรา้ งตลาดผูบ้ ริโภคในลกั ษณะจา่ หนา่ ยตรง

5. ขยายพนื้ ทที่ ่าการเกษตรโดยไมเ่ ผ่าป่า หญา้ ฟาง เพ่ือก่าจดั แมลงวชั พชื

ข้อท่ี 47 เมื่อประสบปัญหาภาวะโลกร้อน รฐั ควรเลือกดาเนินการแกไ้ ขตามขอ้ ใดจึงเห็นผลอย่างรวดเรว็ ที่สดุ

47/ส2560

1. มีมาตรการทเี่ ดด็ ขาดในการป้องกันการตดั ไม้ท่าลายป่ารวมถึงการยึดคืนผืนป่าทีถ่ ูกบกุ รกุ

2. สง่ เสริมการปลกู ป่าทดแทนอย่างเปน็ ระบบ โดยเฉพาะในพนื้ ท่ีตน้ น้า่ ล่าธารท่ีเส่ือมโทรมทว่ั ไป

3. กา่ หนดพนื้ ท่ีในการปลูกพืชแตล่ ะประเภทรวมท้ังจัดระบบชลประทานเทคโนโลยี และการตลาดให้เหมาะสม

4. มมี าตรการจูงใจส่งเสริมการลงทนุ อุตสาหกรรมทไี่ ม่ก่อมลภาวะและวางแผนการใช้พ้ืนที่อุตสาหกรรมแต่ละ

ประเภทใหเ้ หมาะสม
5. ก่าหนดนโยบายงดการใช้เชือ้ เพลงิ ฟอสซิลในภาคขนส่งและอตุ สาหกรรมอย่างเร่งดว่ น สง่ เสริมการใช้

พลังงานสะอาดแทนอย่างจริงจัง

Setthabut Bamphen School เสริมศักยภาพสงั คมศกึ ษา

37

ขอ้ ท่ี 48 การกระทาใดเป็นการปกปอ้ ง การอนรุ ักษ์และเพมิ่ ความอุดมสมบรู ณข์ องทะเลชายฝ่งั ส่วนทีเ่ ป็นน้าเค็มได้
เหมาะสมที่สดุ 48/ส2560
1. ชุมชนพรเุ ตยรวมกันปลูกพืชมีเหงา ต้นจกิ น่า้ มะกอกน้่า และไม้แสมในเขตน้า่ เค็มเปน็ ป่าชุมชน
2. ชาวบา้ นหาดละไมร่วมใจปลกู ไมโ้ กงกาง ไมแ้ สม บรเิ วณชายหาดตอนบนเพมิ่ มากขึ้น
3. หมู่บ้านประมงปาเต๊ะรว่ มกันปลูกต้นจาก ไมต้ ะบนู และไม้ล่าพูในเขตชายฝง่ั ทรดุ ตวั น่า้ ลึก
4. ชมุ ชนปากน่า้ ประแสชว่ ยกันปลกู พชื ลาย พืชลอยน่า้ ตามบริเวณดนิ ตะกอนปากน่า้
5. ชุมชนหลงลนิ ชว่ ยกันรกั ษาและขยายพันธส์ุ าหร่ายทะเลและหญ้าทะเล ให้หนาแน่นแพรก่ ระจายคลมุ พ้ืนท่มี ากข้นึ
ขอ้ ที่ 49 การออกแบบเพ่อื ฟ้ืนฟูสมนุ ไพรที่เจริญเตบิ โตไดด้ ใี นปา่ ด้วยแนวคดิ สวนสมุนไพรทดแทน การกระทาตามขอ้ ใด
จะ บรรลุผลและมปี ระสทิ ธภิ าพมากท่ีสุด 50/ส2560
1. คุณดาจอ๋ ม ปลูกพชื สมนุ ไพรผสมสานในพน้ื ทปี่ า่ ชุมชนของหมู่บ้าน
2. คุณลุงจอ้ ย บุกเบิกพืน้ ทีป่ ่าแห่งใหมเ่ พอ่ื ทา่ ไรส่ มนุ ไพรแบบวิสาหกิจชมุ ชน
3. คณุ อาเจดิ ปลูกพืชไร่ พชื ผัก นาขา้ วและบ่อปลา ผสมผสานพืชสมุนไพร
4. คุณนา้ จ่า บุกรุกและเผาท่ีป่าเสือ่ มโทรมใหเ้ ปน็ ท่โี ลง่ แล้วปลูกพชื สมนุ ไพร
5. คุณป้าแจม่ ตดั สวนผลไม้ด้ังเดิมทัง้ หมดใหเ้ ปน็ แหล่งผลติ สมนุ ไพรดว้ ยเกษตรแผนใหม่

Setthabut Bamphen School เสริมศกั ยภาพสังคมศึกษา

38

Setthabut Bamphen School เสรมิ ศกั ยภาพสงั คมศึกษา


Click to View FlipBook Version