The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suchada Jinnie, 2022-06-16 22:39:09

ชุดที่ 4 เรื่อง หลักการสร้างคำในภาษาไทย

04-ชุดฝึกทักษะหลักการสร้างคำ



สาระการเรียนร้/ู มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชี้วัด

สาระท่ี ๔ หลกั ภาษา
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษา

และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็น
สมบตั ขิ องชาติ
ตัวชี้วัด
ท ๔.๑ ม. ๔-๖/๖ อธบิ ายและวิเคราะห์หลักการสร้างคําในภาษาไทย



สาระสาคญั

คามลู เป็น คาคาเดียวทีไ่ ม่ได้ประสมกบั คาอ่นื

มีความหมายสมบูรณ์ในตัว อาจมีพยางค์เดียวหรือหลายพยางค์ก็ได้
คาประสม เกิดจากการที่มีคา ๒ คาหรือมากกว่านน้ั มาประสมกนั เขา้
เป็นคาใหมอ่ กี คาหนึง่

คาซา้ คอื คาคาเดียวกนั นามากล่าว ๒ ครัง้ มีความหมาย

เนน้ หนกั หรือบางทีตา่ งกนั ไปหรือคาทเ่ี พิม่ ขนึ้ โดยออกเสยี งใหต้ ่อเนื่องกนั
กบั คาเดี่ยวเพียงคาเดยี ว จึงถือวา่ เป็นคาสร้างใหม่ มีความหมายใหม่
คาซ้อนเกิดจาก คาท่ีมีคาเดีย่ ว ๒ คา อันมีความหมายหรือเสียงคล้ายกนั
ใกลเ้ คยี งกัน หรือเป็นไปในทานองเดียวกนั

สมาสเปน็ วธิ ีการสรา้ งคาในภาษาบาลแี ละสันสกฤต

โดยนาคาต้งั แต่ 2 คา มารวมเปน็ คาเดียวกันใหม้ ีความหมาย
เกี่ยวเนือ่ งกัน คาสนธิเกิดจากการนาคาบาลีหรือสนั สกฤต

มาเชื่อมเสยี งใหก้ ลมกลนื กนั โดยการเปลีย่ นแปลง
รูปสระ รูปพยญั ชนะ หรือนฤคหิตให้รวมกันเปน็
คาใหม่ ควรจาแนกและศึกษาความหมายของคา
ใหเ้ ข้าใจจึงจะนาไปใชไ้ ดถ้ ูกต้อง



จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อธบิ ายเกี่ยวกบั หลักการสรา้ งคาํ ประสม คําซ้าํ คําซ้อน คาํ สมาส คําสนธิ (K)
๒. นําคํามูล คําประสม คาํ ซ้ํา คําซ้อน คําสมาส คาํ สนธิ ไปใช้ในการสื่อสารได้
ถูกตอ้ ง (P)
๓. ตระหนักถึงคณุ ค่าของการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง (A)

เพื่อน ๆ ควรศกึ ษา
จดุ ประสงค์การเรียนรใู้ หเ้ ขา้ ใจ

จะไดท้ ราบแนวทางและ
เป็นประโยชนใ์ นการเรยี นรู้



แบบทดสอบก่อนเรียน
ชุดที่ ๔ เรือ่ ง หลกั กแาบบรทสดรสอา้ งคาในภาษาไทย

คาชีแ้ จง ให้นักเรียนเลอื กคําตอบทถ่ี ูกตอ้ งทีส่ ุดเพยี งคําตอบเดียว

๑. ขอ้ ใดเปน็ คํามูลทงั้ หมด
ก. มะละกอ สะระแหน่ กระต่าย
ข. สวงิ สวย นักร้อง นักการภารโรง
ค. ฉวัดเฉวยี น ชาวสวน หมอความ
ง. พ่อมด แม่ค้า คณะลูกเสอื ชาวบ้าน

๒. ขอ้ ใดมีคาํ ประสมทกุ คาํ ทป่ี ระกอบด้วยคํานามและคํากรยิ า

ก. นํา้ หวาน บา้ นพัก เครอ่ื งด่มื

ข. กนั ขน ห้องเรยี น นกั เขยี น

ค. ใจดํา นํา้ ใช้ ใบพดั

ง. เขม็ กลดั ขา้ วต้ม สม้ ตาํ

๓. คาํ ประสมในข้อใดทใ่ี ช้เป็นประโยคได้ทุกคํา
ก. ใบขับขี่รถยนต์ เกา้ อี้โยก สมุดฉีก
ข. ไม้แคะหู ผ้ากนั เปื้อน คนกวาดขยะ
ค. รถบดถนน พนกั งานเกบ็ ต๋ัว ฟา้ แลบ
ง. โตะ๊ เขยี นหนังสอื ห้องอดั เสยี ง ม้าดดี กะโหลก



๔. ขอ้ ใดเป็นคําซ้อนทกุ คาํ
ก. ขวากหนาม กาลเวลา ช้านาน
ข. คนั ช่ัง คันแผล คาถาอาคม
ค. แข็งข้อ ขบขนั ขัดขวาง
ง. บีบคนั้ ขัดเขมร ขัดขืน

๕. ขอ้ ความต่อไปน้ีมีคาํ ซ้อนก่คี าํ
“ธรรมชาติสรรคส์ ร้างสิง่ ดีๆ ให้มวลมนุษย์ แตม่ นุษย์เปน็ ผู้ทาํ ลายจนโลกเปลย่ี นแปลง

จึงตอ้ งตกั เตอื นกันให้นําโลกเข้าสู่สภาพเดมิ โดยเร็วไว”
ก. ๒ คํา
ข. ๓ คาํ
ค. ๔ คํา
ง. ๕ คาํ

๖. ขอ้ ใดซ้าํ คาํ แล้วความหมายเปลย่ี นไป
ก. ขอให้นักเรยี นเดนิ เข้ามาทีละคนๆ
ข. เขาเล่นสาดนํา้ กนั อยู่แถวๆ หนา้ บ้าน
ค. เดนิ เรว็ ๆ หน่อย จะได้ถงึ บ้านกอ่ นมืด
ง. เราควรทํางานพร้อมๆ กัน เพอ่ื จะได้เสร็จเร็ว

๗. คาํ ซ้าํ ในขอ้ ใดตา่ งกบั ขอ้ อ่นื
ก. ผู้หญิงกบั ของสวยๆ งามๆ เป็นของคู่กนั
ข. งานน้ีเป็นการรวมตวั ของพีๆ่ น้องๆ ในวงการหนงั
ค. หากมีความรู้งูๆ ปลาๆ กไ็ ม่สามารถเข้าทํางานท่นี ่ไี ด้
ง. การจัดโตะ๊ อาหาร ผู้จัดเลอื กเอาเมนูเดน่ ๆ ดังๆ มาเสนอ



๘. ขอ้ ใดมีคาํ สมาสท่มี ีการสนธทิ ง้ั หมด
ก. ทศั นูปกรณ์ ชโลทร นิทรารมณ์
ข. คณุ ูปการ นามาภิไธย ชราภาพ
ค. มหาวทิ ยาลัย ธนาณัติ รชั นกี ร
ง. มโนมยั สมั มาทิฐิ โยธาธกิ าร

๙. ขอ้ ใดเรียงลํา ดบั ประเภทของคํา ดงั น้ี : คํา ประสม คาํ ซ้อน คาํ สมาส
ก. แสวงหา สนใจ สตุ กวี
ข. อา้ งองิ ตกต่าํ เสรีภาพ
ค. พิษภยั บทบาท บรโิ ภค
ง. จดุ หมาย เบิกบาน อรรถคดี

๑๐. ขอ้ ความตอ่ ไปนมี้ ีคํา ประสมและคํา สมาสก่คี าํ (ไม่นบั คํา ซ้ํา)
“ในบรรดาเครื่องปรุงรส ส่งิ หนง่ึ ที่ไม่สามารถขาดได้เลยในครัวของเรากค็ ือ “นา้ํ ปลา”

เรารู้จักน้ําปลากันดี แต่คงมีไม่กีค่ นนักทีจ่ ะทราบวา่ นา้ํ ปลาดมี ีคุณภาพและมีคณุ คา่ ทาง
โภชนาการเปน็ อย่างไร ส่วนกรรมวิธีในการผลติ ก็มีส่วนทาํ ให้รสของนา้ํ ปลาแตกตา่ งกนั ด้วย”

ก. คาํ ประสม ๒ คํา คํา สมาส ๔ คาํ
ข. คําประสม ๓ คํา คํา สมาส ๓ คํา
ค. คาํ ประสม ๕ คํา คาํ สมาส ๒ คํา
ง. คําประสม ๔ คํา คํา สมาส ๓ คาํ

นกั เรยี นทากนั ไดไ้ หมคะ
คะแนนน้อยไมเ่ ปน็ ไรคะ่

มาเรยี นร้กู นั ค่ะ

ต้ังใจนะคะ



หลกั การสร้างคาในภาษาไทย

คามูล

คามลู คอื คาํ ทม่ี ีใช้ในภาษามาแต่เดมิ อาจจะเปน็ คํามาจากภาษาใดก็ได้ หรือเป็นคํา
ท่ตี ง้ั ขนึ้ ใหม่ในภาษาไทยกไ็ ด้ คํามูลแบ่งออกเปน็

๑. คามลู พยางคเ์ ดียว ได้แก่ คําพยางคเ์ ดียวที่มีความหมายชดั อยู่ในตัวสว่ นมากเปน็
คาํ ไทย เพราะเป็นคําพยางคเ์ ดียวโดด ๆ อยู่แล้ว แต่อาจเป็นคําภาษาอ่ืนที่ใช้ในภาษาไทยจน
กลายเปน็ คําไทยไปแลว้ กไ็ ด้ เช่น

คาํ ไทย ไข่ ไก่ เงิน ทอง ฉัน เด็ก วิง่ เลน่ เทีย่ ว
คาํ ภาษาจีน เจ๊ เตี่ย เล้ง เตง็ เขียม ก๊ัก เช้ง ก๊ก อัว๊
คําภาษาองั กฤษ เช้ิต ฟรี เมตร แก๊ป โคก้ แฟร์ การด์ เทป เคก้
คําภาษาเขมร แข ขาล โตก เฌอ จาร เนา ตรู โดม กราน

๒. คามูลหลายพยางค์ คํามูลทเ่ี ปลง่ ช่วงเสยี งออกมาตง้ั แตส่ องช่วงเสียงขึน้ ไป เมือ่
แยกออกเป็นช่วง ๆ อาจเปน็ ๒ - ๓ ช่วงก็ได้ แตล่ ะช่วงก็เปล่งออกมาเปน็ พยางค์ไม่ไดค้ วาม
คอื ส่อื สารไม่ได้ แต่เมื่อรวมกันเขา้ ได้ความชัดเจน เรยี กคํามูลหลายพยางค์ อาจเป็นคาํ ไทย
หรือคําภาษาอ่ืนก็ได้ เช่น

ขนม กระถาง ประตู กางเกง ประทดั ถา้ แยกเป็น ขะ – หนม / จะไมไ่ ด้ความ
มะละกอ ชํามะนาด จะละเม็ด / ไม่ไดค้ วามเป็นคาํ มูล ๓ พยางค์
กระจัดกระจาย คะยั้นคะยอ ตะลีตะลาน / เป็นคํามลู ส่พี ยางค์

คามูลหลายพยางค์ท่มี าจากภาษาอืน่

ภาษาบาลี – สนั สกฤต = วิทยา อคั นี เมตตา กรณุ า อุเบกขา

ภาษาจีน = กยุ เฮง แซยิด ตงฉิน ซินแส โสหุ้ย

ภาษาอังกฤษ = โปรแกรม เอเย่นต์ ออฟฟติ เทนนิส แชร์บอล

ภาษาชวา – มลายู = บุหรง บหุ ลัน สะตาหมัน สําป้นั วริ ังรอง

ภาษาเขมร = ตงั วาย เขนย ฉนํา เสด็จ องิ อร



ดงั นัน้ คามูลจึงมลี กั ษณะอย่างใดอยา่ งหนึง่ ดงั นี้
๑. ประกอบด้วยพยางคท์ ่ไี ม่มีความหมาย เชน่ จ้งิ จก พยางค์ จ้งิ และ จก

ตา่ งไม่มีความหมาย
๒. ประกอบด้วยพยางคท์ ม่ี ีความหมายเพยี งบางพยางค์ เชน่ จปิ าถะ พยางค์ ปา

มีความหมายเพยี งพยางค์เดยี ว
๓. ประกอบด้วยพยางคท์ ม่ี ีความหมาย แต่ความหมายของคําน้ันไม่มีเคา้ ความหมาย

ของแตล่ ะพยางค์ เชน่ นาที พยางค์ นา และ ที มีความหมายไม่เกีย่ วเนือ่ งกบั คาํ นาที



คาประสม

คาประสมเกดิ จากคาํ ท่ีสรา้ งจากคํามลู ต้ังแตส่ องคําขึน้ ไป เกดิ เป็นคําใหม่มีความหมาย

ใหม่ แตย่ ังมีเคา้ ของความหมายเดิม ส่วนมากมักเปน็ การประสมคาํ ระหว่างคาํ ไทยกบั คําไทย

แต่อาจมีคาํ ประสมบางคําที่ประสมระหว่างคําไทยกับคําภาษาอื่น เชน่

เกิดจากคาไทยประสมกบั คาไทย เช่น

ไฟ + ฟ้า = ไฟฟ้า

ตาย + ใจ = ตายใจ

ผดั + เปรยี้ ว + หวาน = ผัดเปรยี้ วหวาน

เกิดจากคาไทยประสมกบั คาตา่ งประเทศ เช่น

ไทย + บาลี = หลัก ( ไทย ) + ฐาน ( บาลี ) - หลกั ฐาน

ราช ( บาลี ) + วัง ( ไทย ) - ราชวัง

ไทย + สันสฤต = ทุน ( ไทย ) + ทรพั ย์ ( สันสฤต ) - ทนุ ทรพั ย์

ตัก ( ไทย ) + บาตร ( สนั สฤต ) - ตักบาตร

ไทย + เขมร = นา ( ไทย ) + ดํา ( เขมร = ปลูก ) - นาดาํ

นา ( ไทย ) + ปรงั ( เขมร = ฤดูแล้ง ) - นาปรงั

จีน + ไทย = หวย ( จีน ) + ใตด้ นิ ( ไทย ) - หวยใต้ดิน

ผ้า ( ไทย ) + ผวย ( จีน ) - ผ้าผวย

ไทย + อังกฤษ = เหยือก ( อังกฤษ - jug ) + นาํ้ ( ไทย ) - เหยือกน้ํา

พวง (ไทย ) + หรีด ( อังกฤษ - wreath ) - พวงหรีด

เกิดจากคาตา่ งประเทศประสมกบั คาต่างประเทศ เชน่
บาลี + จีน = รถ ( บาลี ) + เกง๋ ( จีน ) - รถเกง๋
บาลี + สันสฤต = กิตติ ( บาลี ) + ศัพท์ ( สันสฤต ) - กิตตศิ ัพท์
จะเหน็ ว่า คาํ ประสมเกิดขึ้นได้จากการรวมตวั กันระหว่างคาํ ไทยกับคาํ ไทย คาํ ไทย

กบั คาํ ตา่ งประเทศ และคําต่างประเทศกบั คําต่างประเทศ

๑๐

ลักษณะของคาประสม

๑. เกดิ จากคํามลู ต้ังแต่สองคาํ ข้นึ ไปมาประสมกัน แลว้ เกดิ ความหมายใหม่แตย่ ังมีเคา้

ความหมายเดิมอยู่ เช่น

คาํ ไทยประสมกบั คําไทย เช่น โรงเรยี น นาํ้ อดั ลม เตารีด สวนครัว แม่ยาย ตเู้ ยน็

คาํ ไทยประสมกับคําบาลี - สนั สกฤต เช่น หลักการ ราชวัง พลเรอื น ผลไม้ เขม็ ทิศ

คาํ ไทยประสมกับเขมร เช่น ยกทรง รับขวญั วันเพญ็ นาปรัง ของขลงั นายตรวจ

คาํ ไทยประสมกับภาษาอังกฤษ เช่น รถทัวร์ รถเมล์ รถบสั ภาพโปสเตอร์ เคมีภณั ฑ์

๒. คํามูลทีน่ ํามาประสมกนั ทําหน้าท่ีเป็นคาํ นาม คาํ กริยา คาํ วิเศษณ์ ฯลฯ เชน่

คานามประสมกบั คานาม

เชน่ พ่อตา แม่ยาย ลูกนอ้ ง หน้าม้า

ล้ินปี่ คอยหอย หีบเสยี ง กล้วยแขก

คานามประสมกับคากริยา

เชน่ นกั รอ้ ง หมอดู บา้ นพกั เรือบิน

ยาถ่าย รถเขน็ ไก่ชน คานหาม

คานามประสมกับคาวิเศษณ์

เชน่ นาํ้ แขง็ เบยี้ ล่าง หัวใส หัวหอม

ใจดี ใจเยน็ ม้าเร็ว นํ้าหวาน

คานามประสมกบั คาลกั ษณะนาม

เชน่ วงแขน วงกบ ดวงหน้า ลกู ชนิ้

ดวงใจ เพ่อื นฝงู

คานามประสมกับคาสรรพนาม

เชน่ คณุ ยาย คุณพระ คุณหลวง

คากริยาประสมกับคากริยา

เชน่ ตพี ิมพ์ เรียงพิมพ์ พิมพ์ดดี นอนกิน

ฟาดฟัน กันสาด ตชี ิง ห่อหมก

๑๑

คากริยาประสมกับคาวเิ ศษณ์

เชน่ ลงแดง ยินดี ถือดี ยิ้มหวาน

สายหยดุ ดถู ูก ผดั เผด็ ตม้ จืด

คาวเิ ศษณป์ ระสมกับคาวิเศษณ์

เชน่ หวานเย็น เขียนหวาน เปรยี้ วหวาน คาํ ขํา

คมขํา คมคาย

๓. คาํ มลู ที่นํามาประสมกันนั้น คําที่มีความหมายหลกั จะอยู่ต้น คาํ หลังจะเป็นคําขยาย

เชน่ ม้าเร็ว ลูกน้ํา ผลผลิต เรือพ่วง แม่ครัว

๔. คาํ ประสมที่ย่อจากใจความมาก ๆ เชน่ ชาวเมือง ย่อมาจาก คนท่อี ยู่ในเมือง

ช่างทอง ย่อมาจาก คนท่ชี าํ นาญในการทอง คําประสมชนิดน้ี จะมีคาํ ต่อไปนปี้ ระกอบอยู่

ขา้ งหนา้ คอื ชาว นัก ช่าง หมอ การ ความ ของ ผู้ ที่เครอ่ื ง เช่น

ชา่ ง ช่างพูด ช่างไม้ ช่างปนู ชา่ งเครอ่ื ง ช่างคดิ ช่างหล่อ
ชาว ชาววัง ชาวเขา ชาวเล ชาวนอก ชาวต่างประเทศชาวบ้าน
นกั นักเรียน นักแสดง นักรอ้ ง นกั เขียน นกั ข่าว นกั รบ
ผู้ ผู้คน ผู้จัดการ ผู้ดี ผู้ต้องหา ผู้ใหญ่ ผู้ส่อื ข่าว
หมอ หมอความ หมอดู หมอลาํ หมอตาํ แย หมอฟนั
การ การคลัง การครัว การแผ่รงั สี การต่างประเทศ
ความ ความชอบ ความดี ความเรว็ ความรกั ความเครียด
ท่ี ทพ่ี ึง่ ทน่ี อน ทท่ี ําการ ท่รี กั ทด่ี นิ
เครื่อง เคร่อื งแกง เครอ่ื งประดับ เคร่อื งบิน เครอ่ื งเขยี น เครอ่ื งเล่น เครอ่ื งแบบ
ของ ของกลาง ของดี ของหลวง ของนอก ของแถม ของกิน

๑๒

๕. คาํ มลู ทีน่ าํ มาประสมกนั มาจากคํานาม คําสรรพนาม คํากริยา คําวเิ ศษณ์ และ
คําบพุ บท กไ็ ด้ เชน่

คําตง้ั เป็นคาํ นามหรอื สรรพนาม เช่น พ่อครัว แม่บ้าน พระคุณท่าน มดแดง ผู้ดี
คาํ ตงั้ เป็นคํากรยิ า เชน่ ทอ่ งจํา ตืน่ เต้น กินตวั เข้าใจ งอกงาม อวดดี
คาํ ตง้ั เป็นคําวิเศษณ์ เช่น ดาํ แดง อ่อนหวาน สองใจ สามตา หลายใจ
คําตง้ั เป็นบุพบท เชน่ กลางบ้าน ขา้ งถนน ตอ่ หน
๖. เมือ่ ประสมคําแลว้ จะได้ศพั ทใ์ หม่ มีความหมายใหม่ที่คลา้ ยเนอื้ ความเดมิ เชน่
ราว + ตาก + ผ้า ราวตากผ้า หมายถึง ไม้หรือเสน้ ราวเอาไวต้ ากผ้า
รถ + ด่วน รถดว่ น หมายถึง รถที่วง่ิ ด้วยความเรว็ สูงเป็นพิเศษ
ความหมายของคาประสม
คําประสมที่เกดิ ความหมายใหม่ขึน้ จะมีความสัมพนั ธก์ ับความหมายเดิมในลกั ษณะ
ตา่ ง ๆ ดังตอ่ ไปน้ี
๑. ความหมายของคําประสมมีเคา้ ความหมายเดิมของคาํ มลู มารวมกันโดยตรง เช่น
รองเท้า ไม้แขวนเสือ้ ไม้กวาด
๒. ความหมายของคาํ ประสมในทํานองเปรียบเทยี บ เช่น หางเสอื ลูกเสอื หวั แข็ง
ปากแข็ง ปากกา และบางคําเป็นสํานวน เชน่ ยกเมฆ ชักดาบ โคมลอย นาํ้ พกั นาํ้ แรง ล่มหัวจม
ทา้ ย ฯลฯ
๓. คําประสมที่เกดิ จากนําคาํ มูลที่มีความหมายใกล้เคยี งกนั หรอื ความหมาย คลา้ ยกัน
มาซ้อนกันเป็นคําข้ึน เช่น วอ่ งไว ว่ากล่าว เหลยี วแล ช้านาน ถอ้ ยคํา วง่ิ เตน้ รปู ภาพ เรือนหอ
ฯลฯ
๔. นําคาํ มลู ทีม่ ีความหมายกว้าง ๆ มาประสมกับคาํ มูลคาํ อืน่ ๆ ทาํ ให้เกดิ ความหมาย
เฉพาะขึ้น เช่น ชาว (ย่อมาจากผู้ทีอ่ ยู่) เช่น ชาวบา้ น ชาวเขา ชาวเกาะ นัก (ย่อมาจากผู้กระทํา)
เชน่ นกั เรยี น นกั รอ้ ง นกั ดนตรี เครอ่ื ง (ย่อมาจากสง่ิ ที่ประกอบกันหรือของที่เขา้ สํารับกัน) เชน่
เครอ่ื งยนต์ เคร่ืองจกั ร เคร่อื งกีฬา เคร่อื งเขยี น ช่าง (ย่อมาจากผู้ทช่ี าํ นาญ) เช่น ช่างกล ช่าง
ยนต์ ช่างเคร่อื ง ท่ี (ย่อมาจากตําแหนง่ หรอื ถิ่น) เช่น ท่นี อน ที่อยู่ ผู้ เชน่ ผู้หญงิ ผู้ใหญ่ ผู้นอ้ ย

๑๓

๕. มีความหมายเชงิ อุปมาเช่น ใจแข็ง ใจเพชร หลายใจ กินใจ
๖. แสดงลกั ษณะ หรอื อาการ หรอื สถานท่ี เชน่ ในใจ ชน้ั ตา่ํ สามขุน ในที ในหนา้
ออ่ นใจ ใจดี
๗. มีความหมายย่อใจความแต่ความหมายยังแสดงนัยของความหมายของคาํ ต้น
เรือนต้นไม้ เก้าอ้ีดนตรี คนไข้ คนใน ความใน ความหลัง
๘. มีความหมายแสดงนยั ของความหมายทงั้ คําต้นและคําเติม เชน่ ลูกเสอื ลกู น้ํา
หางเสอื เรียงเบอร์ เบี้ยบน

ข้อสงั เกตของคาประสม

๑. คาํ ประสมจะเปน็ วิทยาการสมัยใหม่ เช่น เตารีด หม้อหุงขา้ วไฟฟา้
เครอ่ื งปรับอากาศ พัดลม ตเู้ ยน็ เคร่อื งอบผ้า เคร่อื งซักผ้า เคร่ืองดูดฝุ่น ฯลฯ

๒. คาํ ประสมเป็นคําเดียวกันจะแยกออกจากกันไม่ได้ ความหมายจะ
ไม่เหมือนเดมิ เชน่ นางแบบ รบั รอง มนุษย์กบ คาํ ประสมจะเปน็ คําใหม่เกิดขนึ้

๓. วิธีสงั เกตคําประสม มักจะมีลักษณะนามให้เหน็ อย่างเดน่ ชัด เชน่ ใบน้ี
คนน้ี ชดุ นี้ ฯลฯ เช่น วนั นีไ้ ม่มีคนใช้คนนีเ้ ลย (คําประสม)

๔. คําประสมที่ข้นึ ตนด้วยคําว่า“ลกู แม่” ตอ้ งหมายถึง คนจึงเป็นคาํ ประสม
เชน่ ลูกเสือ (คน) แม่มด (คน) ถ้าเป็นลกู ของเสือ แม่ของมด จะเป็นคาํ เรียงกัน
ธรรมดา ยกเวน้ ลูกนํ้าเป็นคาํ ประสม เพราะมีความหมายเปลย่ี นไป ไม่ใช่ลกู ของ
นํา้ แต่เป็นลูกของยงุ เป็นต้น

๑๔

ตารางเปรียบเทียบคาประสม วลี หรอื ประโยค

คาประสม วลี / ประโยค
๑.เกดิ จากคํามูลต้ังแตส่ องคาํ ๑.เกดิ จากคํามูลตั้งแตส่ องคําข้นึ ไปมารวมกัน
ข้นึ ไปมารวมกนั
๒.เกดิ คําใหม่และมีความหมาย ๒.มีความหมายเพม่ิ ขึน้ เรียกว่า วลี หรือ ได้
ใหม่เช่น ใจความสมบรู ณ์เรียกว่าประโยคเช่น
- ลูกมือ หมายถึง ผทู้ ่ที ํา - ลกู ครู หมายถึง ลกู ของครู เปน็ วลี
การ ตามคาํ แนะนาํ ของ - ลูกเดนิ หมายถึง ลกู แสดงอาการเดิน
หัวหนา้
เปน็ ประโยค

๑๕

ชุดฝึกทักษะที่ ๔.๑

คาชี้แจง ให้นักเรียนสร้างคําประสมจากลักษณะของการสร้างคาํ ประสมทีก่ ําหนดให้
๑. คาํ ประสมเกิดขึ้นได้อย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. เกดิ จากคาํ ไทยประสมกบั คาํ ไทย เชน่
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. เกิดจากคําไทยประสมกับคาํ ต่างประเทศ เช่น
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. คํามลู ที่นํามาประสมกันทําหน้าท่ีเปน็ คําวิเศษณ์ เช่น
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. คาํ มลู ทีน่ าํ มาประสมกนั ทําหน้าท่ีเป็นคํานาม เช่น
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๖. คาํ มูลที่นาํ มาประสมกนั ทําหน้าท่ีเปน็ กรยิ า เช่น
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๗. คาํ ประสมทีม่ ีความหมายเชงิ อุปมาเชน่
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๘. คาํ ประสมที่แสดงลกั ษณะ หรืออาการ หรอื สถานท่ี เชน่
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๙. คําประสมท่มี ีความหมายย่อใจความแตค่ วามหมายยงั แสดงนัยของความหมายของคาํ ต้น
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๐. คําประสมที่มีความหมายแสดงนยั ของความหมายทงั้ คาํ ต้นและคําเติม เชน่
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๖

ชดุ ฝึกทักษะที่ ๔.๒

คาชี้แจง จงแยกคาประสมต่อไปนี้ ลงในชอ่ งว่างมาใหถ้ กู ตอ้ ง
นกต่อ ตนี แมว นํา้ หอม ห่อหมก หวั สูง ไก่ออ่ น
หมาวัด ยาบ้า หน้าออ่ น ไขเ่ ป็ด ก้มหนา้ ปากแข็ง
ปากกา ชาวบา้ น ผู้นอ้ ย ชักดาบ ยกเมฆ รองเทา้
ไม้แขวนเส้ือ แกะดํา ช่างยนต์ หางเสอื ช่างเคร่อื ง ทน่ี อน
งูพิษ ผู้หญิง หัวแข็ง โคมลอย นาํ้ พักน้ําแรง ไขแ่ ดง

ความหมาย ความหมาย ความหมายเดิม ทงั้ ความหมายเดิม
เฉพาะ เปรียบเทยี บ และเปรียบเทยี บ

๑๗

ชดุ ฝึกทกั ษะที่ ๔.๓

คาชี้แจง จงแยกคาประสมตามโครงสร้างของคา ตอ่ ไปนี้ ลงในช่องวา่ งให้ถูกตอ้ ง

กันสาด ลูกน้อง นา่ รกั ใจดาํ ของกลาง

วงใน รวบรดั คนกลาง ทองม้วน บา้ นนอก

นาํ้ หวาน ปดั เปา่ สามล้อ บุกเบกิ มดดาํ

กล่องดํา หางเสอื ตาปลา ดดี ด้นิ ม้านง่ั

นางใน ตาตํ่า บา้ นพกั ซกั ฟอก ใจบุญ

นาม+ นาม นาม +วิเศษณ์ นาม + กริยา นาม + บพุ บท กริยา + กริยา

๑๘

คาซอ้ น

คาซอ้ น เป็นการสร้างคําโดยนาํ คาํ มลู ท่มี ีความหมายเหมือนกัน ใกล้เคยี งกนั หรอื
ตรงข้ามกนั มารวมกนั เกิดคําใหม่ มีความหมายใหม่ โดยความหมายใหมอ่ าจกว้างขนึ้
หนักแน่นข้นึ หรือเบาลงก็ได้เช่น บา้ นเรอื น ชายหญิงเงินทอง เศร้าโศก ขดี เขยี น คาํ ซ้อน
สามารถจําแนกตามจดุ ประสงค์ของการซ้อนได้ ๒ ลกั ษณะดังนี้
๑. ซ้อนเพือ่ ความหมาย คอื คาํ ซ้อนที่เกิดจากคํามูลทม่ี ีความหมายเหมือนกนั ใกลเ้ คียงกัน
หรือตรงกนั ขา้ มกนั มารวมกัน ดงั น้ี

๑.๑ ความหมายเหมือนกัน เชน่ กักขัง ปิดบงั เสื่อสาด กู้ยืม พดู จา เหาะเหิน
ดแู ล แก่เฒ่า ลา้ งผลาญ ใหญ่โต ค่ํามืด

๑.๒ ความหมายใกล้เคยี งกัน เชน่ คดั เลือก แนะนํา เกรงกลัว เหนื่อยหนา่ ย
๑.๓ ความหมายตรงกนั ขา้ มกัน เชน่ ผิดชอบ ชั่วดี ถกู แพง หนกั เบา ได้เสยี
๒. ซ้อนเพื่อเสยี ง คอื คําซ้อนท่เี กิดจากการนาํ คําที่มีเสยี งคล้องจองและมีความหมาย
สมั พนั ธก์ นั มารวมกนั เพ่ือให้ออกเสียงได้ง่าย และไพเราะ มีลักษณะดงั น้ี
๒.๑ ซ้อนเสียงพยัญชนะตน้ เชน่ เร่อร่า ทอ้ แท้ จริงจงั ตูมตาม ซุบซิบ
๒.๒ ซ้อนเสียงสระ เชน่ ราบคาบ จิม้ ลิ้ม แร้นแค้น เบ้อเร่อ อา้ งว้าง
๒.๓ ซ้อนเสียงพยญั ชนะต้นและสระ เชน่ ออดออ้ น อัดอ้ัน รวบรวม
๒.๔ ซ้อนดว้ ยพยางคท์ ไ่ี ม่มีความหมาย แต่มีเสยี งสมั พันธ์กบั คําทีม่ ีความหมาย
เชน่ พยายงพยายาม กระดกู กระเด้ียว
๒.๕ ซ้อนดว้ ยคําท่มี ีความหมายใกล้เคยี งแล้วเพิม่ พยางค์ให้เสียงสมดุลกนั เชน่ สะกิด
สะเกา ขโมยขโจร
๒.๖ คาํ ซ้อน ๔-๖ พยางค์มีเสยี งสัมผสั ภายในคาํ เชน่ ขา้ เก่าเตา่ เลีย้ ง ถ้วยโถโอ
ชาม ประเจดิ ประเจ้อ ทรพั ย์ในดนิ สินในน้ํา ปั้นจ้ิมปน้ั เจ๋อ

๑๙

ข้อสังเกตของคาซอ้ น

คําซ้อน มีขอ้ สังเกตและควรศึกษาดงั นี้
๑. คาํ ท่ีนํามาซ้อนกัน อาจเป็นคาํ ไทยซ้อนกบั คําไทย คําไทยซ้อนกบั คาํ ต่างประเทศ

หรือคาํ ตา่ งประเทศซ้อนกับคาํ ต่างประเทศ เชน่ ชกุ ( ไทย) + ชุม (ไทย ) = ชุกชมุ ขา้
(ไทย) + ทาส (บาลี ) = ขา้ ทาส

๒. จํานวนคําท่นี าํ มาซ้อนอาจมี ๒ คํา ๔ คาํ หรือ ๖ คาํ คาํ ซ้อนจึงเรียกอีกอย่างว่า คาํ
คู่ เชน่ ยกั ษม์ าร ปยู่ ่าตายาย

๓. คําซ้อน ๔ คาํ เป็นการนาํ คําซ้อน ๒ คู่ มาแยกซ้อนสลับกัน เชน่ คล่องแคล่ว
ว่องไว กู้หน้ยี ืมสิน หน้าอกหนา้ ใจ

๔. คาํ ซ้อน ๔ คํา และ ๖ คาํ มักมีเสยี งสัมผัสตรงกลาง เชน่ ไร้ญาติขาดมิตร รวบ
รดั ตัดตอน อดตาหลบั ขับตานอน

๕. คําซ้อนบางคําใช้เป็นสาํ นวน เชน่ ดดู ดื่ม หมายถึง ความซาบซึ้ง
๖. ความหมายของคาํ ซ้อน มี ๒ ลกั ษณะ คอื

๖.๑ ความหมายดง้ั เดมิ คาํ ซ้อนบางคํามีความหมายคงตามความหมาย ของคําที่
ซ้อน เชน่ แก่ชรา ซากศพ พัดวี เสื่อสาด

๖.๒ ความหมายใหม่ คําซ้อนทีม่ ีความหมายใหม่มีลักษณะดังน้ี
- ความหมายแคบลง คอื ความหมายเน้นคําใดคาํ หนึง่ ซึง่ จะเป็นคาํ หน้าหรอื

คาํ หลงั กไ็ ด้ เชน่ ปากคอ หวั หู ท้องไส้
- ความหมายกว้างขนึ้ คือมีความหมายรวมไปถงึ อย่างอื่นท่มี ีลกั ษณะรว่ มกนั

หรือจําพวกเดยี วกนั เช่น ปยู่ ่าตายาย ตับไตไสพ้ ุง
- ความหมายเชงิ อุปมา คอื ความหมายเปลย่ี นไป เป็นคําทีม่ ีความหมายเชงิ

อุปมา เชน่ ดูดดืม่ ปากหอยปากปู

๒๐

คาประสมกับคาซ้อน

ลักษณะ ท่เี หมือนกัน

๑. ตา่ งเปน็ คําทีน่ ําคําเด่ียวอันมีใช้อยู่เดมิ มารวมกันเขา้ สรา้ งเป็นคาํ ใหม่ข้ึน
๒. เมือ่ เกดิ เปน็ คําใหม่แล้ว ความจะตา่ งจากเดมิ ไป ท่เี หมือนเดิมก็ต้องมีความหนกั เบา
ของความหมายตา่ งกนั บางทกี ็มีความหมายไปในเชิงอุปมา
๓. คาํ ทป่ี ระสมกันกด็ ี ซ้อนกนั ก็ดี ถ้าแยกออกเป็นคําๆ แล้วแต่ละคํามีความหมาย
สมบรู ณ์ มีที่ใช้ในภาษา ทงั้ นผี้ ิดกับคําท่ลี งอปุ สรรคทีจ่ ะกล่าวตอ่ ไป อปุ สรรคน์ นั้ ไม่มี
ความหมายและที่ใช้ในภาษา

ลักษณะ ทต่ี ่างกัน

๑. คําประสม มี ๒ คาํ หรือมากกว่านั้น
คาํ ซ้อน มีคาํ เพียง ๒ คาํ ถ้าจะมีมากกว่าน้ันก็ตอ้ งเปน็ ๔ คาํ หรือ ๖ คํา

๒. คาํ ประสม มีความหมายสาํ คญั ทค่ี ําตวั ตงั้ ส่วนคําขยายมีความสาํ คัญรองลงไป
คาํ ซ้อน ถือคําแต่ละคําที่มาซ้อนกัน มีความสาํ คัญเสมอกันเพราะต่างก็มีความหมาย

คล้ายกัน
๓. คําประสม มีความหมายตา่ งจากเดมิ ไปบา้ ง ถ้าคงเดิมก็มกั เป็นคาํ ทใ่ี ช้เรียกชื่อ

ส่งิ ต่างๆ
คาํ ซ้อน มีความหมายตา่ งจากเดมิ ไปบ้าง ถ้าคงเดิม ความเนน้ หนักและท่ใี ช้กต็ อ้ ง

ตา่ งไป แตถ่ ึงอย่างไร ความความใหม่ต้องเน่อื งกบั ความหมายเดิม
๔. คาํ ประสม บางคําอาจสับหน้าสับหลงั กนั ได้ แตถ่ ้าเรียงสบั ท่กี ันความหมายก็จะต่าง

ไป เชน่ เสอื ปลา กบั ปลาเสอื และหน้าทีข่ องคาํ ก็จะต่างไปด้วย เชน่ ใจดี กับ ดใี จ
คาํ ซ้อน อาจสบั หน้าสับหลงั ได้เฉพาะบางคาํ ทีเ่ สยี งไปไดไ้ ม่ขัดหู ออกเสียงได้สะดวก

และบางคาํ สับทแ่ี ล้วความหมายตา่ งไป แตท่ ่ไี ม่ต่างกันก็มี เช่น อัดแอ กับแออดั

๒๑

นาํ้ เน่า ไม่ใช่คําประสม เพราะความหมายไม่เปล่ยี นจากคําเดิม
หมายถึงนํา้ แสดงอาการเนา่ เปน็ ประโยค
นาํ้ ค้าง เปน็ คําประสม หมายถึง ไอนํา้ ในอากาศทถ่ี กู ความเยน็
แล้วหยดลงมาค้างบนใบไม้ใบหญ้า
แม่ป่วย ไม่ใช่คาํ ประสม เพราะความหมายเหมือนคาํ มูลเดมิ
หมายถึงแม่ป่วย เป็นประโยค
แม่พมิ พ์ เป็นคําประสม หมายถึง แม่แบบ
เคร่อื งดบั ไม่ใช่คําประสม เพราะความหมายเหมือนคํามูลเดมิ
หมายถึงเคร่อื งแสดงอาการดบั เป็นประโยค
เครอ่ื งบิน เป็นคําประสม หมายถึง อากาศยานชนิดหนึ่ง
บรรทัด ไม่เป็นคาํ ประสม เพราะมีคําเดียว
ไม้บรรทัด เปน็ คําประสม หมายถึง อปุ กรณ์การเขยี นชนดิ หนึง่
บา้ นพงั ไม่เป็นคําประสม เพราะหมายถึงบ้านแสดงอาการพัง
บา้ นพัก เปน็ คําประสม หมายถึง บ้านทีเ่ ปน็ ทอ่ี ยู่ชวั่ คราว

คาประสม เป็นคา
ท่เี กิดจากคามูล ๒ คา
ขนึ้ ไปมาประสมกัน

๒๒

คาซ้า

คาซา้ คอื การนําคํามลู มาซ้าํ คาํ กนั เพ่ือให้เกิดความหมายทใ่ี กล้เคยี งความหมายเดิม
หรือเกดิ ความหมายใหม่ เมือ่ ซ้ําแลว้ สามารถใช้ไม้ยมกเขียนแทนคําซ้ํานั้นได้ เชน่ เดก็ ๆ ว่งิ
เล่นกันที่สนาม คณุ แม่อนุญาตให้น้องพาเพื่อนๆ มาที่บ้าน

ยกเวน้
เมื่อเปน็ บทร้อยกรอง เช่น
- ใดใดในโลกลว้ น อนิจจัง
- เรือ่ ยเร่อื ยมาเรียงเรยี ง นกบินเฉยี งไปทงั้ หมู่
- หวัน่ หวัน่ จติ คิดคดิ หวนครวญครวญหา
มีคํามลู บางคาํ ท่รี ปู คาํ เดิมเป็นคํา ๒ พยางค์ มีเสียงซ้าํ กนั คล้ายคําซ้าํ แต่ไม่ใช่

คาํ ซ้ําห้ามใช้ไมยมก เชน่
- นานา = ตา่ งๆ เชน่ นานาประการ , ต่างๆ นานา
- จะจะ = ทาํ ให้ชดั เจน เช่นพดู จะจะ, เขียนจะจะ
= ห่างเป็นระยะๆ เช่น ดาํ นาจะจะ
- ไวไว ยาํ ยํา = ชือ่ เฉพาะของอาหาร

คาํ ทท่ี าํ หน้าทีต่ ่างกนั ในประโยค ไม่ใช่คาํ ซ้าํ เช่น ของของใครทิง้ ไว้เกะกะ
คนคนนไี้ ม่น่าคบเลย

๒๓

การจาแนกคาซา้ แบ่งคาํ ซ้าํ ได้เป็น ๑๓ ชนิด

๑. ซ้ําแลว้ มีความหมายเป็นพหพู จน์ เชน่

ลกู ๆ บา้ นนเี้ รียนเกง่ , เขาป่วยเป็นเดือนๆ

หนุ่มๆ สาวๆ ชอบเดินศูนย์การคา้

๒. ซ้าํ แลว้ บอกจํานวนมาก หรือแยกจาํ นวน เช่น

เขาหั่นหมเู ป็นช้ินๆ , เขามีเส้ือผ้าเปน็ ตๆู้

๓. ซ้าํ แลว้ บอกกริยาซ้าํ ๆ เช่น

เขาเอาแตน่ งั่ ๆ นอนๆ ทั้งวัน , น้องเอาแตพ่ ดู ๆ โดยไม่ฟังใคร

๔. ซ้าํ แลว้ บอกพวก กลมุ่ ลกั ษณะ รูปพรรณสณั ฐาน เช่น

คนตัวขาวๆ ดูนา่ รกั , สม้ ลกู เลก็ ๆ อยู่ในตะกร้า

๕. ซ้าํ แลว้ บอกสถานท่ี หรือเวลาอย่างไม่เจาะจง เช่น

บา่ ยๆ ไปสรงนํา้ พระกนั นะ , ละครชาตรีแสดงอยู่ใกลๆ้ บ้านฉัน

๖. ซ้าํ แลว้ มีความหมายทํานองสง่ั เช่น

นัง่ นิง่ ๆ เงียบๆ หน่อย เดินเรว็ ๆ เขา้

๗. ซ้าํ แลว้ ความหมายเปลย่ี นไปจากเดิม เช่น

ของกล้วยๆ สดๆ ร้อนๆ ของหมๆู

ทาํ ลวกๆ งูๆ ปลาๆ ไปๆ มาๆ

ของพืน้ ๆ ทําสง่ ๆ

๘. ซ้ําแลว้ แสดงอาการหรือเหตกุ ารณ์ที่ต่อเนื่อง เช่น

ฝนตกปรอยๆ ฝนตกหยิมๆ ฝนตกจก้ั ๆ

น่งั ยองๆ เคยี้ วหมากหยบั ๆ

๙. ซ้ําแลว้ เน้นความรู้สึก ไม่ใช้ไมยมก แตจ่ ะเนน้ เสยี งคาํ แรกเป็นเสยี งสูง เชน่

เสอื้ เธอซ้วยสวย ฉันอยากไดจ้ ังเลย

หนังสอื เลม่ นีเ้ กา๊ เกา่ พิมพ์ต้ังแตเ่ มื่อไร

๑๐. ซ้ําเพือ่ เลยี นเสียงธรรมชาติ เช่น

ฟ้าผ่าเปร้ยี ง ๆ, ฝนตกซู่ ๆ, แมวร้องเหมียว ๆ

๒๔

๑๑. ซ้ําแลว้ คงตามความหมายของคาํ เดมิ เชน่
นอ้ งมาทํางานสายเสมอๆ
เขากลบั ถึงบ้านราวๆ สองทมุ่ ทกุ วัน

๑๒. ซ้ําแลว้ ความหมายออ่ นลง ไม่เจาะจงแนน่ อน เชน่
เขาสวมเส้ือสแี ดงๆ
ฉนั นั่งอยู่กลางๆ ห้อง
นกั เรียนแถวหน้าๆ เรียนเกง่

๑๓. ซ้าํ แล้วความหมายเน้น เพม่ิ น้ําหนกั ความหมายให้เด่นชดั ยิง่ ขนึ้ เช่น
หนังสอื เลม่ ไหนๆ ก็ไม่ถกู ใจ
ของยงั ดีๆ อยู่ท้งิ ทาํ ไม

ฉะนน้ั คาซ้า จึงหมายถึงเกดิ จากการสร้างคาํ ขนึ้ ใหม่ โดยนําคํามลู ซึ่งสว่ นมากเปน็
คาํ พยางค์เดยี วมาซ้าํ กนั มีความหมายเปลย่ี นแปลงไปอาจเน้นหนกั ข้นึ เบาลงหรือไม่ก็
เปลย่ี นเป็นอย่างอ่นื ในการเขยี นใช้ไม้ยมกแทนคาํ หลงั คาํ สว่ นมากใช้เป็นคาํ ซ้ําได้ มีเฉพาะ
บางคําทีเ่ ปน็ คําซ้ําไม่ได้ บางคําต้องเปน็ คําซ้าํ เท่านน้ั คําท่เี ปน็ คําซ้าํ ไม่ได้

– กริยาช่วย เชน่ จะ คง ได้ อาจ
– บุพบท เชน่ ของ แห่ง ดว้ ย กับ
– สนั ธาน เชน่ เมื่อ หลงั จาก ตง้ั แต่ และ แต่ หรือ จึง

๒๕

ชดุ ฝึกทักษะที่ ๔.๔

คาชี้แจง จงเลือกประโยคตอ่ ไปนีม้ ีคาซา้ ประเภทใดบ้าง

เด็กๆ กาํ ลังเลน่ ฟตุ บอล ฉันไปไม่ไดจ้ ริงๆ

ฉนั รสู้ กึ กลัวๆ อยู่เหมือนกนั พี่ๆ ให้ของขวญั แก่น้อง

เดยี๋ ว ๆ เขากม็ องออกไปทางประตู เขาทํางานส่ง ๆ

ฝีมือวาดรปู ของเขาคลา้ ยๆ พ่อ อยู่ ๆ เขาก็ลุกข้นึ กระโดด

เรื่องผี ๆ ไม่น่าฟัง หนุ่ม ๆ กําลังเลน่ ฟุตบอล

สาวๆ กําลังเก็บดอกไม้ ของพืน้ ๆ อย่างนีใ้ ครกท็ ําได้

ทาํ ชอบอะไรลวก ๆ นอ้ ง ๆ เล่นตุ๊กตา

ไขเ่ จยี วเคม้ เค็ม เด็กๆ เล่นน้าํ กันอย่างมีความสขุ

นางแบบคนน้หี ุ่นด๊ดี ี เขายงั เคอื งๆ เธออยู่นะ

ปลาทูสดๆ ทง้ั น้ัน เดินดีๆ ระวังรถดว้ ยนะ

เราสองคนกําลงั คบๆ กันอยู่ พกั น้ีลูกชายของฉนั ชอบกลับบ้านดึกๆ ดืน่ ๆ

สุชาติลาพักรอ้ น ๑ สปั ดาห์เต็มๆ คนตัวดําๆ เป็นคนชว่ ยเหลือฉนั

พักน้ีชอบมีชายแปลกหนา้ มายืนดอ้ มๆมองๆ

พวกเขาชอบทะเลาะกันเรอ่ื งผัว ๆ เมีย ๆ ฉนั ไม่อยากยุ่ง

๒๖

พหพู จน์ ความหมาย ความหมายเบา คาซ้าในคาซ้อน เปลี่ยนไปจาก
เนน้ หนัก ลง เดิม

๒๗

ชดุ ฝึกทกั ษะที่ ๔.๕

คาชีแ้ จง จงเลือกคาทเ่ี ป็นคาซ้อนมาใหถ้ ูกต้องครบถว้ น

รถไฟ กายกรรม พ่อตา ชัว่ ช้าเลวทราม กายภาพ เสรีภาพ

วจีกรรม เชอ่ื มต่อ ครอบครอง โตะ๊ กนิ ข้าว ช่องทาง คหกรรม

เดินเหิน ผ้ากันเปื้อน ตกั ตวง ตัดหาง ทารุณ โหดร้าย

ชีวภาพ บกพรอ่ ง สุขภาพ แบบแผน อตุ สาหกรรม แผ่วเบา

โรงเรยี น ฝุ่นละออง ภราดรภาพ พํานกั พกั พิง ปทู ะเล จิตรกรรม

พลงั้ พลาด พังทลาย มดแดง ยักษม์ าร ทพุ พลภาพ มารยาสาไถย

ยิงปืน มูลค่า สนั ตภิ าพ ชว่ั ดี ใจเพชร หลายใจ

...............................................................................................................................................

...............................................................................................................................................

...............................................................................................................................................

...............................................................................................................................................

...............................................................................................................................................

...............................................................................................................................................

...............................................................................................................................................

...............................................................................................................................................

...............................................................................................................................................

...............................................................................................................................................

...............................................................................................................................................

...............................................................................................................................................

...............................................................................................................................................

...............................................................................................................................................

๒๘

ชดุ ฝึกทักษะที่ ๔.๖

คาชี้แจง ให้นกั เรียนอธิบายขอ้ เปรียบเทยี บระหว่างคาประสม และคาซ้อน

คาประสม คาซอ้ น

๒๙

คาสมาส

คาสมาส

คาสมาส คือ การนําคําท่ีมาจากภาษาบาลีและสันสกฤตต้ังแต่ ๒ คําข้ึนไป มา
รวมกนั ให้เปน็ คาํ เดียว ทาํ ให้เกดิ คําใหม่ที่มีความหมายใหม่ แตย่ งั คงเค้าความหมายเดิมอยู่
คาํ ท่มี าจากภาษาบาลแี ละสันสกฤตมีหลกั โดยทั่วไป ดงั น้ี

หลกั สงั เกตภาษาบาลแี ละสนั สกฤต

บาลี สันสกฤต

๑. ใช้สระอะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ เชน่ ๑. ใช้สระอะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ และ

บดิ า บุรี บุญ บชู า เมตตา เพ่มิ ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ ไอ เอา เชน่ ไมตรี ฤกษ์

ฤดู ฤทธ์ิ ไพศาล เมาลี เสาร์

๒. ใช้ ส เชน่ สาสนา สนั ติ วิสาสะ ๒. ใช้ ศ ษ เชน่ ศิษย์ ศานติ พิศวาส

สาลา สสี ะ ศาลา ศีรษะ

๓. ใช้ ฬ เชน่ กีฬา จฬุ า ครุฬ ๓. ใช้ ฑ เชน่ กรีฑา จฑุ า ครุฑ

๔. ใช้พยญั ชนะเรียงพยางค์ เชน่ ปฐม ๔. ใช้อักษรควบกล้ํา เชน่ ประถม ประณีต

ปณีต จกั ก สจั ปชา กิรยิ า สามี ฐาน จกั ร ประชา กรยิ า สวามี สถาน สถาวร

ถาวร

๕. ใช้พยญั ชนะสะกดและตัวตามตวั ๕. ใช้ตวั รร แทน ร (ร เรผะ) เชน่ ธรรม

เดียวกัน เช่น ธมั ม กมั ม กรรม มรรค จรรยา สุวรรณ

๖. มีหลักตัวสะกดตวั ตามทแ่ี น่นอน ๖. ไม่มีหลกั ตวั สะกดตวั ตาม

๓๐

วธิ ีสร้าง คาสมาส

๑. คําตงั้ แตส่ องคําข้ึนไปท่มี ีรากศพั ทม์ าจากบาลแี ละสนั สกฤตเท่าน้ัน เช่น
- วิทย์ (สันสกฤต) + ศาสตร์ (สันสกฤต) = วิทยาศาสตร์
ถ้าคําทน่ี ํามาสร้างนั้นคําใดคาํ หนึ่งไม่ใช่บาลหี รือสันสกฤตจะไม่นบั ว่าเป็นคาํ สมาส

เชน่ - สรรพ (สนั สกฤต) + สง่ิ (ไทย) = สรรพสิ่ง (ประสม)
- ราช (บาลี) + วัง (ไทย) = ราชวงั (ประสม)

๒. ถ้าพยางค์สุดทา้ ยของคาํ หนา้ มีรูปสระ ะ หรือตวั การนั ต์ ตอ้ งตัดสระหรือ
ไม้ทณั ฑฆาต ( ออก เช่น ศิลปะ + ศึกษา = ศิลปศึกษา

๓. การเรียงคําเข้าสมาส คาํ ทเ่ี ป็นคําหลักจะวางไว้หลัง คาํ ขยายจะวางไว้หนา้ เมือ่
แปลความหมายจะต้องแปลจากหลงั มาหน้า เชน่

- ภูมิศาสตร์ หมายถึง วิชาทีว่ า่ ด้วยโลก
- ราชโอรส หมายถึง ลูกชายพระราชา
๔. การออกเสียงคาํ สมาส ตอ้ งออกเสยี งสระท่ีพยางค์สุดทา้ ยของคําหนา้ ถา้
พยางค์สดุ ทา้ ยของคาํ หนา้ ไม่มีรปู สระกํากับ ให้อา่ นออกเสยี ง อะ เชน่
- รฐั + ศาสตร์ = รฐั ศาสตร์ อา่ น รดั – ถะ – สาด
- ภมู ิ + ทัศน์ = ภูมิทศั น์ อา่ น พมู – มิ – ทัด
๕. คําบาลี– สันสกฤต ซึง่ มีคําวา่ “พระ” ซึ่งแผลงมาจาก “วร” ทเ่ี ปน็ ภาษาบาลี
ประกอบข้างหนา้ จัดว่าเปน็ คาํ สมาสเชน่ เดียวกัน พระ + กรรณ = พระกรรณ
ในทางตรงกันข้าม คําว่า “พระ” อยู่ขา้ งหนา้ คําภาษาอ่นื ทไ่ี ม่ใช่ภาษาบาลี – สันสกฤต คํานนั้ ไม่ใช่
คําสมาส เช่น พระ + เขนย = พระเขนย “เขนย” เปน็ คําเขมร ดงั นั้นคําว่า “พระเขนย” จึงไม่ใช่
คําสมาส
๖. คาํ สว่ นใหญท่ ล่ี งท้ายดว้ ยคาํ วา่ กจิ การ กรรม กร ศกึ ษา ภยั สถาน ภาพ
วิทยา ศิลป์ ธรรม ศาสตร์

๓๑

ข้อสงั เกต คาสมาส

๑. คาํ สมาสบางคําไม่อ่านออกเสียงรูปสระระหว่างคําหน้าและคําหลัง เชน่
- เกยี รตินิยม อา่ นว่าเกยี ด - นิ - ยม
๒. คําสมาสบางคําอา่ นออกเสยี งได้ทั้งแบบมีพยางค์เชื่อมระหว่างคํา หรือแบบไม่
อา่ นออกเสยี งพยางค์เชื่อมกไ็ ด้ เชน่ ประถมศึกษา อา่ นว่า ประ - ถม - สกึ - สา
๓. ชือ่ จังหวัดท่ลี งท้ายด้วย “บรุ ”ี บางชื่อกอ็ า่ นออกเสยี งเชื่อมระหว่างคํา บางชื่อ
กไ็ ม่อ่านออกเสียงเชื่อม บางชือ่ ก็อา่ นได้ท้ังสองอย่าง เชน่
จนั ทบรุ ี อา่ นว่า จนั - ทะ - บุ - รี
๔. คําสมาสส่วนใหญ่จะแปลจากหลังมาหน้า แต่ก็มีคําสมาสบางคําท่ีแปลจาก
หน้าไปหลัง เช่น มณฑลพิธี หมายถึง บรเิ วณพิธี

คาสมาส แบบมีสนธิ

คําสมาสแบบมีสนธิ คือ คําท่ีเกิดจากการนําคําบาลีสันสกฤตมาเชื่อมเสียงให้กลมกลืน
กันส้ันเข้าเป็นคําใหม่ มีเสียงสละสลวยน่าฟัง ทั้งน้ีเพื่อสะดวกในการประพันธ์และการออก
เสียง (สนธิ = ตอ่ , เชื่อม , ทําให้ตดิ กนั , การเชื่อมเสยี งให้กลมกลนื กัน)
ลกั ษณะของคาสมาสแบบมีสนธิ

ลกั ษณะของคําสมาสแบบมีสนธิ สงั เกตได้ดงั ต่อไปนี้
๑. มุ่งการนาํ คาํ มาเช่อื มให้เสยี งกลมกลืนกนั
๒. คาํ ท่นี าํ มาเช่อื มต้องมาจากภาษาบาลแี ละสันสกฤต
๓. มีการเปลย่ี นเสียงตวั อักษรระหว่างคาํ ทีน่ ํามาเชือ่ ม
๔. การเรยี งลําดบั คาํ และการแปลความหมายเหมือนอย่างคาํ สมาส
๕. ชนิดของคําสมาสแบบมีสนธิมี ๓ ชนิด คือ สระสนธิ พยัญชนะสนธิ และนิคหิต
สนธิ

๓๒

สระสนธิ เปน็ การรวมศัพท์ที่มีการเปล่ยี นแปลงสระระหว่างคําทีเ่ ชือ่ มกัน

๑. ตัดสระพยางคท์ า้ ยของคําหน้า ใช้สระพยางคห์ น้าของคําท้าย เช่น

ภย + อันตราย = ภยันตราย

ภักษ + อาหาร = ภักษาหาร

มหา + อัศจรรย์ = มหศั จรรย์

๒. ตัดสระพยางค์ท้ายของคําหน้า ใช้สระพยางคห์ น้าของคําท้าย โดยเปลย่ี นสระ

พยางค์หนา้ ของคําทา้ ย ดังน้ี

สระอะ เปล่ยี นเป็น อา

สระอิ เปล่ยี นเป็น เอ

สระอุ เปลย่ี นเป็น อู หรอื โอ

เชน่

พทุ ธ + อังกูร = พทุ ธางกรู

รัตน + อธเิ บศร = รัตนาธิเบศร

อริ + อินทร์ = อเรนทร์

ปรม + อินทร์ = ปรเมนทร์

คุรุ + อุปกรณ์ = คุรูปกรณ์

สขุ + อุทยั = สโุ ขทยั

นย + อุบาย = นโยบาย

๓. เปลย่ี นสระพยางคท์ า้ ยของคาํ หน้าเป็นพยัญชนะ ดังน้ี

สระ อิ อี เปลย่ี นเป็น ย/ อุ อู เปล่ยี นเป็น ว เชน่

สริ ิ + อากร = สริ ิยากร

สามคั คี + อาจารย์ = สามัคยาจารย์

สนิ ธุ + อานนท์ = สนิ ธวานนท์

ธาตุ + อากร = ธาตวากร

มาลี + อาภรณ์ = มาลยาภรณ์

อคั คี + โอภาส = อคั โยภาส

๓๓

พยัญชนะสนธิ พยญั ชนะสนธิท่ไี ทยรับมาใช้คอื ตัว ส ใช้วิธีตดั ส ออก และลง

อาคม โอ เช่น

มนสฺ + รถ = มโนรถ

มนสฺ + รมย = มโนรมย์

สรสฺ + ช = สโรช

มนสฺ + มย = มโนมัย

เปลย่ี นพยญั ชนะ ส เปน็ ร

ทุส + ชน = ทรชน (คนชัว่ ร้าย)

นสิ ุ + ภัย = นริ ภัย (ไม่มีภยั )

นสิ ฺ + ทุกข์ = นริ ทุกข์ (ไม่มีทกุ ข์)

นสิ ฺ + โรค = นริ โรค (ไม่มีโรค)

นฤคหิตสนธิ คอื นําคาํ ทล่ี งท้ายด้วย นฤคหิต สนธกิ ับคาํ ทีข่ ึน้ ตน้ ด้วยพยัญชนะวรรค

จะต้องเปลีย่ นพฤคหิตเป็นพยญั ชนะตัวที่ ๕ ของวรรค ซง่ึ ได้แก่ ง ญ ณ น ม ดงั น้ี

นฤคหิตสนธิพยญั ชนะ วรรค กะ (ก ข ค ฆ ง ) เปล่ียนนฤคหิต เปน็ ง

สํ + เกต = สงั เกต

สํ + คตี = สังคตี

สํ + กรานต = สงกรานต์

สํ + ครหฺ = สงเคราะห์

นฤคหิตสนธิพยญั ชนะ วรรค จะ (จ ฉ ช ฌ ญ ) เปล่ยี นนฤคหิต เปน็ ญ

สํ + ญา = สัญญา

สํ + ชาติ = สญั ชาติ

สํ + ญาณ = สัญญาณ

สํ + จร = สัญจร

๓๔

นฤคหิตสนธิพยัญชนะ วรรค ฏะ (ฎ ฐ ฑ ฒ ณ ) เปลย่ี นนฤคหิต เป็น ณ
สํ + ฐาน = สณั ฐาน
สํ + ฐติ ิ = สัณฐิติ

นฤคหิตสนธิพยญั ชนะ วรรค ต ( ต ถ ท ธ น ) เปลี่ยนนฤคหิต เปน็ น
สํ + ดาน = สนั ดาน
สํ + ธาน = สันธาน
สํ + ดาป = สนั ดาป
สํ + โดษ = สนั โดษ

นฤคหิตสนธิพยัญชนะ วรรค ปะ ( ป ผ พ ภ ม ) เปล่ยี นนฤคหิต เป็น ม
สํ + ผัส = สัมผสั
สํ + พนั ธ์ = สมั พนั ธ์
สํ + ภาษณ์ = สมั ภาษณ์
สํ + มติ = สมมติ

นฤคหิต สนธิกับ เศษวรรค ( ย ร ล ว ส ศ ษ ห ฬ ) เปล่ยี นนฤคหิต เป็น ง
สํ + โยค = สังโยค
สํ + วร = สงั วร
สํ + สาร = สงสาร

นฤคหิตสนธิกับ คาํ ท่พี ยางคห์ น้าเป็นสระ ให้เปล่ียนนฤคหิต เป็น ม
สํ + อาทาน = สมาทาน
สํ + โอรส = สโมสร
สํ + อาคม = สมาคม
สํ + อาจาร = สมาจาร

๓๕

ชดุ ฝึกทกั ษะที่ ๔.๗

คาชีแ้ จง จงวงกลมคําที่เปน็ คําสมาสให้ถูกตอ้ งครบถว้ น

เศรษฐศาสตร์ ชลาลัย วิทยาลยั วิศวกรรมศาสตร์

สมั ฤทธิ์ คุณปู การ กายกรรม วจีกรรม

มุนินทร์ อตุ สาหกรรม เทวาลัย คหกรรม

นโยบาย จิตรกรรม วชิราวุธ กายภาพ

ชีวภาพ มรณภาพ สาธารณปู โภค ราชปู ถัมภ์

สขุ ภาพ ภราดรภาพ สันตภิ าพ ทพุ พลภาพ

เสรีภาพ ประชาธปิ ไตย โจรภัย วาตภยั

นโยบาย อคั คีภัย มไหศวรรย์ อุทกภัย

อุณหภูมิ ขปี นาวุธ ประวตั ิศาสตร์ สมาบตั ิ

ธาตเุ จดยี ์ สาธารณูปโภค เกษตรกรรม ราชทู ิศ

ราตรีสวัสด์ิ สมาคม สทิ ธบิ ตั ร โกสินทร์

๓๖

ชดุ ฝึกทักษะที่ ๔.๘

คาชี้แจง จงแยกคําสมาสต่อไปน้ี

๑. อาณาเขต = .............................................................................................

๒. ธรรมศาสตร์ = .............................................................................................

๓. อฒั จันทร์ = .............................................................................................

๔. แพทยศาสตร์ = .............................................................................................

๕. ประวัตศิ าสตร์ = .............................................................................................

๖. ราชการ = .............................................................................................
๗. ทรพั ยสิทธิ = .............................................................................................
๘. ถาวรวตั ถุ = .............................................................................................
๙. ฌาปนกิจ = .............................................................................................
๑๐. ธรรมจกั ร = .............................................................................................
๑๑. ทศพักตร์ = .............................................................................................
๑๒. วจีกรรม = .............................................................................................

๑๓. บญุ ธรรม = .............................................................................................

๑๔. ไตรจวี ร = .............................................................................................

๑๕. ศิลปศึกษา = .............................................................................................

๓๗

ชุดฝึกทกั ษะที่ ๔.๙

คาชี้แจง จงแยกคาสนธิต่อไปนี้ให้ถกู
ตัวอย่าง สริ ยากร = สริ ิ + อากร

๑. ชล + อาลยั =.............................................................................................
๒. วิทย + อาลยั =.............................................................................................
๓. เทว + อาลยั =.............................................................................................
๔. ศิว + อาลยั =.............................................................................................
๕. คทา + อาวุธ =.............................................................................................
๖. ขปี น + อาวุธ =.............................................................................................
๗. พทุ ธ + โอวาท =.............................................................................................
๘. วร + โอกาส =.............................................................................................
๙. อน + เอก =.............................................................................................
๑๐. ภชุ + องค์ =.............................................................................................
๑๑. จินต + อาการ =.............................................................................................
๑๒. รหัส + ฐาน =.............................................................................................
๑๓. วิทย + อาการ =.............................................................................................
๑๔. ทรพั ย + อากร =.............................................................................................
๑๕. ปรม + อนิ ทร์ =.............................................................................................
๑๖. นร + อศิ วร =.............................................................................................
๑๗. สํ + นวิ าส =.............................................................................................
๑๘. คช + อนิ ทร์ =.............................................................................................
๑๙. โกสี + อนิ ทร์ =.............................................................................................
๒๐. สาธารณ + อุปโภค=..........................................................................................

๓๘

แบบทดสอบหลังเรียน
ชดุ ที่ ๔ เรือ่ ง หลกั การสร้างคาในภาษาไทย

สะกดคา

คาชีแ้ จง ให้นักเรียนเลอื กคําตอบท่ถี ูกตอ้ งทีส่ ดุ เพยี งคําตอบเดียว

คาชีแ้ จง นักเรียนเลอื กคําตอบท่ถี ูกตอ้ งทีส่ ดุ เพียงข้อเดยี ว โดยทาํ เครอ่ื งหมาย X

ทบั ตวั อักษรหน้าข้อความทีเ่ ป็นคําตอบท่ถี ูกต้องที่สดุ

๑. คาํ ประสมในข้อใดทใ่ี ช้เป็นประโยคได้ทกุ คํา
ก. ใบขับขี่รถยนต์ เกา้ อี้โยก สมุดฉีก
ข. ไม้แคะหู ผ้ากนั เปื้อน คนกวาดขยะ
ค. รถบดถนน พนกั งานเกบ็ ต๋ัว ฟา้ แลบ
ง. โตะ๊ เขยี นหนังสอื ห้องอดั เสยี ง ม้าดดี กะโหลก

๒. ขอ้ ใดมีคําสมาสที่มีการสนธทิ ง้ั หมด
ก. ทศั นปู กรณ์ ชโลทร นิทรารมณ์
ข. คณุ ูปการ นามาภิไธย ชราภาพ
ค. มหาวทิ ยาลัย ธนาณัติ รัชนกี ร
ง. มโนมยั สัมมาทิฐิ โยธาธกิ าร

๓. ขอ้ ใดเป็นคาํ ซ้อนทุกคาํ
ก. ขวากหนาม กาลเวลา ช้านาน
ข. คนั ชั่ง คนั แผล คาถาอาคม
ค. แข็งข้อ ขบขัน ขัดขวาง
ง. บีบคนั้ ขัดเขมร ขัดขืน

๓๙

๔. ขอ้ ความต่อไปน้ีมีคํา ประสมและคาํ สมาสก่คี ํา (ไม่นบั คาํ ซ้ํา)
“ในบรรดาเครื่องปรุงรส ส่งิ หน่งึ ทีไ่ ม่สามารถขาดได้เลยในครวั ของเราก็คือ “นาํ้ ปลา”

เรารู้จกั นํ้าปลากันดี แต่คงมีไม่กี่คนนกั ทีจ่ ะทราบว่า นาํ้ ปลาดมี ีคุณภาพและมีคุณคา่ ทาง
โภชนาการเปน็ อย่างไร ส่วนกรรมวิธีในการผลติ ก็มีส่วนทํา ให้รสของนาํ้ ปลาแตกตา่ งกันด้วย”

ก. คําประสม ๒ คาํ คํา สมาส ๔ คํา
ข. คําประสม ๓ คํา คํา สมาส ๓ คาํ
ค. คําประสม ๕ คํา คํา สมาส ๒ คํา
ง. คําประสม ๔ คาํ คํา สมาส ๓ คาํ

๕. ขอ้ ใดซ้าํ คาํ แล้วความหมายเปลย่ี นไป
ก. ขอให้นักเรยี นเดนิ เข้ามาทีละคนๆ
ข. เขาเล่นสาดนาํ้ กันอยู่แถวๆ หนา้ บ้าน
ค. เดนิ เร็วๆ หน่อย จะได้ถงึ บ้านกอ่ นมืด
ง. เราควรทํางานพร้อมๆ กนั เพอ่ื จะได้เสร็จเร็ว

๖. คําซ้าํ ในขอ้ ใดต่างกบั ขอ้ อน่ื
ก. ผู้หญิงกบั ของสวยๆ งามๆ เป็นของคู่กนั
ข. งานน้ีเป็นการรวมตวั ของพีๆ่ น้องๆ ในวงการหนัง
ค. หากมีความรู้งูๆ ปลาๆ ก็ไม่สามารถเข้าทาํ งานทน่ี ่ไี ด้
ง. การจัดโตะ๊ อาหาร ผู้จดั เลือกเอาเมนูเดน่ ๆ ดังๆ มาเสนอ

๗. ขอ้ ใดเป็นคํามลู ทง้ั หมด
ก. มะละกอ สะระแหน่ กระต่าย
ข. สวงิ สวย นกั ร้อง นกั การภารโรง
ค. ฉวดั เฉวยี น ชาวสวน หมอความ
ง. พ่อมด แม่ค้า คณะลูกเสอื ชาวบ้าน

๔๐

๘. ขอ้ ใดเรียงลําดบั ประเภทของคาํ ดังน้ี : คาํ ประสม คาํ ซ้อน คําสมาส
ก. แสวงหา สนใจ สตุ กวี
ข. อา้ งองิ ตกตํา่ เสรีภาพ
ค. พิษภยั บทบาท บรโิ ภค
ง. จุดหมาย เบิกบาน อรรถคดี

๙. ขอ้ ใดมีคาํ ประสมทุกคําทป่ี ระกอบด้วยคาํ นามและคาํ กรยิ า

ก. นํา้ หวาน บา้ นพัก เครอ่ื งดม่ื

ข. กันขน ห้องเรยี น นกั เขยี น

ค. ใจดํา นํา้ ใช้ ใบพดั

ง. เขม็ กลดั ขา้ วต้ม สม้ ตาํ

๑๐. ขอ้ ความตอ่ ไปนีม้ ีคําซ้อนก่คี าํ
“ธรรมชาติสรรคส์ ร้างสิง่ ดีๆ ให้มวลมนษุ ย์ แตม่ นษุ ย์เปน็ ผู้ทาํ ลายจนโลกเปล่ยี นแปลง

จึงตอ้ งตักเตอื นกันให้นาํ โลกเข้าสู่สภาพเดมิ โดยเร็วไว”
ก. ๒ คาํ
ข. ๓ คํา
ค. ๔ คาํ
ง. ๕ คํา

๔๑

บรรณานุกรม

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. หนงั สือเรียนรายวิชาพนื้ ฐานภาษาไทย หลกั ภาษา
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๖. กรงุ เทพฯ : สกสค, ๒๕๕๕.

กรมวิชาการ. กระทรวงศึกษาธกิ าร.หลกั ภาษาไทย. พิมพ์คร้ังท่ี ๔.กรงุ เทพฯ :
องค์การคา้ ของคุรุสภา,๒๕๓๘.

กาํ ชัย ทองหลอ่ . หลกั ภาษาไทย. กรงุ เทพฯ : รวมสาสน์ ,๒๕๔๐.
พรทพิ ย์ ศริ ิสมบรู ณ์เวช และคณะ.สรปุ เขม้ ภาษาไทย. กรงุ เทพฯ : บรษิ ัท

พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ(พว) จํากัด, ๒๕๔๘.
ราชบณั ฑิตยสถาน.พจนานุกรมฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒.

กรงุ เทพฯ : นานมีบุ๊คสพ์ ับลเิ คชั่น จํากดั ,๒๕๔๖.
สถาบันพัฒนาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)หลกั ภาษาและการใชภ้ าษาไทย ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๖.

กรงุ เทพฯ : บรษิ ัทพฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ(พว) จํากดั , ๒๕๕๙.
สรุ ะ ดามาพงษ์ และคณะ. ชดุ ฝึกทักษะ รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ม.๖ เล่ม ๒.

กรุงเทพมหานคร : วฒั นาพานิชสําราญราษฎร์, ๒๕๕๑.
เอกรตั น์ อุดมพร.หลักภาษาและการใชภ้ าษาเพือ่ การสื่อสารม.6.กรงุ เทพ:พฒั นาจํากดั ,

๒๕๕๕.

๔๒

ภภาาคคผนผวกนวก

๔๓

เฉลยชุดฝึกทักษะที่ ๔.๑

คาชี้แจง ให้นกั เรียนสร้างคําประสมจากลกั ษณะของการสร้างคาํ ประสมทีก่ าํ หนดให้

๑. คําประสมเกิดข้ึนได้อย่างไร
คาํ ประสม เกิดจากคําทีส่ ร้างจากคํามลู ตั้งแต่สองคาํ ข้นึ ไป เกิดเปน็ คําใหม่มีความหมายใหม่
แต่ยงั มีเคา้ ของความหมายเดิม

๒. ยกตวั อย่างคาํ ประสมเกดิ จากคําไทยประสมกบั คําไทย เชน่
โรงเรยี น นํา้ อดั ลม เตารีด สวนครวั แม่ยาย ตเู้ ย็น เครอ่ื งซักผ้า เปน็ ต้น

๓. ยกตัวอย่างคาํ ประสมเกดิ จากเกดิ จากคําไทยประสมกับคาํ ต่างประเทศ เชน่
กินโตะ๊ นายห้าง ยกทรง เข็มทิศ เขา้ คิว เครือ่ งคอมพิวเตอร์ รัถบสั

๔. คาํ มูลทีน่ าํ มาประสมกนั ทําหน้าท่ีเปน็ คําวิเศษณ์ เช่น
คอตก นับก้าว เผาขน คดิ เลข วาดเขียน ในใจ กลางบา้ น ข้างถนน

๕. คํามูลทีน่ ํามาประสมกันทาํ หน้าท่ีเปน็ คํานาม เช่น
กล้วยแขก แม่บ้าน ปทู ะเล ลูกน้อง มดแดง โตะ๊ กนิ ข้าวของกลาง

๖. คาํ มูลที่นาํ มาประสมกนั ทําหน้าท่ีเปน็ กรยิ า เช่น
กินนอก เป็นกลาง กันใจ ต้ังใจ เสียหน้า ลงแดง

๗. คําประสมทีม่ ีความหมายเชงิ อปุ มาเชน่
ใจแข็ง ใจเพชร หลายใจ กินใจ

๘. คําประสมทีแ่ สดงลกั ษณะ หรอื อาการ หรอื สถานท่ี เชน่
ในใจ ชั้นตาํ่ สามขนุ ในที ในหน้า อ่อนใจ ใจดี

๙. คําประสมท่มี ีความหมายย่อใจความแตค่ วามหมายยงั แสดงนัยของความหมายของคําต้น
เรือนต้นไม้ เก้าอ้ีดนตรี คนไข้ คนใน ความใน ความหลัง

๑๐.คาํ ประสมที่มีความหมายแสดงนยั ของความหมายทงั้ คําต้นและคําเติม เชน่
ลกู เสอื ลกู น้ํา หางเสือ เรียงเบอร์ เบยี้ บน

๔๔

เฉลยชดุ ฝึกทักษะที่ ๔.๒

คาชีแ้ จง จงแยกคาํ ประสมต่อไปนี้ ลงในช่องว่างมาให้ถกู ตอ้ ง

นกต่อ ตนี แมว นาํ้ หอม ห่อหมก หัวสงู ไก่ออ่ น

หมาวัด ยาบ้า หน้าออ่ น ไขเ่ ป็ด ก้มหนา้ ปากแข็ง

ปากกา ชาวบา้ น ผู้นอ้ ย ชักดาบ ยกเมฆ รองเท้า

ไม้แขวนเส้ือ แกะดํา ช่างยนต์ หางเสอื ช่างเครอ่ื ง ท่นี อน

งพู ิษ ผู้หญิง หวั แข็ง โคมลอย นํา้ พกั น้าํ แรง ไขแ่ ดง

ความหมายเฉพาะ ความหมาย ความหมายเดิม ทั้งความหมายเดิม
เปรียบเทยี บ และเปรียบเทียบ

ห่อหมก ตนี แมว งูพิษ หมาวัด

ยาบ้า หวั สงู ไขเ่ ป็ด ไขแ่ ดง

หน้าออ่ น ก้มหนา้ นํา้ หอม

ชาวบา้ น แกะดาํ รองเท้า

ช่างยนต์ ไก่ออ่ น ไม้แขวนเส้ือ

ช่างเคร่อื ง นกต่อ

ท่นี อน หางเสอื

ผู้หญิง หัวแข็ง

ผู้นอ้ ย ปากแขง็

ปากกา

ยกเมฆ

ชักดาบ

โคมลอย

นํา้ พกั น้าํ แรง

๔๕

เฉลยชุดฝึกทกั ษะที่ ๔.๓

คาชี้แจง จงแยกคาํ ประสมตามโครงสร้างของคาํ ตอ่ ไปนี้ ลงในช่องว่างให้ถูกตอ้ ง
กันสาด
วงใน ลกู น้อง นา่ รัก ใจดาํ ของกลาง
นาํ้ หวาน
กล่องดาํ รวบรัด คนกลาง ทองม้วน บา้ นนอก
นางใน
ปดั เปา่ สามล้อ บกุ เบกิ มดดาํ

หางเสอื ตาปลา ดดี ด้นิ ม้านงั่

ตาตํ่า บา้ นพัก ซกั ฟอก ใจบุญ

นาม+ นาม นาม +วิเศษณ์ นาม + กริยา นาม + บพุ บท กริยา + กริยา
ลกู น้อง
กล่องดาํ นา่ รกั กนั สาด นางใน ดดี ด้นิ
คนกลาง
สามล้อ ใจดํา ม้านง่ั บา้ นนอก รวบรดั
หางเสอื
ตาปลา มดดาํ ทองม้วน ของกลาง ปัดเปา่

นาํ้ หวาน บา้ นพัก ตาต่ํา บกุ เบกิ

ใจบุญ วงใน ซกั ฟอก

๔๖

เฉลยชุดฝึกทักษะที่ ๔.๔

คาํ ชีแ้ จง จงเลอื กประโยคต่อไปนี้มีคาํ ซ้าํ ประเภทใดบา้ ง

เดก็ ๆ กําลังเลน่ ฟตุ บอล ฉันไปไม่ไดจ้ ริงๆ

ฉนั รสู้ กึ กลวั ๆ อยู่เหมือนกัน พีๆ่ ให้ของขวญั แก่น้อง

เดีย๋ ว ๆ เขาก็มองออกไปทางประตู เขาทํางานส่ง ๆ

ฝีมือวาดรูปของเขาคลา้ ยๆ พ่อ อยู่ ๆ เขาก็ลุกข้นึ กระโดด

เรือ่ งผี ๆ ไม่น่าฟงั หนุ่ม ๆ กําลังเลน่ ฟุตบอล

สาวๆ กาํ ลงั เก็บดอกไม้ ของพืน้ ๆ อย่างนีใ้ ครก็ทําได้

ทาํ ชอบอะไรลวก ๆ นอ้ ง ๆ เล่นตุ๊กตา

ไขเ่ จยี วเคม้ เคม็ เดก็ ๆ เล่นน้าํ กันอย่างมีความสขุ

นางแบบคนน้หี ุ่นด๊ดี ี เขายังเคอื งๆ เธออยู่นะ

ปลาทูสดๆ ทง้ั นั้น เดินดีๆ ระวังรถดว้ ยนะ

เราสองคนกําลงั คบๆ กันอยู่ พักน้ลี กู ชายของฉันชอบกลบั บ้านดึกๆ ดืน่ ๆ

สุชาติลาพกั รอ้ น ๑ สปั ดาห์เตม็ ๆ คนตวั ดําๆ เป็นคนชว่ ยเหลือฉนั

พักน้ชี อบมีชายแปลกหนา้ มายืนดอ้ มๆมองๆ

พวกเขาชอบทะเลาะกันเร่อื งผัว ๆ เมีย ๆ ฉนั ไม่อยากยุ่ง

๔๗

พหพู จน์ ความหมาย ความหมาย คาซ้า เปลีย่ นไป
เน้นหนกั เบาลง ในคาซอ้ น จากเดิม

๑.เด็กๆ กําลังเล่น ๑.ฉันไปไม่ได้ ๑.คนตวั ดําๆ เป็น ๑.พวกเขาชอบ ๑.เดี๋ยว ๆ เขาก็

ฟุตบอล จรงิ ๆ คนชว่ ยเหลอื ฉนั ทะเลาะกนั เร่ือง มองออกไปทาง

๒.พี่ๆ ให้ของขวัญ ๒.ปลาทูสดๆ ๒.ฉันรู้สึกกลวั ๆ ผัว ๆ เมีย ๆ ฉันไม่ ประตู

แก่นอ้ ง ทั้งนั้น อยู่เหมอื นกัน อยากยุ่ง ๒.อยู่ ๆ เขากล็ กุ

๓.หนมุ่ ๆ กําลัง ๓.ไข่เจียวเค้มเค็ม ๓.เขายังเคืองๆ ๒.พกั นีล้ กู ชายของ ขนึ้ กระโดด

เล่นฟตุ บอล ๔.เดินดีๆ ระวังรถ เธออยู่นะ ฉนั ชอบกลบั บ้าน ๓.ของพื้น ๆ อย่าง

๔.สาวๆ กําลงั เกบ็ ด้วยนะ ๔.ฝมี ือวาดรูปของ ดึกๆ ด่นื ๆ นีใ้ ครกท็ ําได้

อกไม้ ๕.สุชาติลาพกั ร้อน เขาคล้ายๆ พ่อ ๓.พกั นีช้ อบมีชาย ๔.เรื่องผี ๆ ไม่น่า

๕.เดก็ ๆ เล่นน้าํ กัน ๑ สัปดาห์เต็มๆ ๕.เราสองคนกําลัง แปลกหนา้ มายืน ฟงั

อย่างมคี วามสขุ ๖.นางแบบคนนี้ คบๆ กันอยู่ ด้อมๆมองๆ ๕.ทําชอบอะไร

๖.น้อง ๆ เล่น หนุ่ ดี๊ดี ลวก ๆ

ตุ๊กตา ๗.ฉนั เกลี๊ยด ๖.เขาทํางานส่ง ๆ

เกลียดคนโกหก

๔๘

เฉลยชดุ ฝึกทกั ษะที่ ๔.๕

คาชี้แจง จงเลอื กคาํ ท่ีเปน็ คําซ้อนมาให้ถกู ต้องครบถว้ น
รถไฟ
วจีกรรม กายกรรม พ่อตา ช่ัวช้าเลวทราม กายภาพ เสรีภาพ
เดินเหิน คหกรรม
ชีวภาพ เช่อื มต่อ ครอบครอง โตะ๊ กนิ ข้าว ช่องทาง โหดร้าย
โรงเรยี น แผ่วเบา
พลงั้ พลาด ผ้ากันเปือ้ น ตกั ตวง ตดั หาง ทารณุ จิตรกรรม
ยิงปืน มารยาสาไถย
บกพรอ่ ง สขุ ภาพ แบบแผน อตุ สาหกรรม หลายใจ

ฝุ่นละออง ภราดรภาพ พาํ นักพักพิง ปทู ะเล

พงั ทลาย มดแดง ยกั ษม์ าร ทพุ พลภาพ

มลู ค่า สันตภิ าพ ชัว่ ดี ใจเพชร

ช่วั ช้า เลวทราม เชือ่ มต่อ ชอ่ งทาง เดินเหิน ตักตวง
ทารณุ โหดร้าย บกพร่อง แบบแผน แผว่ เบา ฝุ่นละออง
พานักพกั พิง พลง้ั พลาด พังทลาย ยกั ษ์มาร มารยาสาไถย มลู ค่า
ช่ัวดี ครอบครอง

๔๙

เฉลยชดุ ฝึกทกั ษะที่ ๔.๖

คาชี้แจง ให้นกั เรียนอธบิ ายข้อแตกตา่ งระหว่างคาํ ประสม และคาํ ซ้อน

คาประสม คาซอ้ น

-คําประสม มี ๒ คําหรือมากกว่านั้น -คําซ้อน มีคาํ เพียง ๒ คํา ถ้าจะมีมากกว่า
นน้ั กต็ ้องเป็น ๔ คําหรือ ๖ คํา
-คําประสม มีความหมายสาํ คัญทค่ี าํ ตัวตงั้ -คําซ้อน ถือคําแตล่ ะคําทม่ี าซ้อนกนั มี
สว่ นคาํ ขยายมีความสาํ คัญรองลงไป ความสาํ คญั เสมอกนั เพราะตา่ งกม็ ี
ความหมายคล้ายกนั

คําประสม มีความหมายตา่ งจากเดมิ ไปบ้าง คาํ ซ้อน มีความหมายตา่ งจากเดิมไปบา้ ง ถ้า
ถ้าคงเดิมกม็ ักเป็นคําท่ใี ช้เรียกชื่อสิ่งตา่ งๆ คงเดิม ความเนน้ หนักและที่ใช้กต็ ้องต่างไป
แต่ถงึ อย่างไร ความความใหม่ต้องเน่อื งกบั
ความหมายเดิม

คาํ ประสม บางคําอาจสับหนา้ สับหลงั กันได้ คาํ ซ้อน อาจสบั หน้าสับหลังได้เฉพาะบางคํา

แต่ถา้ เรียงสับท่กี ันความหมายก็จะต่างไป ท่เี สียงไปได้ไม่ขดั หอู อกเสยี งได้สะดวก และ

เชน่ เสอื ปลา กับ ปลาเสือและหน้าท่ีของคําก็ บางคําสับท่แี ล้วความหมายตา่ งไป แตท่ ่ไี ม่

จะต่างไปด้วย เชน่ ใจดี กบั ดใี จ ตา่ งกันก็มี เช่น อัดแอ กับแออดั

๕๐

เฉลยชุดฝึกทกั ษะที่ ๔.๗

คาชี้แจง จงวงกลมคาํ ที่เปน็ คําสมาสให้ถกู ตอ้ งครบถว้ น วิศวกรรมศาสตร์
เศรษฐศาสตร์ ชลาลยั วิทยาลัย

สมั ฤทธิ์ คุณูปการ กายกรรม วจีกรรม

มนุ ินทร์ อุตสาหกรรม เทวาลัย คหกรรม

นโยบาย จิตรกรรม วชิราวุธ กายภาพ

ชีวภาพ มรณภาพ สาธารณูปโภค ราชูปถมั ภ์

สขุ ภาพ ภราดรภาพ สนั ตภิ าพ ทุพพลภาพ

เสรีภาพ ประชาธปิ ไตย โจรภัย วาตภัย

นโยบาย อคั คีภยั มไหศวรรย์ อุทกภัย

อณุ หภูมิ ขปี นาวุธ ประวัติศาสตร์ สมาบตั ิ

ธาตเุ จดยี ์ สาธารณูปโภค เกษตรกรรม ราชทู ิศ

ราตรีสวัสด์ิ สมาคม สทิ ธบิ ตั ร โกสินทร์


Click to View FlipBook Version