นางสาวอรพรรณ งามสุด
ม.4/4 เลขที่ 41
โรงเรียนสงวนหญิง
เทพกรีกโรมัน
จัดท ำโดย
นำงสำวอรพรรณ งำมสุด
ม.4/4 เลขที่ 41
เสนอ
คุณครูสิริลักษณ์ แสงศิลำ
ภำคเรียนที่ 2 ปีกำรศึกษำ 2564
โรงเรียนสงวนหญิง
ค ำน ำ
รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาห้องสมุดและการเรียนรู้สารสนเทศ ท าให้มี
ความรู้ความเข้าใจมากขึ้น สามารถน าไปประยุกต์ใช้กับวิชาอื่นได้
ผู้จัดท าหวังว่ารายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านหรือนักเรียน ที่ก าลัง
หาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่หากมีข้อแนะน าหรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดท าขอ
น้อมรับไว้ และขออภัยมา ณ ที่นี้
ผู้จัดท ำ
นำงสำวอรพรรณ งำมสุด
สำรบัญ
เรื่อง หน้ำ
บทน า ...................................................................................................................... 1
ประวัติ ..................................................................................................................... 3
ไททันส์ในเทพนิยายกรีก .......................................................................................... 9
การสร้างโลกตามต านานกรีก ................................................................................. 14
3 ต านานเทพเจ้ากรีก กับเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นเพราะ “ค าโกหก” ..................... 17
บรรณานุกรม ......................................................................................................... 22
1
บทน ำ
ทุกวันนี้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีต่างๆ ก้าวหน้าไปมากเมื่อ
เทียบกับศตวรรษก่อน แต่ทั้งที่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่รุดหน้าไป
มาก ชาวตะวันตกกลับไม่ทิ้งเรื่อง ราวของเทพเจ้าโดยเฉพาะ ของกรีกและโรมัน
(Greek and Roman Mythology) โดยเฉพาะการน าชื่อมาใช้ในเชิงสัญลักษณ์
มนุษย์ยุคนี้รับรู้ชื่อต่างๆ ที่น ามาจากต านานเทพจ านวนมาก โดยเฉพาะชื่อที่เกี่ยวกับ
ดาราศาสตร์ อาทิ ชื่อดาวเกือบทั้งหมดในระบบสุริยะของเรา เช่น Mercury (ดาว
พุธ), Venus (ดาวศุกร์), Mars (ดาวอังคาร), Jupiter (ดาวพฤหัส), Saturn (ดาว
เสาร์), Uranus, Neptune
รวมทั้งชื่อดวงจันทร์บริวารของดาว เคราะห์แทบทั้งหมดในระบบสุริยะ
(ยกเว้น โลก เพราะค าว่า Earth นั้นมาจากค าว่า erthe ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษโบราณ
ใกล้เคียงกับค าว่า ertho ของเยอรมัน และค าว่า eraze ของกรีก ซึ่งแปลว่า บน
พื้นดิน ส่วนดวงจันทร์ นั้นมีชื่อเป็นภาษาละติน (โรมัน) เช่นกัน คือ Lunar แต่นิยมใช้
น้อยกว่าค าว่า Moon มากกว่า ส าหรับค าว่า Sun หรือดวงอาทิตย์นั้น มาจาก
ภาษาอังกฤษโบราณเช่นกัน คือ ค าว่า Sunne เป็นที่น่าสังเกตว่า ค าที่ใช้เรียกดวง
อาทิตย์ในภาษาอื่นก็มีเสียงใกล้เคียงกัน เช่น Surya (สุริยะ) ในภาษาสันสกฤต, Sulis
ในภาษาของชาวเคลต์, Saule ในภาษาลิทัวเนียน, Solntse ในภาษาสลาฟ ถึงแม้จะ
ื
มีสุริยเทพในต านานเทพเจ้ากรีกคอ Helios แต่ก็ไม่นิยมที่จะใช้เรียกกัน) นอกจากนั้น
ชื่อในต านานเทพกรีก-โรมัน ยังถูกน าไปใช้ตั้งแต่ยานอวกาศไปจนถึงชื่อบริษัทและ
สินค้าชื่อดังมากมาย ตัวอย่างที่เป็นยานอวกาศ เช่น Apollo, Artemis, Clypso,
2
Phoenix, Mars Odyssey เป็นต้น ชื่อบริษัทและชื่อสินค้าที่น าชื่อเทพเจ้ากรีกมาใช้
นั้นมีนับไม่ถ้วน
3
ประวัติ
กำรก ำเนิดเทพเจ้ำกรีก
ปฐมเหตุแห่งอุบัติของโลกนั้นปรากฏตามบทกวีของฮีสิออดกล่าวว่า ใน
กาลครั้งอดีต ก่อนทวยเทพอุบัติ นับยุคไม่ถ้วนมาแล้ว สรรพสิ่งทั้งหลายยังรวมอยู่ใน
ก าพืดอันเดียว
ซึ่งเป็นความว่างเปล่าอันปราศจากรูปเท่านั้น เรียกว่า เคออส (Chaos) เป็น
ความเวิ้งว้างมหึมาหาขอบเขตมิได้ ต่อมาอีกนับกัปป์ไม่ถ้วน โลกพิภพ จึงผุดขึ้น เป็น
ประดุจฐาน อันกว้างใหญ่ไพศาล เพื่อเป็นจอมมารดาของสิ่งทั้งมวล เรียกว่า จีอา
(Gaea) หรือ จี (GE) ในภาษากรีก เทลลัส (Tellus) ในภาษาโรมัน มีสวรรค์ดาษดา
ด้วยดาวพราวแพรวล้อมรอบ ซึ่งจะเป็นที่สถิตจีรัง ของทวยเทพสืบไป สวรรค์นึ้ ตาม
ภาษากรีกเรียกว่า อูรานอส (Ouranos) ส่วนโรมันเรียกว่า ยูเรนัส (Uranus) ถือกัน
ว่า เป็นจอมบิดาคู่กัน กับจี จอมมารดร จอมบิดาและมารดานี้ประกอบด้วยทิพยภาพ
ก็จริง แต่ก็หาสมมติขึ้น เป็นองค์เทพไม่ คงปรากฏแต่ว่า มีอิทธิฤทธิ์บันดาล ให้เกิด
แผ่นดินไหว ลมพายุและภูเขาไฟระเบิดได้
4
ชาวกรีกโบราณเชื่อว่า โลกที่สร้างขึ้นตามท านองดังกล่าวนี้ มีสัณฐานแบน
กลม มีประเทศของตนอยู่กลาง โดยมีห้วงสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน แบ่งแผ่นดิน
ออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน และทะเลนี้ต่อไปออก ทะเลด า ซึ่งสมัยโน้น เรียกว่าทะเล
ยูซินี (Euxine) 2 ทะเลนี้เท่านั้นที่เป็นทะเลที่ชาวกรีกสมัยโบราณรู้จัก ภาคเหนือสุด
ของพื้นพิภพนั้น เป็นที่เข้าใจกันว่า เป็นภูมิล าเนาของชนชาติที่ผาสุขชาติหนึ่ง เรียกว่า
ชาติไฮเพอร์โบเรียน (Hyperborean) อาศัยอยู่ในถิ่น ลับแล ซึ่งจะไปทางบกหรือทาง
ทะเลก็ไม่ถึงทั้งสิ้นอยู่พ้น เทือกเขาสูงขึ้นไป
ทางทิศเหนือ ของดินแดน เฮลลัส (Hellas) ซึ่ง
เป็นชื่อของประเทศกรีซสมัยโน้น ว่ากันว่า
ดินแดน ของชนชาติไฮเพอร์โบเรียน เป็น
ดินแดน ที่สงบสันติสุข มีแต่ความสบายด้วย
ประการทั้งปวง ส่วนทางใต้ของพิภพใกล้ กับ
ทางไหลของมหาสมุทร ก็มีชนชาติ ที่ผาสุข
และมีคุณธรรมเช่นเดียวกับไฮเพอร์โบเรียน
อาศัยอยู่อีกชาติหนึ่ง เรียกว่า อีธิโอเพียน
(Ethiopion) เป็นที่โปรดปราน ของเหล่าเทพ
ยิ่งนัก ถึงแก่เหล่าเทพเคยไปร่วมพิธีพลีกรรม
และงานมหกรรมสมโภช ของชนชาตินั้นเนือง ๆ
5
สภำเทพแห่งโอลิมปัส
เป็นเหล่าทวยเทพสูงสุดตามความเชื่อของชาวกรีกโบราณ มีทั้งหมด 12 องค์
สถิตย์อยู่ ณ เขาโอลิมปัส ซึ่งเป็นเขาที่มีอยู่จริงในประเทศกรีซ โดยเป็นเขาที่สูงสุดใน
กรีซ
1. ซุส (Zeus)
เทพผู้เป็นราชาแห่งเทพทั้งมวล ไม่เว้นแม้แต่เหล่า
มนุษย์ ซึ่งมี สายฟ้า หรือ อัศนีบาต เป็นอาวุธ และมีพี่น้อง 5
องค์ คือ โพไซดอน ดีมิเทอร์ เฮร่า ฮาเดส และเฮสเทีย
2. โพไซดอน (Poseidon)
เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ผู้เป็นน้องชายของซุส มี ตรี
ศูล หรือ สามง่าม เป็นอาวุธ
3. ดีมิเทอร์ (Demeter)
เทพีแห่งความสมบูรณ์ ผู้ควบคุมด้านเกษตรกรรม
6
4. เฮร่ำ (Hera)
ราชินีแห่งสวรรค์ ผู้ซึ่งเป็นทั้งพี่สาวและภรรยาของ
ซุส เธอเป็นเทพีแห่งการให้ก าเนิด และสตรี ผู้มี
นกยูงเป็นสัตว์ประจ าตัว
5. แอเรส (Ares)
บุตรของ ซุส กับ เฮร่า เป็นเทพแห่งสงคราม มีสัตว์
ประจ าตัวคือ เหยี่ยว และสุนัขมังกรไฟ มีน้องสาวชื่อ
อีริส เทพีแห่งการวิวาท ซึ่งเป็นภรรยาของเขาด้วย
6. อพอลโล่ (Apollo)
บุตรของซุส กับ เทพีเลโต และมีน้องสาวฝา
แฝดคือ อาร์เทมิส (Artemis) เทพเจ้าแห่งการ
ท านาย กีฬา และการรักษาโรค ทั้งยังเป็นเทพ
แห่งพระอาทิตย์ มี พิณ เป็นเครื่องดนตรี
ประจ าตัว
7
7. อำร์เทมิส (Artemis)
เทพีแห่งดวงจันทร์และการล่าสัตว์ ฝาแฝดของ อพอล
โล่ และเป็น 1 ใน 3 เทพีพรหมจรรย์ ที่มีอาวุธเป็นคัน
ธนู โดยมีสุนัขเป็นผู้ติดตาม
8. เฮอร์มีส (Hermes)
บุตรของซุส กับ นางไม้มีอา เป็นเทพแห่งการค้า การ
โจรกรรม ทั้งยังเป็นผู้ส่งสารของเหล่าทวยเทพ มี คฑา
คะดูเซียส (สัญลักษณ์แห่งการแพทย์) ประจ ากาย ชอบ
สวมหมวกปีกกว้าง
9.อำร์เธน่ำ(Arthena)
เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด ผู้ซึ่งเชียวชาญศิลปศาสตร์กรีก
ทุกแขนง และเป็นที่มาของชื่อเมืองเอเธนส์ (Athens) มี
ู
สัตว์ประจ าตัวเป็น นกฮก
8
10. อโฟร์ไดร์ (Aphrodite)
เทพีแห่งความรักและความงดงาม บุตรีของซุส
และเทพีไดโอนี่ ซึ่งนางมีสัมพนธ์ชู้สาวกับ แอเรส
ั
ื
(Ares) จนเกิดเป็นทายาทคอ คิวปิด (Cupid)
นั่นเอง
11. ฮีเฟสตุส (Hephaestus)
เทพแห่งไฟ และการช่าง บุตรของซุส กับ เฮ
ร่า เป็นเทพที่พิการและรูปร่างอัปลักษณ์
12. ไดโอเนซัส (Dionysus)
เทพแห่งไวน์ และเทพแห่งละคร ผู้ซึ่งเป็นความหวังในการ
เก็บเกี่ยวผลไม้
9
ไททันส์ในเทพนิยำยกรีก
เทพไททันเป็นเทพ(บ้างว่ายักษ์)สิบสององค์ที่เรืองอ านาจในช่วงยุคทอง
(Golden Age) ยุคแรกจากสี่ยุคของมนุษย์ และถูกล้มล้างอ านาจไปโดยเทพ
โอลิมเปียน (Olympian) ทั้งหมดเป็นลูกของไกอา(Gaia) เทพีแห่งแผ่นดินกับยูรานอส
(Uranus) เทพแห่งท้องฟ้า ท าให้ไกอากับอูรานอสเป็นปู่ย่าตายายและทวดของเทพ
โอลิมเปียน
ต้องเท้าความก่อนว่า ก่อนยุคไททันนั้น อูรานอสเป็นเทพผู้ปกครองโลก
เขามีลูกกับไกอาอีกสองกลุ่มคือ ไซคลอปส์สามตนและพวกพันมืออีกสามตน อู
รานอสรับหน้าตาของลูกทั้งสองกลุ่มไม่ได้จึงโยนลงทาร์ทารัสไป หลังจากนั้นไกอาได้
ให้ก าเนิดไททันสิบสององค์ แต่ไกอาไม่พอใจที่สวามีน าลูกของนางไปทิ้งไว้ในทาร์
ทารัส จึงยุยงให้ไททันก่อกบฏ โครนอสลูกตนสุดท้ายยุขึ้น รับอาสาจะก่อกบฎและ
ช่วยพี่ๆออกมา ไกอาจึงมอบเคียวให้โครนอสก่อกบฎ เมื่อโค่นล้มส าเร็จจึงตั้งตนและพ ี่
น้องเป็นผู้ปกครองแทน ดังนี้
1. โอเชียนัส (Oceanus) เป็นพระสมุทรคือดูแลอาณาเขตมหาสมุทรทั้ง
มวล 7 คาบสมุทร และดูแลน ้าทั้งมวลในโลก ไม่ว่าหนอง คลอง บึง ล าธาร น ้าพ ุ
น ้าตก และแม่น ้า โดยมีเทพีทีธิสเป็นพระชายา
2. ทีธิส (Tethys) ไททันแห่งสายน ้า ชายาของโอเชียนัส มีบุตรธิดากับโอ
เชียนัสคือ
10
• เนเรียส ผู้เฒ่าทะเลอยู่ไม่เคยโกหก ต่อมาเนเรียสมีลูกเป็นนางพราย
ทะเล 50 นาง 1 ในนั้นคือแอมฟริไทรต์ ชายาของโพไซดอน
นางพรายและนางไม้ผู้สิงสถืตตามแหล่งน ้าอีกกว่า 3000 นาง
3. ไครอัส (Krios) ไททันแห่งทิศใต้ ฝูงแกะ และดวงดาว ชายาคือยูรี
เบีย มีบุตรด้วยกัน 3 องค์ คือ
• เพอร์สเซส (Perses) เพอร์สเซสสมรสเอสเทอเรียซึ่งเป็นลูกสาวของ
ไททันซีอัสและฟีบี และให้ก าเนิดเทพีเฮคาที(Hecati)เทพีแห่งเวทย์
มนต์ขึ้นมา
• พาลลัส (Pallas) เป็นพระสวามีของเทพีสติกซ์ด้วย พระองค์เป็น
พระบิดาของเทพซีลุส เทพีไนกี้ เทพคราตอส และเทพีไบอา (และ
บางครั้งยังเป็นพระบิดาของเทพีอีออส และไททันเซเลเนด้วย) เทพ
พาลลัสองค์นี้เป็นเทพแห่งปัญญา แออีธอนคือชื่อของม้าของ
พระองค์
• แอสทราอีรัส (Astraeus/Astraeos) ไททันของเวลาพลบค ่า บ้างว่า
เขาสืบเชื้อสายมาโดยตรงจากทาร์ทารัสและไกอา แอสทราอีรัส
แต่งงานอีออสเทพีแห่งรุ่งอรุณ ร่วมกันเป็นเวลาค ่าและรุ่งสางที่พวก
เขามีบุตรหลายคนที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในท้องฟา
้
ในช่วงพลบค ่า
4. โคไออัส (Koios) เป็นเทพแห่งภูมิปัญญาและเทพไททันแห่งทิศเหนือ
11
5. ฟีบี (Phoebe) เป็นเทพีไททันแห่งความฉลาด คู่ครองโคไออัส ทั้งคู่มี
ธิดาด้วยกันสององค์คือ
• เทพีเลโต (Leto) ต่อมาเทพซุสได้นางเป็นชายาอีกองค์ เป็นมารดา
ของเทพอพอลโล และเทพีฝาแฝดผู้น้อง เทพีอาร์เทมิส
• เอสเทอเรีย (Asteria)
6. ไฮเพอเรียน (Hyperion) เป็นไททันแห่งแสงสว่างและทิศตะวันออก มี
ชายาคือไธอา
7. ไธอา (Theia) เป็นเทพีแห่งการมองเห็น มีคู่ครองคือไฮเพอร์เรียน มี
บุตรธิดาด้วยกัน 3 องค์ คือ
• เฮลิออส (Helios) เทพแห่งพระอาทิตย์องค์แรก
• เซเลเน (Selene) เทพีแห่งพระจันทร์องค์แรก
• อีออส (Eos) เทพีแห่งรุ่งอรุณ
8. ไอแอพิทัส (Iapetus) เทพไททันแห่งทิศตะวันตกและความตาย ไอ
แอพิทัสกับคลีมีน ธิดาของโอเชียนัสกับธีทิส มีบุตรด้วยกันสี่องค์คือ
• แอตลาส (Atlas) หลังจากที่พ่ายแพ้ต่อเหล่าเทพโอลิมเปียนแล้ว
แอตลาสก็ถูกลงโทษให้เป็นผู้แบกท้องฟ้า(บางต านานว่าเป็นโลก)ไว้
บนบ่า
12
• โพรมิเธอุส (Prometheus) แปลว่า มองการณ์ไกล เป็นเทพไททัน
องค์หนึ่งที่มีความเฉลียวฉลาด เป็นผู้ขโมยไฟจากเฮสเทีย เทพีแห่ง
เตาไฟลงไปให้มนุษย์ จึงท าให้มนุษย์รู้จักใช้ไฟในการหุงหาอาหาร
และใช้เพื่อแสงสว่างจนสามารถสร้างอารยธรรมต่างๆได้ ส าหรับ
ื่
มนุษย์แล้ว โพรมิเธอุสถือว่าเป็นเทพที่กล้าหาญและเป็นเพอนที่ดีต่อ
มนุษย์ จึงได้รับการยกย่องและนับถือ
• เอพิเมีธิอุส (Epimetheus) เป็นไททันซึ่งเป็นน้องชายฝาแฝดของ
โพรมิเธอุสและเป็นสามีของแพนโดรา สตรีนางแรก เขาและโพร
เมเธอุสพี่ชายเป็นเสมือนตัวแทนของมนุษย์ และมีบุคลิกที่ตรงกัน
ข้ามกัน โพรมิเธอุสเป็นผู้มีปัญญาและมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล
ในขณะที่เอพเมเธอุสที่แปลว่า การท าก่อนคิด นั้นเบาปัญญา และมี
ิ
วิสัยทัศน์ที่แคบ
• เมโนธีอัส(Menoetius) ในสงครามไททันถูกซูสใช้สายฟ้าท าลาย
และเนรเทศไปนรกทาร์ทารัส บ้างก็ว่าเขาเป็นหนึ่งในคนเลี้ยงแกะ
ในสวนนางไม้ไฮเพอริดิส (Hesperides) เขาเป็นคนบอกเกรย์ยอน
(Geryon) เมื่อเฮอร์คิวลีจะขโมยฝูงสัตว์ของเขา
9.นีโมซินี (Mnemosyne) เป็นเทพีแห่งความทรงจ า มีธิดากับซุส 9 องค์
คือ มิวส์ (Muse) เป็นเทพธิดาผู้เป็นแรงบันดาลใจให้แก่กวี เป็นผู้ขับร้องบทเพลงแสน
ไพเราะที่แม้เทพเจ้าก็ต้องเงี่ยโสตสดับฟัง
13
10. ธีมิส (Themis) เป็นเทพีใผู้ให้การปรึกษาที่ดี และเป็นเทพีแห่งความ
มีกฎมีระเบียบ, กฎหมาย และจารีตประเพณี
11.รีอา (Rhea) แต่งงานกับโครนัส เทพไททันผู้เป็นพี่ชาย และได้รับการ
ขนานนามว่า 'เทพมารดา' รูปเคารพของเทพีรีอามักอยู่คู่กับสิงโตอยู่เสมอ
12.โครนอส (Cronus หรือ Kronus) เป็นเทพแห่งกาลเวลาและผู้น า
เหล่ายักษ์ไททัน โครนอสได้ท าการโค่นบัลลังก์ของพระบิดาและขึ้นครองบัลลังก์
ในช่วงยุคทอง จนกระทั่งถูกโค่นบัลลังก์โดยเทพซุสพระโอรสของตน เทพโครนัสมิได้
ถูกจองจ าในยมโลกทาร์ทารัสเช่นไททันตนอื่นๆ แต่เขากลับหลบหนีไป ด้วยเหตุที่ว่า
เทพโครนอสมีความเกี่ยวเนื่องกับยุคทอง เขาจึงได้รับการสักการะในฐานะเทพแห่ง
ฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งรวมไปถึงการเก็บเกี่ยวพืชผลเช่น ข้าว ธรรมชาติ ผลผลิตทาง
การเกษตร และการเดินไปข้างหน้าของกาลเวลาที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ภาพของเทพ
โครนอสมักถือเคียวไว้ในมือ
ในภายหลังได้มีการเพิ่ม ไดโอนี เข้ามาเป็นเทพีไททันองค์ที่ 13 ด้วย ผู้
ที่เชื่อว่าอะโฟรไดต์เกิดจากซุส ไดโอนีก็คือมารดา
14
กำรสร้ำงโลกตำมต ำนำนกรีก
ี
บทกวีเรื่อง Theogony หรือ เทวก าเนิด ของ ฮเสียด (Hesiod) กวี
ชาวกรีก ซึ่งประพันธ์ขึ้นเมื่อราวศตวรรษที่ ๘ ก่อนคริสตกาล ถือเป็นความพยายามที่
เก่าแก่ที่สุดที่จะอธิบายการเกิดของจักรวาล ฮีเสียดกล่าวว่าในตอนนั้นมีเพียง เคออส
(Chaos) ซึ่งเป็นอวกาศที่เวิ้งว้างและมืดมน และแล้ว จีอา แม่ธรณี ผู้มี ?แผ่นอกลึก?
จึงปรากฏขึ้น ตามมาด้วย อีรอส ?ความรักซึ่งท าให้ใจอ่อน? ซึ่งต่อแต่นั้นมาจะมี
อิทธิพลเหนือการสร้างสิ่งมีชีวิตและสรรพสิ่งทั้งหลายเคออสให้ก าเนิดแอรีบุส
(Erebus) คือความมืดและนิกซ์ คือราตรี (Nyx/Night) จากความสัมพันธ์ของทั้งสอง
ท าให้เกิด อีเธอร์ (Aether) คือแสงสว่าง และเฮ็มเมอรา (Hemera) คือกลางวัน ส่วน
จีอานั้นให้ก าเนิด ยูเรนุส (Euranus) คือ ?ท้องฟ้าซึ่งประดับด้วยดาว? และท าให้
ยูเรนุสมีขนาดใหญ่เท่ากับตนเองจนกระทั้งบดบังจีอาได้มิด แล้วจึงสร้างภูเขาสูงและ
ท้องทะเล เมื่อมีการสร้างจักรวาลแล้วก็ต้องมีผู้อาศัย จากความสัมพันธ์ระหว่างจีอา
และยูเรนุสผู้เป็นบุตรชาย เกิดเป็นลูกชุดแรก คือ ไททันส์ (Titans) ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่มี
ขนาดใหญ่โตเหมือนยักษ์ มีทั้งหมด ๑๒ องค์ เป็นชาย ๖ หญิง ๖ อันได้แก่ โอซีอานุส
(Oceanus) ซีอุส (Coeus) ไฮเพอรีออน (Hyperion) ครีอุส (Crius) อิอัพเพตุส
(Iapetus) โครนุส (Cronus) ธีอา (Theia) รีอา (Rhea) นีมอสสินี (Mnemosyne) ฟี
บี (Phoebe) ทีธิส (Tethys) และธีมิส (Themis)
ยูเรนอสและจีอายังให้ก าเนิด ไซคลอพส์ (Cyclops) ซึ่งเป็นเทพ
เช่นเดียวกัน แต่มีตาเพียงตาเดียวอยู่กลางหน้าผาก ประกอบด้วย บรอนตีซ
(Brontes) สเตอโรปีซ (Steropes) และอาร์จีซ (Arges) ทั้งคู่มีลูกอีกชุดหนึ่งซึ่งเป็น
15
อมนุษย์มี ๓ คน คือ คอตตุส (Cottus) บริอารุส (Braiareus) จิจีซ (Gyges) ซึ่งมี
๑๐๐ แขน ๕๐ หัว จึงเรียกรวมกันว่า เฮ็คคาตอนไคริส (Hecatoncheires) หรือ เซ็น
ติมานีส (Centimanes) ด้วย ทั้งไททันส์ ไซคลอพส์ และเฮ็คคาตอนไครีส ล้วนเป็น
็
สัญลักษณ์ของพลังอันก่อให้เกิดความปั่นป่วนอย่างรุนแรงของธรรมชาติ ความที่เฮค
คาตอนไครีสมีลักษณะน่าเกลียดน่ากลัว ยูเรสุสจึงจับลูกชุดนี้ขังไว้ใต้พื้นดิน ซึ่งท าให้จี
อาโกรธมาก จึงสร้างเคียวเหล็กกล้าขึ้นมา และปรึกษาพวกลูก ๆ เกี่ยวกับแผนการที่
จะแก้แค้นสามี มีแต่โครนุสลูกชายคนเล็กคนเดียวที่ตกลงร่วมมือด้วย โดยใช้เคียว
ลอบตัดอวัยวะเพศของยูเรนุสขณะก าลังนอนหลับและน าไปโยนทิ้งทะเล โลหิตจาก
บาดแผลของยูเรนุสที่ตกสู่โลกให้ก าเนิด Furies หรือ เอรินีซ (Erinyes) วิญญาณทั้ง
สามที่คอยติดตามลงโทษผู้กระท าผิดบาป นอกจากนั้นยังให้ก าเนิดยักษ์ด้วย ส่วนชิ้น
เนื้อที่ลอยไปบนพื้นทะเลนั้นได้แตกตัวออกกลายเป็นฟองคลื่นสีขาว จากฟองคลื่นนี้
ี
เองที่เทพีแอฟโฟรไดตีได้ถือก าเนิดขึ้น จึงไม่น่าประหลาดใจที่พระนางจะเป็นเทพแห่ง
ความรักและความใคร่
เมื่อก าจัดยูเรนุสแล้ว โครนุสก็ได้ปลดปล่อยพวกพี่ชายคือไททันส์ให้เป็น
อิสระยกเว้นไซคลอฟส์กับเฮ็คคาคอนไครีส ได้ครองความเป็นใหญ่ในจักรวาล โดย
แต่งงานกับรีอาผู้เป็นพี่สาว มีธิดา ๓ องค์ คือ เฮสเชีย (Hestia) ดีมิเทอร์ (Demeter)
และฮีรา (Hrea) บุตร ๓ องค์ คือ เฮดีส (Hades) โพโซดอน (Poseidon) และซุส
(Zeus) เนื่องจากมีค าท านายว่าบุตรคนหนึ่งของตนจะแย่งอ านาจทุกครั้งที่รีอาให้
ก าเนิด โครนุสจึงกลืนลูกเข้าไปยกเว้นบุตรคนสุดท้ายคือซุส ซึ่งรีอาแอบไปคลอดที่
เกาะครีท จีอาผู้เป็นยายน าทารกน้อยไปมอบให้พวกคูรีตีซ (Curetes) ซึ่งเป็นนักบวช
16
ของรีอาเลี้ยงดูสั่งสอนที่ภูเขาไอดา (Ida) ส่วนรีอาก็เอาก้อนหินห่อผ้าอ้อมเด็กส่งให้
โครนุสกลืนเข้าไปทันทีที่ซุสโตเป็นหนุ่มก็วางแผนแก้แค้นบิดาโดยบังคับให้โครนุส
ส ารอกพี่ ๆ ทั้งห้าออกมา โครนุสถูกขับไล่ไปอยู่สุดขอบโลก ซุสจึงตั้งอาณาจักรของ
ตนขึ้นมาที่ยอดเขาโอลิมปุส (Olympus) และปกครองเหล่าเทพที่เรียกว่า เทพเจ้า
โอลิมเปียน (The Olympians) ซึ่งมีด้วยกัน ๑๒ องค์ ประกอบด้วยพี่ ๆ และลูก ๆ
ของซุส โดยซุสเป็นจอมเทพ ท าหน้าที่ปกครองสวรรค์และท้องฟ้ามีฮีราเป็นชายา
ื้
แบ่งอาณาเขตให้โพไซดอนปกครองส่วนที่เป็นพนน ้า และเฮดีส ปกครองเฮดีส
ดินแดนแห่งคนตาย พวกไททันส์อิจฉาเทพโอลิมเปียนที่เข้ามาแย่งอ านาจหน้าที่ของ
ตนจึงก่อการกบฏ ซุสจึงได้ปลดปล่อยพวกไซคลอพส์และเฮ็คคาตอนไครีสให้เป็น
อิสระ บรรดาไซคลอพส์ได้มอบสายฟ้า (Thunderbolt) ให้เป็นอาวุธของซุส และพวก
เฮ็คคาตอนไครีสใช้แขนอันทรงพลังของตนขว้างหินก้อนมหึมาบดขยี้พวกไททันส์ ซึ่ง
ู
ี
หลังจากพ่ายแพ้แล้วก็ถกล่ามโซ่อยู่ลึกลงไปใต้โลก แต่พวกยักษ์ก็ก่อกบฏขึ้นมาอกเกิด
การต่อสู้อย่างดุเดือดระหว่างเทพเจ้ากับยักษ์มีค าท านายว่าพวกยักษ์จะไม่แพ้จนกว่า
จะถูกเฮอร์คูลีสซึ่งเป็นมนุษย์และเป็นเชื้อสายของซุสฆ่าซึ่งกเป็นจริงตามนั้น
็
17
3 ต ำนำนเทพเจ้ำกรีก กับเหตุกำรณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นเพรำะ “ค ำโกหก”
1. Prometheus และ Zeus คู่แค้นตลอดกำล
ต านานเทพเรื่องนี้เริ่มขึ้นเมื่อครั้งที่ซุสโค่นล้มโครนอสผู้เป็นบิดาและขับไล่ไท
ทันทั้งหมดไปอยู่นรกทาร์ทารัส ยังมีไททันที่เหลือรอดเพราะเข้าข้างทวยเทพแห่ง
โอลิมปัส นั่นคือโพรมีธีอุสและเอพิมีธีอุส ทั้งคู่ได้รับมอบหมายให้สร้างสิ่งมีชีวิตบนโลก
เอพิมีธีอุสสร้างสัตว์ต่างๆ และมอบเขี้ยวเล็บให้พวกมัน ขณะที่โพรมีธีอุสสร้างมนุษย์
และให้พวกเขามีรูปร่างเช่นเดียวกับเหล่าเทพและมอบ
ไฟให้กับพวกเขา
โพรมีธีอุสรักเหล่ามนุษย์มากกว่ารักเทพแห่ง
โอลิมปัส ด้วยความกังวลซุสจึงออกค าสั่งให้มนุษย์ต้อง
ฆ่าสัตว์เพื่อบูชาแก่เหล่าเทพ โพรมีธีอุสกลัวว่ามนุษย์
ต้องอดอยากจึงออกอุบายในการฆ่าหมูป่าแล้วแบ่งเป็น
สองกอง กองหนึ่งซ่อนเนื้อเอาไว้ใต้กองเครื่องใน และ
อีกส่วนซ่อนโครงกระดูกไว้ใต้ชั้นไขมัน ซุสเลือกเอากองที่เป็นชั้นไขมัน เมื่อซุสรู้ตัวว่า
ถูกหลอกจึงโกรธมากและสั่งห้ามไม่ให้มนุษย์ใช้ไฟอีก แต่โพรมีธีอุสก็แอบไปจุดคบ
ี
เพลิงจากเตาไฟของเฮเฟตัสและน าไฟกลับมาให้มนุษย์อกครั้ง คราวนี้ซุสจึงลงโทษทั้ง
มนุษย์และโพรมีธีอุส
ซุสสั่งให้เฮเฟตัสสร้างมนุษย์เพศหญิงที่มีรูปร่างงดงามนามว่า แพนโดร่า และ
มอบกล่องปริศนาให้นางน าไปยังโลกมนุษย์เพื่อมาเป็นภรรยาของเอพิมีธีอุส โดยโพร
18
มีธีอุสเตือนนางว่าห้ามเปิดกล่องนี้เด็ดขาด แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นท าให้แพน
โดร่าเปิดกล่อง สิ่งชั่วร้ายต่างๆ นานาจึงออกมาจากกล่องนั้น ท าให้มนุษย์มีจิตใจที่ไม่
บริสุทธิ์อีกต่อไป มีความโลภ หลง และฆ่าฟันกันเอง แต่นางแพนโดร่ารีบปิดกล่อง
เพราะตกใจ ท าให้”ความสิ้นหวัง” ยังไม่ออกมาจากกล่องนั้น จึงท าให้มนุษย์ยังคง
สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความหวังต่อไปนั่นเอง นอกจากนี้ซุสยังลงโทษโพรมีธีอุสโดย
การน าเขาไปล่ามไว้ที่หน้าผาเพื่อให้นกอินทรีบินมากินเครื่องในในเวลากลางวัน ส่วน
กลางคืนเครื่องในจะงอกกลับมาใหม่ วนเวียนไปไม่รู้จบ จนกระทั่งวีรบุรุษเฮอร์คิวลี
สมาพบ เขายิงธนูสังหารนกและช่วยปลดปล่อยโพรมีธีอุสในที่สุด
เพราะความรักที่มีต่อมนุษย์โพรมีธีอุสจึงโกหกซุส ให้ซุสได้กระดูกไปแทนที่
จะได้เนื้อซึ่งเป็นอาหารของเหล่ามนุษย์ แม้เขาจะโดนลงโทษอย่างไม่เป็นธรรม แต่
ท้ายที่สุดแล้วโพรมีธีอุสก็ได้เฮอร์คิวลีสมาช่วยปลดปล่อยเขาจากความทรมานไม่
ื่
สิ้นสุด การโกหกในต านานเทพเจ้ากรีกเรื่องนี้คือการโกหกเพอปกป้องคนที่เรารักและ
ห่วงใย เป็นการโกหกที่ไม่ท าให้ใครเดือดร้อน (ยกเว้นซุสที่รู้สึกเสียหน้าจนบันดาล
โทสะกับโพรมีธีอุสอย่างไร้เหตุผล)
19
2. ควำมหวังดีของเมีย กับ กำรตำยของ Hercules
เรื่องราวความกล้าหาญของเฮอร์คิวลีสเป็นหนึ่งในต านานเทพเจ้ากรีกที่
หลายคนรู้จักดีที่สุด แต่รู้หรือเปล่าว่าการตายของวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่คนนี้เกิดขึ้นเพราะ
ค าโกหก เรื่องราวนี้เริ่มขึ้นเมื่อเขาและภรรยาที่ชื่อเดียไนร่า (Deianeira ชื่อของเธอ
หมายถึงผู้ท าลายสามี) ซึ่งเป็นธิดาของกษัตริย์โอเนอัส วันหนึ่งระหว่างที่พวกเขาก าลัง
จะเดินทางออกจากเมืองซึ่งระหว่างทางต้องข้ามแม่น ้าและผู้ที่จะพาพวกเขาข้ามฟาก
ก็คือเซนทอร์ที่ชื่อเนสซัส ระหว่างทางเนสซัสที่หลงใหลในตัวเดียไนร่าพยายามข่มขืน
เธอ เฮอร์คิวลีสโกรธมาก เขาจึงยิงเซนทอร์ด้วยธนูและศรที่เปื้อนเลือดไฮดร้า ปีศาจที่
เขาฆ่าในภารกิจที่สอง ก่อนตายเนสซัสมอบลูกธนูที่สังหารเขาให้เดียไนร่าและบอก
นางว่าเลือดที่เปื้อนศรนี้สามารถน าไปท ายาเสน่ห์ได้
อย่างไรก็ตามความรักย่อมมีวันเปลี่ยนเมื่อเฮอร์คิวลีสไปท าภารกิจและได้พบ
รักใหม่ ด้วยความที่อยากได้สามีกลับคืนมานางจึงน าเลือดที่ได้รับจากเนสซัสไปชโลม
ลงบนเสื้อคลุมที่นางท าให้สามีเพราะเชื่อว่าเขาจะกลับมารักเธออีกครั้ง เมื่อเฮอร์คิว
20
ลิสสวมเสื้อคลุมนั้นด้วยเลือดที่เป็นพิษของไฮดร้าและเลือดของเนสซัส ท าให้เกิดไฟ
ไหม้ขึ้นทันที เฮอร์คิวลีสเจ็บปวดอย่างมากแต่ไม่อาจถอดเสื้อคลุมได้ จนสุดท้ายซุสจึง
ส่งสายฟ้าลงมาเพื่อช่วยปลดปล่อยเฮอร์คิวลีสจากความทรมาน หลังจากนั้นเขาจึงได้
กลายเป็นเทพและขึ้นไปอยู่บนยอดเขาโอลิมปัสในที่สุด
ื่
การโกหกในเรื่องนี้เป็นการท าเพอแก้แค้นซึ่งเป็นสิ่งไม่ดีเลยค่ะ เพราะตัวเนส
ซัสเองก็สร้างเรื่องก่อนเพราะจะไปข่มขืนภรรยาของคนอื่น เมื่อตนโดนสามีของนาง
ฆ่าตายกลับแค้นจนวางแผนโกหก แถมยังเป็นค าโกหกที่ร้ายแรงมากจนถึงกับท าให้
วีรบุรุษอย่างเฮอร์คิวลีสต้องตายด้วย
3. “Nobody” กำรโกหกที่แสนฉลำด ของ Odysseus
ปิดท้ายกันที่ต านานเทพเจ้ากรีกเรื่องราวการเดินทางของโอดิสซิอุส หนึ่งในผู้
มีส่วนส าคัญในสงครามกรุงทรอย เรื่องเกิดขึ้นเมื่อเขาก าลังเดินทางในทะเลและไปพบ
เกาะที่มีเหล่ายักษ์ตาเดียวอาศัยอยู่ เกาะนั้นมีถ ้าแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยฝูงแกะ โอดิส
ซิอุสและพวกพ้องดีใจมากที่พบเสบียงอาหาร แต่แล้วพวกเขากลับเจอยักษ์ตาเดียวที่
ชื่อโพลีฟีมุส มันไม่ลังเลที่จะจับ
ทหารของโอดิสซีอุสกินทันที
จากนั้นจึงเอาหินมาปิดปากถ ้าไว้ วัน
เวลาผ่านไปโอดิสซีอุสคิดอุบายที่จะ
หนีออกไปได้ วันหนึ่งเขาเอาใจเจ้า
ยักษ์ด้วยไวน์ชั้นดี เมื่อโพลีฟีมุสถามว่าเขาคือใคร โอดิสซีอุสก็ตอบว่าเขาชื่อ “โนบะ
ดี” (Nobody ซึ่งแปลว่า “ไม่มีใคร”) ต่อมาเมื่อโอกาสดี เขารอจนเจ้ายักษ์หลับแล้ว
21
จึงหยิบฟืนที่เหลาจนแหลมแทงเข้าไปในดวงตาของโพลีฟีมุส มันกรีดร้องอย่าง
เจ็บปวด เมื่อยักษ์ตนอื่นๆ ถามว่าใครท าร้าย มันตอบว่า “ไม่มีใคร” เพราะเข้าใจว่านี่
คือชื่อของโอดิสซีอุส ยักษ์ตนอื่นจึงจากไปอย่างงุนงง วันรุ่งขึ้นโอดิสซีอุสและพวกจึง
หลบหนีออกจากถ ้าได้ด้วยการผูกตัวเองเอาไว้ใต้ท้องแกะระหว่างที่ยักษ์ตาเดียวต้อน
แกะมาหากินในทุ่งหญ้านั่นเอง
โอดิสซีอุสเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องว่ามีไหวพริบดีคนหนึ่งในต านานเทพเจ้า
กรีก เขาใช้ไหวพริบและกลอุบายต่างๆ เอาตัวรอดจากการผจญภัยหลายต่อหลายครั้ง
ซึ่งครั้งนี้เองก็เช่นกัน การโกหกเรื่องชื่อของตัวเองถือเป็นการเอาตัวรอด และต้อง
เรียกว่าโพลีฟีอุสเองก็แพ้ภัยตัวเองไปเพราะหลงเชื่อและเพราะความตะกละที่บังตา
ด้วย
22
บรรณำนุกรม
บทน า แหล่งที่มา : https://www.thairath.co.th/content/387818
ก าเนิดเทพเจ้ากรีกแหล่งที่มา :
http://variety.phuketindex.com/faith/%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9
%80%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%97%
E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8
%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%81-363.html
สภาเทพแห่งโอลิมปัส แหล่งที่มา :
https://www.wegointer.com/2015/09/twelve-olympians/
ไททันส์ในเทพนิยายกรีก แหล่งที่มา :
https://sites.google.com/a/nareerat.ac.th/dear-gods/page-2
การสร้างโลกตามต านานกรีก แหล่งที่มา :
http://www.lertchaimaster.com/forum/index.php?topic=665.0
3 ต านานเทพเจ้ากรีก กับเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นเพราะ “ค าโกหก” แหล่งที่มา :
https://www.shopback.co.th/blog/bl-
%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%
B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89
%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%81/
23
THANK YOU