The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-09-14 11:32:58

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ

ศูนย์พฒั นาโครงการหลวงแม่โถ

เมื่อปี พุทธศกั ราช 2512 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ
บพิตร เสด็จพระราชดาเนินไปทอดพระเนตรชีวติ ของชาวเขาท่ี บา้ นดอยปุยใกลพ้ ระตาหนกั ภูพิงคราชนิเวศน์ จึง
ทรงทราบวา่ ชาวเขาปลูกฝ่ินแตย่ ากจน รับสงั่ ถามวา่ นอกจากฝ่ินขายแลว้ เขามีรายไดจ้ ากพืชชนิดอื่นอีกหรือเปล่า
ทาใหท้ รงทราบวา่ นอกจากฝ่ินแลว้ เขายงั เก็บทอ้ พ้ืนเมืองขาย แมว้ า่ ลูกจะเล็กก็ตาม แต่ก็ยงั ไดเ้ งินเท่า ๆ กนั โดย
ที่ทรงทราบวา่ สถานีทดลองดอยปุย ซ่ึงเป็ นสถานีทดลองไมผ้ ลเขตหนาว ของมหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ไดน้ า
ก่ิงพนั ธุ์ทอ้ ลูกใหญม่ าตอ่ กบั ตน้ ตอทอ้ พ้ืนเมืองได้ ใหค้ น้ ควา้ หาพนั ธุ์ทอ้ ที่เหมาะสมสาหรับบา้ นเรา เพื่อให้ไดท้ อ้
ผลใหญห่ วานฉ่า ท่ีทารายไดส้ ูงไม่แพฝ้ ่ินโดยพระราชทานเงินจานวน 200,000บาทให้มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์
สาหรับจดั หาที่ดินสาหรับดาเนินงานวิจยั ไมผ้ ลเขตหนาวเพิ่มเติมจากสถานี วิจยั ดอยปุยซ่ึงมีพ้ืนที่คบั แคบ ซ่ึง
เรียกพ้ืนที่น้ีว่า สวนสองแสน ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ต้งั โครงการหลวงข้ึนเมื่อ พ.ศ. 2512 เริ่มตน้
โครงการหลวงเป็ นโครงการส่วนพระองค์ โดยมีหม่อมเจา้ ภีศเดช รัชนี เป็ นผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการใน
ตาแหน่งผูอ้ านวยการ มีช่ือเรียกในระยะแรกว่า “โครงการหลวงพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา” โดย

พระราชทานพระราชทรัพยส์ ่วนพระองค์ รวมกบั เงินท่ีมีผูท้ ูลเกลา้ ฯ ถวาย สาหรับเป็ นงบประมาณดาเนินงาน
ต่าง ๆ และพระราชทานมีเป้าหมายสาหรับการดาเนินงาน ดงั น้ี

1. ช่วยชาวเขาเพื่อมนุษยธรรม

2. ช่วยชาวไทยโดยลดการทาลายทรัพยากรธรรมชาติ คือ ป่ าไมแ้ ละตน้ น้าลาธาร

3. กาจดั การปลูกฝิ่น

4. รักษาดิน และใชพ้ ้ืนท่ีใหถ้ ูกตอ้ ง คือ ใหป้ ่ าอยสู่ ่วนท่ีเป็นป่ า และทาไร่ ทาสวน ในส่วนท่ีควรเพาะปลูก

อยา่ สองส่วนน้ีรุกล้าซ่ึงกนั และกนั

การดาเนินงานต่าง ๆ ของโครงการหลวง มีอาสาสมคั รจากมหาวิทยาลยั และหน่วยงานต่าง ๆ ส่วนใหญ่
เป็ นนักวิชาการด้านต่าง ๆ ปฏิบตั ิงานถวาย ทาให้การปฏิบตั ิงานก้าวหน้าอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างย่ิง
ผลงานวิจยั การปลูก พืชเขตหนาวชนิดต่าง ๆ เกษตรกรสามารถนาไปปลูกทดแทนฝ่ิ นได้ผลดี พ.ศ. 2537
โครงการควบคุมยาเสพติดของสหประชาชาติ (UNDCP) ไดท้ ูลเกลา้ ฯ ถวายเหรียญทองเพ่ือสดุดีพระเกียรติคุณ
ในการแกป้ ัญหายาเสพติด โดยส่งเสริมให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่ น แต่ปลูกพืชอื่นแทน จึงกล่าวไดว้ า่ โครงการหลวง
เป็ นโครงการปลูกพืชทดแทนฝิ่ นแห่งแรกของโลก เม่ือวนั ท่ี 10 มกราคม 2517 พระบาทสมเด็จพระบรมชนก
ราธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดารัสในโอกาสเสด็จพระราชดาเนิน
เยี่ยมคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ เรื่องช่วยชาวเขาและโครงการชาวเขา ความวา่ กล่าวไดว้ ่าใน
ระยะเร่ิมตน้ ไม่มีใครทราบวา่ ควรปลูกชนิดใดบนดอย ซ่ึงมีอากาศหนาวเยน็ โครงการหลวงจึงเริ่มดาเนินงานวิจยั
เพือ่ ทดลองการปลูกไมผ้ ลเขตหนาวท่ีมีความเหมาะสมกบั พ้ืนท่ีสูงของประเทศไทย โดย พ.ศ. 2512 ไดต้ ้งั สถานี
เกษตรหลวงอ่างขางเพื่อเป็ นสถานีทอดลองการปลูกพืชเขตหนาวชนิดต่าง ๆ ในบริเวณหุบเขาสูงของดอยอ่าง
ขาง ตาบลม่อนป่ิ น อาเภอฝาง จงั หวดั เชียงใหม่ ดอยอ่างขางเป็ นพ้ืนที่อยู่ตอนเหนือเกือบสุดของประเทศไทย
บริเวณสถานีเป็นหุบเขายาวๆลอ้ มรอบดว้ ยภูเขาทุกดา้ น ดา้ นเหนือติดประเทศพม่า บริเวณดงั กล่าวมีความสูงจาก
ระดบั น้าทะเลประมาณ 1,400 เมตร มีอากาศหนาวเยน็ อ่างขางในเวลาน้นั เป็ นทุ่งหญา้ คา ช่วงฤดูหนาวมีฝิ่ นปลูก
อยทู่ วั่ ไป ตอ่ มากระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐจีน (ไตห้ วนั ) และมิตรประเทศตา่ ง ๆ ไดท้ ูลเกลา้ ฯ
ถวายพนั ธุ์พืชเขตหนาว และสนบั สนุนงบประมาณดาเนินการวจิ ยั ขา้ งตน้

ภูเขาสลับซับซ้อนที่ราบตามหุบเขาและเชิงเขา
ครอบคลุมพ้ืนที่ 53,433 ไร่
ปานกลาง 800 - 1,200 เมตร
22 องศาเซลเซียส
ชาวไทยภูเขาเผ่ามง้ และปกาเกอะญอ ในพ้ืนที่ 5
หมู่บา้ น จานวนกวา่ 3,750 คน

ปัจจุบนั ศูนยพ์ ฒั นาโครงการหลวงแม่โถ ไดจ้ ดั ทาแปลงทดสอบสาธิตการปลูกพืชเพ่ือหาพนั ธุ์ดีที่เหมาะสม
กบั สภาพพ้ืนท่ีและส่งเสริมใหเ้ กษตรกรปลูกพืชชนิดตา่ ง ๆ ภายใตร้ ะบบมาตรฐานอาหารปลอดภยั ไดแ้ ก่ ระบบ
การเพาะปลูกท่ีดี (GAP) และส่งเสริมการปลูกไมด้ อก กาแฟ และเล้ียงสัตว์ สร้างรายไดท้ ี่มนั่ คงและความเป็ นอยู่
ที่ดีข้ึนแก่เกษตรกร รวมท้งั การฟ้ื นฟูอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม และยงั มีการส่งเสริมการปลูก
ป่ าชาวบา้ นตามแนวพระราชดาริป่ า 3 อยา่ ง ประโยชน์ 4 อยา่ ง การอนุรักษด์ ินและน้าดว้ ยการปลูกหญา้ แฝก
รณรงคก์ ารลดการใชส้ ารเคมี และเฝ้าระวงั การปนเป้ื อนมลพิษในส่ิงแวดลอ้ ม และพฒั นาคุณภาพชีวิตและความ
เขม้ แขง็ ของคนและชุมชน โครงการหมู่บา้ นปลอดยาเสพติด การพฒั นาสุขอนามยั และสิ่งแวดลอ้ มให้แก่ชุมชน
ชาวเขา ตลอดจนเป็นศูนยเ์ รียนรู้ดา้ นการเกษตรท่ีสูงแก่นกั เรียน นกั ศึกษา เกษตรกร และผสู้ นใจทว่ั ไป

 พืชผกั : ปวยเหลง็ ข้ึนฉ่าย เบบ้ีคอส ร็อกเก็ตป่ า คะนา้ ฮอ่ งกง เบบ้ีฮ่องเต้ ร็อกเก็ตสลดั คอสสลดั โอค๊ ลีฟ
แดง ต้งั โอ๋ ผกั กาดขาวปลี คะนา้ ตน้ ปาลม์ ฟิ ลเล่ยไ์ อซ์เบิร์ก มิซูน่า ยอดชาโยเต้ โอค๊ ลีฟเขียว ผกั โขมกา้ น
ขาว บตั เตอร์เฮด กะหล่าปลีรูปหวั ใจ ผกั โขมคละสี คราวน์เดซี ผกั โขมแดง เบบ้ีปวยเหล็ง มะเขือเทศ
เชอร่ีแดง และคะนา้ ยอด

 ไม้ผล : อาโวคาโดพนั ธุ์แฮส เสาวรสหวาน เคพกูสเบอร์รี มัลเบอร์รี องุ่นไร้เมล็ด สตรอว์เบอร์รี
พระราชทาน 80 พลบั P2 และบคั คาเนีย

 ไม้ดอก : อลั สโตรมีเรีย เจอราเนียม นีมีเซีย ฟ็อกซ์โกลฟและเทียนฝรั่ง

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โปรดเกลา้ ฯ พระราชทาน
พระราชดารัส ณ พระตาหนกั จิตรลดารโหฐาน เม่ือวนั พฤหสั บดี ที่ 24 กุมภาพนั ธ์ 2537 ในโอกาสท่ีประธาน
มูลนิธิโครงการหลวงนาคณะบุคคลเขา้ เฝ้าฯ ทูลเกลา้ ถวายเงิน และนอ้ มเกลา้ ฯ ถวายสิ่งของเพ่ือสนบั สนุนกิจการ
มูลนิธิโครงการหลวง ความวา่

“โครงการหลวง ไดเ้ ร่ิมข้ึนเป็ นกิจการเล็ก ๆ ซ่ึงไม่เป็ นโครงการ แต่เป็ นการไปเท่ียวมากกวา่ คือไปเที่ยวตาม
หมูบ่ า้ นต่าง ๆ ก็ไดเ้ ห็นวา่ ควรจะช่วยประชาชนในการอาชีพ จึงไดน้ าส่ิงของไปใหเ้ ขาเพ่ือท่ีจะพฒั นาการอาชีพ
ของชาวบา้ น ต่อมาก็ได้เพิ่มข้ึน มีผูเ้ ช่ียวชาญและหน่วยงานราชการได้เข้ามาช่วย และมีคนส่วนหน่ึงช่วย

เพื่อท่ีจะใหก้ ารส่งเสริมความเป็นอยขู่ องประชาชนดีข้ึน ตอ่ มามีการร่วมมือของทางองคก์ รต่างประเทศ ตลอดจน
รัฐบาลต่างประเทศดว้ ย จึงข้ึนมาเป็ นโครงการที่เรียกวา่ “โครงการหลวง” โครงการหลวงเริ่มตน้ จากโครงการที่
ประกอบดว้ ยผทู้ ี่เป็นอาสาสมคั รและเป็นขา้ ราชการในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ของไทย และเป็ นผเู้ ช่ียวชาญ
ที่มาจากต่างประเทศ ในที่สุดเป็ นโครงการท่ีมามายใหญ่โตขยายออกไปจากการช่วยประชาชนในหมู่บา้ น ใน
วงจากดั จนกระทงั่ เป็ นการช่วยเหลือเท่ากบั เป็ นภาคทีเดียว จึงตอ้ งมีการบริหารท่ีดีข้ึน และก็มีคนไดช้ ่วยบริจาค
เงินและสิ่งของ เพ่ือท่ีจะให้โครงการน้ีดาเนินไปตามจุดประสงค์ คือ ความกินดีอยูด่ ีของประชาชน ต่อมาจึงได้
เปลี่ยนแปลงเป็ น “มูลนิธิโครงการหลวง” เพ่ือท่ีจะใหก้ ิจการน้ีดาเนินต่อไปไดอ้ ยา่ งสม่าเสมอ ในการท่ีไดร้ ับ
ความร่วมมือจากส่วนราชการต่าง ๆ อย่างดีโดยเอ้ือเฟ้ื อบุคลากรและ งบประมาณที่จะช่วยให้ทาได้ตาม
จุดประสงค์

“ทางราชการมีส่วนหน่ึงทาใหก้ ารบริหารงานที่ทายาก อยูท่ ่ีวา่ แบ่งเป็ นกระทรวง ทบวง กรม เหล่าน้นั อาจมีการ
ดาเนินงานที่ซ้าซอ้ น กนั ได้ และทางมูลนิธิโครงการหลวงกห็ วงั วา่ จะเป็นประโยชน์ใหส้ ่วนราชการต่าง ๆ ไดเ้ ขา้
มาร่วมมือกนั อยา่ งกนั เอง โดยที่ไม่ตอ้ งกลวั จะถูกวา่ ว่ากา้ วก่ายกนั ”นบั เป็ นกา้ วใหม่ของโครงการหลวง ในการ
ก้าวสู่การเป็ นองค์กรสาธารณประโยชน์อย่างแท้จริง มีระบบงานท่ีดี ทาให้การทางานคล่องตัวและมี
ประสิทธิภาพมากข้ึน อีกท้งั ไดร้ ับความร่วมมือจากส่วนราชการและเอกชน ก่อเกิดงานวิจยั และพฒั นาใหม่ ๆ ใน
ลกั ษณะโครงการนาร่อง เป็ นผลให้เกิดการส่งเสริมอาชีพ พฒั นาการตลาดผลิตผลและผลิตภณั ฑ์จากพ้ืนท่ี
ส่งเสริมของโครงการหลวง เกิดการพฒั นาสังคมและชุมชนบนที่สูง ตลอดจนมีการอนุรักษ์ส่ิงแวดลอ้ มให้คง
ความสมบูรณ์ อนั นาไปสู่การพฒั นาท่ียง่ั ยนื ของพ้ืนท่ีตน้ น้าลาธารบนท่ีสูงในภาคเหนือของ ประเทศไทย

มูลนิธิโครงการหลวงดารงลกั ษณะงานในความมุ่งหมายเดิมของ
โครงการหลวง ถือเป็ นโครงการส่วนพระองคใ์ นการดาเนินการพฒั นาเกษตรที่สูงสืบทอดเจตนารมณ์ท่ีเคยมีมา
คือ บุกเบิก และพฒั นาส่ิงใหมเ่ พ่ือชีวติ และความเป็นอยขู่ องขาวเขา และฟ้ื นฟูป่ าตน้ น้าลาธาร

มูลนิธิโครงการหลวงมีเป้าหมายการดาเนินงานตามแนวพระราชดาริของ พระบาทสมเด็จพระ
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร โปรดเกลา้ ฯ พระราชทานไวก้ บั โครงการหลวง ดงั น้ี

1) ช่วยชาวเขาเพ่อื มนุษยธรรม

2) ช่วยชาวไทยโดยลดการทาลายทรัพยากรธรรมชาติ คือ ป่ าไม้ และตน้ น้าลาธาร

3) กาจดั การปลูกฝิ่น

4) รักษาดินและใชพ้ ้ืนที่ใหถ้ ูกตอ้ ง คือให้ป่ าอยูใ่ นส่วนที่เป็ นและทาไร่ ทาสวน ในส่วนที่ควรเพาะปลูก อยา่ ให้
สองส่วนน้ีรุกล้าซ้ึงกนั และกนั
5) ต่อมาโครงการหลวงไดเ้ พ่ิมการปลูกพืชเพ่ือเพ่ิมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศเป็ นวตั ถุประสงคอ์ ีก
ขอ้ หน่ึง

มุ่งวจิ ยั และพฒั นาเทคโนโลยที ่ีเหมาะสมเพ่อื ส่งเสริมชีวติ ความเป็นอยทู่ ่ีดีใหแ้ ก่ชุมชนบนพ้ืนที่สูง และรักษาและ
ฟ้ื นฟูสภาพแวดลอ้ มรวมท้งั เป็นแหล่งเรียนรู้ของการพฒั นาพ้ืนสูงอยา่ งยงั่ ยนื

1)เพือ่ วจิ ยั และพฒั นาองคค์ วามรู้ที่เหมาะสมต่อสภาพภูมิสงั คมบนพ้ืนท่ีสูง
2) เพอ่ื พฒั นาชุมชนบนพ้นื ท่ีสูงใหม้ ีความเป็นอยทู่ ี่ดีข้ึนและพ่ึงพาตนเองได้
3) เพื่อส่งเสริม ฟ้ื นฟู และอนุรักษส์ ภาพแวดลอ้ มใหม้ ีความสมบูรณ์
4) เพ่อื ส่งเสริมและพฒั นาการจดั การหลงั การเกบ็ เก่ียวและการตลาดสินคา้ โครงการหลวง
5) เพื่อพฒั นาโครงการหลวงใหเ้ ป็นศูนยก์ ารเรียนรู้การพฒั นาพ้ืนที่สูงอยา่ งยงั่ ยนื

สัญลักษณ์ของมูลนิธิโครงการหลวง คือ รู ปภูเขาซ้อนกัน มีมงกุฎครอบ อุณาโลมอยู่ข้างบน
และมีคาวา่ “มูลนิธิ” ประกอบอยใู่ นวงกลมดว้ ย ภายใตว้ งกลมมีชื่อ “โครงการหลวง”

วธิ ีการดาเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงเป็ นวธิ ีการดาเนินงานที่พระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานไวก้ บั โครงการ
หลวงดงั น้ี

1)ลดข้นั ตอน หมายถึง ใหก้ ระจายอานาจ

2) ปิ ดทองหลงั พระ

3) เร็ว ๆ เขา้

4) ช่วยเขาช่วยตวั เอง

แนวทางการดาเนินงานของโครงการหลวงสนองตามพระราชดาริที่วา่ “ช่วย
ชาวเขาใหช้ ่วยตนเองในการปลูกพชื ท่ีมีประโยชน์ และมีมาตรฐานความเป็นอยดู่ ีข้ึน” ปัจจยั สาคญั ประการหน่ึงมี
ส่วนช่วยใหม้ ูลนิธิฯ สามารถพฒั นาการปลูกพชื ชนิดตา่ ง ๆ ซ่ึงเหมาะสมกบั สภาพส่ิงแวดลอ้ มท่ีหนาวเยน็ ไดก้ ็คือ
ความร่วมมืออย่างใกลช้ ิดระหวา่ งอาจารย์ นกั วิชาการสาขาต่างๆ และเจา้ หนา้ ท่ีผูป้ ฏิบตั ิงานในภาคสนาม การ
ปฏิบตั ิงานทดลองคน้ ควา้ ในเร่ืองใด ๆ ท่ีมุ่งสนองความตอ้ งการของตลาดเป็ นสาคญั และผลงานวจิ ยั เหล่าน้นั จะ
ถูกถ่ายทอดไปสู่เจา้ หนา้ ท่ีสนาม รวมไปถึงเกษตรกรอยา่ งฉบั พลนั ทุกเดือนนกั วิจยั นกั วิชาการ และเจา้ หนา้ ที่
สนามจะพบปะแลกเปล่ียนความคิดเห็น เพ่ือร่วมวางแผนการปฏิบตั ิงานและแกไ้ ขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดข้ึน และท่ี
สาคญั คือเพื่อให้งานวิจยั ต่างๆเกิดประโยชน์แก่เกษตรกรมากที่สุด หม่อมเจา้ ภีศเดช รัชนี ทรงกล่าวถึงการ
ดาเนินงานที่ครบวงจร โดยไดน้ ิพนธ์ไวใ้ นหนงั สือ “ประพาสตน้ บนดอย” ดงั น้ี “ในระยะแรก ถึงแมเ้ ราจะไม่มี
พืชใหม่ๆ มาส่งเสริมใหป้ ลูกตามดอยกนั มากนกั ก็ตาม เราก็พยายามเอาผลการวจิ ยั มาใชใ้ หเ้ ป็นประโยชน์ โดยทา
ส่ิงท่ีควรทาให้ครบถว้ นตามข้นั ตอน ซ่ึงการกระทาเช่นน้ีเรียกกนั ว่า “ครบวงจร”คือ วงแรกคือ การสารวจดิน
และน้า วงที่สอง คือ การปลูกป่ าในท่ีท่ีควรเป็นป่ า ส่วนท่ีเหมาะแก่การเกษตรก็ตอ้ งทาข้นั บนั ไดทาทางระบายน้า
ปลูกหญา้ แฝก สิ่งที่ตอ้ งจดั การต่อไปในวงเดียวกนั คือการชลประทาน ซ่ึงบนดอยมกั ขาดแคลนน้า นอกจากน้ี
เร่ืองพ้ืนฐานที่ตอ้ งดาเนินการต่อในวงน้ีคือ การคมนาคม วงท่ีสาม คือ การวิจยั ซ่ึงจะหยุดไม่ได้ ตอ้ งทาอยา่ ง
ต่อเน่ือง อนั ไดแ้ ก่การวิจยั พืชเมืองหนาวทุกชนิด เนื่องจากวิธีการปลูกพืชเมืองหนาวเหล่าน้นั เป็ นเร่ืองที่ใหม่
สาหรับเราคนไทย วงท่ีสี่ คือ การส่งเสริมนาผลงานวิจยั ไปให้เกษตรกร รวมถึงการอารักขาพืช การพฒั นาคน
และการสาธารณสุข เพอ่ื “ช่วยเขาช่วยตวั เอง” วงสุดทา้ ยคือการขนส่ง การคดั บรรจุ การเก็บรักษา และ จาหน่าย

พ้ืนที่ปฏิบตั ิงานของมูลนิธิโครงการหลวงบนดอย แบง่ ตามลกั ษณะงาน ไดด้ งั น้ี
1. สถานีวิจัย สถานีวิจยั ของโครงการหลวง เน้นการศึกษาวิจยั การปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่าง ๆ รวมท้งั
การศึกษาเล้ียงสตั วท์ ี่เหมาะสมกบั พ้ืนท่ีสูง ตลอดจนเป็นสถานท่ีใหก้ ารอบรมและถ่ายทอดความรู้แก่เจา้ หนา้ ท่ี
และเกษตรกรในดา้ นตา่ งๆ ประกอบดว้ ยสถานีวจิ ยั 4 แห่ง ไดแ้ ก่
„ สถานีเกษตรหลวงอา่ งขาง อาเภอฝาง จงั หวดั เชียงใหม่
„ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อาเภอจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่
„ สถานีเกษตรหลวงปางดะ อาเภอสะเมิง จงั หวดั เชียงใหม่
„สถานีวจิ ยั โครงการหลวงแม่หลอด อาเภอแม่แตง จงั หวดั เชียงใหม่
2. ศูนย์พฒั นาโครงการหลวง ศูนยพ์ ฒั นาโครงการหลวงเป็ นพ้ืนท่ีชุมชนที่ต้งั อยูบ่ นพ้ืนท่ีสูงต่าง ๆ ท่ีทรงพระ
กรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหด้ าเนินการพฒั นาชีวติ ความเป็ นอยแู่ ละฟ้ื นฟูสภาพป่ าตน้ น้าลาธารในช่วงระยะเวลาที่ผา่ น
มา ปัจจุบนั มีท้งั หมด 39 แห่ง ต้งั อยใู่ นพ้ืนท่ี 6 จงั หวดั ภาคเหนือตอนบน ไดแ้ ก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน
พะเยา ลาพนู และ ตาก

นางสาวธรี าพร เจริญชัยศรี 004
สาขาวชิ าพระพทุ ธศานา


Click to View FlipBook Version