49
บทท่ี 7 เกมเส้นทางปริศนา วิชาวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ว12101
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 10 เขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ยโดยใช้บัตรคาสั่ง 2 ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 2
เวลา 2 ชั่วโมง ผสู้ อน ...............................................................................
มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใชแ้ นวคิดเชงิ คานวณในการแกป้ ญั หาทพี่ บในชวี ิตจรงิ อย่างเปน็ ข้ันตอนและเปน็
ระบบใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารในการเรียนรู้ การทางาน และการแกป้ ัญหาได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
รูเ้ ท่าทนั และมีจรยิ ธรรม
ตวั ชี้วดั
ว 4.2ป.2/2 เขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย โดยใชซ้ อฟต์แวรห์ รอื ส่อื และตรวจหาขอ้ ผิดพลาดของ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรสู้ ่ตู วั ช้วี ดั
1. สามารถเขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ยโดยใชบ้ ตั รคาสั่งได้ (P)
2. มคี วามรเู้ ก่ียวกบั การเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่ายโดยใช้บัตรคาสงั่ (K)
3. เปน็ คนชา่ งสังเกต ชา่ งคดิ ชา่ งสงสยั และเป็นผู้ทม่ี คี วามกระตือรือร้นในการเสาะแสวงหาความรู้ (A)
สาระสาคญั
การเขียนโปรแกรมอยา่ งง่ายโดยใชบ้ ัตรคาส่ัง
สาระการเรยี นรู้
โปรแกรมทีม่ เี งือ่ นไขสามารถทางานตามลาดบั คาส่ังทีแ่ ตกตา่ งกันและไดผ้ ลลัพธ์ทแี่ ตกต่างกนั
ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21
1. การสรา้ งสรรค์
2. การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ
3. การแกป้ ัญหา
4. ความรว่ มมือ
5. การสอ่ื สาร
6. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร
ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความร้)ู
ใบงานใครเปน็ เจ้าของสมบัติ
ใบงานบัตรคาสงั่
50
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงที่ 1
ขั้นท่ี 1 สร้างความสนใจ (engagement)
ครนู าเขา้ สู่บทเรียนโดยการยกสถานการณบ์ นทอ้ งถนน ท่ีมสี ัญญาณไฟจราจร สเี ขียว เหลอื ง และแดง
และถามคาถามดงั นี้
- นกั เรยี นเคยเหน็ สญั ญาณไฟจราจรหรือไม่
- สัญญาณไฟจราจรมกี ี่สี อะไรบา้ ง
- สญั ญาณไฟจราจรสีแดง หมายถงึ อะไร (มเี งอื่ นไขอย่างไร)
- สัญญาณไฟจราจรสีเหลอื ง หมายถงึ อะไร (มเี งื่อนไขอย่างไร)
- สัญญาณไฟจราจรสีเขยี ว หมายถงึ อะไร (มเี งอื่ นไขอยา่ งไร)
- สญั ญาณไฟจราจรมีประโยชน์อยา่ งไร
ขน้ั ที่ 2 สารวจและคน้ หา (exploration)
1. ให้นกั เรยี นทากจิ กรรม โดยการกาหนดสัญลกั ษณ์มือ และให้นกั เรยี นปฏิบัติตามสญั ลกั ษณ์มือดังนี้
- ครูแบมอื = ใหน้ กั เรียนปรบมือรัว
- ครูแบมอื โยกไปทางใด = ให้นักเรียนปรบมือรัวโยกไปทางนั้น
- ครูกามือ = ให้นกั เรยี นหยดุ ปรบมือ
2. จากน้นั ครเู สรมิ ความรวู้ ่ากจิ กรรมดังกล่าวเป็นการใช้สัญลกั ษณม์ ือเป็นคาส่ังตามเงอื่ นไข นอกจากน้ี
ยงั สามารถทาเปน็ บัตรคาสั่งได้
3. ครเู ปน็ ทปี่ รกึ ษาแนะนาการดาเนินกิจกรรม
ข้ันท่ี 3 อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (explanation)
1. แบง่ กลุม่ นกั เรยี น กลุ่มละ 5 คน จากน้ันครแู จกกระดาษตีตารางขนาด 5x5 ช่อง ให้แต่ละกลมุ่
2. กาหนดใหน้ กั เรียนวาดรูปสตั ว์ 1 ชนิดลงในชอ่ งใดกไ็ ด้ 1 ช่อง
3. กาหนดให้นกั เรียนวาดรปู อาหารของสัตวช์ นดิ นั้น 1 รูปลงในชอ่ งใดกไ็ ด้ 1 ช่อง
(ควรห่างจากรปู สตั ว)์
51
4. ครูใหน้ กั เรียนชว่ ยกันใช้บัตรคาสัง่ ให้สัตว์เดนิ ทางไปหาอาหาร
5. ครูเชื่อมโยงความรเู้ กีย่ วกบั การใช้บตั รคาส่งั
ขั้นท่ี 4 ขยายความรู้ (elaboration)
1. ครูขยายความรรู้ ่วมกับนักเรียนโดยการให้นักเรียนเลน่ เกม และทาใบงานใครเปน็ เจ้าของสมบตั ิ
2. ครเู ป็นที่ปรึกษาในการดาเนินกิจกรรม
ขน้ั ท่ี 5 ประเมิน (evaluation)
ครูประเมินการเรียนรู้ของนกั เรยี น ดังนี้ สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นขณะทางานร่วมกนั
สงั เกตการตอบคาถามของนกั เรียนในชั้นเรียน ประเมินการเล่นเกม ใบงานใครเปน็ เจ้าของสมบตั ิ และประเมนิ
ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยใชแ้ บบประเมินตามสภาพจรงิ
ชวั่ โมงที่ 2
ขั้นที่ 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)
ครูนาเข้าสู่บทเรยี นดว้ ยกิจกรรม “ทาตามคาสัง่ ”โดยใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั ิตามท่ีครกู าหนดดงั น้ี
- นักเรียนทส่ี วมนาฬกิ า ยนื ข้ึน
- นกั เรียนทส่ี วมนาฬิกาทีข่ อ้ มอื ซ้าย ใหช้ มู ือ นกั เรียนทสี่ วมนาฬกิ าทขี่ อ้ มอื ขวาให้ปรบมอื
(ตวั อยา่ งกิจกรรมนาสู่การใช้บตั รคาส่ังอย่างงา่ ย)
ข้ันท่ี 2 สารวจและคน้ หา (exploration)
1. ครูและนักเรียนรว่ มกันอ่านการ์ตนู ในหนังสอื เรยี นหน้า 145 ถึง หนา้ 152
2. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปความรจู้ ากการอ่านการต์ ูน ดงั นี้
- กอ้ ย โปง้ และอิ่ม ทางาน/กิจกรรม ตามอะไร
- กอ้ ย โป้ง และอม่ิ ทางาน/กิจกรรม เหมอื นกนั หรือไม่
3. ครูเช่ือมโยงความรวู้ า่ การกาหนดเง่ือนไขทาให้การทางาน/กิจกรรม ต่างกันออกไป ตามเงือ่ นไขท่ี
กาหนด
52
ข้ันที่ 3 อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
1. แบ่งกล่มุ นกั เรยี นกลุ่มละ 5 คน จากน้ันครูใหน้ ักเรียนพจิ ารณาโปรแกรมคาสัง่ ต่อไปน้ี แล้วช่วยกนั
ตอบคาถาม
ภาพจาก หนังสอื เรียน สสวท.
- จากโปรแกรมคาส่ัง ถ้าได้ปฏิบตั จิ นครบทง้ั โปรแกรม จะได้ทางาน/กจิ กรรมอะไรบ้าง
- จากโปรแกรมคาสัง่ ถา้ เร่มิ โปรแกรมตอนเชา้ จะได้ทางาน/กจิ กรรมอะไรบา้ ง
- จากโปรแกรมคาสง่ั ถา้ เร่มิ โปรแกรมตอนเทย่ี ง จะไดท้ างาน/กจิ กรรมอะไรบ้าง
2. ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนาคาตอบของกลุม่ ตนเองมาสรุปคาตอบร่วมกนั
3. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ ความรู้ท่ไี ด้จากการเขยี นโปรแกรมคาสง่ั อย่างง่าย
ขน้ั ท่ี 4 ขยายความรู้ (elaboration)
1. ให้นกั เรียนทาใบงานบัตรคาสั่ง
2. ครเู ปน็ ทป่ี รึกษาในการดาเนนิ กิจกรรม
ขนั้ ที่ 5 ประเมนิ (evaluation)
ครูประเมินการเรยี นรู้ของนักเรียน ดังน้ี สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนขณะทางานร่วมกัน
สงั เกตการตอบคาถามของนักเรียนในชัน้ เรียน ประเมนิ ใบงานบตั รคาสัง่ และประเมนิ ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21
โดยใชแ้ บบประเมนิ ตามสภาพจรงิ
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
ผงั ตารางขนาด 5x5 ชอ่ ง
ใบงานใครเปน็ เจา้ ของสมบัติ
ใบงานบัตรคาสงั่
53
แบบประเมินการเรียนรู้
เกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมิน
- ใบงานใครเป็นเจ้าของสมบัติ
- ใบงานบัตรคาส่ัง
ตวั ชี้วดั ระดบั คะแนน 1
การจดั ทาใบงาน 32 ทาใบงานอยา่ งเป็นระบบ
- ใบงานใครเปน็ เจ้าของสมบัติ ชัดเจน ถกู ต้อง แตย่ งั ไม่
- ใบงานบัตรคาสง่ั ทาใบงานอย่างเป็นระบบ ทาใบงานอย่างเป็นระบบ ครอบคลมุ
ชดั เจน ถกู ต้อง ครอบคลุม ชัดเจน ถูกต้อง ครอบคลุม
และมีการเชอื่ มโยงให้เห็นเป็น สอดคลอ้ งกับวตั ถปุ ระสงค์
ภาพรวม สอดคล้องกบั
วตั ถุประสงค์
54
ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ท่ไี ด้รับมอบหมาย
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ..................................................................
(.................................................................)
ตาแหนง่ ................................................
วันท่.ี ......เดือน........................พ.ศ. ..........
บันทึกหลงั สอน
ผลการสอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
นกั เรยี นเกดิ ทักษะใดบา้ ง ทาเคร่ืองหมาย ในชอ่ งว่างทต่ี รงกับสง่ิ ทที่ าได้
การสงั เกต การวดั การใช้จานวน การจาแนกประเภท
การหาความสมั พันธร์ ะหวา่ ง สเปซกับสเปซ สเปซกับเวลา
การจดั กระทาและการส่อื ความหมายข้อมูล การพยากรณ์
การลงความเห็นจากขอ้ มูล การต้งั สมมติฐาน การกาหนดนิยามเชิงปฏิบัตกิ าร
การกาหนดและควบคุมตัวแปร การทดลอง การตคี วามหมายและลงขอ้ สรปุ
การสรา้ งแบบจาลอง
นักเรยี นเกดิ ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ใดบา้ ง ทาเคร่อื งหมาย ในช่องว่างทีต่ รงกับทกั ษะทเี่ กิด
การสร้างสรรค์ การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ การแก้ปัญหา
การสือ่ สาร ความรว่ มมอื การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร
ปัญหาและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ..................................................................
(.................................................................)
ตาแหน่ง ................................................
วนั ท.ี่ ......เดือน........................พ.ศ. ..........
55
บทท่ี 8 เชฟนา่ เลฟิ คนเสิร์ฟนา่ รัก วิชาวิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ว12101
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 11 เขยี นโปรแกรมท่ีมเี งื่อนไขโดยใชบ้ ัตรคาสง่ั 2 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2
เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน ...............................................................................
มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคดิ เชงิ คานวณในการแก้ปัญหาท่พี บในชวี ติ จริงอย่างเปน็ ขั้นตอนและเปน็
ระบบใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรียนรู้ การทางาน และการแกป้ ญั หาไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
ร้เู ทา่ ทัน และมจี ริยธรรม
ตวั ช้ีวดั
ว 4.2ป.2/2 เขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย โดยใช้ซอฟตแ์ วรห์ รือส่อื และตรวจหาข้อผิดพลาดของ
จุดประสงค์การเรยี นรูส้ ่ตู ัวช้วี ดั
1. สามารถเขยี นโปรแกรมทมี่ เี งอ่ื นไขโดยใชบ้ ตั รคาสัง่ ได้ (P)
2. มคี วามรเู้ ก่ียวกับการเขยี นโปรแกรมทม่ี ีเงื่อนไขโดยใชบ้ ัตรคาส่ัง (K)
3. เปน็ คนชา่ งสังเกต ชา่ งคิด ช่างสงสัย และเปน็ ผู้ท่มี ีความกระตือรือร้นในการเสาะแสวงหาความรู้ (A)
สาระสาคัญ
การเขียนโปรแกรมทม่ี ีเงอ่ื นไขโดยใชบ้ ตั รคาสงั่
สาระการเรยี นรู้
โปรแกรมทีม่ เี งื่อนไขสามารถทางานตามลาดับคาสงั่ ที่แตกตา่ งกนั และไดผ้ ลลัพธ์ทีแ่ ตกต่างกนั
เพือ่ ให้โปรแกรมทางานได้อย่างถูกตอ้ ง ตอ้ งตรวจสอบวา่ มีเง่ือนไขใดบ้าง และเขยี นโปรแกรมให้
ครอบคลุมทกุ เง่อื นไข
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21
1. การสรา้ งสรรค์
2. การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ
3. การแกป้ ญั หา
4. ความรว่ มมอื
5. การส่ือสาร
6. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ชิน้ งานหรือภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความร้)ู
ใบงานโปรแกรมแยกขยะ
ใบงานจัดกระเปา๋ นกั เรียน
56
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชว่ั โมงท่ี 1
ข้นั ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)
ครนู าเข้าสู่บทเรยี นโดยสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกับร้านอาหาร และถามคาถามดังน้ี
- นักเรียนเคยไปทานอาหารทรี่ ้านอาหารหรือไม่ รา้ นอะไรบ้าง
- นกั เรียนเคยทาเครอื่ งหมายเพ่อื เลอื กรายการอาหารในใบส่งั อาหารหรอื ไม่ ทาอยา่ งไร
(นักเรยี นเล่าตามประสบการณ์)
ข้นั ท่ี 2 สารวจและคน้ หา (exploration)
1. ครูและนักเรียนช่วยกันอ่านการ์ตนู ในหนงั สอื เรียน หนา้ 158 ถึง หน้า 173 จากนน้ั ครูถามคาถาม
สรุปความรู้ ดงั น้ี
- จากเร่ืองท่ีอา่ นเป็นเหตกุ ารณใ์ นร้านอะไร
- โป้งและก้อยชว่ ยกนั แกป้ ัญหาในรา้ นน้อี ย่างไร
- ใหน้ กั เรยี นอธบิ ายโปรแกรมสาหรับทากว๋ ยเตีย๋ ว จากเร่อื งทีอ่ า่ น
ภาพจาก หนงั สือเรยี น สสวท.
2. จากนน้ั ครเู สรมิ ความเข้าใจโดยการสาธิตตวั อย่างใบรายการอาหาร กับโปรแกรมที่ใช้
3. ครูเปน็ ที่ปรกึ ษาแนะนาการดาเนนิ กจิ กรรม
ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (explanation)
1. แบ่งกลมุ่ นักเรียน กลมุ่ ละ 5 คน จากนั้นครูให้นกั เรยี นดูคลิปวดี โี อการ์ตูน การคัดแยกขยะ
https://www.youtube.com/watch?v=CxfK301XJcY
2. ให้แต่ละกลุ่มตอบคาถามจาก คลปิ วีดีโอการ์ตูน การคดั แยกขยะ ดังน้ี
- จากการต์ นู ปัญหาท่ีเกิดข้ึนคอื อะไร
- จากการ์ตูนขยะสามารถแยกไดก้ ป่ี ระเภท อะไรบ้าง
- นกั เรียนสามารถเขียนโปรแกรมคดั แยกขยะไดห้ รือไม่ อยา่ งไร
3. ครเู ชอื่ มโยงความรู้เก่ยี วกบั การเขยี นโปรแกรมแบบมีเงอื่ นไขโดยใช้บตั รคาส่งั
57
ข้นั ท่ี 4 ขยายความรู้ (elaboration)
1. ครูขยายความร้โู ดยให้นักเรียนศกึ ษาบตั รคาส่ังต่างๆ และทาใบงานโปรแกรมแยกขยะ
2. ครเู ปน็ ทีป่ รึกษาในการดาเนนิ กิจกรรม
ขนั้ ท่ี 5 ประเมิน (evaluation)
ครปู ระเมินการเรยี นรู้ของนักเรยี น ดังน้ี สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นขณะทางานรว่ มกัน
สังเกตการตอบคาถามของนกั เรียนในชนั้ เรียน ประเมินใบงานโปรแกรมแยกขยะ และประเมนิ ทักษะแห่ง
ศตวรรษท่ี 21 โดยใช้แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ
ชั่วโมงที่ 2
ขนั้ ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)
ครูนาเข้าสู่บทเรยี นโดยการทบทวนความรจู้ ากช่ัวโมงทีแ่ ล้ว และอธบิ ายเพ่มิ เติมวา่ การเขยี นโปรแกรม
สามารถทาได้กับทกุ กจิ กรรม/ทกุ การทางาน เพอื่ ความเป็นระบบท่ีถูกต้อง และถามคาถามเพ่มิ เติม ดงั น้ี
- การจัดกระเป๋าไปทัศนศกึ ษา หรือเข้าค่าย นักเรียนจะจดั อยา่ งไร สามารถนาไปเขียนโปรแกรม
ได้หรือไม่
- การจัดกระเปา๋ นกั เรียน ตามตารางสอน นกั เรียนจะจัดอย่างไร สามารถนาไปเขียนโปรแกรมได้
หรือไม่
(นักเรยี นตอบตามความเข้าใจ)
ขน้ั ท่ี 2 สารวจและค้นหา (exploration)
1. ครูใหน้ กั เรียนดคู ลิปวีดโี อการต์ ูนลิปดากับโพล่า ตอน ไปทัศนศกึ ษา
https://www.youtube.com/watch?v=vKGo4ZW7yLI
2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ ความรู้จากการดูคลิปวดี โี อการต์ ูนดงั น้ี
- ปญั หาจากคลปิ วีดโี อการต์ ูน คืออะไร
58
- นกั เรียนสามารถแกป้ ัญหาจากคลิปวดี โี อการต์ ูนได้หรือไม่ อย่างไร และสามารถนามาเขยี น
โปรแกรมได้หรือไม่
3. ครูเชอื่ มโยงความรู้เกี่ยวกบั การจดั ลาดับความสาคัญ และการเขยี นโปรแกรม ตามเงอื่ นไขทีก่ าหนด
ข้ันที่ 3 อธิบายและลงข้อสรปุ (explanation)
1. แบง่ กลุ่มนักเรยี นกลมุ่ ละ 5 คน จากนนั้ ครใู หน้ ักเรียนศึกษาตารางเรยี น และให้นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ
จบั สลากชือ่ วนั (กลมุ่ ละ 1 วัน จนั ทร์ ถึง ศุกร์)
2. ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกล่มุ ชว่ ยกนั คดิ ว่าจากตารางเรียน นกั เรยี นควรเตรียมอะไรมาบา้ ง สาหรบั วันที่จับ
สลากได้ พร้อมนาเสนอแลกเปล่ียนเรียนรรู้ ว่ มกัน
3. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากกจิ กรรม พร้อมทง้ั เช่ือมโยงส่กู ารเขียนโปรแกรมแบบมี
เงือ่ นไขโดยใชบ้ ตั รคาสัง่
ขนั้ ท่ี 4 ขยายความรู้ (elaboration)
1. ใหน้ ักเรียนศึกษาตารางกจิ กรรมเสรมิ ความรวู้ นั หยดุ และบตั รคาสงั่ ตอ่ ไปน้ี จากนั้นทาใบงานจดั
กระเป๋านกั เรยี น
2. ครูเป็นทป่ี รึกษาในการดาเนินกิจกรรม
ขั้นที่ 5 ประเมิน (evaluation)
ครปู ระเมินการเรยี นรู้ของนกั เรียน ดงั น้ี สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นขณะทางานรว่ มกนั
สงั เกตการตอบคาถามของนักเรยี นในชน้ั เรียน ประเมนิ ใบงานจัดกระเป๋านกั เรียน และประเมินทักษะแห่ง
ศตวรรษที่ 21 โดยใชแ้ บบประเมินตามสภาพจริง
สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้
คลปิ วีดีโอการต์ นู การคัดแยกขยะ https://www.youtube.com/watch?v=CxfK301XJcY
คลิปวีดโี อการ์ตนู ลปิ ดากับโพลา่ ตอน ไปทศั นศกึ ษา
https://www.youtube.com/watch?v=vKGo4ZW7yLI
สลากชอื่ วนั (จนั ทร์ องั คาร พุธ พฤหัส ศุกร)์
ใบงานโปรแกรมแยกขยะ
ใบงานจดั กระเปา๋ นักเรยี น
59
แบบประเมนิ การเรยี นรู้
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมนิ
- ใบงานโปรแกรมแยกขยะ
- ใบงานจัดกระเปา๋ นกั เรียน
ตัวชว้ี ัด ระดับคะแนน 1
การจัดทาใบงาน 32 ทาใบงานอย่างเปน็ ระบบ
- ใบงานโปรแกรมแยกขยะ ชัดเจน ถกู ตอ้ ง แต่ยงั ไม่
- ใบงานจัดกระเป๋านกั เรียน ทาใบงานอย่างเป็นระบบ ทาใบงานอยา่ งเป็นระบบ ครอบคลมุ
ชัดเจน ถูกตอ้ ง ครอบคลมุ ชัดเจน ถูกต้อง ครอบคลุม
และมีการเชื่อมโยงใหเ้ หน็ เป็น สอดคล้องกบั วตั ถปุ ระสงค์
ภาพรวม สอดคล้องกับ
วตั ถุประสงค์
60
ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ท่ไี ด้รับมอบหมาย
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ..................................................................
(.................................................................)
ตาแหนง่ ................................................
วันท่.ี ......เดือน........................พ.ศ. ..........
บันทึกหลงั สอน
ผลการสอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
นกั เรยี นเกดิ ทักษะใดบา้ ง ทาเคร่ืองหมาย ในชอ่ งว่างทต่ี รงกับสง่ิ ทที่ าได้
การสงั เกต การวดั การใช้จานวน การจาแนกประเภท
การหาความสมั พันธร์ ะหวา่ ง สเปซกับสเปซ สเปซกับเวลา
การจดั กระทาและการส่อื ความหมายข้อมูล การพยากรณ์
การลงความเห็นจากขอ้ มูล การต้งั สมมติฐาน การกาหนดนยิ ามเชงิ ปฏิบัตกิ าร
การกาหนดและควบคุมตัวแปร การทดลอง การตคี วามหมายและลงขอ้ สรปุ
การสรา้ งแบบจาลอง
นักเรยี นเกดิ ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ใดบา้ ง ทาเคร่อื งหมาย ในช่องวา่ งที่ตรงกบั ทกั ษะทเี่ กิด
การสร้างสรรค์ การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ การแก้ปัญหา
การสือ่ สาร ความรว่ มมอื การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร
ปัญหาและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ..................................................................
(.................................................................)
ตาแหน่ง ................................................
วนั ท.ี่ ......เดือน........................พ.ศ. ..........
61
บทท่ี 9 งานประจาปี 4.0 วชิ าวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ว12101
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 12 ประโยชนข์ องเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 2
เวลา 2 ชัว่ โมง ผู้สอน ...............................................................................
มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชงิ คานวณในการแกป้ ญั หาทพี่ บในชวี ติ จริงอย่างเปน็ ขั้นตอนและเปน็
ระบบใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ
รเู้ ทา่ ทนั และมจี รยิ ธรรม
ตวั ชี้วัด
ว 4.2ป.2/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั ปฏิบตั ิตามข้อตกลงในการใช้คอมพวิ เตอรร์ ่วมกัน ดูแล
รักษาอุปกรณเ์ บื้องต้น ใช้งานอยา่ งเหมาะสม
จุดประสงค์การเรียนรู้สูต่ วั ช้วี ดั
1. สามารถบอกประโยชนข์ องเทคโนโลยีคอมพวิ เตอรใ์ นชีวิตประจาวันได้ (P)
2. มีความรเู้ กย่ี วกับประโยชน์ของเทคโนโลยีคอมพวิ เตอร์ในชีวิตประจาวัน (K)
3. เปน็ คนช่างสงั เกต ชา่ งคดิ ชา่ งสงสัย และเปน็ ผู้ทมี่ คี วามกระตอื รอื รน้ ในการเสาะแสวงหาความรู้ (A)
สาระสาคัญ
ประโยชนข์ องเทคโนโลยคี อมพิวเตอรใ์ นชวี ิตประจาวนั
สาระการเรยี นรู้
คอมพิวเตอร์อาจอย่ใู นเครือ่ งใช้ตา่ งๆในชีวิตประจาวนั เชน่ อปุ กรณค์ วยคมุ เคร่อื งใช้ไฟฟา้ ในบา้ น
โทรทัศน์ ตู้เยน็ เคร่ืองซกั ผา้ เป็นตน้
เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร์ท่ีใช้งานอ่นื ๆ เชน่ เทคโนโลยคี วบคุมการขับเคลือ่ นของรถ เทคโนโลยีทาง
การแพทย์ ระบบแปลภาษา เป็นตน้
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21
1. การสรา้ งสรรค์
2. การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ
3. การแกป้ ัญหา
4. ความรว่ มมอื
5. การสอ่ื สาร
6. การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร
ช้นิ งานหรือภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความร้)ู
ใบงานและไฟล์ หนุ่ ยนตช์ ว่ ยงาน
62
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ชัว่ โมงท่ี 1-2
ข้นั ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)
ครูนาเข้าสู่บทเรยี นโดยสนทนากับนกั เรียนเทคโนโลยีคอมพิวเตอรใ์ นชีวิตประจาวัน และถามคาถาม
ดังนี้
- นักเรียนคิดวา่ ในชีวิตประจาวนั ของนกั เรียนมกี ารใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์หรอื ไม่
- เทคโนโลยีคอมพิวเตอรใ์ นชวี ติ ประจาวัน ได้แกอ่ ะไรบา้ ง
(ตามตามความเข้าใจของนกั เรียน)
ข้นั ท่ี 2 สารวจและค้นหา (exploration)
1. ครูและนักเรยี นชว่ ยกนั อา่ นการ์ตูนงานประจาปี 4.0 ในหนังสือเรียน หน้า 180 ถึง หนา้ 196
จากนั้นครูถามคาถามสรุปความรู้ ดงั นี้
- จากเรือ่ งทอี่ ่านมีอะไรเป็นเทคโนโลยคี อมพวิ เตอรบ์ า้ ง
- นักเรยี นเคยใช้เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร์อะไรบ้าง
- เทคโนโลยีคอมพิวเตอรม์ ปี ระโยชน์อยา่ งไร
2. จากน้ันครูเสรมิ ความเข้าใจเกยี่ วกบั ประโยชนเ์ ทคโนโลยคี อมพวิ เตอรใ์ นชวี ติ ประจาวัน
3. ครเู ปน็ ทป่ี รึกษาแนะนาการดาเนินกิจกรรม
ขั้นท่ี 3 อธิบายและลงขอ้ สรปุ (explanation)
1. แบ่งกลมุ่ นักเรียน กลุ่มละ 5 คน จากนน้ั ครูให้นักเรยี นในกลมุ่ ดภู าพเทคโนโลยอี ยูร่ อบตัวเรา
และช่วยกนั วงกลมรอบภาพท่เี ป็นเทคโนโลยี และนับจานวน เปรียบเทียบกบั กลุม่ อ่ืนๆ
ภาพจาก กจิ กรรมบ้านนกั วิทยาศาสตร์นอ้ ย ประเทศไทย
63
2. ครูเชือ่ มโยงความรู้เก่ียวกบั หุ่นยนตช์ ว่ ยงาน
ข้นั ท่ี 4 ขยายความรู้ (elaboration)
1. ครูขยายความรู้โดยให้นักเรียนออกแบบหุน่ ยนตช์ ว่ ยงาน ลงในใบงานหนุ่ ยนต์ชว่ ยงาน พร้อมท้ังต้งั
ช่อื และบอกความสามารถของหนุ่ ยนต์
2. ครูใหน้ กั เรยี นวาดรูปหุ่นยนตด์ ้วยโปรแกรมกราฟิก
3. ครูเปน็ ทป่ี รกึ ษาในการดาเนินกจิ กรรม
ข้นั ที่ 5 ประเมนิ (evaluation)
ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียน ดังน้ี สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นขณะทางานร่วมกัน
สงั เกตการตอบคาถามของนกั เรียนในช้นั เรยี น ประเมนิ ใบงานและไฟลภ์ าพหนุ่ ยนต์ช่วยงาน และประเมิน
ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 โดยใชแ้ บบประเมนิ ตามสภาพจรงิ
สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
ภาพเทคโนโลยีอยู่รอบตวั เรา จากกจิ กรรมบ้านนกั วิทยาศาสตร์นอ้ ย ประเทศไทย
ใบงานและไฟล์ภาพห่นุ ยนต์ชว่ ยงาน
แบบประเมินการเรียนรู้
เกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมิน
- ใบงานและไฟล์ภาพห่นุ ยนต์ชว่ ยงาน
ตัวชี้วัด ระดบั คะแนน 1
การจัดทาใบงาน 32 ทาใบงานอยา่ งเป็นระบบ
- ใบงานและไฟลภ์ าพห่นุ ยนต์ ชัดเจน ถกู ตอ้ ง แตย่ ังไม่
ชว่ ยงาน ทาใบงานอย่างเป็นระบบ ทาใบงานอยา่ งเปน็ ระบบ ครอบคลมุ
ชดั เจน ถูกตอ้ ง ครอบคลุม ชัดเจน ถกู ตอ้ ง ครอบคลุม
และมกี ารเชือ่ มโยงให้เห็นเป็น สอดคลอ้ งกับวตั ถปุ ระสงค์
ภาพรวม สอดคลอ้ งกับ
วัตถุประสงค์
64
ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ท่ไี ด้รับมอบหมาย
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ..................................................................
(.................................................................)
ตาแหนง่ ................................................
วันท่.ี ......เดือน........................พ.ศ. ..........
บันทึกหลงั สอน
ผลการสอน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
นกั เรยี นเกดิ ทักษะใดบา้ ง ทาเคร่ืองหมาย ในชอ่ งว่างทต่ี รงกับสง่ิ ทที่ าได้
การสงั เกต การวดั การใช้จานวน การจาแนกประเภท
การหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง สเปซกับสเปซ สเปซกับเวลา
การจดั กระทาและการส่อื ความหมายข้อมูล การพยากรณ์
การลงความเห็นจากขอ้ มูล การต้งั สมมติฐาน การกาหนดนิยามเชิงปฏิบัตกิ าร
การกาหนดและควบคุมตัวแปร การทดลอง การตคี วามหมายและลงขอ้ สรปุ
การสรา้ งแบบจาลอง
นักเรยี นเกดิ ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ใดบา้ ง ทาเคร่อื งหมาย ในช่องว่างทีต่ รงกับทกั ษะทเี่ กิด
การสร้างสรรค์ การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ การแก้ปัญหา
การสือ่ สาร ความรว่ มมอื การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร
ปัญหาและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ..................................................................
(.................................................................)
ตาแหน่ง ................................................
วนั ท.ี่ ......เดือน........................พ.ศ. ..........