ชื่อเรือ่ ง โครงงานคณุ ธรรม ย้ิมใส ไหว้สวย
ชื่อผู้ทำโครงงาน : นักเรยี นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบรรณโศภิษฐ์
ครูทีป่ รกึ ษาโครงงาน 1. นายเสนาะ จันเครอื 2. นางสาวศรญั ญา ทิขัติ
ผอู้ ำนวยการ นายวริ พงษ์ ทะกา๋
บทที่ 1
บทคดั ย่อ
ท่มี าและความสำคัญของโครงงาน
ในปจั จบุ ันปญั หาการอยู่ร่วมกนั ในสังคมที่แต่ละคนตา่ งทำหนา้ ทโ่ี ดยขาดความสัมพันธท์ ่ดี ีตอ่ กัน ถือวา่ เปน็
ปัญหาที่สำคัญ เพราะการทกั ทายโดยการยิม้ การไหว้ ถอื เปน็ เอกลักษณ์ของประเทศทีค่ นตา่ งชาติต่างยกย่องใหก้ บั
ประเทศไทย อนั เปน็ เสนห่ ์ทน่ี ่าหลงใหลในการกลับมาประเทศไทย ดังน้นั การสร้าง ส่งเสริม และพฒั นา การย้ิม
การไหว้ และการทกั ทาย ถือเปน็ สงิ่ ทจ่ี ะช่วยให้คนในสงั คมมปี ฏสิ มั พนั ธ์ท่ีดตี อ่ กัน ซึ่งนำไปสคู่ วามปรองดองกัน
ภายในสงั คม การพัฒนาการยิ้ม การไหว้ และการทกั ทาย โดยเร่มิ จากตนเอง ครอบครวั โรงเรียน สกู่ ารพัฒนาใน
ระดับประเทศชาติ
ดงั นัน้ นักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาท่ี ๓ โรงเรียนบรรณโศภษิ ฐ์ จึงจัดทำ โครงงานยมิ้ ใส ไหวส้ วย” ขึน้
ในโรงเรียนเพ่ือ สง่ เสรมิ พัฒนาการยม้ิ การไหว้ การทักทาย ใหก้ บั นกั เรียนในโรงเรยี นบรรณโศภิษฐ์ให้เกิดความ
เคยชนิ และติดเป็นพฤติกรรมอันพึงประสงค์ ส่งเสริมใหน้ กั เรียนรู้จกั วัฒนธรรมอนั ดงี ามของชนชาวไทย
วตั ถปุ ระสงค์
1) เพอื่ แกป้ ญั หาพฤตกิ รรมการการพูดจาทักทายกนั ทีไ่ มไ่ พเราะ เส่ยี งด้านคุณธรรม จริยธรรมของนกั เรียน
2) เพอื่ ปลกู ฝงั จิตสำนึกและส่งเสรมิ วัฒนธรรม การยม้ิ และการไหว้ ให้กบั นักเรียน
กลุม่ เปา้ หมาย
นักเรยี นโรงเรียนบรรณโศภิษฐ์ จำนวน 232 คน
ผลการดำเนินงาน
จากการดำเนนิ งานตลอดช่วงระยะเวลา พบวา่ นกั เรียนของโรงเรยี นบรรณโศภิษฐ์ใหค้ วามรว่ มมอื ใน
กิจกรรมอยา่ งดียงิ่ กิจกรรมย้มิ ไหว้ทักทายกนั ลดปญั หาการพดู จาไมไ่ พเราะ และยงั เป็นการสรา้ งสมั พนั ธไมตรี
ระหว่างนักเรยี นภายในโรงเรียนบรรณโศภษิ ฐ์
ระยะเวลาดำเนนิ การ
สถานทด่ี ำเนินการ โรงเรยี นบรรณโศภิษฐ์ ตำบลชนแดน อำเภอสองแคว จงั หวัดน่าน
ประโยชน์ท่จี ะได้รับ
1. นักเรียนรู้จักทำความเคารพดว้ ยการไหว้
2. นกั เรียนทมี่ อี ายนุ อ้ ยกวา่ มคี วามเคารพในรุ่นพ่ี
3. นักเรียนมีความรกั และสามัคคกี นั
หลักธรรมที่นำมาใช้ อทิ ธิบาท 4
อิทธบิ าท 4 ได้แก่ ฉันทะ วริ ยิ ะ จติ ะ วิมงั สา
1) ฉนั ทะ คือความพอใจ ในฐานะเปน็ สง่ิ ท่ีตนถอื ว่า ดีที่สุด ที่มนษุ ยเ์ ราควรจะได้ ใช้ในกจิ กรรมยิ้มไหวท้ กั ทาย
กนั โดยโน้มนำจิตใจเพื่อนนกั เรยี นโรงเรยี นบรรณโศภษิ ฐ์ใหร้ ู้สึกนา่ สนใจ นา่ พงึ พอใจ กับกิจกรรมแปลกใหมห่ น้า
เสาธง หลกี เล่ียงความจำเจ ใหร้ สู้ ึกสนกุ กบั กิจกรรม จงึ เป็นกิจกรรมแรกท่ีทำใหเ้ กิด คุณธรรม ข้อต่อไป ทุกขอ้
2) วริ ยิ ะ คอื ความพากเพยี ร หมายถึง การการะทำที่ติดต่อ ไม่ขาดตอน เป็นระยะยาว จนประสบ ความสำเรจ็
เกดิ การเรียนรตู้ อ่ เน่ือง
3) จติ ตะ หมายถงึ ความไม่ทอดท้ิง ส่งิ นัน้ ไปจากความรู้สกึ ของตวั ทำสิ่งซึง่ เปน็ วัตถปุ ระสงค์ของโครงงานนัน้
ให้เด่นชดั
4) วิมงั สา หมายถงึ ความสอดส่องในเหตแุ ละผลแหง่ ความสำเรจ็ เกี่ยวกบั เรอ่ื งนน้ั ๆ ใหล้ กึ ซึง้ ยิ่ง ๆ ขนึ้ ไป
สังคหวตั ถุ4 ได้แก่ ทาน ปยิ วาจา อตั ถจรยิ า สมานัตตตา
1) ทาน คือ การให้ ได้แก่ การเสียสละ การเอ้อื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ การแบ่งปันชว่ ยเหลอื กนั ด้วยสิง่ ของ การใหท้ านให้
เพอ่ื ขจดั กเิ ลส ใชเ้ ป็นหลักในการรวมกล่มุ กันทำงานโครงงานคณุ ธรรมน้ี เพราะการทำงาน คณุ ธรรม ต้องเสียสละ
ตนเอง เสียสละเวลา เป็นการบริจาคทาน ขจัดความโลภหรือความตระหน่ี เป็นการ ชำระจิตใจให้สะอาด ยกระดับ
จติ ใจใหส้ ูงข้นึ ชวนให้เพอ่ื นนกั เรียนทุกคนไดร้ ่วมกันทำความดีโดยพรอ้ มเพรยี งกนั อกี ดว้ ย
2) ปิยวาจา ไดแ้ ก่ การพดู คำสุภาพ อ่อนหวาน เพ่ือใหเ้ กดิ ความสมานสามคั คี ปยิ วาจา ถือเปน็ การ กระทำท่ี
ทำไดง้ ่าย เพราะวาจานั้นมีในตัวเรา เพยี งเรามสี ติ มีเมตตาในใจกส็ ามารถพดู ออกมาได้ กลุ่มพวก เราจึงริเรมิ่ ทำ
โครงงานคณุ ธรรมนโี้ ดยเร่มิ ท่กี จิ กรรมยิ้มไหว้ทกั ทายกัน เพอ่ื ดึงดดู โนม้ นำ ใหเ้ พือ่ นนกั เรียนรว่ มกนั พดู คำสุภาพ
อย่างน่าสนใจ นา่ เรียนรู้
3) อตั ถจริยา หมายถึง การบำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลอื กันและกนั ในวงแคบ และบำเพญ็ สาธารณประโยชน์ใน
วงกว้าง หลกั ธรรมขอ้ นีม้ งุ่ สอนให้คนพัฒนาตน 2 ด้าน คือ การทำตนให้เปน็ ประโยชน์ และทำในส่งิ ทเ่ี ปน็ ประโยชน์
ใชเ้ ปน็ หลกั ในการทำงานโครงงานคุณธรรมของสมาชกิ กลุ่ม กระทำความดีด้วยการพดู คำสุภาพแล้ว พฤติกรรมการ
ไหว้และการยม้ิ
4) สมานตั ตตา การวางตนเสมอตน้ เสมอปลาย หมายถงึ การวางตนได้เหมาะสม ตนอยใู่ นฐานะ อะไรก็วางตน
ให้เหมาะสมกบั ฐานะทเี่ ป็นอยู่ และทำได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย
ความเชื่อมโยงสู่คณุ ธรรมอตั ลกั ษณ์
- คณุ ธรรมเป้าหมาย : การไหว้ การย้มิ และกล่าวทกั ทาย
- พฤติกรรมบง่ ชเี้ ชิงบวก : นกั เรียนรจู้ กั การเคารพร่นุ พ่โี ดยการไหว้ ยิ้มและกล่าวทกั ทาย
บทที่ 2
เอกสารท่ีเกีย่ วข้อง
อทิ ธิบาท 4" เป็นแนวทางการเรียน การทำงาน ให้ประสบความสำเร็จท่ีพระพทุ ธองค์ไดท้ รงสดับไวอ้ ยา่ ง
แยบคลาย อันประกอบด้วยแนวปฏิบัติ 4 ข้อ
คือ ฉันทะ วริ ิยะ จติ ตะ วิมังสา ซ่ึงใคร ๆ ก็ท่องได้ จำไดแ้ ต่จะมสี กั กีค่ นทปี่ ฏิบัตไิ ด้ครบกระบวนความทัง้ 4 ข้อ อนั
เปน็ 4 ข้นั ตอนที่ต่อเน่ืองหนุนเสรมิ กัน จะขาดขอ้ ใดข้อหนึ่งไม่ได้ ด้วยว่ามนั เปน็ กระบวนการท่ีเชอื่ มโยงกันทง้ั 4 ข้อ
จึงจะทำให้เราประสบผลสำเรจ็ ในชีวติ และการงานได้ตามความมงุ่ หวงั ขออธบิ ายดังต่อไปนี้
1) ฉนั ทะ คอื ความพอใจ ในฐานะเปน็ สง่ิ ทต่ี นถือวา่ ดีท่ีสุด ทม่ี นุษยเ์ ราควรจะได้ ข้อนเี้ ปน็ กำลงั ใจ อันแรก
ที่ทำให้เกดิ คุณธรรม ข้อตอ่ ไป ทุกขอ้
2) วริ ยิ ะ คอื ความพากเพยี ร หมายถึงการการะทำท่ตี ดิ ตอ่ ไมข่ าดตอน เป็นระยะยาว จนประสบ
ความสำเร็จ คำนี้มีความหมายของความกล้าหาญเจืออย่ดู ว้ ย สว่ นหนง่ึ
3) จติ ตะ หมายถึงความไมท่ อดท้ิงสงิ่ นน้ั ไปจากความรสู้ กึ ของตวั ทำสิ่งซ่ึงเปน็ วัตถุประสงคน์ นั้ ให้เด่นชดั
อยู่ในใจเสมอ คำนีร้ วมความหมายของคำว่า สมาธิอยู่ด้วยอย่างเต็มที่
4) วิมงั สา หมายถึงความสอดสอ่ งในเหตุและผลแห่งความสำเร็จเกย่ี วกบั เรื่องนัน้ ๆ ใหล้ ึกซ้งึ ยิง่ ๆ ขน้ึ ไป
ตลอดเวลา คำนร้ี วมความหมายของคำวา่ ปญั ญา ไวอ้ ย่างเตม็ ที่
หลักธรรม สังคหวตั ถุ4 หมายถึง หลักธรรมที่เป็นเครื่องยดึ เหนี่ยวน้ำใจของผ้อู น่ื ผูกไมตรี เอ้อื เฟอื้ เก้ือกลู
หรือเปน็ หลักการสงเคราะห์ซง่ึ กันและกนั มีอยู่ 4 ประการ ไดแ้ ก่
1) ทาน คอื การให้ ได้แก่ การเสียสละ การเอือ้ เฟ้ือเผือ่ แผ่ การแบ่งปนั ชว่ ยเหลอื กันดว้ ยส่ิงของ การให้
ทานให้เพื่อขจัดกเิ ลส เช่น การบรจิ าคทานแก่นสมณชีพราหมณ์ ผู้ทรงศีล เพื่อขจัดความโลภหรือความ ตระหน่ี
เปน็ การชำระจิตใจใหส้ ะอาด ยกระดบั จิตใจให้สงู ข้ึน
2) ปยิ วาจา ได้แก่ การพดู คำสภุ าพ อ่อนหวาน เพ่ือใหเ้ กิดความสมานสามัคคี ปิยวาจาทำได้ง่าย เพราะ
วาจาน้ันมใี นตวั เรา เพยี งเรามีสติ มีเมตตาในใจก็สามารถพูดออกมาได้
3) อัตถจรยิ า หมายถึง การบำเพ็ญประโยชนช์ ว่ ยเหลอื กันและกนั ในวงแคบ และบำเพญ็
สาธารณประโยชน์ในวงกวา้ ง หลักธรรมขอ้ นมี้ ุ่งสอนให้คนพฒั นาตน 2 ดา้ น คอื การทำตนให้เปน็ ประโยชน์ และทำ
ในส่ิงทเี่ ป็นประโยชน์
4) สมานตั ตตา การวางตนเสมอต้นเสมอปลาย หมายถึง การวางตนไดเ้ หมาะสม ตนอยูใ่ นฐานะ อะไรก็
วางตนใหเ้ หมาะสมกบั ฐานะทเี่ ป็นอยู่ และทำได้อย่างเสมอตน้ เสมอปลาย
พระบรมราโชวาทของพระบาท สมเด็จพระเจา้ อยู่หวั รัชกาลปจั จุบนั ทรงพระราชทานแก่คณะ ครแู ละ
นักเรยี น ณ พระตำหนกั จิตรดารโหฐาน เม่ือวันที่ 13 มถิ ุนายน 2518 ความวา่ “ปัจจยั สำคญั ทีส่ ุดประการหน่ึงของ
ชวี ิตและส่วนรวม คือ การศกึ ษา ซึ่งเป็นรากฐานส่งเสริม ความเจริญมั่นคงเกอื บทกุ อย่างในบุคคลและ
ประเทศชาติ” หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ( 3 ห่วง คอื พอประมาณ มเี หตุผล มีภมู คิ ุม้ กัน 2 เงอ่ื นไข คือ
คุณธรรม และ ความรู้ โดย ใหค้ วามรู้ และฝึกฝน อยา่ งมเี หตุผล ไม่ใช้อารมณ์ พอเหมาะสม กบั ระยะเวลา ดงั นัน้
การให้เดก็ ไทยไดศ้ ึกษาเร่ืองราวเกีย่ วกับประชาคมอาเซียนจึงเปน็ เร่อื งจำเปน็ เพ่อื ทำความ เขา้ ใจเรื่องของ
มนุษยชาติ ความเข้าใจนานาชาติ การอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สงั คมวิทยา หน้าท่ีพลเมือง ประวตั ศิ าสตร์
สงิ่ แวดลอ้ ม และภาษา ซง่ึ การสอนสังคมสมัยใหม่นนั้ ตอ้ งสอนเพอ่ื การรู้เท่าทนั การเปลี่ยนแปลงสังคม และ
นวัตกรรม แนวคิดร่วมสมัยทีค่ วรนำมาใช้พัฒนาเด็กคือ ความเข้าใจเร่อื งอาเซียน และการศกึ ษาเพอ่ื ความเขา้ ใจ
ระหว่างวฒั นธรรม
ส่วนสำนกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา ได้ร่วมมอื กบั ผูเ้ ชีย่ วชาญ ชมุ ชน พอ่ แม่ผูป้ กครองร่วมกัน
กำหนดคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคข์ องเด็กไทยให้สอดรับกบั ประชาคมอาเซยี นวา่ เดก็ ไทยควรมที ้ังด้านความรู้
เก่ยี วกบั ประชาคมอาเซียน จากหลกั ธรรมและพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ฯ ดังกล่าว กลุ่ม
ขา้ วเกรยี บ วา่ ว ไดน้ ำมายึดถือปฏบิ ัติ ในการทำโครงงานคุณธรรม ย้มิ ไหว้ทกั ทายกัน สานสัมพนั ธ์ฉนั อาเซยี น การ
ทำดี เพอ่ื ประโยชนแ์ ก่ตนเองและส่วนรวม และรณรงค์ส่งเสริมให้นกั เรียนทุกคนในโรงเรยี นได้พูดจาไพเราะ ซึง่ กลุ่ม
ข้าวเกรียบว่าว มีความตง้ั ใจและต้องการเหน็ ความสำเร็จในโครงงานดว้ ยการเพยี รในการทำแบบอย่าง ทดี แี ละเชญิ
ชวนผ้อู ่ืนในการร่วมกนั ทำดีตอ่ ไป
บทท่ี 3
ผลการดำเนนิ โครงงาน
วธิ ีดำเนินการ
การดำเนนิ โครงงาน ย้ิมใส ไหวส้ วย ประจำปกี ารศกึ ษา 2565 ผรู้ บั ผิดชอบโครงการได้ดำเนินการตาม
ข้ันตอน ดังต่อไปนี้
1. ข้ันเตรียมการ / วางแผน
ประชุมปรกึ ษาหารือผ้ทู ่ีเก่ยี วข้องทกุ ฝ่าย
เขียนโครงงาน วางแผนมอบหมายงานใหฝ้ ่ายต่าง ๆ เตรยี มดำเนนิ การ
2. ขน้ั ดำเนินการ / ปฏบิ ัติ
เสนอโครงการเพ่อื ขอความเห็นชอบ/อนมุ ตั ิจากผู้อำนวยการโรงเรียน
3. วางแผนการจดั กจิ กรรมในโรงเรยี น โดยกำหนดกิจกรรม ในแต่ละกลุ่ม กลุ่มกจิ กรรมมอบหมายงาน
ให้แก่ผรู้ บั ผิดชอบฝา่ ยต่าง ๆ แตง่ ตงั้ คณะกรรมการดำเนนิ งานดำเนนิ การตามแผน ดงั น้ี
1. ประชมุ ครูท่ปี รึกษา นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 เพื่อชี้แจงและเตรียมงาน
2. ประชมุ นักเรียนทกุ คนเพื่อทำความเขา้ ใจ ข้อตกลงรว่ มกัน
3. ติดตามและประเมินโครงงาน
4. เคร่อื งมอื ท่ีใช้ในการติดตามประเมนิ ผลโครงงาน ไดแ้ ก่ การสังเกต
วิธีการติดตามประเมินผลโครงการ
1. กำกบั ติดตามการทำงานของคณะกรรมการแตล่ ะฝ่ายเป็นระยะอยา่ งต่อเนื่องโดยครทู ่ปี รกึ ษา
โครงงาน
2. สงั เกตจากผลการปฏบิ ัติงานประเมินผลจากการสงั เกตพุ ฤติกรรมของนกั เรียน
การวางแผน 3. ประชมุ ครูทปี่ รกึ ษาโครงงาน วิเคราะห์โครงงาน/กจิ กรรม ท่ผี ่านมา ดำเนนิ การตอ่ ปรับปรุง
แกไ้ ข พัฒนา
4. กำหนดกิจกรรมท่ีจะตอ้ งพฒั นาและสง่ เสริมตามแผนโครงงาน
5. มอบหมายหนา้ ที่ แต่งตงั้ คณะทำงาน
การดำเนนิ กิจกรรม
ปฏิบัติกิจกรรม
1. กิจกรรมการรับน้องเข้าโรงเรียนของนกั เรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3
2. กจิ กรรมการเคารพพด่ี ว้ ยการยิม้ และไหวห้ ลังเลิกแถวหนา้ เสาธง
การประเมินผลงาน
1. กำกบั ดูแล ตดิ ตามประเมนิ ผล
2. รายงานผลการปฏิบตั ิงานรวบรวมสรุปผลการปฏิบัติงานของทกุ กจิ กรรมนำเสนอต่อ
ครูทปี่ รึกษากิจกรรม
บทท่ี 4
การวิเคราะหป์ ัญหา
4.1 ปัญหาและสาเหตุ ปญั หาการพดู จาไมไ่ พเราะและปฏิบตั ติ นไมเ่ หมาะสมต่อกาลเทศะ สืบเนื่องมาจากการขาด
การอบรมดแู ล เอาใจใสอ่ ยา่ งแท้จริงจากครอบครัว ตอ่ มาเมื่อเข้าเรยี นในสถานศึกษา ได้รับการอบรมสงั่ สอนจาก
คณุ ครู แต่กข็ าดการตดิ ตามอยา่ งใกล้ชิดตลอดเวลา ทำใหน้ กั เรยี นตดิ นสิ ยั ติดคำพดู ไมส่ ุภาพ เป็นผลให้การ
ประเมนิ คุณภาพภายในสถานศึกษา ในมาตรฐานที่ 2 ผู้เรียนมคี ุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมทพ่ี ึงประสงค์นน้ั
พบว่านักเรยี นโรงเรียนบรรณโศภษิ ฐ์ส่วนหนงึ่ มีพฤติกรรมกา้ วร้าว พดู จาไม่ไพเราะ พดู หยาบคาย ในที่สาธารณะ
กลายเปน็ ค่านยิ มท่ีผิดของผู้เรียนในปัจจบุ ัน
4.2 เปา้ หมายและทางออก โครงงานคณุ ธรรมย้มิ ใส ไหว้สวย จดั ทำขน้ึ มาเพอ่ื น้อมนำให้นักเรียน พดู ทักทายกัน
และแสดงออกดว้ ยการไหว้เพอื่ ใหเ้ กดิ มารยาทอนั ดีงาม จดุ เร่มิ ตน้ ทงี่ ่ายที่สดุ คือการพดู คำทกั ทาย (ความสุภาพ)
การยมิ้ และใชก้ ารไหวเ้ พ่อื แสดงความเคารพ นำไปสู่การเรียนรู้ การมมี ารยาทในสังคม
4.3 หลกั การและหลักธรรมทนี่ ำมาใช้ หลักธรรม ไตรสกิ ขา ไดแ้ ก่ ศีล สมาธิ ปัญญา
ศีล หมายถึง การฝึกฝนพฒั นาดา้ นพฤติกรรม หมายถึง การพัฒนาพฤติกรรมทางกาย และวาจา โดย
นำมาใช้จัดกจิ กรรมยม้ิ ไหว้ทกั ทายกันภาษาอาเซียน
สมาธิ หมายถึง การฝึกฝนพฒั นาในดา้ นจติ ใจ มีความสำคัญอยา่ งย่งิ เพราะจติ ใจ เป็นฐาน ของพฤติกรรม
เน่อื งจากพฤติกรรมทุกอย่างเกิดขึน้ จากความต้งั ใจ หรอื เจตนาและเปน็ ไปตามเจตจำนง และแรงจงู ใจที่อยู่
เบื้องหลงั ถ้าจิตใจไดร้ บั การพัฒนา ใหด้ งี ามแล้ว ก็จะควบคมุ ดูแลและนำพฤตกิ รรม ไปในทางท่ดี ีงามด้วย เป็น
หลกั การทำงานโครงงานคุณธรรมท่ีทำความดีเป็นแบบอย่างของโรงเรียน
ปญั ญา หมายถงึ การพัฒนาปญั ญา ซง่ึ มีความสำคัญสูงสดุ เพราะปัญญาเป็นตวั นำทาง และควบคุม
พฤตกิ รรมทง้ั หมด คนเราจะมพี ฤติกรรมอะไร อยา่ งไร ซ่ึงเป็นวัตถปุ ระสงคส์ ำคญั ทแี่ สดงถงึ การมคี วามรู้คู่คุณธรรม
หลักธรรม อิทธิบาท 4 ไดแ้ ก่ ฉนั ทะ วิริยะ จิตะ วมิ งั สา อิทธบิ าท แปลวา่ บาทฐานแหง่ ความสำเรจ็
หมายถงึ ส่ิงซง่ึ มคี ุณธรรม เคร่อื งใหล้ ถุ ึงความสำเร็จ ตามประสงค์ ผหู้ วงั ความสำเรจ็ ในสิง่ ใด ตอ้ งทำตนใหส้ มบรู ณ์
ดว้ ยสงิ่ ทเ่ี รียกว่า อิทธิบาท จำแนกไว้เป็น 4 คอื 20
1) ฉันทะ คอื ความพอใจ ในฐานะเปน็ สง่ิ ท่ตี นถอื ว่าดที ี่สุด ทมี่ นษุ ยเ์ ราควรจะได้ ขอ้ น้เี ป็นกำลังใจ อันแรก
ท่ที ำให้เกิด คุณธรรม ข้อต่อไป ทุกข้อ
2) วิรยิ ะ คอื ความพากเพยี ร หมายถงึ การการะทำที่ตดิ ตอ่ ไมข่ าดตอน เปน็ ระยะยาว จนประสบ
ความสำเร็จ คำน้ีมีความหมายของความกล้าหาญเจืออยดู่ ว้ ย สว่ นหนง่ึ
3) จติ ตะ หมายถงึ ความไมท่ อดทง้ิ สงิ่ นั้นไปจากความรสู้ ึกของตวั ทำส่ิงซึง่ เป็นวตั ถุประสงคน์ นั้ ใหเ้ ด่นชัด
อยู่ในใจเสมอ คำน้รี วมความหมายของคำว่า สมาธอิ ยู่ด้วยอย่างเตม็ ที่
4) วิมงั สา หมายถงึ ความสอดส่องในเหตุและผลแห่งความสำเร็จเก่ยี วกบั เรื่องนัน้ ๆ ให้ลึกซง้ึ ยิ่ง ๆ ขนึ้ ไป
ตลอดเวลา คำนร้ี วมความหมายของคำวา่ ปญั ญา ไว้อยา่ งเต็มที่
หลักธรรม สังคหวัตถุ4 หมายถึง หลกั ธรรมทีเ่ ปน็ เครอื่ งยดึ เหนีย่ วนำ้ ใจของผู้อน่ื ผกู ไมตรี เอ้อื เฟือ้ เก้อื กลู
หรือเป็นหลกั การสงเคราะห์ซ่ึงกนั และกัน มอี ยู่ 4 ประการ ไดแ้ ก่
1) ทาน คือ การให้ ไดแ้ ก่ การเสยี สละ การเออ้ื เฟ้ือเผอื่ แผ่ การแบ่งปนั ช่วยเหลือกนั ดว้ ยสงิ่ ของ การให้
ทานให้เพ่อื ขจัดกเิ ลส เชน่ การบรจิ าคทานแก่นสมณชพี ราหมณ์ ผู้ทรงศีล เพ่อื ขจัดความโลภหรือความ ตระหนี่
เปน็ การชำระจิตใจใหส้ ะอาด ยกระดับจิตใจให้สูงขน้ึ
2) ปิยวาจา ได้แก่ การพดู คำสุภาพ ออ่ นหวาน เพื่อใหเ้ กิดความสมานสามคั คี ปยิ วาจาทำได้งา่ ย เพราะ
วาจานน้ั มใี นตัวเรา เพียงเรามีสติ มีเมตตาในใจก็สามารถพูดออกมาได้
3) อัตถจริยา หมายถึง การบำเพ็ญประโยชนช์ ่วยเหลือกันและกันในวงแคบ และบำเพ็ญ
สาธารณประโยชน์ในวงกวา้ ง หลกั ธรรมขอ้ น้มี ุ่งสอนใหค้ นพัฒนาตน 2 ด้าน คอื การทำตนให้เป็นประโยชน์ และทำ
ในสิ่งทเ่ี ป็นประโยชน์
4) สมานัตตตา การวางตนเสมอตน้ เสมอปลาย หมายถงึ การวางตนได้เหมาะสม ตนอยใู่ นฐานะ อะไรก็
วางตนให้เหมาะสมกับฐานะท่ีเปน็ อยู่ และทำได้อย่างเสมอตน้ เสมอปลาย
ปจั จยั ที่สนบั สนนุ ความสำเร็จ ดงั นี้
1. ในหลวงคือศูนยก์ ลางแห่งความสำเร็จ การดำเนนิ งานบคุ คลทกุ ฝา่ ยมกี ำลงั ใจในการ ดำเนินงานเพราะ
ทกุ ฝ่ายถือเปน็ โอกาสในการทำความดถี วายในหลวง
2. ยึดหลักธรรม ได้แก่ อทิ ธบิ าท 4 และสังคหวตั ถุ ในการทำงาน และนำมาบรู ณาการกบั หลกั ไตรสิกขา
และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3. กจิ กรรมมีความหลากหลายและสอดคลอ้ งกับการใชช้ ีวิตประจำวนั การพดู ทกั ทายใชไ้ ด้กบั ทุกคนใน
ชีวติ ประจำวันจึงเป็นกจิ กรรมทงี่ ่าย และมคี วามหลากหลาย เพือ่ ให้ทุกคนเข้าร่วมได้อยา่ งทว่ั ถึง
บทที5่
บทสรุปและข้อเสนอแนะ
เม่ือส้ินสุดโครงงานคุณธรรม ย้มิ ใส ไหว้สวย สรุปผลได้ดังน้ี
5.1 สรปุ ผลการดำเนินการโครงงาน
1) พทุ ธพิสยั - นกั เรียนได้รูเ้ รยี นรใู้ นการแกป้ ัญหา การน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา อิทธบิ าท 4 และ
สงั คหวัตถุ 4 มาใช้ในการบรหิ ารจัดการ การจดั กจิ กรรม เพ่อื ให้บรรลุตามวตั ถุประสงค์ - นักเรียนมีความรู้ ความ
เขา้ ใจใน สามารถนำมาใช้ได้อยา่ งเหมาะสม บรู ณาการความรู้ค่คู ุณธรรม
2) ทักษะพสิ ัย – นกั เรยี นไดฝ้ ึกการทำงาน การแสดงความคิดเห็น ใหค้ วามเคารพ ความคดิ เหน็ ของผู้อืน่ ร้จู ัก
วิเคราะห์ ประเมนิ ทางเลอื ก และตดั สินใจแก้ปญั หา ต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม และใชห้ ลักกลั ยาณมิตรในการ
ทำงาน - นกั เรยี นได้ฝึกการทำงานเป็นระบบภายใตก้ ารดำเนินงานแบบโครงงาน - นักเรียนได้รบั ประสบการณ์
และโอกาสทำความดีเพ่อื ประโยชน์ต่อส่วนรวม
3) จิตตพิสัย - นักเรยี นเกดิ ทัศนคตทิ ่ีดีในการแกไ้ ขปัญหา การพฒั นาตนเอง มคี วามมน่ั ใจตนเอง เปน็ การสร้าง
ภูมิคุ้มกันให้กับตนเอง - นักเรยี นเหน็ ความสำคัญของการทำความดี จติ อาสาบำเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชน์
ผลการดำเนินงาน
- ผลที่เกิดขึน้ กับนกั เรยี น
นักเรยี นในโรงเรียนบรรณโศภิษฐ์ มพี ฤติกรรมการแสดงความเคารพด้วยการไหว้และมรี อยยมิ้ ท่ีเปน็ มติ ร
ทำให้เกิดบรรยากาศท่ดี ีในโรงเรยี น
- ผลที่เกดิ ข้นึ กบั ครู
ครูเกดิ ความพงึ พอใจ ภูมิใจในการกระทำของนกั เรยี น และสง่ ผลถงึ การทำงานอยา่ งมคี วามสุข
- ผลท่เี กดิ ข้ึนกบั ผู้บริหาร
ผบู้ รหิ ารโรงเรยี นเกดิ ความพงึ พอใจ เหน็ การเปลย่ี นแปลงของนกั เรียนเมือ่ เขา้ มาเยยี่ มหอ้ งเรียน ได้รบั คำทกั ทาย
จากนักเรียนดว้ ยการไหว้และการย้มิ
- ผลที่เกิดขน้ึ กบั ครอบครัวและชุมชน
ผูป้ กครองเหน็ การเปลยี่ นแปลงของนักเรยี น ในเรอ่ื งของความออ่ นน้อมถ่อมตน เชน่ การทำความเคารพดว้ ยการ
ไหว้ขณะมาส่งที่โรงเรียนและหลงั เลกิ เรยี น
ปัจจัยทส่ี ง่ ผลตอ่ ความสำเรจ็
ความรว่ มมือของนักเรยี น ความตัง้ ใจของคณะครู และการไดร้ ับแรงสง่ เสรมิ จากผบู้ รหิ ารโรงเรยี น
ขอ้ เสนอแนะ
1. ครทู ีป่ รกึ ษากจิ กรรมตา่ ง ๆ ท่ีทา่ นรับผิดชอบควรสรา้ งความตระหนกั ตอ่ ผู้เรียนถงึ ผลทเ่ี กิดขึ้นจริงใน
ชวี ติ ประจำวัน
2. ครู ผ้ปู กครองหรอื ผู้ท่เี ก่ยี วข้องควรเป็นแบบอย่างทด่ี ตี ่อผ้เู รียน
3. ควรเนน้ ให้ผเู้ รียนไดป้ ฏบิ ัติจริงและผลท่ีเกิดข้ึนจรงิ ได้คิดและแกป้ ัญหาจริง ๆ
4. ควรจดั ทำโครงงานน้อี ย่างตอ่ เนื่องเพอื่ ใหน้ ักเรยี นเกิดความเคยชนิ และฝังลึกลงภายในจิตใจ
ภาคผนวก