The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ซารต์ ปัทมพร ซีอีโอแห่ง Bearhug

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chonticha, 2023-08-17 04:56:19

ซารต์ ปัทมพร ซีอีโอแห่ง Bearhug

ซารต์ ปัทมพร ซีอีโอแห่ง Bearhug

เรื่อง CEO ที่ประสบความสำเร็จ จัดทำโดย นางสาวชลธิชา พลทิพย์รหัสนักศึกษา 66302160025 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาการจัดการสำนักงาน ครูที่ปรึกษา นางสาววาสนา คูสกุล วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3


ก คำนำ รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา การจัดการสำนักงานสมัยใหม่ 30216-2001 ระดับชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 โดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ที่ได้จากเรื่องบุคคลตัวอย่าง ซึ่งรายงานนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้จากความสำเร็จขอนางสาว ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อนี้ในการทำรายงาน เนื่องมาจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจและ ต้องขอขอบคุณ นางสาววาสนา คูสกุล ผู้ให้ความรู้และแนวทางการศึกษา เพื่อน ๆ ทุกคนที่ให้ ความช่วยเหลือมาโดยตลอดผู้จัดทำ หวังว่ารายงาน ฉบับนี้ จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน นางสาวชลธิชา พลทิพย์ ผู้จัดทำ


ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ประวัติ ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช 1 คลิปแรกของ Bearhug 3 Bearhug กับยอดวิวสูงสุด 3 Bearhug สู่ Bearhouse 4 4 คีย์ลัดสู่ความสำเร็จ 7 บรรณานุกรม 8


1 ประวัติ ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช (ซารต์) ซีอีโอแห่ง Bearhug! ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช หรือ ซารต์ เกิดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2536 ในช่วงวัยเด็กที่บ้านของซารต์อาศัย อยู่ที่จังหวัดนราธิวาส พ่อของเธอเป็นเจ้าของโรงแรมและธุรกิจโชห่วยอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส ซารต์อาศัยอยู่ที่จังหวัด นราธิวาส จนถึงอนุบาล 2 ก่อนที่คุณแม่จะย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพกับลูกสาวทั้ง 3 คน โดยซารต์เป็นลูกคนเล็กของ ที่บ้านเป้าหมายในชีวิตในช่วงแรกของซารต์คืออยากเป็นหมอตามพี่สาวของเธอ แต่พอได้เห็นชีวิตพี่สาวที่ต้องอ่าน หนังสือตลอดเวลา และต้องมีใจรักในการช่วยเหลือผู้ป่วย ดูจะไม่ใช่ทางของเธอ ซารต์จึงได้มาคิดดูว่าจะมีคณะไหน ที่ถ้าเรียนจบแล้วจะไม่ตกงานแน่นอน ซารต์เลยเลือกเรียนทางบัญชี ซึ่งก็เผื่อลึกๆว่าจะเป็นเจ้าของกิจการใน ภายหลัง โดยเธอได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีและได้เกียรตินิยม อันดับ 1 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เริ่มต้นเส้นทางการทำงานเกี่ยวกับบัญชีมา ก่อน แต่ด้วยลักษณะงานเช่นนั้นไม่ใช่คำตอบของความสุขในชีวิต จึงทำให้ตัดสินใจลาออกมาตามหาความฝันของ ตัวเอง กระทั่งได้มีโอกาสไปช่วยเพื่อนสนิททำชาแนล และเริ่มต้นเส้นทางการท างานเกี่ยวกับบัญชีมาก่อน แต่ด้วย


2 ลักษณะงานเช่นนั้นไม่ใช่ค าตอบของความสุขในชีวิต จึงท าให้ตัดสินใจลาออกมาตามหาความฝันของตัวเอง กระทั่งได้มีโอกาส ไปช่วยเพื่อนสนิทท าชาแนล ยูทูปชื่อว่า “Kanninich” ได้สักพักหนึ่ง เธอจึงเปิด “Sunbeary Channel" ขึ้นมายูทูปชื่อว่า “Kanninich” ได้สักพักหนึ่ง เธอจึงเปิด “Sunbeary Channel" ขึ้นมากานต์เป็นเพื่อนกับเธอ ตั้งแต่อยู่ที่มหาวิทยาลัย เขาทำชาแนลตั้งแต่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 3 ซึ่งเขาเริ่มต้นทำยูทูปด้วยตัวเองจนสามารถเลี้ยง ตัวเองได้ ซารต์ได้เห็นแบบอย่างจากเพื่อนของเธอก่อนที่ซารต์จะเริ่มทำช่องของตัวเอง ซารต์จึงได้ไปอาสาช่วย กานต์เป็นเบื้องหลังเพื่อเรียนรู้วิธีการเป็นยูทูปเบอร์ตั้งแต่นั้น ได้ไปแสดงในช่องของกานต์บ้าง ไปถือกล้องบ้าง ไป ช่วยอะไรเล็กๆน้อยๆ จนกานต์ได้ชวนให้ซารต์มาทำงานด้วยกัน ซารต์ได้สร้างช่องในยูทูปของตัวเองชื่อ Sunbeary กานต์ อรรถกร Content Creator แห่ง Bearhug! กานต์ อรรถกร รัตนารมณ์ เจ้าของช่อง Kanninich ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมคณะเดียวกันกับซารต์ซึ่งเป็นคนที่เข้าวงการ ยูทูปเบอร์มาก่อน เขาจึงนำประสบการณ์ในช่วงแรกมาแนะนำและดัดแปลงการทำคอนเทนให้ซารต์อยู่เรื่อยๆเขา เองก็สามารถคว้าโล่ทองจาก Youtube ด้วยการมียอดคนติดตามเกินล้านได้เช่นกัน แถมยังเคยประกวดคลิปวิดีโอ จนได้รางวัลชนะเลิศโครงการ Drive DD United จากธนชาติประกันภัยมาแล้ว ช่วงปลายปี 2017 เมื่อต่างคนต่าง ทำงานไปเรื่อยๆ จนความสุขจากการทำงานหายไป เพราะต่างคนต่างทำงานโดยโฟกัสงานของแต่ละคนมากเกินไป


3 ถึงแม้จะอยู่กันเป็นทีมก็ตาม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำงานเป็นทีมอยู่ดี ทั้งคู่จึงได้นำทักษะและประสบการณ์ที่ผ่านมา มา รวมไว้ในที่เดียว จึงเกิดเป็นช่อง Bearhug ขึ้นมาอย่างเป็นทางการในปี 2018 ช่องนี้ยังคงทำ Content ประเภทไลฟ์สไตล์อย่าง การกิน การเที่ยว และยังแฝงไปด้วยความสนุกด้วยการการแกล้ง ทีมงานเล็กๆน้อยๆพอหอมปากหอมคอ เพื่อเติมสีสันในการนำเสนอให้ถูกใจกับกลุ่มคนที่ติดตามซึ่งเป็นวัยรุ่นเสีย ส่วนใหญ่ คลิปแรกของ Bearhug คลิปแรกของ Bearhug คือ คลิป ‘หมดเงินกี่พันดี ถ้าเล่นจนกว่าจะได้ตุ๊กตา’ มีความยาวถึง 12.55 นาที ซึ่งโพสต์ ไปเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2018 โดยปัจจุบันมีคนดูไปแล้วทั้งสิ้น 2.5 ล้านวิว เรื่องราวของคลิปนี้คือ การเดินทางไป งานตากสิน จังหวัดตาก ซึ่งเป็นบ้านเกิดของกานต์ โดยเกมแรกที่ซารต์เข้าไปเล่นคือบิงโก ซึ่งซารต์ลงทุนซื้อ กระดานเลขไปถึงหกใบ แต่สุดท้ายก็ไม่ถูกบิงโกอยู่ดี เกมต่อไปซารต์ไปเล่นปาปักโฟม ปาลูกโป่ง โยนลูกบอล จนวัน นั้นได้ตุ๊กตาหมี Rilakuma กับ หมีพูห์ มาอย่างละหนึ่งตัว ระหว่างเดินอยู่ในงานมีบรรดาแฟนที่ติดตามทั้งซารต์ และกานต์จำนวนมากที่เข้ามาขอถ่ายรูปและทักทาย จนสุดท้ายทั้งคู่ได้ให้ตุ๊กตาทั้งสองตัวให้แฟนคลับไปหมดเลย Bearhug กับยอดวิวสูงสุด คลิปของ Bearhug ที่มียอดคนดูสูงที่สุดตั้งแต่ทำมานั่นคือคลิป ‘ล้างแค้น! พี่เปิ้ล นาคร เอาแชมป์กินจุ ระดับประเทศไปถล่มร้าน’ ซึ่งโพสต์ไปเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2018 โดยการล้างแค้นครั้งนี้ ซารต์กับกานต์ได้เชิญ โอ๊ต จาก Thai Pro Eater มาท้ากิน โดยโจทย์ของพี่เปิ้ล นาคร คือ การให้ทีม Bearhug กินเนื้อ 2 กิโลให้หมด ภายใน 10 นาที หากทำไม่ได้ต้องโดนบทลงโทษด้วยการกินกระดาษทิชชู่ 5 แผ่น! สุดท้าย Bearhug ก็ทำสำเร็จ ส่งผลให้พี่เปิ้ลต้องกินกระดาษทิชชู่ตามที่ตัวเองกำหนดไว้ ถึงแม้ว่าคลิปนี้จะมีความยาวกว่า 23.55 นาที แต่ก็ สามารถสร้างยอดวิวสูงที่สุดตั้งแต่ทำช่อง Bearhug มาได้ถึง 13 ล้านวิวจากการทำงานสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง จน กลายเป็นช่องยอดนิยมในหมู่คนที่ติดตามยูทูปเบอร์ ส่งผลให้ในปี 2019 Bearhug จึงได้รับรางวัล Best Social Media Influencers จากงาน Thailand Zocial Awards 2019


4 Bearhug สู่ Bearhouse จากความสำเร็จของช่อง Bearhug ภายในระยะเวลาเพียงปีเศษ บวกกับกระแสเครื่องดื่มยอดนิยมอย่าง ชานมไข่มุข ซึ่งเป็นเมนูอันชื่นชอบโดยส่วนตัวของซารต์ด้วยแล้ว เธอจึงเริ่มตั้งคำถามง่ายๆ ด้วยว่า ทำไมชานม ไข่มุขต้องมีที่ไต้หวันอย่างเดียว3 ปีแล้ว ที่ 2 ยูทูเบอร์ชื่อดังอย่าง ‘ซารต์ & กานต์’ จากช่อง BEARHUG ได้หันมา เปิดร้านชานมไข่มุกชื่อ BEARHOUSE ซึ่งวันนี้ได้ขยายไปทั้งหมด 12 สาขา พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2565 มากถึง 180 ล้านบาทท่ามกลางกระแสการแข่งขันของตลาดชานมไข่มุกที่ยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด BEARHOUSE ได้ เปิดตัว ‘ไซรัปสูตรชูการ์ฟรี’ เพื่อเอาใจคนรักสุขภาพ อยากกินของหวานได้อร่อยเหมือนเดิม กินได้ทุกวันแบบไม่ รู้สึกผิด โดยใช้เวลาพัฒนานานถึง 6 เดือน ที่มาของการคิดค้นไซรัปสูตรนี้เกิดขึ้นมาจากความตั้งใจที่อยากจะให้ ลูกค้าได้กินของหวานหรือชานมได้บ่อยขึ้น กินได้แบบมีความสุข จึงได้เริ่มนำเมนูสุดฮิตที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านมา ปรับให้เข้ากับไซรัปสูตรชูการ์ฟรี พร้อมเปิดตัว 2 เมนูใหม่” ซารต์-ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช ผู้ก่อตั้งและกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท 21 ซันแพสชั่น จำกัด วันแรกที่เติบโต แต่เส้นทางไม่ง่าย เพราะระหว่างลุยร้านชานมไข่มุก จึง ต้องการแตกไลน์ทำชานมกระป๋อง จนขาดทุนยับ! เป็นบทเรียนเจ็บปวดสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ประสบการณ์ยังน้อย เกินไป “ชานมกระป๋องที่เจ๊งไป มันเป็นอดีตแล้ว” แต่ทั้งคู่ไม่ลดละการ “แตกไลน์” ขยายธุรกิจกระจายเสี่ยงให้ มากขึ้น เพราะล่าสุดพัฒนา “ซันซุเยลลี่บุก” จำหน่ายในร้านสะดวกซื้อด้วย การให้น้ำหนักธุรกิจยังเป็น “BEARHOUSE” เพราะทั้งคู่มีเป้าหมายใหญ่ คือการบุกตลาด “ต่างประเทศ” แต่อุปสรรคนาทีนี้ยังเป็น “การเงิน” ทำให้ภารกิจรองคือการขยายธุรกิจสร้างการเติบโตเพื่อมีขนาดพอที่จะ “เข้าตลาดหลักทรัพย์” ระดมทุนต่อไป “ใน วันหนึ่งเราอยากเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะอยากเปิดสาขาต่างประเทศ


5 ซารต์กล่าวเพิ่มเติมว่า จากวัตถุดิบและรสชาติที่เป็นซิกเนเจอร์ในแบบฉบับของตัวเอง ออกแบบรสชาติมา เพื่อให้ลูกค้าสามารถกินได้ทุกวัน ทำให้แบรนด์ BEARHOUSE ได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และมีผล ประกอบการที่เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ โดยปี 2563 มียอดขาย 82 ล้านบาท และปี 2564 แม้จะเป็นปีที่โควิด ระบาดหนักมากที่สุด แต่ BEARHOUSE สามารถทำยอดขายได้ 117 ล้านบาท โดยในปี 2565 จากแผนการขยาย สาขา รวมถึงการขยายไลน์โปรดักต์ใหม่ๆ คาดว่าจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 180 ล้านบาท BEARHOUSE ยังมี แผนจะออกเครื่องดื่มในรูปแบบที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น ทั้งชาใส เครื่องดื่มปั่น ท็อปปิ้งใหม่ๆ รวมถึงเครื่องดื่มที่ เป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพและเพิ่มความหลากหลายของเมนูให้มากขึ้น ด้าน กานต์-อรรถกร รัตนารมย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท 21ซันแพสชั่น จำกัด กล่าวว่า ชานมไข่มุกเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง ดังนั้นการมีผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้ามาใน ตลาดทำให้เกิดสีสันและจะยิ่งช่วยกันขับเคลื่อนตลาดให้เติบโตได้อีก ซึ่งจุดแข็งและความโดดเด่นที่แตกต่างของ BEARHOUSE คือ ลูกค้าที่เป็นแฟนคลับอย่างเหนียวแน่น ซึ่งมีทั้งกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา และวัยทำงาน รวมถึงกลยุทธ์การทำการตลาดที่ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์โดยรวมของร้าน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร ที่เข้าถึงง่าย มีการสร้างบรรยากาศด้วยเพลงที่เป็นของแบรนด์เอง และการออกแบบสร้างร้าน สร้างสเปซสำหรับนั่ง กินที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีการเปิดสาขาใหม่“เรามีจุดเริ่มต้นจากการเป็นยูทูเบอร์ที่หลงใหลในอาหาร เพราะเราเดินทางไปหลากหลายสถานที่ เราจึงนำประสบการณ์ตรงนั้นมาใช้ในการพัฒนา โดยวางจุดยืนแบรนด์ BEARHOUSE เป็นแบรนด์พรีเมียมแมส และเป็นตัวเลือกในระยะยาวของผู้บริโภค” กานต์กล่าว ปัจจุบันยอดขาย BEARHOUSE รวม 11 สาขา ซึ่งยังไม่รวมสาขาที่ 12 เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 4,500 แก้ว หรือเดือนละ 135,000 แก้ว


6 จนในที่สุดทั้งคู่ก็ได้ปั้น “ซันซุ เยลลี่ บุก 0 แคล” ขนมทานเล่น ภายใต้สโลแกน “อยากทำให้คนทั้งโลก ได้ กินของอร่อยแบบที่ไม่รู้สึกผิด” ที่มียอดขายสูงถึงกว่า 170 ล้านบาทในระยะเวลาเพียงปีกว่าๆ2 ผู้บริหารแห่ง ซันซุ โซลูชั่น เล่าย้อนความให้ฟังว่า “ซันซุ เยลลี่ บุก 0 แคล” เกิดขึ้นจากความชื่นชอบส่วนตัวของ ซารต์ ที่ชอบทาน เยลลี่สไตล์ญี่ปุ่นที่มีเนื้อสัมผัสหนึบ เหนียว นุ่มมาก แต่ติดที่มีปริมาณแคลอรี่สูง หากรับประทานในปริมาณมากก็ จะทำให้ร่างกายได้รับแคลอรี่สูงเกินไป จึงปรึกษากับกานต์ ถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาสินค้า จนได้มาเจอ กับซัพพลายเออร์ที่จะสามารถพัฒนาสินค้าให้เราได้ ภายใต้เงื่อนไข เนื้อสัมผัสต้องหนึบ เคี้ยวเพลิน จะทานแบบแช่ เย็นหรือไม่แช่เย็นก็ได้ และที่สำคัญคือต้อง หอมและอร่อย “เราถือว่าเป็นเยลลี่ บุก 0 แคล เจ้าแรกของประเทศ ไทย ทำให้เราไม่มีคู่แข่งในตลาด ตอนแรกเรากำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไว้ที่กลุ่ม Gen Z และกลุ่ม Gen Y ที่รัก การกินของหวาน แต่แคร์เรื่องน้ำหนัก มีการใส่บุกเข้าไปเพื่อเพิ่มคุณประโยชน์ ทำให้อิ่มท้อง มากกว่าแค่ขนมทาน เล่น” ซารต์ ในขณะที่กานต์ กล่าวเสริมว่า นอกจากการพัฒนาสินค้าให้ได้ตามที่ตั้งใจแล้ว การศึกษาตลาดก็เป็นอีก เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เราได้มีการดูตลาดว่า ผู้บริโภคนิยมรสชาติใด เราจึงพัฒนาสินค้าออกมาทั้งหมด 6 รสชาติ คือ องุ่น สตรอเบอร์รี่ แอปเปิ้ลเขียว ส้มยูซุ พีช และลิ้นจี่ โดยเริ่มวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือนกันยายน 2563 ซึ่ง ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี วางจำหน่ายเพียง 3 เดือนกว่า ก็สามารถทำยอดขายได้สูงถึงกว่า 30 ล้านบาท และ ในปี 2564 มียอดขายอยู่ที่ 140 ล้านบาท โดยในปี 2565 ตั้งเป้ายอดขายโต 100%


7 4 คีย์ลัดสู่ความสำเร็จ “กุญแจดอกแรกเลยก็คือ พันธมิตร พันธมิตรที่ดีจะคอยช่วยเหลือเราในทุกด้าน และเซเว่น อีเลฟเว่น ถือเป็น พันธมิตรคนสำคัญที่สอนและให้ความรู้เราตั้งแต่เริ่มต้น แบบนับหนึ่งใหม่ตั้งแต่การบริหารจัดการสต๊อกสินค้า การ บริหารจัดการต้นทุนการผลิต การพัฒนาสินค้า การดูแลระบบหลังบ้านทั้งหมด ซึ่งเซเว่น อีเลฟเว่น ให้ความรู้เราใน ทุกด้าน แบบไม่หวงความรู้” ซารต์ความรู้ที่ได้ ทำให้เรารู้ว่ากุญแจดอกสำคัญถัดมาคือ การดูแลสต๊อกสินค้า เพราะส่งผลต่อการวางแพลนการสั่งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ซึ่งจะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ หากดูแลในส่วน นี้ได้ก็จะช่วยเราคุมต้นทุนและบริหารกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ควรจะมี เงินทุนสำรอง เตรียมไว้ ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดจะได้ไม่เดือดร้อนในอนาคต สำหรับกุญแจดอกสุดท้ายที่จะทำให้สินค้าของ เราประสบความสำเร็จได้ก็คือ การสร้างจุดขาย สินค้าจะต้องมีจุดขายที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถโฟกัสกลุ่มเป้าหมาย ได้ นำไปสู่การวางแผนการตลาดที่ตรงกลุ่ม เนื่องจากเราเป็นเพียงแค่ SME ไม่ได้มีงบการตลาดมากพอที่จะทุ่มทำ การตลาดเหมือนบริษัทใหญ่ๆ ดังนั้น เราต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายเราคือใคร เหมาะกับกลยุทธ์การตลาดแบบไหน อย่าไปตามกระแสสังคม ที่บอกให้ขายผ่านออนไลน์ ถ้ากลุ่มลูกค้าคุณไม่ได้อยู่บนโลกออนไลน์ก็ไม่มีประโยชน์ “หลายคนสอบถามเข้ามาว่า ทำอย่างไรตัวเองถึงจะประสบความสำเร็จในช่วงที่อายุยังน้อย เราทั้ง 2 คน อยากจะบอกว่า คุณต้องกล้าที่จะออกจากเซฟโซน และกล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ บนพื้นฐานของความรู้ที่คุณได้ศึกษา อย่างแท้จริง ซื่อสัตย์กับสิ่งที่คุณทำ จริงใจกับผู้บริโภค และอย่ากดดันตัวเองเกินไป ขอให้ตั้งใจเดินในทางของเรา แล้วคุณก็จะประสบความสำเร็จ” คำกล่าวทิ้งท้ายที่ ซารต์ - ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช และ กานต์ - อรรถกร รัตนารมย์ ขอฝากไว้เป็นข้อคิดให้กับ SME รุ่นใหม่ที่อยากประสบความสำเร็จเหมือน


8 บรรณานุกรม อายุน้อยร้อยล้าน! BEARHOUSE ร้านชานมไข่มุกของ 2 ยูทูเบอร์ ‘ซารต์ & กานต์’ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ไว้กว่า 180 ล้านบาท [สืบค้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566] ที่มา: https://thestandard.co/bearhouse-kpi-profit-2565/ ยูทูปเบอร์ขวัญใจวัยรุ่น Sunbeary “ซารต์-ปัทมพร” [สืบค้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566] ที่มา: https://mgronline.com/onlinesection/detail/9610000083654 เปิดเคล็ดลับ 2 ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ปั้นของกินเล่น “ซันซุ เยลลี่” แค่ปีกว่ามียอดขายกว่า 170 ล้านบาท [สืบค้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566] ที่มา: https://www.smethailandclub.com/index.php/entrepreneur/7864.html


Click to View FlipBook Version