41
ภาพที่ 38 พระราชพิธีสงั เวยพระป้าย
ที่มา: Thai Studies CU. ธรรมเนยี มจนี ในวัฒนธรรมไทย.
http://www.thaistudies.chula.ac.th/2018/09/29/%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E
0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%88
%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%
92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/
ในสมัยรชั กาลที่ 3 ตรษุ จีนเป็นเทศกาลที่คหบดเี ชอื้ สายจีนจะนำข้าวของจำนวนมากไป
ทลู เกลา้ ถวาย ก็โปรดให้จัดพระราชกุศลเล้ียงพระตรุษจีนเพื่อนำข้าวของมาทำบุญเป็นกุศลแกผ่ ู้
ถวาย หรือในการพระบรมศพพระมหากษตั ริย์ สมเด็จพระอัครมเหสี หรือพระศพเจ้านายพระองค์
สำคญั ตา่ งๆ ก็มีการอาราธนาพระสงฆจ์ ากฝา่ ยมหายาน คือ ฝา่ ยจนี นิกายและฝา่ ยญวนนิกาย เข้า
มาประกอบพธิ ีกงเตก็ เป็นพระราชกุศลด้วย
42
ภาพที่ 39 ตวั อย่างพธิ ีกงเต็ก
ทีม่ า: Thai Studies CU. ธรรมเนยี มจีนในวฒั นธรรมไทย.
http://www.thaistudies.chula.ac.th/2018/09/29/%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E
0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%88
%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%
92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/
นอกจากเรื่องขนบธรรมเนียมแล้ว ในเขตพระราชฐานก็มีร่องรอยการก่อสร้าง
สถาปัตยกรรมหรือการตกแตง่ แบบศิลปะจีนปรากฏอยู่ทั่วไป ซึ่งผสมผสานกับศิลปะแบบไทย เช่น
ทวารบาลที่ประตเู ข้าเขตพระราชฐานต่าง ๆ กเ็ ปน็ ประติมากรรมจีนอยา่ งนักรบจีนหรือสงิ โตจีน ใน
วัดวาอารามที่พระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงสร้างและอุปถัมภ์ ก็ล้วนแล้วแต่มีการผสมผสานทาง
ศิลปกรรมจีนให้อยทู่ ่วั ไป
43
3. ภาษาและสำนวน
ภาษาจีน (汉语 - 漢語 - Hànyǔ - ฮน่ั อวี่, 华语 - 華語 - Huáyǔ - หวั อวี่ หรือ
中文 - Zhōngwén - จงเหวิน) เป็นหนึ่งในตระกูลภาษาจีน-ทิเบต ชาวจีนส่วนใหญ่ถือภาษาจีน
พูดชนิดต่าง ๆ ว่าเป็นภาษาเดียว โดยทั่วไปแล้ว ภาษาพูดในกลุ่มภาษาจีนเป็นภาษาที่มีเสียง
วรรณยุกต์และไม่อ่านเนือ่ งเสียง อย่างไรก็ดี ยังมีความแตกต่างกันในภาษาพูดแต่ละภาษาอยู่มาก
ความต่างเหล่านีเ้ ทียบไดก้ ับ ความแตกตา่ งระหว่างภาษาของภาษากล่มุ โรมานซ์ เราอาจแบ่งภาษา
พูดของจีนได้ 6 ถึง 12 กลมุ่ ขนึ้ อยกู่ ับเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่ง ทีเ่ ป็นทีร่ ู้จักดี เช่น กลมุ่ แมนดาริน กลุ่ม
หวู และกลุ่มกวางตุ้ง ยังเป็นที่โต้เถียงกันถึงปัจจบุ ันว่าภาษาพูดบางกลุ่มควรจัดเป็น "ภาษา" หรือ
เป็นแค่ "สำเนียง"
ประชากรประมาณ 1/5 ของโลกพดู ภาษาจีนแบบใดแบบหนึง่ เปน็ ภาษาแม่ ทำให้เป็นภาษาที่
มีคนพดู เปน็ ภาษาแมม่ ากที่สุด สำเนยี งพดู ทถ่ี อื เป็นมาตรฐาน คือ สำเนยี งปักกิง่ หรือ ภาษาฮ่ัน ซึ่ง
อยูใ่ นกลมุ่ ภาษาแมนดาริน ภาษาจีนกลาง หรือ ภาษาจีนแมนดาริน (Standard Mandarin) เปน็ ภาษา
ทางการของสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐจีนหรือไต้หวัน เป็นหนึ่งในภาษาทางการ 4
ภาษาทางการของประเทศสิงคโปร์ (ร่วมกับ ภาษาอังกฤษ ภาษามลายู และภาษาทมิฬ) และเป็น
หนึ่งใน 6 ภาษาที่ใช้ในองคก์ ารสหประชาชาติ (ร่วมกับ ภาษาอังกฤษ ภาษาอาหรับ ภาษาฝรั่งเศส
ภาษารัสเซีย และภาษาสเปน) ภาษาจีนกวางตุ้ง เป็นภาษาทางการของ ฮ่องกง (ร่วมกับ
ภาษาองั กฤษ) และมาเก๊า (รว่ มกับภาษาโปรตุเกส)
นอกจากนี้ ภาษาเขียนยังได้เปล่ยี นแปลงตามระยะเวลา แต่การเปล่ยี นแปลงของภาษาเขียน
ช้ากวา่ การเปล่ียนแปลงของภาษาพูดอย่างมาก จึงไมถ่ ูกจำกดั โดยความเปล่ียนแปลงของภาษาพูด
โดยส่วนใหญ่ ในปัจจุบัน ภาษาจีนใช้อกั ษรมาตรฐาน 2 รปู แบบท่วั โลก ได้แก่ อักษรจีนตัวเต็ม และ
อักษรจีนตัวยอ่
หนว่ ยคำและวิธีสรา้ งคำ ในภาษาจีน 语素及构词法(Yǔsù jí gòucífǎ)
หนว่ ยทางไวยากรณ์ในภาษาจีนมี 4 หนว่ ยดงั นี้
1. หนว่ ยคำ (语素) Yǔsù 2. คำ (词) Cí 3. วลี (短语) Duǎnyǔ 4. ประโยค
(句子) Jùzi
44
1. หนว่ ยคำ
หน่วยคำ คือ ตัวผสมเล็กที่สุดระหว่างเสียงกับความหมาย เปรียบเสมือนวัตถุดิบในการ
สร้างคำหน่วยคำบางสว่ นมีความหมายชัดเจนสมบูรณใ์ นตวั มนั เอง ใช้เปน็ คำศพั ทไ์ ด้โดยลำพัง และ
มีฐานะเป็นคำ อย่างเช่น 人,手,天,鸟,走,做,白,好 ฯลฯ ขณะที่
หนว่ ยคำอีกสว่ นหนึง่ ไมม่ ี Rén, shǒu, tiān, niǎo, zǒu, zuò, bái, hǎo
คน มือ ฟา้ นก เดิน ทา ขาว ดี
ความหมายที่ชัดเจนสมบูรณใ์ นตัวมันเอง จึงใช้เป็นคำศพั ทโ์ ดยลำพงั ไมไ่ ด้ ซึง่ มฐี านะเป็นแคห่ น่วยคำ
เช่น 们,者,员,然 ฯลฯ หนว่ ยคำดงั กล่าวนจี้ ะยกฐานะขนึ้ มาเปน็ คำได้กต็ อ่ เมือ่ ผสมกบั
Men, zhě, yuán, rán
หนว่ ยคำอื่นจนมีความหมายชดั เจนสมบูรณ์และใช้โดยลำพังได้ อย่างเช่น
们 --- 我们 者 --- 老者
Men --- women zhě --- lǎozhě
หน่วยคำในภาษาจีนใช้หน่วยคำพยางค์เดียวเป็นหลัก โดยใช้ตัวหนังสือจีน 1 ตัวแสดง
หน่วยคำดังกล่าว ส่วนหน่วยคำ 2 พยางค์ขึ้นไปล้วนมาจากคำพยางคค์ ู่พ้องเสียง (连绵词) ใน
ภาษาจีนโบราณ คำทับศัพทห์ รือคำเลียนเสียง ซึ่งมีจำนวนน้อย เช่น 葡萄 (องุ่น) , 蜘蛛 (แมง
มุม) , 苗条 (หุ่นดี,สะโอดสะอง) , 犹豫 (ลังเล) , 咖啡 (กาแฟ) , 巧克力 (ช็อกโกแลต) ,
可口可乐 (โคคาโคล่า) , 咕嘟 (ปุด ๆ ) ฯลฯ หน่วยคำประเภทน้ีมีฐานะเป็นคำ แตบ่ างคำเมื่อ
แยกพยางคอ์ อกจากกันแล้ว แตล่ ะพยางคจ์ ะไม่มคี วามหมาย เชน่ 葡,萄,蜘,蛛,咖
,啡 ฯลฯ
2. คำเดี่ยวและคำผสม
คำสร้างขึ้นมาจากหน่วยคำ แบ่งเป็นคำเดี่ยว (单纯词) และคำผสม (合成词) คำ
เด่ยี ว สร้างข้ึนมาจากหนว่ ยคำ 1 หน่วย ที่มีความหมายชดั เจนสมบูรณ์และใช้ไดโ้ ดยลำพงั เนือ่ งจาก
หน่วยคำสว่ นใหญใ่ นภาษาจีนมี 1 พยางค์ ดงั นั้นคำเด่ยี วในภาษาจีนส่วนใหญ่จึงเป็นคำพยางค์เด่ียว
เช่น(คำทีข่ ีดเสน้ ใต้ และตัวอกั ษรเป็นสีแดงเปน็ คำเด่ยี ว)树 上 有 一 只 鸟。
孩子们 都 长 得 非常可爱。
(Háizimen dōu zhǎng dé fēicháng kě'ài.)
45
คำผสม ส่วนใหญป่ ระกอบด้วยหน่วยคำ 2 หนว่ ย เช่น
中+文 学+生 工+人 孩+子 国+家
Zhōng +wén Xué +sheng Gōng +rén Hái +zi guó +jiā
ภาษาจีน นกั เรยี น กรรมกร เดก็ ประเทศ
นอกจากนีย้ งั มีคำผสมบางคำประกอบดว้ ยหน่วยคำ 3 หน่วย หรือ3 หน่วยข้นึ ไป เช่น
火+车+站 电+冰+箱 化+妆+品 超+级+市+场
Huǒ +chē +zhàn Diàn +bīng +xiāng Huà +zhuāng +pǐn Chāo +jí +shì +chǎng
สถานรี ถไฟ ตู้เยน็ เคร่อื งสำอาง ซปู เปอรม์ าร์เก็ต
วิธีการสร้าง
1.วิธีการสร้างคำประสมแบบคูข่ นาน
1.) การสร้างคำประสมแบบคู่ขนาน เป็นการสร้างคำจากหนว่ ยคำ 2 พยางค์ ซึ่งหนว่ ยคำทั้ง
2 พยางคจ์ ะต้องเป็นคำชนดิ เดียวกัน (并列式复合词——bìng lìe shì fù hé cí)
คำนาม
道路 (dào lù)——道+路 = ถนน / ทางเดนิ
คำกริยา
斗争 (dòu zhēng)——斗+争 = ตอ่ สู้ / แย่งชิง
คำคณุ ศัพท์
美丽 (měi lì)——美+丽 = สวย / งดงาม
2.) หน่วยคำทั้ง 2 มีความหมาย “ตรงข้ามกัน” ประกอบรวมกันและเกิด
“ความหมายใหม่”
(反义复词—— fǎn yì fù cí)
46
东西 (dōng xi) ——东 (ตะวนั ออก)+西 (xī ตะวนั ตก) = ส่งิ ของ
左右 (zuǒ yòu) ——左 (ซ้าย)+右 (ขวา) = โดยประมาณ
开关 (kāi guān) ——开 (เปิด)+关 (ปิด) = สวิตช์
3.) หนว่ ยคำท้ัง 2 มีความหมาย “ใกลเ้ คียงกนั / ประเภทเดียวกนั ” ประกอบรวมกัน
และเกดิ “ความหมายใหม่” (意义相关复词——yì yì xiāng guān fù cí)
矛盾 (máo dùn) ——矛 (หอก)+盾 (โล)่ = ขดั แยง้
眉目 (méi mù) ——眉 (คิ้ว)+目 (ตา) = รูปร่างหน้าตา
口舌 (kǒu shé) ——口 (ปาก)+舌 (ล้นิ ) = ทะเลาะวิวาท
4.) หน่วยคำ 2 คำที่มีความหมาย “เหมือน / ต่างกัน” แต่เมื่อประกอบรวมกัน
“ความหมายของคำใหม่จะหนักไปทางตัวใดตัวหน่งึ ” (偏义复词——piān yì fù cí)
国家 (guó jiā) ——国 (ประเทศ)+家 (บ้าน) = ประเทศ
窗户 (chuāng hu) ——窗 (หน้าตา่ ง)+户 (hù ประตู) = หน้าตา่ ง
2.วิธีขยาย+ขยาย
1.) ใช้คำนามเปน็ คำหลัก คำนาม+คำนาม
火山(Hi + yama) (ภเู ขาไฟ :ไฟ + ภเู ขา)
手表(Shǒu +biǎo) (นาฬิกาขอ้ มือ :มือ + นาฬิกา)
• คำคุณศพั ท+์ คำนาม
白菜 (Bái +cài) (ผักกาดขาว :ขาว + ผัก)
黑人(Hēi +rén) (คนผิวดำ :ดำ + คน)
• คำกริยา+คำนาม
用法 (วิธีใช้ :ใช้ + วิธี)
飞机 (เครอ่ื งบิน :บิน + เครอ่ื ง)
• คำนบั จำนวน+คำนาม
47
一边 (ดา้ นข้าง :หนึง่ + ดา้ น)
一辈子 (ตลอดชีวิต :หนึง่ + ชาต)ิ
2.) ใช้คำกริยาเปน็ คำหลักคำนาม+คำกริยา
瓜分(Guā +fēn) (แบ่งแยก :แตง + แบ่ง)
旁观(páng +guan) (ดูอยูข่ ้าง ๆ :ดา้ นข้าง + ด)ู
❖ คำคุณศัพท+์ คำกริยา
小看(Xiǎo +kàn) (ดถู กู :เลก็ + ด)ู
微笑(Wēi +xiào) (ยมิ้ :เล็กน้อย + ยมิ้ /หวั เราะ)
❖ วิเศษณ์+คำกริยา
相信(Xiāng +xìn) (เชือ่ :กนั และกนั + เชือ่ )
常见(Cháng +jiàn) (พบเหน็ บ่อย :บอ่ ย+ เห็น)
❖ คำกริยา+คำกริยา
合作(Hé +zuò) (รว่ มมือ :ร่วม + ทำ)
吞服(Tūn +fú) (กินเข้าไป :กลืน + กิน)
3.) ใช้คำคณุ ศัพท์เป็นหลกั คำนาม+คำคุณศพั ท์
雪白 (ขาวดั่งหิมะ :หิมะ + ขาว)
体重 (น้ำหนกั ตัว :รา่ งกาย + หนกั )
▪ กริยา+คำคณุ ศพั ท์
透明 (โปรง่ ใส :ทะลุ + สวา่ ง)
飞快 (เร็วเหมือนบิน :บิน + เรว็ )
3.วิธีกรยิ า – กรรม คำแรกเป็นคำกริยา คำทีส่ องเปน็ กรรม
▪ คำกริยา+คำนาม
生气 (โกรธ :เกิด + ลม)
司机 (คนขับรถ :ควบคมุ + เคร่อื ง)
▪ คำกริยา+คำคณุ ศพั ท์
48
吃香 (เนอื้ หอม :กิน + หอม)
看轻 (ดูถูก :ดู + ถกู )
▪ คำกริยา+คำกริยา
接生 (ทำคลอด :รบั + คลอด)
失眠 (นอนไมห่ ลบั :เสยี + นอน)
4.วิธีประธาน – กริยา )คำแรกเปน็ ประธาน คำทีส่ องเปน็ บทกรยิ า (คำกริยา/คำคุณศพั ท์)
▪ คำนาม+คำกริยา
人造 (เทียม :คน + สร้าง)
地震 (แผ่นดนิ ไหว :แผ่นดนิ + สั่น)
▪ นาม+คำคณุ ศัพท์
年轻 (อายนุ ้อย :อายุ + เบา)
眼红 (อิจฉาตารอ้ น :ตา + แดง)
5.วิธีกริยา – สว่ นเสริม คำแรกเป็นกริยา คำที่สองบอกผล
▪ คำกริยา+คำกริยา
看见 (มองเหน็ :ดู + เหน็ )
推翻 (โคน่ ลม้ :ผลกั + ลม้ )
▪ คำกริยา+คำคุณศพั ท์
扩大 (ขยาย :ขยาย + ใหญ่)
提高 (ยกระดับสงู ขนึ้ :ยก + สงู )
6. วิธีซ้ำคำ
▪ 纷纷พ่อ
▪ 奶奶 ย่า
7. วิธีต่อเติม (附加式) ใช้รากศัพท์ผสมกับอุปสรรคหรือปัจจัย (ในที่นี้หมายถึงอุปสรรคหรือ
ปัจจัยแท้ที่ไม่แสดงความหมายในตัวมันเอง ซึ่งมีน้อยมากในภาษาจีน และความหมายอยู่ที่ราก
ศพั ท์)
49
สำนวนภาษาจีน
สำนวนภาษาจีน (Zhōng guó chéng yŭ 中国成语) เป็นคำกล่าวที่รู้จักกันโดยทั่วไป
หรือเป็นสุภาษิตที่พูดถึงเรื่องราวที่โด่งดังของจีนและเหตุการณ์ทางประวตั ิศาสตร์ สำนวนจีนไมไ่ ด้
เป็นแค่หัวใจสำคัญของการเรียนภาษาจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำให้เข้าใจในวัฒนธรรมจีนที่ไม่
สามารถประเมินค่าได้ สำนวนจนี น้ันมีรากลึกในมรดกและวัฒนธรรมดงั้ เดมิ ทำให้ภาษาจีนมีความ
สวยงามและน่าหลงใหล สำนวนจีนในแต่ประโยคนั้นมีความหมายลึกซึ้งและการที่รู้วิธีใช้จะช่วยให้
คุณพูดไดเ้ หมือนคนจีนจริงๆ
ความคุ้นเคยในสำนวนน้ันจะเป็นประโยชน์สำหรบั ชาวต่างชาติในการเพิ่มความน่าเชื่อถือใน
สังคมจีน แน่นอนว่า ไม่มีอะไรที่ทำให้คนจีนประทับใจไปมากกว่าสำนวนจีนที่ออกมาจากปากของ
ชาวต่างชาติอีกแลว้
สำนวนจีนนั้นมีเยอะมากๆด้วยจำนวนสำนวนที่อยู่ในพจนานุกรมมากถึง 20,000 รายการ
คนจีนทุกคนนั้นรู้จักสำนวน แต่จะแตกต่างออกไปในเรื่องของจำนวนสำนวนที่รู้ โดยจะขึ้นอยู่กับ
การศึกษา พรสวรรค์ ความชาญฉลาด และอืน่ ๆ
สำนวนนั้นเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมจีนถึงขนาดที่มีเกมชื่อว่า chéngyǔ jiēlóng (成
语接龙) ซึ่งเกี่ยวกับการที่ให้คนหนึง่ พูดสำนวนอะไรกไ็ ด้ขึ้นมา แล้วคนอื่นๆกต็ ้องคิดหาสำนวน
อื่นมาเพื่อเชือ่ มกับสำนวนแรก โดยที่ตัวอกั ษรสดุ ท้ายของสำนวนแรกและตัวอักษรแรกของสำนวน
ถดั มาตอ้ งเป็นตวั เดยี วกัน
สำนวนจีนโดยปกติแล้วจะประกอบไปด้วยภาษาจีนดั้งเดิมที่มีโครงสร้างหลักภาษาที่
แตกต่างไปจากภาษาจีนสมัยใหม่ สำนวนจีนส่วนใหญ่นั้นจะประกอบไปด้วย 4 ตัวอักษร ซึ่งบาง
ประโยคสามารถแยกเปน็ 2 กลุม่ ได้ คนจนี นิยมใช้สำนวนจีนท้ังในการพดู และเขียน เนื่องจากสำนวน
จีนเป็นเหมือนการสรุปความหมายแบบรวบรัดซึ่งทำให้ไม่ต้องใช้หลายคำ ตัวอย่างเช่น ลอง
พิจารณาสำนวนนี:้ 雪中送炭 xuě zhōng sòng tàn
สำนวนนีส้ ามารถแปลแบบตรงตวั ได้วา่ “ในหิมะเพื่อสง่ ถา่ น” แต่ความหมายจริงๆแลว้ นนั้ ไม่
มีอะไรเกี่ยวกบั “หิมะ” หรือ “ถา่ น” เลย แต่เกี่ยวกับการช่วยเหลอื ใครสกั คนในเวลาทีเ่ ขาต้องการ
โดยปกติแล้วจะมีที่มาของสำนวนอยู่ 3 แบบ แบบแรกคือมาจากนิทานโบราณและตาราง
ประวัติศาสตร์ แบบที่สองคือจากชาวพุทธและลัทธิขงจื๊อเช่นเดียวกับวรรณกรรมจีนเก่าแก่ และ
แบบสุดท้ายคือกลุ่มคำพดู ติดปากที่ค่อย ๆ จะมัน่ คงและถูกใช้ในบางเวลาแม้ว่าจะไม่ทราบที่มาจริง
50
ๆ ซึ่งในการจะใช้สำนวนจีนสำหรับสถานการณ์นี้ เราสามารถพูดได้ว่าภาษาจีนนั้นมีสำนวน
มากมาย”เหมือนกับขนของววั ตัวผู้”
การใช้สำนวนทีเ่ หมาะสมและถูกบริบทมีแนวโน้มที่จะทำให้ผู้ฟังประทบั ใจในเรื่องของระดับ
การศึกษาและความคลอ่ งในการพูด เนื่องจากสำนวนจีนน้ันใช้บอ่ ยในการพูดแบบเป็นทางการและ
การเขียนแบบระดับสูง เช่น บรรณาธิการหนังสือพิมพ์และการบรรยายต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็น
เหมือนสื่อกลางทีช่ ว่ ยในการเรียนรู้เพือ่ จะเปน็ ผนู้ ำที่ดีทีว่ นั ข้างหน้า
51
4. วรรณกรรมและสื่อบนั เทิงจีนในประเทศไทย
วรรณกรรมจีน-ไทย
การเผยแพรข่ องนยิ ายจนี กำลงั ภายในในประเทศไทย
นวนิยายจีนกำลังภายในเข้าสู่ประเทศไทยพร้อมกับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ซึ่งแบ่งเปน็
สามยุคตามจดุ หักเหและความเปล่ียนแปลงของการเผยแผ่ คือยคุ แรกกอ่ นปี พ.ศ. 2500 ยุคแรกนี้
การเผยแผย่ ังไม่ชัดเจนเนื่องจากลักษณะพิเศษของนวนิยายกำลังภายในไดป้ รากฏอยู่ในรูปแบบของ
นิยายอิงพงศาวดารต่อมาคือยุคเฟื่องฟูตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500-2543 ยุคที่สองนี้เป็นยุคเฟื่องฟูซึ่งมี
ฐานคนอ่านนวนิยายกำลังภายในมากมายจนก่อให้เกิดนักแปลนามอุโฆษ ในเวลาต่อมาและยุค
ปัจจุบันคือต้ังแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา ปี พ.ศ. 2543 เป็นปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของนวนิยาย
กำลังภายในเนื่องจากมีลิขสิทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้องและเริม่ แปลเป็นภาษาจีนกลางยุคที่สามนี้แม้จะไม่
โด่งดังเหมือนยุคเฟื่องฟู แต่นวนยิ ายกำลังภายในไมเ่ คยหายไปจากท้องตลาดนัน่ ก็หมายถึงว่ายังคง
มีคนติดตามอ่านอยา่ งตอ่ เนือ่ ง
ปัจจุบันนี้วรรณกรรมบนอินเทอร์เนต็ แพรห่ ลายเป็นอย่างมาก บางเรื่องได้รับความนิยมไม่
น้อย กล่าวได้ว่าการเผยแผ่ของนวนิยายกำลังภายในของจนั ในประเทศไทยน้ันจะดำเนินต่อไปตาม
การเปลย่ี นแปลงของยุคอย่างไม่หยุดย้ัง
วรรณกรรมจีน เร่อื ง“สามก๊ก-ไซ่ฮัน่ ”
เป็นเรื่องที่แปลขึ้นจากวรรณกรรมจีนซึ่งส่วนหนึ่งแปลผ่านฉบับแปลภาษาไทย แปลจาก
ฉบับของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) และไซ่ฮ่ัน กบั วรรณกรรมที่แปลจากภาษาจีนโดยตรงซึ่งมักแปล
จากนวนยิ ายกำลังภายใน เป็นทีโ่ ดง่ ดงั และนิยมอ่านกนั อย่างมาก
52
ภาพที่ 40 ตวั อยา่ งวรรณกรรมจีน เรอ่ื ง“สามกก๊ -ไซ่ฮ่นั ”
ที่มา: ดรุณี ธีระกิตติพงษ.์ 2551. การเผยแผข่ องนิยายจีนกำลังภายในในประเทศไทย.
วารสารศิลปศาสตรป์ รทิ ัศน์ 3,6 (กรกฎาคม-ธันวาคม) : 75-85.
http://arts.hcu.ac.th/upload/files/JournalLib/2551/8-3-6-51%5Bfull%5D.pdf
วรรณกรรมร่วมสมยั ต่างประเภท
นวนิยายไทยเรื่อง“ มงกุฎดอกส้ม”ดัดแปลงจากภาพยนตร์จีนเรื่อง “ตำนานรักใน
หอแดง (Raise the Red Lantern)”
เป็นนวนยิ ายที่มีความรุนแรงต่อผู้หญงิ ในสังคมวฒั นธรรมปิตาธิปไตยไทย-จีนในวรรมกรรม
ร่วมสมัยตา่ งประเภท ภาพแห่งความรนุ แรงตอ่ ผู้หญงิ ในสังคมวัฒนธรรมปิตาธิปไตยไทย-จีนซึ่งส่ือ
ความหมายของคำว่า“ ข้า (รับใช้)”“ (คุณ) ค่า” และ“ ฆ่า” ต่อตัวละครหญิงในนวนิยายและ
ภาพยนตร์ แบ่งได้ 2 ประเด็นหลักคือ ความรนุ แรงตอ่ ผู้หญงิ ในสงั คมวฒั นธรรมปิตาธิปไตยไทย-จีน
ในนวนยิ ายไทยเร่อื ง มงกุฎดอกส้ม และความรุนแรงตอ่ ผู้หญงิ ในสงั คมวฒั นธรรมปิตาธิปไตยจีน
ในภาพยนตร์จีนเรื่อง Raise the Red Lantern“ ตำนานรักในหอแดง” อนึ่งรูปแบบที่ตัวละคร
หญิงถูกกระทำความรุนแรงเกิดจากทั้งตัวละครชายและตัวละครหญิงนั้นแบ่งได้เป็น 4 ลักษณะ
ได้แก่ ความรุนแรงทางร่างกาย ความรุนแรงทางจิตใจ ความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงทาง
สังคม ซึ่งวรรณกรรม 2 เรื่องนี้ จะสะท้อนภาวะอปกติของสังคมทั้ง 2 ประเทศในขณะนั้นได้เป็น
อย่างดี
53
ภาพที่ 41 ตวั อยา่ งนวนิยายไทยเรอ่ื ง “ มงกฎุ ดอกสม้ ”
ทีม่ า: ณรงค์กรรณ รอดทรัพย์. 2556. . ข้า คา่ ฆ่า : ความรุนแรงตอ่ ผู้หญงิ ในสังคมวฒั นธรรม
ปิตาธิปไตย ไทย-จีนในวรรณกรรมรว่ มสมยั ต่างประเภท (Servant, Value, and Killing : Violence
towards Women in Thai-Chinese Patriarchical Society in Variety of Contemporary Literature)
วารสาร มฉก. วิชาการ 17, 33 (กรกฎาคม-ธนั วาคม), 165-180
http://journal.hcu.ac.th/pdffile/jn1733/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5
%E0%B9%88%2012.pdf
54
สือ่ บันเทิงจนี ในประเทศไทย
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ถือเป็นรายแรกในการนำซีรีย์
ละคร จากฝั่งจีนและฮ่องกงเข้ามาทำตลาดในไทยภายใต้การร่วมมือกับทาง ทีวีบีฯ และประสบ
ความสำเร็จ แต่ทว่าแค7่ 0% ของซีรียท์ ี่นำเข้ามาทำตลาดนี้มาจากฮ่องกงเป็นสว่ นใหญ่ เพราะซีรยี ์
ทีม่ าจากจีนแผ่นดนิ ใหญจ่ ริงๆเปน็ เพียงซีรีย์ทีส่ ื่อถึงจนี ยุคโบราณเกา่ แก่ ซีรีย์ละครเกี่ยวกบั จอมยุทธ์
หนังกำลังภายใน ส่งผลให้ภาพจำของคนดูชาวไทยเกี่ยวกับซีรีย์ทีม่ าจากจีนกลายเป็นภาพลักษณ์
โบราณมากกวา่ ความเป็นจนี สมยั ใหม่
ซีรียล์ ะครเก่ยี วกบั จอมยุทธ์ หนงั กำลงั ภายใน เช่น มงั กรหยก
ซีรียล์ ะครเก่ยี วกับสืบสวนสอบสวน เช่น เปาบุ้นจนิ้
นอกจากซีรีย์ที่มีตามโทรทัศน์แล้ว ยังมีสื่อกลางอยา่ งแอพพลิเคช่ันที่ดูซีรีย์ได้ซึ่งสร้างโดย
ประเทศจีน คือ iQiyi “อ้ายฉีอี้” WeTV. (วีทีวี) และ Viu (วิว) เป็นสื่อกลางที่ได้รับความนิยมอย่าง
ลน้ หลามจากฐานผชู้ มคนไทย ซึ่งเป็นแหล่งที่สามารถเข้าถงึ วัฒนธรรมได้อย่างงา่ ย
55
5. อิทธิพลทีม่ ีตอ่ การใช้ภาษาไทย
อิทธพิ ลภาษาจีนในปจั จบุ ัน
ภาษาจีนเป็นอีกภาษาที่คนทั่วโลกใช้กันมากรองลงมาจากภาษาอังกฤษ เหตุใดจึงมีคนใช้
ภาษาจีนเยอะและกลายเป็นภาษาที่คนสนใจอยากจะเรียนกนั มากขนึ้ คำตอบไมใ่ ช้เพราะประเทศจีน
มีประชากรเยอะเพียงอย่างเดียวแต่เพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจีนที่โตขึ้นอย่าง
รวดเร็วโดยมีการคาดการณ์ว่าจีนจะแซงเป็นเจ้าเศรษฐกิจโลกแทนที่ประเทศยักษ์ใหญ่อย่าง
สหรัฐอเมริกา และยังเข้ามามีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกในด้านการลงทนุ อีกทั้งการเข้ามาเป็นสว่ น
หนึง่ ของประชาคมอาเซียน ซึ่งจะมีผลตอ่ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคโดยเฉพาะในเขต
ทะเลจนี ใต้ ได้แก่ ประเทศเวียนนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรไู น และประเทศไทย ดังน้ัน
จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศจีนกำลงั เข้ามามีอิทธิพลตอ่ การค้าการลงทนุ ในอนาคต
ภาษาจีนกลางได้เข้ามามีบทบาทต่อตลาดแรงงานของไทยในทกุ ระดับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง
ของธุรกิจอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การติดต่อทำธุรกิจค้าขาย หรือการร่วมทุนกับนักธุรกิจชาว
จีนทั้งจากแผ่นดนิ ใหญ่ ไต้หวนั ฮ่องกง หรือ สงิ คโปรท์ ี่มอี ตั ราสว่ นทางการทำธุรกิจเพิม่ มากข้นึ เรื่อย
ๆ ทำให้มีความตอ้ งการบคุ ลากรทีม่ ีความรใู้ นการใช้ภาษาจีนกลางเพิ่มมากข้นึ เปน็ เงาตามตวั
การยืมคำภาษาจีนมาใช้ในภาษาไทยนั้น เราได้มาจากภาษาพูดไม่ใช่ภาษาเขียน เพราะ
ระบบการเขียนภาษาจีนตา่ งกับภาษาไทยมาก ภาษาจีนเขียนอักษรแทนคำเปน็ ตัว ๆ ไมม่ กี ารประสม
สระ พยัญชนะ คำภาษาจีนที่มีใช้ในภาษาไทย นำมาเป็นคำเรียกชื่อ เครื่องใช้แบบจีน ยาสมุนไพร
สัตว์ อาหาร เคร่ืองแตง่ กาย ธุรกิจการค้า มหรสพ และอืน่ ๆ
ภาษาจีนมีลักษณะคล้ายคลึงกับภาษาไทยมาก คือ เป็นภาษาคำโดด มีเสียงวรรณยุกต์ย
เมื่อนำคำภาษาจีนมาใช้ในภาษาไทยซึ่งมีวรรณยุกต์และสระประสมใช้จึงทำให้สามารถออกเสียง
วรรณยุกต์และสระตามภาษาจีนได้อย่างง่ายดาย คำภาษาจีนยังมีคำที่บอกเพศในตัวเช่นเดียวกบั
ภาษาไทยอีกด้วย เช่น เฮีย (พี่ชาย) ซ้อ (พี่สะใภ้) เจ๊ (พี่สาว) นอกจากนี้การสะกดคำภาษาจีนใน
56
ภาษาไทยยังใช้ตัวสะกดตรงตามมาตราตัวสะกดท้ัง 8 มาตราและมกี ารใช้ทณั ฑฆาต หรือตัวการันต์
ดว้ ย
หลักการสังเกตคำภาษาไทยทมี่ าจากภาษาจนี
1. นำมาเปน็ ชื่ออาหารการกิน เชน่ ก๋วยเตยี๋ ว เต้าทึง แป๊ะซะ เฉากว๊ ย จบั ฉา่ ย เปน็ ต้น
2. เป็นคำที่เกี่ยวกับสิ่งของเครื่องใช้ที่เรารับมาจากชาวจีน เช่น ตะหลิว ตึก เก้าอี้ เก๋ง
ฮวงซุ้ย
3. เป็นคำทีเ่ กี่ยวกับการค้าและการจดั ระบบทางการค้า เช่น เจ๋ง บ๊วย หุ้น ห้าง โสหุ้ย เป็น
ต้น
4. เป็นคำทีใ่ ช้วรรณยุกตต์ รี จตั วา เป็นสว่ นมาก เชน่ ก๋วยจบ๊ั กยุ๊ เก๊ เกก๊ ก๋ง ตุ๋น เปน็ ต้น
ภาพที่ 42 ตวั อยา่ งภาษาจีนในประเทศไทย
ทีม่ า: Narisablog. 24 พฤศจิกายน 2559. อิทธิพลภาษาจีนในปัจจุบนั . สบื ค้นเมือ่ 16
กันยายน 2564, จาก http://narisa407.blogspot.com/2016/11/blog-post.html
วิธีนำคำยมื ภาษาจีนมาใช้ในภาษาไทย
ไทยนำคำภาษาจีนมาใช้ โดยมากไทยเลยี นเสยี งจีนได้ใกล้เคียงกว่าชาติอื่น ๆ เช่น เกาเหลา
ตั้งฉ่าย เต้าทึง เต้าหู้ เต้าฮวย บะฉอ่ พะโล้ แฮก่ นึ้ เปน็ ต้น มีบางคำทีน่ ำมาตดั ทอนและเปลย่ี นเสยี ง
เช่น เตีย้ ะหลวิ -ตะหลวิ บ๊ะหมี่ -บะหมี่ ปุ้งกี-ปงุ้ กี๋
ตัวอยา่ งคำยืมทีม่ าจากภาษาจีน
57
อิทธพิ ลจนี
จนี มีอิทธิพลตอ่ ภาษาไทย
1. อิทธพิ ลต่อระบบเสียง
พบวา่ คำทีย่ ืมมาจากภาษาจีน เมื่อเข้ามาอยู่ในนภาษาไทยจะมีคำอยู่จำพวกหนึง่ ที่มีลักษณะ
เสียงผิดแผกไปจากระบบภาษาไทย คือ พยัญชนะเสียงระเบิด ไม่ก้อง ไม่มีลม ป ต จ ก อ จะ
ประสมวรรณยุกตต์ รี และจตั วา เช่น เก๋า โต๊ะ เกี๊ยว ซงึ่ แต่เดมิ ภาษาไทยไมม่ เี สยี งนี้
2. อิทธพิ ลตอ่ ระบบคำ
ภาษาไทยไม่ได้รับอทิ ธิพลภาษาจีนมาจากวรรณกรรมเท่านั้นแต่รับคำจากทางด้านการค้า
ขาย เช่น กกุ๊ ไชโป๊ แป๊ะซะ
3. อิทธพิ ลในเรอ่ื งสำนวน
คนไทยมีการแปลวรรณกรรมจีนมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 เรื่องสามก๊ก แต่การแปลนั้นไม่ได้
รักษาสำนวนจีนเอาไว้ แต่แปลเป็นสำนวนไทยและเลือกใช้คำให้เหมะสมกับที่เป็นวรรณกรรมจีน
เช่น หากจะเปรียบกับสัตว์ก็จะเป็นมังกร ในระยะหลังนี้ วรรณกรรมจีนเฟื่องฟูมาก โดยเฉพาะ
ประเภทกำลังภายในมีการแปลออกมามากทำให้เกิดสำนวนที่แปลกเกิดขึ้น เช่น มิกล้า นับถือ ๆ
ผู้น้อยขอคารวะผู้อาวุโส มิบังอาจ เกรงใจมากไปแลว้ ไมเ่ ห็นโลงศพไมห่ ลัง่ น้ำตา
ความสำคญั ของการศึกษาภาษาจีนกลางในประเทศไทย
จากการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และวัฒนธรรมส่งผลทำให้
สาธารณรัฐประชาชนจีนมีบทบาททั้งต่อภมู ิภาคเอเชียอาคเนย์และตอ่ ภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก ดังจะ
58
เห็นได้จากการที่องค์การสหประชาชาติได้จัดให้ภาษาจีนกลางเป็นหนึ่งในห้าภาษาหลักที่ใช้ในการ
ติดต่อส่อื สารขององคก์ ารสหประชาชาติ และดว้ ยความสำคัญของภาษาจีนกลางในเวทีโลกนี้เองที่
ส่งผลให้ภาษาจีนกลางเป็นภาษาต่างประเทศในอันดับต้นๆที่ได้รับความสนใจจากผู้เรียนภาษาใน
หลายประเทศทั่วโลกไม่น้อยไปกว่าภาษาสำคัญอื่น ๆ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส
ภาษาเยอรมัน ภาษาสเปนหรือ ภาษาญ่ปี ุน่
สำหรับการศึกษาภาษาต่างประเทศปัจจุบันในประเทศไทยนั้น เราจะเห็นได้ว่าภาษาจีน
กลางได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากการที่ภาษาจีน
กลางได้เข้ามามีบทบาทต่อตลาดแรงงานของไทยในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของธุรกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การติดต่อทำธุรกิจค้าขาย หรือการร่วมทนุ กับนักธุรกิจชาวจีนทั้งจาก
แผน่ ดนิ ใหญ่ ไต้หวนั ฮ่องกง หรือ สงิ คโปรท์ ี่มอี ตั ราส่วนทางการทำธรุ กิจเพิม่ มากข้นึ เรื่อย ๆ ทำให้มี
ความตอ้ งการบคุ ลากรทีม่ ีความรใู้ นการใช้ภาษาจีนกลางเพิ่มมากข้นึ เป็นเงาตามตวั
จากเหตผุ ลที่ได้กล่าวมาทำให้มีการจดั การเรียนการสอนภาษาจีนกลางในประเทศไทยของ
เราอย่างกว้างขวางท้ังในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยจะเห็นได้ว่ามีการสอนภาษาจีนกลางอยู่ใน
ทุกระดับ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และในระดบั มหาวิทยาลัย ตลอดจนสถาบัน
สอนภาษาเอกชนที่เปิดสอนภาษาจีนกลางให้กับผู้ที่สนใจทั่วไปอย่างไรก็ตามเราจะเห็นได้ว่า
สถานการณโ์ ดยรวมของการเรียนการสอนภาษาจีนกลางในประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิง่ ในระบบ
สถานศึกษาทั้งของรฐั และเอกชนนั้นยงั ไม่สามารถเรียกว่าประสบความสำเรจ็ เท่าใดนัก ทั้งนี้เพราะ
เหตปุ ัจจยั ที่เป็นอุปสรรคหลายประการ อันได้แก่ การขาดครูผู้สอนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ การ
ขาดหลักสูตรและนโยบายในการจัดการการเรียนการสอนภาษาจีนกลางที่ชัดเจนและดีเพียงพอ
และปจั จยั ทีเ่ กีย่ วกับความพร้อมของตวั ผู้เรยี นเอง
ในส่วนตัวของผู้เขียน การส่งเสริมการศึกษาภาษาจีนกลางให้ประสบความสำเร็จในประเทศ
ไทยนั้น การเน้นให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนขั้นพื้นฐานจัดได้ว่าเป็นหัวใจที่สำคัญที่สุดใน
การที่จะนำผู้เรียนไปสู่ความสำเร็จ ดังนั้นรัฐบาลและผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องควรต้องส่งเสริมให้มีการ
วิจัยการเรียนการสอนอย่างจริงจังเพื่อจัดเก็บข้อมูลให้เปน็ ระบบ สามารถนำมาใช้อ้างอิงเพื่อช่วย
อำนวยประโยชนใ์ ห้กับผู้เรียนและผู้สอนมือใหมไ่ ด้อย่างมีประสทิ ธิภาพมากยิง่ ข้ึน ดกี วา่ ที่จะเปิดการ
เรียนการสอนภาษาจีนกลางแบบไร้ทิศทางตามกระแส ซึง่ ขาดมาตรฐานในการชวี้ ัดและควบคุมจน
นำไปสกู่ ารเรียนการสอนที่สูญเปล่าอยา่ งที่เรากำลงั ประสบปัญหากันอยู่อย่างในทุกวนั นี้
59
บรรณานกุ รม
Narisablog. 24 พฤศจิกายน 2559. อิทธิพลภาษาจีนในปัจจบุ นั . สบื ค้นเมือ่ 16 กันยายน 2564,
จาก http://narisa407.blogspot.com/2016/11/blog-post.html
Thai Studies CU. ธรรมเนยี มจีนในวัฒนธรรมไทย. 29 ตุลาคม 2561. สบื ค้น 17 กนั ยายน 2564.
http://www.thaistudies.chula.ac.th/2018/09/29/%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8
%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8
%A1%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8
%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8
%A3%E0%B8%A1/
ความเปน็ มาของบางประเทศ. ประเทศจนี . สบื ค้น 16 กนั ยายน 2564. จาก
https://sites.google.com/site/khwampenmakhxngbangprathes/prathes-cin
โจโฉ. 23 มกราคม 2009. ความสำคญั ของการศึกษาภาษาจีนกลางในประเทศไทย.
สบื ค้นเมื่อ 16 กนั ยายน 2564, จาก https://www.gotoknow.org/posts/236881
ณรงค์กรรณ รอดทรัพย์. 2556. . ข้า คา่ ฆ่า : ความรุนแรงตอ่ ผู้หญงิ ในสังคมวัฒนธรรม
ปิตาธิปไตย ไทย-จีนในวรรณกรรมรว่ มสมยั ต่างประเภท (Servant, Value, and Killing :
Violence towards Women in Thai-Chinese Patriarchical Society in Variety of
Contemporary Literature) วารสาร มฉก. วิชาการ 17, 33 (กรกฎาคม-ธนั วาคม),
http://journal.hcu.ac.th/pdffile/jn1733/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0
%B8%B5%E0%B9%88%2012.pdf
ดรุณี ธีระกิตติพงษ์. 2551. การเผยแผ่ของนิยายจีนกำลงั ภายในในประเทศไทย.วารสารศิลปศาสตร์
ปรทิ ัศน์ 3,6 (กรกฎาคม-ธันวาคม) : 75-85.
http://arts.hcu.ac.th/upload/files/JournalLib/2551/8-3-6-51%5Bfull%5D.pdf
บรษิ ัทแกรนดท์ วั ร์ แอน เทรด จำกัด. ประวตั ิศาสตรจ์ นี . สบื ค้นวนั ที่ 16 กนั ยายน 2564
ประเทศจนี . สบื ค้น 16 กนั ยายน 2564.
https://grandtourchina.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7
%E0%B8%B2%E0%B8%A1/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A
60
7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A
A%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%
99/
วัฒนธรรมจีน. ด้านการรับประทานอาหาร. สบื ค้น 17 กนั ยายน 2564. จาก
https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/wathnthrrm-cin-3-1/wathnthrrm-dan-kar-
rab-prathan-xahar
วัฒนธรรมจีน. ด้านศาสนา. สบื ค้น 17 กันยายน 2564. จาก
https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/wathnthrrm-cin-3-1/dan-sasna
วฒั นธรรมจีน. วฒั นธรรมท้องถิน่ . สบื ค้น 17 กันยายน 2564. จาก
https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/wathnthrrm-cin-3-1/wathnthrrm-thxng-thin
วฒั นธรรมจีน. อาหารจีน. สบื ค้น 17 กนั ยายน 2564. จาก
https://hmong.in.th/wiki/Chinese_cuisine
สถานเอกอัครราชทตู ณ กรงุ ปักกิ่ง. ภาพรวมประเทศจนี . สบื ค้น 16 กันยายน 2564.
https://thaiembbeij.org/th/republic-of-china/overview-of-china/
เอสแอนดเ์ ค อินเตอร์เนช่นั นอล อิดูเคชนั่ . China ประเทศจนี . สบื ค้นเมือ่ 16 กันยายน 2564.
http://skeducation.com/china/