The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิถีชาวไทยเขมร- เกิดจากการวิจัย และลงพื้นที่ เป็นเรื่องที่น่าศึกษามา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Yasothara Siriphaprapagon, 2025-12-08 00:58:40

จวมกรู วัฒนธรรมไทยเขมร อัตลักษณ์ ความเชื่อและพิธีกรรม

วิถีชาวไทยเขมร- เกิดจากการวิจัย และลงพื้นที่ เป็นเรื่องที่น่าศึกษามา

Keywords: จวม,กรู,ชาวไทยเขม,ร,พิธีกรรม,ความ,เชื่อ

จวมในวัฒนธรรมไทย–เขมร : สัญลักษณ์ ความเชื่อ และพิธีกรรมดร.ยโสธารา ศิริภาประภากร ผู้เขียน


คำนำจากการเรียบเรียงหนังสือ “จวม” สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวไทยเขมร เกิดจากการที่ผู้เขียนได้ลงทำการวิจัยตามพื้นที่ต่างๆ และได้เดินทางไปหลายๆที่ในแถบอีสานใต้ เช่นจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศีรษะเกส อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ได้เห็นกลุ่มชนชาวไทยเขมร มีภาษาพูดเพื่อใช้ในการสื่อสารเป็นภาษาเขมร มีปรากฏอยู่มาก ในพื้นที่ สุรินทร์ กับบุรีรัมย์ ซึ่งในแถบนี้เคยมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน และน่าค้นหา น่าศึกษามากพื้นที่หนึ่ง เราได้เห็นความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ในเรื่องราว อาทิ ปราสาทพนมรุ้ง ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง พิธีกรรมบวงสรวง ทั้งด้านประวัติศาสตร์ด้านการเมือง การปกครอง เราจะได้เรียนรู้จากหนังสือที่บอกถึงเรื่องราวการสู้รบกันเพื่อการขยายอาณาเขตตามแต่ละที่จะปรากฏพัดเปลี่ยนเวียนวน วัน คืน เดือน ปี นับกันมาก็หลายเรื่อราวหลายยุคสมัย มาเป็นเวลายาวนาน แม้นแต่จังหวัดสุรินทร์ เองก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่ง ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ทั้งในเรื่อง การร่วมสู้รบกับเมืองต่างๆ การเข้ามาของกลุ่มชน อาทิเช่น ลาว กูย กวย ส่วย เขมร และกลุ่มชนอื่นลางเล็กน้อย เป็นพื้นที่ที่มีทั้งประวัติศาสตร์ด้านการปกครอง การสู้รบ การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การผสมผสานประเพณี และความเชื่อถือ ตลอดถึงความเชื่อที่มีต่อสางเหนือธรรมชาติ อำนาจศักดิ์สิทธิ์ วิญญาณ ภูตผี ไสยศาสตร์ ของขลังเป็นต้นสิ่งที่กล่าวมานี้ เพียงต้องการทบทวน ชี้มูล ที่มาของพื้นที่ทั้งสองจังหวัดนี้ว่ามีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน และน่าสนใจ จากการที่ผู้เขียนได้ลงพื้นที่ของกลุ่มชาวไทยเขมรนั้นปรากฏมีสิ่งหนึ่งที่น่าสนมาก เป็น สัญลักษณ์ที่ชาวไทยเขมร เรียกว่า จวม มีความหมายว่ากระโจม มีบทบาทหน้าที่สำหรับมาเป็นเครื่องบูชา กรู หรือ ครู ชาวไทยเขมรให้ความสำคัญต่อจวม หรือนำมาประกอบการบูชาแล้ว เรียกว่า จวมกรู สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมากต่อการดำเนินชีวิต มีอิทธิพลต่อร่างกาย และเป็นผลกระทบไปถึง จิตวิญญาณภายในผู้นั้นได้ เป็นสิ่งที่อัศจรรย์มากจากความคิดของผู้เขียนเอง จึงมีความประสงค์ที่จะรวบรวมข้อมูลที่เกิดจากการลงพื้นที่ในจังหวัดสุรินทร์ และบุรีรัมย์ ภาพ การสัมภาษณ์ การเก็บข้อมูลจากบุคคลผู้สูงอายุ และนักวิชาการ นักวิจัย นักปราชญ์ พระสงฆ์ และประชาชนผู้มีความเชื่อ และบูชาจวมกรูนี้ด้วย พร้อมทั้งเกิดประสบการณ์ตรง ด้วย จึงถือได้ว่า หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนมีความตั้งใจที่จะบรรจงเขียน รวบรวมขึ้นให้เป็นเล่มขึ้นมามีความลำบากมากพอสมควร เพราะ หนังสือ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ จวมกรูนี้ มีน้อยมากจึงต้องเป็นภาระต่อการที่ต้องลงเก็บข้อมูล สัมภาษณ์ ต่อกลุ่มเป้าหมายในที่ต่างๆ แล้วนำมารวบรวม เข้าสู่การวิเคราะห์ ไว้เป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ และพยายามอธิบาย บางอย่างที่ได้เก็บมาเพื่อเข้าสู่กระบวนการอธิบาย เพื่อให้ผู้สนใจ เกิดความเข้าใจให้ได้มากที่สุดเรื่องของ จวม หรือ อาจเรียกว่า จวมกรู ของชาวไทยเขมร นี้ผู้เขียนมีความรู้สึกว่าอยากเขียนเรื่องนี้มาก ตั้งแต่ผู้รู้ท่านหนึ่งได้เข้ามาอธิบายจนเกิดความอัศจรรย์ว่า เพียงวัตถุเล็กน้อยนี้ ทำไม! จึงมีความศักดิ์สิทธิ์อะไรได้ถึงขนาดนั้น และมีอิทธิพลต่อชนกลุ่มนี้ได้อย่างมากมาย เมื่อสืบถามไป ได้ปรากฏมีที่มา มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานมาก เกิดมาพร้อมๆๆเรา แต่จวม นี้ อยู่มานานแม้นเราได้ตายไปกันหลายครั้ง สิ่งเหล่านี้ก็ยังอยู่ จนปรากฏมาถึงปัจจุบันนี้


แต่ในยุคสมัยที่เราตัวเองว่า เป็นยุคแห่งความเจริญมากยุคหนึ่ง พุทธศักราช (2560) ค.ศ. 2017 เมื่อมองเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ปรากฏเห็น จวม หรือ จวมกรู ในบ้านหลังเล็กๆๆหลังนั้นเกิดความคิด อยู่น่าจะประมาณ 3 ความคิด ข้อยกตัวอย่างเช่น ตัวอย่างที่ 1 อาจคิดว่า นั้นคืออะไร มีความหมายว่าอะไร มีไว้ทำไม แสดงถึงอะไร แล้วทำไมต้องมี?ตัวอย่างที่ 2 อาจคิดว่า นั้นคืออะไร ดูตลกๆจัง เป็นอะไรหรือ ทำทำไม มีประโยชน์อะไร เกะกะ รก!ตัวอย่างที่ 3 อาจตั้งคำถามและต่อด้วย คำพูด ตามยุคสมัยว่า ของสิ่งนี้เป็นของยุคคนโบราณ ดั้งเดิม เป็นความเชื่อที่งมงาย ไร้สาระ ไม่มีประโยชน์อะไร โลกเราไปถึงไหนกันแล้ว ยังมางมงายอะไรกับของแบบนี้อีก เพราะแบบนี้เองถึงไปไม่ถึงกันเสียที!การตั้งประโยคทั้งคำถามและคำตอบ นี้ อาจเกิดขึ้นได้ ไม่มากก็น้อย เพราะบุคคลที่เกิดมาพร้อมกันแต่อาจมีความรู้ความเข้าใจที่ไม่เหมือนกันได้ ดังนั้น บางที่สิ่งที่เราเห็นเพียงพื้นผิว มันอาจเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามากเกินกว่าที่เราเข้าใจเสียอีก ดังนั้นผู้เขียนที่มีความสนใจสิ่งเหล่านี้ อาจเป็นแรงกระตุ้นเตือน หรือกำลังหาความหมายบางอย่างที่คนจำนวนมากกำลังมองข้าม หรืออาจจะเคยเห็นรู้ แต่ไม่ได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งก็เป็นได้ ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงเป็นอีกมิติหนึ่งทางด้านวัฒนธรรมความเชื่อของชาวไทยเขมรที่มีต่อ จวม ซึ่งเคยนับถือกันมานาน แม้นแต่ในยุคสมัยปัจจุบันนี้อาจเรียกตนเองว่าสมัยยุดที่เจริญมากแล้ว เมื่อรู้และเข้าใจแล้ว อาจหันกลับไปให้ความสนใจ และนำกลับมาฟื้นฟู อนุรักษ์ รักษา และหวงแหนว่าเป็นสิ่งสำคัญล้ำค่าที่จะนำกลับไป เชิดชูบูชาที่บ้านพร้อมกลับการให้ความสำคัญต่อสิ่งนี้เป็นพิเศษก็เป็นได้ ดร. ยโสธารา ศิริภาประภากร ผู้เขียน


1บทที่ 1 จวม ที่มาและความเชื่อในอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของชาวไทยเขมร1.1 ความหมายของ จวมจวม หมายถึง กระโจม ส่วนยอด ส่วนบน แสดงถึงลักษณะรูปทรง บางอย่างที่ให้ความหมายเป็นนัยยะ สื่อถึงสิ่งบางอย่าง เพื่อบอกถึงความหมาย จวมในที่นี้ เป็นการบอกถึงความหมายนัยยะที่ซ่อนอยู่ภายใน เป็นลักษณะภายนอกเป็นรูปทรง ถึงลักษณะที่เป็นส่วนยอดสิ่งเคารพบางอย่าง หรือย่อส่วนสิ่งบางอย่างที่เป็นส่วนบนยอด ด้านบน ที่มีความหมายว่าสูงสุด สูงส่ง ตามความหมายของ จวม มีความหมายถึง กระโจมที่มีเครื่องประกอบเข้าด้วยกัน เป็นเครื่องบูชาอย่างหนึ่ง ภายในบรรจุด้วยสิ่งหลายอย่างที่เป็นเครื่องบูชา อาทิ เทียน หมากพลู น้ำหอม เป็นต้น ตามความหมายของ จวม ที่มาของส่วนยอด ส่วนบน ตามนัยยะนี้ ได้ให้ความหมายพอเป็นที่รู้จัดได้และพอเข้าใจได้ มีความหมายที่บอกถึง จวม เป็นลักษณะบางอย่างที่ย่อมาจากสิ่งที่มาจากที่สูง โดยการยกที่มา นั้นคือ เจดีย์ ปราสาท ว่าลักษณะของจวม มีที่มาเป็นลักษณะเหมือนเป็นส่วนย่อมาจากสิ่งเหล่านั้นประดุจว่า เสมือนเป็นที่ประทับ สถิต ของสิ่งสูงส่ง เช่น เทพ เทวดา อำนาจศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น1.2 ความสำคัญของจวมจวมได้ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องเคารพบูชาหลายอย่าง เป็นสิ่งสำคัญที่ชนกลุ่มหนึ่งให้ความสำคัญในเชิญ ตัวแทน เสมือน สัญลักษณ์ และเครื่องประกอบในพิธีกรรมบางอย่างที่ชาวไทยเขมรเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ ความสำคัญในที่นี้ที่ได้ถูกนำไปเป็นสิ่งสำคัญ นั้นคือ จวม ความสำคัญของจวมได้ถูกนำวางไว้ด้านบน อาทิเช่น หัวนอน หิ้งของรักษา สถานที่หนึ่ง จำเป็นมากและสิ่งสำคัญนั้นคือ จวม จะถูกนำไว้ที่สูงเสมอ เมื่อนำลงมาจะเนื่องด้วยโอกาส เวลา วาระ ที่สำคัญเท่านั้น อาทิเช่น พิธีไหว้ครูประจำปี เซ็นของ


2รักษา เปลี่ยนเมื่อเกิดการชำรุด เท่านั้น เพราะความสำคัญของจวม นี้ จำเป็นและสำคัญยิ่งที่จะต้อง สมบูรณ์ตลอดทั้งปี นั้นหมายถึงการให้ความสำคัญที่ชาวไทยเขมร มีต่อ จวม เป็นต้น 1.3 ทำไมต้องมีจวมฐานคตินี้ได้ตั้ง ความหวัง และความหมาย เพื่อหาคำตอบ ที่มา และความหมายในการตั้งข้อสรุป ตามลักษณะความเชื่อที่มีต่อ จวม นี้ มีการกล่าว ถาม – ตอบ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์เดียวกัน ถ้าสังเกตแบบเชิงสังเกต เราหมายความที่จะถามว่า และตอบ ในประโยชน์เดียวกัน เพื่อชี้ให้เห็นถึงการตั้งคำถามว่า ทำไม ประโยคคำถาม ว่า ทำไมต้องมีจวม เมื่อเราตั้งคำถามเช่นนี้ เราจะถามต่อไปอีกว่า ทำไมเรายังต้องอาศัยบ้านเรือน หรือที่อยู่ เพื่ออาศัย มันอาจเป็นทั้งประโยคคำถามและน่าจะเป็นคำตอบ ซึ่งอาจจะเป็นคำตอบ ที่เราไม่ได้ตอบเอง แต่ทำไมจึงเป็นคำตอบที่สำเร็จรูปโดยยังไม่หาคำตอบด้วยซ้ำ เหตุผลที่มีคำตอบเช่นนี้ นั้นเพราะว่า จวม เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ และมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของชาวไทยเขมรมากเป็นที่สุด นานมาแล้วหลายยุคสมัยที่พื้นที่แถบนี้แถบเป็นราชอาณาจักรแห่ง อริยธรรมขอมโบราณ หลายยุคสมัยนั้นได้นับถือและมีความเชื่อต่อเทพเจ้าต่างๆ ตลอดถึงอำนาจวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ หรืออำนาจเหนือธรรมชาติ จาการนับถือหลายยุคหลายสมัย เป็นวงจร โครงสร้าง เป็นระบบความเชื่อถือที่ตนมีต่อสิ่งเหล่านั้น เมื่อซึมซับเข้ามา ก็กลายเป็นการดำเนินชีวิต ที่จำต้อง กิน นอน เครื่องนุ่งห่ม อาหาร จารีต ข้อปฏิบัติ ความเชื่อ และพัฒนาการให้เกิดมี พิธีกรรม ขึ้น เพื่อตอบสนองความคิด ความเชื่อที่ตนมีต่อสิ่งเหล่านั้น ดังนั้นฐานคติของชาวไทยเขมร ที่ได้รับจากศาสนาพราหมณ์ ฮินดู และผสมผสานเข้ากับวิญญาณนิยม มาหลายยุคสมัยที่มีความเกี่ยวข้อง เกี่ยวพันธุ์กับ เทพเจ้า (god) อำนาจเหนือธรรมชาติ (supernatural power)วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นตามพื้นเพ ความเชื่อที่ได้รับการสืบทอดมาหลายชั่วอายุคน กล่าวได้ว่า ชาวไทยเขมร มีความผูกพันธุ์กับเทพเจ้า เทวดา วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ อำนาจเหนือธรรมชาติ (supernatural power) ในลักษณะสิ่งสำคัญ ความนับถือ ที่ตนมีให้ต่อเทพเจ้าและอำนาจเหนือธรรมชาติต่างๆ ชาวไทยเขมรในสมัยโบราณได้นับถือเทพเจ้า เทวดา ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในแถบอีสานใต้ มีการสร้างองค์ปราสาท วิหาร เพื่ออุทิศถวายแด่เทพ


Click to View FlipBook Version