กระบวนทศั นพ์ ระพุทธศาสนา
กับการแกป้ ญั หาด้านสิ่งแวดล้อม
ครุศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ การสอนสังคมศึกษา รุ่นที่ 2
เสนอ : ดร.สรุ ชยั แกว้ คณู
อาจารยผ์ สู้ อนประจาวิชา
จดั ทาโดย : นิสติ หลักสตู รครศุ าสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวชิ าการสอนสงั คมศึกษา รุ่นท่ี 2
กลุม่ 3 กระบวนทัศน์พระพทุ ธศาสนากับการแก้ปญั หาด้านสง่ิ แวดลอ้ ม
ลาดับที่ รหสั นสิ ติ ชอ่ื - ฉายา นามสกลุ
1
2 6401102104 พระมหากวีพัฒน์ ฐิติโสภโณ (ยารังษ)ี
3
4 6401102106 พระปลัดฐติ นิ นั ช์ ญาณวีโร (เมธานัฏวรภทั ร)
5
6 6401102111 พระครใู บฎีกาธนู ธนวฑฺฒโน (เนียมวงศ)์
7
6401102116 พระยทุ ธนา มาลาวโํ ส (มาลาวงษ)์
6401102121 พระมหาอุทิศ ธีรวโร (โคตรพันธ)์
6401102130 นางสาวนภสั วรรณ บญุ ยัษเฐียร
6401102132 นางสาวรพีพรรณ มนตอ์ ารักษ์
ประเทศไทยน้นั เปน็ สงั คมหนงึ่ ซึ่งยอมรับพระพุทธศาสนา และ
ได้รับการหล่อหลอมจากหลักธรรม คาสอนในพระพุทธศาสนามา
ยาวนาน วิถีชีวิตของคนไทยส่วนใหญ่ตั้งแต่กาเนิดจนถึงตาย จึงเก่ียว
โยงสัมพันธ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระพุทธศาสนา แต่เม่ือสังคม
โลกเปิดกว้างขึ้นทั้งในด้านสื่อสารมวลชน เศรษฐกิจ การเมืองและ
วัฒนธรรม จึงเป็นเหตุผลสาคัญท่ีนาพาให้สังคมไทยก้าวเข้าไปสู่
กระแสแห่งยคุ โลกาภวิ ตั น์ ส่งผลให้สังคมไทยต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติ
ในหลายๆ ด้าน
จดั ทาโดย : นสิ ิตหลักสูตรครศุ าสตรดุษฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าการสอนสงั คมศึกษา มจร รุ่นที่ 2
พระพุทธศาสนา จึงเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ท่ีจะสามารถนา
หลกั การสาคัญท่ีมอี ยูใ่ นพระไตรปิฎกมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาใน
แบบองค์รวม เพื่อจะทาให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างครบวงจร อันจะ
สง่ ผลดีกับการแก้ไขปัญหาวิกฤตติ ่างๆ ของสังคมไทยตอ่ ไป
จัดทาโดย : นสิ ติ หลักสูตรครศุ าสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา มจร รุ่นท่ี 2
วิกฤติต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนโยงใยถึงกันเป็นลูกโซ่ เป็นปัจจัย
เก้ือหนุนซึ่งกันและกัน เม่ือเกิดวิกฤติขึ้นในด้านใดด้านหน่ึงของสังคมน้ัน
หมายถงึ ว่า ผลพวงจากวกิ ฤติน้ันย่อมกระทบต่อระบบในสังคมนั้นด้วย เช่น
บ้านเมืองปัจจุบันเกิดภาวะวิกฤติ เพราะเป็นผลกระทบจากภาวะทาง
เศรษฐกิจทรุดตัว นักการเมือง บุคคลในสังคมหวังเพื่อจะกอบโกย
ผลประโยชน์เป็นส่วนตัวมากขึ้น ประชาชนอดอยากมากข้ึน จึงเป็นภาวะ
วิกฤติทางสังคมเมื่อบุคคลในสังคมมีมากขึ้นความเห็นแก่ตัวมากขึ้น สภาพ
ส่ิงแวดล้อมรอบตัวจึงไม่มีคนเอาใจใส่ดูแลจนเกิดเป็นภาวะวิกฤติทาง
สิ่งแวดล้อม ถึงเวลาแล้วท่ีสังคมไทยจะต้องนากระบวนทัศน์ทาง
พระพุทธศาสนามาปรับใช้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ
ในขณะนี้
จดั ทาโดย : นสิ ติ หลักสตู รครศุ าสตรดษุ ฎีบัณฑิต สาขาวิชาการสอนสงั คมศกึ ษา มจร รุ่นท่ี 2
วิกฤติส่งิ แวดล้อม
สิ่งแวดล้อม คือ ทุกสิ่งทุกอย่างท่ีอยู่รอบตัวมนุษย์ท้ังที่มีชีวิต
และไม่มีชีวิต รวมท้ังท่ีเป็นรูปธรรม (สามารถจับต้องและมองเห็นได้)
และนามธรรม (ตัวอย่างเช่นวัฒนธรรมแบบแผน ประเพณี ความเชื่อ)
มีอิทธิพลเกี่ยวโยงถึงกัน เป็นปัจจัยในการเก้ือหนุนซ่ึงกันและกัน
ผลกระทบจากปัจจัยหน่ึงจะมีส่วนเสริมสร้างหรือทาลายอีกส่วนหน่ึง
อย่างหลีกเล่ียงมไิ ด้ สิ่งแวดล้อมเป็นวงจรและวัฏจักรท่ีเกีย่ วข้องกนั ไป
ทงั้ ระบบ
จัดทาโดย : นสิ ติ หลกั สตู รครศุ าสตรดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าการสอนสงั คมศกึ ษา มจร รุ่นท่ี 2
ปญั หาสงิ่ แวดล้อม
หมายถึงปัญหาความเสื่อมโทรมในเชิงคุณภาพและปริมาณ
ของส่ิงแวดล้อมทั้งที่เป็นสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพและส่ิงแวดล้อมทาง
เศรษฐกิจและสังคม อันมีสาเหตุมาจากการกระทาของมนุษย์
โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ จากการพฒั นา
ปัญหาสิ่งแวดล้อมมีอยู่สองลักษณะด้วยกันคือ ความเสื่อม
โทรมของทรัพยากรธรรมชาติในรูปของการร่อยหรอหมดไปและความ
เส่ือมโทรมของคุณภาพส่ิงแวดล้อมรอบตัวมนุษย์ที่เรียกว่า ภาวะ
มลพษิ
จัดทาโดย : นิสิตหลกั สตู รครศุ าสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวชิ าการสอนสังคมศึกษา มจร รนุ่ ท่ี 2
จดั ทาโดย : นสิ ติ หลกั สูตรครศุ าสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา มจร ร่นุ ท่ี 2
ปญั หาความสูญเสยี ดลุ ยภาพของสง่ิ แวดลอ้ ม
มลพิษทางอากาศ มาจากก๊าซหลายชนิด เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์
คาร์บอนมอนนอกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ ออกไซด์ของไนโตรเจน สาร
ไฮโดรคาร์บอนต่าง ๆ รวมทั้งอานุภาคบางชนิดและไอของตะกั่ว โรงงาน
อุตสาหกรรมและยวดยานพาหนะ ยิ่งหนาแน่นมากเท่าไร มลพษิ ในอากาศก็เพ่ิม
มากเท่านนั้
มลพิษทางน้า น้าในแม่น้าลาคลองปัจจุบันเน่าเสีย มีแนวโน้มมากข้ึน
เพราะมนุษย์ได้ท้ิงขยะ สารเคมี ปุ๋ย ซากสัตว์ น้าสกปรกจากโรงงาน ผงซักฟอก
ฯลฯ มนษุ ย์จงึ ต้องเผชญิ กบั น้าไม่บริสุทธท์ิ ี่ตนใช้ยังชีพและมนุษย์ก็ยังรู้ดตี ่อไปวา่
น้าเป็นสิ่งสาคัญในชีวิตอย่างหนึ่ง และน้าที่ตนใช้ยังชีพกาลังจะเป็นพิษขึ้นทุกที
แต่มนษุ ย์ก็ไม่หยุดยั้งในการทาน้าให้เป็นพิษ เพราะความละเลย ความเห็นแก่ตัว
มักง่าย และความไม่เอาใจใส่ของมนุษย์น่ันเอง แม่น้าลาคลองต่าง ๆ จึงเน่า
เหมน็ เปน็ จานวนมาก
จดั ทาโดย : นสิ ิตหลกั สูตรครศุ าสตรดุษฎบี ัณฑิต สาขาวิชาการสอนสงั คมศึกษา มจร ร่นุ ท่ี 2
ปญั หาความสูญเสยี ดลุ ยภาพของสงิ่ แวดล้อม
มลพิษทางดิน การที่ดินเกิดภาวะมลพิษมีท่ีมาจากหลายสาเหตุ เช่น
มูลของสัตว์ การใช้ปุ๋ยเกินพอดี ตะกอนของเกลือ สารเคมี โดยเฉพาะขยะมูล
ฝอย ถ้ากองท้ิงไว้จะเกิดการสลายตัวทาให้เกิดสารอินทรีย์และ อนินทรีย์ พอฝน
ตกลงมาน้าก็จะไหลไปบริเวณข้างเคียง สารต่าง ๆ ก็ตามไปด้วย ทาให้ละแวก
นั้นมีพิษไปด้วย นอกจากนี้ขยะบางอย่างก็ยากต่อการทาลายหรือทาลายเพียง
บางส่วน ซง่ึ ถ้าท้งิ ไว้ท่ีใดกม็ ักจะคงอย่ใู นสภาพเชน่ นน้ั
มลพษิ ทางอุณหภูมิ โลกปัจจุบัน นับวนั อากาศจะแปรปรวนไปจากเดิม
เพราะมนุษย์มีการประดษิ ฐ์คิดค้นส่ิงประดษิ ฐ์ต่าง ๆ ท้ังท่ีเป็นการเสริมสร้างและ
ทาลายมนุษย์ เช่น ระเบิดไฮโดรเจน ฝนเทียม การถางป่าตัดต้นไม้ ขาดความ
เย็น หรือการอยู่ในเมืองอย่างแออัดไม่มีต้นไม้ทาให้ฝนไม่ตก หรือความร้อนจาก
อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องจักรต่าง ๆ
ตลอดจนความรอ้ นจากดวงอาทิตย์ เป็นตน้
จัดทาโดย : นิสติ หลักสตู รครศุ าสตรดุษฎบี ัณฑิต สาขาวชิ าการสอนสงั คมศกึ ษา มจร รุ่นท่ี 2
สาเหตุของปัญหาส่งิ แวดล้อม
การเพิ่มของประชากร (Population growth) ปริมาณการเพ่ิมของ
ประชากรก็ยังอยู่ในอัตราทวีคูณ (Exponential Growth) เมื่อผู้คนมากขึ้น
ความต้องการบริโภคทรัพยากรก็เพ่ิมมากขึ้นทุกทางไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร ที่
อยูอ่ าศยั พลงั งาน
การขยายตัวทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี
(Economic Growth & Technological Progress) ความเจริญทางเศรษฐกิจ
นัน้ ทาใหม้ าตรฐานในการดารงชีวติ สูงตามไปด้วย มีการบริโภคทรัพยากรจนเกิน
กว่าความจาเป็นขั้นพื้นฐานของชีวิต มีความจาเป็นต้องใช้พลังงานมากขึ้นตาม
ไปด้วย ในขณะเดียวกันความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีก็ช่วยเสริมให้วิธีการ
นาทรัพยากรมาใช้ได้งา่ ยข้ึนและมากขนึ้
จดั ทาโดย : นสิ ติ หลกั สตู รครศุ าสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวิชาการสอนสงั คมศึกษา มจร รุ่นท่ี 2
พระพุทธศาสนากบั การแกป้ ญั หาสง่ิ แวดล้อม
พระสงฆ์ในฐานะเป็นองค์กรหนึ่งของสังคม ในการช่วยแก้ไข
ปัญหาส่ิงแวดล้อมท่ีกาลังดาเนินไปอยู่ในปัจจุบันน้ี ก็ควรจะได้ทา
ความเข้าใจเรื่องความหมาย ขอบข่าย และสาเหตุของการทาลาย
สิ่งแวดล้อมเสียก่อนแล้วจึงแสวงหาจดุ ที่เหมาะสมว่า พระสงฆ์ควรจะ
ยืนอยู่ตรงไหนจึงจะเหมาะสมกับการให้ความร่วมมือในการแก้ไข
ปญั หาส่ิงแวดลอ้ ม
จัดทาโดย : นิสิตหลกั สตู รครศุ าสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าการสอนสังคมศึกษา มจร รุน่ ท่ี 2
พระพุทธศาสนากบั การแกป้ ญั หาสิ่งแวดล้อม
หากมองปัญหาตามแนวพุทธศาสนาเราก็พบว่าขณะน้ีธาตุ 4 คือ ดิน
น้า ไฟ ลม กาลังมีปัญหาซ่ึงอาจจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นทุกวันจนเข้าขั้นวกิ ฤตขึ้น
ไม่วันใดก็วันหน่ึง ชีวิตมนุษย์ตามพุทธทัศนะประกอบข้ึนมาจากธาตุดิน น้า ไฟ
ลม ตามกฎของธรรมชาติ ต้องอาศัย ธาตุ 4 ที่ส่งเข้าไปสู่ร่างกายและถ่ายเท
ออกมาตอ้ งบริสุทธ์ิและสมดุล ร่างกายจึงจะดารงอยู่ไดอ้ ย่างปกติสุข ถ้าหากเสีย
ดุลบ้างเล็กน้อย ร่างกายก็จะแสดงปฏิกิริยาออกมาในรูปของความอ่อนแอหรือ
ป่วยไข้ ถ้ารุนแรงชีวิตจะแตกสลายทันที หากสิ่งแวดล้อมยังอยู่ในสภาพวะปกติ
บรสิ ทุ ธ์ิ สดใสตามธรรมชาติ ชวี ติ มนษุ ยก์ ็พลอยพบกับความสุขสดชื่นไปดว้ ย แต่
ถา้ เม่ือไรมคี วามแปรปรวนมากๆ ชวี ิตมนุษย์ก็จะประสบทกุ ขม์ ากยิง่ ข้นึ
จดั ทาโดย : นิสิตหลกั สตู รครศุ าสตรดษุ ฎีบัณฑิต สาขาวิชาการสอนสงั คมศึกษา มจร รนุ่ ท่ี 2
พระพุทธศาสนากบั การแกป้ ัญหาส่ิงแวดล้อม
ในอดีตวิถีไทย คือวิถีแห่งธรรม เพราะธรรม คือแนวทางท่ีสอนให้
มนุษย์สร้างดุลยภาพแห่งชีวิตระหว่างตน ชุมชนและธรรมชาติรอบ ตัวว่าควร
จะดาเนินชีวิตให้สอดคล้องสมดุลอย่างไร ตามความเชื่อ ตามวิถีทางพระ
ศาสนาของตนอย่างไร แต่ ณ ปัจจุบันนี้ธรรม น้ัน ได้ผันแปร เปลี่ยนแปลงไป
แลว้ เมื่อมนุษย์หนั หลังทีจ่ ะเข้าใจธรรมชาติ อย่กู บั ธรรมชาติ อันเป็นแม่บทแห่ง
ธรรมมากขึ้น แล้วมุ่ง หน้าตักตวงทาลาย ธรรมชาติอย่างตะกละตะกลาม เม่ือ
มากเข้านานเข้าก็ยากท่ีธรรมชาติจะทานทนได้หรือ เพียงพอกับความโลภ อัน
ไร้ขดี จากัดของมนษุ ย์
จัดทาโดย : นสิ ิตหลักสูตรครศุ าสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวชิ าการสอนสงั คมศึกษา มจร รุ่นท่ี 2
พระพุทธศาสนากบั การแกป้ ญั หาส่ิงแวดลอ้ ม
ยิ่งเม่ือวิถีชีวิตมนุษย์ เดินทางห่างไปจากธรรมชาติ หลงใหลใน
เทคโนโลยีนาพา อตุ สาหกรรมเข้ามา ทาลายสิง่ แวดล้อม ทาลายดุลยภาพทีเ่ คย
สอดประสานเป็นวิถีชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติภัยแห่งผลพวงน้ันก็เร่ิม
ลุกลามดุลยภาพแห่งชีวิตนั้นจะขาดวิถีแห่งธรรมเสียมิได้ เพราะธรรมคือกรอบ
คิดหลักท่ีวางกระบวนการดาเนินชีวิต วางความหมาย แห่ง คุณค่าให้เป็นไป
อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติ อันสงบและเรียบง่าย เน่ืองจากปัจจุบันป่าต้นน้า
ถูกทาลาย ถูกบุกรุกแผ้วถางมากมาย ซงึ่ ทั้งหมดล้วนมาจากผลกระทบของการ
พัฒนาอย่างไม่ย่ังยืน อันขัดกับหลัก ปฏิบัติตามวิถี ชาวพุทธท่ีอยู่พอเพียงและ
เคารพธรรมชาติ
จดั ทาโดย : นสิ ติ หลักสูตรครศุ าสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวิชาการสอนสงั คมศึกษา มจร รนุ่ ท่ี 2
การอนุรกั ษ์ส่งิ แวดลอ้ ม
การอนุรักษ์ หมายถึง การเก็บรักษา สงวน ซ่อมแซม
ปรับปรุงและใช้ประโยชน์ตามความต้องการอย่างมีเหตุผลต่อ
สิ่งแวดล้อม เพ่ือเอื้ออานวยให้เกิดคุณภาพสูงสุดในการสนองความ
เป็นอยู่ของมนุษย์อย่างถาวรต่อไป หลักการอนุรักษ์ การที่จะให้บรรลุ
เป้าหมาย คือ การท่ีจะทาให้มีทรัพยากรธรรมชาติไว้ใช้และอยู่คู่กับ
โลกตลอดไปนน้ั มีหลักการอนรุ กั ษ์ 7 ประการ คอื
จัดทาโดย : นสิ ิตหลกั สตู รครศุ าสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวชิ าการสอนสงั คมศึกษา มจร รุ่นท่ี 2
การอนุรกั ษ์ส่งิ แวดลอ้ ม
1) ใช้อย่างฉลาด การจะใช้ ต้องพิจารณาให้รอบคอบถึงผลดี
ผลเสีย ความขากแคลนหรือความหายากในอนาคต อีกทั้งพิจารณาหลัก
เศรษฐศาสตรถ์ งึ ต้นทุนและผลตอบแทนอย่างอย่างครบถ้วน
2) ประหยัด (เก็บ รักษา สงวน ) ของท่ีหายาก หมายถึง
ทรพั ยากรใดทีม่ ีนอ้ ยหรือหายาก ควรเก็บรักษาไวม้ ิให้สูญไป บางครั้งถ้ามี
ของบางชนิดทีพ่ อจะใชไ้ ด้ ต้องใช้อย่างประหยัด
3) ฟ้ืนฟูส่ิงแวดล้อมท่ีไม่ดีหรือเส่ือมโทรมให้ดีข้ึน (ซ่อมแซม
ปรับปรุง) กล่าวคือ ทรัพยากรใดก็ตามมีสภาพล่อแหลมต่อการสูญเปล่า
หรือจะหมดไปถ้าดาเนินการไม่ถูกต้องตามหลักวิชา ควรหาทางปรับปรุง
ให้อย่ใู นลกั ษณะทดี่ ขี ้นึ
จัดทาโดย : นิสิตหลักสูตรครศุ าสตรดุษฎบี ัณฑิต สาขาวชิ าการสอนสงั คมศึกษา มจร ร่นุ ท่ี 2
การอนรุ กั ษส์ ิ่งแวดล้อม
4) ปรบั ปรงุ ใหด้ ีกวา่ สภาพธรรมชาตเิ ดิม เช่น การปฏิรูปท่ีดิน การปลูก
พืชหมนุ เวียน หลายอยา่ งจะทาใหด้ ินดีขน้ึ
5) นาของใชแ้ ล้วกลบั มาใช้ใหม่ เช่น การนาขวดน้าพลาสติก กระดาษ
หรือเศษเหล็กเป็นตน้ กลับมาใช้ใหม่
6) ใชส้ ่งิ อื่นทดแทนทรพั ยากรธรรมชาตบิ างอย่าง เช่น ใช้แกลบข้ีเลื่อย
และขยะเปน็ เชื้อเพลิง การใชป้ ูนซเี มนต์ในการกอ่ สร้างแทนไม้
7) ใช้เทคโนโลยที ี่เหมาะสมในการพัฒนา และตอ้ งศึกษาผลไดผ้ ลเสียอ
ยางรอบคอบเสียกอ่ น เชน่ การสรา้ งโรงไฟฟ้า หรอื เขือ่ น เป็นตน้
จัดทาโดย : นสิ ติ หลักสูตรครศุ าสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต สาขาวิชาการสอนสังคมศกึ ษา มจร รุ่นท่ี 2
การแกป้ ัญหาส่งิ แวดล้อมในทางพระพุทธศาสนา
พระพุทธเจา้ ทรงสอนให้คนดาเนินชีวิตให้สมดลุ กับธรรมชาติโดยวิธตี อ่ ไปน้ี
การกินให้น้อย ท่านสอนให้กินเฉพาะเท่าที่จาเป็นต่อการดารงชีพ
เพราะการกระทาดังกล่าวจะทาลายธรรมชาติน้อยลง ซึ่งจะช่วยลดมลภาวะลง
ดว้ ย
การอยู่อย่างผสมกลมกลืนกับธรรมชาติ คนและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อยู่
ภายใต้กฎของธรรมชาติ อันได้แก่ การเกิด แก่ เจ็บ และ ตาย ถ้าทุกชีวิตอยู่
ด้วยกนั อย่างผสมกลมกลืน เขากจ็ ะไม่ไปรบกวนสทิ ธขิ องผูอ้ ่ืน
การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาด พระพุทธเจ้าสอนให้คนใช้
ธรรมชาติในการพัฒนาจิตใจ พฤติกรรม และศีลธรรมของตนเอง ดังน้ันคนต้อง
เรยี นรู้การใชท้ รพั ยากรอยา่ งฉลาด
จัดทาโดย : นิสิตหลักสตู รครศุ าสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต สาขาวชิ าการสอนสังคมศึกษา มจร รุน่ ที่ 2
พทุ ธจรยิ ธรรมเพ่อื สิง่ แวดลอ้ ม
พระพทุ ธศาสนาเชอ่ื วา่ ศลี ธรรมของมนษุ ยส์ ามารถส่งผลกระทบไปถงึ สง่ิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติ
เพราะว่า ในทัศนะของพระพทุ ธศาสนา สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติไม่ใช่เป็นสิ่งท่ีแยกขาดจากการกระทา
ของมนุษย์ เป็นการมองระบบนิเวศวิทยาอย่างเป็นเครือข่าย เป็นระบบท่ีบอกเราว่า มนุษย์จะเพิกเฉยต่อ
ผลกระทบถึงสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ อันเนื่องมาจากการกระทาของพวกเขาไม่ได้ หลักธรรมสามารถ
นามาประยุกตใ์ ช้ในการอนุรักษ์และพัฒนาสิง่ แวดล้อมมดี งั นี้
1. หลักการทากุศลกรรมที่มีอานิสงส์ เช่น การปลูกต้นไม้ , การขุดบ่อ
นา้ เป็นตน้ ซงึ่ ผลดีแก่ผทู้ าในระดบั สง่
2. ความกตญั ญูกตเวที เช่น การกตัญญูต่อแผ่นดนิ ทอี่ ยอู่ าศัย
3. ความเมตตากรุณาและความเสียสละต่อบุคคลอ่ืนๆจะทาให้
ส่งิ แวดล้อมไม่ทาลาย
4. อนุปุพพิกถา เป็นหลักธรรมสาหรับพัฒนาคนให้มีคุณธรรมและ
จรยิ ธรรมเพอ่ื ขัดเกลาจิตใจของบคุ คล
จดั ทาโดย : นสิ ติ หลักสูตรครศุ าสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวิชาการสอนสังคมศกึ ษา มจร ร่นุ ที่ 2
จบแล้วจา้ ...........!