The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดกิจกรรม การเรียนรู้แม่เหล็กและสนามแม่เหล็ก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chat_1525, 2021-09-13 04:33:11

ชุดกิจกรรม แม่เหล็กและสนามแม่เหล็ก

ชุดกิจกรรม การเรียนรู้แม่เหล็กและสนามแม่เหล็ก

Keywords: ชุดกิจกรรม

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้

ดว้ ยกระบวนการ GPAS 5 Steps รว่ มกบั โครงงานเปน็ ฐาน
เพอ่ื พฒั นาความสามารถในการเรยี นรู้

เรอื่ ง สนามของแรง กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5

ชดุ ที่ 1 แมเ่ หลก็ และสนามแมเ่ หลก็

โดย นายฉตั ร เจนชัย

โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์

จงั หวัดปทมุ ธานี



คานา

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรสู้ ู่การคิดวิเคราะหต์ ามกระบวนการ GPAS 5 Steps กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 จัดทาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน รายวิชา
การเคล่ือนท่ีและแรงในธรรมชาติ รหัสวิชา ว 32101 โดยจัดตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวดั และสาระการ
เรียนรู้แกนกลางมัยธมศึกษาปที ี่ 4-6 ของกลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ัน
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในสาระท่ี 4 แรงและการเคลือ่ นที่ มาตรฐาน ( ว 4.1 ม. 4−6/1) ทดลองและ
อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับการเคลื่อนท่ีของวัตถุในสนามโน้มถ่วง และอธิบายการนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์ มาตรฐาน( ว 4.1 ม. 4−6/2) ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับการเคลื่อนที่ของ
วัตถุในสนามไฟฟ้า และอธิบายการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ และ มาตรฐาน( ว 4.1 ม. 4−6/3) ทดลองและ
อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับการเคล่ือนท่ีของวัตถุในสนามแม่เหล็ก และอธิบายการนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์ โดยเน้นให้นักเรียนศึกษากิจกรรมของวิทยาศาสตร์แล้วฝึกปฏิบัติทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ดว้ ยตนเอง หรอื ทาเปน็ กลุ่ม ตามขั้นตอน ตงั้ แตต่ ้นจนงานสาเรจ็ บรรลุผลตามเป้าหมาย โดยมีครู
ใหค้ าแนะนาและช่วยเหลอื โดยเอกสารประกอบการเรียน การสอน กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ สาหรับ
ช้ันมัธยมศกึ ษา ปที ี่ 5 นมี้ ีท้งั หมด 4 ชุด ดังน้ี

ชุดท่ี 1 แม่เหล็ก และสนามแมเ่ หล็ก
ชดุ ที่ 2 สนามแม่เหลก็ โลก
ชุดท่ี 3 แรงและการเคลือ่ นท่ีของอนภุ าคในสนามแมเ่ หล็ก
ชดุ ที่ 4 แรงและการเคลอ่ื นทีข่ องตัวนาทมี่ ีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านในสนามแมเ่ หล็ก
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง สนามของแรง สาหรับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ชุดที่ 1 แม่เหล็ก และ
สนามแม่เหล็ก เก่ียวกับการฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นการให้นักเรียนศึกษาความร้เู ก่ียวกับ
แรงทเ่ี กดิ ข้นึ ในธรรมชาติและมีทักษะการปฏบิ ตั งิ าน
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่าเอกสารประกอบการสอนวิทยาศาสตร์เล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อ
นักเรยี นและผู้สนใจ ในการสง่ เสริมใหน้ กั เรียนมีความรู้พื้นฐาน ความเข้าใจและ ช่วยกระตุ้นใหเ้ กิดความสนใจ
ที่จะเรียนรู้ มีความมุ่งมั่นและมีความสุขในการค้นคว้าและการปฏิบัติงาน โดยใช้ทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์สืบเสาะหาความรู้ ตามข้ันตอนวธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ ตลอดจนนาไปใชแ้ ก้ปญั หาต่าง ๆในการ
ดารงชีวิตประจาวนั ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธภิ าพ

นายฉตั ร เจนชยั
ครู โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์

ในพระบรมราชปู ถัมภ์

สารบัญ ข

เร่อื ง หนา้
คานา ก
สารบญั ข
คาชี้แจงสาหรับครู 1
คาชแ้ี จงสาหรบั นกั เรียน 3
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 4
ขน้ั ตอนที่ 1 ศึกษารวบรวมขอ้ มลู (Gathering) 6
6
ใบความรู้ที่ 1.1 แม่เหล็ก 8
ใบงานที่ 1.1 แม่เหลก็ 9
แบบประเมนิ แบบฝกึ ที่ 1.1 11
ใบความรทู้ ่ี 1.2 สนามแมเ่ หลก็ 12
ใบงานที่ 1.2 สนามแมเ่ หล็ก 13
แบบประเมนิ แบบฝกึ ที่ 1.2 15
ขั้นตอนที่ 2 ประมวลผลขอ้ มลู (Processing) 15
กจิ กรรมที่ 2 รู้จกั แมเ่ หลก็ และสนามแมเ่ หล็ก 16
แบบประเมนิ กจิ กรรมท่ี 2 17
ข้ันตอนที่ 3 ประยุกตใ์ ช้ (Apply 1) 17
กิจกรรมท่ี 3 ปัญหาทสี่ นใจ (แม่เหล็กและเสน้ แรงแมเ่ หลก็ ) 18
แบบประเมนิ กจิ กรรมท่ี 3 19
ขน้ั ตอนท่ี 4 นาเสนอ (Apply 2) 19
กิจกรรมที่ 4 ปา้ ยนเิ ทศแมเ่ หล็กและเสน้ แรงแมเ่ หลก็ 20
แบบประเมินกจิ กรรมท่ี 4 24
ข้ันตอนท่ี 5 ประเมินและควบคมุ ตนเอง (Self-regulating) 24
กิจกรรมท่ี 5.1 สรปุ องคค์ วามรู้แมเ่ หล็กและเสน้ แรงแมเ่ หลก็ 25
แบบประเมนิ กจิ กรรมท่ี 5.1 27
กิจกรรมที่ 5.2 ประเมินผลงาน 28
แบบประเมนิ กจิ กรรมท่ี 5.2 30
ทดสอบหลังเรยี น 32
เอกสารอา้ งองิ

ภาคผนวก 33
เฉลยขอ้ สอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น 34
เฉลยแบบฝกึ 35

1

คำชีแ้ จงสำหรับครูผสู้ อน

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้สู่การคิดวิเคราะห์ตามกระบวนการ GPAS 5 Steps เร่ือง สนามของแรง กลุ่ม
สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 ประกอบด้วยชดุ กิจกรรม จำนวน 4 เร่อื ง ไดแ้ ก่

ชุดท่ี 1 สนามแม่เหล็ก สนามแมเ่ หลก็ และเสน้ แรงแมเ่ หลก็
ชุดท่ี 2 สนามแม่เหลก็ โลก
ชดุ ท่ี 3 แรงและการเคลือ่ นทีข่ องอนุภาคในสนามแม่เหลก็
ชดุ ท่ี 4 แรงและการเคลอื่ นท่ขี องตัวนำทีม่ ีกระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นในสนามแมเ่ หลก็
เพ่ือใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระท่ี 4 แรงและการเคลื่อนท่ี
มาตรฐาน ( ว 4.1 ม. 4−6/1) ทดลองและอธิบายความสัมพันธร์ ะหว่างแรงกับการเคล่ือนท่ีของวัตถใุ นสนามโน้มถ่วง
และอธิบายการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ,( ว 4.1 ม. 4−6/2) ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับการ
เคล่อื นท่ีของวัตถใุ นสนามไฟฟ้า และอธิบายการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ และ( ว 4.1 ม. 4−6/3) ทดลองและอธิบาย
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับการเคลื่อนท่ีของวัตถุในสนามแม่เหล็ก และอธิบายการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ท้ังน้ี
นักเรียนจะได้เรียนรู้ในห้องเรียนและนอกห้องเรียนโดยอิสระโดยมีครูอำนวยความสะดวก ชี้แนะแนวทาง
ตรวจสอบผลงานอยา่ งต่อเน่ือง มแี นวทางการเรยี นร้ดู ังน้ี
ข้ันตอนท่ี 1 ศึกษารวบรวมข้อมลู (Gathering)
ใบความรทู้ ี่ 1.1 แมเ่ หลก็
ใบงานที่ 1.1 แมเ่ หล็ก
ใบความรทู้ ่ี 1.2 สนามแมเ่ หล็ก
ใบงานท่ี 1.2 สนามแม่เหล็ก
แบบประเมินแบบฝึกท่ี 1.1,1.2
ข้ันตอนที่ 2 ประมวลผลขอ้ มูล (Processing)
กจิ กรรมท่ี 2 รจู้ ักแมเ่ หล็กและสนามแม่เหลก็
แบบประเมนิ กจิ กรรมท่ี 2
ขั้นตอนท่ี 3 ประยุกตใ์ ช้ (Apply 1)
กจิ กรรมการทดลองที่ 3.1 เส้นแรงแม่เหล็ก
กิจกรรมการทดลองท่ี 3.1
กจิ กรรมการทดลองท่ี 3.2 เส้นแรงแมเ่ หล็ก
กิจกรรมการทดลองท่ี 3.2
ขนั้ ตอนท่ี 4 นำเสนอ (Apply 2)
กจิ กรรมที่ 4 ปา้ ยนิเทศแมเ่ หลก็ และเสน้ แรงแม่เหลก็
แบบประเมนิ กจิ กรรมที่ 4

2

ขนั้ ตอนท่ี 5 ประเมินและควบคมุ ตนเอง (Self-regulating)
กิจกรรมที่ 5.1 สรุปองค์ความรู้แมเ่ หล็กและเส้นแรงแมเ่ หล็ก
แบบประเมนิ กิจกรรมที่ 5.1
กิจกรรมท่ี 5.2 ประเมนิ ผลงาน
แบบประเมินกิจกรรมที่ 5.2

สำหรบั การประเมินผลการทำแบบฝึกกิจกรรมทกุ กจิ กรรมใชเ้ กณฑ์ที่กำหนดของแตล่ ะกิจกรรม
ทั้งนีก้ ารประเมินสามารถใหผ้ ู้ประเมินได้ ดงั น้ี

1. ประเมนิ ตนเอง
2. นำไปใหผ้ ปู้ กครองประเมนิ
3. สง่ ครปู ระเมนิ
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมแบบฝึกตามเวลาทกี่ ำหนดท้งั ในเวลา การบ้านและนอกเวลาใชเ้ วลาท้ังสนิ้ 3 ช่วั โมง ไมร่ วม
ทดสอบ

วิทยาศาสตรน์ า่ รู้

3

คำช้แี จงสำหรบั นกั เรยี น

1. ศึกษาสนามของแรง
2. ปฏบิ ัติตามคำชแี้ จงในการทำแบบฝกึ กิจกรรม 5 ขัน้ ตอน ดงั นี้

ข้ันตอนที่ 1 ศึกษารวบรวมข้อมลู (Gathering)
ข้ันตอนที่ 2 ประมวลผลข้อมูล (Processing)
ขน้ั ตอนท่ี 3 ประยุกต์ใช้ (Apply1)
ข้นั ตอนที่ 4 นำเสนอ (Apply 2)
ขนั้ ตอนท่ี 5 ประเมนิ และควบคมุ ตนเอง (Self-regulating)
3. ประเมนิ ผลการท าแบบฝกึ กิจกรรมทกุ กิจกรรมโดยใช้เกณฑ์ท่ีกำหนดของ แต่ละกจิ กรรม ดังน้ี
3.1 ประเมนิ ตนเอง
3.2 นำไปให้ผู้ปกครองประเมนิ
3.3 สง่ ครปู ระเมิน
4. ปฏิบัติกิจกรรมแบบฝึกตามเวลาที่กำหนดท้ังในเวลา การบ้านและนอกเวลา ใช้เวลาท้ังสิ้น 3ช่ัวโมง ไม่รวม
ทดสอบ

อา่ นคำชีแ้ จงใหเ้ ขา้ ใจ
กอ่ นนะนกั เรียน

4

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

เรือ่ งท่ี 1 แม่เหล็กและสนามแมเ่ หล็ก
คำชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นเลือกคำตอบทีถ่ ูกทส่ี ุดเพียงคำตอบเดยี ว
1. ขอ้ ความใดแสดงความหมายของขวั้ แม่เหล็กถกู ต้องทสี่ ดุ

ก บริเวณทแ่ี สดงอำนาจแม่เหลก็
ข บริเวณตรงกลางของแท่งแม่เหลก็
ค บรเิ วณปลายท้งั สองข้างของแม่เหลก็
ง บริเวณปลายดา้ นใดด้านหนึ่งของแทง่ แมเ่ หลก็
2. ข้อสรปุ ใดกล่าว ไมถ่ ูกต้อง เกย่ี วกบั เสน้ แรงแมเ่ หลก็
ก เส้นแรงแมเ่ หล็กทกุ เสน้ จะไม่ตัดกนั เลย
ข เสน้ แรงแมเ่ หล็กจะหนาแน่นมากที่ขั้วแมเ่ หล็ก
ค เส้นแรงแมเ่ หล็กขว้ั เดียวกันจะเบนออกจากกนั
ง เสน้ แรงแมเ่ หล็กจะมีทิศพุ่งจากขัว้ ใต้ไปยังข้วั เหนือ
3. การตัง้ ช่อื ขั้วเหนือและข้ัวใต้ของแทง่ แม่เหล็กอาศยั หลกั การใด
ก อำนาจของแมเ่ หล็ก
ข อำนาจแมเ่ หล็กโลก
ค ลักษณะทางภูมิศาสตร์
ง การดูดและการผลักของขั้วแมเ่ หล็ก
4. จุดสะเทนิ หมายถึงอะไร
ก ตำแหนง่ ท่ีไมม่ ีเส้นแรงแม่เหลก็ ผา่ น
ข ตำแหน่งท่ีไม่ออกแรงกระทำต่อเข็มทิศ
ค ตำแหนง่ ทสี่ นามแมเ่ หลก็ ลัพธม์ ีค่าเป็นศนู ย์
ง ตำแหน่งที่มีความเข้มของเส้นแรงแมเ่ หล็กมากที่สดุ
5. การวางตวั ของแทง่ แม่เหล็กรปู ใดท่ีมจี ุดสะเทินมากทส่ี ดุ



5

6. ขอ้ ใดแสดงทศิ ของเข็มทศิ A และ B ได้ถกู ต้อง



7. การจดั วางแมเ่ หล็กดังรูป จดุ สะเทนิ คือจุดใด



8. สนามแมเ่ หล็กไม่มีผลตอ่ อะไร
ก ประจุไฟฟ้าที่อยู่นงิ่
ข แมเ่ หล็กถาวรทีอ่ ยนู่ งิ่
ค ประจุไฟฟ้าท่เี คลื่อนท่ี
ง แม่เหล็กถาวรทเ่ี คลื่อนท่ี

9. อนุภาคที่มีประจุเม่ือเคลื่อนท่ตี ้งั ฉากกบั สนามแมเ่ หล็กปรมิ าณอะไรจะเปลี่ยนแปลง
ก ประจุ
ข ความเร็ว
ค พลงั งาน
ง มวลของอนุภาค

10. ถ้าอเิ ลก็ ตรอนเคลื่อนท่เี ข้าไปในบริเวณที่มสี นามแมเ่ หล็ก ข้อใดกล่าว ถูกต้อง
ก ทิศของแรงกระทำขนานกบั ทศิ ของความเร็ว
ข ทิศของแรงกระทำขนานกบั ทศิ ของสนามแม่เหล็ก
ค ทิศของแรงกระทำจะตั้งฉากกบั ทิศของสนามแมเ่ หล็ก
ง ทิศของแรงกระทำ ทศิ ของสนามแม่เหลก็ และทิศของความเร็วมที ศิ ทางเดียวกนั

6

ใบความรู้ที่ 1.1

เร่อื ง แมเ่ หล็ก

แมเ่ หลก็ (magnet) คือ สารทม่ี ีคุณสมบัตสิ ามารถดึงดดู วตั ถบุ างชนดิ ได้ เช่น เหล็ก โครเมยี ม แมงกานสี นกิ เกิล
ซ่งึ โครงสรา้ ง(โมเลกุล)ของแม่เหล็กเรียกวา่ โดเมนแม่เหล็ก(magnetic domain) จะตา่ งจาก เหล็กธรรมดาคอื ใน
เหล็กธรรมดาโดเมนแม่เหล็กจะเรียงตัวกันไม่เป็นระเบียบ ชี้ไปทุกทิศทุกทาง แต่ของแม่เหล็กโดเมนแม่เหล็กจะ
เรียงตัวกันเป็นระเบียบย่ิงมีการเรียงตัวกัน เป็นระเบียบมากอำนาจในการดึงดูดก็จะมากด้วย แร่แม่เหล็ก คือ
สารประกอบประเภทออกไซด์ชนดิ หนง่ึ ของเหลก็ ท่ีเกิดตามธรรมชาติ มีช่อื เรยี กวา่ แมกนีไทต์ (Fe3O4)
สารแมเ่ หลก็ คอื สารท่ีมีสมบัตถิ กู แม่เหล็กดูดได้ และมนุษยส์ ามารถทำให้กลายเปน็ แม่เหลก็ ได้ ตัวอยา่ งของสาร
แมเ่ หลก็ เช่น เหล็ก นเิ กิล โคบอลต์ แมงกานสี
สมบตั ิบางประการของแมเ่ หล็ก มีดงั น้ี

1. วางตวั ในแนวทิศเหนือและทิศใต้
2. มีขั้วแม่เหล็ก 2 ขว้ั คือขั้วมุง่ ทิศเหนือ เรียกส้ันๆ ว่า ขวั้ เหนือ สัญลักษณ์ N ข้ัวม่งุ ทิศใต้ เรยี กส้ันๆ ว่า
ข้ัวใต้ สญั ลกั ษณ์ S
3. ขั้วแมเ่ หลก็ ชนดิ เดยี วกนั จะออกแรงผลกั กนั ขั้วแม่เหล็กชนิดตา่ งกนั จะดดู กนั

รปู ที่ 1 แม่เหล็กวางตัว
ในแนวทิศเหนอื ทิศใต้

4. แม่เหล็กจะส่งอำนาจแม่เหล็กออกไปรอบขั้ว ตรงปลายแท่งแม่เหล็ก จะมีอำนาจแม่เหล็กสูงสุด และ
ลดนอ้ ยลงเมอื่ ถดั เข้ามา และไม่แสดงอำนาจแมเ่ หลก็ ตรงกงึ่ กลางแท่งแมเ่ หล็ก

5. แมเ่ หล็กส่งอำนาจแม่เหล็กไปได้รอบข้วั ในลักษณะสามมิติ
6. สนามแมเ่ หลก็ คือบริเวณรอบๆ แทง่ แม่เหล็กท่แี ม่เหล็กสามารถสง่ อำนาจแม่เหล็กไปถงึ

7

รูปท่ี 2 ใช้ผงตะไบเหล็กหาเสน้ แรงแมเ่ หล็ก
การประดิษฐแ์ มเ่ หล็ก

1.แทง่ แม่เหล็กโดยการถู
วางแทง่ แมเ่ หล็กบนพื้นโตะ๊ แล้วใชแ้ ท่งแมเ่ หล็กถลู ากจากปลายหนึง่ ไปจนสดุ ปลายอกี ขา้ ง

หนึง่ แลว้ ยกข้ึนนำกลับมาวางท่ีปลายตั้งต้น ทำซ้ำหลายๆ ครั้ง จนกระทั่งเหล็กกลายเป็นแม่เหลก็ ถ้าเหล็กน้ันเป็น
เหล็กอ่อน (iron) จะได้แม่เหล็กช่ัวคราวถ้าเหล็กนั้นเป็นเหล็กกล้า (steel) จะได้แม่เหล็กถาวรแม่เหล็กจะหมด
อำนาจเมือ่ ถกู นำไปเผาหรือถกู ทบุ ดว้ ยค้อนหลายๆ ครงั้

2.แม่เหล็กไฟฟ้า
ปลอ่ ยกระแสไฟฟ้าเขา้ ไปในขดลวดจะทำให้ขดลวดสามารถแสดงอำนาจความเปน็ แม่เหล็ก

เกดิ ขึ้นได้ และอำนาจแมเ่ หลก็ จะหมดไปเม่ือหยุดปล่อยกระแสไฟฟา้

8

ขน้ั ตอนที่ 1 ศกึ ษารวบรวมขอ้ มลู (Gathering)
ใบงานที่ 1.1

เร่ือง แม่เหลก็
1. จากรูปนำแท่งแมเ่ หล็กรูปส่เี หล่ียม 2 แท่ง มาวางคู่กนั อธบิ ายว่าเกดิ ปฏิกิริยาอย่างไรกับแม่เหลก็

1.1 (วางขั้วเหนอื ใกล้กับขั้วเหนอื )

1.2 (วางข้ัวเหนอื ใกลก้ บั ข้ัวใต)้

1.3 (วางขว้ั ใตใ้ กลก้ บั ข้ัวใต้)

1.4 (วางขัว้ ใต้ใกลก้ ับขั้วเหนือ)

สรุป
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………

9

แบบประเมนิ ขนั้ ตอนที่ 1 ศกึ ษารวบรวมข้อมลู (Gathering)

กจิ กรรมที่ 1.1 แมเ่ หล็ก

เรอื่ ง.................................................................................................................กล่มุ ท่.ี ..........

คำชแี้ จง ใหผ้ ปู้ ระเมินเขยี นเครื่องหมาย ✓ ลงในชอ่ งวา่ งทีต่ รงกบั ความเปน็ จริง

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
1 2 34

1. การดำเนนิ การสงั เกต

2. การใช้ประสาทสมั ผัส

3. การบอกรายละเอยี ดของส่ิงทีส่ ังเกต

4. บนั ทึกผลการสังเกตอย่างตรงไปตรงมาตามความเปน็ จริง

5. ความปลอดภยั ขณะสงั เกต

เกณฑก์ ารประเมนิ แยกตามองค์ประกอบยอ่ ย 5 ด้าน
1. การดำเนนิ การสงั เกต

4 หมายถงึ ดำเนินการสงั เกตตามลำดบั ข้ันตอนไดด้ ีและทนั ตามเวลาทีก่ ำหนด
3 หมายถึง ดำเนนิ การสังเกตไดต้ ามลำดบั ข้ันตอน ต้องการความช่วยเหลอื จากครูเป็นบางคร้งั
2 หมายถึง ดำเนินการสังเกตคอ่ นข้างจะผิดพลาด ไม่สามารถปฏิบัตไิ ด้บางข้นั ตอน ทำให้

ดำเนนิ การเสรจ็ ไม่ทนั เวลา
1 หมายถึง ดำเนนิ การสงั เกตผดิ พลาด ต้องให้ความช่วยเหลอื ตลอดเวลา
2. การใช้ประสาทสมั ผัส
4 หมายถึง การใช้ประสาทสมั ผสั อย่างใดอย่างหนง่ึ หรือหลายอยา่ งรวมกนั ได้เหมาะสมกับสิ่งท่ี

สงั เกต ทำให้ได้ขอ้ มลู มากท่ีสดุ
3 หมายถึง การใชป้ ระสาทสมั ผัสอยา่ งใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันไดค้ ่อนข้างเหมาะสม

กบั สิง่ ทีส่ งั เกต แต่ต้องได้รบั คำแนะนำจากครูเป็นบางครั้ง
2 หมายถงึ การใช้ประสาทสมั ผัสอย่างใดอยา่ งหนงึ่ หรือหลายอย่างรวมกันไมเ่ หมาะสมกับสิ่งท่ี

สงั เกต ทำให้ได้ขอ้ มลู ทไี่ ม่ถูกต้องเปน็ สว่ นใหญ่
1 หมายถึง ใชก้ ารคาดเดามากกวา่ ใชป้ ระสาทสมั ผัส
3. การบอกรายละเอียดของสิ่งที่สังเกต
4 หมายถึง บอกหรืออธิบายลักษณะของส่งิ ท่สี ังเกตได้อย่างสมบรู ณแ์ ละครบถว้ น
3 หมายถงึ บอกหรืออธบิ ายองคป์ ระกอบหลักของสิง่ ที่สงั เกตได้
2 หมายถึง บอกหรืออธิบายองค์ประกอบหลักของสง่ิ ทีส่ ังเกตไดเ้ พยี งบางส่วน
1 หมายถงึ บอกหรืออธบิ ายส่ิงทสี่ ังเกตไดน้ อ้ ยมา

10

4. บันทึกผลการสงั เกตอย่างตรงไปตรงมาตามความเป็นจรงิ

4 หมายถึง มีการบันทึกผลการสังเกตอยา่ งตรงไปตรงมาตามความเป็นจริง ไมแ่ สดงความ

คิดเหน็ หรอื ใชเ้ หตุผลประกอบ

3 หมายถงึ มีการบนั ทึกผลการสงั เกตอย่างตรงไปตรงมาตามความเป็นจริงและแสดงความ

คดิ เหน็ หรอื ใชเ้ หตุผลประกอบบา้ งเล็กน้อย

2 หมายถึง มีการบนั ทึกผลการสังเกตตามความเปน็ จรงิ บางสว่ นและแสดงความคิดเหน็ หรอื ให้

เหตผุ ลประกอบเป็นสว่ นใหญ่

1 หมายถึง มีการบนั ทึกผลการสงั เกตตามความคิดเห็นของตนเอง

5. ความปลอดภยั ขณะสงั เกต

4 หมายถึง สงั เกตด้วยความระมดั ระวังและสามารถแนะนำเพ่ือนเพ่ือให้เกิดความปลอดภัยได้

3 หมายถงึ สังเกตดว้ ยความระมัดระวัง ครตู ้องดแู ลและชี้แนะเปน็ บางครง้ั

2 หมายถงึ สงั เกตดว้ ยความระมดั ระวงั ครตู อ้ งดูแลและชี้แนะเป็นบ่อยคร้ัง

1 หมายถงึ ขาดความระมดั ระวงั ทำใหเ้ กิดอนั ตรายขณะที่สงั เกต

เกณฑป์ ระเมินโดยภาพรวม

ระดบั คุณภาพ รายการประเมิน

4 ดำเนนิ การสังเกตตามลำดับขั้นตอนได้อย่างรวดเร็ว ใชป้ ระสาทสัมผสั ได้

เหมาะสมกับสง่ิ ทสี่ งั เกต คำนึงถงึ ความปลอดภยั ขณะทสี่ งั เกต บอกรายละเอียด

ของส่ิงทสี่ ังเกตไดส้ มบูรณ์ ครบถว้ น และบนั ทึกผลการสังเกตอย่างตรงไปตรงมา

ตามความเปน็ จรงิ

3 ดำเนนิ การสงั เกตไดต้ ามลำดับขั้นตอน ใชป้ ระสาทสมั ผสั ได้คอ่ นข้างเหมาะสมกับ

สง่ิ ทส่ี ังเกต สงั เกตดว้ ยความระมดั ระวงั เพื่อความปลอดภัย บอกรายละเอยี ดของ

ส่ิงท่ีสังเกตได้เพยี งองค์ประกอบหลัก และบนั ทึกผลการสงั เกตตามความเปน็ จริง

แสดงความคดิ เห็นบ้างเล็กน้อย

2 ดำเนนิ การสงั เกตไดบ้ างขั้นตอน ใชป้ ระสาทสมั ผัสไมเ่ หมาะสมกบั สง่ิ ท่ีสังเกต

ตอ้ งการความชว่ ยเหลือ แนะนำเพือ่ ให้เกิดความปลอดภยั บอกรายละเอียดของ

สง่ิ ที่สงั เกตไดเ้ พยี งองค์ประกอบหลกั บางส่วน และบนั ทึกผลการสงั เกตตามความ

เปน็ จริงบางสว่ น รวมทั้งใส่ความคดิ เห็นเพิม่ เติม

1 ดำเนินการสงั เกตผิดพลาด ใช้การคาดเดามากกว่าใชป้ ระสาทสัมผัส ตอ้ งคอย

ดแู ลเพื่อใหเ้ กดิ ความปลอดภัย บอกรายละเอียดมสี ิ่งท่ีสงั เกตได้นอ้ ยมากและ

บนั ทึกผลการสังเกตตามความคดิ เหน็ ขาดการสงั เกตที่น่าเชอื่ ถือ

11

ใบความรทู้ ่ี 1.2

เร่ือง เสน้ แรงแม่เหลก็ และสนามแมเ่ หลก็
แม่เหล็ก (Magnet) ได้ช่ือว่าเป็นหินนำทาง (Leading Stone) มีความสามารถดูดเหล็กได้ เม่ือนำมา
ห้อยแขวนด้วยเชือก แท่งแม่เหล็กสามารถหมุนได้อย่างอิสระ แต่จะช้ีไปในทิศทางเดิมตลอดเวลา โดยช้ีไปใน
แนวสนามแม่เหล็กโลก ตามขั้วสนามแม่เหล็กที่มี 2 ขั้วคือ ขั้วเหนือ (North Pole) หรือข้ัว N และขั้วใต้
(South Pole) หรือ ข้ัว S เกิดข้ึนท่ีปลายแต่ละด้านของแท่งแม่เหล็ก ลักษณะแท่งแม่เหล็กชี้ไปในทิศ
สนามแม่เหล็กโลก ดงั ในรูป

รูปที่ 3 ลักษณะแท่งแม่เหล็กชีไ้ ปในทศิ สนามแมเ่ หลก็ โลก
ขั้วแม่เหล็กแต่ละข้ัวมีสนามแม่เหล็ก (Magnetic Field) เกิดข้ึน ความเข้มของสนามแม่เหล็กเกิด
ข้ึนมาที่ปลายข้ัวท้ังสอง สนามแม่เหล็กแผ่ออกรอบข้ัวแม่เหล็ก ว่ิงเคล่ือนที่ประสานกันระหว่างขั้วแม่เหล็ก ทั้ง
สองการเคลื่อนทข่ี องสนามแมเ่ หล็กจะเคล่อื นทจี่ ากข้ัวเหนือ (N) ไปหาข้ัวใต้ (S) เสมอ การเคลื่อนที่ดงั กล่าวทำให้
เกิดเส้นแรงแม่เหล็ก (Magnetic Line of Force) ขึ้นมา รอบแท่งแม่เหล็ก เส้นแรงแม่เหล็กและสนามแม่เหล็ก
แสดงดงั รูป

รูปที่ 4 แสดงทศิ ทางการไหลของกระแส

12

ขั้นตอนที่ 1 ศกึ ษารวบรวมข้อมูล (Gathering) ตอ่
ใบงานท่ี 1.2

เร่อื ง สนามแม่เหลก็
1. จงวาดรูปเสน้ แรงแมเ่ หล็กต่อไปนี้ใหส้ มบรู ณ์
1.1

NS

1.2 NS

NS

1.3 NS

SN

1.4

NS

NS

13

แบบประเมนิ ข้นั ตอนที่ 1 ศึกษารวบรวมขอ้ มูล (Gathering)

กจิ กรรมท่ี 1.2 สนามแมเ่ หลก็

เร่ือง...................................................................................................................กล่มุ ท่.ี ..........

คำชแ้ี จง ให้ผู้ประเมนิ เขยี นเครือ่ งหมาย ✓ ลงในชอ่ งวา่ งทต่ี รงกบั ความเปน็ จริง

รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1 2 34

1. การเลือกใช้อปุ กรณ/์ เครื่องมอื ในการสำรวจ

2. การดำเนินการสำรวจ

3. การจัดจำแนกประเภทข้อมลู

4. การบนั ทกึ ผลการสำรวจตามขอ้ เทจ็ จรงิ

5. ความปลอดภยั ขณะทำการสำรวจ

เกณฑ์การประเมิน แยกตามองค์ประกอบยอ่ ย 5 ดา้ น

1. การเลือกใช้อปุ กรณ/์ เครอ่ื งมือในการสำรวจ

4 หมายถงึ เลือกใช้อุปกรณ์ได้ถูกต้อง เหมาะสม และสอดคล้องกับวธิ กี ารสำรวจทกุ ขน้ั ตอน

3 หมายถึง เลือกใชอ้ ปุ กรณ์ได้ถูกต้องและสอดคล้องกับวธิ กี ารสำรวจเป็นส่วนใหญ่

2 หมายถึง เลอื กใชอ้ ปุ กรณ์ได้ถกู ต้องบางส่วนและสอดคล้องกับวิธกี ารสำรวจเป็นบางขนั้ ตอน

1 หมายถงึ เลือกใชอ้ ุปกรณ์ไม่ถูกต้องและไม่สอดคล้องกับวิธกี ารสำรวจ

2. การดำเนินการสำรวจ

4 หมายถงึ สามารถดำเนนิ การสำรวจตามลำดบั ขั้นตอนไดใ้ นเวลาท่กี ำหนด รวมท้ังใชเ้ ทคนิคหรอื วธิ กี าร

ทเี่ หมาะสมทำการสำรวจ

3 หมายถึง สามารถดำเนินการสำรวจตามลำดับขั้นตอนและนำเทคนิคหรือวธิ ีการมาใชท้ ำการสำรวจ แต่

ตอ้ งไดร้ ับความชว่ ยเหลือแนะนำจากครเู ปน็ บางครั้ง

2 หมายถึง การดำเนินการไม่เปน็ ไปตามลำดับขัน้ ตอน ใชเ้ วลามาก และครตู ้องใหค้ วามช่วยเหลอื หรอื

แนะนำบ่อยคร้ัง

1 หมายถึง การดำเนินการผดิ พลาด ใช้เวลาเกินทีก่ ำหนดไว้ และครูต้องให้ความช่วยเหลือหรือแนะนำ

ตลอดเวลา

3. การจัดจำแนกประเภทขอ้ มลู

4 หมายถึง สามารถจดั จำแนกประเภทของสง่ิ ที่ทำการสำรวจเป็นหมวดหมู่ ทำใหง้ ่ายต่อการทำความ

เข้าใจ รวมทัง้ ระบุเกณฑ์การจำแนกได้

3 หมายถึง สามารถจดั จำแนกประเภทของสง่ิ ทที่ ำการสำรวจเปน็ หมวดหมู่ได้ ตามเกณฑ์ทคี่ รูแนะนำ

2 หมายถงึ สามารถจัดจำแนกประเภทของส่งิ ทีท่ ำการสำรวจเป็นหมวดหมไู่ ด้บางสว่ น โดยที่ครแู ละ

เพื่อนต้องให้ความช่วยเหลอื หรอื แนะนำเก่ยี วกบั เกณฑก์ ารจำแนก
1 หมายถงึ สามารถจดั จำแนกประเภทของสิ่งทท่ี ำการสำรวจได้น้อยมาก โดยทค่ี รแู ละเพอื่ นต้องให้

ความชว่ ยเหลือหรือแนะนำเก่ียวกับเกณฑก์ ารจำแนก

14

4. การบันทึกผลการสำรวจตามขอ้ เทจ็ จริง

4 หมายถึง บนั ทึกข้อมูลตามข้อเท็จจรงิ ทกุ ข้ันตอน มีรายละเอียดครบถ้วน

3 หมายถึง บันทึกข้อมูลตามข้อเท็จจรงิ แตข่ าดการอธิบายรายละเอียดบางขน้ั ตอน

2 หมายถงึ บนั ทึกข้อมูลตามขอ้ เทจ็ จริงเป็นบางส่วนและใสค่ วามคิดเหน็ ของตนเอง รวมท้งั

รายละเอียดบางส่วนขาดหายไป

1 หมายถึง บันทึกข้อมูลได้น้อยมาก ขาดความนา่ เชอ่ื ถือ

5. ความปลอดภัยขณะทำการสำรวจ

4 หมายถงึ สำรวจด้วยความระมดั ระวังและสามารถแนะนำเพ่ือนเพื่อใหเ้ กิดความปลอดภยั ได้

3 หมายถงึ สำรวจด้วยความระมดั ระวัง ครตู อ้ งดแู ลและชี้แนะเปน็ บางครั้ง

2 หมายถึง สำรวจดว้ ยความระมดั ระวัง ครตู อ้ งดแู ลและช้แี นะบอ่ ยครั้ง

1 หมายถงึ ขาดความระมัดระวัง ทำใหเ้ กิดอนั ตรายขณะทสี่ ำรวจ

เกณฑก์ ารประเมินกิจกรรมการสำรวจโดยภาพรวม

ระดบั คุณภาพ รายการประเมนิ

4 เลือกใชอ้ ุปกรณ์ได้ถูกต้อง เหมาะสม ดำเนนิ การสำรวจได้รวดเร็ว ใชเ้ ทคนคิ หรอื

วธิ กี ารไดเ้ หมาะสม คำนึงถึงความปลอดภัยขณะที่ทำการสำรวจ จัดจำแนก

ประเภทของส่ิงที่ทำการสำรวจเปน็ หมวดหมู่ รวมทงั้ บอกเกณฑก์ ารจำแนกได้

และบนั ทึกผลการสำรวจตามขอ้ เท็จจริง มีรายละเอียดครบถ้วน

3 เลือกชดุ อุปกรณ์ได้ถูกต้องเป็นสว่ นใหญ่ ดำเนินการสำรวจตามลำดบั ขน้ั ตอน

สำรวจด้วยความระมดั ระวงั เพอ่ื ให้เกดิ ความปลอดภัย สามารถจัดจำแนก

ประเภทของสง่ิ ทีส่ ำรวจเป็นหมวดหม่ไู ด้ บนั ทึกผลการสำรวจตามข้อเทจ็ จรงิ

2 เลือกใชอ้ ุปกรณ์ได้ถูกต้องเป็นบางส่วน การดำเนนิ การสำรวจต้องใช้เวลามาก ไม่

สามารถปฏบิ ตั ไิ ด้บางข้นั ตอน ตอ้ งคอยช่วยเหลอื แนะนำเพ่ือใหเ้ กิดความ

ปลอดภยั ขณะท่ีสำรวจ จดั จำแนกประเภทของข้อมลู ได้เพียงบางสว่ น บนั ทึกผล

การสำรวจตามข้อเท็จจริงบางส่วน รายละเอยี ดบางสว่ นหายไป

1 เลือกใชอ้ ุปกรณ์ไม่สอดคล้องกบั วิธีการสำรวจ การดำเนนิ การสำรวจผดิ พลาด

ต้องคอยดแู ลเพอ่ื ให้เกิดความปลอดภยั ขณะทที่ ำการสำรวจ ไม่สามารถจัด

จำแนกประเภทของสง่ิ ทีส่ ำรวจไดแ้ ละบนั ทึกผลการสำรวจน้อยมาก ขาดความ

นา่ เชอื่ ถือ

15

ข้นั ตอนท่ี 2 ประมวลผลข้อมลู (Processing)
กิจกรรมที่ 2 รจู้ กั แมเ่ หลก็ และสนามแม่เหล็ก

คำช้ีแจง นักเรียนจับกลุ่ม 4-5 คน ให้แต่ละกลุ่มเลือกสืบค้นข้อมูลในหัวข้อความสนใจและจัดทำลงใน Brace
Maps

1. กำหนดองคป์ ระกอบของความแม่เหล็ก
2. บอกการกระทำทแ่ี สดงถึงลกั ษณะของแม่เหลก็ ตามองค์ประกอบ
3. อธบิ ายความสมั พนั ธ์ของแต่ละองคป์ ระกอบ
4. สรุปความเขา้ ใจเกยี่ วกบั แมเ่ หลก็ คืออะไร

แม่เหล็ก

สารท่แี มเ่ หลก็ สารท่แี มเ่ หลก็
ทาปฏิกรยิ า ไมท่ าปฏิกรยิ า

ความคิดรวบยอด
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

16

แบบประเมินข้นั ตอนที่ 2 ประมวลผลขอ้ มลู (Processing)

กจิ กรรมท่ี 2 รจู้ กั แมเ่ หลก็ และสนามแม่เหล็ก

ชือ่ กลุ่ม............................................................................................................................. ......... ชัน้ ม....../...... ชอ่ื

ผูเ้ สนอผลงาน 1. ...................................................................................................................เลขท.ี่ ..............

2. ...................................................................................................................เลขท.่ี ..............

3. ................................................................................................................... เลขท.ี่ ..............

4. ...................................................................................................................เลขท.่ี ..............

5. ................................................................................................................... เลขท.่ี ..............

คำชแ้ี จง ใหผ้ ้ปู ระเมนิ เขยี นเคร่อื งหมาย ✓ ลงในช่องวา่ งทีต่ รงกบั ความเปน็ จรงิ

ลำดบั รายการประเมนิ ระดับการประเมนิ

5432 1

1 วิเคราะห์ลกั ษณะของแมเ่ หล็กและสนามแม่เหลก็

2 สรปุ ความเขา้ ใจ

3 คิดวิเคราะห์

4 ความเหมาะสมของข้อมลู

5 กระบวนการทำงาน

รวมคะแนน
ความคดิ เหน็ เพ่ิมเติม

............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

ผลการประเมนิ มีระดบั คุณภาพ ดีมาก
คะแนน 21 - 25 มีระดบั คุณภาพ ดี
คะแนน 16 - 20 มรี ะดับคุณภาพ พอใช้
คะแนน 10 - 15 มีระดบั คุณภาพ ไม่ผ่านเกณฑ์
คะแนน ตำ่ กวา่ 10

17

ขน้ั ตอนที่ 3 ประยกุ ตใ์ ช้ (Apply 1)
กจิ กรรมท่ี 3 ปัญหาทีส่ นใจ (แมเ่ หล็กและเส้นแรงแมเ่ หลก็ )

คำช้ีแจง ให้นักเรยี นจบั กลมุ่ 3 - 5 คนจากความรู้เก่ยี วกบั แมเ่ หล็กท่ไี ด้ศกึ ษา ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ เขียนปัญหาทสี่ นใจ

เพือ่ นำไปทำโครงงานหนา้ เดยี ว และสรุปปัญหาทเี่ ลอื ก

รายการ/นกั เรียน คนท่ี 1 คนท่ี 2 คนท่ี 3 คนท่ี 4 คนท่ี 5
ช่อื ปัญหา 1…………………. 1…………………. 1…………………. 1…………………. 1………………….
…………………… …………………… …………………… …………………… ……………………
สรุปปัญหาทเ่ี ลอื ก 2…………………. 2…………………. 2…………………. 2…………………. 2………………….
……………………. ……………………. ……………………. ……………………. …………………….

......................... ......................... ......................... ......................... .........................

สรปุ ปญั หาทีน่ ่าสนใจและเลือกมาทำโครงงาน

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ผู้ประเมนิ นกั เรยี น ครู ผปู้ กครอง

ผลการประเมนิ

คะแนนเต็ม 30 คะแนน

คะแนนทไ่ี ด้ ............... คะแนน

สรปุ ดีมาก ดี ผา่ น ไมผ่ ่าน

18

แบบประเมินข้ันตอนท่ี 3 ประยกุ ต์ใช้ (Apply 1)

กิจกรรมท่ี 3 ปญั หาทีส่ นใจ (แมเ่ หล็กและเส้นแรงแมเ่ หล็ก)

ช่อื โครงงาน........................................................................................................................กล่มุ ท่.ี ..........

คำชแี้ จง ใหผ้ ู้ประเมินเขียนเครือ่ งหมาย ✓ ลงในชอ่ งวา่ งทต่ี รงกบั ความเปน็ จรงิ

รายการประเมนิ สรปุ

เลขที่ ชอ่ื สกุล กำหนดประเด็นปัญหา รวมจำนวน ผ่าน ไม่ผ่าน
ัชดเจน รายการที่ผ่าน
วางแผนกำหนด ั้ขนตอน เกณฑข์ ้ันตำ่
การแก้ปัญหาได้
เสหามมาาะรสถมนำไปใ ้ช
แก้ปัญหาใน
ีช ิวตประจำ ัวน

1
2
3
4
5

เกณฑ์การประเมิน
1. กำหนดประเด็นปญั หาชดั เจน
4 หมายถึง กำหนดประเดน็ ปญั หาได้ด้วยตนเอง ปญั หาที่กำหนดมคี วามเฉพาะเจาะจงชดั เจนดมี าก
3 หมายถงึ กำหนดประเดน็ ปัญหาได้ด้วยตนเอง ปญั หาที่กำหนดมคี วามเฉพาะเจาะจงชดั เจนดี
2 หมายถงึ กำหนดประเด็นปญั หาไดด้ ้วยตนเองเปน็ บางส่วน ปัญหาที่กำหนดมีความเฉพาะเจาะจงชัดเจนพอใช้
1 หมายถึง กำหนดประเด็นปญั หาด้วยตนเองไม่ได้
2. วางแผนกำหนดขัน้ ตอนการแกป้ ัญหาได้เหมาะสม
4 หมายถึง ออกแบบวธิ กี าร ขั้นตอนการแก้ปัญหา ระบคุ วบคมุ ตวั แปรได้ถูกต้องเหมาะสม
3 หมายถึง ออกแบบวธิ กี าร ขน้ั ตอนการแกป้ ญั หา ระบุควบคมุ ตวั แปรได้ค่อนข้างเหมาะสม
2 หมายถึง ออกแบบวิธีการ ขน้ั ตอนการแกป้ ัญหา ระบคุ วบคมุ ตัวแปรไดเ้ หมาะสมพอใช้
1 หมายถงึ ออกแบบวธิ ีการ ขั้นตอนการแก้ปญั หา ระบคุ วบคมุ ตวั แปรได้ไม่เหมาะสม
3. สามารถนำไปใชแ้ กป้ ญั หาในชวี ิตประจำวัน
4 หมายถึง นำขอ้ ค้นพบ วธิ ปี ฏบิ ตั ิไปใชแ้ ก้ปญั หาในชีวติ ประจำวนั ไดค้ รบถ้วน ถูกต้องและตอ่ เน่ือง
3 หมายถงึ นำขอ้ ค้นพบ วธิ ปี ฏบิ ัติไปใช้แก้ปัญหาในชีวติ ประจำวันได้ครบถ้วน ถูกตอ้ งแตข่ าดความต่อเน่อื ง
2 หมายถงึ นำข้อคน้ พบ วธิ ีปฏบิ ัตไิ ปใช้แกป้ ญั หาในชวี ิตประจำวนั ได้เป็นบางสว่ น และต้องกระตุน้ เตอื นใหป้ ฏิบตั อิ ยา่ ง
ต่อเน่อื ง
1 หมายถึง นำข้อค้นพบ วธิ ปี ฏิบัตไิ ปใช้แกป้ ญั หาในชวี ติ ประจำวนั ได้นอ้ ยมาก หรือไม่นำไปใช้เลย
เกณฑก์ ารตดั สินผลการเรยี น
นกั เรยี นตอ้ งมีพฤติกรรมในแต่ละรายการอยา่ งน้อยระดับ 2 ข้นึ ไป จำนวน 2 ใน 3 รายการ

19

ขน้ั ตอนท่ี 4 นำเสนอ (Apply 2)
กิจกรรมท่ี 4.1 โครงงาน (แมเ่ หลก็ และเส้นแรงแมเ่ หล็ก)

คำชแี้ จง นักเรียนในแตล่ ะกลุ่ม ออกแบบและจัดทำโครงงานและนำเสนอจากกิจกรรม

การนำเสนอโครงงาน การนำเสนอวิธี การนำเสนอผลและสรุปผล การพูดนำเสนอ

การทดลอง การทดลอง การทดลอง

สรุป ความรู้ที่ไดจ้ าการนำเสนอ

..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................

20

แบบประเมนิ ข้นั ตอนที่ 4 นำเสนอ (Apply 2)
กจิ กรรมที่ 4.1 โครงงาน (แมเ่ หลก็ และเสน้ แรงแมเ่ หลก็ )

เรื่อง..................................................................................................................................กล่มุ ท่.ี ..........
คำชแี้ จง ให้ผ้ปู ระเมินเขยี นเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในชอ่ งวา่ งทตี่ รงกับความเปน็ จรงิ

การวางแผนและการออกแบบการทดลอง การดำเนินการ ผลการทดลอง
ทดลอง และสรุปผล

เลขที่ ชอ่ื -สกุล ช่ือเรื่อง รวม
ปัญหา
การต้ังสมมุติฐาน
ตัวแปรต้น
ตัวแปรตาม
ตัวแปรควบคุม
วิธีการทดลอง
การทดลอง
วิธีใช้ ุอปกรณ์
การเก็บรักษา ุอปกรณ์
การ ัจดกระทำข้อมูล
ความ ูถก ้ตองของข้อมูล
การแปลความหมายและ
สรุปผล

2 2 5 1 1 1 8 3 4 3 3 2 5 40

1
2
3
4
5

หมายเหตุ อาจลดประเดน็ ในการประเมนิ หรือลดคะแนนในแตล่ ะประเดน็ ได้ตามความเหมาะสม

เกณฑ์การให้คะแนน

1. การวางแผนและการออกแบบการทดลอง

1.1 ชอ่ื เร่ือง

− สอดคล้องกบั ปญั หา ให้ 1 คะแนน

− ไมส่ อดคล้องกับปัญหา ให้ 0 คะแนน

− ชอื่ เร่อื งมคี วามชัดเจน ให้ 1 คะแนน

− ชือ่ เรื่องไม่ชดั เจน ให้ 0 คะแนน

1.2 ปัญหา

− สอดคล้องกบั ชื่อเรอื่ ง ให้ 1 คะแนน

− ไม่สอดคลอ้ งกับชอ่ื เรอ่ื ง ให้ 0 คะแนน

− ครอบคลมุ เร่อื ง ให้ 1 คะแนน

− ไม่ครอบคุลมเรอ่ื ง ให้ 1 คะแนน

1.3 การตั้งสมมุติฐาน ให้ 1 คะแนน
− ต้งั สมมุติฐานไดส้ อดคล้องกับปญั หา ให้ 0 คะแนน
− ถ้าสมมุติฐานไมส่ อดคล้องกบั ปัญหา ให้ 1 คะแนน
− ตงั้ สมมตุ ฐิ านได้อย่างมเี หตุผล ให้ 0 คะแนน
− ถ้าสมมตุ ฐิ านไมม่ เี หตุผล

21

1.4 ตัวแปรต่าง ๆ ทง้ั 3 ตวั แปร ให้ 1 คะแนน
ให้ 0 คะแนน
− มตี วั แปรต่าง ๆ และถกู ต้องให้คะแนนตัวแปรละ
ให้ 1 คะแนน
− มีตวั แปรตา่ ง ๆ แต่ไม่ถกู ตอ้ ง หรอื ไมม่ ตี วั แปร ให้ 0 คะแนน
1.5 วิธีการทดลอง ให้ 1 คะแนน
ให้ 0 คะแนน
− ระบอุ ปุ กรณก์ ารทดลองครบถ้วน ให้ 2 คะแนน
− ระบอุ ุปกรณก์ ารทดลองไมค่ รบถ้วน ให้ 1 คะแนน
ให้ 0 คะแนน
− ระบุอุปกรณก์ ารทดลองเหมาะสม
ให้ 1 คะแนน
− ระบุอุปกรณก์ ารทดลองไมเ่ หมาะสม ให้ 0 คะแนน

− มีวิธกี ารทดลองเหมาะสม ให้ 1 คะแนน
ให้ 0 คะแนน
− วธิ ีการทดลองขา้ มขนั้ ตอนหรอื สลบั ซับซอ้ น
ให้ 1 คะแนน
− มวี ธิ ีการทดลองไมเ่ หมาะสม ให้ 0 คะแนน
2. การดำเนินการทดลอง ให้ 1 คะแนน
2.1 การทดลอง ให้ 0 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
− ดำเนนิ การทดลองสอดคลอ้ งกบั แผนการทดลอง ให้ 0 คะแนน

− ดำเนนิ การทดลองไมส่ อดคลอ้ งกับแผนการทดลอง ให้ 1 คะแนน
2.2 วิธีการใชอ้ ุปกรณ์ ให้ 0 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
− มีวิธกี ารใชอ้ ุปกรณถ์ กู ต้อง ให้ 0 คะแนน
− มีวธิ กี ารใชอ้ ุปกรณไ์ มถ่ ูกต้อง
2.3 การเกบ็ รักษาอุปกรณ์ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
− อุปกรณม์ คี วามสะอาด ให้ 0 คะแนน

− อปุ กรณ์ไม่มคี วามสะอาด ให้ 1 คะแนน
ให้ 0 คะแนน
− จัดเก็บอปุ กรณ์เปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย
− จัดเกบ็ อปุ กรณ์ไมเ่ ปน็ ระเบียบเรยี บรอ้ ย

− อปุ กรณ์ไม่ชำรดุ

− อุปกรณช์ ำรุด
3. ผลการทดลองและสรปุ ผล
3.1 การจดั กระทำขอ้ มลู

− นำเสนอขอ้ มลู เข้าใจง่าย

− นำเสนอข้อมลู ได้เหมาะสม

− นำเสนอขอ้ มูลเป็นลำดับขน้ั ตอน
− นำเสนอขอ้ มลู ไมเ่ ป็นลำดบั ขน้ั ตอน
3.2 ความถูกตอ้ งของข้อมลู

− ขอ้ มลู ทีน่ ำเสนอมีความถูกต้อง

− ข้อมูลท่ีนำเสนอมคี วามเปน็ ไปได้
− ข้อมูลท่นี ำเสนอไม่ถูกตอ้ ง
3.3 การแปลความหมายขอ้ มลู และสรปุ ผลการทดลอง

− แปลความหมายขอ้ มูลไดถ้ ูกต้อง

− แปลความหมายข้อมลู ไม่ถกู ตอ้ ง

22

− สรุปผลขอ้ มลู ไดส้ อดคล้องกบั จุดประสงคก์ ารทดลอง ให้ 1 คะแนน

− สรุปผลการทดลองไมส่ อดคลอ้ งกับจุดประสงค์การทดลอง ให้ 0 คะแนน

เกณฑก์ ารประเมนิ แยกตามองคป์ ระกอบ

ระดับคุณภาพ รายการประเมิน

1. การวางแผนวธิ ีดำเนินการทดลอง

4 − วางแผนการทดลองและออกแบบการทดลองไดถ้ กู ต้อง เหมาะสมกบั เวลา สามารถ

เลือกใชเ้ คร่ืองมอื และวสั ดอุ ุปกรณ์ในการทดลองได้ถกู ต้อง เหมาะสม และครบถ้วน

3 − วางแผนการทดลองและออกแบบการทดลองได้ถกู ตอ้ งและเหมาะสมกับเวลา แต่

การเลอื กใช้เครื่องและวสั ดอุ ปุ กรณย์ ังไม่เหมาะสมหรอื ไม่ครบถ้วน

2 − วางแผนการทดลองและออกแบบการทดลองไดไ้ มถ่ กู ต้องและไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

ตอ้ งได้ความชว่ ยเหลอื ในการเลอื กใช้เครือ่ งมอื และวสั ดอุ ปุ กรณ์

1 − ไมส่ ามารถวางแผนและออกแบบการทดลองได้เอง ตอ้ งไดร้ บั ความชว่ ยเหลอื อย่าง

มากในการวางแผนการทดลองการออกแบบการทดลอง การเลอื กใช้เครอ่ื งมือและ

วัสดุอุปกรณ์

2. การปฏบิ ตั ิการทดลอง

4 − ดำเนนิ การทดลองเปน็ ขั้นตอนและใช้เคร่อื งมอื วสั ดุอปุ กรณ์ตา่ ง ๆ ได้อยา่ งถูกต้อง

3 − ดำเนนิ การทดลองได้เอง แต่ต้องการคำแนะนำการใช้อปุ กรณ์เป็นบางคร้งั

2 − ต้องไดร้ ับความชว่ ยเหลอื เปน็ บางครงั้ ในการดำเนินการทดลองและการใช้อุปกรณ์

1 − ตอ้ งไดร้ บั ความช่วยเหลือตลอดเวลาในการดำเนนิ การทดลองและการใช้วสั ดอุ ุปกรณ์

3. ความคล่องแคลว่ ในการทำการทดลอง

4 − ดำเนนิ การทดลองและใชอ้ ุปกรณ์ทำการทดลองไดเ้ หมาะสม มีความปลอดภยั และ

ทำไดเ้ สรจ็ ทนั เวลา

3 − ทำการทดลองและใช้อุปกรณไ์ ดท้ ันเวลาทก่ี ำหนด แต่ยังตอ้ งการคำแนะนำการใช้

อปุ กรณ์บ้างเปน็ ครง้ั คราว

2 − ทำการทดลองไมท่ นั เวลาทีก่ ำหนด แต่ใชอ้ ุปกรณไ์ ด้ถูกตอ้ ง และไม่เกิดความ

เสียหาย

1 − ทำการทดลองไม่ทนั เวลาทก่ี ำหนดและทำอปุ กรณเ์ ครื่องใช้บางชน้ิ ชำรดุ เสยี หาย

4. การนำเสนอ (บันทกึ ผลการทดลองและเขียนรายงานการทดลอง)

4 − บนั ทึกผลการทดลองและสรุปผลการทดลองถกู ต้อง รดั กุม เขยี นรายงานการ

ทดลองได้อยา่ งสมบูรณเ์ ปน็ ขนั้ ตอนที่ชดั เจน

3 − บนั ทกึ ผลการทดลองและสรปุ ผลการทดลองได้เอง เขยี นรายงานการทดลอง

ยงั ไมเ่ ปน็ ขน้ั ตอนทสี่ มบูรณ์

2 − ต้องได้รบั คำแนะนำเปน็ บางครงั้ ในการบันทกึ ผลการทดลอง การสรุปผลการ

ทดลอง รวมทงั้ การเขียนรายงานการทดลอง

1 − ต้องได้รับความช่วยเหลอื อย่างมากในการบันทกึ ผลการทดลอง การสรุปผล
การทดลอง รวมทง้ั การเขียนรายงานการทดลอง

23

เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบตั ิการทดลองแบบภาพรวม

ระดับคณุ ภาพ รายการประเมิน

4 วางแผนวิธีการทดลองและปฏิบตั กิ ารทดลองไดค้ ลอ่ งแคลว่ ใช้อปุ กรณไ์ ดเ้ หมาะสม

ถกู ตอ้ ง ผลการทดลองทไ่ี ดถ้ กู ตอ้ งสมบรู ณ์

3 วางแผนวธิ ีการทดลองและปฏิบตั ิการทดลองไดค้ ลอ่ งแคลว่ ใชอ้ ปุ กรณ์ได้เหมาะสม

ถกู ตอ้ ง ผลการทดลองทไ่ี ดถ้ กู ต้องแตย่ ังไม่ครบถ้วน

2 วางแผนวิธกี ารทดลองและปฏบิ ตั กิ ารทดลองไดบ้ ้าง แตไ่ ม่คล่องแคลว่ ต้องการ

ความชว่ ยเหลอื แนะนำการใช้อปุ กรณใ์ หถ้ กู ต้องและปลอดภัย

1 ไมส่ ามารถวางแผนวธิ กี ารทดลองและปฏบิ ัติการทดลองได้เอง

24

ขนั้ ตอนท่ี 5 จดั ระเบียบตนเอง (Self-regulating)
กจิ กรรมที่ 5.1 สรปุ องค์ความรแู้ ม่เหลก็ และเส้นแรงแมเ่ หล็ก

คำช้แี จง นักเรยี นในแตล่ ะกลุ่ม สรปุ ความรู้ที่ไดจ้ ากการเรียนร้เู รือ่ งแม่เหล็กและเส้นแรงแมเ่ หล็ก

สารทเี่ ป็นแม่เหล็กหมายถงึ อะไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

การแบ่งสารแม่เหลก็ เป็น ............. ชนดิ คือ .....................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สนามแมเ่ หล็กหมายถึงอะไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ความเขม้ ของสนามแมเ่ หล็กมีความสัมพนั ธ์กบั โครงสรา้ งอะตอมในลักษณะใด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เสน้ สนามแมเ่ หลก็ หรอื เสน้ แรงแมเ่ หลก็ หมายถึงอะไร มคี วามสมั พนั ธ์กบั สนามแม่เหลก็ ในลักษณะใด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

25

แบบประเมนิ ข้นั ตอนท่ี 5 จดั ระเบยี บตนเอง (Self-regulating)
กิจกรรมที่ 5.1 สรุปองค์ความรแู้ มเ่ หลก็ และเส้นแรงแมเ่ หล็ก

เรอื่ ง....................................................................................................................กลุ่มท่.ี ..........

คำช้ีแจง ให้ผปู้ ระเมินเขียนเคร่ืองหมาย ✓ ลงในชอ่ งวา่ งท่ตี รงกบั ความเปน็ จริง สรปุ

รายการประเมนิ
รวมจำนวนรายการที่
ผ่านเกณฑข์ ัน้ ตำ่
เ ้นือหาครบ ้ถวนตรงตามประเ ็ดน
ท่ี ชือ่ สกลุ ความถูกต้องของเน้ือหาสาระ ผา่ น ไมผ่ า่ น
ภาษาถูกต้องเหมาะสม
้คนค ้วาจากแหล่งเ ีรยนรู้ท่ีหลากหลาย

1
2
3
4
5

เกณฑ์การประเมนิ
1. เน้ือหาสาระครบถ้วนตรงตามประเดน็
4 หมายถงึ มเี น้ือหาสาระครบถ้วนตามประเดน็ ท่ีกำหนดท้งั หมด
3 หมายถงึ มีเน้อื หาสาระคอ่ นข้างครบถ้วนตามประเดน็ ท่กี ำหนดทง้ั หมด
2 หมายถงึ มีเนอ้ื หาสาระไม่ครบถ้วนตามประเดน็ แต่ภาพรวมของสาระทั้งหมดอย่ใู นเกณฑพ์ อใช้
1 หมายถงึ มเี นื้อหาสาระไมค่ รบถ้วน ภาพรวมของสาระท้งั หมดอยู่ในเกณฑต์ อ้ งปรับปรงุ
2. ความถกู ต้องของเนอ้ื หาสาระ
4 หมายถึง เนอ้ื หาสาระทง้ั หมดถกู ตอ้ งตามขอ้ เท็จจริงและหลกั วชิ า
3 หมายถึง เนอ้ื หาสาระเกอื บท้ังหมดถูกตอ้ งตามขอ้ เท็จจริงและหลกั วชิ า
2 หมายถึง เน้ือหาสาระบางสว่ นถูกต้องตามขอ้ เทจ็ จริงและหลักวิชาต้องแกไ้ ขบางสว่ น
1 หมายถึง เนือ้ หาสาระสว่ นใหญ่ไม่ถูกต้องตามขอ้ เทจ็ จริง และหลักวิชาตอ้ งแกไ้ ขเป็นสว่ นใหญ่

26

3. ภาษาถูกต้องเหมาะสม
4 หมายถงึ สะกด การันตถ์ กู ตอ้ ง ถ้อยคำสำนวนเหมาะสมดีมาก ลำดบั ความได้ชดั เจน เข้าใจง่าย
3 หมายถงึ สะกด การนั ต์ถูกตอ้ งเป็นส่วนใหญ่ ถ้อยคำสำนวนเหมาะสมดี ลำดบั ความไดด้ พี อใช้
2 หมายถงึ สะกด การนั ต์มผี ิดอยูบ่ า้ ง ถอ้ ยคำสำนวนเหมาะสมพอใช้ ลำดบั ความพอเขา้ ใจ
1 หมายถึง สะกด การนั ตผ์ ดิ มาก ถ้อยคำสำนวนไม่เหมาะสม สำดับความไดไ้ มช่ ัดเจน
4. คน้ ควา้ จากแหล่งเรียนรทู้ ี่หลากหลาย
4 หมายถึง ค้นควา้ จากแหล่งเรยี นรทู้ ่หี ลากหลายตั้งแต่ 4 แหลง่ ขึ้นไป
3 หมายถงึ คน้ ควา้ จากแหลง่ เรียนรูท้ ี่หลากหลายต้ังแต่ 3 แหล่งขนึ้ ไป
2 หมายถงึ ค้นคว้าจากแหล่งเรยี นรู้ 2 แหลง่

1 หมายถึง ใชค้ วามรูเ้ พยี งแหล่งเรียนรเู้ ดียว
เกณฑก์ ารประเมินผลการเรียน

นกั เรียนตอ้ งมีพฤติกรรมในแต่ละรายการอยา่ งน้อยระดับ 2 ขน้ึ ไป จำนวน 3 ใน 4 รายการ

เกณฑก์ ารประเมนิ ผลการบนั ทกึ ผลงาน ระดบั คณุ ภาพ
รายการประเมิน 4

− บนั ทึกผลงานได้ถกู ต้องตามจดุ ประสงค์ เขียนบันทึกได้ชัดเจน แนวคดิ หลัก 3
ถกู ตอ้ ง มปี ระเด็นสำคัญครบถ้วน
2
− ใชภ้ าษาได้อย่างเหมาะสม ศพั ท์วิทยาศาสตร์ถูกต้อง
1
− บนั ทกึ ผลงานได้ตรงตามจุดประสงค์ เขียนบนั ทึกที่มีบางสว่ นยงั ไม่ชัดเจน
แนวคิดหลกั ถูกต้อง มปี ระเดน็ สำคญั ครบถว้ น

− ใช้ภาษา ศพั ทว์ ทิ ยาศาสตร์ไม่ถูกตอ้ งในบางส่วน

− บนั ทึกผลงานยดึ ตามจดุ ประสงค์ เขยี นบันทึกไม่ชัดเจน แนวคิดหลักบางส่วนไม่
ถูกต้อง ส่วนท่ีเปน็ ประเดน็ สำคัญมไี มค่ รบถ้วน

− ใชภ้ าษา ศัพทว์ ทิ ยาศาสตร์ไม่ถูกตอ้ งในบางสว่ น

− บนั ทกึ ผลงานไม่สอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์ เขียนบนั ทึกไม่ชดั เจน และแนวคิด
หลกั ส่วนใหญไ่ ม่ถกู ต้อง

− ใช้ภาษา ศพั ท์วทิ ยาศาสตร์ไมถ่ ูกต้อง

27

ขน้ั ตอนท่ี 5 จดั ระเบยี บตนเอง (Self-regulating)
กจิ กรรมท่ี 5.2 ประเมินผลงาน

คำชีแ้ จง นักเรียนในแตล่ ะกลุ่ม ประเมินผลงานและการปฏิบตั งิ านของแตล่ ะกลุ่ม

จดุ เดน่ ของโครงงาน
................................................................................................... ..............................................................................
.......................................................................................... .......................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
จุดด้อยของโครงงาน
................................................................................................ .................................................................................
.......................................................................................... ..................................................................................... ..
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.......................................................................................... .......................................................................................
ครง้ั ตอ่ ไปจะทำอะไรใหด้ ีข้ึนในการทำโครงงาน
.................................................................................................................... .............................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................... .............................................................
.......................................................................................... .......................................................................................

สรปุ ความประทับใจท่ไี ดเ้ รยี นรู้จากโครงงานในคร้ังนี้
.................................................................................................................... .............................................................
.......................................................................................... .......................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................... .............................................................
.................................................................................................................................................................................

ผ้ปู ระเมนิ นกั เรียน ครู ผ้ปู กครอง

ผลการประเมนิ

คะแนนเต็ม 30 คะแนน

คะแนนที่ได้ ............... คะแนน

สรปุ ดีมาก ดี ผ่าน ไมผ่ ่าน

28

แบบประเมินข้นั ตอนท่ี 5 จัดระเบียบตนเอง (Self-regulating)

กิจกรรมท่ี 5.2 ประเมินผลงาน

เร่อื ง....................................................................................................................กลุม่ ท.่ี ..........
คำชี้แจง ให้ผ้ปู ระเมนิ เขียนเครอื่ งหมาย ✓ ลงในช่องวา่ งท่ีตรงกับความเปน็ จรงิ

รายการประเมิน คะแนนทไ่ี ด้ หมายเหตุ
4321
1. การกำหนดปัญหาและการตั้งสมมุติฐาน
2. ขอ้ มลู หรือข้อเทจ็ จรงิ ประกอบการทำโครงงาน
3. การออกแบบการทดลอง
4. อปุ กรณ์และเครือ่ งมอื ในการทดลอง
5. การดำเนนิ การทดลอง
6. การบันทึกขอ้ มลู
7. การจัดกระทำขอ้ มูล
8. การแปลความหมายข้อมลู และการสรุปผลของข้อมลู
9. ความคดิ ริเร่มิ สร้างสรรค์
10. การเขียนรายงานหรอื การแสดงผลงาน

รวม

หมายเหตุ การประเมินการทดลองวทิ ยาศาสตร์ทำไดโ้ ดยการสงั เกต การสัมภาษณ์ และการบนั ทกึ การปฏบิ ัตงิ านหรือ

บนั ทกึ พฤติกรรมของผเู้ รียนเปน็ รายบุคคลและเปน็ รายกล่มุ อย่างต่อเนอ่ื งและ ผู้ประเมินหลายคน รวมทัง้ การประเมนิ

ตนเองของผูเ้ รียน

เกณฑ์การประเมินการทดลองวิทยาศาสตร์โดยพิจารณาองค์ประกอบยอ่ ย ดังน้ี

ระดับคณุ ภาพ รายการประเมิน

1. การกำหนดปญั หาและการตัง้ สมมตุ ฐิ าน

4 สมมุตฐิ านสอดคลอ้ งกับปญั หาและแสดงความสมั พนั ธ์ระหว่างเหตแุ ละผลอย่างชดั เจน

3 สมมตุ ฐิ านสอดคลอ้ งกับปัญหาและแสดงความสมั พนั ธ์ระหว่างเหตแุ ละผลแตย่ ังไม่ชดั เจน

2 สมมุติฐานสอดคลอ้ งกับปญั หา แตไ่ มแ่ สดงความสมั พนั ธ์ระหว่างเหตุและผล

1 สมมตุ ฐิ านไมส่ อดคล้องกบั ปัญหา

2. ขอ้ มลู หรือข้อเท็จจรงิ ประกอบการทำโครงงาน

4 มกี ารศึกษาคน้ หาขอ้ มูลหรอื ขอ้ เท็จจริงทีเ่ ก่ยี วข้องกับปัญหาอยา่ งชดั เจนครอบคลุม

3 มีการศึกษาคน้ หาข้อมลู หรือขอ้ เทจ็ จรงิ ท่เี กี่ยวข้องกับปัญหา แตย่ ังไม่ครอบคลมุ

2 มกี ารศกึ ษาค้นหาขอ้ มูลหรือข้อเทจ็ จริงทเ่ี กย่ี วข้องกับปัญหาเพยี งบางสว่ น

1 มีการศึกษาหาขอ้ มลู หรือขอ้ เทจ็ จริงที่ไมเ่ ก่ียวขอ้ งกับปญั หา

ระดับคุณภาพ รายการประเมิน

3. การออกแบบการทดลอง

4 สอดคลอ้ งกบั สมมุตฐิ าน ควบคมุ ตัวแปรได้ถกู ตอ้ งสมบูรณ์ และมแี นวทางการเกบ็ รวบรวม

ข้อมลู

3 สอดคลอ้ งกบั สมมุตฐิ านและควบคุมตวั แปรไดค้ รบถว้ นสมบูรณ์

2 สอดคล้องกบั สมมุติฐานและควบคมุ ตัวแปรไดบ้ างส่วน

29

1 สอดคล้องกบั สมมตุ ฐิ านแตไ่ ม่มกี ารควบคมุ ตัวแปร
ระดับคณุ ภาพ รายการประเมิน

4 4. อปุ กรณแ์ ละเคร่ืองมือในการทดลอง
3 เลือกใชอ้ ุปกรณไ์ ดถ้ ูกต้องและเหมาะสม
2 เลือกใช้อุปกรณ์ได้ถูกตอ้ งเปน็ ส่วนใหญ่
1 เลอื กใชอ้ ุปกรณไ์ ดถ้ ูกต้องเปน็ บางสว่ น
เลอื กใชอ้ ปุ กรณ์ไม่เหมาะสม
4 5. การดำเนินการทดลอง
3 ดำเนินการทดลองได้ถกู ต้องครบสมบรู ณ์
2 ดำเนนิ การทดลองไดถ้ กู ต้องเปน็ ส่วนใหญ่
1 ดำเนินการทดลองไดถ้ ูกต้องเปน็ บางสว่ น
ดำเนนิ การทดลองไม่เหมาะสม
4 6. การบันทึกขอ้ มลู
3 บันทึกข้อมลู ตรงจดุ ประสงค์ทต่ี อ้ งการศกึ ษาถกู ต้องและครบสมบรู ณ์
2 บนั ทกึ ข้อมูลตรงจดุ ประสงค์ทต่ี อ้ งการศกึ ษาและถูกตอ้ ง
1 บนั ทกึ ขอ้ มูลตรงจุดประสงคท์ ตี่ อ้ งการศึกษา
บันทกึ ขอ้ มลู ไมต่ รงจดุ ประสงคท์ ่ตี อ้ งการศึกษา
4 7. การจัดกระทำข้อมลู
3 มีการจัดกระทำข้อมลู ถูกต้อง ชดั เจน ละเอยี ด และครบสมบูรณ์
2 มีการจดั กระทำขอ้ มลู ถูกตอ้ ง ชดั เจน แตย่ งั ไม่ครบสมบรู ณ์
1 มีการจดั กระทำขอ้ มูลถกู ตอ้ ง แตไ่ มช่ ดั เจนเพียงพอ
มกี ารจัดกระทำขอ้ มลู ไม่ถกู ต้องเปน็ ส่วนมาก
8. การแปลความหมายข้อมูลและการสรุปผลของข้อมลู

4 แปลความหมายถกู ตอ้ งและสรปุ ผลสอดคลอ้ งกบั ขอ้ มูล
3 แปลความหมายถูกตอ้ ง แต่สรปุ ผลไมส่ อดคล้องกบั ขอ้ มูลบางสว่ น
2 แปลความหมายถกู ต้องเปน็ สว่ นใหญ่ แต่สรุปผลไมส่ อดคลอ้ งกับขอ้ มลู
1 แปลความหมายไม่ถูกตอ้ งบางสว่ น และไมส่ รปุ ผล
9. ความคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์
ระดบั คณุ ภาพ
4 รายการประเมนิ
3 โครงงานแสดงให้เห็นถึงความคดิ รเิ ริ่มสรา้ งสรรคแ์ ละสามารถนำไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ด้
2 โครงงานแสดงใหเ้ หน็ ถึงความคดิ รเิ ริม่ สร้างสรรค์
1 โครงงานบางส่วนมคี วามแปลกใหม่จากโครงงานทมี่ ผี ้ทู ำแลว้
โครงงานคล้ายคลงึ กับสงิ่ ท่ีเคยทำแล้ว
4 10. การเขยี นรายงานหรอื การแสดงผลงาน
3 มกี ารนำเสนอเปน็ ขนั้ ตอนสมบูรณ์และชดั เจน
2 มกี ารนำเสนอเปน็ ขนั้ ตอนแตย่ งั ไมช่ ัดเจน
1 มีการนำเสนอบางส่วนเปน็ ข้ันตอนแต่ยงั ไม่ชดั เจน
มีการนำเสนอไม่ชดั เจน ไม่เปน็ ขั้นตอน

30

แบบทดสอบหลังเรียน

เร่ืองท่ี 1 แมเ่ หล็กและสนามแมเ่ หลก็

คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเลอื กคำตอบทีถ่ ูกที่สดุ เพียงคำตอบเดยี ว
1. เส้นแรงแมเ่ หล็กแต่ละเสน้ แสดงอะไร

ก. ขนาดของสนามแม่เหล็ก
ข. ทิศของแรงบนตัวนำท่มี ีกระแสไฟฟ้า
ค. ทศิ ของแรงที่กระทำต่อขั้วเหนือของเข็มทิศ
ง. ขนาดของแรงท่ีกระทำต่อข้ัวใตข้ องเข็มทิศ
2. ความหมายของข้วั แมเ่ หล็ก ขอ้ ความใดถูกตอ้ งทีส่ ุด
ก. บริเวณทแ่ี สดงอำนาจแม่เหล็ก
ข. บริเวณตรงกลางของแท่งแม่เหลก็
ค. บริเวณท่ีเสน้ แรงแมเ่ หล็กพุ่งออกไป
ง. บริเวณทป่ี ลายทัง้ สองของแทง่ แม่เหลก็
3. การตงั้ ชอ่ื ข้ัวเหนือและขวั้ ใต้ของแท่งแม่เหล็กนั้น อาศัยหลกั การใด
ก. ลกั ษณะทางภูมิศาสตร์
ข. อำนาจของแม่เหล็กโลก
ค. อำนาจของแท่งแม่เหล็ก
ง. การดดู และการผลกั กนั ของขัว้ แมเ่ หลก็
4. ตำแหนง่ ใดท่ีค่าสนามแมเ่ หล็กลัพธ์มคี ่าเป็นศนู ย์
ก. จดุ สะเทิน
ข .ขัว้ ใตข้ องแทง่ แมเ่ หล็ก
ค. ก่งึ กลางของแทง่ แม่เหล็ก
ง. ขั้วเหนอื ของแท่งแม่เหลก็
5. สนามแม่เหลก็ ที่มขี นาดของสนามแมเ่ หล็กมากทส่ี ุดคือจุดใด

ก. M ข. O
ค. N ง. P

31

6. บรเิ วณใดมีโอกาสเป็นจุดสะเทินเม่ือพจิ ารณาร่วมกับสนามแม่เหล็กโลก

ก. A ข. A, D
ข. B ง. B, C
7. แทง่ แมเ่ หล็กเหมอื นกนั ทุกประการ 2 แท่ง วางขนานกันดังรปู XY เปน็ เส้นตรงที่ลากผา่ นจุด
กึ่งกลางระหว่างแท่งแมเ่ หล็กทัง้ สอง P, Q, R เปน็ จุดท่ีอยบู่ นเส้นตรง XY จุดใดเปน็ จุดทมี่ โี อกาสเปน็
จุดสะเทินมากที่สดุ

ก. Q ข. P, Q, R
ค. P และ R ง. อาจเป็นจดุ อื่น ๆ ท่ีไม่ใช่ 3 จดุ น้ี

8. จากรปู ขอ้ ใดแสดงทิศของเขม็ ทศิ A และ B ไดถ้ ูกต้อง





9. เมอื่ วางประจุไฟฟา้ อยูน่ ่งิ ในสนามแมเ่ หล็กจะเกิดอะไรขึ้น

ก. ประจไุ ฟฟ้ายังคงอยู่นง่ิ

ข. ประจุไฟฟา้ เคล่อื นท่ีในแนวต้งั ฉากกบั เส้นแรงแม่เหล็ก

ค. ประจไุ ฟฟ้าเคล่ือนที่ในแนวเสน้ แรงแม่เหลก็ จากขว้ั ใต้ไปข้วั เหนือ

ง. ประจไุ ฟฟา้ เคลื่อนท่ีในแนวเสน้ แรงแม่เหล็กจากขั้วเหนอื ไปขว้ั ใต้

10. เม่อื โปรตอนเคลอ่ื นที่ต้ังฉากกับสนามแมเ่ หลก็ ปริมาณอะไรเปลี่ยนแปลง

ก. มวล ข. พลงั งาน

ค. ประจุ ง. ความเร็ว “เก่งมากครับ”

32

เอกสารอ้างอิง

คณ ะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, สำนักงาน. หลากหลายวิธีการสอน ของครูต้น แบ บ 2541
วิชาวิทยาศาสตร์. กรงุ เทพฯ: พิมพด์ ีการพิมพ์, 2542.
ชัยฤทธ์ิ ศิลาเดช. คู่มือครูการเขียนแผนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ระดับมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ:
จูนพบั ลิชชิง, 2545
ทิศนา แขมมณ.ี 14 วธิ สี อนสำหรับครมู อื อาชีพ. กรุงเทพฯ: สำนกั พมิ พ์แหง่ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั , 2544.
บญั ชา แสนทวี และคณะ. สอ่ื การเรยี นรู้ แรงและการเคลอ่ื นท่ี และแรงในธรรมชาติ ชัน้ มัธยมศกึ ษา ปีท่ี 4 6.
กรุงเทพฯ: สำนักพมิ พว์ ัฒนาพานิช, 2551.
ศึกษาธิการ, กระทรวง. การจัดสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรการศึกษา
ขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๔๔. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพรา้ ว, 2546.
_______. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. (ม.ป.ท), (ม.ป.ป).สุวิทย์ มูลคำ และ
อรทยั มูลคำ. 21 วิธกี ารจดั การเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการคดิ . พมิ พ์ครงั้ ที่ 2, กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ภาพพิมพ์,
2545.
Wiggins, G., and McTighe, J. Understanding by Design. Expanded 2nd ed., Virginia USA:
Association for Supervision and Curriculum Development (ASCD), 2005.
_______. หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พ้ืนฐานเคล่ือนที่ พลังงาน ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 6. กรุงเทพฯ:
สำนกั พมิ พ์ สกสค, 2560.

33

ภาคผนวก

34

เฉลยขอ้ สอบ

ข้อสอบก่อนเรียน ข้อสอบหลงั เรียน

1ก 1ค
2ง 2ก
3ข 3ข
4ค 4ก
5ค 5ข
6ก 6ง
7ง 7ก
8ก 8ค
9ข 9ก
10 ค 10 ง

35

เฉลย ขัน้ ตอนท่ี 1 ศกึ ษารวบรวมข้อมลู (Gathering)
ใบงานท่ี 1

เรอ่ื ง แมเ่ หล็ก
1. จากรปู นำแทง่ แม่เหล็กรปู สี่เหลย่ี ม 2 แท่ง มาวางคู่กนั อธิบายว่าเกดิ ปฏิกิรยิ าอย่างไรกับแม่เหลก็

1.1 (วางขว้ั เหนอื ใกลก้ ับขว้ั เหนือ)
แรงผลักกนั

1.2 (วางขั้วเหนอื ใกลก้ ับขัว้ ใต้)
แรงดงึ ดูดกนั

1.3 (วางขั้วใตใ้ กลก้ บั ขว้ั ใต้)
แรงผลกั กัน

1.4 (วางขั้วใต้ใกล้กับขัว้ เหนือ)
แรงดึงดูดกัน

สรปุ
ถา้ วางแม่เหลก็ ในขวั้ เหมือนกันแม่เหล็กจะออกผลักกนั แตถ่ ้าหากวางแมเ่ หล็กไว้ในขั้วท่ี

ต่างกนั แมเ่ หล็กจะมีแรงดงึ ดูดซง่ึ กนั และกนั

36

ขนั้ ตอนที่ 1 ศกึ ษารวบรวมข้อมลู (Gathering) ตอ่

เฉลย ใบงานท่ี 2

เร่ือง สนามแม่เหลก็
1. จงวาดรูปเสน้ แรงแม่เหลก็ ต่อไปน้ีใหส้ มบรู ณ์

1.1

N S
NS
1.2

NS

1.3 ตามความคดิ ของนักเรยี น

SN NS

1.4

NS

NS

37

เฉลย ข้นั ตอนที่ 2 ประมวลผลขอ้ มูล (Processing)
กจิ กรรมที่ 2 แม่เหลก็ และสนามแมเ่ หล็ก

คำช้ีแจง นักเรียนจับกลุ่ม 4-5 คน ให้แต่ละกลุ่มเลือกสืบค้นข้อมูลในหัวข้อความสนใจและจัดทำลงใน Brace
Maps

1. กำหนดองคป์ ระกอบของความแมเ่ หล็ก
2. บอกการกระทำท่ีแสดงถงึ ลกั ษณะของแม่เหลก็ ตามองค์ประกอบ
3. อธิบายความสัมพันธ์ของแตล่ ะองคป์ ระกอบ
4. สรุปความเข้าใจเกยี่ วกบั แมเ่ หลก็ คืออะไร

แมเ่ หล็ก

สารท่แี ม่เหลก็ สารท่แี มเ่ หลก็
ทาปฏิกรยิ า ไม่ทาปฏิกรยิ า

ตามความคิดของนกั เรียน

ความคิดรวบยอด
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................ต......า....ม.....ค.....ว....า....ม......ค.....ิด.....ข......อ....ง....น......ัก....เ..ร.....ยี.....น....................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................

38

เฉลย
ขัน้ ตอนท่ี 3 ประยุกต์ใช้ (Apply 1)

กิจกรรมที่ 3.1 ปญั หาทส่ี นใจ (แมเ่ หลก็ และเสน้ แรงแมเ่ หล็ก)

คำชแ้ี จง ให้นักเรยี นจบั กล่มุ 3 - 5 คนจากความรู้เกย่ี วกบั แมเ่ หล็กทไี่ ดศ้ กึ ษา ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มเขียนปญั หาทส่ี นใจ

เพอ่ื นำไปทำโครงงานหน้าเดียว และสรปุ ปญั หาท่ีเลอื ก

รายการ/นกั เรียน คนท่ี 1 คนท่ี 2 คนที่ 3 คนท่ี 4 คนที่ 5
ช่ือปัญหา 1…………………. 1…………………. 1…………………. 1…………………. 1………………….
…………………… ……ต…า…ม…ค…วา…ม…คดิ ขอ…ง…น…กั …เร…ยี น……… …………………… ……………………
สรปุ ปญั หาที่เลอื ก 2…………………. 2…………………. 2…………………. 2…………………. 2………………….
……………………. ……………………. ……………………. ……………………. …………………….

......................... ......................... ......................... ......................... .........................

สรุป ปญั หาทีน่ ่าสนใจและเลือกมาทำโครงงาน

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………ต…า…ม…ค…ว…าม…ค…ดิ …ข…อง…น…กั …เร…ยี …น………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ผูป้ ระเมนิ นกั เรยี น ครู ผูป้ กครอง

ผลการประเมนิ

คะแนนเต็ม 30 คะแนน

คะแนนทไ่ี ด้ ............... คะแนน

สรปุ ดมี าก ดี ผา่ น ไมผ่ ่าน

39

เฉลย ขน้ั ตอนที่ 4 ประยกุ ต์ใช้ (Apply 2)
กจิ กรรมท่ี 4.1 โครงงาน (แม่เหล็ก)

คำช้แี จง ให้นกั เรยี นศกึ ษากิจกรรม สงั เกตอำนาจแม่เหล็ก ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มปฏิบตั กิ ิจกรรมพร้อมทั้งสงั เกตผลท่ี

เกดิ ข้นึ เก็บรวบรวมข้อมูลและบนั ทึกผล

1. อปุ กรณ์ ตวั อยา่ งโครงงานทดลอง

1. ชดุ เส้นแรงแมเ่ หลก็ 1 ชุด

2. แท่งแมเ่ หลก็ กลมและสเี่ หลี่ยมผืนผา้ 1 แทง่

2. ปัญหา สง่ิ ทเ่ี ป็นตัวบ่งชีว้ า่ แมเ่ หลก็ สง่ อำนาจการดึงดดู ไปรอบ ๆ แท่งแมเ่ หลก็ คอื อะไร

3. วิธกี ารทดลอง
3.1 วางชดุ เส้นแรงแม่เหลก็ ซึง่ ประกอบดว้ ยกล่องพลาสติกท่ีภายในบรรจผุ งตะไบเหล็ก และพาราฟิน

เหลวลงบนพื้นโตะ๊ ราบ โดยไม่มแี ทง่ แม่เหล็กอยดู่ ้านลา่ งใช้ปลายนิ้วเคาะข้างกล่อง สังเกตลกั ษณะการจดั เรยี งตวั
ของผงตะไบเหลก็ ในของเหลวทีบ่ รรจอุ ยูใ่ นกลอ่ ง และบนั ทึกผล

3.2 นำแท่งแม่เหล็กกลมขนาดเสน้ ผ่านศนู ย์กลาง 1 เซนติเมตร ยาว 5 เซนตเิ มตร วางใต้กล่องพลาสตกิ
ในข้อ 1 ใช้ปลายน้ิวเคาะข้างกลอ่ ง สงั เกตการจัดเรียงตัวของผงตะไบเหลก็ และบนั ทึกผล

3.3 ดำเนนิ การสังเกตเชน่ เดยี วกบั ขอ้ 1 และ 2 โดยเปลยี่ นจากแท่งแมเ่ หลก็ กลมเปน็ แทง่ แมเ่ หล็กรปู

สี่เหลีย่ มผนื ผ้าขนาด 2 เซนตเิ มตร 4.5 เซนตเิ มตร  0.5 เซนตเิ มตร สังเกตลักษณะการจดั เรยี งตัวของผง
ตะไบเหล็ก และบนั ทึกผล (การวางแทง่ แม่เหล็กรูปสี่เหลยี่ มผนื ผา้ ไวใ้ ต้กล่องพลาสติก ต้องใหด้ า้ นทเ่ี ปน็ ความหนา
ของแท่งแมเ่ หลก็ สัมผัสกบั พ้ืนโตะ๊ )

40

4. บนั ทกึ ผลการทดลอง ลกั ษณะการจดั เรียงตัวของ ภาพแสดงลกั ษณะของการ
รายการ ผงตะไบเหลก็ จัดเรียงตัวของผงตะไบเหล็ก

1. วางกล่องพลาสติกโดย ไม่มี ผงตะไบไม่มีการเปลี่ยนแปลง
แท่งแม่เหล็กอยดู่ ้าน ลา่ ง ยงั คงกระจัดกระจายเหมือนเดมิ

2. วางกลอ่ งพลาสติกโดยมี ผงตะไบเหล็กท่ีอย่ใู กล้แมเ่ หล็ก
แทง่ แมเ่ หล็กกลมอยู่ จะเรยี งตัวเป็นแนวโคง้ จากขวั้
ด้านล่าง หนึ่งไปยังอีกข้ัวหนึง่ ของแทง่
แม่เหลก็ โดยจะหนาแน่นบรเิ วณ
3. วางกล่องพลาสติกโดยมี ปลายแทง่
แทง่ แม่เหล็กรูปส่เี หลย่ี ม ผนื ผา้
อยดู่ า้ นล่าง ผงตะไบเหล็กจะเรียงตัวเป็น
แนวโค้งจากขั้วด้านหน่ึงไปยงั
อีกดา้ นหนงึ่ ของแท่งแมเ่ หลก็
โดยจะหนาแน่นบรเิ วณกลาง
แทง่

5. สรุปผล
เมอื่ วางชดุ เสน้ แรงแม่เหล็ก ซ่ึงประกอบดว้ ยกล่องพลาสติก ทีภ่ ายในบรรจุผงตะไบเหล็กลงบนโต๊ะพน้ื

ราบโดยไม่มแี ทง่ แมเ่ หลก็ อยู่ด้านลา่ ง แลว้ ใชน้ ิ้วเคาะขา้ งกล่อง ผงตะไบเหล็กไม่มีการเปล่ียนแปลงเมือ่ นำแท่ง
แมเ่ หลก็ กลมวางใต้กล่องพลาสตกิ แลว้ ใช้น้ิวเคาะขา้ งกลอ่ ง ผงตะไบเหล็กท่ีอยู่ใกลแ้ ทง่ แมเ่ หลก็ จะเรียงตัวกันเป็น
แนวโค้งจากข้ัวหนึ่งไปยังอีกขั้วหน่ึงของแท่งแม่เหลก็ เม่ือใช้แมเ่ หล็กแบนรปู ส่ีเหลย่ี มผืนผ้า ซึ่งเป็นแมเ่ หลก็ ทมี่ ขี วั้
อยู่ดา้ นบน พบว่าผงตะไบเหลก็ จะเรียงตวั เปน็ แนวโคง้ จากข้ัวด้านหนง่ึ ไปยงั อกี ด้านหน่งึ ของแท่งแมเ่ หล็กโดยจะ
หนาแน่นบริเวณกลางแท่ง

6. คำถามท้ายกิจกรรม
6.1 แม่เหล็กที่ใช้ในกจิ กรรมนี้มีลักษณะใด

แม่เหล็กที่ใช้ทดลองมี 2 แบบ คือ แบบกลมขนาดเสน้ ผ่านศูนย์กลาง 1 เซนตเิ มตร ยาว 5 เซนติเมตร

และแบบสีเ่ หลย่ี มผนื ผ้าขนาด 2 ซม.  4.5 ซม.1 0.5 ซม.
6.2 จุดประสงค์ท่ีต้องการเคาะข้างกลอ่ งพลาสติก กอ่ นทำกิจกรรมทุกคร้งั เพอื่ อะไร

เพอื่ ไม่ให้มเี ศษผงตะไบค้างอยู่เพราะจะต้องนำผลการสังเกตเมือ่ ใช้แม่เหลก็ แท่งกลมกับแม่เหล็กแท่ง
ส่เี หลยี่ มผืนผา้ มาเปรียบเทียบกัน

41

6.3 เพราะเหตุใดขณะทำกจิ กรรมจึงต้องเคาะข้างกล่องพลาสตกิ
เพื่อให้ผงตะไบเหล็กเรียงตวั กัน

6.4 การวางแทง่ แมเ่ หลก็ รูปส่ีเหลยี่ มผนื ผา้ ไว้ใต้กล่องพลาสตกิ จะต้องวางในลกั ษณะใด
วางให้ดา้ นทีเ่ ปน็ ความหนาของแท่งแมเ่ หลก็ สมั ผัสกับพน้ื โต๊ะ
6.5 เมอ่ื วางกล่องพลาสติกของชุดเสน้ แรงแมเ่ หล็กลงบนพน้ื โตะ๊ ราบ ใชป้ ลายน้ิวเคาะข้างกลอ่ ง
ผงตะไบเหล็กในกล่องมีลักษณะใด

กระจัดกระจายอยู่ในกล่อง
6.6 การเรียงตวั ของผงตะไบเหล็กในกล่องพลาสติกหลงั จากวางบนแท่งแม่เหลก็ กลมแตกต่าง
จากก่อนวางบนแท่งแม่เหลก็ หรอื ไม่ เพราะอะไร

แตกต่างกนั กลา่ วคือ ผงตะไบเหลก็ ทอี่ ยู่ใกลแ้ ท่งแม่เหล็กจะเรยี งตวั กนั เปน็ แนวโคง้ จากปลายข้างหน่ึงไป
ยงั อีกปลายขา้ งหนง่ึ ของแท่งแม่เหลก็ โดยจะมีความหนาแน่นบรเิ วณปลายแทง่
6.7 การเรียงตัวของผงตะไบเหลก็ ในกล่องพลาสติกหลงั จากวางบนแท่งแม่เหลก็ สเ่ี หลย่ี มผืนผ้า
แตกตา่ งจากเมื่อวางบนแทง่ แม่เหลก็ กลมหรือไม่

แตกตา่ งกนั กล่าวคือ ผงตะไบเหลก็ จะเรยี งตัวเปน็ แนวโคง้ จากข้ัวด้านหนงึ่ ไปยังข้วั อีกดา้ นหนง่ึ ของแทง่
แมเ่ หล็ก โดยจะมีความหนาแน่นบรเิ วณกลางแท่ง
6.8 การทผ่ี งตะไบเหล็กที่มีแท่งแมเ่ หล็กอยู่ใต้กล่องพลาสติกมกี ารเรียงตวั แตกต่างจากทไี่ มม่ ี
แท่งแมเ่ หล็กอยู่ แสดงวา่ โดยรอบแท่งแมเ่ หล็กมีสงิ่ ใด

อำนาจแม่เหล็ก
6.9 บรเิ วณโดยรอบแท่งแม่เหลก็ ทแี่ ม่เหลก็ สามารถสง่ อำนาจแมเ่ หล็กไปถึงเรยี กว่าอะไร

สนามแม่เหลก็
6.10 ผลสรปุ ของกิจกรรมนค้ี ืออะไร

แท่งแม่เหล็กสามารถส่งอำนาจแม่เหลก็ ออกไปบรเิ วณโดยรอบแท่งแมเ่ หล็กได้ และอำนาจแมเ่ หล็กน้ี
สามารถทำให้ผงตะไบเหลก็ เรียงตัวกนั เปน็ แนวหรอื เสน้ ได้ บรเิ วณโดยรอบแท่งแมเ่ หลก็ ที่แม่เหลก็ สามารถส่ง
อำนาจแมเ่ หล็กไปถึง เรยี กว่า สนามแมเ่ หล็ก และแนวทีผ่ งตะไบเหล็กเรยี งตวั กนั อยา่ งมรี ะเบยี บ เรียกว่า เส้นแรง
แมเ่ หล็ก

42

เฉลย ข้นั ตอนที่ 4 ประยกุ ตใ์ ช้ (Apply 4) ตอ่
กจิ กรรมที่ 4.1 โครงงาน (เส้นแรงแม่เหลก็ )

คำช้ีแจง ให้นักเรียนศกึ ษากจิ กรรม สังเกตเส้นแรงแมเ่ หลก็ ใหแ้ ต่ละกลมุ่ ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมพรอ้ มท้ังสังเกตผลที่

เกิดข้นึ เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลและบันทึกผล

1. อุปกรณ์

1.1 แม่เหลก็ ชนดิ แทง่ 1 แทง่

1.2 เขม็ ทิศขนาดเล็ก 1 อนั ตัวอยา่ งโครงงานทดลอง
1.3 กระดาษขาว A4 1 แผ่น

1.4 ดินสอ 1 แท่ง

2. ปัญหา เสน้ แรงแม่เหล็กมีลกั ษณะเปน็ แบบใด

3. วธิ ีการทดลอง

3.1 นำแทง่ แม่เหลก็ วางบนกึ่งกลางของกระดาษขาว A4 ทีเ่ ตรยี มไว้ โดยหันดา้ นทเ่ี หน็ สญั ลกั ษณข์ ว้ั

เหนือและขว้ั ใต้ ดงั รูป (ก)

3.2 นำเขม็ ทิศมาวางที่ปลายแทง่ แมเ่ หล็กดา้ นที่เป็นข้ัวเหนือท่ีตำแหนง่ ปลายของตวั เขม็ ทิศขวั้ ใตใ้ ช้ดินสอ

ทำจุด X ส่วนข้วั เหนอื ใชด้ นิ สอทำจุด Y ดงั รูป (ข)

3.3 นำเข็มทิศเลอ่ื นข้ึน ใหต้ ำแหน่งปลายทางของตัวเข็มทิศขว้ั ใตอ้ ย่เู หนือจุด Y ดงั รปู (ข) ใช้ดนิ สอดำทำ
จุดให้ตรงกับตำแหนง่ ปลายตัวเข็มทศิ ข้ัวเหนอื

3.4 ดำเนินการเชน่ เดียวกับข้อ 3 ไปจนกระทั่งถงึ ปลายอีกขา้ งหนง่ึ ของแท่งแมเ่ หล็ก
3.5 ลากเส้นเช่ือมต่อจุดทุกจดุ จนครบ และเขียนลูกศรกำกับ โดยให้หัวลกู ศรช้ีไปทางขวั้ ใต้ของแทง่
แมเ่ หล็ก ดังรปู (ค)
4. บันทกึ ผลการทดลอง
............................................................................................................................. ....................................................
..................................................................เ.ป...็น...ไ.ป...ต...า..ม..ผ...ล..ก...า..ร..ท...ด..ล...อ..ง................... ....................................................
.................................................................................................................................................................. ....
5. สรปุ ผล
................................................................................................................. ................................................................
.................................................................ต..า...ม..ข...อ้ ..ส...ร..ุป..จ...า..ก..ผ...ล..ก...า..ร..ท...ด..ล...อ..ง................................................................
............................................................................................................................................ .....................................

43

6. คำถาม
6.1 แมเ่ หลก็ ที่ใชใ้ นกจิ กรรมน้ีมลี ักษณะใด

เปน็ แมเ่ หลก็ แทง่ สีเ่ หลยี่ มผืนผา้ เพือ่ ให้สะดวกต่อการวางบนแผน่ กระดาษ
6.2 เขม็ ทิศท่นี ำมาใช้ในกจิ กรรมมปี ระโยชนใ์ นเรือ่ งใด

เป็นตวั กำหนดทิศทางของเส้นแรงแมเ่ หลก็ ท่ไี ดจ้ ากการร่างบนกระดาษ
6.3 ความคลาดเคล่ือนของการสังเกตเกดิ จากสิ่งใด

1. การวางเขม็ ทิศเพื่อทิศของเส้นแรงแม่เหลก็
2. การใช้ดินสอจดุ เพ่ือกำหนดทิศทางของเส้นแรงแม่เหลก็
6.4 ทศิ ทางของเส้นแรงแม่เหล็กมีการแผ่ออกจากตัวแท่งแมเ่ หลก็ จากทิศใดไปยงั ทิศใด
จากทศิ เหนือไปยังทิศใต้
6.5 บรเิ วณใดที่พบเสน้ แรงแม่เหล็กจำนวนมาก
บรเิ วณสว่ นขัว้ เหนือและข้วั ใต้ของแท่งแมเ่ หลก็
6.6 รปู ของเส้นแรงแม่เหล็กที่ไดจ้ ากกิจกรรมน้ีมีลักษณะแบบใด

44

เฉลย ข้ันตอนที่ 5 จดั ระเบยี บตนเอง (Self-regulating)
กิจกรรมที่ 5.1 สรุปองคค์ วามรแู้ มเ่ หล็กและเสน้ แรงแม่เหลก็

คำชีแ้ จง นกั เรียนในแตล่ ะกลุ่ม สรปุ ความรู้ท่ไี ดจ้ ากการเรียนรเู้ รอ่ื งแม่เหล็กและเสน้ แรงแม่เหลก็

สารทเ่ี ป็นแม่เหลก็ หมายถึงอะไร
สารที่ออกแรงดึงดดู หรอื ผลกั กบั แม่เหล็ก

การแบง่ สารแมเ่ หล็กเปน็ 3 ชนดิ คอื สารพาราแมกเนติก ,สารเฟอโรแมกเนติก และสารไดอาแมกเนติก

สนามแม่เหลก็ หมายถงึ อะไร
ปริมาณที่บ่งบอกแรงกระทำบนประจุที่กำลังเคลื่อนท่ี สนามแม่เหล็กเป็นสนามเวกเตอร์และทิศ

ของสนามแม่เหลก็ ณ ตำแหนง่ ใดๆ คอื ทิศที่เข็มของเขม็ ทศิ วางตัวอย่างสมดุล

ความเข้มของสนามแมเ่ หล็กมีความสมั พนั ธ์กับโครงสรา้ งอะตอมในลกั ษณะใด
ถ้าความเขม้ ของสนามแม่เหล็กสูงโครงสร้างของอะตอมจะมีอัตราการขยายตวั กส็ งู ข้ึนตาม

เสน้ สนามแมเ่ หล็กหรอื เส้นแรงแม่เหล็กหมายถงึ อะไร มคี วามสมั พนั ธ์กบั สนามแมเ่ หลก็ ในลกั ษณะใด
ด้วยนิยามอย่างเป็นทางการแล้ว เส้นแรงแม่เหล็กไม่ได้เป็นปริมาณเวกเตอร์ แต่เป็นเวกเตอร์

เสมือน เท่านั้น แม้ว่าภาพต่างๆ มักจะแสดงเส้นแรงแม่เหล็กด้วยลูกศร แต่เราไม่สามารถแปลความหมาย
ลกู ศรน้ันเป็นการเคลอื่ นทีห่ รือการไหลของเส้นสนาม

45

ข้นั ตอนท่ี 5 จดั ระเบียบตนเอง (Self-regulating)
เฉลย กจิ กรรมท่ี 5.2 ประเมินผลงาน

คำชแี้ จง นักเรียนในแต่ละกลุ่ม ประเมนิ ผลงานและการปฏิบตั งิ านของแต่ละกล่มุ

จดุ เด่นของโครงงาน
.................................................................................. ...............................................................................................
.......................................................................................... ....................................................................... ................
............................................................ต..า...ม..ค...ว..า..ม...ค..ิด...ข..อ...ง.น...ัก...เ.ร..ีย..น..............................................................................
.................................................................................................................................................................................
จดุ ดอ้ ยของโครงงาน
.................................................................................................................... .............................................................
.......................................................................................... .......................................................................................
...........................................................ต...า..ม..ค...ว..า..ม...ค..ิด...ข..อ...ง..น..กั...เ.ร..ยี ..น...............................................................................
.................................................................................................... .............................................................................
.......................................................................................... .......................................................................................
คร้งั ต่อไปจะทำอะไรให้ดขี ้ึนในการทำโครงงาน
.................................................................................................................... .............................................................
.................................................................................................................................................................................
...........................................................ต...า..ม..ค...ว..า..ม...ค..ิด...ข..อ...ง..น..กั...เ.ร..ีย..น...............................................................................
.................................................................................................................... .............................................................
.................................................................................................................................................................................
สรปุ ความประทับใจทไี่ ดเ้ รยี นรู้จากโครงงานในครั้งนี้
.................................................................................................................................................................................
.......................................................................................... .......................................................................................
...........................................................ต...า..ม...ค..ว..า..ม...ค...ดิ ..ข...อ..ง..น...ัก..เ.ร..ีย...น..............................................................................
.................................................................................................................... .............................................................
.......................................................................................... .......................................................................................

ผู้ประเมิน นกั เรียน ครู ผปู้ กครอง

ผลการประเมนิ

คะแนนเต็ม 30 คะแนน

คะแนนทไี่ ด้ ............... คะแนน

สรปุ ดมี าก ดี ผา่ น ไมผ่ า่ น

46


Click to View FlipBook Version