ความสัมพันธ์ระหว่างวรรคดีกับ
สถาปัตยกรรมไทย
วรรณคดี
วรรณคดี หมายถึง วรรณกรรมหรืองานเขียนที่ยกย่องกันว่าดี มี
สาระ และมีคุณค่าทางวรรณศิลป์ การใช้คำว่าวรรณคดีเพื่อ
ประเมินค่าของวรรณกรรมเกิดขึ้นในพระราชกฤษฎีกาตั้งวรรณคดี
สโมสรในสมัยรัชกาลที่ 6 (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่
หัว)
วรรณคดีในภาษาไทย
วรรณคดีในภาษาไทย ตรงกับคำว่า "Literature" ในภาษาอังกฤษ โดยคำว่า Literature ในภาษาอังกฤษมาจากภาษาละติน
แปลว่า การศึกษาระเบียบของภาษา ซึ่งในภาษาอังกฤษจะมีความหมายหลายอย่าง ดังนี้
1. อาชีพการประพันธ์
2. งานเขียนในสมัยใดสมัยหนึ่ง
3.งานประพันธ์ที่ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์ และผู้อ่านทั่วไป
สำหรับในภาษาไทย วรรณคดี ปรากฏครั้งแรกในหนังสือพระราชกฤษฎีกาตั้ง วรรณคดีสโมสร วันที่ 23
กรกฎาคม พ.ศ. 2457 โดยมีความหมายคือ หนังสือที่ได้รับยกย่องว่าแต่งดี นั้นคือมีการใช้ภาษาอย่างดี มี
ศิลปะการแต่งที่ยอดเยี่ยมทั้งด้านศิลปะการใช้คำ ศิลปะการใช้โวหารและถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ และภาษา
นั้นให้ความหมายชัดเจน ทำให้เกิดการโน้มน้าวอารมณ์ผู้อ่านให้คล้องตามไปด้วย กล่าวง่าย ๆ คือ เมื่อผู้อ่าน ๆ
แล้วทำให้เกิดความรู้สึกซาบซึ้ง ตื่นเต้นดื่มด่ำ หนังสือเล่มใดอ่านแล้วมีอารมณ์เฉย ๆ ไม่ซาบซึ้งตรึงใจและทำให้
น่าเบื่อถือว่าไม่ใช่วรรณคดี หนังสือที่ทำให้เกิดความรู้สึกดื่มด่ำดังกล่าวนี้จะต้องเป็นความรู้สึกฝ่ายสูง คือทำให้
เกิดอารมณ์ความนึกคิดในทางที่ดีงาม ไม่ชักจูงในทางที่ไม่ดี
การศึกษาวรรณคดีโดยวิเคราะห์ตามประเภท สามารถแบ่ง
ได้เป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังต่อไปนี้
วรรณคดีคำสอน
วรรณคดีศาสนา
วรรณคดีนิทาน
วรรณคดีลิลิต
วรรณคดีนิราศ
วรรณคดีเสภา
วรรณคดีบทละคร
วรรณคดีเพลงยาว
วรรณคดีคำฉันท์
วรรณคดียอพระเกียรติ
วรรณคดีคำหลวง
วรรณคดีปลุกใจ
สถาปัตยกรรมไทย
สถาปัตยกรรมไทย หมายถึงศิลปะการก่อสร้างของไทย อันได้แก่ วัด อาคาร บ้านเรือน
โบสถ์ วิหาร วัง สถูป และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ มีลักษณะแตกต่างกันไปตาม ภูมิศาสตร์
และคตินิยม สถาปัตยกรรมไทยมีมานานตั้งแต่ที่คนไทยเริ่มตั้งถิ่นฐาน และได้พัฒนาและ
ปรับปรุงรูปแบบสถาปัตยกรรมอันเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพ
อากาศ สภาพภูมิประเทศ
รูปแบบ รูปแบบ
สามารถจัดหมวดหมู่ ตามลักษณะการใช้งานได้ 2
ประเภท คือ
สถาปัตยกรรมที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ได้แก่ บ้านเรือน
ตำหนักวัง และพระราชวังเป็นต้น บ้านหรือเรือนเป็นที่
อยู่อาศัยของสามัญชน ธรรมดาทั่วไป ซึ่งมีทั้งเรือนไม้
และเรือนปูน เรือนไม้มีอยู่ 2 ชนิด คือ เรือนเครื่องผูก
และ เรือนเครื่องสับ
ตำหนัก และวัง เป็นเรือนที่อยู่ของชนชั้นสูง พระราชวงศ์
หรือ ใช้เรียกที่ประทับชั้นรอง ของพระมหากษัตริย์
สถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องศาสนา
ได้แก่ โบสถ์, วิหาร, กุฏิ, หอไตร, หอระฆังและหอกลอง,
สถูป, เจดีย์
ความสัมพันธ์ระหว่างวรรคดีกับ
สถาปัตยกรรมไทย
ความสัมพันธ์ระหว่างวรรณคดีกับสถาปัตยกรรมมองเห็นได้น้อยที่สุด เพราะสถาปัตยกรรมเป็นศิลปะที่คำนึงถึงประโยชน์
ใช้สอยค่อนข้างสูง จึงไม่อาจนำวรรณคดีไปประยุกต์ใช้ได้ ยกเว้นการสร้างสถาปัตยกรรมด้วยจุดประสงค์เฉพาะ เช่น การ
สร้างอาคารบ้านช่องหรือปราสาทในเทพนิยายต่างๆ ในส่วนสนุกเพื่อสร้างความบันเทิงตื่นตาตื่นใจแก่เด็กๆ
นอกจากนี้การสร้างฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์บางเรื่องอย่างสมจริงตามที่บรรยายไว้ในวรรณคดี หลังการถ่ายทำ
ภาพยนตร์ อาจเก็บฉากเหล่านั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อให้เข้าชม เช่น ฉากพราสาทราชวังของไทยจากภาพยนตร์เรื่อง THE
KING AND I ที่มาเลเซีย ซึ่งเป็นสถานถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่ง
ส่วนการที่วรรณคดีนำเสนอเรื่องสถาปัตยกรรมนั้น จะพบได้มากในบทชมเมือง บนชมปราสาทราชวัง และบทพรรณาบ้านเรือน
ต่างๆ ผู้เสพวรรณคดีจะเห็นภาพทั้งสถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตยกรรม รวมทั้งมัณฑนศิลป์อย่างครบถ้วน ดังเช่นบทพรรณา
เมืองกุเรปัน ดาหา กาหลัง และสิงหัดสาหรี ในบทละครเรื่อง อิเหนา
วิธีการอนุรักษ์,สืบสาน,เผยแพร่
1 ประชาสัมพันธ์ให้คนภายนอกได้รับรู้และเข้าใจถึงวรรณดี 3 จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ต่างๆ
และสถาปัตยกรรม
2 ส่งเสริมให้ช่วยกันพัฒนาสืบทอดต่อกันไป
จัดทำโดย
น.ส.เมธาพร น้อยสุขยิ่ง
เลขที่4 ห้อง4/5