48 2. เป็นพี่เลี้ยง (mentor) ผู้ฝึกสอน (coach) ให้กับบุคลากรทางการพยาบาลและทีมสหสาขาวิชาชีพ ในการดูแลผู้ป่วยสาขาต่างๆ ได้ตามมาตรฐาน 3. สอนและเป็นพี่เลี้ยงให้แก่นักศึกษาทุกระดับ 4. ให้คำปรึกษา แนะนำความรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยสาขาต่างๆ แก่บุคลากรทางการพยาบาลและทีมสห สาขาวิชาชีพ 5. พัฒนาผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ (best practice) และนวัตกรรม (innovation) ในงานที่ปฏิบัติ ผู้ช่วยพยาบาล ■ หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ปฏิบัติงานในฐานะผู้ช่วยเหลือพยาบาลวิชาชีพ ที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะใน การปฏิบัติงาน โดยปฏิบัติงานทางด้านการพยาบาลที่เกี่ยวกับการให้บริการทางการพยาบาลขั้นมูลฐานแก่ ผู้ป่วย ทางร่างกายหรือจิตที่มีอาการในระยะไม่รุนแรงหรือไม่เป็นอันตราย ตามแผนการพยาบาลที่กำหนดไว้ใน ด้านการรักษาพยาบาล ด้านการส่งเสริมสุขภาพ ด้านการควบคุมป้องกันโรค ด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพ และ ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง ตามที่ได้รับมอบหมาย และอยู่ในความควบคุมของพยาบาลวิชาชีพ โดยร่วมกับ ทีมงานในการให้บริการทางการพยาบาลด้านต่างๆภายใต้การกำกับ ตรวจสอบของพยาบาลวิชาชีพ ■ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ 1. เตรียมความพร้อมในการให้บริการทางการพยาบาลแก่ผู้ป่วย โดยจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์และการทำหัตถการต่างๆ 2. ปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการในระยะไม่รุนแรง และไม่เป็นอันตรายได้ตามมาตรฐานที่ กำหนด โดยกระทำดังนี้ 2.1 ช่วยรับผู้ป่วยที่ผ่านการกลั่นกรองและวินิจฉัยแยกประเภทแล้ว 2.2 ช่วยย้ายและจำหน่ายผู้ป่วยจากหอผู้ป่วย 2.3 ทำกิจกรรมเพื่อติดตามอาการผู้ป่วยตามแผนการรักษา - การสังเกตอาการทั่วไป - การวัดอุณหภูมิชีพจร การหายใจ ความดันโลหิต - การชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง
49 - การเตรียมและช่วยเหลือในการตรวจร่างกาย - การสังเกตและเก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องทดลอง - การเก็บและตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะ 2.4 ดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยในการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆได้แก่ - การรักษาความสะอาดร่างกายผู้ป่วยและการเช็ดตัวเพื่อลดไข้ - การช่วยเหลืออุ้ม ยก พยุง เคลื่อนย้ายผู้ป่วยขณะอยู่ในที่นอน เปล รถเข็น เก้าอี้ ห้องน้ำ - การจัดเตรียมและการให้อาหารผู้ป่วย - การช่วยเหลือผู้ป่วยในการถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ และการชำระล้าง - การทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ภายนอกของผู้คลอดและผู้ป่วยนรีเวช - การใช้ยาทาภายนอก - การป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค 2.4 ให้ความรู้ด้านสุขวิทยาส่วนบุคคล 2.5 ดูแลทำความสะอาดและจัดสิ่งแวดล้อมของผู้ป่วย เช่น ตู้เตียง และอุปกรณ์ทางการ แพทย์และการพยาบาล 3. การช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรือในระยะที่อันตราย นอกเหนือจากข้อ 1-12 ต้องเป็น เฉพาะกรณีหรือเฉพาะรายและต้องกระทำในลักษณะการช่วย หรือกระทำร่วมกับพยาบาลภายใต้การกำกับ ตรวจสอบของพยาบาลวิชาชีพ 4. บันทึกปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน และรายงานอาการผู้ป่วย 5. ร่วมทีมแพทย์และพยาบาลปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ ด้านการควบคุมป้องกันโรคด้านการ ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยในชุมชน 6. สรุปสถิติรายงานผู้เข้ารับบริการตามประเภทการให้บริการ 7. ติดต่อประสานงานอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย เช่น ติดตามผลการรักษาของผู้ป่วยจากแพทย์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น 8. ร่วมกิจกรรมคุณภาพ ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพ ปฏิบัติการด้านช่วยเหลือพยาบาล 9. ดูแล บำรุงรักษา อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ในการให้บริการทางการพยาบาล หลังเสร็จสิ้นการใช้ งาน
50 10. ให้คำปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับการช่วยเหลือการพยาบาลแก่ผู้ป่วยกับผู้ปฏิบัติงานในทีมงานเช่น การให้ความรู้ด้านสุขวิทยา และการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค เป็นต้น 11. ร่วมบริหารจัดการวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นทรัพยากรภายในหน่วยงานให้เกิดความคุ้มค่า พนักงานช่วยเหลือคนไข้ ■ หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก 1. ตรวจนับอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ประจำวันภายในหน่วยงานให้ครบถ้วน และมีเพียงพอและ พร้อมที่จะใช้ได้เสมอ 2. ดูแลความสะอาดเรียบร้อยของโต๊ะข้างเตียง และสิ่งแวดล้อมใกล้เคียงให้สะอาดต่อการปฏิบัติงาน 3. ตรวจสอบ จัดเตรียม จัดเก็บ และดูแลรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ตลอดจนเครื่องนอนและ เสื้อผ้าของหน่วยงานให้สะอาดและมีพอเพียงพร้อมที่จะใช้อยู่เสมอ 4. ปฏิบัติงานการพยาบาลที่ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน และอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด เช่น 4.1 การทำความสะอาดตัวผู้ใช้บริการ 4.2 การป้อนอาหารผู้ใช้บริการ 4.3 อำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการขับถ่าย 4.4 วัดสัญญาณชีพ 4.5 ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง 5. ช่วยจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือเกี่ยวกับการเตรียมตรวจและการรักษาพยาบาลประจำวัน เช่น การเจาะปวด เจาะหลัง สวนอุจจาระ 6. ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของหน่วยงาน 7. ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
51 พนักงานทั่วไป ■ หน้าที่หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก 1. ปฏิบัติงานด้านอาคารสถานที่ และสิ่งแวดล้อม เก็บรักษาเครื่องมือเครื่องใช้ของหน่วยงานให้สะอาด ปลอดภัย และการเก็บรักษา ทำความสะอาดเครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์ต่างๆ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย 2. ประสานงานและอำนวยความสะดวกในงานที่รับผิดชอบระหว่างหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติงาน 3. ตรวจสอบ จัดเตรียม จัดเก็บ และดูแลรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ตลอดจนเครื่องนอนและ เสื้อผ้าของหน่วยงานให้สะอาดและมีพอเพียงพร้อมที่จะใช้อยู่เสมอ 4. ปฏิบัติงานการพยาบาลที่ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน และอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด เช่น 4.1การป้อนอาหารผู้ใช้บริการ 4.2 อำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการขับถ่าย 4.4 ช่วยเคลี่อนย้ายผู้ป่วย 4.5 ทำความสะอาด อุปกรณ์ เครื่องใช้ของผู้ป่วย เช่น ถังรองรับขยะ , urinal , Bed pan 5. ประสานงาน และช่วยจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือเกี่ยวกับการเตรียมตรวจและการรักษาพยาบาล ประจำวัน เช่น รับ-ส่งสิ่งส่งตรวจ, เครื่องมือ/อุปกรณ์ เช่น เครื่องช่วยหายใจ ฯลฯ 6. ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย การสรรหาบุคลากรของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล การสรรหา หมายถึง การสรรหาบุคคลที่ปฏิบัติงานในกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ใน ระดับต่างๆดังนี้ หัวหน้าพยาบาล ใช้หลักเกณฑ์การสรรหาบุคคลในตำแหน่งหัวหน้าพยาบาล ในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (ฉบับปรับปรุง ปี 2546) 1.กำหนดให้ดำเนินการสรรหาและคัดเลือกโดยกรรมการดังนี้
52 1.1 ให้คณะกรรมกาบริหารกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลจัดหาผู้เหมาะสมเป็นคณะกรรมการ สรรหาขึ้น 1 ชุด แต่งตั้งโดยผู้อำนวยการโรงพยาบาล มีหน้าที่สรรหาผู้มีความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับ ตำแหน่งที่จะแต่งตั้งอย่างน้อย 3 คน แต่ไม่เกิน 5 คน โดยพิจารณาตัวบุคคลที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลที่มี ตำแหน่งจะว่างเป็นอันดับแรกก่อน เพื่อเสนอกรรมการคัดเลือกพิจารณา 1.2 จัดให้มีกรรมการคัดเลือกที่แต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย บุคคลซึ่งคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลเสนอชื่อให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งเห็นชอบตัวบุคคลและลงนามแต่งตั้ง ดังต่อไปนี้ 1.2.1 ประธาน จำนวน 1 คน 1.2.2 กรรมการจำนวน 8 คน ซึ่งประกอบด้วย (1) ผู้แทนด้านการพยาบาล จำนวน 4 คน (2) ผู้แทนจากวิชาชีพอื่น (วิชาชีพละ 1 คน) จำนวน 4 คน 1.2.3 ผู้รับผิดชอบงานการเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเป็นเลขานุการ (โดยไม่มีสิทธิ์ ออกเสียง หรือลงคะแนน) คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่ง และจัดเรียงลำดับ ความเหมาะสมจากรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาเสนอ จำนวน 2- 3 คน นำเสนอคณะกรรมการบริหาร โรงพยาบาล คณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลให้ความเห็นชอบ และเสนอสำนักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุขพิจารณา 2. คุณสมบัติของบุคคลมีดังนี้ 2.1 คุณสมบัติหลักเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนด 2.2 เป็นผู้ปฏิบัติงาน หรือเคยได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง หรือหลายตำแหน่ง โดยมีระยะเวลาในการปฏิบัติงานตามที่กำหนด 3. มีคุณลักษณะเฉพาะของหัวหน้าพยาบาล 4.คณะกรรมการคัดเลือกซึ่งแต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัด กำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกและ เรียงลำดับความเหมาะสม 2-3 คน ดังนี้ 4.1 คุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ ก.ก. กำหนด 4.2 ประวัติการทำงาน ประวัติส่วนตัว ประสบการณ์ การดำรงตำแหน่ง 4.3 ผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา 4.4 การประเมินคุณลักษณะเฉพาะ และวิธีอื่นๆ เช่นการสัมภาศณ์ การนำเสนอ การเขียน รายงาน เป็นต้น และกำหนดสัดส่วนของน้ำหนักคะแนน 4.5 อายุ 50 ปี ขึ้นไป (ยกเว้นกรณีไม่มี) 4.6 ดำรงตำแหน่งบริหารมาอย่างน้อย 3 ปี
53 5. ให้คณะกรรมการบริหรโรงพยาบาลให้ความเห็นชอบ ส่งสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาครบวาระ 6 เดือน รองหัวหน้าพยาบาล การดำเนินการสรรหา/คัดเลือกเพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่รองหัวหน้าพยาบาล เป็นความรับผิดชอบ โดยตรงของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โดยดำเนินการในรูปกรรมการที่แต่งตั้งโดยผู้อำนวยการโรงพยาบาล เกณฑ์การสรรหา/คัดเลือกบุคคล เกณฑ์การสรรหา/คัดเลือกบุคคลเพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่รองหัวหน้าพยาบาล ประกอบด้วยอย่างน้อย 3 ส่วน 1. เกณฑ์การประเมินตามคุณสมบัติทั่วไป 1.1 คุณสมบัติที่ ก.พ. กำหนด 1.2 ระดับการศึกษาขั้นต่ำ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางการพยาบาล และได้รับใบอนุญาต การประกอบวิชาชีพการพยาบาล และผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง จากสภาการพยาบาล 1.3 ประสบการณ์ด้านบริหารการพยาบาลขั้นต่ำ ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล ผู้ป่วยเฉพาะสาขาในสังกัดกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 1.4 ประสบการณ์การพัฒนาที่จำเป็นขั้นต่ำ ผ่านการอบรมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขระดับ ต้น หรือการอบรมหลักสูตรด้านการบริหารทางการพยาบาลอื่นๆ 1.5 ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้น 1และใบอนุญาตไม่ หมดอายุ 1.6 ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างการถูกพิจารณาโทษทางวินัย 2. คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์สมัครและรับการคัดเลือกประกอบด้วย 2.1 มีความรับผิดชอบ 2.2 มีความรู้ ความสามารถด้านการบริหาร 2.3 มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 2.4 การแก้ปัญหา และการตัดสินใจ 2.5 การทำงานร่วมกับผู้อื่น 2.6 การพัฒนาตนเอง 2.7 บุคลิกภาพ 2.8 ทัศนคติ
54 กระบวนการสรรหา / คัดเลือก เกณฑ์ในการสรรหา/ คัดเลือกบุคคลเพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่รองหัวหน้าพยาบาล 1. คณะกรรมการบริหารกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล มีมติให้สรรหาและคัดเลือกรองหัวหน้าพยาบาล ล่วงหน้า 3 เดือน เมื่อทราบว่าตำแหน่งจะว่างลง หรือภายใน 1 เดือน เมื่อตำแหน่งว่างลงโดยไม่ทราบ ล่วงหน้า 2. คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล เสนอขออนุมัติต่อ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพื่อสรรหาและคัดเลือก 3. คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ประกาศรับสมัคร ทำการ รับสมัคร ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครและประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก โดยผู้สมัครสามารถ ระบุตำแหน่งที่ต้องการสมัครได้มากกว่า 1 ตำแหน่ง เรียงลำดับความสำคัญ 4. คณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกรองหัวหน้าพยาบาล เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งจากผู้อำนวยการ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โดยการเสนอชื่อจากหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ประกอบด้วย 4.1 หัวหน้าพยาบาล เป็นประธาน 4.2 รองหัวหน้าพยาบาลและตัวแทนจากหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลเฉพาะสาขา ตามมติของคณะกรรมการบริหาร กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล รวมทั้งหมด 7 คน 4.3 และมีเลขานุการงานบริหารทรัพยากรบุคคล ทำหน้าที่เลขานุการในการคัดเลือกแต่ละ ครั้งโดยไม่มีสิทธิ์ออกเสียงให้คะแนน 5. คณะกรรมการทำการคัดเลือกผู้สมัคร โดยใช้เกณฑ์ตามแบบฟอร์มการคัดเลือกที่ระบุในวิธี ปฏิบัติ หากจะต้องคัดเลือกครั้งละหลายตำแหน่ง ให้คณะกรรมการคัดเลือกครั้งละตำแหน่งเรียงตามความ เหมาะสม 6. เสนอชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกต่อผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 7. กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์จัดทำคำสั่งแต่งตั้ง การคัดเลือกหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยเฉพาะสาขา การดำเนินการสรรหา/คัดเลือกเพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่รองหัวหน้าพยาบาล เป็นความรับผิดชอบ โดยตรงของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โดยดำเนินการในรูปกรรมการที่แต่งตั้งโดยหัวหน้าพยาบาล
55 เกณฑ์การสรรหา/คัดเลือกบุคคล เกณฑ์การสรรหา/คัดเลือกบุคคลเพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยเฉพาะ สาขา ประกอบด้วยอย่างน้อย 2 ส่วน 1. เกณฑ์การประเมินตามคุณสมบัติทั่วไป 1.1 คุณสมบัติที่ ก.พ. กำหนด 1.2 ระดับการศึกษาขั้นต่ำ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางการพยาบาล และได้รับใบอนุญาต การประกอบวิชาชีพการพยาบาล และผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง จากสภาการพยาบาล 1.3 ประสบการณ์ด้านบริหารการพยาบาลขั้นต่ำ เป็นพยาบาลวิชาชีพระดับชำนาญการขึ้นไป (รับเงินประจำตำแหน่ง) และดำรงตำแหน่งหัวหน้าหอผู้ป่วยหรือหัวหน้างานในสังกัดกลุ่มภารกิจด้านการ พยาบาล 1.4 ประสบการณ์การพัฒนาที่จำเป็นขั้นต่ำ ผ่านการอบรมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขระดับ ต้น หรือการอบรมหลักสูตรด้านการบริหารทางการพยาบาลอื่นๆ 1.5 ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้น 1และใบอนุญาตไม่ หมดอายุ 1.6 ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างการถูกพิจารณาโทษทางวินัย 2. คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์สมัครและรับการคัดเลือกประกอบด้วย 2.1 เป็นพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ (รับเงินประจำตำแหน่ง) /ตำแหน่งชำนาญการพิเศษ 2.2 มีความรับผิดชอบ 2.3 มีความรู้ ความสามารถด้านการบริหาร มีประสบการณ์การบริหารงานระดับหัวหน้าหอผู้ป่วย/ หัวหน้างาน 2.4 มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 2.5 การแก้ปัญหา และการตัดสินใจ 2.6 การทำงานร่วมกับผู้อื่น 2.7 การพัฒนาตนเอง 2.8 บุคลิกภาพ 2.9 ทัศนคติ
56 กระบวนการสรรหา / คัดเลือก เกณฑ์ในการสรรหา/ คัดเลือกบุคคลเพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่รองหัวหน้าพยาบาล 1. คณะกรรมการบริหารกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ขอมติเห็นชอบเสนอผู้อำนวยการโรงพยาบาล กาฬสินธุ์เป็นครั้งคราวไปให้สรรหาล่วงหน้า 3 เดือน เมื่อทราบว่าตำแหน่งจะว่างลง หรือภายใน 1 เดือนเมื่อ ตำแหน่งว่างลงโดยไม่ทราบล่วงหน้า 2. คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล เสนอขออนุมัติต่อ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพื่อให้กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ดำเนินการสรรหาและคัดเลือก 3. กรณีพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ประกาศรับ สมัคร ทำการรับสมัคร ตรวจสอบและรับรองคุณสมบัติผู้สมัครและประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก โดยกระบวนการสรรหาและคัดเลือกดำเนินการตามระเบียบ กพ. ซึ่งยึดหลักเกณฑ์และวิธีประเมินบุคคลเพื่อ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ-ชำนาญการพิเศษ ที่ สธ 0201.039/ว 157 4. กรณีในกลุ่มงานการพยาบาลเฉพาะสาขามีผู้ดำรงตำแหน่งชำนาญการพิเศษอยู่แล้วให้มีสิทธิสมัคร รับการคัดเลือกเพื่อปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลเฉพาะสาขานั้นๆได้ 5. คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ประกาศรับสมัคร ทำการรับ สมัคร ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครและประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก 6. คณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลเฉพาะสาขา ประกอบด้วย หัวหน้า พยาบาลเป็นประธาน รองหัวหน้าพยาบาลและตัวแทนจากหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลเฉพาะสาขา ตามมติ ของคณะกรรมการบริหาร กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล รวมทั้งหมด 7 คน และมีเลขานุการงานบริหาร ทรัพยากรบุคคล ทำหน้าที่เลขานุการในการคัดเลือกแต่ละครั้งโดยไม่มีสิทธิ์ออกเสียงให้คะแนน 7. คณะกรรมการทำการคัดเลือกผู้สมัคร โดยใช้เกณฑ์ตามแบบฟอร์มการคัดเลือกที่ระบุในวิธี ปฏิบัติของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 8. เสนอชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกต่อผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 9. กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์จัดทำคำสั่งแต่งตั้ง การคัดเลือกหัวหน้าหอผู้ป่วย/หัวหน้างาน การดำเนินการสรรหา/คัดเลือกเพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่หัวหน้าหอผัป่วย/หัวหน้างาน เป็นความ รับผิดชอบโดยตรงของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โดยดำเนินการในรูปกรรมการที่แต่งตั้งโดยหัวหน้า พยาบาล
57 เกณฑ์การสรรหา/คัดเลือกบุคคล เกณฑ์การสรรหา/คัดเลือกบุคคลเพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่หัวหน้าหอผัป่วย/หัวหน้างาน ประกอบด้วย อย่างน้อย 2 ส่วน 1. เกณฑ์การประเมินตามคุณสมบัติทั่วไป 1.1 คุณสมบัติที่ ก.พ. กำหนด 1.2 ระดับการศึกษาขั้นต่ำ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางการพยาบาล และได้รับใบอนุญาต การประกอบวิชาชีพการพยาบาล และผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง จากสภาการพยาบาล 1.3 ประสบการณ์ด้านบริหารการพยาบาลขั้นต่ำ - ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าหอผู้ป่วย ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 1 ปี - ไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาโทษทางวินัย - มีประสบการณ์ปฏิบัติราชการในโรงพยาบาลกาฬสินธุ์อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 8 ปี 1.4 ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้น 1 และใบอนุญาตไม่ หมดอายุ 1.5 ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างการถูกพิจารณาโทษทางวินัย 2. คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์สมัครและรับการคัดเลือกประกอบด้วย 2.1 เป็นพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ (รับเงินประจำตำแหน่ง) 2.2 ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 2.3 ปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าหอผู้ป่วย 2.4 มีประสบการณ์การศึกษา/อบรม ด้านบริหาร 2.5 มีผลงานคุณภาพทางการพยาบาลภายใน 3 ปี (เจ้าของเรื่อง/มีส่วนร่วม) 2.6 มีความรับผิดชอบ 2.7 การทำงานร่วมกับผู้อื่น 2.8 ทัศนคติ 2.9 บุคลิกภาพ กระบวนการสรรหา / คัดเลือก 1.คณะกรรมการบริหารกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล มีมติให้สรรหาหัวหน้าหอผู้ป่วย, หัวหน้างานล่วงหน้า 3 เดือน เมื่อทราบว่าตำแหน่งจะว่างลง หรือภายใน 1 เดือน เมื่อตำแหน่งว่างลง โดยไม่ทราบล่วงหน้า 2.คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล เสนอต่อผู้อำนวยการ โรงพยาบาล ดังนี้
58 2.1 เพื่อพิจารณาประกาศให้หัวหน้าหอผู้ป่วย หัวหน้างาน ที่มีความประสงค์จะย้ายได้ สมัครและคัดเลือกตามกระบวนการ 2.2 เพื่อพิจารณา สรรหา คัดเลือก ในตำแหน่งที่ว่างหลังการโยกย้าย ตามมติคณะกรรมการ บริหารกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 3. คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ประกาศรับสมัคร ทำการรับสมัคร และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับการคัดเลือกตามระเบียบราชการ 4. คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เสนอรายชื่อผู้มีคุณสมบัติต่อ หัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการ คัดเลือกประกอบด้วย 4.1 หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล เป็นประธาน 4.2 รองหัวหน้าพยาบาล 5 ด้าน เป็นกรรมการ ได้แก่ - รองหัวหน้าพยาบาลด้านบริหารทรัพยากรบุคคลทางการพยาบาล - รองหัวหน้าพยาบาลด้านพัฒนาระบบงานบริการพยาบาล - รองหัวหน้าพยาบาลด้านพัฒนาวิชาการ - รองหัวหน้าพยาบาลด้านพัฒนาจริยธรรมจรรยาบรรณวิชาชีพและกิจกรรมพิเศษ - รองหัวหน้าพยาบาลด้านพัฒนาบุคลากรทางการพยาบาล บริการการศึกษาและฝึกอบรม 4.3 ตัวแทนหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลเฉพาะสาขา ที่ผ่านการพิจารณา ลงมติโดยคณะ กรรมการบริหารกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล เป็นกรรมการ 4.4 เจ้าหน้าที่กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ทำ หน้าที่เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ 1-2 คน โดยไม่มีสิทธิ์ในการคัดเลือก การคัดเลือกจะดำเนินการได้จะต้องมีคณะกรรมการครบ อย่างน้อย 5 คน โดยใช้เกณฑ์ตาม แบบฟอร์ม แบบประเมินผู้สมัครรับการคัดเลือกตำแหน่งหัวหน้าหอผู้ป่วย หัวหน้างาน กลุ่มภารกิจด้านการ พยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 5.กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เสนอชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกต่อผู้บริหารโรงพยาบาล กาฬสินธุ์ และจัดทำคำสั่งปฏิบัติราชการ การคัดเลือกผู้ช่วยหัวหน้าหอผู้ป่วย การดำเนินการสรรหา/คัดเลือกเพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่ผู้ช่วยหัวหน้าหอผัป่วย เป็นความรับผิดชอบ โดยตรงของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โดยดำเนินการในรูปกรรมการที่แต่งตั้งโดยหัวหน้าพยาบาล
59 เกณฑ์การสรรหา/คัดเลือกบุคคล เกณฑ์การสรรหา/คัดเลือกบุคคลเพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่ผู้ช่วยหัวหน้าหอผู้ป่วย ประกอบด้วยอย่าง น้อย 2 ส่วน 1.เกณฑ์การประเมินตามคุณสมบัติทั่วไป 1.1 คุณสมบัติที่ ก.พ. กำหนด 1.2 ระดับการศึกษาขั้นต่ำ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางการพยาบาล และได้รับใบอนุญาต การประกอบวิชาชีพการพยาบาล และผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง จากสภาการพยาบาล 1.3 เป็นพยาบาลวิชาชีพตั้งแต่ระดับชำนาญการ(มีเงินประจำตำแหน่ง) ขึ้นไป 1.4 มีประสบการณ์ปฏิบัติราชการในตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 6 ปี 1.5 ประสบการณ์ด้านบริหารการพยาบาลขั้นต่ำ - เป็นหัวหน้าทีมการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วย 1.6 กรณีเป็นผู้ช่วยหัวหน้าหอผู้ป่วยเดิม ต้องอยู่ในหน่วยงานเดิมที่จะขอย้ายออก อย่างน้อย 1 ปี 1.6 ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างการถูกพิจารณาโทษทางวินัยข้าราชการ 2. คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์สมัครและรับการคัดเลือกประกอบด้วย 2.1 เป็นพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ (รับเงินประจำตำแหน่ง) 2.2 ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 2.3 ปฏิบัติงานในตำแหน่งหัวหน้าทีมทางการพยาบาล 2.4 มีผลผลงานคุณภาพทางการพยาบาลภายใน 3 ปี (เจ้าของเรื่อง/มีส่วนร่วม) 2.6 มีความรับผิดชอบ 2.7 การทำงานร่วมกับผู้อื่น 2.8 ทัศนคติ 2.9 บุคลิกภาพ กระบวนการสรรหา / คัดเลือก 1.คณะกรรมการบริหารกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล มีมติให้สรรหาผู้ช่วยหัวหน้าหอผู้ป่วย ล่วงหน้า 3 เดือน เมื่อทราบว่าตำแหน่งจะว่างลง หรือภายใน 1 เดือน เมื่อตำแหน่งว่างลง โดยไม่ทราบล่วงหน้า 2.คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล เสนอต่อผู้อำนวยการ โรงพยาบาล ดังนี้ 2.1 เพื่อพิจารณาประกาศให้ผู้ช่วยหัวหน้าหอผู้ป่วย ที่มีความประสงค์จะย้ายได้สมัครและคัดเลือก ตามกระบวนการ 2.2 เพื่อพิจารณา สรรหา คัดเลือก ในตำแหน่งที่ว่างหลังการโยกย้าย ตามมติคณะกรรมการ บริหารกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล
60 3.คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ประกาศ รับสมัคร ทำการรับสมัคร และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับการคัดเลือกตามระเบียบราชการ 4. คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์เสนอ รายชื่อผู้มีคุณสมบัติต่อ หัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก ประกอบด้วย 4.1 หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล เป็นประธาน 4.2 รองหัวหน้าพยาบาล 5 ด้าน เป็นกรรมการ ได้แก่ - รองหัวหน้าพยาบาลด้านบริหารทรัพยากรบุคคลทางการพยาบาล - รองหัวหน้าพยาบาลด้านพัฒนาระบบงานบริการพยาบาล - รองหัวหน้าพยาบาลด้านพัฒนาวิชาการ - รองหัวหน้าพยาบาลด้านพัฒนาจริยธรรมจรรยาบรรณวิชาชีพและกิจกรรมพิเศษ - รองหัวหน้าพยาบาลด้านพัฒนาบุคลากรทางการพยาบาล บริการการศึกษาและฝึกอบรม 4.3 ตัวแทนหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลเฉพาะสาขา ที่ผ่านการพิจารณา ลงมติโดยคณะ กรรมการบริหารกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล เป็นกรรมการ 4.4 เจ้าหน้าที่กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ทำ หน้าที่เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ 1-2 คน โดยไม่มีสิทธิ์ในการคัดเลือก การคัดเลือกจะดำเนินการได้จะต้องมีคณะกรรมการครบ อย่างน้อย 5 คน โดยใช้เกณฑ์ตาม แบบฟอร์ม แบบประเมินผู้สมัครรับการคัดเลือกตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าหอผู้ป่วย กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 5.กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เสนอชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกต่อผู้บริหารโรงพยาบาล กาฬสินธุ์ และจัดทำคำสั่งปฏิบัติราชการ เกณฑ์การคัดเลือกและหน้าที่ความรับผิดชอบของ ผู้ตรวจการพยาบาล เกณฑ์การคัดเลือกพยาบาลวิชาชีพเป็นผู้ตรวจการ 1. ต้องเป็นพยาบาลวิชาชีพ ระดับบริหาร ระดับชำนาญการขึ้นไป 2. มีประสบการในการทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ในระดับบริหาร 3. มีคุณสมบัติเป็นผู้นำทางด้านสุขภาพอนามัย และทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพ 4. คณะกรรมการบริหารกลุ่มงานการพยาบาลเป็นผู้คัดเลือก ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ตรวจการพยาบาล 1. เวรปฏิบัติงานวันหยุดราชการ เวลา 8.00 น. – 16.00 น. 2. เวรนอกเวลาราชการทุกคน 16.00 น.-24.00 น. และ 24.00 น. – 08.00 น.
61 3. การชดเชยเวรตรวจการ ขอให้จัดลงภายในเดือนนั้นให้เสร็จ 4. การแลกเวร ถ้าแลกเวรก่อนส่งตารางเวร จะไม่นับครั้ง เขียนใบแลกเวรให้เรียบร้อย ถ้าแลกเวร หลังส่งตารางเวรจากผู้ป่วยมากกลุ่มงานการพยาบาลแล้ว จะต้องนับครั้งและชดใช้ให้สิ้นสุดแต่ละ เดือน 5. กรแลกเวรควรให้แลกได้ในกลุ่มเดียวกัน 6. ถ้ามีการลากิจ เจ็บป่วย ทุกคนจะต้องจัดหาตัวแทนให้เรียบร้อย 7. เมื่อเสร็จสิ้นการเยี่ยมตรวจ ณ จุดใดจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่เวรในจุดนั้นทราบถึงจุดเยี่ยมตรวจต่อไป เพื่อสะดวกในการติดต่อ ประสานงานเมื่อมีความจำเป็น 8. การบันทึกรายงานเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ให้เขียนรายงานการแก้ไขปัญหา และข้อเสนอแนะทุกครั้ง หน้าที่รับผิดชอบของผู้ตรวจการพยาบาล ความรับผิดชอบ รับผิดชอบในการช่วยเหลือ เป็นที่ปรึกษาวิเคราะห์ประเมินผลการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่ของกลุ่มงานการพยาบาลที่ได้รับมอบหมายในรอบ 24 ชั่วโมง เพื่อให้การบริการพยาบาลเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คำแนะนำด้านวิชาการและด้านการปฏิบัติงานแก่พยาบาลระดับรองลงไปควบคุม โดยตรงต่อหัวหน้าเวรและควบคุมโดยทั่วๆ ไปแก่พยาบาลเทคนิค เจ้าหน้าที่พยาบาล ผู้ช่วยเหลือคนไข้ และ พนักงานทำความสะอาด โดยคำนึงถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้ร่วมงาน และปลูกฝังความสามัคคีและการ เสียสละเพื่อส่วนรวม หน้าที่ของผู้ตรวจการพยาบาล 1. ช่วยแนะนำ และประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยบริการพยาบาลจากหน่วย ที่ได้รับมอบหมายอย่างใกล้ชิดทุกรอบ 24 ชั่วโมง เป็นที่ปรึกษาของหัวหน้าเวรเมื่อมีปัญหา 2. ช่วยแนะนำแก่หัวหน้าเวร ในการให้บริการพยาบาลความต้องการของผู้ป่วยควรจะได้รับและ เสนอข้อคิดเห็น หรือทำบันทึกเพื่อประกอบการพิจารณาวิเคราะห์ปัญหา 3. จัดการเกี่ยวกับการลา และการจัดคนแทนในรอบเวรนั้นๆ หรือเวรต่อไปตามนโยบายระเบียบ ปฏิบัติ 4. แก้ปัญหาเฉพาะหน้าในการปฏิบัติงาน รายงานเหตุการณ์ในรอบเวร และข้อขัดข้องในการ ปฏิบัติงานต่อหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล
62 5. ประเมินผลความสะอาด และความเป็นระเบียบ เกี่ยวกับอาคารสถานที่ ห้องน้ำ ห้องส้วม ระเบียง และบริเวณภายในหอผู้ป่วย รวมทั้งสิ่งแวดล้อมรอบตัวคนไข้ให้เป็นระเบียบสะอาดและให้สะดวก 6. ให้ความร่วมมือประสานงานภายในหน่วยงานและระหว่างหน่วยงาน 7. ร่วมมือปฏิบัติและให้คำแนะนำด้านเทคนิคปฏิบัติการรักษาพยาบาลแก่เจ้าหน้าที่ที่ขาดความ ชำนาญ เป็นที่ปรึกษาด้านปัญหาส่วนบุคคลแก่เจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงาน 8. แนะนำหัวหน้าเวรให้มีการนิเทศ และควบคุมกำกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และของที่ใช้ใน หน่วยงาน และวิธีเก็บรักษาตลอดจนดูแลควบคุมในการจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องใช้ให้ใช้อย่าง ประหยัดและพร้อมที่จะใช้ได้ทันที 9. เสนอแนะแก่กลุ่มงานการพยาบาล เกี่ยวกับการอบรมฟื้นฟูวิชาการที่ตนเองหรือเจ้าหน้าที่ ต้องการ 10. นิเทศการเขียนรายงานพยาบาล และการวางแผนการพยาบาล ทั้งนี้เพื่อคุณภาพการพยาบาลใน ด้านการเขียนรายการพยาบาลที่ดี และต่อเนื่อง 11. ประเมินผลการบริการพยาบาล และประเมินผลความสามารถของเจ้าหน้าที่ เพื่อนำมาเสนอแนะ และปรับปรุงแก้ไข กิจกรรมของผู้ตรวจการพยาบาล 1. ตรวจสอบการลงเวลา และการลงเวรการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน 2. ตรวจเยี่ยมตามหอผู้ป่วย และหน่วยงานทุกแห่งเพื่อดูจำนวนผู้ป่วย แต่ละประเภท รวบรวมลง แผ่นบันทึก 3. ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ทุกระดับว่าครบและพอเพียงแก่การปฏิบัติงานหรือไม่ รวมทั้งสังเกตการ ปฏิบัติงานและนิเทศการให้บริการต่างๆ แก่ผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยหนัก การับใหม่การผ่าตัดใน ขณะเดียวกันกับการประเมินผลความสะอาดและความเป็นระเบียบของหอผู้ป่วยนั้นๆ 4. สังเกตของเครื่องใช้ต่างๆ ว่าเพียงพอหรือไม่ ยังอยู่ในสภาพที่ใช้ได้ทันทีหรือไม่ เช่น น้ำ ไฟ การใช้ ก๊อส สำลี และเครื่องใช้อื่นๆ ที่ให้การพยาบาลแก่ผู้ป่วย 5. เป็นที่ปรึกษา และตัดสินปัญหาต่างๆ หรือเหตุการณ์เฉพาะหน้าในหน่วยงานพยาบาล
63 6. ดูให้คนไข้ได้รับการพยาบาลที่ถูกต้อง และปลอดภัยตลอดจนความสุขสบาย 7. ช่วยเหลือ หรือเข้าร่วมในการปฏิบัติงานที่รีบด่วน หรือหน่วยงานที่มีงานมาก 8. ดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ให้คำแนะนำในการปฏิบัติงาน ตลอดจนดูแลความ ประพฤติขณะที่ปฏิบัติงานให้อยู่ในระเบียบวินัยที่ดี โดยช่วยเหลือแนะนำด้วยความจริงใจและ คำนึงถึงการสร้างความเข้าใจอันดีและความสามัคคี 9. ดูแลให้มีการรักษากฎหมาย ระเบียบต่างๆ ของโรงพยาบาล เพื่อช่วยให้การดำเนินงานเป็นผลดี และความเป็นระเบียบเรียบร้อย 10. รวบรวมรายงาน และบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ในเวร เขียนรายงานคนไข้หนัก ผ่าตัด หรือถึงแก่ กรรมเพื่อส่งเวรต่อไป ถ้าเจ้าหน้าที่หน่วยงานใดขาดให้จัดเจ้าหน้าที่จากหน่วยที่มีคนมากหรืองาน น้อยกว่ามาช่วยเหลือตามความจำเป็น 11. แนะนำวิธีการเขียนรายงานการพยาบาลที่มีคุณภาพถูกต้องตรงความจริง 12. เน้นการพัฒนาบุคลากรในด้านวิชาการพยาบาล เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและเทคนิคที่ ถูกต้องเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อและพัฒนาด้านจริยธรรม เจตนคติที่ดีในวิชาชีพ และด้าน มนุษย์สัมพันธ์ เพื่อการดำรงชีวิตที่มีคุณภาพ 13. ออกตรวจเยี่ยมตามหอผู้ป่วยและหน่วยงานต่างๆ อีกครั้งเพื่อตรวจสอบดูว่ามีเหตุการณ์อะไร เปลี่ยนแปลงบ้าง เพื่อจะได้ช่วยดำเนินการช่วยเหลือและแก้ไข
64 นโยบายชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ผู้บริหารทางการพยาบาลพยาบาลทุกคน ควรร่วมมือและรับผิดชอบร่วมกันในการวางแผนและ หาแนวทางปฏิบัติให้พยาบาลมีเวลาทำงานที่เหมาะสม สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ป่วย ผู้รับริการ และตัวพยาบาลผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้ 1. ตระหนักว่าการทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง เป็นเกณฑ์สากล การทำงานล่วงเวลา หรือมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เป็นสิทธิของบุคคล และควรเป็นไปตามความสมัครใจ 2. การจัดตารางการปฏิบัติงานต้องคำนึงถึงชั่วโมงของการทำงานของพยาบาล ไม่ควรเกิน 12 ชั่วโมง ใน 1 วัน หรือไม่ควรเกิน 48 ชั่วโมงใน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้รวมเวลาทำงานแบบ On call ด้วย 3. ถ้าจำเป็นต้องทำงานเกินกว่าชั่วโมงที่กำหนด จะต้องมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการสนับสนุน ให้ พยาบาลมีเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอ และควรจัดให้มีเวลาพักระหว่างปฏิบัติงานในแต่ละเวรอย่าง เหมาะสม 4. พยาบาลผู้ปฏิบัติงานทุกคน ควรตระหนักถึงความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจของตนในการทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนการตัดสินใจทำงานล่วงเวลาหรือการทำงานต่อเนื่องยาวนานเกิน 12 ชั่วโมง ต่อวัน 5. แม้ว่าการทำงานล่วงเวลาเป็นไปตามความสมัครใจของแต่ละบุคคล แต่ผู้บริหารควรตระหนักถึง ผลกระทบของชั่วโมงการทำงานต่อเนื่องยาวนานของพยาบาล ที่จะทำให้เกิดความเหนื่อยล้า และความไม่ ปลอดภัยต่อผู้ป่วย และพยาบาลผู้ปฏิบัติงานเอง ดังนั้น หน่วยงานควรจัดให้มีการประเมินความพร้อมทั้ง ด้านร่างกาย และจิตใจ ก่อนอนุญาตให้พยาบาลทำงานล่วงเวลา และควรจัดตารางการทำงาน 5.1 พยาบาลทำงานไม่เกิน 12 ชั่วโมง/วัน หรือถ้าเกิน12 ชั่วโมง ให้เกินติดต่อกันได้ ไม่เกิน 3 วัน ใน 1 สัปดาห์ เช่น เวรเช้าต่อเวรบ่าย ได้ไม่เกิน 3 วันใน1สัปดาห์ 5.2 พยาบาลทำงานติดต่อกันไม่เกิน 60 ชั่วโมงใน1 สัปดาห์ หรือทำงานติดต่อกันไม่เกิน 7 เวรใน 1 สัปดาห์ 6. สถานพยาบาล/หน่วยงาน ต้องจัดระบบสนับสนุนการดูแลสุขภาพของพยาบาล สุขอนามัยการนอน หลับ การจัดการกับความเครียด การจัดการเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย รวมทั้ง การปรับปรุง สภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีระบบ และทรัพยากรที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ 7. สถานพยาบาล/หน่วยงาน ควรสนับสนุน และส่งเสริมให้พยาบาลเข้าใจ และสามารถพัฒนาคุณภาพ การนอนหลับ รวมทั้งสร้างความตระหนักของพยาบาลผู้ปฏิบัติต่อความรับผิดชอบที่ต้องจัดเวลาให้มีความ สมดุล ทั้งการทำงาน ครอบครัว และการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ประกาศ เมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2566 (นางบุศรินทร์ เขียนแม้น) รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
65 การบริหารอัตรากำลังกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล เพื่อให้ผู้รับบริการได้ระบบริการอย่างมีคุณภาพ และปลอดภัย กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลได้มีการ วิเคราะห์ภาระงานและจัดอัตรากำลังขั้นต่ำในแต่ละหน่วยงาน และมีนโยบายการทำงาน ดังนี้ การจัดอัตรากำลังขั้นต่ำ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ลำดับ หน่วยงาน พยาบาลวิชาชีพ (ช : บ : ด) ไม่รวมหัวหน้าหอผู้ป่วย พนักงาน ช่วยเหลือคนไข้ (ช : บ : ด) พนักงานทั่วไป (ช : บ : ด) 1 หอผู้ป่วยสูติ – นรีเวชกรรม 3:02:02 1:01:01 1:01:01 2 หอผู้ป่วยหลังคลอด 3:02:02 1:01:01 3 หอผู้ป่วยพิเศษสูติกรรม ชั้น 4 2:02:02 1:00:00 1:01:01 (ร่วมกับ พ.3 และ พ.4) 4 หอผู้ป่วยศัลยกรรมชาย 5:03:03 2:01:01 1:01:01 5 หอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิง 5:03:03 2:01:01 1:01:01 6 หอผู้ป่วยศัลยกรรมระบบ ทางเดินปัสสาวะ 4:03:03 2:01:01 1:01:01 7 หอผู้ป่วยศัลยกรรมอุบัติเหตุ 6:05:05 2:02:02 1:01:01 8 หอผู้ป่วยพิเศษศัลยกรรม ชั้น 3 2:02:02 1:00:00 1:01:01 (ร่วมกับ พ.2 และ พ.4) 9 หอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง 1 4:04:03 2:02:01 1:01:01 10 หอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง 2 4:04:03 2:02:01 1:01:01 11 หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย 1 4:04:03 2:02:01 1:01:01 12 หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย 2 4:04:03 2:02:01 1:01:01 13 หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย 3 4:04:03 2:02:01 1:01:01 14 หอผู้ป่วยพิเศษอายุรกรรม ชั้น 5 2:02:02 1:00:00 1:01:01 15 หอผู้ป่วยพิเศษรวม ชั้น 6 2:02:02 1:00:00
66 การจัดอัตรากำลังขั้นต่ำ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ลำดับ หน่วยงาน พยาบาลวิชาชีพ (ช : บ : ด) ไม่รวมหัวหน้าหอผู้ป่วย พนักงาน ช่วยเหลือคนไข้ (ช : บ : ด) พนักงานทั่วไป (ช : บ : ด) 16 หอผู้ป่วยเมตตา 3:02:02 2:01:01 - 17 หอผู้ป่วยเด็ก 3:02:02 1:01:01 1:01:01 18 หอผู้ป่วยทารกป่วย 4:03:03 1:01:01 19 หอผู้ป่วยพิเศษเด็ก ชั้น 2 2:02:02 1:00:00 1:01:01 (ร่วมกับ พ.3 และ พ.4) 20 หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกและ ข้อชาย 3:02:02 1:01:01 1:01:01 21 หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกและ ข้อหญิงและเด็ก 3:02:02 1:01:01 22 หอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม 2 (RN : Pt =1:2) 8:08:08 2:02:01 1:01:01 23 หอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม 1 (RN : Pt =1:2) 6:06:06 1:01:01 1:01:01 24 หอผู้ป่วยหนักศัลยกรรม (RN : Pt =1:2) 6:06:06 2:01:01 1:01:01 25 หอผู้ป่วยหนักโรคหลอดเลือด สมอง (RN : Pt =1:2) 6:06:06 1:01:01 1:01:01 26 หอผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม (RN : Pt =1:2) 5:05:05 1:01:01 1:01:01 27 หอผู้ป่วย EENT 3:02:02 1:01:01 28 กลุ่มงานผู้ป่วยนอก 34:00:00 21:00:00 5:00:00 29 กลุ่มงานอุบัติเหตุฉุกเฉิน งานอุบัติเหตุฉุกเฉิน 08:08:04 2:02:01 1:01:00 ศูนย์ Refer 1:01:01 2:01:00 - ศูนย์สั่งการ 1:00:00- - -
67 การจัดอัตรากำลังขั้นต่ำ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เกณฑ์ในการตามอัตรากำลังเสริม โดยใช้ Productivity > 120 ลำดับ หน่วยงาน พยาบาลวิชาชีพ (ช : บ : ด) ไม่รวมหัวหน้าหอผู้ป่วย พนักงาน ช่วยเหลือคนไข้ (ช : บ : ด) พนักงานทั่วไป (ช : บ : ด) 30 ห้องคลอด 5:03:03 1:01:01 1:01:01 31 ห้องผ่าตัด วันราชการ 43:08:06 13:00:00 13:05:03 นอกเวลาราชการ 07:08:06 3:03:03 32 วิสัญญี วันราชการ 20:05:04 4:01:00 1:00:00 นอกเวลาราชการ 5:5:4 1:01:00 36 กลุ่มงานวิจัย 1:00:00 - 1:00:00 37 กลุ่มงาน IC 2:00:00 1:00:00 - 38 จ่ายกลาง วันราชการ 1:00:00 20:04:03 นอกเวลาราชการ 13:04:03 ศูนย์บำบัดทางเดินหายใจ 4:01:01 39 ไตเทียม Hemodialysis 8:00:00 3:00:00 - CAPD 3:00:00 1:00:00 40 เคมีบำบัดและรังสี 3:00:00 1:00:00 1:00:00 41 ห้องตรวจตา 3:00:00 3:00:00 - 42 Echo 2:00:00 1:00:00 - 43 Scope 1:00:00 2:00:00 1:00:00 44 ศูนย์เปล 1:00:00 - 17:10:05
68 การจัดตาราเวร ตารางเวร หมายถึง แบบฟอร์มการกำหนดตัวบุคคลให้ขึ้นปฏิบัติงาน ตามความรู้ ความสามารถ และช่วงเวลา ที่เหมาะสมตามมาตรฐานวิชาชีพโยกำหนด ภายใน 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ หมายถึง บุคลากรที่ปฏิบัติทุกระดับ ดังนี้ 3.2.1 พยาบาลวิชาชีพ 3.2.2 พยาบาลเทคนิค 3.2.3 ผู้ช่วยพยาบาล 3.2.4 พนักงานช่วยเหลือคนไข้ 3.2.5 พนักงานทั่วไป (คนงาน) เอกสารอ้างอิง WI.NUR.032 การจัดอัตรากำลังเสริม และทดแทน WI.NUR.032 การแลกเปลี่ยนเวร หน้าที่ความรับผิดชอบ 1. ผู้อำนวยการโรงพยาบาล มีหน้าที่ 1.1 อนุมัติแผนอัตรากำลังที่เหมาะสม 1.2 รับข้อมูลการจัดอัตรากำลังเสริม และทดแทน เพื่อพิจารณาอนุมัติ 2.หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้ายการพยาบาล มีหน้าที่ 2.1 วางแผนอัตรากำลัง เพื่อการจัดอัตรากำลังที่เหมาะสมกับลักษณะงาน และภาระงานของแต่ ละหน่วยงาน 2.2 ปรับเปลี่ยน/จัดอัตรากำลังเสริม กรณีปริมาณภาระงานไม่เหมาะสมกับอัตรากำลัง 2.3 เสนอแผนอัตรากำลังต่อผู้บริหารสูงสุด เพื่ออนุมัติ 2.4 ประกาศใช้ตารางเวรปฏิบัติงาน 3.หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลเฉพาะสาขา มีหน้าที่ 3.1 ทบทวน /ตรวจสอบ การจัดตารางเวรของหัวหน้างาน / หัวหน้าหอผู้ป่วยในกลุ่มงาน 3.2 วางแผนอัตรากำลังในกลุ่มงาน เพื่อการจัดอัตรากำลังที่เหมาะสมกับลักษณะงาน และ ภาระงานของแต่ละหน่วยงาน 3.3 ให้คำปรึกษา /แนะนำ หัวหน้าหน่วยงานในกลุ่มงานในการบริหารจัดอัตรากำลัง ที่ เหมาะสมกับลักษณะงานและภาระงานของแต่ละหน่วยงาน
69 4.หัวหน้างาน / หัวหน้าหอผู้ป่วย มีหน้าที่ 4.1 เสนอข้อมูลเพื่อวางแผนอัตรากำลัง และการปรับเปลี่ยนอัตรากำลัง 4.2 จัดตารางเวรเจ้าหน้าที่ตามความเหมาะสมกับความรู้ ความสามารถ 4.3 จัดอัตรากำลังเสริม/ทดแทน เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการแล้ว 4.4 ให้คำปรึกษา/แนะนำแก่เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับ เมื่อมีปัญหาในการปฏิบัติงาน 4.5 บันทึกผลการปฏิบัติงานทุกเดือน ส่งที่กลุ่มงานการพยาบาล วันที่ 25 ของทุกเดือน ดังนี้ 4.5.1 แบบบันทึกการจัดอัตรากำลังทดแทน 4.5.2 ตารางเวรที่จัดแล้วเพื่อเสนอ 5. เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับที่เกี่ยวข้อง มีหน้าที่ 5.1 ตรวจสอบ และรับผิดชอบในตารางเวร และลงลายเซน 5.2 ปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเวร เมื่อมีความจำเป็นตามขั้นตอนการแลกเปลี่ยนเวร (WI.NUR.008) 5.3 ลงนามเวลาปฏิบัติทุกเวร โดยใช้ระบบการสแกนนิ้วมือ วิธีปฏิบัติ 1. หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้ายการพยาบาล หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลเฉพาะสาขา หัวหน้างาน และ หัวหน้าหอผู้ป่วย ร่วมวิเคราะห์อัตรากำลังตามแผนการให้บริการ โดยใช้ข้อมูลจากปริมาณงาน อัตรา การครองเตียงและภาระงาน 2. หัวหน้าหอผู้ป่วย จัดอัตรากำลังตามสัดส่วนลงในแบบฟอร์มการจัดตารางเวร โดยปฏิบัติดังนี้ 3. นับจำนวนวันหยุดราชการภายในเดือนนั้นๆ 4. การจัดตารางเวร แบ่งเป็น 3 ช่อง ใน 24 ชั่วโมง คือ เวรเช้า เวลา 08.00-16.00 น. เวรบ่าย เวลา 16.00-24.00 น. เวรดึก เวลา 24.00-08.00 น. 5. จัดให้มีพยาบาลวิชาชีพ เป็นหัวหน้าเวรอย่างน้อยเวรละ 1 คน และให้มีเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาล เป็นผู้ร่วมทีมในแต่ละเวร ดังนี้ พยาบาลวิชาชีพ พยาบาลเทคนิค ผู้ช่วยพยาบาล พนักงานช่วยเหลือ คนไข้ พนักงานทั่วไป(คนงาน) ตามความเหมาะสม 6. การจัดอัตรากำลังขั้นต่ำ ตามที่ได้เสนอตามเกณฑ์การจัดเวรขั้นต่ำของแต่ละตึก 7. กรณีผู้ป่วยมากเกินปกติ จะมีการจัดอัตรากำลังเสริม (OT ตามProductivity) อย่างน้อย 1 คน/เวร
70 8. การจัดตารางเวร ต้องจัดให้เจ้าหน้าที่ทำงานติดต่อกันไม่เกิน 7 วัน เนื่องจากเหตุผลด้านสุขภาพ และ ควรขึ้นเวรห่างกันอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เช่น เวรดึกต่อเวรบ่ายได้ ไม่อนุญาตให้ขึ้นเวรบ่ายต่อดึก หรือ เวรดึกต่อเช้า 9. กรณีที่มีความจำเป็นต้อขึ้นเวรบ่ายต่อดึก หรือเวรดึกต่อเช้าได้ เช่นขาดอัตรากำลัง เจ้าหน้าที่ลา กะทันหันฯ ต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติจาก -ในเวลาราชการ ต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติจาก หัวหน้าหอผู้ป่วย -นอกเวลาราชการ ต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติจาก เวรตรวจการ 10. การจัดตารางเวร จัดให้เจ้าหน้าที่หยุดติดต่อกันไม่เกิน 5 วัน 11. การจัดตารางเวรขณะลาคลอด ให้ขีดยาวตลอด 90 วัน จะเริ่มจัดตารางเวร เมื่อขึ้นปฏิบัติงานวันแรก นับเป็นวันเริ่มทำงานวันที่1 ของล๊อคตารางเวร - การนับวันลาคลอด ให้นับติดต่อกันรวมวันหยุดประจำสัปดาห์รวมกันไปจนครบวันลา คลอด - ผู้ที่ไปอบรวมเกิน 1 เดือน การจัดล๊อคตารางเวร ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ที่ลาคลอด 12. เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกคนเซนรับทราบ แล้วหัวหน้าหอผู้ป่วย หัวหน้างานเสนอหัวหน้ากลุ่มการ พยาบาลเฉพาะสาขา หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เพื่อลงนาม อนุมัติในตารางเวร 13. เมื่อได้รับอนุมัติตารางเวรแล้ว ให้หัวหน้าหอผู้ป่วย /หัวหน้างาน ประกาศใช้ตารางเวรให้เจ้าหน้าที่ ทางการพยาบาลทุกระดับ ทุกคน รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องทราบ 14. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาล ขาด ลา ป่วย ให้หัวหน้าหอผู้ป่วยบันทึกรายงานเสนอต่อหัวหน้า กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลและผู้อำนวยการโรงพยาบาล 15. ในกรณีที่ต้องจัดตารางเวรเสริม ให้ปฏิบัติตามวิธีปฏิบัติ เรื่องการจัดอัตรากำลังเสริม (WI.NUR.031) 16.การลงเวลาปฏิบัติงาน โดยให้เจ้าหน้าที่ทุกคน สแกนลายนิ้วมือ ทั้งเวลามาและเวลากลับในเวรนั้นๆ กรณีเครื่องสแกนชำรุด/สแกนไม่ได้ ให้แจ้งต่อ -ในเวลาราชการ แจ้ง หัวหน้าหอผู้ป่วย -นอกเวลาราชการ แจ้ง เวรตรวจการ 17.การตรวจสอบการมาปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ -ในเวลาราชการ เวรเช้าวันราชการ ตรวจสอบการมาปฏิบัติงานโดย หัวหน้าหอผู้ป่วย
71 -นอกเวลาราชการ ตรวจสอบการมาปฏิบัติงานโดย เวรตรวจการ 19. การมาสาย การขึ้นปฏิบัติงานสาย พิจารณาดังนี้ มาสาย 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมง ให้ - เขียนบันทึกเสนอชี้แจง - เบิกเงินยามวิกาลได้ มาสาย 2 ชั่วโมง ถึง 4 ชั่วโมง ให้ - เขียนบันทึกเสนอชี้แจง - เขียนใบลากิจ ½ วัน - เบิกเงินยามวิกาลได้ มาสาย มากกว่า 4 ชั่วโมง ให้ - เขียนบันทึกเสนอชี้แจง - เขียนใบลากิจ 1 วัน - งดเบิกเงินยามวิกาล - ไม่ต้องชดใช้เวร 18.หัวหน้างาน/หัวหน้าหอผู้ป่วย ควบคุมให้การขึ้นปฏิบัติงานเป็นไปตามตารางเวรทุกประการ อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ เครื่องชี้วัดคุณภาพ 1.ไม่เกิดความผิดพลาดในการขึ้นปฏิบัติงาน 2.การจัดอัตรากำลังเสริม/ทดแทน ได้เหมาะสมและถูกต้องทุกครั้ง
72 ผังกำกับงาน (Flow Chart) ของงานจัดตารางเวรเจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบ กิจกรรม ผู้เกี่ยวข้อง -หัวหน้ากลุ่มภารกิจ -หัวหน้ากลุ่มงาน เฉพาะสาขา หัวหน้าหอ -หัวหน้าหอผู้ป่วย/ หัวหน้างาน -ผู้อำนวยการ -หัวหน้ากลุ่มภารกิจ -หัวหน้ากลุ่มงาน เฉพาะสาขา หัวหน้าหอ -หัวหน้าหอผู้ป่วย/ หัวหน้างาน -เจ้าหน้าที่ -หัวหน้าหอผู้ป่วย/ หัวหน้างาน -แผนอัตรากำลัง -ปริมาณงาน -ตารางเวรการ ปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่ -WI.NUR.030 -บันทึกขออัตรากำลัง เสริม/ทดแทน -บันทึกผลการ ปฏิบัติงานประจำเดือน แผนอัตราก าลัง ปรับปรุงเสริม/ทดแทน วิเคราะห์ข้อมูล จัดตารางเวร เสนอ ผอก. ขึ้นปฏิบัติงาน ประกาศให้เจ้าหน้าที่ทราบและเซนชื่อ อนุมัติ เพียงพอหรือไม่ บันทึก/รายงาน
73 ระเบียบการแลกเปลี่ยนเวร 1. สิทธิในการเปลี่ยนเวร ใน 1 เดือน ขอเปลี่ยนได้จำนวน 3 ครั้ง (3วัน) ทั้งเปลี่ยนตนเองหรือเปลี่ยน กับผู้อื่นในระดับเดียวกัน 2. การเปลี่ยนแต่ละครั้ง ต้องทำงานติดต่อกันไม่เกิน 7 วัน เนื่องด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ 3. การเปลี่ยนเวรเพื่อต้องการวันหยุดติดต่อกันไม่เกิน 5 วัน 4. ผู้ขอ และผู้ถูกขอเปลี่ยนเวร จะต้องขึ้นเวรห่างกันอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เช่น เวรดึกต่อเวรบ่ายได้แต่ เวรเช้าต่อเวรบ่าย 5. เจ้าหน้าที่มีสิทธิแลกเวรก่อนส่งตารางเวรให้กลุ่มงานการพยาบาลโดยไม่นับจำนวนครั้งก่อนสิ้น เดือนโดยแลกเวรแต่ละครั้งมีวันหยุดติดต่อกันไม่เกิน 5 วัน และทำงานติดต่อไม่เกิน 7 วันไม่จำกัด เวรแต่ต้องทำงานห่างกันแต่ละเวรไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง 6. ถ้าลาในวันที่เปลี่ยนเวรขึ้นทำงาน ก็ต้องใช้เวรด้วยแล้วแต่หัวหน้าเห็นสมควรจัดให้ขึ้นยกเว้นใน รายที่ป่วยแล้วมารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือมาตรวจที่โรงพยาบาล โดยผู้ตรวจการหรือ หัวหน้าพิจารณาเป็นรายๆ ไป 7. ผู้ขอเปลี่ยนเวรจะต้องรับผิดชอบเขียนใบแลกเวร และให้ผู้ยินยอมเซ็นชื่อให้เรียบร้อย จะอ้ายว่า จำไม่ได้ หรือไม่ทราบไม่ได้ ผู้ขอเปลี่ยนต้องเป็นผู้นำใบเปลี่ยนเวรให้หัวหน้า หรือผู้ตรวจการเซ็น อนุมัติถ้าหัวหน้าหอผู้ป่วยไม่อยู่ยังมีพยาบาลอาวุโสที่หัวหน้ามอบหมายให้อยู่แล้วนำมาเปลี่ยนเวร ที่กลุ่มงานการพยาบาล หรือผู้ตรวจการ (ถ้าไม่ใช่เรื่องรีบด่วน ให้รอหัวหน้า) ทั้งนี้ให้ถูกต้อง นโยบายของหอผู้ป่วยนั้นที่มีบุคลากรปฏิบัติงานพอและเพื่อจะได้แก้ไขในตารางเวรประจำตึก โดย ใช้หมึกสีแดงเซ็นชื่อผู้อนุมัติ 8. ถ้าผู้ใดมิได้ปฏิบัติตามระเบียบ ต้องเขียนรายงานชี้แจง เช่น ในรายที่ขึ้นทำงานก่อนทั้งๆ ที่ตาราง เวรที่เปลี่ยนไม่ถูกต้อง ต้องทำงานฟรีไม่ได้วันหยุดตามที่ขอเปลี่ยน ในรายที่เปลี่ยนเวรไม่ถูก ระเบียบ ไม่ส่งใบแลกเวรไปที่กลุ่มงานการพยาบาล แล้วไม่ขึ้นตามตารางเวร ของกลุ่มงานการ พยาบาลถือว่าขาดงาน และคนที่ขึ้นมาต้องทำงานฟรี และถูกพิจารณาตัดสิทธิ์การแลกเวรทั้งคู่ - ครั้งที่ 1 ผู้ขอตัดสิทธิ์แลกเวร 2 เดือน ผู้ยินยอม ตัดสิทธิ์แลกเวร 1 เดือน - ครั้งที่ 2 ตัดสิทธิ์การแลกเวรเป็นทวีคูณของครั้งที่ 1
74 หมายเหตุการตัดสิทธิ์การแลกเวร หมายถึงการตัดสิทธิ์แลกเวรก่อนส่งและหลังส่งตารางเวรมาที่ กลุ่มงานการพยาบาล และหมดสิทธิ์เป็นทั้งผู้ขอ และผู้ยินยอม 9. ในกรณีของเปลี่ยนทั้งล็อค ให้แจ้งหัวหน้าก่อนส่งตารางเวรเดือนต่อไป เมื่อส่งตารางเวรที่กลุ่มงาน การพยาบาล ต้องใช้ระเบียบการเปลี่ยนเวรดังกล่าว 10. การแลกเวรตัวเองให้แลกกับหัวหน้าตึก ยกเว้นในกรณีที่ทางตึกจะมีเจ้าหน้าที่เพียงพอ (หัวหน้า ตึกต้องเขียนกำหนดเจ้าหน้าที่ไว้ว่าอย่างน้อยต้องมีเจ้าหน้าที่กี่คนในตารางเวร) ผู้ตรวจการจึงจะ พิจารณาให้ได้ 11. ถ้ามีการแลกเวรเกิน 3 ครั้ง ใน 1 เดือน จะถูกพิจารณาตัดสิทธิ์การแลกเวร 1 เดือนจะพิจารณาผู้ ที่แลกเวรให้ด้วยเช่นกัน 12. ลากิจในวันที่เปลี่ยนเวรไว้ต้องใช้เวร ในกรณี พ่อ-แม่ ทั้งสองฝ่าย สามี-บุตร เจ็บป่วยมาตรวจ แพทย์ให้อยู่รักษาตัวในโรงพยาบาลให้ลาได้โดยไม่ต้องใช้เวร (ในวันแรกวันต่อไปต้องจัดการเรื่อง เวรให้เรียบร้อย เช่น แลกเวร ลา แล้วแต่ความเหมาะสม) 13. ลาป่วยวันใช้เวร มาตรวจให้หัวหน้า หรือผู้ตรวจการเห็นว่าป่วยจริง จึงลาได้โดยไม่ต้องใช้เวร เช่นเดียวกับการ ลาป่วยในวันปกติ 14. ถ้าแลกเวรแล้วไม่ขึ้นทำงานถือว่าขาดงานพิจารณาตามระเบียบวินัยข้าราชการเรื่องการขาดงาน 15. การแลกเวรในอาทิตย์สุดท้ายของเดือน ให้ใช้เวรในเดือนถัดไป จะเป็นวันไหนก็ได้ไม่กำหนดแต่ ขอให้ใช้สิ้นสุดในเดือนนั้น (อาทิตย์สุดท้ายของเดือนให้นับถอยหลังไป 7 วัน) 16. การของเปลี่ยนเวรต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยตนเอง ส่งใบแลกเวรที่กลุ่มงานการ พยาบาลเพื่อแก้ตารางเวรให้ตรงกันก่อนทำงาน 8 ชั่วโมง ยกเว้นเหตุจำเป็นเร่งด่วนต้องแจ้งก่อน เวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง 17. การเปลี่ยนเวรนอกเวลาราชการให้แจ้งผู้ตรวจการและขออนุมัติให้เปลี่ยนเวรได้เมื่อมีความจำเป็น เร่งด่วนเท่านั้น 18. ไม่อนุญาตให้ขอเปลี่ยนเวรทางโทรศัพท์ 19. การแลกเวรนอกเวลาราชการของเจ้าหน้าที่ตึกผู้ป่วยนอก(OPD) ในกรณีที่ขอแลกเวรตนเองให้ถือ ปฏิบัติดังนี้ 19.1 ให้ผู้ที่ขอแลกเวรโทรศัพท์แจ้งกับหัวหน้าตึกตรวจผู้ป่วยนอกทราบก่อน ก่อนที่จะไปขอ แลกเวร กับผู้ตรวจการ
75 19.2 ถ้าไม่พบหัวหน้าตึก/หรือไม่สามารถติดต่อได้ ให้ผู้ที่ขอแลกเวรตนเองโทรศัพท์ปรึกษา รองหัวหน้าตึกก่อนที่จะไปแลกเวรกับผู้ตรวจการ 19.3 ถ้าไม่พบ/หรือไม่สามารถติดต่อได้ทั้ง 2 กรณี ให้ผู้ตรวจการเป็นผู้ตัดสินใจในการและ เวรตนเองของเจ้าหน้าที่ OPD ในครั้งนี้ได้ (หัวหน้าตึกตรวจผู้ป่วยนอกจะเอาตารางเวรไว้ให้ ในแฟ้มของผู้ตรวจการ) 20. หัวหน้างานจะแลกเวรต้องผ่านผู้รับทราบ(จะเป็นพยาบาลในหน่วยงาน หรือหัวหน้าตึกก็ได้) 21. หัวหน้าตึกจะแลกเวร Sup ต้องผ่านหัวหน้างานรับทราบทั้ง 2 หน่วยงาน ระเบียนการลงเวลาปฏิบัติงาน ลงเวลาปฏิบัติงานโดยการสแกนลายนิ้วมือ ในจุดที่กำหนด แนวทางการประเมินผลการปฏิบัติราชการ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ปี 2566 ตามประกาศโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เรื่อง การบริหารผลการปฏิบัติงานและการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ผู้มีผลสัมฤทธิ์การ ปฏิบัติงานในระดับต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุงตนเอง ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2565 ด้วยโรงพยาบาลกาฬสินธุ์เป็นส่วน ราชการในส่วนภูมิภาคที่มุ่งเน้นการบริหารผลการปฏิบัติราชการของบุคลากรในสังกัดทุกระดับ เห็นความสำคัญของการมีส่วน ร่วมระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อผลักดันผลการปฏิบัติราชการสูงขึ้น ซึ่งเป็นกลไกในการบริหารทรัพยากรบุคคล อย่างเป็นระบบโปร่งใส เป็นธรรมและสามารถตรวจสอบได้ ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อให้การประเมินผลการปฏิบัติราชการของบุคลากรในสังกัดโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของภาครัฐ โดยหลักเกณฑ์ การประเมินผลการปฏิบัติราชการกำหนดให้ผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ ผู้บังคับบัญชากำกับติดตามการปฏิบัติราชการของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ พันธ์กิจ และ วัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการที่ กำหนดไว้ ทั้งนี้ บุคลากรใดประพฤติตนอยู่ในจรรยาและระเบียบวินัย ปฏิบัติราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ ต่อภารกิจของรัฐ ให้ผู้บังคับบัญชานำผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการดังกล่าว ไปใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง เลื่อนเงินเดือน/ค่าจ้าง/คำตอบแทน เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติรายการ หากบุคคลใดมีผลการปฏิบัติราชการใน ระดับที่ต้องให้ได้รับการพัฒนาปรับปรุงตนเอง ไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในระดับอันเป็น ที่พอใจของทางข้าราชการ ให้ดำเนินการตามระเบียบและหลักเกณฑ์แนวทางปฏิบัติและการประเมินผลการปฏิบัติราชการของ บุคลากรแต่ละประเภท ดังนี้ ๑. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘๒ และ ๑๑๐ (๕) และกฎ ก.พ. ว่าด้วยการสั่งให้ ข้าราชการเพื่อเลื่อนสามัญออกจากราชการกรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล พ.ศ. ๒๕๕๒ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๑0๑๒/ว ๑๐ ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕0 (สำหรับข้าราชการ) ๒. ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๓๗ ข้อ ๖๐ (๕) ซึ่งกำหนดให้มีผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ สั่งให้ลูกจ้างประจำที่ไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการ
76 ออกจากราชการตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่กำหนดไว้ ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบราชการพลเรือนโดยอนุโลม (สำหรับ ลูกจ้างประจำ) 3. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ และข้อ ๒๘ (๔) และประกาศคณะ กรรมการบริหารพนักงานราชการ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ หลักเกณฑ์และ วิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสารณสุข พ.ศ. ๒๕๕๔ ข้อ ๑๑ ตามหนังสือสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ สธ .๒๐๑.๐๓๔/3 ๒๗๕ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ (สำหรับ พนักงานราชการ) ๔. ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยพนักงานกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๕๖ ข้อ ๒๓ ข้อ ๒๔ และข้อ ๒๕ (๔) และ ประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์ว่า ด้วยการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่ม ค่าจ้าง และต่อสัญญาจ้างพนักงานกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๘ ตามหนังสือกระทรวงสาระสุข ด่วนมาก ที่ สธ 0 ๒๐๓.๐๔๐/ว ๒๖๙ ลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ (สำหรับพนักงานกระทรวงสาธารณสุข) จึงกำหนดมาตรการการ บริการผลการปฏิบัติงานและการ ดำเนินการกับบุคลากรผู้มีผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานในระดับต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุง ตนเองในสังกัด โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เป็นแนวทางให้ถือปฏิบัติตังต่อไปนี้ 1.ข้าราชการ - ก่อนเริ่มรอบการประเมิน หรือในช่วงเริ่มรอบการประเมิน ให้ผู้ประเมินและผู้รับการประเมิน กำหนดข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับ การมอบหมายงานและการประเมินผลการปฏิบัติราชการ กำหนดตัวชี้วัดหรือหลักฐานบ่งชี้ความสำเร็จของงานอย่างเป็น รูปธรรมและเหมาะสมกับลักษณะงาน - ระหว่างรอบการประเมินให้ผู้ประเมินติดตามความก้าวหน้าของผู้รับการประเมินอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลสำเร็จของงาน ในช่วงเวลา ๓ เดือนแรกของรอบการประเมินว่าสอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ เมื่อผู้ประเมินคาดว่าผู้รับการ ประเมินมีผลการประเมินต่ำกว่าค่าเป้าหมายหรือระดับที่คาดหวังให้ผู้ประเมินแจ้งผู้รับการประเมินทราบ และให้คำปรึกษา แนะนำเพื่อปรับปรุง แก้ไข พัฒนาผลการปฏิบัติราชการของผู้รับการประเมินในช่วง ๓ เดือนหลังของรอบการประเมิน - สิ้นรอบการประเมิน เมื่อผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการอยู่ในระดับต้องปรับปรุง ให้ดำเนินการจัดทำ คำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเอง กรณีข้าราชการพลเรือสามัญมีผลการปฏิบัติราชการในระดับต้องปรับปรุง (ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐) ดังนี้ ข้อ 1. ให้ผู้บังคับบัญชาที่ประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการในระดับที่ต้องให้ได้รับการพัฒนาปรับปรุงตนเอง ต้อง แจ้งให้ผู้รับการประเมินทราบเกี่ยวกับผลการประเมินพร้อมทั้งกำหนดให้ผู้นั้น เข้ารับการพัฒนาปรับปรุงตนเองโดยให้ลง ลายมือชื่อรับทราบไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ดังนี้ - ชี้จุดเด่น และชี้แจงข้อบกพร่อง ที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข ทั้งในส่วนการทำงานและการแสดงพฤติกรรม - ให้กำลังใจแก่ผู้รับการประเมินมีกำลังใจพัฒนาปรับปรุงตนเอง - หารือกับผู้รับการประเมิน เพื่อฟังความคิดเห็นและแนวทางการพัฒนาเพิ่มเติมพร้อมทั้ง กำหนดให้ผู้นั้นเข้ารับการพัฒนา ปรับปรุงตนเอง ทั้งนี้ ในการพัฒนาปรับปรุงตนเอง ให้ผู้บังคับบัญชา จัดให้ข้าราชการผู้นั้นทำคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุง ตนเอง โดยกำหนดเป้าหมายในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการให้ชัดเจน เพื่อใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการครั้ง ต่อไป ดังนี้ ๑.๑ร่วมจัดทำคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองตามแบบจัดทำคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเอง (เอกสารแนบท้าย ๑) ๑.๒ ให้ใช้แบบสรุปการประเมินผลการปฏิบัติราชการส่วนที่ ๓ แผนการพัฒนาการปฏิบัติราชการรายบุคคล ในรอบที่มีผลการ ประเมินอยู่ในระดับต้องปรับปรุง (ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐) มาจัดทำ แผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan)เพื่อ เป็นเครื่องมือประเมินผลการพัฒนาความรู้ทักษะสมรรถนะที่ต้องการพัฒนา และแบบประเมินผลสัมฤทธิ์ของงานแบบประเมิน พฤติกรรมการปฏิบัติราชการหรือสมรรถนะในการกำหนดคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงคนเองเป็นตัวชี้วัดรายบุคคลโดยต้อง กำหนดเป้าหมายในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการ ที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาการปฏิบัติราชการรายบุคคลประกอบการ จัดทำคำมั่นฯ ในการพัฒนาปรับปรุงคนเองตามแบบที่กำหนด (เอกสารแนบท้าย ๒) ข้อ 2 การประเมินผลการปฏิบัติราชการและการพัฒนาปรับปรุงตนเองของข้าราชการตามข้อ ๑ ให้มีระยะเวลาไม่เกินสาม รอบการประเมิน
77 ข้อ ๓ กรณีที่ผู้ถูกประเมินเห็นว่าการประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้บังคับบัญชามีความไม่เป็นธรรมอาจทำคำคัดค้านยื่น ต่อผู้บังคับบัญชารวมไว้กับผลการประเมินเพื่อเป็นหลักฐานได้ภายใน ๑๓๕ วัน หลังจากทราบผลการประเมินและให้ ผู้บังคับบัญชารวบรวมรายงานเสนอผู้มีอำนาจลำดับถัดไป เพื่อประกอบความเห็นในการพิจารณา ข้อ ๔ เมื่อผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญตามคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเอง ตามข้อ 1 และข้อ ๒ แล้ว ปรากฏว่าผู้นั้นไม่ผ่านการประเมินในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการตามคำมั่นในการพัฒนา ปรับปรุงตนเอง ให้รายงานผลการประเมินดังกล่าวต่อผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เมื่อผู้อำนวยการโรงพยาบาล กาฬสินธุ์ ได้รับรายงานแล้วอาจดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีข้าราชการผู้รับการประเมินประสงค์จะขอลาออกจากราชการก็ให้สั่งให้ออกจากราชการ หรือ (๒) สั่งให้ข้าราชการผู้นั้นเข้ารับการพัฒนาปรับปรุงตนเองอีกครั้งหนึ่ง โดยทำคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองเป็นครั้งที่สอง หรือ (๓) สั่งให้ข้าราชการผู้นั้นออกจากราชการ กรณีดำเนินการตาม ข้อ ๔ (๒) เมื่อผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติราชการของ ข้าราชการผู้นั้นตามคำมั่นครั้งที่สองแล้ว ปรากฏว่า ผู้นั้นไม่ผ่านการประเมินในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการตามคำมั่น ในการพัฒนาปรับปรุงตนเอง ให้หน่วยงานรายงานผลการปฏิบัติราชการเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อ สั่งให้ข้าราชการผู้นั้นออกจากราชการ โดยให้ดำเนินการตามกฎ ก.พ.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ ออกจาก ราชการกรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล พ.ศ.๒๕๕๒ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติสำหรับบุคลากร ผู้มีผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานในระดับต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุง ตนเอง ไม่ใช้บังคับแก่เจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้ ๑. ข้าราชการที่อยู่ระหว่างการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎ ก.พ.ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและพัฒนา ข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ๒. ข้าราชการที่มีระยะเวลาการปฏิบัติราชการในรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการที่จะทำการประเมินไม่ครบ ๖ เดือน ๒. ลูกจ้างประจำ -ก่อนเริ่มรอบการประเมิน หรือในช่วงเริ่มรอบการประเมิน ให้ผู้ประเมินและผู้รับการประเมินกำหนดข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับ การมอบหมายงานและการประเมินผลการปฏิบัติราชการ กำหนดตัวชี้วัดหรือหลักฐานบ่งชี้ความสำเร็จของงานอย่างเป็น รูปธรรมและเหมาะสมกับลักษณะงาน -ระหว่างรอบการประเมินให้ผู้ประเมินติดตามความก้าวหน้าของผู้รับการประเมินอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลสำเร็จของงาน ในช่วงเวลา ๓ เดือนแรกของรอบการประเมินว่าสอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ เมื่อผู้ประเมินคาดว่าผู้รับการ ประเมินมีผลการประเมินต่ำกว่าเป้าหมายหรือระดับที่คาดหวังให้ผู้ประเมินแจ้งผู้รับการประเมินทราบ และให้คำปรึกษา แนะนำเพื่อปรับปรุง แก้ไข พัฒนาผลการปฏิบัติ ราชการของผู้รับการประเมินในช่วง ๓ เดือนหลังของรอบการประเมิน -สิ้นรอบการประเมิน เมื่อผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการของลูกจ้างประจำ อยู่ในระดับต้องปรับปรุง ให้ดำเนินการตาม ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๓๗ ข้อ ๖๐ (๕) ซึ่งกำหนดให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ สั่ง ให้ลูกจ้างประจำที่ไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการ ออก จากราชการตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนโดยอนุโลม ๓. พนักงานราชการ - ก่อนเริ่มรอบการประเมิน หรือในช่วงเริ่มรอบการประเมิน ให้ผู้ประเมินและผู้รับการประเมินกำหนดข้อตกลงร่วมกัน เกี่ยวกับ การมอบหมายงานและการประเมินผลการปฏิบัติงาน กำหนดตัวชี้วัดหรือหลักฐานบ่งขี้ความสำเร็จของงานอย่างเป็นรูปธรรม และเหมาะสมกับลักษณะงาน - ระหว่างรอบการประเมินให้ผู้ประเมินติดตามความก้าวหน้าของผู้รับการประเมินอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลสำเร็จของงาน ในช่วงเวลา ๓ เดือนแรกของรอบการประเมินว่าสอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ เมื่อผู้ประเมินคาดว่าผู้รับการ ประเมินมีผลการประเมินต่ำกว่าค่าเป้าหมายหรือระดับที่คาดหวัง ให้ผู้ประเมินแจ้งผู้รับการประเมินทราบ และให้คำปรึกษา คำแนะนำเพื่อปรับปรุง แก้ไข พัฒนาผลการปฏิบัติงานของผู้รับการประเมินในช่วง ๓ เดือนหลังของรอบการประเมิน
78 - เมื่อสิ้นรอบการประเมินของรอบการประเมินนั้นๆ ผลการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการ มีคะแนนผลการ ประเมินอยู่ในระดับใดเมื่อรวมคะแนนผลการประเมินกับรอบการประเมินที่ผ่านมา มีคะแนนเฉลี่ยของผลการประเมิน ๒ ครั้ง ติดต่อกัน ต่ำกว่าระดับดี ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการในสังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ๒๕๕๔ ข้อ ๑๑ พนักงานราชการผู้ใด ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้ประเมินผลการปฏิบัติงานแล้ว มี คะแนนเฉลี่ยของผลการประเมิน ๒ ครั้ง ติดต่อกันต่ำกว่าระดับดี ให้ผู้บังคับบัญชาทำความเห็นเสนอผู้มีอำนาจสั่งจ้างเพื่อ พิจารณาสั่งเลิกจ้างต่อไป พร้อมกับแจ้งให้พนักงานราชการผู้นั้นทราบภายในเจ็ดวัน นับตั้งแต่วันทราบผลการประเมินผลการ ปฏิบัติงาน 4. พนักงานกระทรวงสาธารณสุข -ก่อนเริ่มรอบการประเมิน หรือในช่วงเริ่มรอบการประเมิน ให้ผู้ประเมินและผู้รับการประเมินกำหนดข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับ การมอบหมายงานและการประเมินผลการปฏิบัติงาน กำหนดตัวชี้วัดหรือหลักฐานบ่งชี้ความสำเร็จของงานอย่างเป็นรูปธรรม และเหมาะสมกับลักษณะงาน -ระหว่างรอบการประเมินให้ผู้ประเมินติดตามความก้าวหน้าของผู้รับการประเมินอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลสำเร็จของงาน ในช่วงเวลา ๓ เดือนแรกของรอบการประเมินว่าสอดคล้องกับเป้าหมาย ที่กำหนดไว้หรือไม่ เมื่อผู้ประเมินคาดว่า ผู้รับการ ประเมินมีผลการประเมินต่ำกว่าค่าเป้าหมาย หรือระดับที่คาดหวังให้ผู้ประเมินแจ้งผู้รับการประเมินทราบ และให้คำปรึกษา แนะนำเพื่อปรับปรุง แก้ไข พัฒนาผลการปฏิบัติงานของผู้รับการประเมินในช่วง ๓ เดือนหลังของรอบการประเมิน -เมื่อสิ้นรอบการประเมินของรอบการประเมินนั้นๆ ผลการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานกระทรวงสาธารณสุข มี คะแนนผลการประเมินอยู่ในระดับใด เมื่อรวมคะแนนผลการประเมินกับรอบการประเมินที่ผ่านมา มีคะแนนเฉลี่ยของผลการ ประเมินผลการปฏิบัติงาน ๒ ครั้ง ติดต่อกันต่ำกว่าระดับดี ให้ดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานกระทรวง สาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ว่าด้วยการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มค่าจ้าง และต่อสัญญาจ้างพนักงานกระทรวง สาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๘ พนักงานกระทรวงสาธารณสุขทั่วไปผู้ใด ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้ประเมินผลการปฏิบัติงานแล้วมี คะแนนเฉลี่ยของผลการประเมินผลการปฏิบัติงาน ๒ ครั้งติดต่อกันต่ำกว่าระดับดี ให้ถือว่าสิ้นสุดสัญญาจ้างโดยให้ ผู้บังคับบัญชาทำความเห็นเสนอหัวหน้าส่วนราชการต่อไป พร้อมกับแจ้งให้พนักงานกระทรวงสาธารณสุขผู้นั้นทราบภายใน เจ็ดวันนับตั้งแต่วันทราบการประเมินผลการปฏิบัติงาน 5. ลูกจ้างชั่วคราว -ก่อนเริ่มรอบการประเมิน หรือในช่วงเริ่มรอบการประเมิน ให้ผู้ประเมินและผู้รับการประเมินกำหนดข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับ การมอบหมายงานและการประเมินผลการปฏิบัติงาน กำหนดตัวชี้วัด หรือหลักฐานบ่งชี้ความสำเร็จของงานอย่างเป็นรูปธรรม และเหมาะสมกับลักษณะงาน -ระหว่างรอบการประเมินให้ผู้ประเมินติดตามความก้าวหน้าของผู้รับการประเมินอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินผลสำเร็จของงาน ในช่วงเวลา ๓ เดือนแรกของรอบการประเมินว่าสอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ เมื่อผู้ประเมินคาดว่าผู้รับการ ประเมินมีผลการประเมินต่ำกว่าค่าเป้าหมายหรือระดับที่คาดหวัง ให้ผู้ประเมินแจ้งผู้รับการประเมินทราบ และให้คำปรึกษา แนะนำเพื่อปรับปรุง แก้ไขพัฒนาผลการปฏิบัติงานของผู้รับการประเมินในช่วง ๓ เดือนหลังของรอบการประเมิน -เมื่อสิ้นรอบการประเมินของรอบการประเมินนั้น ๆ ผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการของลูกจ้างชั่วคราว มีคะแนนผลการ ประเมินอยู่ในระดับใดเมื่อรวมคะแนนผลการประเมินกับรอบการประเมินที่ผ่านมา มีคะแนนเฉลี่ยของผลการประเมินผลการ ปฏิบัติงาน ๒ ครั้ง ติดต่อกันต่ำกว่าระดับดี ให้ดำเนินการตามประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการประเมินผลการปฏิบัติงาน และ วิธีการปรับค่าจ้างประจำปี ของลูกจ้างชั่วคราว เงินนอกงบประมาณ (เงินบำรุง) สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๕๘ ลูกจ้างชั่วคราวผู้ใด ผู้บังคับบัญชาได้ประเมินผลการปฏิบัติงานแล้วมีคะแนนเฉลี่ยของผลการประเมินผลการ ปฏิบัติงาน ๒ ครั้ง ติดต่อกัน ต่ำกว่าระดับดี ให้ถือว่าสิ้นสุดสัญญาจ้าง โดยให้ผู้บังคับบัญชาทำความเห็นเสนอหัวหน้าส่วน ราชการต่อไป พร้อมแจ้งให้ลูกจ้างชั่วคราวผู้นั้นทราบภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันทราบการประเมินผลการปฏิบัติงาน
79 (เอกสารแนบท้าย 1) แบบคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเอง ครั้งที่….... กรณีข้าราชการมีผลการปฏิบัติราชการในระดับต้องปรับปรุง (ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐) --------------------------- ส่วนที่ ๑. : ข้อมูลของผู้จัดทำคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเอง ตามที่ข้าพเจ้า…………………………………………………………………………………………………………………………………….. ตำแหน่ง/ระดับ……………………………………………………………………………………สังกัด........................................................... สำนัก/สถาบัน/ศูนย์/กลุ่ม/กอง..................................................................................................................ได้รับทราบว่ามีผล การประเมินผลการปฏิบัติราชการในระตับต้องปรับปรุง (ต่ำกว่าร้อยละ ๖0) รอบการประเมิน ที่................ตั้งแต่วันที่…………………………………………………...ถึงวันที่...............................................................นั้น ข้าพเจ้าขอให้คำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองในรอบการประเมินถัดไป รอบการประเมิน ที่................ตั้งแต่วันที่…………………………………………………...ถึงวันที่...............................................................โดยได้จัดทำ รายละเอียดของคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองไว้แล้ว รายละเอียดตามเอกสารแนบ ส่วนที่ ๒ : การลงชื่อรับทราบการจัดทำคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเอง ผู้จัดทำข้อตกลง ผู้บังคับบัญชาขั้นต้น ลงชื่อ……………………………………………………….. ลงชื่อ……………………………………………………… (.........................................................................) (.........................................................................) วันที่.................................................................. วันที่.................................................................. ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป อีกชั้นหนึ่ง ลงชื่อ……………………………………………………….. ลงชื่อ……………………………………………………… (.........................................................................) (.........................................................................) วันที่.................................................................. วันที่..................................................................
80 (เอกสารแนบท้าย 2) ส่วนที่ ๓ : แผนพัฒนาการปฏิบัติราชการรายบุคคล ความรู้ /ทักษะ/ สมรรถนะ ที่ต้องได้รับการพัฒนา วิธีการพัฒนา ช่วงเวลาที่ต้องการการพัฒนา
81
82
83
84
85
86
87
88
89 วิธีการดำเนินการพิจารณา 1. บุคลากรระดับหัวหน้างานเฉพาะสาขา/ผู้ชำนาญการพิเศษ ประเมินโดยหัวหน้ากลุ่มงานการ พยาบาล 2. บุคลากรระดับหัวหน้าตึก ประเมินโดย หัวหน้างานเฉพาะสาขา 3. บุคลากรระดับพยาบาลวิชาชีพ ประเมินโดยหัวหน้าตึก/หัวหน้างานเฉพาะสาขา/ผู้ชำนาญพิเศษ 4. บุคลากรระดับพยาบาลเทคนิค เจ้าหน้าที่พยาบาล ผู้ช่วยเหลือคนไข้ และพนักงานทำความ สะอาด ประเมินโดยพยาบาลวิชาชีพ 5. จัดแบ่งกลุ่ม บุคลากร เป็นดังนี้ 5.1 ลูกจ้างประจำ 5.2 ข้าราชการ ระดับ 1-2-3 5.3 ข้าราชการ ระดับ 4-5 5.4 ข้าราชการ ระดับ 6-7-8 6. นำข้อมูลของบุคลากรแต่ละกลุ่มมาจัดเรียงลำดับ และให้หัวหน้างานเฉพาะสาขา/ผู้ชำนาญพิเศษ นำเสนอคณะกรรมการพิจารณาความดี ความชอบ ของกลุ่มงานการพยาบาล 7. คณะกรรมการพิจารณาความดีความชอบของกลุ่มงานการพยาบาล ประกอบด้วยผู้ช่วยหัวหน้า กลุ่มงานการพยาบาล ผู้ชำนาญการเฉพาะสาขา ผู้ชำนาญพิเศษ ร่วมกันพิจารณาจัดเรียงลำดับ เพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณาความดีความชอบของโรงพยาบาลต่อไป ระยะเวลาดำเนินการพิจารณา ประเมินปีละ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 เดือนตุลาคม – มีนาคม ครั้งที่ 2 เดือนเมษายน – กันยายน การพิจารณาความผิด ครั้งที่ 1 ตักเตือน ครั้งที่ 2 ภาคฑัณฑ์ ครั้งที่ 3 นำเสนอผู้อำนวยการต่อไป
90 ระบบบริหารความเสี่ยง และความปลอดภัยโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ความหมายของคำที่สำคัญในระบบบริหารความเสี่ยง ความเสี่ยง (Risk) หมายถึง ความไม่แน่นอน ว่าผลลัพธ์จะเกิดขึ้นตามที่ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่ Medical error: ความผิดพลั้งหรือผิดพลาด หมายถึง การปฏิบัติงานที่ไม่รักษามาตรฐาน หรือตัดสินใจใช้ การรักษาที่ไม่ถูกต้อง อันอาจเป็นเหตุให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นอันตราย ความเสียหาย ต่อผู้ป่วย (หรืออาจไม่เกิด อันตรายก็ได้) Malpractice: ทุรเวชปฏิบัติ หมายถึง การปฏิบัติ ในการดูแลรักษาของผู้ให้บริการสุขภาพ ที่ ผิดจาก มาตรฐาน หรือ ต่ำกว่ามาตรฐาน ทางวิชาการที่ใช้กัน อันเป็นเหตุเกิดอันตราย และความเสียหาย ต่อผู้ป่วย Omission หมายถึง การที่ผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาที่ควรจะได้รับ อาจเนื่องจากความไม่สมบูรณ์ของระบบ การขาดแคลนความรู้เฉพาะหน้าบางอย่างที่ทำให้การรักษาไม่ได้ มาตรฐาน Complicationภาวะแทรกซ้อน หมายถึง ผลลัพธ์ ที่เกิดขึ้น เกี่ยวจากการดูแลรักษาทำให้เกิดการบาดเจ็บ อันตรายความเสียหาย ต่อร่างกายหรือจิตใจของผู้ป่วย (มุมมองของผู้ให้บริการ) • เหตุการณ์เกือบพลาด (near miss) เป็นเหตุการณ์ที่เกือบจะเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (AE) แต่ไม่ เกิดขึ้น • เหตุการณ์ที่ต้องเฝ้ามอง (sentinel event) เป็นเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงส่งสัญญาณถึงความ จำเป็นที่ต้องมีการสอบสวนและตอบสนองทันที(กำหนดไว้ในบัญชีความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง) • เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (adverse event-AE) หมายถึง การบาดเจ็บ อันตรายหรือภาวะแทรกซ้อนที่ เป็นผลจากการดูแลรักษา มิใช่กระบวนการตามธรรมชาติของโรค ส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิต นอนโรงพยาบาล นานขึ้นหรืออวัยวะสูญเสียการทำหน้าที่ เป็นเหตุการณ์/อุบัติการณ์ซึ่งนำไปสู่อันตราย ที่มี การจัดระดับ ผลกระทบรุนแรงตั้งแต่ระดับ E ขึ้นไปยกเว้น ► เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจาก การดำเนินตามธรรมชาติของโรคไม่เป็น AE (Adverse Event) ► เป็นเหตุการณ์หรือเป็นผลโดยตรง ที่ต้องเกิดขึ้นจากการรักษาวิธีนั้น เช่น รอยแผลจากการผ่าตัด ไม่ เป็น AE ► ผลกระทบหรืออันตรายต่อจิตใจ เช่น อาการวิตกกังวลก่อนการผ่าตัด ไม่เป็น AE ความหมาย ของ การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) กระบวนการ และ กิจกรรม ในการค้นหา ระบุหาความเสี่ยงที่สำคัญของ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ การ ประเมินผลกระทบของความเสี่ยงซึ่งมีผลกระทบต่อการบรรลุพันธกิจและเป้าประสงค์ขององค์กร การพัฒนา แนวทางการจัดการกับความเสี่ยง และนำไปปฏิบัติอย่างเป็นระบบ โดยมีการบูรณาการและ เน้นความ สอดคล้องระหว่างกลยุทธ์ บุคลากร กระบวนงานและเทคโนโลยี เพื่อให้โรงพยาบาลเป็นสถานบริการ
91 สาธารณสุขที่ปลอดภัย แก่ บุคลากร ผู้รับบริการ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม (ดังแผนภาพ) ระบบบริหารความเสี่ยง และความปลอดภัย ที่มีประสิทธิภาพ (1) มีการประสานงานและประสานความร่วมมือที่ดีระหว่างโปรแกรมบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ รวมทั้ง การบูรณาการระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารความเสี่ยง (2) มีการค้นหาความเสี่ยงทางด้านคลินิกและความเสี่ยงทั่วไป ในทุกหน่วยงานและในทุกระดับ จัดลำดับความสำคัญ เพื่อกำหนดเป้าหมายความปลอดภัยและมาตรการป้องกัน (3) มีการกำหนดกลยุทธ์และมาตรการป้องกันอย่างเหมาะสม สื่อสารและสร้างความตระหนักอย่าง ทั่วถึง เพื่อให้เกิดการปฏิบัติที่ได้ผล (4) มีระบบรายงานอุบัติการณ์และเหตุการณ์เกือบพลาดที่เหมาะสม มีการวิเคราะห์ข้อมูลและนำ ข้อมูลไปใช้เพื่อการประเมินผล ปรับปรุง เรียนรู้ และวางแผน (5) มีการวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง (root cause) เพื่อค้นหาปัจจัยเชิงระบบ ที่อยู่เบื้องหลัง และ นำไปสู่การแก้ปัญหาที่เหมาะสม (6) มีการประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และ นำไปสู่การปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ความคาดหวัง ในการพัฒนาคุณภาพระบบบริหารความเสี่ยง • ประสิทธิภาพในการตรวจจับและแก้ไขปัญหากระบวนการ : การเฝ้าระวังปัญหา, การจัดการกับ
92 เหตุการณ์เบื้องต้น, การรายงาน, การลดความสูญเสีย, การวิเคราะห์สาเหตุ, การวางแนวทางเพื่อ ป้องกัน • การจัดให้ระบบค้นหาความผิดพลาดให้ปรากฏเพื่อหยุดยั้งได้ทัน เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้อง เฝ้าระวังในความเสี่ยงที่สำคัญ ความเสี่ยงที่สำคัญต้องใช้มาตรการเชิงรุก ไม่รอตั้งรับ • ผลลัพธ์ : ตรวจจับและแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว, ควบคุมความสูญเสียได้, โอกาสเกิดซ้ำอยู่ในระดับต่ำ ความคาดหวังคุณภาพการดูแล • ความครอบคลุมของกิจกรรมคุณภาพด้านคลินิกบริการ ทั้งประเภทของกิจกรรม กลุ่มผู้ป่วย หน่วยงาน และบุคคลที่เข้าร่วมทำกิจกรรม กระบวนการ : การวิเคราะห์โรคและหัตถการเพื่อหาโอกาสพัฒนา, การค้นหาแหล่งข้อมูล scientific evidence/recommendation, การเปรียบเทียบช่องว่างระหว่างความรู้กับการปฏิบัติ, การวางแผนและ ทดลองปรับปรุง, การวัดผล, การขยายผล, การติดตามเครื่องชี้วัดทางคลินิกเฉพาะโรค การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้จากความผิดพลาด : 1. แสดงให้เห็นถึงความปลอดภัย ไม่มีบรรยากาศการตำหนิ และให้คำแนะนำแบบสร้างสรรค์ 2. เมื่อเกิดความผิดพลาด ใช้เป็นโอกาสในการเรียนรู้และปรับปรุงระบบ 3. ทำให้การพูดคุยเรื่องความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ 4. จัดให้มีระบบการรายงาน พร้อมให้ความรู้และคำแนะนำที่ถูกต้อง 5. ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการพูดคุย 6. สร้างบรรยากาศการเห็นใจผู้ร่วมงาน 7. เรียนรู้จากองค์กรอื่น ๆ เช่น การบิน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ว่ามีวัฒนธรรมการเรียนรู้จากความผิดพลาด อย่างไร การค้นหาความเสี่ยง 1. ค้นเชิงรุก 2. ค้นในเชิงตั้งรับ ได้แก่ จากบันทึกที่มีอยู่แล้ว เช่น • บันทึกการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน • รายงานการตรวจสอบเพื่อป้องกันอัคคีภัย • รายงานยาเสพติด • บันทึกการควบคุมคุณภาพของห้องปฏิบัติการ • รายงานการควบคุมคุณภาพของอาหาร • รายงานด้านอาชีวอนามัย • รายงานการตรวจสอบความปลอดภัยในการทำงาน
93 • รายงานการตรวจสอบความปลอดภัยด้านรังสีวิทยา • รายงานอุบัติการณ์ • รายงานการติดเชื้อในโรงพยาบาล • บันทึกประจำวันของหน่วยงาน • รายงานเวรตรวจการ • รายงานของหน่วยรักษาความปลอดภัย การค้นหาความเสี่ยงทางคลินิก • ค้นหาจากกระบวนการดูแลผู้ป่วยจากการวิเคราะห์กระบวนการดูแลผู้ป่วย • ประสบการณ์ในอดีตของตนเองหรือผู้อื่น เช่น รายงานอุบัติการณ์ ข่าวเหตุการณ์ในหน้าหนังสือพิมพ์ • การทบทวนเวชระเบียน ( การใช้ตัวส่งสัญญาณ Trigger Tool ) • ผลการวิจัยในวารสารวิชาการต่างๆ • ทบทวนการดูแลผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ (การทบทวนกิจรรมคุณภาพ 12 กิจกรรม) การทบทวน 12 กิจกรรมเป็นกลไกตรวจจับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ที่สำคัญ โปรแกรมความเสี่ยง โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ แบ่งเป็น 6 โปรแกรม ดังนี้ 1. ความเสี่ยงทางคลินิกทั่วไป 2. ความเสี่ยงทางคลินิกเฉพาะโรค 3. โปรแกรมความเสี่ยงด้านระบบ การติดเชื้อ 4. โปรแกรมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ 5. โปรแกรมความเสี่ยงด้านระบบยา 6. โปรแกรมความเสี่ยงทั่วไป 6.1 โครงสร้างทางกายภาพ สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย 6.2 เครื่องมือ /อุปกรณ์ 6.3 ข้อร้องเรียน สิทธิผู้ป่วย การเงิน 6.4 ระบบข้อมูล / IT / เวชระเบียน / การติดต่อสื่อสาร/ สิทธิบัตร Sentinel Event (เหตุการณ์พึงสังวรณ์) หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดการณ์มาก่อนและ อาจจะมีผลทำให้เกิดความเสียหายจนถึงแก่ชีวิตหรือส่งผลร้ายแรง ทางด้านจิตใจ โดยไม่มีความสัมพันธ์ กับพยาธิสภาพของโรคที่ผู้ป่วยเป็น หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วไม่สามารถระงับได้ในรพ. และอาจทำ ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของรพ. ต้องรายงานทันที และบันทึกรายงานอุบัติการณ์ภายใน 24 ชม. ได้แก่
94 1. เกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้ม ตกเตียง แล้วมีบาดแผลรุนแรง หรือมีโรคแทรกซ้อน เช่น กระดูกหัก 2. ผ่าตัดหรือทำหัตถการ ผิดคน ผิดข้าง ผิดอวัยวะ 3. ลืมเครื่องมือหรือวัสดุทางการแพทย์ไว้ในตัวผู้ป่วยจากการผ่าตัด 4. มารดาเสียชีวิต หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงเนื่องจากการเจ็บครรภ์และการคลอดบุตร 5. ให้ยา ให้เลือด ผิดคน ผิดชนิด ผิดกลุ่ม แล้วเกิดปฏิกิริยารุนแรง 6. ข้อร้องเรียนที่มีการระบุชื่อทั้งผู้ร้องเรียนและผู้ถูกร้องเรียน 7. การลักตัวเด็ก หรือส่งมอบทารกแก่มารดาผิดคน 8. ผู้ป่วยฆ่าตัวตาย หรือถูกฆ่า ขณะอยู่ในโรงพยาบาล 9. ผู้ป่วยเสียชีวิตโดยไม่คาดคิด (unexpected death) ขณะรับการรักษาในโรงพยาบาล 10. อุบัติการณ์ที่คาดว่าอาจมีผลกระทบร้ายแรงกับโรงพยาบาลหรือผู้ป่วย เช่น ไฟไหม้ ไฟฟ้าช้อต นักข่าวถ่ายภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต
95 โปรแกรมความเสี่ยง ความหมาย 1. ความเสี่ยงทางคลินิก ทั่วไป อุบัติการณ์ที่เกิดจากกระบวนการดูแลผู้ป่วยและกระบวนการของระบบที่ บริการผู้ป่วย (PCT) 2. ความเสี่ยงทางคลินิก เฉพาะโรค อุบัติการณ์ที่เกิดจากกระบวนการดูแลผู้ป่วยและกระบวนการของระบบ เฉพาะโรค และหัถการที่สำคัญของหน่วยงาน ที่บริการผู้ป่วย (PCT) 3. โปรแกรมความเสี่ยง ด้านระบบ การติดเชื้อ อุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อ อาจเป็นทั้ง พฤติกรรมของบุคคล หรือจากเครื่องมือต่างๆ (PCT/IC) 4. โปรแกรมอาชีวอนา มัยและความปลอดภัย ของเจ้าหน้าที่ อุบัติการณ์ที่เกิดจากการกระทำที่ไม่ปลอดภัย อุบัติเหตุ หรือการบาดเจ็บ จากการทำงานที่อาจเกิดแก่ตัวเจ้าหน้าที่เอง (IC / อาชีวเวชกรรม ) ภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังของบุคคล (IC) 5. โปรแกรมความเสี่ยง อุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องเกี่ยวกับการใช้ยาทั้งหมด (PTC)
96 ด้านระบบยา 6. โปรแกรมความเสี่ยง ทั่วไป โครงสร้างทางกายภาพ สิ่งแวดล้อมและความ ปลอดภัย เครื่องมือ / อุปกรณ์ ข้อร้องเรียน สิทธิผู้ป่วย การเงิน ระบบ IT เวชระเบียน การติดต่อสื่อสาร • อุบัติการณ์ที่เกิดจากความไม่ปลอดภัยของอาคารสถานที่ (ENV) • อุบัติการณ์ที่เกิดจากการใช้งานไม่ได้ของสาธารณูปโภค (ENV) • อุบัติการณ์ที่เกิดจากการบำบัดน้ำเสียไม่สมบูรณ์ หรือสร้าง มลพิษทางอากาศให้กับชุมชน (ENV) • อุบัติการณ์ที่เกิดจากความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ ผู้รับบริการ,เจ้าหน้าที่ เช่นโจรกรรม (ENV) • อุบัติการณ์ที่เกิดจากเครื่องมืออุปกรณ์ทั่วไปไม่สามารถใช้งานได้ ตามปกติ (ENV) • อุบัติการณ์ที่เกิดจากระบบเครื่องมือ อุปกรณ์ เวชภัณฑ์ ทั้งหมด ที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโดยตรง เช่น ความไม่เพียงพอ ชำรุด ไม่ พร้อมใช้ ฯลฯ (ENV / ระบบเครื่องมือแพทย์) • อุบัติการณ์ที่เกิดจากการร้องเรียนของผู้รับบริการด้วยลาย ลักษณ์อักษรหรือวาจา • อุบัติการณ์ในลักษณะการริดรอนสิทธิของผู้ป่วยการดูแลไม่เป็น ตามสิทธิที่ผู้ป่วยควรจะได้รับ (PCT) • อุบัติการณ์ที่ทำให้เกิดความล่าช้าต่อระบบการให้บริการ (PCT) • อุบัติการณ์ที่เกิดจากการร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมบริการของ เจ้าหน้าที่ (PCT) • อุบัติการณ์ที่เกิดจากการดูแลระบบการเงิน สภาพคล่อง การ ทุจริต (กรรมการตรวจสอบภายใน / RM) • อุบัติการณ์ที่เกิดจากระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ / ระบบการ บันทึกเวชระเบียน / การเงิน / การตรวจสอบสิทธิบัตร และการ สื่อสาร (IM / คณะกรรมการเวชระเบียน)
97 ระดับ ระดับ ผลกระทบ ความ รุนแรง ผล กระทบ บุคคล ทรัพย์สิน ระบบงาน ชื่อเสียง 1 (เกือบ พลาด) A "ดักจับได้" โดย หน่วยงาน ก่อนที่จะไป ถึงผู้ป่วย / เจ้าหน้าที่ - - - B เกิดความคลาดเคลื่อน ขึ้น แต่สามารถตรวจพบได้ ก่อนยังไม่ถึงตัวผู้ป่วย / เจ้าหน้าที่ - - - 2 (รุนแรงต่ำ) C "ส่งผลกระทบ" ถึง ผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ แต่ไม่ได้รับอันตราย ทรัพย์สิน เสียหาย เล็กน้อย อุปกรณ์ชำรุด มูลค่าความ เสียหายไม่เกิน 1,000บาท เริ่มมีผลกระทบต่อ ภารกิจหลักของ หน่วยงาน แก้ไข ภายในหน่วยงาน ผลเป็นที่น่าพอใจ - D ต้องมีการเฝ้าระวัง เพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจ ว่าไม่เกิดอันตราย ทรัพย์สิน เสียหาย มูลค่า 1,000 – 5,000 บาท ภารกิจหยุดชะงัก ชั่วคราวต้องมีการ เฝ้าระวัง แก้ไข ภายในน่วยงาน และต้องมีการปรับ ระบบงานภายใน ถูกร้องเรียน ภายใน โรงพยาบาล ระบุชื่อยังไม่ แพร่กระจาย ออกนอก รพ. 3 (รุนแรงสูง) E เกิดอันตราย (harm) ชั่วคราว "ต้องมีการ รักษาหรือแก้ไข เพิ่มเติม" ทรัพย์สิน เสียหาย มูลค่า 5,000- 10,000 บาท มีผลกระทบต่อ นอก หน่วยงาน ต้อง วิเคราะห์ สาเหตุปรับ บุคคลภายนอก หน่วยงาน เริ่ม ทราบเรื่อง อาจเกิดการ เสียชื่อเสียง